วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2

 


แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : ติงโม่
ผู้แปล : เรืองชัย รักศรีอักษร
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
โหยวหมิงสวี่ ตำรวจสาวสวยหุ่นดีมากฝีมือแห่งกองตำรวจอาชญากรรม ทั้งสวยทั้งเก่ง แถมยังเข้มแข็งและแกร่งไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกอีกด้วย ขณะที่กำลังปั่นจักรยานท่องเที่ยวแถบทิเบตระหว่างลาพักรัอน เธอก็บังเอิญได้พบกับฆาตกรต่อเนื่องที่หลบหนีอยู่ในละแวกนั้นพอดี มิหนำซ้ำยังได้พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ความจำเสื่อมที่มีสภาพจิตใจไม่ต่างจากเด็กอีกหนึ่งคน...

อินเฝิง นักจิตวิทยาหนุ่มรูปหล่อผู้เฉลียวฉลาด แถมยังเป็นนักเขียนชื่อดังขายดี ครบสูตรหล่อ บ้านรวย หัวดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย ฉากหน้าก็ดูเป็นใจดีเฟรนด์ลี่ แต่แท้ที่จริงกลับเป็นคนเย็นชาลึกลับ ถือตัว หยิ่งยโสและมีนิสัยชอบควบคุม

พระเอกถูกทำร้ายทำให้สูญเสียความทรงจำ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร สภาพจิตใจกลับไปเป็นเด็กอายุ 7-8 ขวบ และถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้ายที่ตำรวจกำลังไล่ล่าตามจับ แค่เปิดมาเจอพระเอกฉากแรกก็น่าสงสารแล้ว ร้องไห้กอดนางเอกไม่ยอมปล่อย เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องการให้คนมาปกป้อง เพราะบุคลิกและกลิ่นอายของนางเอกในเวลานั้นทำให้พระเอกรู้สึกปลอดภัย เป็นเหมือนป้อมปราการใหญ่ที่คอยบังแดดบังฝน ทำให้รู้สึกอบอุ่นมีที่พึ่งพิง พระเอกจึงตามติดนางเอกเหมือนลูกไก่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ตามตื๊อ ตามเกาะติด ไล่ยังไงก็ไม่ไป เพราะพอความจำเสื่อมพระเอกก็ไม่เอาใครเลย บ้านตัวเองก็ไม่ยอมอยู่ จะเอาแต่นางเอกคนเดียว... แบบพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ จิตใจกลับไปเป็นเด็ก ทุกสิ่งรอบตัวดูแปลก ดูน่าหวาดกลัวไปหมด แต่มีเพียงนางเอกคนเดียวที่ทำให้พระเอกรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย  สุดท้ายคนสนิทของพระเอกเลยต้องมาขอร้องนางเอก และใช้เส้นสายทำให้นางเอกต้องยอมให้พระเอกเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านด้วย...

หลังจากนั้นพระเอกก็ขอตามนางเอกไปสืบคดี ซึ่งตอนแรกนางเอกก็ไม่ยอมหรอก แต่เพราะแพ้เดิมพัน บวกกับคนสนิทพระเอกใช้เส้นสาย(อีกแล้ว 55) สุดท้ายพระเอกเลยได้ตามไปสืบคดีด้วยสมใจ ...แล้วพี่แกก็เทคแคร์ดูแลนางเอกดีมาก (ขนาดจิตใจกลายเป็นเด็กนะ) แบบที่ไม่มีใครเคยทำให้นางเอกมาก่อนในชีวิต นางเอกจึงเริ่มรู้สึกดีด้วย ทว่าก็ยังไม่กล้าเทใจให้ เพราะกลัวว่าหากวันไหนที่ความทรงจำของพระเอกกลับมาแล้วจะเปลี่ยนไป  
เพราะพระเอกคนที่จิตใจเป็นผู้ใหญ่นั้นนิสัยแบบไม่ไหวจะเคลียร์

ทว่าถึงจิตใจจะเป็นเด็ก แต่สมองพระเอกก็ยังเฉียบเหมือนเดิมนะ สัญชาติญาณในการวิเคราะห์การมองคนยังแม่นเหมือนเดิม เป็นประโยชน์ต่อการไขคดีมาก ซึ่งแต่ละคดีก็ไม่ใช่พอจับคนร้ายได้ปุ๊บก็จบปั๊บเลย แต่ทุกคดีจะมีปมปริศนาที่เราคาดไม่ถึงถูกทิ้งไว้ ซึ่งจะมีความเกี่ยวโยงกับคดีต่อๆ ไปเหมือนต่อจิ๊กซอว์ อย่างบางเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ยุ่งยากไม่มีอะไร  แต่พอสืบสาวลงไปจริงๆ กลับยิ่งซับซ้อนและมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ถึงขนาดที่ทำให้นางเอกต้องสูญเสียสหายร่วมรบไปอย่างน่าเศร้า...

และแล้ววันที่พระเอกหายเป็นปกติความทรงจำกลับคืนมาก็มาถึง โหยวอิงจวิ้น ที่น่ารักใสซื่อชอบใส่เสื้อยืดลายการ์ตูน คนที่เทิดทูนนางเอกเป็นอันดับหนึ่งก็หายไปและกลายเป็น อินเฝิง ผู้เย็นชา ฉลาด เจ้าเล่ห์ รสนิยมสูง ที่ไม่น่าเข้าใกล้คนนั้นแทน ทั้งๆ ที่เป็นคนเดียวกันแต่ก็กลับไม่ใช่คนเดียวกัน เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่เอ่ยคำพูดตัดสัมพันธ์กันได้อย่างได้ง่าย ...ทว่าแม้ปากของพระเอกจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ร่างกายและจิตวิตวิญญาณข้างในกลับจดจำนางเอกได้เป็นอย่างดี มีอาการหึงเวลานางเอกเข้าใกล้หรืออยู่กับหนุ่มอื่นโดยไม่รู้ตัว ปากว่าอีกอย่างแต่การกระทำช่างสวนทางสุดๆ...

แนวสืบสวนของติงโม่นี่เดาทางยากจริงๆ ทั้งลึกลับซับซ้อนแถมยังแอบหลอนเป็นบางช่วง บางทีก็ปวดตับ มุมก็หักแล้วหักอีก อ่านไปแค่ 2 เล่มนี่ก็เกือบดิ่งแล้วนะ 55 ตัวละครในเรื่องมีปม+มีความซับซ้อน คนร้ายในเรื่องมักจะมีปัญหาทางจิต+มีปมบางอย่าง อ่านแล้วก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างดี บางทีก็ทำให้เราต้องขบคิดหรือหยุดคิดตาม ...พระ-นางเก่งฉลาดแต่ไม่ได้ซู มีผิดมีพลาดเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คือเดาไม่ออกจริงๆ ว่าในหน้าถัดไปจะมาแบบไหน เหมือนอย่างตอนสหายร่วมรบของนางเอกกับอีกคน อันนี้ก็โคตรหักมุมอะ..



แผนลวงคดีรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/9UusOnjWI5




วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

คราแรกรัก

 


คราแรกรัก / ผู้แต่ง : จิ่วเยี่ยหุย
ผู้แปล : ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก เวินจิ้ง เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานานถึง 7 ปี แต่ถ้ารวมระยะเวลาที่รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายด้วยก็คือ 10 ปี อีกฝ่าย move on มีคนใหม่แล้ว แต่นางเอกยังรักเขาอยู่และไม่เคยรู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน เป็นใครก็คงทำใจยากเพราะผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แถมยังไม่รู้เหตุผลที่เลิกอีก ก็คล้ายกับการดึงหนังยาง ใครที่ปล่อยมือก่อนก็เจ็บน้อยกว่า
แต่นางเอกปล่อยช้าแรงดีดจึงเยอะเลยเจ็บหนักแบบนี้ 
นางเอกได้มาเจอกับแฟนเก่าอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น และก็ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่รักแรกของเขาอย่างที่คิดมาตลอด...

เมิ่งฟาน เด็กหนุ่มผู้เรียบร้อย เงียบขรึม ไม่โดดเด่น นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา เพื่อนสมัยเรียน ม.ปลายที่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน เมิ่งฟานได้ทำงานที่นิตยสารแห่งหนึ่ง และได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับรักครั้งแรกของตนผ่านบทความในนิตยสารนั้น เพื่อตามหาร่องรอยในอดีตของเมิ่งฟาน  ชายหนุ่มที่ไม่เคยลืมรักครั้งแรก แม้จะมีแฟนสาวที่คบหากันแล้วแต่ก็ยังขอร้องเธอ เพื่อให้ตัวเขาได้เหลือพื้นที่มุมหนึ่งไว้สำหรับรักครั้งแรก นี่จึงยิ่งทำให้นางเอกที่เพิ่งเลิกกับแฟนไปหมาดๆ รู้สึกอิจฉาและทึ่ง ไม่คิดว่าจะมีคนที่ยังมั่นคงกับรักครั้งแรกได้ยั่งยืนนาน ทั้งยังเก็บรักษาคนๆ นั้นไว้ในใจเสมือนเป็นสมบัติล้ำค่าของชีวิตได้ยาวนานขนาดนี้

และการตามหานิตยสารของเมิ่งฟาน ก็ทำให้นางเอกได้ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ที่มีแฟนเก่าอยู่ร่วมด้วยเสมอ ความทรงจำนั้นช่างแสนงดงาม ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ที่ยังไม่ถูกกาลเวลาและความเป็นผู้ใหญ่ขัดเกลา คำสัญญามากมายแต่ทว่าสุดท้ายกลับต้องจบลงเมื่อพวกเขาโตขึ้นและได้ออกมาเผชิญชีวิตจริง อ่านไปก็เจ็บไป
อดีตยิ่งสวยงามมากเท่าไรก็ยิ่งตอกย้ำปัจจุบันให้เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะอะไร? ทำไมถึงร่วมสุขในวัยเยาว์ด้วยกันได้แต่กลับไม่อาจร่วมฟันฝ่าความทุกข์ในวัยผู้ใหญ่ไปด้วยกันได้?

อ่านของนักเขียนท่านนี้จบทีไร ต้องรีบไปหาเรื่องเบาๆ หวานๆ มาอ่านต่อทุกที คือมันเรียล มันอึนๆ นข.เขียนเก่ง ขยี้อารมณ์เก่งมาก สำนวนการแปลก็ดีทำให้เราคล้อยตาม เราว่านิสัยของแฟนเก่านางเอกเรื่องนี้แอบคล้ายๆ พระเอกเรื่องกาลครั้งหนึ่งรักของเราอยู่นะ แบบเป็นคนหน้าตาดี สดใสร่าเริง เป็นศูนย์รวมของเพื่อน เข้ากับคนง่าย
แต่เรื่องนี้จะไม่หน่วงเท่าเรื่องนั้น เพราะทุกคนสามารถ
move on ไปต่อได้หมด ไม่จมปลักอยู่กับอดีตและไม่เลือกทางที่ทำร้ายตัวเอง แต่อ่านจบแล้วเก็ยังแอบหน่วงๆ อยู่ดี เพราะเวลานางเอกนึกถึงเรื่องในอดีต ความทรงจำในนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องของตัวเองกับแฟนเก่าทั้งนั้น มีแต่ความทรงจำดีๆ คำสัญญาอันงดงาม  แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มที่เคยส่องประกายเจิดจ้า ที่เคยให้คำมั่นสัญญามากมายกลับเลือกที่จะปล่อยมือเธอไป คำสัญญางดงามเกินไป เมื่อเขาไม่อาจทำได้จึงกลายเป็นความกดดันและความรู้สึกผิด จนสุดท้ายก็รู้สึกกลัว และท้ายที่สุดก็หมดรักเธอ...

ความรักในเรื่องมีหลายแบบและความเสียใจก็เช่นกัน ในตอนที่นางเอกคบกับแฟนเก่าอย่างมีความสุข ใครบางคนที่กำลังแอบรักเธออยู่ก็อาจจะกำลังทุกข์ และได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ แอบทำอะไรเพื่อเธออยู่เงียบๆ โดยที่เธอไม่มีวันรู้ และในขณะที่เมิ่งฟานขอเหลือพื้นที่มุมนึง เพื่อไว้สำหรับเก็บความทรงจำของหญิงสาวที่เป็นรักครั้งแรก แฟนสาวคนปัจจุบันที่อยู่ข้างกายของเขาก็อาจจะกำลังเป็นทุกข์เช่นกัน ต้องใจกว้างขนาดไหนเมื่อคนที่ตัวเองรักขอแบบนี้ ต้องสตรองแค่ไหน เมื่อได้เห็นคนรักเขียนความทรงจำที่มีต่อรักแรกผ่านบทความในนิตยสาร ขนาดตกลงว่าจะแต่งงาน ก็ยังต้องรอให้รักครั้งแรกของตัวเองแต่งไปก่อน ให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นมีความสุขแล้ว ถึงจะจัดงานแต่งของตัวเองได้...เฮ้อออ

แต่เรื่องนี้ก็มีพระเอกอยู่นะ(น่าจะใช่แหละ) พระเอกเป็นรุ่นพี่มหาลัยของเมิ่งฟานที่นางเอกได้รู้จักตอนกำลังตามหานิตยสาร ตอนแรกพี่แกยังไม่ชอบนางเอก เพราะมองความรักในมุมมองของผู้ใหญ่ ต้องดูความเหมาะสม ต้องมีฐานะและหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ตอนนั้นนางเอกเพิ่งตกงานจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี แถมเสียงพูดตัวเองก็ยังไปคล้ายกับเสียงแฟนเก่าของนางเอกอีก พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งโกรธ คิดว่าที่นางเอกมาตีสนิทด้วยเป็นเพราะเสียงนี้ แต่ก็ตกหลุมรักเขาไปแล้วอะเลยกลับมาใหม่ แต่คราวนี้บอกตรงๆ เลยว่าชอบ จะจีบนะ แต่ตอนนั้นนางเอกยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ พี่แกเลยบอกว่าจะรอ
รอให้นางเอกตามหานิตยสารได้ครบก่อน แล้วค่อยให้คำตอบตัวเองอีกทีก็ได้ แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังพัฒนาก้าวไปอีกขั้น ทั้งสองคนก็กลับได้รู้ความจริงว่าใครคือคนที่เป็นรักแรกของเมิ่งฟานตัวจริง 
ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์นี้ต้องยุติลง...

ปล.เรื่องนี้จบแบบปลายเปิด แต่ถ้าอ่านจากตอนพิเศษเราว่าก็น่าจะ  Happy ending นะ

ปล. อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง ความทรงจำ ของพี่แอมขึ้นมาเลย


📍คราแรกรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/6AeQREPNAF



วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง


ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : เจี่ยนซวิน
ผู้แปล : 
อามู่
สำนักพิมพ์ เหลียนฮวา 

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอกตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคโบราณ โดยมีความทรงจำในชาติที่แล้วติดตัวมา ชาตินี้มีชื่อว่า ไป๋ซูฟาง มีแม่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงส่วนพ่อเป็นนายท่านรองของจวนหม่าโหว แม่นางเอกเป็นสาวใช้อุ่นเตียง ที่พ่อให้ไปปรนนิบัติรับใช้ตอนไปทำงานต่างเมืองด้วย ระหว่างทางเกิดตั้งครรภ์ พ่อเลยซื้อบ้านให้อยู่ที่เมืองนั้นแล้วสัญญาว่าจะมารับกลับ ตอนแรกๆ พ่อก็ยังทิ้งบ่าวไพร่ไว้ให้คอยดูแลและส่งเงินมาให้ทุกเดือน แต่พอรู้ว่าน้องชายนางเอกที่เพิ่งคลอดออกมาขาพิการ พ่อก็เงียบหายไป แม้แต่เงินก็ไม่ส่งมาให้แล้วทีนี้ ถูกทิ้งแล้วนะจ๊ะ

ความเป็นอยู่ของพวกนางแม่ลูกจึงแย่ลงเรื่อยๆ
แม่ก็ต้องขายบ้าน ขายบ่าวรับใช้ เพื่อหาเงินมารักษาน้อง ส่วนตัวเองก็ล้มป่วยเจ็บออดๆ แอดๆ นางเอกจึงต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้าน และเริ่มทำงานในโรงเตี๊ยมตั้งแต่อายุ
7 ขวบ เพื่อหาเงินมาดูแลทุกคน จนวันหนึ่งก็โชคดีได้เจอลูกค้ากระเป๋าหนัก เลยได้เงินส่งน้องชายเดินทางไปสอบพอดี แต่เมื่อน้องชายสอบได้เป็นจวี่เหริน คนจากทางบ้านพ่อก็โผล่มาเพื่อขอรับพวกนาง 3 คนแม่ลูกกลับไป...เหอๆ

พระเอก ฉีสิงเล่อ ได้รับบรรดาศักดิ์จวิ้นอ๋องตั้งแต่เด็ก มีพ่อเป็นจิ้งอ๋องส่วนแม่เป็นอี๋เหนียง จริงๆ พระเอกเป็นเด็กฉลาด หัวดี แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงต้องแสร้งทำเป็นเลอะเลือนเหมือนคนสติไม่ดี พระเอกเคยเจอกับนางเอกตอนที่ทำงานในโรงเตี๊ยม เป็นลูกค้าที่ให้ทิปหนักจนนางเอกมีเงินส่งน้องชายไปสอบ ดังนั้นนางเอกจึงถือพระเอกเป็นผู้มีพระคุณ ไม่เคยลืม และทั้งสองก็ได้เจอกันอีกครั้งตอนที่นางเอกกลายเป็นคุณหนูห้าของจวนโหว นางเอกจำพระเอกได้เลยรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งบ้า พระเอกก็จำนางเอกได้เช่นกัน เลยมายื่นขอเสนอให้แต่งงานกับตัวเอง ถ้าไม่อยากถูกฆ่าปิดปาก 

นางเอกก็ตกลงสิ จะรออะไร ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังมีบรรดาศักดิ์แบบนี้จะหาที่ไหนได้อีก เพราะนางก็กำลังรีบหาคนมาแต่งงานด้วยอยู่พอดี แบบจะ 18 แล้วถ้ายังไม่แต่งอีกเดี๋ยวถ้าน้องสอบติดจะมีปัญหา พระเอกก็อยากได้คนมาแต่งงานด้วยเหมือนกัน
เพราะอยากมีหลานให้แม่ แม่จะได้มีเรื่องดีใจ ไม่ต้องทุกข์เรื่องที่ลูกชายเป็นคนบ้าและจะไม่มีทายาทสืบสกุลอีก แล้วจะได้ให้นางเอกกตัญญูดูแลแม่แทนตัวเองด้วย เพราะเห็นนางเอกดูแลแม่กับน้องดีมาตั้งแต่เด็ก
ประกอบกับเติบโตมาจากชนบทจึงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนพวกผู้หญิงในตระกูลใหญ่ๆ ...เลยตัดสินใจแต่งด้วย

อ่านจบแล้วเนื้อเรื่องเดาได้ ปมแก้ง่ายไม่มีอะไรยุ่งยาก เอาไว้อ่านเพลินๆ ก็ได้อยู่ บ้านพ่อนางเอกเป็นตระกูลโหวที่สืบทอดบรรดาศักดิ์กันได้ แต่บรรดาศักดิ์กำลังจะหมดลงในรุ่นพ่อ แล้วที่บ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครที่สามารถสอบเป็นขุนนางได้เลย
ดังนั้นพอรู้ว่าน้องชายนางเอกสอบเป็นจวี่เหรินได้พ่อถึงมารับกลับ เพราะจริงๆ นางเอกก็ไม่ค่อยอยากกลับหรอก แต่เพื่ออนาคตของน้องและเพื่อรักษาอาการป่วยของแม่เลยต้องยอม
กลับไปก็เจอเมียเอกกับลูกเมียเอกของพ่อแกล้งบ้าง พูดจาดูถูกเหยียดหยามบ้างประปราย แต่ร้ายแบบโง่ๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร แล้วทั้งจวนก็มีแค่ 2 คนนี้ที่เป็นแบบนั้น
คนอื่นๆ คือรู้ตัวว่าต่อไปบ้านนี้อาจจะต้องพึ่งน้องชายนางเอกกัน จึงไม่กล้าสร้างความลำบากใจอะไรให้ แต่จะพยายามเข้าหาสร้างไมตรีเพื่อผูกมิตรมากกว่า ดังนั้นนางเอกจึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนได้สบาย ไม่ได้ลำบาก ไม่มีอะไรน่าห่วง

มาหนักฝั่งบ้านพระเอก เพราะเมียเอกพ่ออิจฉาที่พระเอกฉลาด เก่ง และมีสุขภาพดีกว่าลูกตัวเอง ได้เป็นหลานคนโปรดของฮ่องเต้ แถมยังได้บรรดาศักดิ์ตั้งแต่เด็ก ต่อหน้าก็วางตัวดี ใจกว้างมีเมตตา ลับหลังคือวางแผนลอบฆ่า มีแต่คำผรุสวาททุกคำ พระเอกมาแอบได้ยินตอนอายุ
8 ขวบก็อึ้ง ไม่รู้จะทำไงดี พ่อก็รักเมียเอกมาก บอกไปคงทำไรไม่ได้ เพราะตัวเองยังปลอดภัยดีอยู่ พี่แกเลยไปบอกลุงที่เป็นฮ่องเต้ ลุงก็เลยคิดแผนว่าให้แกล้งบ้าขนาดลุงเป็นฮ่องเต้นะเนี่ย แต่ก็ยังทำไรเมียเอกพ่อไม่ค่อยได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่ไง จะทำอะไรรุนแรงไม่ได้ หย่าก็ไม่ได้อีก
พระเอกเลยต้องแกล้งบ้า
มาจนอายุ 21...เหอๆ

แต่ขนาดพระเอกแกล้งบ้าแล้วเมียเอกพ่อก็ยังไม่วางใจ พอรู้ว่านางเอกกำลังตั้งครรภ์ก็พยายามจะทำให้เขาแท้งอีก กะไม่ให้เขามีทายาท แล้วหาทางให้หลานตัวเอง(ลูกคนรองของลูกชาย)ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของพระเอก ทั้งๆ ที่หลานคนโตของตัวเองก็ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์จากลูกตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว คือกะเอาทุกอย่าง ...แต่พอทำไม่สำเร็จก็เลยหาเรื่องใส่ความนางเอกแทน ทีนี้พระเอกทนไม่ไหวเลยเลิกแกล้งบ้า แล้วลุกขึ้นมาเปิดโปงแผนชั่วของอีกฝ่ายซะ 55 ...อุตส่าห์แกล้งบ้ามาตั้ง 10 กว่าปี บทจะเลิกก็เอาง่ายๆ แบบนี้เบย ไม่มีอะไรซับซ้อนก็ฟาดกันตรงๆ ง่ายๆ แบบนี้แหละ แบบเล่มเดียวจบอะเนาะ ...ก็อ่านเพลินๆ ได้อยู่นา


📍ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง ➡️ https://s.shopee.co.th/7AWxdYAPSc



วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ)

 


ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย (峨嵋)
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซูเพียนจื่อ เด็กสาวจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติไปอยู่ในดินแดนพันเมฆา
ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ของวิเศษและผู้ฝึกวิชายุทธ์
กลิ่นอายคล้ายๆ เงาเพลิง
มีสัตว์วิเศษ ขั้นพลัง หลอมยา หลอมอาวุธบลาๆ แต่เรื่องนี้จะแบ่งเป็นตระกูลธรรมะ ตระกูลอธรรม และตระกูลที่เป็นกลาง กับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีพลังเลย  
ในดินแดนนี้จะวัดค่าพลังวัตรหรือผู้มีพรสวรรค์สูงด้วยความยาวของเส้นผม
ยิ่งผมยาวมากเท่าไรก็ยิ่งถือว่าเก่งและมีพลังวัตรสูง 

ดังนั้นเมื่อนางเอกทะลุมิติมาจึงถูกคนเข้ามารุมล้อมทันที เพราะคิดว่านางคือชาวสวรรค์ในตำนานที่รอบพันปีจะจุติลงมาสักคน ซึ่งชาวสวรรค์ในเรื่องนี้ก็คือคนที่มาจากโลกอื่นหรือมิติอื่น จะมีความสามารถในเชิงยุทธ์สูงกว่าคนทั่วไปในดินแดนแห่งนี้แต่กำเนิด
แถมเส้นผมของนางเอกก็ยังยาวถึงเอว คนเลยนึกว่าต้องมีพลังสูงแน่นอน
แต่กลายเป็นว่านางเอกกลับไม่มีพลังอะไรเลย เพราะสัญลักษณ์ที่แขนซ้ายของนางไม่มีสีสันใดๆ ที่บ่งบอกถึงระดับพลังปรากฏ ทุกคนจึงคิดว่านางเอกเป็นชาวสวรรค์ที่ถูกริบคุณสมบัติ
ไม่มีพลังและเป็นแค่ขยะไร้ค่าเท่านั้น

พระเอกก็ตามมาดูด้วยเช่นกัน เพราะถูกเพื่อนสนิทที่เป็นคนตระกูลเทวพยากรณ์ยุให้มาดูนางเอกที่ถูกระบุว่าเป็นเนื้อคู่ตามคำทำนาย และจะเป็นคนที่มากอบกู้หายนะวันสิ้นพิภพร่วมกับตัวเอง แต่สิ่งที่พระเอกได้เห็นก็คือนางเอกที่ไร้พลังและยังมีอาการคลั่งบุรุษ (คือพระเอกหล่อมากจริงๆ นางเอกเห็นครั้งแรกก็เลยจ้องนานไปหน่อย55)
แถมยังมีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวสีม่วงอยู่ที่แขนขวา ที่บ่งชัดว่าเป็นคนตระกูลสิบแปดมงกุฏที่อยู่ฝ่ายอธรรมตรงข้ามกับตัวเองอีก พี่แกจึงสะบัดตูดจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ปล่อยให้นางเอกยืนงงอยู่ในดงป่าคนเดียว..

หลังจากนั้นนางเอกก็ได้เจอกับสัตว์อสูรที่เป็นม้าพูดได้ พี่ม้าเป็นคนบอกว่านางเอกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากตระกูลไหน พ่อแม่อยู่ที่ใด แล้วก็พานางเอกกลับเข้าตระกูล
พึ่งพาได้ยิ่งกว่าพระเอกอีกนะเนี่ย 
55 ถ้าพี่ม้าไม่มาหานี่ตายเลยนะ ไม่รู้จะไปยังไงต่อดี
(พออ่านไปเดี๋ยวจะเดาได้ว่าพี่ม้าเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับนางเอกยังไง)
พอกลับเข้าตระกูลด้วยความที่ไม่มีพลังวัตรและไม่อาจฝึกฝนวิชายุทธ์ได้
คนในตระกูลเลยไม่ได้สนใจ บางส่วนก็ดูแคลนมองว่าเป็นขยะ
แต่ดีที่มีพี่ม้าอยู่ข้างๆ 
คอยช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ นางเอกเลยไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวและสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ได้

จริงๆ นางเอกก็เป็นคนในโลกนี้แหละ แต่ถูกพ่อกับแม่ปิดผนึกพรสวรรค์และส่งไปอยู่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อตามหาพ่อ+แม่และเปิดผนึกพรสวรรค์ที่ถูกปิด
ก่อนกลับเข้าตระกูลนางเอกจึงต้องตัดผมให้สั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
และเข้าสอบทุกวิชาที่ตระกูลจัดสอบเพื่อจะได้เลื่อนขั้น และไปตามหา
ไร้นาม
ของวิเศษประจำตระกูลในตำนาน เพื่อหาเบาะแสพ่อกับแม่และปลดผนึกพลังตัวเอง

แต่เพราะไม่มีพลังวัตร เวลาที่สอบภาคปฏิบัตินางเอกจึงต้องอาศัยทริคพลิกแพลงเอา
ออกแนวฉลาดเกมโกง ไม่สนวิธีการและขั้นตอน ขอแค่ให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ต้องการก็พอแล้ว
55

พอเข้าเล่ม 2 นางเอกกับเด็กในตระกูลคนอื่นๆ ก็ถูกส่งออกจากถ้ำเพื่อไปทำภารกิจ
เนื้อเรื่องจะเริ่มสนุกขึ้น วิธีเพิ่มพลังเพื่อเลื่อนขั้นของนางเอกก็ไม่เหมือนใคร
เพราะต้องอาศัยการหลอกคนเพื่อเพิ่มพลังปราณแล้วเอามาเลื่อนขั้น ยิ่งขั้นสูงขึ้นเท่าไรก็ยิ่งต้องหลอกคนให้ได้มากขึ้นเท่านั้น และเพราะวิธีการเลื่อนขั้นที่ไม่เหมือนชาวบ้านนี่เอง
นางเอกจึงไม่ค่อยมีฝีมือในการต่อสู้เหมือนคนอื่นเขา แต่นางก็แก้ปัญหาด้วยการหาสัตว์อสูรมาเป็นพวกเพื่อเอาไว้ใช้ต่อสู้แทน ประกอบกับมีของวิเศษเจ๋งๆ ติดตัว
ดังนั้นเวลาที่ต้องสู้กับคนที่เก่งกว่า นางจึงพอเอาตัวรอดผ่านมาได้อยู่...

ในเล่ม 2 นางเอกเลื่อนไปถึงขั้นเปลี่ยนกระดูก (พอถึงขั้นนี้หน้าตาจะเปลี่ยนจากเดิม)
และได้เจอของวิเศษที่สามารถเลือกปิดสัญลักษณ์ตระกูลได้ นางเอกจึงปิดสัญลักษณ์ของตระกูลพ่อและใช้สัญลักษณ์ตระกูลแพทย์ของแม่แทน  หลังจากนั้นนางเอกกลับเข้าตระกูลฝั่งแม่ พร้อมกับตัวตนใหม่และชื่อใหม่ว่า หลิ่วเชียนหวง
ตระกูลแพทย์กำลังตกต่ำ ทำให้ถูกตระกูลบริวารหรือตระกูลโอสถกดหัว
เพราะหลังจากที่แม่นางเอกหายไป ตระกูลแพทย์ก็ไม่มีลูกหลานเก่งๆ ที่มีพรสวรรค์ออกมาอีกเลย ของวิเศษประจำตระกูลก็ใช้การไม่ได้
เมื่อแม่นางเอกไม่อยู่
แต่พอนางเอกทำให้ของวิเศษของตระกูลแพทย์ยอมรับตัวเองเป็นนายได้
ตระกูลแพทย์ก็เริ่มกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง  และด้วยพลังของของวิเศษที่นางเอกมี
จึงทำให้สามารถพกพาน้ำพุนี้ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยได้ทุกที่ อยากใช้งานเมื่อไรก็ควักออกมาได้ทุกเวลา ไม่ต้องวิ่งกลับไปเอาที่ตระกูลเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาอีกแล้ว..
ระหว่างนั้นนางเอกก็เริ่มสร้างลัทธิเซียนใจประเสริฐขึ้นเพื่อไว้รวบรวมพลัง และรวบรวมสัตว์อสูรมาเป็นลูกน้องเพื่อเอาไว้เป็นพวกเวลาต่อสู้

นางเอกได้ใช้น้ำพุนี้ช่วยคน ทำให้คนติดหนี้บุญคุณตระกูลแพทย์ เผื่อวันหน้าตระกูลแพทย์เกิดเรื่องจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชื่อเสียงของนางเอกยิ่งโด่งดัง
พอเข้ามาเรียนในวังศาสตร์ก็ยิ่งป๊อป ด้วยความที่สวย+เก่งและนิสัยดี ไม่ทำตัวสูงส่ง แต่กลับเป็นกันเองเข้าถึงง่าย ผิดกับนางร้ายลิบลับ จึงทำให้ใครต่อใครยิ่งมองนางเป็นเทพธิดา

ส่วนพระเอกก็จำนางเอกไม่ได้(หน้าตาเปลี่ยน) แล้วก็แอบรู้สึกว่านิสัยของอีกฝ่ายไม่น่าจะเหมือนกับภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเห็นในตอนนี้ น่าจะมีอะไรปิดบัง (เซ้นส์แรงมากสมกับที่เป็นเนื้อคู่เขา) แต่ถึงนางเอกจะทำดีแบบแอบหวังผล แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าสิ่งที่นางทำมันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ กล้าทุ่มจริงๆ ..(เพราะไม่มีใครมีของวิเศษเจ๋งเท่านาง)

พระเอก เจิ้งเฮ่าอี้ เป็นคนตระกูลตุลาการหรือนักปกครอง 1 ใน 3 ตระกูลธรรมะที่ทรงอิทธิพล พระเอกเป็นลูกหลานของตระกูลโบราณที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดในตอนนี้
นิสัยสุขุมหนักแน่น ระดับพลังสูง เป็นคนที่ถูกของวิเศษประจำตระกูลยอมรับให้เป็นนาย
คือผู้นำคนต่อไปของตระกูลหรือฮ่องเต้คนต่อไปในอนาคต

แต่เมื่อนางเอกปรากฏตัว ตำแหน่งอัจฉริยะของพระเอกก็เริ่มสั่นคลอน 55  ...
แต่ถ้าวัดกันจริงๆ พระเอกก็ยังเก่งกว่านางเอกอยู่ดี เพราะพี่แกเก่งด้วยกำลังความสามารถของตัวเองไม่ได้พึ่งของวิเศษ ในขณะที่นางเอกนั้นต้องอาศัยของวิเศษถึงจะได้อันดับสูงๆ

สองเล่มแรกพระเอกค่าตัวแพงมาก เพิ่งเริ่มออกมาเยอะตอนช่วงกลางเล่ม 3 ที่นางเอกเข้ามาเรียนที่เดียวกันนี่เองถึงได้มีอีเว้นท์ร่วมกัน คิดว่าหลังจากนี้คงได้ออกเยอะแล้วแหละ
แถมพี่แกก็ดูเหมือนจะเริ่มชอบนางเอกขึ้นมาแล้วด้วย แต่แค่ยังไม่รู้ตัว
(แต่ก็เริ่มมีอาการหึงเวลาเพื่อนเอ่ยถึงนางเอกแล้วนะ แต่ยังไม่รู้สึกตัว)  
แต่นางเอกเวอร์ชั่นหลินเชียนหวงนี่เสน่ห์แรงมากจริงๆ มีแต่คนชอบ แถมยังมีแต่ตัวท็อปๆ ทั้งนั้นที่มาชอบ อย่างทายาทตระกูลอธรรม นี่ก็หน้าตาดีมากแถมยังสายรุกปากหวานด้วย
แล้วก็มีเพื่อนพระเอกที่อยู่ตระกูลเทวพยากรณ์ คนนี้ก็ชอบนางเอกมาก เห็นเป็นเทพธิดาในฝัน เห็นคนแล้วน้ำลายจะหก อยากตามจีบเขา แต่ก็ต้องแอ๊บวางตัวสูงส่ง ไม่งั้นเดี๋ยวภาพลักษณ์ตระกูลจะเสียหาย
55

อ่านจบแล้วส่วนตัวเราว่ามันได้อารมณ์เหมือนแฮรี่ผสมหัวขโมยบารามอสอะ

ตัวร้ายก็คล้ายๆ ลอร์ดโวลเดอมอร์ (อ่านเล่ม 3 จบก็พอเดาได้และว่าคือใคร)
แล้วก็มีคนตระกูลหนึ่งที่เป็นลูกสมุน แอบคล้ายๆ พวกผู้เสพความตาย ประมาณเนี่ย
...
ตอนเล่มแรกเราแอบเนือยๆ เพิ่งมาเริ่มเครื่อง
ติดตอนเล่ม 2 ที่ออกจากถ้ำหลังจากนั้นก็ยาวเลย สนุกดี ถึงแม้นางเอกจะซูไปบ้างก็ตาม 55


วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ

 

องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : เฟยเทียนเย่เสียง
ผู้แปล : เข็มจิรา ตั้งตฤษณกุล
สำนักพิมพ์ phoenix

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก สวีอวิ๋นฉี่ บุตรนอกสมรสของแม่ทัพสวีต๋า แม่ทัพใหญ่คนสำคัญที่ช่วยฮ่องเต้บุกเบิกแผ่นดิน
พระเอก ทั่วป๋าเฟิง เด็กกำพร้าที่ถูกพี่เขยนายเอกเก็บกลับมา เป็น
ชาวทูเจวี๋ย

พระ-นายถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในวังตั้งแต่เด็ก ได้ร่ำเรียนฝึกฝนวรยุทธ์เป็นศิษย์พี่-ศิษย์น้องกัน พึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต จนต่อมาก็ได้รับราชการในหน่วยองครักษ์เสื้อแพร คนหนึ่งกลายเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ส่วนอีกคนก็เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรขึ้นตรงและฟังคำสั่งจากฮ่องเต้เพียงคนเดียว ภายนอกดูมีเกียรติน่าเคารพยำเกรง ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดีตนจะกลายเป็นเป้าหมายต่อไปที่ถูกจัดการหรือเปล่า ดังนั้นนอกจากจะเป็นหน่วยที่มีเกียรติและน่าเกรงขามแล้ว ก็ยังเป็นหน่วยที่มีแต่คนรังเกียจดูถูก และอยากจะล้มล้างมากที่สุดอีกด้วย คือถ้าพลาดเมื่อไรก็รอโดนกระทืบซ้ำได้เลย มีแต่คนสาปแช่ง...

ดังนั้นพระ-นายจึงเจ็บตัวบ่อยมากโดยเฉพาะนายเอก น้องทั้งถูกโบย ถูกวางยา ถูกทรมานมากมายสารพัด หวิดจะตายหลายรอบมาก แม้จะมีแบ็คใหญ่คอยหนุนหลัง เพราะเป็นถึงอดีตลูกแม่ทัพใหญ่ และมีพี่สาวร่วมอุทรเป็นถึงชายาเอกของท่านอ๋อง ทั้งยังเป็นคนสนิทของรัชทายาท แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก็ยังต้องรับโทษเจ็บตัวเกือบตายอยู่ดี ใช่ว่าจะมีอภิสิทธิ์ไม่มีใครทำอะไรได้ หรือเดี๋ยวก็มีคนมาช่วยไม่ต้องรับโทษ ไม่ใช่เลยจ้า แถมฮ่องเต้ก็ไม่ได้เข้าข้างด้วยนะ...อย่างโหด

นิยายเรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์ ฮ่องเต้ในเรื่องก็คือฮ่องเต้จูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าหมิง พอก่อตั้งราชวงศ์เสร็จไม่นานฮ่องเต้ก็เริ่มกำจัดขุนนางเด่นๆ ที่เคยช่วยบุกเบิกแผ่นดินไปจนหมดสิ้น รวมถึงแม่ทัพสวีต๋าพ่อของนายเอกด้วย มีขุนนางมากมายที่ถูกใส่ความจนตายและถูกประหารหลายชั่วโคตร ด้วยฝีมือของเหล่าองครักษ์เสื้อแพร แต่องครักษ์เสื้อแพรทำตามคำสั่งใครล่ะถ้าไม่ใช่ฮ่องเต้ ผิดถูกก็ต้องทำเพราะมันเป็นคำสั่ง ขุนนางในเรื่องนี้จึงตายและถูกประหารกันเยอะมาก แล้วแบบไม่ได้ตายคนเดียวด้วยนะ เพราะครอบครัว คนสนิทและอีกมากมาย ก็ต้องพลอยถูกลูกหลงโดนตามไปด้วย เพื่อขุดรากถอนโคนกรุยทางให้กับรัชทายาทที่เป็นหลานชาย...

แต่ก็มีบางคนที่นายเอกแอบช่วยให้รอดชีวิต แต่ฮ่องเต้ก็เหมือนจะรู้ทันหมดอะ ดังนั้นเวลาที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อาจารย์ของนายเอกก็เลยมักจะชิงตัดหน้าลงโทษนายเอกหนักๆ ก่อน แล้วถึงค่อยส่งตัวไปให้ฮ่องเต้ต่อ เพราะหากไม่ทำแบบนี้นายเอกก็คงไม่รอด...ก็ตามประวัติศาสตร์แหละนะ พอฮ่องเต้คนแรกสวรรคต หลานก็ขึ้นครองบัลลังก์ต่อ
แต่หลานอ่อนแอ ไม่เด็ดขาด นิสัยไม่เหมาะที่จะเป็นฮ่องเต้เลย ขุนนางรอบข้างก็มีแต่สายบุ๋น (สายบู๊เก่งๆ ถูกฮ่องเต้องค์เก่ากำจัดหมดแล้ว) แล้วขุนนางรอบข้างฮ่องเต้คนใหม่ก็เกลียดนายเอกมากกก
ยิ่งรู้ว่านายเอกเป็นคนโปรดและสนิทสนมกับฮ่องเต้มาตั้งแต่เด็กก็ยิ่งเกลียด แต่นายเอกกลับเป็นคนใจดี มนุษยสัมพันธ์ดีคือมีแต่คนชอบอะ (โดยเฉพาะผู้ชาย) สมัยเด็กก็เป็นเพื่อนเล่นและคอยดูแลรัชทายาทคนนี้มาตลอด เหมือนพี่ชาย-น้องชาย แต่รัชทายาทดันไม่ได้คิดกับนายเอกแบบพี่น้องอะดิ่ 

แล้วมันจะมีบางทีที่รัชทายาทก็โกรธหรือไม่พอใจนายเอก เลยสั่งให้คนไปจับมาขังไว้ แต่แค่ให้จับไปขังไว้เฉยๆ นะไม่ได้คิดจะทำอะไร แต่อิฝ่ายตรงข้ามที่เป็นอริ พอเห็นแบบนี้ก็ได้ทีรีบหาโอกาสซ้ำเติมทันที อย่างตอนที่เกิดกบฏ นายเอกถูกคนใส่ความว่าสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ฮ่องเต้ก็ผิดหวังเสียใจ สั่งให้คนไปควบคุมตัวนายเอกกลับมา คืออยากเอามาถามด้วยตัวเองเฉยๆ ไม่ได้คิดทำร้าย แต่อิพวกราชครูกับพวกขุนนางข้างกายกลับแอบสั่งให้ฆ่านายเอกได้เลย..เหอๆ

ส่วนพระเอกนั้นแม้เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพร แต่แท้จริงกลับโดดเดี่ยวตัวคนเดียวมาก นอกจากนายเอกก็ไม่มีใครแล้วที่จริงใจ ที่รัก หรือเป็นห่วงตัวเองอย่างแท้จริง เพราะพระเอกเป็นชาวทูเจวี๋ย ต่อให้มีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ยังถูกดูถูกและไม่มีใครเห็นเป็นพวกเดียวกันอยู่ดี ดังนั้นนายเอกจึงเป็นอันดับหนึ่งในใจของพระเอกมาตั้งแต่เด็ก ทว่าพระเอกกลับยังไม่ใช่อันดับหนึ่ง หรือตัวเลือกอันดับแรกของนายเอกน่ะสิ เป็นเพราะนายเอกมีสิ่งที่ต้องปกป้อง ต้องห่วง ต้องพะวงเยอะ ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รัชทายาทที่โตมาด้วยกัน แล้วยังมีอาจารย์ที่เคารพนับถืออีก ดังนั้นนายเอกจึงไม่อาจหันหลังและทิ้งทุกอย่างไปได้ง่ายๆ เหมือนกับพระเอก ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมาอยู่ในวังและทำหน้าที่เหมือนเดิมต่อไป...เฮ้อ

ชอบงานของคนเขียนท่านนี้มากๆ โดยเฉพาะแนวโบราณ ตั้งแต่ปราชญ์กู้บัลลังก์ ราชันย์คืนบัลลังก์ สารบัญชุมนุมปีศาจจนมาเรื่องนี้ก็ชอบบบ คือเราถูกจริตแนวโบราณของท่านนี้ทุกเรื่องเลยอะ (แต่แนวปัจจุบันไม่ค่อยรอด55) ตัวละครในเรื่องส่วนใหญ่จะออกเทาๆ ไม่มีดี-เลว ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ตาม แบบทุกคนล้วนแต่มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง ผิดถูกก็พูดยาก ยิ่งด้วยยุคสมัยแบบนั้นมันก็มีแค่จะแพ้หรือชนะเท่านั้นแหละ แต่แอบสงสารนายเอกเรื่องนี้นะ เพราะต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของคนกันเองทั้งนั้น คนนั้นก็เหมือนน้องชาย คนนี้ก็พี่เขย แต่นั่นก็คนรัก จะว่าไปตัวคนเดียวแบบพระเอกมันก็มีข้อดีเหมือนกันเนาะ จะทำอะไร จะไปไหน ก็ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง มีห่วงแค่อย่างเดียวคือนายเอกเท่านั้น ส่วนนายเอกอะห่วงเยอะ ต้องคอยปกป้องรับผิดแทนคนนู้นคนนี้จนเกือบตายก็หลายที อยากจะปกป้องคนนี้แต่เดี๋ยวก็ขัดใจคนนั้น จนสุดท้ายบางทีตัวเองก็ต้องมารับเคราะห์แทน..แล้ววันหนึ่งมันก็มาถึงจุดที่นายเอกไม่ไหวอีกต่อไป จนต้องขอร้องให้พระเอกช่วยพาตัวเองไปด้วย...

เรื่องนี้ไม่ต้องมีคำว่ารัก เพราะสิ่งที่พระ-นายทำให้กันมันอธิบายทุกอย่างไว้หมดแล้ว ...ชอบความใสซื่อ พูดจาตรงไปตรงมาของพระเอก (เหมือนน้องหมาตัวโตๆ) พูดคำไหนคำนั้นบอกว่าจะให้เงินนายเอกทุกเดือนก็ให้จริงๆ ไม่เคยเก็บไว้สักแดง ยกเงินเดือนให้นายเอกเก็บหมด ชอบความศิษย์พี่ละเอ็นดูเจ้า 55   

ป.ล. Nc ดูดิบแต่ไม่หยาบ ไม่ถึงขั้นละมุนแต่ก็ดีงาม (แปลดี)


📍องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9zrAm3Fjhl




วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

อย่ารบกวนการเรียนของฉัน

 

อย่ารบกวนการเรียนของฉัน (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : เย่ว์หลิวกวง
ผู้แปล : สีเมษา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก หนานเซี่ยงหวั่น อดีตนักเรียนห้องคิงที่จบจากมหาลัยชั้นนำระดับ Top ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทชื่อดังหรือบริษัทใหญ่ระดับประเทศ ในขณะที่นั่งเครื่องบินกลับจากการทำงานที่ต่างเมือง นางเอกก็ได้ย้อนเวลากลับไปตอนสมัยเรียนม.ปลาย แต่ทว่า ม.ปลายที่ย้อนกลับไปนั้น กลับไม่เหมือนกับม.ปลายที่เธอเคยผ่านมา เพราะคราวนี้นางเอกไม่ใช่เด็กห้องคิงที่ตัวเองเคยภาคภูมิใจ แต่กลับเป็นเด็กห้องบ๊วยที่ผลการเรียนย่ำแย่อย่างที่ตัวเองเกลียดที่สุด

พระเอกหลินเซียวหรัน เป็นเด็กนักเรียนห้องบ๊วยที่อยู่ห้องเดียวกับนางเอก นิสัยร่าเริงเป็นกันเอง อัธยาศัยดี แต่ตอนแรกพระเอกไม่ค่อยชอบนางเอกเท่าไร เพราะนางชอบเหยียดคนอื่นที่เรียนไม่เก่งอะ

ถึงจะย้อนเวลากลับมาแต่เหตุการณ์บางอย่างก็ไม่ได้เหมือนเดิม เช่นตัวนางเอกที่ควรจะอยู่ห้องคิงก็ต้องมาอยู่ห้องบ๊วย พ่อกับแม่ที่ควรจะหย่ากันแล้วก็ยังไม่ได้หย่า แถมพอย้อนกลับมาวันแรกก็ดันมีสอบเลย นางเอกก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะจบม.ปลายมานาน วิชาความรู้คืนครูไปเกือบหมดแล้ว ผลคะแนนที่ออกมาจึงต่ำเตี้ยตามคาด พระเอกเห็นแบบนี้เลยได้โอกาสทับถม คอยตามมาพูดจากวนประสาททันที...หุหุ

นางเอกเป็นเด็กบ้าเรียน เทิดทูนคนที่มาจากห้องคิงหรือคนที่จบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่จะเหยียดคนที่มาจากห้องบ๊วยหรือมหาลัยธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียง คำพูดติดปากของนางก็คือ “เด็กไม่เอาไหนก็คือเด็กไม่เอาไหน” เวลามีคนมาสมัครงานที่บริษัท ถ้าคนไหนจบจากมหาลัยธรรมดา นางก็จะโยนใบสมัครทิ้งทันที ไม่สนใจ (สงสัยที่ย้อนกลับมาแล้วได้อยู่ห้องบ๊วยนี่คงเป็นเพราะสวรรค์ลงโทษแน่ๆ เลย ..55)  

ชีวิตของนางเอกเรื่องนี้มีแต่เรียนๆ ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลยนอกจากเรียน เรียนอย่างเดียวจริงๆ เพื่อนก็แทบไม่มี เพื่อนสนิทยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ก็เข้าใจแหละว่าที่นางเอกเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแม่ด้วย แม่นางเอกไม่ให้ลูกทำกิจกรรมอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากเรียนๆ ฟังเพลง ดูทีวี เล่นกีฬาก็ไม่ได้ ให้เรียนอย่างเดียวเท่านั้น สอบได้ที่ไม่ดี คะแนนตก ไม่ได้อยู่ห้องคิง ทำงานแล้วเงินเดือนไม่เยอะ ซื้อบ้านยังไม่ได้ ไม่มีเหมือนลูกคนอื่นเขา ก็ดุด่าบ่นว่า...เห็นแล้วก็เครียดแทนจริงๆ (ถึงจะรู้ว่าหวังดีก็เถอะนะ)

เรื่องนี้หลักๆ ก็มีแต่เรื่องเรียน ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ นางเอกไม่ใช่เด็กหัวดีมาแต่เกิด ทั้งหมดนั้นคืออาศัยความขยันหมั่นเพียรและความทุ่มเทของตัวเองล้วนๆ เราจะได้เห็นความพยายามในการตั้งใจเรียนของนางเอก ตั้งแต่ที่ได้อันดับท้ายๆ ของห้อง
จนขยับมาเป็นที่สิบ และกลายมาเป็นที่หนึ่งของห้อง แต่นางเอกก็ยังไม่พอใจเพราะเป้าหมายของนางคือย้ายไปอยู่ห้องคิง เพราะเด็กห้องคิงมีอภิสิทธิ์และทรัพยากรที่ดีกว่าเด็กห้องธรรมดา แถมยังเป็นห้องที่มีโอกาสติดมหาลัยดีๆ มากที่สุดอีกด้วย เป็นห้องที่เด็กเรียนอย่างนางควรเข้าไปอยู่ ไม่ใช่พวกห้องบ๊วยที่วันๆ เอาแต่เล่น ไม่สนใจเรียน...ชิชิ

แต่พอนานวันเข้าจากคนที่เคยเหยียดไม่ชอบเด็กห้องบ๊วย พอตัวเองต้องมาอยู่ห้องนี้ซะเองความคิดของนางเอกก็เริ่มเปลี่ยนไป มนุษย์สัมพันธ์ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เพื่อนในห้องเริ่มเข้าหา จากคนที่ปกติไม่คบหาใครเลยก็เริ่มมีเพื่อนสนิท จากที่มักทำอะไรตามลำพังก็เริ่มมีคนช่วย ส่วนคนที่นางเอกเคยไม่ชอบและมองเป็นคู่แข่งมาตลอด พอย้อนเวลากลับมารอบนี้ก็ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ...พระเอกเองก็รู้ว่านางเอกเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน จึงชอบมารบเร้าขอให้อีกฝ่ายเข้าร่วมกิจกรรมนั่นนู่นนี่ด้วย จับจุดได้แล้ว รู้ว่าถ้าขยันตื๊อบ่อยๆ เดี๋ยวนางเอกก็ต้องใจอ่อนยอมตกลง
แต่ไม่ว่าจะต้องทำกิจกรรมอะไร นางเอกก็ไม่เคยปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ต่อให้มีเวลาเพียงน้อยนิดก็ยังสามารถอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนได้เสมอ  
ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งนางได้ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียน
 ...นับถือๆ

ส่วนเรื่องความรักไม่ได้หวานมากนะ พระ-นางตอนแรกออกแนวคู่กัดไม่ค่อยถูกกัน แต่พอได้ทำอะไรด้วยกันมากขึ้น ต่างคนจึงต่างเริ่มมองอีกฝ่ายในมุมที่เปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนา แต่ก็ยังเป็นแบบเพื่อนกันมากกว่าอะ แบบรักวัยเรียนใสๆ
รู้ว่ามีใจให้กันแหละแต่ก็ไม่ได้แสดงออกแบบโจ่งแจ้งเท่าไร ยังไม่ได้ล้ำเส้น มีแต่ความปรารถนาดีให้กันและกัน แบบจับมือกันเรียนตั้งใจสอบกันไปก่อนนะ ส่วนอนาคตเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที...แต่ก็สมหวังแหละ (หน้าท้ายๆ นู่นเกือบโดนนักเขียนหลอก55)

ป.ล.ตอนจบเหมือนต้องไปตีความเองอะ ว่าสรุปนางเอกได้ย้อนกลับไปจริงหรือแค่ฝันไป?



📍อย่ารบกวนการเรียนของฉัน ➡️ https://s.shopee.co.th/gJVf8iesI






วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ

 


สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ซานเชียนเฟิงเส่ว์ (San qian feng Xu) 
ผู้แปล : 
Bou
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หมิงฉางเยี่ยน หรือจอมยุทธน้อยหมิง อันดับหนึ่งในใต้หล้า วิญญูชนแห่งห้วงคำนึงผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนที่สำนักมากมายหมายตา เพราะกล่าวกันว่าหากใครได้เป็นผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนนี้ คนผู้นั้นก็จะมีอำนาจในการสั่งการยุทธภพ...แต่หมิงฉางเยี่ยนกลับไม่สนใจ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด 
ทั้งยังชอบทำตัวสันโดษไปมาลึกลับ จนพาให้ผู้คนหวาดระแวงและสร้างข่าวลือเสียๆ หายๆ ใส่ร้ายเขา แต่หมิงฉางเยี่ยนก็หาสนใจไม่ เขาก็แค่ต้องการลงหลักปักฐานสร้างรากฐานอยู่ในจงหยวน เพื่อที่จะได้รับน้องสาวมาอยู่ด้วยกันก็เท่านั้น แต่ยิ่งไม่แคร์ข่าวลือก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนจากขาวก็เปลี่ยนกลายเป็นดำ และสุดท้ายก็ถูกสำนักต่างๆ ในยุทธภพรวมถึงราชสำนักรวมหัวกันลอบสังหาร จนต้องหนีตายด้วยการกระโดดลงแม่น้ำเพื่อรักษาชีวิต...

แม้จะรอดมาได้แต่นายเอกหรือหมิงฉางเยี่ยน ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนวรยุทธ์สูญสิ้น เส้นชีพจรขาดสะบั้น ความทรงจำบางส่วนขาดหาย ต้องหลบไปพักรักษาตัวปล่อยให้คนคิดว่าตายอยู่นานถึง 2 ปีเต็ม พออาการเริ่มดีขึ้นนายเอกก็กินยาลดอายุ (ยาที่ทำให้ดูเด็กลง รูปร่างส่วนสูงหดลง) และแฝงตัวเข้าไปเป็นพระสนมอยู่ในวังหลวงเพื่อหาทางขโมยหญ้าเทพเซียน สมุนไพรหายากในตำนานที่ร่ำลือกันว่าสามารถรักษาร้อยโรค ชุบชีวิตคืนชีพ และช่วยฟื้นฟูวรยุทธได้เพื่อมารักษาตัวเอง

แต่นึกไม่ถึงว่าขนาดมาอยู่ในวังหลวงก็ยังจะได้เจอกับคนรู้จักเก่าอีก มิหนำซ้ำคนผู้นี้ก็ยังมีตำแหน่งสูงเป็นถึงอัครเสนาบดีน้อยของแผ่นดินอีกด้วย...เ
ด็กหนุ่มที่เคยจับพลัดจับผลูถูกนายเอกลากขึ้นเขาจากการแพ้พนันกับศิษย์น้องในตอนนั้น เด็กหนุ่มที่แสนเย็นชาท่าทางสูงส่ง แต่นิสัยกลับเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจทั้งยังเอาใจยากผู้นี้ กลับเป็นคนที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียวไปเสียได้...แถมพ่อหนุ่มน้อยก็ยังสายตาดีมากกก เพราะเพียงไม่ทันไรก็มองออกแล้วว่านายเอกคือใคร...

นายเอกหลงคิดว่าพระเอกจะจำตัวเองไม่ได้ ก็เลยเนียนแกล้งทำตัวเป็นสตรีต่อ..จนมาวันหนึ่งก็ถูกฮ่องเต้เลือกป้าย เลยต้องวิ่งไปขอให้พระเอกช่วย ตั้งแต่นั้นในวังก็เลยเริ่มลือกันว่าพระ-นายมีซัมธิงกัน แล้วหลังๆ ทั้งสองคนก็ไปมาหาสู่กันบ่อย คนก็เลยยิ่งเข้าใจผิดคิดว่านายเอกเป็นฮูหยินของพระเอกหรืออัครเสนาบดีน้อย ส่วนอาการของนายเอกก็ค่อยๆ ดีขึ้นเพราะได้พระเอกช่วยรักษาให้ ทั้งคู่ก็เลยยิ่งตัวติดกัน นายเอกเริ่มชินกับการมีพระเอกอยู่ข้างกาย ชินกับการมีคนให้พึ่งพาอาศัยคอยปกป้อง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา นายเอกเคยเป็นแต่ที่พึ่งพิงให้ผู้อื่น พอมาเจอพระเอกถึงได้สลับบทบาท เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายที่ได้พึ่งพิงคนอื่นบ้างสักที แล้วนายเอกก็เริ่มสงสัยในรสนิยมทางเพศของตัวเอง 55 กลัวว่าถ้าเป็นชายรักชายแล้วพระเอกจะรังเกียจ ไม่ชอบ ...แต่ความจริงคือพระเอกน่ะชอบนายเอกมาตั้งนานแล้ว ของที่นายเอกเคยให้แบบไม่ได้ตั้งใจก็เก็บรักษาเอาไว้อย่างดี คอยแอบให้ความช่วยเหลือแบบลับๆ มาโดยตลอด แต่นายเอกอะความรู้สึกช้ามากกกก เบ๊อะๆ บ๊องๆ ไม่เคยสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้ในใจจะรู้สึกกับพระเอกแตกต่างจากคนอื่นมาตลอดแต่ก็ยังไม่ค่อยเก็ท

ทว่าระหว่างที่อยู่ในวัง เรื่องร้ายๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็เริ่มกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้งเมื่อนายเอกกลับมา แต่คราวนี้นายเอกจะไม่ยอม จะต้องสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้ ว่ามีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องใส่ร้ายตนเอง  เพราะแต่ก่อนนายเอกไม่ได้สนใจ ไม่เคยแก้ข่าว นานวันเข้าเรื่องไม่จริงเหล่านั้นจึงเริ่มบานปลาย จนทำให้คนนึกว่าเป็นความจริง ผลกระทบที่ตามมาก็ร้ายแรงมากจนยากเกินจะรับไว้ เพราะนอกจากตัวเองจะถูกใส่ร้ายถูกลอบฆ่าแล้ว ก็ยังทำให้คนสนิทที่อยู่รอบๆ ตัวพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย บ้างก็บาดเจ็บบ้างก็ล้มตาย ซึ่งพอนายเอกตระหนักได้ทุกอย่างมันก็สายไปหมดแล้ว ...

อ่านจบแล้วถ้าไม่คิดมากก็โอนะ เนื้อเรื่องเฮฮาตลกดี เป็นแนวยุทธภพผสมการเมืองในราชสำนัก ช่วงดราม่าก็มีมาทีก็จัดหนักเหมือนกัน พระ-นายนิสัยต่างกันคนละขั้ว นายเอกสดใสฮาๆ ช่างพูด ส่วนพระเอกก็เย็นชาประหนึ่งภูเขาน้ำแข็งพูดน้อยซึนๆ แต่ขี้หวงแรงมาก เหล่าศิษย์น้องของนายเอกก็น่ารักดี เวลาอยู่กับนายเอกที่เป็นศิษย์พี่ก็จะตามติดเหมือนหางน้อยๆ ขี้อ้อน เวลาทำอะไรก็อยากให้นายเอกคอยพูดชม แต่แอบเสียดายความเก่งของนายเอกอะ ทั้งๆ ที่เป็นถึงอันดับหนึ่งของยุทธภพ วรยุทธ์ก็สูงส่งบรรลุถึงจุดสุดยอด แต่สุดท้ายกลับแทบปกป้องใครเอาไว้ไม่ได้เลย ช่วงสองเล่มแรกสกิลต่างๆ ที่ว่าเลิศๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เสียดายบางตัวละครก็ถูกฆ่าทิ้งง่ายมาก ฝั่งตัวร้ายก็โคตรเทพ นายเอกจับไม่ได้ไล่ไม่เคยทัน ได้แต่เดินตามอยู่ข้างหลัง ตามก็ไม่ค่อยจะทัน พอทันก็ช่วยคนเอาไว้ไม่ได้อีก...เหอๆ

เล่ม 3 จะเฉลยตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอ่านจบแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำร้ายนายเอกขนาดนั้น นายเอกไปทำอะไรให้เนี่ยหรือจะบอกว่าจริงๆ อีกฝ่ายก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งมาระเบิดตัวตนที่แท้จริงก็ตอนเผ่าถูกฆ่าล้างและตัวเองถูกทรมาน คือเข้าใจไอ้ที่ไปคิดบัญชีกับคนอื่นนะ แต่ไม่เข้าใจว่าจะมาทำร้ายนายเอกทำไม?(หรือเราอ่านแล้วไม่เก็ทเองหว่า 55) ส่วนท่านพ่อนี่สรุปว่ารักแม่นายเอกหรือเปล่า? (หรือไม่รักเพราะทำกะลูกขนาดนี้เลยนะ) แล้วแม่นายเอกรักพ่อหรือรักรัชทายาทกันแน่?  จริงๆ มันก็มีตรงที่อิหยังวะหลายจุดอยู่นะ อย่างเรื่องกฏระเบียบหรือมารยาทในวังนี่ เหมือนเรื่องนี้จะไม่เคร่งมั้ง เพราะรู้สึกว่าคนเข้า-ออกวังกันง่ายจัง ประหนึ่งสวนหลังบ้านก็ไม่ปาน

แล้วก็มีเรื่องงานเลี้ยงบูชาฟ้าดินที่จัดขึ้นเพื่อหาผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนคนใหม่ นอกจากนายเอกที่เข้าร่วมก็ยังมีคนจงหยวนรวมถึงคนต่างแดนเข้าร่วมด้วย คนต่างแดนต้องการครอบครองประกาศิตปุถุชน และอยากหยั่งเชิงว่าจงหยวนยังแข็งแกร่งอยู่ไหม ถ้าไม่ก็จะได้ก่อกบฏ ซึ่งแกนนำในการก่อกบฏก็ไม่ใช่ใคร พ่อนายเอกนี่แหละ (พ่อเป็นกษัตริย์ต้าเย่ว์ แม่เป็นชาวจงหยวน) อิพ่อนี่ก็เกลียดเมียกับลูกที่เป็นคนจงหยวนเหลือเกิน เลี้ยงลูกด้วยลำแข้งมาตั้งแต่เกิด จนนายเอกทนไม่ไหวต้องหนีมาจงหยวนนี่แหละ แต่พ่อก็ยังไม่เลิก ยังส่งคนมาจับตาดูและวางแผนลอบฆ่าลูกตัวเองอีก..

ส่วนตัวชอบเล่ม 3 มากที่สุด 55 เพราะนอกจากจะแปลดี+อ่านลื่นแล้ว ก็ยังหวานมากกด้วย นึกว่าจะไม่มี nc แล้วนะเนี่ย ที่ไหนได้มาออกันอยู่ที่เล่มสุดท้ายนี่เอง จัดเต็มมาก หลายหน้าด้วย55 นายเอกเวลาอยู่กับพระเอกก็จะขี้อ้อน ชอบคลอเคลีย ชอบซุกอกพระเอก ขัดกับภาพลักษณ์อันดับหนึ่งในใต้หล้ามากจ้า..อิอิ

ป.ล.การแปลเฉพาะเล่ม 1-2 มีคำผิดอยู่บ้าง เว้นวรรคแปลกๆ (บางจุดไม่เห็นจำเป็นต้องเว้นวรรคเลยพี่จ๋า) อ่านแล้วบางทีงงๆ เหมือนคำมันไม่เชื่อมไม่ต่อกันอะ และมีคำศัพท์ในยุคปัจจุบันหลุดมา เช่นคำว่า วินาที ธุรกิจ บรรณาธิการ.... 



📍สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VHIc4aJMF