วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อวลกลิ่นละอองรัก


อวลกลิ่นละอองรัก
นิยายเรื่องอวลกลิ่นละอองรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ซูโม่
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
เรือนร้างว่างเปล่าเงียบงัน  กำยานมอดไหม้ไร้ค่าเพียงเถ้าธุลี                                          
ตนหนึ่งคือภูตดอกบัว  ตนหนึ่งคือภูตมัจฉา และอีกคนหนึ่งคือนักปราบปีศาจ 
แม้จะไม่อยากพัวพน แต่กลับต้อมาผูกพัน                                                                            
แม้อยากจะหนีให้ห่าง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากัน                                                         
เพราะในที่สุดแล้วกงล้อแห่งโชคชะตาก็หมุนวนให้พวกเขามาพบกัน                                
นำพาบุญคุณ ความรัก และความแค้นผสานจนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้
สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข                                                            
เฉกเช่นเวลาที่ไม่ย้อนคืน  เฉกเช่นสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ                                                  
เฉกเช่นกำยานที่มอดไหม้แล้วกลายเป็นเถ้าธุลี ....

ความเห็นส่วนตัวหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
อวลกลิ่นละอองรัก นิยายรักละมุนละไม ไม่หวือหวาเร่งรีบ อ่านได้เรื่อยๆ  
เหมือนได้นั่งจิบชาดื่มด่ำกับธรรมชาติสายลมเย็นๆ ไม่มีดราม่าบีบคั้นอารมณ์ ไม่หวานมาก  
ในเรื่องมีตัวละครหลักอยู่ 4 คน มีเหตุผลให้ต้องเดินทางร่วมกัน เพื่อไปช่วยกันตามหาของวิเศษหรือก็คืออาวุธเทพโบราณที่หายสาบสูญไปจากแดนสวรรค์ ในตอนที่แดนสวรรค์กับแดนมารทำสงครามกัน ซึ่งสงครามครั้งนั้นทำให้แดนสวรรค์ต้องสูญเสียเทพดาวจี้ตูกับเที่ยนจี๋จื่อซวีเจาเซิ่งตี้จวิน (ชื่อยาวมากกก สารภาพว่าจำไม่ได้อะต้องกลับไปเปิดอ่านอีกที )
ส่วนแดนมารก็สูญเสียเทพอสูรเสวียนเซียงไป...

นางเอกมีนามว่า เหยียนตั้น เป็นภูตดอกบัว มีนิสัยร่าเริงสดใส มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างพูดช่างเจรจา แม้จะมีฐานะเป็นอนุของเจ้าภูผา อวี๋โม่ แต่ก็ไม่เคยได้ปรนนิบัติรับใช้เลย (เหมือนจะเป็นสาวใช้ซะมากกว่า) แต่เดิมนางเอกเคยเป็นเซียนอยู่บนสวรรค์ แต่มีเหตุให้ต้องลงมาอยู่บนโลกมนุษย์  ...ส่วนพระเอกเป็นภูตปลา เป็นเจ้าภูผาแห่งหุบเขาเหยียหลัน
พี่แกเป็นปลาเชื้อสายโบราณที่หายากมากกก สามารถบินได้สูงกว่ามังกรอีก แต่เพราะปลาสายพันธุ์นี้มีอารมณ์เรื่องอย่างว่าน้อยก็เลยไม่ค่อยมีลูกหลาน...พระเอกนี่เป็นตัวสุดท้ายบนโลกแล้ว ถ้าไม่มีลูกอีกก็สูญพันธุ์แว้ววเด้อ 
¯) 

วันหนึ่งในขณะที่พระเอก-นางเอกกำลังล่องเรือจับคนเล่นกันตามปกติ  ก็มีนักปราบปีศาจบุกมาจัดการกับปีศาจ ทั้งสองคนจึงต้องแยกย้ายกันหนี... แต่นางเอกซวยกว่าเลยโดนนักปราบปีศาจจับตัวไป ส่วนพระเอกนั้นรอดเพราะหนีลงน้ำ 55+.......
ต่อจากนี้จะเป็นการเข้าสู่การผจญภัยเพื่อตามหาอาวุธเทพโบราณกับอดีตของตัวละครหลักๆ ร่วมด้วยนางเอกที่โดนจับตัวไปก่อนเลยต้องจำใจไปกับเขา กับ ถังโจว นักปราบปีศาจที่ต้องการตามหาอาวุธเทพโบราณที่มีชื่อว่า “ยั้งปฐพี” เพราะอยากรู้ว่าผู้หญิงในความฝันที่ตนฝันถึงบ่อยๆ นั้นเป็นใคร  และยังมีเจ้าตำหนักเสินเซียวที่พยายามตามหาอดีตของตัวเองเพราะไม่รู้ว่าตนคือใคร ตบท้ายด้วยพระเอกที่ตามมาช่วยนางเอกทีหลังเลยต้องจับพลัดจับผลูเข้าร่วมกับเขาด้วย...

พอเล่มสองก็จะพูดถึงความหลังของนางเอกตั้งแต่ครั้งเก่าก่อนที่เคยอยู่บนสวรรค์ 
พูดถึงรักแรกของนาง ....จะเป็นไรไหมถ้าจะบอกว่าชอบบทพระรองมากกว่าพระเอกอะ  
คือเราชอบตอนนางเอกอยู่กับพระรองนะ เพราะมันดูสนุกมีชีวิตชีวาดี  
ตอนอยู่กับพระเอกเราว่ามันเอื่อยๆ เฉื่อยๆ ไป ไม่ค่อยตื่นเต้นเลย พระเอกก็ไม่ค่อยรุกนางเอกด้วย แบบว่าก็อยู่ข้างๆ นางไปเรื่อยๆ รอคอยให้นางเอกลืมรักครั้งเก่าไปเอง ....
นี่ขนาดมาเล่ม 2  เล่าถึงเรื่องตอนอยู่บนสวรรค์เราก็ยังชอบพระรองอะ 55+      
นี่มันบทพระเอกไม่ใช่เหรอ..ห๊าาา( っ '๐')づ (ถึงจะรู้ว่าพี่ปลาแกเป็นพระเอกก็เถอะนะ)
เรื่องนี้มันจะรักซึมลึกมากไปแล้ว ซึมลึกไปนะ ลึกมากจนเกือบจะไม่เห็นแล้วเนี่ย 55 .... 
บทพูดพระเอกก็จะน้อยไปไหน  มาเล่ม 2 พี่ปลาก็ยังว่ายไปว่ายมาในบ่ออยู่เลย  ... 
ต้องคอยมานั่งลุ้นว่าเมื่อไรพี่ปลาจะโผล่มา .. มายังอะ 55+
       
จะกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้นางเอกต้องมาอยู่บนโลกมนุษย์   
มันเริ่มมาจากที่นางบังเอิญได้เจอพระรองในตอนที่ถูกส่งไปฝึกฝน พระรองที่ถูกโซ่เหล็กล่ามมัดไว้อยู่บนต้นไม้ ใบหน้าถูกทำลายเสียโฉม ส่วนดวงตาก็มืดบอดมองอะไรไม่เห็น  
นางเอกจึงคอยแวะเวียนมาหามาคุยเล่นเป็นเพื่อน แล้วก็พยายามหาหนทางรักษาดวงตาให้..  แต่โชคร้ายที่พอมองเห็นแล้วเขากลับจำนางไม่ได้ นึกว่าคนที่ช่วยคือฝาแฝดอีกคน
จุกเลยสิทีนี้ แถมในตอนที่นางเอกกำลังถูกคนใส่ร้าย พระรองก็ยังทำท่าเหมือนไม่เชื่ออีก 
ทำให้ใจแต่เดิมที่เจ็บอยู่แล้วมาถึงตอนนี้ก็ยิ่งสลายเลย ...เจ็บมากกกก
นางเอกจึงตัดสินใจกระโดดลงสระมรรคาเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิดเจ็ดชาติ  
แต่นางเอกขอเลือกละทิ้งความเป็นเซียนสละตบะ ก็เลยไม่ต้องตกลงสู่สังสารวัฏอีก .........

ความจริงพระ-นางเคยเจอกันมาก่อนแล้วตั้งแต่อยู่บนสวรรค์ แต่ตอนนั้นนางเอกไม่รู้ว่าร่างจริงของพระเอกคือปลา ส่วนพระเอกในตอนแรกก็เห็นคนเขาเป็นแค่ตัวโง่งม พูดมาก ไม่สวย ในสายตาพี่คนสวยก็ต้องมีเกล็ด(เหมือนปลา) สิ 55+  (3)
จริงๆ เรื่องนี้ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าพระเอกเป็นปลา เราก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอีกคนนะ 55  
เพราะบทพระเอกเหมือนเป็นพระรองอะ (((( ขอโทษเน้อ  (>ω<) )))  
ก็ตอนแรกๆ พระเอกไม่ค่อยโผล่มาอะ มาโผล่อีกทีก็ผ่านเล่ม 1 ไปเยอะและ  
...โดนพระรองแย่งซีนไปและ แถมพระรองก็ยังบทส่งซะจนเราเสียดายแทน ........ 



วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เมืองจันทราดอกไม้ร่วง มหาสมุทรดอกไม้บาน



เมืองจันทราดอกไม้ร่วง  มหาสมุทรดอกไม้บาน

นิยายเรื่องเมืองจันทราดอกไม้ร่วง  มหาสมุทรดอกไม้บาน 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จวินจื่ออี่เจ๋อ

สำนักพิมพ์ อรุณ


คำโปรยหลังปก
หลังเหตุการณ์โจมตีเมืองจันทรา
"ลั่วเวย" องค์หญิงเล็กแห่งชาวซู่เจาต้องหนีตายจากมาตุภูมิที่รัก
ระหว่างความเป็นความตายนางก็ได้รับการช่วยเหลือจากบุรุษปริศนารูปงาม
ผู้ปรากฏตัวทุกครั้งที่นางมีภัยร้าย เขานำทางนางสู่สำนักเทพสมุทร
และที่นั่นนางก็ตัดสินใจฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาเซียน
ไหนเลยจะคิดว่า มหาเทพอิ้นเจ๋อ เจ้าของสำนักเทพสมุทรกับบุรุษปริศนานั้นคือคนคนเดียวกัน !

จากองค์หญิงเล็กผู้สูงศักดิ์ ต้องตกต่ำหนีตาย ปกปิดฐานะของตน
ร่ำเรียนวิชาเซียนเพื่อที่วันหนึ่งนางจะกลับไปกอบกู้บ้านเมือง
การศึกษาวิชาเซียนมิใช่เรื่อง่ายสำหรับภูตวารีพลังเวทจำกัดอย่างนาง
"ท่านอาจารย์" ผู้สูงส่งของนางหรือก็ออกจะหยิ่งยโส โหดร้าย
บ่อยครั้งเพื่อเอาตัวรอด นางจึงต้องทำตัวเหมือนแตงโมเคลือบน้ำมัน ลื่นไหลไปทั่ว
ทว่าวันเวลาผ่านไป นางกลับคอยตามติดท่านอาจารย์ยิ่งกว่าหางเล็กๆ
หรือที่จริงนางชมชอบให้ตัวเองได้รับความเจ็บปวดกันแน่!

ความเห็นส่วนตัวหลังอ่านจบ ... (( อาจมีสปอยล์ )))
เรื่องนี้ตอนที่สำนักพิมพ์ลงตัวอย่างให้อ่านก่อน เราไม่ได้ตามไปอ่านอะ 
เพราะเห็นหลายๆ คนบอกว่าจบเศร้า เราเลยรอหนังสือออกแล้วค่อยไปซื้อมาอ่านทีเดียว 
จะได้เผชิญหน้ากับความเศร้าแบบเต็ม 100 ไปเลย ....55+
แล้วก็เป็นไปตามคาด ความเศร้าเริ่มมาเยือนตอนเล่ม 2 ... 
เล่มแรกยังตลกๆ กับนิสัยของนางเอก  แต่พอเริ่มเล่ม 2 เท่านั้นแหละ ก็เริ่มเห็นเค้าลางและ ...T^T  
แต่เราก็ยังอ่านต่อไป มาถึงขั้นนี้แม้น้ำตาจะไหลเป็นสาย แต่ตาของเราก็ยังเบิกกว้าง  
เราจะไม่กระพริบตา มาเลยความเศร้า <( ̄︶ ̄)/

เมืองจันทราดอกไม้ร่วง มหาสมุทรดอกไม้บาน เป็นเรื่องราวความรักของภูตวารี ลั่วเวย 
องค์หญิงเล็กแห่งเมืองซู่เจา ที่หลงรักมหาเทพอิ้นเจ๋อ ซึ่งเป็นเทพสมุทร  
ในวัยเยาว์นางเอกชะตาชีวิตผกผัน บ้านเกิดเมืองนอนถูกโจมตี 
ผู้คนในดินแดนถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจวารีต้องถูกทำลายล้าง   
ภายในชั่วพริบตานางก็สูญเสียพ่อแม่ แม้แต่บ้านเมืองของตัวเองก็เกือบล่มสลายและถูกคนหักหลัง  
แต่ทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือความเจ็บปวดใดๆ
ก็จะมีบุรุษคนหนึ่งมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเสมอ  เพื่อทำให้นางหายเศร้า
แต่เมื่อนางถามชื่อของเขาหรือถามอะไร เขาก็จะไม่ตอบ  นางเอกก็เลยคิดว่านี่คงเป็นภาพมายา

นางเอกหลบภัยมาจากบ้านเกิด  จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่ที่เขาชิงหงดินแดนเซียน
แล้วได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของพระเอก  เรื่องนี้พระเอกไม่ได้เย็นชาเท่าไร 
คุณพี่ชอบดื่มสุราชมจันทร์แถมยังเจ้าชู้อีกด้วยด้วย 55 เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยแต่ไม่จริงจังกับใครเลย 
1-2 เดือนก็เบื่อ พอเบื่อแล้วก็ให้นางเอกพาไปส่งขึ้นเรือ นางเอกก็ส่งไปพลางคอยปลอบไปพลาง

ตอนที่ได้เป็นศิษย์พระเอก ตอนนั้นนางเอกอายุประมาณ 40 ปี 
ถ้าเทียบกับพระเอกที่อายุเจ็ดพันกว่าปีและเทพเซียนคนอื่นๆ แล้ว นางเอกนี่ถือว่าเด็กมากกก  
นางก็เลยมีนิสัยค่อนข้างจะเด็กๆ หน่อย ชอบพูดจาประจบเอาใจ ซุกซน ปากหวาน 
ชอบบีบนวดทุบไหล่ให้พระเอก 
แล้วนางเอกก็มีพี่ชายบุญธรรมอยู่อีกคนชื่อ ฟู่เฉินจือ’ ซึ่งเป็นเด็กที่พ่อนางเอกเก็บมาเลี้ยง 
จริงๆ เราชอบพี่ชายนางมากกว่าพระเอกอีกนะ เพราะคุณพี่ใส่ใจนางเอกมากๆ 
เป็นคนที่นางเอกอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เข้าใจนางเอกมากที่สุด 
เป็นพระรองที่แบบว่าดีอะ ถึงจะรู้ว่านางเอกเห็นตัวเองเป็นเหมือนญาติสนิทมากกว่าก็ไม่เป็นไร 
ไม่คิดจะทำให้นางเอกอึดอัดลำบากใจหรือทำตัวเหินห่าง 
ชอบตอนที่บอกว่า   
เวยเวย เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไป ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะอยู่ข้างเจ้า 
แม้เจ้าต้องขึ้นครองบัลลังก์ซู่เจาต่อไป ต้องแต่งงาน ก็ล้วนไม่มีผลกับข้าเลยแม้แต่น้อย

ถึงจะแต่งงานไปแล้วก็ไม่เป็นไร ขอเพียงไม่ว่าเจ้าจะชอบใคร ก็ต้องพามาให้พี่ดูด้วยนะ 
ขอเพียงเขาดีกับเจ้า รักเจ้ามากพอ ในฐานะพี่ชายแล้วก็ย่อมต้องดีใจมากกว่าเจ้า 
อวยพรให้เจ้ามีความสุขจากใจจริงอยู่แล้ว   
ดูสิคุณพี่ชายใจกว้างมากเลย ( แอบเชียร์ให้นางเอกมารักพี่ชายเถอะ แบบคุณพี่ชายวางตัวดีอะ 
แถมยังครองพรหมจรรย์รอนางเอกอีกนะ เริดดด 55+)

คือทั้งพระเอก-นางเอก ต่างก็ชอบกัน แต่ยึกๆ ยักๆ ไม่พูดออกมาสักที 

นางเอกก็กลัวเลยอยากคงสถานะแบบศิษย์อาจารย์ไว้ดีกว่า เพราะคิดว่าถ้าเป็นลูกศิษย์ก็จะได้อยู่ข้างกายพระเอกตลอดไป แล้วไหนจะเรื่องอายุที่แสนจะสั้นของนางเองที่ทำให้ตัวนางคิดมาก 
( 300 ปีเลยนะ... พอมาดูตัวเราที่เป็นมนุษยฺ์แล้วมีอายุไม่ถึง 100 ปีนี่ถึงกับพูดไม่ออก (=_=;) )  
ส่วนพระเอกก็ไม่พูด จะรอให้นางเอกพูดออกมาก่อน แต่ในขณะที่ไม่พูดก็ยังไปหึงเขาอีก ......โว๊ะ

ในเมื่อมีสุขแล้วก็ต้องมีทุกข์   นี่ถ้าไม่ได้อ่านตอนพิเศษที่เขียนบรรยายความคิดพระเอก
เราก็คงไม่เข้าใจความคิดของพี่เทพดอกเน้ออ 
แล้วนางเอกก็ไม่ได้อ่านเหมือนเราด้วย 

เพราะฉะนั้นหากนางจะเข้าใจพระเอกผิด แล้วเกลียดพระเอกก็คงไม่แปลกดอก 
คือไม่เข้าใจว่าท่านเทพติสไปเปล่า มีอะไรไม่พูดอะ ( เบื่อจังฮู้ เทพนี่เป็นแบบนี้เหมือนกันหมดเปล่า 
จะได้ไม่หาสามีเป็นเทพ 55)  ชอบคิดเองเออเองสรุปเอง  
สรุปว่าทำอย่างนี้แล้วเธอจะต้องมีความสุข ต้องทำให้เธอมีชีวิตต่อไป แม้เธอจะเข้าใจผิด  
หรือเกลียดตัวเอง ก็ขอแค่ให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อไปก็พอ ...
จริงๆ คุณพี่เทพก็ทำเพื่อนางเอกเยอะมากเลยนะ (หลังจากที่เราได้อ่านตอนพิเศษมา55)
คือนางเอกก็เดาใจพระเอกไม่ถูกเหมือนกัน  คือบางทีพระเอกก็ให้ความหวัง  
ทำให้คิดแต่แป๊บๆ เดี๋ยวก็พูดดับฝันซะอย่างนั้น อย่างตอนที่พระเอกกลายเป็นมารอะ  
ตอนนั้นขนาดนางเอกจำพระเอกไม่ได้แต่นางก็ยังยอมรับได้  แล้วในขณะที่นางเปิดใจยอมรับได้พระเอกก็ดันมาพูดดับฝันซะได้ ...อยากประเคนเขาให้คนอื่นนักเป็นไงล่ะ หึหึ  
ในขณะที่พี่ชายจะเป็นตัวละครที่แบบคงเส้นคงวา  หนักแน่น ...แบบพระรองจริงจริ๊งงง 55+

หลังจากนั้นก็มีเรื่องที่ทำให้พระเอกรู้สึกผิดจนไม่กล้ากลับไปเจอนางเอกอีก
แล้วยังถูกเง็กเซียนฮ่องเต้เพ่งเล็งอยากหาเรื่องกำจัดตัวเองทิ้ง 
รวมถึงยังมีเรื่องที่น้ำกำลังจะหมดโลก ไม่ว่าแม่น้ำสายไหนก็พากันแห้งขอดไปหมด     
แม้แต่เมืองซู่เจาบ้านของนางเอกก็แย่ไปด้วย ส่วนลำน้ำที่อยู่บนสวรรค์ก็กำลังจะแห้งไม่ต่างกัน
และแล้วมหาเทพอิ้นเจ๋อ เทพสมุทรที่ถึงโลกจะไม่มีน้ำ คนอื่นอาจจะอยู่ไม่ได้ แต่เขาก็ยังอยู่ได้  
เขาหาแคร์ไม่ ทำไมเขาต้องสนใจ ...แต่มันก็เปลี่ยนไเมื่อเขารักใครคนหนึ่ง
และมีสิ่งให้อาลัยอาวรณ์ ปรารถนาอยากให้คนผู้นั้นได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ....

เรื่องนี้พี่เทพใจร้ายเหลือเกินทำอะไรไม่ยอมบอก  เลือกที่จะแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว  
ไม่ปริปากสักคำ นางเอกก็มารู้เอาที่หลังตอน....แล้ว  แต่ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่รู้แล้วจะมีความสุขนะ 
แต่ก็แค่ทำให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปได้   พอมาถึงตอนนี้มันก็จะเฉลยว่าบุรุษที่ชอบไปปรากฏตัวเวลานางเอกเศร้านั้นมีที่ไปที่มายังไง (ร้องอีกรอบ T^T )  

สปอยล์สุดๆนะ.....(ไม่อยากรู้อย่าเลื่อนจ้า)
+
+
+
+
+

เรื่องนี้คนเขียนไม่เหลือทางลงให้เราไปจินตนาการต่อเลยอะ  
นี่มันอารายยยย  ... (_)  ลั่วเวยนางเอกเป็นภูตวารีพอหมดอายุขัยก็กลับคืนสู่ลำน้ำลั่ว
ไม่เข้าสู่วัฏจักรสงสาร  อิ้นเจ๋อพระเอกเป็นเทพสมุทร เป็นเทพบรรพกาลพอตายก็กลับคืนสู่โลก
ไม่เข้าสู่วัฏจักรสงสารอีก...อยากให้ไปเวียนว่ายตายเกิดแล้วได้กลับมาเจอกันอีกจัง... เฮ้อ (╯▂╰)



วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ภูตสวาท




ภูตสวาท (เล่มดียวจบ) / ผู้แต่ง : Gongzi  Huanxi
สำนักพิมพ์ ฝู


คำโปรยหลังปก
คงหวา  จ้าวแห่งยมโลกขึ้นมาโลกมนุษย์เพื่อตามหา "ทัณฑ์สวรรค์"
เทพศิตราวุธที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วได้มาพบกับซางโม่ภูตสวาทฝีปากคมเข้าโดยบังเอิญ
ระหว่างใช้วิธีบีบบังคับให้ซางโม่คายที่ซ่อนทัณฑ์สวรรค์  ความรัก
และความชิงชังที่มีต่อตนในอดีตชาติค่อยๆคลี่แผ่ออกมาเบื้องหน้าเขาทีละน้อย
คงหวาเคยจุติเป็นองค์ชายสี่ "ฉู่เจ๋ออวิ๋น"   ส่วนซางโม่เตยเป็นคนสนิทขององค์ชายสี่
การได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งจะนำไปสู่ผลเช่นไร?
ตามทวงบุญคุณหนี้แค้นในอดีต  หรือสานต่อความรักให้ยืดยาว?
ความรักและความแค้นถูกปั่นป่วนขึ้นอีกครา
ใครช่วยให้ใครสมปรารถนา?   และใครทำลายใคร?

ความเห็นส่วนตัวหลังอ่านจบ ... (( อาจมีสปอยล์ )))
เราอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ไปจบตอนตี 3 กว่าๆ  หนังสือเล่มเดียวจบ เล่มไม่หนามาก
แต่ช่วงที่อ่านก็จะหน่วงๆ ไปเรื่อยแม้จะยังไม่สุด  แต่ก็มีน้ำตาซึมบ้าง
T^T 
(แต่บางคนอาจจะเฉยๆก็ได้นะ
)
 

นายเอกของเรามีนามว่า ซางโม่ ก็ตามชื่อเรื่องเลยคือเป็นภูตสวาท     
ส่วนพระเอกเป็นพญายมแห่งดินแดนยมโลกที่ปราศจากรัก ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก     
ทำไมทั้งสองคนถึงมาเกี่ยวข้องกันได้ ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 300 ปีก่อน ที่พระเอกลงมาเกิดเป็นมนุษย์และเป็นองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ฉู่  ส่วนนายเอกก็เป็นคนสนิทของพระเอก 
ในวัยเด็กทั้งสองคนเป็นลูกที่ถูกพ่อทอดทิ้งครอบครัวไม่เหลียวแลเหมือนกัน
ทั้งสองคนคอยจึงได้ดูแลกันและช่วยประคับประคองกันเรื่อยมา 

จนกระทั่งเมื่อโตขึ้นเมื่อสิ่งที่พระเอกอยากได้คือบัลลังก์  นายเอกก็ยอมช่วยเหลือ 
ทำตามที่พระเอกบอกทุกอย่าง ไม่ว่าวิธีการจะต่ำทราม โหดร้ายแค่ไหน
โดนคนประณามสาปแช่งให้ไม่ตายดียังไงก็ทำ 
บอกได้เลยว่านายเอกกับพระเอกในชาติที่แล้วนี่ไม่ใช่คนดีเลยจริงๆ 
มีคนมากมายที่ต้องตายและได้รับผลกระทบจากการกระทำของทั้งสองคนนี้  
แถมยัง
มีเล่ห์เหลี่ยมด้วยกันทั้งคู่ไม่มีใครด้อยกว่าใคร  
เรียกได้ว่าทันกันตลอด

นายเอกทำไปก็เพราะรักพระเอก  ส่วนพระเอกก็ทำไปเพราะรักเหมือนกัน
แต่ไม่ใช่เพราะรักนายเอกนะ ....T^T
เรื่องนี้ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความรักของพระเอก-นายเอก  แต่ยังมีคู่รักคู่อื่นๆ ด้วยอีกหลายคู่ 

แล้วก็เรียกน้ำตาได้ไม่แพ้กัน   มีคู่ที่อีกฝ่ายให้คำสาบานว่าจะไม่ทรยศ..แต่สุดท้ายก็ทรยศ   
มีความรักระหว่างแม่กับลูก  แม่ชราที่เฝ้ารอลูกชายให้มารับกลับบ้าน..แต่สุดท้ายก็ไม่เคยมา  
หรือจะเป็นคู่ที่รักเขาข้างเดียว แม้กระทั่งตัวเองตายไปแล้วก็ยังไม่ยอมไปเกิดใหม่  
กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนถึง 300 ปี เพื่อขอแค่ได้เจอกับอีกฝ่ายที่กลับชาติไปเกิดใหม่แล้ว
( คู่นี้หักมุมทำเอาเราน้ำตาซึมหน่อยๆ อะ
T^T … ฮือๆ คุณหลอกดาว  ))

เรารู้สึกว่าทุกตัวละครในเรื่องต่างก็น่าสงสารหมด  ถึงชาติที่แล้วนายเอกจะเลวมากกกก 
แต่เราก็เกลียดไม่ลงจริงๆ ( เกลียดพระเอกชาติที่แล้วมากกว่า 55+ )
เพราะพออ่านไปจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว พื้นฐานนิสัยของนายเอกน่ะเป็นคนดีนะ  
ถึงสาเหตุที่ทำเลวจะมาจากพระเอกแต่มันก็แค่ส่วนหนึ่ง 
เพราะยังไงนายเอกก็เป็นคนตัดสินใจเอง จะไปโทษพระเอกหมดเลยก็คงไม่ได้  เพราะรักเขามากเกินไป  
จนสุดท้ายก็เป็นการทำร้ายทั้งตัวเองและคนรอบข้าง  .....

ชีวิตนายเอกน่าจะมีความสุขแค่ตอนวัยเด็กที่ได้เจอกับพระเอกแล้วอยู่ด้วยกัน 
พอโตมาก็เริ่มเข้าสู่วังวนของการปูทางกำจัดคนที่ขวางทางในการครองบัลลังก์ให้พระเอก  
แล้วที่มันพีค...คือทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองทำลงไป  ที่ทุ่มเทจนเกือบตายไปเนี่ย
สุดท้ายพระเอกมันกลับเอาไปยกให้คนอื่นง่ายๆ เลยนะ ...  

มีข้าศึกมาตีเมืองพี่แกก็อาสายกทัพไปออกรบ คอยสรรหาของวิเศษมาเอาใจ... 
แต่กับนายเอกนี่ ขนาดตอนโดนจับเข้าคุกแล้วทรมานข้อหาลอบวางยา
พระเอกมันยังมาบอกนายเอกในคุกว่าให้หาทางช่วยคนรักพี่แกเลย
นายเอกก็บอกว่าช่วยไม่ได้หรอก ไม่ใช่เซียน  

พี่แกยังมาบอกว่างั้นก็ไปหาเซียนสิ ... ดูๆ เจ็บจนจะตายอยู่แล้ว ไหนร่างกายจะโดนโบย
โดนทรมาทรกรรมยังต้องมาเจ็บที่ใจอีก ... 

พอนายเอกตายแล้วกลายมาเป็นภูตสวาท ( ที่นายเอกมาเป็นภูตสวาทนี่ก็มีสาเหตนะต้องลองไปอ่านจ้า <(︶ ̄)/ )   ช่วงเวลา 300 ปีที่เป็นภูตสวาท  
นายเอกก็พยายามไถ่บาปชดใช้ความผิดให้กับคนที่ตัวเองติดค้างอยู่ตลอด 
แม้เรื่องนั้นจะไม่มีใครจำได้แล้วแต่นายเอกกลับจำได้ ไม่ยอมลืม ...

คือเรื่องนี้นายเอกโดนทำร้ายร่างกายโดนทรมานเยอะจริงๆ  แต่ละครั้งก็โหดๆ ทั้งนั้น 
จนแอบคิดว่าพระเอกเรื่องนี้นี่มันสบายจริงๆ ไม่เห็นโดนอะไรเลย 55+ 
ถึงตอนจบจะโดนบ้างแต่เราว่ามันก็ยังน้อยไปนะ หึหึ

 **  ชอบฉากที่ซางโม่หรือนายเอก เก็บเศษกระดาษเงินกระดาษทองที่คนอื่นเผาแล้วเอามาเผาให้ตัวเอง  ..ฉากนี้ทำให้เรารู้สึกว่าชาติที่แล้วนายเอกนี่ทำเลวมากขนาดไหน  
ต้องโดดเดี่ยวขนาดไหน 
ขนาดตายไปแล้วก็ยังไม่มีใครมาเผากระดาษให้เลย
ไม่มีใครนึกถึงตัวเอง 
แถมพระเอกพอมาเจอกันใหม่ก็ยังจำนายเอกไม่ได้อีก..เจ็บปวดดด


วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

หนึ่งบุปผากลางใจ



หนึ่งบุปผากลางใจ (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : อวี๋ฉิง

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


คำโปรยหลังปกหนังสือ
สามสกุล ‘จี’ ‘หลิน’ ‘เฟิ่ง’ ผูกพันเกี่ยวเนื่องกันมาแต่อดีตกาล ดังนั้นจึงรวมตัวกันเป็น ‘
วงศ์ตระกูลใหญ่’ นำเด็กน้อยจากสามสกุลมาเลี้ยงดู เพื่อหาหนทางที่ใช่ตั้งแต่วัยเยาว์ 
ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าไปสร้างอนาคตและความสำเร็จอยู่ในสกุลที่ตรงกับหนทางซึ่งสมควรเลือกเดิน
 
เขากลายเป็น ‘หลินหมิงหย่วน’ ขุนนางหนุ่มผู้หล่อเหลา ความสามารถโดดเด่น 

หมั้นหมายกับบุตรีขุนนางใหญ่ อนาคตรุ่งโรจน์ หากแล้วทุกอย่างกลับพังพินาศลงในพริบตา 
กลายเป็นนักโทษประหาร ต่ำต้อยกว่าเศษดิน
 
นางกลายเป็น ‘จีเหลียนเหลียน’ นักพรตหญิงน้อย มีชีวิตเรียบง่ายอย่างที่สุด 
ใช้ชีวิตอย่างเข้มงวดเพื่อปกปิดความลับสำคัญ
 
ทั้งคู่กลับมาเจอกันในวันประหารชีวิตของเขา เพียงประโยคแรกพบหน้าหลังจากจากกันแสนนาน 
“ท่านจริงๆ ด้วยสิ...หลินหมิงหย่วน? ชื่อหลินหมิงหย่วนใช่หรือไม่” 
หลังจากนั้นวงล้อแห่งโชคชะตาก็หมุนพาให้ชีวิตของเขาและนางไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป...

ความเห็นส่วนตัวหลังอ่านจบ ... (( อาจมีสปอยล์ )))
           เป็นผลงานเล่มแรกของอวี๋ฉิงที่เราได้อ่าน แล้วหลังจากนั้นก็ตามเก็บผลงานของนักเขียนท่านนี้มาเรื่อยๆ  เราชอบนิสัยของพระเอกเรื่องนี้น่ะ  เป็นคนที่ทำผิดก็คือผิด ก็ยอมรับ 
ไม่มีการหาข้ออ้างหรือคำแก้ตัวใดๆ มาลดความผิด ไม่มีเรื่องทำนองที่ว่าเจ้าฆ่าพ่อข้า 
ฆ่าล้างตระกูลข้า ข้าเลยมาแก้แค้น หรือโทษนู่นโทษนี่ไปเรื่อย 
แต่นี่คือแม้รู้ว่าทางที่เลือกมันผิด แต่ก็ยังตั้งใจเลือกเส้นทางนี้อะ  
แล้วถ้าย้อนกลับไปได้ใหม่ ก็ยังคงเลือกเส้นทางนี้เหมือนเดิมอยู่ดี ...เออ แบบนี้ก็มีเน้อ
เห็นมีแต่ถ้ากลับไปเลือกใหม่ได้ ข้าก็จะไม่ทำแบบนี้อีกเด็ดขาด 55+

หลินหมิงหย่วน “ กับ “จีเหลียนเหลียน “  พระเอก – นางเอกในเรื่อง 
ต่างเป็นเด็กกำพร้าด้วยกันทั้งคู่  พระเอกเป็นคนฉลาด  รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา 
สติปัญญาดีกว่าใครๆ ในหมู่เด็กกำพร้า จึงได้ตัดสินใจเข้าบ้านสกุลหลินเพื่อเป้าหมายการเป็นขุนนางในอนาคต   ส่วนนางเอกนั้นตรงกันข้ามกับพระเอกแทบทุกอย่าง       
รูปร่างหน้าตาหรือ? ก็ธรรมดาไม่โดดเด่นอะไร  สติปัญญาก็ธรรมดาติดไปทางโง่หน่อยๆ ด้วยซ้ำ 
( เดี๋ยวในหนังสือจะมีบอกว่าทำไม ) และตัวนางเอกเองก็มีความลับบางอย่างที่บอกใครไม่ได้  
ไม่อยากให้คนอื่นรู้เลยเลือกที่จะโดดเรียน ทำตัวเกเรขี้เกียจสันหลังยาว 
ให้ใครๆ มองว่านางเป็นคนโง่ซะยังดีเสียกว่าให้ทุกคนรู้ความลับของนาง   
โดยเฉพาะหลินหมิงหย่วน...เขาก็คือคนที่นางไม่อยากให้รู้มากที่สุด ~()~  

เส้นทางต่างกันนางเอกเลือกเข้าสำนักชิงเหมินแห่งยุทธภพ 
ส่วนพระเอกก็กลายเป็นขุนนางรุ่นใหม่ไฟแรงมีคู่หมั้นคู่หมายเรียบร้อย  
แต่ก็อย่างที่บอกอ่ะว่าพระเอกแกเลือกทางผิด รู้แต่ก็ยังเลือก 
พอเป็นขุนนางก็โกงกินหาวิธีรวยทางลัด ก็เลยโดนจับ 
พอไปขอให้พ่อตาช่วยเขาก็ไม่ช่วย แถมยังโดนตีจนขาหักกลับมาอีก ... 

พระเอกเรื่องนี้ตอนแรกเลยทำอะไรเองไม่ค่อยได้ เพราะเดินไม่ได้ต้องให้นางเอกแบกขึ้นหลังตลอด  นางเอกก็ถึกอึดจริงๆ  แบกขึ้นเขาลงห้วยไม่บ่นสักคำ  
จริงๆ พระเอกก็สงสารนางนะแต่ความเห็นแก่ตัวมันมีมากกว่า เพราะงั้นเลยไม่มีคำพูดทำนองที่ว่า 
พอเถอะ ทิ้งข้าไว้ก็ได้ ... ไม่ต้องแบกข้าแล้ว...’  คำพูดอะไรแบบนี้ไม่มีเน้อ  
ก็ถ้านางเอกไม่ช่วย ในโลกนี้ก็ไม่มีใครช่วยพี่แกแล้วแหละ ... (‵▽′)

แล้วถึงจะเป็นบัณฑิตอ่อนแอไม่เป็นวรยุทธ์ แต่อย่าได้คิดว่าพี่แกจะปกป้องนางเอกไม่ได้นะ  
ขาโหดนะเออ  ถึงจะเดินขาเป๋แต่ก็ฆ่าคนได้แบบตาไม่กระพริบเลย  
พวกตัวร้ายๆ ในเรื่องนี่พี่แกจัดการหมดนะจ๊ะ ...ส่วนนางเอกก็เป็นคนมองโลกในแง่ดี สบายๆ 
ม่คิดมาก แค่หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในสำนักชิงเหมินตลอดไปโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ความลับของตนก็พอ  ไม่ได้คิดจะรั้งพระเอกให้อยู่ด้วย เพราะรู้นิสัยพี่แกดีว่าเป็นคนทะเยอทะยาน 
จริงๆ พระเอกก็หวังให้นางพูดอะไรสักอย่างเพื่อรั้งตนไว้แหละ แต่ก็ปากหนักไม่ยอมพูด 
คืนสุดท้ายก่อนจากเพราะความที่ปากไม่ตรงกับใจเลยทะเลาะกับนางเอกอีก ... ((( เฮ้อออ พ่อหลินหมิงหย่วนของบ่าว  พ่อคนปากร้าย  (*)   ))  ...
กว่าจะมาสารภาพความในใจก็ตอนที่นางเอกเกือบได้ไปโลกหน้าแล้วนู่น ในที่สุดก็ตัดสินใจได้สักที
ดีนะที่คราวนี้พี่แกไม่เลือกทางผิดอีก (( แต่ก็เกือบและ ...อีกนิดจะไปและ )  

เรื่องนี้ดำเนินเรื่องเรียบง่ายดี  เรื่อยๆ ไม่หวือหวา  ไม่มีฉาก18+  
พระ-นางแอบชอบกันมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร 
ก็ยังเด็กอะเนาะ ( ^^)(^^ ) ...แต่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราชอบนะ 
ทำให้ไปหาเก็บผลงานของนักเขียนท่านนี้มาอีกหลายเรื่องเลย

 “ ข้ากำลังบอกความในใจ ..... เจ้าไม่อยากฟังหรือ 
ที่แท้แล้วจีเหลียนเหลียนที่ข้ารู้จักเป็นคนโง่อย่างนั้นหรือ  
แต่เอาเข้าจริง .. เอาเข้าจริง ..ข้าก็แอบโล่งอกอยู่ในใจที่เจ้าไม่ได้รังเกียจว่าข้าขาเป๋  
ชาติกำเนิดของข้าสู้เจ้าไม่ได้อยู่แล้ว   ตอนนี้ยังมาอยู่ในสภาพนี้  
ขาซ้ายเดินกะเผลก   ซ้ำยังเป็นเดนมนุษย์ในสายตาเจ้า 
...หากเจ้าไม่รู้หนังสือจริงๆ ก็ไม่ได้ดีกว่าข้าเท่าไร 
.. นี่แหล่ะความคิดของหลินหมิงหย่วนที่คิดถึงแต่ตัวเอง ........  “



วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อสุรากับยาใจ


รีวิวอสุรากับยาใจ

นิยายอสุรากับยาใจ 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เยว่เชี่ยจิงหู

สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
ธรรมดาแล้ว ...
หากถูกจอมมารจับตัวไปชีวิตจะต้องรันทด โดนรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ข้า ... กลับไม่เป็นเช่นนั้น

พรสวรรค์ด้านการทำอาหารของนางชักชวนแต่เรื่องร้ายๆให้มาเคาะประตูบ้าน
ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ ชักชวนให้ดาวมฤตยูอย่างชวนจิ่งอวี้... ประมุขพรรคอสูรอันเลื่องชื่อ
ให้ตรงดิ่งมาหานางถึงที่   ในที่สุดนางก็ถูกซื้อไปเป็นแม่ครัวประจำตัวของบุรุษที่เอาใจยากที่สุดในใต้หล้า
นี่คือเรื่องราวของอสูรผู้ผ่ายผอมราวกับไม้ฟืน  โหดเหี้ยมและเลือกกินเป็นที่สุด
กับหญิงงามผิวบางผู้มีพรสวรรค์ในการล่อหลอกเป็นเลิศ

เขากินหนึ่งคำ นางรอดชีวิตไปอีกหนึ่งวัน
เช่นนั้นก็กินให้มากสักหน่อยเถิด กินให้อ้วนท้วนไปเลย!


ความเห็นส่วนตัวหลังอ่านจบ ... (( อาจมีสปอยล์ )))
รีวิวเรื่องที่สอง เป็นเรื่องที่อ่านต่อจากเรื่องนิยายรักอลเวง  
ขอบอกก่อนว่าเราเริ่มมาอ่านนิยายจีนเมื่อต้นปีที่แล้วนี้เอง เลยได้รู้จักเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว
ตอนที่ในเฟสของสำนักพิมพ์เอาคำนำของเรื่องนี้มาลงให้อ่านสั้นๆ 
ตอนนั้นจำได้แต่รูปนี้ .. ....


...แล้วก็ผ่านมาเรื่อยๆ  จนกระทั่งทางสำนักพิมพ์ลงตัวอย่างให้อ่านก่อนในเว็บ 
จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงต้นๆเดือนมีนาคม พออ่านแล้วติดมาก...ค้างมาก กด F5 รัวๆถึงตี 1-2 เลย 
แม้สุดท้ายเราจะลงแดงเพราะต้องรอหนังสือออกแต่เราก็ยังอ่านต่อไป 55+     
แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต้องเสียเงินจองหนังสือก่อนด้วย แต่ทางสำนักพิมพ์จะวางขายที่ร้านนายอินทร์พร้อมกันทั่วประเทศ ... ก่อนหนังสือออก 3-4 วันคาดว่าช่วงนั้นร้านนายอินทร์หลายๆ สาขาน่าจะมีคนโทรศัพท์ไปถามกันถล่มทลายนะ 55+

อสุรากับยาใจเป็นเรื่องที่นางเอกประสบอุบัติเหตุแล้วย้อนเวลาไปอยู่ในร่างของ หลัวซี 
หญิงสาวแสนงามชะตาอาภัพเพราะต้องเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก 
พอพ่อแต่งงานมีแม่ใหม่ก็โดนแม่เลี้ยงกลั่นแกล้งต่างๆ นานา  
ในขณะที่กำลังเดินทางอพยพเด็กหญิงหลัวซีที่น่าสงสารก็ทนหิวไม่ไหว
เลยต้องไปเก็บดอกไม้มากินประทังชีวิต..และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของโฉมงามกับเจ้าชายอสูร หึหึ  
( หัวเราะแบบมีเลศนัย  \(︶ ̄)/ )

ต่อมาไม่นานเด็กหญิงหลัวซีก็ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายให้ “ สวนร้อยบุปผา”  
แหล่งซื้อขายหญิงสาวให้ไปเป็นภรรยาน้อย  หลัวซีที่มีร่างกายและหน้าตางดงามกว่าผู้ใด
จึงถูกตั้งใจปั้นให้เป็น “ ราชินีแห่งมวลบุปผา ”  แถมดอกอวี้หลันที่นางเอกกินเข้าไปนั้นก็ทำให้ร่างกายมีกลิ่นของดอกอวี้หลันติดตัว  ผิวกายขาวนุ่มเหมือนเกล็ดหิมะ  ขาวกระจ่างใสราวกับหยก 
ยิ่งโตก็ยิ่งงามหลายๆ แต่ทว่าผิวกายกลับบอบบางยิ่งกว่าผิวของทารก จับนิดแรงหน่อยก็เป็นรอยฟกช้ำ ยิ่งถ้าเป็นแผลเลือดออกเลือดก็จะไหลไม่หยุด นางเอกจึงต้องทำความดีเพื่อเป็นค่าตอบแทนความงามจากดอกอวี้หลัน เพื่อแลกกับการที่ไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดเจียนตายไปเสียก่อน

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือร้ายที่นางถูกขายให้กับพระเอก “ ชวนจิ่งอวี้”  
ท่านจอมมารประมุขแห่งพรรคจูเหว่ยอี้  ท่านจอมมารอินโนเซ้นท์ที่ไม่เคยให้หญิงใดเคียงกาย
หรือใครเข้าใกล้  ไม่เข้าใจเรื่องระหว่างชายหญิง   (เหมือนที่นางเอกเคยคิดว่าพระเอกที่ผ่านมานี่ใช้ชีวิตอยู่ยังไง ขุดหนอนกินอยู่ในถ้ำหรือเปล่า!! (;_) )   พอไม่พอใจอารมณ์บูดก็ชักสีหน้าแล้วฆ่าโลด   ท่านจอมมารที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาตามหายารักษาพิษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  
เพราะพิษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดจึงทำให้ท่านจอมมารกินแทบไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ 
ประสาทจะแตกรอนๆ  ตอนแรกพระเอกจึงผอมมากกกเหมือนโครงกระดูกเดินได้
เพราะคุณพี่กินอะไรแทบไม่ได้เลย  แถมยังนอนไม่หลับอีกสภาพแบบไม่ไหวแว้วจริงๆ(´Д)

แต่คงเป็นความโชคดีของคุณพี่ที่ถึงมาเที่ยวนี้จะไม่เจอยาแก้พิษ
แต่ก็ได้ยาใจกลับไปรักษาแทนนะจ๊ะ..นางเอกที่มีฝีมือทำครัวจึงต้องรับหน้าที่เป็นทั้งแม่ครัวและสาวใช้ของท่านจอมมารไปโดยปริยาย  ผู้ติดตามทั้งหลายที่เดินทางมาด้วยล้วนเป็นบุรุษก็ตีปีกพั่บๆ ดีใจที่มีคนมารับหน้าที่แทนแล้วโว้ยยยย
เพราะสรรพคุณอันล้ำเลิศยิ่งกว่ายาวิเศษของดอกอวี้หลันที่ผสมให้ท่านจอมมารผู้เลือกกิน 
ไม่พอใจก็คว่ำโต๊ะกินข้าวนั่นเอง  จึงทำให้ท่านจอมมารเริ่มมีเนื้อมีหนัง ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง
แก้มที่ตอบ ใต้ตาที่คล้ำเพราะนอนไม่หลับก็หมดไป  กลายเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ สูง+เท่ห์  
ทำเอาแต่เดิมที่ใครๆ เห็นแล้วนึกว่าเป็นโครงกระดูกเดินได้ตอนนี้ก็ต้องเหลียวหลังมองกันเป็นแถว  

ความรักเป็นแบบค่อยค่อยไป ถึงตอนแรกที่พระเอกเจอนางเอกแล้วจะตะลึงในความงามก็เถอะ 
แต่ก็ยังไม่ได้รัก เหมือนสนใจอยากรู้อยากเห็นอยากลองแต่ยังไม่ได้รัก  
ส่วนนางเอกตอนแรกก็กลัวอย่างเดียว ยิ่งพระเอกเอาใจยากอยู่ด้วย ไม่พอใจก็ชักสีหน้า 
มีอะไรก็ไม่พูด พูดไม่เกิน 3 คำ  ....ต้องให้นางคอยทายปริศนาเดาใจตลอด นิสัยเหมือนเด็ก ขี้หวง
อยากให้นางเอกสนใจตัวเองคนเดียวเท่านั้น  
เพราะงั้นเวลาพระเอกเริ่มไม่พอใจ อารมณ์ไม่ดี
เพื่อความปลอดภัยของเหล่ามวลมนุษยชาติ 55+
นางเอกก็จะรีบวิ่งไปทุบหลังนวดไหล่ให้ และคอยเอาใจอยู่ข้างๆ พี่แกทันที ...

เรื่องนี้ไม่มีพระรอง นางร้ายก็ไม่รู้เรียกว่านางร้ายได้ไหมเพราะบทน้อย ออกมา 2-3 ตอนเอง...
มาสร้างสีสันให้นางเอกรู้ใจตัวเองมากขึ้นแล้วก็หวงพระเอกเล็กๆ น้อย ๆ … 
เล่ม 2 เป็นเล่มที่ฟินๆ กับพระ-นาง เพราะมีบทอยู่ด้วยกันเยอะหวานแยะ 
ยิ่งฉากที่พระเอกให้ของแทนใจนางเอกยิ่งฟิน  แบบว่าสุดท้ายท่านจอมมารก็รักใครเป็นแล้วสินะ 
(จริงๆ ก็รักนางเอกคนเดียวนั่นแหละ ลูกยังรักไม่เท่าเลย 55+ )  ถึงจะไม่ได้พูดว่าข้ารักเจ้า  
แต่สำหรับท่านจอมมารผู้แสนอินโนเซ้นท์ ที่อาศัยอยู่ในถ้ำมาตลอดแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

เล่ม 3 รวบรับกระชับฉับไวจริงๆ  ภาษาแปลกะทัดรัดติดสมัยใหม่ไปนิสส  
( สำหรับเราอ่านแล้วมันสะดุดนิสๆ ไม่ค่อยละมุนละไมเท่าไร (◇≦) )    
มีฉากเศร้าตอนต้นๆ ที่หลัวซีถูกโยนออกจากบ้านท่านจอมมาร ..พอให้คนอ่านได้เจ็บนิดๆ   
.... สุดท้ายจะเป็นยังไงไปหาอ่านกันโลด .... ..

**  อีกนิด  ฉากใกล้จบที่ผู้เฒ่าเก่อใส่ไฟนางเอกเรื่องท่านจอมมารนี่  
เราว่าจริงๆ ผู้เฒ่าเก่อแกก็จงรักภักดีกับท่านจอมมารนะ  ทว่าสิ่งที่แกจงรักภักดีไม่บิดพริ้วมากที่สุดคงจะเป็นคำสั่งเสียของประมุขรุ่นก่อนๆ ที่ว่าท่านจอมมารต้องมีทายาทไว้สืบทอดพรรค  
เพราะงั้นพอท่านจอมมารมีทายาทปุ๊บ โปรโมชั่นก็หมดปั๊บ  ...หันไปดูแลเทคแคร์ ปลูกฝังความคิดให้ลูกท่านจอมมารทันที  ...เป้ยเป้ยที่มีสัญชาตญาณของเผ่าพันธุ์เดิมอยู่แล้ว เลยยิ่งไม่ได้นิสัยของพ่อกับแม่ไปเข้าใหญ่เลย  แต่กว่าจะรู้ค่าก็โน่นนนน ....เหงาไหมล่ะลูก ¯)

** มีตอนพิเศษ 4 ตอน  ถึงจะอึ้งๆ กับท่านจอมมารคนใหม่ไปบ้างแต่ก็พอไหวน๊า  
ก็จบดีล่ะนะสำหรับเราเพราะไม่อยากให้จบเศร้าอยู่แล้ว  (((ชีวิตจริงบางทีมันก็เจอเรื่องเศร้า+เครียดพออยู่แล้ว ก็อยากอ่านอะไรที่มันสุขๆอ่ะนะ  ถ้าจบเศร้ามากนี่จะยิ่งเครียดว่าเดิม  
แบบหนังสือจบแต่คนไม่จบอ่ะ55+ ))   ชีวิตของพระเอกถึงจะอยู่เหนือกว่าผู้คนในใต้หล้า 
มีวรยุทธ์สูงส่งกว่าใครๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแทบตายทั้งเป็น   
นางเอกจึงเป็นเหมือนแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของพระเอก  
นางเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งเมีย เป็นทั้งเพื่อนและเป็นสาวใช้ส่วนตัว เป็นได้หมด (แต่ห้ามเป็นผู้ชายนะ)   
ดังนั้นตอนที่พระเอกสูญเสียนางเอกไป มันเลยเหมือนโลกทั้งใบถูกทำลายลง ..........     

ปล. ชอบแบบไหนก็ไปหาอ่านกันเอาเน้อ สำหรับเราก็ชอบอะรอมานาน 55+ .  
 ...อ่านรีวิวเอามันส์พอน๊า ......  ขอบคุณจ้า