วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

ท่านอ๋อง .. ข้าอยากเป็นศรีภรรยา 3 เล่มจบ


ท่านอ๋อง .. ข้าอยากเป็นศรีภรรยา เล่ม 3 (เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Wu Shi Yi
ผู้แปล : เหมยสี่ฤดู
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก

ซู่อ๋องถูกคนวางยาปลุกกำหนัด  ต้องการสตรีมาดับไฟปรารถนา
แล้วอาหนานจะยอมให้สตรีอื่นมาแตะต้องสามีของตนได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้แม้จะท้องแก่ก็ยังม้วนแขนเสื้อขึ้นอย่างกล้าหาญ
" พวกเจ้าหลีกไปให้หมด ข้าจัดการเอง ! "

ค่ำคืนที่ชวน อกสั่นขวัญผวา ผ่านพ้นไป แม้ซู่อ๋องได้ปลดปล่อยไฟปรารถนาแล้ว
แต่เพลิงโทสะกลับโหมขึ้นแทน  เขาพูดกับอาหนานที่เพิ่งตื่นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
" ข้าไม่มีทางไปหาสตรีอื่น "

อาหนานเบ้ปาก " ใครจะไปรู้ว่ายานั่นมีฤทธิ์รุนแรงเพียงใด เฮอะ คนอะไรไม่เห็นความดีผู้อื่น
หากรู้แต่แรกข้าไม่ไปดีกว่า  ให้พวกเขาหาสตรีอื่นมาให้ท่านก็ดี "

ซู่อ๋องบีบคางอาหนาน  พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแข็งกร้าว 
" ต่อให้ข้าลงนรกก็จะลากเจ้าไปด้วย ดังนั้นอย่าคิดที่จะผลักไสข้าไปให้ใครทั้งนั้น "

อาหนานถูกเขากระตุ้นโทสะเช่นกัน กัดฟันตอบว่า 
" ข้าไม่มีทางผลักไสท่านให้ใครทั้งนั้น ท่านเป็นของข้า "

จู่ๆอาหนานก็รู้สึกว่าพวกเขาสองคนที่ประจันหน้ากันอยู่ทั้งไร้เดียงสาและน่าหัวเราะ
ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกิน  ถึงได้พบกับเขาท่ามกลางผู้คนมากมาย ...

รีวิวท่านอ๋อง .. ข้าอยากเป็นศรีภรรยา เล่ม 1
http://marynlinsbook.blogspot.com/2017/10/1.html
รีวิวท่านอ๋อง .. ข้าอยากเป็นศรีภรรยา เล่ม 2
http://marynlinsbook.blogspot.com/2017/12/2.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
เล่มนี้ไม่ค่อยมีอะไรเล๊ย อุปสรรคอะไรก็แทบไม่มีเลยจริงๆ อ่านเอาฟินอย่างเดียว 55+ ...
เหมือนกำลังอ่านบันทึกชีวิตประจำวันของนางเอกกับครอบครัว  อยากจะตั้งชื่อเรื่องให้ใหม่เหลือเกินเป็น ’ ชีวิตประจำวันของอาหนานก็เรื่อยๆ แบบนี้แหละจ้ะ   (〇´∀`〇) 

ต่อจากเล่ม 2 ที่นางเอกตั้งท้อง พอมาถึงเล่มนี้ก็ต้องคลอดสินะ   
แต่เพราะเด็กตัวใหญ่เกินไปก็เลยคลอดยาก แถมจะผ่าออกก็ไม่ได้อีก  
นางเอกจึงได้แต่กัดฟันทนเบ่งด้วยความเจ็บปวด (มากกกก)  
พระเอกก็สงสารเมียมากๆ ๆ ๆ เช่นกัน  ถึงขนาดจะไม่ให้นางเอกตั้งท้องอีกแล้ว  
มีลูกแค่คนเดียวก็พอไม่เอาคนที่สองแล้ว  เห็นเมียต้องมาทรมานแบบนี้ใจพี่แกจะขาดรอนๆ 55+

แต่นางเอกก็ยังอยากมีลูกอีกคน  เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องมารับภาระหรือแบกรับแรงกดดันที่มากมายจนเกินไปตั้งแต่ยังเล็ก  เพราะเมื่อพระเอกไม่อยากให้เมียตั้งท้องอีก  
พี่แกก็เลยอบรมเลี้ยงดูลูกด้วยความเข้มงวด  ให้ลูกพึ่งพาตัวเองไม่ให้ติดแม่ (เพราะแม่คนนี้พี่แกติดได้คนเดียว ถึงจะเป็นลูกก็ห้าม 55+ )  
ลูกสาวที่เดิมทีก็เกิดมาหน้าตาเหมือนพ่อมากอยู่แล้ว พอถูกเลี้ยงดูสั่งสอนแบบนี้ก็ยิ่งกลายเป็นเด็กที่สงบเสงี่ยมเคร่งขรึม และเย็นชาเหมือนพระเอกไปเลย กลายเป็นซู่อ๋องเบอร์สองที่ทำให้คนอยากหลั่งน้ำตาและวิ่งหนีไปไกลๆ ( ̄  ̄|||) .. 55+ (มีรังสีกดดันคนได้ตั้งแต่เด็กๆ เลยนะเออ)

เล่มนี้มันเรื่อยๆ จริงๆ นะ  ตัวรงตัวร้ายอะไรที่เคยโผล่ออกมาก่อนหน้านี้ หรือที่เราเคยคิดว่าน่าจะมีบทเพิ่มในเล่มสามนี่ก็ไม่มีแล้ว  ก็โดนเก็บโดนจัดการไปแบบง่ายๆ เลย  
จะมีก็แต่ลูกพี่ลูกน้องของนางเอกในเล่มแรก ที่โผล่ออกมาแล้วก็พอจะมีเรื่องให้ตื่นเต้นได้บ้าง  
แม้สุดท้ายจะโดนพระเอกจัดการไปตามระเบียบก็เถอะ ...... ( ̄  ̄|||)
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของนางเอกนั่นแหละนะ  เอาตั้งแต่ตื่นแล้วกินอะไร  
วันนี้ไปไหนทำอะไรบ้าง เลี้ยงลูกเป็นยังไง วันนี้พระเอกหื่นมากไหม  ก็จะประมาณเนี่ย 55+ 

สรุปนางเอกเป็นลูกอนุที่โชคดีมาก  ได้แต่งงานกับสามีที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว  
( ฮ่องเต้ก็รักน้องชายมากตามใจยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก 55+ ) บวกกับสามีเองก็รักนางมาก ยิ่งรักก็ยิ่งเปย์ ดูแลเมียดีมากๆ จนทำให้คนอื่นอิจฉาตาร้อน อยากจะเสนอตัวเป็นเมียพระเอกด้วยอีกคน  
แต่พระเอกก็ไม่เคยแลรักเมียคนเดียว  ขนาดไทเฮายังยกธงขาวเลิกส่งหญิงงามไปให้เลย ...
ชีวิตนางเอกเลยดีมากแฮปปี้สุดๆ  ครอบครัวสุขสันต์  เป็นลูกอนุที่โชคดีที่สุดในปฐพี.... 
ช่างเหมาะกับสายสุขนิยมที่แท้จริง อ่านแล้วมีแต่ฟินๆ จ้า ... Let's GO!!ε=(/*>∀<)/

ปล. เล่มนี้ 18+ เยอะจริงๆ ( เลือดกำเดาจะไหลแล้วจ้า  ( ̄‥ ̄)=3  )
ปล. มีคำลงท้ายว่า " บางคน " เยอะมาก ...สาวใช้บางคน  คนโง่บางคน คนบางคน บลาๆ ๆ
ปล. ตอนท้ายๆ ลูกนางเอกอายุแค่ 6 ขวบ แต่ก็ถูกเรียกว่าแม่นางฉู่ซะแล้ว 55+ .. (((゜д゜;))) 
( เรียกคุณหนูฉู่  หรือท่านหญิงน้อยก็ได้มั้งจ๊ะ 55 )


วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2561

ย้อนกาลสารทวสันต์ เล่ม 1



ย้อนกาลสารทวสันต์ เล่ม 1 (2 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : ไห่ชิงหนาเทียนเอ๋อ
ผู้แปล : พริกหอม
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
   ‘ หลินเชียนโม่ ’ ไม่เคยคิดว่าชีวิตของเธอจะเกิดเรื่องที่ทั้งน่าอัศจรรย์และน่าเศร้าเช่นนี้
เธอได้ย้อนกาลเวลามาปรากฏตัวในยุคสมัยชุนชิวได้อย่างไรก็สุดรู้
ทั้งยังอยู่ในฐานะแรงงานหญิงที่ต่ำต้อยในเหมืองแร่ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นคลี
ต้องนอนในเพิงหญ้าโกโรโกโสที่ชุกชุมไปด้วยหมัดและยุง
ต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนซึ่งล้วนพูดภาษาที่เธอไม่คุ้นชิน
แม้สภาพความเป็นอยู่จะดีขึ้นหลังจากเธอจับพลัดจับผลูรักษาโรคระบาดได้
    ทว่าเรื่องนี้หาใช่สิ่งที่เธอปรารถนา...
ด้วยหัวใจที่เฝ้าคิดคำนึงถึงโลกที่จากมา ด้วยจิตสำนึกที่พร่ำบอกว่าเธอไม่ใช่คนของที่นี่
ความหวังหนึ่งเดียวของเธอจึงเป็นการได้เดินทางไปยังภูเขาลูกนั้น
ที่ที่เธอหวังสุดใจว่าจะมีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อพาเธอกลับ ‘ บ้าน ’
แม้ว่าเธอจะต้องกลายเป็น ‘แรงงานทาสหลบหนี’ และถูกตามล่า
หรืออาจจะต้องแลกมาด้วยการรับใช้ปรนนิบัติบุรุษผู้หนึ่งก็ตาม !


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
หลินเชียนโม่  หญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในยุคสมัยจีนโบราณหรือยุคชุนชิว  
ซึ่งเป็นยุคที่แผ่นดินยังแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่ายังไม่รวมเป็นหนึ่ง  
เป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยชนเผ่าต่างๆ มากมาย และต่างก็มีภาษาพูดเป็นของตัวเอง  

พอมาอยู่ได้ไม่ทันไรก็ดันถูกจับไปเป็นทาสให้ทำงานอยู่ที่เหมืองแร่ซะแล้ว ภาษาก็พูดไม่ค่อยได้ 
ใครพูดอะไรมาก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แถมยังต้องไปเป็นทาสอีกช่างน่าสงสารจริงๆ  
น้ำก็ไม่ได้อาบ ข้าวปลาก็ไม่ค่อยได้กิน แถมยังต้องตื่นแต่เช้าลุกขึ้นมาทำงานทุกวันอีกด้วย  
ค่าแรงก็ไม่มี อิสรภาพนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  
แต่โชคดีที่นางเอกบังเอิญรักษาโรคระบาดในตอนนั้นได้พอดี 
ชีวิตความเป็นอยู่ก็เลยเริ่มดีขึ้นมาหน่อย... อิอิอิ

ไม่ช้าด้วยความสามารถบวกกับความงามของนางก็ไปเตะตาพระเอกหรือ ฉู่หวัง  
ซึ่งเป็นอ๋องผู้ครองแคว้นเข้า  ตอนแรกเขาแค่สนใจในความสามารถของนางเฉยๆ
แต่พอได้อยู่ด้วยกันนานวันเข้า จากความสนใจก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความชอบ 
...เขาจึงให้นางมาทำงานอยู่ใกล้ๆ แต่นางก็ดันอยากลำบากไปทำงานอยู่ข้างนอกไกลๆ  
เขาขัดเคืองและไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอม  
หลังจากนั้นเขาก็คอยกระเซ้าเย้าแหย่ให้นางเขินอาย และค่อยๆ รุกเข้าไปทีละนิดๆ
 ... เขามั่นใจว่า..ไม่ว่ายังไงนางก็ต้องชอบเขาแน่นอน โฮะๆ ๆ ๆ

แต่น่าเสียดายที่จนแล้วจนรอด นางเอกก็ยังเอาแต่ปฏิเสธและถอยห่าง55+  
กระทั่งพยายามหาหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง
โดยไม่พึ่งพาพระเอกหรือพึ่งให้น้อยที่สุด 
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับยุคโบราณที่ผู้ชายเป็นใหญ่ในสังคม  
แต่ดีที่ตัวนางเอกนั้นมีทักษะความรู้จากยุคปัจจุบันติดตัวมาด้วย  ก็เลยได้ออกมาทำในสิงที่ชอบ  
ไม่ต้องเกาะอยู่กับพระเอกอีกต่อไปแล้ว 55+  ( แต่ถ้าพูดจริงๆ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับพระเอกอยู่ดีแหละ 
ถ้าพระเอกไม่อนุญาตไม่ยินยอม นางจะได้ทำหรือ แค่พระเอกพูดออกมาคำเดียวว่า “ไม่” 
ทุกอย่างก็จบ 55+ )

จริงๆ พระเอกก็ดีนะ  พอชอบแล้วก็ทุ่มเทคอยดูแลเอาใจใส่เลยแหละ  
แต่ต่อให้ดีแค่ไหน สุดท้ายนางเอกแต่งไปก็เป็นได้แค่อนุอยู่ดี    
ซึ่งนางเอกก็เข้าใจเพราะนี่มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของยุคสมัยโบราณอยู่แล้ว  
แถมพระเอกก็เป็นถึงอ๋องผู้ครองแคว้นด้วย (ไม่ต่างอะไรกับฮ่องเต้) 
ก็ยิ่งไม่แปลกหากจะมีเมียหลายคน  ซึ่งนางก็รู้ดี จึงไม่เคยไปโกรธเคืองหรือหึงหวงอะไร  
ขนาดมีสนมนางในมาพูดจะกระแนะกระแหนใส่ก็ยังเฉยๆ เลย  
เป็นพระเอกซะอีกที่ร้อนใจจนต้องรีบมาอธิบาย  ขนาดถูกนางเอกบอกปัดไปตั้งหลายทีแล้ว
ก็ยังไม่ยอมแพ้  ยังมีความพยายามที่จะให้เขามาเป็นสนมนางในของตัวเองให้ได้  
จนสุดท้ายเจอคำถามหมัดเด็ดของนางเอกเข้าไป พี่แกถึงได้กระจ่างและยอมวางมือ ...


- นางเอกเรื่องนี้ย้อนเวลามาทั้งตัวเลยนะคะ ไม่ได้มาแต่วิญญาณแล้วไปสิงร่างคนอื่น  
นางมาทั้งร่างเดิม ชุดเดิม แม้แต่เป้สะพายหลังก็ยังมาด้วย 55+  .. 
ใครว่าย้อนเวลาเป็นเรื่องง่ายมาเจอนางเอกเรื่องนี้สิ 55+   ตอนแรกๆ นี่สะบักสะบอมสุดๆ  
โผล่มาเป็นสาวใช้ยังดีซะกว่า  นี่อะไรดันโผล่มาเป็นทาสใช้แรงงาน  ...เง้อ


วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561

พานพบอีกครายามบุปผาโปรยปราย


พานพบอีกครายามบุปผาโปรยปราย (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : สู่เค่อ
ผู้แปล : มิราทิพย์
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
พันปีก่อนนางเป็นเพียงภูตน้อยดอกฉา
ขณะที่เขาเป็นผู้ปกครองสวรรค์
ณ งานชุมนุมบุปผาที่จัดขึ้นทุกร้อยปี
นางสารภาพรักกับเขาเบื้องหน้าธารกำนัล
" ข้าเพียงปรารถนาเป็นชายาของท่าน "
เขาแย้มยิ้ม " เช่นนั้นก็จงบำเพ็ญเป็นเซียน "
นับจากนั้นนางตั้งใจบำเพ็ญเพียร
ห้าร้อยปีต่อมานางถามอีกครั้ง
" เมื่อใดข้าถึงจะได้เป็นชายาของท่าน "
เขานิ่งเงียบครู่หนึ่ง ยิ้มแล้วตอบ
" รอเจ้าได้ลงบันทึกในทะเบียนเซียนค่อยว่ากัน "
ภูตสาวที่ปรารถนาเป็นชายาของเขามีน้อยเสียที่ไหน
ในที่สุดนางก็เข้าใจสาเหตุที่เขานิ่งเงียบ

นางหันหลังให้เขาอย่างเด็ดเดี่ยว
ตัดสินใจเลือกวาสนารัก  "ใช้ตัวเคียงคู่" ในโลกมนุษย์
นางไม่ต้องการบำเพ็ญเป็นเซียน
นางเพียงต้องการลืมเลือนเขา!

บัดนี้ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจนับพันปีทำให้เขาฝืนลิขิต
เปลี่ยนชะตา  พานางในชาติใหม่หวนคืนอดีตชาติ
หมายมาดให้นางบำเพ็ญเป็นเซียนอีกครั้ง
ยามบุปผาโปรยปราย  ทั้งคู่พานพบอีกครา
วันนั้น สีแดงเจิดจรัสจับตา ดอกฉาผลิบานทั่วภูผา
สุดท้ายจะกรีดบาดนัยย์ตาผู้ใด

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์ )
ย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน ณ งานชุมนุมที่วังบุปผา  
ภูตดอกฉาน้อยตนหนึ่งได้ตกหลุมรักเทพเซียนผู้หนึ่งซึ่งมีรูปโฉมงดงามท่าทางสูงส่งเข้าให้   
ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าเทพเซียนมากมาย นางใจกล้าถึงขนาดวิ่งเข้าไปสารภาพรัก
และถามเขาว่า นางสามารถเป็นเสินโฮ่วของเขาได้หรือไม่  
เขาเพียงยิ้มแล้วบอกให้นางเป็นเซียนก่อน   
แม้จะถูกผู้อื่นดูแคลนหัวเราะเยาะแต่เมื่อมีความปรารถนา...
นางจึงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพียงเพื่อหวังจะได้เป็นเซียนและครองคู่อยู่กับเขา

แต่เมื่อพันปีผ่านไปนางถึงได้รู้ว่าเขาไม่มีทางแต่งกับนาง  
และนางก็ไม่มีวันได้เป็นเสินโฮ่วของเขา...
เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้ง นางจึงแย้มยิ้มและบอกว่าตนจะลืมเลือนเขา   
นับแต่นี้ไม่ขอบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนอีกชั่วนิจนิรันดร์ เพียงแค่หวังได้ลงไปเวียนว่ายตายเกิด
เป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้นก็พอ….

นางเอกได้ลงไปเวียนว่ายตายเกิดกลายเป็นเป็นมนุษย์และลืมเลือนทุกสิ่งอย่าง 
ไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ ได้เกิด แก่ เจ็บ ตาย  
แต่งงานมีบุตรธิดาและใช้ชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วๆ ไป   
จริงๆ ก็ดีแล้วเพราะนี่แหละคือสิ่งที่ตัวนางเอกปรารถนา  แต่น่าเสียดายที่มีบางคนไม่ชอบ  
ไม่ต้องการให้นางเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา และต้องเวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดไป   
เขาจึงยื่นมือเข้ามาขัดขวาง เพื่อหวังให้นางได้เข้าใจถึงความทุกข์ยากลำบาก 
และเลิกยึดติดกับความรักแบบมนุษย์สักที   

แต่จนแล้วจนรอดนางเอกก็ยังยึดมั่น ไม่ยอมแพ้  ยังคงมุ่งมั่นเดินต่อไปบนเส้นทางที่ตัวเองเลือก  
ไม่ว่าพระเอกจะโน้มน้าวพยายามเกลี้ยกล่อมยังไง นางก็ไม่สนใจและไม่เคยเหลียวหลังกลับมา  
กลายเป็นพระเอกนั่นแหละที่ต้องคอยแวะเวียนมาหา  
พอนางเอกเกิดเรื่องอะไรก็รีบแจ้นมาอย่างไว  
พอเห็นเขาได้แต่งงานมีชีวิตธรรมดาก็เจ็บปวดใจจนข่มตานอนหลับไม่ได้เป็นปีๆ ..เฮ้อ 
สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่ยังยึดติดไม่ยอมปล่อย  หรือไม่อยากให้เขาลืมเลือนตนไป   
ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ยืนยันหนักแน่นแล้วว่าตัวเองต้องการสิ่งใด 
แต่พระเอกก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเสียที... เหอๆ


เรื่องนี้จบ Happy นะคะแต่ระหว่างทางก็จะมีน้ำตาซึมๆ บ้าง...
คือเราไม่ได้เสียน้ำตาให้กับคู่ของพระ-นางเลยนะ  
แต่ไปเสียน้ำตาให้คู่ของนางเอกกับหนุ่มคนอื่นและคู่ของคนอื่นๆ ที่อยู่ในเรื่องนี้แทน   
จริงๆ อยากให้นางเอกได้ลงเอยกับคนอื่นมากกว่า  
ถึงจะรู้ว่าพระเอกก็ทำอะไรหลายๆ อย่างให้นางเอกเหมือนกันก็เถอะ  
แต่ไม่รู้สิ คือพอดูจากการกระทำของพี่แกแล้วก็ไม่ค่อยน่าประทับใจด้วยมั้ง  
แล้วพี่แกชอบพูดอะไรคลุมเครือด้วย  คือก็ไม่ได้โกหกนะ แต่ก็ไม่ได้พูดความจริง  
ไม่ได้ตอบรับนะแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรประมาณเนี่ย  แล้วด้วยนิสัยนางเอกคือเป็นคนตรงๆ  
ถ้าบอกไปชัดๆ ตั้งแต่แรกเรื่องมันคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้หรอก
นี่มันเหมือนกับไปให้ความหวัง แล้วเดี๋ยวก็ไปทำลายความหวังเขา  
พอเขาตัดใจแล้วก็ยังตามไปยุ่งวุ่นวายอีก  คือนางเอกก็บอกอยู่ว่านางพอใจกับชีวิต 
จะดีจะร้ายนางก็เต็มใจยอมรับผลที่จะตามมาเอง   
ปฏิเสธไปตั้งหลายที พูดดีๆ ก็แล้ว ประชดประชันก็แล้ว แต่พระเอกก็ยังไม่ยอมเลิกยุ่งสักที  
อ้างแต่เป็นมนุษย์มันไม่ดีอยากให้กลับมาเป็นเซียนอยู่นั่นแหละ  
ขนาดตัวเองมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วด้วยนะ ก็ยังเทียวไปเทียวมาอยู่ได้  ..เฮ้อ ..
คู่หมั้นก็หึง นางเอกก็รำคาญ แต่พี่แกก็ยังหน้ามึนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น 55+

- พระเอกเรื่องนี้เหมาะกับตำแหน่งนักการทูตหรือนักเจรจามาก  
มีจิตวิทยาในการพูดสูงมาก สามารถเปลี่ยนเรื่องคอขาดบาดตายให้กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วได้ภายในประโยคเดียว ...โดนนางเอกต่อว่าพูดจะประชดประชันใส่ไปตั้งกี่ที แต่พี่แกก็ยังคงนุ่มนวลอ่อนโยน สีหน้าไม่มีเปลี่ยนเหมือนเดิม ไม่เคยหลุด (แต่ไปหลุดตอนท้ายนะ 55+)  
ไม่มีตะคอกหรือพูดจาแย่ๆ อะไรออกมาเลยด้วยนะ  ใจเย็นมาก  อ่อนโยนสุดๆ ...นับถือๆ ๆ 
( เอาจริงๆ ก็หมั่นไส้พี่แกนะแต่ก็โกรธไม่ค่อยลง เอ๊ะ ยังไง!!! 555 )

.................................................................................................

" ความรักของมนุษย์ล้วนประดุจหมอกควัน  จะเทียบวีถีแห่งเซียนอันเป็นนิรันดร์ได้อย่างไร
หากเจ้ายังเอาแต่ใจเช่นนี้ต่อไป  แม้แต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้ "

เอาแต่ใจ?  นางเงียบไปครู่หนึ่ง พลันถามขึ้น  " ข้าไม่มีวันได้เป็นเสินโฮ่วใช่หรือไม่ "

เขานิ่งอึ้ง

" เซียนระฆังบอกข้าหมดแล้ว ท่านหลอกข้ามาตลอด " นางขอบตาแดงเรื่อเชิดหน้าอย่างทระนง

" แท้จริงท่านรักข้าหรือไม่  ข้ายังเป็นเสินโฮ่วของท่านได้หรือไม่ "

เขามองนางเนิ่นนาน  เอ่ยตอบเพียงคำถามสุดท้าย " ไม่ได้ "

นางหมุนตัวเดินจากไป


วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

ของรักของข้า 2 เล่มจบ




ของรักของข้า 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง :จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
ร่างนี้เป็น 'ของรัก' ของเธอ แต่ก็เป็น 'ของหวง' ของเขา
สุดท้ายแล้ว... ใครกันแน่ที่จะได้ครอบครอง!

ชีวิจของคนเราทุกคนมักจะมี ของแสลง หรือ จุดตาย
ที่จะไม่ยอมให้ใครมาก้าวล่วง ให้ใครได้ล่วงรู้
ใครจะไปคาดว่า ...
จอมมารอันดับหนึ่งในสามโลกอย่าง ตงฟางชิงชาง ผู้ยิ่งใหญ่
ปีศาจไร้หัวใจ ที่โหดเหี้ยมแม้แต่กับตัวเอง ...
จะมี จุดตาย เป็นดอกไม้น้อยๆ ที่แสนจะบอบบางดอกหนึ่ง
ดอกไม้เพียงดอกเดียว
เปลี่ยนความเชื่อ ความชอบ และโลกทัศน์ ของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
เสี่ยวหลันฮวา  เจ้ากล้วยไม้น้อยที่ได้เทพลิขิตชะตา ซือมิ่ง เลี้ยงดูฟูมฟักมาจนผลิดอกออกใบ  
ในวันที่เผ่าปีศาจยกทัพขึ้นมาบุกโจมตีดินแดนสวรรค์   
ด้วยความตกใจกลัวบุปผาน้อยจึงสลัดกลีบใบร่วงหล่นออกมา เพื่อหลบหนีความวุ่นวาย  ... 
แต่ในขณะที่กำลังลอยละล่องอยู่นั้น นางก็ดันปะทะเข้ากับจอมมาร ตงฟางชิงชาง 
ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพกลับคืนมาพอดี ..
และนับตั้งแต่นั้น ชีวิตของกล้วยไม้น้อยก็มีแต่เรื่องเลวร้ายโหมซัดสาดเข้ามา 
แถมยังมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่ขาดสาย และไม่มีหยุดพักอีกด้วย... หึหึหึ

ตงฟางชิงชาง ประมุขของเผ่าปีศาจ และเป็นจอมมารบูรพาที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของทั้งสามโลก   
เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยม เย็นชา  และไม่เคยสนใจใยดีสิ่งใดนอกจากการต่อสู้   
แต่วันหนึ่งเขากลับพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับนักรบหญิง ซื่อตี้ เทพสงครามแห่งฟ้าดิน  
จอมมารตงฟางแค้นใจเหลือหลาย จิตใจเต็มไปด้วยความคั่งแค้นสุดๆ  
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมาเพื่อล้างความอับอายในครั้งนั้นให้จงได้

แต่แผนการต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อจอมมารต้องมาสลับร่างกับเจ้ากล้วยไม้น้อย เสี่ยวหลันฮวา  
ที่มีนิสัยขี้ขลาดขี้กลัวและแถมยังขี้แงอีกด้วย   
นางทำให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้า  ทำให้เขาอยากจะลงมือฆ่านางวันละหลายๆ หน
แต่ก็ทำไม่ได้  เพราะนั่นมันร่างกายตัวเอง 55+  ...
เขาจึงได้แต่ทนๆ ๆ แล้วก็ทนๆ ทนให้นางใช้ร่างของเขาบีบน้ำตา  
ใช้เส้นผมของเขาถักเปีย และสร้างความอับอายต่างๆ นานาจนเขาอยากจะบีบคอตัวเอง  
เอ้ย!คอนางให้ตายซะเดี๋ยวนั้นเลย

ทว่าถึงคนทั้งคู่จะเกลียดขี้หน้ากัน ชอบทะเลาะตบตีกัน และวางแผนหลอกกันอยู่ตลอดเวลา  
แต่สุดท้ายในยามที่เดือดร้อน  ยามที่ถูกผู้คนไล่ฆ่าและไม่มีบ้านให้กลับ  
ก็มีแต่คนข้างๆ ผู้นี้นี่แหละ ที่คอยยื่นมือเข้ามาและช่วยปกป้องเอาไว้.....
นานวันเข้าจอมมารที่ไร้หัวใจ ก็เริ่มปกป้องหวงแหนกล้วยไม้ดอกนี้โดยไม่รู้ตัว  
และเจ้ากล้วยไม้ดอกนี้ก็เริ่มรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ข้างๆ กายเขา  
   แต่ความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน  เมื่อความจริงค่อยๆ ปรากฏว่าร่างใหม่ที่เขาหามา
และทุกๆ อย่างที่เขาทำลงไป จริงๆ แล้วนั้นไม่ใช่เพื่อนาง แต่เขาทำเพื่อใครอีกคน .... 
ความจริงที่ทำให้นางแทบหัวใจสลาย  
เพราะนางดันเผลอมอบหัวใจให้กับจอมมารร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในสามโลกนี้ไปเสียแล้ว  
รู้ทัั้งรู้ว่าเขาไม่มีหัวใจ ไม่เคยรักใคร แล้วเขาจะรักนางได้อย่างไรกันเสี่ยวหลันฮวา .......

อ่านจบแล้ว ... เราชอบเนื้อเรื่องนะ 
บุคลิกพระเอกก็น่าสนใจดี เป็นจอมมารที่ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนหรือปีศาจทั่วไป  
ถ้าหากไม่โดนเล่นตุกติกหรือบาดเจ็บสาหัสจริงๆ ก็คงไม่มีใครล้มพี่แกได้เลยร้ายกาจจริงๆ ๆ ๆ  
และถึงจะเป็นประมุขของเผ่าปีศาจ แต่ก็หาได้แคร์หรือสนใจในเผ่าพันธุ์ตัวเองไม่ 55+    
ไม่ว่าจะเป็นใครหากมาขัดขวางหรือทำให้พี่แกไม่พอใจ ก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว   
นางเอกนี่ก็เกือบไม่รอดนะ แถมยังถูกพระเอกหลอกใช้จนหยดสุดท้ายเลยด้วย  
( ไม่รู้จะหลอกอะไรขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ชอบนางเอกแล้วนะ 55+ )   
นางเอกเป็นคนขี้กลัวมาก แต่เพราะกลัวตายมากกว่าก็เลยต้องจำใจอยู่ข้างๆ พระเอกต่อไป   
เพราะตัวเองอ่อนแอสู้ใครเขาไม่ได้  หนีไปไหนได้ไม่นานก็ต้องกลับไปหาพระเอกใหม่อยู่ดี 55+ 

ในเรื่องจะเจอคู่ของท่านเทพสงครามโม่ซีกับซานเซิง  และเทพลิขิตชะตาซือมิ่งกับฉางยวนด้วย 
( แต่ในเรื่องนี้จะเปลี่ยนเป็น ฉางเยวียน และจากเทพมังกรบรรพกาลก็เปลี่ยนเป็นปีศาจมังกรแทนเด้อจ้า.. )  ที่ชอบมากๆ คือในตอนพิเศษจะมีเรื่องลูกของซือมิ่ง ... 
และมีกล่าวถึงลูกของท่านยายซานเซิงด้วย เย้ๆ ๆ  ( ท่านเทพสงครามน้อย 55+ )  ...


ปล. ติดตรงสำนวนการแปลที่ไม่ค่อยชอบเลย  สำนวนวัยรุ่นมากอ่านแล้วไม่ได้อรรถรสเลย  
คือมันก็อ่านเข้าใจรู้เรื่องนะแต่ไม่อิน  ทื่อมาก  เลือกใช้คำได้ไม่สละสลวยเลย 
 ...แต่บางท่านอาจจะชอบก็ได้น๊าแล้วแต่คนเน้อ ( ความคิดเห็นส่วนตัวหากท่านใดไม่ชอบต้องขออภัยด้วยน๊า )


วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

โฉมสะคราญล่มเมือง 2 เล่มจบ


โฉมสะคราญล่มเมือง 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ตั่วตั่วอู่ 
ผู้แปล : เบบี้นาคราช
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ดวงชะตาของนางถูกลิขิตให้เป็นเช่นนี้หรือ
เป็นโฉมสะคราญที่งามล้ำเลิศเหนือผู้ใด
แต่ต้องแต่งให้กับชายที่มิได้รักใคร่
อีกทั้งยังมีใจปรารถนาในหญิงอื่นที่มิใช่นาง
อวี๋กุยหวั่น  อยู่ในจวนอัครเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้น
แม้ไม่ได้ทุกข์ร้อนสิ่งใด  แต่จิตใจก็หาได้มีความสุขไม่
ผู้ได้ชื่อว่าเป็น สามี  ให้นางทุกอย่างที่นางอยากได้  ยกเว้น ความรัก
แต่นางเองก็มิได้ต้องการเพียงแค่ ความรัก เช่นกัน
นางดำรงอยู่เพื่อค้ำจุนส่งเสริมผู้มีสายเลือดเดียวกัน
และบัดนี้ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ก็ทำให้นางได้เข้าใกล้คนผู้นั้นแล้ว !

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอก อวี๋กุยหวั่น  บุตรสาวท่านแม่ทัพผู้ตรวจการแห่งเมืองหลวง  
เป็นหนึ่งในสองหญิงงามแห่งยุคคู่กับ  เหยาอิ๋ง บุตรสาวของราชบัณฑิตแห่งสำนักราชบัณฑิต  
เพราะความงดงามจึงทำให้ทั้งสองต่างเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วหล้า  
ถึงจะแต่งงานแล้วก็ยังไม่วายมีคนมาชอบอยู่เรื่อยๆ เสน่ห์แรงไม่มีตก 55+   
ครั้งหนึ่งคนทั้งคู่เคยเสี่ยงเซียมซีได้ใบ ตี้หวังเยี่ยน เหมือนกัน  
แต่ทว่าชะตาชีวิตกลับพลิกผันไปคนละทาง

อวี๋กุยหวั่น  ได้รับสมรสพระราชทานให้แต่งกับ โหลวเช่อ  อัครเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้น  
ส่วน เหยาอิ๋ง กลับได้เข้าวังและกลายเป็น อิ๋งกุ้ยเฟย  เป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานรักใคร่
จากฮ่องเต้มากที่สุด  และยังเป็นสตรีที่อยู่ในใจของโหลวเช่อท่านอัครเสนาบดีใหญ่อีกด้วย 
ในคืนวันแต่งงานโหลวเช่อได้บอกกับ อวี๋กุยหวั่น ภรรยาที่เพิ่งเข้าพิธีกันหมาดๆว่า...
เขายินดีมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้แก่นาง เพียงแต่เขารักนางไม่ได้เท่านั้น ......

เรื่องนี้ค่อนข้างหนักไปทางสงครามการเมือง การสู้รบ และการวางแผนช่วงชิงอำนาจ
ของหลายฝ่ายหลายกลุ่ม  มีทั้งฝ่ายฮ่องเต้ที่ต้องการอำนาจกลับคืนมา  
ฝ่ายท่านอัครเสนาบดีที่ไม่อยากถูกใครบังคับควบคุม ฝ่ายอ๋องตวนที่ดูยียวนเป็นไม้เบื่อไม้เบา
กับทั้งสองฝ่าย แต่สุดท้ายเป้าหมายจริงๆ กลับอยู่ที่อีกอย่างแทน   
และฝ่ายขององค์ชายต่างแคว้นที่รักแรงเกลียดแรง  
แต่ก็ไม่ลืมเป้าหมายที่จะแย่งชิงแผ่นดินนี้มาครอง 

และเมื่อ 3 ขั้วอำนาจใหญ่ของแคว้นทะเลาะกัน ก็ก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ที่ปั่นป่วนไปทั่วทั้งแผ่นดิน  ก่อให้เกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้มือที่สามเข้ามาแทรกแซง จนนำไปสู่การชักศึกเข้าบ้าน  
ประชาชนเดือดร้อน ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย และต้องสูญเสียแม่ทัพนายกองฝีมือดีไปหลายคน....

อ่านจบแล้วสรุปได้ว่า  2 สิ่งใหญ่ๆ ที่เหล่าผู้กุมอำนาจในเรื่องนี้ต้องการก็คือ 
อำนาจกับหญิงงาม นี่แหละ  ทั้งหล่อ รวย มีความสามารถ มีทั้งเงินทองฐานะ
แต่ดันมาตกม้าตายกันเพราะเรื่องผู้หญิง
คือบ้านเมืองก็วุ่นวายจะตายอยู่แล้ว ทีนี้พอมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาอีก มันก็เลยยิ่งยุ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่   อำนาจก็จะเอา ผู้หญิงก็ต้องได้ ไม่ยอมปล่อยอะไรสักอย่าง  
ทั้งๆ ที่หญิงงามก็อยู่เฉยๆ พยายามทำตัวเงียบๆ แล้วนะ  แต่ฝ่ายผู้ชายน่ะสิดันชอบคิดเองเออเอง  
ผู้หญิงเขาไม่ได้ชอบ  เขาแต่งงานแล้ว  เขาไม่เล่นด้วย (อันนี้หมายถึงนางเอกนะอีกคนบ่นับ 55+)  
ก็ยังคลั่งไคล้ซะเหลือเกิน เห็นเขาทำอะไรก็ว่าดีว่างามไปหมด ...
ความยับยั้งชั่งใจหายไปไหนกันหมด  ทั้งเรื่องเห็นมีสติอยู่คนเดียวคือท่านแม่ทัพ
ที่รู้จักควบคุมตัวเองและรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ( อยากจะตะโกนดังๆ ว่าทำไมถึงไม่ได้เป็นพระเอก )  
เป็นคนเดียวในเรื่องที่เรารู้สึกว่าเห็นแก่ส่วนรวมมากว่าส่วนตนที่สุด
  ...ส่วนที่เหลือๆ ก็มัวแต่ทะเลาะกันจนบ้านเมืองจะฉิบหายวายวอดอยู่แล้วถึงค่อยได้สติ ...
ที่ได้สตินี่ไม่ใช่อะไรนะ แต่เป็นเพราะหญิงงามกำลังอยู่ที่นั่นพอดี
เดี๋ยวจะได้รับอันตรายไปด้วยก็เลยเลิก ....ดีจริงๆ    

*** เรื่องนี้จบปลายเปิดเน้อ  ฉับๆ ๆ โผล่มาอีกทีก็บทส่งท้ายเลย ..
เราก็เปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆ นะ เพราะคิดว่าคงมีเขียนต่อแหละ ... แต่ไม่มีจ้า จบแล้วจ้า 
...เอาไปมโนตีความต่อกันเองเด้อพี่น้อง 55+

ปล. ในเรื่องนี้มีคนที่น่าจะเป็นพระเอกได้ถึง 4 คนเลย  บุคลิกของทั้งสี่คนนี้ค่อนข้างโดดเด่นชัดเจน
และกินกันไม่ลง  ถ้าเอาไปแต่งเป็นเรื่องแยกให้มีอีกสัก 3 คู่ก็คงจะดี .
จะได้ happy กันทุกคนไปเลย 55+ ... ( เรื่องนี้ถึงเราจะรู้ว่าใครเป็นพระเอกแต่เราก็ยังเชียร์อีกคนอยู่ดีแหละ 55+)