วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2

 


แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : ติงโม่
ผู้แปล : เรืองชัย รักศรีอักษร
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
โหยวหมิงสวี่ ตำรวจสาวสวยหุ่นดีมากฝีมือแห่งกองตำรวจอาชญากรรม ทั้งสวยทั้งเก่ง แถมยังเข้มแข็งและแกร่งไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกอีกด้วย 
ขณะที่กำลังปั่นจักรยานท่องเที่ยวแถบทิเบตระหว่างลาพักรัอน เธอก็บังเอิญได้พบกับฆาตกรต่อเนื่องที่หลบหนีอยู่ในละแวกนั้นพอดี มิหนำซ้ำยังได้พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ความจำเสื่อมที่มีสภาพจิตใจไม่ต่างจากเด็กอีกหนึ่งคน..

อินเฝิง นักจิตวิทยาหนุ่มรูปหล่อผู้เฉลียวฉลาด แถมยังเป็นนักเขียนชื่อดังขายดี ครบสูตรหล่อ บ้านรวย หัวดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย ฉากหน้าก็ดูเป็นใจดีเฟรนด์ลี่ แต่แท้ที่จริงกลับเป็นคนเย็นชาลึกลับ ถือตัว หยิ่งยโสและมีนิสัยชอบควบคุม

พระเอกถูกทำร้ายทำให้สูญเสียความทรงจำ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร สภาพจิตใจกลับไปเป็นเด็กอายุ 7-8 ขวบ และถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้ายที่ตำรวจกำลังไล่ล่าตามจับ  
แค่เปิดมาเจอพระเอกฉากแรกก็น่าสงสารแล้ว ร้องไห้กอดนางเอกไม่ยอมปล่อย เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องการให้คนมาปกป้อง เพราะบุคลิกและกลิ่นอายของนางเอกในเวลานั้นทำให้พระเอกรู้สึกปลอดภัย เป็นเหมือนป้อมปราการใหญ่ที่คอยบังแดดบังฝน ทำให้รู้สึกอบอุ่นมีที่พึ่งพิง พระเอกจึงตามติดนางเอกเหมือนลูกไก่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ตามตื๊อ ตามเกาะติด ไล่ยังไงก็ไม่ไป เพราะพอความจำเสื่อมพระเอกก็ไม่เอาใครเลย บ้านตัวเองก็ไม่ยอมอยู่
จะเอาแต่นางเอกคนเดียว.... แบบพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ จิตใจกลับไปเป็นเด็ก
ทุกสิ่งรอบตัวดูแปลก ดูน่าหวาดกลัวไปหมด แต่มีเพียงนางเอกคนเดียวที่ทำให้พระเอกรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย  สุดท้ายคนสนิทของพระเอกเลยต้องมาขอร้องนางเอก และใช้เส้นสายทำให้นางเอกต้องยอมให้พระเอกเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านด้วย..

หลังจากนั้นพระเอกก็ขอตามนางเอกไปสืบคดี ซึ่งตอนแรกนางเอกก็ไม่ยอมหรอก แต่เพราะแพ้เดิมพัน บวกกับคนสนิทพระเอกใช้เส้นสาย(อีกแล้ว 55) สุดท้ายพระเอกเลยได้ตามไปสืบคดีด้วยสมใจ ...แล้วพี่แกก็เทคแคร์ดูแลนางเอกดีมาก (ขนาดจิตใจกลายเป็นเด็กนะ)
แบบที่ไม่มีใครเคยทำให้นางเอกมาก่อนในชีวิต นางเอกจึงเริ่มรู้สึกดีด้วย ทว่าก็ยังไม่กล้าเทใจให้ เพราะกลัวว่าหากวันไหนที่ความทรงจำของพระเอกกลับมาแล้วจะเปลี่ยนไป  
เพราะพระเอกคนที่จิตใจเป็นผู้ใหญ่นั้นนิสัยแบบไม่ไหวจะเคลียร์

ทว่าถึงจิตใจจะเป็นเด็ก แต่สมองพระเอกก็ยังเฉียบเหมือนเดิมนะ
สัญชาติญาณในการวิเคราะห์การมองคนยังแม่นเหมือนเดิม เป็นประโยชน์ต่อการไขคดีมาก

ซึ่งแต่ละคดีก็ไม่ใช่พอจับคนร้ายได้ปุ๊บก็จบปั๊บเลย แต่ทุกคดีจะมีปมปริศนาที่เราคาดไม่ถึงถูกทิ้งไว้ ซึ่งจะมีความเกี่ยวโยงกับคดีต่อๆ ไปเหมือนต่อ
จิ๊กซอว์ อย่างบางเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ยุ่งยากไม่มีอะไร  แต่พอสืบสาวลงไปจริงๆ กลับยิ่งซับซ้อนและมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา 
ถึงขนาดที่ทำให้นางเอกต้องสูญเสียสหายร่วมรบไปอย่างน่าเศร้า...

และแล้ววันที่พระเอกหายเป็นปกติความทรงจำกลับคืนมาก็มาถึง 
โหยวอิงจวิ้น ที่น่ารักใสซื่อชอบใส่เสื้อยืดลายการ์ตูน คนที่เทิดทูนนางเอกเป็นอันดับหนึ่งก็หายไปและกลายเป็น อินเฝิง ผู้เย็นชา ฉลาด เจ้าเล่ห์ รสนิยมสูง ที่ไม่น่าเข้าใกล้คนนั้นแทน
ทั้งๆ ที่เป็นคนเดียวกันแต่ก็กลับไม่ใช่คนเดียวกัน
เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่เอ่ยคำพูดตัดสัมพันธ์กันได้อย่างได้ง่าย
 ...
ทว่าแม้ปากของพระเอกจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ร่างกายและจิตวิตวิญญาณข้างในกลับจดจำนางเอกได้เป็นอย่างดี  มีอาการหึงเวลานางเอกเข้าใกล้หรืออยู่กับหนุ่มอื่นโดยไม่รู้ตัว
ปากว่าอีกอย่างแต่การกระทำช่างสวนทางสุดๆ..

แนวสืบสวนของติงโม่นี่เดาทางยากจริงๆ ทั้งลึกลับซับซ้อนแถมยังแอบหลอนเป็นบางช่วง
บางทีก็ปวดตับ มุมก็หักแล้วหักอีก 
อ่านไปแค่ 2 เล่มนี่ก็เกือบดิ่งแล้วนะ 55
ตัวละครในเรื่องมีปม
+มีความซับซ้อน คนร้ายในเรื่องมักจะมีปัญหาทางจิต+มีปมบางอย่าง
อ่านแล้วก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างดี บางทีก็ทำให้เราต้องขบคิดหรือหยุดคิดตาม
พระ-นางเก่งฉลาดแต่ไม่ได้ซู 
มีผิดมีพลาดเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
คือเดาไม่ออกจริงๆ ว่าในหน้าถัดไปจะมาแบบไหน 
เหมือนอย่างตอนสหายร่วมรบของนางเอกกับอีกคน อันนี้ก็โคตรหักมุมอะ..




วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

คราแรกรัก

 


คราแรกรัก / ผู้แต่ง : จิ่วเยี่ยหุย
ผู้แปล : ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก เวินจิ้ง เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานานถึง 7 ปี แต่ถ้ารวมระยะเวลาที่รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายด้วยก็คือ 10 ปี อีกฝ่าย move on มีคนใหม่แล้ว แต่นางเอกยังรักเขาอยู่และไม่เคยรู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน เป็นใครก็คงทำใจยากเพราะผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก
แถมยังไม่รู้เหตุผลที่เลิกอีก ก็คล้ายกับการดึงหนังยาง ใครที่ปล่อยมือก่อนก็เจ็บน้อยกว่า
แต่นางเอกปล่อยช้าแรงดีดจึงเยอะเลยเจ็บหนักแบบนี้

นางเอกได้มาเจอกับแฟนเก่าอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น และก็ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่รักแรกของเขาอย่างที่คิดมาตลอด...

เมิ่งฟาน เด็กหนุ่มผู้เรียบร้อย เงียบขรึม ไม่โดดเด่น นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา
เพื่อนสมัยเรียน ม.ปลายที่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน เมิ่งฟานได้ทำงานที่นิตยสารแห่งหนึ่ง และได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับรักครั้งแรกของตนผ่านบทความในนิตยสารนั้น

เพื่อตามหาร่องรอยในอดีตของเมิ่งฟาน  ชายหนุ่มที่ไม่เคยลืมรักครั้งแรก
แม้จะมีแฟนสาวที่คบหากันแล้วแต่ก็ยังขอร้องเธอ เพื่อให้ตัวเขาได้เหลือพื้นที่มุมหนึ่งไว้สำหรับรักครั้งแรก นี่จึงยิ่งทำให้นางเอกที่เพิ่งเลิกกับแฟนไปหมาดๆ รู้สึกอิจฉาและทึ่ง
ไม่คิดว่าจะมีคนที่ยังมั่นคงกับรักครั้งแรกได้ยั่งยืนนาน ทั้งยังเก็บรักษาคนๆ นั้นไว้ในใจเสมือนเป็นสมบัติล้ำค่าของชีวิตได้ยาวนานขนาดนี้

และการตามหานิตยสารของเมิ่งฟาน ก็ทำให้นางเอกได้ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ที่มีแฟนเก่าอยู่ร่วมด้วยเสมอ ความทรงจำนั้นช่างแสนงดงาม ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ที่ยังไม่ถูกกาลเวลาและความเป็นผู้ใหญ่ขัดเกลา คำสัญญามากมายแต่ทว่าสุดท้ายกลับต้องจบลงเมื่อพวกเขาโตขึ้นและได้ออกมาเผชิญชีวิตจริง อ่านไปก็เจ็บไป
อดีตยิ่งสวยงามมากเท่าไรก็ยิ่งตอกย้ำปัจจุบันให้เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
เพราะอะไร
? ทำไมถึงร่วมสุขในวัยเยาว์ด้วยกันได้แต่กลับไม่อาจร่วมฟันฝ่าความทุกข์ในวัยผู้ใหญ่ไปด้วยกันได้?

อ่านของนักเขียนท่านนี้จบทีไร ต้องรีบไปหาเรื่องเบาๆ หวานๆ มาอ่านต่อทุกที
คือมันเรียล มันอึนๆ นข.เขียนเก่ง ขยี้อารมณ์เก่งมาก สำนวนการแปลก็ดีทำให้เราคล้อยตาม
เราว่านิสัยของแฟนเก่านางเอกเรื่องนี้แอบคล้ายๆ พระเอกเรื่องกาลครั้งหนึ่งรักของเราอยู่นะ
แบบเป็นคนหน้าตาดี สดใสร่าเริง เป็นศูนย์รวมของเพื่อน เข้ากับคนง่าย
แต่เรื่องนี้จะไม่หน่วงเท่าเรื่องนั้น เพราะทุกคนสามารถ
move on ไปต่อได้หมด
ไม่จมปลักอยู่กับอดีตและไม่เลือกทางที่ทำร้ายตัวเอง แต่อ่านจบแล้วเก็ยังแอบหน่วงๆ อยู่ดี

เพราะเวลานางเอกนึกถึงเรื่องในอดีต ความทรงจำในนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องของตัวเองกับแฟนเก่าทั้งนั้น มีแต่ความทรงจำดีๆ คำสัญญาอันงดงาม  แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มที่เคยส่องประกายเจิดจ้า ที่เคยให้คำมั่นสัญญามากมายกลับเลือกที่จะปล่อยมือเธอไป
คำสัญญางดงามเกินไป เมื่อเขาไม่อาจทำได้จึงกลายเป็นความกดดันและความรู้สึกผิด
จนสุดท้ายก็รู้สึกกลัวและท้ายที่สุดก็หมดรักเธอ..

ความรักในเรื่องมีหลายแบบและความเสียใจก็เช่นกัน ในตอนที่นางเอกคบกับแฟนเก่าอย่างมีความสุข ใครบางคนที่กำลังแอบรักเธออยู่ก็อาจจะกำลังทุกข์ และได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ
แอบทำอะไรเพื่อเธออยู่เงียบๆ โดยที่เธอไม่มีวันรู้  
และในขณะที่เมิ่งฟานขอเหลือพื้นที่มุมนึง เพื่อไว้สำหรับเก็บความทรงจำของหญิงสาวที่เป็นรักครั้งแรก แฟนสาวคนปัจจุบันที่อยู่ข้างกายของเขาก็อาจจะกำลังเป็นทุกข์เช่นกัน
ต้องใจกว้างขนาดไหนเมื่อคนที่ตัวเองรักขอแบบนี้
ต้องสตรองแค่ไหน เมื่อได้เห็นคนรักเขียนความทรงจำที่มีต่อรักแรกผ่านบทความในนิตยสาร ขนาดตกลงว่าจะแต่งงาน ก็ยังต้องรอให้รักครั้งแรกของตัวเองแต่งไปก่อน
ให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นมีความสุขแล้ว ถึงจะจัดงานแต่งของตัวเองได้...เฮ้อออ

แต่เรื่องนี้ก็มีพระเอกอยู่นะ(น่าจะใช่แหละ) พระเอกเป็นรุ่นพี่มหาลัยของเมิ่งฟาน
ที่นางเอกได้รู้จักตอนกำลังตามหานิตยสาร ตอนแรกพี่แกยังไม่ชอบนางเอก
เพราะมองความรักในมุมมองของผู้ใหญ่ ต้องดูความเหมาะสม ต้องมีฐานะและหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ตอนนั้นนางเอกเพิ่งตกงานจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี
แถมเสียงพูดตัวเองยังไปคล้ายกับเสียงแฟนเก่าของนางเอกอีก พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งโกรธ
คิดว่าที่นางเอกมาตีสนิทด้วยเป็นเพราะเสียงนี้
แต่ก็ตกหลุมรักเขาไปแล้วอะเลยกลับมาใหม่ แต่คราวนี้บอกตรงๆ เลยว่าชอบ จะจีบนะ
แต่ตอนนั้นนางเอกยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ พี่แกเลยบอกว่าจะรอ
รอให้นางเอกตามหานิตยสารได้ครบก่อน แล้วค่อยให้คำตอบตัวเองอีกทีก็ได้
แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังพัฒนาก้าวไปอีกขั้น
ทั้งสองคนก็กลับได้รู้ความจริงว่าใครคือคนที่เป็นรักแรกของเมิ่งฟานตัวจริง
ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์นี้ต้องยุติลง...

ปล.เรื่องนี้จบแบบปลายเปิด แต่ถ้าอ่านจากตอนพิเศษเราว่าก็น่าจะ  Happy ending นะ

ปล. อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง ความทรงจำ ของพี่แอมขึ้นมาเลย


วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง


ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง( เล่มเดียวจบ ) / ผู้แต่ง : เจี่ยนซวิน
ผู้แปล : 
อามู่
สำนักพิมพ์ เหลียนฮวา 

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอกตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคโบราณ โดยมีความทรงจำในชาติที่แล้วติดตัวมา
ชาตินี้มีชื่อว่า ไป๋ซูฟาง มีแม่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงส่วนพ่อเป็นนายท่านรองของจวนหม่าโหว
แม่นางเอกเป็นสาวใช้อุ่นเตียง ที่พ่อให้ไปปรนนิบัติตอนไปทำงานต่างเมืองด้วย
ระหว่างทางเกิดตั้งครรภ์ พ่อเลยซื้อบ้านให้อยู่ที่เมืองนั้นแล้วสัญญาว่าจะมารับกลับ
ตอนแรกๆ พ่อก็ยังทิ้งบ่าวไพร่ไว้ให้คอยดูแลและส่งเงินมาให้ทุกเดือน
แต่พอรู้ว่าน้องชายนางเอกที่เพิ่งคลอดออกมาขาพิการ พ่อก็เงียบหายไป แม้แต่เงินก็ไม่ส่งมาให้แล้วทีนี้ ถูกทิ้งแล้วนะจ๊ะ ความเป็นอยู่ของพวกนางแม่ลูกจึงแย่ลงเรื่อยๆ
แม่ก็ต้องขายบ้าน ขายบ่าวรับใช้ เพื่อหาเงินมารักษาน้อง ส่วนตัวเองก็ล้มป่วยเจ็บออดๆ แอดๆ นางเอกจึงต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้าน และเริ่มทำงานในโรงเตี๊ยมตั้งแต่อายุ
7 ขวบ เพื่อหาเงินมาดูแลทุกคน จนวันหนึ่งก็โชคดีได้เจอลูกค้ากระเป๋าหนัก
เลยได้เงินส่งน้องชายเดินทางไปสอบพอดี แต่เมื่อน้องชายสอบได้เป็นจวี่เหริน
คนจากทางบ้านพ่อก็โผล่มาเพื่อขอรับพวกนาง
3 คนแม่ลูกกลับไป...เหอๆ

พระเอก ฉีสิงเล่อ ได้รับบรรดาศักดิ์จวิ้นอ๋องตั้งแต่เด็ก มีพ่อเป็นจิ้งอ๋องส่วนแม่เป็นอี๋เหนียง
จริงๆ พระเอกเป็นเด็กฉลาด หัวดี แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงต้องแสร้งทำเป็นเลอะเลือนเหมือนคนสติไม่ดี
พระเอกเคยเจอกับนางเอกตอนที่ทำงานในโรงเตี๊ยม
เป็นลูกค้าที่ให้ทิปหนักจนนางเอกมีเงินส่งน้องชายไปสอบ ดังนั้นนางเอกจึงถือพระเอกเป็นผู้มีพระคุณ ไม่เคยลืม และทั้งสองก็ได้เจอกันอีกครั้งตอนที่นางเอกกลายเป็นคุณหนูห้าของจวนโหว นางเอกจำพระเอกได้เลยรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งบ้า พระเอกก็จำนางเอกได้เลยมายื่นขอเสนอให้แต่งงานกับตัวเอง ถ้าไม่อยากถูกฆ่าปิดปาก

นางเอกก็ตกลงสิจะรออะไร ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังมีบรรดาศักดิ์แบบนี้จะหาที่ไหนได้อีก เพราะนางก็กำลังรีบหาคนมาแต่งงานด้วยอยู่พอดี แบบจะ 18 แล้วถ้ายังไม่แต่งอีกเดี๋ยวถ้าน้องสอบติดจะมีปัญหา พระเอกก็อยากได้คนมาแต่งงานด้วยเหมือนกัน
เพราะอยากมีหลานให้แม่ แม่จะได้มีเรื่องดีใจ ไม่ต้องทุกข์เรื่องที่ลูกชายเป็นคนบ้าและจะไม่มีทายาทสืบสกุลอีก แล้วจะได้ให้นางเอกกตัญญูดูแลแม่แทนตัวเองด้วย
เพราะเห็นนางเอกดูแลแม่กับน้องดีมาตั้งแต่เด็ก
ประกอบกับเติบโตมาจากชนบทจึงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนพวกผู้หญิงในตระกูลใหญ่ๆ ...เลยตัดสินใจแต่งด้วย

อ่านจบแล้วเนื้อเรื่องเดาได้ ปมแก้ง่ายไม่มีอะไรยุ่งยาก เอาไว้อ่านเพลินๆ ก็ได้อยู่
บ้านพ่อนางเอกเป็นตระกูลโหวที่สืบทอดบรรดาศักดิ์กันได้ แต่บรรดาศักดิ์กำลังจะหมดลงในรุ่นพ่อ แล้วที่บ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครที่สามารถสอบเป็นขุนนางได้เลย
ดังนั้นพอรู้ว่าน้องชายนางเอกสอบเป็นจวี่เหรินได้จึงมารับกลับ
นางเอกก็ไม่ค่อยอยากกลับหรอก แต่เพื่ออนาคตของน้องและเพื่อรักษาอาการป่วยของแม่เลยต้องยอม
กลับไปก็เจอเมียเอกกับลูกเมียเอกของพ่อแกล้งบ้าง พูดจาดูถูกเหยียดหยามบ้างประปราย แต่ร้ายแบบโง่ๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร แล้วทั้งจวนก็มีแค่ 2 คนนี้ที่เป็นแบบนั้น
คนอื่นๆ คือรู้ตัวว่าต่อไปบ้านนี้อาจจะต้องพึ่งน้องชายนางเอกกัน จึงไม่กล้าสร้างความลำบากใจอะไรให้ แต่จะพยายามเข้าหาสร้างไมตรีเพื่อผูกมิตรมากกว่า
ดังนั้นนางเอกจึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนได้สบาย ไม่ได้ลำบาก ไม่มีอะไรน่าห่วง

มาหนักฝั่งบ้านพระเอก เพราะเมียเอกพ่ออิจฉาที่พระเอกฉลาด เก่ง และมีสุขภาพดีกว่าลูกตัวเอง ได้เป็นหลานคนโปรดของฮ่องเต้ แถมยังได้บรรดาศักดิ์ตั้งแต่เด็ก
ต่อหน้าก็วางตัวดี ใจกว้างมีเมตตา ลับหลังคือวางแผนลอบฆ่ามีแต่คำผรุสวาททุกคำ
พระเอกมาแอบได้ยินตอนอายุ
8 ขวบก็อึ้ง ไม่รู้จะทำไงดี พ่อก็รักเมียเอกมากบอกไปคงทำไรไม่ได้ เพราะตัวเองยังปลอดภัยดีอยู่ พี่แกเลยไปบอกลุงที่เป็นฮ่องเต้ ลุงก็เลยคิดแผนว่าให้แกล้งบ้าขนาดลุงเป็นฮ่องเต้นะเนี่ยแต่ก็ยังทำไรเมียเอกพ่อไม่ค่อยได้
เพราะอีกฝ่ายเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่ไง จะทำอะไรรุนแรงไม่ได้ หย่าก็ไม่ได้อีก
พระเอกเลยต้องแกล้งบ้า
มาจนอายุ 21...เหอๆ

แต่ขนาดพระเอกแกล้งบ้าแล้วเมียเอกพ่อก็ยังไม่วางใจ พอรู้ว่านางเอกกำลังตั้งครรภ์ก็พยายามจะทำให้เขาแท้งอีก กะไม่ให้เขามีทายาท แล้วหาทางให้หลานตัวเอง(ลูกคนรองของลูกชาย)ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของพระเอก ทั้งๆ ที่หลานคนโตของตัวเองก็ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์จากลูกตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว คือกะเอาทุกอย่าง ...แต่พอทำไม่สำเร็จก็เลยหาเรื่องใส่ความนางเอกแทน ทีนี้พระเอกทนไม่ไหวเลยเลิกแกล้งบ้า แล้วลุกขึ้นมาเปิดโปงแผนชั่วของอีกฝ่ายซะ 55 ...อุตส่าห์แกล้งบ้ามาตั้ง 10 กว่าปี บทจะเลิกก็เอาง่ายๆ แบบนี้เบย
ไม่มีอะไรซับซ้อนก็ฟาดกันตรงๆ ง่ายๆ แบบนี้แหละ แบบเล่มเดียวจบอะเนาะ ...
ก็อ่านเพลินๆ ได้อยู่นา


วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ)

 


ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย (峨嵋)
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซูเพียนจื่อ เด็กสาวจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติไปอยู่ในดินแดนพันเมฆา
ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ของวิเศษและผู้ฝึกวิชายุทธ์
กลิ่นอายคล้ายๆ เงาเพลิง
มีสัตว์วิเศษ ขั้นพลัง หลอมยา หลอมอาวุธบลาๆ แต่เรื่องนี้จะแบ่งเป็นตระกูลธรรมะ ตระกูลอธรรม และตระกูลที่เป็นกลาง กับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีพลังเลย  
ในดินแดนนี้จะวัดค่าพลังวัตรหรือผู้มีพรสวรรค์สูงด้วยความยาวของเส้นผม
ยิ่งผมยาวมากเท่าไรก็ยิ่งถือว่าเก่งและมีพลังวัตรสูง 

ดังนั้นเมื่อนางเอกทะลุมิติมาจึงถูกคนเข้ามารุมล้อมทันที เพราะคิดว่านางคือชาวสวรรค์ในตำนานที่รอบพันปีจะจุติลงมาสักคน ซึ่งชาวสวรรค์ในเรื่องนี้ก็คือคนที่มาจากโลกอื่นหรือมิติอื่น จะมีความสามารถในเชิงยุทธ์สูงกว่าคนทั่วไปในดินแดนแห่งนี้แต่กำเนิด
แถมเส้นผมของนางเอกก็ยังยาวถึงเอว คนเลยนึกว่าต้องมีพลังสูงแน่นอน
แต่กลายเป็นว่านางเอกกลับไม่มีพลังอะไรเลย เพราะสัญลักษณ์ที่แขนซ้ายของนางไม่มีสีสันใดๆ ที่บ่งบอกถึงระดับพลังปรากฏ ทุกคนจึงคิดว่านางเอกเป็นชาวสวรรค์ที่ถูกริบคุณสมบัติ
ไม่มีพลังและเป็นแค่ขยะไร้ค่าเท่านั้น

พระเอกก็ตามมาดูด้วยเช่นกัน เพราะถูกเพื่อนสนิทที่เป็นคนตระกูลเทวพยากรณ์ยุให้มาดูนางเอกที่ถูกระบุว่าเป็นเนื้อคู่ตามคำทำนาย และจะเป็นคนที่มากอบกู้หายนะวันสิ้นพิภพร่วมกับตัวเอง แต่สิ่งที่พระเอกได้เห็นก็คือนางเอกที่ไร้พลังและยังมีอาการคลั่งบุรุษ (คือพระเอกหล่อมากจริงๆ นางเอกเห็นครั้งแรกก็เลยจ้องนานไปหน่อย55)
แถมยังมีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวสีม่วงอยู่ที่แขนขวา ที่บ่งชัดว่าเป็นคนตระกูลสิบแปดมงกุฏที่อยู่ฝ่ายอธรรมตรงข้ามกับตัวเองอีก พี่แกจึงสะบัดตูดจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ปล่อยให้นางเอกยืนงงอยู่ในดงป่าคนเดียว..

หลังจากนั้นนางเอกก็ได้เจอกับสัตว์อสูรที่เป็นม้าพูดได้ พี่ม้าเป็นคนบอกว่านางเอกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากตระกูลไหน พ่อแม่อยู่ที่ใด แล้วก็พานางเอกกลับเข้าตระกูล
พึ่งพาได้ยิ่งกว่าพระเอกอีกนะเนี่ย 
55 ถ้าพี่ม้าไม่มาหานี่ตายเลยนะ ไม่รู้จะไปยังไงต่อดี
(พออ่านไปเดี๋ยวจะเดาได้ว่าพี่ม้าเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับนางเอกยังไง)
พอกลับเข้าตระกูลด้วยความที่ไม่มีพลังวัตรและไม่อาจฝึกฝนวิชายุทธ์ได้
คนในตระกูลเลยไม่ได้สนใจ บางส่วนก็ดูแคลนมองว่าเป็นขยะ
แต่ดีที่มีพี่ม้าอยู่ข้างๆ 
คอยช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ นางเอกเลยไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวและสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ได้

จริงๆ นางเอกก็เป็นคนในโลกนี้แหละ แต่ถูกพ่อกับแม่ปิดผนึกพรสวรรค์และส่งไปอยู่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อตามหาพ่อ+แม่และเปิดผนึกพรสวรรค์ที่ถูกปิด
ก่อนกลับเข้าตระกูลนางเอกจึงต้องตัดผมให้สั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
และเข้าสอบทุกวิชาที่ตระกูลจัดสอบเพื่อจะได้เลื่อนขั้น และไปตามหา
ไร้นาม
ของวิเศษประจำตระกูลในตำนาน เพื่อหาเบาะแสพ่อกับแม่และปลดผนึกพลังตัวเอง

แต่เพราะไม่มีพลังวัตร เวลาที่สอบภาคปฏิบัตินางเอกจึงต้องอาศัยทริคพลิกแพลงเอา
ออกแนวฉลาดเกมโกง ไม่สนวิธีการและขั้นตอน ขอแค่ให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ต้องการก็พอแล้ว
55

พอเข้าเล่ม 2 นางเอกกับเด็กในตระกูลคนอื่นๆ ก็ถูกส่งออกจากถ้ำเพื่อไปทำภารกิจ
เนื้อเรื่องจะเริ่มสนุกขึ้น วิธีเพิ่มพลังเพื่อเลื่อนขั้นของนางเอกก็ไม่เหมือนใคร
เพราะต้องอาศัยการหลอกคนเพื่อเพิ่มพลังปราณแล้วเอามาเลื่อนขั้น ยิ่งขั้นสูงขึ้นเท่าไรก็ยิ่งต้องหลอกคนให้ได้มากขึ้นเท่านั้น และเพราะวิธีการเลื่อนขั้นที่ไม่เหมือนชาวบ้านนี่เอง
นางเอกจึงไม่ค่อยมีฝีมือในการต่อสู้เหมือนคนอื่นเขา แต่นางก็แก้ปัญหาด้วยการหาสัตว์อสูรมาเป็นพวกเพื่อเอาไว้ใช้ต่อสู้แทน ประกอบกับมีของวิเศษเจ๋งๆ ติดตัว
ดังนั้นเวลาที่ต้องสู้กับคนที่เก่งกว่า นางจึงพอเอาตัวรอดผ่านมาได้อยู่...

ในเล่ม 2 นางเอกเลื่อนไปถึงขั้นเปลี่ยนกระดูก (พอถึงขั้นนี้หน้าตาจะเปลี่ยนจากเดิม)
และได้เจอของวิเศษที่สามารถเลือกปิดสัญลักษณ์ตระกูลได้ นางเอกจึงปิดสัญลักษณ์ของตระกูลพ่อและใช้สัญลักษณ์ตระกูลแพทย์ของแม่แทน  หลังจากนั้นนางเอกกลับเข้าตระกูลฝั่งแม่ พร้อมกับตัวตนใหม่และชื่อใหม่ว่า หลิ่วเชียนหวง
ตระกูลแพทย์กำลังตกต่ำ ทำให้ถูกตระกูลบริวารหรือตระกูลโอสถกดหัว
เพราะหลังจากที่แม่นางเอกหายไป ตระกูลแพทย์ก็ไม่มีลูกหลานเก่งๆ ที่มีพรสวรรค์ออกมาอีกเลย ของวิเศษประจำตระกูลก็ใช้การไม่ได้
เมื่อแม่นางเอกไม่อยู่
แต่พอนางเอกทำให้ของวิเศษของตระกูลแพทย์ยอมรับตัวเองเป็นนายได้
ตระกูลแพทย์ก็เริ่มกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง  และด้วยพลังของของวิเศษที่นางเอกมี
จึงทำให้สามารถพกพาน้ำพุนี้ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยได้ทุกที่ อยากใช้งานเมื่อไรก็ควักออกมาได้ทุกเวลา ไม่ต้องวิ่งกลับไปเอาที่ตระกูลเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาอีกแล้ว..
ระหว่างนั้นนางเอกก็เริ่มสร้างลัทธิเซียนใจประเสริฐขึ้นเพื่อไว้รวบรวมพลัง และรวบรวมสัตว์อสูรมาเป็นลูกน้องเพื่อเอาไว้เป็นพวกเวลาต่อสู้

นางเอกได้ใช้น้ำพุนี้ช่วยคน ทำให้คนติดหนี้บุญคุณตระกูลแพทย์ เผื่อวันหน้าตระกูลแพทย์เกิดเรื่องจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชื่อเสียงของนางเอกยิ่งโด่งดัง
พอเข้ามาเรียนในวังศาสตร์ก็ยิ่งป๊อป ด้วยความที่สวย+เก่งและนิสัยดี ไม่ทำตัวสูงส่ง แต่กลับเป็นกันเองเข้าถึงง่าย ผิดกับนางร้ายลิบลับ จึงทำให้ใครต่อใครยิ่งมองนางเป็นเทพธิดา

ส่วนพระเอกก็จำนางเอกไม่ได้(หน้าตาเปลี่ยน) แล้วก็แอบรู้สึกว่านิสัยของอีกฝ่ายไม่น่าจะเหมือนกับภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเห็นในตอนนี้ น่าจะมีอะไรปิดบัง (เซ้นส์แรงมากสมกับที่เป็นเนื้อคู่เขา) แต่ถึงนางเอกจะทำดีแบบแอบหวังผล แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าสิ่งที่นางทำมันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ กล้าทุ่มจริงๆ ..(เพราะไม่มีใครมีของวิเศษเจ๋งเท่านาง)

พระเอก เจิ้งเฮ่าอี้ เป็นคนตระกูลตุลาการหรือนักปกครอง 1 ใน 3 ตระกูลธรรมะที่ทรงอิทธิพล พระเอกเป็นลูกหลานของตระกูลโบราณที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดในตอนนี้
นิสัยสุขุมหนักแน่น ระดับพลังสูง เป็นคนที่ถูกของวิเศษประจำตระกูลยอมรับให้เป็นนาย
คือผู้นำคนต่อไปของตระกูลหรือฮ่องเต้คนต่อไปในอนาคต

แต่เมื่อนางเอกปรากฏตัว ตำแหน่งอัจฉริยะของพระเอกก็เริ่มสั่นคลอน 55  ...
แต่ถ้าวัดกันจริงๆ พระเอกก็ยังเก่งกว่านางเอกอยู่ดี เพราะพี่แกเก่งด้วยกำลังความสามารถของตัวเองไม่ได้พึ่งของวิเศษ ในขณะที่นางเอกนั้นต้องอาศัยของวิเศษถึงจะได้อันดับสูงๆ

สองเล่มแรกพระเอกค่าตัวแพงมาก เพิ่งเริ่มออกมาเยอะตอนช่วงกลางเล่ม 3 ที่นางเอกเข้ามาเรียนที่เดียวกันนี่เองถึงได้มีอีเว้นท์ร่วมกัน คิดว่าหลังจากนี้คงได้ออกเยอะแล้วแหละ
แถมพี่แกก็ดูเหมือนจะเริ่มชอบนางเอกขึ้นมาแล้วด้วย แต่แค่ยังไม่รู้ตัว
(แต่ก็เริ่มมีอาการหึงเวลาเพื่อนเอ่ยถึงนางเอกแล้วนะ แต่ยังไม่รู้สึกตัว)  
แต่นางเอกเวอร์ชั่นหลินเชียนหวงนี่เสน่ห์แรงมากจริงๆ มีแต่คนชอบ แถมยังมีแต่ตัวท็อปๆ ทั้งนั้นที่มาชอบ อย่างทายาทตระกูลอธรรม นี่ก็หน้าตาดีมากแถมยังสายรุกปากหวานด้วย
แล้วก็มีเพื่อนพระเอกที่อยู่ตระกูลเทวพยากรณ์ คนนี้ก็ชอบนางเอกมาก เห็นเป็นเทพธิดาในฝัน เห็นคนแล้วน้ำลายจะหก อยากตามจีบเขา แต่ก็ต้องแอ๊บวางตัวสูงส่ง ไม่งั้นเดี๋ยวภาพลักษณ์ตระกูลจะเสียหาย
55

อ่านจบแล้วส่วนตัวเราว่ามันได้อารมณ์เหมือนแฮรี่ผสมหัวขโมยบารามอสอะ

ตัวร้ายก็คล้ายๆ ลอร์ดโวลเดอมอร์ (อ่านเล่ม 3 จบก็พอเดาได้และว่าคือใคร)
แล้วก็มีคนตระกูลหนึ่งที่เป็นลูกสมุน แอบคล้ายๆ พวกผู้เสพความตาย ประมาณเนี่ย
...
ตอนเล่มแรกเราแอบเนือยๆ เพิ่งมาเริ่มเครื่อง
ติดตอนเล่ม 2 ที่ออกจากถ้ำหลังจากนั้นก็ยาวเลย สนุกดี ถึงแม้นางเอกจะซูไปบ้างก็ตาม 55