วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562

ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1-2



ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1-2 (5 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : อวี่จิ่วฮวา
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

' ความจริงจะโทษหลี่เมิ่งซีที่คิดเช่นนี้ก็ไม่ได้
อย่างไรเซียวจวิ้นก็มีประวัติมาก่อนหน้านี้  ตอนนี้เขาทำอะไร
หลี่เมิ่งซีก็ไม่ให้คะแนนเขาทั้งนั้น ......
         เซียวจวิ้นไม่รู้ความคิดที่หลี่เมิ่งซีมีต่อเขาในเวลานี้  
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้ว่าเมื่อเขารู้ใจของตนเอง
เส้นทางการตามภรรยากลับมาจะบรรยายได้ด้วยคำเดียวว่า ... อนาถ '

นางเอกเป็นดอกเตอร์แพทย์หญิงที่ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ หลี่เมิ่งซี 
คุณหนูห้าของตระกูลคหบดีที่มีแม่เป็นอนุ  เพราะภรรยาเอกไม่อยากให้บุตรสาวของตนต้องแต่งงานเสริมดวงชะตาให้กับคุณชายรอง  เซียวจวิ้น  ที่ป่วยหนักอาการร่อแร่
หลี่เมิ่งซีจึงถูกบังคับให้ต้องแต่งงานแทนพี่สาว  และด้วยความที่เคยเป็นหมอมาก่อน
นางจึงสามารถรักษาอาการป่วยของคุณชายเซียวได้พอดี  ...

คุณชายรอง เซียวจวิ้น ผู้สืบทอดตระกูลเซียว ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตระกูลสูงศักดิ์ที่กุมอำนาจทางการค้า
ของแว่นแคว้น  คุณชายรองนั้นมีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่สกุลหลี่มาตั้งแต่เล็ก 
แต่เพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีของอีกฝ่าย จึงทำให้เขาไม่อยากแต่งงานกับนาง  
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงรับอนุเข้ามามากมายตั้งแต่ยังไม่แต่งภรรยาเอก เพื่อเป็นการหักหน้า
และบีบให้อีกฝ่ายต้องขอถอนหมั้นไปเอง  แต่เพราะป่วยหนักใกล้ตาย สุดท้ายเขาจึงจำใจต้องแต่งนางเข้ามาเพื่อเสริมดวงชะตาอย่างช่วยไม่ได้ 

เพื่อปิดบังเรื่องที่ตนเองถูกบังคับให้สวมรอยมาแต่งงานแทนพี่สาวที่เป็นคู่หมั้นตัวจริง 
นางเอกจึงทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดี เป็นภรรยาที่ดี เพื่อจะได้อยู่ในสกุลเซียวอย่างสงบสุขและมีสามีเป็นที่พึ่ง แต่เสียดายที่นางกลับไม่รู้เลยว่า...ต่อให้ทำให้ดีอย่างไรแต่เพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีแต่เดิมของพี่สาว ยังไงนางก็ต้องถูกสามีและคนในครอบครัวของเขารังเกียจอยู่วันยังค่ำ ...
นางก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติท่านย่าของสามี ดูแลเรือนหลังบ้านของสามี
กระทั่งสามีตบหน้านางด้วยการเอาสาวใช้มาเป็นเมียบ่าวหลังจากแต่งงานได้เพียงไม่กี่วัน  
นางก็ยังไม่ว่าอะไร ... ไม่ว่าแม่สามีจะจงใจหาเรื่องนางยังไง 
หรือสามีจะแสดงออกให้เห็นว่ารังเกียจนางมากแค่ไหน  นางก็ยังคงสงบนิ่งและทำทุกอย่างตามเดิม แต่เมื่อนางได้รู้ว่าสกุลเซียวนั้นมีกฎห้ามมิให้ลูกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอก 
นางจึงเลิกอดทน เลิกสนใจผู้คนที่รังเกียจเดียดฉันท์ทั้งหลายเหล่านั้น ในเมื่อผลลัพธ์ก็คือต้องถูกหย่า เช่นนั้นก็ขอเอาเวลาที่เหลือมาวางแผนเตรียมการชีวิตหลังหย่าแทนละกันนะ 55+ ...

หลังอ่านจบ ....
เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องยอดหญิงหมอเทวดา  ก็จะมาแนวเดียวกันเลยตรงที่
นางเอกทะลุมิติมาแลtมีวิชาแพทย์ติดตัวมาด้วย แล้วก็ได้ใช้ความรู้นั้นต่อยอดหาเลี้ยงตัวเอง 
(แบบหลบๆ ซ่อนๆ คล้ายๆ หมอหญิงเลย 55+)  เจอกับสามีที่รังเกียจไม่รัก 
แม่สามีก็ไม่ชอบหน้า ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกอยู่เรื่อย  แถมพระเอกก็ยังมีเมียเยอะอีก
แต่เรื่องนี้นอกจากเมียจะเยอะแล้ว ลูกก็ยังเยอะอีกด้วยนะ 55+ ...
ตอนแรกที่อ่านหมอหญิงเราเคยด่า+ไม่ชอบพระเอกเรื่องนั้น  แต่พอมาเจอเรื่องนี้ก็รู้สึกว่า...
ท่านแม่ทัพเสิ่นดีกว่าเยอะเลย 55+  ขัดใจแค่ตอนแรกๆ แต่หลังๆ ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
จนเราโอเคยอมรับได้  แต่ของพระเอกเรื่องนี้ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอีตานี่เลยจริงๆ
จะมีพลิกไหมเนี่ยบอกที 55+  .

..พระเอกเรื่องนี้จากที่อ่านก็สรุปได้ว่าพี่แกเป็นผู้ชายโบราณขนานแท้
ที่ถือบุรุษเป็นใหญ่ส่วนสตรีนั้นก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามบุรุษทุกเรื่อง นิสัยยังคล้ายเด็กเอาแต่ใจ
เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม
เพื่อให้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป  
มีแต่คนตามใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ ฉลาด+เก่งแต่เรื่องงานเรื่องนอกบ้าน 
แต่เรื่องในบ้าน+ในเรือนหลังบ้านตัวเองกลับไม่รู้อะไรเลย 
เมียคนไหนดีด้วยโอนอ่อนเชื่อฟังก็คิดว่าคนนั้นดี  ใครปากร้ายหัวแข็งไม่เชื่อฟังก็คิดว่าคนนั้นไม่ดี  
ขาดการคิดวิเคราะห์กลั่นกรอง หูเบาชอบเชื่อข่าวลือ  พฤติกรรมที่พี่แกทำ+แสดงออกกับนางเอก
เรานี่อยากกลอกตาใส่สักร้อยรอบ  ไม่แปลกที่พอมาทำดีด้วยแล้วคนเขาจะไม่เข้าใจ  
...คือหลังๆ พี่แกเริ่มชอบนางเอกแล้วไงแต่ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง ไม่อยากเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ก่อนด้วย
เพราะศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ศักดิ์ศรีของความเป็นเจ้าบ้านในอนาคตมันค้ำคอซะเหลือเกิน  
หวังดีกับเมียอยากให้เมียทำแบบนี้ๆ แต่ก็ชักสีหน้าใส่เขา หน้าบูดหน้างอตลอดแล้วใครจะไปรู้ฟะ ...
......อ่านจนจบเล่ม 2 ก็ยังไม่รู้สึกอยากเชียร์เลยสักกะติ๊ด  
ให้ตายเถอะถึงอ่านแล้วจะเข้าใจนิสัยพี่แกมากขึ้น แต่ตอนที่พี่แกถูกอนุคนโปรดหลอก
และได้รู้ธาตุแท้ของอนุตัวเอง  เรานี่แบบเฮ้ย!! คนแบบนี้จะเป็นผู้นำตระกูลใหญ่คนต่อไปจริงอะ
ทำไมถึงสายตาคับแคบมองคนไม่ออกขนาดนี้ ถ้าเรื่องมันไม่แดงไม่มีพยานตัวเป็นๆ 
คุณพี่ก็จะยังไม่เปลี่ยนความคิดใช่ไหม  ในขณะที่คนอื่นเขามองออกกันหมดตั้งนานแล้วเน้อ

แต่เราไม่โทษผู้หญิงฝ่ายเดียวนะ  เพราะเราคิดว่าทุกเรื่องสาเหตุต้นตอที่แท้จริง ส่วนหนึ่งมันก็มาจากอีตาพระเอกนี่แหละ  แต่ดีที่หลังจากเล่ม 2 พี่แกก็เริ่มคิดได้  
เริ่มพิจารณาผลของการที่รับอนุเข้ามาหลายๆ คน ว่าตกลงมันดีหรือไม่ดีกันแน่  
เริ่มเข้าใจและรู้นิสัยผู้หญิงในบ้านของตัวเอง รู้ว่าแม่ตัวเองและลูกพี่ลูกน้องเป็นยังไง ต้องการอะไรจากตัวเอง แล้วก็เริ่มพยายามลุกขึ้นปกป้องนางเอกในแบบของตัวเองบ้างแล้ว ...
....แต่ข่อยก็ไม่รู้ว่าพี่แกจะทำให้เมียรักได้ยังไงนะ  เพราะจนถึงตอนนี้เมียก็ยังไม่ได้รู้สึกหรือประทับใจอะไรในตัวพี่แกเลยสักนิด  ยังคิดอยู่ตลอดว่าสามีเกลียดไม่ชอบขี้หน้า 
แต่นางเอกไม่ได้เกลียดพระเอกนะ ก็เฉยๆ ยังไงก็ได้ อยากเกลียดก็เกลียด  
อยากรับอนุเพิ่มก็รับไป แค่อย่ามายุ่งกับนางพอ  
หวังแค่ว่าพอถึงตอนหย่าพวกเขาจะยอมปล่อยนางไปดีๆ  
ให้นางได้มีชีวิตเป็นของตัวเองและแต่งงานใหม่ได้ก็พอแล้ว   ...

นอกจากเรื่องในบ้านพระ-นางแล้ว ก็ยังมีเรื่องขั้วอำนาจทางการเมือง การแย่งชิงบัลลังก์ด้วยน๊า 
แต่ตอนนี้อาจยังไม่เด่นเท่าเรื่องในบ้านของพระเอกเท่าไร คงต้องรอดูเล่มต่อไป
คิดว่าคงมีอะไรเยอะขึ้น  เพราะนางเอกดันจับพลัดจับผลูไปสาบานเป็นพี่น้องกับ .....
และได้ช่วยชีวิต ...... เอาไว้ คงเลี่ยงยากแล้วแหละ
เพราะคนเขาเห็นฝีมือในการรักษาขั้นเทพของนางแล้ว ( มีแต่บ้านพระเอกนี่แหละที่ยังไม่รู้ 55)

ปล. อ่านรีวิวเป็นไกด์ก็พอน๊า  (~o ̄▽ ̄)~o 
อย่าเชื่อข่อยมากเน้อ เพราะข่อยก็เขียนตามที่ตัวเองคิด+รู้สึกแหละนะ  
บางเรื่องเราชอบแต่คนอื่นอาจจะไม่ชอบ หรือบางเรื่องเราไม่ชอบแต่คนอื่นอ่านแล้วอาจจะชอบก็มีเยอะ  มันก็มีทั้งตอนที่สนุกและไม่สนุก มีช่วงที่ตื่นเต้นน่าติดตาม และก็มีบางช่วงที่เอื่อยจนอยากจะวางปนๆ กันไป แต่ในขณะเดียวกันมันก็จะมีจุดที่ทำให้เราอยากรู้ อยากอ่าน อยากตามไปจนจบด้วยเหมือนกัน ...
...ส่วนเรื่องนี้ก็คิดว่าคงซื้อจนจบแหละ  เพราะอยากรู้ว่าพระเอกจะเปลี่ยนไปยังไงจนทำให้นางเอกยอมรับรักได้  แล้วต่อไปจะจัดการเรื่องหลังบ้านตัวเองยังไง  จะรู้เรื่องร้านยา+เรื่องความสามารถของนางเอกเมื่อไร แล้วนางเอกจะได้หย่าไหม ...นี่อยากให้หย่านะ  หย่าเถอะ55+ 
...สรุปคืออยากรู้ต้องลองต้องอ่านเองจ้า  แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็เทไปเถอะ 55+ ( ^^)人(^^ )



วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2562

จะรักใครก็รักไป 3 เล่มจบ




จะรักใครก็รักไป 3 เล่มจบ  / ผู้แต่ง : เฟิงหลิวซูไต (风流书呆)
ผู้แปล : เสี่ยวหวา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

กวนซู่อี บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลกวน  เป็นคนฉลาดมีความรู้กว้างขวาง 
เพราะได้รับการถ่ายทอดปรัชญาความรู้ต่างๆ รวมถึงศาสตร์ทั้งหกมาจากท่านปู่กับท่านพ่อที่เป็นปัญญาชนคนสำคัญของสำนักขงจื่อ  แต่ในชาติที่แล้วท่านปู่ถูกคนใช้เป็นฐานเหยียบย่ำเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูง จึงทำให้ล้มป่วยและจมปลักอยู่กับความล้มเหลว  
ครอบครัวที่แต่เดิมก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร จึงยิ่งตกอับและยากจนลงเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กวนซู่อีจึงต้องจำใจแต่งงานกับเจิ้นเป่ยโหวที่เป็นพ่อหม้ายลูกติดเพื่อช่วยเหลือครอบครัว

เนื่องจากไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวยและไม่ได้มีสินเดิมมาก
นางจึงพยายามอย่างหนักในการปรนนิบัติดูแลแม่สามี รวมถึงอบรมสั่งสอนบุตรชาย-บุตรสาวของเขา แม้ต่อมาสามีจะรับอนุมากมาย และแม้ตัวนางจะไม่เคยได้รับความรักจากเขาเลย
แต่นางก็ยังคงวางตัวเป็นสะใภ้ที่ดี เป็นมารดาเลี้ยงที่ดี และอยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม  
ทั้งที่พยายามถึงขนาดนี้...แต่เหตุใดสิ่งสุดท้ายที่นางได้รับกลับเป็นการถูกทำลายชื่อเสียง
และขับไล่ออกจากจวนโหวไปได้เล่า  ครั้นพอถึงยามตายนางจึงขอเพียงว่า ...  
.....ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าก็ขออย่าได้พบเจอกับพวกคนตระกูลจ้าวอีกเลย...

นางเอกตายแล้วย้อนกลับมาอยู่ในร่างเดิมก่อนแต่งงาน  เพื่อไม่ให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิม
นางจึงเข้าไปช่วยท่านปู่พลิกสถานการณ์ในงานเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ และทำให้พวกเขาได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้  โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองก็ถูกฮ่องเต้หมายตาเอาไว้เช่นเดียวกัน  
.... ท่านปู่กับท่านพ่อได้กลายเป็นขุนนางใหญ่คนสำคัญของราชสำนักตามที่เฝ้าฝัน  
แต่ตัวนางนั้นกลับได้รับพระราชโองการให้แต่งงานกับสามีเก่าไปเสียได้  
แต่ในเมื่อชาตินี้ครอบครัวของนางไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง อีกทั้งยังมีอำนาจในมือมากมาย
ถึงจะเป็นจวนโหวก็แล้วอย่างไร ในเมื่อหนีไม่พ้นก็มาสู้กันสักตั้งเถอะ โฮะๆ ๆ ๆ


หลังอ่านจบ
บอกเลยว่าเรื่องนี้ปรัชญาเยอะมากกกก มีทั้งแนวคิดของขงจื่อ  สำนักฝ่าเจีย  เมธีร้อยสำนัก
และอื่นๆ อีกมากมายที่จำไม่ได้แล้ว 55+    
นางเอกเป็นคนที่ฉลาดรอบรู้มากๆ ยิ่งพอได้กลับชาติมาเกิดใหม่ก็ยิ่งฉลาดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว  
ใครพูดอะไรมาก็สามารถหาเหตุผลหักล้างได้หมด ไม่ต้องจับอาวุธเพราะคำพูดของนางนี่แหละคืออาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างมากที่สุดแล้ว   
ตอนที่แต่งไปอยู่บ้านสามีเก่าในชาตินี้ก็ใช้แต่สมองกับคำพูดนี่แหละ  
ใครอยากทำอะไรก็ทำไปฉันไม่แคร์  เพราะชาติก่อนทำไปเยอะแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ ชาตินี้เลยขอพูดอย่างเดียวไม่ทำแล้วจ้า แค่พูดเฉยๆ จริงๆ ไม่ได้ด่าไม่ได้ขึ้นเสียง พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
แต่คนฟังนี่เหมือนถูกมีดแทงทะลุหัวใจ 55+  

จริงๆ แนวที่นางเอกตายแล้วย้อนกลับมาอยู่ร่างเดิมเนี่ย มันก็ไม่ค่อยแปลกใหม่แล้วนา
มีออกมากันเยอะเลย  แต่เราว่าเรื่องนี้มันมีความน่าสนใจ  มีความต่างตรงที่ตัวนางเอกไม่ได้กลับมา
เพื่อหวังแก้แค้น หรือวางแผนเล่นงานอีกฝ่ายให้สิ้นชีพมอดม้วยมรณา เหมือนที่เคยอ่านๆ มาน่ะสิ  
แต่แค่หวังจะได้ใช้ชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ และให้ครอบครัวได้อยู่ดีมีสุขไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง 
แถมอาวุธที่นางใช้ต่อสู้ก็มีแค่คำพูดกับพู่กันเท่านั้นเองด้วย ( เจ็บปวดยิ่งกว่าตาย )  
ส่วนศัตรูของนางก็ไม่ได้มีแค่สามีเก่า (ไม่สิๆ ความจริงสามีเก่าไม่ใช่ศัตรูของนางนะแต่เป็นเมียเก่าของสามีเก่าต่างหาก 55) แต่ยังมีแนวความคิดสวีของสวีก่วงจื้ออีกที่นางต้องพยายามขัดขวาง
ไม่งั้นสตรีทั้งหลายคงได้ถูกบีบคั้นจนตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นางเอกจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกแน่ๆ
.... แต่พอหมดเรื่องเก่าไปเรื่องใหม่ก็เข้ามาอีก เพราะนางเอกดันถูกศัตรูใหม่หมายหัวอีกแล้ว
ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้นางนิสัยเปลี่ยน และตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่อีกครั้ง  
( เข้าทางใครบางคนพอดีหลังจากที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนมานาน เพราะพลาดทำของดีหลุดมือไป 
ใครบางคนที่ทนไม่ได้  เมื่อเห็นบ้านเขากำลังจะรักใคร่สามัคคีกันแล้วก็ยอมไม่ได้  
เลยส่งดาวหายนะลงไปให้  จนเขาวงแตกต้องแยกย้ายกันไป ถึงได้สมใจใครบางคนล่ะทีนี้ 55+ )

 เราคิดว่าตอนที่อ่านหลายๆ คนคงไม่อยากให้สามีเก่าเป็นพระเอก รวมถึงฮ่องเต้ด้วยสินะ
เพราะขัดใจที่พี่แกเชื่อตัวร้ายและพระราชทานสมรสให้นางเอกใช่ไหมล่ะ 55 ...
แต่ทำใจเถอะเพราะมันไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วจริงๆ   
พออ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้ว่าทำไมตอนนั้นพี่แกถึงได้พระราชทานสมรส  ทำไมถึงชอบแย่งเมียชาวบ้าน..เอ้ยๆ ทำไมถึงรับนางร้ายเป็นพระสนม  คือคนเรามันพลาดกันได้ ฮ่องเต้ก็เช่นกัน  
พอดีพี่แกเป็นคนต่างเผ่าที่ไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมจงหยวนไง  ประกอบกับตอนนั้นไม่มีคนให้ถามก็เลยได้แต่ตามน้ำไปก่อน  พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นถูกตราหน้าว่าแย่งเมียเพื่อนไปซะแล้ว 55+  
ต้องแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ  
ส่วนคนร้ายตัวจริงกลับได้ใช้ชีวิตอย่างสบายอุรา   
แต่ดีที่พอพลาดแล้วก็รู้จักปรับปรุงแก้ไข เพราะหลังจากนั้นพี่แกก็ไม่พลาดอีกเลย  
แต่ฝ่ายสามีเก่านี่สิพลาดแล้วพลาดอีก  โง่งมงายอยู่แต่กับเมียเก่าจนจะพาคนทั้งบ้านซวยไปด้วย  
ยิ่งตอนที่พยายามจะช่วยบ้านเมียเก่า เรานี่แทบอยากจะเข้าไปด่าแทนนางเอกจริงๆ  
ถ้านางเอกไม่ขวางเอาไว้คงได้ตายกันหมดยกตระกูลแน่นอน   
ยังดีที่สุดท้ายก็ตาสว่างฉลาดกับเขาสักที แม้จะสายไปแล้วก็ตาม 55+
ซึ่งก็ต้องโทษตัวเองแหละนะที่อ่อนแอไม่หนักแน่นพอ  ตัดสินใจชักช้าไม่เด็ดขาดเท่าอีกคน  
ในตอนพิเศษที่ได้โอกาสกลับมาใหม่ก็ยังอุตส่าห์ทำพลาดอีกนะ 
โถๆ ๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ  ไม่รู้จะให้กลับมาใหม่ทำไม  
คิดจะมาขวางพระ-นาง แต่กลายเป็นว่ามาช่วยส่งเสริมวาสนาคนเขาซะงั้น 55+

ปล. เมียเก่าของสามีเก่านางเอก (งงไหม 55) นี่มันร้ายจริงๆ นะ  เป็นต้นเหตุของหายนะทั้งปวง 
ทำชีวิตคนอื่นเขาปั่นป่วนวุ่นวายชิบหายวายวอดกันไปหมด  ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง 
ขนาดลูกตัวเองแท้ๆ ก็ยังไม่รัก  สงสารก็แต่ลูกชายที่ดันเชื่อแต่แม่ ใครพูดบอกยังไงก็ไม่ฟัง 
สุดท้ายชีวิตก็พังหมด  ส่วนลูกสาวโชคยังดีที่กลับตัวได้ เพราะพอได้อยู่ใกล้ๆ นางเอกก็เลยเริ่มฉลาด เริ่มมองเห็นความจริง  แล้วเอานางเอกเป็นแบบอย่างไม่เอาแบบแม่ตัวเองแล้ว

.....................................................................

....ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ ความไม่พอใจและความเจ็บปวด  อยากจะคำราม

อยากจะทุบทำลายข้าวของที่อยู่ตรงหน้าให้หมด  แต่ก็รู้ว่าเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์

เดิมที่เขาสามารถครอบครองฮูหยินได้ 

แต่เพราะความโง่เขลาและความดื้อรั้นของตนเองทำให้เกิดความผิดพลาด  

เขาเคียดแค้นตนเองอย่างยิ่ง และยิ่งเคียดแค้นเย่เจินกับจ้าวลู่หลี 

ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัวและแผ่ไอสังหารออกมาอย่างรุนแรง ....



วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562

ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ


ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
     
      " ตอนนั้นข้าตื่นตระหนกยิ่งนัก ทั้งโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
 ข้าคิดว่าหากเจ้าทอดทิ้งข้าไปและไม่กลับมาอีกแล้วจริงๆ
เช่นนั้นก็ดี  ข้าจะได้ไม่ต้องกริ่งเกรงอันใดอีก
ข้าปรารถนาจะบุกตีเหยี่ยนโจวเมื่อใดก็ไปได้เมื่อนั้น   
อยากจะบดขยี้คนสกุลเฉียวก็ไปได้ในทันที  ......"


นี่คือยุคสมัยที่ราชวงศ์อ่อนแอบ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย  เจ้าผู้ครองแคว้นต่างตั้งตนเป็นใหญ่หันคมดาบเข้าหากัน ด้วยหวังช่วงชิงดินแดนของอีกฝ่าย และตั้งตนเป็นเจ้าเหนือหัวองค์ใหม่เพื่อปกครองใต้หล้า   

นางเอกข้ามมิติมาอยู่ในร่างของ เสี่ยวเฉียว บุตรตรีแห่งสกุลเฉียวซึ่งมีรูปโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องชื่อลือชาไปไกล เพราะอยากได้ที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ท่านลุงของนางจึงหมายจะส่งบุตรสาวไปผูกมิตรกับสกุลเว่ย ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเว่ย-เฉียวนั้นมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ และด้วยภาพนิมิตในความฝันของเจ้าของร่างเดิมในชาติที่แล้ว จึงทำให้นางเอกได้รู้จุดจบของเจ้าของร่างเดิมนี้ รวมถึงทุกคนในตระกูลด้วย และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างต้องกลับไปซ้ำรอยเดิม นางเอกจึงจำใจต้องแต่งงานกับ เว่ยเซ่า หรือเว่ยโหวแห่งสกุลเว่ย ที่เคียดแค้นชิงชังคนสกุลเฉียวเข้ากระดูกดำแทนลูกพี่ลูกน้องของตน  

เว่ยเซ่า ท่านโหวแห่งตระกูลเว่ย บุรุษหนุ่มผู้เป็นเจ้าแห่งดินแดนทางเหนือ หน้าตาหล่อเหลาองอาจ เฉลียวฉลาดและเก่งกาจในการรบ  แต่เพราะถูกคนสกุลเฉียวหักหลัง จึงทำให้เขาต้องสูญเสียบิดาและพี่ชายไปตั้งแต่ตอนอายุสิบสอง ในขณะที่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องนอนรักษาตัวนานถึงครึ่งปี แม้หลังจากนั้นบาดแผลทางกายจะหายดี แต่ทว่าทางใจกลับไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย ซ้ำท่านย่าที่เขาเคารพรักมากที่สุด ก็ยังตอบรับการแต่งงานของคนสกุลเฉียวนั้นอีกด้วย ...สุดท้ายเขาก็จึงต้องจำใจแต่งหญิงสกุลเฉียวที่แสนจะชิงชังมาเป็นภรรยา

พระเอกรู้ดีว่าเป้าหมายในการแต่งงานครั้งนี้คืออะไร แต่พี่แกก็หาได้สนใจไม่ อยากแต่งก็แต่งสิ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางให้พวกสกุลเฉียวได้สมใจอยากแน่นอน ดังนั้นพระเอกจึงหมางเมินและเย็นชากับนางเอกตั้งแต่คืนวันแรกของการแต่งงานเลย  ส่วนนางเอกก็คาดเดาท่าทีของสามีได้อยู่แล้วจึงไม่รู้สึกอะไร พยายามใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะรู้ดีว่าสามีและแม่สามีเกลียดนาง รวมถึงตระกูลของนางมากขนาดไหน นางไม่วาดฝันว่าตนจะสามารถสลายความแค้นของสองตระกูลลงได้ เพียงแต่หวังว่าคนในครอบครัวที่นางรักจะไม่ต้องมีจุดจบเหมือนกับในภาพนิมิตเท่านั้นพอ

คนสองคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่ได้มีใจให้กัน แต่กลับต้องมาแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง แถมเบื้องหลังของทั้งสองตระกูลก็ยังมีความแค้นล้ำลึกต่อกันอีก ดังนั้นแต่ละก้าวของนางเอกจึงเสมือนเดินอยู่บนพรมเข็ม เพราะด้านหลังนั้นคือชีวิตของคนในบ้าน และชาวเมืองทุกคนในเหยี่ยนโจว แม้ต่อมาสามีจะเข้าหานางมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่สัมพันธ์ทางกาย เพราะถึงที่สุดเขาก็ยังไม่คิดเปิดใจอยู่ดี  ต่อหน้ารักใคร่กล่าวคำหวานหู แต่ลับหลังกลับพยายามหาทางลอบโจมตีเมืองของนางอยู่ตลอด  เมื่อเป็นเช่นนี้...ต่อให้ใกล้ชิดกันเพียงใด แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความระแวดระวังกันอยู่ดี    
นางไม่อาจละทิ้งไม่ใยดีคนในครอบครัวของตนได้ ... 
ส่วนเขา...ก็ไม่อาจปล่อยวางความแค้นที่มีต่อตระกูลนางได้เช่นกัน  ....  


หลังอ่านจบ ...
พระ-นางไม่ได้รักกันมาก่อนแต่กลับต้องมาเป็นสามีภรรยากันด้วยความจำใจ ฝ่ายหนึ่งหวังบรรเทาความโกรธแค้น ส่วนอีกฝ่ายก็หวังจะได้ชำระสะสางความแค้นนี้ทิ้งเสียที  แต่กลายเป็นว่ายิ่งได้อยู่ร่วมกันได้เห็นตัวตนของอีกฝ่าย หัวใจของพระเอกที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่เดิมก็กลับค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ  แม้จะพยายามปฏิเสธอยู่หลายทีแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้ ว่าพี่แกหลงรักเมียที่เป็นคนสกุลเฉียวเข้าแล้วจริงๆ แต่ยิ่งรักก็ยิ่งกลัว ยิ่งอ่อนไหว เพราะรู้ว่าสิ่งที่เมียปรารถนานั้นตัวเองอาจจะให้ไม่ได้  จากเดิมที่เป็นคนใจร้อนโมโหร้ายอยู่แล้ว พอเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเมีย พระเอกก็ยิ่งผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไปเลย (แถมยังขี้หึง+หื่นอีกต่างหาก 55)  แบบเมื่อเช้าเพิ่งรักใคร่กลมเกลียวพูดจาจ๊ะจ๋า  พอตกเย็นมาก็เหมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด  ทำเอาเมียกับคนอ่านตามอารมณ์พี่แกไม่ทันเลยจ้า 55+  ...พอเป็นแบบนี้เมียก็เลยไม่ค่อยวางใจเพราะเดาใจสามีไม่ค่อยออก ก็เลยต้องขอให้ทางบ้านเตรียมหาทางรับมือป้องกันตัวเองเอาไว้บ้าง หนึ่ง...เผื่อเวลามีอะไรจะได้ไม่ต้องไปขอร้องให้สามีช่วยบ่อยๆ ( เพราะไม่ค่อยเต็มใจช่วย ) สอง...เผื่อสามีอาการไบโพลาร์กำเริบเปลี่ยนใจ ก็จะได้ไม่ต้องลงเอยเหมือนในชาติที่แล้วอีก ...คือก็เข้าใจความแค้นของพี่แกนะแต่ก็เข้าใจฝั่งนางเอกด้วย  จะให้นางทอดทิ้งคนในตระกูลได้ยังไง ในเมื่อพ่อแม่-พี่น้อง ป้าสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้องก็ดีต่อนางทุกคน คนในเมืองหรือพวกแม่ทัพก็ดี  ถึงจะแซ่เฉียวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลวทุกคนเด้อ แต่อย่างว่าแหละปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง.....เฮ้อออ

เพราะฉะนั้นพระเอก-นางเอกเลยได้แต่ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนที่มีทั้งหมด พยายามถอยเท่าที่จะถอยได้เพื่อประคับประคองกันและกันไป ท่ามกลางความกลัว ความหวาดระแวง ความไม่มั่นคงทั้งหลายที่มาจากตัวพวกเขาเองและบุคคลภายนอก ... เพราะนอกจากเรื่องความรักความแค้นของทั้งคู่แล้ว ก็ยังมีเรื่องสงครามที่ต้องเผชิญอีก เยอะแยะไปหมด พระเอกเรื่องนี้จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้านเพราะต้องออกไปรบอยู่บ่อยๆ ดังนั้นบางครั้งทะเลาะกันทีหนึ่งกว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ก็ต้องลากยาวเป็นเดือนๆ  จริงๆ พี่แกรักเมียมากนะแต่ปากแข็ง ส่วนเมียก็รักแหละแต่ยังไม่ค่อยเต็มร้อย เพราะกลัวสามีจะปล่อยวางความแค้นไม่ได้  กว่าจะพากันก้าวข้ามผ่านปมแต่ละปมไปได้ก็เลยนู่นหลายปีเลย .....

ปล. ชอบคู่ของลูกพี่ลูกน้องนางเอก ( ชาตินี้พี่สาวนางเอกโชคดีแล้ว ) แต่ออกไม่ค่อยเยอะหรอก  แต่จากที่อ่านๆ คิดว่าฝีมือในการรบของพี่เขยนางเอกคนนี้บางทีอาจจะเหนือกว่าพระเอกด้วยซ้ำ เป็นคนที่มีมากแถมยังสู้ได้สูสีกับพระเอก พระเอกก็เลยไม่อยากปล่อยไว้ ไม่ยอมรับคนเขาเป็นคู่เขยแถมยังแอบส่งคนไปตีเมืองเขาอีก พอนางเอกรู้เรื่อง พระเอกนี่แบบหน้าชาเลยจ้า  แต่ต้องทำเป็นเข้มเก๊กไว้ จนสุดท้ายพอเมียหนีกลับบ้านก็ทนไม่ไหวต้องตามไปง้อขอคืนดี .... และสุดท้ายก็ยอมจำนน ( เพื่อเมีย ) สมกับชื่อเรื่องเลย 55+