วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

คู่ชิดสองปฏิปักษ์ 3 เล่มจบ


คู่ชิดสองปฏิปักษ์ (两世欢) 3 เล่มจบ ผู้แต่ง : จี้เยว่เจี๋ยวเจี่ยว (寂月皎皎) 
ผู้แปล : เสี่ยวหวา
สำนักพิมพ์ อรุณ
"..ข้าจะออกไปตามหาคนดีของข้าสุดหล้าฟ้าเขียว 
นับแต่นี้หมดสิ้นบุญคุณความแค้น
ไม่ต้องพบเจอกันอีกทางใครทางมัน ต่างคนต่างไปมีชีวิตที่เป็นสุข
บทสรุปนี้ระหว่างท่านกับข้านั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว .."

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หยวนชิงหลี  คุณหนูใหญ่สกุลหยวน  รูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาดเพียบพร้อม แต่กลับมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ เจ้าชู้มากรัก ทั้งยังเลี้ยงเด็กหนุ่มรูปหล่อเอาไว้ข้างกายอีกเป็นโขยง  และด้วยอุบัติเหตุบางอย่างจึงทำให้นางสูญเสียความทรงจำในอดีตไปจนสิ้น  ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วได้รู้เรื่องราวในอดีตที่คุณหนูใหญ่หยวนเคยกระทำ รวมไปถึงสัญญาหมั้นหมายนั้นของตัวเองก็รับไม่ได้ จนต้องหนีออกจากบ้านและแอบไปเป็นมือปราบในอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง

จิ่งฉือ หรือตวนโหวขี้โรค นิสัยเย็นชาแต่ปากร้าย ที่มาที่ไปลึกลับแต่กลับได้รับความโปรดปราน
จากฮ่องเต้อย่างล้นเหลือ และเป็นคู่หมั้นของคุณหนูใหญ่สกุลหยวนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่โด่งดัง

เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน กึ่งๆ ดราม่า พระ-นางและตัวละครหลายคนต่างก็มีปมในอดีต 
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมและเรื่องราวทั้งหลายตามมา  
เล่มแรกเน้นที่การสืบคดี อาจจะเนือยๆ หน่อย เริ่มจากคดีเล็กๆ แล้วค่อยๆ ลุกลามออกไปเรื่อยๆ  
ทว่าน่าเสียดายที่แม้จะร่วมมือกันสืบจนรู้ถึงตัวการที่อยู่เบื้องหลัง แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถลากคนผู้นั้นออกมารับผิดได้ ทั้งๆ ที่มีแต่ตัวบิ๊กๆ มาช่วยกันสืบทั้งนั้น ทั้งองค์หญิง ผู้แทนจากเมืองหลวง ท่านอ๋องน้อยเอย แม่ทัพมณฑลเอย และก็มือปราบ แต่สุดท้ายก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี (ใหญ่จริงๆ) 
ก็เลยทำให้เกิดความสูญเสียต่างๆ จนนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ในภายหลัง 

อ่านจบแล้ว รู้สึกสงสารชะตาชีวิตของแม่ลูกสกุลหยวนนะโดยเฉพาะลูก  
คนแม่ยินยอมแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ ทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักเก่าที่เจ้าชู้มากรักได้สมดั่งใจหมาย นอกจากความมั่งคั่งและอำนาจกับความโปรดปรานที่ได้รับ สุดท้ายเหลืออะไร? 
บ้านก็แตกสาแหรกขาด ลูกก็ถูกใช้เป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนจนวันตายก็ไม่ได้พบหน้า ส่วนลูกอีกคนก็ถูกขโมยไป  ...ลูกสาวคนเล็กที่ยังอยู่ก็พยายามดิ้นรนฝึกฝนจนเชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่ เพราะไม่อยากให้คนมองว่าเป็นเหมือนแม่ แต่สุดท้ายก็ยังพลาดถูกคนทำร้าย จนต้องเลือกเดินบนเส้นทางชื่อเสียงฉาวโฉ่เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่เหมือนกัน ...T^T

ส่วนนางเอกเพราะบุญคุณความแค้นของคนรุ่นเก่า หรือความเข้าใจผิด??  
จึงทำให้ถูกคนลักพาตัวไปตั้งแต่เป็นทารก หลอกว่าเป็นเด็กกำพร้า ถูกบ้านพระเอกเลี้ยงดูมา 
เติบโตมาด้วยกันและมีฐานะเป็นเหมือนสาวใช้  แม้พระเอกจะไม่เคยมองว่านางเป็นสาวใช้แต่ก็ไม่เคยพูด  หลายครั้งที่นางเอกถูกคนในบ้านรังแก ถูกใส่ร้าย ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ก็ไม่เคยปริปากหรือแก้ตัวใดๆ  เพียงแค่ก้มหน้าเงียบๆ ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทำอยู่แบบนั้นตั้งแต่เล็กจนโต  ซึ่งพระเอกก็รู้นะ แต่กลับเงียบไม่พูดอะไร  เพราะโดนคนทั้งบ้านกรอกหูมาตั้งแต่เกิดว่านางเอกเป็นลูกสาวศัตรู พี่แกจึงคุ้นชินกับการที่นางเอกต้องอดทนต่อการเป็นเครื่องบรรเทาความแค้นของบรรดาญาติๆ ที่เลี้ยงดูมา แม้จะรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ก็ปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยชดเชยให้ที่หลัง และพยายามทำดีกับนางให้มากๆ ก็โอเคแล้ว ( ดีที่ตอนหลังยังสำนึกได้ว่ามันไม่โอเคนะเว้ยเฮ้ย )  
นางเอกจึงถูกทุกคนในบ้านพระเอกรวมถึงบ่าวไพร่ปฏิบัติอย่างเย็นชาใส่มาตลอด 
โดยที่ตัวนางก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไม?  

ส่วนอิป้าที่เป็นสาวใช้แม่พระเอกก็เหมือนประสาทแดก ดุด่ากระทบกระเทียบเฆี่ยนตีคนเขาไม่พอ 
เวลาเห็นนางเอกใกล้ชิดกับพระเอกเมื่อไร ลับหลังพอพระเอกไม่อยู่ นางก็ต้องแอบมาเอาเรื่องนางเอกทันที แล้วดูแต่ละอย่างที่อิป้าทำนี่ มันแบบบ้ามากกก(ไปอ่านเองเน้อ) เหมือนคนโรคจิตอะ
(แต่เรื่องบ้าๆ นี่พระเอกไม่รู้นะ)  และในเมื่อตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตนี้มีเพียงพระเอกเท่านั้นที่ดีด้วย 
แม้จะเป็นแค่รอยยิ้มอันเล็กน้อยที่เหมือนกับเศษทาน และการเลี้ยงดูที่เหมือนกับลูกหมาลูกแมว 
(ตามที่สหายคนหนึ่งของพระเอกได้กล่าวไว้)  ก็ไม่แปลกที่นางเอกจะรักและเทิดทูนพระเอกเอามากๆ ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน แต่ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายแบบนี้ตลอดไปก็พอใจแล้ว  
แต่เมื่อนางเอกได้รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง ได้รู้ว่าตนก็เป็นแค่หมากที่จะถูกจับวางหรือจับเดินอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น  ส่วนเรื่องพระเอกไม่ว่าพยายามอย่างไรก็ไม่มีทางสมหวัง  
เมื่อเป็นดังนั้นนางเอกจึงตัดสินใจที่จะไม่เป็นหมากของใครอีกต่อไป และขอเลือกเส้นทางเดินชีวิตที่เหลือด้วยตนเอง ...

หลังจากนั้นพระเอกก็ถูกลอบทำร้ายจนเกือบตาย และก็เข้าใจว่า.....เป็นคนทำ
เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงเก็บกดมานานเลยระเบิดนิสัยดั้งเดิมออกมา 
บวกกับคำพูดกรอกหูของคนสนิทข้างกายก็เลยยิ่งเชื่อสนิท...
พี่แกเลยให้คนเขากินยาลบความทรงจำ แล้วส่งไปสลับสับเปลี่ยนฐานะกับคนอื่น
เพื่อให้อีกฝ่ายใช้ชีวิตและแบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดีของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิตเพื่อแก้แค้น  
แต่พี่แกก็ยังไม่หนำใจยังตามไปใช้แผนชายงามหลอกให้คนเขารักและสลัดทิ้ง (น้ำเน่ามากพี่)
พอกลับมาเมืองหลวงก็ทำตัวเย็นชาห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จัก ไปสนิมสนมใกล้ชิดกับหญิงอื่น 
ทำทีเหมือนจะทอดทิ้งแล้วไปแต่งงานกับอีกคน 
แต่จุดที่ทำให้นางเอกตัดสินใจเลิกและขอถอนหมั้นก็คือ ตอนที่นางถูกใส่ร้ายแล้วพระเอกไม่เชื่อ 
ไม่ปกป้อง แต่กลับเข้าข้างอีกฝ่าย ไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่นางจะได้รับหากถูกลงโทษขึ้นมาจริงๆ

พอนางเอกตัดใจได้ พระเอกที่ตอนแรกทำท่าเหมือนจะทิ้งเขาก็กลับตัดใจไม่ได้แทน (อะไรฟะ)
คนรอบตัวที่สนิทกับพระเอกพอเห็นพี่แกทุกข์จนอาการป่วยทรุด 
ก็เลยหวังดีอยากให้นางเอกกลับมา 
แต่ไม่ลองถามนางเอกละว่าอยากกลับมาไหม หรืออยากมีชีวิตแบบไหน
พอไม่เป็นไปตามแผนก็อยากให้คนเขาเหมือนเดิม แต่พอโกรธก็ลบทุกอย่างทิ้ง
แม้เวลาที่นางเอกมีภัยพระเอกจะลากสังขารที่เจ็บป่วยตามไปช่วยทุกครั้ง
แต่ถ้าเทียบกับการกระทำตลอด 20 ปีที่ผ่านมาก็ยังรู้สึกว่าไม่น่าให้อภัยอยู่ดี (ความเห็นส่วนตัวนะ)
เราว่าโตแล้วก็น่าจะกลับมานึกพิจารณาได้ หรือไปลองสืบสวนดูใหม่ (มีกำลังมีอำนาจแล้ว)
เพราะมันมีจุดที่น่าสงสัยตั้งหลายอย่างแต่ก็ไม่ทำ เพราะอคติมันบังตา แม้จะรักแต่ใจก็ยังเอนเอียงไปทางนั้นมากกว่าอยู่ดี แล้วพอความจริงทุกอย่างเปิดเผยออกมาก็เป็นไปตามที่เราคิด (กะแล้ว)
พระเอกเรื่องนี้เข้าตำราฉลาดเกือบทุกเรื่องแต่ชอบมาตกม้าตายกับเรื่อง(รัก)แบบนี้จริงๆ  
ถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นทำขนาดนี้บางทีอาจจะไม่ได้เป็นพระเอกแล้วก็ได้นะ ...   

"..ถึงกับหวังว่าข้าจะเปลี่ยนกลับไปเป็นคนที่เคารพเชื่อฟังอย่างไร้ศักดิ์ศรีคนนั้นอีกครั้ง
น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้ !
ถึงจะหักกระดูกสันหลังของข้าและหักขาทั้งสองข้างของข้า
ข้าก็ยังคงเป็นคนที่สง่าผ่าเผย  เป็นคนที่สง่าผ่าเผยเหมือนท่าน
ไม่ใช่บ่าวรับใช้ที่ต้องพึ่งจมูกผู้อื่นหายใจและต้องคอยมองสีหน้าของผู้อื่น ! ...."

   
- เรื่องนี้มีหลายคู่แล้วทุกคนก็มีคู่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องกินแห้วโดดเดี่ยวเดียวดาย 55
- สาวใช้นางเอกน่ารัก แม้จะพูดมาก ซื่อๆ ทึ่มๆ แต่พอมีอันตรายก็ปกป้องเจ้านายสุดชีวิต T^T
- แปลดี อ่านลื่น ไม่ติดขัด ชอบบบ
- พระรองก็ดี เปิดเผยตรงไปตรงมา ลูกผู้ชายที่แท้ทรู เมื่อรู้ว่าสาวเจ้าไม่รักก็ยินดีปล่อยมือและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัด ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่มีใจให้ ..


วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

ทาสหญิงพลิกแผ่นดิน 2 เล่มจบ


ทาสหญิงพลิกแผ่นดิน (改尽江山旧) 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ชิงเหยา
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส


"นางสามารถขอร้องให้ข้าปกป้อง  
แต่นางกลับหยิ่งทะนงไม่ยอมทำ  เดินจากไปทั้งอย่างนั้น  

หรือว่านางยังไม่เชื่อใจข้ามากพอ

เจ้าว่ามา ...คนเช่นนี้ข้าจะไล่ต้อนได้อย่างไร "

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

           นางเอกเคยเป็นทาสอุ่นเตียงของชาวหู  ถูกทหารคนสนิทของพระเอกจับกลับมาในขณะที่ตีค่ายชาวหูแตก ตั้งแต่นั้นมานางเอกก็กลายเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของพระเอก อาศัยกินอยู่หลับนอนอยู่ในกระโจมของอีกฝ่ายตลอด กระทั่งถึงวันที่กลับเมืองหลวงก็ยังพากลับไปด้วย   
           พระเอก เฉิงตั๋ว เป็นท่านอ๋องที่มีอำนาจเหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว 
เป็นพี่น้องร่วมอุทรของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน มีอำนาจทางการทหารอยู่ในมือ เก่งเรื่องการรบ 
ศึกสงคราม พระเอกรู้ว่านางเอกนั้นมีเจตนาแอบแฝง  แม้แต่คนสนิทก็ยังแนะนำให้สังหารทิ้ง 
แต่พระเอกก็ไม่สนยังเอาคนมาไว้ข้างกาย แล้วเฝ้ารอดูแผนการของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ

            อดีตของนางเอกนั้นเลวร้ายมาก เคยเป็นถึงองค์หญิงของแคว้นหนึ่งที่เก่งเรื่องยา 
เป็นธิดาคนสุดท้องและเป็นที่รักของพ่อกับแม่มากๆ แต่แคว้นถูกกองทัพชาวหูบุกยึด 
ทุกคนในครอบครัวล้วนตายหมด เหลือนางเพียงคนเดียว 
ผู้นำชาวหูที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมวิปริต ณ ตอนนั้นก็เกลียดชังครอบครัวนางเอกมาก 
นางเอกจึงไม่พ้นถูกใช้เป็นที่ระบายความแค้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ  
ทั้งใช้เป็นทาสอุ่นเตียง ทั้งเฆี่ยนตี ทั้งส่งให้บุรุษอื่นครอบครองแล้วก็สังหารคนเหล่านั้นทิ้ง 
ส่วนตัวนางเอกนั้น นับตั้งแต่วันที่ครอบครัวถูกสังหาร วันที่บ้านเมืองล่มสลาย  
ก็กลายเป็นใบ้ไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้อีก แม้จะยังมีลมหายใจแต่ก็เปรียบเสมือนคนที่ตายแล้ว  
ไม่รู้สึกรู้สา เจ็บแค่ไหนก็ไม่เคยปริปากร้อง มองร่างกายนี้เป็นแค่สิ่งเปลือกนอก
ส่วนตัวเองก็คือวิญญาณเร่ร่อนที่มาอาศัยอยู่ในร่างนี้เท่านั้น แม้จะไม่กลัวตายแต่ก็ไม่ได้อยากตาย 
หากมีหนทางอื่นให้เลือกได้ก็มักจะเลือกปรับตัวคล้อยตามสถานการณ์
และพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปจนถึงที่สุด

           พระ-นางเรื่องนี้ต่างก็มีความลับและแผนการเก็บอยู่ในใจ แค่รอดูว่าใครจะแกล้งโง่ไม่รู้ไม่ชี้ได้นานกว่ากัน  พระเอกรอให้นางเอกพูดออกมาแต่ในเมื่อนางไม่พูดพี่แกก็ไม่ถาม 
ต่างคนต่างรอดูว่าฝ่ายไหนจะหมดความอดทนก่อนกัน  
พระเอกไม่เคยรักหรือให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน 
แม้จะมีทั้งชายาเอก ชายารอง และอนุอยู่ในบ้าน แต่ก็ไม่เคยสนใจหรือให้ความสำคัญ  
กับนางเอกทีแรกก็นึกว่าจะเป็นแบบนั้น  แต่เมื่อคนหายไปพระเอกถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด...
          
           เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองและการทำสงครามมากกว่า 
พระเอกต้องรับศึกหนักทั้งในและนอกบ้าน  ต้องเผชิญกับเรื่องการเมืองในราชสำนัก
ทั้งพวกที่อยากแย่งชิงบัลลังก์ของพี่ชาย และยังต้องรับศึกที่อยู่นอกแคว้นอีกด้วย 
มีการชิงไหวชิงพริบ การวางแผนซ้อนแผนรวมถึงเรื่องยาพิษ 
มีลาสบอสที่อยู่เบื้องหลังคอยชักใยเรื่องราวต่างๆนานา  และยังมีตัวละครอีกตัวที่บทค่อนข้างเด่น  
เป็นตัวละครที่มีนิสัยซับซ้อน เป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญแทบจะพอๆกับพระเอกก็ว่าได้  
แต่ดีนะที่คนนี้มีคู่ของตัวเองไม่งั้นพระเอกมีหนาวแน่ (ส่วนเราก็จะปวดใจที่พระรองดีงามอีกแล้ว55)  
          ส่วนอดีตของนางเอกในหนังสือก็เล่าแค่ 1-2 บรรทัด กล่าวผ่านๆไม่ได้เจาะลึกอะไร 
บางจุดก็ให้เราไปคิดตีความเอง ทั้ง 2 เล่มเนี่ยคือนางเอกในตอนปัจจุบันที่ได้เจอกับพระเอกแล้ว
และก็อยู่กับพระเอกมาตลอด ซึ่งพระเอกก็ไม่เคยสนใจถามไถ่ถึงอดีตของนางเลย 
มีโหดแค่ตอนแรกที่ลงแส้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆทะนุถนอมเอาใส่ใจมากขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลา  
มีแอบหวง+ห่วงหึงคนเขา ค่อยๆโอนอ่อนผ่อนตามโดยไม่รู้ตัว ภายนอกดูเหมือนเป็นนางเอกที่คล้อยตามแต่สุดท้ายจริงๆแล้วคือพระเอกต่างหากที่ยอมลงให้แทบทุกเรื่อง 
เห็นโหดๆจับแต่ดาบอยู่แต่ในสนามรบ แต่เอาจริงๆพี่แกก็ใจกว้างมากนะ(เฉพาะกับนางเอกนะ55
เพราะพระเอกนี่แหละสุดท้ายนางเอกเลยวางปมในใจลงได้ และได้กลับมามีชีวิตจริงๆอีกครั้ง  
ถึงจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักแต่สุดท้ายทั้งสองคนก็รักกัน  
และรักมากจนถึงขนาดยอมวาง และละทิ้งสิ่งสำคัญทุกอย่างในชีวิตเพื่ออีกฝ่ายได้ ...

ปล. แม้พระเอกจะมีสตรีอยู่ในจวนมากมายแต่กลับไม่มีเรื่องหลังบ้านเลยจ้า นางเอกใช้ชีวิตกินอิ่ม
นอนหลับ ตื่นสายตะวันโด่งยังไงก็ไม่มีใครกล้ายุ่ง ได้แต่อิจฉากันไปแต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร
พระเอกก็ตามใจปล่อยให้นางเอกขี้เซาทำตัวเหมือนวัชพืช อยากตื่นกี่โมงก็เอาเลยจ้า 55



วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

ลิ่วเหยา เล่ม 2


ลิ่วเหยา เล่ม 2 (3 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : bou ptrn
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ลิ่วเหยา เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1.html


นิสัยเสียของศิษย์พี่ใหญ่
คางคกขี้เรื้อนของศิษย์พี่สอง
ความวุ่นวายที่ศิษย์น้องสี่ก่อไปจนถึงผ้าอ้อมของศิษย์น้องหญิงเล็ก
ล้วนเคยเป็นความคิดถึงที่เขาล้วนได้แต่มองแต่มิอาจเอื้อม...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)  
           ใครจะไปคิดว่าการเดินทางออกจากสำนักในครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขา
จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมายถึงเพียงนี้  
สำนักฝูเหยาที่เคยอยู่กันอย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากโลกภายนอก 
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหากไม่ตั้งใจฝึกฝนวิชาก็หาเรื่องก่อกวนกันเอง  
แต่มาบัดนี้กลับต้องระหกระเหินเรร่อน มีสำนักแต่ต้องปกปิดไม่อาจกลับไป
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พึ่งพาอาศัยกันประหนึ่งคนในครอบครัว

           เล่มนี้พีคมากอารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง 
ไว้ใจไม่ได้เลยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง  เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่หลวงที่ทำให้พัฒนาการของตัวละคร ในด้านพลังความสามารถและจิตใจเปลี่ยนแปลงเติบโตขึ้นอย่างมาก  
จุดมุ่งหมายของแต่ละคนเริ่มเด่นชัด  โดยเฉพาะศิษย์น้องสี่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด ......
.............จะสปอยล์ล่ะนะ (ใครไม่อยากอ่านข้ามไปจ้า) ...........
ศิษย์น้องสี่เดินเข้าสู่เส้นทางปีศาจบำเพ็ญ 
ตอนแรกเพราะถูกคนชักใยแต่หลังจากนั้นเหมือนจะเกิดจิตมารจริงๆ 
เพราะเสียใจที่ตัวเองช่วยอะไรหรือปกป้องใครไม่ได้ แถมยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายศิษย์พี่อีก 
ตอนนี้ภายในร่างเหมือนมี 2 คนอาศัยอยู่ แบ่งเป็นด้านดีกับจิตมาร  
ส่วนพระเอกหรือเจ้าแม่เหยียน นับตั้งแต่วันที่สูญเสียของสำคัญไปก็แทบบ้า 
แต่เพราะความเป็นเจ้าสำนักและศิษย์พี่ยังค้ำคอ จึงได้แต่อดทนกดเก็บความคลั่งนั้นไว้  
ต้องตั้งใจฝึกฝนวิชา และหาช่องทางทำมาหากินเพื่อดูแลคนที่เหลือและฟื้นฟูสำนักต่อไป

           จนร้อยปีผ่านไปเมื่อของสิ่งนั้นหวนคืน พระเอกที่แม้ปากจะไม่พูด 
แต่การกระทำก็แทบจะเผยทุกอย่างออกมาหมดแล้วว่ารู้สึกยังไง ห่วง+หวงคนเขามากแค่ไหน  
แต่อีกด้านก็ยังพยายามระงับความคิดความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เกินเลยหรือข้ามเส้น 
แต่พอคนเขาเกิดเรื่องก็รีบแจ้นมาจัดการทุกคนที่ขวางหน้า แม้อีกฝ่ายจะเก่งขึ้นแล้ว
แต่พระเอกก็ยังผลักไปข้างหลังและกางแขนปกป้องไม่ให้ใครทำร้ายเขาได้อีก 
นายเอกแม้จะความรู้สึกช้ายังไงพอเจอแบบนี้เข้าไปหลายๆ ครั้ง (แถมยังมีคนพูดชง) 
ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างล่ะนะ

           เล่มนี้ต้องตั้งใจอ่าน บทบรรยายเยอะ(เหมือนเดิม)อ่านข้ามไม่ได้  สถานการณ์พลิกผันบ่อย 
จุดหักเหเยอะตั้งแต่หน้าแรกยันจบ...มีตัวละครใหม่อย่างสำนักโหราศาสตร์ สำนักบำเพ็ญอื่นๆ
และเมธีทั้ง 4 ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งอดีตของสำนักฝูเหยาเพิ่มเข้ามา....

           ตอนนี้นายเอกไม่ค่อยจิกกัดเหมือนเล่มแรก แต่ยังเป็นตัวทำลายบรรยากาศเหมือนเดิม  
พระเอกก็ลดนิสัยนกยูงลงบ้างแล้ว ที่เพิ่มขึ้นมาคือความสุขุมจริงจัง  กลายเป็นศิษย์พี่ เป็นเจ้าสำนักที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ  แต่อีกด้านก็ยังคงเป็นเจ้าแม่สำหรับบรรดาศิษย์น้อง 
และมีความเป็นสาวน้อยที่เหมือนเพิ่งหัดมีความรักเพิ่มเข้ามา  
ศิษย์พี่รองกลายเป็นมือขวาเชี่ยวชาญเรื่องยากับค่ายกล  กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสำนัก 
แม้จะดูเหมือนอ่อนแอที่สุด แต่ก็เจ้าเล่ห์+หลอกยากไม่ได้รังแกง่ายๆ นะ
มองความรู้สึกที่ศิษย์พี่ใหญ่มีต่อน้องเฉียนออกเป็นคนแรก (แต่ถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่พูด) 
ศิษย์น้องหญิงเล็กนิสัยเหมือนใคร(ฟะ)55  เป็นครึ่งมารฟ้าครึ่งมนุษย์  
ได้ศิษย์พี่ช่วยกันเลี้ยงดูมาตั้งแต่นุ่งผ้าอ้อม นิสัยเลยไม่เหมือนมารแต่เหมือนเด็กสาวแก่นๆ ธรรมดาทั่วไปมากกว่า เวลาอยู่คนเดียวก็จะเงียบๆ เจียมตนเพราะไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้ามีศิษย์พี่อยู่ด้วยพร้อมพรักเมื่อไหร่ คุณน้องก็จะสยายปีกทันที โฮะๆ ๆ (ศิษย์พี่มาแล้วไม่กลัวๆ ๆ กร่างได้55)



วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ


อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้ (天如玉)
ผู้แปล : Singin' in the Rain
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เซี่ยซู บุตรนอกสมรสของตระกูลเซี่ย หญิงสาวที่เติบโตมาในชนบท ฐานะยากจน
นิสัยแก่นแก้วซุกซน แต่เพราะสกุลเซี่ยไม่มีทายาทจึงทำให้นางถูกรับตัวกลับมา 
และถูกเลี้ยงดูบ่มเพาะเพื่อให้รับช่วงต่อจากท่านปู่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีของแผ่นดิน 
เพื่อให้สกุลเซี่ยได้เรืองอำนาจสืบต่อไปและไม่ถูกโค่นล้ม 
แม้จะต้องปลอมตัวเป็นบุรุษหรือรัดหน้าอกไปชั่วชีวิต 
แม้จะต้องถูกผู้คนชังหน้าและถูกหาว่าเป็นขุนนางเจ้าเล่ห์...นางก็ต้องทำ

เรื่องการเมืองในราชสำนัก การชิงไหวชิงพริบของเหล่าขุนนางตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลาย 
ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นตัวแปรในการปกครองแผ่นดิน 
พระเอกเป็นอู่หลิงอ๋องที่ภายนอกเหมือนบัณฑิต แต่เนื้อแท้ภายในเขาคือแม่ทัพใหญ่ที่น่าเกรงขาม 
ซึ่งถูกฮ่องเต้เรียกตัวกลับมาเพื่อหวังให้คานอำนาจกับฝั่งของนางเอก 
พระ-นางต่างเป็นคนฉลาดเจ้าเล่ห์ด้วยกันทั้งคู่ เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ รู้เท่าทันกันไปหมด ภายนอกพวกเขาคือศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ส่วนภายในกลับสนิทสนม(จริงดิ่!!
และเรียกขานกันว่าพี่-น้อง ทว่าลึกๆในใจทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าใครเป็นพี่เป็นน้องกับเจ้ากัน..ชิ!!! 

จะเห็นได้ว่าตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลายในเรื่องนี้นั้นต่างก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผ่นดิน 
กระทั่งฮ่องเต้ที่เป็นเจ้าเหนือหัวก็ยังต้องยืดหยุ่น และไม่อาจรวบกุมอำนาจทั้งหมดมาไว้ที่ตนเพียงคนเดียวได้ ส่วนตระกูลชนชั้นสูงก็ไม่อาจมีอำนาจเพียงหนึ่งแต่ต้องมีหลายๆตระกูลมาช่วยกันคานอำนาจไว้ เพื่อให้สมดุล เพื่อไม่ให้ฮ่องเต้หวาดระแวงจนถูกกำจัด 
ซึ่งในเรื่องนี้ตระกูลของพระเอก-นางเอกก็คือตระกูลหลัก ที่เป็นหัวหน้าของตระกูลชนชั้นสูงที่แบ่งออกเป็นขั้วอำนาจใหญ่ๆสองฝั่ง ตระกูลนางเอกนั้นมีอำนาจมานานจนฮ่องเต้อยากจะกำจัด 
เดิมทีก็กะจะยึดตำแหน่งอัครเสนาบดีคืน หลังจากปู่ของนางเอกตายอยู่แล้ว 
แต่ปู่นางเอกก็เจ้าเล่ห์ สามารถทำให้หลานตัวเองได้ครองตำแหน่งนี้จนได้  
จึงยิ่งทำให้ฮ่องเต้และขุนนางฝั่งตรงข้ามเกลียดและไม่พอใจนางเอกมากๆ 
แต่นางเอกก็โนสนโนแคร์ เรื่อยๆเอื่อยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครว่าอะไรมาก็ยิ้มรับ 
จนอีกฝ่ายต้องกุมขมับปวดหัวแทน

แม้นางเอกจะเจ้าเล่ห์ และทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลตัวเอง 
แต่นางก็เป็นขุนนางที่เก่งสมกับตำแหน่งจริงๆนะ แบบว่าเก่งจริง ฉลาดจริง 
เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการยิ่งกว่าใครจริงๆ และก็ไม่ได้มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเองลูกเดียว 
เพราะเมื่อถึงคราวคับขัน นางก็ยังมองเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นหลักสำคัญ ต้องมาก่อน! 
พระ-นางเลยอยู่กันแบบผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่ได้คิดวางแผนเล่นงานให้อีกฝ่ายถึงตายหรือทั้งตระกูลล่มสลาย  เพราะทุกคนต่างก็เข้าใจดีว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่มสลาย ตัวเองก็จะเป็นรายต่อไปที่ฮ่องเต้หมายหัวและถูกกำจัดแทน

แต่พอนานวันเข้าพระเอกก็เริ่มหวั่นไหว+หัวใจคิดไม่ซื่อ 
แบบทีแรกก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะชอบผู้ชาย เลยพยายามหลบหน้า+ถอยห่าง 
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานเสียงของหัวใจ จนถึงขนาดตัดสินใจว่าจะตัดแขนเสื้อแล้วนะ 55+ 
แม้จะได้รู้ความจริงเรื่องเพศของนางเอก แต่หนทางความรักของทั้งสองก็ยังยากเหมือนเดิมอยู่ดี 
เพราะถ้านางเอกยังเป็นผู้ชายแบบนี้ก็คงยากที่จะได้ลงเอยกัน 
แต่หากเรื่องนี้เปิดเผยออกไปนางเอกก็ต้องตาย รวมถึงคนในตระกูลของนางทุกคนก็ต้องพลอยติดร่างแหตามไปด้วย (นางเอกเป็นห่วงความปลอดภัยคนในตระกูลมาก) 
ประกอบกับตัวนางเอกเองที่โตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีคนที่รักตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรแอบแฝงจริงๆ แม้พระเอกจะจริงใจมากแค่ไหนแต่นางก็ยังเผื่อใจเอาไว้อยู่ตลอด 
ไม่ได้คาดหวังว่าพระเอกจะต้องรักตัวเองตลอดไป 
หากถึงคราวที่อีกฝ่ายต้องแต่งงานจริงๆ นางเองก็พร้อมปล่อยมือ 
เมื่อรู้ว่าตนมีลูกไม่ได้นางก็ยินดีให้พระเอกมีผู้หญิงอื่น เพราะเข้าใจว่าพระเอกจำเป็นต้องมีทายาทสืบสกุล  แบบมองโลกตามความเป็นจริงมากจ้า แต่ดีที่พระเอกไม่คล้อยตามเลยสักเรื่อง55  
ใครเสนอเรื่องแต่งงานมาก็ไม่รับ ถ้ามีลูกไม่ได้ก็ไม่ต้องมี แต่ไม่ยอมไปนอนกับคนอื่นแน่นอน 
ก็คนมันรักไปแล้ว แม้หนทางที่จะได้อยู่ด้วยกันจะริบหรี่แต่พี่ก็สู้ไม่ถอย 
ไม่ว่านางเอกจะพูดยังไง หรือต่อให้ถูกคนทั้งเมืองพูดนินทาคิดว่าเป็นแขกหลังม่านของนางเอก 
หรือต้องรักกันแบบหลบๆซ่อนๆพี่แกก็ยอม ไม่เคยหมดหวังเลย 

นอกจากเรื่องในราชสำนักแล้ว ก็ยังมีเรื่องการชิงบัลลังก์ เรื่องศึกสงครามระหว่างแค้น 
เรื่องแย่งอำนาจของคนในตระกูล  เยอะแยะมากวุ่นวายจริงๆ  
แต่เราว่านักเขียนท่านนี้เค้าสามารถเขียนเรื่องการเมือง เรื่องหนักๆให้กลายเป็นเบาไม่ซีเรียสได้นะ 
แถมอ่านแล้วยังตลกด้วย ตัวละครคนอื่นๆที่อยู่ข้างกายพระ-นางก็มีสีสันน่าสนใจ  
และยังมีฉากหวานๆมาให้ฟินเป็นระยะๆ นี่ขนาดนางเอกต้องแต่งเป็นผู้ชายตลอดทั้งเรื่องนะ
พระเอกก็ยังหาทางแอบกินเต้าหู้ได้เลย (ท่านอ๋องที่แสนสุภาพแต่ข้างในนี่ไม่สุภาพเลย 55) 
ถ้าเป็นผู้หญิงนี่จะขนาดไหน55  แถมฉาก nc ก็ดูเหมือนจะเยอะกว่าอีก 2 เรื่องที่ผ่านมาด้วยนะ55 

ถ้าไม่จงรักภักดีกับข้า ก็จงตายซะ!




ถ้าไม่จงรักภักดีกับข้า ก็จงตายซะ! / ผู้แต่ง : หลานอ้ายเฉ่า 
ผู้แปล : เสี่ยวเจินจู
สำนักพิมพ์ อรุณ 

                       ยามเยาว์ สิ่งที่ข้าปรารถนาอยากเป็นมากที่สุดมิใช่ตัวข้าเอง 
                             แต่เป็นศัตรูความรักของข้า ...ฉินอวี้เจิง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอกถูกเลี้ยงให้โตมาในคราบบุรุษ เนื่องจากบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงกลียุคมีแต่ศึกสงคราม พ่อนางเอกที่ดำรงตำแหน่งเป็นเซ่อเจิ้งหวังอยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว 
ไม่อยากให้ลูกสาวของตนต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยทางการเมือง 
จึงตั้งใจปกปิดเพศของลูก นางเอกจึงโตมาอย่างอิสรเสรีเหมือนบุรุษ
สิ่งใดที่สตรีควรมีหรือต้องรู้ นางก็ไม่มีไม่รู้ทั้งสิ้น 
แต่กลับซุกซนเหมือนลิงทโมน หน้าไม่อาย และใจกล้ายิ่งกว่าบุรุษจริงๆ เสียอีก 
ทว่าแม้ภายนอกจะดูเหมือนอันธพาลน้อยอย่างไร 
แต่
จิตใจข้างในก็ยังคงเป็นเด็กสาวที่ลุ่มหลงในความรักและคิดทุ่มเทใจให้กับคนๆ เดียว 
แต่พราะเรื่องเพศที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ดังนั้นต่อให้จริงใจมากแค่ไหน
สุดท้ายก็ต้องถูกปฏิเสธและถูกอีกฝ่ายรังเกียจเสมอมา

พระเอกเป็นรัชทายาทของอีกแคว้น เคยเดินทางมาเป็นแขกที่แคว้นนางเอก 
และได้เห็นความลับของนางเข้าโดยบังเอิญ แม้ตอนนั้นหัวใจของหญิงสาวจะปักอยู่ที่คนอื่น 
แต่พระเอกก็ยังคงชอบและสนใจนางมากอยู่ดี 
ขนาดกลับแคว้นไปแล้ว ก็ยังให้คนคอยจับตามอง คอยส่งข่าวเรื่องนางเอกไปให้ตลอด 
จนกระทั่งสองแคว้นเปิดฉากทำสงครามกัน นางเอกถูกทำร้ายความจำเสื่อมในระหว่างรบ 
พระเอกที่รอมานาน จึงได้โอกาสพาคนกลับมาเป็นเชลยไว้ข้างตัว 
(เป็นเชลยวีไอพีมากๆ อยู่ดีกินดียิ่งกว่าแม่ทัพนายกองในค่ายอีก 55
แต่พอความจำฟื้นคืนมา นางเอกก็ออกอุบายขอพระเอกกลับไปแคว้นเดิม  
และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ทำให้พระเอกต้องเสียใจภายหลัง
และตรอมตรมอยู่นานถึง
3 ปีเต็ม 
แม้จะมีสนมอยู่ในวังหลังมากมาย แต่พี่แกก็ไม่สนไม่แล
จนคนอื่นพากันคิดว่าเป็นโรคลับ  
ดังนั้นพอจับนางเอกกลับมาได้ คราวนี้พี่แกจึงไม่ยอมปล่อยให้คนคลาดสายตาไปไหนอีก  
ให้กินอยู่-หลับนอน อยู่ในตำหนักเดียวกันกับตัวเองที่เป็นฮ่องเต้นี่แหละ 
นางเอกเองก็ใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างสบายอุรา กินอิ่ม นอนหลับ กินเก่งกินดุ
เพราะลำบากอดหยากมานาน ภายนอกดูเหมือนโอนอ่อนคล้อยตาม แต่ข้างใน
กลับยังหวาดระแวงและไม่เชื่อใจพระเอกอยู่ดี...

         เรื่องนี้มีครบทุกรสสนุก ตลก เศร้า ซึ้งและมีความดราม่าซ่อนอยู่ 
แต่พอเล่าผ่านมุมมองความคิดของนางเอกมันก็เลยตลก จนบางทีก็เผลอมองข้าม 
แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น มันเต็มไปด้วยความทุกข์ 
ความรู้สึกผิดที่มีต่อพ่อ ความผิดหวังเมื่อได้รู้ว่าใจที่ตนทุ่มเทไปเกือบสิบปีนั้น
สุดท้ายสิ่งที่เขามอบให้คือการหลอกลวง ส่งผลให้นางเอกกลายเป็นคนเก็บงำความทุกข์ ร่างกายไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ...
มีชีวิตแต่เพียงเปลือกนอก  ส่วนด้านในคือพังทลายหมดแล้ว .. 
ไม่มีใครมองออก แต่พระเอกกลับมองเห็น และเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง 
แม้จะมีตำแหน่งสูงเป็นถึงฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน และมีสาวงามมากมายให้เลือกอยู่ในวังหลัง 
แต่พี่แกกลับมีใจรักให้กับนางเอกที่หน้าตาธรรมดา (หนังสือไม่ได้บอกชัดแต่คิดว่าน่าจะหน้าตาธรรมดานะ) ส่วนนิสัยก็ห่างไกลกับคำว่ากุลสตรีลิบลับแต่เพียงผู้เดียว 
ไร้แผนการ ไร้สิ่งใดแอบแฝง คอยอยู่เคียงข้าง  รักและทะนุถนอมเป็นอย่างดี 
คอยจับมือนางให้ก้าวข้ามผ่านปมทุกอย่างในชีวิต 
รอคอยอยู่ข้างๆ เพียงแค่หวังให้นางยอมเปิดหัวใจและเชื่อใจตน ...

ที่พึ่งพาที่ยิ่งใหญ่ของข้ามิใช่การมีตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของฝ่ายหญิงคอยหนุนหลัง 

แต่เป็นการปกป้องข้าโดยไร้เงื่อนไขของหวงตี้ ....

.............................................................................................................

ปล.ส่วนพระรองก็ได้แต่เสียใจภายหลัง เกือบ 10 ปีที่เอาแต่หลบเลี่ยงไม่เคยมองนางเอกดีๆ หรือมองแบบใส่ใจจริงๆ สักครั้ง จึงทำให้ต้องสูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าไปอย่างน่าเสียดาย



วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

นวลหยกงาม เล่ม 6-7 (15 เล่มจบ)


นวลหยกงาม เล่ม 6-7 (15 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : ซานเยวี่ยกั่ว
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
รีวิวนวลหยกงาม เล่ม 1-5 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1-5.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
2 เล่มนี้นางเอกอีเว้นท์เยอะจริงๆ
ไหนจะต้องไปศาลเรื่องคดีแย่งชิงทายาท แล้วนี่ยังมาเจอคนลักพาตัวไปอีก(บันเทิงจริงๆ) 
สำนักศึกษาก็ไม่ค่อยได้ไปแล้วเพราะมีแต่ปัญหาเข้ามา 
แถมสกุลหลูที่ปราศจากท่านตาแค่เพียงพริบตาก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ 
ท่านลุงหวังพึ่งอะไรไม่ได้ ส่วนบรรดาป้าสะใภ้ก็ห่วงแต่ทรัพย์สินเงินทองของจวนกั๋วกงเท่านั้น 
แต่นางเอกก็ยังโอเคไม่เป็นอะไร เพราะข้างกายยังมีพี่ชายคนโตหลูจื้อคอยค้ำจุนเป็นเสาหลัก
และอยู่เคียงข้างนาง  แต่แล้วก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อพี่ชายคนโตถูกจับในคดีฆ่าคนตาย 
สองพี่น้องที่เหลือกันเพียงสองคน ...ต้องไร้ที่พึ่งพา นางเอกที่เป็นเด็กสาวอายุ 13 จึงต้องวิ่งเต้นอยู่เพียงคนเดียวเพื่อหาทางช่วยพี่  (พระเอกไม่อยู่ข้ารับใช้คนสนิทก็ไม่ส่งข่าว เพราะไม่อยากให้เจ้านายตัวเองพัวพันกับนางเอกมากไปกว่านี้)

นี่จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของนางเอกเลยก็ว่าได้  
ศัตรูก็มาจากไหนไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ แม่หาย พี่คนรองก็ตามตัวไม่เจอ 
พี่คนโตก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่วนสกุลหลูที่ไม่มีท่านตาก็ไม่อาจเป็นที่พึ่งพิงให้แก่นางได้อีกต่อไป จากที่คิดว่าจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน 4 คนแม่ลูกครอบครัวสุขสันต์ 
แต่ตอนนี้กลับเหลือนางเอกเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แล้วเด็กผู้หญิงอายุ 13 ที่ปราศจากครอบครัว 
ไม่มีทั้งอำนาจ ไม่มีวรยุทธ์ จะมีชีวิตอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศัตรูรอบด้านแบบนี้ ??

สุดท้ายก็เข้าปากพระเอกน่ะสิ ..หึหึ 
ดีที่พอได้คนมากระตุ้น พระเอกก็ชัดเจนและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้ว 
ดังนั้นทันทีที่นางเอกไม่เหลือใครพี่แกจึงรีบตามไปช่วย และรับอีกฝ่ายเข้ามาไว้ใต้ปีกของตัวเองทันที และยืนยันนอนยันอย่างชัดเจนว่า ยังไงนางเอกก็ต้องแต่งมาเป็นภรรยาของตน 
แม้จะไม่ได้พูดคำว่ารัก แต่การกระทำและคำพูดของพี่แกก็ไม่ต่างกับการสารภาพรักอยู่กรายๆ เลย
แถมยังมีคำสัญญากันด้วยนะจ๊ะ สำหรับคนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกอย่างพระเอกนี่ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว
เราเลยพอให้อภัยเรื่องที่พี่แกไปแอบหมั้นหมายคนอื่นมาเป็นชายารองได้  
เพราะคิดว่าคงแค่หมั้นเอามาคั่นเวลารอนางเอกโตเฉยๆ 
ถึงเวลาพอนางเอกโตเมื่อไรคงโดนถอนไปตามระเบียบแหละ  
แต่จริงๆ ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นกับพี่ชาย นางเอกก็คงไม่ตอบตกลงง่ายๆ แบบนี้หรอก 
พี่ชายที่เอาแต่บอกน้องอยู่ตลอดว่าอย่าไปยุ่ง อย่าถลำใจให้กับพระเอกที่มีฐานะเป็นองค์ชาย 
เพราะกลัวน้องจะเสียใจ กลัวน้องจะถูกหลอกใช้ให้เป็นหมากบนกระดาน 
แต่พี่จะรู้ไหมว่าเส้นทางที่พี่เลือกนั่นแหละ ที่เป็นตัวผลักน้องให้ไปถึงจุดๆ นั้นเอง
ถึงจะมีคนอื่นยินดีเป็นที่พึ่งพาให้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะปกป้องตัวน้องได้
สุดท้ายจึงมีแต่พระเอกนี่แหละที่เหมาะสุด แข็งแกร่งที่สุด ที่พอจะวางใจฝากผีฝากไข้ได้ 
ไม่มีใครกล้ายุ่ง อีกทั้งน้องก็ยังได้ทำตามหัวใจตัวเองด้วย (แล้วพี่ชายว่าน้องจะเลือกใครล่ะ..หุหุ)

ความจริงในอดีตเรื่องบ้านพ่อเคลียร์แล้ว ความลับเบื้องหลังเหตุการณ์ตอนนั้นเปิดเผยหมดแล้ว 
เหมือนจะจบแต่ยังไม่จบจ้าเพราะยังเหลืออีกตั้ง 8 เล่ม เพราะฉะนั้นก็ต้องมีปมอื่นศัตรูใหม่มาให้ตามกันต่อ มีเรื่องของกลุ่มคนที่อยู่ป้อมปราสาทแดง เรื่องอดีตและปมชีวิตในวัยเด็กของพระเอก 
และงานที่พี่ชายของนางเอกเข้าไปทำ ซึ่งดูท่าจะสเกลใหญ่กว่าเรื่องพ่อนะ (เล่ม 7 ฉากพี่ชายสะเทือนใจข่อยมาก โอ๊ยๆ ๆ ชอบพี่ชายยิ่งกว่าพระเอกอีก 55)  
และจบเล่มด้วยการที่พระเอกพานางเอกออกจากเมืองหลวงเดินทางไปทำบันทึกคุนหยวนด้วยกัน 
ก็ต้องรอดูในเล่มต่อไปว่าพอเปลี่ยนจากเมืองหลวงไปอยู่ที่อื่นแล้วจะเป็นยังไง 
จะหลบเรื่องวุ่นๆ และศัตรูไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะเจ็บหนักยิ่งกว่าเดิม ..หึหึ

ปล.ก่อนจบเล่มนี้พระเอกเตรียมถวายฎีกาขอแต่งตั้งให้นางเอกเป็นชายารองแล้วนะจ๊ะ..อิอิ
ปล. คำว่าหลากใจ สุดรู้ สุดปัญญา คำลงท้ายว่าน่ะนะ เจ้าน่ะนะ นี่น่ะนะ เยอะมาก