วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 3-4

 


ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 3-4  (10 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เหยาจี้ซาน
ผู้แปล : สนสราญ
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ต่อจากเล่มที่แล้ว นางเอกกับแม่และพี่ชาย เดินทางออกจากเมืองหลวงติดตามไปกับบ้านของท่านลุง(พี่ชายแม่) ที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ที่ต่างเมืองเพื่อไปเยี่ยมท่านยายและใช้โอกาสนี้หลบหลีกความพิโรธขององค์หญิงใหญ่ ระหว่างทางได้เจอกับกลุ่มผู้อพยพที่หนีภัยมา รวมถึงชาวบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบกดขี่มานานหลายปีและต้องใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก พยายามแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น ฉากหน้าของท่านลุงนางเอกคือการพาทุกคนมาแวะพักผ่อน แต่ฉากหลังคือการสืบหาความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความลำบากของชาวบ้าน รวมไปจนถึงการโกงกินเงินทองที่ราชสำนักส่งมาบรรเทาภัยพิบัติให้แก่ประชาชน เกี่ยวพันโยงใยกับหลายหน่วยหลายฝ่าย ทั้งเบื้องล่างเบื้องบน จนทำให้นางเอกและเหล่าญาติฝ่ายสตรีที่เดินทางมาด้วยกันต้องตกเป็นเป้าถูกกลุ่มโจรตามไล่ล่าสังหาร ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ท่ามกลางผู้คุ้มกันแค่สามคน! ...แต่ๆๆๆ ด้วยความฉลาดมีไหวพริบและการวางแผนระลอกแล้วระลอกเล่าของนางเอก จึงทำให้ทุกคนปลอดภัยไม่มีใครต้องจบชีวิตลงระหว่างที่หนีตาย ...สุดยอดไหมล่ะพี่จ๋าาา โจรจากสามสิบแต่เจอนางเอกวางแผนหลอกล่อขุดหลุมพรางจนเหลือแค่หกคน! แถมต่อจากนั้นยังได้ช่วยพระเอกคิดหาวิธีเข้าไปในสถานที่ที่มีค่ายกลอำพรางตาอีกด้วยนะจ๊ะ ...เก่งอะไรเบอร์นั้น ไขคดีก็ว่าเก่งแล้ว วางแผนปราบโจรก็ยังได้ เรื่องค่ายกลก็ยังไหว แถมยังสร้างเครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหยได้อีกด้วยนะจ๊ะ (นางเอกบอกว่าตอนเกิดในชาติปัจจุบันจน ไม่มีตังค์ซื้อน้ำหอมมาใช้ เลยไปอ่านวิธีทำเครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหย สุดยอดดด ว่าแต่...มันไม่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นแล้วรึ) 

ส่วนตัวรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มเจ้มจ้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีคนอยู่เบื้องหลังคอยชักใยวางแผนทำลายนางเอกทั้งทางตรงทางอ้อมอยู่ตลอด(รวมถึงคนรอบตัวนางด้วย) อย่างเรื่องปราบกลุ่มโจรที่นางเอกเอาชนะและรอดมาได้ แต่ไม่นานก็กลับถูกคนปล่อยข่าวใส่ร้ายให้กลายเป็นเรื่องแย่ๆ ทำลายชื่อเสียงของนางเอกและสตรีทุกคนที่อยู่ที่นั่นไปซะได้ จนทำให้ญาติผู้น้องของนางเอกถูกยกเลิกการหมั้นหมาย ส่วนพวกคุณหนูกับสตรีสูงศักดิ์อื่นๆ ในเมืองที่นางเอกไปถึงก็พากันรังเกียจดูถูกไม่อยากคบหาสมาคมกับพวกนาง ตอนแรกนางเอกไม่รู้ แต่ไปได้ยินคนนินทาตัวเองเข้าพอดี นางเลยโผล่หน้าไปประจันกับฝ่ายนั้นตรงๆ อิฝ่ายที่นินทาถูกจับได้ก็ไม่สลด ยังเชิดหน้าพูดแซะเขาไม่หยุด คิดว่านางเอกจะหน้าบางต้องเป็นฝ่ายอับอายแล้วถอยไปเอง ต้องยอมรับคำประณามอย่างเงียบๆ และอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวไม่กล้าสู้หน้าใครไปตลอดชีวิต

แต่นางเอกคือไม่จ้าาา ฉันไม่ได้ได้ทำอะไรผิด ทำไมฉันต้องอาย ทำไมฉันต้องหลบ ยกกฏหมายของแคว้นมาฟาดกลับนิ่มๆ  ไม่โมโหไม่โวยวายแค่เตรียมฟ้องกลับอย่างเดียว ใครทำอะไรผิดก็ว่ากันไปตามกฏหมาย เอาให้ศาลตัดสินไปเลย พอใครได้ยินแบบนี้ก็อึ้งสิ ปากหุบลงทันทีไม่กล้าไปต่อ เพราะสตรีในยุคโบราณส่วนใหญ่ถือชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชีวิต รักหน้าตารักชื่อเสียงของตัวเองยิ่งชีพ หากถูกฟ้องร้องหรือมีเรื่องไปถึงโรงถึงศาลจะผิดจะถูกไม่รู้ แต่แค่ต้องเดินเข้าศาลมันก็ทำให้อับอายขายขี้หน้าจนไม่อาจออกไปพบเจอใครได้แล้ว จากที่จะทำให้นางเอกอาย เลยกลายเป็นตัวเองนั่นแหละต้องอายแทน...

ความจริงอ่านมาหลายๆ เรื่องก็พอจะรู้แล้วว่าชื่อเสียงของสตรีโดยเฉพาะสตรีในยุคโบราณนั้นสำคัญมากแค่ไหน ในเรื่องนี้ยิ่งเห็นชัด เพราะมีสตรีหลายคนในเรื่องที่ถูกทำลายชื่อเสียงหรือชื่อเสียงเสียหายจากสาเหตุต่างๆ และสุดท้ายก็ถูกบีบให้ต้องตาย หรืออยู่โดยไม่มีทางเลือกมากนักไม่ต่างจากตายทั้งเป็น เช่นถูกขับไปอยู่ที่อื่น หรือไม่ก็ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน ออกไปไหนไม่ได้จนกระทั่งวันตาย หรือไม่ก็ถูกกดดันบีบให้ต้องตายทางอ้อม ...นางเอกตระหนักถึงจุดนี้ เลยอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยผู้หญิงในยุคนี้ ก็เลยขอฮ่องเต้สร้างสถานศึกษาสำหรับสตรี และขอสร้างสถานที่พำนักให้แก่สตรี เด็ก และคนชราที่ไม่มีที่ไป ที่ชื่อเสียงเสียหายหรือถูกคนในครอบครัวขับไล่และบลาๆ ให้คนเหล่านี้ได้มีที่พึ่งพิง เพราะรู้ดีว่าสตรีในยุคสมัยนี้ถูกกดขี่มากขนาดไหน ต่อให้ชื่อเสียงยังดีๆ แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีทางเลือกมากสักเท่าไร นางเอกเลยอยากสร้างสถานศึกษามอบความรู้ต่างๆ เพื่อให้ผู้หญิงในยุคนี้ได้มีทางเลือกที่มากขึ้น สามารถมีชีวิตอยู่และพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องเอาแต่อาศัยบุรุษ..

ปิดท้ายเล่มสี่ด้วยการที่นางเอกกับแม่ต้องเดินทางกลับเมืองหลวง(ซะแว้ววว) แต่เล่มนี้คดีที่พบศพในสระเริ่มมีความคืบหน้าแล้วนะ ลุ้นอยู่ว่าคนร้ายจะใช่คนเดียวกับที่เราคิดรึเปล่า อีกอย่าง เดาว่าการแต่งงานขององค์หญิงใหญ่กับราชบุตรเขยนี่คงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดแน่ๆ ต้องมีใครทำอะไรตุกติกแน่นอน เผลอๆ เมียคนแรกของราชบุตรเขยที่ตายไปก็ไม่น่าจะป่วยตายหรอก(มั้ง) คือปมเยอะได้อีก ของเก่ายังไม่เฉลยของใหม่ก็มาอีกแล้วนะจ๊ะ แถมยังมีเรื่องพ่อนางเอกที่กลับมาแล้วอีกด้วย ... 

ป.ล.เราว่าเรื่องนี้บทของตัวละครหญิงค่อนข้างเด่นกว่าผู้ชายนะ  ถึงพระเอกจะมีบทเยอะขึ้นแต่ส่วนตัวเราว่ายังไงก็ยังจาง เด่นไม่พอ สู้นางเอกไม่ได้อยู่ดีอะ

ป.ล. เล่มนี้พระเอกเหมือนจะเริ่มเหมือนรู้สึกอะไรกับนางเอกแล้วน๊าาา

ป.ล. เนื้อเรื่องไม่หนักและก็ไม่เบาจนเกินไป มีอะไรใหม่ๆ โผล่มาให้สงสัยอยู่เรื่อยๆ ปริศนาเยอะเดาทางไม่ออก เรื่องไขคดีก็สนุก การเมืองในราชสำนักก็ซับซ้อน เรื่องในเรือนหลังก็มัน (สตรีในเรือนหลังด่ากันทีวาจาคมกริบยิ่งกว่าใบมีด ด่ากันแบบผู้ดีแต่เจ็บจี๊ดถึงทรวง 55) 


#ออกจากจวนมาไขคดี 10 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvZrfJeX3


วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ

 


Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เอ่อร์ตงทู่จื่อ (耳东兔子)
ผู้แปล : อันน่า
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ถ้าใครเคยอ่าน 'ให้รักนี้มีแต่ความหวาน' แล้วชอบ ขอแนะนำให้อ่านเรื่องนี้ต่อเลยจ้า ^0^ เป็นแนวรักใสๆ ในวัยเรียน วัยมัธยม การแอบชอบแอบรักเพื่อนข้างโต๊ะ ที่ทั้งอยากให้เขารู้และไม่อยากให้เขารู้ เนื้อเรื่องน่ารัก สนุก ไม่น่าเบื่อเลย บางช่วงแอบหน่วง บางช่วงก็ซึ้ง อยากเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ได้สมหวัง แถมยังมีฉากกุ๊กกิ๊กน่ารักฟินๆ ของพระนางเต็มไปหมด และแน่นอนว่าไม่ได้มีแต่เรื่องรัก แต่ยังมีเรื่องการเรียน การสอบเข้ามหา'ลัย การต่อสู้และรับมือกับปัญหาต่างๆ ในช่วงชีวิตวัยรุ่น รวมถึงปมปัญหาในครอบครัวด้วย ที่ทำให้เราต้องซึ้งและอาจเศร้าจนเสียน้ำตาตามไปด้วยT^T

นางเอก ติงเซี่ยน สาวน้อยที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนชั้นม.ปลายในปักกิ่ง และกลายมาเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงรวมถึงเพื่อนร่วมโต๊ะของพระเอก โจวซือเยวี่ย เด็กหนุ่มรูปหล่อสูงใหญ่ ฉลาด หัวดี มากความสามารถ เทพแห่งวิชาคณิตศาสตร์ นิสัยร่าเริง กวนๆ (กับนางเอก) เป็นกันเองเข้ากับคนง่าย มีแต่คนอยากเข้าหาอยากเป็นเพื่อนด้วย พระ-นางเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน พระเอกชอบที่ได้นั่งกับนางเอก เพราะนางเอกเชื่อฟัง พูดง่าย ไม่ถามอะไรจุกจิก นั่งด้วยแล้วสบายใจไม่เครียดดี ส่วนนางเอกนั้นเพราะชอบบบบบพระเอกล้วนๆ ชอบจนไม่อยากย้ายที่ และไม่อยากให้ใครมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของพระเอกนอกจากตัวเอง55

แต่ด้วยความที่นางเอกเติบโตมาแบบเข้มงวด ชีวิตถูกควบคุมโดยแม่มาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ขนาดจะตัดผมหน้าม้ายังต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะกลัวแม่จะว่า  นางเอกจึงเป็นคนขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ และไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะให้พระเอกรู้ว่าตัวเองชอบ เพราะกลัวจะไปสร้างภาระหรือทำให้พระเอกลำบากใจ กลัวพระเอกไม่ได้คิดอะไรกับเธอ กลัวว่าเดี๋ยวจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีก พยายามปกปิด คิดจะเลิกชอบ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำได้ มีแต่จะยิ่งชอบมากยิ่งขึ้น ส่วนพระเอกก็ค่อยๆ มารู้ใจตัวเองทีหลัง แต่ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำอะไรข้ามเส้น เพราะรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเรียนและการสอบเข้ามหา'ลัย แม้จะเดาความในใจของนางเอกออกตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่เคยเปิดโปง...

แต่ถึงทั้งคู่จะยังไม่ได้คบกัน ยังคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่การกระทำหลายๆ อย่างมันก็ทำให้เราแอบยิ้มตามได้(แอบกรี๊ดเบาๆ)  เป็นเรื่องที่แบบไม่ต้องมีคำบอกรักหวานๆ แต่ก็รู้แล้วว่าต่างคนต่างชอบกัน ถึงพระเอกจะเป็นคนเฟรนด์ลี่ ไม่ถือตัวไม่หยิ่ง  แต่ก็ไม่ได้ใจดีและสนิทกับผู้หญิงคนไหนพร่ำเพรื่อเน้อ และแน่นอน...นางเอกก็คือผู้หญิงคนเดียวที่พระเอกตามใจ ยอมอ่อนข้อให้ เป็นคนเดียวที่พระเอกชอบแกล้งชอบแหย่ พูดง่ายๆ คือปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่น 

เนื้อเรื่องเล่มแรกจะอยู่ที่โรงเรียนกับบ้าน เริ่มตั้งแต่ ม.4 จนจบ ม.6 ...ตอนอยู่โรงเรียนเก่าผลการเรียนนางเอกเป็นที่ 1 มีแต่ครูชม แต่พอมาอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีแต่คนเก่งๆ การเรียนเริ่มยากขึ้น ผลการเรียนของนางเอกจึงเริ่มตกโดยเฉพาะวิชาเลข พระเอกที่เป็นเพื่อนข้างโต๊ะและเพื่อนแถวบ้าน เลยต้องรับบทเป็นติวเตอร์ช่วยสอนวิชาเลขให้นางเอกทั้งๆ ที่ตัวเองก็ต้องฝึกทำโจทย์เพื่อไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก...คือชอบอะไรแบบนี้อะ ตั้งแต่เรื่องให้รักนี้มีแต่ความหวานและ เนี่ยมันต้องแบบนี้สิ จะชอบกันยังไงก็ต้องไม่ทิ้งการเรียน เรื่องเรียนต้องมาก่อน ต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้าไม่ใช่พากันถอยหลัง ในเรื่องให้รักนี้มีแต่ความหวานอันนั้นนางเอกก็เป็นคนฉุดพระเอกขึ้นมา จากเด็กอันดับท้ายๆ หัวโจกของโรงเรียนก็ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนติดอันดับ 1-10 ของโรงเรียนเลย

แต่พระนางคู่นี้จะออกแนวสี่วันดีสามวันทะเลาะ55 เดี๋ยวดีเดี๋ยวงอน บางทีก็มีเรื่องมาทำให้เข้าใจผิดแล้วก็งอนไม่พูดกันเป็นเดือน แต่สุดท้ายก็กลับมาดีกันใหม่ อย่างเรื่องที่มีเพื่อนผู้หญิงชอบมาหาพระเอกที่โต๊ะบ่อยๆ เพื่อขอให้สอนเลข นางเอกก็เชิงหึงๆ เลยคิดจะสลับที่นั่งให้เขานั่งสอนกันดีๆ แต่พระเอกดันพูดใส่ว่าถ้าย้ายไปก็ไม่ต้องกลับมาอีก...นางเอกก็เลยโกรธ ก็แค่กะสลับชั่วคราวให้สอนเฉยๆ ทำไมต้องพูดแบบนี้ งั้นไม่กลับก็ได้ จนสุดท้ายพระเอกต้องยอมลงให้ บอกให้นางเอกกลับมานั่งที่เดิมได้แล้ว...แล้วก็เรื่องที่มีคนฝากจดหมายรักมาให้พระเอก แต่เพื่อนสนิทนางเอกบอกให้ฉีกทิ้งไม่ต้องส่ง ก็เลยยื้อยุดกันจนจดหมายขาด นางเอกเลยต้องไปนั่งลอกใหม่แล้วแอบเอาไปใส่ใต้โต๊ะพระเอก พอพระเอกเห็นลายมือก็รู้ทันทีว่าใครเขียน รอบนี้เลยเก็บจดหมายไว้ไม่โยนทิ้งแต่ก็ไม่ได้อ่าน (ปกติพระเอกจะทิ้งเลยไม่เปิดอ่าน) พอมาอ่านถึงรู้ว่าเป็นของคนอื่น ก็เลยโกรธนางเอกมาก เพื่อนสนิทก็โกรธ พระเอกก็มาโกรธอีก นางเอกเลยเคว้งคว้างมากช่วงนั้น เลยไม่ได้บอกใครตอนลาไปทำธุระ พอมาโรงเรียนพระเอกกับเพื่อนก็ตกใจว่านางเอกหายไปไหน ทำไมไม่มาโรงเรียน เริ่มรู้สึกผิด ...จากนั้นก็มีตอนที่พระเอกหึงนางเอกแต่ไม่รู้ตัว เลยเย็นชาทำมึนตึงใส่เขา นางเอกก็งงว่าพระเอกเป็นไร ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนเลยทำสงครามเย็นใส่กันเป็นเดือน จนมาถึงงานวันเกิดเพื่อนนางเอก ตอนแรกพระเอกไม่ไป แต่พอเห็นรูปที่นางเอกใส่กระโปรงก็รีบโดดจากค่ายออกมาเลยจ้า 55...

จากนั้นความสัมพันธ์ก็เหมือนจะชัดเจนขึ้น ยิ่งตอนที่พระเอกทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดขอร้องให้นางเอกมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับตัวเอง ถึงไม่ใช่การบอกรักตรงๆ แต่ก็เหมือนกับสารภาพกรายๆ อะ พอเล่ม 2 เป็นช่วงเข้ามหา'ลัย บ้านพระเอกเจอมรสุม ทำให้พระเอกหายไปไม่ได้ติดต่อนางเอกนานถึง 1 ปีเต็ม นิสัยก็เปลี่ยนกลายเป็นเย็นชาเงียบขรึม พูดน้อย ถอยห่างจากผู้คน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ขนาดนางเอกตามมาหาถึงที่ก็ยังถูกปฏิเสธทันที...

แต่นางเอกก็ไม่ยอมแพ้ เพราะไม่ใช่แต่พระเอกที่เปลี่ยนไป นางเอกก็เปลี่ยนเช่นกันจ้า แต่เปลี่ยนเป็นกล้าหาญ ร่าเริงสดใสเข้มแข็งขึ้น! หากในเล่มแรกพระเอกคือแสงสว่างของนางเอก ในเล่มนี้นางเอกก็คือแสงสว่างของพระเอกแหละจ้า ชอบความรุกของนางเอกในเล่มสุดท้าย รุกแบบมีชั้นเชิง รู้จักรุกรู้จักถอย เป็นแฟนกันไม่ได้งั้นเป็นเพื่อนสนิทกันก่อนก็ได้55 ...เล่ม 2 ชีวิตพระเอกเจอมรสุม+อุปสรรคเยอะมาก เหมือนถูกบีบให้โตในชั่วข้ามคืน ต้องแบกรับหลายสิ่งแต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร พอได้เจอนางเอกอีกครั้งถึงได้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาหน่อย ค่อยๆ กลับมายิ้มหัวเราะได้อีก เล่มแรกเป็นเด็กหนุ่มที่พึ่งพาได้ แต่พอมาเล่มสองพี่ก็ยิ่งอัพเลเวลกลายเป็นชายหนุ่มที่ฝากฝังชีวิตไว้ได้

ป.ล. แอบอยากรู้เรื่องของคู่เพื่อนพระนางอะว่าจะเป็นยังไงต่อ ชอบเพื่อนสนิทนางเอกอะ ตรง+แรงดีเหมาะกับนางเอกที่นิสัยหงิ๋มๆ ขี้อาย ชอบตอนที่เพื่อนนางเอกพูดในงานเลี้ยงรุ่น สะอึกกันเลยทีเดียว55 


📍Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5fgeFk647w



วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 1-2


ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 1-2  (10 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เหยาจี้ซาน
ผู้แปล : สนสราญ
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
รีวิว เล่ม 3-4 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/07/3-4.html
รีวิว เล่ม 5-7 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/08/5-7.html
รีวิว เล่ม 8-10 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/08/8-10-10.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอกเรื่องนี้ไม่ได้ทะลุมิติมา ไม่ได้ตายแล้วย้อนกลับมาเกิดใหม่ ไม่ได้มาสิงอยู่ในร่างใคร แต่นางมีความทรงจำของสองชาติก่อนติดตัวมาด้วย ชาติแรกเกิดในยุคปัจจุบัน เป็นเด็กกำพร้าต้องกัดปากตีนถีบและเรียนจบแค่ชั้นม.ปลาย ชาติที่สองได้เกิดในยุคโบราณ เป็นคุณหนูในห้องหอที่ต้องฟาดฟันกับเหล่าสตรีในเรือนหลัง ส่วนชาติปัจจุบันก็เกิดในยุคโบราณอีกเหมือนกัน เป็นคุณหนูสามของบ้านรองในจวนเฉิงกั๋วกง และเพราะความฝันประหลาดเกี่ยวกับคุณ นักสืบที่ฝันถึงมาตลอดห้าปีเต็ม จึงทำให้ชาตินี้นางเอกมีสกิลในการสืบคดีติดตัวมาด้วย

เปิดฉากมาด้วยพี่สาวนางเอกหรือลูกของลุง กำลังถูกลูกสาวขององค์หญิงใหญ่ใส่ร้ายป้ายสีว่าขโมยของ ท่ามกลางคุณหนูมากมายที่อยู่ในห้องแต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากช่วยหรือยืนอยู่ข้างพี่สาวนางเอกเลยสักคนแม้แต่ลูกพี่ลูกน้องที่มาจากจวนเดียวกันก็ตาม ขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่ นางเอก เฉินอิ๋ง คุณหนูสามแห่งจวนเฉิงกั๋วกงก็ก้าวออกมาพร้อมกับพยานหลักฐาน ยันจนอีกฝ่ายพ่ายแพ้ถูกเปิดโปงเสียหน้าต้องขอให้แม่ช่วยกู้สถานการณ์ให้ แล้วสุดท้ายนางเอกก็ถูกอีกฝ่ายผูกใจเจ็บอยากแก้แค้นเอาคืนไปตามระเบียบ หลังจากนั้นเรื่องก็ไปถึงหูไทเฮา นางเอกเลยถูกเรียกเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวแบบห้ามไม่ให้ใครติดตามไปด้วย กะเล่นงานเต็มที่ นางเอกรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร เลยเตรียมพร้อมรับมือมาอย่างดีและพยายามมีสติอยู่ตลอดเวลา เลยไม่ได้ตกหลุมพรางง่ายๆ และสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หนำซ้ำยังได้ช่วยไทเฮากับฮองเฮาคลี่คลายปัญหาบางอย่าง ทั้งยังช่วยฮ่องเต้ให้รอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอีกด้วยนะจ๊ะ...หุหุ

จากนั้นฮ่องเต้ก็เรียกนางเอกเข้าวังเพื่อพระราชทานรางวัลให้ นางเอกเลยขอให้ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการสืบสวนคดีทั่วราชอาณาจักรได้ ขัดใจปู่นางเอกยิ่งนัก เพราะปู่อยากให้นางเอกขอป้ายทองอภัยโทษให้กับวงศ์ตระกูล ...ต่อมาบ้านนางเอกก็ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนฝั่งพ่อแม่สามีองค์หญิงใหญ่ นางเอกก็ไม่พ้นถูกคนวางแผนจ้องจะเล่นงานอีก แต่นางเอกรู้ว่าต้องมาถิ่นใครจึงเตรียมตัวมาก่อน ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยไม่หลงกลอุบายตามที่อีกฝ่ายขุดหลุมดักเอาไว้ จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์คนตกน้ำจนนำไปสู่คดีใหม่ที่พบศพคนตายในสระ...

เป็นแนวสืบสวนสอบสวนไขคดี การเมือง และเรื่องหลังบ้าน การชิงดีชิงเด่นของสตรีในเรือนหลัง จริงๆ เอาแค่บ้านนางเอกบ้านเดียวก็ปวดหัวจะแย่แล้วนะ55 นางเอกเป็นลูกของบ้านรอง แต่พ่อหายสาบสูญไป 7 ปีแล้ว แม่ก็เจ็บออดๆ แอดๆ พี่ชายก็ยังพึ่งอะไรไม่ได้ เรียกได้ว่าไร้คนปกป้อง เวลาบ้านนางเอกมีปัญหาก็ไม่มีใครช่วยพูดหรือออกหน้าให้ เพราะในบ้านไม่มีบุรุษเป็นต้นไม่ใหญ่ให้พึ่งพา จนกระทั่งนางเอกออกหน้าช่วยพี่สาวลูกของบ้านใหญ่ ได้เข้าวัง และได้ช่วยชีวิตฮ่องเต้เอาไว้นี่แหละ บ้านรองของนางเอกถึงได้มีหน้ามีตาขึ้นมาบ้าง เริ่มมีคนสนใจ และก็เป็นการทำให้ใครบางคนไม่พอใจ เกิดอิจฉาริษยาที่บ้านนางเอกเริ่มได้ดี

อ่านแล้วก็เหนื่อยแทนนางเอก ทำคุณบูชาโทษชัดๆ แต่ก็เข้าใจเพราะชาตินี้นางเอกเขามีปณิธาน มีเป้าหมายในชีวิต ไม่อยากใช้ชีวิตแบบไร้ค่าเปล่าประโยชน์ไม่มีจุดมุ่งหมายเหมือนในชาติก่อนๆ ที่ผ่านมาอีก แต่น่าเสียดาย...เพราะช่วยแล้วคนเขาก็ไม่ได้สำนึกหรือซาบซึ้งใจแต่อย่างใด กลับอิจฉาริษยาและรอเหยียบซ้ำในยามที่เราพลาดอีก ดีใจที่ลูกสาวตัวเองรอดไม่ต้องถูกอีกฝั่งหมายหัวจ้องจะเล่นงาน เพราะความโกรธแค้นต่างๆ เทไปที่ฝั่งนางเอกซึ่งเป็นเด็กอายุ 13 ทั้งยังไร้บิดาปกป้องแทนหมดแล้ว โชคดีจริงๆ ที่มีคนรับเคราะห์ทุกอย่างไปแทนแล้ว ประเดี๋ยวค่อยชดใช้นั่นนู่นนี่ให้แถมที่ดินอีก 10 หมู่ก็พอ... แถมไอ้ที่ดิน 10 หมู่นี่ก็ยังทำให้นางเอกกับบ้านสามต้องบาดหมางกันอีกนาจา..

ยังไม่พอ ในเล่ม 2 พี่สาวคนโตของบ้านใหญ่ที่นางเอกเคยช่วยเอาไว้ก็ยังมาหมางใจโกรธเคืองนางเอกอีก เพราะคิดว่านางเอกคือคนเอาเรื่องที่คุยกันส่วนตัวไปบอกย่า แล้วทำให้ตัวเองถูกลงโทษ...ทั้งๆ ที่คนเขาเสี่ยงตายออกหน้าให้เธอ แล้วไหนจะนิสัยนางเอกซึ่งก็เห็นๆ กันอยู่ ถ้าวิเคราะห์ทบทวนดีๆ สักหน่อยก็น่าจะรู้นะว่านางเอกใช่คนทำจริงเหรอ(วะ)? จากนั้นก็มีคนในบ้านเอาของบางอย่างไปไว้ในห้องนางเอก กะใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงหวังให้นางเอกถูกขับไล่ออกจากจวน ...นี่แค่ในบ้านนางเอกนะเนี่ย เพิ่งจบเล่ม 1-2 ยังบันเทิงขนาดนี้ เหลืออีก 8 เล่มไม่รู้จะบันเทิงขนาดไหน -_-“...หลังจากเหตุการณ์นี้แม่นางเอกเลยต้องขออนุญาตพานางเอกกับพี่ชายออกจากจวนไปอยู่กับพี่ชายที่ได้ตำแหน่งใหม่ที่ต่างเมืองสักพัก เพื่อหลบหนีความวุ่นวายจากคนในบ้านตัวเอง และจากความอาฆาตแค้นขององค์หญิงใหญ่ที่จ้องจะเล่นงานลูกสาวตน

พอออกไปต่างเมืองก็ได้เห็นชีวิตชาวบ้านที่อยู่กันอย่างยากลำบาก ข้าวของแพงหูฉี่ ของที่ทางการส่งมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็คล้ายจะส่งมาไม่ถึง ดูมีซัมธิง เดี๋ยวต้องมีเรื่องให้นางเอกออกไปสืบหาความจริงกันอีกแล้ว ... อ่านจบไปสองเล่มพบว่ามีปมน่าสนใจเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพ่อนางเอกที่หายตัวไป เรื่องราชบุตรเขยสามีขององค์หญิงใหญ่(แอบจิตนิดๆ แต่ดูเหมือนจะมีเบื้องหลังบางอย่าง นี่ก็น่าสนใจ) เรื่องคดีที่นางเอกเข้าไปมีส่วนร่วม(ยังไม่เฉลยตัวคนร้ายเลย) เรื่องบ้านพระเอก และจบเล่มสองด้วยเรื่องตระกูลหานที่กำลังจะมาขอความช่วยเหลือกับคณะของนางเอก...ลุ้นๆ ว่าจะเกี่ยวข้องกับองค์หญิงใหญ่ยังไง

ส่วนพระเอกก็ค่าตัวแพงเหลือหลาย55 เล่มแรกออกมากระจึ๋งนึง เล่มสองออกมามากกว่าเดิมแต่รู้สึกว่าก็ยังไม่ค่อยเด่นเท่าไร  พระเอกคือท่านโหวน้อยเผยซู่ กำลังตามหาความจริงเบื้องหลังการตายของบิดาและพี่ชาย พระ-นางได้เจอกันเพราะต้องร่วมกันสืบคดี นอกจากนี้พระเอกยังได้รับหน้าที่เป็นคนส่งบันทึกการสืบสวนคดีของนางเอกไปให้ฮ่องเต้ด้วย แต่โมเมนต์ของพระนางก็ยังน้อยอยู่ เพราะเจอกันได้ไม่กี่ครั้งนางเอกก็ต้องเดินทางออกจากเมืองหลวงไปที่อื่นแล้ว... เดี๋ยวรอดูเล่มต่อๆ ไปนะ อยากรู้ว่าจะรักกันได้ยังไง จะมีฉากหวานๆ ไหม เพราะดูเป็นคนเยือกเย็น พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์เหมือนกันทั้งคู่เลย ...


#ออกจากจวนมาไขคดี 10 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvZrfJeX3



วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566

คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 3

 

คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 3 / ผู้แต่ง : สืออู่
ผู้แปล G.N Voyager
สำนักพิมพ์ everY

ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์

เล่มนี้นายเอกของเราน้องไอโม่ซิน อายุ 25 ปีแล้ว ทำงานเป็นตำรวจเต็มตัว อยู่ในกองงานจัดการคดีลึกลับที่ปิดไม่ได้หรือก็คือเรื่องภูตผีวิญญาณนั่นแหละ พอมาทำงานสังคมก็กว้างขึ้นได้รู้จักคนมากมาย เริ่มเข้าสังคมเป็น ไม่ได้โดดเดี่ยวเย็นชาเก็บตัวเหมือนเมื่อตอนสมัยเรียนอีกแล้ว มีตระกูลเจียงกับคนในเผ่าเถี่ยนกว่าร้อยชีวิตคอยปกป้องดูแล และยังมีพระเอกหรือมังกรวารีเป็นแบ็กอัพใหญ่สุด ใครคิดจะทำอะไรนายเอกก็ต้องคิดดูดีๆ ว่ามีความสามารถมากพอที่จะล่วงเกินตระกูลเจียงหรือไม่ แต่เหนือตระกูลเจียงก็ยังมีพระเอกที่เป็นมังกรวารีซึ่งแม้แต่ท่านพญายมในยมโลกยังต้องเกรงใจอีกด่าน ...

ในเล่มนี้นายเอกจะต้องไปช่วยตามหาเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างปริศนา ตามคำไหว้วานของสือหมิงหรือพระเอกจากเรื่องศาลคนกระดาษ จากนั้นก็ได้พบกับวิญญาณอาฆาตแค้นที่โยงใยเกี่ยวข้องกับบิดาหลายใจที่ทิ้งแม่กับตัวเองไปตั้งแต่สมัยเด็ก แถมยังค้นพบว่าบิดาหลายใจที่ตนตัดสัมพันธ์ไปนานแล้วก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคนในเผ่าเถี่ยนกว่าร้อยชีวิตเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วอีกด้วย ... จริงๆ แค่อ่านเจอเรื่องที่พ่อนายเอกแอบไปแต่งงานมีลูกกับคนอื่น ทั้งๆ ที่มีนายเอกกับแม่อยู่แล้วในเล่มแรกนั่นก็ว่าแย่แล้วนะ แต่พอมาเจอเรื่องที่สลับชะตาชีวิตตัวเองกับคนอื่น เรื่องเผ่าเถี่ยนล่มสลาย แล้วไหนจะเรื่องในอดีตชาตินั่นอีก โอ้โห...คือหมดคำจะพูด.. นักเขียนก็จบได้แบบค้างมากกก ทิ้งปมให้เราสงสัยอยากรู้เต็มไปหมด ทั้งเรื่องเผ่าเถี่ยน เรื่องราชาผี เรื่องตระกูลเซียว แถมยังมีเรื่องพระเอกในตอนสุดท้ายที่บอกว่าพี่แกหลับลึกแล้วไม่ได้ตื่นขึ้นมานั่นอีก...

คืออารายยย ไม่น๊าาา แล้วใครจะปกป้องนายเอก เล่มนี้นายเอกก็เกือบจะขิตไปแล้วรอบหนึ่งด้วย แสดงว่าอีกฝ่ายก็น่าจะร้ายกาจฝีมือไม่ธรรมดาเหมือนกัน อยากรู้เลยว่าครายยย ครายที่ทำร้ายน้องไอของช้านนน แล้วใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังวิญญาณแค้น ดูมีซัมธิงไปหมด ...ใดๆ คือเล่มนี้พระ-นายเขาจะมีลูกกันแล้วนะ(แต่จะมีลูกได้ยังไง ใช้วิธีไหน ต้องไปลองอ่านเองเน้อ) แต่พระเอกสุดยอดมาก ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เล่มนี้พี่เจียงหลีก็ยังเป็นพ่อคนดี พ่อไมโครเวฟ ไม่เคยโกรธ ไม่เคยขึ้นเสียงหรือหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่นายเอกเลย ใจเย็น อบอุ่น ผิดไม่ผิดไม่รู้ แต่ถ้านายเอกโกรธเมื่อไรพี่ก็ขอยอมรับผิดเอาไว้ก่อน ให้อิสระนายเอกเต็มที่ อยากทำไรอยากไปไหนเต็มที่ แต่ถ้าเรียกเมื่อไรพี่ก็มา เจออันตรายปุ๊บพี่ก็โผล่มาปั๊บ เรื่องใหญ่แค่ไหนแต่พระเอกก็สามารถทำให้เป็นเรื่องเล็กได้หมด อยู่ด้วยแล้วสบายใจฝุดๆ

รอเล่ม 4 อย่างใจจดใจ่จอ คิดว่าเล่มต่อไปคงได้เห็นคนในเผ่าของนายเอกออกมาทำงานเหมือนคนปกติแล้ว เพิ่งรู้ว่าชีวิตของคนในเผ่าเถี่ยนจะเริ่มต้นจริงๆ ก็คือหลังจากที่ตาย พอตายแล้วทุกคนในเผ่าถึงจะได้เริ่มต้นบำเพ็ญเพียร ชอบเวลาที่เวลามีเรื่องอะไรแล้วคนในเผ่าจะรีบกรูกันออกมาอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องนายเอกอะ ดูอบอุ่นดี...


📍คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 3 ➡️ https://s.shopee.co.th/7pl8poMsml



วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566

กระวานน้อยแรกรัก 4 เล่มจบ


กระวานน้อยแรกรัก 4 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : ปู้จื่อซื่อเคอไช่ (不止是颗菜)
ผู้แปล : เฉินซี
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หมิงถาน บุตรสาวสายตรงของจวนจิ้งอันโหว คุณหนูสูงศักดิ์ผู้รักสวยรักงาม  สวย มั่น! รักความสบายจริตจะก้านเยอะ เป๊ะทุกอย่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับชื่อเสียงและหน้าตา...เดิมนางเอกมีคู่หมั้นคู่หมายที่หมั้นกันไว้ตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แต่อิตาคู่หมั้นดันไปมีอะไรกับลูกพี่ลูกน้องตัวเองจนเขาตั้งท้อง นางเอกไปแอบรู้เข้าเลยจะถอนหมั้น แต่บ้านฝ่ายชายไม่อยากถอน คิดจะปกปิดเรื่องทุกอย่างแล้วแต่งนางเอกเข้าบ้านให้ได้ ถึงขนาดวางแผนให้คนไปชนนางเอกตกน้ำเพื่อจะได้มัดมือชกทำให้นางเอกแต่งกับใครไม่ได้ นอกจากแต่งเข้าบ้านตัวเอง ...

แต่เพราะพระเอกแอบช่วย นางเอกเลยถอนหมั้นกับอิตาคู่หมั้นได้สำเร็จ พอถอนหมั้นได้ก็รีบออกจากบ้านไปเก็บตัวปฏิบัติธรรมที่อารามแห่งหนึ่งเพื่อหลบข่าวลือ แต่นางเอกไม่รู้ว่าพระเอกก็อยู่ที่นั่นด้วย แถมตอนที่นางอธิษฐานขอพรเพื่อให้ได้สามีในฝัน พระเอกก็ดันอยู่แถวนั้นพอดีเลยได้ยินหมดทุกอย่าง! ทุกคำพูด! 55 ...แต่ช่วงแรกๆ นางเอกยังไม่ได้ชอบพระเอก เคยเจอที่งานเลี้ยงในวังแล้วไม่ประทับใจ รู้สึกว่าพระเอกน่ากลัวหยาบกระด้าง ไม่ใช่สามีในอุดมคติที่ตนอยากได้ ไม่นึกว่าจู่ๆ ฮ่องเต้จะมอบสมรสพระราชทานให้นางแต่งกับพระเอกเฉยเลย...

พระเอก เจียงซวี่ ติ้งเป่ยอ๋องหรือเทพสงครามของแคว้น ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว ท่านอ๋องเพียงคนเดียวในราชวงศ์ที่ฮ่องเต้โปรดปรานและไว้วางใจมากที่สุด บุ๋นก็ได้บู๊ก็ดี หน้าตาหล่อเหลา ชาติตระกูลสูงส่ง นิสัยพูดน้อยเย็นชา ไม่ไว้หน้าใคร ไม่เคยสนใจอิสตรี...พอรู้ว่าต้องแต่งกับพระเอก นางเอกก็วางแผนให้คนพาไปเจอพระเอกโดยการปลอมตัวเป็นสาวใช้ เพราะอยากรู้ว่าพระเอกหน้าตาเป็นยังไง จะตรงตามที่ขอพรรึเปล่า? จากตอนแรกที่กลุ้มๆ พอได้เห็นหน้าก็เพ้อ อยากให้ถึงวันแต่งงานเร็วๆ เพราะรู้แล้วว่าพระเอกไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แถมยังหล่อมากด้วย

เรื่องนี้ไม่มีปัญหาระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกของภรรยาเอกคนเก่า จะมีก็แต่ลูกอนุกับนางเอกที่เป็นลูกภรรยาเอกนี่แหละ นางเอกเป็นลูกของภรรยาเอกคนเก่าที่ตายจากไป พอแม่ตายพ่อก็แต่งเมียใหม่เข้ามา โชคดีที่เมียใหม่รักและดีกับนางเอกมากเหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง ตอนพ่อต้องย้ายไปประจำที่ต่างเมือง เมียเอกคนใหม่ไม่อยากไป เลยให้อนุกับลูกสาวของอนุไปแทน ตอนอยู่ที่นู่นพ่อก็รักและตามใจพี่สาวที่เป็นลูกอนุมาก พี่สาวเลยเอาแต่ใจ คิดว่าตนเองเป็นลูกรักจะทำอะไรก็ได้ พอย้ายกลับมาเมืองหลวงก็เริ่มหาเรื่องนางเอกกับญาติของนางเอกที่มาขอพักอาศัยอยู่ด้วย แต่ก่อนนางเอกก็ไม่ค่อยถูกกับญาติคนนี้หรอก แต่พอพี่สาวกลับมานางเอกกับญาติจากที่ไม่ถูกกันก็กลายมาเป็นทีมเดียวกันแล้วช่วยกันแท็กทีมฟาดพี่สาวลูกอนุคืน 55

พอพี่สาวลูกอนุที่เพิ่งย้ายกลับมาได้เห็นพระเอกก็เกิดอิจฉาที่นางเอกได้แต่งกับผู้สูงศักดิ์มีอำนาจ แต่ตัวเองกลับต้องแต่งเข้าบ้านขุนนางธรรมดา ก็เลยวางแผนให้คนมาปล้นรถม้าลักพาตัวนางเอก...แต่สุดท้ายแผนก็ล่มไม่สำเร็จ บ้านนางเอกสืบจนรู้ว่านี่คือแผนของพี่สาว พอถูกเปิดโปงก็ไม่สำนึก พยายามเรียกร้องความสงสารจากพ่อ จนพ่อนางเอกเกือบใจอ่อนลงโทษสถานเบา แต่นางเอกกับญาติมาช่วยกันฟ้องเรื่องที่พี่สาวคิดจะเอาเรื่องที่นางเอกตกน้ำไปพูดในงานเลี้ยงเพื่อทำลายชื่อเสียงซะก่อน ทำให้พี่สาวสติแตกเกือบจะหยิบแส้มาฟาดใส่หน้านางเอก พอเห็นแบบนั้นพ่อก็เลยโมโหสั่งให้คนโบยพี่สาวกับอนุแล้วจับไปขังไว้ จากนั้นก็ให้ภรรยาเอกหาบ้านสามีที่อยู่ไกลๆ ให้พี่สาวแต่งออกไปจะได้ไม่ต้องอยู่ในเมืองหลวงอีก...

เป็นแนวหลังบ้าน ศึกสงครามการเมืองที่ไม่หนัก พล็อตเบาไม่ซับซ้อน อ่านง่าย ขายขำ เอาไว้อ่านแก้เครียดคั่นจากเรื่องหนักๆ ก็ได้ นางเอกเอาแต่ใจ จริตเยอะ รักสวยรักงาม แต่อ่านแล้วไม่น่ารำคาญเราว่านางน่ารักดี ใสซื่อแต่ไม่โง่ ฉลาดทันคน รักหน้าตายิ่งชีพ ขนาดจะเรียนยิงธนูยังต้องออกแบบเสื้อผ้ารองเท้าให้เข้าชุดกันเพื่อเอาไว้ใส่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ต้องสวยไว้ก่อนจะได้มีแรงจูงใจในการเรียน55 ตรงข้ามกับพระเอกทุกอย่าง แต่พระเอกก็ไม่เคยบ่นหรือว่าอะไรเมียเลย แม้จะแต่งด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่พอแต่งมาแล้วพี่ก็ปกป้องดูแลเมียอย่างดี นางเอกก็น่ารักขี้อ้อน มีอะไรสงสัยก็ถามตรงๆ วันๆ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ต้องเอามาเล่าซุบซิบให้พระเอกฟังก่อนนอน พระเอกก็ตั้งใจฟังไม่เคยห้ามหรือขอให้นางเปลี่ยนอะไร...ขยันทำการบ้าน nc มีเรื่อยๆ แต่ไม่บรรยาย 55

ส่วนตัวแอบรู้สึกว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างราบเรียบ อ่านได้เรื่อยๆ ไม่มีจุดพีค แต่จะมีความฮาของนางเอกกับกลุ่มเพื่อนสาวมาช่วยสร้างสีสันและเรียกเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ อย่างตอนที่นางเอกไปขอพรที่วัด ตอนที่แก๊งเพื่อนสาวมารวมตัวกัน ตอนที่นางเอกทำอาหารไปให้พระเอก แต่พอพระเอกเห็นสภาพมือนางเอกก็ไม่เชื่อบอกว่าโกหก หรือตอนที่พระ-นางจะไปต่างเมืองด้วยกัน พระเอกต้องไปทำภารกิจ รอบนี้อนุญาตให้นางเอกไปด้วย นางเอกก็จัดไปเลยสิรถม้า 10 คัน พระเอกคืออึ้ง นึกว่าจะย้ายบ้าน เห็นรถม้าคันสุดท้ายว่างเลยถามว่าเอาไปทำไม นางเอกบอกจะเอาไปขนของฝาก พระเอกเลยบอกว่างั้นขากลับค่อยหารถเพิ่มก็ได้นิ่? ...นางเอกบอกมันจะไม่เข้าพวก พอเรียงกันแล้วก็ไม่สวยน่ะสิ!...-_-"

ระหว่างเดินทาง ผ่านเมืองที่พี่สาวลูกอนุแต่งออกไปพอดี นางเอกเลยได้รู้เรื่องที่พี่สาวแอบเอาชื่อนางที่เป็นชายาติ้งเป่ยอ๋องไปอวดเบ่งศักดาและทำให้นางต้องเสียชื่อเสียง! จากนั้นนางเอกก็ได้พบเรื่องราวและความยากลำบากอีกสารพัด ทั้งเรือถูกลอบวางเพลิงเอย ทั้งแก๊งขอทานที่ตามมาปล้น ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย แต่นางเอกก็ไม่บ่น เพราะตัวเองเป็นคนยืนกรานขอติดตามมาเอง ตอนเดินทางกลับ นางเอกจะขอย้ายที่นั่งจากด้านหน้าไปด้านหลัง พระเอกก็งงนึกว่าเมียโกรธ นางเอกบอกเปล่าจ้า...แต่แค่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วกลัวจะมีกลิ่นตัวเฉยๆ พระเอกบอก..ข้าก็ไม่ได้อาบถ้าเหม็นก็เหม็นด้วยกัน นางเอกบอกไม่ได่้ เพราะในสุภาษิตมีบอกเอาไว้ว่าบุรุษตัวเหม็นหึ่งอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีบอกว่าสตรีตัวเหม็นหึ่งเลย....-_-"

พอกลับมานางเอกก็นิสัยเปลี่ยนไปนิดหน่อย พอได้ไปเห็นความลำบากก็เลยคิดจะเลิกนิสัยติดหรูหันมาประหยัดมัธยัสถ์ กับข้าวจากที่อลังการจัดเต็มก็เปลี่ยนเป็นหมั่นโถวไส้ผักกับผักดอง ชุดเสื้อผ้าที่ต้องสั่งตัดใหม่ทุกฤดูกาลก็เลิกสั่ง แต่เอาของเดิมมาใส่ซ้ำ จนพระเอกต้องเตือนสติและเสนอวิธีอื่นให้นางเอกไปลองทำแทน...ไม่งั้นตัวเองคงได้กินแต่หมั่นโถวกับผักดองไปตลอดแน่ๆ 55 จากนั้นนางเอกก็ตกหลุมพรางคนอื่นตอนไปเข้าร่วมงานเลี้ยงในวัง จากนั้นก็มีเรื่องสงคราม เรื่องแผนการร้ายของซู่ไทเฮา บ้านเดิมนางเอกถูกจับเข้าคุก พระเอกก็ไม่อยู่ จวนอ๋องถูกล้อมออกไปไหนไม่ได้ นางเอกเลยยิ่งกังวล ซู่ไทเฮาได้จังหวะส่งคนมาปั่น นางเอกเลยแอบปลอมตัวหนีออกไปหาพระเอกเพื่อจะขอร้องให้ช่วยพ่อ ...

จริงๆ งงกับตอนนี้มาก ทำไมนางเอกที่ฉลาดรู้หนักเบามาตลอดถึงได้มางอนเอาแต่ใจในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งที่พระเอกก็เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้าแล้วแท้ๆ ว่าให้เชื่อใจ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ต้องรอให้พระเอกกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันนะ...แต่ก็ไม่ได้ดราม่าอะไรหรอก ถึงจะมีเรื่องศึกสงคราม การชิงดีชิงเด่นของสตรีหลังบ้าน+ในรั้วในวังแต่ก็ยังเบาอยู่ดี เพราะเรื่องนี้เน้นความโบ๊ะบ๊ะของนางเอก ขนาดงอนโกรธอยู่ก็ยังไม่ลืมไปขอพรให้สามีที่วัด ปากบอกว่าจะไม่ไปรับสามีตอนกลับเข้าเมือง แต่ก็ยังไปจองห้องในหอสุราเพื่อแอบดูตอนพระเอกขี่ม้ากลับมา...ส่วนเพื่อนแก๊งนางเอกก็ได้สามีดีกันทุกคน แล้วก็ปิดท้ายด้วยตอนพิเศษเรื่องของเพื่อนนางเอก และลูกสาวนางเอกที่ถอดนิสัยแม่มาแบบแทบจะเป๊ะๆ ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้ลงเอยกับพี่ชายรัชทายาทหรือองค์ชายต่างแคว้นกันหนอ...


📍กระวานน้อยแรกรัก 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LBGfRlJFM


วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ชายาสุดโปรด 5 เล่มจบ

ชายาสุดโปรด 5 เล่มจบ
ผู้แต่ง :   Xiao Jia Ren
ผู้แปล :  A-MU และ อวี้หลันฮัว 
ภาพปก : หลินไฉ่เซียน
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ฟู่หรง บุตรสาวสายรองของจวนจิ่งหยางโหว เป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีมากกก มีนิสัยรักสวยรักงาม เจ้าเล่ห์ซุกซนกลิ้งกลอก เกียจคร้าน ปากหวานขี้ประจบ เสน่ห์แรงดูเย้ายวน บุรุษส่วนใหญ่ได้เห็นเป็นต้องชอบ ชาติก่อนนางเอกเคยแต่งงานมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกหย่า ครั้งที่สองเนื่องจากฐานะไม่สูงพอ บวกกับผ่านการแต่งงานมาก่อนเลยเป็นได้แค่อนุของพระเอกหรือซู่อ๋อง

พระเอกมีโรคประหลาดทำให้เข้าใกล้สตรีไม่ได้ เป็นหนุ่มโสดมานาน บังเอิญได้เจอนางเอกแล้วค้นพบว่าสตรีนางนี้ตัวเองเข้าใกล้ได้ ก็เลยรับนางเอกเข้าวังอ๋องมาเป็นอนุ แต่เพราะนางเอกเคยแต่งงานมาก่อน พระเอกเลยไม่ปลื้ม ทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจ ไม่พูดด้วย จะมาหาก็แค่ตอนที่อยากหลับนอนด้วยเท่านั้น และต่อมาพระเอกก็ถูกคนสังหารตายระหว่างทางกลับจากชนะศึก นางเอกเลยต้องกลายเป็นหม้ายกลับมาโสดอีกครั้ง ในขณะที่กำลังจะเข้าร่วมงานคัดเลือกพระสนมของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ นางเอกก็ถูกใครไม่รู้ผลักตกน้ำตายและได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองเมื่อตอนอายุ 13 

เรื่องนี้พระนางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แต่พระเอกจะมาเร็วกว่านางเอกครึ่งปี ชาตินี้พี่เลยส่งคนไปตามเฝ้าดูนางเอกตั้งแต่เด็กเลย กะจะกรุยทางขจัดขวากหนามช่วยให้คนในครอบครัวนางเอกไม่ต้องพบเจอกับเรื่องไม่ดีเหมือนในชาติก่อนอีก กะเอาใจสาวแหละดูออก ชาติก่อนไม่สนไม่แล ชาตินี้เลยขอแก้ตัวใหม่ หมายมั่นว่าจะต้องทำให้นางเอกตกหลุมรักยอมมอบหัวใจ และแต่งเป็นชายาเอกของตัวเองแต่เพียงผู้เดียวให้จงได้ ส่วนนางเอกก็ไม่เอาแล้วจ้าขอบาย ไม่อยากเข้าใกล้หรือยุ่งเกี่ยวใดๆ กับทั้งพระเอกและสามีคนแรกในชาติที่แล้วอีก...

ความจริงชาติก่อนในตอนแต่งงานครั้งที่สองนางเอกอยากแต่งกับอีกคน แต่ดันทำพลาดเลยต้องมาแต่งกับพระเอกซะก่อน ชาตินี้นางเลยตั้งใจว่าจะต้องแต่งกับคนๆ นั้นให้ได้ และจะต้องทำให้คนในครอบครัวไม่พบเจอกับเรื่องเลวร้ายเหมือนอย่างในชาติที่ผ่านมาอีก เช่นช่วยรักษาชีวิตน้องชาย ช่วยให้พี่สาวได้แต่งกับคนดีๆ ไม่ต้องชอกช้ำใจจนตายเหมือนในชาติก่อนอีก..พระเอกก็งง เริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตัวเองยังไม่ทันได้ลงมือแต่ทำไมเรื่องในบ้านนางเอกถึงคลี่คลายก่อนแล้ว

พระนางคู่นี้ออกแนวไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ต่างก็รู้นิสัยกันดีแต่พูดไม่ได้ เพราะช่วงแรกไม่มีใครรู้ว่าต่างคนต่างก็ได้ย้อนกลับมา พระเอกเป็นฝ่ายบุกไปหานางเอกและตามจีบเขาตั้งแต่ยังอายุ 13 เลย ไม่รอแล้ว เพราะสาวเจ้าเสน่ห์แรงเหลือเกินมีแต่หนุ่มๆ มาชอบ เลยบุกเข้าห้องนอนเขาจับเขาจูบตั้งแต่ 13 เลย (เห็นเย็นชาแบบนี้แต่จริงๆ พี่แกร้อนแรงมากนะ) นางเอกก็สงสัยว่าทำไมพระเอกถึงโผล่มาแถวบ้านตัวเองได้ เพราะชาติก่อนกว่าจะได้เจอก็หลังหย่าไปแล้วนะ พระเอกก็อ้างเหตุผลนั่นนู่นนี่ พยายามจะพิชิตใจสาว นิสัยกะล่อนเจ้าเล่ห์ต่างจากชาติก่อนที่ชอบเย็นชาหมางเมินลิบลับ กะว่านางเอกต้องชอบตัวเองแน่ๆ เพราะรู้ว่านางเอกหลงใหลลาภยศ ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นอ๋องต้องตาลุกวาวแล้วยอมแต่งด้วยแน่นอน แต่นางเอกกลับปฏิเสธไม่เอา พยายามบ่ายเบี่ยงบอกปัดตลอด เพราะไม่ชอบนิสัยเย็นชาของพระเอกและรู้ว่าพระเอกจะตายเร็ว

ต่อมาพอพระเอกรู้ว่านางเอกก็กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน ก็เลยรู้สึกเสียหน้าและรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวเล่น เลยส่งลูกน้องไปเอาของคืนและตัดความสัมพันธ์กับนางเอก ตอนนางเอกถูกคนแกล้งก็ทำเป็นเย็นชามองดูเฉยๆ แต่ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องไปขอให้พ่อช่วยพระราชทานสมรสให้ตัวเองกับนางเอก ไม่งั้นคงไม่ได้แต่งแน่ๆ เพราะนางเอกไม่ได้ชอบพี่แกเลย พระเอกไม่มาหาไม่มายุ่ง นางเอกก็โล่งใจใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ได้เสียใจหรือเสียดายสักนิด เป็นพระเอกซะเองที่กระวนกระวายเฝ้าคิดถึงคน ต้องแสร้งจัดฉากพบกันโดยบังเอิญแล้วก็ตีหน้าขรึมทำเป็นไม่สนใจ แต่พอนางเอกได้รับสมรสพระราชทานมานางก็ยอมรับความจริงนะ ไม่เศร้าเสียใจหรือร้องไห้ฟูมฟายที่ต้องแต่งกับพระเอกแต่อย่างใด เป็นคนยืดได้หดได้รู้จักปรับตัว หากไม่ได้ก็พร้อมจะปล่อยมือ...

พอรู้ว่าพระเอกต้องกลายเป็นสามีของตนเองแน่นอนแล้ว นางก็มานั่งคิดหาวิธีที่จะเอาใจพระเอก จะทำยังไงให้พระเอกหายโกรธ แล้วใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้ขอให้รักเดียวใจเดียวแต่ขอให้โปรดปรานนางมากที่สุดก็พอ  แล้วนางก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์หรือคิดถึงคนที่อยากแต่งด้วยอีกเลย จริงๆ นางเอกไม่ใช่คนเก่งอะไรเลย บุ๋นก็ไม่ดีบู๊ก็ไม่ได้ แต่ดีที่ยังฉลาดมีกึ๋นและมองคนออกอยู่เลยไม่เสียเปรียบใคร และด้วยความที่หน้าตาดีมากๆ  มันก็เลยทำให้ใครบางคนอิจฉาริษยาคิดจะทำร้ายนาง ชาติก่อนนางเอกไม่รู้ว่าตัวเองติดอีสุกอีใสมาได้ยังไง ชาตินี้ก็ได้รู้แล้ว แต่นางก็ไม่ได้โกรธแค้นขนาดจะฆ่าจะแกงหรือคิดเอาคืนแบบหนักๆ แต่อย่างใดนะ ไม่เหมือนบางคนที่แค่นิดๆ หน่อยๆ เรื่องเล็กน้อยอย่างอิจฉาริษยาก็คิดจะฆ่ากันแล้ว

แต่นางเอกเป็นแบบ...ก็แค่อิจฉา ถ้าไม่ชอบก็แค่เก็บไว้ในใจ แต่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายใคร มีคนรังแกนาง นางก็ไม่เคยคิดจะเอาถึงตาย แค่พอหอมปากหอมคอเท่านั้น ...ขนาดตอนหลังที่มารู้ว่าใครเป็นคนฆ่าตัวเองในชาติก่อนก็ยังไม่ได้อะไรเลย จุดที่เราชอบนางคือเป็นคนไม่ลุ่มหลงในรัก ชอบที่นางรักตัวเองกับคนในครอบครัวมากที่สุด ถ้าเป็นเรื่องของพ่อแม่พี่น้อง นางเอกก็จะใส่ใจและเป็นห่วงมาก ก็ดีที่นางรักตัวเอง ดังนั้นในเรื่องเราจะไม่ได้เห็นฉากที่นางเอกผิดหวังเสียใจเพราะความรักเลย เพราะนางไม่เคยรักใคร ไม่ได้ยึดติด แค่อยากแต่งงานกับคนที่ตอบโจทย์ชีวิตตัวเองได้ ไม่อยากแต่งกับบ้านสามีที่พ่อแม่พี่น้องเขาไม่ชอบเรา ถ้าสามีปกป้องเราได้ก็ว่าไป แต่ถ้าไม่ได้แล้วมันทุกข์ทรมานนางเอกก็ไม่ขอทน ... เหมือนชาติก่อน สามีคนแรกก็รักนางมากๆ แสนดีสุดๆ รักและตามใจนางเอกทุกอย่าง แต่แม่กับน้องสาวสามีดันไม่ชอบนาง สามีก็ไม่เด็ดขาดจัดการไรไม่ได้ สุดท้ายดีแค่ไหนนางเอกก็ขอบาย...

เป็นแนวหลังบ้านวังหลัง ผสมการเมืองการแย่งชิงอำนาจ จุดที่ชอบอีกอย่างคือเรื่องสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวนางเอก พ่อแม่สอนมาดี พี่น้องจึงรักใคร่สามัคคีปรองดอง แม้บ้านนางเอกจะเป็นสายรอง พ่อเป็นลูกอนุ แต่บ้านใหญ่หรือพี่ชายพ่อก็ให้ความสำคัญไม่ได้ดูถูกบ้านนางเอกแต่อย่างใด แถมยังปลูกฝังให้ลูกของตัวเองรักพี่รักน้อง ไม่ดูแคลนบ้านนางเอกที่เป็นสายรองด้วย หลานๆ เลยไม่มีปัญหากัน  ทั้งบ้านจะมีปัญหาอยู่แค่คนเดียวก็คือย่านางเอก ไม่มีเหตุผลเลย ทำร้ายได้แม้แต่คนในครอบครัวตัวเอง ร้ายกับครอบครัวนางเอกไม่พอ ยังคิดจะแย่งคนรักของหลานสาวแท้ๆ ของตัวเองไปให้หลานสาวที่มาจากบ้านเดิมตัวเองอีก ดีที่นางเอกรู้ล่วงหน้าเลยพยายามเตือนลูกพี่ลูกน้องกับป้าสะใภ้ไว้ก่อน และก็โชคดีที่ลุงใหญ่ของนางเอกมีเหตุผลไม่ได้หัวอ่อนบ้าจี้ตามย่า ครอบครัวก็เลยอยู่กันอย่างสงบสุขรักใคร่ปรองดองมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากพระนางแต่งงานอยู่ด้วยกัน พระเอกก็เอาใจใส่คอยดูแลนางเอกอย่างดี จนนางเอกค่อยๆ เริ่มเปิดใจให้ มีอะไรก็ค่อยๆ กล้าบอก ไม่ใช่เอาแต่ประจบเอาใจเพราะเห็นพระเอกเป็นเพียงที่พึ่งอย่างเดียว อย่างเรื่องลูก ชาตินี้นางเอกยังไม่อยากมีลูก เพราะกลัวพระเอกจะตายเร็วเหมือนชาติก่อนแล้วเดี๋ยวลูกกับตัวเองจะไม่มีคนปกป้องต้องตายอนาถเหมือนพระชายาคนอื่นๆ ตอนแรกนางเอกก็พยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แต่รู้ว่าคงปิดไม่ได้นานเลยไปบอกพระเอกตามตรง พระเอกก็นึกว่านางเอกกลัวเพราะฝังใจเรื่องที่พี่สาวตายตอนคลอด ก็เลยให้หมอเทวดาปรุงยาป้องกันการตั้งครรภ์ให้ พอพี่สาวคลอดอย่างปลอดภัย นางเอกรู้ว่าเลี่ยงไม่ได้อีก บวกกับพระเอกก็ค่อยๆ มองสาเหตุที่แท้จริงออกว่านางเอกกลัวอะไรก็เลยให้คำมั่นสัญญาใหม่ นางเอกไม่ค่อยเชื่อแต่ก็เอาวะ เพราะนางก็อยากมีลูกมากเหมือนกันเลยตกลง ...

ความจริงชาตินี้พระเอกเขาเตรียมตัวมาดี พอย้อนมาปุ๊บก็ส่งคนของตัวเองแฝงเข้าไปในจวนต่างๆ เพื่อจับตาดูและสืบข่าวของแต่ละจวนอยู่ตลอด เพราะชาติที่แล้วพี่แกก็ตายอนาถไม่แพ้กัน เลยต้องหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนสังหารตน กอปรกับชาตินี้พี่ตั้งใจว่าจะต้องนั่งตำแหน่งนั้นให้ได้ จะต้องทำให้ตนและลูกเมียปลอดภัย ซึ่งทางเดียวที่จะวางใจได้ก็คือตัวเองต้องเป็นฮ่องเต้เองเท่านั้น ความจริงในบรรดาลูกๆ ฮ่องเต้ก็โปรดปรานพระเอกที่สุดแหละ เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ นิสัยเหมาะเป็นฮ่องเต้ แต่เพราะพระเอกไม่ได้เกิดจากฮองเฮา ฮ่องเต้เลยต้องยกตำแหน่งรัชทายาทให้ลูกคนโตที่เกิดจากฮองเฮาไป แต่รัชทายาทก็ไม่ค่อยดี เก่งไม่เท่าพระเอก แถมยังเจ้าชู้หลงใหลคนงาม ลูกพี่ลูกน้องของนางเอกคนหนึ่งก็เจอรัชทายาทใช้อุบายชั่วช้าทำให้ต้องแต่งเข้าตำหนักบูรพาไปเป็นชายารองด้วยความไม่เต็มใจ

พอนางเอกตั้งครรภ์ก็ถูกคนลอบวางยา แต่ดีที่นางไหวตัวทันก่อนเลยรอด พระเอกสืบจนเจอว่าใครทำ แต่ก็เปิดโปงไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายทำลายหลักฐานทิ้งหมดแล้ว บวกกับเห็นแก่หน้าแม่และน้องชายจึงพยายามสะกดกลั้นไว้ ซึ่งจริงๆ คนทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ลูกพี่ลูกน้องพระเอกนั่นแหละ หลงรักพระเอกมานานแต่พระเอกไม่ชอบเลยอิจฉานางเอกที่จู่ๆ ได้แต่งกับพระเอกเฉย แผนแรกไม่สำเร็จก็วางแผนตกน้ำให้พระเอกลงมาช่วยต่อ แต่พระเอกรู้ทันเลยส่งองครักษ์ไปช่วย อีกฝ่ายเห็นแบบนั้นเลยให้สาวใช้ตัวเองลงมาช่วยแทน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะได้แต่งกับองครักษ์แทน จากนั้นนางก็เหมือนจะคิดได้คิดจะตัดใจเลิกชอบพระเอกจริงๆ ยอมไปแต่งกับคนน้องแทน รู้ว่าต้องพยายามกุมหัวใจน้องชายพระเอกเอาไว้ให้ได้ เพราะถูกป้าตัวเอง(แม่พระเอก)ระแวงแล้ว แถมพระเอกก็ไม่ชอบนาง ถ้าน้องพระเอกไม่ชอบนางอีกชีวิตนางคือจบเลย ตายแน่นอน...

จริงๆ พระเอกไม่อยากให้น้องชายแต่งกับนางแต่ก็ห้ามน้องไม่ได้ รู้ว่าน้องรักนางมาก เลยกะจะให้โอกาสนางอีกสักครั้ง แต่สุดท้ายนางก็ตกหลุมพรางคนอื่นและเลือกที่จะทำร้ายพระเอกกับน้อง อิน้องพระเอกก็หูเบาจนเกือบซ้ำรอยเดิมในชาติที่แล้ว ต้องให้พระเอกตบสั่งสอนและด่าถึงได้รู้สึกตัว หลงลืมความรักสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเป็น 20 ปี ไม่คิดมั่งว่าถ้าพระเอกเป็นไรไปลูกเมียเขาจะอยู่ยังไง ใครจะปกป้องดูแล แล้วแม่ตัวเองจะเสียใจขนาดไหนที่พี่น้องฆ่ากันเอง

พอพระเอกได้ขึ้นครองบัลลังก์ พวกขุนนางก็อยากให้รับพระสนมเพิ่มแต่พระเอกไม่เอา ยกฮ่องเต้องค์ก่อนมาอ้าง ส่วนนางเอกตอนที่ยังไม่ได้มีใจนางก็เฉยๆ นะถ้าพระเอกจะมีสตรีเพิ่ม เตรียมใจไว้แล้ว นางขอแค่ได้เป็นคนที่พระเอกรักและโปรดปรานมากที่สุดและได้ใช้ชีวิตตามที่ใจปรารถนาก็พอ แต่พอนางเริ่มมีใจ นางก็ไม่อยากให้พระเอกมีใครอื่นอีก แม้พระเอกจะยืนกรานรับปากแต่ใจนางเอกก็ยังไม่ค่อยเชื่อ พระเอกก็ไม่พูดมาก คิดว่าอยู่ไปนานๆ เดี๋ยวนางเอกก็จะได้เห็นเอง แต่พระเอกก็ยังไม่กล้าบอกนางเอกเรื่องโรคประหลาดกับเรื่องที่ย้อนกลับมาเกิดใหม่นะ มาพูดเอาตอนเล่มสุดท้ายที่มีลูกสาว เพราะพระเอกอุ้มหรืออยู่ใกล้ลูกไม่ได้เลยถ้าไม่มีนางเอกอยู่ใกล้ๆ (ต้องใช้กลิ่นนางเอกกลบ) ก็เลยเปิดใจสารภาพ และยอมรับว่าตัวเองชอบนางเอกมานานแล้ว และสุดท้ายนางเอกก็ยอมมอบหัวใจที่แท้จริงของตัวเองให้กับพระเอก...

ใครชอบแนวหลังบ้าน ครอบครัว ผสมการเมืองการแย่งชิงอำนาจแต่ไม่หนักมาก น่าจะชอบนะ นางเอกรักสวยรักงามร่าเริงขี้อ้อนเหมือนจิ้งจอกน้อย แต่ไม่เคยคิดทำร้ายใคร พระเอกก็เย็นชาดุดันโหดเหี้ยมประมาณหนึ่ง แต่รักเมียรักลูกสุดๆ nc ไม่บรรยายเยอะแต่ก็รู้ว่าพระเอกหื่นมาก 55 เอะอะก็xxตลอด สมพอลูกเยอะ55 ตัวละครเยอะมีหลายคู่ แต่ละคู่มีบทสรุปไม่ปล่อยให้เราคาใจ แต่เสียดายเพื่อนสนิทนางเอกที่แซ่เหลียงอะ พอแต่งงานแล้วก็หายไปเลยไม่ได้ออกมาหรือมีบทอีกเลย ...


📍ชายาสุดโปรด 5 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6KwL3EjwSm





วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

รักเธอตั้งแต่วันวาน 4 เล่มจบ

 

รักเธอตั้งแต่วันวาน 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ชิงเหม่ย
ผู้แปล : หนูน้อยฉี
ปก : Eno
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เล่มนี้จะเป็นเรื่องราวความรักของ เฉินจินหยาง เพื่อนสนิทของนางเอกในเรื่องรักยิ้มของเธอ ความรักของคุณหนูจินหยาง สาวสวย รวย เก่ง หัวดี กับอ้ายเจีย หนุ่มรุ่นน้องในมหาลัยฯ หรือเด็กเกรียนบ้านข้างๆ หนุ่มรูปหล่อสูงใหญ่กำยำ นักกีฬาอีสปอร์ตหรือมิดคนใหม่ของทีม YQCB

พระนางเจอกันครั้งแรกที่มหาลัยฯ พระเอกเป็นรุ่นน้องปี 1 ที่ป๊อปมากมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ฉายา VIP ของห้องปกครองหรือลอร์ดโวลเดอมอร์แห่งโรงเรียนมัธยมปลาย T พอดีมหาลัยฯ กับโรงเรียนมัธยมที่พระเอกเคยเรียนอยู่ติดกัน ฉายาของพระเอกเลยโด่งดังข้ามฟากมาถึงที่นี่ พระเอกบังเอิญไปเจอนางเอกตอนกำลังถูกแก๊งเด็กม.ปลายรุมไถตังค์พอดี เลยเข้าไปช่วย จากนั้นนางเอกก็ย้ายออกจากหอพักมาอยู่ข้างนอก ทั้งสองคนเลยได้เจอกันอีก เพราะบ้านเธอกับบ้านพระเอกอยู่ในตึกเดียวกัน พระเอกเรียนคณะวิศวกรรมโยธาเก่งเลขเก่งวิทย์แต่อ่อนภาษาอังกฤษมาก ที่บ้านก็เลยไปขอให้นางเอกที่เรียนคณะภาษาต่างประเทศมาช่วยติวให้ จากความสัมพันธ์แบบรุ่นพี่รุ่นน้องก็กลายมาเป็นเพื่อนบ้าน ต่อมาก็กลายเป็นศิษย์อาจารย์ และสุดท้ายก็กลายมาเป็นคู่รักกันในที่สุด...

เล่มนี้จะเป็นช่วงที่กีฬาอีสปอร์ตในจีนยังไม่บูมเท่าไร เป็นของใหม่ บางอย่างเลยดูยังไม่ค่อยพร้อมหรือลงตัว พระเอกก็เริ่มจากการฟอร์มทีมกับกลุ่มเพื่อนแล้วลงแข่งในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แถวมหาลัยฯ จากนั้นก็มีคนจากทีม YQCB ไปเห็นแววเลยชวนมาร่วมทีม แต่พระเอกก็ปฏิเสธ ทว่าพอได้ไปเห็นการแข่งขันที่ทีมจากประเทศตัวเองต้องพ่ายแพ้ให้กับชาติอื่นแบบฉิวเฉียดพระเอกก็เปลี่ยนความคิดใหม่ ตัดสินใจตอบรับเพื่อเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตแบบจริงๆ จังๆ ...แต่ก็ต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่เนื่องจากที่บ้านไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้พระเอกพักการเรียนเพื่อไปเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต...

แถมเริ่มแรกตอนไปลองซ้อมที่ฐานของทีม พระเอกก็ยังแอบไปโดยไม่บอกนางเอกอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่รับปากว่าจะไปสอบภาษาอังกฤษให้ผ่าน นางเอกอุตส่าห์ช่วยติวและไปหาแบบฝึกหัดมาสอนจนอดหลับอดนอน รุ่งเช้าก่อนสอบก็ยังส่งข้อความไปให้กำลังใจ แต่สุดท้ายพระเอกดันชิ่งไปซ้อมเกม ปล่อยให้นางเอกรอเหมือนคนโง่ พอนางเอกรู้ความจริงเลยไปเอาแบบฝึกหัดคืนแล้วโยนทิ้งถังขยะทั้งหมด พระเอกกลับมาเห็นฉากนี้พอดีก็รู้ว่านางเอกโกรธจริง ช็อกมาก ไปไม่เป็นเลยทีนี้ จากนั้นก็ไปสารภาพความจริงกับแม่เรื่องที่จะไปเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต แล้วก็ถูกไล่ออกจากบ้านไปตามระเบียบ ไม่มีเงินติดตัว วันๆ ต้องกินแต่หมั่นโถวเปล่าๆ ต้องเดินใส่รองแตะท่ามกลางอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา ...โถๆๆๆ

ส่วนนางเอกก็กำลังจะถูกพ่อส่งไปเรียนเมืองนอก และคลุมถุงชนกับลูกพี่ลูกน้องที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน นางเอกเลยประท้วงด้วยการหนีออกจากบ้าน แต่เป็นการหนีออกจากบ้านที่ตลกมาก(หมายถึงฝั่งนางเอกนะ) พอพ่อนางเอกไม่เห็นยอดแจ้งเตือนการใช้เงินจากบัตรเครดิตของลูกก็เป็นห่วง รีบโทรมาถามเลยว่าเป็นไร ทำไมไม่ใช้ตังค์ล่ะ 55 ...แต่หลังจากนั้นนางเอกก็ตัดสินใจไปเรียนที่ต่างประเทศนะ ส่วนพระเอกก็ไปเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตทำตามฝัน อ่านแล้วชอบคู่นี้จริงๆ ต่างคนต่างคลั่งรักไม่แพ้กัน อ่านจบไม่อยากเป็นนางเอกแต่อยากเป็นพระเอกแทนอะ 55 นางเอกสายเปย์มากรวยอยู่แล้ว เรื่องเงินไม่ใช่อุปสรรค แฟนเปย์เราไม่ได้เราก็เปย์แฟนเองสิ 55 พระเอกสตรีมเกมครั้งแรกก็กดส่งของขวัญราคาแพงที่สุดให้เลย ฐานที่พักของพระเอกห้ามคนนอกเข้าเหรอ อ๋อไม่เป็นไร..ไปเช่าวิลล่าข้างๆ กันเดือนละ 40000-50000 หยวนอยู่ก็ได้ ทะเลาะกับพระเอกเหรอ..ก็แก้เครียดด้วยการซื้อรถราคาหลักล้านไปเลยสิ สมกับเป็นคุณหนูจินหยางจริงๆ สวย รวย ฉลาด แมน ใจสปอร์ต คบกันมาสามปีพระเอกให้แมวราคา 30000 หยวนครั้งเดียว ก็ไม่เคยโวยวายหรือเรียกร้องอยากได้อะไร เพราะรู้ว่าพระเอกจน 55

แต่เห็นรักกันดีเข้ากันได้แบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเน้อ จริงๆ ก็เป็นปกติของคนรักแหละ ต้องมีบางเรื่องที่ไม่เข้าใจความคิดเห็นไม่ตรงกัน มีจุดที่ยังไม่เคลียร์แต่ก็เลือกที่จะปล่อยข้ามและพอถึงวันหนึ่งมันก็ระเบิดออกมา ความจริงอ่านๆ ไปก็แอบรู้สึกว่าทั้งๆ ที่พระเอกเป็นคนสารภาพรัก เป็นคนตามจีบและตกหลุมรักเขาก่อน แต่พอคบกันเป็นแฟน เรากลับรู้สึกว่าคนที่ทุ่มสุดตัวและปรับตัวมากที่สุดก็คือฝั่งนางเอกนะ นางเอกเหมือนจะหยิ่งเชิดๆ เอาแต่ใจ สไตล์ลูกคุณหนู พอมีแฟนเราก็นึกว่าเธอจะเอาแต่ใจให้พระเอกคอยวิ่งไล่ตาม แต่พออ่านจริงๆ เหมือนจะกลับกันนะ กลายเป็นนางเอกต่างหากที่ไล่ตาม พยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกของพระเอกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดมือถือคอยดูพระเอกสตรีมเกม (ทั้งๆ ที่ความจริงนางเอกไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด ไม่เล่นเกม แต่เพื่อคนรักก็ยอมมาเป็นแอดมินช่องสตรีมของพระเอก คอยติดตามข่าววงการนี้และเข้าไปอ่านกระทู้ข่าวต่างๆ เพื่อจะได้เข้าใจโลกของแฟนมากขึ้น) เวลามีแข่งก็บินตามไปเชียร์ พระเอกต้องกินนอนพักที่ฐานกับทีม นางเอกก็ตามมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ และสุดท้ายก็สมัครเป็นล่ามเป็นพิธีกรในสนามแข่งกีฬาอีสปอร์ตก็เพื่อพระเอกอีก ทั้งๆ ที่พระเอกแทบไม่มีเวลาพาไปเดทไปเที่ยวไหนเหมือนคู่รักคนอื่นๆ เลย แต่นางเอกก็ไม่เคยบ่น อ้ายเจียโคตรโชคดี

ตอนอ่านเจออ้ายเจียในเรื่องรักยิ้มของเธอ เราก็นึกว่าอ้ายเจียจะเป็นหมาน้อยใสๆ ซื่อๆ ที่คอยตามติดเจ้าของหรือแฟนสาว แต่พอมาอ่านเล่มที่อ้ายเจียเป็นพระเอกเองคือรู้เลยว่ามานม่ายช่ายยยนาจา นี่มันหมาป่าชัดๆ แถมยังหื่นมากด้วย 55 (สายรุกทั้งคู่) ...อ้ายเจียเป็นผู้นำ เป็นคนที่พึ่งพาได้ มีแฟนก็ไม่ปิด ไม่กลัวเสียแฟนคลับ (กลัวแต่จะเสียเมีย เดี๋ยวเมียทิ้ง 55) แต่ตอนที่ไม่เข้าใจกันจนเกือบจะเลิกกันก็มีนะ เราจะได้เห็นเส้นทางความรักของอ้ายเจียกับคุณหนูจินหยาง รวมถึงจุดเริ่มต้นในวงการอีสปอร์ตและการฝ่าฟันในวงการนี้ของอ้ายเจียที่ไม่ได้สวยงามหรือโรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด ต้องเจอกับแรงกดดันมากมาย ทั้งจากตัวเองและจากคำพูดของคนในอินเทอร์เน็ต แล้วไหนจะแรงกดดันที่อยากจะให้พ่อแม่ภาคภูมิใจและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเลือกนั่นอีก ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้พระเอกหลงลืมและมองข้ามคนที่อยู่ข้างกาย จนเกือบจะสูญเสียคนเขาไปจริงๆ ...

อ่านเล่มนี้แล้วจะเข้าใจที่ไปที่มาของหลายๆ ตัวละครที่อยู่ในเรื่องรักยิ้มของเธอมากขึ้น มีเรื่องของถงเหยากับแฟนเก่าที่ในเล่มรักยิ้มไม่ได้กล่าวเอาไว้มาก แต่จะมีรายละเอียดให้เห็นในเล่มนี้ รวมถึงเรื่องราวของคนในทีม YQCB ของพระเอกด้วย ที่กว่าจะมาเป็นทีมให้เราได้เห็นอยู่ในเรื่องรักยิ้มของเธอนั้น จริงๆ แล้วเบื้องหลังต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง จนมารวมทีมได้อย่างทุกวันนี้ ใครไม่ใช่สายเกมไม่ต้องห่วงนะ อ่านรู้เรื่องแน่นอน เหมือนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับนางเอก เป็นแนวอีสปอร์ตที่ดำเนินไปพร้อมกับเรื่องรัก และการทำตามความฝันได้อย่างลงตัวจริงๆ ...


📍รักเธอตั้งแต่วันวาน 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9AGaFGv1FE