วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563

ฝากหัวใจ 4 เล่มจบ



ฝากหัวใจ 4 เล่มจบ 

ผู้แต่ง ติงโม่ 

แปลและเรียบเรียง : สำนักพิมพ์ Hongsamu

สำนักพิมพ์ Hongsamut

' ในวัยเยาว์เรามักจะสูญเสียใครบางคนไปง่ายๆ..
ทั้งที่เคยดีต่อกันมาก และปรารถนาอีกฝ่ายอย่างสุดหัวใจ
แต่ทำไมเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 
ต่างฝ่ายต่างถอยห่างจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณเดินไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยแสงสีของคุณ 
ส่วนฉันก็จะเดินไปบนสะพานเล็กๆ ที่เงียบสงบของฉัน

หากชีวิตนี้เราไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
ช่องว่างในหัวใจของฉันคงไม่มีวันถูกเติมเต็มอีกครั้ง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางทีฉันก็อาจจะลืมมันได้ ... '

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์) 

เฉินเหย่ หนุ่มรูปหล่อสุดเท่ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ มีดีทั้งหน้าตาและเสียงร้อง เต็มไปด้วยพรสวรรค์ทางด้านดนตรี  นักร้องนำวงเจามู่ ชายหนุ่มที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ มีความทะเยอทะยานและมุ่งมั่นที่จะพาเหล่าพี่น้องไปให้ถึงฝั่งฝัน บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและเสือสิงห์กระทิงแรดมากมาย

สวี่สวินเซิง หญิงสาวเจ้าของห้องซ้อมดนตรี สาวสวยแบบฉบับลุคโบราณ นิสัยเย็นชา สงบนิ่ง 
ผู้มีอุดมการณ์เป็นของตัวเอง (ทั้งเก่งทั้งสวยเหมือนเซียวเหล่งนึ่งภาคยุคปัจจุบัน) ทั้งพระ-นางต่างก็เป็นคนมีพรสวรรค์และรักในเสียงดนตรีด้วยกันทั้งคู่ พระเอกนั้นร้อนแรงเหมือนเปลวเพลิง ส่วนนางเอกก็เยือกเย็นประหนึ่งน้ำแข็ง ต่างกันคนละขั้ว แต่เพราะวงดนตรีของพระเอกต้องการหาที่ฝึกซ้อมราคาถูก ถึงได้มาเจอกับนางเอกที่เป็นเจ้าของสถานที่ แถมยังมีเครื่องดนตรีเจ๋งๆ ราคาแพงให้ยืมซ้อมแบบไม่หวงอีกด้วย แต่ไปๆ มาๆ นางเอกก็กลับกลายมาเป็นไพ่ตาย เป็นมือคีย์บอร์ด+คนบรรเลงกู่ฉินของวงพระเอกเข้าซะได้ พูดง่ายๆ ก็คือหากต้องเจอกับวงดนตรีที่แข็งแกร่งหรือเหนือชั้นกว่านางเอกก็จะกลายเป็นอาวุธลับที่ทำให้วงของพระเอกมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันได้ทุกครั้ง

ช่วง 2 เล่มแรกเป็นการไล่ตามความฝันของวงดนตรีเล็กๆ ที่ยังไม่มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก พระเอกและเพื่อนๆ ในวงต้องทำงานพิเศษวันละหลายๆ งานเพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย เพราะไม่มีเส้นสาย กว่าจะได้งานขึ้นเวทีแสดงฝีมือแต่ละทีก็เลยยาก งานไม่ค่อยเยอะ บางทีก็ต้องอดมื้อกินมื้อ แต่พอเริ่มมีงาน วงกำลังเริ่มไปได้สวยก็ดันเกิดปัญหาขึ้นมาอีก และทำให้พระเอกต้องไปขอร้องนางเอกให้เข้ามาอยู่ในทีม ซึ่งตอนแรกนางเอกก็ไม่อยาก เพราะธรรมชาติของนางคือเป็นคนสันโดษ ไม่อยากมีชื่อเสียง ไม่อยากเป็นที่รู้จัก แต่สุดท้ายก็แพ้ลูกตื๊อของพระเอก เลยต้องใจอ่อนยอมตกลง

ช่วงเล่ม 3 ได้ประกวดเวทีใหญ่ขึ้น เริ่มฉายแววและดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพระเอกที่เริ่มดังจนฉุดไม่อยู่ งานโฆษณาเริ่มหลั่งไหลเข้ามา รอยร้าวเริ่มปรากฏ...และก็มาถึงจุดที่พระเอกต้องเจอกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่และการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้พวกเขาต้องแยกทางจากกัน 

เป็นเรื่องที่ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรเลย นึกว่าเป็นแนววงดนตรีไล่ตามความฝันทั่วๆ ไป แต่พอได้อ่านแล้วผิดคาดมาก ชอบมากกก ชอบการฝ่าฟันต่อสู้เพื่อทำตามความฝันของพระเอกกับเพื่อนๆ เจาะลึกชีวิตเบื้องหลังไอดอลที่กว่าจะโด่งดังเป็นที่นิยม มีแฟนคลับเป็นล้าน คนลงสนามเป็นพันเป็นหมื่น แต่ผู้ที่สามารถยืนอยู่บนจุดนั้นได้จริงๆ กลับมีเพียงน้อยนิด แรงกดดัน อุปสรรคที่ต้องพบเจอ สิ่งที่ได้มาและสิ่งที่ต้องเสียไป  

ชอบคาแรคเตอร์ของนางเอก ชอบความไม่สนโลกของนางแต่ก็พร้อมจะปรับตัวเมื่อถึงคราวจำเป็น ไม่ได้สุดโต่งไปเลย เป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิด จะมองตัวเองยังไง ฉันก็จะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปใครแคร์ 55 ส่วนพระเอกก็เป็นคนที่เปล่งประกายมาก ลำบากแค่ไหนก็สู้ ไม่ทิ้งพวกพ้องที่เคยลำบากมาด้วยกัน หน้าตาดี ร้องเพลงเพราะ  มีแต่คนชื่นชอบ สาวไหนเห็นเป็นต้องหลงรัก แต่พี่แกดันมาตกหลุมรักคนเงียบๆ เย็นชา นิสัยเหมือนแม่ชีอย่างนางเอกเข้าตั้งแต่แรกพบ แต่นางเอกเองก็เป็นคนสวยนะ สวยมาก ร้องเพลงก็เพราะ เล่นดนตรีแต่งเพลงก็ได้ ฉลาด ไม่ค่อยพูด(ไม่พูดไร้สาระ) ดูเหมือนเข้าถึงยากแต่กลับอยู่ด้วยแล้วสบายใจ มีหนุ่มๆ มาชอบหลายคนแต่ก็เจอใครบางคนกันออกไปหมดไม่มีเหลือ55  ขี้หวงมาก ผู้ชายหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้เข้าใกล้นางเอกเลย เจอพระเอกแยกเขี้ยวแสดงความเป็นเจ้าของตั้งแต่เริ่มจีบ ตั้งแต่ยังไม่เป็นแฟนเลยจ้า 55 พระเอกรักใครรักจริง รักคนเดียวไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนคำสัญญาที่เคยให้ไว้...

"ต่อจากนี้ไปเธอต้องชอบฉันตลอดไปห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด 
เพราะฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจตลอดกาล.." 

ผู้หญิงไหนเข้าหาก็วางตัวเย็นชาหมด ดี+สวยเลิศแค่ไหนก็ไม่เอาเพราะไม่ใช่เซิงเซิงของพี่แก 

แม้ต่อมาจะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงเงินทอง มีพร้อมทุกอย่าง แต่สิ่งเดียวที่ไม่มีอีกเลยก็คือความสุข เพราะที่นี่ไม่มีนางเอก ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแทนที่เซิงเซิงของพี่แกได้ ดังนั้นพอเริ่มแกร่งและยืนหยัดในวงการได้ พี่แกจึงกลับมาตามหาหัวใจของตัวเองคืน เปลี่ยนจากหนุ่มอารมณ์ร้อนกลายเป็นคนมีเหตุผล แม้ในใจแทบอยากจะจับอีกฝ่ายมัดแล้วเอาตัวกลับไปซะเดี๋ยวนั้น แต่ก็ต้องใจเย็น ค่อยๆ วางแผน ค่อยๆ พูด  ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ตีให้ตายก็ไม่ไปไหน ไล่ยังไงเดี๋ยวก็กลับมา อยู่กับคนนอกคือสุขุมเย็นชา แต่พออยู่กับคนรักนี่หมาน้อยมากกก ต้องกอดต้องหอมตลอด คำพูดหวานเลี่ยนแบบไหนก็พูดออกมาได้หมด หน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง ทำทุกวิถีทางจริงๆ ที่จะให้นางเอกกลับมาทั้งตัวและหัวใจ...(ถึงตายก็ไม่เลิกรา 55)




📍ฝากหัวใจ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2qO55W5fzo






วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563

หวานนักเมื่อรักหวนคืน


หวานนักเมื่อรักหวนคืน (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : จ้าวเฉียนเฉียน (趙乾乾)
ผู้แปล : Huang Liyuan
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
จ้าวฟั่นโจว พ่อหนุ่มคณะเศรษฐศาสตร์  รูปหล่อบ้านรวยมีแต่สาวๆ มารุมชอบ 
แต่เขากลับตกหลุมรัก โจวเสี่ยว หญิงสาวเอกภาษาจีนที่มีหน้าตาธรรมดาและไม่สะดุดตาคนหนึ่ง แต่คบกันอยู่ดีๆ ได้ไม่นาน จู่ๆ จ้าวฟั่นโจวก็หายตัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าวนานถึง 8 เดือน ครั้นพอเคลียร์กันได้ก็กลับมาคบกันใหม่ แต่ผ่านไปไม่ทันไรประวัติศาสตร์ก็กลับมาซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว และครั้งนี้ก็กินเวลานานถึง 3 ปีเต็ม จนฝ่ายหญิงตัดใจเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับคนอื่น ...ส่วนจ้าวฟั่นโจวที่ทำเรื่องเดิมๆ ผิดถึงสองครั้งจะกลับมาเริ่มจีบแฟนที่ถูกเขาทิ้งไป และคว้าหัวใจเธอมาครองได้อีกครั้งหรือไม่ต้องมาลุ้นกัน

ชอบผลงานของนักเขียนท่านนี้มาตั้งแต่เรื่อง นับแต่นั้นฉันนั้นเธอ’ ตามเก็บมาทุกเรื่องที่สำนักพิมพ์นำมาแปล  เป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาวในวัยเรียนจนเข้าสู่วัยทำงาน มีเรื่องดราม่าอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับหน่วงอะไร  ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเข้าใจผิดของคนสองคนที่เกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาดหรืออาจจะไม่ดีพอ หรือทิฐิที่มากจนเกินไป อาจจะด้วยวัยและประสบการณ์จึงส่งผลให้ต้องเลิกราจากกันไป แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาเจอกันอีก

เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะการสื่อสารที่ไม่ดีของพระเอก มีอะไรไม่พูดไม่อธิบายตรงๆ สุดท้ายก็ทำให้นางเอกเสียใจและต้องเลิกรากันไปถึงสองครั้งสองครา ซึ่งสาเหตุก็มาจากปัญหาภายในบ้านของพระเอกเองที่ค่อนข้างซับซ้อน ...แบบบ้านคนรวยเรื่องบางอย่างมันก็เลยพูดยาก(ล่ะมั้ง)  แม้จะพูดได้ เพียงแต่ด้วยสภาพอารมณ์และวัยของพระเอกในตอนนั้น ก็เลยไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดี ก็เลยคิดเองเออเองสรุปเองแล้วก็จากไปแบบดื้อๆ แล้วก็กลับมาง้อเขาใหม่(อีกแล้ว) เพียงแต่รอบนี้ก่อนไปพระเอกจะให้เพื่อนคอยส่งข่าวเรื่องนางเอกไปให้ตลอดว่าทำงานที่ไหน พักอยู่ที่ไหน มีแฟนใหม่หรือยัง แต่เพื่อนดันทำพลาดเรื่องหลังเพราะไม่รู้ว่านางเอกคบคนอื่นไปแล้ว 55

เนื้อเรื่องเบา อ่านง่ายไม่มีอะไร นางเอกก็ขี้อ้อนช่างพูด อารมณ์ร้อนประมาณหนึ่ง คุยกันดีๆ ได้แป๊บนึงเดี๋ยวก็เถียงกันอีกแล้ว...(ง้องแง้งกันไปมา รักๆ เลิกๆ หรือมันคือการกระชับความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง?? พระเอกก็นะ...รู้ทั้งรู้ ก็เคยผิดพลาดมาแล้ว ก็ยังจะให้มีครั้งที่สองอีก ขอให้คนเขารอให้เชื่อใจแต่ไม่อธิบายอะไรเลย ไม่รู้ด้วยว่าจะกลับมาเมื่อไร แล้วใครจะรอ ส่วนนางเอกก็ดูออกแหละว่ายังรักอยู่แต่ก็ยังข้ามปมในใจไม่ได้ (กลัวคบๆ กันอยู่เดี๋ยวพระเอกจะหายไปอีก) ครั้งนี้ก็เลยไม่ได้กลับมาคืนดีคบกันง่ายๆ เหมือนตอนแรกแล้ว อุปสรรคเยอะ เพราะฝั่งบ้านนางเอกก็ไม่ยอมรับพระเอก ไม่ยอมให้กลับมาคบกันใหม่ด้วย 55...(สม) 


📍หวานนักเมื่อรักหวนคืน (เล่มเดียวจบ) ➡️ https://s.shopee.co.th/6pspEz5biY











วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563

ลิ่วเหยา เล่ม 3 (3 เล่มจบ)



ลิ่วเหยา เล่ม 3 (3 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : bou ptrn
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ลิ่วเหยา เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1.html
ลิ่วเหยา เล่ม 2 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/03/2_9.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นานนับร้อยปีที่ต้องอดทนต่อการดูถูกเหยียบหยาม ไร้ที่พึ่งพา ต้องปกปิดชื่อสำนัก 
มีบ้านแต่ไม่อาจกลับ บางคนอยู่บางคนจาก บางคนกลับมา บางคนหลงทางจนไม่อาจหวนคืน 
ต้นเหตุของเรื่องราว เบื้องหลังของทุกอย่าง ใครหนอที่เป็นตัวการทำให้พวกเขาเดินมาถึงจุดๆ นี้

เพราะแผนการชั่วร้ายของคนบางกลุ่มหรือใครบางคน จึงทำให้พวกเขาที่ไม่รู้เรื่องราวบุญคุณความแค้นในอดีตต้องมาแบกรับหนี้เลือดของสำนักและถูกตามล่า  
บีบคั้นให้พวกเขาต้องปกปิดตัวตนและรีบเติบโต ละทิ้งความเยาว์วัยกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถปกป้องตนเองและผู้อื่นได้ บีบให้พวกเขาคนหนึ่งต้องเดินเข้าสู่เส้นทางปีศาจ จนวันตายก็ไม่อาจหวนคืนกลับบ้านหรือสำนักได้อีกต่อไป

ศิษย์พี่ใหญ่ที่เคยเกียจคร้านไม่เอาอ่าว หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ก็กลายมาเป็นที่พึ่ง 
เป็นต้นไม้ใหญ่ของศิษย์น้องได้อย่างภาคภูมิใจ สมตำแหน่งเจ้าสำนักที่แท้ทรู  
เป็นผู้ฝึกกระบี่สภาวะวิญญาณกระบี่ ที่ในวันนี้ไม่ว่าใครต่างก็ต้องเคารพยำเกรงและก้มหัวให้ 
ไม่มีใครกล้ารังแกหรือดูถูกพวกเขาเหมือนอย่างครั้งแรกที่ก้าวเท้าเดินทางลงจากเขาอีกแล้ว..
แม้แต่สิ่งที่อดทนเฝ้าเพียรพยายามมาตลอดก็สำเร็จสมดังหวัง  
เมื่อคนที่ห่วงหาอาวรณ์อยู่ตลอดร้อยปีกลับคืน และได้พาทุกคนกลับสู่บ้านที่แท้จริงอีกครั้ง

ฉากนี้น้ำตาจิไหล วันเวลาบนภูเขาถูกผนึกไว้ทำให้ไม่รู้การเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก 
จากไปร้อยปีแต่บนภูเขาคือเพิ่งจากไปเมื่อวาน จากเด็กอายุราวสิบกว่าที่รู้จักแต่กินเล่นในวันนั้น
ก็กลับกลายเป็นชายหนุ่ม+หญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถยิ่งใหญ่กันหมดแล้ว  
พวกเขาถูกวันเวลาและเรื่องราวทั้งหลายบนโลกขัดเกลาจนเปลี่ยนไป
แต่ทุกอย่างในสำนัก ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้ากลับยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 
เพียงแต่จำนวนคนที่กลับมากลับไม่เท่าเดิม เสมือนวันแรกที่จับมือกันลงจากเขาเท่านั้น... T^T
     
เป็นเรื่องที่บทบรรยายค่อนข้างเยอะ คำพูดบางคำหรือบางประโยคอ่านแล้วอาจต้องตีความอีกที 
ต้องใช้สมาธิในการอ่าน แบบค่อยเป็นค่อยไป รีบไม่ได้55
แนวบำเพ็ญเพียรฝึกฝนวิชา มีภูต ผี ปีศาจ มีเรื่องวางค่ายกล การผ่านด่านเคราะห์และของวิเศษ
ชอบนิสัยของตัวละครที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ชอบความนกยูงของศิษย์พี่ใหญ่ นานๆ ทีจะได้เห็นพระเอกนิสัยแบบนี้ (ฉีกทุกกฏ55)
ตอนแรกคิดว่าท่านอาจารย์คิดผิดหรือเปล่าเนี่ยที่ให้พี่แกเป็นเจ้าสำนัก นิสัยนายน้อยมากกก
เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ รักสวยรักงามสุดๆ แต่สุดท้ายพี่แกก็ทำให้ทุกคนได้เห็นถึงพลังความสามารถ 
ความอดทน ความสามารถในการแบกรับความกดดันภาระทุกอย่างในฐานะศิษย์พี่และเจ้าสำนักได้อย่างแท้จริง สรุปอาจารย์ตาถึงจริงๆ ศิษย์ทั้ง 5 คน(เว้นน้องเฉียน) จากเริ่มแรกที่ดูจะไปไม่รอด
แต่พอผ่านความยากลำบากต่างๆ แต่ละคนก็กลายเป็นผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง 
ความเก่งเพิ่มพูนแต่จิตใจยังคงเดิม เดิมพระเอกเป็นเจ้าแม่ หยิ่งผยองยังไงก็ยังคงเป็นแบบนั้น
ศิษย์น้องสี่แม้จะยิ่งใหญ่ในหมู่มารปีศาจอย่างไร แต่ข้างในจิตใจก็ยังเป็นศิษย์น้องที่ไม่เอาไหนของสำนักฝูเหยาคนนั้นเช่นเดิม ยังหวังว่าทุกคนจะให้อภัยและได้กลับบ้านด้วย T^T
ชอบความปากแข็งทั้งๆ ที่เอ็นดูศิษย์น้องหญิงเล็กมาก 
ทั้งๆ ที่รู้สึกผิดที่พลั้งปากพูดว่าจะเลาะกระดูกนางแต่ก็ไม่กล้าเอ่ย ได้แต่หลบหน้าไม่กล้าเข้าหา 
แต่จริงๆ เอ็นดูน้องมากกกนะ T^T

สำหรับเราฝูเหยาไม่ใช่แค่สำนัก แต่มันคือบ้านคือครอบครัว ไม่ว่าภายนอกจะเป็นยังไง แต่ข้างในคือเหนียวแน่นตัดกันไม่ขาด ไม่ทอดทิ้งกัน ... 

- nc คือรู้ว่ามีแต่ไม่บรรยาย55 ไปจินตนาการเอาเอง แต่มั่นใจว่าน้องเฉียนไม่รอดมือศิษย์พี่ใหญ่แน่ๆ
- ทุกคนรู้ว่าถ้าอยากได้อะไรจากศิษย์พี่ใหญ่ก็ต้องไปขอร้องศิษย์พี่สาม(หรือนายเอก) ก่อนนะ 55
- คนที่อยู่เบื้องหลังนี่แบบคาดไม่ถึงมากกกก....พีคในพีค


📍ลิ่วเหยา 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2B6zgZJP0O







วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

คู่ชิดสองปฏิปักษ์ 3 เล่มจบ


คู่ชิดสองปฏิปักษ์ (两世欢) 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : จี้เยว่เจี๋ยวเจี่ยว (寂月皎皎) 

ผู้แปล : เสี่ยวหวา

สำนักพิมพ์ อรุณ

"..ข้าจะออกไปตามหาคนดีของข้าสุดหล้าฟ้าเขียว 
นับแต่นี้หมดสิ้นบุญคุณความแค้น
ไม่ต้องพบเจอกันอีกทางใครทางมัน ต่างคนต่างไปมีชีวิตที่เป็นสุข
บทสรุปนี้ระหว่างท่านกับข้านั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว .."

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

หยวนชิงหลี  คุณหนูใหญ่สกุลหยวน  รูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาดเพียบพร้อม แต่กลับมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ เจ้าชู้มากรัก ทั้งยังเลี้ยงเด็กหนุ่มรูปหล่อเอาไว้ข้างกายอีกเป็นโขยง  และด้วยอุบัติเหตุบางอย่างจึงทำให้นางสูญเสียความทรงจำในอดีตไปจนสิ้น  ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วได้รู้เรื่องราวในอดีตที่คุณหนูใหญ่หยวนเคยกระทำ รวมไปถึงสัญญาหมั้นหมายนั้นของตัวเองก็รับไม่ได้ จนต้องหนีออกจากบ้านและแอบไปเป็นมือปราบในอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง

จิ่งฉือ หรือตวนโหวขี้โรค นิสัยเย็นชาแต่ปากร้าย ที่มาที่ไปลึกลับแต่กลับได้รับความโปรดปราน จากฮ่องเต้อย่างล้นเหลือ และเป็นคู่หมั้นของคุณหนูใหญ่สกุลหยวนที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่โด่งดัง

เรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน กึ่งๆ ดราม่า พระ-นางและตัวละครหลายคนต่างก็มีปมในอดีต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมและเรื่องราวทั้งหลายตามมา เล่มแรกเน้นที่การสืบคดี อาจจะเนือยๆ หน่อย เริ่มจากคดีเล็กๆ แล้วค่อยๆ ลุกลามออกไปเรื่อยๆ ทว่าน่าเสียดายที่แม้จะร่วมมือกันสืบจนรู้ถึงตัวการที่อยู่เบื้องหลัง แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถลากคนผู้นั้นออกมารับผิดได้ ทั้งๆ ที่มีแต่ตัวบิ๊กๆ มาช่วยกันสืบทั้งนั้น ทั้งองค์หญิง ผู้แทนจากเมืองหลวง ท่านอ๋องน้อยเอย แม่ทัพมณฑลเอย และก็มือปราบ แต่สุดท้ายก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี (ใหญ่จริงๆ) ก็เลยทำให้เกิดความสูญเสียต่างๆ จนนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ในภายหลัง 

อ่านจบแล้ว รู้สึกสงสารชะตาชีวิตของแม่ลูกสกุลหยวนนะโดยเฉพาะลูก คนแม่ยินยอมแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ ทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักเก่าที่เจ้าชู้มากรักได้สมดั่งใจหมาย นอกจากความมั่งคั่งและอำนาจกับความโปรดปรานที่ได้รับ สุดท้ายเหลืออะไร? บ้านก็แตกสาแหรกขาด ลูกก็ถูกใช้เป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนจนวันตายก็ไม่ได้พบหน้า ส่วนลูกอีกคนก็ถูกขโมยไป  ...ลูกสาวคนเล็กที่ยังอยู่ก็พยายามดิ้นรนฝึกฝนจนเชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่ เพราะไม่อยากให้คนมองว่าเป็นเหมือนแม่ แต่สุดท้ายก็ยังพลาดถูกคนทำร้าย จนต้องเลือกเดินบนเส้นทางชื่อเสียงฉาวโฉ่เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่เหมือนกัน ...T^T

ส่วนนางเอกเพราะบุญคุณความแค้นของคนรุ่นเก่า หรือความเข้าใจผิด??  จึงทำให้ถูกคนลักพาตัวไปตั้งแต่เป็นทารก หลอกว่าเป็นเด็กกำพร้า ถูกบ้านพระเอกเลี้ยงดูมา เติบโตมาด้วยกันและมีฐานะเป็นเหมือนสาวใช้  แม้พระเอกจะไม่เคยมองว่านางเป็นสาวใช้แต่ก็ไม่เคยพูด  หลายครั้งที่นางเอกถูกคนในบ้านรังแก ถูกใส่ร้าย ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ก็ไม่เคยปริปากหรือแก้ตัวใดๆ  เพียงแค่ก้มหน้าเงียบๆ ปล่อยให้ตัวเองโดนกระทำอยู่แบบนั้นตั้งแต่เล็กจนโต  ซึ่งพระเอกก็รู้นะ แต่กลับเงียบไม่พูดอะไร เพราะโดนคนทั้งบ้านกรอกหูมาตั้งแต่เกิดว่านางเอกเป็นลูกสาวศัตรู พี่แกจึงคุ้นชินกับการที่นางเอกต้องอดทนต่อการเป็นเครื่องบรรเทาความแค้นของบรรดาญาติๆ ที่เลี้ยงดูมา แม้จะรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ก็ปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยชดเชยให้ที่หลัง และพยายามทำดีกับนางให้มากๆ ก็โอเคแล้ว ( ดีที่ตอนหลังยังสำนึกได้ว่ามันไม่โอเคนะเว้ยเฮ้ย )  
นางเอกจึงถูกทุกคนในบ้านพระเอกรวมถึงบ่าวไพร่ปฏิบัติอย่างเย็นชาใส่มาตลอด โดยที่ตัวนางก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าทำไม?  

ส่วนอิป้าที่เป็นสาวใช้แม่พระเอกก็เหมือนประสาทแดก ดุด่ากระทบกระเทียบเฆี่ยนตีคนเขาไม่พอ เวลาเห็นนางเอกใกล้ชิดกับพระเอกเมื่อไร ลับหลังพอพระเอกไม่อยู่ นางก็ต้องแอบมาเอาเรื่องนางเอกทันที แล้วดูแต่ละอย่างที่อิป้าทำนี่ มันแบบบ้ามากกก(ไปอ่านเองเน้อ) เหมือนคนโรคจิตอะ (แต่เรื่องบ้าๆ นี่พระเอกไม่รู้นะ)  และในเมื่อตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตนี้มีเพียงพระเอกเท่านั้นที่ดีด้วย แม้จะเป็นแค่รอยยิ้มอันเล็กน้อยที่เหมือนกับเศษทาน และการเลี้ยงดูที่เหมือนกับลูกหมาลูกแมว (ตามที่สหายคนหนึ่งของพระเอกได้กล่าวไว้)  ก็ไม่แปลกที่นางเอกจะรักและเทิดทูนพระเอกเอามากๆ ไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน แต่ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายแบบนี้ตลอดไปก็พอใจแล้ว แต่เมื่อนางเอกได้รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง ได้รู้ว่าตนก็เป็นแค่หมากที่จะถูกจับวางหรือจับเดินอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น  ส่วนเรื่องพระเอกไม่ว่าพยายามอย่างไรก็ไม่มีทางสมหวัง  เมื่อเป็นดังนั้นนางเอกจึงตัดสินใจที่จะไม่เป็นหมากของใครอีกต่อไป และขอเลือกเส้นทางเดินชีวิตที่เหลือด้วยตนเอง ...

หลังจากนั้นพระเอกก็ถูกลอบทำร้ายจนเกือบตาย และก็เข้าใจว่า...เป็นคนทำ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงเก็บกดมานานเลยระเบิดนิสัยดั้งเดิมออกมา 
บวกกับคำพูดกรอกหูของคนสนิทข้างกายก็เลยยิ่งเชื่อสนิท...พี่แกเลยให้คนเขากินยาลบความทรงจำ แล้วส่งไปสลับสับเปลี่ยนฐานะกับคนอื่น เพื่อให้อีกฝ่ายใช้ชีวิตและแบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดีของคนผู้นั้นไปชั่วชีวิตเพื่อแก้แค้น แต่พี่แกก็ยังไม่หนำใจยังตามไปใช้แผนชายงามหลอกให้คนเขารักและสลัดทิ้ง (น้ำเน่ามากพี่) พอกลับมาเมืองหลวงก็ทำตัวเย็นชาห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จัก ไปสนิมสนมใกล้ชิดกับหญิงอื่น ทำทีเหมือนจะทอดทิ้งแล้วไปแต่งงานกับอีกคน แต่จุดที่ทำให้นางเอกตัดสินใจเลิกและขอถอนหมั้นก็คือ ตอนที่นางถูกใส่ร้ายแล้วพระเอกไม่เชื่อ ไม่ปกป้อง แต่กลับเข้าข้างอีกฝ่าย ไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่นางจะได้รับหากถูกลงโทษขึ้นมาจริงๆ

พอนางเอกตัดใจได้ พระเอกที่ตอนแรกทำท่าเหมือนจะทิ้งเขาก็กลับตัดใจไม่ได้แทน (อะไรฟะ) คนรอบตัวที่สนิทกับพระเอกพอเห็นพี่แกทุกข์จนอาการป่วยทรุด ก็เลยหวังดีอยากให้นางเอกกลับมา แต่ไม่ลองถามนางเอกละว่าอยากกลับมาไหม หรืออยากมีชีวิตแบบไหน พอไม่เป็นไปตามแผนก็อยากให้คนเขาเหมือนเดิม แต่พอโกรธก็ลบทุกอย่างทิ้ง แม้เวลาที่นางเอกมีภัยพระเอกจะลากสังขารที่เจ็บป่วยตามไปช่วยทุกครั้ง แต่ถ้าเทียบกับการกระทำตลอด 20 ปีที่ผ่านมาก็ยังรู้สึกว่าไม่น่าให้อภัยอยู่ดี (ความเห็นส่วนตัวนะ) เราว่าโตแล้วก็น่าจะกลับมานึกพิจารณาได้ หรือไปลองสืบสวนดูใหม่ (มีกำลังมีอำนาจแล้ว) เพราะมันมีจุดที่น่าสงสัยตั้งหลายอย่างแต่ก็ไม่ทำ เพราะอคติมันบังตา แม้จะรักแต่ใจก็ยังเอนเอียงไปทางนั้นมากกว่าอยู่ดี แล้วพอความจริงทุกอย่างเปิดเผยออกมาก็เป็นไปตามที่เราคิด (กะแล้ว) พระเอกเรื่องนี้เข้าตำราฉลาดเกือบทุกเรื่องแต่ชอบมาตกม้าตายกับเรื่อง(รัก)แบบนี้จริงๆ  
ถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นทำขนาดนี้บางทีอาจจะไม่ได้เป็นพระเอกแล้วก็ได้นะ ...   

"..ถึงกับหวังว่าข้าจะเปลี่ยนกลับไปเป็นคนที่เคารพเชื่อฟังอย่างไร้ศักดิ์ศรีคนนั้นอีกครั้ง
น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้ !
ถึงจะหักกระดูกสันหลังของข้าและหักขาทั้งสองข้างของข้า
ข้าก็ยังคงเป็นคนที่สง่าผ่าเผย  เป็นคนที่สง่าผ่าเผยเหมือนท่าน
ไม่ใช่บ่าวรับใช้ที่ต้องพึ่งจมูกผู้อื่นหายใจและต้องคอยมองสีหน้าของผู้อื่น ! ...."

   
- เรื่องนี้มีหลายคู่แล้วทุกคนก็มีคู่เป็นของตัวเอง ไม่ต้องกินแห้วโดดเดี่ยวเดียวดาย 55
- สาวใช้นางเอกน่ารัก แม้จะพูดมาก ซื่อๆ ทึ่มๆ แต่พอมีอันตรายก็ปกป้องเจ้านายสุดชีวิต T^T
- แปลดี อ่านลื่น ไม่ติดขัด ชอบบบ
- พระรองก็ดี เปิดเผยตรงไปตรงมา ลูกผู้ชายที่แท้ทรู เมื่อรู้ว่าสาวเจ้าไม่รักก็ยินดีปล่อยมือและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัด ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่มีใจให้ ...


📍คู่ชิดสองปฏิปักษ์ ➡️ https://s.shopee.co.th/1gC7hoeBRK






วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

ทาสหญิงพลิกแผ่นดิน 2 เล่มจบ


ทาสหญิงพลิกแผ่นดิน (改尽江山旧) 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : ชิงเหยา
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

"นางสามารถขอร้องให้ข้าปกป้อง  
แต่นางกลับหยิ่งทะนงไม่ยอมทำ  เดินจากไปทั้งอย่างนั้น  

หรือว่านางยังไม่เชื่อใจข้ามากพอ

เจ้าว่ามา ...คนเช่นนี้ข้าจะไล่ต้อนได้อย่างไร "

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอกเคยเป็นทาสอุ่นเตียงของชาวหู ถูกทหารคนสนิทของพระเอกจับกลับมาในขณะที่ตีค่ายชาวหูแตก ตั้งแต่นั้นมานางเอกก็กลายเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของพระเอก อาศัยกินอยู่หลับนอนอยู่ในกระโจมของอีกฝ่ายตลอด กระทั่งถึงวันที่กลับเมืองหลวงก็ยังพากลับไปด้วย   

พระเอก เฉิงตั๋ว เป็นท่านอ๋องที่มีอำนาจเหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว เป็นพี่น้องร่วมอุทรของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน มีอำนาจทางการทหารอยู่ในมือ เก่งเรื่องการรบศึกสงคราม พระเอกรู้ว่านางเอกนั้นมีเจตนาแอบแฝง แม้แต่คนสนิทก็ยังแนะนำให้สังหารทิ้ง แต่พระเอกก็ไม่สนยังเอาคนมาไว้ข้างกาย แล้วเฝ้ารอดูแผนการของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ

อดีตของนางเอกนั้นเลวร้ายมาก เคยเป็นถึงองค์หญิงของแคว้นหนึ่งที่เก่งเรื่องยา เป็นธิดาคนสุดท้องและเป็นที่รักของพ่อกับแม่มากๆ แต่แคว้นกลับถูกกองทัพชาวหูบุกยึด ทุกคนในครอบครัวล้วนตายหมด เหลือนางเพียงคนเดียว ผู้นำชาวหูที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมวิปริต ณ ตอนนั้นก็เกลียดชังครอบครัวนางเอกมาก นางเอกจึงไม่พ้นถูกใช้เป็นที่ระบายความแค้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ทั้งใช้เป็นทาสอุ่นเตียง ทั้งเฆี่ยนตี ทั้งส่งให้บุรุษอื่นครอบครองแล้วก็สังหารคนเหล่านั้นทิ้ง 

ส่วนตัวนางเอกนั้น นับตั้งแต่วันที่ครอบครัวถูกสังหาร วันที่บ้านเมืองล่มสลาย ก็กลายเป็นใบ้ไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้อีก แม้จะยังมีลมหายใจแต่ก็เปรียบเสมือนคนที่ตายแล้ว ไม่รู้สึกรู้สา เจ็บแค่ไหนก็ไม่เคยปริปากร้อง มองร่างกายนี้เป็นแค่สิ่งเปลือกนอก ส่วนตัวเองก็คือวิญญาณเร่ร่อนที่มาอาศัยอยู่ในร่างนี้เท่านั้น แม้จะไม่กลัวตายแต่ก็ไม่ได้อยากตาย หากมีหนทางอื่นให้เลือกได้ก็มักจะเลือกปรับตัวคล้อยตามสถานการณ์ และพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปจนถึงที่สุด

พระ-นางเรื่องนี้ต่างก็มีความลับและแผนการเก็บอยู่ในใจ แค่รอดูว่าใครจะแกล้งโง่ไม่รู้ไม่ชี้ได้นานกว่ากัน  พระเอกรอให้นางเอกพูดออกมาแต่ในเมื่อนางไม่พูดพี่แกก็ไม่ถาม ต่างคนต่างรอดูว่าฝ่ายไหนจะหมดความอดทนก่อนกัน พระเอกไม่เคยรักหรือให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้จะมีทั้งชายาเอก ชายารอง และอนุอยู่ในบ้าน แต่ก็ไม่เคยสนใจหรือให้ความสำคัญ กับนางเอกทีแรกก็นึกว่าจะเป็นแบบนั้น  แต่เมื่อคนหายไปพระเอกถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด...
          
เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองและการทำสงครามมากกว่า พระเอกต้องรับศึกหนักทั้งในและนอกบ้าน  ต้องเผชิญกับเรื่องการเมืองในราชสำนัก ทั้งพวกที่อยากแย่งชิงบัลลังก์ของพี่ชาย และยังต้องรับศึกที่อยู่นอกแคว้นอีกด้วย มีการชิงไหวชิงพริบ การวางแผนซ้อนแผนรวมถึงเรื่องยาพิษ มีลาสบอสที่อยู่เบื้องหลังคอยชักใยเรื่องราวต่างๆนานา  และยังมีตัวละครอีกตัวที่บทค่อนข้างเด่น เป็นตัวละครที่มีนิสัยซับซ้อน เป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญแทบจะพอๆกับพระเอกก็ว่าได้ แต่ดีนะที่คนนี้มีคู่ของตัวเองไม่งั้นพระเอกมีหนาวแน่ (ส่วนเราก็จะปวดใจที่พระรองดีงามอีกแล้ว55)  
          
ส่วนอดีตของนางเอกในหนังสือก็เล่าแค่ 1-2 บรรทัด กล่าวผ่านๆไม่ได้เจาะลึกอะไร บางจุดก็ให้เราไปคิดตีความเอง ทั้ง 2 เล่มเนี่ยคือนางเอกในตอนปัจจุบันที่ได้เจอกับพระเอกแล้ว และก็อยู่กับพระเอกมาตลอด ซึ่งพระเอกก็ไม่เคยสนใจถามไถ่ถึงอดีตของนางเลย มีโหดแค่ตอนแรกที่ลงแส้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆทะนุถนอมเอาใส่ใจมากขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลา มีแอบหวง+ห่วงหึงคนเขา ค่อยๆโอนอ่อนผ่อนตามโดยไม่รู้ตัว ภายนอกดูเหมือนเป็นนางเอกที่คล้อยตามแต่สุดท้ายจริงๆ แล้วคือพระเอกต่างหากที่ยอมลงให้แทบทุกเรื่อง เห็นโหดๆจับแต่ดาบอยู่แต่ในสนามรบ แต่เอาจริงๆพี่แกก็ใจกว้างมากนะ(เฉพาะกับนางเอกนะ55) เพราะพระเอกนี่แหละสุดท้ายนางเอกเลยวางปมในใจลงได้ และได้กลับมามีชีวิตจริงๆ อีกครั้ง ถึงจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักแต่สุดท้ายทั้งสองคนก็รักกัน  
และรักมากจนถึงขนาดยอมวาง และละทิ้งสิ่งสำคัญทุกอย่างในชีวิตเพื่ออีกฝ่ายได้ ...

ป.ล. แม้พระเอกจะมีสตรีอยู่ในจวนมากมายแต่กลับไม่มีเรื่องหลังบ้านเลยจ้า นางเอกใช้ชีวิตกินอิ่มนอนหลับ ตื่นสายตะวันโด่งยังไงก็ไม่มีใครกล้ายุ่ง ได้แต่อิจฉากันไปแต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร พระเอกก็ตามใจปล่อยให้นางเอกขี้เซาทำตัวเหมือนวัชพืช อยากตื่นกี่โมงก็เอาเลยจ้า 55


📍ทาสหญิงพลิกแผ่นดิน ➡️ https://s.shopee.co.th/BNJvVosNY





วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

ลิ่วเหยา เล่ม 2


ลิ่วเหยา เล่ม 2 (3 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : bou ptrn
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ลิ่วเหยา เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1.html


นิสัยเสียของศิษย์พี่ใหญ่
คางคกขี้เรื้อนของศิษย์พี่สอง
ความวุ่นวายที่ศิษย์น้องสี่ก่อไปจนถึงผ้าอ้อมของศิษย์น้องหญิงเล็ก
ล้วนเคยเป็นความคิดถึงที่เขาล้วนได้แต่มองแต่มิอาจเอื้อม...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)  
           ใครจะไปคิดว่าการเดินทางออกจากสำนักในครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขา
จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมายถึงเพียงนี้  
สำนักฝูเหยาที่เคยอยู่กันอย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากโลกภายนอก 
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหากไม่ตั้งใจฝึกฝนวิชาก็หาเรื่องก่อกวนกันเอง  
แต่มาบัดนี้กลับต้องระหกระเหินเรร่อน มีสำนักแต่ต้องปกปิดไม่อาจกลับไป
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พึ่งพาอาศัยกันประหนึ่งคนในครอบครัว

           เล่มนี้พีคมากอารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง 
ไว้ใจไม่ได้เลยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง  เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่หลวงที่ทำให้พัฒนาการของตัวละคร ในด้านพลังความสามารถและจิตใจเปลี่ยนแปลงเติบโตขึ้นอย่างมาก  
จุดมุ่งหมายของแต่ละคนเริ่มเด่นชัด  โดยเฉพาะศิษย์น้องสี่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด ......
.............จะสปอยล์ล่ะนะ (ใครไม่อยากอ่านข้ามไปจ้า) ...........
ศิษย์น้องสี่เดินเข้าสู่เส้นทางปีศาจบำเพ็ญ 
ตอนแรกเพราะถูกคนชักใยแต่หลังจากนั้นเหมือนจะเกิดจิตมารจริงๆ 
เพราะเสียใจที่ตัวเองช่วยอะไรหรือปกป้องใครไม่ได้ แถมยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายศิษย์พี่อีก 
ตอนนี้ภายในร่างเหมือนมี 2 คนอาศัยอยู่ แบ่งเป็นด้านดีกับจิตมาร  
ส่วนพระเอกหรือเจ้าแม่เหยียน นับตั้งแต่วันที่สูญเสียของสำคัญไปก็แทบบ้า 
แต่เพราะความเป็นเจ้าสำนักและศิษย์พี่ยังค้ำคอ จึงได้แต่อดทนกดเก็บความคลั่งนั้นไว้  
ต้องตั้งใจฝึกฝนวิชา และหาช่องทางทำมาหากินเพื่อดูแลคนที่เหลือและฟื้นฟูสำนักต่อไป

           จนร้อยปีผ่านไปเมื่อของสิ่งนั้นหวนคืน พระเอกที่แม้ปากจะไม่พูด 
แต่การกระทำก็แทบจะเผยทุกอย่างออกมาหมดแล้วว่ารู้สึกยังไง ห่วง+หวงคนเขามากแค่ไหน  
แต่อีกด้านก็ยังพยายามระงับความคิดความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เกินเลยหรือข้ามเส้น 
แต่พอคนเขาเกิดเรื่องก็รีบแจ้นมาจัดการทุกคนที่ขวางหน้า แม้อีกฝ่ายจะเก่งขึ้นแล้ว
แต่พระเอกก็ยังผลักไปข้างหลังและกางแขนปกป้องไม่ให้ใครทำร้ายเขาได้อีก 
นายเอกแม้จะความรู้สึกช้ายังไงพอเจอแบบนี้เข้าไปหลายๆ ครั้ง (แถมยังมีคนพูดชง) 
ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างล่ะนะ

           เล่มนี้ต้องตั้งใจอ่าน บทบรรยายเยอะ(เหมือนเดิม)อ่านข้ามไม่ได้  สถานการณ์พลิกผันบ่อย 
จุดหักเหเยอะตั้งแต่หน้าแรกยันจบ...มีตัวละครใหม่อย่างสำนักโหราศาสตร์ สำนักบำเพ็ญอื่นๆ
และเมธีทั้ง 4 ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งอดีตของสำนักฝูเหยาเพิ่มเข้ามา....

           ตอนนี้นายเอกไม่ค่อยจิกกัดเหมือนเล่มแรก แต่ยังเป็นตัวทำลายบรรยากาศเหมือนเดิม  
พระเอกก็ลดนิสัยนกยูงลงบ้างแล้ว ที่เพิ่มขึ้นมาคือความสุขุมจริงจัง  กลายเป็นศิษย์พี่ เป็นเจ้าสำนักที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ  แต่อีกด้านก็ยังคงเป็นเจ้าแม่สำหรับบรรดาศิษย์น้อง 
และมีความเป็นสาวน้อยที่เหมือนเพิ่งหัดมีความรักเพิ่มเข้ามา  
ศิษย์พี่รองกลายเป็นมือขวาเชี่ยวชาญเรื่องยากับค่ายกล  กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสำนัก 
แม้จะดูเหมือนอ่อนแอที่สุด แต่ก็เจ้าเล่ห์+หลอกยากไม่ได้รังแกง่ายๆ นะ
มองความรู้สึกที่ศิษย์พี่ใหญ่มีต่อน้องเฉียนออกเป็นคนแรก (แต่ถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่พูด) 
ศิษย์น้องหญิงเล็กนิสัยเหมือนใคร(ฟะ)55  เป็นครึ่งมารฟ้าครึ่งมนุษย์  
ได้ศิษย์พี่ช่วยกันเลี้ยงดูมาตั้งแต่นุ่งผ้าอ้อม นิสัยเลยไม่เหมือนมารแต่เหมือนเด็กสาวแก่นๆ ธรรมดาทั่วไปมากกว่า เวลาอยู่คนเดียวก็จะเงียบๆ เจียมตนเพราะไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้ามีศิษย์พี่อยู่ด้วยพร้อมพรักเมื่อไหร่ คุณน้องก็จะสยายปีกทันที โฮะๆ ๆ (ศิษย์พี่มาแล้วไม่กลัวๆ ๆ กร่างได้55)



📍ลิ่วเหยา 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2B6zgZJP0O







วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ


อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้ (天如玉)
ผู้แปล : Singin' in the Rain
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เซี่ยซู บุตรนอกสมรสของตระกูลเซี่ย หญิงสาวที่เติบโตมาในชนบท ฐานะยากจน นิสัยแก่นแก้วซุกซน แต่เพราะสกุลเซี่ยไม่มีทายาทจึงทำให้นางถูกรับตัวกลับมา และถูกเลี้ยงดูบ่มเพาะเพื่อให้รับช่วงต่อจากท่านปู่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีของแผ่นดิน เพื่อให้สกุลเซี่ยได้เรืองอำนาจสืบต่อไปและไม่ถูกโค่นล้ม แม้จะต้องปลอมตัวเป็นบุรุษหรือรัดหน้าอกไปชั่วชีวิต แม้จะต้องถูกผู้คนชังหน้าและถูกหาว่าเป็นขุนนางเจ้าเล่ห์...นางก็ต้องทำ

เรื่องการเมืองในราชสำนัก การชิงไหวชิงพริบของเหล่าขุนนางตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลาย ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นตัวแปรในการปกครองแผ่นดิน พระเอกเป็นอู่หลิงอ๋องที่ภายนอกเหมือนบัณฑิต แต่เนื้อแท้ภายในเขาคือแม่ทัพใหญ่ที่น่าเกรงขาม 
ซึ่งถูกฮ่องเต้เรียกตัวกลับมาเพื่อหวังให้คานอำนาจกับฝั่งของนางเอก พระ-นางต่างเป็นคนฉลาดเจ้าเล่ห์ด้วยกันทั้งคู่ เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ รู้เท่าทันกันไปหมด ภายนอกพวกเขาคือศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ส่วนภายในกลับสนิทสนม(จริงดิ่!!และเรียกขานกันว่าพี่-น้อง ทว่าลึกๆในใจทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าใครเป็นพี่เป็นน้องกับเจ้ากัน...ชิ!!! 

จะเห็นได้ว่าตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลายในเรื่องนี้นั้นต่างก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผ่นดิน กระทั่งฮ่องเต้ที่เป็นเจ้าเหนือหัวก็ยังต้องยืดหยุ่น และไม่อาจรวบกุมอำนาจทั้งหมดมาไว้ที่ตนเพียงคนเดียวได้ ส่วนตระกูลชนชั้นสูงก็ไม่อาจมีอำนาจเพียงหนึ่งแต่ต้องมีหลายๆตระกูลมาช่วยกันคานอำนาจไว้ เพื่อให้สมดุล เพื่อไม่ให้ฮ่องเต้หวาดระแวงจนถูกกำจัด ซึ่งในเรื่องนี้ตระกูลของพระเอก-นางเอกก็คือตระกูลหลัก ที่เป็นหัวหน้าของตระกูลชนชั้นสูงที่แบ่งออกเป็นขั้วอำนาจใหญ่ๆสองฝั่ง ตระกูลนางเอกนั้นมีอำนาจมานานจนฮ่องเต้อยากจะกำจัด เดิมทีก็กะจะยึดตำแหน่งอัครเสนาบดีคืน หลังจากปู่ของนางเอกตายอยู่แล้ว แต่ปู่นางเอกก็เจ้าเล่ห์ สามารถทำให้หลานตัวเองได้ครองตำแหน่งนี้จนได้ จึงยิ่งทำให้ฮ่องเต้และขุนนางฝั่งตรงข้ามเกลียดและไม่พอใจนางเอกมากๆ แต่นางเอกก็โนสนโนแคร์ เรื่อยๆเอื่อยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครว่าอะไรมาก็ยิ้มรับ จนอีกฝ่ายต้องกุมขมับปวดหัวแทน

แม้นางเอกจะเจ้าเล่ห์ และทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลตัวเอง แต่นางก็เป็นขุนนางที่เก่งสมกับตำแหน่งจริงๆนะ แบบว่าเก่งจริง ฉลาดจริง เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการยิ่งกว่าใครจริงๆ และก็ไม่ได้มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเองลูกเดียว เพราะเมื่อถึงคราวคับขัน นางก็ยังมองเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นหลักสำคัญ ต้องมาก่อน! พระ-นางเลยอยู่กันแบบผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่ได้คิดวางแผนเล่นงานให้อีกฝ่ายถึงตายหรือทั้งตระกูลล่มสลาย  เพราะทุกคนต่างก็เข้าใจดีว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่มสลาย ตัวเองก็จะเป็นรายต่อไปที่ฮ่องเต้หมายหัวและถูกกำจัดแทน

แต่พอนานวันเข้าพระเอกก็เริ่มหวั่นไหว+หัวใจคิดไม่ซื่อ แบบทีแรกก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะชอบผู้ชาย เลยพยายามหลบหน้า+ถอยห่าง 
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานเสียงของหัวใจ จนถึงขนาดตัดสินใจว่าจะตัดแขนเสื้อแล้วนะ 55+ แม้จะได้รู้ความจริงเรื่องเพศของนางเอก แต่หนทางความรักของทั้งสองก็ยังยากเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะถ้านางเอกยังเป็นผู้ชายแบบนี้ก็คงยากที่จะได้ลงเอยกัน แต่หากเรื่องนี้เปิดเผยออกไปนางเอกก็ต้องตาย รวมถึงคนในตระกูลของนางทุกคนก็ต้องพลอยติดร่างแหตามไปด้วย (นางเอกเป็นห่วงความปลอดภัยคนในตระกูลมาก) ประกอบกับตัวนางเอกเองที่โตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีคนที่รักตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรแอบแฝงจริงๆ แม้พระเอกจะจริงใจมากแค่ไหนแต่นางก็ยังเผื่อใจเอาไว้อยู่ตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าพระเอกจะต้องรักตัวเองตลอดไป หากถึงคราวที่อีกฝ่ายต้องแต่งงานจริงๆ นางเองก็พร้อมปล่อยมือ เมื่อรู้ว่าตนมีลูกไม่ได้นางก็ยินดีให้พระเอกมีผู้หญิงอื่น เพราะเข้าใจว่าพระเอกจำเป็นต้องมีทายาทสืบสกุล แบบมองโลกตามความเป็นจริงมากจ้า แต่ดีที่พระเอกไม่คล้อยตามเลยสักเรื่อง55  ใครเสนอเรื่องแต่งงานมาก็ไม่รับ ถ้ามีลูกไม่ได้ก็ไม่ต้องมี แต่ไม่ยอมไปนอนกับคนอื่นแน่นอน ก็คนมันรักไปแล้ว แม้หนทางที่จะได้อยู่ด้วยกันจะริบหรี่แต่พี่ก็สู้ไม่ถอย ไม่ว่านางเอกจะพูดยังไง หรือต่อให้ถูกคนทั้งเมืองพูดนินทาคิดว่าเป็นแขกหลังม่านของนางเอก หรือต้องรักกันแบบหลบๆซ่อนๆพี่แกก็ยอม ไม่เคยหมดหวังเลย 

นอกจากเรื่องในราชสำนักแล้ว ก็ยังมีเรื่องการชิงบัลลังก์ เรื่องศึกสงครามระหว่างแค้น เรื่องแย่งอำนาจของคนในตระกูล เยอะแยะมากวุ่นวายจริงๆ แต่เราว่านักเขียนท่านนี้เค้าสามารถเขียนเรื่องการเมือง เรื่องหนักๆให้กลายเป็นเบาไม่ซีเรียสได้นะ แถมอ่านแล้วยังตลกด้วย ตัวละครคนอื่นๆที่อยู่ข้างกายพระ-นางก็มีสีสันน่าสนใจ และยังมีฉากหวานๆมาให้ฟินเป็นระยะๆ นี่ขนาดนางเอกต้องแต่งเป็นผู้ชายตลอดทั้งเรื่องนะ พระเอกก็ยังหาทางแอบกินเต้าหู้ได้เลย (ท่านอ๋องที่แสนสุภาพแต่ข้างในนี่ไม่สุภาพเลย 55) ถ้าเป็นผู้หญิงนี่จะขนาดไหน55  แถมฉาก nc ก็ดูเหมือนจะเยอะกว่าอีก 2 เรื่องที่ผ่านมาด้วยนะ55 


📍อัครเสนาบดีหญิง ➡️ https://s.shopee.co.th/1BFuGHsLvO