วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ

 


ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ 3 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : หรงจื่ว
ผู้แปล : ตังตัง
สำนักพิมพ์ Princess

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

คุณชายรองเยว่ เยว่ฉางหลิง ผู้สืบทอดวิชาเทียนจู๋ คนเดียวในรอบร้อยปีที่สามารถฝึกฝนสุดยอดวิชา วิสุทธิคัมภีร์ซือโม๋ สำเร็จจนถึงขั้นเก้าได้ ถูกยกย่องให้เป็นเทพสงครามตั้งแต่อายุยังน้อย มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ย่างเท้าไปที่ใดก็สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพและแผ่นดิน..

นี่คือช่วงกลียุคที่บ้านเมืองไม่เป็นปึกแผ่น ราชวงศ์อ่อนแอ แผ่นดินระส่ำระส่ายแบ่งออกเป็นหลายฝักหลายฝ่ายไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว มีกองกำลังมากมายผุดขึ้นมาตั้งตัวเป็นใหญ่เพื่อหวังครอบครองแผ่นดิน... กองทัพตระกูลเยว่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งยังเป็นทัพที่มีโอกาสจะได้รับชัยชนะมากที่สุดอีกด้วย สองพี่น้องตระกูลเยว่ หนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊ ครองใจชาวประชาและชาวยุทธ์ จึงทำให้มีสำนักและตระกูลมากมายยอมติดตามสวามิภักดิ์ .. ทว่าในศึกใหญ่ที่ต่อสู้กับแคว้นเยี่ยน สองพี่น้องเยว่กลับถูกคนทรยศและลอบวางยาพิษ กองทัพตระกูลเยว่ถูกคนตลบหลังกวาดล้าง ท้ายที่สุดแผ่นดินก็ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งคือตงเซี่ยและซีเซี่ย...

นางเอก เยว่ฉางหลิง ดรุณีน้อยของตระกูลเยว่ เพราะถูกคนทำร้ายปางตายจึงส่งผลให้นางต้องจากบ้านไปร่ำเรียนวิชาตั้งแต่ยังเด็ก และเพราะวิชาที่ฝึกฝนจึงทำให้กลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก บวกกับรอยตราสีแดงเพลิงที่หางตา จึงทำให้นางต้องสวมหน้ากากและแต่งกายเหมือนบุรุษ นางเอกใช้ชีวิตเยี่ยงชายชาตรี ต้องเดินทางไปทั่วเพื่อผูกใจคนตามคำสั่งของพี่ชาย ระหว่างนั้นก็ได้ผดุงคุณธรรมปราบปรามคนชั่วช่วยเหลือคนดี จนสร้างบุญคุณรวมถึงหนี้แค้นเอาไว้มากมายและก่อให้เกิดภัยตามมาโดยไม่รู้ตัว ...

หลังจากที่ถูกคนทรยศ นางเอกก็พาร่างที่บาดเจ็บกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเวลาได้ล่วงเลยไปถึง 11 ปีแล้ว ทว่านางที่ควรจะอายุ 28 ในเวลานี้เหตุไฉนถึงได้มีหน้าตางดงามและดูอ่อนเยาว์ลงเหมือนเด็ก 17-18 กันหนอ..
จากนั้นนางเอกก็ได้พบคนที่ช่วยชีวิตและคอยดูแลตน ได้รู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน ภารกิจต่อไปจึงเป็นการหาทางหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ เพื่อไปสืบหาความจริงของเรื่องราวในอดีต และแก้แค้นผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนั้น...

ทว่าก่อนจะหนีก็ถูกคนไหว้วานขอให้ช่วยคนคนหนึ่งออกไปด้วย เพื่อตอบแทนบุญคุณนางเอกเลยไป และก็ได้หนี้ดอกท้อกลับมาอีกหนึ่ง แต่นางไม่ได้คิดอะไรไง ความรู้สึกช้า อีกฝ่ายมอบแหวนให้ก็รับมา เพราะคิดว่าอาจจะเอาไปขายแลกเป็นเงินได้ในอนาคต ไม่รู้ความหมายแฝงหรือความสำคัญของสิ่งที่ได้มาเลย ...
ต่่อจากนั้นนางก็ถูกคนเข้าใจผิดจับตัวไป
แล้วก็จับพลัดจับผลูได้ร่วมเดินทางไปช่วย 8 เจ้าสำนักของตงเซี่ยที่ถูกจับตัวมา...หลังจบเรื่องนี้นางเอกก็ถูกคนของสำนักเบญจพิษจับตัวไปต่อ เพราะอีกฝ่ายเห็นนางหน้าตาดีเลยกะจะเอาไปให้เจ้าสำนักเปลี่ยนผิวหน้า...แล้วสำนักเบญจพิษก็ดันบังเอิญถูกคนบุกมากวาดล้างในวันนั้นพอดีอีก นางเอกเลยรอดตายและได้สวมรอยเป็นเจ้าสำนักเบญจพิษแทน เพราะเจ้าสำนักนี้มีฐานะเดิมเป็นถึงลูกสาว(นอกสมรส) ของแม่ทัพจิง แม่ทัพใหญ่แห่งตงเซี่ย หรือก็คือคนสนิทเก่าของตระกูลเยว่ที่หักหลังพวกนางเอกพี่น้อง...นางเอกจึงแสร้งทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อใช้ฐานะนี้เข้าใกล้พวกคนที่เคยทรยศตนในอดีตและตามสืบหาความจริงเมื่อ 11 ปีก่อน....

นางเอกเป็นคนเก่ง วรยุทธ์สูง เท่มาก จนรู้สึกว่าไม่ต้องมีพระเอกก็ได้นะ ส่วนพระเอกเป็นใครเดาไม่ยากถึงในเรื่องจะมีเรือให้เลือกลงถึง 3 ลำก็เถอะ 55 ..แต่พระเอกเป็นคนที่อยู่กับนางเอกมากที่สุดดด ค่าตัวไม่แพง  บทเยอะออกบ่อย...เป็นคนฉลาด เจ้าเล่ห์มากแผนการ แต่เสียดายที่มีร่างกายอ่อนแอจึงฝึกวรยุทธ์ไม่ค่อยได้ ความจริงจะมีอายุได้ไม่เกิน 10 ปี แต่บังเอิญได้นางเอกช่วยเอาไว้เลยยังรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน แต่ก็ใกล้จะไม่รอดแล้วนะถ้ายังไม่เจอยารักษาจริงๆ สักที ...

พระเอกหลงรักนางเอกตั้งแต่แรกพบ ช่วงที่คนหายไป 11 ปี ก็ขึ้นเหนือลงใต้เดินทางไปทั่วเพื่อวางแผนทำเรื่องต่างๆ พร้อมกับสืบหาร่องรอยของนางเอกไปด้วย ...ถึงร่างกายจะไม่แข็งแรง แต่ก็พร้อมคิดวางแผนเพื่อปกป้องและเป็นกำลังสนับสนุนให้นางเอกเสมอ เป็นคนที่ทำให้เทพสงครามอย่างนางเอกยอมเชื่อฟังและมอบหัวใจให้ในที่สุด ...
nc ไม่มี แต่คู๋นี้เวลาอยู่ด้วยกันอบอุ่นดี นางเอกแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ส่วนพระเอกก็ทะเล้นขี้เล่นชอบแหย่เขา ถ้านางเอกคือไฟพระเอกก็คือน้ำ ถ้านางเอกแข็งมาพระเอกก็พร้อมอ่อนลงให้ก่อนเสมอ ถึงร่างกายจะไม่เต็มร้อย แต่เรื่องมันสมอง การวางแผน กลอุบายต่างๆ ต้องยกให้พระเอกจริงๆ  

จำได้ว่าที่เคยอ่านส่วนใหญ่ คนในยุทธภพจะไม่ค่อยยุ่งกับการเมืองหรือราชสำนักนะ แต่เรื่องนี้ตรงข้าม เพราะฮ่องเต้เคยเป็นคนในยุทธภพมาก่อน พอมาเป็นฮ่องเต้รากฐานจึงยังไม่มั่นคงกำลังคนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องพยายามสร้างฐานของตัวเองและหาคนมาเป็นพวกให้ได้ เพื่อจะได้กำจัดขั้วอำนาจที่มีอยู่ในตอนนี้ทิ้ง ... เลยมีการก่อตั้งสำนักชิงเฉินขึ้นมา ซึ่งใครที่ได้เข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักนี้ไม่ว่าชายหรือหญิง ขอแค่ทำการทดสอบภายในสำนักผ่านติดอันดับ ใน 20 ทุกคนก็จะมีโอกาสได้รับราชการ ...
นางเอกก็เข้าร่วมด้วยเพราะในสำนักมีคนรู้จักเก่าที่นางอยากเจอ ส่วนพระเอกก็ตามมาเป็นอาจารย์อยู่ในสำนักคอยอยู่ข้างๆ เพื่อช่วยเหลือ...ระหว่างนั้นก็จะมีเรื่องการไปตามหาสมบัติของตระกูลเยว่ หาวิธีช่วยต่อชีวิตพระเอก และไปตามหาเคล็ดวิชาที่หายสาบสูญ อีรุงตุงนังเกี่ยวข้องกันไปหมด แล้วก็ยังมีเรื่องงานชุมนุมชาวยุทธ์ ที่แต่ละแคว้นแต่ละสำนักจะส่งคนมาเข้าร่วมประลองเพื่อเฟ้นหาผู้นำยุทธภพคนใหม่...การเมืองมีน้อย หลักๆ จะเป็นเรื่องการช่วงชิงอำนาจหรือต่อสู้กันของชาวยุทธ์ในยุทธภพมากกว่า เรื่องของอีกแคว้นที่แบ่งออกไปก็ไม่ค่อยกล่าวถึงหรือมีบทเท่าไร ออกมาอีกทีก็ตอนเล่มสามท้ายๆ เลย

เป็นแนวกำลังภายในยุทธภพ ชิงอำนาจ ตามหาวิชาคัมภีร์ลับ ผสมการเมืองหน่อยๆ ฉากต่อสู้วิชาลับอาวุธลับจัดเต็ม บรรยายเห็นภาพ แปลดี อ่านลื่นมาก (จากที่อ่านงานแปลจีนโบราณของสนพ.นี้มา ตอนนี้เราว่าเรื่องนี้แปลดีที่สุดเลย ปรบมือๆ )
เนื้อเรื่องหักมุมพลิกไปพลิกมาเยอะ ความจริงเดาจากสไตล์นักเขียนก็พอรู้อยู่แล้วแหละว่าเดี๋ยวคงต้องมีอะไรพลิกแน่ๆ เตรียมใจไว้แล้วเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไรอะ พลิกบ่อยจนไม่แปลกใจแล้ว55 ส่วนตัวร้ายบางคนเราว่าถูกจัดการง่ายไปหน่อยนะ บทจะตายก็ง่ายๆ แบบนั้นเลย นางเอกก็เก่งเทพ ยิ่งพอลมปราณกลับมาใช้ได้เต็มร้อยก็ยิ่งโคตรเทพ
ส่วนพระรองก็....เรียกได้ว่าพลาดเพียงครั้งเดียวคือพลาดทั้งชีวิต พลาดแล้วพลาดเลยจริงๆ หมายถึงเรื่องนางเอกนะ พยายามแก้ยังไงมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว นี่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เป็นคนฉลาด เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ อดีตกุนซือมือฉมัง แต่ทำไมถึงพลาดเรื่องนางเอกได้ฟะ ทำไมถึงดูไม่ออกเลยอยู่ด้วยกันมาตั้ง 3 ปี ผิดวิสัยความฉลาด ความช่างสังเกต ช่างวิเคราะห์ของพี่แกจริงๆ


📍ฉางหลิง เทพสงครามสองชาติภพ 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2g3II8svZM



วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565

หย่าก็หย่าสิ ฉันจะจีบเธอใหม่ให้ดู

 

หย่าก็หย่าสิ ฉันจะจีบเธอใหม่ให้ดู 
ผู้แต่ง : สุยโหวจู (随侯珠)
ผู้แปล : ปภานัน
สำนักพิมพ์ Camellia Novel

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

สวี่ตัวหนิง ลูกแกะน้อยน่ารักใสซื่อและอ่อนโยน เป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ที่เติบโตมากับ โจวเย่า จิ้งจอกสุดหล่อจอมเจ้าเล่ห์ ที่แสนฉลาดปากร้าย ทั้งเย่อหยิ่งและอวดดี ลูกชายคนเล็กของบ้านโจวที่เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นทั้งเพื่อนเล่น เพื่อนสนิท ข้ามผ่านชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นมาด้วยกัน ต่างคนต่างเข้าใจและรู้ใจอีกฝ่ายมากกว่าใครๆ ทั้งยังมั่นใจว่าในภายภาคหน้าพวกเขาจะต้องได้อยู่ด้วยกัน ไม่ช้าก็เร็ว...

แต่วันหนึ่งบ้านนางเอกก็เกิดเรื่อง แม่ป่วยหนัก พ่อถูกจับได้ว่าแอบนอกใจไปมีบ้านน้อย แม่นางเอกรู้ว่าลูกสาวตัวเองไม่สู้คน จึงเกรงว่าวันหนึ่งถ้าตัวเองไม่อยู่แล้วเดี๋ยวนางเอกจะไม่ได้อะไรก็เลยขอหย่าและแบ่งสมบัติ เมื่อรู้ว่าลูกสาวมีใจให้เพื่อนในวัยเด็ก คุณแม่ก็ฝากฝังลูกสาวให้พระเอกดูแลในเฮือกสุดท้ายของชีวิต... พระเอกก็ตกลงและรีบพานางเอกไปจดทะเบียนทันที ไม่มีการขอแต่งงาน ไม่มีการสู่ขอหรือจัดงานใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขาเคยแอบคิดจู่ๆ ก็กลายเป็นจริงขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก็จบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เพราะผ่านไปไม่ถึงปีพระเอกก็ขอหย่าโดยให้เหตุผลว่าหลงรักคนอื่นแล้ว...

เรื่องราวความรักของพระ-นางซึ่งเติบโตและผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กันแต่กลับไม่เคยพูดมันออกมา พระเอกก็มั่นใจในตัวเองซะเหลือเกินว่ายังไงเจ้าแกะน้อยตัวนี้ก็ต้องตกเป็นของตน หนีไปไหนไม่รอดหรอก ฟ้ากำหนดมาแล้วว่าเธอต้องคู่กับฉันคนเดียวเท่านั้น ถึงไม่เคยพูดออกไปตรงๆ แต่ก็แผ่รังสีสังหาร แสดงความหวงก้างกันผู้ทุกคนที่คิดจะมางาบแกะน้อยมาเนิ่นนานแล้วนะจ๊ะ แต่เจ้าแกะน้อยกลับใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว ถูกเจ้าจิ้งจอกตบตา ทำให้หลงคิดว่าตัวเองคงไม่สวยสินะถึงได้ไม่มีใครมาจีบเลย..ฮือๆ

ทว่าต่อให้รู้จักกันมานานหรือสนิทสนมกันมากขนาดไหน แต่เรื่องบางอย่างหากไม่พูดมันออกไปหรือไม่พูดให้ชัดเจน ท้ายที่สุดมันก็อาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดและทำให้ต้องแยกจากกันไปอยู่ดี... แต่คู่นี้คือดีตรงที่นางเอกเป็นคนไม่คิดมาก ไม่คิดอะไรซับซ้อน เป็นคนง่ายๆ มีเหตุผล และมองโลกในแง่ดี เรื่องราวมันเลยไม่ได้ดราม่าขนาดนั้น เพราะถึงจะหย่ากัน แต่ทั้งสองคนก็ยังติดต่อและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ เวลาเจอหน้าก็พูดคุยกันดี มีความปรารถนาดีให้กันเสมอมา เป็นคู่ที่ผูกพันและมั่นคงมาก แบบที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาแทรกหรือทำลายได้นอกจากตัวพวกเขาเอง ...กลับมารอบนี้นางเอกก็ตั้งใจมาให้โอกาสพระเอกโดยเฉพาะ มาลองดูว่าสุดท้ายแล้วพระเอกจะรักตัวเองในแบบที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทได้ไหม จะสามารถเป็นพ่อที่ดีได้หรือเปล่า เพราะไม่อยากใช้เรื่องลูกมาบีบบังคับให้พระเอกต้องรับผิดชอบ ...

ซึ่งความจริงนั่นก็คือสิ่งที่พระเอกต้องการเหมือนกัน คิดเหมือนกันทั้งคู่ อยากให้เขารักเราในแบบคู่รักชาย-หญิงทั่วๆ ไป แต่อีกใจก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมองเราเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น ก็เลยกล้าๆ กลัวๆ กันอยู่แบบนี้  แต่คราวนี้พระเอกตั้งใจไว้แล้วว่าจะเอานางเอกกลับคืนมาให้ได้ ...เลยรุกเต็มที่ ไล่ตั้งแต่ไปเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้ หาสตูดิโอแถวที่ทำงานตัวเองให้ (มองลงมาจะได้เห็นนางเอกเลย) ขยันชวนไปเที่ยว ไปวัด ไปแช่น้ำพุร้อน ...ส่วนนางเอกก็มีเพื่อนสนิทคอยช่วยคิดวางแผนให้ว่าต้องทดสอบและลองใจพระเอกยังไง ตอนไปแช่น้ำพุร้อนนางเอกก็เลยใส่บิกินีลงแช่ ทำให้พระเอกน้ำลายไหลแต่ไม่ได้แอ้ม 55 แล้วก็หาคนมาแสดงบทพระรองแกล้งเป็นจีบนางเอก พอพระเอกรู้ก็ตามมาขวางแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่ายทันที 55...

แล้ววันหนึ่งน้านางเอกที่อยู่เมืองนอกก็พาลูกนางเอกกลับมาจีน นางเอกเลยเปิดโอกาสให้พระเอกได้ใกล้ชิดและคอยสังเกตท่าทีเวลาอยู่กับลูก อยากรู้ว่าพระเอกจะชอบลูกตัวเองไหม เพราะปกติพระเอกไม่ชอบเด็ก เห็นเด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กเวร(เหมือนตัวเอง)...ฮ่าๆ  ก็เลยไม่บอกความจริง ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นลูกน้าและเป็นหลานสาวของนางเอก แต่ลูกพระเอกน่ารักมากกก ทั้งหน้าตาและนิสัย เหมือนลูกครึ่งเลย ใครเห็นก็ตกหลุมรัก พระเอกก็โดนตก บ้านพระเอกก็โดนตกกันหมดทั้งหัวหงอกหัวดำ นางเอกก็บอกให้ลูกเรียกแม่พระเอกว่าคุณย่า แต่แม่พระเอกบอกให้เรียกป้าก็พอ (ไม่รู้ว่าหลานตัวเอง) พอมารู้ตอนหลังว่านี่หลานก็เสียดาย อยากได้ยินหลานเรียก แล้วก็พากันไปรุมตีพระเอก...บอกให้รีบหาวิธีพาหลานกลับมาเลยนะ 55

ความจริงเรื่องลูกนี่ปิดพระเอกได้ไม่นานหรอก เซนส์แรงอยู่นะ พอได้ยินนางเอกเรียกชื่อจีนของลูกก็เริ่มตะหงิดๆ และ (เพราะนางเอกเคยบอกว่าถ้ามีลูกจะตั้งชื่อนี้) ยิ่งพอได้เห็นท่าทางกับสีหน้าบางอย่างของเด็กที่คล้ายๆ นางเอก ก็ยิ่งสงสัยจนนั่งไม่ติด ต้องกลับไปนั่งคิดคำนวณวันไข่ตกของนางเอกเลยทีเดียว 55 ... แล้วสุดท้ายก็มาหลอกถามจากลูก ลูกก็เล่านิทานที่นางเอกเป็นคนแต่งให้ฟังเรื่องว่าตนมาจากไหน พอได้ฟังพระเอกก็รู้ทันทีว่านี่คือลูกตัวเองแน่นอน รู้สึกผิดมากก เสียใจมากก เขาเผลอทำเรื่องโง่ๆ ที่ไม่น่าให้อภัยลงไปเสียแล้ว...

ผลงานของคนเขียนอย่าหยิ่งนักเลย เรื่องนี้คู่รักวัยเด็กได้สมหวังไม่ต้องกินแห้วแล้วนะ..อิอิ แต่นอกจากเรื่องรักก็ยังมีเรื่องหน้าที่การงาน  ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนในครอบครัว  ความรักก็มีหลายคู่ บางคู่สมหวัง บางคู่ก็หักมุม บางคู่นึกว่าจะแห้วแต่กลับมาพลิกในช่วงสุดท้ายก็มี นางเอกเป็นนักออกแบบตุ๊กตา พระเอกเป็นประธานบริษัทอี้หยวน (เกี่ยวกับพวกการเงินการลงทุน) ไม่มีแบ็ค ที่บ้านไม่ได้มีภูมิหลังใหญ่โตอะไร ไต่เต้าและสร้างมาด้วยตัวเองล้วนๆ...ถ้าใครชอบแนวความรักแบบผู้ใหญ่ในวัยทำงาน เรียลๆ หรือชอบผลงานของนักเขียนท่านนี้ ก็อย่าลืมอ่านเรื่องนี้กันน๊า ไม่หนักไม่เบา กำลังดี...นางเอกเฉื่อยๆ ไม่ค่อยสู้คน ส่วนพระเอกก็ปากร้ายไม่ไว้หน้าใครแต่เป็นที่พี่งพาได้ คนหนึ่งเย็นคนหนึ่งร้อน แต่สุดท้ายคนที่ต้องเป็นฝ่ายยอมก็คือพระเอกจ้า 55 

ป.ล. เวลาเพื่อนรูมเมตจะคุยเรื่องผู้หญิง พระเอกจะห้ามไม่ให้พูดถึงนางเอก หากใครริอาจมาจีบแกะน้อยของตัวเองอิพี่ก็จะพองขนและรีบไปสกัดทันที ...

ป.ล. แปลดี อ่านลื่น แต่ยังมีคำผิดอยู่บ้างนิดหน่อย

** ตอนนี้มีให้ลงอ่านแบบรายตอนติดเหรียญนะคะ ทั้งหมด 89 ตอนจบแล้ว (อ่านฟรี 15 ตอนค่ะ)

 

 📍หย่าก็หย่าสิ ฉันจะจีบเธอใหม่ให้ดู ➡️ https://s.shopee.co.th/BLxJfuXSA



 

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ท่านเซียนอย่ามาหลอก + ปีศาจจิ้งจอกอย่ามาลวง

 

ท่านเซียนอย่ามาหลอก 
ผู้แต่ง : โม่เหยียน
ผู้แปล : เจินจูไหน่ฉา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

รีวิว ใต้เท้าอย่ามาหยอก + โจรหญิงอย่ามาเย้า
https://marynlinsbook.blogspot.com/2022/04/blog-post.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พั่วเยวี่ย อดีตขุนพลหญิงเผ่ามารที่เก่งกาจและห้าวหาญไม่แพ้บุรุษ แม้ภายนอกจะดูเจ้าชู้เสเพลเลี้ยงชายบำเรอเอาไว้เป็นสิบ แต่นางกลับเฝ้าตามไล่เกี้ยว ต้วนมู่ไป๋ เซียนกระบี่ผู้สูงส่งเย็นชามานานนับร้อยปี ทว่าน่าเสียดายที่อีกฝ่ายกลับไม่เคยชายตาแลนางเลยสักกะนิด
แล้วสุดท้ายนางก็ถูกเขาสังหารตายภายในดาบเดียวในสงครามระหว่างมารกับเซียน ...
ทว่าพอลืมตาตื่นขึ้นมานางกลับพบว่าตนเองยังไม่ตาย แต่ได้กลายมาเป็น เยวี่ยเป่า ภูตดอกบัวที่เป็นลูกศิษย์ของเขาไปเสียแล้ว แถมอาจารย์ผู้นี้ก็ยังชอบกินเต้าหู้ลูกศิษย์ตัวเองเป็นที่สุดอีกด้วย! ....

ในอดีตนางเอกต้องทำทีเป็นว่าชอบพระเอกและหาสารพัดวิธีเพื่อพิชิตใจเขา แสร้งทำหน้าหนาตามเกาะติดไล่ตามจีบอย่างหน้าไม่อาย เพราะนี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้นางรอดพ้นและปลอดภัยจากการตกเป็นอนุของราชามาร แต่จีบไปจีบมาหัวใจนางก็เริ่มสั่นไหว ทว่าพระเอกกลับไม่เคยใจอ่อนเลย ปฏิเสธทุกดอก ...พอได้เกิดใหม่นางเอกเลยคิดจะใช้ร่างนี้เอาคืน แสร้งทำเป็นลูกศิษย์ที่แสนดี หลอกเอาวิชาเอาของวิเศษจากพระเอก แล้วตรวจสอบพื้นที่เพื่อวางแผนพาคนมาบุกโจมตีในอนาคต...วาดฝันสวยหรูมากกกก
แต่หารู้ไม่ว่าพระเอกนั้นรู้และเดาได้หมดทุกอย่างแล้ว เพราะทั้งหมดนี้คือแผนการที่พี่จัดเตรียมไว้เอง...อิอิ

ความจริงพระเอกไม่ใช่คนเย็นชาไร้หัวใจ นั่นเป็นภาพลักษณ์ภายนอกที่สร้างมาหลอกไม่ให้คนเข้าใกล้เฉยๆ หากพี่สนใจใครเมื่อไรนี่บอกเลย...ไม่รอดแน่นวลลล เล่ห์กลมากมายสารพัด เจ้าแผนการ ร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจหรือมารตนไหนๆ ในโลกนี้เสียอีก...
ส่วนนางเอกก็คือคนที่ทำให้พี่สนใจ จนต้องเก็บมาใส่ใจได้ในรอบหมื่นปี (ชอบนั่นแหละ)
หลังจากนั้นพี่ก็วางแผนที่จะเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเซียน เริ่มจากสังหารคนเขา (อย่างโหด) แล้วไปตามเก็บดวงจิตกับจิตวิญญาณเขามาไว้ในดอกบัว ทั้งถ่ายทอดพลังบำเพ็ญเพียร
500 ปีของตนให้ จนทำให้นางได้เกิดใหม่ในฐานะภูตดอกบัว... 

ส่วนนางเอกก็ไม่รู้ นึกว่าวิญญาณหลงเข้ามาอยู่ในร่างนี้เฉยๆ ...พระเอกก็ไม่บอก
แกล้งเนียนกินเต้าหู้คนเขาไปเรื่อย นางเอกขออะไรก็ทำเหมือนให้ แต่จริงๆ คือหาเรื่องแอบกินเต้าหู้เขาอยู่...ตอนพานางเอกไปข้างนอกแล้วเจอเซียนสาวที่หลงรักตัวพระเอกมานาน นางเอกกำลังจะบอกว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์ แต่พระเอกกลับชิงตัดหน้าบอกเลยว่าเป็นคนรักแล้วจับนางเอกจูบต่อหน้ากลุ่มสาวๆ เลยจ้า หน้าเหวอกันเป็นแถบๆ เพราะที่ผ่านมาพระเอกเย็นชามากกกก ไม่เคยสนใจใคร พอเห็นแบบนี้ก็อึ้งใจสลายกันหมด...

แต่นางเอกก็คิดเสมอนะว่าคนที่พระเอกชอบคือลูกศิษย์ไม่ใช่ตัวเอง
จนมาวันหนึ่งที่มีเรื่องแล้วต้องกลับไปแดนมาร นางก็นึกว่าอีกนานกว่าพระเอกจะรู้ว่าหนีมา...แต่ๆ ที่ไหนได้พระเอกรู้หมดแหละ ไปตอนไหน ไปทำอะไร...เดาความคิดนางเอกออกทุกอย่าง มีสายไว้ตามสืบเยอะ จะทำอะไรก็อยู่ในสายตาพี่หมด (มานานแล้ว) ...
ถ้าไม่รักก็คือไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าปักใจรักแล้วคือโคตรคลั่งรักกกก ใครก็ห้ามแตะต้องคนของข้า ส่งลูกน้องตามไปบอกว่านี่อนุญาตให้กลับมาเยี่ยมบ้านนะ อย่าให้ผู้ชายคนไหนมาแตะต้องล่ะ ไม่งั้น.......หึหึ

นางเอกก็เอ้ย! พระเอกรู้ได้ไง รู้แล้วเหรอว่าตัวเองเป็นใคร ...อาวุธวิเศษคู่กายนางก็มาบอกใช่! เขารู้หมดแหละ รู้มาตั้งนานแล้ว เขารักเจ้าไงไม่รู้เหรอ ...นางเอกยังงงๆ รักได้ไง รักตอนไหน ไม่ใช่ว่าเกลียดเหรอ สุดท้ายถึงได้รู้ว่าโดนหลอกมาตั้งนาน พระเอกมานแหลเก่ง 55

คือพระเอกอะโคตรเก่งโคตรฉลาด  เวียนว่ายตายเกิดมาเป็นหมื่นๆ ปีแล้ว รู้ไส้รู้พุงทุกเผ่าไม่ว่าจะเซียน มาร ปีศาจหรือมนุษย์ มองทุกสิ่งได้อย่างกระจ่างแจ้ง ปัญหาไหนที่ว่ายากถ้าพระเอกลงมือก็ขี้ปะติ๋ว ...อย่างนางเอกนี่ถึงจะเป็นขุนพลแดนมาร แต่พอมาเจอพระเอกก็คือเด็กน้อยไปเลย ไม่ว่าจะเป็นกลอุบาย พลังฝีมือ คารมคำพูด...ไม่รอด แพ้ทุกทาง
ไม่รู้ตัวเลยว่าขณะที่ตนไล่ตามจีบเขาอยู่ เขาก็จับตาดูตนเองอยู่เหมือนกันนะ 
เช่น พอรู้ว่านางเอกสนใจอาวุธหรือของวิเศษอะไร อิพี่ก็จะไปตัดหน้าแย่งชิงมา นางเอกจะไปไหนพระเอกก็ไปที่นั่น แต่ทำทีเป็นว่าบังเอิญเจอ...คอยวนเวียนอยู่ข้างกายมานานแล้ว วางแผนมานาน จนสุดท้ายก็ได้คนเขามาครองสมใจพ่อคนคลั่งรักเขาล่ะ...อิอิ


ปีศาจจิ้งจอกอย่ามาลวง
ผู้แต่ง : โม่เหยียน
ผู้แปล : เฉินซี
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เหยาเหนียง อดีตคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่เพราะดันไปหลงรักและแต่งงานกับบุรุษที่ฐานะต่ำกว่า ที่่เป็นเพียงบุตรชายของคนเลี้ยงม้าในจวน จึงทำให้ถูกที่บ้านตัดสัมพันธ์
สามีเก่าของนางเอกเป็นคนทะยาน หลังไปรบกลับมาก็พาสตรีใหม่เข้ามาเป็นอนุด้วย
นานวันเข้านางเอกก็ถูกอีกฝ่ายยึดอำนาจและใส่ร้ายว่าคบชู้สู่ชาย จนสุดท้ายก็ถูกสามีหย่าต้องออกจากจวนไป แต่อีกฝ่ายกลับยังไม่เลิกรา ยังส่งคนตามมาฆ่าและทำให้นางต้องจบชีวิตลง

นางเอกเคยช่วยชีวิตจิ้งจอกเก้าหางนามว่า อาเจียว เอาไว้ด้วยความบังเอิญ เพราะคิดว่าเป็นจิ้งจอกธรรมดา ส่วนอาเจียวก็ติดใจในรสมือของนางมากจึงเกาะติดไม่ยอมไปไหน เมื่อเห็นนางเอกถูกฆ่าตายก็มอบหางตัวเองให้นางเอกหนึ่งหาง เพื่อต่อชีวิตและตอบแทนบุญคุณ ทำให้นางเอกกลายเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจตั้งแต่บัดนั้น

พระเอก จิ้นเสวียน เจ้าสำนักจี้อวิ๋น หรือนักพรตปราบปีศาจที่ภูตผีปีศาจต่างหวาดกลัว  
พระเอกตามไล่ล่าจิ้งจอกเก้าหางจนมาพบนางเอก และเข้าใจผิดคิดว่านางคือปีศาจจิ้งจอกตัวนั้น (เพราะบนร่างนางมีกลิ่นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางติดอยู่) จึงจับนางเอกกลับไปขังไว้ในหอผนึกมาร แต่ปรากฏว่านางเอกกลับฝ่าอาคมและหนีออกไปได้ พระเอกเลยสั่งให้ลูกศิษย์ปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพราะกลัวจะเสียชื่อเสียง แล้วไปตามจับนางเอกกลับมาใหม่...

แต่ความจริงคือนางเอกไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เดินออกมาเฉยๆ เพราะนางเป็นสตรีที่เกิดในปีหยางเดือนหยาง เวลาหยางและสถานที่หยาง จึงทำให้คาถาอาคมหรืออาวุธจับปีศาจต่างๆ ของพระเอกไม่มีผลกับนาง
แต่พระเอกไม่รู้ หลงคิดว่าเขาเป็นปีศาจที่มีพลังตบะสูงมาก 55

ส่วนนางเอกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนได้กลายเป็นปีศาจไปครึ่งนึงแล้ว พอเห็นหางจิ้งจอกโผล่มาก็ตกใจแต่สุดท้ายก็ยอมรับชะตากรรม และยอมตามพระเอกกลับไปแต่โดยดี  
พอรู้ที่มาที่ไปนางก็กลายเป็นเพื่อนกับจิ้งจอกเก้าหาง

ส่วนพระเอกก็ส่งศิษย์คนโตที่ซื่อๆ มาเฝ้านางเอกเพื่อให้คอยจับตาดู แต่ไปๆ มาๆ ศิษย์ตัวเองกลับไปผูกมิตรเป็นเพื่อนกับพวกนางเอกซะอย่างนั้น 55 ...แล้ววันหนึ่งจิ้งจอกเก้าหางที่ซ่อนตัวมาตลอดก็ถูกพระเอกจับได้ นางเอกรู้ว่าสู้เขาไม่ได้ ไม่รู้จะทำไง เลยกะจะเดินไปหาของมาใช้ขู่พระเอก ระหว่างที่เดินก็ไม่มีใครห้ามหรือขัดขวาง เพราะทุกคนต่างเข้าใจว่านางคือภรรยาของพระเอก ขนาดเข้าไปเขตหวงห้ามก็ยังไม่มีใครหยุด พวกปีศาจที่ถูกขังไว้ก็พากันบอกว่าอะไรคือสิ่งที่พระเอกหวงแหนที่สุด ไม่ใช่อาวุธหรือยาลูกกลอนที่โชว์ๆ แต่เป็นตั๋วเงิน 10000 ตำลึงที่เก็บไว้ใช้เพื่อปรับปรุงสำนักต่างหากนะจ๊ะ 55 ...
ตอนเห็นตั๋วเงินพระเอกก็ลนแต่ต้องทำเป็นนิ่ง สุดท้ายนางเอกขู่ไม่สำเร็จ เลยต้องลงนามในสัญญาทาสและทำงานเป็นแม่ครัวอยู่ในสำนัก เพื่อแลกกับการให้พระเอกปล่อยจิ้งจอกเก้าหางออกมา...

พระเอกถูกอาจารย์มัดมือชกให้รับดูแลสำนักต่อ เลยต้องอยู่เป็นนักพรตต่อไป เพื่อหาทางสร้างชื่อเสียงและหาเงินมาฟื้นฟูสำนักให้รุ่งเรือง ในชีวิตพี่จึงมีแต่เรื่องปราบปีศาจกับหาเงินมาฟื้นฟูสำนักเท่านั้น ซึ่งด้วยความพยายามของพระเอกสำนักก็ค่อยๆ ดีขึ้น มีลูกศิษย์มากขึ้น ไม่ต้องอยู่อย่างซอมซ่อ อดๆ อยากๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา
ส่วนนางเอกก็มีฝีมือในการทำอาหาร พอมาเป็นแม่ครัวทีนี่บรรดาลูกศิษย์ในสำนักก็ติดใจในรสชาติกันตรึม กินข้าวทีเหมือนทำสงครามเพราะอาหารอร่อยมาก ต้องรีบแย่งเดี๋ยวหมด
พอว่างก็หาเรื่องแวะเวียนไปแถวๆ เรือนนางเอก ขอช่วยทำงานนั่นนู่นนี่ ซึ่งนางเอกก็ยินดีที่มีคนมาช่วยทำงานหนักๆ ช่วย
ตักน้ำผ่าฟืนแทน เพราะพระเอกไม่เคยแก้ข่าว ทุกคนเลยเข้าใจว่านางเป็นคนรักของพระเอก เป็นอาจารย์หญิงของพวกตน แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ สายตาที่มองนางเอกก็เปลี่ยนไปทันที  55....

นางเอกก็ทำอาหารปลูกผักเลี้ยงไก่ไป พระเอกก็คอยจับตาดูว่าเมื่อไรนางจะใช้พลังปีศาจหรือเสน่ห์ของจิ้งจอกมายั่วยวนใครรึเปล่า แต่ดูไปดูมาดันหลงเสน่ห์เขาเองซะงั้น
เลยต้องหาข้ออ้างไล่ลูกศิษย์ที่มาช่วยงานไปให้พ้นๆ แล้วตัวเองก็เนียนมาทำแทน ชอบเขาแล้วแต่ไม่รู้ตัว...
จนหลังๆ ลูกศิษย์คนรองที่้เจ้าเล่ห์ฉลาดๆ เริ่มจับทางได้ เวลามีอะไรเลยชอบเอาชื่อนางเอกมาอ้าง เพราะรู้ว่าพระเอกต้องยอมไม่ปฏิเสธ ...

แต่ก่อนหน้านั้นทำกับเขาไว้เยอะไง ทั้งขู่ ทั้งบังคับให้เขาลงนามสัญญาทาส ชอบหาว่าเขาเป็นปีศาจบ้าง จนเขาไม่ชอบหน้าไม่อยากคุยด้วย ยิ่งพอมารู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองเข้าใจผิดหมด ทีนี้แหละหงอเลย ไม่กล้าสู้หน้า แต่พอมีโอกาสจะกู้หน้าแล้วก็ดันทำพังอีกเพราะจีบผู้หญิงไม่เป็น สุดท้ายเลยต้องให้ลูกศิษย์คนโตมาชี้แนะถึงได้เบิกเนตร ถึงได้เก็ตว่าต้องทำยังไง
จากนั้นพี่ก็ตามตื๊อ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ด้านได้อายอด จนนางเอกใจอ่อนเพราะจริงๆ ก็แอบรู้สึกดีกับพระเอกอยู่เหมือนกัน และก็ชอบชีวิตสงบๆ เรียบง่ายที่นี่ด้วย
พอใจตรงกันพระเอกก็อยากจะรีบจัดงานแต่งเร็วๆ อยากรีบกินคนงาม เพราะเก็บกดมานานยังเวอร์จิ้นอยู่ ตบะใกล้แตกเต็มทีแล้ว ข้างนอกเคร่งขรึมเย็นชาแต่ข้างในนี่ไฟลุกแว้ววนะจ๊ะ....

ป.ล. อ่านจบแล้วส่วนตัวชอบ 2 เรื่องนี้ที่สุดในเซ็ตเลย มีความรู้สึกว่าถ้าเอาไปเขียนต่อเป็นเรื่องยาวได้ก็คงจะดี เราว่ามันไปได้อีกนะ ปมมันยังขยายได้อีกอะ พล็อตโอเคเลย เรียบง่ายแต่ก็สนุก นิสัยของตัวละครแต่ละคนก็น่าสนใจ มีคาแรคเตอร์ ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่อ่านจบแล้วก็ลืม นอกจากคู่พระ-นาง เราก็ยังชอบคู่อื่นๆ ที่อยู่ในเรื่องด้วย(ชอบทุกคู่อะ) โดยเฉพาะคู่ของอาวุธวิเศษในเรื่องท่านเซียนอย่ามาหลอก มาแรงมากก ทั้งแรงทั้งตรง...จนต้องร้องอือหืออๆ แบบด้วยความที่ร่างจริงเป็นอาวุธ เป็นสิ่งของ ไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ เวลาอยากได้อะไรก็จะพูดตรงๆ ไม่อ้อม เช่น "ข้าอยากเสียบเจ้า.....-_-“  ไม่ใช่ใช้กระบี่เสียบแต่เป็นอันนี้...ชี้ไปที่ตรงกลางหว่างขา 55 ...หื่นทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเลยเรื่องนี้...
(หื่นทั้งคู่หลักคู่รองเลย 2 เรื่องสุดท้ายนี้ ส่วน nc ก็แซบที่สุดสมกับเป็นงานท่านโม่เหยียนและ 55)

 

📍ท่านเซียนอย่ามาหลอก ➡️ https://s.shopee.co.th/3LIz5iyxq0


📍ปีศาจจิ้งจอกอย่ามาลวง ➡️ https://s.shopee.co.th/9fD2dQdqNN




วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

จูเหยียน ลำนำกระดูกหยก 3 เล่มจบ

จูเหยียน ลำนำกระดูกหยก 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ชางเยวี่ย 
ผู้แปล : กอหญ้า
ปก : Rong Jing
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

จะกล่าวถึงดินแดนอวิ๋นฮวงซึ่งถูกชาวเผ่าคงซางพิชิตได้เมื่อ 7000 ปีก่อน และทำให้เผ่าสมุทร(มนุษย์เงือก) ต้องกลายมาเป็นทาสที่สามารถซื้อขายได้และถูกปฏิบัติไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง ส่วนเผ่าชางหลิว(เผ่าน้ำแข็ง) ก็ถูกขับไล่ออกจากดินแดน กลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อนต้องระหกระเหินอยู่ในทะเลไม่มีแผ่นดินให้กลับ ..ทว่าเมื่อ 7000 ปีผ่านไปก็ปรากฏคำทำนายใหม่จากฟากฟ้าว่าในอีก 70 ปีข้างหน้าคงซางจะล่มสลาย โลหิตจะไหลนองเป็นสายน้ำ
เจ้าสมุทรจะกลับมา และหายนะครั้งใหญ่จะมาเยือน...

นางเอก จูเหยียน บุตรสาวของฟานหวังผู้ปกครองเผ่าชื่อ ซึ่งเป็น ใน เผ่าที่อยู่ใต้อาณัติของตี้จวินเผ่าคงซางแห่งอวิ๋นฮวง นางเอกเป็นคนนิสัยใจร้อน มุทะลุ ทำอะไรไม่ค่อยคิด มักเอาความรู้สึกอารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะถูกเลี้ยงดูสปอยล์ตามใจมาตั้งแต่เด็ก
ตอนอายุ ขวบ หลังจากที่ได้เห็นพระเอกสำแดงวิชาอาคมในตอนที่ขึ้นเขาไปอารามกับพ่อ นางเอกก็ร้องขอที่บ้านให้ส่งตนเองไปร่ำเรียนวิชาที่อารามเทพจิ่วอี๋กับเขาด้วย
ทว่าอารามเทพไม่รับศิษย์ที่เป็นสตรี นางเอกเลยต้องกลายเป็นศิษย์ที่ไม่จารึกนามของพระเอก สืออิ่ง ที่
มีนิสัยเงียบขรึมเย็นชา คร่ำครึ ไม่สนใจสิ่งใด โตมาอย่างโดดเดี่ยวและมีเพียง ฉงหมิง สัตว์เทพคู่กายเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง

สองศิษย์-อาจารย์ใช้ชีวิตฝึกฝนวิชาอยู่ในถ้ำด้วยกัน นางเอกเป็นคนหัวไวเรียนรู้เร็วแต่ติดขี้เกียจ ทว่าหากตั้งใจจริงก็ทำได้หมด ระดับฝีมือและพลังไม่ด้อยไปกว่าพระเอกผู้เป็นอาจารย์เลย คนที่นางกลัวที่สุดนอกจากพ่อตัวเองแล้วก็พระเอกนี่แหละที่นางไม่กล้าหือ (แต่ถ้าโมโหมากๆ จนคลุ้มคลั่งก็อีกเรื่องหนึ่งนะ ..หึหึ
พออายุครบ 13 กลายเป็นสตรีเต็มตัว นางเอกก็ถูกส่งลงจากเขา
แต่ระหว่างนั้นนางก็ยังคอยส่งจดหมายพยายามติดต่อไปหาพระเอก ทว่ารอแล้วรอเล่าพระเอกก็ไม่เคยมาหา หรือแม้แต่จดหมายสักฉบับก็ไม่เคยตอบกลับมาเลย
กระทั่งผ่านไป 
ปีเมื่อนางเอกถูกส่งตัวไปแต่งงานและกำลังวางแผนหนี คนที่ข่าวคราวเงียบหายไปนานหลายปี ก็กลับมาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้านางซะอย่างนั้น...

หลังจากที่งานแต่งล่ม นางเอกก็ถูกส่งตัวกลับบ้าน (ด้วยความไม่เต็มใจ) ส่วนพระเอกก็แยกไปทำภารกิจต่อ แล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้มาเจอกันใหม่อีกครั้งที่เมืองเยี่ยเฉิง
นางเอกติดตามพ่อมาเที่ยวเล่น แต่ความจริงคือกำลังแอบตามหาใครบางคนอยู่ แล้วก็บังเอิญได้เจอกับมนุษย์เงือกสองแม่ลูกที่เคยช่วยเอาไว้ในตอนที่กำลังหนีงานแต่ง (น่าสงสารมาก อ่านแล้วจะร้อง
T^T) แม่เงือกอาการร่อแร่เต็มที นางเอกจึงรับปากว่าจะดูแลปกป้องลูกเงือกให้ แม่เงือกถึงได้จากไปอย่างสงบ...
ส่วนพระเอกก็กำลังไล่ตามสืบหาร่องรอยสายเลือดของเจ้าสมุทรตามคำทำนายจนมาถึงที่นี่ 
ยอมสังหารผิด สังหารเงือกทุกตนยังดีกว่าปล่อยให้คนผู้นั้นหลุดรอดไปได้ แล้วคนที่พี่ตามหาก็ดันไปตรงกับมนุษย์เงือกที่นางเอกเคยชอบพอดีอีกนะเออ...(เห็นแววดราม่ามาแต่ไกล)

นางเอกแอบชอบ ยวน มนุษย์เงือกที่เคยเป็นทาสอยู่ในจวนตัวเองมาตั้งแต่เด็ก แต่เขากลับไม่ได้ชอบนาง เห็นนางเป็นเพียงลูกหลานคนหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายเพราะการทำอะไรโดยไม่คิดและนิสัยเด็กน้อยของนาง จึงทำให้ยวนถูกขับไล่ออกจากจวนไป
ถึงจะผ่านมา ปีแล้วก็ไม่เคยเลิกคิดตามหาข่าวคราวของอีกฝ่าย แต่คาดไม่ถึงว่าพอได้พบหน้ากันอีกที มนุษย์เงือกที่อบอุ่นอ่อนโยน ที่เคยเข้าอกเข้าใจและปลอบโยนนางมาตั้งแต่เล็กจนโต ในวันนี้จะกลายเป็นผู้นำของกองกำลังกู้แคว้นที่เป็นภัยต่อชาวคงซาง และเป็นที่ผู้อาจารย์ของนางหมายหัวต้องการเอาชีวิตไปเสียแล้ว....

เรื่องราวความรักความดราม่าระหว่างศิษย์-อาจารย์
แนวแฟนตาซีเทพเซียน มาร ปีศาจ มีเรื่องวิชาคาถาอาคม เนื้อเรื่องเข้มข้น เดินเรื่องไว ปมดี
สนุกอยู่นะ ทั้งเรื่องรัก เรื่องสงครามการเมือง และสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ รวมถึงการกดขี่ข่มเหงของผู้ชนะที่มีต่อฝั่งที่พ่ายแพ้ อ่านแล้วโคตรหดหู่ ตัวละครไม่ได้ดีหมดจด บางมุมก็ออกเทาๆ เพราะทุกคนต่างก็ทำเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ตัวเอง...

เงือกในเรื่องนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาว (1000 ปี) เป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม แต่น่าเสียดายที่กลับอ่อนแอ หัวอ่อน และเชื่อคนง่าย พอแพ้สงครามก็ถูกจับมาเป็นทาส กลายเป็นของเล่นของชนชั้นสูง คนมีเงิน ไม่ก็เป็นคณิกาอยู่ในหอนางโลม ถูกปฏิบัติราวกับสัตว์เลี้ยง มีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น ...เมื่อคำทำนายปรากฏ พวกเขาจึงออกตามหาเจ้าสมุทร พร้อมความหวังที่จะกอบกู้แคว้นขึ้นมาใหม่ เพื่อปลดปล่อยเงือกทุกตัวจากความเป็นทาส...
แต่แน่นอนว่าผู้ที่รู้คำทำนาย
หรือพระเอก ซึ่งเป็นชาวคงซางมีหรือจะยอมให้มันเป็นไปตามนั้น ด้วยฐานะและหน้าที่ พระเอกจึงไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยให้คำทำนายเกิดขึ้นได้ แม้นางเอกจะขอร้องและขัดขวางอย่างไรพี่ก็ไม่สน  เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก  ต่อให้คนที่ต้องสังหารจะเป็นเงือกที่นางเอกชอบ พี่ก็ไม่เปลี่ยนใจ...

ความจริงในตอนที่การแต่งงานครั้งแรกถูกยกเลิก พระเอกเคยถามนางเอกว่าอยากแต่งกับคนแบบไหน นางเอกก็ตอบไปว่าคนแบบอาจารย์ พระเอกเลยดีใจนึกว่านางเอกคงชอบตัวเองเหมือนกัน จึงคิดจะเลิกออกบวชแล้วหันกลับเข้าสู่ธุลีแดง แม้จะต้องเผชิญกับโทษทัณฑ์สวรรค์อันแสนเจ็บปวดก็ตาม... แต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่ได้ต่อสู้กับมนุษย์เงือกตนนั้น พระเอกถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วคนที่นางเอกชอบไม่ใช่ตน คำพูดในวันนั้นก็เป็นเพียงการพูดส่งๆ เพื่อเอาตัวรอดไปเท่านั้นเอง...

จนมาถึงวันที่พระเอกเดินหน้ากวาดล้างกองกำลังกู้แคว้นครั้งใหญ่ เงือกน้อยที่อยู่ในจวนนางเอกก็เกิดป่วยพอดี นางเอกเลยต้องแบกเงือกน้อยใส่หลังเพื่อพาไปหาหมอ
แม้รู้ว่าอันตรายแต่ก็ต้องทำ ...
 ขณะที่ปะทะกัน นางเอกบังเอิญได้เห็นพวกทหารฝั่งตนกำลังจะตัดคอเงือกหนุ่มที่ยังไม่ตายเพื่อเอาลูกตาไปขายเป็นไข่มุก นี่จึงทำให้นางไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป ในที่สุดก็ต้องก้าวเท้าเข้าสู่สงครามนี้อย่างช่วยไม่ได้ และเป็นจุดหักเหครั้งใหญ่ที่ทำให้นางต้องคลาดกับเงือกน้อยไปทั้งชีวิต...

นางเอกใช้อาคมอำพรางกายพามนุษย์เงือกหลบหนี แต่ในด่านสุดท้ายกลับเจออาคมของตัวเองสะท้อนกลับจนบาดเจ็บหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด และทำให้ยวนตัดสินใจย้อนกลับมาช่วย จนทำให้ติดกับพระเอกและถูกฆ่า.....พอเห็นอีกฝ่ายถูกฆ่า นางเอกก็โกรธจัดจนเลอะเลือน ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ และลงมือต่อสู้กับพระเอกอย่างเอาเป็นเอาตาย
แม้ความจริงพระเอกจะหลบได้ แต่กลับเลือกปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามคำทำนาย 
ที่บอกว่าพระเอกจะจบชีวิตลงด้วยน้ำมือสตรี และห้ามก้าวออกจากหุบเขาก่อนอายุครบ 18 หากเจอสตรีต้องฆ่าทิ้ง แต่พระเอกกลับตัดใจฆ่านางเอกไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องตายด้วยน้ำมือของนางเอกจริงๆ

เมื่อทุกอย่างสิ้นสุด หัวใจของนางเอกก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเหมือนถูกฉีกกระชาก
ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด...
 ต่อจากนั้นอาจารย์พระเอกก็มาและบอกวิธีช่วยให้พระเอกฟื้นคืน โดยขอแลกกับการที่นางเอกต้องหายออกไปจากชีวิตพระเอกชั่วชีวิต...

ถ้าใครอ่านเรื่องนี้ อาจจะขมวดคิ้วและมีความรู้สึกอยากหยุมหัวนางเอกแน่ๆ
ส่วนพระเอกก็ออกแนวคร่ำครึและมั่นใจในตัวเองมากไปหน่อย ยึดติดกับไอ้คำทำนายนี้มากเหลือเกิน ส่วนนางเอกก็ใจร้อน แม้หลังจากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ มาก็ดูเหมือนจะสงบเสงี่ยมและโตขึ้น ดูพยายามไม่เอาแต่ใจ เริ่มคิดเพื่อส่วนรวมมากขึ้น ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้ชอบตามคำสั่งของพ่อแม่ หรือแม้แต่ในตอนที่พระเอกมาหาเพื่อถามความจริง อิน้องนางก็ยังหักใจปฏิเสธได้ ก็เหมือนจะดีขึ้น..แต่ๆๆ ทว่าในวินาทีที่อิน้องนางได้รู้ว่าพระเอกเลือกชายารัชทายาทแล้วเท่านั้นแหละจ้า...  นิสัยเดิมๆ ก็กลับมาทันที 55 สุดท้ายก็ยังทำอะไรไม่คิดเหมือนเดิม

เห็นดราม่าเข้มข้นแบบนี้แต่จบดีนะ  เพียงแต่อ่านจบแล้วอาจจะรู้สึกเหมือนยังไม่จบจริง ส่วนตัวรู้สึกว่ามันยังมีอีกหลายปมที่ต้องไปตามกันต่อ ยังเฉลยไม่หมดอะ
ไม่ว่าจะเป็นคำทำนาย
 หรือเรื่องการต่อสู้ของสามชนเผ่าที่มีต่อกันมาอย่างยาวนานนั่นด้วย
เพราะนอกจากเผ่าสมุทรแล้ว ในท้ายๆ เรื่องจะมีบุคคลปริศนาที่มาจากเผ่าอื่นโผล่มาอีก
และทำให้เรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นภายในแคว้นก่อนหน้าดูเบาลงไปทันที เพราะคนที่มานี้ฝีมือสูงส่งมาก แถมยังลึกลับไม่ธรรมดา มีความรู้เรื่องวิศวกรรมการสร้างสิ่งที่คล้ายกับเครื่องบิน เรือดำน้ำ พวกเครื่องมือที่จะทำให้สามารถบุกยึดทั้งบนบน ในน้ำ และบนฟ้าได้อะ (คือแอบสงสัยว่าเขาทะลุมิติมาจากยุคปัจจุบันหรือเปล่านะ)...

เห็นสนพ.บอกไว้ตรงคำนำว่าอันนี้เป็นปฐมบทที่มีมาก่อนนิยายสเกลใหญ่ ภาคจบชุด
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า 
ภาคที่ว่านี่หมายถึง เรื่องหรือเปล่านะ แต่อ่านเรื่องนี้จบก็ยิ่งอยากรู้เรื่องของภาคอื่นๆ เข้าไปอีก โดยเฉพาะเรื่องของน้องเงือก ซูหมัว ในกระจกสองนครา (ไม่รู้สนพ.จะเอามามั้ย ><)  นี่ก็ชะตาอาภัพเหลือเกิน ชีวิตมืดมนถูกคนทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก
ถูกยัดเยียดให้เป็นในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากเป็น ชีวิตแทบไม่เคยมีความสุขเลย แล้วยังถูกทำให้เข้าใจผิดต้องคลาดกับนางเอกไปจนวาระสุดท้ายอีก คาใจมากกก คืออยากรู้ว่าสุดท้ายน้องจะรู้ไหมว่านั่นนางเอกไม่ได้ทำ และใดๆ คือเราอยากเห็นตัวละครนี้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจริงๆ สักที ....
อ่านแล้วสงสารเผ่าสมุทรมากก ถึงจะรู้ว่านี่เป็นสงครามแต่ก็ยังอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้อยู่ดี อยากให้เขาได้รับอิสระหรือมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าตรงจุดนี้แม้แต่ตัวพระ-นางก็ยังไม่อาจเปลี่ยนหรือคิดจะเปลี่ยนเลย(รึเปล่า?) หรือพยายามแล้วแต่ยังทำไม่ได้ไม่สำเร็จ เพราะอ่านถึงตอนพิเศษของน้องเงือกผ่านไป 70 ปีแล้ว เป็นทาสยังไงก็ยังเป็นอยู่แบบนั้นไม่เปลี่ยนไปเลย... T^T

ป.ล. นางเอกก็มีข้อดีเหมือนกันนะ (ใช่ว่าจะใจร้อนอย่างเดียว 55) 
คือเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ปากร้ายแต่ใจดี ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สู้สุดใจ อย่างตอนที่เสี่ยงตายแบกน้องเงือกไปรักษา ตอนที่ยื่นมือช่วยเผ่าสมุทรให้หลบหนี ตอนที่พระเอกเจอคนลอบโจมตีนางก็ไม่ทิ้ง เกิดภัยอันตรายอะไรก็ไม่เคยหนีเอาตัวรอดคนเดียว ก็โอเคอยู่นา...


📍จูเหยียน ลำนำกระดูกหยก 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3LIz5bAvV3




วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

Social Outcast เมื่อผมตกหลุมรักคนที่เกลียดขี้หน้า

 

Social Outcast เมื่อผมตกหลุมรักคนที่เกลียดขี้หน้า (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : ข่าปี่ชิว (卡比丘)
ผู้แปล : G.N Voyager
วาดปก : 
Kanapy
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก ฟางเจามู่ นักศึกษาจีนที่ได้บินมาแลกเปลี่ยนที่มหาลัยแห่งหนึ่งในเมือง T
ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคนเฟรนลี่คุยเก่ง เข้ากับคนง่าย ตอนอยู่ที่จีนก็เข้ากับเพื่อนได้ไม่มีปัญหา 
ครอบครัวก็อบอุ่นเติบโตมาด้วยความรัก ชีวิตราบรื่นมีความสุขดี ...
พอมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนก็นึกว่าจะได้เจอเพื่อนดีๆ เหมือนที่ผ่านมา แต่กลายเป็นว่าเพื่อนที่นี่กลับมีท่าทีเย็นชาเหมือนไม่อยากคบหาตนซะอย่างนั้น แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่นายเอกก็รับรู้ได้ จึงถอยออกมาและไม่ยุ่งกับใคร ทว่าก็ไม่วายโดนเหน็บโดนแซะและถูกหาเรื่อง...จากคนที่เคยคุยเก่งร่าเริงก็เปลี่ยนกลายเป็นคนพูดน้อยไม่สุงสิงกับใคร แต่ละวันผ่านไปอย่างน่าอึดอัดและเดียวดาย ด้วยความเหงาอยากหาคนคุยด้วย นายเอกเลยไปสมัครแอปหาคู่ แล้วก็บังเอิญไปแมตช์กับพระเอกเข้าพอดี

พระเอก ซ่งหย่วนสวิน หนุ่มหล่อบ้านรวย พูดน้อย มีแต่คนล้อมรอบอยากประจบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่านายเอกได้โควตามาแลกเปลี่ยนด้วยวิธีการที่ไม่ชอบ บวกกับท่าทางตุ้งติ้งเหมือนเกย์ พระเอกจึงไม่ชอบนายเอกและมีท่าทีเย็นชาไม่สนใจ เพียงแค่ประโยคเดียวที่พูดโดยไม่คิด ก็ทำให้คนรอบข้างพลอยไม่ชอบและตีตัวออกหากไม่พูดคุยกับนายเอกแล้ว นายเอกเลยไม่ชอบพระเอกเหมือนกัน เพราะไอ้ท่าทางเย็นชาและคำพูดประโยคเดียวประโยคนั้นของพระเอกนั่นแหละ จึงทำให้นายเอกไม่มีเพื่อนและถูกบูลลี่โดยไม่ตั้งใจ...

ความจริงพระเอกถูกเพื่อนแกล้งเอามือถือไปติดตั้งแล้วสมัครเข้าแอปหาคู่ ทั้งยังปลอมชื่อ ปลอมอายุและอาชีพให้พี่แกเสร็จสรรพ แล้วแอปเจ้ากรรมก็ดันไปจับคู่พี่แกกับนายเอกที่เรียนอยู่มหาลัยเดียวกันเข้าพอดี ซึ่งพอได้ยินข้อความเสียงที่อีกฝ่ายส่งมา พระเอกก็รู้แล้วว่ากำลังคุยกับใครอยู่(แต่นายเอกไม่รู้) เลยคิดจะลบแอปทิ้ง เพราะไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับนายเอกอยู่แล้ว พอเพื่อนพระเอกรู้เลยขอ login เข้าไปเล่นกับนายเอกแทน พระเอกบังเอิญไปได้ยินตอนเขาคุยกัน ก็เลยรีบเข้าไปเบียดเพื่อนออกแล้วเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ ต่อจากนั้นก็กลับมาคุยกับนายเอกเอง...

หลังจากที่ได้คุยกัน พระเอกก็เริ่มเปลี่ยนมุมมองและปฏิบัติกับนายเอกดีขึ้น เริ่มอ่อนโยน เริ่มขอเนียนไปส่ง หรือหาข้ออ้างไปหานายเอกเพื่ออวยพรวันเกิด แต่นายเอกกลับไม่ได้สนใจตัวตนพระเอกในชีวิตจริงที่อยู่ตรงหน้านี้เลย คิดถึงแต่ Andrew คนที่อยู่ในแอปเท่านั้น ส่วนพระเอกนับวันก็เริ่มอยากหอม อยากกอด อยากครอบครองนายเอกมากขึ้น พูดง่ายๆ คือชอบเขาแล้ว แต่น่าเสียดายเพราะท่าทีที่นายเอกมีต่อพระเอกในชีวิตจริงนั้นมันช่างแตกต่างกับท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมขี้เล่นที่มีให้ในโลกออนไลน์เหลือเกิน เพราะในชีวิตจริงเมื่อใดก็ตามที่นายเอกได้เจอหน้าหรือเห็นพระเอก รอยยิ้มก็จะหดหายและกลายเป็นคนนิ่งเงียบขึ้นมาทันที พอเป็นแบบนี้พระเอกก็ยิ่งกลัวไม่กล้านัดเจอ และไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองคือใคร

แต่มาวันหนึ่งพระเอกก็ตัดสินใจนัดเจอและเปิดเผยความจริง... ตอนแรกก็นัวเนียกอดจูบกันอยู่ดีๆ ไม่ได้เปิดไฟยังไม่เห็นกัน แต่พอเปิดไฟปุ๊บเท่านั้นแหละ...นายเอกคือช็อกมาก รีบเดินเข้าห้องน้ำไปอ้วกออกทันที จากนั้นก็อาบน้ำขัดถูร่างกายจนตัวแดง เสร็จแล้วก็ไม่พูดไม่จาแต่รีบเก็บข้าวของกลับไปเลย พอกลับมาถึงมหา'ลัยก็หลบหน้าบล็อกเบอร์ พยายามไม่ใช้มือถือ เปลี่ยนไปใช้อีเมลแทน ส่วนพระเอกก็พยายามตามตื๊อตามง้อขอไปส่ง อะไรที่เคยคุยไว้กับนายเอกก่อนหน้านี้ว่าจะทำให้ก็ไม่เคยลืม พอมีโอกาสก็พานายเอกไปทำเลย ...ส่วนอิเพื่อนรอบตัวพระเอก พอเห็นพระเอกเริ่มดีกับนายเอกก็เปลี่ยนสี หันกลับมาสนใจและทำดีกับเขาทันทีเลยจ้า เหอๆ

อ่านจบแล้วก็โอเคนะ อ่านเพลินดี แต่ด้วยความที่เป็นเล่มเดียวจบและเล่มบาง(มาก) เลยรู้สึกว่ามันยังไม่สุดเท่าไร เนื้อเรื่องเดินไว บางจุดก็ดูง่ายไปหน่อย ยังไม่หนำใจเลยอ้าวจบและ

ป.ล. nc พอมีให้แซบอยู่ ไม่ถึงขนาดตัดเข้าโคมนะจ๊ะ ..อิอิ


📍Social Outcast เมื่อผมตกหลุมรักคนที่เกลียดขี้หน้า ➡️ https://s.shopee.co.th/3qFFhAJ3bW




วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

Dear Mr. MOF หวานละมุนคุณที่รัก

 

Dear Mr. MOF หวานละมุนคุณที่รัก (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : ซูอี้
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก จางซูอี้ สาวชาวจีนที่เรียนจบเอกภาษาญี่ปุ่นแต่กลับค้นพบว่าตนรักในการทำขนมหวาน จึงตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนเป็นเชฟทำขนมหวานที่ประเทศฝรั่งเศส และด้วยอานุภาพของความรักที่มีต่อมิสเตอร์เอ็มโอเอฟ หรือเชฟขนมตาสีฟ้าสุดหล่อชาวฝรั่งเศสที่มีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะการแข่งขันรายการ MOF หรือ Meilleur Ouvrier de France จากเดิมที่ว่าจะอยู่แค่ 9 เดือน เรียนจบแล้วกลับบ้านเกิด เธอก็ไปสมัครเป็นผู้ช่วยเชฟและพยายามหาทางอยู่ต่อเพื่อจีบเขา ถึงแม้จะต้องเผชิญความต่างทางเชื้อชาติ หรือความยากของภาษาและวัฒนธรรม แต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับซูอี้แม้แต่น้อยที่จะทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

เป็นแนวความรักผสมการทำขนม หวานละมุนทั้งเรื่องอาหารและความรัก นางเอกไม่ได้จีบตรงๆ แบบขอเบอร์แล้วโทรหาหรือส่งข้อความไปให้ แต่อาศัยการเป็นผู้ช่วยสอนค่อยๆ แทรกซึมเข้าไป คอยดูแลเอาใจใส่ และหมั่นโผล่หน้าไปให้พระเอกคุ้นชิน พอถึงคราวที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเชฟ เธอก็จะไปเตรียมของไว้ก่อน ใส่ใจคอยสังเกตพระเอกเป็นพิเศษหรืออยู่ทำโอทีด้วย ทั้งยังมาถึงก่อนเวลาไม่เคยสาย ซึ่งต่างจากใครหลายๆ คน เพราะนอกจากจะมีเรื่องขนมเป็นแรงจูงใจ เธอก็ยังมีพระเอกเป็นแรงผลักดันอีกด้วยยังไงล่ะ..อิอิ  

จนพระเอกประทับใจค่อยๆ รู้สึกดีด้วย คุ้นเคยกับการมีอยู่ของเธอ จนบางทีก็เผลอเรียกชื่อผิด (เรียกชื่อนางเอกออกมา แต่ตอนนั้นสอนกับผู้ช่วยคนอื่นอยู่) จากที่ไม่เคยสนใจใครหรืออะไรนอกจากการทำขนม พี่ก็เริ่มจำชื่อของนางเอกได้(คนเดียว)
เริ่มอ่อนโยนคุยเก่ง(กับนางเอก) ไม่เย่อหยิ่งเย็นชาหรือดุเหมือนเวลาอยู่กับคนอื่นๆ หากวันไหนนางเอกมาสายก็ไม่ดุไม่ว่า แต่จะคอยเป็นห่วงกังวลแทน ห่วงว่านางเอกอาจจะเป็นอะไรหรือเกิดเหตุอะไรขึ้นรึเปล่า...อาการออกชัดมาก แบบคนรอบข้างก็ดูออกแต่พระเอกกลับไม่ทำให้สถานะมันชัดเจนสักที

มีดราม่านิดนึงงง คือพอมีคนเห็นพระเอกดีกับนางเอกก็อิจฉา เลยเอาเรื่องนางเอกไปพูดเสียๆ หายๆ ใส่ไฟกับเชฟอีกคน ทำให้นางเอกถูกเชฟคนนั้นต่อว่าและปฏิบัติด้วยไม่ค่อยดี แต่นางเอกก็ใจเย็นสู้ ชี้แจงอธิบายเหตุผลจนเชฟคนนั้นอึ้ง (อย่าคิดว่าจะรังแกกันได้ง่ายๆ นะ พอถึงคราวต้องสู้นางเอกก็สู้นะบอกเลย) แล้วก็มีเรื่องที่วีซ่ากำลังจะหมด นางเอกอยากอยู่ต่อ แต่คนที่ต้องเซ็นให้ก็ดันไม่เซ็นให้สักกะที แถมพระเอกที่ดูเหมือนจะชอบเธอเช่นกันก็ยังไม่ชัดเจนอีก จนวันหนึ่งด้วยความที่อะไรๆ มันถาโถมเข้ามาเยอะเหลือเกิน นางเอกเลยตัดสินใจสารภาพความรู้สึกออกไป...

เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมือนนิยาย แต่เหมือนกำลังอ่านไดอารี่หรือบันทึกชีวิตประจำวันของนางเอกมากกว่า อ่านง่าย เนื้อเรื่องฟีลกู้ด บางตอนอ่านแล้วก็ตลกกับความคิดนางเอก (เปรียบตัวเองเป็นห้องน้ำ ถ้าพระเอกชักช้าไม่ใช้ แล้วคนอื่นมาใช้ก่อนระวังจะเสียดายนะ 55) นางเอกเป็นลูกคนเล็กของบ้าน ที่บ้านห่วงแต่ไม่หวง ยินดีปล่อยให้ลูกไปทำตามฝันค้นหาเส้นทางชีวิตของตนเอง แม้สุดท้ายลูกจะตัดสินใจอยู่ต่อเพราะมีคนที่รักที่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย ต่อให้ในใจจะห่วงหามากขนาดไหนแต่ก็ยังพร้อมสนับสนุน เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมาก... จริงๆ มีบทไม่เยอะนะ แต่แค่สั้นๆ ก็ทำให้เราได้เห็นถึงความรักความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อลูก พี่มีต่อน้องได้แล้วอะ...

ส่วนพระเอกเวลาอยู่กับนางเอกก็เหมือนเด็กน้อยอายุ 3 ขวบมากกว่าผู้ใหญ่ 55 เปลี่ยนไปเป็นคนเอาแต่ใจ ขี้งอน แถมยังขี้หึงมาก แบบว่ามากกกกกกกจริงๆ เช่น...
1 เห็นนางเอกคุยกับหนุ่มเอเชียคนไหน พี่ก็คิดว่าเขาเป็นแฟนนางเอกหมด
2 นางเอกเรียกเพื่อนผู้ชายว่าพี่(แล้วตามด้วยชื่อ) พระเอกก็หึง ทำไมถึงเรียกว่าพี่ล่ะ เป็นพี่น้องกันเหรอ แล้วทำไมกับผมคุณถึงเรียกว่า เชฟ ..(แบบอยากให้เรียกหวานๆ อะ) (-_-“)
3 ถ้ากลับก่อนโดยไม่ได้บอกลาพี่ก็น้อยใจ พอวันถัดไปก็ต้องให้นางเอกพูดบอกลาสองรอบด้วยนะจ๊ะ (ชดเชย) ....
4 นางเอกเอาไอติมที่พี่ทำ(จนล้นตู้) ไปให้คนอื่นกินก็ไม่ได้ จะชายหรือหญิงก็ห้าม เพราะผมทำให้คุณกินคนเดียวเท่านั้น 55....ยังมีอีกเยอะต้องลองไปอ่าน เล่มเดียวจบบางๆ ย่อยง่าย อ่านแล้วต้องเผลอยิ้ม(กันบ้างแหละ) ...

ป.ล. อ่านจบแล้วสรุปก็ยังไม่รู้เลยว่าตกลงพระเอกชื่อจริงชื่ออะไร อายุจริงเท่าไร เรียกแต่มิสเตอร์เอ็มโอเอฟกันทั้งเรื่อง ส่วนเชฟคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน เรียกแต่ฉายา ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าชื่อจริงๆ ชื่ออะไร?

ป.ล. เพิ่งสังเกตเห็นว่านักเขียนก็ชื่อเดียวกับนางเอกของเรื่องด้วย 55 ..


📍Dear Mr. MOF หวานละมุนคุณที่รัก ➡️ https://s.shopee.co.th/7V8Y4AOtdP





วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เกิดใหม่เพื่อคืนฐานะเดิม 5 เล่มจบ


เกิดใหม่เพื่อคืนฐานะเดิม 5 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ขวงซั่งจยาขวง
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ฉยงเหนียงหรือชุยเจียงฉยง บุตรสาวพ่อค้าขนมที่ถูกแม่นมสกุลหลิ่วอุ้มผิดตัวไป
จึงทำให้นางกลายมาเป็นบุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลขุนนาง และถูกสกุลหลิ่วเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ เป็นสตรีที่อยู่ในกรอบจารีตประเพณี เคร่งครัดในขนบธรรมเนียม เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาและกิริยาวาจา ดังนั้นในชาติก่อนตอนที่เรื่องฐานะชาติกำเนิดเปิดเผย จึงไม่แปลกที่นางเอกซึ่งถูกสอนสั่งมาเช่นนั้นจะดูถูกและรังเกียจครอบครัวเดิมของตน ไม่ยอมกลับบ้านหรือไปมาหาสู่กับครอบครัวที่แท้จริง และตัดสินใจแต่งงานกับ ซั่งอวิ๋นเทียน บัณฑิตหนุ่มยากจนที่มาจากครอบครัวธรรมดาซึ่งมีฐานะไม่ดี  แต่ไม่ว่าจะลำบากเพียงใดนางก็ยังเพียรพยายามเป็นลูกสะใภ้และภรรยาที่ดี คอยให้การสนับสนุนช่วยเหลือสามีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ดูแลบ้าน แม้แต่คอยสร้างสายสัมพันธ์เพื่อปูทางสู่อนาคตในวันข้างหน้าให้เขา

ด้วยเหตุนี้นางเอกจึงจำเป็นต้องออกไปทำงานการกุศล และไปออกงานสังคมกับพวกฮูหยินสตรีชนชั้นสูงอยู่บ่อยๆ เพื่อสร้างเส้นสายให้กับสามีและหาเงินมาเลี้ยงดูคนในบ้าน จนเป็นเหตุให้นางไม่มีเวลาและต้องละเลยคนในครอบครัวไปโดยไม่ตั้งใจ จนทำให้ถูกลูกๆ หมางเมิน ถูกน้องสาวกับสามีของตนสวมเขา และสุดท้ายตนเองก็ถูกคนผลักตกน้ำจนตายอย่างอนาถ พอได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง นางจึงขอลาแล้วกับเส้นทางชีวิตลูกคุณหนูตระกูลขุนนางที่ต้องอยู่ในกรอบ ที่ชื่อเสียงและหน้าตาต้องมาก่อนอันดับหนึ่ง พอกันทีกับสามีห่วยๆ รวมถึงครอบครัวที่รักเพียงหน้าตาและให้ความสำคัญแต่เรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูล...

พระเอก ฉู่เสียหรือหลางอ๋อง อ๋องต่างแซ่ที่มีชื่อเสียงย่ำแย่ แต่พี่ก็ไม่แคร์ ไม่เคยเห็นหัวใคร นิสัยเอาแต่ใจหยิ่งยโสสุดๆ และเพื่อให้สมกับชื่อเสียงที่เขาขนานนามว่า อ๋องโฉด 
ดังนั้นเมื่อพี่แกเห็นนางเอกตกอับกลายเป็นลูกพ่อค้า สิ่งแรกที่ทำก็คือ...บีบบังคับให้คนเขามาทำงานเป็นแม่ครัวในจวนตัวเองด้วยเงินเดือน 5 เฉียน เหอๆ ...
ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายขับรถม้ามาชนพี่ชายนางเอกแท้ๆ แต่ก็ยังไปข่มขู่เก็บค่าซ่อมรถจากเขา เมื่อบวกกับชื่อเสียงอันเลื่องลือรวมถึงจุดจบในชาติที่แล้ว ก็ไม่แปลกที่นางเอกจะไม่ชอบ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย ...

แต่พระเอกก็ยังหลงคิดว่านางเอกมีใจ ทั้งๆ ที่ก็บอกแล้วว่าไม่ชอบ ไม่แต่ง ไม่ต้องมาสู่ขอ แต่พี่ก็ยังมโนนึกว่าเขาจะยินดีมาเป็นชายารองของตน...คิดว่าชาติกำเนิดแบบนางได้เป็นชายารองก็ดีถมเถ แต่สุดท้ายแม้แต้ชายาเอกนางเอกก็ยังไม่สน พี่ถึงได้เก็ทว่าที่ผ่านมาเขาปฏิเสธเราจริงๆ นี่หว่า...OMG!! โกรธมาก เหมือนถูกลากมาตบกลางสี่แยก เพราะนี่เป็นสตรีคนแรกที่พี่ชอบและตามจีบตามตื๊อ แต่พอจะให้เลิกชอบจริงๆ ก็ทำม่ายล่าย เพราะทันทีที่เขาเกิดเรื่องพี่ก็ใจอ่อนรีบมาหาอย่างไว...หึหึ

หลิ่วผิงชวนหรือชุยผิงเอ๋อร์ บุตรสาวสกุลหลิ่วตัวจริงที่ต้องกลายมาเป็นบุตรสาวพ่อค้า
นิสัยเห็นแก่ตัว มักใหญ่ใฝ่สูง ขี้อิจฉา อยากได้อยากมีแต่ความสามารถไม่ถึง(ก็ไปทางลัด) เจ้าคิดเจ้าแค้น ชาติก่อนก็โทษนางเอก ได้มาเกิดใหม่ก็ยังแค้นไม่เลิก คิดว่านางเอกคือต้นเหตุที่ทำให้ตนต้องไปเป็นบุตรสาวพ่อค้า ต้องตกระกำลำบากจนกลายเป็นนางบำเรอและไม่อาจมีลูกได้ พอกลับเข้าตระกูลเดิม แม้ต่อหน้าจะยังยิ้มแย้มทำเป็นเข้าหาอยากผูกมิตร แต่ลับหลังกลับลอบเป็นชู้กับสามีของนางเอกและพยายามตีสนิทลูกเขา พอความแตกนางเอกตาย นางกลับได้เป็นเพียงอนุไม่ใช่ภรรยาเอกอย่างที่หวัง สามีหมางเมิน แถมลูกนางเอกจากที่เคยชอบก็กลายเป็นเกลียดนาง ต้องกลายเป็นหญิงหม้ายทั้งๆ ที่สามียังมีชีวิต ...

พอได้กลับมาเกิดใหม่ นางเลยตั้งใจว่าจะแย่งทุกสิ่งที่เป็นของนางเอกมาเป็นของตัวเอง ทั้งความรักของคนในครอบครัวใหม่และเก่า ทั้งสามีในชาติที่แล้ว รวมไปถึงทุกสิ่งที่นางเอกเคยทำเคยสร้างเอาไว้ นางก็จะสวมรอยเอามาเป็นของตนให้หมด...
แต่ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้ชาติกำเนิดจะสูงส่งเพียงใด รู้มากกว่าเดิมแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่เปลี่ยนหรือปรับปรุงนิสัย ท้ายที่สุดก็ต้องพลาดพลั้งและเดินซ้ำรอยเดิมอยู่ดี ...
เพราะทุกเรื่องที่นางสรรหาทำ สุดท้ายก็ความแตกถูกจับได้หมด แค้นเขาจนไม่ลืมหูลืมตา แม้แต่ครอบครัวที่เลี้ยงดูมาก็ยังทำได้ลง ..ทำแต่เรื่องโง่ๆ ตอนแรกก็ดูเหมือนจะซูและได้เปรียบกว่า แต่ไปๆ มาๆ ก็สู้นางเอกไม่ได้คือเก่าอยู่ดี 

... ส่วนฝั่งพ่อแม่สกุลหลิ่วก็สนแต่หน้าตาตัวเองกับชื่อเสียงวงศ์ตระกูล บวกกับเจอนางร้ายยุเลยรีบส่งนางเอกกลับบ้านเดิมทันที แต่นางร้ายก็ยังไม่พอใจ ยังคิดจะตามไปแย่งชิงความรักความสนใจจากพ่อแม่ที่แท้จริงของนางเอกด้วย แต่คราวนี้นางเอกมีบทเรียนแล้ว ชาตินี้พอเสแสร้งมานางก็เสแสร้งกลับสิ แถมยังขยันช่วยพ่อแม่ทำงานและเอาใจใส่ครอบครัวเป็นอย่างดี จนฐานะทางบ้านค่อยๆ มั่นคงและดีขึ้น
ส่วนพี่ชายสกุลกลิ่ว หลิ่วเจียงจวี พอรู้ว่าน้องสาวถูกส่งกลับบ้านเดิมตอนที่ตัวเองไม่อยู่บ้าน
ก็ไม่พอใจ  พอนางร้ายหรือน้องสาวตัวจริงอยากจะย้ายไปอยู่ห้องเดิมของนางเอก อิพี่ก็ไม่ยอม ไปจัดการล็อกห้องไว้เลย พอรู้ว่านางเอกต้องไปเป็นแม่ครัวให้พระเอกเพราะเรื่องเงิน 
อิพี่ก็ไปหายืมตังค์มาไถ่ตัวให้ เป็นคนเดียวในบ้านสกุลหลิ่วที่รักและห่วงนางเอกจากใจจริง ..
ส่วนพ่อแม่หลิ่วก็ไม่ได้สนใจหรือรักนางเอกจริง แม้จะเลี้ยงดูมาถึง 15 ปีก็ตาม แต่พอเห็นเขาได้ดีเจริญรุ่งเรืองก็อยากให้กลับมา เพราะลูกที่แท้จริงหรือนางร้ายนั้นไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง 

เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่นางเอกไม่ได้กลับมาเกิดใหม่คนเดียว แต่ยังมีคนอื่นๆ อีกที่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ด้วย แถมอีกฝ่ายยังได้เปรียบตรงที่รู้เหตุการณ์ข้างหน้ามากกว่า และได้กลับมาเกิดก่อน แต่นางเอกก็ไม่ได้ซีเรียส ควรใช้ชีวิตอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ตั้งใจแล้วว่าชาตินี้จะขออยู่กับครอบครัวที่แท้จริง จะสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวใหม่ ก็ใช้ทักษะจากชาติก่อนบวกกับความสามารถที่มีอยู่แล้วมองหาช่องทางทำเงิน ต้องทำยังไงขนมธรรมดาจึงจะขายได้ราคาดี พอเริ่มมีเงินก็ชวนที่บ้านไปหาทำเลเปิดร้านขายอาหารเจ ...ก็อาศัยเรื่องที่รู้มาจากในชาติก่อนแหละ เลยรู้ว่าต้องไปขายหรือซื้อร้านทำเลตรงไหน แล้วพวกฮูหยินที่มากินชอบอาหารแบบใด เมื่อบวกกับฝีมือทำอาหารที่ติดตัวมาก็เลยยิ่งขายดิบขายดี ...

พอกิจการอันนี้เริ่มคงที่นางเอกก็ไปขายแป้งทาหน้า ทำกิจการขนส่งสินค้าทางเรือต่อ
หัวการค้าสุดๆ เพราะเดิมชาติก่อนก็หาตังค์เก่งอยู่แล้ว มาชาตินี้เลยยิ่งโคตรรุ่ง ผิดกับฝั่งตัวร้ายที่นอกจากเลียนแบบนางเอกแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลย ได้แต่เดินตามรอยเท้าของนางเอกในชาติที่แล้ว เช่นเอาแบบเสื้อผ้าที่เขาออกแบบมาตัดใส่ก่อน เอาบทกลอนที่เขาแต่งมาสวมรอยว่าแต่งเอง สรุปเอาแต่สิ่งที่นางเอกเคยทำแล้วปังมาลอกเลียนทำใหม่อีกครั้ง ไม่มีการคิดเพิ่มเติมแต่อย่างใด ต่างจากนางเอกที่คอยมองหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอด ไม่หยุดอยู่ที่เดิม 

พอเป็นแบบนี้เรื่องราวบางอย่างในชาติก่อนจึงค่อยๆ คลาดเคลื่อนและแตกต่างไปจากเดิม เช่นบางเรื่องที่ควรจะเกิดกับคนนี้ก็อาจไปเกิดกับคนนั้นแทน อย่างเรื่องทุจริตการสอบที่ชาติก่อนเคยเกิดกับพระเอกแต่ชาตินี้ความซวยก็ไปตกอยู่ที่รัชทายาทแทน หรือบางคนที่ต้องตายในชาติที่แล้ว แต่มาชาตินี้ก็อยู่รอดปลอดภัยมีชีวิตที่สุขสบาย แต่บางคนที่ชาติก่อนเคยสุขสบาย มาชาตินี้ก็กลับตกต่ำลงเรื่อยๆ หรือไม่ได้ตายดี และก็มีบางเรื่องที่เกิดเร็วกว่าชาติก่อนเพราะมีคนไปปั่นเร่งให้มันเกิดขึ้น ...

จะว่าไปพระ-นางเรื่องนี้ก็อยู่ของตัวเองดีๆ นะ พระเอกก็แค่อยากสร้างครอบครัวกับคนที่รักแล้วพากันกลับเจียงตง(บ้านเกิดพี่แก) ไม่ได้ทะเยอทะยานอยากเป็นฮ่องเต้หรือวางแผนคิดทำร้ายใครก่อนเลย แต่ด้วยความที่ฮ่องเต้รักมากกกก ลำเอียงเข้าข้างพี่แกสุดๆ ก็เลยทำให้พวกองค์ชายหวาดระแวงอยากจะกำจัด...คือถ้าฮ่องเต้ทำตัวปกติไม่ออกอาการขนาดนี้ ก็คงไม่มีใครสนใจอ๋องต่างแซ่ที่มาจากบ้านนอกอย่างพี่แกเท่าไรหรอก...
ทว่าเพราะความโปรดปรานและการเข้าข้างพระเอกที่มันมากจนเกินไป ก็ไม่แปลกที่จะทำให้คนระแวงคิดไปไกลและสงสัยมาถึงเรื่องชาติกำเนิดของพี่แก...ความจริงถ้าฮ่องเต้เรื่องนี้เป็นคนธรรมดาและมีพระเอกเป็นลูกคนเดียวก็คงจะดี (ถือว่าเป็นพ่อที่ดีมากเลยนะ) แต่พอมีฐานะเป็นฮ่องเต้แล้วรักพระเอกมากขนาดนี้ เราอ่านแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยโอเลย (แม้คนที่ได้รับความรักจะเป็นพระเอกก็ตาม) โคตรลำเอียง น่าสงสารลูกคนอื่นๆ เพียงเพราะไม่ได้เกิดจากสตรีที่พ่อรัก พ่อเลยไม่สนไม่แคร์เท่าไร สนใจ+ถามถึงแต่เรื่องของพระเอกก่อน
เราว่าไอ้เรื่องร้ายๆ ที่พระเอกต้องเจอหลักๆ มันก็มาจากตัวฮ่องเต้เองนี่แหละ..เหอๆ
(ถึงจะทำเรื่องไม่ดี แต่พอได้ยินว่าพ่อไม่ถามถึงไม่ห่วงตัวเองเลย แม้จะเป็นบุรุษที่โตแล้ว แต่ก็มีอารมณ์น้อยใจและหลั่งน้ำตาได้เหมือนกันนะ
T^T)

ผลงานของผู้เขียนเรื่องวาสนาคนเขลา ปมเยอะแต่พอเดาได้ ไม่ซับซ้อนเท่าไร(นะเราว่า)
นางเอกโคตรสู้ชีวิต ทำอาหาร+ทำ
การค้าเก่งเวอร์ ไหนจะมีคนสละโชคลาภวาสนาให้ แถมยังมีเซนส์เรื่องแฟชั่นเป็นผู้นำเทรนด์อีกด้วยนะจ๊ะ มองการณ์ไกล หยิบจับอะไรก็ต่อยอดเป็นเงินทองได้หมด ไม่ต้องง้อผู้ ไม่ต้องแต่งงานก็อยู่ได้จ้า อยู่แบบสวยๆ รวยๆ ให้คนอิจฉาเล่น แต่น่าเสียดายที่นางดันไปเข้าตาพระเอกหรือท่านอ๋องต่างแซ่ที่มีชื่อเสียงและวีรกรรมย่ำแย่เข้า จะหนีจะปฏิเสธเท่าไรพี่ก็ยังตามตื๊อตามติดไม่เลิก ทั้งเปย์ทั้งหยอด ความมั่นสูงมาก แต่พอได้เห็นความทุ่มเท 
การกระทำ และการปกป้องที่พระเอกมีให้ สุดท้ายกำแพงหัวใจของนางเอกก็เริ่มสั่นคลอน จากที่ว่าจะไม่รักจะอยู่คนเดียวแบบสวยๆ ก็ต้องขอเปลี่ยนใจ...

ชาติก่อนพระเอกมีชะตาเดียวดาย ทั้งโดนใส่ร้ายถูกวางยาพิษ ทั้งตกหลุมพรางจนต้องก่อกบฏ ชีวิตไม่มีความสุขเลย ดังนั้นชาติที่แล้วพี่จึงขอสละโชคลาภวาสนาที่มีทั้งหมดเพื่อแลกกับการได้ครองคู่อยู่กับนางเอกในภพหน้าแทน ...พอได้คนเขามาเป็นภรรยา แม้จะเจอปัญหาและมีอุปสรรคมากมาย แต่พระเอกก็ไม่ได้ตกหลุมพรางใครหรือทำเรื่องใดผิดพลาดอีก ชาตินี้แฮปปี้สุขสมหวัง ได้มีทั้งลูกและภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวอบอุ่นก็พอใจแล้ว ...

ป.ล. เราไม่ค่อยชอบพระเอกตรงที่ไปเอาตัวสามีเก่าของนางเอกมาฆ่าเพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวยให้นางเอกมาเกิดใหม่เลยอะ เข้าใจว่าต้องเอาคนที่นางเอกแค้นที่สุดก่อนตายมาใช้เป็นเครื่องสังเวย ก็คือตัวนางร้ายกับสามีเก่า ซึ่งตอนนั้นนางร้ายตายไปแล้ว แต่สามีเก่าอะยังไม่ตายนะ ถึงเขาจะคบชู้ทำให้นางเอกเสียใจแค้นจริง แต่มันก็ไม่สมควรไปจับเขามาฆ่าโดยที่เขาไม่ยินยอมรึเปล่า แล้วลูกของเขากับนางเอกอีก 2 คนใครจะเลี้ยงอะ
คือเขาเป็นสามีที่ไม่ดีจริง ถึงจะมาสำนึกผิดได้หลังจากที่นางเอกตายไปแล้ว แต่โทษมันคงไม่ถึงขนาดต้องตายแบบนี้หรอกมั้ง?... 


📍เกิดใหม่เพื่อคืนฐานะเดิม 5 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8Khf3K0lZp