วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ)


งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : ไป๋ลู่เฉิงซวง (白鹭成双)
ผู้แปล : ม้าลาย
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

หลี่ไหวอวี้ หรือองค์หญิงตันหยาง องค์หญิงใหญ่ผู้พิทักษ์แผ่นดิน เนื่องจากน้องชายซึ่งเป็นฮ่องเต้อายุยังน้อย ยังไม่อาจออกว่าราชการเองได้ นางเอกจึงกลายเป็นผู้อยู่หลังม่านฮ่องเต้ตัวน้อย ทำทุกหนทางเพื่อให้บัลลังก์ของน้องชายมั่นคง แต่ด้วยวิธีการที่เลือกใช้ จึงทำให้คนเข้าใจผิดถูกมองไม่ดี ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดขุนนางชั่ว ทำร้ายขุนนางผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดี สร้างหนี้แค้นและล่วงเกินขุนนางน้อยใหญ่เอาไว้มากมาย ชื่อเสียงฉาวโฉ่เป็นที่เลื่องลือ ทั้งยังเลี้ยงชายบำเรอเอาไว้ในตำหนักอีกเป็นสิบ

นางเอกถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือสังหารขุนนางใหญ่ผู้จงรักภักดีของแผ่นดิน พยานหลักฐานแน่นหนา ชนิดที่น้องชายซึ่งเป็นฮ่องเต้ก็ไม่อาจช่วยได้
นางจึงได้แต่ยอมจำนนและยอมรับยาพิษพระราชทานแต่โดยดี 
หลังจากที่ตายวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของ ไป๋จูจี คุณหนูสี่สกุลไป๋ซึ่งเป็นปัญญาอ่อน พอฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตนยังมีชีวิตอยู่ นางเอกก็กระโดดกำแพง
แอบหนีออกไปดูพิธีศพตัวเองก่อนเลย และได้พบกับ เจียงเสวียนจิ่น หรือเจ้าเมืองจื่อหยาง ผู้ที่ส่งมอบความตายให้แก่ตนเอง แม้จะโกรธแค้นเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะนางในเวลานี้อ่อนแอสู้ใครเขาไม่ได้จริงๆ

พอไปเห็นคนแห่โลงศพตัวเอง ก็ได้ยินแต่เสียงก่นด่าสาปแช่ง (นางเอกจึงร่วมผสมโรงด่าตัวเองไปด้วย55) แล้วจู่ๆ ก็มีคนบุกมาเพื่อหวังทำลายศพ
พระเอกจึงเข้ามาปกป้อง ซึ่งในขณะที่กำลังจะพลาดท่าเพราะอีกฝ่ายคนเยอะกว่า นางเอกก็สวมผ้าปิดปากกระโดดออกมาช่วยไว้ได้ทัน ...แล้วก็กลายเป็นตังเมตามเกาะติดตั้งแต่บัดนั้น  แม้พระเอกจะระแวง ไม่พอใจ จะดุว่าหรือทำเย็นชาใส่ขนาดไหน.แต่นางเอกก็ยังเกาะติดอย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว สลัดยังไงก็ไม่หลุด...

เรื่องนี้ไม่ได้มาแนวแก้แค้นเลือดสาด หรือพอเจอหน้าคนที่ทำให้ตัวเองต้องตายเมื่อไร ก็เย็นชาพูดจาเชือดเฉือนใส่กันทั้งเรื่อง แต่เรื่องนี้นางเอกเขาใช้แผนหญิงงาม วางแผนเข้าใกล้ตีสนิท เมื่อสนิทแล้วก็ค่อยยืมมือหรือหลอกใช้พระเอกดึงคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนาง(พวกที่ไม่ดี) มารับโทษทีละคน ค่อยๆ วางแผนชี้นำทำให้พระเอกสงสัยและต้องค้นหาความจริง จนนำไปสู่การหาหลักฐานเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

เล่ม 2 พระ-นางแต่งงานกันแล้ว ในงานแต่งมีคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับองค์หญิงตันหยางหรือนางเอกมาร่วมงานด้วย จึงทำให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหวาดระแวง คิดว่าพระเอกเปลี่ยนไปยืนฝั่งเดียวกับองค์หญิงแล้ว ...ทว่าไม่นานเรื่องที่ทำให้ตัวนางเอกในอดีตถูกคนประณามเข้าใจผิดก็ค่อยๆ ถูกตีแผ่ออกมา ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนข้องเกี่ยวกับพวกขุนนางที่พระเอกเคยคิดว่าเป็นคนดี

ด้วยการชักนำเล็กๆ น้อยๆ และแผนของนางเอกในร่างใหม่ จึงทำให้พระเอกพบเงื่อนงำ+เกิดความสงสัย จนนำไปสู่การค้นหาความจริงและจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกมารับผิด ตั้งแต่เรื่องลอบขายยาต้องห้าม เรื่องทุจริตติดสินบน และเรื่องโกงข้อสอบของขุนนาง หลายๆ เรื่องที่ปรากฏหลังจากนางเอกตาย จึงค่อยๆ สั่นคลอนความเชื่อของพระเอกที่ละนิด ว่าตกลงองค์หญิงตันหยางใช่คนไม่ดีอย่างที่ใครหลายๆ คนหรือตนเองเคยคิดจริงๆ หรือ?
สิ่งที่ทุกคนเคยประณามกล่าวหาว่านางผิด สรุปแล้วมันผิดจริงหรือไม่? และตนที่เป็นผู้ตัดสินความผิด กระทั่งยื่นความตายให้แก่นางนั้น ใช่การตัดสินที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า
 ดังนั้นพระเอกจึงไปขอรื้อคดีนางเอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จนทำให้ใครหลายๆ ไม่พอใจ และ
ทำให้ตนเองตกเป็นเป้า ถูกปองร้าย ถูกลอบสังหารอีกด้วย

นางเอกนิสัยเหมือนอันธพาลจิ๊กโก๋ปากซอย หน้าหนา สายรุก ชอบพูดจาเต๊าะพระเอก ส่วนพระเอกก็เหมือนสตรีสูงศักดิ์ในห้องหอ อยู่ในกรอบประเพณีมาตลอดชีวิต ประหนึ่งเทพเซียนผู้ละกิเลศตัดขาดจากเรื่องทางโลก55 แต่สุดท้ายก็ตบะแตก
เมื่อมาเจอตังเมอย่างนางเอกตามติด คำพูดหวานเลี่ยนแค่ไหนก็สรรหาเอามาพูดได้ จนพระเอกหน้าแดงหูแดงไปหมด ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้เคยเจอแต่กุลสตรีเรียบร้อย...แต่นางเอกนี่มันอารายยย ทั้งพูดจาแทะโลมทั้งแต๊ะอั๋ง เผลอเมื่อไรเป็นถึงเนื้อถึงตัวพี่แกตลอด ด่าก็แล้ว ว่าก็แล้ว แต่อิน้องนางก็ยังเกาะหนึบ สลัดไม่หลุดสักที
55

กุลสตรีคืออาราย สำรวมคืออาราย หน้าหนาตามตื๊อเข้าไว้สิสุดหล่อจะหนีไปไหนพ้น ก่อนแต่งว่าหนักแล้ว หลังแต่งยิ่งหนักกว่าเดิม55 ...พระเอกบอกห้ามจับมือมันไม่งาม ...นางเอกบอก ก็แต่งงานกันแล้วทำไมจะจับไม่ได้ ที่แต่งก็เพื่อจะทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างผ่าเผยไม่ใช่หรือ..อึ้งค่ะอึ้ง สุดท้ายก็แพ้ทางเมียหมด แต่เรื่องนี้พระเอกขี้งอนเก่งมากกก 3 วันดี 4 วันงอน ดีที่เมียง้อเก่งไม่คิดเยอะ ทั้งกล่อมทั้งปลอบจนพระเอกหายโกรธอารมณ์ดี เป็นคนอื่นนี่เจอไอเย็นพี่ก็หนีหมดแล้ว แต่นางเอกคือด้วยนิสัยที่เป็นคนง่ายๆ อารมณ์ดี ประกอบกับมีแผนอยู่ในใจเลยไม่ไปไหน  แต่ก็มีแอบเสียใจอยู่เหมือนกันนะ เพราะบางครั้งพระเอกก็งอนหนักไป

ขนาดเราอ่านแล้วยังแอบเสียใจแทน พองอนพอโกรธทีก็ไล่นางเอกไป ไม่ยอมให้พบ แล้วนางจะไปไหนได้ จวนสกุลไป๋ก็มีแต่คนไม่ชอบและไม่ใช่บ้านจริงๆ ของนาง ส่วนบ้านจริงๆ ในวังก็กลับไปไม่ได้แล้ว นางจะไปไหนได้ก็ต้องไปหาเพื่อนเก่าที่รู้ตัวตนนาง พอเป็นแบบนั้นพระเอกก็โกรธอีก ต่อหน้าคนอื่นคือเย็นชา เป็นท่านเจ้าเมืองที่ยุติธรรมเที่ยงตรง จริงจัง มีเหตุผล แต่พออยู่กับเมียนี่คือเด็กน้อย ต้องให้เมียปลอบเมียโอ๋ ให้เมียคอยอยู่ใกล้ๆ ขี้หวง ขี้หึง ขี้งอน แล้วยังปากหนักอีก เมียคุยกับผู้ชายอื่นก็ไม่ได้ ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองก็ไม่ยอม เอาแต่ใจสมฉายาองค์หญิงน้อยเจียงที่เมียตั้งให้จริงๆ พ่อคุณ

ช่วงแรกจะตลกฮาๆ แต่จริงๆ เนื้อเรื่องเจ้มจ้นพอสมควร มีปม มีเงื่อนงำเรื่องที่ใครคือตัวการที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงที่ทำให้นางเอกตาย ใครคือคนที่หลอกใช้พระเอกให้สังหารองค์หญิงตันหยาง...ไม่ใช่ เล่มแรกหลอกให้เราฮา แต่ไปดราม่าหนักเอา เล่มสุดท้ายนะจ๊ะ...เพราะตอนปลายเล่ม 2 เราเหมือนจะได้กลิ่นดราม่าโชยมานิดๆ และ เนื่องจากมีคนใกล้ตัวแอบรู้เรื่องที่นางเอกคือองค์หญิงตันหยางแล้ว บวกกับเรื่องจดหมายที่ทำให้พระเอกเริ่มสงสัยแต่ก็ยังพยายามที่จะคิดในแง่ดีอยู่ ไม่รู้ 2 เล่มสุดท้ายจะมีดราม่าเยอะรึเปล่า ถ้าพระเอกได้รู้ว่านางเอกเป็นใคร และตัวเองถูกหลอกใช้ยังไงบ้าง คนที่หยิ่งทะนงอย่างพี่แกจะรับได้ไหมเนี่ย

แต่หลังจากที่นางเอกได้เห็นพระเอกรื้อฟื้นคดีตัวเองขึ้นมาใหม่ นางเอกก็เข้าใจแล้วนะว่าพระเอกน่าจะถูกคนอื่นหลอกใช้ให้มาทำร้ายตนเหมือนกัน จึงไม่ได้แค้นพระเอกแล้ว ตอนใกล้จบเล่ม 2 ก็คิดว่าจะใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยา และคลอดลูกอยู่กับพระเอกตลอดไป จากตอนแรกที่แต่งเพราะมีแผนการ คิดว่าไม่มีทางรักแน่นอน แต่ก็ตกหลุมรักเข้าเต็มเปา ส่วนพระเอกที่คิดว่าแต่งมาแล้วจะต่างคนต่างอยู่ คิดว่าจะไม่รักเหมือนกัน แต่ก็กางปีกปกป้องเมียเต็มที่เลยนะจ๊ะ ปากแข็งปากหนักแต่การกระทำมันฟ้อง สรุปสุดท้ายพี่ก็รักเมียแล้วนั่นแหละ...

ป.ล. การแปลเล่มแรก ส่วนตัวเราอ่านไม่ค่อยลื่นเท่าไร มีคำว่ากระไร อันใด เยี่ยงไรเยอะมาก แต่เล่ม 2 อ่านลื่นผิดกับเล่มแรกเลย (เหมือนเล่มแรกไม่ได้เกลา เพิ่งมาเกลาเล่ม 2 เลย 55)


งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล ➡️ https://s.shopee.co.th/1gC16cWaZN






วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564

ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ 3 เล่มจบ

 



ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ปู๋ซื่อเฟิงต้ง  (不是风动)
ผู้แปล : ศีตกาล
สำนักพิมพ์ IRISBOOK

อ่านจบแล้ว(อาจมีสปอยล์)
นายเอกเป็นเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งเพราะมีขนสีขาว เนื่องจากเผ่าเฟิงหวงถือว่านกที่มีขนสีขาวนั้นเป็นสิ่งอัปมงคล นายเอกจึงถูกทอดทิ้งตั้งแต่อยู่ในไข่ ต้องเกิดมาอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ญาติมิตร ต้องใช้ชีวิตตามลำพังและหาอาหารกินเอง แถมร่างกายก็ยังเล็กกลมไม่เจริญเติบโต ไม่อาจกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ บวกกับเรื่องสีขนจึงทำให้ถูกคนรังเกียจและรังแก แม้แต่พวกพ้องเผ่าเดียวกันก็ไม่ยอมรับ นายเอกจึงต้องทำงานเป็นนกส่งสารอยู่ในแดนพรหมเพื่อแลกกับอาหาร จนได้ลงไปเกิดในโลกมนุษย์เพื่อผจญด่านเคราะห์รัก 

ชาติแรกเป็นคณิกาชายอันดับหนึ่งอยู่ในหอนางโลม ได้แต่งงานกับพระเอกที่เป็นหวางหรือท่านอ๋อง แต่แต่งกันได้ไม่นานประมาณ 1 ปี พระเอกก็ถูกคนลอบสังหารจนเสียชีวิต แล้วนายเอกก็ตายตามไป ในชาติที่สองทั้งสองคนจำอดีตได้ นายเอกรู้แล้วว่าตนเองเป็นเฟิ่งหวง ส่วนพระเอกเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ที่หุบเขาเซียน ไม่อาจลงจากเขาได้จนกว่าจะฝ่าด่านฝึกสำเร็จ ทั้งสองคนเลยได้แต่เขียนจดหมายหากัน แต่พระเอกดันฝึกสำเร็จเร็วไปหน่อย จึงได้กลับขึ้นสวรรค์ทันที และก็หลงลืมเรื่องราวในอดีตไปจนสิ้น แต่นายเอกไม่รู้ว่าสามีกลับขึ้นสวรรค์ไปแล้ว เลยพยายามพลิกหุบเขาแทบทุกลูกเพื่อตามหาคน...กระทั่งมีคนสงสาร เลยแอบมาบอกน้องว่าสามีเป็นใครอยู่ที่ไหนนั่นแหละ นายเอกถึงได้หยุดค้นหา แล้วไปทำงานเก็บเงินเพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาสามีต่อ...

พระเอกมีนามว่าฝูหลีหรือ ชิงอี้ เป็นเทพจากยุคบรรพกาลรุ่นเจ้าแม่หนี่ห์วา  มีพลังตบะแข็งแกร่ง เป็นเทพที่ทำหน้าที่ควบคุมกระดานดาราหรือควบคุมชะตากำเนิดของเทพเซียน ซึ่งผู้ที่จะควบคุมกระดานดารานี้ได้จะต้องไร้ความรู้สึกไร้หัวใจ ดังนั้นนิสัยของพระเอกจึงเป็นเช่นนั้นแล เย็นชา เด็ดขาด ไร้ความรู้สึก ไร้หัวใจ ไม่เคยให้ความสำคัญหรือเห็นสิ่งใดอยู่ในสายตา แต่อะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อพระเอกให้เฟิ่งหวงน้อยตัวอ้วนกลมเข้ามาอยู่ในวังด้วย...อิอิ


เจ้าเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมปุ๊กลุ๊กน่ารักน่าแกล้ง ชอบทำตัวน่าสงสาร แถมยังเถียงเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่กลับต่อสู้เก่งและไม่เคยเสียเปรียบใคร มีจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่คือต้องตามหาสามีให้เจอ เมื่อเจอแล้วก็แสร้งทำตัวเป็นนกน้อยน่าสงสารพูดไม่ได้ เพื่อหวังให้เขารับเลี้ยงดู แต่พอพระเอกบอกว่าที่นี่ไม่เลี้ยงนกอ้วน น้องก็รีบจัดโปรแกรมออกกำลังกายลดน้ำหนักทันที (แต่น้ำหนักก็ไม่เคยลด55) ต่อมาเรื่องที่น้องพูดได้ก็ความแตกถูกพระเอกจับได้...น้องเลยต้องแสร้งทำตัวน่าสงสารบีบน้ำตาอีกรอบ (แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด มารยาล้านเล่มเกวียนมากก 55) จนพระเอกใจอ่อนยอมให้อภัย จากนั้นน้องก็สารภาพความจริงว่าตนมาที่นี่เพื่อสานต่อวาสนาในชาติก่อนเพื่อเป็นสามีภรรยากับพระเอกอีกครั้ง ...ความหมายก็คือข้ามาที่นี่เพื่อเป็นมหาเทวีของท่านไงล่ะ.. โฮะๆ แต่พระเอกเป็นเทพไร้หัวใจ ยังไม่ก่อเกิดความรู้สึกอันใด จึงไม่ได้ตอบตกลง..ซึ่งนายเอกก็โอเคไม่บังคับ เพียงแต่ต้องอนุญาตให้ข้าเรียกท่านว่าสามีนะ 55

เนื้อเรื่องช่วงแรกจะเล่าสลับไปมาระหว่างตอนปัจจุบันกับชาติที่แล้ว ตอนที่พระ-นายลงไปเกิดบนโลกมนุษย์ ในชาติแรกนายเอกนึกว่าพระเอกเป็นฝ่ายจีบตัวเองก่อน พระเอกก็คิดว่าขนาดนานๆ ทีข้ามาหา มาถึงก็เงียบไม่ได้พูดอะไร เจ้าก็ยังคิดว่าข้าตามจีบอีกหรือเนี่ย...เหอๆ
ชาติแรกแต่งเพราะมีเหตุผลแอบแฝง (นายเอกก็ยังไม่รู้นะ โถๆ) เพราะพระเอกเป็นหวาง มีพ่อแม่เดียวกับฮ่องเต้ แถมยังรบเก่งและมีกำลังทหารในมือ ฮ่องเต้จึงหวาดระแวงกลัวว่าพระเอกจะก่อกบฏ พระเอกเลยตัดปัญหาด้วยการแต่งงานกับผู้ชายซะ จะได้ไม่ต้องมีทายาทสืบสกุล เพื่อลดความหวาดระแวงจากฮ่องเต้ แต่นายเอกไม่รู้ ยังคิดว่าสักวันพระเอกคงจะรับหญิงอื่นเข้าบ้านเพื่อคลอดลูก 
ขนาดมาชาติปัจจุบันที่อยู่บนสวรรค์ นายเอกก็ยังไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองนั้นถึงจะเป็นผู้ชายแต่ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ น้องก็ยังหวังดีคิดจะไปรับนกน้อยมาเป็นลูกบุญธรรมอยู่อีก 55...

ช่วงแรกๆ เวลาพระเอกออกว่าราชการประชุมเช้า นายเอกในร่างเฟิ่งหวงน้อยก็จะมานั่งฟังด้วย พวกเหล่าเทพเซียนที่มาประชุมเห็นก็แอบขำ เพราะน้องอ้วนกลมมาก แถมยังชอบไปนอนทำรังอยู่บนศีรษะพระเอกอีก แล้วทุกคนก็พากันซุบซิบนินทาบอกว่าน้องอ้วน ไหนว่ากำลังลดน้ำหนักแต่ทำไมมันยิ่งอ้วนขึ้นกว่าเดิมเนี่ย  พระเอกได้ยินคนนินทาเมียเลยเขียนเป็นราชโองการออกมาเตือน บอกว่านายเอกไม่ได้อ้วน แค่ขนฟูเฉยๆ ต่อไปหากใครยังว่าเมียพี่อ้วนอีก พี่ก็จะลงโทษตามกฎสวรรค์โทษฐานหมิ่นเกียรติให้หมดเลยคอยดู 55

แต่นายเอกไม่ได้ทำตัวติดกับพระเอกตลอดเวลานะ ถ้าเบื่อๆ เหงาๆ ก็ไปหาคนอื่นเล่นด้วย เป็นนกน้อยอารมณ์ดีฝุดๆ มีวันหนึ่งพระเอกอยากตามไปดูว่าน้องทำอะไร? เหงาหรือเปล่าก็เลยกลายร่างเป็นเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมขนสีดำเพื่อไปแอบตามส่องดูชีวิตเมีย พอนายเอกเห็นพระเอกอ้วนกลมไซด์เดียวกับตัวเองก็ชอบมากกก ยิ่งพอพระเอกบอกว่าตัวเองอยู่คนเดียวไร้ครอบครัวด้วย นายเอกก็ยิ่งรักยิ่งห่วง ก็เลยนับพระเอกเป็นน้องชาย คอยแบ่งอาหารให้และแวะเวียนมาเล่นด้วยบ่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่านี่คือสามีตัวเองปลอมตัวมา 55 ...ความลับอะไรที่ไม่เคยบอกสามี น้องก็มาบอกพระเอกในร่างนกหมด ตอนเขียนจดหมายหาพระเอกช่วงที่กักตัว น้องก็บอกพระเอกว่ากำลังลดน้ำหนักอยู่นะ กินลูกไผ่แค่นิดเดียวเองเพราะคิดถึงสามี....แต่พอเขียนหาพระเอกในร่างนก อิน้องก็บอกความจริงว่าไม่ได้ลดน้ำหนักเลย แถมยังกินลูกไผ่วันละตั้ง 300 ลูกแน่ะ ส่วนสามีก็ไม่ค่อยคิดถึงหรอก เพราะกำลังยุ่งกับการเปิดร้านอยู่ 55...
พระเอกก็ ......อืมมมมม
 -_-
เซียนดาวบริวารที่อยู่ข้างๆ เอามาอ่านก็ขำ
555 >>v<<


และเมื่อพระเอก
เริ่มชอบนายเอก กระดานดาราจึงเริ่มควบคุมไม่ได้ หลังๆ คือต้องกรีดข้อมือเพื่อใช้เลือดควบคุมกดกระดานดาราเอาไว้แทน แต่พระเอกก็ไม่กล้าบอกนายเอก แล้วนึกว่าเมียคงจะไม่รู้เพราะเห็นเป็นคนซื่อๆ คิดว่าเมียคงเชื่อตามที่ตัวเองพูดหมด แต่จริงๆ คือนายเอกรู้นะ สังเกตเห็นแล้ว รู้ว่าพระเอกมีบางอย่างปิดบัง ก็เลยไปปรับทุกข์กับคนอื่น คนนั้นเลยเอาเรื่องมาบอกพระเอก บอกว่ามีอะไรก็ไม่ต้องปิดบังเมียดอก เพราะเมียพี่ก็ไม่ได้ธรรมดานะ ดูสิแค่ 300 ปีก็ฝ่าด่านได้ถึงขั้นจินตานแล้ว (คนอื่นใช้เวลาเป็นพันๆ ปี) ไม่ได้อ่อนแอเปราะบางอย่างที่พี่คิดดอก มีอะไรก็บอกๆ เมียไปเต๊อะ อย่าปิดบังเลย...

พระเอกเลยเลิกปิดบัง และพยายามค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อมาใช้ควบคุมกระดานดาราแทน เพราะยิ่งพระเอกรักนายเอกมากเท่าไร กระดานดาราก็ยิ่งสูญเสียการควบคุมเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ดีที่พระเอกไม่มีความคิดทำนองว่าจะหยุดรักหรือถอยห่างจากนายเอกเลย มีแต่นายเอกนี่แหละ ที่เป็นฝ่ายบอกให้พระเอกรักตัวเองช้าๆ ลงหน่อยไม่ต้องรีบ หรือถ้ารักก็ไม่ต้องรักเต็มร้อยก็ได้ แค่ 90 พอ...ฮ่าๆ

อ่านจบแล้วววว ไม่ดราม่านะ อ่านแล้วขำดี นายเอกน่ารักฟุบฟับ อ่านแล้วใจฟูไปหมด น่าร้ากกกกกแบบเห็นรูปน้องแล้วอยากบีบ ชอบมาก ชอบความน่ารักนุ่มนิ่มของนายเอกในร่างนก ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด เห็นแล้วโกรธไม่ลง แล้วก็ชอบตรงทัศนคติความคิดของน้องด้วย เป็นคนมองโลกในแง่ดี ถึงจะเกิดมาในสภาพแวดล้อมรอบตัวที่แย่หรือโดดเดี่ยวยังไง แต่น้องก็ยังสามารถมองหาสิ่งดีๆ จากเรื่องเหล่านั้นเจอ สามารถมองข้ามเรื่องร้ายๆ และมีความสุขอยู่กับมันได้. แม้ในสายตาคนอื่นจะมองว่านั่นคือการโดนเอาเปรียบหรือเป็นเรื่องเลวร้ายก็ตาม  

จะมีเฉลยว่าทำไมนายเอกถึงมีขนสีขาว และมีบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของพระ-นายด้วย (แอบซึ้ง) รวมถึงตอนพิเศษเรื่องของลูกๆ ซึ่งบอกเลยว่าน่ารักน่าหยิกทุกตัว คนโตเย็นชาเงียบๆ นิสัยเหมือนพ่อ (น้องมีคู่ด้วยเปิดตัวตอนท้าย เป็นหญ้าอ่อนที่อยากถูกโคแก่กิน 55) คนรองอ่อนหวานหญิงเดียวในบ้านรักน้องฝุดๆ คนที่สามดื้อซุกซน ส่วนคนเล็กบื้อๆ ซื่อๆ มีสีขนเหมือนนายเอกที่สุด แถมยังชอบกักตุนของกิน ...แต่ลูกบ้านนี้ชื่อเชยมาก เพราะพระ-นายเอาชื่อของตัวเองมาแยกสลับกันแล้วตั้งเป็นชื่อลูก...จนมีคนถามว่าเด็กบ้านท่านนี่ใช้เท้าตั้งชื่อเหรอ หรือคิดว่าแค่เอาชื่อของตัวเองมาแยกสลับกันแล้วจะไม่มีใครดูออก 55 


📍ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ ➡️ https://s.shopee.co.th/AAAZEraIlk




วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

ปักรักลายบุปผา 2 เล่มจบ

 

ปักรักลายบุปผา 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : เย่ว์เซี่ยเตี๋ยอิ่ง (Yue Xia Die Ying)
ผู้แปลเล่ม 1 : กระต่ายน้อยของอิงอิง
ผู้แปลเล่ม 2 : อี้หนิง
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ฮวาจิ่น นางเอกของเรื่องเป็นช่างปักผ้าสู่ซิ่ว ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่รูปแบบการปักที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน เป็นงานฝีมือดั้งเดิมหรือศิลปะการเย็บปักที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณนานนับพันๆ ปี ทว่าท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไปรวมถึงความเจริญที่หลั่งไหลเข้ามา จึงทำให้คนที่ทำอาชีพนี้หรือผู้สืบทอดมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ
 
นางเอกทำงานเป็นช่างปักผ้าสู่ซิ่วในสตูดิโอเล็กๆ แห่งหนึ่งของอาจารย์ ถึงจะอายุยังน้อยแต่ก็เป็นช่างปักที่มีพรสวรรค์ เป็นสาวแกร่งสู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในเมืองใหญ่ตามลำพัง บ้านเกิดของนางเอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สมัยนั้นความเจริญยังเข้าไม่ค่อยถึง เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ลำเอียงรักและบูชาลูกชายมากกว่าลูกสาว เห็นลูกสาวเป็นคนรับใช้หรือส่วนเกิน แต่โชคดีที่นางเอกยังได้ไปเรียนหนังสือและยังมียายที่เอ็นดูเอาใจใส่เธออยู่หนึ่งคน ...

ทว่าไม่นานยายก็จากไป ส่วนพ่อแม่และน้องชายของนางเอกก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด นางเอกจึงถูกลุง(พี่ของพ่อ)รับไปดูแล แต่ลุงก็เป็นคนไม่ดี คิดจะให้นางเอกแต่งงานกับคนแก่เพื่อหวังเอาเงินมาเป็นค่าสินสอดให้ลูกชายของตัวเอง จึงจับนางเอกขังไว้ในบ้าน ไม่ให้ไปสอบเกาเข่าเข้าเรียนต่อ ทั้งๆ ที่นางเอกหัวดีมากสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน แต่ลุงก็ไม่ให้เรียน นางเอกไม่ยอม เลยหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ ไม่มีใครให้พึ่งพา ไม่มีญาติมิตร ต้องดิ้นรนทำงานสารพัดเพื่อความอยู่รอด ทั้งเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นคนส่งอาหาร แม้แต่งานติดฟิล์มที่ใต้สะพานก็ทำมาแล้ว... และด้วยความจนบางครั้งจึงทำให้ถูกคนแกล้ง ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระทั่งถูกคนขับรถชนแล้วหนีจนทำให้มีอาการบาดเจ็บที่เข่าเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน

พระเอก เผยเยี่ยน หนุ่มหล่อโคตรรวยยยอภิมหาเศรษฐี พ่อแม่ตายหมดแถมยังได้รับมรดกจากปู่ผู้ล่วงลับอีกมหาศาล ชนิดที่ว่าเกิดอีกสิบชาติก็ยังกินใช้ไม่หมด ...พระเอกเป็นคนอารมณ์ร้อนขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็มีหลักการมีคุณธรรม ไม่ใช่คุณชายเสเพลที่เอาแต่กินเที่ยวทำตัวเป็นอันธพาลหรือดีแต่ผลาญสมบัติของบรรพบุรุษไปวันๆ แต่พระเอกเรานี่จับอะไรก็รุ่ง ลงทุนอะไรก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นถึงจะนิสัยผีเข้าผีออกยังไง แต่ก็ยังมีคนมากมายอยากเข้าหาตามประจบหวังเกาะขาทองคำคู่นี้อยู่ดี 

เพราะลูกพี่ลูกน้องของพระเอกต้องการหาคนมาปักผ้าเช็ดหน้าให้ยาย จึงทำให้พระเอกได้มาเจอและรู้จักกับนางเอกอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คลาดเคลื่อนกันไปมาอยู่หลายที
เพราะจริงๆ สองคนนี้เคยเจอกันมาก่อนแล้วเพียงแต่พระเอกจำไม่ได้ พูดง่ายๆ คือไม่ได้ใส่ใจ ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ส่วนนางเอกกลับจดจำได้ขึ้นใจเพราะอะไร...ต้องลองไปอ่านเองจ้า 55 (ชอบตอนพิเศษนะ อ่านแล้วกระจ่างเลย)

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ นางเอกก็ชอบหยอกชอบเย้าพระเอกให้โมโหเล่น ส่วนพระเอกก็ปากแข็งชอบทำเป็นเข้มเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่ความจริงคือเริ่มสนใจแล้วแต่ไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าการชอบใครสักคนมันเป็นยังไง แต่ขนาดยังไม่รู้พี่ก็ออกตัวแรงมากเลย เห็นใครว่า+ดูถูกนางเอกพี่ก็เข้าไปซัด มีคนบอกว่าเห็นนางเอกอยู่กับผู้ชายในร้านอาหาร(คุยเรื่องงาน) พี่ก็บึ่งมาดูทันที มีคนส่งข่าวว่าเห็นนางเอกอยู่ในรถตำรวจพี่ก็รีบมาสถานีตำรวจอย่างไว ได้ข่าวว่านางเอกต้องต้มกินบะหมี่กินพี่ก็ส่งอาหารเสริมพร้อมของกินมาให้ 3 ลังใหญ่ทันที ...เอาเซ่ๆๆๆ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะเนี่ย ...แต่พอตกลงคบกันแล้วเราถึงได้รู้ว่าความจริงพระเอกยังหวานยังดีได้มากกว่านี้อีกนะ แถมยังชอบอวดแฟน กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้าเข้าชมรมคนกลัวเมียอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อย 55 ...

อ่านจบแล้วเพลินดี เรียบๆ เรื่อยๆ ย่อยง่าย ไม่หน่วงไม่ต้องลุ้นเยอะ แอบมีดราม่าอยู่หน่อยตรงช่วงอดีตของนางเอก ในหนังสือมีเล่าเป็นบางช่วงไม่มาก นางเอกก็มีนึกถึงบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กับปัจจุบันมากกว่า จะเน้นที่ความรักของพระ-นางกับอาชีพช่างปักผ้าของนางเอก นอกจากจะได้ฟินเรื่องรักแล้วก็ยังได้ความรู้เรื่องการปักผ้ามาด้วย ยอมรับเลยว่าเพราะเรื่องนี้นี่แหละเราถึงได้รู้เรื่องศิลปะการเย็บปักผ้าโบราณของจีน นักเขียนขายเก่งจริงๆ 55


จริงๆ ในยุคสมัยนี้อาชีพของนางเอกนั้นคนไม่ค่อยเห็นค่าแล้ว เพราะมีเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ แถมผ้านี้ยังขายยากคนซื้อก็น้อยจึงไม่ค่อยมีใครอยากทำต่อ ร้านของนางเอกเองก็เกือบไม่รอดเพราะยอดขายไม่ได้เยอะ ทว่าหลังจากที่นางเอกได้ช่วยปักผ้านวมให้คุณลุงคนหนึ่งแล้วมีคนเอาไปลงบล็อก บวกกับมีดาราคนหนึ่งเอาชุดที่นางเอกทำไปใส่ออกงาน มันก็ถึงได้เริ่มมีกระแสมีคนสนใจเริ่มพูดถึง สถานการณ์ในร้านเริ่มดีขึ้น กระทั่งมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ไปออกทีวี และมีดีไซเนอร์ชื่อดังมาเชิญให้ไปร่วมออกแบบผ้าในงานแฟชั่นระดับประเทศ พอคนได้เห็นชุดที่ซิ่วซือ(ช่างฝีมือผู้ปักลายผ้า)ทั้งหลายช่วยกันออกแบบถูกใส่เดินบนแคทวอร์คก้พากันตกตะลึง 
อึ้ง!ทึ่ง! จุดประกายทำให้คนหันกลับมามองมาสนับสนุน รวมถึงให้ความสำคัญกับงานฝีมือดั้งเดิมของประเทศกันเยอะขึ้น

ส่วนความรักของพระ-นางก็ราบรื่นไร้อุปสรรค นางเอกสวยแกร่ง+สู้คน ด่ามาก็ด่ากลับ อย่าคิดว่าจนแล้วจะมาด่าหรือรังแกกันได้ง่ายๆ ส่วนพระเอกก็สายเปย์ กับคนไม่สนิทคือเย็นชาไม่สนใจ พูดจาไม่มีไว้หน้า แต่กับคนที่รักหรือนางเอกนี่ตรงกันข้าม ดูแลอย่างดี แบบดีมากกกกกอะ ของๆ ฉันก็คือของๆ เธอ นางเอกจะทำอะไรก็พร้อมสนับสนุนคอยช่วยเหลือทุกอย่าง รักเดียวใจเดียว ใครกล้ามารังแกแฟนข้าพี่แกเอาคืนเจ็บหนักทุกราย แต่อิฝ่ายที่มารังแกก็ไม่เคยจะสำนึก ชอบรังแกดูถูกคนที่อ่อนแอกว่า พอโดนเอาคืนบ้างแทนที่จะไปขอโทษนางเอกซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง กลับดันไปขอขมาพระเอกที่เป็นแบ็คแทน คือไม่ได้เห็นนางเอกอยู่ในสายตาเล๊ย มองคนที่ฐานะอย่างเดียวจริงๆ
ถ้ามีฐานะเท่าเทียมกันก็มองเป็นคน แต่ถ้าต่ำกว่าก็ไม่รู้ว่ามองเป็นตัวอะไร
สุดท้ายพระเอกเลยจัดชุดใหญ่ให้สมใจทั้งบัญชีใหม่บัญชีเก่า ทั้งอดีตทั้งปัจจุบันโดนหมด
เอาให้ล่มทั้งตระกูลไปเลย...หึหึ

ป.ล. แอบมีคำผิดอยู่ 1 จุดในเล่ม 2 ...จากตระกูลสวีเปลี่ยนเป็นตระกูลฉวีอะจ้ะ


📍ปักรักลายบุปผา ➡️ https://s.shopee.co.th/8Kiwq3hIG9




วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ

 


เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หลินจยาเฉิง
ผู้แปล : เสี่ยวเจินจู
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เฉินหรง หรือเฉินซื่ออาหรง เป็นลูกอนุของบิดาที่เกิดจากอนุ มีฐานะต่ำต้อยจึงทำให้ถูกคนดูหมิ่นเหยียดหยาม ด้วยความที่ไม่อยากถูกผู้ใหญ่ในตระกูลจับส่งไปเป็นของเล่นหรืออนุให้กับผู้ใด นางเอกจึงใช้อุบายแย่งชิงการแต่งงานของพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมา จนได้แต่งกับ หรานหมิ่น แม่ทัพใหญ่ผู้หล่อเหลาองอาจมากความสามารถ ที่พวกชาวหูขยาดหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่เคยรักหรือเหลียวแลนางเลย และท้ายที่สุดเขาก็แต่งพี่สาวผู้นั้นของนางเข้ามาเป็นภรรยาและหย่าขาดจากนาง..

นางเอกจึงเผาตัวตายในคืนแต่งงานของสามีเก่า และได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างเดิมตอนอายุ
14 อีกครั้ง เมื่อได้โอกาสใหม่นางจึงตั้งใจเก็บเก็บซ่อนนิสัยที่ไม่ดี ที่เคยทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ในชาติที่แล้วลง กลายเป็นคนใหม่ที่สุขุมเยือกเย็นสงบนิ่ง พยายามสร้างชื่อเสียงที่ดีงาม เพื่อให้ได้รับคำชมจากพวกปัญญาชนชนชั้นสูง พยายามสร้างตัวตนใหม่ ลบเลือนภาพลักษณ์เก่าๆ ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือต้องตกเป็นอนุใคร เพื่อที่วันหนึ่งจะสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้...

นี่คือยุคสมัยที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก กิริยาท่าทางและรูปโฉมมีค่ามากกว่าความรู้ความสามารถและศีลธรรมจรรยา นี่คือยุคสมัยที่ชาติกำเนิดเป็นตัวตัดสินกำหนดชะตาชีวิตคน ต้องมีทั้ง 2 อย่างชีวิตถึงจะเจริญก้าวหน้าและไม่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ เพราะต่อให้เก่งมีความสามารถแค่ไหน แต่หากหน้าตาไม่ดีหรือชาติตระกูลต่ำก็ยากที่จะเจริญรุ่งเรือง... ชีวิตของนางเอกก็เป็นเช่นนี้แล แม้จะเกิดในตระกูลใหญ่แต่เนื่องจากชาติกำเนิดต่ำต้อย จึงทำให้ไม่อาจลิขิตชีวิตตัวเองได้ ต้องคอยดูสีหน้าผู้ใหญ่ในตระกูลหรือลูกพี่ลูกน้องที่มีชาติกำเนิดสูงกว่าตน...

นางเอกฟื้นขึ้นมาในช่วงที่กำลังเกิดสงคราม พวกตระกูลใหญ่ๆ หรือชนชั้นสูงกำลังอพยพหนีภัยลงใต้พอดี นางเอกรู้ว่าชาติที่แล้วในบ้านตนจะมีคนพาโจรมาปล้นชิงในขณะที่เดินทางอพยพ จึงชิงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้พวกบ่าวไพร่แล้วเหลือติดตัวเอาไว้ไม่มาก เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจจาก หวังหง หรือหวังชีหลาง บุตรสายตรงของสกุลหวังแห่งหลางหยาที่สูงส่ง ที่แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องละอายได้อีกด้วย... 

ทว่าในขณะที่กำลังเดินทางอพยพ พวกตระกูลใหญ่ก็ยังทำตัวเหมือนตอนอยู่บ้าน กินทิ้งกินขว้างเรื่องมาก ไม่เหมือนหนีสงครามแต่กลับเหมือนมาเที่ยวเล่นมากกว่า
นางเอกจึงเอ่ยปากเตือนเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไร แต่กลับไม่มีใครเชื่อ พอเกิดจริงถึงได้เชื่อขึ้นมาหน่อย ทว่าในใจก็ยังดูถูกดูแคลนอยู่ดี  กลัวเสียหน้าเสียฟอร์ม
หลังๆ นางเอกก็เลยบอกพอเป็นพิธี เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ...
เมื่อเป็นไปตามที่เตือนบ่อยๆ เข้า ชื่อเสียงของนางเอกจึงเริ่มเป็นที่เลื่องลือ แต่ก็ติดตรงที่เป็นลูกอนุ ดังนั้นต่อให้เก่งเลิศขนาดไหน ท้ายที่สุดก็ยังถูกคนใช้จุดนี้มาเล่นงานอยู่ดี
...เป็นยุคที่ชื่อเสียงโคตรสำคัญ นางเอกถึงต้องการสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับตัวเอง ทำอะไรดีๆ ก็ต้องป่าวประกาศให้คนรับรู้ เพราะถ้าทำให้พวกปัญญาชนชนชั้นสูงเอ่ยปากชื่นชมได้ นั่นก็เท่ากับได้รับการยอมรับ จะได้ช่วยเพิ่มโอกาสดีๆ ในการแต่งงานของตน..

แต่ชาตินี้ลุงของนางเอกก็ยังคิดจะส่งนางไปเป็นอนุอีกเหมือนเดิม ชาติที่แล้วพ้นภัยด้วยการแต่งกับสามีเก่า แต่ชาตินี้นางเอกไม่อยากซ้ำรอยเดิมจึงต้องเปลี่ยนแผน โดยการเข้าหาพระเอกและแกล้งทำเป็นว่าชอบ หวังยืมมือพระเอกจัดการ หลงคิดว่าพี่แกจะใจกว้างไม่ถือสา เพราะมาจากตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลคำพูดมีน้ำหนัก ขอแค่เอ่ยปากชื่นชมหรือช่วยพูดสักหน่อย นางเอกก็สามารถหลีกหนีจากการเป็นอนุได้แล้ว... แต่กลายเป็นว่าพระเอกกลับสนใจนางเอกขึ้นมาจริงๆ เลยไม่พอใจที่นางมาทำให้ตนสนใจแล้วทิ้งกันไปดื้อๆ 
ชีวิตของพระ-นางเลยพัวพันหนีกันไม่พ้นตั้งแต่นั้นมา เพราะพระเอกไม่ยอมปล่อยมือ...

ความจริงนางเอกไม่ใช่คนงามตามแบบที่ยุคสมัยนั้นนิยมนะ สมัยนั้นชอบคนงามที่ดูขาวซีดบอบบาง งามสง่า สูงส่งบริสุทธิ์ แต่นางเอกเป็นพวกงามแบบเย้ายวนมีเสน่ห์ อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกกลมกลึง ดูยั่วยวน แถมยังดุดันไม่ตรงตามแบบที่เขานิยมเลยสักนิด แต่ก็เป็นแบบที่พวกหนุ่มใหญ่วัยกลางหรือคนแก่ๆ ชอบอะ..
อีกอย่างถึงจะเคยตายมาแล้วรอบนึง แต่นางก็ไม่ได้เก่งกาจหรือใช่ว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ 
รู้แค่เหตุการณ์ใหญ่ๆ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี ทำได้แค่หลีกหนีกับวางแผนปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และค่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

ส่วนเรื่องรักแม้นางเอกจะมอบหัวใจให้พระเอกไปแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าถึงพระเอกจะมีใจให้จริงอย่างไร แต่ก็คงไม่มีทางแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้แน่นอน..ถึงได้ตัดสินใจติดตามสามีเก่าไป เพราะสามีเก่าเป็นคนเดียวที่ไม่ยึดติดกรอบประเพณี ไม่แคร์เรื่องฐานะชนชั้น สามารถแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้ แล้วหลังๆ นางเอกก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรแล้วด้วย ปล่อยวางแล้ว แม้จะไม่ได้รักแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องหึงหวงปวดใจ ...ก็เลยโอเค
แต่สุดท้ายมันก็มีจุดพลิก ที่ทำให้นางเอกเคว้งแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดันไปเจอพระเอกตอนที่เพิ่งเสพผงศิลาห้าสีมาพอดีอีก (ทำให้เกิดกำหนัด) ...ก็เลยมีอะไรกัน
พอนางเอกตื่นมาแล้วถามพระเอกว่าจะทำยังไงกับตัวเอง พระเอกก็ยืนยันว่าจะให้เป็นอนุเหมือนเดิม..นางเอกจึงเสียใจผิดหวัง
ประจวบกับที่ตอนนั้นข้าศึกกำลังยกทัพมาตีเมืองพอดี ก็เลยขี่ม้าออกไปรบพร้อมกับทหาร กะตายไปด้วยเลย...พระเอกเห็นก็แทบคลั่ง ถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่มีวันปล่อยนางเอกไปได้อีกแล้ว

พอจบศึกนี้ก็เดินทางเข้าเมืองหลวง การกระทำของนางเอกทำให้ราชสำนักสนใจ ผู้ใหญ่ในตระกูลจึงหันมาให้ความสำคัญกับนาง คือนางสู้มากจริงๆ นะ ทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากการเป็นอนุ พยายามสร้างชื่อเสียงให้คนจดจำ เพื่อไม่ให้ถูกดูหมิ่นถูกตีตราด้วยคำว่าลูกอนุ ท่ามกลางสังคมที่เหลื่อมล้ำแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางสัมคมที่ฟุ้งเฟ้อฟอนเฟะ สวยแต่รูปส่วนข้างในเน่าเหม็น ราชสำนักเหลวแหลก บ้านเมืองเกิดภัยสงครามแต่พวกชนชั้นสูงปัญญาชนยังคงจัดงานรื่นเริงทำเหมือนไม่มีอะไร ตระกูลใหญ่ๆ อยู่เฉย เพราะไม่อยากทำลายสมดุลหรือผลประโยชน์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้..คือถ้าตัดขาดจากวงศ์ตระกูลด้วยยุคสมัยแบบนี้ก็คงไม่รอด แต่ถ้าไม่ตัดขาดก็ต้องถูกควบคุมและไม่อาจตัดสินใจเรื่องราวในชีวิตเองได้...

อ่านจบแล้วส่วนตัวชอบมากกกๆ  เริ่มแรกอาจจะงงๆ กับการเรียกชื่อคนหน่อย อย่างเช่นชื่อพระเอกที่จดๆ ไว้ก็เรียกได้ถึง 5 แบบเลยนะ..แต่อ่านๆ ไปเดี๋ยวจะเริ่มชิน(รึเปล่า)
สำนวนแปลดี ภาษาสวย อ่านลื่นมาก มีเรือหลายลำให้ลงแต่พระเอกตัวจริงคือร้ายที่สุด
ภายใต้รอยยิ้มที่หล่อเหลาและความสง่างามสูงส่งดุจเทพเซียน แต่
ข้างในก็คือเสือร้ายดีๆ นี่เอง ฉลาด เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ ยากจะคาดเดา ตรงข้ามกับฝั่งสามีเก่าที่ดุดันดุจเปลวเพลิง แต่พระเอกคืออ่อนโยนนุ่มนวลราวกับแสงจันทร์ 
ประเด็นหลักๆ ของเรื่องก็คงเป็นเรื่องชาติกำเนิดของนางเอกที่เป็นลูกอนุนี่แหละ
ทำยังไงถึงจะก้าวผ่านปมเรื่องลูกอนุ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผยโดยไม่ถูกคนดูแคลน ทั้งยังสามารถควบคุมกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้?
ตัวนางเอกก็ไม่ได้ซู ถึงจะเกิดใหม่รู้อะไรบางอย่างล่วงหน้าแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร
มีหลายครั้งที่เกือบพลาดท่าเสียที และต้องคอยมาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเอา 
ตอนอ่านเราก็ต้องคอยลุ้นอยู่เรื่อยว่าจะมีใครยื่นมือมาช่วยไหม หรือจะมีจุดพลิกอะไรที่ทำให้นางเอกรอดจากตรงนี้ไปได้หรือเปล่า...

แต่นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วก็ยังมีเรื่องการเมืองและศึกสงคราม
เป็นยุคสมัยที่สังคมบีบคั้นผู้คนมากแต่ก็เปิดกว้างในบางเรื่อง อย่างเช่นผู้ชายคนไหนที่หน้าตาดีมากๆ ผู้หญิงก็สามารถมารุมล้อมกรี๊ดกร๊าดขว้างปาสิ่งของให้ได้ ไม่ต่างกับดาราไอดอลในยุคปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็เข้มงวดเรื่องฐานะชนชั้นและชาติตระกูลสุดๆ
ชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน 
ขุนนางชั้นสูงไม่มีที่ฐานะต่ำต้อย
ส่วนขุนนางชั้นล่างก็ไม่มีพวกชาติตระกูลสูง ชีวิตคนธรรมดาชาติตระกูลต่ำต้อยแทบไม่มีราคา ส่วนพวกเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงก็สูงซะจนเสียดฟ้า ยิ่งถ้าคนไหนมีอิทธิพลป๊อปมากๆ อย่างเช่นพระเอกนี่ แค่เพียงคำพูดเดียวก็สามารถทำลายชีวิตคนหรือทั้งตระกูลลงได้แล้ว อย่าให้พระเอกเอ่ยปากว่าหรือตำหนินะ..จบสิ้นทันที ทั้งชีวิตและชื่อเสียงที่สะสมมา

สุดท้ายเราพอเข้าใจนะ ว่าทำไมแรกๆ พระเอกถึงไม่อยากให้นางเอกเป็นภรรยาเอก
เพราะเป็นตระกูลใหญ่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของแคว้น และยังเป็นบุตรสายตรงที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำคนต่อไป คุณสมบัติครบถ้วนดีเลิศโดดเด่นเกินใคร แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องเกรงใจยอมลงให้สามส่วน จะเป็นภรรยาเอกหรือก็คือนายหญิงของผู้นำตระกูลนี้ มันจึงยากลำบากยิ่งกว่าการเป็นฮองเฮาอยู่ในวังอีกนะ (พระเอกบอกไว้อยู่ว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งนางเอกคงไม่ไหวแน่นอน) ก็เลยอยากให้เป็นกุ้ยเชี่ยหรืออนุที่มีศักดิ์ฐานะสูงกว่าอนุทั่วไปมากกว่า
แต่นางเอกก็ไม่ต้องการ ชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่เป็นอนุ จะไม่เรียกใครว่านายหญิง รู้อยู่แล้วว่าเป็นเมียเอกของพระเอกไม่ได้ ก็ไม่ได้ฝืน ก็แยกย้ายต่างคนต่างเดินสิ 
แต่พระเอกคือไม่ยอม หนีไปไหนก็ต้องลากกลับมา ทำให้นางเอกต้องผูกติดกับตัวเองตลอด ร้ายมากกก ข้าอยู่..นางก็ต้องอยู่ ข้ารัก..นางก็ต้องรัก ข้าไม่ปล่อยมือ..เจ้าก็อย่าได้คิดจากไปโดยเด็ดขาด  ท้ายที่สุดหลังจากที่เกือบสูญเสียนางเอกไปจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้กระจ่างแจ้งถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริงสักที...

ป.ล.ตอนพิเศษจุใจมาก ครึ่งเล่มเลย ชอบลูกๆ พระ-นาง แต่ละคนแสบจริงๆ
รักแม่หวงแม่กันทุกคน คนโตถ้าได้ยินใครพูดจาไม่ดีหรือพูดว่าร้ายแม่ก็เตรียมซัดทันที แม่ข้าใครอย่าแตะ!!..ส่วนลูกฝาแฝดก็ทั้งแสบทั้งเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งชอบยั่วโมโหพ่อ 
แต่กับแม่คือขี้อ้อน คอยปกป้องสุดๆ ผู้หญิงคนไหนมาเข้าใกล้อยากเป็นอนุพ่อ น้องจัดการเรียบ  
ทว่าถึงแม้นางเอกจะได้แต่งงานเป็นภรรยาเอกของพระเอกแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีคนดูถูกเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิดเหมือนเดิมอยู่ดีนะ เพียงแต่ตอนนี้นางเอกมีพร้อมทุกอย่างแล้ว มีสามีที่ดี มีลูกที่รักและกตัญญู มีคนที่พร้อมออกหน้าปกป้อง ไม่ต้องเค้นสมองคอยรับมือสู้เองอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นคำพูดเหล่านั้นในวันนี้ จึงทำอะไรนางไม่ได้อีกต่อไป  เป็นครอบครัวสุขสันต์ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตระกูลคอยหนุนหลัง แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องค้อมหลังให้ใคร สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว ลูกๆ สามัคคีปรองดอง แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางเอกถูกคนอื่นอิจฉาริษยาได้ยังไงไหว...หุหุ

- มีตอนพิเศษของสามีเก่าที่ฝันถึงอดีต ในชาติที่นางเอกเผาตัวตายด้วย ต้องให้ฝันก่อนนะถึงดูออกว่าใครรักจริงใครหลอก ใครมารยาเสแสร้งแกล้งรัก ...
จริงๆ สามีเก่าก็ดีนะเพียงแต่บื้อเรื่องความรักไปหน่อย ผู้หญิงมาบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารใส่ก็ใจอ่อนยอมรับเป็นอนุแล้ว เก่งแต่เรื่องงาน แต่เรื่องในบ้านนี่ห่วยแตก เพิ่งมาฉลาดตาสว่างก็หลังจากที่เสียนางเอกไปนี่แหละ


📍เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5q0NGPdz3x







วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ


Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง :  ปาเยว่ฉางอัน (八月长安)
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ลั่วจื่อ นักศึกษาคณะนิติ อดีตท็อปสายศิลป์ระดับชั้นม.ปลาย ของรร.มัธยมเจิ้นหวา เด็กสาวพูดน้อย เย็นชา และไม่ชอบสุงสิงกับใคร จึงทำให้ใครต่อใครพากันคิดว่าเธอเป็นคนหยิ่งยโส แต่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาและไม่แยแสใครนี้ ลั่วจื่อกลับแอบชอบ เซิ่งไหวหนาน หนุ่มหล่อ หัวดี ที่หนึ่งของสายวิทย์มาเนิ่นนานอย่างลึกซึ้ง แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ของเธอ นี่จึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว โดยที่อีกฝ่ายหรือคนรอบข้างไม่รู้เลยว่าสาวสวยที่เย็นชาอย่างเธอก็มีความรักเป็นเหมือนกัน ...ประกอบกับเหตุผลบางอย่าง ลั่วจื่อจึงต้องปกปิดความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้อย่างมิดชิด ทำได้แค่แอบมองเขาอยู่ไกลๆ และเขียนทุกอย่างลงในไดอารี่เท่านั้น...

เซิ่งไหวหนาน เด็กหนุ่มหัวดี รูปหล่อ มีแต่คนมารุมชอบ เสน่ห์แรงจนอยากเห็นหน้าเลย เติบโตมาอย่างราบรื่นมีพร้อมแทบทุกอย่าง อ่านสีหน้าคนเก่ง อัธยาศัยดี+สุภาพบุรุษดีเกินจนทำให้สาวๆ เข้าใจผิดน้ำตาตกในไปหลายราย เสน่ห์แรงขนาดไหน..ก็ขนาดที่รูมเมทร่วมห้องต้องระแวงผู้หญิงที่มาสนิทกับตัวเองอะ ว่าจะมาตีสนิทเพื่อใช้เป็นสะพานเข้าหาพระเอกหรือเปล่า เสน่ห์แรงขนาดที่แฟนเพื่อนมาเห็นหน้าครั้งแรกก็ชอบเลย 55 แถมพระเอกก็ชอบพูดจาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น
รักษาน้ำใจคน พยายามรักษาภาพลักษณ์ ซึ่งบางทีมันก็ทำให้คนฟัง(สาวๆ ที่แอบชอบ) เข้าใจผิดคิดว่าพระเอกมีใจให้ไง (แต่หลังๆ พอชอบนางเอกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นพูดตรงๆ แบบไม่ถนอมน้ำใจและ)

พระเอกเคยมีแฟนสาวหนึ่งคนเมื่อสมัยม.ปลาย แต่ก็ต้องเลิกรากันไปในตอนเข้ามหาลัย..(แฟนเก่าคนนี้แอบร้าย และจะมีส่วนทำให้พระ-นางเข้าใจผิดจนเกือบไม่ได้คบกันด้วย) และต่อมาเขาก็ได้พบกับเด็กสาวที่ชอบพูดจาแปลกๆ พูดน้อยแต่กลับปากร้ายไม่เบา แม้ภายนอกจะดูหยิ่งเย็นชา แต่เขาก็มองออกว่าเธอแอบชอบเขาอยู่..

พ่อของนางเอกเสียชีวิตตั้งแต่นางเอกยังเด็ก จึงทำให้แม่ต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องแบกรับภาระและความเครียดมากมาย นางเอกจึงเหมือนถูกบีบให้รีบโตและกลายเป็นเด็กที่ชอบเก็บความรู้สึก พูดน้อย ไม่ชอบคบหาใคร แต่ก็ไม่ได้หงิ๋มๆ ใสซื่อ ถ้าใครมาว่า มาหาเรื่องก่อน เธอก็พร้อมฟาดกลับไปนิ่มๆ เหมือนกัน ฉลาดทันคนดี 
นางเอกรู้ว่าพ่อพระเอกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อตัวเอง จึงไม่กล้าบอกแม่ว่าชอบพระเอก เพราะกลัวแม่จะโกรธและรับไม่ได้ จริงๆ นางเอกก็เคยแค้น เคยอิจฉา และอยากเอาชนะพระเอก อยากจะเรียนให้เก่งๆ เหนือกว่าอีกฝ่าย เพราะอยากให้แม่ดีใจเห็นว่าตัวเองเก่งกว่าลูกบ้านนั้น 
พระเอกจึงกลายเป็นความยึดติดอย่างหนึ่งของนางเอกมาตั้งแต่เด็ก แต่พอโตและได้มาเรียนที่เดียวกันตอนม.ปลาย นางเอกถึงได้รู้ว่าจริงๆ ตัวเธอน่ะชอบเขา อยากได้ที่หนึ่ง อยากได้คะแนนสูงๆ ก็เพราะอยากให้เขาหันมามองหรือรู้จักตัวเองบ้าง ...
แต่จนแล้วจนรอดนางเอกก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย

พระเอกเพิ่งได้มารู้จักนางเอกแบบจริงๆ ก็ตอนเรียนมหาลัย ในตอนที่นางเอกเข้าไปช่วยพระเอกแก้ไขสถานการณ์ตอนที่เจอผู้หญิงตามตื๊ออยู่ นับแต่วันนั้นจึงไม่ได้มีแต่นางเอกเพียงฝ่ายเดียวที่จดจำเขาได้ เพราะพระเอกก็จำเธอได้แล้วเช่นกัน
หลังจากวันนั้นทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ และนางเอกก็มักจะหาเรื่องที่สามารถดึงดูดจุดประกายความสนใจของพระเอกมาพูดคุยได้เสมอ เรียกว่าทำการบ้านมาดีรู้จุดอ่อนจุดแข็ง มองทะลุปรุโปร่ง เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของพระเอกแทบทุกอย่าง เราถึงได้ใช้คำว่าลึกซึ้งมาบรรยายความแอบชอบของนางเอกงายย..

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอเหมือนคนรู้จักกันมานาน ก็แน่ละ! เพราะที่ผ่านมาการสังเกตและเฝ้ามองพระเอกมันแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งของนางเอกมานานแล้ว แบบรู้ว่าต้องพูดยังไงถึงจะทำให้เขาสนใจ
ต้องเสแสร้งแสดงออกแบบไหนถึงจะทำให้อีกฝ่ายจดจำเราได้ไม่ลืม ซึ่งตอนแรกๆ ที่ได้คุยกัน นางเอกก็จะเอาเรื่องในวัยเด็กของพระเอกมาพูด
ทำให้พระเอกสนใจ เข้าใจผิดคิดว่าเราสองคนมีอะไรเหมือนกัน 
แต่ความจริงนั่นคือสิ่งที่นางเอกเคยแอบเห็นพระเอกทำเมื่อตอนสมัยเด็ก (ที่เคยเจอกัน) ซึ่งตัวนางเอกไม่เคยทำ และไม่ได้เป็นแบบนั้นเหมือนที่พูด...

แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ได้ไปเดทด้วยกันสองคน ความสัมพันธ์เหมือนจะก้าวหน้าไปอีกขั้น ทว่าหลังจากนั้น....พระเอกก็ดันมาเงียบหายไปดื้อๆ ทุกที ไม่ติดต่อ ไม่บอก ปล่อยให้นางเอกรอเก้อ งุนงง ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไร แต่พออารมณ์ดีก็กวักมือเรียกให้ไปหาใหม่ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก แรกๆ นางเอกก็ยังยอม แต่พอเริ่มมีครั้งที่ 2-3 ก็ชักไม่ไหวแล้ว ถึงจะชอบมากแต่ก็มีศักดิ์ศรี 
ไม่ได้แบบหลับหูหลับตาชอบไล่ตามโดยไม่มีเหตุผล ถ้าปฏิเสธมาตรงๆ ก็จบ แต่พระเอกกลับเดี๋ยวจับเดี๋ยวปล่อย มาให้ความหวังแล้วก็หายไป
พอขอเหตุผลก็ไม่ยอมบอก สุดท้ายนางเอกเลยถอดใจพอแล้ว...

พอนางเอกเริ่มปล่อยวาง พระเอกก็เป็นฝ่ายเริ่มตามแทน ตอนไปอ่านหนังสือสอบก็ไปอาคารที่มันหนาวๆ เงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีคนมา เพราะคิดว่าจะได้เจอนางเอก (แต่ไม่เจอจ้านางเอกเปลี่ยนที่) ตอนนางเอกนั่งกินข้าวในโรงอาหารกับเพื่อน พี่แกก็มานั่งข้างๆ โดยไม่ได้เชิญ  เริ่มมีอาการหึงหวงแต่กลับปากแข็งไม่พูดออกมาตรงๆ ...สุดท้ายตอนนางเอกไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อน พอเห็นนางเอกนั่งอยู่คนเดียว (เพื่อนไม่อยู่แล้ว) ก็เปิดประตูเข้ามานั่งในห้องด้วยเฉยเลย ทำตัวเหมือนเด็กแบบผิดวิสัยพระเอกอย่างแรง ...แต่ตอนขากลับดันไปเจอกลุ่มเพื่อนพระเอกซึ่งมีแฟนเก่าพี่แกอยู่ด้วย นางเอกเลยคิดว่าถ้าพระเอกยังทำเหมือนที่ผ่านมาและกล้าปล่อยมือตัวเองในเวลานี้ ต่อไปนางเอกก็จะไม่ให้โอกาสพี่แกอีกแล้ว นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ...หึหึ

หลังจากนั้นก็ปรับความเข้าใจจนได้คบกัน แต่ผ่านไปไม่นานบ้านพระเอกก็เกิดเรื่อง ทำให้เงียบหายไม่ยอมติดต่อนางเอกอีก แต่รอบนี้นางเอกไม่ได้โกรธนะเพราะรู้สาเหตุ...เพราะพ่อพระเอกโกงกิน+ทุจริตในที่ทำงาน และการโกงกินนี้ก็มีส่วนที่ทำให้พ่อของนางเอกต้องเสียชีวิตด้วย แต่ดีที่เรื่องนี้ไม่ได้เอาประเด็นเรื่องที่พ่อนางเอกเสียมาสร้างดราม่าระหว่างพระ-นาง ถึงพ่อพระเอกจะมีส่วน แต่นางเอกก็แยกชัดเจน พ่อก็คือพ่อไม่เกี่ยวกับลูก เพราะพระเอกเองก็ไม่รู้เรื่องที่พ่อทำ ส่วนแม่นางเอกพอลูกเริ่มโตก็เริ่มปล่อยวางได้ และรู้สึกเสียใจที่ทำให้ลูกกลายเป็นคนไม่ร่าเริง เป็นเด็กเก็บความความรู้สึก กลายเป็นคนเงียบๆ แบบนั้น พอรู้ว่าลูกชอบพระเอกก็ไม่ได้ขัดขวาง..ไม่งั้นคงได้มีดราม่าเรื่องครอบครัวอีกยาวแน่...
สรุปคือจบดีแฮปปี้ๆ
ไม่ปลายเปิดเน้อ

....เป็นเรื่องแอบรักอีกแว้ววว ไม่รู้ทำไมชอบอ่านแนวนี้จังเรา55 เรื่องนี้จะเล่าผ่านมุมมองนางเอกในตอนปัจจุบันที่กำลังเรียนมหาลัย และมีเล่าย้อนสลับกลับไปตอนสมัยเรียนม.ปลาย ตอนอ่านช่วงย้อนก็มีแอบเนือยๆ เอื่อยๆ บ้าง บทบรรยายเยอะ  
ส่วนใหญ่ก็จะบรรยายอารมณ์ความรู้สึกที่นางเอกมีต่อพระเอก หรือเวลาที่ได้เจออีกฝ่ายในช่วงที่ยังเรียน
แต่น่าเสียดายที่พระเอกกลับไม่เคยมองเห็นหรือรับรู้เลย แม้จะเคยเห็นหน้านางเอกมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะไม่ได้คิดอะไร ดังนั้นพระเอกจึงจำไม่ได้เลยสักนิด ....พอจำได้แต่ก็ไม่รู้ชื่อและไม่เห็นหน้าอีกว่าเป็นใคร เลยทำให้คลาดเคลื่อนไปมาอยู่แบบนี้

จริงๆ ในเรื่องยังมีความรักของอีกหลายคู่ หลายความวุ่นวาย ซับซ้อนยุ่งยาก พออ่านจบแล้วเราเลยชอบความรักของเพื่อนร่วมห้องพระเอกที่ตัวดำๆ มากกว่า เรียบง่ายดี พยายามแล้วแต่ถ้าเขาไม่ชอบก็ตัดใจ เดี๋ยวถึงเวลาก็เจอเอง ไม่ต้องยึดติดหรือฝืนใจใคร วิน
-วินกันทั้งสองฝ่าย สุดท้ายก็ได้เจอกับคนที่รักเราและเราก็รักเขา ทำไมต้องไปดันทุรัง ไปยึดติด หรือทำอะไรให้มันยุ่งยากซับซ้อนขนาดนั้นด้วย ...
อ่านแล้วเครียดเด้ 55


📍Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/70Cc0SbgHd



วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ

แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง ซินอี๋อู้
ผู้แปล ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

เธอเกิดมา ได้รัก ได้พยายาม สมหวังนับเป็นโชค ไม่สมหวังนับเป็นชะตา
แน่นอนว่า พวกเราตอนเป็นวัยรุ่นมีหรือจะเชื่อว่า
จะมีโชคชะตาบางอย่างที่ไม่มีวันเป็นของเรา ...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เจิ้งเวย ยัยหนูน้อยแก้มใสตัวแสบที่หลงรัก หลินจิ้ง พี่ชายข้างบ้านผู้เงียบขรึม ที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แถมยังประกาศกร้าวว่าจะต้องแต่งงานกับเขาให้ได้เมื่อโตขึ้น เพื่อจะได้คบกับอีกฝ่าย เธอจึงมุ่งมั่นพยายามสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองเดียวกันกับเขา เพื่อจะได้เลื่อนสถานะไปเป็นแฟนสาวอย่างเป็นทางการสักที หลังจากที่รอมานาน
ทว่าฝันที่วาดไว้กลับต้องพังทลาย เมื่อจู่ๆ คนที่เคยอยู่ข้างกายเธอมาตลอดกลับไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่ร่ำไม่ลา ทิ้งไว้เพียงของขวัญวันเกิดที่เธอเคยให้เมื่อตอนอายุครบ 18 เท่านั้น แต่ผ่านไปไม่นานเจิ้งเวยก็ได้รู้เหตุผลที่ทำให้เขาต้องจากไปหลังจากที่พ่อกับแม่ของเธอหย่าขาดจากกัน...

นิสัยนางเอกในช่วงเล่มแรกสมัยตอนเรียนจะค่อนข้างแสบเหมือนเด็ก ร่าเริง เอาแต่ใจมุทะลุ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาและมองโลกในแง่ดี ในเวลาที่เจอกับปัญหาเธอจึงสามารถฟื้นคืนสภาพได้ค่อนข้างเร็ว ไม่จมปลักอยู่กับความทุกข์นาน อย่างตอนที่รักแรกจากไป พอรู้สาเหตุแล้วก็ไม่ได้ไล่ตามอีก คิดว่าของไหนที่เป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเธอจะหาคนที่ดีกว่าเขาเป็นร้อยเท่าให้จงได้...และต่อมาเธอก็ได้พบกับคนที่สามารถทำให้หัวใจสั่นไหวได้อีกครั้ง 

เฉินเซี่ยวเจิ้ง รุ่นพี่คณะสถาปัตย์ที่แสนจะเย็นชา ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ขยันหัวดีแต่มีฐานะยากจน นิสัยต่างกันคนละขั้ว กว่าจะลงเอ่ยกันได้เลยค่อนข้างเหนื่อยหน่อย เพราะนางเอกก็ไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาต้องการ ดังนั้นเขาจึงวิ่งหนีส่วนเธอก็ต้องวิ่งตาม ...นางเอกเรื่องนี้ไม่ชอบการแอบรัก เพราะฉะนั้นเมื่อเธอตกหลุมรักใครแล้วจึงพร้อมพุ่งเข้าใส่
อย่างไม่คิดปิดบัง ถ้ารักก็ทุ่มเต็มที่ ให้ใจเกินร้อย ส่วนอีกฝ่ายจะให้กลับมามากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ...
เมื่อแน่ใจว่าชอบ ก็ไม่ลังเลที่จะไล่ตามจีบอีกฝ่ายอย่างใจกล้าบ้าบิ่น หากใครมาถามก็พร้อมยืดอกรับอย่างเปิดเผยว่าชอบเขาจริงๆ...

แต่เมื่อผ่านอุปสรรคจนได้คบกัน และคิดว่าคงจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปอย่างราบรื่น แต่ทว่าหนทางข้างหน้าและโลกภายนอกนั้นกลับเต็มไปด้วยตัวแปรมากมายที่เรามักคาดไม่ถึง บางครั้งบนเส้นทางของการเติบโตก็ไม่อาจอาศัยคำว่ารักได้เพียงอย่างเดียว บางทีเมื่อตื่นจากฝันในวัยเยาว์ คนที่อยู่ข้างกายเราก็อาจเป็นใครอีกคน... และสุดท้ายทุกอย่างก็อาจต้องพังทลาย เมื่อเขาตัดสินใจเลือกอนาคตที่ก้าวหน้ามากกว่าได้อยู่กับเธอ...

 ...เวลาเห็นพวกแนวรักครั้งแรก รักในวัยเยาว์ทีไรนี่หวั่นๆ ใจทุกที เพราะรู้ว่าจะต้องมีดราม่าต้องหน่วง หรืออาจจะจบแบบไม่สวยแน่ๆ เลย 55 ...แต่เรื่องนี้ผิดคาดจ้า จริงๆ มันก็มีดราม่ามีหน่วงเป็นพักๆ นะ แต่เพราะทัศนคติและการมองโลกในแง่ดีของนางเอก เราเลยไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือหดหู่นาน แป๊บๆ ก็หายแล้ว(เหมือนนางเอกแหละ)ไม่เหมือนตอนอ่านเรื่องกาลครั้งหนึ่งรักของเรา อันนั้นอ่านจบแล้วยัง move on ไปต่อไม่ได้อีกหลายวัน เพราะเรื่องนั้นพอนางเอกล้มแล้ว แทบลุกไปต่อไม่ได้อีกเลย แถมยังทำร้ายตัวเองแบบนั้นอีก..เสียจายยย T^T  

แต่เรื่องนี้หลังจากที่นางเอกต้องสูญเสียความรักครั้งที่ 2 ไป น้องก็ยังมองโลกในแง่ดีใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม พร้อมเปิดใจใหม่ เมื่อรู้สึกเหงาอยากมีแฟนก็ไปดูตัวหาคนที่เหมาะสม สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือไม่มียัยหนูน้อยแก้มใสที่เคยเอาแต่ใจหรือใจร้อนอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นผู้หญิงที่รอบคอบ สุขุมและใจเย็นขึ้น ตามวัยและประสบการณ์
ซึ่งยังคงมีความร่าเริงเป็นกันเอง เพียงแต่ความกล้าและความมุทะลุมีเคยมีในวัยเยาว์นั้นได้หายไปเกือบหมดแล้ว...

แล้ววันหนึ่งทั้งพี่ชายข้างบ้านและรุ่นพี่ก็ต่างกลับมา คนหนึ่งตั้งใจแล้วว่าจะไม่พลาดอีก ค่อยๆ วางแผนรุกคืบไปเรื่อยๆ ยืดหยุ่นตามสถานการณ์แต่เด็ดขาดชัดเจน รู้ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรปล่อย ส่วนอีกคนนั้นมีโอกาสมากกว่าเพราะได้ทำงานที่เดียวกัน ทั้งนางเอกก็ยังมีใจให้อยู่ แต่น่าเสียดายที่กลับยังโลเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่เด็ดขาดสักกะที ...แบบนี้คงพอเดาได้แล้วล่ะเนาะว่าสุดท้ายใครคือตัวจริง คือคนที่นางเอกยอมมอบหัวใจให้ ซึ่งตอนที่อ่านเราก็ชอบนะที่สุดท้ายเป็นคนนี้ เพราะถึงพี่แกจะมาช้าไปหน่อย แต่ก็หนักแน่นมั่นคง ต่อให้ฟ้าถล่มก็สามารถแบกรับแทนเราได้ อยู่ด้วยแล้วอุ่นใจ
ไม่ต้องมาคอยกังวล...เป็นคนที่เหมาะกับคำว่าตลอดไปมากที่สุด...

.. ฉันรู้สึกว่าการเดินจากไปเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนึกเสียใจ
ซึ่งความเสียใจก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
และจะเพิ่มทวีขึ้นทุกครั้งที่เจอเธอหรือได้ยินข่าวคราวของเธอ
ฉันอยากให้คนที่อยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเป็นเธอ
ถ้านี่ไม่ใช่ความรัก....
งั้นฉันก็ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร ฉันไม่กล้าพูดว่าจะยอมอยู่หรือยอมตายเพื่อเธอ
แต่ขอแค่ฉันอยู่ข้างกายเธอ ฉันจะพยายามทุกอย่างเท่าที่ฉันทำได้ 
เพื่อมอบความสุขให้เธอ ปกป้องเธอให้ปลอดภัย ....


 

📍แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8pfBCEpv0R




วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ

 

แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง :  一雁不成夏 (Yi Yan Bu Cheng Xia)
ผู้แปล : นกหงส์หยกตัวยักษ์
สำนักพิมพ์ Meedee

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก เฉียนเฉิง หนุ่มน้อยรูปหล่อ บ้านรวย เป็นทายาทเพียงคนเดียวของเฉียนกรุ๊ป พ่อเป็นประธานบริษัท ส่วนแม่เป็นอดีตดาราสาวสวย น้องเป็นลูกคนรวยขนานแท้ ถูกเลี้ยงแบบสปอยล์ตามใจมาตั้งแต่เด็ก เรื่องเรียนไม่เก่งแต่เรื่องเล่นเป็นที่หนึ่ง เป็นคุณชายเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ ดังนั้นเมื่อผู้หญิงที่ตนเองหมายมั่นจะให้เป็นภรรยาในอนาคตดันไปชอบคนอื่นเข้า คุณชายน้อยที่ไม่เคยถูกใครขัดใจมาก่อนมีหรือจะยอมอยู่เฉย

ลั่วยวน เด็กหนุ่มหน้าตาดีเหมือนลูกครึ่ง หัวดีมากกแต่บ้านจน แม้จะได้ทุนเรียนต่อแต่ก็ต้องทำงานพิเศษสารพัด เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายและดูแลน้องสาวอีก 2 คน เพราะเพื่อนสาวที่นายเอกชอบดันมาปลื้มพระเอก จึงทำให้พระเอกตกเป็นเป้าถูกกลุ่มของนายเอกตาม Bully จนสุดท้ายพระเอกสู้กลับ อัดคนที่นายเอกพามารุมซะหมอบ นายเอกถึงได้ยอมรับปากว่าจะเลิกแกล้ง แต่พอคล้อยหลังก็กลับไปคิดหาแผนการใหม่ แล้วก็เปลี่ยนมาใช้แผนตีสนิทขอเป็นเพื่อนแทน กะว่าพอเป็นเพื่อนแล้วจะได้ลากพระเอกไปเที่ยวเล่นให้เสียการเรียน ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ผลการเรียนจะได้ตกสอบไม่ผ่าน ไม่ได้รับทุนการศึกษาต่อและถูกไล่ออกจากโรงเรียน...

แต่แกล้งไปแกล้งมาดันหลงรักอีกฝ่ายเข้าจริงๆ พอสารภาพความรู้สึกก็คบกันหวานชื่น นายเอกติดพระเอกมาก ถึงจะเป็นคุณชายเสเพลแต่เรื่องรักนั้นไร้เดียงสามากกก ถ้ารักแล้วคือรักเลยไม่เปลี่ยนใจ พอรู้ว่าพระเอกวางแผนไว้ว่าจะไปเรียนต่อเมืองนอก น้องก็ไปบอกพ่อว่าพอจบม.6 จะไปเรียนตปท.นะ แล้วจะขอพาพระเอกไปเรียนด้วยกัน
กะให้อยู่ภายใต้ปีกตระกูลเฉียนเดี๋ยวบ้านนายเอกส่งเสียเอง พ่อก็โอเค เพราะรู้ว่าพระเอกเรียนเก่งเลยสนับสนุน นายเอกก็ฝันหวานคิดว่าต่อไปคงได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่กลายเป็นว่าพระเอกดันมาขอเลิกเฉย นายเอกทำใจไม่ได้จึงตามไปง้อขอเหตุผล
แต่พระเอกก็ทำตัวเย็นชาใส่ อ้างแต่เรื่องเงิน สุดท้ายนายเอกเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กระทั่งผ่านไป
12 ปีถึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงรุ่น...

พอเจอหน้ากันนายเอกก็พูดจาเหยียดหยามข่มพระเอก เพราะนึกว่าพี่แกเป็นราชการจนๆตำแหน่งไม่สูง เงินเดือนน้อย ประกอบกับเรื่องในอดีตที่ถูกทิ้งด้วย(ยังจำไม่เคยลืมเลือน 55) หลังจบงานน้องก็เมาไม่รู้เรื่องจนเกือบถูกคนอื่นพาขึ้นรถไปด้วย แต่พระเอกมาขวางไว้ พาคนเข้าโรงแรมแล้วจับกินตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเจอหน้ากันเลย ...พอตื่นมาแล้วรู้ว่าตัวเองเมาจนขึ้นเตียงกับพระเอก น้องก็โมโหแต่แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไร แถมยังพูดจาเหยียดหยามใส่พระเอกไปอีกรอบ (คราวนี้หนักกว่าเดิม) และต่อมาก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้นายเอกได้รู้ว่า จริงๆ ตำแหน่งของพระเอกนี่ไม่ใช่ขี้ๆ เล่นๆ เลย อีกฝ่ายไม่ใช่เด็กนักเรียนทุนยากจนที่ตนเคยกลั่นแกล้งอีกแล้ว แต่กลายเป็นคนใหญ่คนโตที่ไม่ว่าใครก็อยากเข้าหา อยากเข้ามาประจบประแจง 
ดังนั้นเพื่อบริษัทและอนาคตของตระกูลเฉียน นายเอกจึงจำต้องวางศักดิ์ศรี ละทิ้งความโกรธ และแบกหน้ากลับไปหาพระเอกใหม่อีกครั้ง...โดยหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของพี่แก

เรื่องนี้เดาทางง่าย ไม่สลับซับซ้อน นิสัยนายเอกจริงๆ คือใสซื่อ เจ้าน้ำตาเหมือนสาวน้อย ยิ่งเป็นเรื่องรักหรือเรื่องที่เกี่ยวกับพระเอกก็ยิ่งบ่อน้ำตาแตกง่าย ผิดกับภาพลักษณ์คุณชายเอาแต่ใจลิบลับ 55 (ตอนเห็นภาพปกเล่ม 1 ดิฉันเกือบเดาโพผิดจ้า) ส่วนพระเอกก็เจ้าเล่ห์ หัวดี ไม่ค่อยพูด ไม่ชอบอธิบาย แถมยังเจ้าแผนการอีกต่างหาก
แต่มีปมเรื่องที่ตัวเองจน จึงทำให้กลัวว่าถ้าตัวเองไม่มีอะไรเลยวั
นหนึ่งนายเอกอาจจะเบื่อแล้วทิ้งไป ดังนั้นพี่แกจึงอยากพึ่งพาตัวเองและแข็งแกร่งให้ได้โดยไม่ต้องอาศัยใคร อยากเป็นฝ่ายปกป้องดูแลและเป็นที่พึ่งพิงให้กับนายเอกในอนาคต (สามีมากกกก) มีความเป็นผู้นำและยึดมั่นในอุดมการณ์นี้มาก แต่ไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริง ชอบพูดสั้นๆ แล้วไม่อธิบายอะไร เลยมักทำให้เข้าใจผิด+ไม่เข้าใจกัน พอไม่บอกตรงๆ นายเอกก็ตีความเข้าใจไปอีกแบบ ทำร้ายจิตใจกันไป จนเกือบทำให้ต้องทางใครทางมันกันอีกรอบ..

ป.ล. มีคำผิดบ้างประปรายตามสไตล์พี่สยามแหละน้อออ 55


📍แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6KxqDtX2iE