วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

ลิ่วเหยา เล่ม 2


ลิ่วเหยา เล่ม 2 (3 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : bou ptrn
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ลิ่วเหยา เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1.html


นิสัยเสียของศิษย์พี่ใหญ่
คางคกขี้เรื้อนของศิษย์พี่สอง
ความวุ่นวายที่ศิษย์น้องสี่ก่อไปจนถึงผ้าอ้อมของศิษย์น้องหญิงเล็ก
ล้วนเคยเป็นความคิดถึงที่เขาล้วนได้แต่มองแต่มิอาจเอื้อม...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)  
           ใครจะไปคิดว่าการเดินทางออกจากสำนักในครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขา
จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมายถึงเพียงนี้  
สำนักฝูเหยาที่เคยอยู่กันอย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากโลกภายนอก 
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหากไม่ตั้งใจฝึกฝนวิชาก็หาเรื่องก่อกวนกันเอง  
แต่มาบัดนี้กลับต้องระหกระเหินเรร่อน มีสำนักแต่ต้องปกปิดไม่อาจกลับไป
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พึ่งพาอาศัยกันประหนึ่งคนในครอบครัว

           เล่มนี้พีคมากอารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง 
ไว้ใจไม่ได้เลยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง  เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่หลวงที่ทำให้พัฒนาการของตัวละคร ในด้านพลังความสามารถและจิตใจเปลี่ยนแปลงเติบโตขึ้นอย่างมาก  
จุดมุ่งหมายของแต่ละคนเริ่มเด่นชัด  โดยเฉพาะศิษย์น้องสี่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด ......
.............จะสปอยล์ล่ะนะ (ใครไม่อยากอ่านข้ามไปจ้า) ...........
ศิษย์น้องสี่เดินเข้าสู่เส้นทางปีศาจบำเพ็ญ 
ตอนแรกเพราะถูกคนชักใยแต่หลังจากนั้นเหมือนจะเกิดจิตมารจริงๆ 
เพราะเสียใจที่ตัวเองช่วยอะไรหรือปกป้องใครไม่ได้ แถมยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายศิษย์พี่อีก 
ตอนนี้ภายในร่างเหมือนมี 2 คนอาศัยอยู่ แบ่งเป็นด้านดีกับจิตมาร  
ส่วนพระเอกหรือเจ้าแม่เหยียน นับตั้งแต่วันที่สูญเสียของสำคัญไปก็แทบบ้า 
แต่เพราะความเป็นเจ้าสำนักและศิษย์พี่ยังค้ำคอ จึงได้แต่อดทนกดเก็บความคลั่งนั้นไว้  
ต้องตั้งใจฝึกฝนวิชา และหาช่องทางทำมาหากินเพื่อดูแลคนที่เหลือและฟื้นฟูสำนักต่อไป

           จนร้อยปีผ่านไปเมื่อของสิ่งนั้นหวนคืน พระเอกที่แม้ปากจะไม่พูด 
แต่การกระทำก็แทบจะเผยทุกอย่างออกมาหมดแล้วว่ารู้สึกยังไง ห่วง+หวงคนเขามากแค่ไหน  
แต่อีกด้านก็ยังพยายามระงับความคิดความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เกินเลยหรือข้ามเส้น 
แต่พอคนเขาเกิดเรื่องก็รีบแจ้นมาจัดการทุกคนที่ขวางหน้า แม้อีกฝ่ายจะเก่งขึ้นแล้ว
แต่พระเอกก็ยังผลักไปข้างหลังและกางแขนปกป้องไม่ให้ใครทำร้ายเขาได้อีก 
นายเอกแม้จะความรู้สึกช้ายังไงพอเจอแบบนี้เข้าไปหลายๆ ครั้ง (แถมยังมีคนพูดชง) 
ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างล่ะนะ

           เล่มนี้ต้องตั้งใจอ่าน บทบรรยายเยอะ(เหมือนเดิม)อ่านข้ามไม่ได้  สถานการณ์พลิกผันบ่อย 
จุดหักเหเยอะตั้งแต่หน้าแรกยันจบ...มีตัวละครใหม่อย่างสำนักโหราศาสตร์ สำนักบำเพ็ญอื่นๆ
และเมธีทั้ง 4 ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งอดีตของสำนักฝูเหยาเพิ่มเข้ามา....

           ตอนนี้นายเอกไม่ค่อยจิกกัดเหมือนเล่มแรก แต่ยังเป็นตัวทำลายบรรยากาศเหมือนเดิม  
พระเอกก็ลดนิสัยนกยูงลงบ้างแล้ว ที่เพิ่มขึ้นมาคือความสุขุมจริงจัง  กลายเป็นศิษย์พี่ เป็นเจ้าสำนักที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ  แต่อีกด้านก็ยังคงเป็นเจ้าแม่สำหรับบรรดาศิษย์น้อง 
และมีความเป็นสาวน้อยที่เหมือนเพิ่งหัดมีความรักเพิ่มเข้ามา  
ศิษย์พี่รองกลายเป็นมือขวาเชี่ยวชาญเรื่องยากับค่ายกล  กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสำนัก 
แม้จะดูเหมือนอ่อนแอที่สุด แต่ก็เจ้าเล่ห์+หลอกยากไม่ได้รังแกง่ายๆ นะ
มองความรู้สึกที่ศิษย์พี่ใหญ่มีต่อน้องเฉียนออกเป็นคนแรก (แต่ถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่พูด) 
ศิษย์น้องหญิงเล็กนิสัยเหมือนใคร(ฟะ)55  เป็นครึ่งมารฟ้าครึ่งมนุษย์  
ได้ศิษย์พี่ช่วยกันเลี้ยงดูมาตั้งแต่นุ่งผ้าอ้อม นิสัยเลยไม่เหมือนมารแต่เหมือนเด็กสาวแก่นๆ ธรรมดาทั่วไปมากกว่า เวลาอยู่คนเดียวก็จะเงียบๆ เจียมตนเพราะไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้ามีศิษย์พี่อยู่ด้วยพร้อมพรักเมื่อไหร่ คุณน้องก็จะสยายปีกทันที โฮะๆ ๆ (ศิษย์พี่มาแล้วไม่กลัวๆ ๆ กร่างได้55)



📍ลิ่วเหยา 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2B6zgZJP0O







วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ


อัครเสนาบดีหญิง (丞相不敢当) 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้ (天如玉)
ผู้แปล : Singin' in the Rain
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เซี่ยซู บุตรนอกสมรสของตระกูลเซี่ย หญิงสาวที่เติบโตมาในชนบท ฐานะยากจน นิสัยแก่นแก้วซุกซน แต่เพราะสกุลเซี่ยไม่มีทายาทจึงทำให้นางถูกรับตัวกลับมา และถูกเลี้ยงดูบ่มเพาะเพื่อให้รับช่วงต่อจากท่านปู่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีของแผ่นดิน เพื่อให้สกุลเซี่ยได้เรืองอำนาจสืบต่อไปและไม่ถูกโค่นล้ม แม้จะต้องปลอมตัวเป็นบุรุษหรือรัดหน้าอกไปชั่วชีวิต แม้จะต้องถูกผู้คนชังหน้าและถูกหาว่าเป็นขุนนางเจ้าเล่ห์...นางก็ต้องทำ

เรื่องการเมืองในราชสำนัก การชิงไหวชิงพริบของเหล่าขุนนางตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลาย ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นตัวแปรในการปกครองแผ่นดิน พระเอกเป็นอู่หลิงอ๋องที่ภายนอกเหมือนบัณฑิต แต่เนื้อแท้ภายในเขาคือแม่ทัพใหญ่ที่น่าเกรงขาม 
ซึ่งถูกฮ่องเต้เรียกตัวกลับมาเพื่อหวังให้คานอำนาจกับฝั่งของนางเอก พระ-นางต่างเป็นคนฉลาดเจ้าเล่ห์ด้วยกันทั้งคู่ เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ รู้เท่าทันกันไปหมด ภายนอกพวกเขาคือศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ ส่วนภายในกลับสนิทสนม(จริงดิ่!!และเรียกขานกันว่าพี่-น้อง ทว่าลึกๆในใจทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าใครเป็นพี่เป็นน้องกับเจ้ากัน...ชิ!!! 

จะเห็นได้ว่าตระกูลชนชั้นสูงทั้งหลายในเรื่องนี้นั้นต่างก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแผ่นดิน กระทั่งฮ่องเต้ที่เป็นเจ้าเหนือหัวก็ยังต้องยืดหยุ่น และไม่อาจรวบกุมอำนาจทั้งหมดมาไว้ที่ตนเพียงคนเดียวได้ ส่วนตระกูลชนชั้นสูงก็ไม่อาจมีอำนาจเพียงหนึ่งแต่ต้องมีหลายๆตระกูลมาช่วยกันคานอำนาจไว้ เพื่อให้สมดุล เพื่อไม่ให้ฮ่องเต้หวาดระแวงจนถูกกำจัด ซึ่งในเรื่องนี้ตระกูลของพระเอก-นางเอกก็คือตระกูลหลัก ที่เป็นหัวหน้าของตระกูลชนชั้นสูงที่แบ่งออกเป็นขั้วอำนาจใหญ่ๆสองฝั่ง ตระกูลนางเอกนั้นมีอำนาจมานานจนฮ่องเต้อยากจะกำจัด เดิมทีก็กะจะยึดตำแหน่งอัครเสนาบดีคืน หลังจากปู่ของนางเอกตายอยู่แล้ว แต่ปู่นางเอกก็เจ้าเล่ห์ สามารถทำให้หลานตัวเองได้ครองตำแหน่งนี้จนได้ จึงยิ่งทำให้ฮ่องเต้และขุนนางฝั่งตรงข้ามเกลียดและไม่พอใจนางเอกมากๆ แต่นางเอกก็โนสนโนแคร์ เรื่อยๆเอื่อยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใครว่าอะไรมาก็ยิ้มรับ จนอีกฝ่ายต้องกุมขมับปวดหัวแทน

แม้นางเอกจะเจ้าเล่ห์ และทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลตัวเอง แต่นางก็เป็นขุนนางที่เก่งสมกับตำแหน่งจริงๆนะ แบบว่าเก่งจริง ฉลาดจริง เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการยิ่งกว่าใครจริงๆ และก็ไม่ได้มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวเองลูกเดียว เพราะเมื่อถึงคราวคับขัน นางก็ยังมองเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นหลักสำคัญ ต้องมาก่อน! พระ-นางเลยอยู่กันแบบผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่ได้คิดวางแผนเล่นงานให้อีกฝ่ายถึงตายหรือทั้งตระกูลล่มสลาย  เพราะทุกคนต่างก็เข้าใจดีว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่มสลาย ตัวเองก็จะเป็นรายต่อไปที่ฮ่องเต้หมายหัวและถูกกำจัดแทน

แต่พอนานวันเข้าพระเอกก็เริ่มหวั่นไหว+หัวใจคิดไม่ซื่อ แบบทีแรกก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะชอบผู้ชาย เลยพยายามหลบหน้า+ถอยห่าง 
แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานเสียงของหัวใจ จนถึงขนาดตัดสินใจว่าจะตัดแขนเสื้อแล้วนะ 55+ แม้จะได้รู้ความจริงเรื่องเพศของนางเอก แต่หนทางความรักของทั้งสองก็ยังยากเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะถ้านางเอกยังเป็นผู้ชายแบบนี้ก็คงยากที่จะได้ลงเอยกัน แต่หากเรื่องนี้เปิดเผยออกไปนางเอกก็ต้องตาย รวมถึงคนในตระกูลของนางทุกคนก็ต้องพลอยติดร่างแหตามไปด้วย (นางเอกเป็นห่วงความปลอดภัยคนในตระกูลมาก) ประกอบกับตัวนางเอกเองที่โตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะมีคนที่รักตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรแอบแฝงจริงๆ แม้พระเอกจะจริงใจมากแค่ไหนแต่นางก็ยังเผื่อใจเอาไว้อยู่ตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าพระเอกจะต้องรักตัวเองตลอดไป หากถึงคราวที่อีกฝ่ายต้องแต่งงานจริงๆ นางเองก็พร้อมปล่อยมือ เมื่อรู้ว่าตนมีลูกไม่ได้นางก็ยินดีให้พระเอกมีผู้หญิงอื่น เพราะเข้าใจว่าพระเอกจำเป็นต้องมีทายาทสืบสกุล แบบมองโลกตามความเป็นจริงมากจ้า แต่ดีที่พระเอกไม่คล้อยตามเลยสักเรื่อง55  ใครเสนอเรื่องแต่งงานมาก็ไม่รับ ถ้ามีลูกไม่ได้ก็ไม่ต้องมี แต่ไม่ยอมไปนอนกับคนอื่นแน่นอน ก็คนมันรักไปแล้ว แม้หนทางที่จะได้อยู่ด้วยกันจะริบหรี่แต่พี่ก็สู้ไม่ถอย ไม่ว่านางเอกจะพูดยังไง หรือต่อให้ถูกคนทั้งเมืองพูดนินทาคิดว่าเป็นแขกหลังม่านของนางเอก หรือต้องรักกันแบบหลบๆซ่อนๆพี่แกก็ยอม ไม่เคยหมดหวังเลย 

นอกจากเรื่องในราชสำนักแล้ว ก็ยังมีเรื่องการชิงบัลลังก์ เรื่องศึกสงครามระหว่างแค้น เรื่องแย่งอำนาจของคนในตระกูล เยอะแยะมากวุ่นวายจริงๆ แต่เราว่านักเขียนท่านนี้เค้าสามารถเขียนเรื่องการเมือง เรื่องหนักๆให้กลายเป็นเบาไม่ซีเรียสได้นะ แถมอ่านแล้วยังตลกด้วย ตัวละครคนอื่นๆที่อยู่ข้างกายพระ-นางก็มีสีสันน่าสนใจ และยังมีฉากหวานๆมาให้ฟินเป็นระยะๆ นี่ขนาดนางเอกต้องแต่งเป็นผู้ชายตลอดทั้งเรื่องนะ พระเอกก็ยังหาทางแอบกินเต้าหู้ได้เลย (ท่านอ๋องที่แสนสุภาพแต่ข้างในนี่ไม่สุภาพเลย 55) ถ้าเป็นผู้หญิงนี่จะขนาดไหน55  แถมฉาก nc ก็ดูเหมือนจะเยอะกว่าอีก 2 เรื่องที่ผ่านมาด้วยนะ55 


📍อัครเสนาบดีหญิง ➡️ https://s.shopee.co.th/1BFuGHsLvO



ถ้าไม่จงรักภักดีกับข้า ก็จงตายซะ!




ถ้าไม่จงรักภักดีกับข้า ก็จงตายซะ! / ผู้แต่ง : หลานอ้ายเฉ่า 
ผู้แปล : เสี่ยวเจินจู
สำนักพิมพ์ อรุณ 

                       ยามเยาว์ สิ่งที่ข้าปรารถนาอยากเป็นมากที่สุดมิใช่ตัวข้าเอง 
                             แต่เป็นศัตรูความรักของข้า ...ฉินอวี้เจิง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอกถูกเลี้ยงให้โตมาในคราบบุรุษ เนื่องจากบ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงกลียุคมีแต่ศึกสงคราม พ่อนางเอกที่ดำรงตำแหน่งเป็นเซ่อเจิ้งหวังอยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว ไม่อยากให้ลูกสาวของตนต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยทางการเมือง จึงตั้งใจปกปิดเพศของลูก นางเอกจึงโตมาอย่างอิสรเสรีเหมือนบุรุษ สิ่งใดที่สตรีควรมีหรือต้องรู้ นางก็ไม่มีไม่รู้ทั้งสิ้น 
แต่กลับซุกซนเหมือนลิงทโมน หน้าไม่อาย และใจกล้ายิ่งกว่าบุรุษจริงๆ เสียอีก ทว่าแม้ภายนอกจะดูเหมือนอันธพาลน้อยอย่างไร แต่จิตใจข้างในก็ยังคงเป็นเด็กสาวที่ลุ่มหลงในความรักและคิดทุ่มเทใจให้กับคนๆ เดียว แต่พราะเรื่องเพศที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ดังนั้นต่อให้จริงใจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องถูกปฏิเสธและถูกอีกฝ่ายรังเกียจเสมอมา

พระเอกเป็นรัชทายาทของอีกแคว้น เคยเดินทางมาเป็นแขกที่แคว้นนางเอก และได้เห็นความลับของนางเข้าโดยบังเอิญ แม้ตอนนั้นหัวใจของหญิงสาวจะปักอยู่ที่คนอื่น แต่พระเอกก็ยังคงชอบและสนใจนางมากอยู่ดี ขนาดกลับแคว้นไปแล้ว ก็ยังให้คนคอยจับตามอง คอยส่งข่าวเรื่องนางเอกไปให้ตลอด จนกระทั่งสองแคว้นเปิดฉากทำสงครามกัน นางเอกถูกทำร้ายความจำเสื่อมในระหว่างรบ 
พระเอกที่รอมานาน จึงได้โอกาสพาคนกลับมาเป็นเชลยไว้ข้างตัว (เป็นเชลยวีไอพีมากๆ อยู่ดีกินดียิ่งกว่าแม่ทัพนายกองในค่ายอีก 55

แต่พอความจำฟื้นคืนกลับมา นางเอกก็ออกอุบายขอพระเอกกลับไปแคว้นเดิม  และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ทำให้พระเอกต้องเสียใจภายหลังและตรอมตรมอยู่นานถึง 3 ปีเต็ม แม้จะมีสนมอยู่ในวังหลังมากมาย แต่พี่แกก็ไม่สนไม่แล จนคนอื่นพากันคิดว่าเป็นโรคลับ ดังนั้นพอจับนางเอกกลับมาได้ คราวนี้พี่แกจึงไม่ยอมปล่อยให้คนคลาดสายตาไปไหนอีก ให้กินอยู่-หลับนอน อยู่ในตำหนักเดียวกันกับตัวเองที่เป็นฮ่องเต้นี่แหละ นางเอกเองก็ใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างสบายอุรา กินอิ่ม นอนหลับ กินเก่งกินดุ เพราะลำบากอดหยากมานาน ภายนอกดูเหมือนโอนอ่อนคล้อยตาม แต่ข้างในกลับยังหวาดระแวงและไม่เชื่อใจพระเอกอยู่ดี...

เรื่องนี้มีครบทุกรสสนุก ตลก เศร้า ซึ้งและมีความดราม่าซ่อนอยู่ แต่พอเล่าผ่านมุมมองความคิดของนางเอกมันก็เลยตลก จนบางทีก็เผลอมองข้าม แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น มันเต็มไปด้วยความทุกข์ ความรู้สึกผิดที่มีต่อพ่อ ความผิดหวังเมื่อได้รู้ว่าใจที่ตนทุ่มเทไปเกือบสิบปีนั้น สุดท้ายสิ่งที่เขามอบให้คือการหลอกลวง ส่งผลให้นางเอกกลายเป็นคนเก็บงำความทุกข์ ร่างกายไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ...มีชีวิตแต่เพียงเปลือกนอก  ส่วนด้านในคือพังทลายหมดแล้ว ...ไม่มีใครมองออก แต่พระเอกกลับมองเห็น และเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้จะมีตำแหน่งสูงเป็นถึงฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน และมีสาวงามมากมายให้เลือกอยู่ในวังหลัง แต่พี่แกกลับมีใจรักให้กับนางเอกที่หน้าตาธรรมดา (หนังสือไม่ได้บอกชัดแต่คิดว่าน่าจะหน้าตาธรรมดานะ) ส่วนนิสัยก็ห่างไกลกับคำว่ากุลสตรีลิบลับแต่เพียงผู้เดียว ไร้แผนการ ไร้สิ่งใดแอบแฝง คอยอยู่เคียงข้าง  รักและทะนุถนอมเป็นอย่างดี คอยจับมือนางให้ก้าวข้ามผ่านปมทุกอย่างในชีวิต รอคอยอยู่ข้างๆ เพียงแค่หวังให้นางยอมเปิดหัวใจและเชื่อใจตน ...

ที่พึ่งพาที่ยิ่งใหญ่ของข้ามิใช่การมีตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของฝ่ายหญิงคอยหนุนหลัง 

แต่เป็นการปกป้องข้าโดยไร้เงื่อนไขของหวงตี้ ....

.............................................................................................................

ปล.ส่วนพระรองก็ได้แต่เสียใจภายหลัง เกือบ 10 ปีที่เอาแต่หลบเลี่ยงไม่เคยมองนางเอกดีๆ หรือมองแบบใส่ใจจริงๆ สักครั้ง จึงทำให้ต้องสูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าไปอย่างน่าเสียดาย



📍ถ้าไม่จงรักภักดีกับข้า ก็จงตายซะ ➡️ https://s.shopee.co.th/6AeaEd22YS




วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

นวลหยกงาม เล่ม 6-7 (15 เล่มจบ)


นวลหยกงาม เล่ม 6-7 (15 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : ซานเยวี่ยกั่ว
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
รีวิวนวลหยกงาม เล่ม 1-5 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1-5.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
2 เล่มนี้นางเอกอีเว้นท์เยอะจริงๆ
ไหนจะต้องไปศาลเรื่องคดีแย่งชิงทายาท แล้วนี่ยังมาเจอคนลักพาตัวไปอีก(บันเทิงจริงๆ) 
สำนักศึกษาก็ไม่ค่อยได้ไปแล้วเพราะมีแต่ปัญหาเข้ามา 
แถมสกุลหลูที่ปราศจากท่านตาแค่เพียงพริบตาก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ 
ท่านลุงหวังพึ่งอะไรไม่ได้ ส่วนบรรดาป้าสะใภ้ก็ห่วงแต่ทรัพย์สินเงินทองของจวนกั๋วกงเท่านั้น 
แต่นางเอกก็ยังโอเคไม่เป็นอะไร เพราะข้างกายยังมีพี่ชายคนโตหลูจื้อคอยค้ำจุนเป็นเสาหลัก
และอยู่เคียงข้างนาง  แต่แล้วก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อพี่ชายคนโตถูกจับในคดีฆ่าคนตาย 
สองพี่น้องที่เหลือกันเพียงสองคน ...ต้องไร้ที่พึ่งพา นางเอกที่เป็นเด็กสาวอายุ 13 จึงต้องวิ่งเต้นอยู่เพียงคนเดียวเพื่อหาทางช่วยพี่  (พระเอกไม่อยู่ข้ารับใช้คนสนิทก็ไม่ส่งข่าว เพราะไม่อยากให้เจ้านายตัวเองพัวพันกับนางเอกมากไปกว่านี้)

นี่จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของนางเอกเลยก็ว่าได้  
ศัตรูก็มาจากไหนไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ แม่หาย พี่คนรองก็ตามตัวไม่เจอ 
พี่คนโตก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ส่วนสกุลหลูที่ไม่มีท่านตาก็ไม่อาจเป็นที่พึ่งพิงให้แก่นางได้อีกต่อไป จากที่คิดว่าจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน 4 คนแม่ลูกครอบครัวสุขสันต์ 
แต่ตอนนี้กลับเหลือนางเอกเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แล้วเด็กผู้หญิงอายุ 13 ที่ปราศจากครอบครัว 
ไม่มีทั้งอำนาจ ไม่มีวรยุทธ์ จะมีชีวิตอยู่ยังไงในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศัตรูรอบด้านแบบนี้ ??

สุดท้ายก็เข้าปากพระเอกน่ะสิ ..หึหึ 
ดีที่พอได้คนมากระตุ้น พระเอกก็ชัดเจนและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้ว 
ดังนั้นทันทีที่นางเอกไม่เหลือใครพี่แกจึงรีบตามไปช่วย และรับอีกฝ่ายเข้ามาไว้ใต้ปีกของตัวเองทันที และยืนยันนอนยันอย่างชัดเจนว่า ยังไงนางเอกก็ต้องแต่งมาเป็นภรรยาของตน 
แม้จะไม่ได้พูดคำว่ารัก แต่การกระทำและคำพูดของพี่แกก็ไม่ต่างกับการสารภาพรักอยู่กรายๆ เลย
แถมยังมีคำสัญญากันด้วยนะจ๊ะ สำหรับคนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกอย่างพระเอกนี่ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว
เราเลยพอให้อภัยเรื่องที่พี่แกไปแอบหมั้นหมายคนอื่นมาเป็นชายารองได้  
เพราะคิดว่าคงแค่หมั้นเอามาคั่นเวลารอนางเอกโตเฉยๆ 
ถึงเวลาพอนางเอกโตเมื่อไรคงโดนถอนไปตามระเบียบแหละ  
แต่จริงๆ ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้นกับพี่ชาย นางเอกก็คงไม่ตอบตกลงง่ายๆ แบบนี้หรอก 
พี่ชายที่เอาแต่บอกน้องอยู่ตลอดว่าอย่าไปยุ่ง อย่าถลำใจให้กับพระเอกที่มีฐานะเป็นองค์ชาย 
เพราะกลัวน้องจะเสียใจ กลัวน้องจะถูกหลอกใช้ให้เป็นหมากบนกระดาน 
แต่พี่จะรู้ไหมว่าเส้นทางที่พี่เลือกนั่นแหละ ที่เป็นตัวผลักน้องให้ไปถึงจุดๆ นั้นเอง
ถึงจะมีคนอื่นยินดีเป็นที่พึ่งพาให้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะปกป้องตัวน้องได้
สุดท้ายจึงมีแต่พระเอกนี่แหละที่เหมาะสุด แข็งแกร่งที่สุด ที่พอจะวางใจฝากผีฝากไข้ได้ 
ไม่มีใครกล้ายุ่ง อีกทั้งน้องก็ยังได้ทำตามหัวใจตัวเองด้วย (แล้วพี่ชายว่าน้องจะเลือกใครล่ะ..หุหุ)

ความจริงในอดีตเรื่องบ้านพ่อเคลียร์แล้ว ความลับเบื้องหลังเหตุการณ์ตอนนั้นเปิดเผยหมดแล้ว 
เหมือนจะจบแต่ยังไม่จบจ้าเพราะยังเหลืออีกตั้ง 8 เล่ม เพราะฉะนั้นก็ต้องมีปมอื่นศัตรูใหม่มาให้ตามกันต่อ มีเรื่องของกลุ่มคนที่อยู่ป้อมปราสาทแดง เรื่องอดีตและปมชีวิตในวัยเด็กของพระเอก 
และงานที่พี่ชายของนางเอกเข้าไปทำ ซึ่งดูท่าจะสเกลใหญ่กว่าเรื่องพ่อนะ (เล่ม 7 ฉากพี่ชายสะเทือนใจข่อยมาก โอ๊ยๆ ๆ ชอบพี่ชายยิ่งกว่าพระเอกอีก 55)  
และจบเล่มด้วยการที่พระเอกพานางเอกออกจากเมืองหลวงเดินทางไปทำบันทึกคุนหยวนด้วยกัน 
ก็ต้องรอดูในเล่มต่อไปว่าพอเปลี่ยนจากเมืองหลวงไปอยู่ที่อื่นแล้วจะเป็นยังไง 
จะหลบเรื่องวุ่นๆ และศัตรูไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะเจ็บหนักยิ่งกว่าเดิม ..หึหึ

ปล.ก่อนจบเล่มนี้พระเอกเตรียมถวายฎีกาขอแต่งตั้งให้นางเอกเป็นชายารองแล้วนะจ๊ะ..อิอิ
ปล. คำว่าหลากใจ สุดรู้ สุดปัญญา คำลงท้ายว่าน่ะนะ เจ้าน่ะนะ นี่น่ะนะ เยอะมาก 



📍นวลหยกงาม 15 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/VyuKwulWb






วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อาจารย์ข้าน่ารังแกที่สุด!




อาจารย์ข้าน่ารังแกที่สุด! / ผู้แต่ง : ชิวรั่วเยีย 秋若耶
ผู้แปล : กวงซิน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ฉืออิ๋ง รัชทายาทหรือว่าที่จักรพรรดินีคนต่อไป (เรื่องนี้สตรีเป็นผู้ปกครองแผ่นดินจ้า) นิสัยเอาแต่ใจ ซุกซน แสบเหลือหลาย ชอบกินชอบเล่นเป็นที่สุด แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงรัชทายาทแต่นิสัยอีกด้านกลับใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา เพราะถูกพ่อเลี้ยงดูมาแบบตามใจให้อยู่แต่ในทุ่งลาเวนเดอร์ ไม่รู้ถึงความโหดร้ายสกปรกโสมมของโลกภายนอก ...เพราะถูกบันทึกว่าเป็นดาวหายนะ นางเอกจึงโกรธแค้น ไป๋สิงเจี่ยน หัวหน้าสำนักหลันไถผู้ดำรงตำแหน่งอาลักษณ์ หรืออาจารย์ของตนเองเป็นอย่างมาก จนต้องคอยวางแผนหาเรื่องกลั่นแกล้งอีกฝ่ายเสมอ แต่ทำม๊ายยยทำไมจนแล้วจนรอดคนผู้นั้นก็ยังอยู่ดี แต่กลับเป็นตัวนางซะอีกที่ต้องเพลี่ยงพลั้งกลับไปทุกครา

ไป๋สิงเจี่ยน หัวหน้าสำนักหลันไถ อาลักษณ์ผู้จดบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา จนสร้างหนี้แค้นไปทั่ว 55 เพราะครอบครัวถูกฆ่าจึงทำให้เขาต้องดั้นด้นพาร่างที่บาดเจ็บหนีมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่เมืองหลวง อดีตคุณชายตระกูลหมอชื่อดังต้องกลายเป็นคนพิการ ต้องใช้ชีวิตอย่างอดทนอดกลั้นเพื่อรอวันสะสางหนี้แค้นของตระกูล 

เพราะนิสัยเย็นชา ตรงไปตรงมาทำอะไรไม่เคยไว้หน้าใครของพระเอก บวกกับตำแหน่งอาลักษณ์ที่ต้องจดบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ จึงทำให้พระเอกรู้จุดอ่อนของขุนนางทุกคนรวมถึงจักพรรดินีด้วย ดังนั้นแม้เหล่าขุนนางทั้งหลายจะแค้นพระเอกแทบตาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะถูกกุมจุดอ่อนเอาไว้หมดแล้ว จะมีก็แต่นางเอกนี่แหละที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยังคอยตามหาเรื่องเล่นงานคนเขาไม่หยุดหย่อน ในขณะที่คนอื่นๆ พอเห็นพระเอกเมื่อไรก็ต้องรีบหลบรีบหนีไปให้ไกลๆ แต่นางเอกกลับวิ่งเข้าใส่และตามติดเหมือนข้าวเหนียวไปที่ไหนก็เจอ 55

นางเอกเรื่องนี้พลังทำลายล้างสูงมาก สมกับที่ถูกเรียกว่าดาวหายนะ ไปที่ไหนก็สร้างแต่ความปั่นป่วนวุ่นวายให้เขาไปหมด  แต่จะจับโยนออกไปก็ไม่ได้ จะทำอะไรรุนแรงก็คงไม่ดี เพราะนางดันมีฐานะเป็นถึงองค์หญิงของแคว้น น่าสงสารพระเอกจริงๆ ขาก็ไม่ค่อยดี แล้วยังต้องมาคอยปรนนิบัติรับมือกับนางหนูเอาแต่ใจนี่อีก55 ...ทว่าพอแกล้งมากๆ เข้า ไอ้ความเกลียดที่ว่าก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นความสงสาร ความห่วงใยและความรัก  จากที่คิดอยากแกล้งก็กลายเป็นอยากไปอยู่ใกล้ๆ แทน ทว่านางเอกที่ยังเด็กก็ไม่เข้าใจ ยังหลงนึกว่านั่นคือความเกลียด แต่คนอื่นๆ คือมองออกหมดแล้วนะ พ่อกับแม่ก็ช่างแสนดีเปิดโอกาสให้ลูกไปหาคำตอบด้วยตัวเองว่าจะไปต่อหรือจะหยุด ถ้าไปต่อก็ต้องสละตำแหน่งเนื่องจากพระเอกพิการ คงไม่อาจดำรงตำแหน่งเป็นเฟิ่งจวินได้ หรือสามีของจักรพรรดินีได้ ส่วนพระเอกก็ตั้งใจว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่แต่งงาน เนื่องจากร่างกายพิการ ประกอบกับมีหนี้แค้นที่ยังต้องชำระจัดการอยู่ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่ายิ่งตัวเองพยายามหนี สาวเจ้ากลับยิ่งตาม ...ใจที่แข็งเหมือนหินผาจึงค่อยๆ ถูกกระเทาะจนบางลงเรื่อยๆ และผลสุดท้ายอารมณ์ที่เพียรพยายามสะกดกลั้นมาตลอดก็พังทลาย...

ชอบเรื่องนี้ เราว่าสำนักพิมพ์แปลดีอะ เพราะปกติไม่ค่อยชอบนางเอกนิสัยแบบนี้นะเนี่ย  แต่เรื่องนี้แปลนิสัยของนางเอกออกมาได้น่ารักมาก อ่านแล้วไม่ได้รู้สึกว่าน่ารำคาญเลย โกรธไม่ลง อ่านแล้วตลกอะ มีแต่สายฮา ทั้งเรื่องคงมีแค่พระเอกคนเดียวที่จริงจัง55

ส่วนบทหวานก็มีแทรกเข้ามาเรื่อยๆ อยู่นะ เพียงแต่แสดงออกโดยการกระทำไม่ได้ใช้คำพูดเฉยๆ อย่างตอนที่นางเอกถูกยุงกัดแล้วไม่ยอมทายาเองเพราะเหม็น พระเอกก็พับขากางเกงแล้วทาให้ หรือตอนที่ไม่ใส่รองเท้าเพราะมันเปียก พระเอกก็มาจับเท้าวัดแล้วไปสั่งตัดให้ใหม่เลย หรือตอนที่รู้ว่านางเอกกินดุหิวได้ตลอดเวลา พระเอกก็ไปเก็บผักมาล้างเตรียมไว้ให้โดยไม่ต้องบอก (ไม่งั้นสาวเจ้าถอนมาจากดินแล้วกินสดๆ เลยจ้า55) เวลาร้อนก็พัดให้ ไม่มีการหอมจูบแต่เราว่ามันหวานอยู่นะ 

นางเอกก็ค่อยๆ โต ค่อยๆ ปรับตัวเรียนรู้ไป อย่างตอนที่ถูกพิษจนตาบอดเราว่านางเอกก็รับมือได้ดีมาก ไม่ได้สติแตกโวยวายหรือเศร้าซึม ก็ยังมีความสุขและสนุกกับชีวิตได้เหมือนเดิม ชอบตอนจบแม้ว่าจะรวบรัดไปหน่อย ปมหนี้แค้นของพระเอกก็ยังไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร ขนาดหนังสือหนามากมีตั้ง 600 หน้า แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ 55+ ....
แต่ชอบฉากจบ ตอนที่พ่อตากับลูกเขยต้องเผชิญหน้ากัน ชอบตอนที่พ่อนางเอกเห็นหน้าหลานแล้วถามว่า “ บอกตาสิ พ่อสารเลวของเจ้าเป็นผู้ใด”  ท่านพ่อแค้นมากกกก ความแค้นที่ชิงตัวบุตรสาวไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้นะจ๊ะ 55+


📍อาจารย์ข้าน่ารังแกที่สุด ➡️ https://s.shopee.co.th/7fTO1tzURd



วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

นวลหยกงาม เล่ม 1-5


นวลหยกงาม เล่ม 1-5 (15 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : ซานเยวี่ยกั่ว
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

อี๋อวี้ หญิงสาวยุคปัจจุบันที่ตายแล้ววิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ หลูอี๋อวี้ เด็กหญิงอายุ 4 ขวบที่มีสติปัญญาไม่สมประกอบ ไม่อาจพูดจาสื่อสารหรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระได้ บุตรสาวคนสุดท้องของหลูซื่อ หญิงหม้ายในชนบทที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังถึง 3 คน ในชาติก่อนนางเอกเป็นเด็กกำพร้า และเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทั้งหน้าตาและสติปัญญาจัดอยู่ในระดับธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่พอทะลุมิติมาทุกสิ่งก็อัพเลเวลขึ้น หน้าตาจิ้มลิ้มบอกเค้าสาวงามตั้งแต่วัยเยาว์ หัวสมองที่เคยเชื่องช้าธรรมดาก็เปลี่ยนกลายเป็นฉลาดเฉลียว ไม่ว่าอ่านอะไรก็สามารถจำได้ภายในรอบเดียว แถมเลือดภายในร่างกายก็ยังมีสรรพคุณช่วยเร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ได้อีกด้วย จากคนเงียบๆขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะตัวคนเดียวและเป็นเด็กกำพร้า แต่เพราะความรักความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวในชาตินี้ จึงทำให้นางเอกค่อยๆสลัดปมในใจและกลายเป็นคนที่สดใสร่าเริง

ครอบครัวนางเอกเดิมเป็นตระกูลขุนนางใหญ่ แต่เพราะไปข้องเกี่ยวกับการต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์ แม่ของนางเอกจึงต้องกลายเป็นหมากบนกระดานอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจต่างๆมากมาย...สามีที่เคยรับปากว่าจะไม่มีหญิงอื่นก็หลงอนุทอดทิ้งไม่ใยดี ครอบครัวเดิมตัดสัมพันธ์ไมตรี หัวเดียวกระเทียมลีบไร้ที่พึ่งพิงปราศจากคนหนุนหลัง กระทั่งลูกชายคนโตก็ยังถูกใส่ร้ายจนเกือบตาย สุดท้ายท่านแม่ทนไม่ไหวจึงตัดสินใจหอบลูกๆหนีออกมาใช้ชีวิตตกระกำลำบากอยู่ข้างนอกแทน  สองเล่มแรกจะเป็นช่วงใช้ชีวิตอยู่ในชนบท สี่คนแม่ลูกสกุลหลูต้องช่วยกันทำมาหากินเพื่อให้ได้อิ่มท้อง 

หลูจื้อพี่ชายคนโตต้องออกไปเลี้ยงวัวพลางอ่านหนังสือไปพลาง ไม่ได้เล่าเรียนในสำนักศึกษาเพราะยากจน หลูจวิ้นพี่ชายคนรองถนัดใช้แรงก็คอยหาบน้ำช่วยทำนา แต่ละวันต้องวิ่งไปกลับหลายกิโลเพื่อเรียนวรยุทธ์ ส่วนนางเอกกับแม่ก็อยู่บ้านช่วยกันปักผ้าเพื่อหารายได้อีกทาง แต่ด้วยความรู้จากยุคปัจจุบันของนางเอก เพียงไม่นานก็สามารถช่วยให้ที่บ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการทำขนมออกขาย

รายได้เริ่มดีทุกอย่างกำลังไปได้สวย เดิมทีคิดว่าคงได้อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ไปเรื่อยๆจนพี่ชายสอบเสร็จกลับมา แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เห็นด้วย จึงส่งมารผจญคนขี้อิจฉามาสร้างเรื่องก่อปัญหา หวังใช้โอกาสที่พี่ชายไม่อยู่บ้านจับแม่นางเอกแต่งงานใหม่ สองแม่ลูกจึงต้องพากันหนีออกมา และได้ไปเจอกับพระเอกที่เดินทางผ่านมาช่วยเข้าไว้พอดี ...

หลังจากที่หนีออกมาได้ก็ต้องเริ่มสร้างทุกอย่างใหม่หมดอีกครั้ง สองแม่ลูกต้องช่วยกันทำขนมออกขาย และค่อยๆเก็บเล็กผสมน้อยจนค่อยๆเริ่มมีฐานะขึ้น ระหว่างนั้นพี่ชายที่ได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาก็เริ่มฉายแววโดดเด่นเป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความขี้อวดน้องสาวของพี่คนรอง จึงทำให้นางเอกต้องตกเป็นเป้าขององค์หญิงเกาหยางแบบงงๆ แบบอยู่เฉยๆก็โดนเกลียดโดนวางแผนเล่นงานเฉยเลย 
ทว่าแม้จะโชคร้ายถูกวางแผนเล่นงานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่นั่นก็ทำให้นางเอกได้แสดงความสามารถ จนได้รับการเสนอชื่อให้เข้าเรียนในสำนักซูเสวีย หนึ่งในสำนักชื่อดังของเมืองหลวงด้วยเช่นกัน

แต่พอเข้าไปอยู่ในสำนักศึกษา นางเอกก็กลายเป็นเป้าถูกคนรังแกอีกแล้ว แบบยิ่งเก่งก็ยิ่งถูกเกลียดขี้หน้า เพียงเพราะเป็นสามัญชนไม่ได้มาจากตระกูลขุนนางใหญ่ โดยมีคุณหนูใหญ่ตระกูลจ่างซุน ที่ภายนอกดูอ่อนโยนเป็นคนดีแต่ข้างในร้ายลึกเหมือนงูพิษ เป็นแกนนำพรรคคอยยุยงวางแผน...ตอนแรกนางเอกก็พยามยามอยู่เงียบๆยอมๆไป เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร เลี่ยงได้ก็เลี่ยง แต่กลายเป็นว่ายิ่งหลบกลับยิ่งเจอ สุดท้ายเลยต้องสู้ตอบโต้กลับไปบ้าง ส่วนพี่ชายก็พยายามปกป้องน้องแล้วนะ แต่เพราะไม่สามารถอยู่ด้วยกันตลอดเวลาได้ น้องจึงจำต้องหัดยืนหยัดด้วยตัวเอง โดยมีพี่ชายอยู่ข้างๆ คอยหนุนหลังให้คำปรึกษา และมีพระเอกคอยแอบช่วย แอบตามไปเก็บจัดการให้ทีหลัง

นอกจากเรื่องวุ่นๆในสำนักศึกษา นางเอกก็ยังต้องเข้าไปพัวพันกับพระเอกเพราะเรื่องถอนพิษอีกด้วย ทำให้พระ-นางมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่กว่าจะรู้ตัวว่าชอบจริงๆก็ปาไปเล่ม 5 ได้ ...พระเอกเป็นองค์ชายสี่ ที่กำพร้าแม่แต่ได้รับความโปรดปรานจากพ่อ เป็นคนเย็นชาไม่ค่อยพูด และเพราะถูกพิษจึงทำให้สีดวงตาเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียว พระเอกไม่เคยรักใครมาก่อนจึงไม่รู้ว่าจริงๆตัวเองชอบนางเอกมานานแล้ว คือเห็นนางเอกพูดคุยยิ้มกับหนุ่มอื่นก็อึดอัดตรงอก นอกจากพี่ชายแล้ว หากหนุ่มไหนเข้าใกล้หรือให้ของนางเอก พี่แกก็แปลบๆในใจ แต่บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร ไม่รู้ ไม่เคยรักใคร 55  

ส่วนพี่ชายนางเอกนี่รู้ทันจ้า มองออกนานแล้ว...ฮึฮึ ก็พยายามเตือนน้องให้อยู่ห่างๆ ไม่ให้เข้าไปสนิทสนมกับอีกฝ่ายมาก เพราะกลัวน้องถูกหลอกใช้เป็นหมากบนกระดาน (พวกองค์ชายมานไว้ใจม่ายล่ายยย) แต่ในเมื่อมีเรื่องให้อยู่ใกล้กันทุกวันขนาดนี้ สายเปย์ขนาดนี้ ดูแลดีแบบนี้แล้วใครจะอดใจไหว ทว่าสุดท้ายนางเอกก็ต้องถอยเพราะพระเอกทำอะไรคลุมเครือ ทำเหมือนชอบแต่ลับหลังกลับไปหมั้นหมายกับคนอื่นซะอย่างงั้น ...เหอๆ นางเอกเลยตัดใจเพราะไม่อยากใช้สามีร่วมกับใคร  ไม่อยากเสียใจเหมือนแม่ตัวเอง

เล่ม 3-5 นางเอกอีเว้นท์เยอะมากจ้า งานเข้าตลอด เดี๋ยวก็ถูกคนนู้นคนนี้จับตัวไป เนื้อหอมมากไม่ได้หยุดพักเลย มีเรื่องการแข่งขันประชันศาสตร์ของสำนักศึกษาที่ถูกเสนอชื่อให้เข้าร่วมแข่ง ซึ่งก็อย่าหวังว่าจะได้แข่งอย่างราบรื่นเลย เพราะมีพวกตัวร้ายๆคอยวางแผนคิดหาทางให้นางเอกพ่ายแพ้อับอายขายขี้หน้าอยู่ตลอด(สงสัยจะว่างมาก) มาอยู่สำนักศึกษานี่เหมือนเข้ามาเพื่อฝึกฝนรับมือเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ เรื่องเรียนเป็นเรื่องรอง ที่เหลือก็คอยรับมือกับพวกคุณหนูวุ่นวายกับคุณชายเย็นชานี่แหละ55 

นี่ขนาดเพิ่งอายุ 12-13 ยังอยู่แค่ในสำนักศึกษากันนะ ถ้าโตกว่านี้นี่ไม่อยากจะคิดเลย55 แล้วไหนจะเรื่องพ่อกับตาที่รู้แล้วว่าพวกนางเอก 4 คนแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ก็พยายามจะดึงคนเขากลับเข้าตระกูลตัวเองให้ได้ ฝั่งตาบอกเหตุผลแล้วพอให้อภัยได้ 
แต่ฝั่งพ่อนี่ขอเบ้ปากกรอกตายิ่งพอเจอลูก+เมียอนุแล้วยิ่งขอบาย ไม่รู้ว่าที่พ่ออธิบายมาเป็นความจริงหรือหลอก แต่ไม่ว่าจริงหรือเท็จสรุปแล้วก็ไม่มีใครอยากกลับไปอยู่บ้านพ่ออยู่ดี

ใครๆก็อิจฉาที่แม่นางเอกมีลูกดี ได้เรื่อง เก่งกันทั้ง 3 คน (ฝั่งพ่อเลยอยากได้ลูกคืนเพราะพี่นางเอกกับนางเอกเก่งและโดดเด่นมาก ส่วนลูกสาวที่เกิดจากอนุของตัวเองก็...) แต่บ้านนางเอก 4 คนสุดท้ายก็ไม่ได้กลับไปจ้า อิพ่อเงิบแต่ทำไรไม่ได้ ส่วนอนุพ่อปากว่าเสียใจแต่ข้างในนี่ตีปีกพั่บๆ ไม่อยากให้พวกลูกเมียเอกกลับมาใจจะขาด กว่าจะแย่งสามีคนอื่นมาได้นี่ไม่ง่ายเลย ไม่ยอมหรอกเน้อเสียทองเท่าหัวแต่จะไม่ยอมเสีย...ให้ใคร55 (ไม่รู้ว่าพ่อนางเอกรู้ไหมว่าอนุสุดที่รักของตัวเองลึกๆเป็นคนยังไง? เป็นสายให้ใคร?

ปมเยอะมากจ้าบอกเลย ทั้งเรื่องบ้านนางเอกเอง เรื่องการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย เรื่องขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวต่างๆ แล้วไหนจะตัวละครที่ออกมาแล้วแต่ยังมีบทไม่มาก แต่ดูแล้วคาดว่าต้องมีซัมติงแน่นอน  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตั้ง 15 เล่มจบ ปมเยอะจริงๆ บรรยายละเอียดด้วย เริ่มตั้งแต่เด็กจนโต อยู่ในชนบทจนเข้าเมืองหลวงและเข้าเรียน จบเล่ม 5 นางเอกยังอายุแค่ 13 อยู่เลย  (พระเอกต้องใจเย็นนิสสสสนึงง) 

ศัตรูก็เยอะต้องฟาดฟันกันอีกเยอะอีกนาน เล่มแรกก็กับคนในหมู่บ้าน กับขุนนางเล็กๆในอำเภอ พอเข้าเมืองก็เริ่มพบเจอกับคนระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคุณหนูคุณชาย องค์ชายองค์หญิง ทั้งฝั่งพ่อที่เป็นขุนนางใหญ่ซึ่งมีฮ่องเต้หนุน รวมถึงพวกที่อยู่ในที่ลับแต่ยังไม่เปิดเผยตัวออกมา แล้วยิ่งตอนนี้นางเอกก็ดันมีความสามารถพิเศษในการแก้พิษยากๆได้เพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง เดี๋ยวก็ต้องมีคนมาตามล่าเพิ่มอีกแน่ๆ เชื่อเราสิ...หึหึ

ตัวละครเยอะมากจ้า มีที่เด่นๆน่าสนใจหลายคนเลย แต่บอกได้ไม่หมดต้องไปอ่านเองน๊า แต่ที่เราชอบสุดก็คือพี่ชายคนโตของนางเอกจ้า ออกเยอะมาก มากกว่าพระเอกอีก55 เป็นคนที่ฉลาดเฉลียวมากๆ เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการพอๆ กับพระเอกเลย รักแม่กับน้องมาก เป็นผู้ใหญ่เกินวัยตั้งแต่เด็กเพราะเจ็บมาเยอะ ปากไม่พูดแต่ใจพี่ชายนี่เจ็บปวดมาก 
เจ็บที่เห็นแม่ต้องทุกข์ใจเพราะพ่อและอนุ เจ็บที่พ่อไม่เชื่อใจถือดาบจะฟัน เจ็บที่น้องสาวคนเล็กต้องเกิดมาปัญญาอ่อนและไม่มีเงินรักษา เจ็บที่เห็นแม่กับน้องต้องคอยวิ่งหลบเจ้าหน้าที่เวลาเอาขนมไปขาย แต่พูดอะไรไม่ได้ เจ็บที่พ่อกับตาทอดทิ้งพวกเขา เจ็บที่ทุกคนเอาพวกเขา 4 คนแม่ลูกไปเป็นหมาก 
 
พอเข้าเรียนในสำนักศึกษาได้ พี่ชายจึงเริ่มสร้างเครือข่ายขยายอิทธิพลของตัวเองอย่างลับๆ แบบไม่ขอพึ่งพาหรือฝากความหวังไว้ที่ใครอื่นนอกจากตัวเอง เพื่อจะได้ปกป้องแม่และน้องๆไม่ให้ต้องกลายเป็นหมากของใครอีกต่อไป รวมถึงแก้แค้นทุกคนที่เคยทำร้ายครอบครัวพวกเขาในอดีตด้วย 
(เสียดายพี่คนรองที่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยมีบทเลย ไม่รู้ไปฝึกวรยุทธ์ถึงไหนไม่กลับมาสักที55)

ป.ล. การแปลบางประโยคอ่านแล้วงงๆเหมือนวางสลับที่ บางจุดเหมือนตกคำเชื่อม บางคำเยิ่นเย้อไปหน่อย อย่าง 'ยิ้มอย่างกว้างขวาง'  'ได้ยินอย่างละเอียดลออ' 

แล้วก็คร่าวๆ ประมาณนี้
 1. 'เฉินซวีเห็นผู้เป็นนายตื่นแล้ว ซึ่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆตลอดกุลีกุจอเข้าไปประคองนางลุกขึ้น..'
ควรจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า
 'เฉินซวีซึ่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ตลอดเห็นผู้เป็นนายตื่นแล้ว จึงกุลีกุจอเข้าไปประคองนางลุกขึ้น..'

2. จากเล่ม 3
'อีกทั้งเมื่อคืนรู้สึกใจคอไม่ดีวูบหนึ่ง เลยส่งหลูเย่ามาดูสถานการณ์ที่นี่ เช่นนั้นน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาก็คง....'
อันนี้ตกคำว่า "มิ" ไปหรือเปล่า

3. จากเล่ม 3
'ตอนรุ่งสางนางหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังชำระกายเสร็จก็ผล็อยหลับไปอีก ครั้งสุดท้ายพอร้องไห้เหมือนคนไร้สติต่อหน้าหลูจื้อ แล้วเป็นลมไปเลย....'
ควรจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า
'ครั้งสุดท้ายพอร้องไห้เหมือนคนไร้สติต่อหน้าหลูจื้อ ก็เป็นลมไปเลย....'




📍นวลหยกงาม 15 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/VyuKwulWb