ลิ่วเหยา เล่ม 2 (3 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Priest (พีต้า)
ผู้แปล : bou ptrn
สำนักพิมพ์ Rose Publishingผู้แปล : bou ptrn
ลิ่วเหยา เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2020/02/1.html
นิสัยเสียของศิษย์พี่ใหญ่
คางคกขี้เรื้อนของศิษย์พี่สอง
ความวุ่นวายที่ศิษย์น้องสี่ก่อไปจนถึงผ้าอ้อมของศิษย์น้องหญิงเล็ก
ล้วนเคยเป็นความคิดถึงที่เขาล้วนได้แต่มองแต่มิอาจเอื้อม...
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ใครจะไปคิดว่าการเดินทางออกจากสำนักในครั้งแรกและครั้งเดียวของพวกเขา
จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมายถึงเพียงนี้
จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมายถึงเพียงนี้
สำนักฝูเหยาที่เคยอยู่กันอย่างเงียบสงบ ห่างไกลจากโลกภายนอก
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องหากไม่ตั้งใจฝึกฝนวิชาก็หาเรื่องก่อกวนกันเอง
แต่มาบัดนี้กลับต้องระหกระเหินเรร่อน มีสำนักแต่ต้องปกปิดไม่อาจกลับไป
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พึ่งพาอาศัยกันประหนึ่งคนในครอบครัว
ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พึ่งพาอาศัยกันประหนึ่งคนในครอบครัว
เล่มนี้พีคมากอารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง
ไว้ใจไม่ได้เลยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่หลวงที่ทำให้พัฒนาการของตัวละคร ในด้านพลังความสามารถและจิตใจเปลี่ยนแปลงเติบโตขึ้นอย่างมาก
จุดมุ่งหมายของแต่ละคนเริ่มเด่นชัด
โดยเฉพาะศิษย์น้องสี่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด ......
.............จะสปอยล์ล่ะนะ (ใครไม่อยากอ่านข้ามไปจ้า)
...........
ศิษย์น้องสี่เดินเข้าสู่เส้นทางปีศาจบำเพ็ญ
ตอนแรกเพราะถูกคนชักใยแต่หลังจากนั้นเหมือนจะเกิดจิตมารจริงๆ
เพราะเสียใจที่ตัวเองช่วยอะไรหรือปกป้องใครไม่ได้
แถมยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายศิษย์พี่อีก
ตอนนี้ภายในร่างเหมือนมี 2 คนอาศัยอยู่ แบ่งเป็นด้านดีกับจิตมาร
ส่วนพระเอกหรือเจ้าแม่เหยียน นับตั้งแต่วันที่สูญเสียของสำคัญไปก็แทบบ้า
แต่เพราะความเป็นเจ้าสำนักและศิษย์พี่ยังค้ำคอ จึงได้แต่อดทนกดเก็บความคลั่งนั้นไว้
ต้องตั้งใจฝึกฝนวิชา และหาช่องทางทำมาหากินเพื่อดูแลคนที่เหลือและฟื้นฟูสำนักต่อไป
ส่วนพระเอกหรือเจ้าแม่เหยียน นับตั้งแต่วันที่สูญเสียของสำคัญไปก็แทบบ้า
แต่เพราะความเป็นเจ้าสำนักและศิษย์พี่ยังค้ำคอ จึงได้แต่อดทนกดเก็บความคลั่งนั้นไว้
ต้องตั้งใจฝึกฝนวิชา และหาช่องทางทำมาหากินเพื่อดูแลคนที่เหลือและฟื้นฟูสำนักต่อไป
จนร้อยปีผ่านไปเมื่อของสิ่งนั้นหวนคืน พระเอกที่แม้ปากจะไม่พูด
แต่การกระทำก็แทบจะเผยทุกอย่างออกมาหมดแล้วว่ารู้สึกยังไง ห่วง+หวงคนเขามากแค่ไหน
แต่อีกด้านก็ยังพยายามระงับความคิดความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เกินเลยหรือข้ามเส้น
แต่พอคนเขาเกิดเรื่องก็รีบแจ้นมาจัดการทุกคนที่ขวางหน้า แม้อีกฝ่ายจะเก่งขึ้นแล้ว
แต่พระเอกก็ยังผลักไปข้างหลังและกางแขนปกป้องไม่ให้ใครทำร้ายเขาได้อีก
นายเอกแม้จะความรู้สึกช้ายังไงพอเจอแบบนี้เข้าไปหลายๆ ครั้ง (แถมยังมีคนพูดชง)
ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างล่ะนะ
แต่พระเอกก็ยังผลักไปข้างหลังและกางแขนปกป้องไม่ให้ใครทำร้ายเขาได้อีก
นายเอกแม้จะความรู้สึกช้ายังไงพอเจอแบบนี้เข้าไปหลายๆ ครั้ง (แถมยังมีคนพูดชง)
ก็ต้องรู้สึกตัวบ้างล่ะนะ
เล่มนี้ต้องตั้งใจอ่าน
บทบรรยายเยอะ(เหมือนเดิม)อ่านข้ามไม่ได้ สถานการณ์พลิกผันบ่อย
จุดหักเหเยอะตั้งแต่หน้าแรกยันจบ...มีตัวละครใหม่อย่างสำนักโหราศาสตร์ สำนักบำเพ็ญอื่นๆ
และเมธีทั้ง
4
ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งอดีตของสำนักฝูเหยาเพิ่มเข้ามา....
ตอนนี้นายเอกไม่ค่อยจิกกัดเหมือนเล่มแรก แต่ยังเป็นตัวทำลายบรรยากาศเหมือนเดิม
พระเอกก็ลดนิสัยนกยูงลงบ้างแล้ว
ที่เพิ่มขึ้นมาคือความสุขุมจริงจัง กลายเป็นศิษย์พี่ เป็นเจ้าสำนักที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ
แต่อีกด้านก็ยังคงเป็นเจ้าแม่สำหรับบรรดาศิษย์น้อง
และมีความเป็นสาวน้อยที่เหมือนเพิ่งหัดมีความรักเพิ่มเข้ามา
ศิษย์พี่รองกลายเป็นมือขวาเชี่ยวชาญเรื่องยากับค่ายกล กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสำนัก
ศิษย์พี่รองกลายเป็นมือขวาเชี่ยวชาญเรื่องยากับค่ายกล กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของสำนัก
แม้จะดูเหมือนอ่อนแอที่สุด แต่ก็เจ้าเล่ห์+หลอกยากไม่ได้รังแกง่ายๆ นะ
มองความรู้สึกที่ศิษย์พี่ใหญ่มีต่อน้องเฉียนออกเป็นคนแรก (แต่ถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่พูด)
มองความรู้สึกที่ศิษย์พี่ใหญ่มีต่อน้องเฉียนออกเป็นคนแรก (แต่ถูกบังคับให้สาบานว่าจะไม่พูด)
ศิษย์น้องหญิงเล็กนิสัยเหมือนใคร(ฟะ)55 เป็นครึ่งมารฟ้าครึ่งมนุษย์
ได้ศิษย์พี่ช่วยกันเลี้ยงดูมาตั้งแต่นุ่งผ้าอ้อม นิสัยเลยไม่เหมือนมารแต่เหมือนเด็กสาวแก่นๆ ธรรมดาทั่วไปมากกว่า
เวลาอยู่คนเดียวก็จะเงียบๆ เจียมตนเพราะไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้ามีศิษย์พี่อยู่ด้วยพร้อมพรักเมื่อไหร่
คุณน้องก็จะสยายปีกทันที โฮะๆ ๆ (ศิษย์พี่มาแล้วไม่กลัวๆ ๆ กร่างได้55)
📍ลิ่วเหยา 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2B6zgZJP0O





