วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วังต้องห้าม 3 เล่มจบ


วังต้องห้าม 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Mo Hui / ผู้แปล : เป่าเป้ย
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
" ซ่งผิงอัน "
คือองครักษ์นายหนึ่ง แต่เขามิใช่องครักษ์ธรรมดา
เขาคือองครักษ์ที่คอยปกป้องประตูวัง
เพียงแต่เขาทุ่มเทปกป้องประตูวังได้อย่างเต็มที่
ทว่าไม่อาจปกป้องร่างกายของตนได้
ฝันร้ายเริ่มต้นขึ้นในคืนฝนตกหนาวเย็นนั้น ...
ผ้าดำที่ปิดตา ... ร่างกายที่เร่าร้อน  พฤติกรรมที่น่าละอาย
ยามเขาได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง
บุรุษที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ ... " คนผู้นั้น ..."

เดิมซ่งผิงอันนึกว่าแค่ครั้งสองครั้ง
แต่เขากลับไม่รู้ว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เขาก็ไม่อาจไม่คุ้นเคยการโอบกอดนอนหลับกับคนผู้นั้น
คุ้นเคยกับจูบของเขา  คุ้นเคยกับการถูกครอบครองจากเขา
จนถึงขนาดเปลี่ยนเป็นอาลัยอาวรณ์กับทุกสิ่งที่บุรุษผู้นั้นมอบให้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ซ่งผิงอัน  นายทหารองครักษ์เฝ้าประตูวังที่หน้าตาสุดแสนจะธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น วิทยายุทธ์หรือก็งั้นๆ  แต่อะไรหนอมาดลใจให้ เส้าเย่ฮว๋า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแผ่นดินมาถูกใจนายทหารหนุ่มผู้นี้เข้า

นายเอกเป็นทหารองครักษ์เฝ้าประตูวังที่ทำงานมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งใดๆเหมือนกับใครเขาสักที แต่ซ่งผิงอันก็หาเดือดร้อนไม่ เพราะเขาพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ ได้เลื่อนขั้นก็ดี ไม่ได้เลื่อนขั้นก็ไม่เป็นไร เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าความสามารถของตัวเองนั้นมีอยู่แค่ไหน จึงไม่หวังสูงคิดไปไกล ขอเพียงมีข้าวให้กินอิ่ม ได้มีเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ก็พอใจแล้ว 

เส้าเย่ฮว๋า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่มีวัยเด็กสุดแสนจะรันทด แม้จะโตเพียงใดแต่ทว่าทุกย่างก้าวก็ยังอยู่ในความควบคุมของสตรีสองนางที่อยู่ในวังหลังอยู่ดี ตั้งแต่เล็กจนโตหากพระเอกชอบอะไรสิ่งนั้นก็จะถูกทำลาย และหากเขาชอบใครคนผู้นั้นก็จะต้องตาย  ดังนั้นเมื่อเขารู้สึกดีกับคนผู้หนึ่ง เขาจึงปกปิดมันไว้ไม่บอกใคร  แต่กลับเฝ้ารอเวลาตระเตรียมทุกอย่าง เพื่อจะได้ปกป้องคนผู้นั้นให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและปลอดภัยแทน 

นายเอกเป็นคนซื่อๆ ไม่คิดมาก มองโลกในแง่ดี ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นอะไร ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือสติปัญญา ก็อยู่ในระดับปกติธรรมดามาก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดมากเมื่อรู้ว่าคนที่จับตัวเองกดนั้นเป็นใคร และถึงอีกฝ่ายจะมีหญิงงามอยู่ข้างกายมากมายแค่ไหน แต่ในใจของนายเอกก็ยังคงราบเรียบ ไร้คลื่นลมใดๆ จนทำให้อีกฝ่ายนั้นแทบกระอักและทนไม่ไหวเลยทีเดียว ...

ส่วนพระเอกนั้นตรงกันข้าม เขาเป็นฮ่องเต้ที่เฉลียวฉลาดและเหี้ยมโหด เพื่อให้อำนาจรวมเป็นหนึ่งเดียว มือของเขาจึงเต็มไปด้วยเลือดของผู้คนมากมาย อารมณ์ของพระ-นายเราว่ามันคล้ายๆ กับ จางผิง+หวงฝู่เจี๋ยในเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์อยู่นะ แต่พระเอกในเรื่องนี้ไม่ได้มีชีวิตในวัยเด็กรันทดมากเหมือนพระเอกในเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์  
แถมยังเป็นฮ่องเต้ที่มีลูกเยอะ แบบแทบจะหัวปีท้ายปีได้ และยังมีพระสนมนางในตามปกติ แต่แน่นอนว่าหนึ่งเดียวในใจของพี่แกก็คือนายเอกนั่นแหละเน้ออ 55+  ...

เนื้อเรื่องจะเล่าเหตุการณ์ในตอนปัจจุบัน สลับกับอดีตในวัยเด็กของพระเอกเป็นครั้งคราว ซึ่งสุดแสนจะดราม่าเพราะชีวิตในวัยเด็กของพระเอกมันรันทด จะเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่พระ-นายได้เจอกันเป็นครั้งแรก ซึ่งก็มีแต่พระเอกที่จำได้ และเป็นฝ่ายเฝ้ามองนายเอกอยู่เงียบๆ คนเดียวตลอดมา เพราะในตอนแรกแม้จะเป็นฮ่องเต้ แต่พระเอกก็ยังไม่มีอำนาจที่แท้จริง แถมไม่วายพอโตมาก็ยังถูกควบคุมบังคับอยู่ เพราะฉะนั้นหากไม่ได้เจอกับนายเอกมาก่อน พี่แกก็อาจจะยอมเป็นหุ่นเชิดให้คนอื่นคอยชักใยอยู่เบื้องหลังก็ได้นะ 

แต่เป็นเพราะนายเอก พี่แกถึงได้รู้ว่าตัวเองก็มีสิ่งที่อยากจะปกป้อง และเพื่อไม่ให้ของที่ตัวเองรักนั้นต้องถูกทำลายเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา พระเอกถึงได้ฮึดขึ้นสู้ และเริ่มวางแผนกวาดล้างยึดรวมอำนาจให้มาอยู่ในมือของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาอย่างดีแค่ไหน วางแผนได้รัดกุมมากเท่าไร แต่สุดท้ายพระเอกก็ยังทำให้นายเอกต้องตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี 
แต่ในท้ายที่สุดพระเอกก็ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าเขา  เส้าเย่ฮว๋า  สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้คนผู้นั้นได้มีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัย เขาสามารถแลกกับอะไรได้บ้าง พระเอกที่ถูกเลี้ยงดูมาให้ไม่มีหัวใจ ไม่ให้มีความรักความชอบในสิ่งไหน จะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อนายทหารเฝ้าประตูวังคนหนึ่ง.....

........................................................................................................................


"  ......... ประมุขของประเทศรักใคร่โปรดปราน  หากเป็นคนธรรมดาไม่มีบุญได้รับ  

วิธีรักของฮ่องเต้มีสองแบบ   หนึ่งคือส่งออกไปเผชิญกับอันตราย  
ให้ได้ฝึกฝนประสบการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเติบโตพอที่จะเคียงข้างไปกับฮ่องเต้ของประเทศ  
อีกแบบหนึ่งคือซ่อนเขาเอาไว้  ปิดบังจากผู้อื่น ไม่ว่าผู้อื่นหรือคนที่ถูกรักคนนั้นล้วนไม่มีทางสังเกตเห็น  
ทั้งรักลึกซึ้ง  ทั้งหลีกลี้หนีหาย  ผลักเขาออกจากวังวนความปรารถนา  
ไม่ให้เขาต้องได้รับความทุกข์ทรมานแม้แต่นิดเดียว ...... ผิงอัน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นแบบใด 
....... ไม่  เจ้าไม่ใช่แบบใด ........
เขายืนอยู่ข้างหน้าเจ้า  ปกป้องเจ้าไว้เบื้องหลังเขาอย่างแน่นหนา  รอจนมีอำนาจอยู่ในมือ    
เขาจะต้องยกสิ่งที่สามารถให้เจ้าได้มอบให้เจ้าทั้งหมด ... 
ตำแหน่ง  อำนาจ  เกียรติยศชื่อเสียง  กระทั่งตำแหน่งฮองเฮา! ......." 


📍วังต้องห้าม 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/20p7mCbKSG




วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 3


พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 3 (7 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : จือจือ / ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
เดินทางไกลพันลี้จากซีอานถึงจวงลั่ง
ฟู่ถิงจวิน ได้ติดตาม จ้าวหลิง มาในฐานะของคู่หมั้น
ชีวิตของทั้งสองเรียกได้ว่าสงบสุขและราบรื่น
จ้าวหลิงได้โอกาสดีในการลบล้างฐานะเดิม
สร้างความดีความชอบในการเป็นทหาร
แม้ทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกัน  แต่ก็มักส่งสารหากันเสมอ
เมล็ดพันธุ์แห่งความรักเริ่มหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจ

ส่วนฟู่ถิงจวิน ก็ทำหน้าที่ได้สมกับเป็นกุลสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี
อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน  รอคอยการกลับมาของจ้าวหลิงเงียบๆ
แต่ชีวิตกลับไม่ได้ราบรื่นคืนสุขอย่างที่คิดไว้  ไม่ว่านางจะแต่งกายอย่างไร
ความงามของนางก็มิอาจรอดพ้นสายตาของคนชั่วไปได้
ซ้ำร้ายมีข่าวลือเกี่ยวกับจ้าวหลิงหลุดรอดออกมาให้นางอกสั่นขวัญหาย

บุปผาดอกงามดอกนี้จะทำเช่นไรเพื่อให้หลุดพ้นจากเหล่าภมรร้ายที่หวังจะเชยชม
ทว่าท่ามกลางมรสุมร้าย  บุปผาดอกนี้ต้องผลิกลีบแย้มบานต่อไปอย่างแข็งแกร่งและงดงาม

รีวิวพราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1  https://marynlinsbook.blogspot.com/2017/05/1.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
พราวพร่างบุปผาตระการ เห็นเนื้อเรื่องเรียบๆ เรื่อยๆ แต่พออ่านแล้วเราชอบมาก ชอบความสัมพันธ์ของพระ-นางที่ละมุนละไมค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากศูนย์แล้วพัฒนาเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ รวมถึงตัวละครตัวประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เจิ้งซาน เจิ้งซานเหนียง หรืออาเซิน ซึ่งต่างก็เป็นตัวละครที่เราชอบและรู้สึกว่าขาดไปไม่ได้  ตอนนี้เลยติดเรื่องนี้มากที่สุด แม้จะรู้ว่าหนทางยังอีกยาวไกลเพราะตั้ง 7 เล่มจบแหน่ะ  แต่เราก็สู้...เย้! 55+

เรื่องนี้พระ-นางต้องไต่เต้าและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกำลังของตัวเอง เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นคนธรรมดา ภูมิหลังก็ธรรมดา ยังไม่ได้มีคนใหญ่คนโตคอยเป็นแบ็คอับ หรือมีใครคอยหนุนหลัง ชีวิตของพระเอกที่ผ่านมาก็คล้ายกับคนเถื่อน ไม่ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่ง เพราะต้องออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้อยู่ตลอด แถมยังต้องปากกัดตีนถีบ คิดหาหนทางเลี้ยงดูตัวเองและพวกพ้องตั้งแต่ยังหนุ่มอีกด้วย 

แต่เมื่อโชคชะตาได้นำพาให้เขามาเจอกับนางเอก และได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน พระเอกจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองครั้งใหญ่ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง โดยเริ่มไต่เต้าจากการเป็นทหารในหน่วยเล็กๆ และพยายามสร้างผลงานให้ถูกตาต้องใจผู้บังคับบัญชา เพื่อลบอดีตและเป็นคนใหม่  เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้าทั้งเขาและตัวนางเอกจะได้ไม่ต้องคอยก้มหัวหรือประจบเอาใจใคร ส่วนนางเอกก็คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ค่อยๆ เรียนรู้และเติบโตเหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน  คอยดูแลจัดการงานอยู่ในบ้าน  พร้อมทั้งผูกมิตรกับผู้คนรอบข้าง เพื่อปูทางให้พระเอก (ว่าที่สามีในอนาคต) ไปเรื่อยๆ

ตอนนี้เราหายสงสัยในเรื่องภูมิหลังและอดีตของพระเอกแล้ว แต่ก็มามีเรื่องหน้าที่การงาน ที่ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องการบ้านการเมือง การแย่งชิงบัลลังก์ที่ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อยแทน ส่วนนางเอกก็ดันมาซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างต่อเนื่อง เพราะรูปโฉมที่งดงามเลยนำมาซึ่งเหล่าผึ้งภมรที่แสนจะชั่วร้าย อาศัยช่วงที่พระเอกเงียบหายกุข่าวว่าเขาตาย เพื่อหวังให้นางเอกถอดใจและไปแต่งงานใหม่กับคนอื่น และเมื่อนางไม่ยินยอมคนเหล่านั้นก็บังคับ ทั้งใช้กำลังหวังจะรังแกนางที่อ่อนแอไร้ที่พึ่ง แต่โชคยังดีที่คนข้างกายนางนั้นพอมีฝีมืออยู่บ้าง บวกกับตัวนางเอกที่เจอะเจอเรื่องร้ายๆ มาบ่อยๆ เข้าก็เริ่มฉลาดขึ้น จึงวางแผนโต้กลับอย่างไม่ถอยหนี และสุดท้ายก็ได้รับชัยชนะกลับมาอย่างน่ายินดี แต่เมื่อพระเอกรู้เรื่องเขากลับไม่ยินดี และไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ เพราะการที่นางถูกรังแกและต้องระเห็จหนีไปพึ่งพิงคนอื่น สำหรับเขามันคือความอัปยศ  
หากไม่จัดการเจ้าคนผู้นั้นให้สิ้นซาก เขาก็ทนไม่ได้                                   
ส่วนเรื่องที่นางเอกถูกใส่ร้ายปมก็ยังไม่คลาย ยังแก้ไม่ได้ จึงยังไม่สามารถคืนความบริสุทธิ์ให้กับตัวเองได้  แต่ดูๆ แล้วเบื้องหลังของเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การใส่ร้ายแบบปกติธรรมดาทั่วไป เพราะมันดูซับซ้อนซ่อนเงื่อนและน่าจะร้ายแรงกว่าที่คิด แต่ยังไม่รู้หรอกว่าเป็นฝีมือใคร?  
และทำไปเพื่ออะไรกันแน่? ….

มาถึงเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ตอนนี้ก็พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะจ๊า อิอิ ...เพราะนางเอกไหน้ำส้มแตกจ้า..แตกดังเพล้งๆ !!!เลย ...ขนาดพระเอกยังอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางเอกที่สุขุมเรียบร้อย มีความอดทนและเก็บอารมณ์ได้ดีมาตลอด จะมาหึงหวงเป็นกับเขาด้วย...แต่พี่แกก็ไม่โกรธหรอกนะ ออกจะดีใจด้วยซ้ำ (ยิ้มหน้าบาน)  
เพราะสองเรานั้นใจตรงกัน ไม่ต้องกินแห้วแล้วจ้า 55+ ...ทำไงได้ถึงนางเอกจะเป็นคุณหนูที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีขนาดไหน แต่เนื้อแท้ข้างในนางก็ยังเป็นแค่เด็กสาวอายุ 16 ปี  แถมที่ผ่านมาก็อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน  เพราะงั้นมันก็ต้องมีหลุดกันบ้างใช่มิ ...แต่ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้สารภาพความในใจออกมา ไม่ต้องเดากันไปเดากันมาอีกแล้ว และได้วางแผนอนาคตร่วมกันสักที  แต่น่าเสียดายอยู่อย่างที่ตอนนี้ทำได้อย่างมากก็แค่กอด 55+   

...........................................................................................................

............นางชอบเขามากขนาดนั้น  ถ้าในหัวใจเขามีหญิงอื่น 

นาง ... นางทนรับไม่ได้!
เรื่องในวันนี้ยังต้องเกิดขึ้นอีกหนแล้วหนเล่า  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
          แม้คนสองคนจะรักใคร่กันสักปานใดก็ผ่านความทรมานใจอย่างไม่จบไม่สิ้นเยี่ยงนี้ไม่ไหว
เมื่อนั้นเขามีแต่จะรู้สึกชังน้ำหน้านาง  ส่วนนางจะมีแต่รู้สึกว่าเขาแล้งน้ำใจ 
แทนที่จะหันหลังเป็นศัตรู
มิสู้แยกจากกันตรงนี้เลยจะดีกว่า
          ฟู่ถิงจวินนั่งอยู่ในรถม้าอย่างเลื่อนลอย
แยกจากกันเช่นนี้ก็ดีแล้ว .. แยกจากกันในขณะที่เขายังเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาผู้กล้าหาญ
ทรงคุณธรรมในใจนางคนนั้น  
ส่วนนางยังเป็นหญิงสาวโฉมงามผู้อ่อนโยนใจกว้างคนนั้นในใจเขาเถอะ! ............



📍พราวพร่างบุปผาตระการ  ➡️ https://s.shopee.co.th/6puC90BTjZ



วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ลวงรัก



ลวงรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : หลิงเป้าจือ / ผู้แปล : หลิงฮวา
สำนักพิมพ์ Bakerybook

คำโปรยหลังปก
หลังผ่านค่ำคืนแสนรัญจวนใจกับผู้ชายเป็นครั้งแรก
โจวอวี่เฉา  คุณชายเจ้าสำราญผู้ได้ชื่อว่าไม่สนใจเพศเดียวกัน
ก็ตามหาผู้ชายที่ทิ้งไว้เพียงชื่อ เฟิ่งเจียอวี๋
ไหนเลยจะคิดว่าการพบกันอีกครั้งจะนำมาซึ่งเรื่องเหนือคาด
ทั้งได้รู้ว่า หมินอวี้ หลานชายอีกฝ่ายที่แท้เป็นลูกชายของเขา
ทั้งถูกอีกฝ่ายจับมัดสั่งสอนจนความทระนงป่นปี้
งานนี้โจวอวี่เฉาจึงต้องทบทวนตัวเอง
ก่อนเดินหน้ารุกหนักเพื่อพิชิตใจ เฟิ่งเจียอวี๋

                    แต่เขากลับลืมไปว่า ... ความรัก
                    ก็คือเกมที่เต็มไปด้วยกลลวง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ลวงรักอีก 1 ผลงานของหลิงเป้าจือ ผู้เขียนโรงน้ำชาเร้นรัก  แต่ต่างตรงที่เรื่องนี้อยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ยุคโบราณ  นายเอกของเรื่อง เฟิ่งเจียอวี๋ ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย ต้องปลอมตัวเป็นน้องสาวของตัวเอง เพื่อไปพบกับผู้ชายคนหนึ่งในยามค่ำคืนตามคำขอร้องของน้องสาวที่เป็นเสมือนญาติเพียงคนเดียว... โจวอวี่เฉา คุณชายเจ้าสำราญตระกูลโจว ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย ใช้ชีวิตเสเพลไม่เคยจริงจังในความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน แต่เขากลับตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่เพิ่งพบหน้ากันเพียงครั้งแรกเท่านั้น

การพบกันในครั้งนั้นทำให้นายเอก เฟิ่งเจียอวี๋ ได้รู้รสนิยมทางเพศของตัวเองเป็นครั้งแรก และทำให้พระเอก โจวอวี่เฉา ได้รู้จักการตกหลุมรัก แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับซินเดอเรลล่าเพราะเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา นายเอกก็ต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง โดยที่พระเอกก็ได้แต่เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าของรองเท้าแก้วในคืนวันนั้นก็คือน้องสาวของพระเอก เฟิ่งหยวนหยวน

เมื่อได้มาพบกันอีกครั้ง คราวนี้ก็เป็นฝ่ายนายเอกที่เข้าหาพระเอกก่อนด้วยเหตุผลบางประการ  จากตอนแรกที่ตั้งใจจะทำให้เป็นความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน เมื่อตื่นขึ้นมาก็ต่างแยกย้ายกันไป  แต่พระเอกกลับดันมาติดใจ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้ชายมาก่อนแท้ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงปล่อยมือจากนายเอกไม่ได้  ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะคนทั้งคู่ต่างก็รักกันมาก  ทว่าด้วยความที่รักมากนี่แหละ จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างกลัวที่จะสูญเสีย จนพอถึงตอนที่เกิดปัญหา เกิดความสงสัย ก็เลยไม่มีใครพูด ...ไม่มีใครถาม ...ไม่บอก...ไม่เล่าให้กันฟัง และเมื่อผสมรวมกับอดีตที่อยู่ในใจ จึงทำให้สุดท้ายก็ไปกันไม่รอดนั่นแหละเอยย.....

เนื้อเรื่องเหมือนจะดราม่า หน่วงๆ อยู่บ้างแต่เราว่าก็ไม่เท่าไร เพราะนายเอกเป็นคนใจอ่อนโกรธง่ายแต่หายเร็ว (ช่างขัดใจเรายิ่งนัก)...มันเลยไม่สุดอะ ส่วนสาเหตุก็มาจากพระเอกที่ชอบหวาดระแวง ไม่เชื่อใจ  เพราะตัวเองนั้นมีบาดแผลในใจ ที่เคยถูกคนรักทรยศหักหลังมาก่อน  โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงขั้นไม่คิดอยากจะรักใครอีกเลย  แถมพี่แกยังไม่ชอบสืบหาความจริง ไปฟังใครพูดมาหน่อยก็เก็บเอามาคิดเองเออเอง ฟันธงฉับๆๆ เอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นตัวตัดสินเปรียบเทียบกับนายเอก  แล้วสุดท้ายมันก็ทำร้ายทั้งตัวเองกับนายเอกซ้ำไปซ้ำมา ...เฮ้อ ..
แต่ด้วยความที่นายเอกก็เป็นคนหัวอ่อน แถมยังรักพระเอกมากก เพราะงั้นเดี๋ยวเขาก็คืนดีกันได้ไม่ต้องห่วง 55+  
พล็อตเรื่องเลยไม่ค่อยมีอะไร เราว่าก็เป็นแนวที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ทั่วไปอะเน้อ


วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 2


ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 2 (3เล่มจบ) / ผู้แต่ง : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง 
ผู้แปล : เหมยสี่ฤดู
สำนักพิมพ์ Happy Banana


คำโปรยหลังปก
          ประชันไหวพริบ  ลับริมฝีปาก  สุดท้ายกลายเป็นความรักความผูกพัน !
เธอทะลุมิติมายุคโบราณเพื่อช่วยเนื้อคู่แห่งโชคชะตาที่ผูกพันกันไว้ด้วยด้ายแดง
แต่เนื้อคู่คนนั้นยังหาไม่พบ  กลับพบผู้กล้าที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรงเสียก่อน !
          ซูเสี่ยวเผยใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาอาชญากรช่วยทางการไขคดี
ค้นพบลู่ทางหาเงินของตัวเอง  แต่ต้องละทิ้งโอกาสที่จะเดินทางไปกับหร่านเฟยเจ๋อ
เธอชินกับการพึ่งพาอาศัยเขาเสียแล้ว  จู่ๆต้องแยกจากกันแบบนี้
ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากแยกจากอย่างบอกไม่ถูก
          หร่านเฟยเจ๋อรู้สึกว่าซูเสี่ยวเผย  เป็นหญิงสาวที่ประหลาดและน่าสนใจ
เขาช่วยเหลือนาง  ดูแลนาง เพียงเพราะทำในสิ่งที่บุรุษทั่วไปพึงกระทำ
เขาไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกใดๆกับนาง
แต่เมื่อต้องจากกัน  ไฉนเขาจึงคิดถึงนางอยู่เรื่อย
           ในขณะที่ทั้งสองยังไม่ชัดเจนต่อความรู้สึกของตน  
ซูเสี่ยวเผยก็ประสบอันตรายโดยไม่ทราบสาเหตุ  หร่านเฟยเจ๋อรีบกลับมาตรวจสอบเรื่องนี้ทันที
เหตุการณ์นี้ทำให้เขามั่นใจในความรู้สึกที่มีต่อนาง
ทว่าการหายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งของนางแปลกประหลาดยิ่ง
ความลับเกี่บงกับนางและคำพูดของนางที่ว่าพวกเขาต้องจากกัน
ทำให้เขารู้สึกว่าเส้นทางความรักช่างเต็มไปด้วยอุปสรรค

รีวิวลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2017/03/1.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
3 เดือนผ่านไปในที่สุดเล่ม 2 ก็มาสักที ...เล่มนี้เนื้อหาจะยิ่งเข้มข้นขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการสืบคดีหาตัวคนร้าย  ตอนอ่านตัวอย่างเล่มที่ 2 บทแรกนั้นทำให้เราไขว้เขว เพราะคิดว่าคนที่นางเอกกำลังตามหาอาจจะไม่ใช่พระเอกก็ได้
( แต่ถ้าไม่ใช่พระเอกแล้วจะเป็นไผ ) เพราะบทแรกมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามา
พร้อมกับทิ้งตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า
Who are You เอาไว้ให้เป็นปริศนา...
เอาล่ะสิหรือนี่จะเป็น เฉิงเจียงอี้ คนที่นางเอกตามหาจริงๆ .....

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากการย้อนเวลาเรื่องอื่นๆ ก็คือ นางเอกของเรื่อง ซูเสี่ยวเผย
ไม่ได้ทะลุมิติมาแล้ววิญญาณไปเข้าร่างคนอื่น  แต่เรื่องนี้นางเอกมาด้วยร่างเดิม
หน้าเดิม ชุดเดิม และอายุเดิมของตัวเองเลย แถมหากร่างในโลกยุคโบราณนี้ตายลง
นางก็แค่กลับไปโลกเดิมในยุคปัจจุบัน  รอให้ระบบสร้างร่างใหม่เสร็จ ก็ทะลุมิติเข้ามาใหม่อีกรอบ (เหมือนเกมเลย)...แต่หากไม่อยากทะลุมิติกลับไปอีกก็ต้องตามหา เฉิงเจียงอี้ ให้เจอ และพาเขากลับมาด้วยให้ได้ ......แต่ๆ มันดันไม่เจอน่ะสิ 
เพราะทะลุกลับมากี่รอบก็ดันมาเจอแต่ท่านผู้กล้า หร่านเฟนเจ๋อ ตลอด
ขนาดทะลุมาใหม่รอบ 3 ไปติดอยู่บนต้นไม้ในค่ายกล ก็ยังไม่วายมาเจอกับท่านผู้กล้าอีก 55+ ( ต้องให้ท่านผู้กล้าช่วยพาลงมา ) 

เล่มนี้ระดับน้ำตาลความหวานของท่านผู้กล้าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
พอๆ กับความเข้มข้นของการสืบคดี  เพราะพี่แกแน่ใจแล้วว่าตัวเองชอบนางเอกจริงๆ 
ถึงนางจะแปลกแต่พี่ก็ชอบ เพราะฉะนั้นระดับความหวาน  ความหลงตัวเอง ความหนาของหน้า ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จากแต่ก่อนที่ชอบบอกให้อยู่ในขนบธรรมเนียม ชาย-หญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน  แต่ตอนนี้กลับดีใจที่นางเอกไม่ได้หยุมหยิมกับเรื่องพวกนี้ 55+  ต้องบอกว่าซูเสี่ยวเผยเองนั้นก็โชคดีที่ได้มาเจอกับท่านผู้กล้า 
เพราะไม่ว่านางจะทำอะไร พี่แกก็คอยสนับสนุน  ยิ่งรู้ตัวว่าชอบแล้วก็ยิ่งใส่ใจ
คอยปกป้องดูแล  ทำกับข้าวให้  เย็บถุงเท้าให้  เดินไม่ไหวก็แบกใส่หลัง 
หากใครไม่มีมารยาท  ไม่ให้เกียรตินางเอกพี่แกก็ซัดหมด 55+  
ส่วนเรื่องหาตัวคนร้ายก็สนุก เพราะเข้าไปพัวพันหลายฝ่ายทั้งทางการ ทั้งยุทธภพ
อีรุงตุงนังไปหมด  แถมตอนนี้ปริศนาหลายๆ อย่างก็เริ่มบ่งชี้ว่าเบื้องหลังของคดีทั้งหลายน่าจะมีผู้ชักใยหรือคอยเป็นแรงกระตุ้น  คอยบงการให้คำชี้แนะอยู่ข้างหลัง  
และ
บางทีคนที่ย้อนเวลากลับมา ก็อาจจะไม่ได้มีแค่นางเอกกับเฉิงเจียงอี้เพียงแค่สองคนเท่านั้นอีกด้วย..


**** อันนี้อาจจะสปอยล์เน้อ ......ใครไม่อยากอ่านข้ามได้เลยจ้า ***                                                 
ตอนที่อ่านบทแรกเราคิดว่าคนที่ส่งข้อความ  Who are You มาให้นางเอกอาจจะเป็นเฉิงเจียงอี้จริงๆ  แต่พออ่านไปถึงตอนที่นางเอกวิเคราะห์ความหมายของคำๆ นี้ใหม่
ว่านี่ไม่ใช่คำทักทายที่ถามว่า คุณเป็นใคร?  แต่มันคือการท้าท้ายที่ต้องการบอกนางว่า  เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร แน่มากนักหรือ! ( อารมณ์แบบแกคิดว่าตัวเองเป็นใคร เก่งมากนักเหรอ ฉันจะฆ่าแก...ประมาณเนี่ย ) ตอนที่อ่านตอนนี้เรารู้สึกขนลุกหน่อยๆ
เพราะคิดว่าคนที่เขียนข้อความนี้ส่งมา น่าจะเป็นอีกคนที่ย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน
และน่าจะเป็นฆาตกรโรคจิต  ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อนางเอกด้วย 
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลุดมาอยู่ในยุคโบราณนี้ได้ยังไง  ...ว่าแล้วก็รอเล่ม 3 ต่ออีกสามเดือน 
( ̄‥ ̄)=3  ( บอกไว้ก่อนว่านี่มโนล้วนๆ อย่าเชื่อมากเน้อ 55+ )

...........................................................................................................

ซูเสี่ยวเผยมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วหัวเราะฮ่าๆ พูดกับหร่านเฟยเจ๋อว่า 
" ช่างใจกว้างยิ่งนัก  ท่านจะมอบให้เขาจริงหรือ "
" จริงสิ  ข้าไม่มีทรัพย์สินจะตอบแทน  การตอบแทนด้วยร่างกายข้าเก็บไว้ให้ผู้อื่นแล้ว เหลือแต่ดาบเท่านั้นที่มอบให้ได้ "
     ตอบแทนด้วยร่างกาย?  ซูเสี่ยวเผยหัวเราะฮ่าๆ จินตนาการว่าถ้าหร่านเฟยเจ๋อบอกจี้เจียเหวินว่าจะตอบแทนด้วยร่างกาย  เด็กหนุ่มคนนั้นจะทำหน้าอย่างไร แค่คิดก็หน้าขันเหลือเกิน
     หร่านเฟยเจ๋อทำหน้าบึ้ง  น่าหัวเราะตรงไหนกัน  เขากำลังพูดถึงนางอยู่ชัดๆ ผู้อื่นช่วยแบกดาบให้ เขาจึงมอบดาบให้   แล้วเขาที่แบกคนเล่า!  ก็ต้องได้คนสิ!
 ..............................................................................................................

 " ผู้กล้า ถ้าจู่ๆข้าหายตัวไป  ข้าหมายความว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนครั้งก่อนที่ในห้องเต็มไปด้วยเลือดหรือเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดยิ่งกว่านี้  ผู้กล้าอย่าได้เป็นกังวลเพราะข้าเลย  ข้าจากไปก็เพราะความจำเป็น  แต่ข้าต้องปลอดภัยแน่นอน "
" จะเกิดเรื่องอันใด "
" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน "
หร่านเฟยเจ๋อมองนางอย่างลึกซึ้ง จู่ๆก็พูดเสียงอ่อนโยน  
" แค่เจ้าหนาวหรือหิวข้ายังเป็นห่วง  นับประสาอะไรกับหายตัวไป "



📍ลิขิตรักด้ายแดง 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LBZV9cmuj






วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ยุทธการปิดแผ่นฟ้า (มู่หรงซูชิง)


นิยายชุดพรหมลิขิตรัก ภาคยุทธการปิดแผ่นฟ้า (มู่หรงซูชิง) 2 เล่มจบ  / ผู้แต่ง : เฉียนลู่
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก

กลศึกที่ดีต้องรู้เขารู้เรา  รู้จักใช้ทุกๆข่าวสาร  การค้าในมือ กดดันคู่ต่อสู้
รู้จักนิ่งเพื่อรอโอกาส
รู้จักถอยเพื่อลดความเสียหาย
รู้จักรุกเพื่อคงความได้เปรียบ

สิ่งเหล่านี้  'มู่หรงซูชิง'  อดีตนักการเงินสาวจากยุคปัจจุบันรู้ดีกว่าใคร

ในยามที่นางต้องย้อนอดีตไปอยู่ในร่างของสาวน้อยไร้ความสามารถ บุตรสาวที่ไม่เอาถ่านของ
คหบดีสกุลมู่หรง  ต้องถูกคู่หมายถอนหมั้น ถูกผู้คนรอบด้านเย้ยหยัน
อยู่ในสภาวะที่ครอบครัวกำลังเผชิญวิกฤตทางการค้า

นางรู้ดีว่าถึงเวลาที่ตนต้องลุกขึ้นสู้

รู้ว่าควรจะต้องวางตัวอย่างไร  เพื่อกอบกู้สถานการณ์รอบด้าน
ที่สำคัญที่สุด .. คือกอบกู้ศักดิ์ศรีของ  'ร่างร่างนี้'  คืนมา!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
มาแล้วจ้าอีก 1 ผลงานของนักเขียนชุดโฉมงามบรรณาการ  เรื่องนี้นางเอกของเรื่องก็ย้อนเวลากลับมาในอดีตเหมือนกันจ้า (*・∀-)☆   
นางเอกของเรื่องเดิมมีชื่อว่า ไป๋อีฝาน เป็นสาวยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาด้วยกำไลข้อมือ (ส่วนของชุดโฉมงามบรรณาการจะมาด้วยจานยันต์แปดทิศ) มาอยู่ในร่างของ มู่หรงซูชิง คุณหนูผู้เอาแต่ใจ นิสัยไม่ค่อยดี เพราะถูกคนรอบข้างตามใจมาตลอด  
วันหนึ่งคุณหนูพลัดตกน้ำ นางเอกก็เลยได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน ... 
แน่นอนว่าทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปนับแต่บัดนั้น  ด้วยความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของนางเอก ก็ทำให้กิจการของตระกูลที่กำลังแย่ลงเรื่อยๆ ฟื้นคืนชีพกลับคืนมาอีกครั้ง กลายเป็น 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพล แต่ไม่ว่าสมรภูมิทางการค้าจะดุเดือดแค่ไหน นางเอกก็ยังคงใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายและ Slow life ท่ามกลางป่าไผ่เหมือนเดิม

พระเอก เซวียนหยวนอี้ ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นตงอี๋ อดีตคู่หมั้นของนางเอก เป็นคนหยิ่งผยอง ดื้อดึง หลังจากนางเอกทะลุมิติมาได้ 3 ปีพระเอกก็มาหา (ไม่ใช่อะไรแต่มาขอถอนหมั้น)   หลายปีที่ผ่านมาพระเอกพยายามขอถอนหมั้นอยู่ตลอด แต่ก็ไม่สำเร็จสักที เพราะเจ้าของร่างเดิมให้ตายยังไงก็ไม่ยอม  คุณหนูมู่หรงคนก่อนหลงใหลคลั่งไคล้ 
ตามติดพระเอกสุดๆ จนพระเอกทนไม่ไหวต้องมาด้วยตัวเอง ... 

แต่ชะเอิงเอย...หลังจากถอนหมั้นเสร็จแล้ว  พี่แกก็ได้ค้นพบว่ามู่หรงซูชิงในวันนั้น กับมู่หรงซูชิงในวันนี้ ไฉนถึงได้ต่างกันถึงเพียงนี้เล่า แต่ทำไงดีดันถอนหมั้นไปแล้ว งั้นเอาวะทำมึนขอยกเลิกละกัน แต่นางเอกมีหรือจะยอม เพราะนางไม่ได้รักพี่แกสักหน่อย แถมพระเอกเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ไม่รู้แต่งไปจะมีภรรยางอกออกมาอีกกี่คน เพราะสิ่งที่นางเอกต้องการก็แค่คนที่รักเดียวใจเดียว คนที่รักเคารพ ให้เกียรติ และอิสระแก่นางได้

เรื่องนี้นางเอกทำการค้าเก่งมาก มีปฏิภาณไหวพริบ เป็นคนใจเย็น เรียบง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ใบหน้าของนางก็มักจะมีรอยยิ้มสบายๆ ประดับอยู่เสมอ และเพราะความเรียบง่าย ดูสบายๆ นี่เอง จึงทำให้ผู้คนมากมายอยากเข้ามาใกล้ชิด ดังนั้นนางเอกจึงเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะ  มีแต่เพื่อนดีๆ และมีแต่ผู้ติดตามเก่งๆ ที่มีฝีมือคอยทำงานให้ ( นางเอกเป็นเหมือนมันสมอง ส่วนคนรอบข้างก็เปรียบเสมือนแขนขาที่คอยทำงานให้ตามที่นางสั่ง ) 

พอมาถึงเล่ม 2 ก็จะเริ่มเข้าสู่สงคราม สงครามที่นางเอกอยากจะเลี่ยงแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยตระกูลมู่หรงดันมีเสบียงคลังอาหารธัญพืชมากที่สุดในแคว้น จึงทำให้มีคนมากมายที่อยากจะลอบสังหารนาง ไม่ว่าจะเป็นแคว้นข้างเคียง หรือแม้แต่ฮ่องเต้แคว้นตัวเอง ที่คิดจะครอบครองคลังเสบียงด้วยการรับนางเข้ามาเป็นสนมนางใน ทางเดียวที่จะรอดได้ ...ก็มีแต่ต้องหนีไปหาพระเอกที่ชายแดนล่ะทีนี้ 55+ ... 

ในขณะนั้นสถานการณ์ที่ชายแดนกำลังเริ่มระอุ ฝ่ายตรงข้ามเริ่มใช้ค่ายกลในการต่อสู้ กองทัพของพระเอกตกอยู่ในสถานะที่เป็นรอง แต่การมาถึงของนางเอกกลับกลายเป็นเหมือนแสงสว่าง เพราะนางจึงทำให้สถานการณ์การสู้รบของพระเอกกลับมามีความหวังขึ้นอีกครั้ง ...เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะรอบตัวนางเอกมีแต่เพื่อนดีๆ  มีแต่คนเก่งมีฝีมือ เลยได้อาศัยคนเหล่านี้เข้ามาช่วยในการทำสงคราม บวกกับความรู้จากโลกอนาคตของนาง จึงทำให้สถานการณ์เริ่มพลิกผันกลับมาดีขึ้น (ความรู้เรื่องอะไรไม่บอกน๊า ไปอ่านเองเน้อ ) ...แต่พอหมดเรื่องสงคราม ก็ดันมีเรื่องของฮ่องเต้เข้ามาทำให้ปวดหัวอีก  ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ๆ ถึงได้กลายเป็นศึกชิงนาง รัก 3 เศร้าไปได้ล่ะเนี่ย  ...ฮ่องเต้ก็เจอนางเอกแค่ 1-2 ครั้งเองน๊า ทำไมถึงได้รักปักใจหลาย  
...กลายเป็นละครน้ำเน่าไปแว้ววว ( )`ε´( )ノ  55+

เรื่องนี้ตัวละครค่อนข้างเยอะ ออกมาไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว ผู้ชายในเรื่องก็มีแต่ดีงาม จนเราอาจจะแอบอิจฉานางเอกเบาๆ ที่มีแต่คนมารุมชอบ ในเรื่องเหมือนจะมีพระรอง แต่ไม่ต้องกลัวจะเป็นเหมือนเพชรยอดขุนพลนะ  (ノ・◡・) ...

อ่านจบแล้วเฉยๆ อ่านได้เรื่อยๆ สบายๆ  Slow life เหมือนนิสัยนางเอกอะ ρ(′▽`o)ノ゛   
สำหรับเรามันไม่ค่อยมีจุดพีค หรือจุดที่ดึงดูดใจเท่าไรอะเน้อ ไม่ค่อยชินกับการเรียกชื่อตัวละครด้วยชื่อพยางค์เดียวด้วย แบบเรียกมู่หรงซูชิงว่า ' ชิง '  
เรียกเซียวหยวนอี้ว่า ' อี้ '  หรือเรียกซางจวินว่า ' จวิน ' เฉยๆ  มันให้อารมณ์เหมือนเราคนไทยเวลามีเพื่อนที่ชื่อว่าเชอรี่แล้วเราก็เรียกว่า ' รี่ '  หรือแอปเปิ้ลก็เรียกว่า ' เปิ้ล ' อะไรแบบเนี่ย ...แต่เข้าใจว่าที่เรียกพยางค์เดียวได้เพราะเป็นคนที่สนิทกัน  แต่เราไม่ชินเองน่ะ ฮาๆ  へ(´∀`へ)

...........................................................................................................

" ใช่แล้ว ชีวิตคนคนหนึ่งต้องผ่านพ้นฉากตอนชีวิตมากเพียงใด ต้องผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนามมากน้อยขนาดไหน  มีดอกไม้สักกี่ดอกที่ต้องการคนมาเห็นใจ "
" ข้าจะเห็นใจเพียงดอกบัวมรกตในทะเลสาบเหลียนซินเท่านั้น "
" นี่คือคำตอบที่ท่านจะให้ข้าหรือ "
" ใช่ "
" นับแต่มี้มีเพียงเจ้าผู้เดียวไม่มีผู้อื่นอีก "
ขอเพียงมีนางครองคู่กับเขาไปตลอดชีวิตก็เพียงพอแล้ว  เขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบการมีเมียหลายคน
หากจะให้ทำเพื่อนาง เขาก็พร้อมจะมีนางเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต .......... 




📍นิยายชุดพรหมลิขิตรัก ภาคยุทธการปิดแผ่นฟ้า (มู่หรงซูชิง) 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/50RGIaDOpx





วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1


พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1 (7 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : จือจือ 
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      สกุลฟู่นั้นมีชื่อเสียงการรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่อง 
เป็นบุตรสาวของสกุลฟู่ต้องถือเอาเรื่องความบริสุทธิ์นั้นใหญ่หลวงเท่าชีวิต
ฟู่ถิงจวิน  คุณหนูเก้าผู้อยู่ในกรอบของจรรยาสตรีและคำสอนของสกุลฟู่อย่างเคร่งครัด
แต่กลับต้องมาด่างพร้อยเพราะคำโป้ปดของ จั่วจวิ้นเจี๋ย 
ญาติผู้เกี่ยวดองของนาง  กล่าวหาว่านางลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับเขา

       นางซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์กลับไม่อาจแก้ข้อกล่าวหานั้นได้ ซ้ำเขายังบีบให้นางหมดสิ้งหนทาง
และถูกกักตัวอยู่ในอารามชี  รอบกายถูกจับตาดูทุกฝีก้าวโดยคนของสกุลฟู่
คนของสกุลได้รับคำสั่งให้กำจัดนาง  เพียงเพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงของสกุลฟู่ที่แสนดีงาม
       แต่เหมือนสวรรค์ยังเมตตา  ถึงได้ส่ง บุรุษลึกลับ  มาช่วยเหลือนางจากคนของสกุล  
แต่ ข้อแลกเปลี่ยนแสนประหลาดของเขา  ทำให้นางกระอักกระอ่วนใจ
ไม่ว่าอย่างไรฟู่ถิงจวินต้องหาทางหนีจากอารามชีแห่งนี้
นางจะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์เพื่อล้างมลทินให้ได้ 
และจะไม่ยอมรอรับความตายที่อารามชีเด็ดขาด!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ตอนที่แจ่มลงตัวอย่างให้อ่าน เราก็ไม่ได้อ่าน เพราะตั้งใจจะรออ่านแบบเป็นเล่ม เรื่องนี้เห็นเงียบๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่พอได้อ่านกลับผิดคาดมากกกก ...สนุกกว่าที่คิด อ่านแล้ววางไม่ลง  อ่านคืนเดียวจบเลยจ้าาา เปิดเรื่องมาด้วยนางเอก ' ฟู่ถิงจวิน ' คุณหนูเก้าแห่งตะกูลฟู่ ที่ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้สู่ชาย จนทำให้ต้องระเห็จออกมาอยู่ที่วัดประจำตระกูลที่ห่างไกล เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ประกอบกับความเชื่อมั่นที่มีต่อวงศ์ตระกูล  
นางเอกจึงเชื่อว่าไม่นานเรื่องเหล่านี้ก็จะคลี่คลายลง และนางก็จะได้กลับบ้าน  ...แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หลายๆ อย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สถานการณ์แย่ลง จนนางต้องขอความช่วยเหลือจากบุรุษแปลกหน้า ที่เคยคิดจะฆ่าตัวเอง และเข้ามาขโมยของกินในวัด  บุรุษที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน ท่าทางเหมือนคนเร่ร่อน ทว่าในยามนี้เขากลับเป็นคนเดียวที่นางสามารถพึ่งพาได้

'ท่านเก้า'  ชายหนุ่มรูปร่างผอมโซ ผอมจนหนังแทบติดกระดูก แต่กลับมีวรยุทธ์สูงและฉลาดล้ำ เขาเข้ามาขโมยของกินในวัดและได้พบกับคุณหนูคนหนึ่งเข้า ตอนแรกเขาเกือบจะฆ่านาง แต่สุดท้ายเขากลับต้องพานางหลบหนีไปด้วยกัน ...พระเอกต้องพานางเอกไปส่งที่บ้านญาติ ตามคำขอร้องของแม่นางเอก ซึ่งในระหว่างที่เดินทาง ก็จะได้พบกับอุปสรรคและเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่ทำให้นางเอกซึ่งเป็นคุณหนูในห้องหอ ที่ไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกได้เติบโตขึ้นทีละน้อย นางเอกได้ออกไปเห็นความโหดร้ายของยุคสมัยที่กำลังจะเกิดสงครามและเกิดภัยแล้งรุนแรง ได้เห็นผู้คนจำนวนมากต้องพากันอดตาย เพราะไม่มีอะไรจะกิน ได้เห็นคนที่คอยดักปล้นชิงอาหาร หรือคนเร่ร่อนที่รุมตีคนจนตาย เพียงเพื่อหมั่นโถวไม่กี่ลูกเท่านั้น

เล่มนี้เหมือนกำลังเริ่มปูพื้น และทิ้งปริศนาไว้เพื่อนำไปสู่เรื่องราวต่างๆ ที่ดูจะยุ่งยากวุ่นวายมากยิ่งขึ้น  เบื้องหลังของพระเอกที่ยังคงเป็นปริศนา เรื่องเหตุการณ์ในบ้านของนางเอก ที่จู่ๆ ก็พลิกผันในชั่วข้ามคืน และสถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองในตอนนี้อีก (ต้องมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวด้วยแน่ๆ)   
ชอบเรื่องนี้ที่ไม่ได้ยกแต่ศัตรูคู่แค้นของพระ-นางมาเป็นอุปสรรคหรือตัวร้ายอย่างเดียว แต่ชอบที่หยิบเรื่องความอดอยากและภัยแร้งเข้ามาด้วย  ...คนเราในยามที่ไม่มีแม้แต่รากไม้จะกิน  เพื่อให้อะไรตกถึงท้อง  เพื่อความอยู่รอดแม้แต่คนดีๆ ก็ยังกลายเป็นปีศาจได้  ระหว่างทางพระ-นางจะเจออะไรแบบนี้อยู่ตลอด ทั้งหดหู่ ทั้งเศร้าใจ  แต่ทั้งสองคนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะลำพังแค่ตัวเองก็จะไม่รอดอยู่แล้ว 

นางเอกก็ไม่ได้เอาแต่ใจ ดึงดันจะทำตัวเป็นคนดีช่วยคนอย่างเดียวโดยไม่สนใจใคร เพราะเมื่อเดินทางมาเรื่อยๆ นางก็ได้เรียนรู้ว่าการจะช่วยคนอื่นได้นั้น... หมายถึงต้องไม่ทำให้ตัวเอง หรือคนรอบข้างต้องเดือดร้อนตามไปด้วย ต้องสามารถปกป้องคุ้มครองตัวเองให้ได้ก่อน ถึงจะสามารถยื่นมือไปช่วยเหลือคนอื่นได้...และเราก็จะได้เห็นพัฒนาการความรักของพระ-นางคู่นี้ ที่ไม่ใช่แบบพอเห็นหน้ากันปุ๊บก็ตกหลุมรักกันปั๊บ แต่จะเป็นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ละมุนละไม ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน แบบที่คนอ่านไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่าไปรักกันตอนไหน?  เมื่อไร?  แล้วทำไมถึงรัก? .....

......................................................................................................................

     ....นางไม่รู้ว่าหลังจากนางตายแล้วท่านเก้าจะเป็นเช่นไร
เป็นเพราะนางคนเดียวทำให้เขาต้องเดือดร้อนไปด้วย
    บุญคุณของเขา  นางไม่อาจตอบแทนได้แล้วในชาตินี้ คงได้แต่รอชาติหน้า
ทว่าบางทีชาติหน้านางยังคงเป็นคนที่ถ่วงรั้งเขาไว้อีก   
    ไม่แน่ว่าเขาอยากหลบลี้หนีหน้าแทบไม่ทันก็เป็นได้ ..... 


📍พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/BNICPjLCZ



วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ยอดหญิงหมอเทวดา เล่ม 1-3


ยอดหญิงหมอเทวดา เล่ม 1-3 (7เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : อวี่จิ่วฮวา / ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
     เมื่อแพทย์สาวผู้เก่งกาจต้องย้อนเวลากลับไปเป็นกระต่ายป่วยขี้โรคในยุคอดีต
แม้ว่าจะมีวิชาแพทย์อันล้ำเลิศติดตัวอยู่แต่ก็เหมือนจะสูญเปล่า
     เพราะไม่อาจรักษาโรคของตนเองได้
ซ้ำยังถูกสามีทอดทิ้งให้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเดียวดาย
แต่ถึงกระนั้นสวรรค์ก็ยังซ้ำเติมนาง  ให้มีลูกฝาแฝดติดท้องมาด้วยอีก
     ชีวิตที่เดิมทีลำบากอยู่แล้ว  ยิ่งขัดสนขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็เอาเถอะ ... มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
วิชาแพทย์ของนางจะต้องสร้างประวัติการณ์
พลิกชีวิตใหม่ให้นางได้อย่างแน่นอน!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ตอนแรกกะว่าจะรอให้หนังสือออกมาครบ 7 เล่มก่อนแล้วค่อยเขียน แต่ด้วยพลังงานบางอย่าง จึงทำให้ทนไม่ไหวต้องขอมาระบายหน่อยนะจ๊า  へ(´∀`へ) ....ตอนแรกที่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างเรื่องนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้สึกเหมือนกันคือเกลียดพระเอก 55 ....รองลงมาก็อนุ 5 แล้วก็แม่พระเอก ....แต่นั่นมันแค่ช่วงแรกๆ นะ เพราะพออ่านมาจนถึงเล่ม 3 ลำดับอาจจะมีการสับเปลี่ยนอีกครั้ง 55+

นางเอกเป็นคุณหมอยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ “ เจินสือเหนียง ” ภรรยาเอกของท่านแม่ทัพ ที่เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ นิสัยร้ายกาจ นางผูกคอตายในวันที่สามีแต่งอนุคนที่ 5 ...และนางเอกก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน พร้อมกับถูกระเห็จให้ไปอยู่ที่บ้านบรรพบุรุษตั้งแต่คืนวันนั้น แบบไม่ทันได้ตั้งตัวแต่นางเอกก็ไม่ได้แคร์ ไล่ก็ไล่ เพราะนางก็ไม่ได้อยากอยู่กับคนที่ตัวเองไม่รู้จักอยู่แล้ว ...แต่ว่าเรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ เพราะใครจะไปคิดว่าเจ้าของร่างเดิมดันมีครรภ์ติดมาด้วย  
....ชะเอิงเอย ( *゜▽゜ノノ ( *゜▽゜ノノ

นางเอกเป็นคนเรียบง่าย สมถะ อ่อนโยน อ่อนนอกแต่แข็งใน รู้สึกสบายใจยามที่อยู่ใกล้ชิด (นี่แหล่ะสเปคท่านแม่ทัพเลยนะจะบอกให้ 55+) แต่เดิมก่อนที่จะทะลุมิติมานางเอกเคยเป็นหมอ ดังนั้นพอมาอยู่ในโลกนี้ นางจึงได้ใช้อาชีพเก่าทำมาหากินภายใต้ชื่อ 'หมอเจี่ยน' จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหมอเทวดา  แต่เนื่องด้วยสตรีไม่อาจเป็นหมอได้ แถมนางยังเป็นถึงภรรยาเอกของท่านแม่ทัพ  เรื่องนี้จึงถือเป็นความลับสุดยอด จะให้ใครรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะพระเอกยิ่งให้รู้ไม่โดยเด็ดขาด แต่ทว่าความลับมักจะไม่มีในโลก ...อิอิ  
            
นางเอกใช้ชีวิตอยู่ในบ้านบรรพบุรุษกับลูกชาย และสาวใช้อย่างยากจนข้นแค้น ทรัพย์สมบัติที่เคยนำติดตัวมาด้วยก็หมดไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บของนางเอง เพราะไม่มีเงินรักษาแล้ว แถมยังต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงคนในบ้าน  บวกกับอดมื้อกินมื้อ ยาก็ไม่ค่อยได้กิน ร่างกายจึงแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งตัวนางเองก็ยังรู้ว่าร่างนี้คงอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 ปี ดังนั้นเมื่อพระเอกกลับมา นางจึงพยายามอดทนอดกลั้น เพื่ออนาคตของลูกทั้งสองคน (-_- )

พระเอก “ เสิ่นจงชิ่ง “  เป็นท่านแม่ทัพที่สมกับฉายา เจ้าหน้าโง่หัวแข็ง  จริงๆ ( ̄▽ ̄;) ...เพราะพี่แกเป็นคนตรงมาก แถมยังเผด็จการอีก  5 ปีผ่านไปไม่เคยโผล่มา แต่พอโผล่มาก็จะหย่าเมียเลย แถมพอหย่าแล้วก็ห้ามไม่ให้เขาไปแต่งงานใหม่ด้วยนะ (แต่ตัวเองแต่งอนุเข้าบ้านแล้ว 5 คนนาจา) เพราะฉะนั้นตอนแรกๆ ที่อ่าน ก็จะมีความรู้สึกขัดใจกับอีตาท่านแม่ทัพมาก  อ่านไปก็ด่าไป ยิ่งตอนไปจิ๊จ๊ะกับอนุ 5 นี่แบบ ...อยากจะกระโดดถีบขาคู่ 55 ( ) ( ) .... 
แต่ๆ พออ่านมาเรื่อยๆ เราก็จะค่อยๆ เข้าใจพี่แกมากขึ้น ทำให้รู้ว่า ...เฮ้ย!!!จริงๆ แล้วพระเอกก็ไม่ได้โง่นะแต่แค่ไม่สนใจเฉยๆ คือพี่แกเป็นผู้ชายหัวโบราณขนานแท้ ที่ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง แบบภรรยาต้องเชื่อฟังสามี  
เพราะฉะนั้นเรื่องในบ้านพี่แกจะไม่ยุ่ง เพราะถือว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง ทำแต่งานข้างนอกอย่างเดียว  แต่หากพี่แกใส่ใจ แค่แป๊บเดียวก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างออกมาได้หมดเลย ...

พออ่านมาถึงเล่ม 3 เราจะได้เห็นความทุ่มเท การปกป้อง ที่พระเอกมีต่อนางเอกมากยิ่งขึ้น พระเอกจะแวะเวียนมาหานางเอกอยู่บ่อยๆ และค่อยๆ หลงรักเมียไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ตัวพระเอกต้องการมาตลอด ความสงบ ความเรียบง่าย ความสบายใจ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เพราะนางเอกยังไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน บอกเลยว่าทั้งสงสารทั้งโกรธพระเอกด้วย 

โกรธเรื่องความกตัญญูของพี่แก กตัญญูแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งๆ ที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่มีแต่คนเคารพยำเกรง หวาดกลัว  แต่ทำไมกับแม่ตัวเองถึงจัดการไม่ได้ว้า ( ดีนะที่นางเอกไม่บ้าไปด้วย...คือยังดีที่นางเอกคิดได้ว่าตัวเองเหลือเวลาอีกแค่ 2 ปี  ในเมื่อพยายามแล้วแต่แม่สามียังไม่ชอบแล้วจะไปเสียเวลาทำไม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ) คือตอนนี้มันจะมีหลายฝ่ายหลายคนที่คิดไม่ดี หรือต้องการฆ่านางเอก ทั้งฮองเฮา ไทเฮา บลาๆ แต่อ่านแล้วมันก็ยังโมโหไม่เท่ากับตอนที่แม่พระเอกอยากจะฆ่านางเอกนะ ....อนุ 5 ที่ว่าเกลียดแล้ว ก็ยังแพ้แม่พระเอกอะคิดดู 55+ ....

คือแม่พระเอกนี่มัน
Last Boss จริงๆ แก่แล้วแก่เลยมากๆ  เจ้าคิดเจ้าแค้นจนไม่ฟังเหตุผลอะไร แล้ววิธีการแต่ละอย่างก็ไม่ได้ฉลาดอะไรเล๊ย  หูเบามาก เชื่อคำพูดทุกคนยกเว้นพระเอก  สมควรแล้วที่โดนม็อบชาวบ้านเขวี้ยงของใส่ 55+ คือกะจะเอานางเอกให้ตายให้ได้อย่างเดียว โดยไม่สนใจไม่ไว้หน้าลูกตัวเองเลย เอาคำว่ากตัญญู เอาความเป็นแม่มาบีบพระเอก พระเอกก็คนกลาง เมียก็รัก แม่ก็ต้องกตัญญู  จะทำอะไรรุนแรงก็ไม่ได้ ได้แต่อดทนๆ ๆ ก้มหัวคุกเข่าขอร้องอย่างเดียว ... ( นี่ไม่ประสาทแตกตายก่อนก็สุดยอดแล้ว )

มาถึงตอนนี้ความลับหลายๆ อย่างที่นางเอกพยายามปิดไว้ ก็ค่อยๆ ทยอยถูกเปิดเผยออกมาทีละเรื่องแล้ว  ทีนี้ก็เหลืออย่างเดียวคือเรื่องลูก ...อยากรู้เรื่องนี้ที่สุดเลย อยากรู้ว่าพระเอกจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าตัวเองมีลูกแล้ว  แถมเป็นลูกชายฝาแฝดด้วยนะจ๊ะ ...ทั้งขำทั้งเห็นใจเพราะเรื่องนี้คนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้ว ฮ่องเต้ก็รู้ เพื่อนสนิทพี่แกก็รู้ เขารู้กันจนจะทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว มีแต่ท่านแม่ทัพใหญ่นี่แหละที่ยังไม่รู้ 55+ ρ(′▽`o)ノ゛...  
(เดี๋ยวจะรอดูหน้านะจ๊า อิอิ ...เดาว่าน่าจะรู้เล่ม 4 นี่แหละ )

ป.ล. อยากรู้จริงๆ ว่าตอนจบแม่พระเอกจะเป็นยังไง  แล้วก็อนุ 5 เมียรักของพี่แกด้วย จะแสร้งทำตัวเป็นคนดีเรียบร้อย อ่อนโยน ตบตาพระเอกไปได้อีกนานแค่ไหน ...ตัวละครอื่นๆ เราไม่ค่อยอยากรู้  แต่ 2 คนนี้ไม่รู้ไม่ได้ 55+
................................................................................................................................................

" ข้าภรรยาอยากมอบอิสระให้ท่านแม่ทัพจากใจจริง! " นางขบริมฝีปาก
" ข้าภรรยามีมารดาบุญธรรม ไม่นับว่าไม่มีบ้านให้กลับ 
ต่อให้ข้างนอกมีศัตรูคอยปองร้าย  พี่เซียวก็สามารถปกป้องข้าภรรยาให้ปลอดภัยได้ "
" เจ้าหุบปาก "  เสิ่นจงชิ่งตบโต๊ะดังปัง  เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ
" คนของข้าใยต้องให้เขามาปกป้องด้วย! "
...............................................................................................................

  ' เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ายามความรักที่นางทุ่มเทให้เขา   ความรักที่เขาเคยคิดว่า
เป็นพันธนาการผูกมัดร่างกายหายไปหมดแล้ว เขาจะรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้   
เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก  นอกจากเหนี่ยวรั้งนางไว้ด้วยกำลังแล้ว  
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังทำอะไรได้อีกบ้าง ... '
...............................................................................................................

ฮูหยินผู้เฒ่าสะท้านเฮือก
ก่อนหน้านี้เสียงกลองดังสนั่นทำให้นางไม่ได้ยินว่ากลุ่มคนที่มุงดูอยู่รอบด้านพูดอะไรบ้าง
แต่คำว่า 'ยายแก่เสียสติ' ทำให้นางตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
นี่มันอะไรกัน  นางผดุงคุณธรรมโดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว  
หย่าเจินสือเหนียงที่ประพฤติตัวเสื่อมเสียย่อมเท่ากับขจัดสิ่งไม่ดีให้บ้านเมือง  
ทุกคนควรจะยกย่องชื่นชมสรรเสริญความดีงามของนางมิใช่หรือ 
เหตุใดจึงด่านางว่า 'ยายแก่เสียสติ' ล่ะ



📍ยอดหญิงหมอเทวดา ➡️ https://s.shopee.co.th/AUnizjlDu5