วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ

 

องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : เฟยเทียนเย่เสียง
ผู้แปล : เข็มจิรา ตั้งตฤษณกุล
สำนักพิมพ์ phoenix

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก สวีอวิ๋นฉี่ บุตรนอกสมรสของแม่ทัพสวีต๋า แม่ทัพใหญ่คนสำคัญที่ช่วยฮ่องเต้บุกเบิกแผ่นดิน
พระเอก ทั่วป๋าเฟิง เด็กกำพร้าที่ถูกพี่เขยนายเอกเก็บกลับมา เป็น
ชาวทูเจวี๋ย

พระ-นายถูกส่งตัวเข้าไปอยู่ในวังตั้งแต่เด็ก ได้ร่ำเรียนฝึกฝนวรยุทธ์เป็นศิษย์พี่-ศิษย์น้องกัน พึ่งพาอาศัยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต จนต่อมาก็ได้รับราชการในหน่วยองครักษ์เสื้อแพร คนหนึ่งกลายเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ส่วนอีกคนก็เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรขึ้นตรงและฟังคำสั่งจากฮ่องเต้เพียงคนเดียว ภายนอกดูมีเกียรติน่าเคารพยำเกรง ขุนนางน้อยใหญ่ล้วนหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดีตนจะกลายเป็นเป้าหมายต่อไปที่ถูกจัดการหรือเปล่า ดังนั้นนอกจากจะเป็นหน่วยที่มีเกียรติและน่าเกรงขามแล้ว ก็ยังเป็นหน่วยที่มีแต่คนรังเกียจดูถูก และอยากจะล้มล้างมากที่สุดอีกด้วย คือถ้าพลาดเมื่อไรก็รอโดนกระทืบซ้ำได้เลย มีแต่คนสาปแช่ง...

ดังนั้นพระ-นายจึงเจ็บตัวบ่อยมากโดยเฉพาะนายเอก น้องทั้งถูกโบย ถูกวางยา ถูกทรมานมากมายสารพัด หวิดจะตายหลายรอบมาก แม้จะมีแบ็คใหญ่คอยหนุนหลัง เพราะเป็นถึงอดีตลูกแม่ทัพใหญ่ และมีพี่สาวร่วมอุทรเป็นถึงชายาเอกของท่านอ๋อง ทั้งยังเป็นคนสนิทของรัชทายาท แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก็ยังต้องรับโทษเจ็บตัวเกือบตายอยู่ดี ใช่ว่าจะมีอภิสิทธิ์ไม่มีใครทำอะไรได้ หรือเดี๋ยวก็มีคนมาช่วยไม่ต้องรับโทษ ไม่ใช่เลยจ้า แถมฮ่องเต้ก็ไม่ได้เข้าข้างด้วยนะ...อย่างโหด

นิยายเรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์ ฮ่องเต้ในเรื่องก็คือฮ่องเต้จูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ต้าหมิง พอก่อตั้งราชวงศ์เสร็จไม่นานฮ่องเต้ก็เริ่มกำจัดขุนนางเด่นๆ ที่เคยช่วยบุกเบิกแผ่นดินไปจนหมดสิ้น รวมถึงแม่ทัพสวีต๋าพ่อของนายเอกด้วย มีขุนนางมากมายที่ถูกใส่ความจนตายและถูกประหารหลายชั่วโคตร ด้วยฝีมือของเหล่าองครักษ์เสื้อแพร แต่องครักษ์เสื้อแพรทำตามคำสั่งใครล่ะถ้าไม่ใช่ฮ่องเต้ ผิดถูกก็ต้องทำเพราะมันเป็นคำสั่ง ขุนนางในเรื่องนี้จึงตายและถูกประหารกันเยอะมาก แล้วแบบไม่ได้ตายคนเดียวด้วยนะ เพราะครอบครัว คนสนิทและอีกมากมาย ก็ต้องพลอยถูกลูกหลงโดนตามไปด้วย เพื่อขุดรากถอนโคนกรุยทางให้กับรัชทายาทที่เป็นหลานชาย...

แต่ก็มีบางคนที่นายเอกแอบช่วยให้รอดชีวิต แต่ฮ่องเต้ก็เหมือนจะรู้ทันหมดอะ ดังนั้นเวลาที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อาจารย์ของนายเอกก็เลยมักจะชิงตัดหน้าลงโทษนายเอกหนักๆ ก่อน แล้วถึงค่อยส่งตัวไปให้ฮ่องเต้ต่อ เพราะหากไม่ทำแบบนี้นายเอกก็คงไม่รอด...ก็ตามประวัติศาสตร์แหละนะ พอฮ่องเต้คนแรกสวรรคต หลานก็ขึ้นครองบัลลังก์ต่อ
แต่หลานอ่อนแอ ไม่เด็ดขาด นิสัยไม่เหมาะที่จะเป็นฮ่องเต้เลย ขุนนางรอบข้างก็มีแต่สายบุ๋น (สายบู๊เก่งๆ ถูกฮ่องเต้องค์เก่ากำจัดหมดแล้ว) แล้วขุนนางรอบข้างฮ่องเต้คนใหม่ก็เกลียดนายเอกมากกก
ยิ่งรู้ว่านายเอกเป็นคนโปรดและสนิทสนมกับฮ่องเต้มาตั้งแต่เด็กก็ยิ่งเกลียด แต่นายเอกกลับเป็นคนใจดี มนุษยสัมพันธ์ดีคือมีแต่คนชอบอะ (โดยเฉพาะผู้ชาย) สมัยเด็กก็เป็นเพื่อนเล่นและคอยดูแลรัชทายาทคนนี้มาตลอด เหมือนพี่ชาย-น้องชาย แต่รัชทายาทดันไม่ได้คิดกับนายเอกแบบพี่น้องอะดิ่ 

แล้วมันจะมีบางทีที่รัชทายาทก็โกรธหรือไม่พอใจนายเอก เลยสั่งให้คนไปจับมาขังไว้ แต่แค่ให้จับไปขังไว้เฉยๆ นะไม่ได้คิดจะทำอะไร แต่อิฝ่ายตรงข้ามที่เป็นอริ พอเห็นแบบนี้ก็ได้ทีรีบหาโอกาสซ้ำเติมทันที อย่างตอนที่เกิดกบฏ นายเอกถูกคนใส่ความว่าสมรู้ร่วมคิดกับศัตรู ฮ่องเต้ก็ผิดหวังเสียใจ สั่งให้คนไปควบคุมตัวนายเอกกลับมา คืออยากเอามาถามด้วยตัวเองเฉยๆ ไม่ได้คิดทำร้าย แต่อิพวกราชครูกับพวกขุนนางข้างกายกลับแอบสั่งให้ฆ่านายเอกได้เลย..เหอๆ

ส่วนพระเอกนั้นแม้เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพร แต่แท้จริงกลับโดดเดี่ยวตัวคนเดียวมาก นอกจากนายเอกก็ไม่มีใครแล้วที่จริงใจ ที่รัก หรือเป็นห่วงตัวเองอย่างแท้จริง เพราะพระเอกเป็นชาวทูเจวี๋ย ต่อให้มีตำแหน่งสูงแค่ไหนก็ยังถูกดูถูกและไม่มีใครเห็นเป็นพวกเดียวกันอยู่ดี ดังนั้นนายเอกจึงเป็นอันดับหนึ่งในใจของพระเอกมาตั้งแต่เด็ก ทว่าพระเอกกลับยังไม่ใช่อันดับหนึ่ง หรือตัวเลือกอันดับแรกของนายเอกน่ะสิ เป็นเพราะนายเอกมีสิ่งที่ต้องปกป้อง ต้องห่วง ต้องพะวงเยอะ ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รัชทายาทที่โตมาด้วยกัน แล้วยังมีอาจารย์ที่เคารพนับถืออีก ดังนั้นนายเอกจึงไม่อาจหันหลังและทิ้งทุกอย่างไปได้ง่ายๆ เหมือนกับพระเอก ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมาอยู่ในวังและทำหน้าที่เหมือนเดิมต่อไป...เฮ้อ

ชอบงานของคนเขียนท่านนี้มากๆ โดยเฉพาะแนวโบราณ ตั้งแต่ปราชญ์กู้บัลลังก์ ราชันย์คืนบัลลังก์ สารบัญชุมนุมปีศาจจนมาเรื่องนี้ก็ชอบบบ คือเราถูกจริตแนวโบราณของท่านนี้ทุกเรื่องเลยอะ (แต่แนวปัจจุบันไม่ค่อยรอด55) ตัวละครในเรื่องส่วนใหญ่จะออกเทาๆ ไม่มีดี-เลว ไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ตาม แบบทุกคนล้วนแต่มีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง ผิดถูกก็พูดยาก ยิ่งด้วยยุคสมัยแบบนั้นมันก็มีแค่จะแพ้หรือชนะเท่านั้นแหละ แต่แอบสงสารนายเอกเรื่องนี้นะ เพราะต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของคนกันเองทั้งนั้น คนนั้นก็เหมือนน้องชาย คนนี้ก็พี่เขย แต่นั่นก็คนรัก จะว่าไปตัวคนเดียวแบบพระเอกมันก็มีข้อดีเหมือนกันเนาะ จะทำอะไร จะไปไหน ก็ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง มีห่วงแค่อย่างเดียวคือนายเอกเท่านั้น ส่วนนายเอกอะห่วงเยอะ ต้องคอยปกป้องรับผิดแทนคนนู้นคนนี้จนเกือบตายก็หลายที อยากจะปกป้องคนนี้แต่เดี๋ยวก็ขัดใจคนนั้น จนสุดท้ายบางทีตัวเองก็ต้องมารับเคราะห์แทน..แล้ววันหนึ่งมันก็มาถึงจุดที่นายเอกไม่ไหวอีกต่อไป จนต้องขอร้องให้พระเอกช่วยพาตัวเองไปด้วย...

เรื่องนี้ไม่ต้องมีคำว่ารัก เพราะสิ่งที่พระ-นายทำให้กันมันอธิบายทุกอย่างไว้หมดแล้ว ...ชอบความใสซื่อ พูดจาตรงไปตรงมาของพระเอก (เหมือนน้องหมาตัวโตๆ) พูดคำไหนคำนั้นบอกว่าจะให้เงินนายเอกทุกเดือนก็ให้จริงๆ ไม่เคยเก็บไว้สักแดง ยกเงินเดือนให้นายเอกเก็บหมด ชอบความศิษย์พี่ละเอ็นดูเจ้า 55   

ป.ล. Nc ดูดิบแต่ไม่หยาบ ไม่ถึงขั้นละมุนแต่ก็ดีงาม (แปลดี)


📍องครักษ์เสื้อแพร 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9zrAm3Fjhl




วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

อย่ารบกวนการเรียนของฉัน

 

อย่ารบกวนการเรียนของฉัน (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : เย่ว์หลิวกวง
ผู้แปล : สีเมษา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก หนานเซี่ยงหวั่น อดีตนักเรียนห้องคิงที่จบจากมหาลัยชั้นนำระดับ Top ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทชื่อดังหรือบริษัทใหญ่ระดับประเทศ ในขณะที่นั่งเครื่องบินกลับจากการทำงานที่ต่างเมือง นางเอกก็ได้ย้อนเวลากลับไปตอนสมัยเรียนม.ปลาย แต่ทว่า ม.ปลายที่ย้อนกลับไปนั้น กลับไม่เหมือนกับม.ปลายที่เธอเคยผ่านมา เพราะคราวนี้นางเอกไม่ใช่เด็กห้องคิงที่ตัวเองเคยภาคภูมิใจ แต่กลับเป็นเด็กห้องบ๊วยที่ผลการเรียนย่ำแย่อย่างที่ตัวเองเกลียดที่สุด

พระเอกหลินเซียวหรัน เป็นเด็กนักเรียนห้องบ๊วยที่อยู่ห้องเดียวกับนางเอก นิสัยร่าเริงเป็นกันเอง อัธยาศัยดี แต่ตอนแรกพระเอกไม่ค่อยชอบนางเอกเท่าไร เพราะนางชอบเหยียดคนอื่นที่เรียนไม่เก่งอะ

ถึงจะย้อนเวลากลับมาแต่เหตุการณ์บางอย่างก็ไม่ได้เหมือนเดิม เช่นตัวนางเอกที่ควรจะอยู่ห้องคิงก็ต้องมาอยู่ห้องบ๊วย พ่อกับแม่ที่ควรจะหย่ากันแล้วก็ยังไม่ได้หย่า แถมพอย้อนกลับมาวันแรกก็ดันมีสอบเลย นางเอกก็ทำไม่ค่อยได้ เพราะจบม.ปลายมานาน วิชาความรู้คืนครูไปเกือบหมดแล้ว ผลคะแนนที่ออกมาจึงต่ำเตี้ยตามคาด พระเอกเห็นแบบนี้เลยได้โอกาสทับถม คอยตามมาพูดจากวนประสาททันที...หุหุ

นางเอกเป็นเด็กบ้าเรียน เทิดทูนคนที่มาจากห้องคิงหรือคนที่จบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่จะเหยียดคนที่มาจากห้องบ๊วยหรือมหาลัยธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียง คำพูดติดปากของนางก็คือ “เด็กไม่เอาไหนก็คือเด็กไม่เอาไหน” เวลามีคนมาสมัครงานที่บริษัท ถ้าคนไหนจบจากมหาลัยธรรมดา นางก็จะโยนใบสมัครทิ้งทันที ไม่สนใจ (สงสัยที่ย้อนกลับมาแล้วได้อยู่ห้องบ๊วยนี่คงเป็นเพราะสวรรค์ลงโทษแน่ๆ เลย ..55)  

ชีวิตของนางเอกเรื่องนี้มีแต่เรียนๆ ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลยนอกจากเรียน เรียนอย่างเดียวจริงๆ เพื่อนก็แทบไม่มี เพื่อนสนิทยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ก็เข้าใจแหละว่าที่นางเอกเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแม่ด้วย แม่นางเอกไม่ให้ลูกทำกิจกรรมอะไรอย่างอื่นเลยนอกจากเรียนๆ ฟังเพลง ดูทีวี เล่นกีฬาก็ไม่ได้ ให้เรียนอย่างเดียวเท่านั้น สอบได้ที่ไม่ดี คะแนนตก ไม่ได้อยู่ห้องคิง ทำงานแล้วเงินเดือนไม่เยอะ ซื้อบ้านยังไม่ได้ ไม่มีเหมือนลูกคนอื่นเขา ก็ดุด่าบ่นว่า...เห็นแล้วก็เครียดแทนจริงๆ (ถึงจะรู้ว่าหวังดีก็เถอะนะ)

เรื่องนี้หลักๆ ก็มีแต่เรื่องเรียน ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ นางเอกไม่ใช่เด็กหัวดีมาแต่เกิด ทั้งหมดนั้นคืออาศัยความขยันหมั่นเพียรและความทุ่มเทของตัวเองล้วนๆ เราจะได้เห็นความพยายามในการตั้งใจเรียนของนางเอก ตั้งแต่ที่ได้อันดับท้ายๆ ของห้อง
จนขยับมาเป็นที่สิบ และกลายมาเป็นที่หนึ่งของห้อง แต่นางเอกก็ยังไม่พอใจเพราะเป้าหมายของนางคือย้ายไปอยู่ห้องคิง เพราะเด็กห้องคิงมีอภิสิทธิ์และทรัพยากรที่ดีกว่าเด็กห้องธรรมดา แถมยังเป็นห้องที่มีโอกาสติดมหาลัยดีๆ มากที่สุดอีกด้วย เป็นห้องที่เด็กเรียนอย่างนางควรเข้าไปอยู่ ไม่ใช่พวกห้องบ๊วยที่วันๆ เอาแต่เล่น ไม่สนใจเรียน...ชิชิ

แต่พอนานวันเข้าจากคนที่เคยเหยียดไม่ชอบเด็กห้องบ๊วย พอตัวเองต้องมาอยู่ห้องนี้ซะเองความคิดของนางเอกก็เริ่มเปลี่ยนไป มนุษย์สัมพันธ์ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เพื่อนในห้องเริ่มเข้าหา จากคนที่ปกติไม่คบหาใครเลยก็เริ่มมีเพื่อนสนิท จากที่มักทำอะไรตามลำพังก็เริ่มมีคนช่วย ส่วนคนที่นางเอกเคยไม่ชอบและมองเป็นคู่แข่งมาตลอด พอย้อนเวลากลับมารอบนี้ก็ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ...พระเอกเองก็รู้ว่านางเอกเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน จึงชอบมารบเร้าขอให้อีกฝ่ายเข้าร่วมกิจกรรมนั่นนู่นนี่ด้วย จับจุดได้แล้ว รู้ว่าถ้าขยันตื๊อบ่อยๆ เดี๋ยวนางเอกก็ต้องใจอ่อนยอมตกลง
แต่ไม่ว่าจะต้องทำกิจกรรมอะไร นางเอกก็ไม่เคยปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ต่อให้มีเวลาเพียงน้อยนิดก็ยังสามารถอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนได้เสมอ  
ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งนางได้ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียน
 ...นับถือๆ

ส่วนเรื่องความรักไม่ได้หวานมากนะ พระ-นางตอนแรกออกแนวคู่กัดไม่ค่อยถูกกัน แต่พอได้ทำอะไรด้วยกันมากขึ้น ต่างคนจึงต่างเริ่มมองอีกฝ่ายในมุมที่เปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ค่อยๆ พัฒนา แต่ก็ยังเป็นแบบเพื่อนกันมากกว่าอะ แบบรักวัยเรียนใสๆ
รู้ว่ามีใจให้กันแหละแต่ก็ไม่ได้แสดงออกแบบโจ่งแจ้งเท่าไร ยังไม่ได้ล้ำเส้น มีแต่ความปรารถนาดีให้กันและกัน แบบจับมือกันเรียนตั้งใจสอบกันไปก่อนนะ ส่วนอนาคตเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที...แต่ก็สมหวังแหละ (หน้าท้ายๆ นู่นเกือบโดนนักเขียนหลอก55)

ป.ล.ตอนจบเหมือนต้องไปตีความเองอะ ว่าสรุปนางเอกได้ย้อนกลับไปจริงหรือแค่ฝันไป?



📍อย่ารบกวนการเรียนของฉัน ➡️ https://s.shopee.co.th/gJVf8iesI






วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ

 


สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ซานเชียนเฟิงเส่ว์ (San qian feng Xu) 
ผู้แปล : 
Bou
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หมิงฉางเยี่ยน หรือจอมยุทธน้อยหมิง อันดับหนึ่งในใต้หล้า วิญญูชนแห่งห้วงคำนึงผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนที่สำนักมากมายหมายตา เพราะกล่าวกันว่าหากใครได้เป็นผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนนี้ คนผู้นั้นก็จะมีอำนาจในการสั่งการยุทธภพ...แต่หมิงฉางเยี่ยนกลับไม่สนใจ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด 
ทั้งยังชอบทำตัวสันโดษไปมาลึกลับ จนพาให้ผู้คนหวาดระแวงและสร้างข่าวลือเสียๆ หายๆ ใส่ร้ายเขา แต่หมิงฉางเยี่ยนก็หาสนใจไม่ เขาก็แค่ต้องการลงหลักปักฐานสร้างรากฐานอยู่ในจงหยวน เพื่อที่จะได้รับน้องสาวมาอยู่ด้วยกันก็เท่านั้น แต่ยิ่งไม่แคร์ข่าวลือก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนจากขาวก็เปลี่ยนกลายเป็นดำ และสุดท้ายก็ถูกสำนักต่างๆ ในยุทธภพรวมถึงราชสำนักรวมหัวกันลอบสังหาร จนต้องหนีตายด้วยการกระโดดลงแม่น้ำเพื่อรักษาชีวิต...

แม้จะรอดมาได้แต่นายเอกหรือหมิงฉางเยี่ยน ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนวรยุทธ์สูญสิ้น เส้นชีพจรขาดสะบั้น ความทรงจำบางส่วนขาดหาย ต้องหลบไปพักรักษาตัวปล่อยให้คนคิดว่าตายอยู่นานถึง 2 ปีเต็ม พออาการเริ่มดีขึ้นนายเอกก็กินยาลดอายุ (ยาที่ทำให้ดูเด็กลง รูปร่างส่วนสูงหดลง) และแฝงตัวเข้าไปเป็นพระสนมอยู่ในวังหลวงเพื่อหาทางขโมยหญ้าเทพเซียน สมุนไพรหายากในตำนานที่ร่ำลือกันว่าสามารถรักษาร้อยโรค ชุบชีวิตคืนชีพ และช่วยฟื้นฟูวรยุทธได้เพื่อมารักษาตัวเอง

แต่นึกไม่ถึงว่าขนาดมาอยู่ในวังหลวงก็ยังจะได้เจอกับคนรู้จักเก่าอีก มิหนำซ้ำคนผู้นี้ก็ยังมีตำแหน่งสูงเป็นถึงอัครเสนาบดีน้อยของแผ่นดินอีกด้วย...เ
ด็กหนุ่มที่เคยจับพลัดจับผลูถูกนายเอกลากขึ้นเขาจากการแพ้พนันกับศิษย์น้องในตอนนั้น เด็กหนุ่มที่แสนเย็นชาท่าทางสูงส่ง แต่นิสัยกลับเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจทั้งยังเอาใจยากผู้นี้ กลับเป็นคนที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียวไปเสียได้...แถมพ่อหนุ่มน้อยก็ยังสายตาดีมากกก เพราะเพียงไม่ทันไรก็มองออกแล้วว่านายเอกคือใคร...

นายเอกหลงคิดว่าพระเอกจะจำตัวเองไม่ได้ ก็เลยเนียนแกล้งทำตัวเป็นสตรีต่อ..จนมาวันหนึ่งก็ถูกฮ่องเต้เลือกป้าย เลยต้องวิ่งไปขอให้พระเอกช่วย ตั้งแต่นั้นในวังก็เลยเริ่มลือกันว่าพระ-นายมีซัมธิงกัน แล้วหลังๆ ทั้งสองคนก็ไปมาหาสู่กันบ่อย คนก็เลยยิ่งเข้าใจผิดคิดว่านายเอกเป็นฮูหยินของพระเอกหรืออัครเสนาบดีน้อย ส่วนอาการของนายเอกก็ค่อยๆ ดีขึ้นเพราะได้พระเอกช่วยรักษาให้ ทั้งคู่ก็เลยยิ่งตัวติดกัน นายเอกเริ่มชินกับการมีพระเอกอยู่ข้างกาย ชินกับการมีคนให้พึ่งพาอาศัยคอยปกป้อง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา นายเอกเคยเป็นแต่ที่พึ่งพิงให้ผู้อื่น พอมาเจอพระเอกถึงได้สลับบทบาท เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายที่ได้พึ่งพิงคนอื่นบ้างสักที แล้วนายเอกก็เริ่มสงสัยในรสนิยมทางเพศของตัวเอง 55 กลัวว่าถ้าเป็นชายรักชายแล้วพระเอกจะรังเกียจ ไม่ชอบ ...แต่ความจริงคือพระเอกน่ะชอบนายเอกมาตั้งนานแล้ว ของที่นายเอกเคยให้แบบไม่ได้ตั้งใจก็เก็บรักษาเอาไว้อย่างดี คอยแอบให้ความช่วยเหลือแบบลับๆ มาโดยตลอด แต่นายเอกอะความรู้สึกช้ามากกกก เบ๊อะๆ บ๊องๆ ไม่เคยสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้ในใจจะรู้สึกกับพระเอกแตกต่างจากคนอื่นมาตลอดแต่ก็ยังไม่ค่อยเก็ท

ทว่าระหว่างที่อยู่ในวัง เรื่องร้ายๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็เริ่มกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้งเมื่อนายเอกกลับมา แต่คราวนี้นายเอกจะไม่ยอม จะต้องสืบหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้ ว่ามีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องใส่ร้ายตนเอง  เพราะแต่ก่อนนายเอกไม่ได้สนใจ ไม่เคยแก้ข่าว นานวันเข้าเรื่องไม่จริงเหล่านั้นจึงเริ่มบานปลาย จนทำให้คนนึกว่าเป็นความจริง ผลกระทบที่ตามมาก็ร้ายแรงมากจนยากเกินจะรับไว้ เพราะนอกจากตัวเองจะถูกใส่ร้ายถูกลอบฆ่าแล้ว ก็ยังทำให้คนสนิทที่อยู่รอบๆ ตัวพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย บ้างก็บาดเจ็บบ้างก็ล้มตาย ซึ่งพอนายเอกตระหนักได้ทุกอย่างมันก็สายไปหมดแล้ว ...

อ่านจบแล้วถ้าไม่คิดมากก็โอนะ เนื้อเรื่องเฮฮาตลกดี เป็นแนวยุทธภพผสมการเมืองในราชสำนัก ช่วงดราม่าก็มีมาทีก็จัดหนักเหมือนกัน พระ-นายนิสัยต่างกันคนละขั้ว นายเอกสดใสฮาๆ ช่างพูด ส่วนพระเอกก็เย็นชาประหนึ่งภูเขาน้ำแข็งพูดน้อยซึนๆ แต่ขี้หวงแรงมาก เหล่าศิษย์น้องของนายเอกก็น่ารักดี เวลาอยู่กับนายเอกที่เป็นศิษย์พี่ก็จะตามติดเหมือนหางน้อยๆ ขี้อ้อน เวลาทำอะไรก็อยากให้นายเอกคอยพูดชม แต่แอบเสียดายความเก่งของนายเอกอะ ทั้งๆ ที่เป็นถึงอันดับหนึ่งของยุทธภพ วรยุทธ์ก็สูงส่งบรรลุถึงจุดสุดยอด แต่สุดท้ายกลับแทบปกป้องใครเอาไว้ไม่ได้เลย ช่วงสองเล่มแรกสกิลต่างๆ ที่ว่าเลิศๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เสียดายบางตัวละครก็ถูกฆ่าทิ้งง่ายมาก ฝั่งตัวร้ายก็โคตรเทพ นายเอกจับไม่ได้ไล่ไม่เคยทัน ได้แต่เดินตามอยู่ข้างหลัง ตามก็ไม่ค่อยจะทัน พอทันก็ช่วยคนเอาไว้ไม่ได้อีก...เหอๆ

เล่ม 3 จะเฉลยตัวการที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอ่านจบแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำร้ายนายเอกขนาดนั้น นายเอกไปทำอะไรให้เนี่ยหรือจะบอกว่าจริงๆ อีกฝ่ายก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งมาระเบิดตัวตนที่แท้จริงก็ตอนเผ่าถูกฆ่าล้างและตัวเองถูกทรมาน คือเข้าใจไอ้ที่ไปคิดบัญชีกับคนอื่นนะ แต่ไม่เข้าใจว่าจะมาทำร้ายนายเอกทำไม?(หรือเราอ่านแล้วไม่เก็ทเองหว่า 55) ส่วนท่านพ่อนี่สรุปว่ารักแม่นายเอกหรือเปล่า? (หรือไม่รักเพราะทำกะลูกขนาดนี้เลยนะ) แล้วแม่นายเอกรักพ่อหรือรักรัชทายาทกันแน่?  จริงๆ มันก็มีตรงที่อิหยังวะหลายจุดอยู่นะ อย่างเรื่องกฏระเบียบหรือมารยาทในวังนี่ เหมือนเรื่องนี้จะไม่เคร่งมั้ง เพราะรู้สึกว่าคนเข้า-ออกวังกันง่ายจัง ประหนึ่งสวนหลังบ้านก็ไม่ปาน

แล้วก็มีเรื่องงานเลี้ยงบูชาฟ้าดินที่จัดขึ้นเพื่อหาผู้ครอบครองประกาศิตปุถุชนคนใหม่ นอกจากนายเอกที่เข้าร่วมก็ยังมีคนจงหยวนรวมถึงคนต่างแดนเข้าร่วมด้วย คนต่างแดนต้องการครอบครองประกาศิตปุถุชน และอยากหยั่งเชิงว่าจงหยวนยังแข็งแกร่งอยู่ไหม ถ้าไม่ก็จะได้ก่อกบฏ ซึ่งแกนนำในการก่อกบฏก็ไม่ใช่ใคร พ่อนายเอกนี่แหละ (พ่อเป็นกษัตริย์ต้าเย่ว์ แม่เป็นชาวจงหยวน) อิพ่อนี่ก็เกลียดเมียกับลูกที่เป็นคนจงหยวนเหลือเกิน เลี้ยงลูกด้วยลำแข้งมาตั้งแต่เกิด จนนายเอกทนไม่ไหวต้องหนีมาจงหยวนนี่แหละ แต่พ่อก็ยังไม่เลิก ยังส่งคนมาจับตาดูและวางแผนลอบฆ่าลูกตัวเองอีก..

ส่วนตัวชอบเล่ม 3 มากที่สุด 55 เพราะนอกจากจะแปลดี+อ่านลื่นแล้ว ก็ยังหวานมากกด้วย นึกว่าจะไม่มี nc แล้วนะเนี่ย ที่ไหนได้มาออกันอยู่ที่เล่มสุดท้ายนี่เอง จัดเต็มมาก หลายหน้าด้วย55 นายเอกเวลาอยู่กับพระเอกก็จะขี้อ้อน ชอบคลอเคลีย ชอบซุกอกพระเอก ขัดกับภาพลักษณ์อันดับหนึ่งในใต้หล้ามากจ้า..อิอิ

ป.ล.การแปลเฉพาะเล่ม 1-2 มีคำผิดอยู่บ้าง เว้นวรรคแปลกๆ (บางจุดไม่เห็นจำเป็นต้องเว้นวรรคเลยพี่จ๋า) อ่านแล้วบางทีงงๆ เหมือนคำมันไม่เชื่อมไม่ต่อกันอะ และมีคำศัพท์ในยุคปัจจุบันหลุดมา เช่นคำว่า วินาที ธุรกิจ บรรณาธิการ.... 



📍สัตบุรุษผู้แช่มช้อย 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VHIc4aJMF





วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง เล่ม 1

 

ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง เล่ม 1 (6 เล่มจบ)
ผู้แต่ง :  La Mian Hua Tang De Tu Zi
ผู้แปล : ซูเซียง 
สำนักพิมพ์ Meedee

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก อวิ๋นเยี่ยนหุย ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในสมัยซ่ง มาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัย 3 ขวบ ที่มีชื่อเดียวกับตัวเอง จู่ๆ ลูกชายก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่ดื้อไม่ซน ว่าง่าย แม่นายเอกเลยดีใจนึกว่าลูกเริ่มรู้ความแล้ว

แม่นายเอกทำงานอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า พอโรงเลี้ยงปิดกิจการ แม่เลยพานายเอกกับเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก คนกลับมาเลี้ยงด้วยกัน ท่านแม่หาเงินด้วยการทอผ้า นายเอกเห็นแม่ทอผ้าสวยเวอร์ แถมยังอ่านเขียนได้ เลยสงสัยว่าแม่คงไม่ใช่หญิงสาวจากตระกูลสามัญธรรมดา แล้วก็เป็นดังคาดเพราะวันหนึ่งก็มีคนจากบ้านแม่มาขอให้แม่กลับไป (พ่อนายเอกตายแล้ว แม่จึงเป็นหม้าย) แต่มีข้อแม้อย่างเดียวคือห้ามพานายเอกกลับไปด้วย แม่เลยไม่กลับ ทีนี้อิบ้านเดิมที่เป็นขุนนางใหญ่จึงตัดหนทางทำมาหากินแม่ กะบีบกรายๆ แล้วพอดีว่าก่อนหน้านี้แม่เคยพานายเอกไปเที่ยววัด บังเอิญว่าพระที่มีชื่อเสียงของวัดนั้นก็ชอบนายเอกมากกกก อยากได้เป็นลูกศิษย์ แต่ถูกแม่ปฏิเสธ ส่วนนายเอกก็ไม่เอา ไม่ได้อยากออกบวช...

ซึ่งพระก็ไม่ได้บังคับ ยังเอ็นดูนายเอกเหมือนเดิม แม่จึงไปขอความช่วยเหลือจากพระรูปนั้น
พระเลยหาบ้านเช่าแถวๆ วัดให้และจ้างแม่นายเอกทำงานไปด้วยเลย ...ไปๆ มาๆ นายเอกเลยสนิทสนมกับคนในวัด วิ่งเข้าออกวัดเหมือนบ้านตัวเอง

คนในวัดทั้งพระแก่-พระหนุ่มต่างก็ชอบและเอ็นดูนายเอกกันทุกคน เห็นนายเอกเป็นเหมือนสมาชิกและลูกศิษย์
ในวัดคนหนึ่งเช่นกัน (แม้จะไม่ได้โกนผมออกบวชก็ตาม 55)

ส่วนพระเอกเป็นลูกคนเล็กของท่านอ๋อง พี่แกชอบศึกษาธรรมะและชอบแวะเวียนมาขอคำชี้แนะจากอาจารย์นายเอก ทั้งสองคนเลยกลายเป็นศิษย์พี่-ศิษย์น้องกันด้วยเหตุนี้ พระเอกชอบเกาะติดนายเอก ชอบตื้อขอให้บรรยายพวกหลักธรรมให้ แต่นายเอกก็ไม่สนใจ สนใจอยู่เรื่องเดียวคือหาเงินๆ เพราะบ้านจนต้องหาเงินมาเลี้ยงดูคนในบ้าน แล้วนายเอกก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ติดตัวมาจากยุคปัจจุบัน นำมาปรับใช้หาเงินเข้าวัดและเลี้ยงดูครอบครัวตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบเลย ถึงจะอายุยังน้อยแต่ด้วยความที่ข้างในเป็นผู้ใหญ่แล้ว นายเอกจึงพูดจามีหลักการ เวลาเสนอเรื่องอะไรก็มักจะมีแผนงานมาชี้แจงนำเสนอ แบบดูน่าเชื่อถือ แถมทุกโครงการที่นำเสนอ ก็มักประสบความสำเร็จและไปได้ดีทุกครั้ง ดังนั้นทุกคนจึงให้ความไว้วางใจ รับฟังความคิดเห็น และให้ความเคารพนายเอกไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง แม่เองก็วางใจให้นายเอกดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านตั้งแต่ยังเด็กเลย

ช่วงเล่มแรกยังเรื่อยๆ ไม่มีอะไรมาก ดูนายเอกหาเงินเพลินๆ (ดูๆ ไปก็เหมือนมัคนายก) ยังไม่มีจุดพีคอะไร ปมอะไรก็ยังไม่มี มีแค่เรื่องบ้านฝั่งแม่ ที่นายเอกแสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนเจอหน้าครั้งแรกแล้วว่าไม่ได้อยากกลับเข้าตระกูลตานะ ฝั่งตาตอนเจอหน้าก็หักหน้านายเอกไปแล้วเหมือนกัน แม้จะมีหลานคนหนึ่งในตระกูลสนิทสนมกับนายเอก แต่ฝั่งตาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ห้ามคบหา แต่ก็ไม่มีวันยอมรับนายเอก ขณะที่ในใจลึกๆ ก็เสียดาย เพราะนายเอกฉลาดและเก่งมาก ลูกหลานในตระกูลที่มีตอนนี้ยังไม่มีใครมีแววเก่งเท่านายเอกเลย (เสียดายจุง)

ตอนจบเล่มแรกนายเอกเกิดปัญหาถูกคนจับตัวไป ฝั่งบ้านตายอมออกหน้าช่วย ก็ไม่รู้ว่าเล่มต่อๆ ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกหรือเปล่า ส่วนเรื่องความรักยังไม่มีอะไร ยังเด็กๆ กันอยู่ พระเอกเหมือนสุนัขตัวโตๆ ขี้อ้อนแต่ซื่อบื้อ ชอบเกาะติดนายเอก เวลานายเอกไปสนิทสนมกับคนอื่น (ลูกพี่ลูกน้อง) พระเอกจะอิจฉา แอบน้อยใจที่นายเอกไม่ทำแบบนั้นกับตัวเองบ้าง55

ปล.การแปลบางประโยคอ่านแล้วงงๆ สำหรับเราอ่านแล้วไม่ค่อยลื่นอะ


📍ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง ➡️ https://s.shopee.co.th/AA9dsTgVlZ





วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Undead พันธะรักวันสิ้นโลก 2 เล่มจบ

 


Undead พันธะรักวันสิ้นโลก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หวายซ่าง (Huai Shang) 
ผู้แปล : 
Luna
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
จู่ๆ เชื้อไวรัสซอมบี้ก็แพร่ระบาด ทำให้คนติดเชื้อและล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดกะทันหันจึงยังไม่มีประเทศไหนเตรียมพร้อมรับมือหรือผลิตวัคซีนได้ทัน (บางประเทศตอนแรกยังคิดว่านี่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าอยู่เลย กว่าจะรู้คนก็ตายเป็นเบือแล้ว) ส่งผลให้ประชากรโลกหายไปเกินครึ่ง ผู้คนล้มตายกันอย่างมหาศาล ประเทศเล็กๆ หลายๆ ประเทศถึงขั้นหายออกไปจากแผนที่เลยก็มี

ในเรื่องจะเป็นจักรวาล Omegaverse ที่มนุษย์แบ่งเป็นสามชนชั้นคือ อัลฟ่า เบต้าและโอเมก้า พระเอกหรือ โจวหรง เป็นอัลฟ่า และเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ของกองร้อยที่ แห่งกองบัญชาการรักษาความมั่นคงหน่วย 118 สังกัดค่ายทหารบี ที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจลับ แต่ระหว่างทางกลับเจอซอมบี้ระบาดเลยต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน และก็มาติดอยู่ในอาคารที่ห้อมล้อมไปด้วยฝูงซอมบี้
ทว่าในขณะที่กำลังตัดสินใจจะไปเป็นทัพหน้าล่อซอมบี้ให้ลูกน้อง พระเอกและทีมก็ได้พบกับชายหนุ่มลึกลับที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลุยเดี่ยวเข้ามา

นายเอกหรือ ซือหนาน ชายหนุ่มลึกลับที่สูญเสียความทรงจำและมีอดีตที่โหดร้าย(มาก) แต่มีทักษะในการต่อสู้และเอาตัวรอดสูงโพดๆ พอฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกคนจับตัวไว้ นายเอกก็หลบหนีออกมา ตั้งใจว่าจะไปหายาฉีดเพื่อปกปิดไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นโอเมก้า แต่ระหว่างที่ซิ่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อหาร้านขายยา นายเอกก็บังเอิญได้เจอกับกลุ่มของพระเอกที่กำลังถูกซอมบี้ล้อมอยู่พอดี

ภายนอกพระเอกดูเป็นคนตลกฮาๆ กวนๆ ขี้แกล้ง แต่แท้จริงพี่คือคนที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตเอาไว้ได้ มีความเป็นผู้นำสูงมาก สมกับที่ลูกน้องให้ความเชื่อใจและเคารพนับถือ จริงๆ สมาชิกในทีมนี้ก็เก่งกันทุกคนแหละ ทำได้แทบทุกอย่าง เพราะเป็นหน่วยรบพิเศษ ที่ถูกฝึกฝนขัดเกลามาอย่างหนัก ทำให้สามารถรับมือเอาตัวรอดได้แทบทุกสถานการณ์โดยไม่สติแตก แม้ต้องเผชิญกับฝูงซอมบี้ก็ตาม...หลังจากที่เปลี่ยนภารกิจ พระเอกก็พาลูกทีมที่เหลือไปช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในเมือง
และรอเครื่องบินมารับพาไปยังสถานที่ปลอดภัย แต่ปรากฏว่าคนที่ช่วยออกมากลับมีคนติดเชื้อปะปนอยู่ด้วย จึงทำให้ต้องพากันหนีตายอีกรอบ 

ทั้งตัวนายเอกและพวกพระเอกต่างก็ฉีดยาพรางตัว+ยาระงับ ให้เป็นเหมือนเบต้ากันหมด จึงไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ พวกพระเอกทั้งหมดนั้นเป็นอัลฟ่า ส่วนนายเอกก็คือโอเมก้าที่เขาควานหาตัวกันอยู่ให้ควั่ก ยิ่งพอพวกพระเอกรู้ว่านายเอกเกลียดอัลฟ่ามาก ก็ยิ่งไม่มีใครกล้าบอกความจริง แต่สุดท้ายความก็มาแตกตอนที่ไปสำรวจศูนย์ลี้ภัยเขตทหารที่เมืองบีนี่แหละ

ตอนที่อ่านนี่บอกเลยว่าลุ้นมากกกก ใจเต้นตึกตักๆ ลุ้นมันแทบทุกบรรทัด เพราะไอ้ศูนย์ลี้ภัยนี่จะอยู่ที่ไหนก็ไม่อยู่ แต่ดันไปอยู่ชั้นใต้ดินที่ขุดลึกลงไปถึง 11 ชั้นเลยอะ เหอๆ ตอนแรกพระเอกเลยกะว่าจะไปคนเดียวไงเพราะรู้ว่าอันตรายมาก แหล่งรวมซอมบี้ชัดๆ...แล้วแบบจะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะในฐานะที่พี่เป็นทหารที่น่าจะเหลือรอดเป็นกลุ่มสุดท้าย ประกอบกับเป็นหัวหน้าที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ดังนั้นไม่ว่ายังไงพี่ก็ต้องลงไปเอาข้อมูล ต้องไปสืบต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสนี้มาให้ได้
ต้องมีความลับซุกซ่อนอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้างล่างนั่นแน่นอน ...ระหว่างที่ลงไปก็ทั้งมันทั้งหลอน ซอมบี้ก็วิ่งเร็วกันจัง ที่อยู่ในนั้นเป็นหมื่นๆ มันยังไม่พอใช่ไหม ทำไมต้องมีอย่างอื่นมาเพิ่มด้วย...อ๊ากกกส์ ลุ้นแทบตายว่าจะเหลือรอดกันกี่คนเนี่ย

เพิ่งเคยอ่านแนวซอมบี้วันสิ้นโลกเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นมากยังกับดูหนังสยองขวัญอาวุธในเรื่องก็มีแค่ระเบิดกับปืน ไม่ได้มีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ล้ำหน้าอะไรด้วย เพียงแต่นายเอกกับพวกพระเอกอาจจะเก่งกว่าคนปกติหน่อย (เพราะเป็นอัลฟ่า ส่วนนายเอกอันนี้ต้องลองไปอ่านเอง) แต่สนุกมากกกอะ สนุกมากจริงๆ อ่านไปก็ลุ้นไปว่าจะรอดไหมว๊า ซอมบี้จะโผล่มาอีกตอนไหน ตื่นเต้นมากก อ่านจนเหนื่อยเพราะลุ้นทั้งเรื่องแทบไม่ได้พัก55 
คนเขียนเขียนเก่งมากอะ มีครบทุกอารมณ์จริงๆ ทั้งสุข เศร้า ซึ้ง เสียน้ำตา ตลกฮา

แต่นอกจากเนื้อเรื่องจะสนุกผูกปมได้ดีแล้ว สิ่งที่เราชอบมากๆ อีกอย่างก็คือความผูกพันของคนในทีมพระเอกนี่แหละ ชอบลูกน้องในทีมพระเอกทุกคนเลย ไม่มีแตกคอไม่มีทิ้งกัน เพราะในสถานการณ์แบบนี้เราว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือจิตใจคนนี่แหละที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ ถ้าหากมีการแตกคอหรือขาดความเชื่อใจกัน รับรองได้จบเห่ แต่ทีมพระเอกคือดีมาก สุดยอดทีมเวิร์ค สามัคคีเชื่อมั่นในตัวหัวหน้าทีมแบบไม่มีสั่นคลอน ไม่มีลนลาน เพราะแบบนี้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ทีมพระเอกถึงพากันฝ่ามาได้ทุกครั้ง

ตัวนายเอกก็ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ว่าทีมพระเอกต้องไปเสี่ยงอันตรายบุกฝ่าดงซอมบี้ที่ไหน ก็จะมีนายเอกเข้าร่วมด้วยเสมอ ถึงบุคลิกน้องจะดูเยือกเย็นไม่ค่อยน่าเข้าหา แต่พอได้รู้จักแล้วจะรู้ว่าน้องโคตรใจ ...ใครที่น้องให้ใจหรือเห็นเป็นคนสนิทนั่นคือโชคดีมากกก เพราะถ้าคุณโชคร้ายตกอยู่ในอันตรายเมื่อไร ไม่ว่าโอกาสรอดจะมีเพียง หรือต่อให้ไม่มีเลย แต่น้องก็จะทุ่มสุดตัวสุดชีวิตเพื่อช่วยคุณออกมา ไม่ใช่แค่พระเอกเท่านั้นที่ได้สิทธิ์นี้ แต่เพื่อนในทีมของพระเอกทุกคนก็ได้สิทธิ์นี้เช่นกัน ต่อให้เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณน้องก็จะไม่มีวันทิ้งคุณ (แบบนี้จะไม่รักได้ไง)

ส่วนพระเอกนี่คือเห็นแววทาสภรรยามาตั้งแต่ตอนแอบชอบคนเขาแล้วนะ55  สายทาสภรรยาแน่นอน รักเมียหลงเมียฝุดๆ แต่ก็ไม่รักหลงจนลืมหน้าที่การงาน เวลางานอยู่ในหน้าที่พี่ก็ทำเต็มที่
รับผิดชอบเกินร้อย แต่ถ้าเสร็จเมื่อไรก็เป็นของน้องคนเดียว อย่างตอนที่น้องหายไปหรือยังตามไปด้วยไม่ได้ พอพี่ปฏิบัติภารกิจเสร็จก็จะรีบออกไปรับ+ไปตามหาทันทีเลย แต่จริงๆ คู่นี้จะเรียกว่าโชคชะตาก็ได้ เพราะเขาเคยเจอกันมาก่อน เพียงแต่ตอนนั้นพระเอกไม่รู้ว่าน้องเป็นใคร ไม่รู้ว่าหน้าตาจริงๆ เป็นแบบไหน รู้แต่ว่าเป็นโอเมก้า ส่วนน้องคือจำพี่ได้ ตอนที่หนีออกมาก็ระบุเลยว่าต้องให้พระเอกเป็นคนมารับเท่านั้น แต่พอเครื่องบินตกน้องความจำเสื่อมเลยลืมหมด แต่คู่กันแล้วก็มักไม่แคล้วกัน
สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็ต้องได้เจอ...

ป.ล.นายเอกเป็นคนกินยาก ชอบกินของหวาน อิพี่ก็จะบ่นๆ แบบในสถานการณ์แบบนี้ยังจะกินยากเรื่องมากอีกนะ แต่ลับหลังก็ชอบแอบเอาของหวานมาให้น้องนะ 55

ป.ล. พระรองงานดี ชอบที่พอรู้ว่าจีบไม่ติดแล้วก็ถอยออกมา ไม่เวิ่น ...


📍Undead พันธะรักวันสิ้นโลก ➡️ https://s.shopee.co.th/4VWEEjhLd5



วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

จดหมายลายมือหญิงงาม



จดหมายลายมือหญิงงาม (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : 
อู๋อวี้
ผู้แปล : ลดาอนัน
สำนักพิมพ์ วารา

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
จดหมายลายมือหญิงงามคือเรื่องราวความรัก 12 เรื่องเป็นตอนสั้นๆ เฉลี่ยเรื่องละประมาณ 40 หน้า ซึ่งมีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง...บางคนรักแต่รู้ตัวช้า บางคนก็โชคดีที่ยังหันกลับมาทัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่พลาดแล้วพลาดเลย เพราะไม่รู้ใจตัวเอง เพราะเข้าใจผิด เพราะมาที่หลัง และยังมีเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้ต้องคลาดกัน บางคู่อ่านแล้วหน่วง บางคู่อ่านแล้วซึ้ง บางคู่ก็ตลกฮา บางคู่ก็รู้สึกว่าสมควร(แล้ว) บางคู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่บางคู่ก็เฮ้ย! มีหักมุมตอนจบด้วย ...

ขอยกตัวอย่างมา 3 เรื่องเน้อ
3 เรื่องแรกตัวละครเกี่ยวโยงกัน นางเอกในเรื่องแรกหลงรักพ่อครัวหนุ่มในบ้านตัวเอง แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายกลับไปชอบท่านอาหญิงของนาง แต่พอเขาทำเรื่องผิดถูกจับขัง นางก็แสร้งทำตัวป่วยเป็นโรคเบื่ออาหาร ไม่ยอมกินอาหารของคนอื่นนอกจากที่เขาทำ คนที่บ้านเลยต้องปล่อยเขาออกมาเพื่อทำอาหารให้นางกิน ทว่าแสร้งไปแสร้งมาตัวนางกลับป่วยจริง และกลายเป็นลิ้นไม่รู้รสอีกเลย แล้ววันหนึ่งคู่หมั้นในวัยเด็กที่ย้ายบ้านไปอยู่เมืองอื่นก็กลับมา เพื่อสู่ขอนางตามสัญญาหมั้นหมาย  และก็เป็นคู่หมั้นนี่แหละที่ค้นพบความผิดปกติของลิ้นนาง และก็เป็นคนดั้นด้นหาทางรักษา ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ลิ้นนางกลับมารู้รสได้เหมือนเดิม ต่อให้รู้ว่าใจนางมีคนอื่นอยู่ก่อนแล้วก็ไม่แคร์  ในขณะที่คนผู้นั้นจนแล้วจนรอดก็ยังคงใจแข็งไม่ตอบรับความรู้สึกของนางสักกะที...สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ move on ปล่อยวางได้สำเร็จ และตาคู่หมั้นที่ไม่ยอมแพ้ก็ได้ใจสาวไปครอง ...ส่วนความรู้สึกของพ่อครัวหนุ่มก็เฮ้ออออ...
ต้องลองไปอ่านเองเน้อ (แต่ก็แอบสงสารฮีเบาๆ นะ
)

เรื่องที่ 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุด นางเอกเป็นน้องสาวสามีของนางเอกเรื่องแรก
เป็นคู่ของคุณหนูตระกูลใหญ่กับท่านกุนซือหนุ่มที่ขาพิการเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น 
นางเอกเรื่องนี้แก่นเซี้ยวเหมือนม้าดีดกระโหลก แต่เท่และเด็ดเดี่ยวมากกก มีความสามารถในการเลียนเสียงและปลอมตัว นางหลงรักท่านกุนซือมาตั้งแต่อายุ 13
ในตอนที่ได้พบกันในงานเลี้ยงหนึ่ง ตั้งแต่นั้นนางก็คอยตามติด ตามตื้อ ขอให้เขาสอนทักษะการใช้เสียงให้ แต่พอเรียนสำเร็จนางก็ยังเกาะติดหนึบเขาเรื่อยมา  ...นางเอกเปิดเผยจริงใจ ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ปิดบังความรู้สึกเลยสักนิด ส่วนฝั่งท่านกุนซือแม้จะชอบแต่ก็ต้องผลักไส เพราะเขาทั้งจนและแถมยังพิการ จะคู่ควรกับนางที่มีชาติตระกูลดีได้อย่างไร แต่ฝ่ายหญิงก็สู้ไม่ถอยเว้ยเฮ้ย ไล่ไปก็กลับมา เพราะนางคืออวี้โถว(เผือก) ส่วนเขาก็คือหยวนจื่อ(บัวลอย)ยังไงล่ะ เหมาะสมกันจะตายย...อิอิ 
แล้ววันหนึ่งพี่บัวลอยก็ถูกส่งไปจัดการเรื่องโรคระบาด ส่วนน้องเผือกก็ปลอมตัวแอบตามไปด้วย ระหว่างทางพอถูกโจรปล้น น้องก็แบกพี่บัวลอยขึ้นหลังหนีเลยจ้า55 พอพี่บัวลอยติดโรคระบาด ราชสำนักตัดสินใจจะเผาเมืองที่ติดโรคทิ้ง
พี่บัวลอยกำลังจะตาย แต่น้องเผือกก็ไม่เคยยอมแพ้ บุกป่าฝ่าดงไปหาหมอเทวดา และรีบกลับมาชิงตัวพี่บัวลอยไปรักษาเลยจ้า ...สู้สุดใจจริงๆ 
ชอบคำพูดตอนที่นางบอกปฏิเสธไอ้หนุ่มที่มาจีบมาก แล้วไอ้หนุ่มก็ถามย้ำว่าแน่ใจหรือว่าจะแต่งกับกุนซือเพราะเขาพิการนะ...แล้วน้องเผือกก็ตอบกลับอย่างไม่ลังเล....

” ก็แค่มีปัญหาที่ขาเท่านั้น จะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว ข้าไม่สนใจเรื่องนี้
แล้วก็ไม่สนใจสายตาของคนทั้งโลกด้วย ข้ารู้แค่ว่าข้าชอบเขา ชอบมาตั้งแต่อายุสิบสามแล้ว ชอบท่าทางของเขา ชอบเสียงของเขา ชอบที่เขาเป็นเขา
!

“ เขามีชีวิตอยู่ข้าก็เป็นเจ้าสาวของเขา เขาตายไปข้าก็เป็นภรรยาหม้ายของเขา
ข้าไม่อยู่กับเขาแล้วจะอยู่กับใคร
?

ท่านกุนซือที่แอบฟังอยู่กับไอ้หนุ่มนั่นได้ฟังก็อึ้ง ทึ่ง!...เราคนอ่านก็ทึ่งแบบชอบนางอะแมนดี พี่ชายน้องสาวคู่นี้น่ารัก นิสัยเหมือนกัน สู้ดี ไม่เคยท้อหรือลังเลเลย

เรื่องที่ 3 นางเอกเรื่องนี้เป็นเพื่อนกับนางเอกเรื่องแรก เป็นสาวอวบที่มักจะพกกล่องอาหารติดตัวและต้องกินอยู่ตลอดเวลา แต่นางฉลาดและทำการค้าเก่งมาก ตระกูลพ่อค้า+รวยมากๆ ส่วนฝ่ายชายเป็นอดีตลูกขุนนางต้องโทษที่ตกอับ และกลายมาเป็นอาจารย์ในเมืองที่นางอยู่ เพราะตกอับแหละ พี่แกเลยกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายขี้โมโห จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนชอบ และวันหนึ่งก็ถูกไล่ออกจากงาน
นางเอกเลยวิ่งตามไปขอร้องให้มาเป็นอาจารย์ส่วนตัวที่บ้านแทน น้องชอบพี่แกมากก เป็นคนขอแต่งงานเองด้วย โดยยื่นขอเสนอว่าถ้าครบ 1 ปีแล้วยังทำให้พี่แกรักไม่ได้ ก็จะหย่าพร้อมให้เงินก้อนโต ให้เอาไปไถ่ตัวนางคณิกาในดวงใจ (ที่มีชะตากรรมคล้ายๆ ตัวเอง) แต่อาจเป็นเพราะอคติมันบังตา หรือเพราะเดิมพี่แกก็ไม่ชอบที่น้องอวบอ้วน ชอบเอาแต่กิน ไม่มีความเป็นกุลสตรีและทำการค้าเก่งเกินไป (อดีตลูกขุนนางใหญ่ไงไม่ชอบพ่อค้า)...เพราะไม่ว่าจะทำยังไง พี่แกก็ยังเย็นชา+ชอบโมโหใส่น้องทุกที ไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้บ้างเลย... ทว่าพอพี่เริ่มสำนึกได้ทุกอย่างก็สายไปหมดแล้ว

อย่างที่บอกว่ามันมีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง บางคู่ก็จบเศร้า แต่บางคู่อีกฝ่ายก็ move on ไปต่อได้ หรือไม่ก็ได้เริ่มต้นใหม่ลงเอยกับอีกคน สำหรับเราอ่านแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าหน่วงหรือเศร้ามากนะ อาจเป็นเพราะเรื่องมันสั้นด้วยมั้ง แต่ถ้าเอาไปเขียนเป็นเรื่องยาว หรือขยายความลงรายละเอียดให้เห็นชัดกว่านี้ก็ไม่แน่ 55

ป.ล.แต่เท่าที่สังเกตคู่ที่สมหวังกันส่วนใหญ่ ฝ่ายหญิงมักจะมีวรยุทธ์นะ ไม่รู้ทำไม 55



วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม


หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : สืออู่
ผู้แปล : ลูกหว้า
สำนักพิมพ์ everY

ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์
เมิ่งอวี่ ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตระกูลเมิ่ง เป็นหลานชายของท่านยายเมิ่งที่ตักน้ำแกงลืมเลือนอยู่ตรงทางข้ามสะพานในปรโลก
เยี่ยหลัว ชายหนุ่มเจ้าของหอพักหรือคอมมิวนิตี้หนิงอัน มีความสามารถในการเดินทางไปกลับปรโลกและสามารถมองเห็นเส้นวาสนาของคนได้

พระ-นายต่างก็เป็นเด็กกำพร้าครอบครัวตายหมดตั้งแต่เด็ก นายเอกหรือเมิ่งอวี่ เพราะเป็นคนตระกูลเมิ่ง น้องจึงมีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณหรือภูตผีได้ ตอนอายุ 7 ขวบหลังจากคนในบ้านตายหมด น้องก็ทำสัญญากับอดีตนักเลงคนหนึ่งเพื่อช่วยให้เขาล้างมือออกจากวงการได้อย่างราบรื่น โดยแลกกับการที่อีกฝ่ายต้องเลี้ยงดูตนเป็นเวลา 10 ปี พอครบกำหนดน้องก็จากไป แม้บ้านนั้นจะขอให้อยู่ต่อและขอรับน้องเป็นลูกบุญธรรม แต่น้องก็ say no เพราะรู้ว่าตัวเองดึงดูด ภูต ผี วิญญาณ หากอยู่นานเดี๋ยวจะเกิดเรื่อง แล้ววันหนึ่งในขณะที่น้องกลับไปเยี่ยมยายที่ปรโลก น้องก็ได้เจอกับพระเอกที่ลงมาทำธุระที่นี่พอดี น้องถูกใจท่าทางกับแววตาของพระเอกในตอนนั้นมาก เลยยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยเหลือ เพื่อแลกกับการให้เขาเลี้ยงดูตนเองไปตลอดชีวิต

ทั้งสองคนจึงได้มาอยู่ด้วยกันด้วยประการฉะนี้ พระเอกก็เลี้ยงดูเอาใจใส่น้องดีมากๆ ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า อาหารการกิน ให้เงินใช้ จนทำให้น้องเคยชินและรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน เพราะตั้งแต่สูญเสียครอบครัวและรู้ว่าวันหนึ่งตัวเองต้องไปรับช่วงต่อจากยายในปรโลก น้องก็ไม่เคยมองที่ไหนเป็นบ้านอีก วางตัวเป็นคนนอกเป็นแค่คนอาศัย ไม่คบเพื่อน
ไม่อยากผูกมัดกับใคร
คนภายนอกก็คิดว่าน้องเป็นเด็กหนุ่มที่พระเอกเลี้ยงเอาไว้ ส่วนเพื่อนนักเลงเก่าก็คิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน แล้ววันหนึ่งก็มีคดีฆาตกรรมที่ทำให้น้องต้องลงไปยุ่งด้วย เพราะคนร้ายที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องดันพุ่งเป้ามาที่พระเอก ตัวคนร้ายอยากเล่นงานพระเอกแต่พระเอกกลับจำอะไรไม่ได้ จึงต้องหันมาเล่นงานน้องแทนเพื่อล่อพระเอกออกมา...

เป็นแนวสืบสวนผสมภูต ผี วิญญาณ พระ-นายต่างมีปมในอดีตที่เจ็บปวด มีเรื่องฆาตกรต่อเนื่องที่จริงๆ ก็ไม่ได้เจ้มจ้นเท่าไร เราว่ามันคลายง่ายไปนิด แต่ก็อยากรู้เพราะมันเกี่ยวโยงกับความทรงจำในอดีตอันเจ็บปวดของพระเอก ที่พี่แกไม่อยากจดจำและขอเลือกที่จะลบมันทิ้งไปดีกว่า...


📍หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม ➡️ https://s.shopee.co.th/6faipKS4GI