วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ


ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ

ผู้แปล : Honey Toast

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก แพทย์นิติเวชสาวจากยุคปัจจุบันที่ตายแล้ววิญญาณมาอยู่ในร่างของ ซูเสวี่ยจื้อ บุตรสาวสกุลซูหรือนายน้อยสกุลซูที่ต้องปลอมตัวเป็นชายมาตั้งแต่เกิด ..คือแม่เจ้าของร่างเดิมอะเป็นสาวแกร่ง แต่ดันได้แต่งกับสามีไม่เอาไหน ส่วนตัวสามีน่ะก็โชคดีได้แต่งภรรยาดีที่สามารถช่วยดูแลกอบกู้กิจการของบ้านตัวเองจนพลิกฟื้นกลับคืนมาได้ ต่อมาสามีตาย พวกญาติพี่น้องฝั่งสามีเลยอยากฮุบดึงกิจการทั้งหมดกลับคืน แม่เจ้าของร่างเลยต้องโกหกว่ามีลูกชาย เพื่อไม่ให้กิจการทรัพย์สินต่างๆ ถูกคนพวกนั้นแย่งชิงไปและถูกขับไล่ออกจากตระกูล

แต่พอโตขึ้น เจ้าของร่างเดิมก็เริ่มมีความรักและอยากกลับไปเป็นผู้หญิงตามเดิม เลยทะเลาะกับแม่ใหญ่โตถึงขั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แล้วก็ได้ตายสมใจ นางเอกเลยได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน ...มาได้ไม่นานก็ถูกส่งไปเรียนแพทย์ทหารบก เพราะตอนนั้นลุงนางเอก(พี่ชายแม่) กำลังถูกคนปองร้าย บ้านนางเอกไม่มีคนหนุนหลัง เป็นแค่ตระกูลค้าขายธรรมดา แต่ในอดีตบ้านนางเอกเคยมีสายสัมพันธ์(ห่างๆ) กับตระกูลเฮ่อหรือบ้านของพระเอก ตอนที่บ้านพระเอกตกอับ ลุงนางเอกเคยยื่นมือช่วยคนในบ้านพระเอกไว้ทีนึง ลุงเห็นว่าตอนนี้พระเอกกำลังมีอำนาจบารมีพอดีเลยตั้งใจจะส่งหลานไปเชื่อมสัมพันธ์ ซึ่งพระเอกก็ไม่ได้อะไร กะจะตอบแทนบุญคุณในอดีตเฉยๆ ตอบแทนแล้วก็จบ เลยตกลงช่วยยัดนางเอกเข้าโรงเรียนแพทย์ทหารบกให้ ...คือเดิมบ้านพระเอกเป็นตระกูลขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริตมาหลายรุ่น แต่ในรุ่นปู่กลับถูกคนใส่ร้ายทำให้ตระกูลล่มสลาย เหลือรอดแค่พระเอกกับน้องสาว ต่อมาเกิดการปฏิวัติ ราชวงศ์ชิงล่มสลาย พระเอกที่เข้าร่วมการปฏิวัติด้วยจึงค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนมีตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นที่นับหน้าถือตาและน่าขยาดหวาดกลัวในชื่อเสียง(ความเหี้ยม)ของพี่แก

พระ-นางได้เจอกันครั้งแรกบนเรือตอนที่นางเอกกำลังเดินทางไปเรียน พระเอกถูกคนลอบฆ่าได้รับบาดเจ็บและได้นางเอกช่วยรักษาทำแผลให้ ...จากนั้นก็แยกย้าย นางเอกไปเรียน แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเส้นเลยถูกเพื่อนในห้องเขม่นไม่มีคนคุยด้วย แต่นางเอกก็ไม่สน เพราะปกตินางก็เป็นคนเย็นชาชอบอยู่คนเดียวอยู่แล้ว แถมนางก็ใช้เส้นเข้ามาจริง ไม่มีอะไรจะเถียงอะ55... ในตอนงานวันเปิดภาคเรียน มีคนใหญ่คนโตมาและขอให้นักเรียนที่เรียนออกมาวาดรูปเส้นเลือดในร่างกายให้ดู พวกนักเรียนคนอื่นอยากหักหน้าทำให้นางเอกอับอาย เลยพร้อมใจกันโยนไปให้นางเอก เพราะคิดว่านางเอกต้องวาดไม่ได้ชัวร์ๆ แต่ปรากฏว่านางเอกอย่างเทพ เพราะนางใช้สองมือวาดพร้อมกันเลยจ้า วาดรวดเดียวแบบไม่มีติดขัดจนทุกคนอึ้ง แถมตอนหลังพอผลสอบออกมาก็ยังได้ที่ 1 ทว่าต่อให้เก่งปานใดแต่ก็ยังไม่มีเพื่อนคบด้วยอยู่ดี... เหอๆ

ช่วงที่เรียนนางเอกก็ได้ออกไปช่วยพระเอกกับพวกตำรวจไขคดีโดยการชันสูตรศพ แรกๆ ก็แอบมีปัญหา เพราะตอนนั้นเป็นยุคที่คนยังไม่ยอมรับวิธีการผ่าพิสูจน์ศพ เพราะกลัวว่าจะเป็นการลบหลู่คนตาย รวมถึงหมอก็ยังมีน้อย ก็เลยจะมีดราม่าเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาเป็นระยะ เช่น เรื่องการผ่าตัด หมอน้อย บางเคสหมอไม่อยากเสี่ยงกลัวโดนฟ้อง เพราะสมัยนั้นเครื่องมือ+ความรู้ยังไม่เท่าสมัยนี้ ความเสี่ยงหลังผ่ามีมากกว่า เป็นอะไรขึ้นมาก็เสี่ยงถูกฟ้อง การแพทย์ตะวันตกถือเป็นของใหม่ คนยังไม่ค่อยเชื่อ คนบางกลุ่มก็ต่อต้าน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัยระหว่างของเก่ากับของใหม่ 

ตอนแรกพระเอกก็ไม่ได้สนใจในตัวนางเอกมากนัก คิดว่ายัดเข้าเรียนเสร็จแล้วก็จบ แต่พอเห็นว่านางเก่ง มีความสามารถจริงดูมีอนาคต น่าจะเป็นกำลังให้ตนเองได้ เลยเริ่มมองนางเอกใหม่ เห็นเป็นคนของตัวเอง จากนั้นก็เรียกนางเอกมาคุยเพื่อให้รับปากว่าจะจงรักภักดีและซื่อสัตย์กับตัวเอง จะไม่เป็นนกสองหัว ถ้ารับปากพระเอกก็จะปกป้องคุ้มครองบ้านนางเอกตลอดไป ...นางเอกก็แบบไร(ฟะ)เนี่ย ไม่อยากตกลงเลย แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นใคร มีฐานะยังไง เลยรับปากไปให้จบๆ (แม้จะขัดต่อความรู้สึกแต่ก็เอาวะ ไม่อยากเสียเวลาเถียงด้วย ไอ้เรามันคนไม่มีอำนาจนิ่ รับปากไปจะได้จบๆ) 

หลังจากนั้นมีทีนึงพระเอกก็สั่งให้ลูกน้องมารับนางเอกไปพบ แต่นางเอกไปข้างนอกพอดี ลูกน้องรับคนมาไม่ได้พอกลับมารายงานก็เห็นพระเอกทำหน้าเหมือนไม่พอใจ ลูกน้องเห็นสีหน้าพระเอกไม่ดีเลยรีบขับรถกลับไปรับคน จริงๆ ตอนนั้นนางเอกกำลังพาเด็กไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล แต่เห็นลูกน้องพระเอกทำท่าเหมือนมีเรื่องเร่งด่วนเลยยอมตามไปด้วย แต่พอไปถึงพระเอกกลับจงใจเมิน ปล่อยให้รอเฉยๆ ตั้งนาน แล้วพระนางก็มีปากเสียงกันนิดหน่อย และหลังจากวันนั้นนางเอกก็ถูกยึดอภิสิทธิ์ต่างๆ ที่เคยได้รับในโรงเรียนคืนทั้งหมด

เริ่มจากถูกย้ายออกจากห้องเดี่ยวไปนอนห้องรวมกับเพื่อน(ผู้ชาย) ตอนเรียนขี่ม้าจากที่ไม่เคยถูกครูด่าหรือฟาดแส้ใส่ หลังจากทะเลาะกับพระเอกวันนั้นก็โดน ได้รับความลำบากสารพัด แต่เธอก็ไม่ท้อ ไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยไปขอร้องพระเอก มีแต่พยายามให้มากขึ้น กลับกลายเป็นว่าพอไปนอนห้องรวมนิสัยในการเข้าหาหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นของนางเอกก็ค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ค่อยเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน เริ่มเข้ากับเพื่อนได้ กระทั่งกลายเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนๆ ในห้อง

พอเข้าช่วงเล่ม 4 ปัญหาการเมือง การแย่งชิงอำนาจ และคลื่นใต้น้ำของกลุ่มทหารต่างๆ จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น รวมถึงสงครามจากภายนอกที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวรอวันปะทุ... ในเล่มนี้นางเอกขอให้พระเอกช่วยตามสืบคดีเกี่ยวกับโรงงานผลิตยาที่เคลมสรรพคุณว่าช่วยทำให้คนเลิกติดฝิ่นได้ แต่พอเอาไปตรวจจริงๆ กลับพบว่ามันไม่ได้มีสรรพคุณตามนั้นเลย มิหนำซ้ำยังแย่ยิ่งกว่าฝิ่นอีก บวกกับพบว่าโรงงานนี้เกี่ยวพันกับคนระดับสูงๆ นางเอกรู้ว่าตัวเองไม่มีกำลังมากพอจึงไปขอให้พระเอกช่วย ทว่าถึงจะทำลายโรงงานลงได้แต่อีกฝ่ายก็ไหวตัวทัน ก็เลยไม่รู้ว่าระดับบิ๊กๆ ที่อยู่เบื้องหลังคือใคร(แต่พระเอกรู้แล้ว)... 

เล่ม 4 เลิฟไลน์เริ่มมา พระเอกรู้ว่านางเอกเป็นผู้หญิงและมีใจให้ แต่นางเอกไม่รู้ว่าเขารู้แล้ว มารู้ตอนที่พระเอกตามมาช่วยพาหนีจากขบวนรถไฟ(ที่ถูกคนปาระเบิด) ความจริงก่อนหน้านี้พระเอกเคยพยายามหักห้ามใจตัวเองแล้ว บอกน้องชายคนสนิทซะดิบดีแต่ตัวเองกลับทำม่ายล่ายย เพราะนางเอกมีเสน่ห์มากเหลือเกิน เป็นคนเดียวที่ทำให้หัวใจพระเอกสั่นคลอนและเกิดอารมณ์แบบชาย-หญิง...อิอิ คือก่อนหน้านี้พระเอกเคยพยายามหักใจโดยการไปให้ผู้หญิงคนอื่นปรนนิบัติดู แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ล่มกลางคัน แถมยังมาถูกนางเอกเห็เข้าอีก55 บวกกับที่ตอนนั้นมีข่าวว่าพระเอกกำลังจะหมั้นกับคุณหนูสิบสองหลานสาวประธานาธิบดี แล้วประจวบกับได้มารู้มาเห็นตอนที่อิพี่กำลังขึ้นห้องกับสาวอื่นพอดีอีก นางเอกเลยคิดว่าพระเอกเป็นคนเจ้าชู้ และแอบรังเกียจอยู่ในใจ ตอนพระเอกสารภาพรักขอให้มาเป็นคนรักของตัวเอง นางเอกเลยปฏิเสธทันที55

แต่เขาก็ได้คบกันเล่ม 4 นะ(รวดเร็วทันใจดีจริงๆ) ตอนแรกนึกว่านางเอกคงไม่ใจอ่อนง่ายๆ แต่จริงๆ ไม่ต้องรอนานเลย ก็พระเอกออกจะหล่อ เท่ เก่ง มีอำนาจมากความสามารถซะขนาดนั้น คำสารภาพรักก็ตราตรึงตรงไปตรงมาสุดๆ เป็นใครจะไม่หวั่นไหวล่ะ สุดท้ายนางเอกก็ต้านทานเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ไหวต้องกลับมาหาเขาจนได้ ...จากนั้นความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปเร็วมาก(ขึ้นเตียงกันเร็วมากพี่จ๋า55) นางเอกเป็นคนหัวสมัยใหม่ไม่ซีเรียสกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ทว่าขณะที่ความสัมพันธ์และความรู้สึกกำลังพัฒนาแตกหน่อไปเรื่อยๆ ฝ่ายพระเอกกลับเริ่มลังเลสับสน เริ่มมีเรื่องให้ห่วงกังวลมากมาย กระทั่งนางเอกเองก็ยังสัมผัสได้ แต่พอถามออกไปพระเอกกลับไม่ยอมพูดอะไร ...จนสุดท้ายด้วยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และความแค้นในอดีตที่ยังวางไม่ได้ รวมไปถึงความปลอดภัยของนางเอกและอะไรหลายๆ อย่าง ท้ายที่สุดพระเอกก็ตัดสินใจบอกเลิก ...นางเอกก็ถามย้ำว่าแน่ใจแล้วนะ ถ้าแน่ใจงั้นก็เลิก มูฟออนอย่างรวดเร็ว ไม่ร้องไห้ฟูมฟายใดๆ ตั้งใจทำงานของตัวเองต่อ ต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง 

พระเอกก็ไปจัดการปัญหาบ้านเมืองและสะสางหนี้แค้นของตัวเอง แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดา พระเอกเลยเป็นห่วงความปลอดภัยของคนรอบตัว แล้วก็กลัวว่าตัวเองจะพลาดไม่ได้กลับมาด้วย ก็เลยต้องหักใจบอกเลิกนางเอกไป ...ทว่าพอทุกอย่างจบลงและรอดกลับมาได้ พี่แกก็รีบกลับไปหานางเอกทันที หลงนึกว่าจะได้คืนดีง่ายๆ แต่ที่ไหนได้ไม่จ้าาาา แถมนางเอกยังคืนแหวนที่พระเอกเคยให้มากลับคืนไปด้วย (ตอนแรกยังแอบมีหวัง เพราะตอนเลิกนางเอกไม่ได้คืนแหวน) คือพระเอกเห็นนางเอกยอมนอนด้วยเลยนึกว่านางเอกหายโกรธแล้ว แต่นางเอกบอกว่าก็แค่บรรยากาศดีอารมณ์พาไปก็เลยนอนด้วยเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะคืนดีนะ พระเอกหน้าชาไปหนึ่งดอก จากนั้นนางเอกก็ส่งแหวนคืนให้พระเอกไปด้วยเลย ...

เราว่านางเอกมายเซ็ตดีนะ ไม่ทำอะไรตามอารมณ์แต่พยายามนึกถึงส่วนรวม เพราะรู้ว่าถ้าคืนแหวนตอนเลิกกันอารมณ์พระเอกจะดิ่งและอาจส่งผลให้ทำงานพลาด นางเอกเลยรอคืนหลังจากงานสำเร็จและพระเอกกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว... จริงๆ จะให้กลับไปคบกันเลยก็ได้ เพียงแต่พอนางเอกถามว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีกพระเอกแน่ใจไหมล่ะว่าจะไม่เลิกกับนางอีก พระเอกก็นิ่งตอบไม่ได้ นางเอกเลยให้เวลาพระเอกกลับไม่คิดดูใหม่อีกที ...จนคนที่พระเอกรักเหมือนน้องชายพูดว่าจะจีบนางเอกนั่นแหละ พระเอกถึงตัดสินใจได้สักที

แนวยุคสาธารณรัฐของท่านเผิงไหลเค่อ นางเอกตายแล้วย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 17 เดิมนางเอกเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนยาก แม้แต่แฟนที่ตามจีบมานานยังต้องยกธงขาวขอเลิก เพราะทนรับความเย็นชาของเธอไม่ไหว พอมาอยู่ในยุคนี้แรกๆ นางเอกก็ยังเย็นชาอยู่ แต่โชคดีที่ในโลกนี้เธอมีครอบครัวที่รักเอาใจใส่(ไม่เหมือนโลกเก่าที่เป็นเด็กกำพร้า) มีลูกพี่ลูกน้องที่ทำให้ยิ้มหัวเราะได้ และได้พบกับคนรักที่ดีงาม ผู้ชายที่เป็นดั่งภูเขาอันแข็งแกร่งที่พร้อมจะปกป้องดูแลและสนับสนุนเธอตลอดไป รวมถึงเพื่อนร่วมงานและครูบาอาจารย์ที่พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนเธอเสมอ ดังนั้นในชาตินี้นางเอกจึงไม่ได้เย็นชาอีก กล้าแสดงความรู้สึกมากขึ้น เป็นหญิงสาวที่มีความมั่นใจ กล้าคิดกล้าทำกล้าพูด เก่งไม่แพ้ผู้ชายเลย ไม่เป็นภาระของใคร กล้าตัดสินใจและกล้ารับผลที่จะตามมา ...

พระเอกอยู่แนวหน้าออกรบฟาดฟันศัตรู ส่วนนางเอกก็อยู่แนวหลังคอยคิดค้นพัฒนายาต่างๆ เพื่อนำไปรักษาอาการบาดเจ็บของทหารและเพื่อใช้รักษาคนในภายภาคหน้า เดิมทียาที่นางเอกกำลังทำอยู่ความจริงในยุคสมัยนั้นยังไม่มีนะ(จะมีในอนาคต) แต่นางเอกรู้ว่าถ้าทำยาตัวนี้ออกมาได้มันจะมีประโยชน์อย่างมากในเวลานี้ จะช่วยรักษาชีวิตของทหารที่บาดเจ็บได้มากมาย แม้จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาตร์ไม่ได้ อะไรที่สมควรเกิดก็ยังต้องเกิด แต่อย่างน้อยขอแค่ได้ช่วยรักษาชีวิตคนให้ตายน้อยลงได้ก็ยังดี ...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใดๆ คือนางเอกก็ไม่เคยเคลมเลยนะว่ายาที่ทำขึ้นมาได้นี้ตัวเองเป็นผู้ค้นพบ ตอนที่มีจดหมายเชิญมาให้ไปรับรางวัลอะไรก็ไม่เคยไปไม่รับ เพราะเธอรู้ดีว่ายานี้(ตามประวัติศาสตร์)ใครเป็นคนคิดค้น ส่วนเธอก็แค่หยิบเอามาใช้ให้มันเร็วขึ้นเท่านั้น เธอยังให้ความเคารพต่อผู้ค้นพบตัวจริงเสมอ 

แต่นอกจากเรื่องการแพทย์แล้วก็ยังมีเรื่องการเมืองศึกสงคราม เป็นช่วงที่การเมืองในประเทศเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่หลังราชวงศ์ชิงล่มสลาย มีขั้วอำนาจจากหลายตระกูลหลายพื้นที่(ส่วนใหญ่เป็นทหาร) ผู้คนยังไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เลยสบช่องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหาผลประโยชน์ คนข้างนอกก็อยากให้คนข้างในทะเลาะ+ปะทะกันเองจะได้เกิดความระส่ำระส่าย เพื่อที่ตัวเองจะได้ฉวยโอกาสเข้ามาลุกล้ำแย่งชิง

ตอนที่พระเอกรู้ว่าใครคือตัวต้นเหตุที่ทำให้บ้านตัวเองล่มสลาย แม้จะโกรธแค้นมากเพียงใดแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจปล่อยวางก่อน เพราะเวลานี้บ้านเมืองกำลังไม่สงบ ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว รู้ว่าศัตรูข้างนอกกำลังจับจ้องประเทศตัวเองตาเป็นมัน ...แต่มันก็น่าโมโหจริงๆ เพราะสุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังไม่เชื่อ+กลัวว่าพระเอกจะกลับมาล้างแค้น เลยฉวยจังหวะตอนที่พระเอกได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบและกำลังเดินทางไปรักษา เอาตำแหน่งที่พระเอกอยู่ไปบอกพวกทหารฝ่ายศัตรูให้ตามมาฆ่าพระเอก พอคนฝ่ายพระเอกไปขอเบิกกระสุนเพิ่มก็ไม่ให้ ตัดทุกช่องทางที่จะรอด พอพระเอกรอดมาได้จากที่ว่าจะปล่อยวางความแค้นเลยจัดการแม่งซะเลย ...เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องสมบัติของอี้อ๋อง(ที่ทำให้บ้านพระเอกถูกใส่ร้าย) อิฝ่ายนี้ก็ส่งคนไปตามสืบจนรู้ว่าใครคือคนของอี้อ๋องที่เหลือรอดและรู้ที่ซ่อนสมบัติ ก็เลยส่งโจรเอ้ยๆ เจ้าหน้าที่ไปกดดัน+ขึ้นภาษี+ยัดข้อหาแล้วจับคนในเมืองที่คนคนนี้อยู่ไปขัง เพื่อบีบให้คนเขาบอกที่ซ่อนสมบัติ ...ที่มันน่าเศร้าคือคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือคนที่พระเอกเคารพรักและใกล้ชิดเหมือนคนในครอบครัวอะ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายตัวเรามากที่สุด

ส่วนเรื่องสภาพเพศนางเอกก็มาเฉลยในเล่มสุดท้าย เพราะฝ่ายคู่แค้นพระเอกไปแอบได้ยินตอนที่คนอื่นคุยกันว่าพระเอกมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับหลานตัวเอง(นางเอก) เลยปล่อยข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของพระนางออกไป และให้คนไปติดประกาศที่โรงเรียนเก่านางเอก กะทำลายชื่อเสียงและบารมีของพระเอก พอมีข่าวออกมานางเอกเลยแต่งชุดผู้หญิงเปิดเผยเองเลยว่าตัวเองเป็นผู้หญิงจริงๆ จ้า ...จบดีแหละ พระนางต่างรู้ว่าตอนนี้ประเทศชาติกำลังป่วย แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นในสักวัน คนในประเทศจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและทำให้บ้านเมืองฝ่าวิกฤตนี้ไปได้


ป.ล. เล่มพิเศษจะเป็นเรื่องครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก พระนางมีลูกชายหนึ่งคน ลูกชายนางเอกพูดช้า นางเอกเลยกังวลมากนึกว่าลูกมีอะไรผิดปกติ แต่ที่ไหนได้ลูกก็แค่ไม่ชอบพูดเฉยๆ 55


#ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7AVBP2gOiH





วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ

 


คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : Anyway 安妮薇

ผู้แปล : จวี๋ฮวา

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หลินหวั่นชิง เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่จดบันทึกอยู่ในที่ว่าการเมือง สตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อมาแอบสืบคดีของคนในครอบครัวที่ตายด้วยข้อหากบฏ

พระเอก ซูโม่อี้ หลานชายของฮ่องเต้และหลานรักของไทเฮา กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เด็ก ได้ไทเฮาเลี้ยงดูมา ...พระเอกทำงานเป็นเสนาบดีศาลต้าหลี่ ขุนนางที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในราชสำนัก เพราะคดีฆ่าข่มขืนจึงทำให้พระนางได้มาเจอกัน พระเอกได้รับคำสั่งให้มาร่วมสืบคดีกับที่ว่าการเมือง ซึ่งความจริงคดีฆ่าข่มขืนก็เป็นเพียงฉากบังหน้าเพราะจริงๆ พระเอกกำลังตามสืบคดีที่ใหญ่กว่านั้นอยู่ คดีที่พัวพันไปถึงขุนนางใหญ่และสั่นคลอนไปถึงราชวงศ์

ตอนที่พระเอกมาสืบคดีฆ่าข่มขืน นางเอกเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เชื่อว่าคนที่ถูกจับมาคือคนร้ายตัวจริง พระเอกเห็นนางเอกมีแววดีแต่ยังต้องขัดเกลา เลยจงใจให้บทเรียนนางไป จงใจให้นางถูกหัวหน้าลงโทษโดยไม่ช่วยเหลือเพื่อขัดเกลา ...หลังจากนั้นนางเอกก็ได้ย้ายไปทำงานที่ศาลต้าหลี่สมใจ คือนางเอกอยากมาทำงานที่ศาลต้าหลี่นานแล้วเพราะสำนวนคดีของคนที่บ้านเก็บอยูู่ที่นี่ ...ตอนที่อายุ 4 ขวบบ้านนางเอกโดนจับและประหารทั้งตระกูล มีแค่นางเอกที่รอดมาได้เพราะถูกแม่หลอกให้เล่นซ่อนแอบ นางเอกได้เพื่อนสนิทพ่อช่วยพาหนีและช่วยปกปิดฐานะ ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายตั้งแต่เด็กเพื่อหลบซ่อนตัว พอโตขึ้นก็มาสอบเป็นขุนนางเพื่อหวังจะพลิกฟื้นคดีและคืนความยุติธรรมให้กับคนในครอบครัวตัวเอง 

ในตอนที่นางเอกกำลังแอบมาค้นดูสำนวนคดีก็ได้พบกับพระเอกที่ถูกพิษยากำหนัดเข้าพอดี นางเอกรู้ถึงความร้ายแรงของพิษนี้ก็เลยช่วยพระเอกแก้พิษโดยการร่วมหลับนอน พอตื่นมาตอนเช้าก็รีบลบร่องรอยแล้วเผ่นหนีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พระเอกตื่นมาไม่เห็นคนก็ให้ลูกน้องคนสนิทไปสืบหาคนที่มาซื้อยาเลี่ยงบุตรที่ร้านขายยา นางเอกรู้ว่าพระเอกต้องสืบหาคนจากร้านยาแน่ๆ เลยให้เพื่อนสนิทแยกซื้อสมุนไพรที่จะใช้ทำยาจากร้านยาคนละร้านมา ทำให้พระเอกตามหาคนไม่เจอ พอหาคนไม่เจออิพี่ก็หงุดหงิดแล้วเริ่มฝัน18+ เป็นหน้านางเอก55 (แรกๆ ยังพยายามห้ามใจหลังๆ คือไม่และ ปล่อยตามธรรมชาติเลย55)

แต่ไม่นานนางเอกก็ถูกพระเอกจับได้ว่าเป็นผู้หญิง พอจับได้ก็ไม่ได้เปิดโปง แต่พี่กลับพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยและหลบหน้าเขา55 แล้วหลังจากนั้นก็มีคดีที่ทั้งสองคนต้องมาช่วยกันสืบ ตอนปลอมตัวไปสืบคดีที่เมืองหนึ่งพระเอกเกือบถูกจับได้เลยสั่งให้ลูกน้องพานางเอกหนีไปก่อน แต่นางเอกไม่ไปเลือกจะกลับมาช่วยพระเอกแทน พระเอกกำลังถูกอีกฝ่ายมอมเหล้าผสมยาที่ทำให้ต้องพูดความจริง นางเอกมาทันพอดีเลยช่วยดื่มแทนและทำให้อีกฝ่ายหายสงสัยในตัวพระเอก ทำให้พระเอกได้อยู่ปฏิบัติภารกิจต่อจนจบ แถมได้แซบกับนางในบ่อน้ำร้อนก่อนกลับด้วย55 (มีทั้งในห้อง-นอกห้อง มาแบบหลายหน้าด้วยนะจ๊ะ แซบไม่ไหว มีทุกท่า55) พอจบภารกิจพระเอกก็แน่ใจแล้วว่าตัวเองอยากแต่งกับนางเอกจริงๆ แม้ว่านางเอกจะมีความลับที่ยังไม่ได้บอกตนอยู่ก็ตาม 

พระเอกรอให้นางเอกมาบอกความลับนั้นด้วยตัวเอง แต่จนใจที่ไทเฮาเป็นห่วงหลานรักเลยไปแอบสืบที่มาที่ไปของนางเอกจนรู้ว่านางเป็นใคร จากนั้นก็ส่งข้อมูลที่สืบได้ให้พระเอกต่อ พระเอกเลยได้รู้ความจริงก่อนที่นางเอกจะบอกเอง บวกกับตอนนั้นมีเหตุที่ทำให้นางเอกตัดสินใจจะหนีพอดี แล้วพระเอกก็ดันมาเจอจังหวะนั้นพอดีอีก55 คือพระเอกไม่ได้โกรธเรื่องที่นางเอกเป็นลูกใครนะ แต่โกรธที่นางยอมรับว่ามาใกล้ชิดกับตนเพราะมีเป้าหมายแฝงต่างหาก ก็มีดราม่านิดหน่อย ต่างคนต่างแยกย้ายทางใครทางมัน ...ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่นางเอกไม่อยากบอกนะ เพียงแต่ตอนแรกนางกะจะรอให้จับตัวคนร้ายให้ได้ก่อนไง แล้วอีกใจก็กลัวด้วยว่าเดี๋ยวพระเอกจะโกรธเกลียดไม่ให้อภัยนางเพราะเรื่องแม่ แล้วไหนจะทัศนคติเวลาจับกุมผู้ต้องหาได้ของพระเอกอีก นางเลยลังเลไม่กล้าพูดหรือเททั้งหัวใจให้พระเอกแบบเต็มร้อยสักที ...

แนวอิโรติกผสมการสืบสวนคดีเรื่องแรกของมากกว่ารัก บอกเลยว่าแซบร้อนแรงมากกก จัดเต็มตามที่คุยไม่ได้โม้ นางเอกก็ช่างยั่วขี้อ้อน ส่วนพระเอกก็แข็งนอกอ่อนใน ถูกนางเอกอ้อนทีไรได้ตบะแตกทุกที...อิอิ ตอนแรกยังไม่ชำนาญพอรอบ 2-3 พี่เริ่มเชี่ยวและได้ทุกท่วงท่า อึดดดเกิน55 

ความจริงชอบพาร์ตคดีกับปมเหตุของเรื่องนะ ถ้าขยายได้มากกว่านี้จะดีมาก เพราะรู้สึกว่ามันจบง่าย+รวดรัดไปหน่อย จะไปหนักเรื่อง...ซะมากกว่า55 (แต่ก็เข้าใจแหละก็มันเป็นแนวนี้นี่เนาะ) สาย NC น่าจะชอบ นี่เหมือนรวมฉาก nc ในรอบหลายปีของพี่แจ่มมาไว้ในเรื่องนี้เลยนา (หลังๆ ไม่ค่อยมีแว้วไม่เหมือนมากกว่ารักรุ่นแรกๆ หุหุ) อ่านได้เพลินๆ ดี ไม่เบามากแต่ก็ไม่หนักจนเกินไป กำลังดี

ป.ล. หมาพระเอกนี่นิสัยเหมือนเจ้าของจริงๆ 55 ...ขำลูกน้องพระเอกตอนเห็นพระเอกหงุดหงิดแล้วเปรียบเทียบว่าพระเอกก็เหมือนหมาที่พระเอกเลี้ยงเอาไว้ ที่กำลังหงุดหงิดเพราะติดสัด55


#คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9Ut6BOelcx




วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ


พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : Ye Dong Li

ผู้แปล : ใบไม้ผลิ

สำนักพิมพ์ Happy Banana


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวย้อนเวลากลับมา เนื้อเรื่องสบายๆ ไม่เครียด หนังสือสองเล่มไม่หนา อ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว เรื่องนี้ทั้งพระเอกนางเอกต่างก็ได้ย้อนกลับมาทั้งคู่ คนหนึ่งตายแล้วได้ย้อนกลับมาเข้าร่างตัวเอง ส่วนอีกคนตายแล้วได้มาอยู่ในร่างคนอื่น

นางเอก ไป๋ไฉ่เวย บุตรสาวภรรยาเอกของฉางชิงโหว ชาติก่อนพอท่านน้าที่เป็นพระสนมในวังตาย บ้านนางเอกก็ถูกคนฟ้องร้องถูกยึดทรัพย์และถูกเนรเทศทันที ต้องตกระกำลำบากมากมาย และสุดท้ายนางก็ตายเพราะความเหน็ดเหนื่อย พอตายก็ได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างตัวเองในตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง ครั้งนี้นางเอกตาสว่างแล้ว รู้ว่าใครที่ดีและไม่ดีกับตัวเอง ใครที่ดีนางก็หันกลับมาทำดีด้วย ส่วนใครที่ไม่ดีนางก็ห่างๆ ออกมาไม่ยุ่งด้วยอีก

ชาติก่อนนางเอกหลงรักคุณชายคนหนึ่ง ทั้งยังวิ่งไล่ตามจีบเขาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจแม้ว่าตนเองจะมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้วก็ตาม ทว่าหลังผ่านความลำบากมาชาตินึงนางก็คิดได้ พอได้กลับมารอบนี้เลยไม่ได้รู้สึกหรือคิดอะไรกับอีกฝ่ายแล้ว (แต่พอไม่สนใจก็กลับกลายเป็นอีกฝ่ายที่คิดอะไรกับนางแทน) จากที่รบเร้าอยากจะขอถอนหมั้นกับคู่หมั้นทุกวันก็เปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เพราะในชาติก่อนตอนที่กำลังลำบาก หนึ่งในคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางก็คือคู่หมั้นที่นางไม่เคยสนใจใยดีนี่แหละ

ชาติก่อนพระเอกเป็นขันที มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการตงฉ่าง แต่ดันป่วยตายตอนอายุ 30 พอตายวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของคุณชายเจ้าสำราญ เซี่ยเจียเหยียนหรือซื่อจื่อเฉิงอันกง เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไม่เอาไหน อ่อนแอ เชื่อคนง่าย ไม่ทำการทำงาน พอพระเอกมาอยู่ในร่างนี้ตอนแรกก็กะจะใช้ชีวิตชิลๆ ดื่มด่ำกับชีวิตใหม่ที่มีครอบครัวมีคนรักและเอาใจใส่ มีคู่หมั้นคนงามที่น่าสนใจ จากคนที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมาตลอดไม่เคยรักใครก็ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะรัก และรู้สึกดีกับการที่มีคนคอยห่วงใย ...จากคุณชายเจ้าสำราญใช้ชีวิตไปวันๆ ก็เริ่มฉายแววความเก่ง ล้มเสือด้วยมือเปล่า จนไปเข้าตาผู้บัญชาการองครักษ์อวี่หลิน อีกฝ่ายก็เลยให้พระเอกมาสอบเป็นองครักษ์ แล้วพระเอกก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งมาครอง กลายเป็นคนมีอนาคตพึ่งพาได้ ทำให้ท่านย่าที่รักเอ็นดูหลานมาตลอดวางใจ ส่วนนางเอกก็แปลกใจว่าทำไมชาตินี้พระเอกเก่งจัง(ฟะ?)

คือเรื่องนี้ทั้งพระเอกนางเอกต่างก็ไม่ได้ย้อนกลับมาเพื่อแก้แค้นใครเน้อ นางเอกกลับมาเพื่อหาทางพาตนเองและครอบครัวหลบเลี่ยงชะตากรรมในชาติที่แล้ว ก็เลยเอาความรู้ที่บังเอิญได้มาจากชาติก่อนมาทำเครื่องสำอางเครื่องประทินผิวขาย พอเปิดร้านก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่นางเอกใช้ฐานะอื่นเปิดร้านนะ เพราะต่อไปหากโดนยึดทรัพย์กิจการกับเงินตรงนี้จะได้รอด หากถูกเนรเทศทั้งครอบครัวจะได้มีเงินใช้ไม่ตกระกำลำบากอีก ส่วนพระเอกก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคู่หมั้นตัวเองถึงต้องขยันหาเงินขนาดนี้ แต่พี่แกก็ไม่เคยค้าน นางเอกอยากทำอะไรก็คอยช่วยสนับสนุนเป็นกำลังอยู่ลับๆ จนนางเอกอุ่นใจ รู้สึกว่าอยู่กับพระเอกแล้วปลอดภัย ต่อให้มีเรื่องหนักหนาอะไรก็มีพระเอกคอยช่วยยันเอาไว้ให้ไม่ต้องกลัว

พระนางออกแนวคู่กัด เจอหน้าเมื่อไรต้องได้จิกกัดกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ อุปสรรคความรักของพระนางเลยไม่มี เพราะหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่จะมาจากภายนอกมากกว่า อย่างของพระเอกก็เป็นเรื่องในบ้านที่บ้านรองอยากกำจัดพระเอกเพื่อให้ลูกตนกลายเป็นซื่อจื่อแทน ส่วนนางเอกก็ต้องหาทางวางแผนรับมือหากว่าที่บ้านจะโดนยึดทรัพย์และเนรเทศซ้ำอีก ศัตรูของนางเอกจะอยู่ในวังเพราะนางเอกมีท่านน้าเป็นกุ้ยเฟย พระสนมที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากที่สุด ชาติก่อนพอกุ้ยเฟยตายบ้านนางเอกก็ล้มตามด้วยทันที ส่วนชาตินี้ก็ต้องมาดูกันว่านางเอกจะสามารถหาทางช่วยหรือปกป้องกุ้ยเฟยไม่ให้ตายเหมือนชาติก่อนได้ไหม เพราะตัวแปรสำคัญในการอยู่รอดของครอบครัวนางก็คือกุ้ยเฟยนี่แหละ

ป.ล.ไม่ชอบฮ่องเต้เรื่องนี้อะ55 แต่ก็เข้าใจว่าก็เป็นฮ่องเต้นี่เนาะ คือฮองเฮาวางแผนจะให้นางเอกกับน้าที่เป็นกุ้ยเฟยผิดใจกัน ก็เลยเรียกนางเอกมาพบในตำหนักเพราะรู้ว่าฮ่องเต้ชอบคนงาม ยิ่งนางเอกมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับกุ้ยเฟยตอนเด็กด้วยฮ่องเต้ยิ่งต้องชอบแน่ ซึ่งก็ตามนั้นจริงๆ... นางเอกเลยไปบอกพระเอก(ดีที่เวลามีปัญหาหรือเกิดเรื่องอะไรนางเอกจะรีบไปปรึกษาพระเอก ไม่เก็บไว้กับตัวแล้วแก้เอง) พระเอกมีประสบการณ์รู้นิสัยฮ่องเต้ดี เลยสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ฮ่องเต้ติดหนี้บุญคุณแล้วขอพระราชทานสมรสกับนางเอก นางเอกเลยรอด ...แต่หลังจากนั้นฮองเฮาก็ยังหาสตรีที่หน้าคล้ายน้านางเอกมาจนได้ สุดท้ายคนคนนั้นก็ได้รับความโปรดปรานส่วนน้านางเอกก็ถูกลืมไว้ในซอกหลืบ ตอนหลังน้านางเอกถูกแผนชั่วของฮองเฮาบีบให้จบชีวิต พอคนไม่อยู่แล้วฮ่องเต้ถึงเพิ่งสำนึกได้ว่าตลอดมาตัวเองชอบอยู่กับใครที่สุด...โถถถถ


#พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/VyHSxwrhm 





วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ

 


ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : ปู้ติงหลิวหลี

ผู้แปล : เบบี้นาคราช

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เซียวฉางหนิงหรือองค์หญิงใหญ่ มีน้องชายร่วมอุทรเดียวกันเป็นฮ่องเต้ หลังจากมารดาซึ่งเป็นพระสนมและบิดาผู้เป็นฮ่องเต้จากไป สองพี่น้องก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดภายใต้การควบคุมของไทเฮาคนปัจจุบันที่หมายจะยึดครองบัลลังก์ให้กลายเป็นของคนสกุลเหลียง น้องชายของนางเอกอ่อนแอขี้กลัวแม้จะเป็นฮ่องเต้แต่ก็แค่ในนาม เพราะเบื้องหลังยังมีไทเฮาคอยชักใยควบคุมกุมอำนาจที่แท้จริงอยู่ในวัง บีบให้สองศรีพี่น้องต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง บ้านเมืองถูกสองอำนาจใหญ่ควบคุม คือฝั่งไทเฮากับสำนักบูรพา ฮ่องเต้ที่แท้จริงเป็นได้เพียงหุ่นเชิดที่ต้องคอยดูสีหน้าและฟังคำสั่งจากสองผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น

พระเอกเป็นขันที และมีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการสำนักบูรพา มีชื่อเสียงชั่วร้ายเป็นที่เลื่องลือ เมื่อ 6 ปีก่อนพระเอกเคยทำผิดจนถูกลงโทษและถูกส่งไปที่ตำหนักของนางเอก แต่ก็ถูกนางเอกพูดจาดูถูกเหยียดหยามแล้วขับไล่ให้ไปอยู่ที่อื่นแทน ...6 ปีต่อมาไทเฮาอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของฮ่องเต้น้อย จึงจัดการส่งนางเอกไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับพระเอกที่สำนักบูรพา นางเอกกลัวว่าพระเอกจะยังแค้นเรื่องเมื่อ 6 ปีก่อน นึกว่าตัวเองต้องถูกฆ่าตายในคืนวันแต่งงานแน่ๆ ก็เลยใส่ชุดขาวเตรียมรอไว้ด้านในเลย ...แบบด้วยชื่อเสียงความโหดของพระเอกอะ นางเอกเลยมั่นใจว่าคืนนี้ฉันต้องกลายเป็นศพแน่นอน55 แค่ได้เห็นหน้าพระเอกตอนเข้าพิธีก็ถึงกับแข้งขาอ่อนแรงเป็นลมล้มพับไปก่อนแล้วจ้าา

พอฟื้นขึ้นมาก็เอ่ยปากขอแยกไปนอนบนตั่งคนเดียว คืนถัดไปก็ย้ายของออกไปนอนที่ห้องสาวใช้ พอพระเอกรู้ก็บอกไม่เป็นไร แต่แค่ต่อไปเรื่องอาหารการกินรวมถึงอะไรต่างๆ ก็ให้จัดการให้นางเอกแบบสาวใช้ด้วยละกันนะ ก็ในเมื่อไปอยู่ห้องสาวใช้ก็ต้องได้รับการปฏิบัติแบบสาวใช้ด้วยสิ...  แต่ผ่านไปแค่คืนเดียวนางเอกก็ทนไม่ไหว ต้องกลับมายอมรับผิดถึงที่แต่โดยดี...

จริงๆ นางเอกเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกส่งมาตาย จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี ถึงไทเฮาจะเคยพูดว่าขอแค่นางฆ่าพระเอกสำเร็จก็จะจัดพิธีต้อนรับนางกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ แต่ความจริงเป็นไงก็รู้ๆ กันอยู่ คือคิดจะเก็บเขาทั้งผัวทั้งเมียแหละดูออก ขณะส่งคนไปลอบฆ่าพระเอกก็กะให้เก็บนางเอกไปด้วยเลยพร้อมๆ กัน ...พอนางเอกเข้าวังก็ต้องเรียกไปหยั่งเชิงทุกรอบว่าอยู่ฝั่งไหน กดดันตลอด หลังๆ นางเอกเจอลอบฆ่าบ่อยแล้วได้พระเอกช่วยปกป้องดูแล ไปๆ มาๆ จากที่เกลียดกลัวไม่ชอบ นางก็เริ่มรู้สึกดีกับพระเอกแล้วตกลงจับมือเป็นพันธมิตรกัน

นางเอกเป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ชอบก็คือชอบ บอกไปตรงๆ ไม่วกวนไปมา ชอบแม้ว่าพระเอกจะเป็นขันทีจริงๆ ก็ตาม... แต่ดีที่ไม่ใช่ 55 ...เดี๋ยวจะมีเฉลยในเล่ม 2 ว่าพระเอกมาเป็นขันทีได้ไง (อ่านแล้วแอบเศร้า) พอรู้เบื้องหลังแล้วอย่างSaddd ToT... จากนั้นก็มาวางแผนรับมือกับแผนร้ายของไทเฮาต่อ จบจากไทเฮาก็ยังมีต่อ คือมีอะไรมาให้ลุ้นเรื่อยๆ แบบเป็นอะไรที่(ส่วนตัว)คาดไม่ถึงจริงๆ (หลอกกันได้ลงคอ) ทำตัวเป็นหมูหลอกกินเสือ นางเอกเลยงานเข้าต่อ จบจากไทเฮาก็ต้องมาระแวง... ต่ออีก

พอขั้วอำนาจใหญ่เหลือแค่พระเอกฝั่งเดียว ฮ่องเต้จึงต้องหาคนมาคานอำนาจกับพระเอกต่อ และหวยก็ไปออกที่แม่ทัพน้อยที่อยู่ชายแดน ถูกเรียกตัวให้กลับมารับตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร แต่พระเอกระดับไหน มีหรือจะกลัว ต่อให้รู้ว่ากำลังถูกคนตามขุดสืบประวัติก็ยังชิลๆ ขนาดโดนฎีกาฟ้องร้องฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็ยังสบายๆ ไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ 55 ...คือนางเอกท้อง แล้วทุกคนก็คิดว่าพระเอกเป็นขันทีมาตลอดใช่ปะ ดังนั้นพอนางเอกท้องทุกคนเลยรู้กันหมดว่าพระเอกเป็นขันทีปลอม ฮ่องเต้น้องชายนางเอกก็พยายามจะช่วยพี่สาวโดยการวางแผนให้พี่อยู่ในวังจนลูกคลอด แล้วค่อยบอกต่อคนภายนอกว่านี่เป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง เพราะไม่อยากให้อิพี่เขยหรือพระเอกโดนโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง แต่พระเอกคือไม่อะ อยากให้คนรู้ ไม่ยอมให้ลูกไม่มีฐานะเด็ดขาด สุดท้ายก็ไปตกลงแผนกับฮ่องเต้ใหม่ เอาฮ่องเต้องค์ก่อนมาอ้างบลาๆ สุดท้ายก็รอดแถมยังได้นั่งตำแหน่งเดิมต่อชิลๆ 55 (ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะหาทางลงเรื่องนี้ยังไง สุดท้ายก็หาเหตุผลมาจนได้ ก็โอเคอยู่นะ สมเหตุสมผลใช้ได้)

พออ่านจบแล้ว กลายเป็นว่าชอบคู่ของพี่สาวเยวี่ยมากที่สุดซะงั้น55 มาที่หลังแต่น่ารักมากก คนหนึ่งอิสระสดใสส่วนอีกคนเงียบขรึมจริงจัง แต่พออยู่ด้วยกันแล้วลงตัวมาก ชอบตอนฝ่ายชายเมา จากแม่ทัพผู้สูงส่งเย็นชาก็กลายเป็นเด็กน้อยสามขวบทันที55 พอนอนด้วยกันแล้ว ตื่นเช้ามาท่านแม่ทัพก็รีบเขียนจดหมายไปบอกที่บ้านเลยจ้าว่าจะแต่งงาน รวดเร็วทันใจดีจริงๆ ...ความจริงอดีตของตัวละครในเรื่องอย่างพระเอก พี่สาวเยวี่ย แล้วก็หัวหน้าหน่วยหลินลูกน้องพระเอกนี่มันเศร้ามากเลยนะ ถ้านักเขียนขยายปมหรือเล่ายาวหรือขยี้เพิ่มนี่ เราว่าอาจได้มีน้ำตาแตกแน่ๆ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าขนาดแค่เล่าผ่านๆ ยังเศร้าเลย 

ป.ล. นิสัยหรือคาแรคเตอร์ตัวละครมีเอกลักษณ์ดี ปมเบื้องหลังแต่ละคนคือมีเรื่องราว เกือบทุกคู่(นอกจากพระนาง) เราว่ายังมีเรื่องให้ขยายไปต่อได้อีก เช่น คู่ของน้องชายนางเอกที่เป็นฮ่องเต้กับฮองเฮาที่มาจากสกุลเหลียง คู่นี้ดราม่าหนักไม่รู้จะจบลงยังไง ส่วนคู่ของน้องชายพระเอกอันนี้คือเซอร์ไพรส์มาก ตอนอ่านย้อนสมัยอดีตคือสารภาพว่าแอบร้องนิดนึง(สงสารน้องงง) ส่วนคู่ของพี่สาวเยวี่ยคือดีงามฝุดๆ แล้วก็มีอีกคู่คือลูกน้องพระเอกที่กินเก่งๆ ...อยากอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้อีกจังไม่รู้จะมีเรื่องยาวๆ หนักๆ ไหม เราว่าเขาผูกปมดีนะ ถ้าเขียนแนวเข้มๆ ต้องดราม่าหนักแน่เลย (เริ่มเพ้อและเรา😅)


#ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/40Y9dTHGCn



วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567

เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ

 


เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ซุ่ยหมาง

ผู้แปล : More Chinese

สำนักพิมพ์ Lilac


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พระเอก เฉาเฟิง เป็นชนกลุ่มน้อย(เผ่าเหมียว) อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ ฐานะทางบ้านยากจนมากกก แต่พระเอกเป็นคนขยันหัวดีเรียนเก่ง พ่อนายเอกเป็นนายธนาคารไปเจอพระเอกตอนเดินทางไปทำโครงการในถิ่นทุรกันดาร เห็นพระเอกแม้แต่รองเท้าก็ยังไม่มีใส่ เลยรับอุปการะช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียนให้พระเอกมาเรื่อยๆ  จนแม่พระเอกเสีย พ่อก็เลยให้พระเอกมาอยู่ด้วยกันที่บ้านและย้ายมาเรียนในตัวเมือง ความจริงพ่อนายเอกอยากพาพระเอกมาอยู่ด้วยตั้งนานแล้ว แต่ติดที่ลูกชายหรือนายเอกไม่ยอมสักที 

วันแรกที่พระนายเจอกัน นายเอกเห็นพระเอกแต่งตัวโทรมๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ สีซีดๆ สีผิวก็คล้ำดูสกปรกมอมแมม เลยเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกเป็นขอทานก็เลยให้เงินไปซื้อไอติม พระเอกก็อาย แต่ไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นใคร เพราะตอนนั้นยังพูดจีนกลางได้ไม่ค่อยชัด แถมนายเอกยังดูดีมาก เปล่งประกายสุดๆ ช่างแตกต่างจากตัวเองราวฟ้ากับดิน

ตอนแรกนายเอกยังไม่ค่อยชอบพระเอก เลยสั่งห้ามไม่ให้พระเอกบอกใครเรื่องที่อยู่บ้านเดียวกันและให้ทำเป็นไม่รู้จักกันตอนอยู่ที่โรงเรียน  พระเอกก็เชื่อฟัง นายเอกว่าไงก็ว่าอย่างนั้น ...พระเอกคือมาจากหลังเขาจริงๆ ใสซื่อมาก ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเขาใช้ชีวิตกันยังไง เข้าสังคมก็ไม่ค่อยเก่ง ตอนนายเอกพาไปตัดผมพระเอกยังไม่รู้เลยว่าที่นอนสระผมต้องหันหัวไปทางไหน ไม่เคยเห็นทีวี แต่ก็พยายามเรียนรู้และค่อยๆ ปรับตัว ตั้งใจเรียนเป็นเด็กดี พยายามรบกวนพ่อนายเอกให้น้อยที่สุด เวลาพ่อนายเอกจะให้เงินค่าขนมหรือนายเอกซื้อของอะไรให้ก็ไม่เอา เว้นแต่นายเอกกับพ่อจะบอกว่าเป็นของเหลือไม่ใช่แล้วหรือได้มาฟรี พระเอกถึงจะยอมรับ พระเอกเป็นคนประหยัดมาก แต่ใจป้ำกับนายเอกสุดๆ ของตัวเองซื้อแบบลดราคาแต่ของนายเอกคือต้องดีที่สุดเท่านั้น

อยู่ไปอยู่มานายเอกก็เห็นว่าพระเอกนิสัยดีจริงทั้งยังทำอาหารอร่อยด้วย เลยค่อยๆ เปิดใจยอมรับและติดพระเอกมากขึ้นเรื่อยๆ พระเอกก็ตามใจน้องฝุดๆ เช่นรู้ว่านายเอกชอบกินเกาลัดที่ขายอยู่นอกโรงเรียนก็จะแอบปีนรั้วออกไปซื้อมาให้ ตอนที่พระเอกไปมีเรื่องกับคนอื่นแล้วเขาตามมาเอาเรื่องถึงที่ พระเอกก็ไม่ยอมบอกครู แต่เลือกไปจัดการเคลียร์เอง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับนายเอกด้วย พระเอกเลยไม่อยากให้ใครรู้ พอไปถึงก็เจออีกฝ่ายยกพวกมาเป็นสิบแต่พระเอกมาแค่คนเดียว ตอนแรกนึกว่าต้องเลือดตกยางออกแน่ๆ แต่ไม่จ้า พระเอกคือชักมีดมาจี้คอตัวต้นเรื่องแล้วขู่เลย ฝั่งนั้นเห็นพระเอกใจเด็ด บวกกับสภาพร่างกายที่สูงใหญ่ก็เลยกลัว และรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับนายเอกตามที่พระเอกบอกอีก... คือก่อนหน้านี้นายเอกนัดเพื่อนเก่า(ที่เป็นเด็กไม่ค่อยดี) ออกมาเลี้ยงข้าวในงานวันเกิดตัวเอง แล้วก็เล่มเกมที่ใครแพ้ต้องถูกตบหน้า พระเอกแวะเอาของมาให้แล้วเห็นตอนที่นายเอกโดนลงโทษพอดีเลยนึกว่าถูกรังแก ก็เลยพุ่งเข้าไปต่อยคน อีกฝ่ายเลยผูกใจเจ็บพระเอก แต่นายเอกไม่รู้นึกว่าเพื่อนคงไม่โกรธแล้ว

ก่อนหน้านี้พระเอกใช้โน้ตบุ๊กนายเอกแล้วเข้าใจผิดคิดว่านายเอกชอบผู้ชาย (แต่จริงๆ นายเอกไม่ได้ชอบ แต่เป็นเพื่อนน้องที่อยู่เมืองนอกต่างหากที่ชอบ) พระเอกไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ไม่เคยเจอมาก่อน ก็เลยไปค้นหาข้อมูลในเน็ตและปรึกษาคนอื่นดู ค้นไปค้นมารู้ตัวอีกที อ้าว..กลายเป็นตัวเองซะงั้นที่ชอบนายเอก พระเอกเลยพยายามหาอย่างอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจตัวเองออกมา เช่นไปทำงานพาร์ตไทม์ แต่นายเอกเป็นเด็กติดคน ก่อนหน้านี้ติดพ่อแต่พอพระเอกดีด้วย(มากๆ) เลยหันไปติดพระเอกแทน พอรู้ว่าพระเอกไม่อยู่บ้าน ตัวเองอยู่คนเดียวตื่นมาไม่เจอใครก็ขอให้พระเอกเลิกทำงานนี้ได้ไหม(เดี๋ยวน้องจ่ายค่าจ้างให้เอง) พระเอกรักน้องมากเข้าใจปมในใจน้องที่ขาดความรัก เพราะตอนน้องอยู่กับแม่ที่เมืองนอก แม่ก็งานเยอะไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ตอนน้องอยากเจอน้าอยากให้น้ามาหาก็ลงทุนถึงขนาดยอมเรียนเปียโนที่ตัวเองไม่ได้ชอบเพื่อเรียกร้องความสนใจจากน้า ตอนมาอยู่กับพ่อ ช่วงแรกๆ ก็แกล้งป่วยเพื่อให้พ่อกลับบ้านมาอยู่ด้วย สุดท้ายหลังๆ งานหนักเกินพระเอกเลยยอมลาออก ...

จากนั้นพ่อจะให้ญาติคนหนึ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านด้วย พระเอกไปแอบได้ยินเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินก็เลยขอย้ายออกไปอยู่หอพักโรงเรียน พ่อพระเอกไม่อยากให้ไปเพราะรู้ว่าลูกตัวเองติดพระเอกมากขนาดไหน เลยบอกให้พระเอกเป็นคนไปบอกนายเอกเอง ตามคาด พอนายเอกรู้ก็โกรธมาก งอนไม่ยอมพูดกับพระเอกและไม่ไปกินข้าวตอนพักกลางวันด้วย...

ต่อมาญาติที่มาอยู่ด้วยก็บังเอิญไปเห็นตอนที่พระนายกอดกันก็เลยตกใจ ช็อก ไม่ยอมกลับบ้าน พอพ่อนายเอกโทรไปถามก็เอาแต่บอกให้คนในบ้านไปตรวจเอดส์ (ความรู้ติดลบมาก การศึกษาสำคัญจริงๆ) นายเอกรู้แล้วว่าญาติต้องเห็นแน่ๆ เลยไปลองพูดหยั่งเชิงพ่อดู ปรากฏว่าพ่อก็ดูเปิดกว้างดีไม่ได้คัดค้านอะไร นายเอกเลยเบาใจคิดว่าพ่อน่าจะรับได้ แต่ที่ไหนได้พอพ่อรู้ว่าทั้งสองคนชอบกันคือองค์ลงเลยจ้า รับไม่ได้ โมโหมาก โกรธพระเอกมาก ยื่นข้อเสนอว่าระหว่างให้นายเอกไปเรียนเมืองนอกแล้วพระเอกย้ายโรงเรียน แต่ไม่ส่งกลับบ้านเดิม(ยังส่งเสียเหมือนเดิม) กับนายเอกอยู่ต่อแต่ไล่พระเอกออกไปแทน จะเอาอันไหน ตอนแรกนายเอกคิดว่าบางทีพ่ออาจจะโกรธไม่นาน อาจยังมีหวัง แต่พอน้องไปแอบรู้ว่าแฟนสาวพ่อกำลังตั้งท้อง บวกกับได้รู้เรื่องที่เพื่อนตัวเองถูกพระเอกข่มขู่ไม่ให้เข้าใกล้ตน ทีนี้น้องเลยตัดสินใจไปเองเลยจ้า...

8 ปีผ่านไป นายเอกก็กลับมาเมืองจีนอีกครั้งเพราะเรื่องพ่อ ส่วนพระเอกก็กลายเป็นอาจารย์ในมหาลัยฯ เป็นนักวิจัย แถมยังป๊อปมากด้วยทั้งในหมู่ผู้หญิงและผู้ชาย สูงใหญ่คมเข้ม หล่อแบบแบดๆ จนต้องใส่แว่นเพื่อให้ดูซอฟท์เพื่อให้คนกล้าเข้าใกล้ ถึงจะหาเงินได้เยอะแล้วแต่ก็ยังทำตัวสมถะเหมือนเดิม บ้านไม่ซื้อรถไม่ขับ ใส่เสื้อผ้าตลาดนัด ชอบซื้อของตอนลดราคา ...ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาพระเอกจะส่งจดหมายไปให้ทั้งพ่อนายเอกและนายเอกอยู่เสมอ ต่อให้ไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับแต่ก็ไม่เคยท้อ พยายามสืบหาข่าวนายเอกอยู่ตลอด (พระเอกออกนอกประเทศไม่ได้เพราะงานวิจัยที่ทำสำคัญมาก รัฐบาลจึงไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ) วันหนึ่งพ่อนายเอกเจอมรสุมชีวิตแล้วป่วยหนักด้วย พระเอกเลยลาออกจากที่ทำงานเก่าเพื่อกลับมาดูแลพ่อนายเอก มาแอบจ่ายค่ารักษาให้ แต่ต้องดูแลแบบห่างๆ แบบแอบๆ เพราะคุณพ่อไม่อยากเจอพระเอก ไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ จากพระเอกทั้งนั้น

ตอนนายเอกได้เจอพระเอกอีกครั้ง น้องก็เข้าใจผิดคิดว่าพระเอกคงแต่งงานแล้ว แต่เข้าใจผิดได้ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เคลียร์ใจกันได้ นายเอกย้ายมาอยู่ในบ้านพักอาจารย์ของพระเอก พอเห็นสภาพที่พักและการแต่งตัวของพระเอก น้องก็นึกว่าพระเอกจน (แต่จริงๆ พระเอกรวยแล้วนะ) ความจริงพระเอกแค่ไม่ยอมใช้เงินกับตัวเองแต่เก็บไว้รอให้นายเอกกลับมาใช้เฉยๆ พอคนกลับมาพี่แกก็ซื้อบ้านซื้อรถ ให้บัตรนายเอกไว้รูด สายเปย์คลั่งรักฝุดๆ รอนายเอกกลับมาตลอดไม่เคยมองใครเลย...


#เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5fgNcbZUYN



วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

ชีวาไม่สูญเปล่า

 


ชีวาไม่สูญเปล่า

ผู้แต่ง : อวี๋เฉิง

ผู้แปล : เทียนซ่างเตี้ยวเซี่งอิง

สำนักพิมพ์ Muzes Books


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

น้องเงือกที่อยากตอบแทนบุญคุณ กับแม่ทัพหนุ่มที่ขาพิการ ...นายเอกเป็นเงือก สมัยที่ยังเปลี่ยนร่างไม่ได้น้องเคยได้พระเอกช่วยชีวิตเอาไว้ เลยตั้งใจว่าหากวันใดที่กลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็จะขึ้นบกเพื่อไปตอบแทนบุญคุณพระเอก

พระเอกถูกคนลอบทำร้ายขณะรบจนทำให้ขา 2 ข้างพิการ แถมก่อนหน้านั้นแม่ก็เพิ่งเสีย พอแม่เสียพ่อก็ยกอนุขึ้นมาเป็นภรรยาเอก อนุก็อยากให้ลูกตัวเองได้สืบทอดตำแหน่งของสามีแทนบุตรชายคนโตหรือพระเอก(ซึ่งเป็นบุตรชายสายตรง) เลยคิดวางแผนร้ายสารพัดเพื่อกำจัดพระเอกทิ้ง

นายเอกสวมรอยมาแต่งงานเป็นภรรยาพระเอกแทนบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้านที่เป็นเจ้าสาวตัวจริง เจ้าสาวตัวจริงไม่ยอมแต่งเพราะได้ข่าวว่าพระเอกหน้าตาอัปลักษณ์ ซ้ำยังพิการ หัวหน้าหมู่บ้านรักลูกสาวมากก็เลยยอมหาคนมาแต่งแทนลูก ในวันแต่งงานนายเอกได้เข้าประตูข้าง(แบบอนุ) ไม่ใช่ประตูใหญ่(แบบภรรยาเอก) เพราะพระเอกไม่ได้อยากแต่งไม่ได้สนใจ แค่เข้าพิธีพอให้เสร็จๆ ไปงั้น หลังทำพิธีเสร็จก็แยกไปนอนในห้องหนังสือ ปล่อยให้นายเอกนอนในห้องหอคนเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้นตอนไปยกน้ำชาคารวะผู้ใหญ่นายเอกก็ได้รับรู้ถึงความเป็นอริของแม่เลี้ยงกับน้องชายต่างมารดาของพระเอก ได้รู้ว่าแม่เลี้ยง(อนุที่ถูกยกขึ้นมา) กับน้องชายต่างมารดาต่างก็ไม่ชอบพระเอก คอยจ้องแต่จะวางแผนร้ายเพื่อกำจัดพระเอกให้พ้นทางอยู่ตลอด ที่เร่งให้พระเอกแต่งงานก็เพราะอยากให้ลูกตัวเองได้แต่งงานสักทีก็แค่นั้น (ตามธรรมเนียมต้องให้คนพี่แต่งก่อน) 

นายเอกเป็นเงือกสามารถพูดคุยกับปลาได้ เวลาว่างๆ น้องเลยชอบแอบลงไปแช่น้ำในสระจนได้เป็นเพื่อนกับปลาหลีที่อยู่ในจวนสองตัว ปลาหลีในสระก็จะคอยเล่าเรื่องในจวนเรื่องที่พระเอกเกือบถูกคนผลักตกสระให้นายเอกฟัง ...คือตั้งแต่พระเอกเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น พี่แกก็เปลี่ยนกลายเป็นคนเย็นชาไม่ชอบพูดและไม่ยิ้มอีกเลย แถมยังไม่ไว้ใจใคร กลายเป็นคนขี้ระแวงไปเลย เพราะตั้งแต่ขาพิการก็โดนคนลอบทำร้ายมาเยอะ พ่อแท้ๆ ก็ไม่ค่อยสนใจ ย่าที่เหมือนจะดีแต่สุดท้ายก็เลือกให้ค่ากับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเป็นหลัก อย่างตอนที่พระเอกถูกน้องต่างแม่พุ่งมาจะแทงมีดใส่ แต่นางเอกอยู่ด้วยพอดีเลยเอาตัวเข้ามาบังจนได้รับบาดเจ็บแทน คนในบ้านโดยเฉพาะพ่อกับย่าอะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าใครเป็นคนทำแต่ก็ทำเป็นเฉยปิดเรื่องไว้ เพราะไม่อยากให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหาย ปล่อยคนผิด(ลูกอนุ) ให้ลอยหน้าลอยตาต่อ แล้วจะไม่ให้พระเอกกลายเป็นคนไม่ไว้ใจใครและเย็นชาได้ไง!

สาวใช้ข้างกายพระเอกก็ถูกแม่เลี้ยงซื้อตัว ลอบวางยากำหนัดในน้ำชาพระเอกเพื่อหวังจะได้เป็นอนุ แต่นายเอกมาเจอก่อนเลยได้ช่วยพระเอกปลดปล่อย ...จากนั้นพระเอกก็ไปค้นเจอผงขาวๆ ในเสื้อผ้านายเอก เมื่อผสมกับคำให้การของคนอื่น พระเอกเลยเข้าใจว่านายเอกเป็นคนลอบวางยา ก็เลยต่อว่านายเอกต่อหน้าบ่าวไพร่ ส่วนนายเอกก็ไม่กล้าบอกว่านั่นคือเกล็ดเงือกของตนเองที่เอามาบดทำเป็นยาเพื่อใช้รักษาขาพระเอก น้ำท่วมปากมากพูดความจริงไม่ได้ (เพราะราชวงศ์นี้เคยจับเงือกมาฆ่า เพื่อศึกษาเรื่องที่เงือกอายุยืนกับสกัดทำน้ำมันเงือก ถ้าให้ใครรู้ว่านายเอกเป็นเงือกคือน้องตายแน่ๆ)  

แต่พอความจริงเฉลยพระเอกก็มาขอโทษนายเอกนะ พระนายเริ่มชอบกัน (นายเอกชอบพระเอกก่อน พยายามหาทางรักษาขาพระเอก โดยการดึงเอาเกล็ดเงือกตัวเองมาบดเป็นยาแล้วแอบผสมในน้ำชาของพระเอก) แต่เพราะเรื่องขา (ที่พระเอกกำลังสืบหาว่าใครคือคนลอบทำร้ายพี่แก) กับเรื่องในบ้านของพระเอกที่ชักจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนพระเอกกลัวว่านายเอกจะได้รับอันตรายเหมือนครั้งที่โดนน้องต่างมารดาแทงในตอนนั้นอีก เลยคิดจะส่งนายเอกออกไปอยู่ที่อื่นก่อน แต่พระเอกไม่บอกเหตุผล ทำให้นายเอกเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกอยากกลับไปหาคนรักเก่าที่เพิ่งหย่าร้าง พระเอกก็กลัวนายเอกจะไม่ยอมไปเลยเปิดโปงเรื่องที่นายเอกสวมรอยแต่งงานมาแทนคนอื่นให้ที่บ้านรู้ นายเอกเสียใจมากเลยไปต่อรองเพื่อขอเพิ่มเวลาอีก 3 วัน จากนั้นก็เร่งทำเสื้อผ้ากับเย็บปักสิ่งของต่างๆ เตรียมไว้ให้พระเอก เพราะรู้ว่าตนกำลังจะไม่อยู่แล้ว ...คือแบบไม่อยู่จริงๆ เพราะน้องกะจะใช้หยวนตันของตัวเองรักษาขาให้พระเอก ก่อนจะรักษาน้องก็ไปจ้างให้คนเขียนหนังสือหย่าเตรียมไว้พร้อม พอรักษาเสร็จก็กลายเป็นฟองอากาศหายไปทันที ToT ...

ป.ล. ไม่ต้องห่วงจบดีจ้า น้องยังไม่ขิตจ้า เพียงแต่ไม่สามารถกลายร่างเป็นเงือกแล้วกลับลงทะเลได้อีก แถมร่างกายก็อ่อนแอลงเพราะเสียแหล่งกำเนิดพลังชีวิตไป ส่วนพระเอกพอจัดการเคลียร์ทุกอย่างเสร็จพี่ก็ออกจากตระกูลไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ไปตั้งตระกูลใหม่ จากนั้นก็ออกเดินทางตามหานายเอก...


#ชีวาไม่สูญเปล่า ➡️ https://s.shopee.co.th/60JE1LmjAr





วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2567

หนึ่งปรารถนาหวนชะตารัก


หนึ่งปรารถนาหวนชะตารัก

ผู้แต่ง : อู๋อวี้

ผู้แปล : ตังตัง

สำนักพิมพ์ Princess


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอกเป็นคนทำศพ ต้องดูแลร้านต่อจากปู่ที่จากไป นางเอกเคยคิดสั้นจะฆ่าตัวตายแต่ได้พระเอกพูดเกลี้ยกล่อมก็เลยเปลี่ยนใจยอมมีชีวิตอยู่ต่อ นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็รู้ว่าตัวเองเอื้อมไม่ถึง พระเอกอยู่สูงเกินไป เลยขอแค่ได้แอบมองอยู่ไกลๆ และได้เห็นพระเอกมีความสุขก็พอใจแล้ว  

พระเอกเป็นลูกอนุที่ถูกหมางเมินไม่มีใครสนใจ แต่พี่แกมีเสียงสวรรค์ที่สามารถขับกล่อมหรือเกลี้ยกล่อมให้คนคล้อยตามได้ พระเอกจึงออกจากตระกูลมาเปิดร้านข้างนอก และได้ใช้เสียงของตัวเองช่วยชีวิตรัชทายาทเอาไว้ นับแต่นั้นชื่อเสียงของพระเอกจึงยิ่งดังเลื่องลือไปไกล ได้ทั้งตำแหน่งขุนนางและยังได้เป็นคนโปรดของรัชทายาทอีกด้วย คนในตระกูลเห็นพระเอกมีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาก็มาขอร้องให้กลับเข้าตระกูล และยกให้พระเอกเป็นผู้นำตระกูล

พระเอกมีคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า แต่พี่แกดันมาถูกฟ้าผ่าตายในวันที่ขึ้นเขาไปเก็บดอกไม้ตามคำร้องขอของคนรักซะก่อน พอตาย คนที่บ้านก็ส่งศพไปที่ร้านของนางเอก พอนางเอกเห็นร่างคนในโลงก็ร้องไห้เสียใจ ก่อนจะพบความจริงอันน่าเหลือเชื่อว่าจริงๆ แล้วพระเอกยังไม่ตาย หนำซ้ำร่างกายยังตั้งครรภ์อีกด้วย...ชาลาล่าาา

เป็นแนวเทพ เซียน ปีศาจ ฝ่าด่านเคราะห์ ช่วงแรกๆ ขำ หลังๆ เริ่มเครียด พระเอกก็ท้องจริงตามเรื่องย่อไม่จ้อจี้จ้า ...ตอนที่รู้ว่าท้องพระเอกก็สติแตกอยู่แป๊บนึงก่อนจะค่อยๆ ทำใจยอมรับความจริงได้ จากนั้นก็ขอหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านนางเอกชั่วคราวจนกว่าจะคลอด ระหว่างนั้นพี่แกก็มีความหวังอยู่ตลอดว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตและแต่งงานกับญาติผู้น้องหรือคนรักอีกครั้ง  ส่วนนางเอกแม้จะชอบพระเอกมากแค่ไหนแต่ก็ไม่คิดฉวยโอกาส และไม่คิดบอกให้อีกฝ่ายรู้ด้วย มีแต่ความปรารถนาดีอยากให้พระเอกได้กลับไปอยู่กับคนรักโดยเร็ว เวลาคนรักพระเอกมีเรื่องเดือดร้อนนางเอกก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทุกครั้ง แม้ว่าสุดท้ายตัวเองจะเป็นฝ่ายที่ต้องเจ็บตัวหรือถูกเขาผูกใจเจ็บก็ตาม ...

เพราะหลังจากที่พระเอกตาย อริคู่แค้นของพี่แกก็ส่งคนไปสู่ขอคนรักพระเอกมาเป็นภรรยาเพื่อเอาคืน (เพราะตอนพระเอกมีชีวิตอยู่สู้ไม่ได้ เลยมาเอาคืนตอนคนตายแล้ว) ตอนแรกคนรักพระเอกไม่อยากแต่งก็เลยถูกอีกฝ่ายตามตอแย พอนางยิ่งหนีหรือปฏิเสธอีกฝ่ายก็ยิ่งไล่ตามเหมือนแมวจับหนู นางก็เลยเรียกนางเอกมาช่วย เพราะเห็นว่าใบหน้านางเอกมีรอยแผลอัปลักษณ์ที่ทำให้ฝ่ายนั้นหวาดกลัวได้ ซึ่งนางเอกก็ตามไปช่วยทุกครั้งเพราะเห็นแก่พระเอก ...ทว่ามีทีหนึ่งพระเอกทนไม่ไหวขอตามไปช่วยด้วยเพราะห่วงคนรัก แต่พอคนรักได้เห็นสภาพพระเอกก็สติแตกรับไม่ได้ เอ่ยถ้อยคำทำร้ายจิตใจมากมาย และขอตัดความสัมพันธ์ทันที ต่อให้พระเอกสามารถกลับมาเป็นปกติได้ก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก อย่ามาเจอกันอีกเพราะนางรับไม่ได้ ไม่ว่าพระเอกจะอธิบายยังไงนางก็ขอบายลูกเดียว 

ต่อมาคนที่ไล่ตามจีบนางก็หันมาชอบนางเอกแทน ส่วนพระเอกก็เริ่มมีใจให้นางเอกแล้วเช่นกัน พอไม่มีใครเอานางเลยสักคน นางก็เริ่มโกรธแค้นและโทษนางเอก พยายามหาทางแต่งกับอริคู่แค้นเก่าของพระเอกอีกครั้งให้ได้... วางแผนบีบน้ำตาให้รัชทายาทสงสารจนสุดท้ายก็ได้แต่งสมใจ แต่พอแต่งไปอีกฝ่ายกลับไม่แตะต้องไม่สนใจนาง วันๆ เอาแต่วิ่งไปหาคนอื่น แถมไม่นานหลังจากนั้นพระเอกก็กลับมาเป็นปกติและมีชื่อเสียงยิ่งกว่าเดิม ...ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด คนใหม่ไม่สนใจ ส่วนคนรักเก่าก็มีรักใหม่ไม่เอานางแล้ว 

นางเลยอยากกลับไปหาพระเอกอีกครั้ง พยายามวางแผนชั่วมากมายสารพัดเพื่อให้ตัวเองได้กลับไป พร้อมกับกำจัดนางเอกให้พ้นทาง แบบไม่น่าเชื่อว่าสตรีธรรมดาที่ไม่มีภูมิหลังใหญ่โตอะไรเลยจะทำได้ถึงขนาดนี้ พอถูกจับได้ก็บีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารไม่ยอมรับ กู่ไม่กลับแล้วจริงๆ ขนาดถูกไล่ไปเป็นนักพรตแล้วก็ยังไม่ยอมหยุด บีบจนนางเอกเข้าสู่ทางมารเกือบไม่ได้กลับมา พวกพระเอกก็ไม่จัดการนางให้เด็ดขาดไปตั้งแต่ต้น ไม่รอบคอบไม่จับตาดูนางให้ดีๆ หรือเห็นว่าเป็นสตรีอ่อนแอเลยคิดไม่ถึงว่านางจะทำได้ถึงขั้นนี้ จนเรื่องราวมันบานปลายใหญ่โต ทำเขาเดือดร้อนเกือบตายกันทั้งเมืองเพราะคนคนเดียว... เหอๆ

ป.ล. อ่านจบแล้วสงสารพี่ต้นไผ่เลย เฝ้ารอคนกลับมาตั้งนาน สุดท้ายมาเฉลยที่หลังว่าตัวเองมาที่สองเฉย นั่นต่างหากคู่แท้เขา ...เหอๆ


#หนึ่งปรารถนาหวนชะตารัก ➡️ https://s.shopee.co.th/3Vbt2pcYdB