วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ

 


เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หลินจยาเฉิง
ผู้แปล : เสี่ยวเจินจู
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เฉินหรง หรือเฉินซื่ออาหรง เป็นลูกอนุของบิดาที่เกิดจากอนุ มีฐานะต่ำต้อยจึงทำให้ถูกคนดูหมิ่นเหยียดหยาม ด้วยความที่ไม่อยากถูกผู้ใหญ่ในตระกูลจับส่งไปเป็นของเล่นหรืออนุให้กับผู้ใด นางเอกจึงใช้อุบายแย่งชิงการแต่งงานของพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมา จนได้แต่งกับ หรานหมิ่น แม่ทัพใหญ่ผู้หล่อเหลาองอาจมากความสามารถ ที่พวกชาวหูขยาดหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่เคยรักหรือเหลียวแลนางเลย และท้ายที่สุดเขาก็แต่งพี่สาวผู้นั้นของนางเข้ามาเป็นภรรยาและหย่าขาดจากนาง..

นางเอกจึงเผาตัวตายในคืนแต่งงานของสามีเก่า และได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างเดิมตอนอายุ
14 อีกครั้ง เมื่อได้โอกาสใหม่นางจึงตั้งใจเก็บเก็บซ่อนนิสัยที่ไม่ดี ที่เคยทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ในชาติที่แล้วลง กลายเป็นคนใหม่ที่สุขุมเยือกเย็นสงบนิ่ง พยายามสร้างชื่อเสียงที่ดีงาม เพื่อให้ได้รับคำชมจากพวกปัญญาชนชนชั้นสูง พยายามสร้างตัวตนใหม่ ลบเลือนภาพลักษณ์เก่าๆ ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือต้องตกเป็นอนุใคร เพื่อที่วันหนึ่งจะสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้...

นี่คือยุคสมัยที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก กิริยาท่าทางและรูปโฉมมีค่ามากกว่าความรู้ความสามารถและศีลธรรมจรรยา นี่คือยุคสมัยที่ชาติกำเนิดเป็นตัวตัดสินกำหนดชะตาชีวิตคน ต้องมีทั้ง 2 อย่างชีวิตถึงจะเจริญก้าวหน้าและไม่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ เพราะต่อให้เก่งมีความสามารถแค่ไหน แต่หากหน้าตาไม่ดีหรือชาติตระกูลต่ำก็ยากที่จะเจริญรุ่งเรือง... ชีวิตของนางเอกก็เป็นเช่นนี้แล แม้จะเกิดในตระกูลใหญ่แต่เนื่องจากชาติกำเนิดต่ำต้อย จึงทำให้ไม่อาจลิขิตชีวิตตัวเองได้ ต้องคอยดูสีหน้าผู้ใหญ่ในตระกูลหรือลูกพี่ลูกน้องที่มีชาติกำเนิดสูงกว่าตน...

นางเอกฟื้นขึ้นมาในช่วงที่กำลังเกิดสงคราม พวกตระกูลใหญ่ๆ หรือชนชั้นสูงกำลังอพยพหนีภัยลงใต้พอดี นางเอกรู้ว่าชาติที่แล้วในบ้านตนจะมีคนพาโจรมาปล้นชิงในขณะที่เดินทางอพยพ จึงชิงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้พวกบ่าวไพร่แล้วเหลือติดตัวเอาไว้ไม่มาก เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจจาก หวังหง หรือหวังชีหลาง บุตรสายตรงของสกุลหวังแห่งหลางหยาที่สูงส่ง ที่แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องละอายได้อีกด้วย... 

ทว่าในขณะที่กำลังเดินทางอพยพ พวกตระกูลใหญ่ก็ยังทำตัวเหมือนตอนอยู่บ้าน กินทิ้งกินขว้างเรื่องมาก ไม่เหมือนหนีสงครามแต่กลับเหมือนมาเที่ยวเล่นมากกว่า
นางเอกจึงเอ่ยปากเตือนเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไร แต่กลับไม่มีใครเชื่อ พอเกิดจริงถึงได้เชื่อขึ้นมาหน่อย ทว่าในใจก็ยังดูถูกดูแคลนอยู่ดี  กลัวเสียหน้าเสียฟอร์ม
หลังๆ นางเอกก็เลยบอกพอเป็นพิธี เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ...
เมื่อเป็นไปตามที่เตือนบ่อยๆ เข้า ชื่อเสียงของนางเอกจึงเริ่มเป็นที่เลื่องลือ แต่ก็ติดตรงที่เป็นลูกอนุ ดังนั้นต่อให้เก่งเลิศขนาดไหน ท้ายที่สุดก็ยังถูกคนใช้จุดนี้มาเล่นงานอยู่ดี
...เป็นยุคที่ชื่อเสียงโคตรสำคัญ นางเอกถึงต้องการสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับตัวเอง ทำอะไรดีๆ ก็ต้องป่าวประกาศให้คนรับรู้ เพราะถ้าทำให้พวกปัญญาชนชนชั้นสูงเอ่ยปากชื่นชมได้ นั่นก็เท่ากับได้รับการยอมรับ จะได้ช่วยเพิ่มโอกาสดีๆ ในการแต่งงานของตน..

แต่ชาตินี้ลุงของนางเอกก็ยังคิดจะส่งนางไปเป็นอนุอีกเหมือนเดิม ชาติที่แล้วพ้นภัยด้วยการแต่งกับสามีเก่า แต่ชาตินี้นางเอกไม่อยากซ้ำรอยเดิมจึงต้องเปลี่ยนแผน โดยการเข้าหาพระเอกและแกล้งทำเป็นว่าชอบ หวังยืมมือพระเอกจัดการ หลงคิดว่าพี่แกจะใจกว้างไม่ถือสา เพราะมาจากตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลคำพูดมีน้ำหนัก ขอแค่เอ่ยปากชื่นชมหรือช่วยพูดสักหน่อย นางเอกก็สามารถหลีกหนีจากการเป็นอนุได้แล้ว... แต่กลายเป็นว่าพระเอกกลับสนใจนางเอกขึ้นมาจริงๆ เลยไม่พอใจที่นางมาทำให้ตนสนใจแล้วทิ้งกันไปดื้อๆ 
ชีวิตของพระ-นางเลยพัวพันหนีกันไม่พ้นตั้งแต่นั้นมา เพราะพระเอกไม่ยอมปล่อยมือ...

ความจริงนางเอกไม่ใช่คนงามตามแบบที่ยุคสมัยนั้นนิยมนะ สมัยนั้นชอบคนงามที่ดูขาวซีดบอบบาง งามสง่า สูงส่งบริสุทธิ์ แต่นางเอกเป็นพวกงามแบบเย้ายวนมีเสน่ห์ อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกกลมกลึง ดูยั่วยวน แถมยังดุดันไม่ตรงตามแบบที่เขานิยมเลยสักนิด แต่ก็เป็นแบบที่พวกหนุ่มใหญ่วัยกลางหรือคนแก่ๆ ชอบอะ..
อีกอย่างถึงจะเคยตายมาแล้วรอบนึง แต่นางก็ไม่ได้เก่งกาจหรือใช่ว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ 
รู้แค่เหตุการณ์ใหญ่ๆ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี ทำได้แค่หลีกหนีกับวางแผนปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และค่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

ส่วนเรื่องรักแม้นางเอกจะมอบหัวใจให้พระเอกไปแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าถึงพระเอกจะมีใจให้จริงอย่างไร แต่ก็คงไม่มีทางแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้แน่นอน..ถึงได้ตัดสินใจติดตามสามีเก่าไป เพราะสามีเก่าเป็นคนเดียวที่ไม่ยึดติดกรอบประเพณี ไม่แคร์เรื่องฐานะชนชั้น สามารถแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้ แล้วหลังๆ นางเอกก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรแล้วด้วย ปล่อยวางแล้ว แม้จะไม่ได้รักแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องหึงหวงปวดใจ ...ก็เลยโอเค
แต่สุดท้ายมันก็มีจุดพลิก ที่ทำให้นางเอกเคว้งแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดันไปเจอพระเอกตอนที่เพิ่งเสพผงศิลาห้าสีมาพอดีอีก (ทำให้เกิดกำหนัด) ...ก็เลยมีอะไรกัน
พอนางเอกตื่นมาแล้วถามพระเอกว่าจะทำยังไงกับตัวเอง พระเอกก็ยืนยันว่าจะให้เป็นอนุเหมือนเดิม..นางเอกจึงเสียใจผิดหวัง
ประจวบกับที่ตอนนั้นข้าศึกกำลังยกทัพมาตีเมืองพอดี ก็เลยขี่ม้าออกไปรบพร้อมกับทหาร กะตายไปด้วยเลย...พระเอกเห็นก็แทบคลั่ง ถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่มีวันปล่อยนางเอกไปได้อีกแล้ว

พอจบศึกนี้ก็เดินทางเข้าเมืองหลวง การกระทำของนางเอกทำให้ราชสำนักสนใจ ผู้ใหญ่ในตระกูลจึงหันมาให้ความสำคัญกับนาง คือนางสู้มากจริงๆ นะ ทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากการเป็นอนุ พยายามสร้างชื่อเสียงให้คนจดจำ เพื่อไม่ให้ถูกดูหมิ่นถูกตีตราด้วยคำว่าลูกอนุ ท่ามกลางสังคมที่เหลื่อมล้ำแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางสัมคมที่ฟุ้งเฟ้อฟอนเฟะ สวยแต่รูปส่วนข้างในเน่าเหม็น ราชสำนักเหลวแหลก บ้านเมืองเกิดภัยสงครามแต่พวกชนชั้นสูงปัญญาชนยังคงจัดงานรื่นเริงทำเหมือนไม่มีอะไร ตระกูลใหญ่ๆ อยู่เฉย เพราะไม่อยากทำลายสมดุลหรือผลประโยชน์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้..คือถ้าตัดขาดจากวงศ์ตระกูลด้วยยุคสมัยแบบนี้ก็คงไม่รอด แต่ถ้าไม่ตัดขาดก็ต้องถูกควบคุมและไม่อาจตัดสินใจเรื่องราวในชีวิตเองได้...

อ่านจบแล้วส่วนตัวชอบมากกกๆ  เริ่มแรกอาจจะงงๆ กับการเรียกชื่อคนหน่อย อย่างเช่นชื่อพระเอกที่จดๆ ไว้ก็เรียกได้ถึง 5 แบบเลยนะ..แต่อ่านๆ ไปเดี๋ยวจะเริ่มชิน(รึเปล่า)
สำนวนแปลดี ภาษาสวย อ่านลื่นมาก มีเรือหลายลำให้ลงแต่พระเอกตัวจริงคือร้ายที่สุด
ภายใต้รอยยิ้มที่หล่อเหลาและความสง่างามสูงส่งดุจเทพเซียน แต่
ข้างในก็คือเสือร้ายดีๆ นี่เอง ฉลาด เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ ยากจะคาดเดา ตรงข้ามกับฝั่งสามีเก่าที่ดุดันดุจเปลวเพลิง แต่พระเอกคืออ่อนโยนนุ่มนวลราวกับแสงจันทร์ 
ประเด็นหลักๆ ของเรื่องก็คงเป็นเรื่องชาติกำเนิดของนางเอกที่เป็นลูกอนุนี่แหละ
ทำยังไงถึงจะก้าวผ่านปมเรื่องลูกอนุ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผยโดยไม่ถูกคนดูแคลน ทั้งยังสามารถควบคุมกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้?
ตัวนางเอกก็ไม่ได้ซู ถึงจะเกิดใหม่รู้อะไรบางอย่างล่วงหน้าแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร
มีหลายครั้งที่เกือบพลาดท่าเสียที และต้องคอยมาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเอา 
ตอนอ่านเราก็ต้องคอยลุ้นอยู่เรื่อยว่าจะมีใครยื่นมือมาช่วยไหม หรือจะมีจุดพลิกอะไรที่ทำให้นางเอกรอดจากตรงนี้ไปได้หรือเปล่า...

แต่นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วก็ยังมีเรื่องการเมืองและศึกสงคราม
เป็นยุคสมัยที่สังคมบีบคั้นผู้คนมากแต่ก็เปิดกว้างในบางเรื่อง อย่างเช่นผู้ชายคนไหนที่หน้าตาดีมากๆ ผู้หญิงก็สามารถมารุมล้อมกรี๊ดกร๊าดขว้างปาสิ่งของให้ได้ ไม่ต่างกับดาราไอดอลในยุคปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็เข้มงวดเรื่องฐานะชนชั้นและชาติตระกูลสุดๆ
ชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน 
ขุนนางชั้นสูงไม่มีที่ฐานะต่ำต้อย
ส่วนขุนนางชั้นล่างก็ไม่มีพวกชาติตระกูลสูง ชีวิตคนธรรมดาชาติตระกูลต่ำต้อยแทบไม่มีราคา ส่วนพวกเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงก็สูงซะจนเสียดฟ้า ยิ่งถ้าคนไหนมีอิทธิพลป๊อปมากๆ อย่างเช่นพระเอกนี่ แค่เพียงคำพูดเดียวก็สามารถทำลายชีวิตคนหรือทั้งตระกูลลงได้แล้ว อย่าให้พระเอกเอ่ยปากว่าหรือตำหนินะ..จบสิ้นทันที ทั้งชีวิตและชื่อเสียงที่สะสมมา

สุดท้ายเราพอเข้าใจนะ ว่าทำไมแรกๆ พระเอกถึงไม่อยากให้นางเอกเป็นภรรยาเอก
เพราะเป็นตระกูลใหญ่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของแคว้น และยังเป็นบุตรสายตรงที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำคนต่อไป คุณสมบัติครบถ้วนดีเลิศโดดเด่นเกินใคร แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องเกรงใจยอมลงให้สามส่วน จะเป็นภรรยาเอกหรือก็คือนายหญิงของผู้นำตระกูลนี้ มันจึงยากลำบากยิ่งกว่าการเป็นฮองเฮาอยู่ในวังอีกนะ (พระเอกบอกไว้อยู่ว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งนางเอกคงไม่ไหวแน่นอน) ก็เลยอยากให้เป็นกุ้ยเชี่ยหรืออนุที่มีศักดิ์ฐานะสูงกว่าอนุทั่วไปมากกว่า
แต่นางเอกก็ไม่ต้องการ ชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่เป็นอนุ จะไม่เรียกใครว่านายหญิง รู้อยู่แล้วว่าเป็นเมียเอกของพระเอกไม่ได้ ก็ไม่ได้ฝืน ก็แยกย้ายต่างคนต่างเดินสิ 
แต่พระเอกคือไม่ยอม หนีไปไหนก็ต้องลากกลับมา ทำให้นางเอกต้องผูกติดกับตัวเองตลอด ร้ายมากกก ข้าอยู่..นางก็ต้องอยู่ ข้ารัก..นางก็ต้องรัก ข้าไม่ปล่อยมือ..เจ้าก็อย่าได้คิดจากไปโดยเด็ดขาด  ท้ายที่สุดหลังจากที่เกือบสูญเสียนางเอกไปจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้กระจ่างแจ้งถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริงสักที...

ป.ล.ตอนพิเศษจุใจมาก ครึ่งเล่มเลย ชอบลูกๆ พระ-นาง แต่ละคนแสบจริงๆ
รักแม่หวงแม่กันทุกคน คนโตถ้าได้ยินใครพูดจาไม่ดีหรือพูดว่าร้ายแม่ก็เตรียมซัดทันที แม่ข้าใครอย่าแตะ!!..ส่วนลูกฝาแฝดก็ทั้งแสบทั้งเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งชอบยั่วโมโหพ่อ 
แต่กับแม่คือขี้อ้อน คอยปกป้องสุดๆ ผู้หญิงคนไหนมาเข้าใกล้อยากเป็นอนุพ่อ น้องจัดการเรียบ  
ทว่าถึงแม้นางเอกจะได้แต่งงานเป็นภรรยาเอกของพระเอกแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีคนดูถูกเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิดเหมือนเดิมอยู่ดีนะ เพียงแต่ตอนนี้นางเอกมีพร้อมทุกอย่างแล้ว มีสามีที่ดี มีลูกที่รักและกตัญญู มีคนที่พร้อมออกหน้าปกป้อง ไม่ต้องเค้นสมองคอยรับมือสู้เองอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นคำพูดเหล่านั้นในวันนี้ จึงทำอะไรนางไม่ได้อีกต่อไป  เป็นครอบครัวสุขสันต์ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตระกูลคอยหนุนหลัง แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องค้อมหลังให้ใคร สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว ลูกๆ สามัคคีปรองดอง แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางเอกถูกคนอื่นอิจฉาริษยาได้ยังไงไหว...หุหุ

- มีตอนพิเศษของสามีเก่าที่ฝันถึงอดีต ในชาติที่นางเอกเผาตัวตายด้วย ต้องให้ฝันก่อนนะถึงดูออกว่าใครรักจริงใครหลอก ใครมารยาเสแสร้งแกล้งรัก ...
จริงๆ สามีเก่าก็ดีนะเพียงแต่บื้อเรื่องความรักไปหน่อย ผู้หญิงมาบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารใส่ก็ใจอ่อนยอมรับเป็นอนุแล้ว เก่งแต่เรื่องงาน แต่เรื่องในบ้านนี่ห่วยแตก เพิ่งมาฉลาดตาสว่างก็หลังจากที่เสียนางเอกไปนี่แหละ


📍เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5q0NGPdz3x







วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ


Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง :  ปาเยว่ฉางอัน (八月长安)
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ลั่วจื่อ นักศึกษาคณะนิติ อดีตท็อปสายศิลป์ระดับชั้นม.ปลาย ของรร.มัธยมเจิ้นหวา เด็กสาวพูดน้อย เย็นชา และไม่ชอบสุงสิงกับใคร จึงทำให้ใครต่อใครพากันคิดว่าเธอเป็นคนหยิ่งยโส แต่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาและไม่แยแสใครนี้ ลั่วจื่อกลับแอบชอบ เซิ่งไหวหนาน หนุ่มหล่อ หัวดี ที่หนึ่งของสายวิทย์มาเนิ่นนานอย่างลึกซึ้ง แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ของเธอ นี่จึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว โดยที่อีกฝ่ายหรือคนรอบข้างไม่รู้เลยว่าสาวสวยที่เย็นชาอย่างเธอก็มีความรักเป็นเหมือนกัน ...ประกอบกับเหตุผลบางอย่าง ลั่วจื่อจึงต้องปกปิดความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้อย่างมิดชิด ทำได้แค่แอบมองเขาอยู่ไกลๆ และเขียนทุกอย่างลงในไดอารี่เท่านั้น...

เซิ่งไหวหนาน เด็กหนุ่มหัวดี รูปหล่อ มีแต่คนมารุมชอบ เสน่ห์แรงจนอยากเห็นหน้าเลย เติบโตมาอย่างราบรื่นมีพร้อมแทบทุกอย่าง อ่านสีหน้าคนเก่ง อัธยาศัยดี+สุภาพบุรุษดีเกินจนทำให้สาวๆ เข้าใจผิดน้ำตาตกในไปหลายราย เสน่ห์แรงขนาดไหน..ก็ขนาดที่รูมเมทร่วมห้องต้องระแวงผู้หญิงที่มาสนิทกับตัวเองอะ ว่าจะมาตีสนิทเพื่อใช้เป็นสะพานเข้าหาพระเอกหรือเปล่า เสน่ห์แรงขนาดที่แฟนเพื่อนมาเห็นหน้าครั้งแรกก็ชอบเลย 55 แถมพระเอกก็ชอบพูดจาแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น
รักษาน้ำใจคน พยายามรักษาภาพลักษณ์ ซึ่งบางทีมันก็ทำให้คนฟัง(สาวๆ ที่แอบชอบ) เข้าใจผิดคิดว่าพระเอกมีใจให้ไง (แต่หลังๆ พอชอบนางเอกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นพูดตรงๆ แบบไม่ถนอมน้ำใจและ)

พระเอกเคยมีแฟนสาวหนึ่งคนเมื่อสมัยม.ปลาย แต่ก็ต้องเลิกรากันไปในตอนเข้ามหาลัย..(แฟนเก่าคนนี้แอบร้าย และจะมีส่วนทำให้พระ-นางเข้าใจผิดจนเกือบไม่ได้คบกันด้วย) และต่อมาเขาก็ได้พบกับเด็กสาวที่ชอบพูดจาแปลกๆ พูดน้อยแต่กลับปากร้ายไม่เบา แม้ภายนอกจะดูหยิ่งเย็นชา แต่เขาก็มองออกว่าเธอแอบชอบเขาอยู่..

พ่อของนางเอกเสียชีวิตตั้งแต่นางเอกยังเด็ก จึงทำให้แม่ต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องแบกรับภาระและความเครียดมากมาย นางเอกจึงเหมือนถูกบีบให้รีบโตและกลายเป็นเด็กที่ชอบเก็บความรู้สึก พูดน้อย ไม่ชอบคบหาใคร แต่ก็ไม่ได้หงิ๋มๆ ใสซื่อ ถ้าใครมาว่า มาหาเรื่องก่อน เธอก็พร้อมฟาดกลับไปนิ่มๆ เหมือนกัน ฉลาดทันคนดี 
นางเอกรู้ว่าพ่อพระเอกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อตัวเอง จึงไม่กล้าบอกแม่ว่าชอบพระเอก เพราะกลัวแม่จะโกรธและรับไม่ได้ จริงๆ นางเอกก็เคยแค้น เคยอิจฉา และอยากเอาชนะพระเอก อยากจะเรียนให้เก่งๆ เหนือกว่าอีกฝ่าย เพราะอยากให้แม่ดีใจเห็นว่าตัวเองเก่งกว่าลูกบ้านนั้น 
พระเอกจึงกลายเป็นความยึดติดอย่างหนึ่งของนางเอกมาตั้งแต่เด็ก แต่พอโตและได้มาเรียนที่เดียวกันตอนม.ปลาย นางเอกถึงได้รู้ว่าจริงๆ ตัวเธอน่ะชอบเขา อยากได้ที่หนึ่ง อยากได้คะแนนสูงๆ ก็เพราะอยากให้เขาหันมามองหรือรู้จักตัวเองบ้าง ...
แต่จนแล้วจนรอดนางเอกก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลย

พระเอกเพิ่งได้มารู้จักนางเอกแบบจริงๆ ก็ตอนเรียนมหาลัย ในตอนที่นางเอกเข้าไปช่วยพระเอกแก้ไขสถานการณ์ตอนที่เจอผู้หญิงตามตื๊ออยู่ นับแต่วันนั้นจึงไม่ได้มีแต่นางเอกเพียงฝ่ายเดียวที่จดจำเขาได้ เพราะพระเอกก็จำเธอได้แล้วเช่นกัน
หลังจากวันนั้นทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ และนางเอกก็มักจะหาเรื่องที่สามารถดึงดูดจุดประกายความสนใจของพระเอกมาพูดคุยได้เสมอ เรียกว่าทำการบ้านมาดีรู้จุดอ่อนจุดแข็ง มองทะลุปรุโปร่ง เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของพระเอกแทบทุกอย่าง เราถึงได้ใช้คำว่าลึกซึ้งมาบรรยายความแอบชอบของนางเอกงายย..

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอเหมือนคนรู้จักกันมานาน ก็แน่ละ! เพราะที่ผ่านมาการสังเกตและเฝ้ามองพระเอกมันแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งของนางเอกมานานแล้ว แบบรู้ว่าต้องพูดยังไงถึงจะทำให้เขาสนใจ
ต้องเสแสร้งแสดงออกแบบไหนถึงจะทำให้อีกฝ่ายจดจำเราได้ไม่ลืม ซึ่งตอนแรกๆ ที่ได้คุยกัน นางเอกก็จะเอาเรื่องในวัยเด็กของพระเอกมาพูด
ทำให้พระเอกสนใจ เข้าใจผิดคิดว่าเราสองคนมีอะไรเหมือนกัน 
แต่ความจริงนั่นคือสิ่งที่นางเอกเคยแอบเห็นพระเอกทำเมื่อตอนสมัยเด็ก (ที่เคยเจอกัน) ซึ่งตัวนางเอกไม่เคยทำ และไม่ได้เป็นแบบนั้นเหมือนที่พูด...

แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ได้ไปเดทด้วยกันสองคน ความสัมพันธ์เหมือนจะก้าวหน้าไปอีกขั้น ทว่าหลังจากนั้น....พระเอกก็ดันมาเงียบหายไปดื้อๆ ทุกที ไม่ติดต่อ ไม่บอก ปล่อยให้นางเอกรอเก้อ งุนงง ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไร แต่พออารมณ์ดีก็กวักมือเรียกให้ไปหาใหม่ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก แรกๆ นางเอกก็ยังยอม แต่พอเริ่มมีครั้งที่ 2-3 ก็ชักไม่ไหวแล้ว ถึงจะชอบมากแต่ก็มีศักดิ์ศรี 
ไม่ได้แบบหลับหูหลับตาชอบไล่ตามโดยไม่มีเหตุผล ถ้าปฏิเสธมาตรงๆ ก็จบ แต่พระเอกกลับเดี๋ยวจับเดี๋ยวปล่อย มาให้ความหวังแล้วก็หายไป
พอขอเหตุผลก็ไม่ยอมบอก สุดท้ายนางเอกเลยถอดใจพอแล้ว...

พอนางเอกเริ่มปล่อยวาง พระเอกก็เป็นฝ่ายเริ่มตามแทน ตอนไปอ่านหนังสือสอบก็ไปอาคารที่มันหนาวๆ เงียบๆ ที่ไม่ค่อยมีคนมา เพราะคิดว่าจะได้เจอนางเอก (แต่ไม่เจอจ้านางเอกเปลี่ยนที่) ตอนนางเอกนั่งกินข้าวในโรงอาหารกับเพื่อน พี่แกก็มานั่งข้างๆ โดยไม่ได้เชิญ  เริ่มมีอาการหึงหวงแต่กลับปากแข็งไม่พูดออกมาตรงๆ ...สุดท้ายตอนนางเอกไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อน พอเห็นนางเอกนั่งอยู่คนเดียว (เพื่อนไม่อยู่แล้ว) ก็เปิดประตูเข้ามานั่งในห้องด้วยเฉยเลย ทำตัวเหมือนเด็กแบบผิดวิสัยพระเอกอย่างแรง ...แต่ตอนขากลับดันไปเจอกลุ่มเพื่อนพระเอกซึ่งมีแฟนเก่าพี่แกอยู่ด้วย นางเอกเลยคิดว่าถ้าพระเอกยังทำเหมือนที่ผ่านมาและกล้าปล่อยมือตัวเองในเวลานี้ ต่อไปนางเอกก็จะไม่ให้โอกาสพี่แกอีกแล้ว นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ...หึหึ

หลังจากนั้นก็ปรับความเข้าใจจนได้คบกัน แต่ผ่านไปไม่นานบ้านพระเอกก็เกิดเรื่อง ทำให้เงียบหายไม่ยอมติดต่อนางเอกอีก แต่รอบนี้นางเอกไม่ได้โกรธนะเพราะรู้สาเหตุ...เพราะพ่อพระเอกโกงกิน+ทุจริตในที่ทำงาน และการโกงกินนี้ก็มีส่วนที่ทำให้พ่อของนางเอกต้องเสียชีวิตด้วย แต่ดีที่เรื่องนี้ไม่ได้เอาประเด็นเรื่องที่พ่อนางเอกเสียมาสร้างดราม่าระหว่างพระ-นาง ถึงพ่อพระเอกจะมีส่วน แต่นางเอกก็แยกชัดเจน พ่อก็คือพ่อไม่เกี่ยวกับลูก เพราะพระเอกเองก็ไม่รู้เรื่องที่พ่อทำ ส่วนแม่นางเอกพอลูกเริ่มโตก็เริ่มปล่อยวางได้ และรู้สึกเสียใจที่ทำให้ลูกกลายเป็นคนไม่ร่าเริง เป็นเด็กเก็บความความรู้สึก กลายเป็นคนเงียบๆ แบบนั้น พอรู้ว่าลูกชอบพระเอกก็ไม่ได้ขัดขวาง..ไม่งั้นคงได้มีดราม่าเรื่องครอบครัวอีกยาวแน่...
สรุปคือจบดีแฮปปี้ๆ
ไม่ปลายเปิดเน้อ

....เป็นเรื่องแอบรักอีกแว้ววว ไม่รู้ทำไมชอบอ่านแนวนี้จังเรา55 เรื่องนี้จะเล่าผ่านมุมมองนางเอกในตอนปัจจุบันที่กำลังเรียนมหาลัย และมีเล่าย้อนสลับกลับไปตอนสมัยเรียนม.ปลาย ตอนอ่านช่วงย้อนก็มีแอบเนือยๆ เอื่อยๆ บ้าง บทบรรยายเยอะ  
ส่วนใหญ่ก็จะบรรยายอารมณ์ความรู้สึกที่นางเอกมีต่อพระเอก หรือเวลาที่ได้เจออีกฝ่ายในช่วงที่ยังเรียน
แต่น่าเสียดายที่พระเอกกลับไม่เคยมองเห็นหรือรับรู้เลย แม้จะเคยเห็นหน้านางเอกมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะไม่ได้คิดอะไร ดังนั้นพระเอกจึงจำไม่ได้เลยสักนิด ....พอจำได้แต่ก็ไม่รู้ชื่อและไม่เห็นหน้าอีกว่าเป็นใคร เลยทำให้คลาดเคลื่อนไปมาอยู่แบบนี้

จริงๆ ในเรื่องยังมีความรักของอีกหลายคู่ หลายความวุ่นวาย ซับซ้อนยุ่งยาก พออ่านจบแล้วเราเลยชอบความรักของเพื่อนร่วมห้องพระเอกที่ตัวดำๆ มากกว่า เรียบง่ายดี พยายามแล้วแต่ถ้าเขาไม่ชอบก็ตัดใจ เดี๋ยวถึงเวลาก็เจอเอง ไม่ต้องยึดติดหรือฝืนใจใคร วิน
-วินกันทั้งสองฝ่าย สุดท้ายก็ได้เจอกับคนที่รักเราและเราก็รักเขา ทำไมต้องไปดันทุรัง ไปยึดติด หรือทำอะไรให้มันยุ่งยากซับซ้อนขนาดนั้นด้วย ...
อ่านแล้วเครียดเด้ 55


📍Unrequited Love ระยะแอบรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/70Cc0SbgHd



วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ

แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง ซินอี๋อู้
ผู้แปล ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

เธอเกิดมา ได้รัก ได้พยายาม สมหวังนับเป็นโชค ไม่สมหวังนับเป็นชะตา
แน่นอนว่า พวกเราตอนเป็นวัยรุ่นมีหรือจะเชื่อว่า
จะมีโชคชะตาบางอย่างที่ไม่มีวันเป็นของเรา ...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เจิ้งเวย ยัยหนูน้อยแก้มใสตัวแสบที่หลงรัก หลินจิ้ง พี่ชายข้างบ้านผู้เงียบขรึม ที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แถมยังประกาศกร้าวว่าจะต้องแต่งงานกับเขาให้ได้เมื่อโตขึ้น เพื่อจะได้คบกับอีกฝ่าย เธอจึงมุ่งมั่นพยายามสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองเดียวกันกับเขา เพื่อจะได้เลื่อนสถานะไปเป็นแฟนสาวอย่างเป็นทางการสักที หลังจากที่รอมานาน
ทว่าฝันที่วาดไว้กลับต้องพังทลาย เมื่อจู่ๆ คนที่เคยอยู่ข้างกายเธอมาตลอดกลับไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่ร่ำไม่ลา ทิ้งไว้เพียงของขวัญวันเกิดที่เธอเคยให้เมื่อตอนอายุครบ 18 เท่านั้น แต่ผ่านไปไม่นานเจิ้งเวยก็ได้รู้เหตุผลที่ทำให้เขาต้องจากไปหลังจากที่พ่อกับแม่ของเธอหย่าขาดจากกัน...

นิสัยนางเอกในช่วงเล่มแรกสมัยตอนเรียนจะค่อนข้างแสบเหมือนเด็ก ร่าเริง เอาแต่ใจมุทะลุ แต่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาและมองโลกในแง่ดี ในเวลาที่เจอกับปัญหาเธอจึงสามารถฟื้นคืนสภาพได้ค่อนข้างเร็ว ไม่จมปลักอยู่กับความทุกข์นาน อย่างตอนที่รักแรกจากไป พอรู้สาเหตุแล้วก็ไม่ได้ไล่ตามอีก คิดว่าของไหนที่เป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเธอจะหาคนที่ดีกว่าเขาเป็นร้อยเท่าให้จงได้...และต่อมาเธอก็ได้พบกับคนที่สามารถทำให้หัวใจสั่นไหวได้อีกครั้ง 

เฉินเซี่ยวเจิ้ง รุ่นพี่คณะสถาปัตย์ที่แสนจะเย็นชา ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ขยันหัวดีแต่มีฐานะยากจน นิสัยต่างกันคนละขั้ว กว่าจะลงเอ่ยกันได้เลยค่อนข้างเหนื่อยหน่อย เพราะนางเอกก็ไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาต้องการ ดังนั้นเขาจึงวิ่งหนีส่วนเธอก็ต้องวิ่งตาม ...นางเอกเรื่องนี้ไม่ชอบการแอบรัก เพราะฉะนั้นเมื่อเธอตกหลุมรักใครแล้วจึงพร้อมพุ่งเข้าใส่
อย่างไม่คิดปิดบัง ถ้ารักก็ทุ่มเต็มที่ ให้ใจเกินร้อย ส่วนอีกฝ่ายจะให้กลับมามากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ...
เมื่อแน่ใจว่าชอบ ก็ไม่ลังเลที่จะไล่ตามจีบอีกฝ่ายอย่างใจกล้าบ้าบิ่น หากใครมาถามก็พร้อมยืดอกรับอย่างเปิดเผยว่าชอบเขาจริงๆ...

แต่เมื่อผ่านอุปสรรคจนได้คบกัน และคิดว่าคงจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปอย่างราบรื่น แต่ทว่าหนทางข้างหน้าและโลกภายนอกนั้นกลับเต็มไปด้วยตัวแปรมากมายที่เรามักคาดไม่ถึง บางครั้งบนเส้นทางของการเติบโตก็ไม่อาจอาศัยคำว่ารักได้เพียงอย่างเดียว บางทีเมื่อตื่นจากฝันในวัยเยาว์ คนที่อยู่ข้างกายเราก็อาจเป็นใครอีกคน... และสุดท้ายทุกอย่างก็อาจต้องพังทลาย เมื่อเขาตัดสินใจเลือกอนาคตที่ก้าวหน้ามากกว่าได้อยู่กับเธอ...

 ...เวลาเห็นพวกแนวรักครั้งแรก รักในวัยเยาว์ทีไรนี่หวั่นๆ ใจทุกที เพราะรู้ว่าจะต้องมีดราม่าต้องหน่วง หรืออาจจะจบแบบไม่สวยแน่ๆ เลย 55 ...แต่เรื่องนี้ผิดคาดจ้า จริงๆ มันก็มีดราม่ามีหน่วงเป็นพักๆ นะ แต่เพราะทัศนคติและการมองโลกในแง่ดีของนางเอก เราเลยไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือหดหู่นาน แป๊บๆ ก็หายแล้ว(เหมือนนางเอกแหละ)ไม่เหมือนตอนอ่านเรื่องกาลครั้งหนึ่งรักของเรา อันนั้นอ่านจบแล้วยัง move on ไปต่อไม่ได้อีกหลายวัน เพราะเรื่องนั้นพอนางเอกล้มแล้ว แทบลุกไปต่อไม่ได้อีกเลย แถมยังทำร้ายตัวเองแบบนั้นอีก..เสียจายยย T^T  

แต่เรื่องนี้หลังจากที่นางเอกต้องสูญเสียความรักครั้งที่ 2 ไป น้องก็ยังมองโลกในแง่ดีใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม พร้อมเปิดใจใหม่ เมื่อรู้สึกเหงาอยากมีแฟนก็ไปดูตัวหาคนที่เหมาะสม สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือไม่มียัยหนูน้อยแก้มใสที่เคยเอาแต่ใจหรือใจร้อนอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นผู้หญิงที่รอบคอบ สุขุมและใจเย็นขึ้น ตามวัยและประสบการณ์
ซึ่งยังคงมีความร่าเริงเป็นกันเอง เพียงแต่ความกล้าและความมุทะลุมีเคยมีในวัยเยาว์นั้นได้หายไปเกือบหมดแล้ว...

แล้ววันหนึ่งทั้งพี่ชายข้างบ้านและรุ่นพี่ก็ต่างกลับมา คนหนึ่งตั้งใจแล้วว่าจะไม่พลาดอีก ค่อยๆ วางแผนรุกคืบไปเรื่อยๆ ยืดหยุ่นตามสถานการณ์แต่เด็ดขาดชัดเจน รู้ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรปล่อย ส่วนอีกคนนั้นมีโอกาสมากกว่าเพราะได้ทำงานที่เดียวกัน ทั้งนางเอกก็ยังมีใจให้อยู่ แต่น่าเสียดายที่กลับยังโลเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่เด็ดขาดสักกะที ...แบบนี้คงพอเดาได้แล้วล่ะเนาะว่าสุดท้ายใครคือตัวจริง คือคนที่นางเอกยอมมอบหัวใจให้ ซึ่งตอนที่อ่านเราก็ชอบนะที่สุดท้ายเป็นคนนี้ เพราะถึงพี่แกจะมาช้าไปหน่อย แต่ก็หนักแน่นมั่นคง ต่อให้ฟ้าถล่มก็สามารถแบกรับแทนเราได้ อยู่ด้วยแล้วอุ่นใจ
ไม่ต้องมาคอยกังวล...เป็นคนที่เหมาะกับคำว่าตลอดไปมากที่สุด...

.. ฉันรู้สึกว่าการเดินจากไปเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนึกเสียใจ
ซึ่งความเสียใจก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้
และจะเพิ่มทวีขึ้นทุกครั้งที่เจอเธอหรือได้ยินข่าวคราวของเธอ
ฉันอยากให้คนที่อยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเป็นเธอ
ถ้านี่ไม่ใช่ความรัก....
งั้นฉันก็ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร ฉันไม่กล้าพูดว่าจะยอมอยู่หรือยอมตายเพื่อเธอ
แต่ขอแค่ฉันอยู่ข้างกายเธอ ฉันจะพยายามทุกอย่างเท่าที่ฉันทำได้ 
เพื่อมอบความสุขให้เธอ ปกป้องเธอให้ปลอดภัย ....


 

📍แด่วัยเยาว์ของเราที่ผ่านพ้น 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8pfBCEpv0R




วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ

 

แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง :  一雁不成夏 (Yi Yan Bu Cheng Xia)
ผู้แปล : นกหงส์หยกตัวยักษ์
สำนักพิมพ์ Meedee

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก เฉียนเฉิง หนุ่มน้อยรูปหล่อ บ้านรวย เป็นทายาทเพียงคนเดียวของเฉียนกรุ๊ป พ่อเป็นประธานบริษัท ส่วนแม่เป็นอดีตดาราสาวสวย น้องเป็นลูกคนรวยขนานแท้ ถูกเลี้ยงแบบสปอยล์ตามใจมาตั้งแต่เด็ก เรื่องเรียนไม่เก่งแต่เรื่องเล่นเป็นที่หนึ่ง เป็นคุณชายเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ ดังนั้นเมื่อผู้หญิงที่ตนเองหมายมั่นจะให้เป็นภรรยาในอนาคตดันไปชอบคนอื่นเข้า คุณชายน้อยที่ไม่เคยถูกใครขัดใจมาก่อนมีหรือจะยอมอยู่เฉย

ลั่วยวน เด็กหนุ่มหน้าตาดีเหมือนลูกครึ่ง หัวดีมากกแต่บ้านจน แม้จะได้ทุนเรียนต่อแต่ก็ต้องทำงานพิเศษสารพัด เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายและดูแลน้องสาวอีก 2 คน เพราะเพื่อนสาวที่นายเอกชอบดันมาปลื้มพระเอก จึงทำให้พระเอกตกเป็นเป้าถูกกลุ่มของนายเอกตาม Bully จนสุดท้ายพระเอกสู้กลับ อัดคนที่นายเอกพามารุมซะหมอบ นายเอกถึงได้ยอมรับปากว่าจะเลิกแกล้ง แต่พอคล้อยหลังก็กลับไปคิดหาแผนการใหม่ แล้วก็เปลี่ยนมาใช้แผนตีสนิทขอเป็นเพื่อนแทน กะว่าพอเป็นเพื่อนแล้วจะได้ลากพระเอกไปเที่ยวเล่นให้เสียการเรียน ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ผลการเรียนจะได้ตกสอบไม่ผ่าน ไม่ได้รับทุนการศึกษาต่อและถูกไล่ออกจากโรงเรียน...

แต่แกล้งไปแกล้งมาดันหลงรักอีกฝ่ายเข้าจริงๆ พอสารภาพความรู้สึกก็คบกันหวานชื่น นายเอกติดพระเอกมาก ถึงจะเป็นคุณชายเสเพลแต่เรื่องรักนั้นไร้เดียงสามากกก ถ้ารักแล้วคือรักเลยไม่เปลี่ยนใจ พอรู้ว่าพระเอกวางแผนไว้ว่าจะไปเรียนต่อเมืองนอก น้องก็ไปบอกพ่อว่าพอจบม.6 จะไปเรียนตปท.นะ แล้วจะขอพาพระเอกไปเรียนด้วยกัน
กะให้อยู่ภายใต้ปีกตระกูลเฉียนเดี๋ยวบ้านนายเอกส่งเสียเอง พ่อก็โอเค เพราะรู้ว่าพระเอกเรียนเก่งเลยสนับสนุน นายเอกก็ฝันหวานคิดว่าต่อไปคงได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่กลายเป็นว่าพระเอกดันมาขอเลิกเฉย นายเอกทำใจไม่ได้จึงตามไปง้อขอเหตุผล
แต่พระเอกก็ทำตัวเย็นชาใส่ อ้างแต่เรื่องเงิน สุดท้ายนายเอกเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กระทั่งผ่านไป
12 ปีถึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงรุ่น...

พอเจอหน้ากันนายเอกก็พูดจาเหยียดหยามข่มพระเอก เพราะนึกว่าพี่แกเป็นราชการจนๆตำแหน่งไม่สูง เงินเดือนน้อย ประกอบกับเรื่องในอดีตที่ถูกทิ้งด้วย(ยังจำไม่เคยลืมเลือน 55) หลังจบงานน้องก็เมาไม่รู้เรื่องจนเกือบถูกคนอื่นพาขึ้นรถไปด้วย แต่พระเอกมาขวางไว้ พาคนเข้าโรงแรมแล้วจับกินตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเจอหน้ากันเลย ...พอตื่นมาแล้วรู้ว่าตัวเองเมาจนขึ้นเตียงกับพระเอก น้องก็โมโหแต่แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไร แถมยังพูดจาเหยียดหยามใส่พระเอกไปอีกรอบ (คราวนี้หนักกว่าเดิม) และต่อมาก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้นายเอกได้รู้ว่า จริงๆ ตำแหน่งของพระเอกนี่ไม่ใช่ขี้ๆ เล่นๆ เลย อีกฝ่ายไม่ใช่เด็กนักเรียนทุนยากจนที่ตนเคยกลั่นแกล้งอีกแล้ว แต่กลายเป็นคนใหญ่คนโตที่ไม่ว่าใครก็อยากเข้าหา อยากเข้ามาประจบประแจง 
ดังนั้นเพื่อบริษัทและอนาคตของตระกูลเฉียน นายเอกจึงจำต้องวางศักดิ์ศรี ละทิ้งความโกรธ และแบกหน้ากลับไปหาพระเอกใหม่อีกครั้ง...โดยหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของพี่แก

เรื่องนี้เดาทางง่าย ไม่สลับซับซ้อน นิสัยนายเอกจริงๆ คือใสซื่อ เจ้าน้ำตาเหมือนสาวน้อย ยิ่งเป็นเรื่องรักหรือเรื่องที่เกี่ยวกับพระเอกก็ยิ่งบ่อน้ำตาแตกง่าย ผิดกับภาพลักษณ์คุณชายเอาแต่ใจลิบลับ 55 (ตอนเห็นภาพปกเล่ม 1 ดิฉันเกือบเดาโพผิดจ้า) ส่วนพระเอกก็เจ้าเล่ห์ หัวดี ไม่ค่อยพูด ไม่ชอบอธิบาย แถมยังเจ้าแผนการอีกต่างหาก
แต่มีปมเรื่องที่ตัวเองจน จึงทำให้กลัวว่าถ้าตัวเองไม่มีอะไรเลยวั
นหนึ่งนายเอกอาจจะเบื่อแล้วทิ้งไป ดังนั้นพี่แกจึงอยากพึ่งพาตัวเองและแข็งแกร่งให้ได้โดยไม่ต้องอาศัยใคร อยากเป็นฝ่ายปกป้องดูแลและเป็นที่พึ่งพิงให้กับนายเอกในอนาคต (สามีมากกกก) มีความเป็นผู้นำและยึดมั่นในอุดมการณ์นี้มาก แต่ไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริง ชอบพูดสั้นๆ แล้วไม่อธิบายอะไร เลยมักทำให้เข้าใจผิด+ไม่เข้าใจกัน พอไม่บอกตรงๆ นายเอกก็ตีความเข้าใจไปอีกแบบ ทำร้ายจิตใจกันไป จนเกือบทำให้ต้องทางใครทางมันกันอีกรอบ..

ป.ล. มีคำผิดบ้างประปรายตามสไตล์พี่สยามแหละน้อออ 55


📍แกล้งร้ายให้รัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6KxqDtX2iE




วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ฝันรักในเงาเมฆ


ฝันรักในเงาเมฆ (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : เย่ว์หลิวกวง
ผู้แปล : สีเมษา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ผูชิงชิง ผู้ช่วยทนายความสาวในสำนักงานทนายเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพียงเธอกับเจ้านายเพียงแค่สองคนเท่านั้น ดังนั้นนอกจากจะต้องทำงานเป็นผู้ช่วยของเขาแล้ว เธอก็ยังต้องเป็นแม่บ้าน เป็นคนขับรถ เป็นบาริสต้า และเป็นแอดมินคอยให้คำปรึกษากฏหมายทางอินเทอร์เน็ต และอีกมากมายบลาๆ...เรียกได้ว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ (เงินเดือน 15000 ทำจริง 150000 ฮาๆ) แต่ทว่าต่อให้ทำดีแค่ไหน เจ้านายของเธอก็ไม่เคยพูดชมหรือให้กำลังใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับชอบหาเรื่องตำหนิจับผิดเธอเป็นประจำทุกวัน เผด็จการ ไร้หัวใจ เอะอะก็หักเงิน จนเธออยากจะลาออกวันละร้อยหน..แต่ก็ไม่กล้า 55

พระเอก เหรินเซี่ยงหย่วน เป็นเจ้านายที่โหด เขี้ยว และเข้มงวดมากกก มาสาย+ทำงานผิดพลาดหักเงิน ไม่แต่งหน้า+ไม่รับโทรศัพท์หักเงิน โอทีไม่มี วันลาอย่าหวัง (ขอลา 5 วันพี่ให้ 3 วันห้ามต่อ) เจอแบบนี้ต่อให้หล่อดูดีแค่ไหนก็ไม่มีใครอยากทน...นางเอกก็เช่นกัน เมื่อมีทางที่ดีกว่าก็ต้องยื่นใบลาออกสิ จะรออะไร ...จากนี้ไปอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย แต่ๆๆๆ เหมือนสวรรค์จะไม่เห็นด้วยใช่เปล่า ถึงได้ทำให้เขากับเธอต้องกลายมาเป็นเพื่อนบ้านกันแบบนี้ 55...

นางเอกเรื่องนี้มีความสามารถพิเศษที่บอกใครไม่ได้อย่างหนึ่งคือ เธอสามารถควบคุมก้อนเมฆ ทำให้ก้อนเมฆเปลี่ยนรูปร่างและลอยไปทางไหนก็ได้ เพียงแค่ชี้นิ้วไปที่เมฆก้อนนั้น ซึ่งในเรื่องจะมีแอปพยากรณ์อากาศตัวหนึ่งชื่อว่ามองเมฆ ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งด้วยเหตุการณ์บางอย่างจึงทำให้นางเอกได้รู้จักและกลายมาเป็นเพื่อนกับผู้ก่อตั้งแอปนี้
และได้หุ้นเป็นการตอบแทน 
แต่นางเอกก็ไม่ได้เอาความสามารถพิเศษมาช่วย หรือเกี่ยวข้องอะไรกับแอปนี้นะ พูดง่ายๆ คือนางแทบไม่ได้ใช้ความสามารถพิเศษนี้เลยอะ ใช้น้อยมากกกๆ เราก็เลยแอบสงสัยว่าตกลงความสามารถนี้มีไว้เพื่ออะไรกันแน่น้อ? เพราะเนื้อหาในเรื่องส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่เรื่องความเขี้ยวของพระเอก เรื่องงานและเรื่องคดีความที่นางเอกรับทำซะมากกว่า ยิ่งหลังจากที่ลาออกมา นางเอกถึงได้รู้ซึ้งว่าความเขี้ยวและการตำหนิติเตียนตลอด 1 ปีที่ผ่านมาของพระเอกนั้นไม่ได้เสียเปล่าเลย เพราะมันช่วยทำให้เธอมีทักษะในการทำงานต่างๆ และผ่านทุกอย่างไปได้อย่างราบรื่น ไอ้ที่คิดว่าจะติดขัดมีปัญหา ก็กลับผ่านไปได้อย่างง่ายดายแบบสบายๆ...

ส่วนเรื่องความรักก็เรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา รู้ใจกันช้าาาเหลือเกิน เนื่องจากสมัยตอนเป็นเจ้านายมองเห็นแต่มุมร้ายๆ เพราะพระเอกไม่เคยใจดี ไม่เคยอ่อนโยน แต่พอลาออกมาพี่แกกลับเริ่มมีมุมอ่อนโยนให้เห็น เวลานางเอกเดือดร้อนก็โผล่มาช่วยได้ทันทุกที จากที่ยังไม่แน่ใจก็กลายเป็นแน่ใจแล้วว่าชอบพระเอกจริงๆ ส่วนพระเอกก็มีจุดประสงค์บางอย่าง แม้จะตกหลุกรักแล้วแต่ก็ไม่สามารถแสดงออกได้ แต่เรื่องความรักนี่มาสไตล์เดียวกันกับเรื่องอย่ารบกวนการเรียนของฉันเลยนะ
ใสๆ กอดจูบไม่มี ncยิ่งไม่ต้องพูดถึง มากสุดแค่เดินเล่น55  ตอนแรกนึกว่าพอเปลี่ยนจากรักวัยเรียนมาเป็นวัยทำงานแล้วคงจะเจ้มจ้นมากขึ้น ที่ไหนได้ครือๆ กันเลย 55 แถมตอนจบยังมาแนวเดียวกันอีกพี่จ๋า55... ตอนแรกก็นึกว่าเป็นแนวรักในวัยทำงาน
การต่อสู้ในอาชีพการงานอะไรประมาณนี้ แต่
พออ่านจบถึงได้รู้ว่ามีแนวไซไฟกับย้อนเวลาผสมมาด้วยเด้ออออ 55

ป.ล. ส่วนเรื่องความสามารถพิเศษของนางเอกก็มาเฉลยตอนท้ายๆ นี่แหละ  (ซึ่งอันที่จริงเราว่าไม่ต้องมีก็ได้นะจ๊ะ 55)




📍ฝันรักในเงาเมฆ ➡️ https://s.shopee.co.th/40ZvRyFW7c



วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รัตติกาลซ่อนกล 4 เล่มจบ

 


รัตติกาลซ่อนกล 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หนิงหล่ง 凝(隴)
ผู้แปล : Singin' in the Rain
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก ฟู่หลันหยา บุตรสาวของฟู่ปิง ขุนนางน้ำดีซึ่งเคยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่เพราะนิสัยที่ตรงไปตรงมา ดื้อรั้นหัวแข็ง จึงทำให้ล่วงเกินคนเอาไว้มาก เมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พ่อของนางเอกจึงเริ่มหมดอำนาจลงเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็ถูกใส่ร้าย จนถูกจับเข้าคุกหลวงพร้อมกับบุตรชาย จากบุตรสาวตระกูลขุนนางที่เคยเรืองอำนาจ จึงต้องตกต่ำลงในชั่วพริบตาและกลายเป็นบุตรตรีของขุนนางต้องโทษ ที่ไร้ซึ่งอิสระใดๆ

พระเอก ผิงอวี้ ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร บุตรชายคนเล็กของซีผิงโหว ฉลาด เด็ดขาดมีไหวพริบ มีวรยุทธ์สูง ได้ตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรตั้งแต่อายุ 20 ในอดีตบ้านพระเอกเคยถูกพ่อของนางเอกยื่นฎีการ้องเรียน จึงทำให้ผู้เป็นพ่อถูกปลดออกจากตำแหน่ง บ้านถูกริบทรัพย์ ทั้งครอบครัวต้องถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ต้องตกระกำลำบาก ได้รับความทุกข์ยากต่างๆ นานา ดังนั้นเมื่อได้เจอนางเอก พระเอกจึงไม่คิดปกปิดความเกลียดชังที่ตนมีต่ออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ทั้งพูดจาไม่ดี ทำร้ายจิตใจ และใช้นางเอกเป็นเหยื่อล่อศัตรูโดยไม่สนใจความเป็นความตาย...

พระเอกได้รับมอบหมายงานให้ไปพาตัวนางเอก ซึ่งกลายเป็นลูกขุนนางต้องโทษกลับมาเมืองหลวงเพื่อรับโทษ แต่ไม่รู้ว่าใครไปปล่อยข่าวลือว่านางเอกเป็น "ตัวเร่งยา" จึงทำให้มีคนแห่แหนกันมาเพื่อจับตัวนางเอกไป ทั้งสำนักบูรพาเอย สำนักในยุทธภพเอย แล้วไหนจะพวกลัทธิมารนอกรีตกับคนต่างแคว้นอีก...ดาหน้ากันเข้ามาไม่หวาดไม่ไหว นี่ยังไม่รวมถึงพวกวิชาแปลกๆ ของแต่ละคน แต่ละสำนักอีกนะที่ทำให้พระเอกต้องเค้นสมอง และขอระดมกำลังจากคนในยุทธภพเพื่อมาช่วยกันรับมือ
จริงๆ ถ้าใครเคยได้อ่านงานของนักเขียน ตั้งแต่เรื่องบุปผารัตติกาลแห่งฉางอัน จะรู้ว่านักเขียนท่านนี้ไม่เคยเขียนให้ต่อสู้กันแบบธรรมดา แต่จะต้องมีพวกไสยศาสตร์มนต์ดำเข้ามาเอี่ยวด้วย เรื่องนี้ก็เช่นกันแถมยังมีเรื่องศาสตร์ของค่ายกลเพิ่มเข้ามาด้วยอีกหนึ่งอย่าง

นี่จึงไม่ใช่แค่การเดินทางพาลูกสาวขุนนางต้องโทษกลับเมืองหลวง แต่ยังเป็นการเดินทางไขปริศนาลับอีกมากมาย ที่เกี่ยวกับตัวนางเอกและใครอื่นอีกหลายคน ที่ต้องมาพัวพันเกี่ยวข้องกันด้วยเรื่องไข่มุกถ่านเอ๋อร์ ระหว่างการเดินทาง ความลับต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็จะค่อยๆ ปรากฏความจริงออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแม่นางเอก หรือเรื่องไข่มุกถ่านเอ๋อร์ที่ทำให้ผู้คนมากมายยอมเสี่ยงตายเข้ามาแย่งชิง และเรื่องความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในยุทธภพเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ทำให้ใครบางคนหรือบางสำนักต้องเร้นกายหายไป รวมไปถึงความจริงที่ทำให้บ้านพระเอกต้องถูกเนรเทศด้วย...

ส่วนพระเอกช่วง 2 เล่มแรกก็จะเหมือนคนเป็นไบโพล่าร์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์แปรปรวนง่ายเหลือเกิน...ตกหลุมรักนางเอกแล้วแต่ไม่ยอมรับ ขนาดเพื่อนสนิทเค้นถามก็ยังปากแข็ง ประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันชอบลูกสาวของตระกูลฟู่เด็ดขาดด...โฮะๆ แต่การกระทำนี่อีกอย่างเลยน๊า ไอ้หนุ่มไหนเข้าใกล้น้องก็ไม่ได้ พี่กันออกหมด (ใช้หน้าที่ในทางที่มิชอบ 55) คุยก็ไม่ได้ ให้ของก็ไม่ได้ แม้แต่มองพี่ก็ไม่อนุญาต หวงหนักมากกก ผู้ชายคนเดียวที่เข้าใกล้น้องได้ก็คือพี่คนเดียวเท่านั้น...55

ก็ทำตามหน้าที่อะเนอะ แถมนางเอกยังถูกคนตามล่าอีก พี่เลยต้องตามดูแล เอ้ยๆ อารักขาอย่างใกล้ชิด ต้องนอนเฝ้าที่หน้าเตียงทุกคืน ของที่คนอื่นให้ก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดทุกชิ้น (ทำตามหน้าที่เฉยๆ ไม่ได้หึงไม่มี...หึหึ) แม้นางเอกจะเป็นสตรีในห้องหอไม่รู้วรยุทธ์แต่ก็ฉลาดมีไหวพริบ ที่บ้านสอนมาดี ไม่ว่าต้องเจอกับอะไรหรือตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก็มีสติพร้อมคิดใคร่ครวญเสมอ ไม่เป็นตัวถ่วง ใจเด็ด และที่สำคัญน้องสวยยยยมาก  แล้วพระเอกจะไม่หลงรักได้ยังไง...แต่เพราะความแค้นแต่เก่าก่อน จึงทำให้ตอนแรกๆ พี่เหมือนคนผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จะรักก็กลัวผิดต่อคนที่บ้าน แต่จะให้ไม่รักพี่ก็หลอกตัวเองไม่ได้อีก...ทรมานใจเหลือเกิน ต้องต่อสู้กับใจตัวเองอยู่นาน

แต่พอได้คำตอบแล้วพี่ก็เปลี่ยนไปทันที อย่างกับคนละคนเลยจ้า 55 ยิ่งหลังจากที่ได้ลิ้มรสรักพี่ก็ยิ่งโหยหา ว่างเมื่อไรต้องแอบแวบมาหาแล้วหลอกแต๊ะอั๋งคนเขา ไม่ได้กินแต่ขอแค่ชิมก็ยังดี...พอเปิดใจกันแล้วมีโอกาสเมื่อไรพี่ก็หื่น เอ้ยๆๆ หวานใส่น้องตลอด แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ทำเป็นเข้มตามตำแหน่งหน้าที่ แต่ลับหลังนี่สายเปย์สุดๆ พ่อคนคลั่งรัก ตั้งแต่เสื้อผ้ายันเสื้อบังทรง พี่ก็ลงทุนไปเลือกซื้อให้เองถึงที่ร้าน อาหารการกินบำรุงไปอย่าให้ขาด (กินดีเกินฐานะนักโทษมาก 55) ส่วนห้องนอนหรือที่พักของน้องก็ต้องจัดให้พักใกล้ๆ พี่เท่านั้น...อิอิ



📍รัตติกาลซ่อนกล 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2qNy4EoHZd



วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564

คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 1

 



คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 1 / ผู้แต่ง : สืออู่
ผู้แปล G.N Voyager
สำนักพิมพ์ everY

ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์
ไอโม่ซิน ทายาทและผู้นำคนสุดท้ายของเผ่าเถี่ยน ชนเผ่ากลุ่มน้อยที่มีความสามารถในการเจรจาเป็นคนกลางคอยให้ความช่วยเหลือเหล่าภูต ผีวิญญาณ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีสัญญาติดค้างอยู่ แต่มาวันหนึ่งเผ่าเถี่ยนก็ล่มสลายเหลือเพียงนายเอกกับแม่สองคน นายเอกอยากช่วยแม่ จึงตัดสินใจแบกรับภาระของผู้นำเผ่าตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย จึงทำให้ไม่มีเวลาคบหาใคร ไม่เคยมีเพื่อน และด้วยท่าทางสันโดษไม่แคร์ใครนี่เอง บางทีจึงทำให้ถูกคนหมั่นไส้ ถูกเพื่อนแกล้ง แต่น้องก็ไม่สนใจ เพราะไม่มีเวลาไปสนใจจริงๆ ประกอบกับมีวิญญาณบรรพบุรุษนับพันคอยตามปกป้องดูแลอยู่แล้ว ใครที่มารังแกน้องเดี๋ยวก็จะเจอกับเหล่าวิญญาณของบรรพบุรุษตามไปจัดการ จนต้องขนลุกกันไปเองทุกราย...หึหึ

วันหนึ่งในขณะที่น้องเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาให้กับวิญญาณตามปกติ น้องก็ได้พบกับนายตำรวจแซ่เจียง ที่มีเบื้องหลังใหญ่โตไม่ธรรมดา แถมยังไปทำให้บรรพบุรุษที่หลับไหลของอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาอีกด้วย หลังจากนั้นท่านบรรพบุรุษที่ว่า ก็อ้างว่าเผ่าของน้องติดค้างสัญญาหมั้นหมายกับตนอยู่ และต้องการให้น้องซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ปฏิบัติตามคำสัญญานั้น!

พระเอก เจียงหลี เป็นมังกรวารี หรือท่านบรรพบุรุษที่คอยปกป้องคุ้มครองสกุลเจียงมาตั้งแต่โบราณ ปกติก็จะหลับไหลไม่ค่อยตื่น ไม่ค่อยปรากฏตัวออกมา ไม่ชอบให้ใครมาปลุกมายุ่งวุ่นวาย คนในตระกูลเจียงก็เคารพนับถือ ไม่กล้าหือ เพราะล้วนกลัวเกรงพระเอกกันทุกคน แต่หลังจากได้พบนายเอก พระเอกก็เริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้น ถ้าไม่มีคนในตระกูลคอยเตือนว่าโลกในตอนนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว พี่ก็คงกะจะครองคู่อยู่กับนายเอกตั้งแต่ตอนที่คนเขาอายุ 15 เลยสินะ..หึๆ แต่พอมีคนทักว่าสมัยนี้ต้องอายุ 18 ก่อนนะถึงเรียกว่าโต พี่ถึงได้ยอมรอ...

เผ่าเถี่ยนมีกฎที่ต้องปฏิบัติตามนับร้อยๆ ข้อ และอันดับแรกสุดก็คือต้องรักษาสัญญา ดังนั้นน้องจึงไม่อาจปฏิเสธพระเอกได้ตามใจ สุดท้ายเลยต้องขอให้ลองคบหากันไปก่อน ถ้าไม่โอเคก็ค่อยแยกย้ายกัน ซึ่งพระเอกก็แสนดีเหลือเกิน แม้จะเป็นปีศาจที่มีพลังสูงมากก แต่ก็ไม่เคยบังคับฝืนใจน้องเลย น้องพูดอะไรก็ยิ้มรับยอมทำตามหมด จนทำให้คนตระกูลเจียงต่งพากันเกรงใจน้องตามไปด้วย ประหนึ่งมีบรรพบุรุษเพิ่มมาอีกคน55 (ก็ท่านบรรพบุรุษเราไปตามจีบเขาอยู่นี่นา) กลายเป็นว่าน้องเลยได้แบ็คดีๆ หรือคนใหญ่คนโตหนุนหลังเพิ่มมาอีกมากมายโดยไม่รู้ตัว ส่วนพระเอกก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ดูว่าสมัยนี้เค้าจีบกันยังไง ต้องให้ของอะไร พี่ก็สั่งให้คนไปหาไปเตรียมไว้...แบบพี่เขาเป็นมังกรวารีใสๆ ซื่อๆ ตรงไปตรงมา นิสัยไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมานั่งเดาใจ เย็นชากับคนอื่นแต่อ่อนโยนยิ้มแย้มกับนายเอกคนเดียว...

เป็นเรื่องแนวภูต ผี วิญญาณผสมการไขคดี ที่มีนายเอกคอยช่วยเหลือทำให้จบสวย ช่วยแก้ไขสิ่งที่ค้างคา ทำให้เหล่าวิญญาณไปสู่สุขคติ คนตายสมหวังคนเป็นก็อยู่ดีมีสุข คดีในเรื่องบางตอนก็สะท้อนปัญหาสังคม เป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง ดังนั้นนอกจากความหลอนก็ยังมีความสงสาร ความเห็นใจ และความรู้สึกหดหู่รวมอยู่ด้วย 
ส่วนพระเอกก็คอยอยู่ข้างๆ ไม่ก้าวก่าย ให้อิสระน้องเต็มที่ แต่ถ้ารับมือไม่ไหวต้องการให้ช่วยพี่ก็จะมาทันที เรียกได้ทุกเวลา ถึงไม่เห็นแต่ก็รู้ว่าอยู่ข้างๆ (นายเอกเรียกได้คนเดียวนะ คนในตระกูลเรียกพี่ไม่มา แล้วแต่อารมณ์
55) ความรักละมุนละม่อม ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์กันไป ...สบายๆ ไม่รีบ 55

ป.ล.ตอนแรกพระเอกไม่รู้ว่าขึ้นเตียงคืออะไร กะคบกันแบบใสๆ ไม่มีเรื่องอย่างว่า แต่พอรู้ความหมายเท่านั้นแหละ...หึหึ นายเอกถึงกับต้องลางานเป็นเวลา 2 เดือนทุกปี เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของพี่แก 55


📍คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/5AlsyQAitu