วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1


พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1 (7 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : จือจือ 
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      สกุลฟู่นั้นมีชื่อเสียงการรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่อง 
เป็นบุตรสาวของสกุลฟู่ต้องถือเอาเรื่องความบริสุทธิ์นั้นใหญ่หลวงเท่าชีวิต
ฟู่ถิงจวิน  คุณหนูเก้าผู้อยู่ในกรอบของจรรยาสตรีและคำสอนของสกุลฟู่อย่างเคร่งครัด
แต่กลับต้องมาด่างพร้อยเพราะคำโป้ปดของ จั่วจวิ้นเจี๋ย 
ญาติผู้เกี่ยวดองของนาง  กล่าวหาว่านางลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับเขา

       นางซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์กลับไม่อาจแก้ข้อกล่าวหานั้นได้ ซ้ำเขายังบีบให้นางหมดสิ้งหนทาง
และถูกกักตัวอยู่ในอารามชี  รอบกายถูกจับตาดูทุกฝีก้าวโดยคนของสกุลฟู่
คนของสกุลได้รับคำสั่งให้กำจัดนาง  เพียงเพื่อรักษาหน้าและชื่อเสียงของสกุลฟู่ที่แสนดีงาม
       แต่เหมือนสวรรค์ยังเมตตา  ถึงได้ส่ง บุรุษลึกลับ  มาช่วยเหลือนางจากคนของสกุล  
แต่ ข้อแลกเปลี่ยนแสนประหลาดของเขา  ทำให้นางกระอักกระอ่วนใจ
ไม่ว่าอย่างไรฟู่ถิงจวินต้องหาทางหนีจากอารามชีแห่งนี้
นางจะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์เพื่อล้างมลทินให้ได้ 
และจะไม่ยอมรอรับความตายที่อารามชีเด็ดขาด!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ตอนที่แจ่มลงตัวอย่างให้อ่าน เราก็ไม่ได้อ่าน เพราะตั้งใจจะรออ่านแบบเป็นเล่ม เรื่องนี้เห็นเงียบๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่พอได้อ่านกลับผิดคาดมากกกก ...สนุกกว่าที่คิด อ่านแล้ววางไม่ลง  อ่านคืนเดียวจบเลยจ้าาา เปิดเรื่องมาด้วยนางเอก ' ฟู่ถิงจวิน ' คุณหนูเก้าแห่งตะกูลฟู่ ที่ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้สู่ชาย จนทำให้ต้องระเห็จออกมาอยู่ที่วัดประจำตระกูลที่ห่างไกล เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ประกอบกับความเชื่อมั่นที่มีต่อวงศ์ตระกูล  
นางเอกจึงเชื่อว่าไม่นานเรื่องเหล่านี้ก็จะคลี่คลายลง และนางก็จะได้กลับบ้าน  ...แต่ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หลายๆ อย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สถานการณ์แย่ลง จนนางต้องขอความช่วยเหลือจากบุรุษแปลกหน้า ที่เคยคิดจะฆ่าตัวเอง และเข้ามาขโมยของกินในวัด  บุรุษที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน ท่าทางเหมือนคนเร่ร่อน ทว่าในยามนี้เขากลับเป็นคนเดียวที่นางสามารถพึ่งพาได้

'ท่านเก้า'  ชายหนุ่มรูปร่างผอมโซ ผอมจนหนังแทบติดกระดูก แต่กลับมีวรยุทธ์สูงและฉลาดล้ำ เขาเข้ามาขโมยของกินในวัดและได้พบกับคุณหนูคนหนึ่งเข้า ตอนแรกเขาเกือบจะฆ่านาง แต่สุดท้ายเขากลับต้องพานางหลบหนีไปด้วยกัน ...พระเอกต้องพานางเอกไปส่งที่บ้านญาติ ตามคำขอร้องของแม่นางเอก ซึ่งในระหว่างที่เดินทาง ก็จะได้พบกับอุปสรรคและเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่ทำให้นางเอกซึ่งเป็นคุณหนูในห้องหอ ที่ไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกได้เติบโตขึ้นทีละน้อย นางเอกได้ออกไปเห็นความโหดร้ายของยุคสมัยที่กำลังจะเกิดสงครามและเกิดภัยแล้งรุนแรง ได้เห็นผู้คนจำนวนมากต้องพากันอดตาย เพราะไม่มีอะไรจะกิน ได้เห็นคนที่คอยดักปล้นชิงอาหาร หรือคนเร่ร่อนที่รุมตีคนจนตาย เพียงเพื่อหมั่นโถวไม่กี่ลูกเท่านั้น

เล่มนี้เหมือนกำลังเริ่มปูพื้น และทิ้งปริศนาไว้เพื่อนำไปสู่เรื่องราวต่างๆ ที่ดูจะยุ่งยากวุ่นวายมากยิ่งขึ้น  เบื้องหลังของพระเอกที่ยังคงเป็นปริศนา เรื่องเหตุการณ์ในบ้านของนางเอก ที่จู่ๆ ก็พลิกผันในชั่วข้ามคืน และสถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองในตอนนี้อีก (ต้องมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวด้วยแน่ๆ)   
ชอบเรื่องนี้ที่ไม่ได้ยกแต่ศัตรูคู่แค้นของพระ-นางมาเป็นอุปสรรคหรือตัวร้ายอย่างเดียว แต่ชอบที่หยิบเรื่องความอดอยากและภัยแร้งเข้ามาด้วย  ...คนเราในยามที่ไม่มีแม้แต่รากไม้จะกิน  เพื่อให้อะไรตกถึงท้อง  เพื่อความอยู่รอดแม้แต่คนดีๆ ก็ยังกลายเป็นปีศาจได้  ระหว่างทางพระ-นางจะเจออะไรแบบนี้อยู่ตลอด ทั้งหดหู่ ทั้งเศร้าใจ  แต่ทั้งสองคนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะลำพังแค่ตัวเองก็จะไม่รอดอยู่แล้ว 

นางเอกก็ไม่ได้เอาแต่ใจ ดึงดันจะทำตัวเป็นคนดีช่วยคนอย่างเดียวโดยไม่สนใจใคร เพราะเมื่อเดินทางมาเรื่อยๆ นางก็ได้เรียนรู้ว่าการจะช่วยคนอื่นได้นั้น... หมายถึงต้องไม่ทำให้ตัวเอง หรือคนรอบข้างต้องเดือดร้อนตามไปด้วย ต้องสามารถปกป้องคุ้มครองตัวเองให้ได้ก่อน ถึงจะสามารถยื่นมือไปช่วยเหลือคนอื่นได้...และเราก็จะได้เห็นพัฒนาการความรักของพระ-นางคู่นี้ ที่ไม่ใช่แบบพอเห็นหน้ากันปุ๊บก็ตกหลุมรักกันปั๊บ แต่จะเป็นแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ละมุนละไม ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน แบบที่คนอ่านไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่าไปรักกันตอนไหน?  เมื่อไร?  แล้วทำไมถึงรัก? .....

......................................................................................................................

     ....นางไม่รู้ว่าหลังจากนางตายแล้วท่านเก้าจะเป็นเช่นไร
เป็นเพราะนางคนเดียวทำให้เขาต้องเดือดร้อนไปด้วย
    บุญคุณของเขา  นางไม่อาจตอบแทนได้แล้วในชาตินี้ คงได้แต่รอชาติหน้า
ทว่าบางทีชาติหน้านางยังคงเป็นคนที่ถ่วงรั้งเขาไว้อีก   
    ไม่แน่ว่าเขาอยากหลบลี้หนีหน้าแทบไม่ทันก็เป็นได้ ..... 


📍พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/BNICPjLCZ



วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ยอดหญิงหมอเทวดา เล่ม 1-3


ยอดหญิงหมอเทวดา เล่ม 1-3 (7เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : อวี่จิ่วฮวา / ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
     เมื่อแพทย์สาวผู้เก่งกาจต้องย้อนเวลากลับไปเป็นกระต่ายป่วยขี้โรคในยุคอดีต
แม้ว่าจะมีวิชาแพทย์อันล้ำเลิศติดตัวอยู่แต่ก็เหมือนจะสูญเปล่า
     เพราะไม่อาจรักษาโรคของตนเองได้
ซ้ำยังถูกสามีทอดทิ้งให้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเดียวดาย
แต่ถึงกระนั้นสวรรค์ก็ยังซ้ำเติมนาง  ให้มีลูกฝาแฝดติดท้องมาด้วยอีก
     ชีวิตที่เดิมทีลำบากอยู่แล้ว  ยิ่งขัดสนขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็เอาเถอะ ... มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
วิชาแพทย์ของนางจะต้องสร้างประวัติการณ์
พลิกชีวิตใหม่ให้นางได้อย่างแน่นอน!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ตอนแรกกะว่าจะรอให้หนังสือออกมาครบ 7 เล่มก่อนแล้วค่อยเขียน แต่ด้วยพลังงานบางอย่าง จึงทำให้ทนไม่ไหวต้องขอมาระบายหน่อยนะจ๊า  へ(´∀`へ) ....ตอนแรกที่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างเรื่องนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้สึกเหมือนกันคือเกลียดพระเอก 55 ....รองลงมาก็อนุ 5 แล้วก็แม่พระเอก ....แต่นั่นมันแค่ช่วงแรกๆ นะ เพราะพออ่านมาจนถึงเล่ม 3 ลำดับอาจจะมีการสับเปลี่ยนอีกครั้ง 55+

นางเอกเป็นคุณหมอยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ “ เจินสือเหนียง ” ภรรยาเอกของท่านแม่ทัพ ที่เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ นิสัยร้ายกาจ นางผูกคอตายในวันที่สามีแต่งอนุคนที่ 5 ...และนางเอกก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน พร้อมกับถูกระเห็จให้ไปอยู่ที่บ้านบรรพบุรุษตั้งแต่คืนวันนั้น แบบไม่ทันได้ตั้งตัวแต่นางเอกก็ไม่ได้แคร์ ไล่ก็ไล่ เพราะนางก็ไม่ได้อยากอยู่กับคนที่ตัวเองไม่รู้จักอยู่แล้ว ...แต่ว่าเรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ เพราะใครจะไปคิดว่าเจ้าของร่างเดิมดันมีครรภ์ติดมาด้วย  
....ชะเอิงเอย ( *゜▽゜ノノ ( *゜▽゜ノノ

นางเอกเป็นคนเรียบง่าย สมถะ อ่อนโยน อ่อนนอกแต่แข็งใน รู้สึกสบายใจยามที่อยู่ใกล้ชิด (นี่แหล่ะสเปคท่านแม่ทัพเลยนะจะบอกให้ 55+) แต่เดิมก่อนที่จะทะลุมิติมานางเอกเคยเป็นหมอ ดังนั้นพอมาอยู่ในโลกนี้ นางจึงได้ใช้อาชีพเก่าทำมาหากินภายใต้ชื่อ 'หมอเจี่ยน' จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหมอเทวดา  แต่เนื่องด้วยสตรีไม่อาจเป็นหมอได้ แถมนางยังเป็นถึงภรรยาเอกของท่านแม่ทัพ  เรื่องนี้จึงถือเป็นความลับสุดยอด จะให้ใครรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะพระเอกยิ่งให้รู้ไม่โดยเด็ดขาด แต่ทว่าความลับมักจะไม่มีในโลก ...อิอิ  
            
นางเอกใช้ชีวิตอยู่ในบ้านบรรพบุรุษกับลูกชาย และสาวใช้อย่างยากจนข้นแค้น ทรัพย์สมบัติที่เคยนำติดตัวมาด้วยก็หมดไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บของนางเอง เพราะไม่มีเงินรักษาแล้ว แถมยังต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงคนในบ้าน  บวกกับอดมื้อกินมื้อ ยาก็ไม่ค่อยได้กิน ร่างกายจึงแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งตัวนางเองก็ยังรู้ว่าร่างนี้คงอยู่ได้เต็มที่ไม่เกิน 2 ปี ดังนั้นเมื่อพระเอกกลับมา นางจึงพยายามอดทนอดกลั้น เพื่ออนาคตของลูกทั้งสองคน (-_- )

พระเอก “ เสิ่นจงชิ่ง “  เป็นท่านแม่ทัพที่สมกับฉายา เจ้าหน้าโง่หัวแข็ง  จริงๆ ( ̄▽ ̄;) ...เพราะพี่แกเป็นคนตรงมาก แถมยังเผด็จการอีก  5 ปีผ่านไปไม่เคยโผล่มา แต่พอโผล่มาก็จะหย่าเมียเลย แถมพอหย่าแล้วก็ห้ามไม่ให้เขาไปแต่งงานใหม่ด้วยนะ (แต่ตัวเองแต่งอนุเข้าบ้านแล้ว 5 คนนาจา) เพราะฉะนั้นตอนแรกๆ ที่อ่าน ก็จะมีความรู้สึกขัดใจกับอีตาท่านแม่ทัพมาก  อ่านไปก็ด่าไป ยิ่งตอนไปจิ๊จ๊ะกับอนุ 5 นี่แบบ ...อยากจะกระโดดถีบขาคู่ 55 ( ) ( ) .... 
แต่ๆ พออ่านมาเรื่อยๆ เราก็จะค่อยๆ เข้าใจพี่แกมากขึ้น ทำให้รู้ว่า ...เฮ้ย!!!จริงๆ แล้วพระเอกก็ไม่ได้โง่นะแต่แค่ไม่สนใจเฉยๆ คือพี่แกเป็นผู้ชายหัวโบราณขนานแท้ ที่ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ส่วนผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง แบบภรรยาต้องเชื่อฟังสามี  
เพราะฉะนั้นเรื่องในบ้านพี่แกจะไม่ยุ่ง เพราะถือว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง ทำแต่งานข้างนอกอย่างเดียว  แต่หากพี่แกใส่ใจ แค่แป๊บเดียวก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างออกมาได้หมดเลย ...

พออ่านมาถึงเล่ม 3 เราจะได้เห็นความทุ่มเท การปกป้อง ที่พระเอกมีต่อนางเอกมากยิ่งขึ้น พระเอกจะแวะเวียนมาหานางเอกอยู่บ่อยๆ และค่อยๆ หลงรักเมียไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ตัวพระเอกต้องการมาตลอด ความสงบ ความเรียบง่าย ความสบายใจ แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เพราะนางเอกยังไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน บอกเลยว่าทั้งสงสารทั้งโกรธพระเอกด้วย 

โกรธเรื่องความกตัญญูของพี่แก กตัญญูแบบไม่ลืมหูลืมตา ทั้งๆ ที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่มีแต่คนเคารพยำเกรง หวาดกลัว  แต่ทำไมกับแม่ตัวเองถึงจัดการไม่ได้ว้า ( ดีนะที่นางเอกไม่บ้าไปด้วย...คือยังดีที่นางเอกคิดได้ว่าตัวเองเหลือเวลาอีกแค่ 2 ปี  ในเมื่อพยายามแล้วแต่แม่สามียังไม่ชอบแล้วจะไปเสียเวลาทำไม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ) คือตอนนี้มันจะมีหลายฝ่ายหลายคนที่คิดไม่ดี หรือต้องการฆ่านางเอก ทั้งฮองเฮา ไทเฮา บลาๆ แต่อ่านแล้วมันก็ยังโมโหไม่เท่ากับตอนที่แม่พระเอกอยากจะฆ่านางเอกนะ ....อนุ 5 ที่ว่าเกลียดแล้ว ก็ยังแพ้แม่พระเอกอะคิดดู 55+ ....

คือแม่พระเอกนี่มัน
Last Boss จริงๆ แก่แล้วแก่เลยมากๆ  เจ้าคิดเจ้าแค้นจนไม่ฟังเหตุผลอะไร แล้ววิธีการแต่ละอย่างก็ไม่ได้ฉลาดอะไรเล๊ย  หูเบามาก เชื่อคำพูดทุกคนยกเว้นพระเอก  สมควรแล้วที่โดนม็อบชาวบ้านเขวี้ยงของใส่ 55+ คือกะจะเอานางเอกให้ตายให้ได้อย่างเดียว โดยไม่สนใจไม่ไว้หน้าลูกตัวเองเลย เอาคำว่ากตัญญู เอาความเป็นแม่มาบีบพระเอก พระเอกก็คนกลาง เมียก็รัก แม่ก็ต้องกตัญญู  จะทำอะไรรุนแรงก็ไม่ได้ ได้แต่อดทนๆ ๆ ก้มหัวคุกเข่าขอร้องอย่างเดียว ... ( นี่ไม่ประสาทแตกตายก่อนก็สุดยอดแล้ว )

มาถึงตอนนี้ความลับหลายๆ อย่างที่นางเอกพยายามปิดไว้ ก็ค่อยๆ ทยอยถูกเปิดเผยออกมาทีละเรื่องแล้ว  ทีนี้ก็เหลืออย่างเดียวคือเรื่องลูก ...อยากรู้เรื่องนี้ที่สุดเลย อยากรู้ว่าพระเอกจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าตัวเองมีลูกแล้ว  แถมเป็นลูกชายฝาแฝดด้วยนะจ๊ะ ...ทั้งขำทั้งเห็นใจเพราะเรื่องนี้คนอื่นเค้ารู้กันหมดแล้ว ฮ่องเต้ก็รู้ เพื่อนสนิทพี่แกก็รู้ เขารู้กันจนจะทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว มีแต่ท่านแม่ทัพใหญ่นี่แหละที่ยังไม่รู้ 55+ ρ(′▽`o)ノ゛...  
(เดี๋ยวจะรอดูหน้านะจ๊า อิอิ ...เดาว่าน่าจะรู้เล่ม 4 นี่แหละ )

ป.ล. อยากรู้จริงๆ ว่าตอนจบแม่พระเอกจะเป็นยังไง  แล้วก็อนุ 5 เมียรักของพี่แกด้วย จะแสร้งทำตัวเป็นคนดีเรียบร้อย อ่อนโยน ตบตาพระเอกไปได้อีกนานแค่ไหน ...ตัวละครอื่นๆ เราไม่ค่อยอยากรู้  แต่ 2 คนนี้ไม่รู้ไม่ได้ 55+
................................................................................................................................................

" ข้าภรรยาอยากมอบอิสระให้ท่านแม่ทัพจากใจจริง! " นางขบริมฝีปาก
" ข้าภรรยามีมารดาบุญธรรม ไม่นับว่าไม่มีบ้านให้กลับ 
ต่อให้ข้างนอกมีศัตรูคอยปองร้าย  พี่เซียวก็สามารถปกป้องข้าภรรยาให้ปลอดภัยได้ "
" เจ้าหุบปาก "  เสิ่นจงชิ่งตบโต๊ะดังปัง  เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ
" คนของข้าใยต้องให้เขามาปกป้องด้วย! "
...............................................................................................................

  ' เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ายามความรักที่นางทุ่มเทให้เขา   ความรักที่เขาเคยคิดว่า
เป็นพันธนาการผูกมัดร่างกายหายไปหมดแล้ว เขาจะรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้   
เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก  นอกจากเหนี่ยวรั้งนางไว้ด้วยกำลังแล้ว  
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังทำอะไรได้อีกบ้าง ... '
...............................................................................................................

ฮูหยินผู้เฒ่าสะท้านเฮือก
ก่อนหน้านี้เสียงกลองดังสนั่นทำให้นางไม่ได้ยินว่ากลุ่มคนที่มุงดูอยู่รอบด้านพูดอะไรบ้าง
แต่คำว่า 'ยายแก่เสียสติ' ทำให้นางตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
นี่มันอะไรกัน  นางผดุงคุณธรรมโดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว  
หย่าเจินสือเหนียงที่ประพฤติตัวเสื่อมเสียย่อมเท่ากับขจัดสิ่งไม่ดีให้บ้านเมือง  
ทุกคนควรจะยกย่องชื่นชมสรรเสริญความดีงามของนางมิใช่หรือ 
เหตุใดจึงด่านางว่า 'ยายแก่เสียสติ' ล่ะ



📍ยอดหญิงหมอเทวดา ➡️ https://s.shopee.co.th/AUnizjlDu5




วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

ฤาขันทีมิอาจมีรัก


ฤาขันทีมิอาจมีรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Ju Ruo
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
ทุกคนทั้งเบื้องบนทั้งเบื้องล่างที่อยู่ในวังหลังล้วนทราบดี
สนมคนโปรดของฮ่องเต้เจาหยวนที่ไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮา
หาใช่สองพระสนมที่ให้กำเนิดองค์ชายองค์หญิงไม่
แต่เป็นขันทีหัวหน้าสำนักตกแต่งสถานที่ในวังหลวงคนหนึ่ง
นามว่า " เหลี่ยวเซียง "

เพราะความเป็นที่โปรดปรานนี้เอง ....
เขาจึงกลายเป็นเป้าโจมตีของพวกขุนนางและเหล่าสนมนางใน
ยามบ้านเมืองประสบภัยแล้ง ประชาราษฎร์อดหยากหิวตาย
เขาจึงถูกประณามว่าเป็นคนบาปที่ยั่วยวนให้ฮ่องเต้ลุ่มหลงในบุรุษเพศ
ส่งผลให้สายตาคมกริบของเหล่าขุนนางและสนมวังหลังมุ่งร้ายมาที่เขา
ร่างกายที่ตรากตรำแทบมิได้หยุดพักผ่อนของเหลี่ยวเซียง
บวกกับรอยกังวลกลัดกลุ้มที่หางตา
ในสายตาของ " ฉินเต๋อเป่า " ขันทีคนสนิทแล้ว
นั่นราวกับเป็นลางว่า ... พายุฝนกำลังจะก่อตัว

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก เหลี่ยวเซียง เป็นขันทีหัวหน้าตกแต่งสำนักสถานที่ ที่ทุกคนในวังหลังต่างทราบกันดีว่า 
เขานี่แหละคือผู้ที่ฝ่าบาทหรือ ฮ่องเต้เจาหยวนทรงโปรดปรานมากที่สุดยิ่งกว่าพระสนมคนไหนๆ  
ถึงเจ้าตัวจะเป็นบุรุษมีลูกไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็ยังโปรดปรานเขามากๆ อยู่ดี  
เหลี่ยวเซียงต้องทนรับคำดูถูกจากผู้คนในวังและขุนนางในราชสำนัก  แล้วไหนจะบรรดาพระสนม 
นางบำเรอที่ต่างพากันอิจฉาริษยาเขาอีก พูดได้ว่าหากพระเอกเลิกโปรดปรานนายเอกวันไหน  
วันนั้นก็คือวันตายของนายเอกนี่แหละ ....

แต่เดิมนายเอกเป็นขันทีน้อย ใสๆ ซื่อๆ น่าตาน่ารักน่าเอ็นดู ไม่มีความสำคัญอะไร  
แต่วันนึงดันซวยได้ไปรับใช้พระเอกเข้า  พระเอกเห็นก็เกิดถูกใจพอดีเลยจับกดซะ 
แน่นอนว่านายเอกทั้งขัดขืน ทั้งอ้อนวอน แต่พระเอกมีหรือจะสน ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ  
แล้วก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ ตลอด 10 ปี ...นายเอกไม่อยากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทนๆ ไป ต้องเจอคนอื่นเขาดูถูกถ่มน้ำลายใส่ หากพลาดพลั้งเมื่อไรก็มีแต่จะถูกเหยียบให้จมดิน ...เฮ้อ

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับพระ-นาย ที่ในใจต่างก็รักโหยหากันมาตลอด 
แต่กลับแสดงออกไปคนละทางกับความรู้สึก พระเอกรักแต่กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
จึงแสดงออกด้วยความรุนแรง ใช้กำลังบังคับ ส่วนนายเอกก็รักแต่พอแสดงความรู้สึกออกไป สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ก็เลยเลือกที่จะเงียบ ไม่พูด
และยังมีเรื่องการก่อกบฏ  
เรื่องของน้องชายนายเอกที่ไม่น่าโผล่ออกมาเลย
เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตของนายเอกที่แต่เดิมก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ๆ ลงไปอีก  
แล้วก็ ฉินเต๋อเป่า ตัวละครที่เราอ่านคำโปรยแล้วนึกว่าจะมีอะไรสำคัญ 
เพราะเห็นเน้นชื่อสีเข้มตัวใหญ่เชียว..แต่ก็ไม่มีอะไร แถมยังเป็นอีกคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตนายเอกแย่ลงอีกหนึ่ง 55+ (อ่านทีแรกนึกว่าจะเป็นพระรองนะเนี่ย)

อ่านเรื่องนี้ไปแล้วก็ถามตัวเองว่า ...พระเอกทำไมโหดแท้ 55+ ........
เป็นนายเอกเรื่องนี้ต้องอึดถึกเบอร์ไหน ไม่แปลกใจที่คุณน้องจะเจ็บออดๆ แอดๆ 3 วันดี 4 วันไข้...
ก็คุณพี่พระเอกเล่นโหดซะขนาดนั้น   รักเขาแต่ก็กลัวตัวเองจะถลำลึก  
ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ก็เลยต้องโหดต้องขู่เขาใช่ไหม (ทำเป็นเข้ม)  
แต่พระ-นายเขาก็อยู่ด้วยกันได้นะ  ถึงพระเอกจะโหด ชอบทำนายเอกบาดเจ็บ เจ็บตัวบ่อยๆ 
แต่นายเอกก็ยังรักพี่แกอยู่ดี ยิ่งครั้งสุดท้ายที่เล่นนายเอกซะเกือบพิการ แบบน่าเอาคืนแรงๆ สักทีสองที แต่พอได้เจอหน้า ได้ปรับความเข้าใจกันแป๊บๆ ก็จบแบบ Happy ending ...
แบบให้อภัยกันง่ายๆ เลยนาจา  หรือเป็นเพราะเข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายดี แบบเออช่างเถอะ  
มันก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  ฉันปลงและ อะไรแบบนี้หรือเปล่า 55+


วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ชายาผู้มีคุณธรรม


ชายาผู้มีคุณธรรม 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เยี่ยซย่าเตี๋ยอิ่ง           
สำนักพิมพ์ อรุณ                                               

คำโปรยหลังปก
สตรีผู้หนึ่งต้องดีงามถึงเพียงใด
จึงจะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผู้เพียบพร้อม
    การยึดหลักสามคล้อยตามสี่คุณธรรม  เชื่อฟังบิดาและสามีไปทุกสิ่ง
ต้องมีเมตตาแม้แต่กับภรรยาน้อย ถึงขั้นต้องอดกลั้นยามคนเหล่านั้นมอบความอยุติธรรมให้ ต่อให้เป็นชาติภพที่บุรุษเป็นใหญ่  นี่ก็ยังนับว่าเอาเปรียบไปสักหน่อย
คนแข็งกร้าวไร้ความอ่อนหวานเช่นเธอ
มีหรือจะก้มหน้ารับชะตากรรมแบบนั้น
หากดีงามแล้วยังมัดใจสามีไม่ได้แล้วอย่างไร
มีศีลธรรมแล้วเป็นเบี้ยล่างคนอื่นอยู่ร่ำไปก็เท่านั้น
เครือญาติมากเล่ห์  เหล่าสนมเมียรองมากมารยา  จะให้ยิ้มรับก็กระไรอยู่
แม้เธอไม่ใช่ชายาที่ร้ายกาจจนระรานใครไปทั่ว
แต่ก็ไม่มีทางอยู่เฉยให้ใครรังแกแน่  ศึกนอกศึกในมีไม่ขาดสาย
ขืนทำตัวอ่อนแอไม่รู้ความคงไม่รอด  เป็นหวางเฟย ... ควรใช้อำนาจกับ
ภาพลักษณ์งดงามให้เป็นประโยชน์  ต้องกุมหัวใจท่านอ๋อง  กำราบเมียรอง
เชิดหน้ารับมืออริทั้งหลาย  เช่นนี้ต่างหากถึงจะนับว่าเยี่ยมยอด
ให้เป็นภรรยาผู้เพียบพร้อมคุณธรรมอะไรนั่น  เกรงว่าเธอคงไม่อาจทำได้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
ชายาผู้มีคุณธรรมคนเขียนเดียวกับเรื่องว่าด้วยอาชีพนางสนม  
เรื่องนี้นางเอกเป็นคนยุคปัจจุบันที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง แล้วย้อนเวลาเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่สกุลชวีที่ชีวิตอาภัพ แม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก พ่อก็แต่งงานใหม่ไม่เคยเหลียวแลลูกเมียเก่าเลย แถมแม่ใหม่ก็ยังใจร้ายใจดำอีก  แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะจ๊ะ เพราะพอออกเรือนไปสามีก็ดันไม่สนใจอีก คงไม่ต้องบอกว่าชีวิตจะรันทดขนาดไหน ....ชะเอิงเอย~~~

ชวีชิงจวี เป็นคุณหนูใหญ่ที่พ่อไม่สนใจไม่รัก พอมีแม่ใหม่ก็โดนเขากลั่นแกล้งทำร้ายรังแก  
ชีวิตในวัยเด็กจึงนับว่าเลวร้ายสุดๆ  พอได้ออกเรือนแต่งงานก็เหมือนจะดี เพราะสามีเป็นถึงองค์ชายรองหรือตวนอ๋อง แต่เนื่องจากนางนิสัยจืดชืดไม่น่ามอง สามีเลยหมางเมินไปตามระเบียบ ... 
ชีวิตเมียหลวงในจวนอ๋องที่อยู่ท่ามกลางเหล่าอนุและเมียบ่าว จึงยากลำบากเหมือนเดิม..เฮ้ออออ                                                                       
แต่แน่นอนว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อวิญญาณของนางเอกเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ... 
นางเอกเป็นสาวยุคปัจจุบัน ความคิดความอ่านจึงทันสมัย  เธอไม่ยึดติดในตัวบุรุษหรือสามี   
ไม่เชื่อในความรักของผู้ชาย   ไม่หลงคารมหรือคำพูดหวานๆ ของพระเอก เพราะเธอมองจากการกระทำเท่านั้น  รักก็รัก  ไม่รักก็ไม่เป็นไร  ...ดีมาก็ดีตอบ  ไม่ดีก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียใจนะจ๊ะ 
....ใช้ชีวิตได้ Slow life สุดๆ 55+

พระเอก เฮ่อเหิงหรือตวนอ๋อง เป็นองค์ชายรองที่พ่อไม่ค่อยรักเท่าไร 
(แต่ก็ยังให้ความสำคัญมากกว่าพี่น้องอีก 2 คนนะ) เป็นลูกรักอันดับสอง 
เพราะลูกที่พ่อรักมากที่สุดคือน้องชายหรือองค์ชายสาม รุ่ยอ๋อง ...แต่พระเอกก็หาแคร์ไม่  
พ่อจะรักใคร โปรดใคร หรือคิดจะยกบัลลังก์ให้น้องชาย พี่แกก็ไม่สน (เพราะพี่มีแผนอยู่แล้ว55+) พระเอกเป็นคนสุขุมรอบคอบ ฉลาด เจ้าเล่ห์และอ่านยาก ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพอ่อนโยน  
ดูไร้พิษภัย แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยแผนการล้ำลึกยิ่งกว่าผู้ใด  ...

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย ควบคู่ไปกับความรักของพระ-นาง 
( เพราะเรื่องนี้ฮ่องเต้ลำเอียงรักแต่ลูกชายคนที่สาม )  โดยมีพระเอกอยู่เบื้องหลังคอยชักใย  
เสร็จแล้วก็ปล่อยให้คนอื่นๆ เขาตบตีกัน ส่วนตัวเองก็ไปคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ข้างหลัง   
ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ เรื่องของตำหนักในหรือวังหลัง ที่มาสร้างเรื่องปวดหัวให้เป็นระยะๆ  
แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่คณามือนางเอกหรอก .......    
ส่วนเรื่องความรัก จากที่อ่านเหมือนจะเป็นพระเอกนะที่เริ่มรักนางเอกก่อน    
คือตอนแรกพี่แกก็ไม่คิดว่าจะรักหรอก  ก็แค่สนใจเฉยๆ เพราะเห็นเมียดูเปลี่ยนไป แต่ก็คิดว่าไม่มีอะไร เดี๋ยวสุดท้ายตัวเองก็คงเบื่อไปเองอยู่ดี  แต่ที่นี้ไม่ใช่ไง เพราะอยู่ไปนานๆ ก็ยิ่งชอบยิ่งติด  
อนุเมียบ่าวอะไรก็ไม่ไปหาแล้ว มาหานางเอกคนเดียว  ค่อยๆ หลงรักนางเอกโดยไม่รู้ตัว   
ยิ่งหลังๆ นี่หวานมาก เพราะประกาศเลยว่าจะมีนางเอกเพียงคนเดียว   
แล้วก็จะมีลูกกับนางแค่คนเดียวเท่านั้น ตำหนักตัวเองก็ไม่กลับไปนอนแล้วจ้า ไปนอนตำหนักนางเอกคนเดียวทุกวัน ... นางเอกก็โชคดีจริงๆ ไม่แปลกที่ผู้หญิงคนอื่นๆ จะอิจฉา  
แต่งงานก็ได้สามีที่ดี รักเดียวใจเดียว  แม่สามีก็ใจดี รักถนอมลูกสะใภ้ ...
เหมือนอะไรดีๆ ก็ไปอยู่ที่นางเอกหมดอะ  ชีวิตนี้โรยด้วยกลีบกุหลาบสุดๆ 55+

อ่านจบสนุกดี ( ที่อ่านจนจบได้ก็เพราะเนื้อเรื่องนี่แหล่ะไม่งั้นวางแล้ว ฮาๆ )   
ถึงจะไม่มีจุดพีคหรือดราม่าอะไร  ถึงแม้จะเนือยๆ ไปบ้าง แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆ           
แต่การแปล ...แปลได้งงมาก (O.O;)(o,o;)  อ่านแล้วมึน คำราชาศัพท์ก็ใช้ไม่ค่อยถูก
เดี๋ยวใช้เดี๋ยวไม่ใช้
 หลายประโยคอ่านแล้วงงต้องอ่านซ้ำ 2-3 รอบ
ถึงจะเข้าใจ  รูปประโยคแปลก  
คำผิดก็เยอะ  
คำที่เชื่อมประโยคก็ไม่ค่อยมี พอเว้นวรรคทีนี่เหมือนคนละเรื่อง คนละเนื้อหาเลย ....แปลไม่โอเลย  (ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรมเรื่องนั้นเราก็ว่าแปลไม่ค่อยดี แต่อันนั้นยังอ่านได้แบบแค่สะดุดนิดหน่อย  แต่ชายาเยอะจริงๆ...ไม่ได้จับผิดนะ พยายามมองข้ามแล้วแต่มันเยอะจริงๆ ) 
ไหนจะคำเรียก สกุลเหลียง  สกุลเถียนอีก ...ตอนอ่านก็นึกว่ายกมาทั้งบ้าน เห็นเรียกมาทั้งสกุลเลย 
ซึ่งอันนี้คิดว่าน่าจะเป็นฮูหยินเหลียง / เหลียงฮูหยิน   ฮูหยินเถียน / เถียนฮูหยิน  หรือปล่าว ...
เจอยกมาทั้งบ้านแบบนี้ข่อยปวดหัวเด้อ 55+   \(‵▽′)/ \(‵▽′)/ \(‵▽′)/                                                                                                                                             


วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

เล่ห์รักทรราช


เล่ห์รักทรราช 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : อวี๋ฉิง / ผู้แปล : พริกหอม
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      ขุนนางที่ดีควรจะดูแลใส่ใจ  เข้าใจทุกข์สุขของราษฎร
" หร่วนตงกู้ "  มีปณิธานหนึ่งนั้นก็คืออยากจะเห็น  'รัชสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรือง'
อาณาประชาราษฎร์อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็น
ภายในใจของหร่วนตงกู้อันดับหนึ่งคือทุกข์สุขของราษฎร
หากทำงานหนักหนึ่งวันทำให้ราษฎรอยู่ดีมีสุขก็ยินดีกระทำ
       'เขา'  ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้า  อยู่เหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว
เป็นบุคคลที่หร่วนตงกู้เกลียดชังมากที่สุด
       'เขา'  เป็นขุนนางที่ชอบใช้อำนาจในการรังแกขุนนางที่ดี
นั่นเป็นเรื่องที่หร่วนตงกู้ยอมรับไม่ได้  จำต้องขัดขวาง 'เขา' ให้ถึงที่สุด
       ทว่าหร่วนตงกู้เองก็มีความลับหนึ่งที่ไม่สามารถให้ใครล่วงรู้ได้
ยิ่งโดยเฉพาะ 'เขา' ยิ่งล่วงรู้ไม่ได้!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
พระเอก 'ตงฟางเฟย'  ชื่อเสียงฉาวโฉ่มีแต่คนหวาดกลัว  
เป็นขุนนางในราชสำนักที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว พระเอกเป็นคนที่ฉลาดมากๆ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่แกล้งทำตัวเป็นคนดี แสดงออกให้เห็นเลยว่าตัวเองเป็นคนร้ายกาจ  
สิ่งที่พระเอกชอบคือ หลอกล่อวางแผนให้ขุนนางที่เข้ามาใหม่เผยธาตุแท้ออกมา กลายเป็นคนไม่ดีรับสินบน  และนางเอกก็เป็นหนึ่งในนั้น ...หึหึ

'หร่วนตงกู้'  นางเอกของเรื่องเป็นขุนนางที่เพิ่งเข้ามาทำงานในเมืองหลวง  
เป็นที่ถูกใจของพระเอกเพราะนางไม่รับสินบน  ยอมหักไม่ยอมงอ ตรงอย่างเดียวไม่มีอ้อม 
โง่ทึมทึบ จนพระเอกต้องหาทางกลั่นแกล้ง แรกเริ่มเปิดมานางเอกจะเกลียดพระเอกมากๆ
เพราะพระเอกมีชื่อเสียงฉาวโฉ่เป็นขุนนางที่ไม่ดี ชอบใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ไม่ชอบ  
ใช้วิธีสกปรกทำร้ายคนบริสุทธิ์  ส่วนนางเอกก็แน่นอนว่าตรงกันข้ามกับพระเอก
และด้วยความที่เป็นคนดี+เที่ยงตรงจนเกินไป จึงทำให้พระเอกต้องใช้ยาแรง
เพื่อให้นางได้เรียนรู้ 
ได้เห็นโลกของขุนนาง และเล่ห์กลทางการเมืองอย่างแท้จริง  
แม้ด้วยนิสัยเหล่านี้จะทำให้นางหวุดหวิดจะได้ไปยมโลกหลายรอบ  
แต่เพราะโชคดีที่มีพี่ชายร่วมสาบาน 2 คน คอยช่วยเหลือ คอยอยู่เคียงข้าง  
แถมยังมีพระเอกช่วยหนุน จึงทำให้นางยังมีชีวิตรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน 55+ 

นางเอกมีวรยุทธ์ที่พอใช้ได้ แต่กลับมีพละกำลังเยอะมหาศาล (ดึงต้นไม้ได้ทั้งต้นอะคิดดู) 
มีสติปัญญาในระดับปานกลาง ถึงไม่เก่งเท่ากับพี่ชาย แต่สิ่งที่โดดเด่นของนางก็คือความกล้า 
กล้าถาม กล้าทำ กล้าพูด โดยจะมีพี่ๆ คอยอยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือ  คนหนึ่งช่วยคิดวางแผน 
อีกคนคอยช่วยคุ้มกัน  ซึ่งในเรื่องนี้สิ่งที่เราชอบที่สุดก็คือ ความรักความผูกพันระหว่างนางเอกกับพี่ชายร่วมสาบาน 2 คนนี่แหละ (ชอบเวลาที่นางอยู่กับพี่ชายมากกว่าตอนอยู่กับพระเอกอีก)  
สามพี่น้องไปไหนก็ไปด้วยกัน  ขึ้นเหนือ-ลงใต้ ไปสนามรบก็หอบกันไป 
คอยเป็นแขนขาให้กัน แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่ก็ตายแทนกันได้        
( และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นางเอกได้แต่งกับพระเอก เพราะพี่ชายนางรู้ดีว่า ถ้าแต่งกับพระเอก 
นางก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์แบบนี้กับพวกเขาได้ เพราะพระเอกจะเข้าใจและยินยอม 
แต่ถ้าแต่งให้กับคนอื่นก็คงไม่ได้ ) 

เรื่องนี้สำหรับเราก็อ่านได้เรื่อยๆ  ไม่มีดราม่าอะไร  เป็นแนวการเมืองปนความรัก ...
โดยนางเอกจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชาติบ้านเมือง และราษฎรมาเป็นอันดับหนึ่ง  
ซึ่งช่วงแรกๆ นางจะค่อนข้างบุ่มบ่ามวู่วาม แบบซื่อตรงจนเกินไป กระทั่งทำให้ตัวเองและคนรอบข้างต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย  แต่หลังจากที่ได้เจอกับพระเอก นางก็จะค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัว  
ส่วนในเรื่องของความรัก นางเอกจะความรู้สึกช้า กว่าจะเข้าใจแล้วได้ลงเอยกัน 
พระเอกก็ปาเข้าไปเกือบสี่สิบแล้วล่ะมั้งน่ะ 55+
แต่เราว่ามันอาจจะดีก็ได้นะ ถ้านางไม่ต้องแต่งงาน 
แล้วใช้ชีวิตแบบนั้นกับพี่ชายตลอดไป ( มันน่าจะโอเคกับนางมากกว่านะ อย่าแต่งไปให้ลำบากคนอื่นเขาเลย 55+ ) 
เพราะด้วยนิสัยแบบนางเอก คนที่จะมาเป็นสามีนางได้เนี่ย สิ่งสำคัญคือต้องใจกว้างเอามากๆ  
ทั้งจิตใจและความคิด คือต้องเปิดกว้างและยอมรับนิสัยแบบนี้ได้ ไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่รอดแน่
(เริ่มมีความสงสารพระเอกและ 55+)... เพราะสำหรับนางชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน เรื่องอื่นๆ เอาไว้ทีหลัง. ...
ถ้าตงฟางเฟยไม่มีความอดทน  ไม่รุก ไม่เข้าหาก่อน
ชาตินี้ทั้งชาติหร่วนตงกู้ ก็คงไม่มีวันเข้าใจเรื่องความรักระหว่างชาย-หญิงแน่นอนจ้า

ปล. ชอบเล่มพิเศษมากที่สุด 55+ 



วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ล่าหัวใจมังกร 3 เล่มจบ



ล่าหัวใจมังกร 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
        ร่ำลือกันว่าในใต้หล้าไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งยิ่งกว่าเกล็ดมังกร
เสื้อเกราะที่ทำจากเกล็ดมังกรอยู่เหนือกาลเวลา  ผู้ที่สวมใส่จะกลายเป็นอมตชน
        เทียนเย่ามีนิสัยเรียบง่าย   เกลียดการแก่งแย่งชิงดี  ความผิดเดียวของเขาก็คือ
เขาเป็นมังกร ...
        ความรักลึกซึ้งที่เทียนเย่าเคยมอบให้สตรีผู้หนึ่ง  ถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง
เขาถูกนางหักกระดูก เลาะทุกเส้นเอ็น แม้แต่เกล็ดบนร่างก็ถูกถอน
เขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายโยน เกล็ดป้องหัวใจ ซึ่งเป็นเหล็กชิ้นสำคัญที่สุดในร่างทิ้งไป
ทำให้เสื้อเกราะดกล็ดมังกรของสตรีโหดเหี้ยมนางนั้น สร้างไม่สำเร็จ
        จากนั้น ... ใต้หล้านี้ก็ไม่เคยมีใครได้เห็นมังกรตัวเป็นๆอีก .....จนกระทั่งยี่สิบปีต่อมา
เมื่อหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น  พร้อมกับพลังชีวิตอันเหลือเชื่อ
ข่าวลือเรื่องมังกรที่หายสาบสูญไปนาน
ก็กระพือขึ้นมาอีกครั้ง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เรื่องของปีศาจมังกรผู้สันโดษที่มีพลังสูงส่ง เทียนเย่า ปีศาจมังกรที่เฝ้าเก็บตัวฝึกฝนบำเพ็ญเพียร สั่งสมตบะมานานนับพันปี เพื่อที่จะได้สละร่างขึ้นสู่สรวงสวรรค์ หลังจากที่เก็บตัวมาเนิ่นนาน เทียนเย่าก็ได้ตกหลุมรักหญิงสาวผู้หนึ่งที่เขาบังเอิญได้ช่วยเหลือเอาไว้  นางคือ ซูอิ่งเจินเหริน เจ้าสำนักกว่างหาน (สำนักผู้บำเพ็ญพรตเพื่อเป็นเซียน) เทียนเย่าไม่สนใจคำทัดทานของพี่น้อง ตัดสินใจสละหนทางที่จะขึ้นสู่สวรรค์ เพื่อครองคู่แต่งนางเป็นภรรยา แต่คาดไม่ถึงว่าในวันที่ต้องไปรับตัวเจ้าสาว จะกลับกลายเป็นวันที่เขาต้องเสียใจไปชั่วชีวิต... ซูอิ่งไม่เคยรักเขา นางมีคนที่รักอยู่แล้ว นางแค่ต้องการเกล็ดป้องหัวใจมังกรเพื่อให้คนรักของนางมีชีวิตเป็นอมตะ  นางจึงทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งหลอกให้เขารัก  และสุดท้ายนางก็สังหารเขาอย่างเหี้ยมโหด แยกชิ้นส่วนร่างกายออกเป็นชิ้นๆ  แม้แต่วิญญาณ ก็ยังถูกนางลงอาคมผนึกไว้ ....

นางเอก เยี่ยนหุย เป็นคนหัวดื้อ เปิดเผย ตรงไปตรงมา ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เป็นศิษย์ของสำนักเฉินซิงที่ถูกขับไล่ออกจากสำนัก ในขณะที่กำลังระเหเร่ร่อนหาเงินจับปีศาจไปเรื่อยๆ นางเอกก็พลาดท่าถูกทำร้าย และได้มาเจอกับพระเอกที่อยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดาจนๆ ที่อ่อนแอขี้โรคพอดี สำหรับพระเอก...การได้พบนางเอกนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่าง แต่สำหรับนางเอก...นี่คือจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงในชีวิต 55+

นางเอกเป็นเหมือนของขวัญที่สวรรค์เบื้องบนส่งมาให้พระเอก  เพราะมีนาง พระเอกจึงมีความหวังที่จะแก้แค้น รวมถึงตามหาชิ้นส่วนของร่างกายที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งในตอนแรกๆ พระเอกจะยังไม่เก่ง ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลังนางเอก เป็นฝ่ายที่ถูกปกป้องดูแล ...ส่วนนางเอกก็พยายามใจแข็งบอกลาอยู่หลายรอบ แต่ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องกลับมาช่วยอยู่ดี  กลายเป็นตังเมตัวติดกันไปไหนไม่ได้แล้ว  แบบว่าเธอไปไหนฉันไปด้วย  เธอหนีฉันตาม ...นางเอกก็ อึด ถึกมากกก เพราะกว่าพี่มังกรจะตามหาชิ้นส่วนครบแล้วได้ประกอบร่าง นางเอกก็สะบักสะบอม กระอักเลือดไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 55+
 
ส่วนฝ่ายธรรมมะในเรื่องก็มุ่งเน้นทำตามคำสั่งสอนมากเกินไป โดยไม่กลับมาคิดทบทวนเลยว่ามันถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า ขอแค่อีกฝ่ายเป็นปีศาจ หรือใครก็ตามที่ช่วยเหลือปีศาจ ก็เหมารวมว่าเขาไม่ดีไปซะหมด ลงมือสังหารได้ทันทีโดยไม่ต้องถามหาเหตุผล แต่ผลสุดท้ายจะยังไง ดี-ชั่วก็อยู่ที่ตัวกระทำละนะ เพราะจะนักพรตก็ดี ปีศาจก็ช่าง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีและเลวร้ายไปหมดเสมอ อย่าตัดสินคนแค่เพียงภายนอก หรือตามชาติกำเนิดสถานะเลย ...

เราชอบงานของนักเขียนท่านนี้ตั้งแต่ปฐพีไร้พ่าย ,สามชาติผูกพันแม่น้ำลืมเลือน จนมาถึงเรื่องนี้ ซึ่งในเรื่องไม่ได้มีแค่ความรักของพระเอก-นางเอก 
แต่ยังมีอีกหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นความรักของปีศาจกับนักพรต  บัณฑิตกับปีศาจจิ้งจอก หรือปีศาจกับมนุษย์ธรรมดา  มีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง ...อ่านแล้วก็เสียใจกับคู่ที่ไม่สมหวังนะ แต่ก็ยังเฉยๆ ไม่ได้เศร้าเหมือนตอนอ่านซานเซิง (อันนั้นน้ำตาซึมตอนที่ใกล้ๆ จะจบของแต่ละชาติมาก) เนื้อเรื่องสนุก แต่การแปลมันห้วนๆ ไปนิดอะ...คำลงท้ายว่า สินะกับ รึ!’เยอะ ฟังดูห้วนไปหน่อย ไม่ค่อยละมุนละไม รู้สึกเหมือนยังดึงนิสัยจุดเด่น+บุคลิกของตัวละครออกมาไม่ได้เท่าที่ควร  ความหลังของพระเอกที่ควรจะรันทด+น่าสงสาร กับหลายๆ ตอนที่ควรจะเศร้า แต่พอบรรยายออกมาแล้วเรากลับรู้สึกเฉยมากเลยอ่า T^T  (ทำม๊ายยยมันอารมณ์เดียวกันหมด)  ...( อันนี้เป็นความคิดเห็นตัวเน้อ  คนอื่นอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้   แต่ยังไงข่อยก็ยังรออ่านอีกหลายเรื่องเน้อ...สู้ๆ ) 

..........................................................................................................

" ข้าบำเพ็ญพรตกับอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก  จดจำคำสอนของผู้ฝึกวิชาเซียนได้แม่นยำ 
กำจัดปีศาจ   ไม่ทำเรื่องผิดคุณธรรม  ข้าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองทำผิดมาก่อน  แต่เมื่อได้ยินข่าวการตายของเจ้า   ข้าถึงได้ตระหนักว่า  ชีวิตนี้ข้าทำความผิดใหญ่หลวงอยู่สามเรื่อง
    หนึ่ง ... เสียใจว่าไม่ควรมุ่งหวังอยากฝึกวิชาเซียน    
    สอง ... เสียใจที่เข้าสู่สำนักเซียน  แต่กลับไม่แข็งใจสังหารเจ้าเมื่อได้พบกันเป็นครั้งแรก
    สาม ... เสียใจที่รู้อยู่แก่ใจว่าหัวใจหวั่นไหว  แต่วันนั้นกลับไม่ยอมสละชีวิต   ไม่ยอมละทิ้งคุณธรรมเพื่อปกป้องเจ้า  "
 ผูฟางที่ยืนอยู่หลังป้ายศพสะอึกสะอื้นโดยไร้เสียง
" เดิมข้าคิดว่าจะไม่ผิดต่อคุณธรรม  และไม่ผิดต่อใจจริงของตัวเองแต่บัดนี้ข้ากลับผิดต่อทั้งสองอย่าง ... "


📍ล่าหัวใจมังกร ➡️ https://s.shopee.co.th/AAAqffvOSn




วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 1


ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 1 (3เล่มจบ) / ผู้แต่ง : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
     เมื่อสาวแก่ขายไม่ออกผู้มีความรอบรู้ด้านจิตวิทยาอาชญากรในยุคปัจจุบัน
มาพบกับจอมยุทธ์ผู้สง่างามที่ภายนอกเย็นชาแต่ภายในเร่าร้อน  
เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซับซ้อนแต่ก็น่ารักและอบอุ่นจึงเปิดฉากขึ้น ....

     ซูเสี่ยวเผย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากร ถูกแม่บังคับให้ไปดูตัว
สุดท้ายไม่เจอเนื้อคู่  กลับเจอชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขาบอกเธอว่าเนื้อคู่ของเธอถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส  เดิมทีควรตายไปแล้ว
แต่ด้ายแดงที่ผูกอยู่กับเธอแน่นเกินไป จึงยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย
แต่เนื่องจากแรงกระแทกของอุบัติเหตุ ทำให้วิญญาณกระเด็นไปยังมิติคู่ขนาน
      เธอต้องตามด้ายแดงไปยังอีกมิติแล้วพาเนื้อคู่ของเธอกลับมา 
มิฉะนั้นชาตินี้และชาติต่อๆไป  เธอจะต้องอยู่โดดเดี่ยวไปจนตาย 
      ซูเสี่ยวเผยนึกว่าเธอเจอผู้ป่วยที่มีอาการหลงผิดคนหนึ่ง ทว่าเมื่อหลับแล้วตื่นขึ้นมา
กลับพบว่าเธอทะลุมิติมาเกาะอยู่บนต้นไม้  แถมใต้ต้นไม้ยังมีจอมยุทธ์รูปงาม
มองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
       พอคิดถึงคำพูดของชายคนนั้น เธอก็น้ำตาตกอยากสบถเหลือเกิน
แต่พอคำพูดมาถึงปากกลับกลายเป็น " ผู้กล้าช่วยด้วย!! "

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยลล์)
ชื่อคนเขียนคุ้นๆ ไหมจ๊ะ ..ใช่แล้วเรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องพี่น้องสกุลหลงของแจ่มใสจ้า   
(ผู้เขียน สามคราวิวาห์รัก, หงส์ฟ้อนมังกรเหินและศิลาหลอมรัก)  
เรื่องนี้จะมีทั้งยุคปัจจุบันและยุคโบราณ  เพราะนางเอกของเรื่องเป็นคนยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติไปยังยุคโบราณจ้า ..เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งร้องว่าอีกแล้วเหรอๆ เพราะเรื่องนี้นางเอกเธอไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ
แล้ววิญญาณหลุดออกไปสิงร่างคุณหนูลูกผู้ดีแต่ตกอับ 
ที่กำลังจะตายแหล่มิตายแหล่เน้อ.. 
แต่เรื่องนี้มาแปลกกว่าใครหน่อยตรงที่นางเอกเธอทะลุไปทั้งตัว 
ทั้งชุดนอนลายหมีพูห์และผมบ๊อบสั้นเลยจ้า.... อิอิ

เปิดเรื่องด้วยการที่นางเอก ซูเสี่ยวเผย นั้นถูกคนที่บ้านบังคับให้ไปดูตัวเป็นรอบที่ร้อย      
แต่ไม่ว่าจะดูไปสักกี่รอบนางก็ไม่ถูกใจใครสักคน ในขณะที่ไล่คู่ดูตัวคนล่าสุดกลับไปได้
นางก็ได้
เจอกับ เยวี่ยเหล่า (หรือผู้เฒ่าจันทรา)  เยวี่ยเหล่ามาแจ้งว่าเนื้อคู่ของนางคือ เฉิงเจียงอี้  
ซึ่งเขาเพิ่งประสบอุบัติเหตุ ยังไม่ได้สติ และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  
แต่เนื่องด้วยวิญญาณทะลุไปมิติอื่น จึงทำให้เจ้าตัวไม่ฟื้นสักที     
และทางเดียวที่จะทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ก็คือ...นางเอกต้องทะลุมิติไปช่วยพาเขากลับมา ....

นางเอกเป็นสาวสมัยใหม่มีหรือจะเชื่อ แต่พอนอนหลับตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งแล้วจริงๆ โชคดีที่นางได้มาเจอกับท่านผู้กล้านามว่า หร่านเฟยเจ๋อ  
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนทึ่มๆ ซื่อๆไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่แท้จริงกลับฉลาด เจ้าเล่ห์ 
หน้าไม่อายแถมยังหลงตัวเองเป็นที่สุด นางเอกได้รับการช่วยเหลือจากท่านผู้กล้า
และขอติดสอยห้อยตามเขาไปด้วย เพราะในโลกนี้ ในสังคมนี้ เขาคือคนเดียวที่ฟังนางพูดรู้เรื่อง 55+  ส่วนในสายตาของคนอื่นๆ นางเอกคือสาวแก่ อัปลักษณ์ (เพราะผมสั้นไม่ยาว)  
แต่งตัวประหลาดแถมพูดจาก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง...คือถ้าไม่เจอท่านผู้กล้านี่นางเอกอาจตาย ...
เอาชีวิตไม่รอดได้เลยนะ 55+  ....

จากเรื่องที่ผ่านๆ มาของนักเขียนท่านนี้ จะต้องมีเรื่องการสืบสวนคดี  
หรือหาตัวคนร้ายเข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ไม่พลาดเหมือนกัน  
แต่จะเพิ่มเรื่องการหาคนเข้าไปด้วย (ซึ่งตอนนี้ยังหาไม่เจอ  ไม่รู้ว่าใคร? อยู่ไหน? แต่คนอ่านอย่างเราๆ ก็คงพอเดาได้เนอะว่าใคร อิอิ) นางเอกแต่เดิมนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา  
เก่งในเรื่องการวิเคราะห์จิตใจของอาชญากร พอมาอยู่ในยุคโบราณนางเลยได้ใช้ความสามารถนี้หากิน  เราชอบเรื่องนี้อะ ที่เหมือนชี้ให้เราเห็นถึงปัญหาในการย้อนเวลาผ่านตัวนางเอก
เพราะสิ่งที่นางเอกเจอมันคือเรื่องจริง การย้อนเวลาไปอยู่ในยุคสมัยโบราณมันไม่ใช่ว่าพอไปถึงก็จะปรับตัวแล้วใช้ชีวิตกันได้เลย ..นางเอกเรื่องนี้พอไปถึงสิ่งที่ต้องปรับคือคำพูด  
ซึ่งพระเอกจะคอยเตือนเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ  แล้วบอกให้นางพูดแบบนี้ เพราะไอ้ที่นางพูดคนอื่นเค้าฟังไม่เข้าใจหรอก ... และก็ดีตรงที่นางไม่ได้มีอีโก้สูงหรือดึงดันจะพูดแบบยุคสมัยใหม่นะ  
นางก็พยายามปรับเปลี่ยนตามที่พระเอกสอนนั่นแหละ  
แล้วไหนจะเรื่องห้องน้ำห้องท่าที่นางเอกไม่ชอบเอามากๆ แต่ก็ต้องเข้า (กลั้นหายใจ55+)  
เรื่องการแปรงฟัน เรื่องประจำเดือน ..โอ๊ยคือมันแบบเป็นเรื่องพื้นฐานที่ส่วนมากพอย้อนเวลาไปแล้วไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง ( เพราะมันอาจจะไม่สำคัญ )  แต่เรื่องนี้กล่าวอะ ....
คือนางเอกเป็นสาวยุคปัจจุบัน  เป็น working woman ที่ทำอะไรเองได้ พึ่งพาตัวเองได้หมด
แต่พอทะลุมิติมาเนี่ย คือนางยอมรับเลยว่าตัวเองไร้ประโยชน์มาก 55+    

แถมพระเอกก็จนไม่ได้ร่ำรวย เลยต้องช่วยกันทำมาหากินนะจ๊ะ ...

ตลกมากที่นางเอกตั้งเป้าไว้ว่าหากได้เงินจากการทำงานก้อนแรก  
สิ่งแรกที่นางจะทำคือซื้อแปรงสีฟันกับอุปกรณ์อาบน้ำ  ...
คือเรื่องนี้นางเอกต้องกังวลเรื่องปากท้อง ของกินของใช้ เรื่องค่าเดินทาง  
ต้องคอยคำนวณค่าใช้จ่าย  ต้องพยายามใช้ความสามารถที่มีอยู่หาเงิน (เพื่อให้อยู่กับพระเอกได้ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่แกทิ้งเพราะไม่มีเงินเลี้ยง 55+ )  แต่นางจะออกหน้ามากก็ไม่ได้ เพราะสังคมจีนยุคโบราณผู้ชายเป็นใหญ่  เลยต้องให้พระเอกพูดแล้วออกหน้าแทน ( อีกอย่างเป็นเพราะนางพูดไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย คนอื่นฟังแล้วงง )

เรื่องนี้มีทั้งหมด 3 เล่มจบแต่ต้องรออีก 3 เดือนเพราะ 3 เดือนออก 1 เล่ม T^T   ....
พระ-นางในเรื่องฉลาด เคมีเข้ากัน  ความรักไม่ใช่แบบเห็นแล้วรักเลย  
แต่อยู่ด้วยกันไป ได้ช่วยเหลือกันมันเลยเกิดเป็นความรัก ( เหมาะกันดีเพราะสองคนนี้นิสัยประหลาดด้วยกันทั้งคู่ 55+ )  พระเอกเป็นยาจกทั้งตัวมีอยู่แค่ 15 เหรียญทองแดง  
ส่วนนางเอกก็เก่งในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญแต่ก็ไม่ได้เก่งเวอร์ แบบเก่งไปหมดทุกอย่าง  
เพราะนอกจากเรื่องวิเคราะห์หาตัวคนร้ายอย่างอื่นก็ไม่ได้เรื่อง ต้องให้พระเอกสอนหมด 55+


📍ลิขิตรักด้ายแดง 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LBZV9cmuj