วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

แม่ทัพใหญ่ผู้นี้คือสามีข้า 3 เล่มจบ

 

แม่ทัพใหญ่ผู้นี้คือสามีข้า 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้
ผู้แปล : พวงหยก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หลี่ซีฉือ เซี่ยนจู่แห่งวังกวงอ๋อง ฉากหน้านางคือเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ แต่ฉากหลังนางคือเถ้าแก่ใหญ่ที่ทำการค้าจนมีกิจการใหญ่โตไปทั่วแผ่นดิน
เหตุเพราะค่าสินบรรณาการที่ฮ่องเต้เรียกเก็บจากอ๋องศักดินาทั้งหลาย จึงทำให้นางเอกต้องอาศัยการเดินทางท่องเที่ยวบังหน้า เพื่อไปทำการค้าและหาเงินมาช่วยพี่ชายจ่ายค่าสินบรรณาการ...แต่ต่อมาพี่ชายกลับประสบอุบัติเหตุจนป่วยหนักติดเตียง จวนอ๋องเริ่มตกต่ำลง ทำให้นางถูกบ้านคู่หมั้นขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย พอพี่ชายรู้ข่าวก็โมโหหนักจนอาการทรุด แต่ก็ยังพยายามเขียนฎีกาขอให้ฮ่องเต้หาคู่แต่งงานใหม่ให้น้องสาว

ฮ่องเต้จึงพระราชทานสมรสให้นางแต่งกับ ฝูถิง ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์อุดร สามัญชนธรรมดาที่ใต้เต้าจนกลายมาเป็นแม่ทัพใหญ่แดนเหนือ
ทว่าในคืนวันแต่งงานทั้งสองคนกลับมีเหตุให้ต้องแยกจากกันไปก่อน โดยที่ยังไม่ทันได้เข้าห้องหอให้เสร็จสิ้น...จนเวลาผ่านไปเมื่อหลานชายของนางเอกผู้เป็นซื่อจื่อแห่งวังกวงอ๋องถูกคนรังแก นางเอกถึงได้ตัดสินใจพาหลานและข้ารับใช้เดินทางขึ้นสู่แดนเหนือ เพื่อไปพึ่งพิงอำนาจบารมีของสามีที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน

พระเอกเป็นแม่ทัพใหญ่แดนเหนือที่เก่งกาจและมีฝีมือในการรบ เป็นที่เคารพยำเกรงของผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นที่ขยาดหวาดกลัวของศัตรู และเป็นวีรบุรุษที่สาวน้อยใหญ่ในดินแดนเหนือต่างชื่นชมหมายปอง แต่ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังท่านแม่ทัพผู้นี้กลับยากจนและขาดแคลนเงินมากกก เพราะพี่แกเอาเงินไปทุ่มกับกองทัพ ทุ่มกับการดูแลดินแดนในปกครองของตนหมดแว้ววว...เข้าไปในจวนแม่ทัพนี่นึกว่าทะลุมาอยู่ตำหนักเย็น 55 ...
แต่สวรรค์ก็เหมือนจะรู้ว่าพี่ขาดอะไร ถึงได้ส่งสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินมาเป็นภรรยา..
พอได้มาเห็นสภาพจวนของสามี นางเอกก็เฮ้ออ เข้าผิดบ้านหริอเปล่านะ..ไม่ใช่ๆ 55
นางก็รีบสั่งให้คนไปหาซื้อเครื่องเรือนและดูแลจัดการจนบ้านน่าอยู่ขึ้นมา พอรู้ว่าสามีบาดเจ็บแต่ไม่มีตังค์ซื้อยาราคาแพงมารักษา นางก็ไปจัดการสั่งซื้อยา(ที่ร้านตัวเอง) แบบดีและแพงที่สุดมาให้  พอรู้ว่าสามีไม่มีตังค์จ่ายเบี้ยทหารหรืออยากได้ม้าก็อะจัดไป
มิติใหม่แห่งวงการนิยายจริงๆ นางเอกเรื่องนี้ ปกติเจอแต่พระเอกสายเปย์แต่อันนี้กลับกันเลย อยากได้หรือขาดเหลืออะไรน้องพร้อมเปย์ให้หมด ใจกว้าง
สายเปย์ที่แท้ทรู...

ทว่าพระเอกก็ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิดที่ต้องใช้ตังค์เมีย ชายชาติทหารผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างพี่ รับไม่ได้ที่ต้องให้สตรีมาเลี้ยงดูหรือออกตังค์ให้ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นภรรยาของตนก็เถอะ แรกๆ ทั้งสองคนจึงมีปัญหากันด้วยเรื่องนี้บ่อยมาก (หมายถึงฝ่ายพระเอกนะ) นางเอกก็อยากช่วย อยากได้ตัวและหัวใจเขา พูดง่ายๆ คืออยากให้พระเอกหลงรักอะ เพราะอยากอาศัยอำนาจความแข็งแกร่งของสามีมาช่วยค้ำจุนหลานและฟื้นฟูจวนอ๋องให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยวิธีไหน เพราะพระเอกก็ขาดอยู่เรื่องเดียวคือ เงิน ..แล้วนางก็มีแต่เงินพอดี หลังๆ พระเอกเลยต้องจำใจยอม แล้วสั่งให้ลูกน้องคอยจดจำนวนเงินที่นางเอกจ่ายออกไป วันหน้าเก็บภาษีได้เมื่อไรจะได้เอามาชดใช้คืน

แต่นอกจากจะขยันเปย์แล้ว นางเอกก็ยังอึดถึกสุดๆ อีกด้วย จะไม่อึดก็ไม่ได้เพราะต้องปกป้องหลานชายและจวนอ๋อง ต้องระหกระเหินเดินทางไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ เดี๋ยวก็ถูกจับ เดี๋ยวก็ถูกข้าศึกลักพาตัว เดี๋ยวก็ต้องตามสามีไปรบ แล้วไหนจะต้องเดินทางไปทำการค้าของตัวเองอีก พระเอกก็ใจแข็งพูดน้อย สไตล์ท่านแม่ทัพใหญ่แข็งกระด้าง พูดจาอ่อนหวานไม่เป็น แต่ก็ต้องการเป็นท้องฟ้าเป็นที่พึ่งให้เมีย หวังว่าเกิดปัญหาอะไรเมียจะบอกไม่ปิดบังแล้วเห็นตนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ สักที ส่วนเรื่องที่นางเอกจะไปทำการค้าหรือทำอะไรพี่ไม่เคยห้าม เพียงแต่อยากให้บอกกันบ้างเท่านั้นเอง .....แต่นางเอกก็ไม่กล้า เพราะไม่อยากให้คนมองว่าตนอาศัยอำนาจของสามีมาเอื้อการค้าตัวเอง กลัวพระเอกจะถูกคนใช้จุดนี้มาเล่นงาน บวกกับในสมัยโบราณคนทำการค้าถือเป็นชนชั้นต่ำมีแต่คนดูถูก แถมตัวเองยังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ฮ่องเต้ก็ยิ่งระแวงหาทางจับผิดอยู่ หากเรื่องนี้หลุดออกไปนี่ตายทั้งบ้าน...

จริงๆ เราเข้าใจนางเอกนะ เพราะตอนแรกพระเอกก็ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ปุบปับจะให้มาเผยความจริงพูดทุกอย่างเลยมันก็ไม่ใช่ ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอ ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางกันเลย นางเอกก็ต้องกลัวและระวังไปสารพัดแหละ ทั้งกลัว ทั้งห่วงว่าตนจะนำความเดือดร้อนมาให้ เพราะถ้าทำให้พระเอกเดือดร้อน มันก็ไม่ใช่แค่พระเอกไง แต่มันจะลามไปทั้งแดนเหนืออีกกี่พันกี่หมื่นชีวิต...ก็รู้แหละว่าอยากให้บอก แต่มันก็ต้องใช้เวลาอะเนอะ ...
ในช่วงเล่ม 1 กับครึ่งเล่ม 2 เราถึงได้แอบหมั่นไส้พระเอก ที่ไม่ยอมใจอ่อนกับเมียสักที
ขนาดนางเอกเปย์และยอมลงให้ก่อนขนาดนี้ พี่ก็ยังใจแข็งเป็นก้อนหินอยู่ได้...
ทว่าพออ่านไปเรื่อยๆ เราก็ชักไม่แน่ใจและว่าใครกันแน่ที่ใจแข็งกว่ากัน ...หรือจะแข็งเป็นก้อนหินด้วยกันทั้งคู่หว่า
55

ผลงานของผู้เขียน อาจารย์หญิง, ตื่นเสียทีจะไม่มีทายาทแล้ว และอีกมากมายหลายเรื่อง
ส่วนตัวคือชอบงานของนักเขียนท่านนี้อยู่แล้ว(มีครบ) เพราะนอกจากจะเขียนเรื่องของตัวพระ-นางได้สนุกแล้ว ตัวละครอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็ยังมีสีสันน่าสนใจ เกลี่ยบทได้ดี ไม่ว่าจะเป็นตัวหลานชาย หรือลูกน้องคนสนิทของพระเอก

เป็นอีกเรื่องที่สนุก เป็น 3 เล่มที่อ่านแล้วไม่ผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศึกสงครามการเมืองและความรัก เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับสงครามการสู้รบระหว่างแดนเหนือกับชนเผ่านอกด่านชาวทูเจวี๋ย ที่เป็นไม้เบือไม้เมากันมานาน พระเอกเป็นแม่ทัพที่พวกชาวทูเจวี๋ยทั้งเกลียดทั้งกลัว เพราะล้มไม่ได้สักที เมื่อล้มพระเอกไม่ได้แดนเหนือที่เป็นปราการก็ไม่อาจพังทลาย จงหยวนก็ยังคงอยู่...แต่ทั้งที่ทำเพื่อแผ่นดินขนาดนี้ ฝั่งราชสำนักกลับไม่เคยมาสนใจหรือเหลียวแลเลย...เพราะขอแค่ยังป้องกันศัตรูเอาไว้ได้ ต่อให้แดนเหนือจะยากจนข้นแค้นลำบากแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ยังดีกว่าปล่อยให้แข็งแกร่งมั่งคั่งแล้วกลายมาเป็นภัยต่อราชสำนักในวันข้างหน้า...พออ่านเจอประโยคนี้แล้วเจ็บจี๊ดเลยอะ แบบนี้สินะพระเอกถึงได้ไม่มีตังค์ เพราะพี่ต้องออกเงินเอง หากอยากให้แดนเหนือกลับมาเจริญรุ่งเรืองและชาวบ้านไม่อดอยากอีกต่อไป

ทว่านอกจากศึกนอกก็ยังมีศึกใน ที่เป็นสาเหตุให้นางเอกตัดสินใจตัดขาดกับพระเอกและลูก เพราะฝ่ายตรงข้ามอยู่สูงเหลือเกินนน เลยไม่อยากทำให้พระเอกเดือดร้อน
แต่พอพระเอกรู้ว่าเมียคิดจะตัดขาดก็ไม่ยอม รีบขี่ม้าตามไปคาดคั้นทันที ...
ทีแรกก็นึกว่าพระเอกจะต้องไม่ปล่อยให้นางเอกไป แต่ผิดคาด
!!...พี่แกปล่อยจ้า
พระเอกเรื่องนี้ไม่ได้คลั่งรักแบบไม่ลืมหูลืมตา อย่างรอบแรกที่นางเอกถอดใจเพราะพยายามเท่าไรพระเอกก็ไม่อ่อนลงสักที เลยตัดสินใจเก็บของเตรียมกับบ้านเดิม พอพระเอกรู้ก็ตามมาพูดคุยและ
xx*&*%#  แล้วสุดท้ายก็ปล่อยให้นางเอกเลือกเองว่าจะอยู่หรือไป
เหมือนพอพูดในส่วนของตัวเองจบ พี่ก็จะปล่อยให้อีกฝ่ายไปคิดทบทวนเอาเองอะ
ไม่บังคับ ไม่ฝืน แต่ถามว่ารักไหม รักนะ รักมากกก แต่ไม่ได้รักแบบไม่ลืมหูลืมตาไม่สนใจอะไร  พี่เขารักแบบมีสติอะ แบบข้าก็มีศักดิ์ศรีนะ ทำถึงขนาดนี้แล้วที่เหลือเจ้าก็เอาไปคิดเองแล้วกัน...

ยิ่งเล่มสามนี่มีทั้งศึกนอกศึกใน เพราะมีคนด้านในประสานพาศัตรูเข้ามา พระเอกเลยต้องลงมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองในราชสำนักอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลานชายของนางเอกก็ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อเลือกทางเดินในชีวิตของตนเอง..
นักเขียนคือเขียนเก่งอะ ผูกปมดี ไม่หนักมากแต่ก็ไม่เบา ทั้งเบื้องหลังและอดีตของตัวละคร ทั้งเรื่องแผนการต่างๆ รวมถึงฉากการสู้รบ ที่มาที่ไปของแต่ละเรื่องซึ่งสุดท้ายก็มาบรรจบอยู่ที่สาเหตุเดียวกันคือ..เพื่อปกป้องราชอำนาจ ..ซึ่งสุดท้ายคนต้นเรื่องก็ได้รับผลกรรมอย่างสาสมล่ะนะ (รึเปล่า)
 

ส่วนพาร์ทความรักก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งความรักของพระ-นาง ความรักความผูกพันระหว่างอา-หลาน แต่ช่วงแรกก็อาจจะหวานๆ ขมๆ หน่อย เพราะในตอนต้นดูเหมือนจะมีแต่นางเอกที่เป็นฝ่ายทุ่มและตามรุกอยู่คนเดียว แต่พอเอาเข้าจริง...สุดท้ายคนที่ยังไม่ยอดเปิดใจอย่างแท้จริงกลับไม่ใช่พระเอกเลยนะ 55 'เจ้าอยากได้สิ่งนี้มิใช่หรือ ฝูถิงคนนี้เหมือนหลอมจากเหล็กทั้งตัว มีแต่หัวใจเท่านั้นที่อ่อน อยากได้ก็มาเอาไปสิ'
และก็มี nc ที่ถึงจะบรรยายแบบตัดเข้าโคมแต่ก็ทำให้ใจเต้นได้ ภาษาสวยแปลดี  
ไม่ต้องชัดเจนแต่ก็ทำให้เรารู้สึกใจเต้นตาม...โดยเฉพาะหุ่นพระเอกนี่ต้องแซบแน่นอนชิมิ
เห็นนางเอกชอบลูบแถมยังบรรยายบ่อยๆ ว่าหนั่นแน่น...อิอิ


📍แม่ทัพใหญ่ผู้นี้คือสามีข้า 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8Khf3t80Ys




วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เทพธิดาขนมหวาน 4 เล่มจบ

 


เทพธิดาขนมหวาน 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : 
米可麻
ผู้แปล : อวี้หลันฮัว
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เถียนนี เป็นเชฟขนมหวานที่กำลังจะมีร้านเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่ทันได้เปิดก็ดันสะดุดล้มแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ เถียนเอ้อร์ยา  เด็กสาวสมองเลอะเลือนของบ้านสกุลเถียนที่แสนจะยากจนข้นแค้นเข้าซะก่อน เหตุเพราะบิดาผู้แสนเก่งกาจของร่างนี้มาด่วนจากไป อีกทั้งมารดาก็ยังอ่อนแอไม่สู้คน จึงทำให้สองแม่ลูกถูกญาติพี่น้องรังแก ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกหลอกเอาที่ดินทำกินไป...แต่เมื่อหญิงสาวสมัยใหม่จากโลกอนาคตได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ อะไรๆ ก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะเธอจะไม่มีวันยอมอยู่เฉยๆ ให้ใครมารังแกหรือต้องทนกัดก้อนเกลือกินเป็นอันขาด ทุกสิ่งที่ถูกแย่งชิงไปเธอจะเป็นคนเอามันกลับคืนมาเอง...

พระเอกเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กที่โตมาด้วยกันกับเจ้าของร่างเก่า เป็นเด็กกำพร้าที่บ้านสกุลอู๋รับเลี้ยงมา แต่เพราะพูดไม่ได้ จึงทำให้ถูกส่งตัวมาอยู่ที่ชนบทแทน เป็นคนที่คอยช่วยเหลือแนะนำนางเอก เวลาไปไหนหรือไปทำอะไรพี่ก็ตามไปช่วย คอยอยู่ข้างๆ ถึงจะพูดไม่ได้แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารระหว่างทั้งสองคนแต่อย่างใด

เป็นแนวปลูกผักทำสวน ทำอาหาร ทำขนม ทำชา ทำสบู่ บลาๆ มากมายสารพัด นางเอกหัวการค้ามีความคิดใหม่ๆ ผุดออกมาอยู่ตลอดเวลา เป็นคนใจกล้า สู้คน แม้ชีวิตใหม่จะลำบากยากจนแต่นางก็สู้ สู้เพื่อตัวเอง เพื่อแม่ของเจ้าของร่างนี้จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ต้องอดอยากหรือถูกใครรังแกอีกต่อไป เริ่มตั้งแต่ไปไฟท์ทวงที่ดินทำกินของบ้านคืน ต่อจากนั้นก็ปลูกพืชสมุนไพร ปลูกผัก ทำสวนท้อต่อจากพ่อ(เจ้าของร่างนี้)ที่ตายจากไป แล้วก็เริ่มขยับขยายมองหาช่องทางทำธุรกิจใหม่ๆ อย่างเช่นขายน้ำชา ขณะที่ขายก็โฆษณาประชาสัมพันธ์งานเฉลิมฉลองลูกท้อที่สวนของตัวเองไปด้วย เอาแนวคิดจากยุคปัจจุบันมาปรับใช้ แทนที่จะจ้างรถขนไปขายในเมืองเหมือนคนอื่นๆ ก็จัดงานเทศกาลลูกท้อของตัวเองให้คนมาเยี่ยม มากินที่สวนมันซะเลย จะได้ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง ไม่ต้องกังวลว่าผลไม้จะเสียหายระหว่างทาง ได้ทั้งค่าเข้างาน-ค่ากิน วินวิน

แต่ๆๆ ยังไม่พอ เพราะนางเอกคือเชฟขนมหวานที่มาจากโลกอนาคต ดังนั้นความฝันของเธอจึงไม่อาจหยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะด้วยฝีมือในการทำอาหาร ทำขนมและความรู้ต่างๆ ที่ติดตัวมา จึงทำให้นางดึงดูดผู้คนและยังสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปเจรจาทำการค้ากับคนอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาขอเช่าที่ปลูกสมุนไพร ขอซื้อเนื้อสัตว์ และขอส่งขนมไปวางขายในร้านขนมชื่อดังอันดับหนึ่งของเมือง ไม่ว่าอะไรก็ล้วนสำเร็จ จากเด็กสาวสติเลอะเลือนในวันวานที่ใครๆ ต่างดูถูกรังแก ก็เปลี่ยนกลายมาเป็นฉลาดเฉลียว เฉียบคม เต็มไปด้วยความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ (ก็เอามาจากยุคปัจจุบันนั่นแหละ) ได้ผูกสัมพันธ์รู้จักกับผู้คนมากมาย ค่อยๆ มีชื่อเสียงและทำให้ผู้คนต้องจดจำ

ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้นางเอกเด่น ดังนั้นบทของพระเอกจึงอาจจะแลดูจืดจางไปบ้าง ทั้งยังต้องอยู่ในกรอบของท่านอาที่เลี้ยงดูมาบวกกับเรื่องชาติกำเนิดที่ดูมีซัมติง จึงทำให้พระเอกทำอะไรตามใจชอบไม่ค่อยได้ จะไปไหนก็ต้องกลับมากินข้าวที่บ้านให้ตรงเวลา ต้องยึดท่านอาเป็นหลัก พระเอกจึงไม่มีอิสระเท่าที่ควร ส่วนใหญ่เวลามีปัญหานางเอกก็จะจัดการลุยเอง พึ่งลำแข้งของตัวเองเลย ส่วนพระเอกก็คล้ายกับเป็นผู้ช่วยที่คอยให้การชี้แนะสนับสนุนมากกว่า หรือไม่ก็โผล่มาในตอนที่สถานการณ์วิกฤต 

เพราะกว่าพี่แกจะได้ปล่อยของแสดงพลังออกมาจริงๆ ก็เล่มสุดท้ายเลย พอไม่ต้องทนปิดบังอะไรแล้ว พระเอกถึงสามารถแสดงความเป็นตัวเองและปกป้องนางเอกได้อย่างแท้จริงสักที...จะว่าไปพระเอกก็น่าสงสารนะ ทั้งต้องปกปิดชาติกำเนิด มีบ้านแต่ไม่อาจกลับ ต้องแสร้งทำเป็นใบ้ ต้องใช้ชีวิตตามใจคนอื่น เขาอยากให้สอบเป็นขุนนางก็ต้องสอบ ต้องเรียนต้องอ่านหนังสือ แต่จู่ๆ มาวันหนึ่งบอกว่าไม่ต้องสอบแล้ว ก็แค่เนี่ยง่ายๆ ...อยากให้กลับเข้าตระกูลก็ต้องไป ...ดีนะที่โตมาแบบไม่เก็บกด ยังเป็นคนจิตใจดีอยู่

อุปสรรคความวุ่นวายในเรื่องและปัญหาของนางเอกส่วนใหญ่ก็มาจากคนรอบข้าง หรือไม่ก็ญาติตัวเองนี่แหละ เป็นมาตั้งแต่รุ่นพ่อและ แบบเห็นบ้านนางเอกได้ดีกว่าไม่ได้ พอเห็นเขาได้ดีก็อิจฉาริษยาอยากจะกำจัด จะทำอะไรก็ต้องหาทางเอารัดเอาเปรียบ โลภมากอยากได้ของเขา คนรอบข้างก็กลัวไม่มีใครกล้าพูดหรือช่วย คือถ้านางเอกไม่ทะลุมิติมานะ จบสิ้นแน่นอนบ้านเจ้าของร่างเดิมเนี่ย พอพ่อนางเอกตายก็มาหลอกฮุบเอาที่ดินไป พอเห็นนางเอกหายดีกลายเป็นคนฉลาดก็คิดจะใช้ความเป็นผู้อาวุโสส่งนางแต่งงานไปอยู่ที่อื่น เพื่อจะได้เอากิจการทุกอย่างของนางเอกมาเป็นของตน แต่มีหรือนางเอกจะยอม...

จริงๆ เรื่องนี้สเกลเล็กนะ แต่พออ่านแล้วกลับมีเรื่องราวอะไรไม่รู้เยอะมาก 55 ทั้งที่เรื่องก็ดำเนินอยู่แค่ในชนบทกับในตัวเมืองเล็กๆ พระ-นางก็เป็นคนธรรมดา พระเอกเป็นลูกของตระกูลที่รวยที่สุดของเมืองนี้ เป็นตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำหมึก (เป็นหมึกที่ฮ่องเต้ใช้) นายหญิงของตระกูลก็เป็นลูกสาวขุนนางจากเมืองหลวง จึงทำให้ตระกูลนี้ยิ่งเป็นที่นับหน้าถือตา ผู้คนในเมืองรวมถึงนายอำเภอล้วนให้ความเคารพยำเกรง...ซึ่งบอสใหญ่ของเรื่องก็คือนายหญิงใหญ่ของตระกูลนี้นี่แหละ ใหญ่จริงๆ ไม่มีใครกล้าหือ ขนาดนายอำเภอยังต้องเกรงใจ พระเอกยังต้องถูกส่งไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากเกรงว่าจะถูกนาง(ซึ่งเป็นเมียเอกพ่อ) ฆ่าเหมือนลูกอนุคนอื่นๆ เพราะนางเล่นกำจัดลูกอนุของสามีในบ้านซะเกลี้ยง จนสุดท้ายตระกูลไม่มีผู้สืบทอดแล้วถึงได้ยอมให้คนพาพระเอกกลับมา... เหอๆ ๆ

นางเอกก็งานเข้าเยอะ มีแต่คนมาหาเรื่องจนแทบจะจบเล่มเลย กิจการก็ต้องสร้าง งานอย่างอื่นก็ต้องทำ เราก็รอดูว่าเมื่อไรนางจะเปิดร้านสำเร็จ ลุ้นว่าเมื่อไรจะได้เปิดร้านสักที รอมาตั้งแต่เริ่มแสดงฝีมือทำของกิน เริ่มไปติดต่อเจรจาทำนั่นนู่นนี่ แล้วก็วนเวียนแบบนี้ สรุปได้เปิดท้ายเล่มเกือบจบเลยจ้า... หลักๆ ก็วนๆ กับการทำอาหาร คิดสร้างธุรกิจใหม่ แล้วเดี๋ยวก็มีคนมาหาเรื่อง แล้วก็ทำอาหาร วนลูปอยู่แบบนี้แหละจนจบเรื่อง ส่วนอาหารก็มีทั้งของคาวของหวาน อย่างเช่นสเต็ก แซนวิช เค้ก ขนมปัง และอีกมากมาย ทั้งชื่ออาหาร ส่วนผสม ขั้นตอนการทำ วิธีดูแลพืชผักสมุนไพร จัดเต็มประหนึ่งคู่มือ  ...เสียดายตั้ง 4 เล่มแต่เนื้อเรื่องเหมือนวนไปวนมาไม่มีจุดพีคอะไรเลย กิจการร้านของนางเอกกว่าจะได้เปิดจริงก็ท้ายๆ แล้ว สรุปรวบยอดภายในไม่กี่หน้าว่าต่อมานางได้เปิดร้านอะไรแล้วร่วมมือกับใครอีกบ้าง ....

พาร์ทความรักก็เรื่อยๆ น่ารักดี พระ-นางมีใจให้กันมาตั้งแต่ต้นๆ แล้ว พระเอกสายอบอุ่นอ่อนโยน พูดน้อย (ที่พูดไม่ได้...เพราะเหตุผลบางอย่าง) ทว่าถึงจะพูดไม่ได้แต่ทั้งสองคนก็คุยกันรู้เรื่องนะ เขาสื่อสารกันด้วยภาษามือ ภาษาใจและใช้สายตาบอกกล่าว..อิอิ  พระ-นางต่างก็มีปัญหา(ทางบ้าน) ของตัวเองที่ต้องไปจัดการแก้ไข แต่ทั้งคู่ก็เป็นเซฟโซนคอยให้กำลังใจกันและกัน เชื่อใจกัน ถึงบางครั้งจะมีเหตุให้ต้องแยกจากโดยไม่ได้บอกก็ไม่มีใครโกรธใคร ไม่มีปัญหาอะไรเพราะต่างเข้าใจกันดีว่าอีกฝ่ายกำลังเผชิญกับสิ่งใด

แม้ตอนแรกท่านอาของพระเอกจะไม่เห็นด้วยถ้านางเอกจะมาเป็นลูกสะใภ้ คอยบอกเป็นนัยๆ ว่านางเอกคุณสมบัติฐานะไม่เหมาะสมนะ แต่นางเอกก็ชิวๆ ไม่สน เพราะเรื่องหาเงินต้องมาก่อนความรัก ที่เหลือก็แล้วแต่โชคชะตาละกัน สมกับที่เป็นสาวแกร่งที่มาจากยุคสมัยใหม่จริงๆ ส่วนแม่นางเอกจากที่กลัวไปซะทุกเรื่อง แต่พอเป็นเรื่องความรักของลูก คุณแม่ก็สู้ตาย ให้การสนับสนุนเต็มที่ เชียร์สุดใจ...ส่วน nc ไม่มีจ้า ใสมากกก แค่จับมือสบตากันก็หน้าแดงแว้วว 

ป.ล. การแปลส่วนตัวอ่านแล้วรู้สึกว่ายังไม่ค่อยลื่น ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆ ของสนพ.นี้ที่เคยอ่านมาก่อนหน้า เราว่าเรื่องนี้ดรอปลงนะ แล้วก็มีคำผิดอยู่นิดหน่อยประมาณ 2-3 จุด ...(แต่ก็สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้เน้อ)


📍เทพธิดาขนมหวาน 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2B71ikHuEd



วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เล่ห์รักประมุขพรรคมาร 3 เล่มจบ

 

เล่ห์รักประมุขพรรคมาร 3 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : หนานเฟิงเกอ
ผู้แปล : เจ้าเจิน
วาดปก : 
山魂 (Shan Hun)
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก จวินซูอิ่ง ทูตฝ่ายซ้ายของพรรคมาร นิสัยเย็นชา โหดเหี้ยมอำมหิต ไม่เคยเชื่อใจผู้ใด มีความทะเยอทะยานสูงและหลงใหลในวิชายุทธ์ อยากเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ได้ตำแหน่งประมุขพรรคมารมาด้วยการสังหารประมุขคนเก่า

พระเอก ฉู่เฟยหยาง ศิษย์ดีเด่นแห่งสำนักกระบี่ชิงเฟิง ขวัญใจชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะ เก่งกาจ หล่อเหลา มากความสามารถ วรยุทธ์สูงเป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพ เป็นคนดีศรีสังคม และเป็นบุรุษที่ทำให้หัวใจของสาวน้อยใหญ่ต้องสั่นไหว...

หลังจากที่นายเอกขึ้นเป็นประมุขพรรคมารได้ไม่นาน พระเอกก็ส่งสารมาท้าประลอง (แบบเป็นคนดีอะเนาะ ไม่ชอบการลอบทำร้าย จะไปจัดการใครพี่ก็ต้องส่งจดมายไปแจ้งขอท้าดวลก่อน) พอสู้กันปรากฏว่านายเอกแพ้ได้รับบาดเจ็บกลับมา แต่ขณะที่รักษาตัวก็ดันเจอคนบุกมาที่พรรคและถูกอดีตทูตฝ่ายขวาของพรรคมารยัดยาอะไรไม่รู้เข้าปาก ...นายเอกก็เลยต้องหลบไปพักรักษาตัวที่บ่อน้ำพุร้อนของพรรคที่มีสรรพคุณในการรักษา ...แต่บทคนมันจะซวยขนาดกินน้ำเย็นก็ยังติดฟัน เพราะขนาดหลบมาถึงสถานที่ไกลหูไกลตาก็ยังไม่วายมาเจอกับพระเอกที่ถูกพิษ(ยากำหนัด)เข้าพอดีอีก...เวงงงง
พระเอกที่ไม่ได้สติ
Xนายเอกที่ได้รับบาดเจ็บ นายเอกก็พยายามขัดขืนสูดสุดใจแล้วนะ
แต่ยังไงก็สู้พระเอกไม่ไหวเลยต้องกล้ำกลืนฝืนใจปล่อยเลยตามเลย หลังจากนั้นทั้งสองคนก็
xxx%%##**~~ ...

ชีวิตนายเอกในเล่มแรกนี่ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ พอมีอะไรกันถึงได้รู้ว่ายาที่ตนกินเข้าไปมันก็คือยาที่ช่วยทำให้บุรุษตั้งครรภ์ได้...OMG! นอกจากจะถูกหยามเกียรติ ต้องตั้งครรภ์โดยไม่เต็มใจ กำลังภายในที่ฝึกฝนมานานหลายปีก็ยังถูกทารกในท้องสูบเอาๆ ไปจนเกือบหมดอีกด้วย...แถมยังถูกคนฉวยโอกาสบุกมาชิงตำแหน่งประมุขพรรคไปในตอนที่กำลังบาดเจ็บ จนต้องหนีตายและถูกคุมขัง พอถูกปล่อยตัวก็ถูกวางยาพิษ ต้องไปทำงานให้อีกฝ่ายเพื่อแลกกับยาถอน นายเอกก็แบกท้องโตๆ แบบที่กำลังภายในเดี๋ยวมีเดี๋ยวหายไปหาของทั้งๆ แบบนั้น...แล้วก็บังเอิญไปเจอกับอิตาพระเอกที่มาทำงานที่นั่นพอดี....พระเอกก็ไม่รู้ว่านายเอกตั้งท้องลูกตัวเอง มารู้ตอนที่นายเอกบุกเข้ามาหาของในบ้านที่ตนกำลังคุ้มกัน แล้วนายเอกก็บอกเรื่องนี้เพื่อแลกกับการให้พระเอกปล่อยตัว...
จากนั้นพี่ก็ตามติดคอยตามดูแลไม่ห่าง จากที่คิดว่าทำไปเพื่อรับผิดชอบจะรอให้เด็กคลอด ก็เริ่มคาดหวังว่าอยากอยู่ด้วยกันแบบเป็นครอบครัวจริงๆ แต่ปัญหาคือพระ-นายอยู่คนละฝั่ง แล้วนายเอกก็สนแต่เรื่องกำลังภายในกับวรยุทธ์ และอยากควบคุมยุทธภพเท่านั้นนี่สิ ...

พอคลอดเสร็จอยู่ด้วยกันไม่นาน นายเอกก็หอบลูกหนีไปทำตามฝัน (ครอบครองยุทธภพจงหยวน) พระเอกก็เดาออกว่านายเอกจะไปไหน พี่ก็ตามไปรอดักที่งาน ไปถึงก็เจอกับอาจารย์ตัวเอง อาจารย์ก็โกรธที่พระเอกทรยศไม่ยอมฆ่านายเอก จะตัดขาดและไล่พระเอกออกจากสำนัก แต่พระเอกก็ไม่โกรธรู้ว่าตัวเองผิด แต่ไม่อาจบอกเหตุผลจริงๆ ได้ (ว่าเขาเป็นภรรยาผม55) จึงได้แต่ทำหน้าหนาเกาะติดอาจารย์...แล้วนายเอกก็โผล่มาตามคาด ทั้งยังวางยาคนที่มาร่วมงาน แล้วสั่งให้ลูกน้องจับทุกคนไปคุมขังเพื่อบีบให้ยอมสยบ...
เล่มแรกส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของพระ-นาย การไล่ตามจีบพิชิตใจเมียของพระเอก ว่าต้องทำอย่างไรคนเขาถึงจะยอมอยู่ข้างกายแต่โดยดีและโดยสมัครใจ...

เล่ม 2-3 เป็นเหมือนการผจญภัยครั้งใหม่ หลังจากที่พระ-นายมีลูกและอยู่ด้วยกันแล้ว ล่ม 2 เป็นการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเกาะเพื่อหาสมบัติ เริ่มจากมีคนจากสำนักหนึ่งมาตามหาอาวุธของพรรคที่ถูกขโมยไป แล้วพระเอกก็ถูกไหว้วานให้เดินทางไปหาสมบัติตามแผนที่กับเขา ระหว่างทางก็เต็มไปด้วยปริศนาและข้อสงสัยมากมาย

ซึ่งเล่มนี้จะบอกความลับและที่มาที่ไปของสำนักของอาจารย์พระเอก ว่าเหตุใดสำนักเก่าของอาจารย์ถึงล่มสลายในชั่วข้ามคืน และทำไมพระเอกถึงถูกอาจารย์อาหญิง (ศิษย์น้องของอาจารย์) ตามไล่ล่าในช่วงท้ายเล่มแรก ...และเราจะได้เห็นว่านายเอกก็รักพระเอกมากขนาดไหน ถึงจะปากร้าย เย็นชา โมโหง่าย แต่ยามที่พระเอกเกิดเรื่อง คนแรกที่พุ่งออกไปโดยไม่สนใจความเป็นความตายก็คือนายเอกนี่แหละ...

ส่วนเล่ม 3 เรื่องมันเกิดเพราะจู่ๆ ก็มีสำนักหนึ่งที่ชื่อว่าหมู่ตึกอู๋จี๋ สำนักอะไรไม่รู้แต่จู่ๆ ก็เฟื่องฟูขึ้นมาภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี แล้วก็เที่ยวไปบีบให้สำนักอื่นเข้ามาเป็นพวก โดยคนที่เข้าไปก็จะได้เคล็ดวิชายุทธ์ที่หายสาบสูญเป็นของตอบแทน พร้อมกับกำลังภายในที่เพิ่มขึ้นสูงในชั่วข้ามคืน แต่เพราะมีวิธีการที่แปลกประหลาดและโหดเหี้ยมเกินไป ยุทธภพจึงไม่อาจนิ่งดูดาย พระ-นายและคนอื่นๆ จึงต้องเดินทางไปตรวจสอบ

เล่มนี้บุกป่าฝ่าดงข้ามเขา ฝ่ากลไกเจอค่ายกล เพื่อไปถอนรากถอนโคนหมู่ตึกอู๋จี๋และช่วยชนเผ่าพิเศษที่ปรมาจารย์อดีตประมุขพรรคของพระเอกเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อปกป้อง ในเล่มสองตอนเฉลยปมที่กระทำเรายังมีความรู้สึกสงสารคนที่ทำผิด เพราะอีกฝ่ายยังมีสำนึกกลับตัวกลับใจ มีเหตุผลที่รับได้โอเค แต่เล่มสุดท้ายนี่สงสารไม่ค่อยจะลง บ้ามากก เพราะความเข้าใจผิดตัวเดียว แต่เข้าใจผิดแล้วทำไมถึงเอาไปลงกับคนอื่นล่ะป้าาาาา  สงสารเผ่าเหลียนซานมาก จิตใจดีชอบช่วยเหลือคนแต่ได้อะไรตอบแทนเนี่ย อ่านแล้วปวดใจ....

คือชนเผ่าเหลียนซานเนี่ย เป็นชนเผ่าที่มีร่างกายพิเศษแต่กลับจิตใจดี ใสซื่อบริสุทธิ์ และไม่มีความสามารถในการปกป้องตัวเอง มีแต่ความสามารถในการรักษา เลยมีคนมาสร้างค่ายกลเพื่อปกป้องชนเผ่านี้จากคนภายนอกเอาไว้ ...แต่สุดท้ายด้วยความใจดีของคนในเผ่าจึงทำให้ภัยมาเยือน  คนในเผ่าต้องกลายเป็นทาสและถูกวางยาพิษ แต่โดนถึงขนาดนี้แล้วก็ยังไม่มีใจโกรธแค้น ได้แต่ยอมรับชะตากรรมเท่านั้นเอง น่าสงสารมากกก
ชอบที่พระเอกพูดว่า ....ถึงอดีตตัวเองจะเคยลำบากหรือถูกทำร้ายยังไง แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะไปทำร้ายคนอื่นนะจ๊ะ...ข่อยก็นึกว่าจะสำนึกผิดกลับใจได้บ้าง นี่แม่งไปให้สุดจริงๆ ยันนาทีสุดท้าย เป็นเล่มที่มันมาก ครบรสจริงๆ....

ความจริงพระเอกนี่เป็นความหวังของหมู่บ้านเลยนะ เจอเรื่องหนักๆ สถานการณ์เสี่ยงตายแค่ไหน ขอแค่พกพระเอกไว้ก็อุ่นใจค่ะ สมกับที่เป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าทั้งยังสามารถกำราบอดีตประมุขพรรคมารอย่างนายเอกได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนตัวซวยที่คอยนำแต่เรื่องมาให้อะิ 55 หากไม่เป็นเพราะเรื่องที่มีวรยุทธ+กำลังภายในสูง มีความเฟรนลี่เป็นคนดีของสังคม (คนต้องมาขอให้ช่วย) ก็เป็นเพราะเสน่ห์ของพี่แกที่โปรยออกไปแบบไม่รู้ตัวนี่แหละ ที่เป็นตัวเรียกปัญหาเข้ามา จริงๆ ก็เสน่ห์แรงทั้งพระ-นายแหละ ตกได้หมดทั้งชาย-หญิง เพียงแต่ฝั่งพระเอกนี่จะแรงกว่าหน่อย เพราะฝั่งที่มาแอบชอบจะเปิดตัวแรง ตามรักตามแค้นแสดงออกแบบไม่ปิดบัง ส่วนของนายเอกจะมาแนวแอบรักเงียบๆ อยากปกป้อง ไม่กระโตกกระตาก ไม่ทำอะไรวุ่นวาย เลยไม่มีปัญหาอะไรไง....

อ่านจบแล้วส่วนตัวชอบเล่ม 3 ที่สุด ครบรสดี ถ้าเรียงลำดับความชอบคือ 3>2>1
เราว่ามันจะค่อยๆ สนุกและลุ้นขึ้นเรื่อยๆ อะนะ เล่มสุดท้ายอะพีคสุดและ
มีหลายเรื่องให้ลุ้น ทั้งเรื่องค่ายกล พิษประหลาด ชนเผ่าพิเศษ และใดๆ คือเล่มนี้ตัวละครเก่าๆ ออกมามีบทกันเกือบครบ ทั้งชิงหลาง-เยียนฉี ซิ่นอวิ๋นเซิน-เกาฟั่ง และก็บรรดาลูกๆ ของพระ-นายกับคู่อื่นๆ ก็มา ได้เห็นความน่ารักและพัฒนาการของก้อนหินน้อยฉีเอ๋อร์-หลินเอ๋อร์ ว่าโตแล้วเป็นยังไงกันบ้าง (คนโตเจ้าเล่ห์+แสบ คนเล็กสุขุม+เชื่อถือได้ (นิสัยเหมือนพ่อ)...)

ส่วนพาร์ตความรักก็คือหวานเรียกพี่แหละจ้า เล่มแรกนี่ตีกันเกือบตาย หลังจากพระเอกรู้ใจตัวเองก็ต้องเป็นฝ่ายหาทางพิชิตใจยอดเขาเอเวอเรสต์ เอ้ย! นายเอกก่อน พอเล่ม 2-3 พระเอกก็สามีแห่งชาติเลยจ้า ระดับความคลั่งรักสูงมาก ทั้งๆ ที่นายเอกนี่เย็นชา หยิ่งๆ เชิดๆ ฉุนเฉียวง่าย พูดจาไม่ไว้หน้าใคร แต่พระเอกก็รับไหวได้หมด ไม่เคยโมโห มีแต่ความใจกว้างแบบไม่มีที่สิ้นสุดมอบให้เสมอ ว่าอะไรมาก็ยิ้มตอบหยอกกลับ ส่วนนายเอกนานวันก็เริ่มชินกับความหน้าไม่อายและหน้าหนาของสามี จนค่อยๆ ตกหล่มความเอาใจใส่ และยอมอยู่ภายใต้ปีกของพระเอกโดยไม่รู้ตัว พระเอกก็กระเทาะเปลือกนายเอกไปเรื่อยๆ จนทำให้คนเขาวางใจและคุ้นเคยจนขาดตัวเองไม่ได้ จากที่ไม่เคยหลบอยู่หลังใคร ก็ยอมหลบอยู่ข้างหลังพระเอกคนเดียว

ป.ล. nc ไม่ตัดเข้าโคม มีทั้งในห้องและนอกสถานที่ ในถ้ำและในน้ำ55
ป.ล. สรุปได้กินยามีลูกกันหมดทั้งคู่หลัก-คู่รอง เห็นว่าคู่ศิษย์น้องพระเอกก็มีเล่มแยกเหมือนกันนะ แอบสนใจ เพราะตอนแรกเปิดมาเห็นใสซื่อเหมือนน้องจะไม่ค่อยเก่ง แต่ตอนเล่ม 1 มีช่วงนึงที่ลูกน้องนายเอกค้นพบว่ากำลังภายในศิษย์น้องของพระเอกไม่ธรรมดา เราเลยเริ่มเอ๊ะๆ อยากเห็นเส้นทางรักคู่นี้เหมือนกันนะ แบบจะฝ่าด่านพ่อสามียังไง เพราะเห็นในเล่ม 2 โผล่มาอีกทีคือสมหวังได้อยู่ด้วยกันแล้ว ...


📍เล่ห์รักประมุขพรรคมาร 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9pXRX90tQw




วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก 3 เล่มจบ

ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก 3 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : อีซื่อหัวฉาง.
ผู้แปล : RML
วาดปก : 
SUMMER
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก เย่โย่ว เป็นประมุขลัทธิมาร ส่วนพระเอก เหวินเหรินเหิง เป็นเจ้าสำนักใหญ่แห่งหนึ่งของฝ่ายธรรมะ ทั้งสองคนเคยเป็นศิษย์พี่-ศิษย์น้องร่วมสำนักเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างจึงทำให้นายเอกต้องออกจากสำนักไป หลายปีผ่านไปกลับมาอีกทีศิษย์น้องคนดีก็กลายเป็นประมุขพรรคมารไปเสียแล้ว ...

อยู่มาวันหนึ่งนายเอกก็ถูกทำร้าย(รึเปล่า) จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและความจำเสื่อม คนที่ช่วยเอาไว้เห็นว่านายเอกมีป้ายหยกของพระเอกติดตัวอยู่ จึงส่งคนไปให้พระเอกต่อ พอพระเอกรู้ว่าเป็นศิษย์น้องตัวเองก็รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจทั้งยังดูแลอย่างดี จนใครๆ เริ่มสงสัยเพราะปกติพระเอกไม่เคยปฏิบัติกับใครดีแบบนี้มาก่อน ...พอใครไปถามก็จะบอกอย่างหน้าชื่นตาบานว่านี่คือ อาเสี่ยว ศิษย์น้องของตนที่เพิ่งกลับมา

ทว่าถึงจะความจำเสื่อมแต่นายเอกก็ไม่ได้โง่เน้อ สมองยังทำงานดีอยู่ ไม่ใช่ใครพูดอะไรมาก็เออออเชื่อตามเขาไปหมด ดังนั้นเวลาใครพูดหรือได้ยินอะไรมา นายเอกก็จะค่อยๆ คิดวิเคราะห์ ยังไม่ปักใจเชื่อในทันที  โดยเฉพาะกับพระเอกที่เป็นศิษย์พี่นี่แหละตัวดีเลย (รู้ทันนายเอกไปซะทุกเรื่อง 55) พระเอกก็รู้นะว่าตัวเองถูกสงสัยแต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะศิษย์น้องเราเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว  ตรงกันข้ามคือพี่แกกลับยินดีที่ถูกสงสัยและเต็มใจที่ถูกหยั่งเชิงด้วยซ้ำ...

หลังจากนั้นยุทธภพก็เกิดเรื่อง เริ่มจากมีผู้นำตระกูลหนึ่งถูกพิษตระเกียงอับแสง พิษที่เคยปรากฏขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนในตอนที่มารปรากฏตัว ตามมาด้วยเบาะแสของ กลไล่ล่า วิชาลับที่เคยหายสาบสูญ และเป็นเหตุให้สามตระกูลชนชั้นสูงต้องถูกฆ่าล้างจนตายอย่างอนาถ คนในยุทธภพจึงเริ่มตื่นตัวเพราะหวั่นเกรงว่าเหตุร้ายในอดีตจะกลับมาอีกครั้ง ผู้นำสำนักใหญ่ๆ ฝ่ายธรรมะในยุทธภพจึงต้องเดินทางมารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ รวมถึงพระเอกซึ่งเป็นหนึ่งในสิบเจ้าสำนักใหญ่ของยุทธภพก็ต้องตามไปด้วยเช่นกัน ...และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ทำให้พระ-นายและสำนักต่างๆ ในยุทธภพต้องถูกลากให้มาล่มหัวจมท้ายกัน เพื่อเดินทางสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ผ่านการชักใยของบุคคลปริศนาหรือที่เรียกว่า หมากดำ

เป็นแนวยุทธภพผสมสืบสวน โดยมีใครบางคนคอยแอบชักใยวางแผนอยู่เบื้องหลัง เพื่อนำพาทุกคนไปสู่ความจริงที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน แม้ทุกคนจะไม่พอใจ แต่เมื่ออะไรๆ เริ่มปรากฏก็ต้องยอมรับ และยอมเดินไปตามเกมของคนที่วางหมากไว้แต่โดยดี  เมื่อการชี้นำเหล่านั้นทำให้ค้นพบเรื่องราว(ร้ายๆ)ต่างๆ ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งเรื่องการวางยา การจับคนไปทดลองทำมนุษย์โอสถ จนนำไปสู่ความจริงของเรื่องราวและสาวไปถึงตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังความสูญเสีย+ความโหดร้ายที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีต...

นายเอกเรื่องนี้เป็นคนฉลาด เก็บอารมณ์+สีหน้าเก่ง วรยุทธ์ก็ล้ำเลิศ (แบบไม่ต้องให้ใครมาปกป้องอะบอกเลย เก่งอยู่แล้ว) แถมยังหน้าตาดีมากๆ ไม่ว่าชายหรือหญิงหากได้เห็นใบหน้านี้ก็ต้องเหลียวมองและหลงใหลกันแทบทุกคน แต่นายเอกใส่หน้ากากอยู่ตลอดเลยไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริง...และด้วยความจำเป็นบางอย่าง นายเอกจึงต้องทำให้ตัวเองความจำเสื่อมแล้วพาตัวเองมาอยู่ข้างกายพระเอก ส่วนพระเอกที่คิดมาตลอดว่าตนถูกศิษย์น้องเกลียดชัง แม้จะเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็ดีใจและเต็มใจที่ได้ดูแลปกป้องนายเอกแบบนี้...

เล่มแรกเหมือนปูพื้นยังเบาๆ นายเอกยังไม่ฟื้นความทรงจำ ฝ่ายธรรมะก็ไม่รู้ว่านายเอกเป็นใคร เพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาประมุขพรรคมารมาก่อน พอบอกว่าเป็นศิษย์น้องพระเอกก็เชื่อ พอนายเอกแนะนำหรือชี้แนะอะไรไปทุกคนก็ฟัง  ส่วนพวกอาวุโสลัทธิมาร (ลูกน้องนายเอก) ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายตัวเอง เลยพากันวิ่งวุ่นตามหาไปทั่ว 
คือตลกตอนที่ลูกน้องนายเอกต้องปลอมตัวคอยแอบติดตามนายเอก และเข้าไปสืบว่านี่ใช่ประมุขเราจริงๆ รึเปล่า แล้วนึกสภาพแบบแต่ละคนก็เก่งๆ มีวรยุทธ์สูงๆ ทั้งนั้น แต่ต้องมาปลอมตัวใส่กระโปรงเป็นผู้หญิงขายดอกไม้ เป็นยาจก เป็นนักพรตบ้างแหละ พอรู้ว่านี่ประมุขเราก็ต้องคอยตามดู ตามปกป้องอยู่ห่างๆ แต่อีกทางก็ต้องคอยหลบคน+หลบอิพระเอก พอทางสะดวกเมื่อไรก็ค่อยวิ่งตามไปดูเจ้านายตัวเองใหม่อีกที 55

ทั้งที่ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนนอกคือฮึกเหิม เก่งกาจ ดุดัน ไม่กลัวใครทั้งนั้น แต่พออยู่หน้าประมุขตัวเองเท่านั้นแหละ...เลิ่กลั่กๆ เหมือนเด็กน้อยที่กลัวถูกผู้ใหญ่ดุ กลายเป็นคนว่าง่ายเชื่อฟังขึ้นมาทันที ทีแรกก็นึกว่าจะมาแนวชั่วร้ายโหดๆ แต่พออ่านแล้วนี่มันตลกคาเฟ่ชัดๆ พอรู้ว่านั่นประมุขเรานี่หว่า ก็พากันตามแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ จากผู้อาวุโสสูงส่งก็กลายเป็นยาจกซอมซ่อเพราะต้องคอยปลอมตัว ต้องซ่อนคมเก็บความโหดเหี้ยม จะทำตัวเด่นใกล้ชิดก็ไม่ได้ เลยได้แต่นั่งล้อมวงเขี่ยหนอนเขี่ยแมลงมองอยู่ไกลๆ 55

ส่วนพาร์ตความรักระหว่างพระ-นายก็มีมาเรื่อยๆ อาจไม่ร้อนแรงหวือหวา แต่ก็สม่ำเสมอดี คือก็ใจตรงกันมานานแล้วแหละ เพียงแต่ตอนนั้นมีเหตุที่ทำให้ต้องแยกจาก เพราะนายเอกรู้ว่าตัวเองมีหนี้แค้นที่ต้องจัดการ รู้ว่าใครคือคนร้ายตัวจริง แต่ตอนนั้นไร้กำลัง ความสามารถไม่มากพอ ไม่อยากทำให้พระเอกเดือดร้อน กลัวพระเอกจะถูกทำร้ายหรือเป็นอะไรไป  เลยเลือกที่จะจัดการวางแผนทุกอย่างตามลำพัง ซุ่มวางแผนสืบทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอด จนผ่านไป 10 ปีนายเอกถึงได้พาตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บความจำเสื่อมกลับมาอยู่ข้างกายพระเอกอีกครั้ง...

ส่วนฝั่งตัวร้ายก็คือแบบภาพลักษณ์ดี เป็นที่นับหน้าถือตา มีอำนาจชื่อเสียง วรยุทธ์สูง นายเอกเลยต้องไปขุดหาหลักฐานแบบชนิดที่ดิ้นไม่หลุด...
คือมันสนุกตรงที่เราไม่รู้ว่าคนร้ายคือใคร รู้แค่ว่าอยู่ในกลุ่มนี้ ดังนั้นเวลาพวกนายเอกทำอะไรหรือไปสถานที่ไหน ตัวคนร้ายก็จะรู้เหมือนกันเพราะอยู่ในกลุ่มด้วย
แต่นายเอกก็เดาแผนการของคนร้ายออก รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำไงต่อ คือสามารถโต้กลับได้เสมออะ ดักไว้ทุกทางแล้วโว้ย! อย่าหวังว่าจะหนีพ้น ตอนที่นายเอกบอกชื่อคนร้ายตัวจริงมา เรานี่ยังแบบ...ใช่เหรอ? จริงเหรอ? จะมีพลิกมะโคตรเนียน ถ้าไม่ถึงตอนเฉลยนี่ยังคิดว่าอาจจะมีพลิกเลยนะ ...มิน่านายเอกถึงต้องทุ่มเกือบตายและขอแบกทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนั้น...

อ่านจบแล้วก็โอเคนะ สนุกอยู่ แปลดีอ่านลื่น แม้เนื้อเรื่องจะดูเรื่อยๆ และบางช่วงก็แอบเนือยๆ อยู่บ้าง แต่ก็น่าติดตามแบบอยากอ่านให้จบ อยากรู้ว่าใครคือคนร้ายตัวจริง อยากรู้เหตุผลที่ทำอะ 


📍ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/AKTzRale0w




วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565

ข้ามมิติลิขิตรักคุณชายจอมป่วน


ข้ามมิติลิขิตรักคุณชายจอมป่วน 
ผู้แต่ง : 叶忆落
ผู้แปล : 珠珠 
สำนักพิมพ์  กวีบุ๊ค

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พระเอก เย่ฝาน ชาติก่อนเกิดในโลกผู้ฝึกตน มีปู่เป็นเจ้าสำนักใหญ่ แต่เพราะไม่มีรากวิญญาณพระเอกจึงไม่สามารถฝึกตนได้ แต่โชคดีที่ร่างกายกลับมีวิญญาณเก้าสี
ซึ่งคนที่มีวิญญาณนี้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะทุกด้าน ทว่าคนที่ไม่อาจฝึกตนได้ยังไงก็ถือว่าเป็นคนอ่อนแออยู่ดี และแล้ววันหนึ่งพระเอกก็บังเอิญถูกลูกหลงตาย จากการต่อสู้ของนักพรตสองคน...

พอตายวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของ เย่ฝาน คุณชายตระกูลเย่ที่มีชื่อแซ่เดียวกับตัวเอง
แต่กลับมีชีวิตที่แตกต่างกันสุดๆ เพราะร่างเดิมนี้แม้จะเกิดในตระกูลใหญ่ และเป็นถึงลูกของภรรยาเอก แต่เนื่องจากแม่ตายตั้งแต่เด็ก แถมพ่อก็มีเมียน้อยแล้วยังลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน
จึงทำให้เจ้าของร่างนี้ถูกเมียกับลูกเมียน้อยกดขี่รังแก กลายเป็นคนไม่เอาไหน ไม่สู้คน
ชื่อเสียงย่ำแย่ แล้วสุดท้ายก็ถูกคนวางแผนใส่ร้ายจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวใหญ่โต ทำให้ถูกถอนหมั้นและถูกขับไล่ออกจากตระกูลไป

แต่แน่นอนว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อพระเอกเข้ามาอยู่ในร่างนี้...
จากคุณชายที่ไม่เอาอ่าว ชื่อเสียงติดลบ ไม่มีใครอยากคบ ก็กลายเป็นคนสำคัญที่มีแต่คนอยากเข้าหา โดยเฉพาะพวกคนใหญ่คนโต+คนมีชื่อเสียงของเมือง..(หลังๆ นี่เก่งจนรัฐบาลยังต้องจับตามอง กลายเป็นบุคคลอันตรายที่ถูกขึ้นแบล็คลิสไว้เลย).
เพราะความสามารถที่ติดตัวมาจากชาติก่อน พระเอกเลยสามารถปราบภูต ผี วิญญาณร้ายได้ จัดการผู้มีพลังยุทธสูงๆ ในยุคปัจจุบันก็ได้ ส่วนพลังยุทธที่ว่าก็คือวิทยายุทธในสมัยโบราณที่มีการสืบทอดต่อๆ กันมาในสำนักยุทธ์หรือบางตระกูล แต่ก็ยังไม่มีใครเก่งเท่าพระเอกที่มาจากโลกผู้ฝึกตนที่ได้รับการสืบทอดเรียนรู้มาโดยตรงอยู่ดี ดังนั้นคนที่ว่าเก่งๆ สุดยอดในโลกนี้ พอมาเจอกับพระเอกที่มาจากสำนักผู้ฝึกตนโบราณของแท้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้กลับไปหมด (จริงๆ ถ้าอยู่ในโลกเก่าระดับพระเอกนี่ถือว่าไม่เก่งนะ แต่พอมาอยู่ในโลกปัจจุบันที่วิชาพวกนี้ขาดหายไม่ครบถ้วน พระเอกก็คือเก่งเทพอะ)

แต่นอกจากเรื่องต่อสู้แล้ว พี่แกก็ยังวาดยันต์ปรุงยา หรือแม้แต่หลอมอาวุธก็ทำได้หมดอะ แล้วของแต่ละอย่างก็มีแต่เจ๋งๆ พลังสูงๆ ทั้งนั้น ตอนแรกที่เอาไปวางขาย คนยังไม่รู้ก็แอบด่าหาว่าแพง แต่พอเริ่มมีชื่อเสียงเท่านั้นแหละ! จะทำอะไรออกมาแพงแค่ไหนคนก็รีบแย่งกันซื้อ ไม่กล้าต่อ กลายเป็นของหายากขึ้นมาทันที

พวกคนที่มาขอให้ช่วยก็มีแต่คนรวยตระกูลดังๆ หลังๆ พระเอกเลยสนิทและได้รู้จักกับคนใหญ่คนโต คนที่มีอิทธิพลไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลย55
ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนฝั่งตระกูลแม่ที่คอยแอบช่วยเจ้าของร่างเก่านี้มาตลอด จึงพลอยได้ผลประโยชน์ไปหมด พอคนรู้ว่าตระกูลนี้สนิทกับพระเอกก็พากันเข้าหาอยากทำธุรกิจด้วย
จากที่กำลังจะตกต่ำถูกเบียดออกจากตระกูลใหญ่ ก็กลับมาผงาดยิ่งใหญ่กว่าเดิม
พอฝั่งบ้านพ่อรู้เรื่องก็อิจฉา พยายามจะให้พระเอกกลับเข้าตระกูลอีกครั้ง ส่วนบ้านฝั่งคู่หมั้นเก่าก็เสียดายไม่น่าถอนหมั้นเลย พยายามจะกลับมาขอคืนดี
แต่พระเอกก็ไม่สน ญาติฝั่งพ่อมาขอพบก็ไม่พบ ไม่ใจอ่อน ไม่เรียกอีกฝ่ายว่าพ่อด้วย
เพราะถือว่าตัวเองมีพ่อเดียว คือพ่อที่อยู่ในโลกเก่านู้นเท่านั้น
55

เนื่องจากพลังปราณในโลกนี้ค่อนข้างต่ำ ดังนั้นพระเอกเลยต้องใช้สมุนไพรกับพวกของวิเศษ(ที่ไม่มีใครเห็นค่า)มาช่วยเพิ่มพลังปราณ แล้วก็โชคดีตรงที่โลกยุคนี้ไม่มีผู้ฝึกตน
จึงทำให้ไม่มีใครมาแย่งชิงของกับพี่แก ฝีมือ
+พลังของพระเอกจึงสูงกว่าพวกนักพรตที่ว่าเก่งๆ ในโลกปัจจุบันเยอะ แต่ตอนแรกไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเชื่อ ก็พากันเยาะเย้ยถากถาง
บอกว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง จนพระเอกได้ไปช่วยพวกคุณชายตระกูลมีชื่อในเมืองขับไล่วิญญาณ หลังจากนั้นถึงได้เริ่มมีคนเชื่อและมีชื่อเสียงขึ้นมา เริ่มมีคนรวยๆ มาขอให้ช่วย
ย้ำว่าต้องรวยนะ
! เพราะพระเอกคิดราคาแพงมากกก จะมีแค่ลูกพี่ลูกน้องฝั่งแม่กับนายเอก และบ้านนายเอกเท่านั้นที่พระเอกทำให้ฟรีๆ ไม่คิดเงิน นอกนั้นเก็บตังค์จ้า เก็บตังค์หมดไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น55...แล้วทุกคนก็ยอมจ่ายด้วยนะ ไม่ต่อราคา ไม่โกรธ เพราะพระเอกเจ๋งจริง เรียกมากี่สิบล้านก็ยอมจ่าย...

มาพูดถึงนายเอกกันบ้าง นายเอก ไป๋อวิ๋นซี เป็นหนุ่มรูปงามเยือกเย็น สูงส่งเย็นชา 
เป็นทายาทตระกูลใหญ่ชื่อดังจากเมืองหลวง เป็นอัจฉริยะ อายุแค่ 18 ก็จบปริญญาเอกแล้ว 
แต่นายเอกกลับมีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์ ที่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยอ่อนแอและจะมีอายุไม่ถึง 30 ปี พระเอกตกหลุมรักนายเอกตั้งแต่แรกพบ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเอาเขามาเป็นภรรยาให้ได้ คนรอบข้างเบ้ปากกรอกตาเตือนยังไงก็ไม่ฟัง รู้แต่ว่าคนนี้แหละใช่ที่คู่ควรเป็นเมียเรา นอกจากจะทำงานเก็บตังค์เพื่อไปซื้อสมุนไพรมากินแล้ว ส่วนที่เหลือก็คือเก็บเอาไว้เพื่อไปสู่ขอนายเอกนี่แหละ เพราะมีคนบอกว่านายเอกชอบคนเก่ง+รวยระดับหมื่นล้าน
อิพระเอกก็ปักใจเชื่อสนิท ถึงต้องทำงานให้แต่พวกคนรวยๆ ไง เพราะมีแต่ระดับเศรษฐีเท่านั้นแหละที่จะมีตังค์จ่ายพี่แกไหว ไอ้ขั้นต่ำงานละ
100 ล้านน่ะ(โคตรแพงงง)
ฝั่งรัฐบาลมาเชิญเข้าทีมพิเศษขอให้ทำงานด้วย พระเอกถามก่อนเลยว่าจ่ายตังค์หรือทำฟรี
ถ้าฟรีไม่ทำนะ แต่ถ้าจ่ายนี่จ่ายเท่าไร มีปัญญาจ่ายเปล่า
55 เพราะไม่ได้อยากทำการกุศลนะ แต่อยากเป็นเศรษฐีจะไปขอเมียแต่งงาน55

นายเอกก็แบบ...ไอ้บ้านี่โผล่มาจากไหนเนี่ย ประสาทรึเปล่า ไปไกลๆ ไป๊...ไม่อยากเข้าใกล้เลย55 แต่พระเอกก็ตื๊อไม่เลิก มองนายเอกเป็นเมียตัวเองไปเรียบร้อย ทุกเรื่องนายเอกต้องมาก่อน จะใหญ่โตมาจากไหนก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องของเมีย เมียร่างกายไม่แข็งแรงพี่ก็ปรุงยาส่งไปให้ ทำเครื่องรางป้องกันให้เพราะรู้ว่าต่อไปนายเอกจะดึงดูดภูตผีวิญญาณให้เข้ามาหา เมียให้ไปคุ้มกันญาติผู้ใหญ่พี่ก็ไป ฟรีหมดไม่คิดตังค์ (แต่ถ้าเป็นคนอื่นนี้หลายสิบล้านนะ) เห็นแววพ่อบ้านใจกล้ามาแต่ไกล สั่งขวาไปขวาไม่มีทางไปซ้ายแน่นอนจ้า ...

เป็นแนวฝึกตนเพิ่มพลังปราณ ปราบภูตผีปีศาจ ผสมกำลังภายในบวกแฟนตาซีหน่อยๆ มีแอบหลอนบ้างเป็นบางช่วง แต่ที่แน่ๆ คือตลกมากกก
พระเอกเป็นคนเก่ง(เทพสุดในโลกยุคปัจจุบัน) แต่ชอบกวนโอ๊ย พูดจาไม่เข้าหูคน น่าตื้บมาก
ส่วนนายเอกก็เย็นชาพูดน้อย ผิดกับพระเอกลิบลับ แต่น้องเป็นคนเดียวที่เอาพระเอกอยู่
พูดอะไรพระเอกฟังหมดไม่กล้าหือ บอกไม่ให้คิดเงินเขา พระเอกก็ไม่คิด บอกให้เงียบก็เงียบ
55 คลั่งรักนายเอกสุดๆ บางทีกำลังทำงาน(ปราบผี)อยู่ พอนายเอกเรียกหาปุ๊บ พระเอกก็ทิ้งทุกอย่างปั๊บแล้วไปทันที (คนที่อยู่ข้างๆ ก็เลิ่กลั่กๆ เฮ้ยไปจริงอะแล้วผีจะโผล่มาไหมวะ55)  แบบเมียข้าต้องมาก่อนไง จะใหญ่โตมาจากไหนเมียข้าก็ต้องมาอันดับหนึ่ง 55


ป.ล. ลงให้อ่านเป็นรายตอนในเว็บ jinovel ยังไม่มีแบบหนังสือนะคะ แต่สนพ.แปลจบแล้ว
มีทั้งหมด
25 เล่มจบ ราวๆ 700+ ตอน ลงให้อ่านฟรีๆ 5 เล่ม (150 ตอน) ไปเลยจ้าาา...
อ่านได้ที่ ==> https://www.jinovel.com/novel/de8f203c-26b5-4691-bbf3-4e14e8f1f443

ป.ล. เนื้อเรื่องไม่ได้มีแค่ตอนที่อยู่ในโลกยุคปัจจุบันนะ เดี๋ยวจะมีตอนที่พระเอกหาทางทะลุมิติกลับไปโลกเดิมได้และได้เจอคนรู้จักด้วย เหมือนได้เริ่มต้นการผจญภัยในโลกใหม่เลย เพราะฝั่งนั้นก็มีแต่ผู้ฝึกตนคนเก่งๆ แถมยังได้เจอกับพวกปีศาจใหญ่ๆ อย่างมังกรหรือเฟิ่งหวงด้วย



วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2565

ตะเกียงแห่งเทพวสันต์ 2 เล่มจบ

 


ตะเกียงแห่งเทพวสันต์ 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง :  เนียสุ่ยเสี้ยว (拈水笑)
ผู้แปล : ลี่เหวิน
สำนักพิมพ์ 
Inktreebook

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เยว่ชิงหลิน เป็นเซียนน้อยที่อยู่ในกลุ่มของเทพนักษัตร เนื่องจากต้องใช้ดวงธาตุมารในการเลื่อนขั้น นางเอกจึงตัดสินใจลอบเข้าไปยังดินแดนมารเพื่อเก็บดวงธาตุมารให้ครบทันตามกำหนดเวลา แต่ระหว่างทางกลับได้เจอกับราชามาร ถิงเซียวตู้ ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลขึ้นมาพอดี ท่านราชามารมองร่างจริงของนางเอกออก รู้ทันทีว่านางคืออัญมณีที่เขาเก็บกลับมาเมื่อพันปีที่แล้ว (คือสิ่งของของตัวเอง) จึงต้องการให้นางกลับคืนสู่ร่างเดิม เพื่อจะได้พานางหลับใหลไปพร้อมกันกับตัวเองอีกครั้ง...แต่มีหรือนางเอกจะยอม นางยังอยากเลื่อนขั้นและยังต้องเป็นเซียนอยู่นะ!

ร่างจริงของนางเอกคืออัญมณีฉาวจู ที่ถูกพระเอกเก็บกลับมาทำเครื่องประดับและถูกมอบให้กับชางหลิง หรือเทพวสันต์เมื่อนานมาแล้ว ส่วนพระเอกก็คืออดีตราชามารที่ถูกเทพวสันต์ใช้พลังทั้งหมดเพื่อปิดผนึกจนตัวเองต้องดับสูญ และทำให้พระเอกต้องหลับใหลไปเป็นพันปี นางเอกที่สู้ไม่ชนะจะหนีก็ไม่พ้น จึงได้แต่ต่อรองขอร้องให้พระเอกไปตามหาชิ้นส่วนของตะเกียงก่อนพิรุณที่เป็นสมบัติซึ่งเทพวสันต์หลงเหลือเอาไว้แทน เพราะคิดว่าพระเอกมีใจให้เทพวสันต์ อาจจะอยากได้สิ่งของของอีกฝ่ายมาเก็บไว้เพื่อดูต่างหน้า...และจะได้ไม่ต้องมาสนใจอัญมณีน้อยๆ อย่างนางอีก

ระหว่างนั้นลูกน้องคนสนิทของพระเอกที่รู้ข่าวก็ตามมาหา เพื่อขอร้องให้พระเอกไปบุกยึดดินแดนมารกลับคืน...แต่พระเอกไม่สนใจ ลูกน้องก็เลยไปขอร้องนางเอก เพราะนึกว่านางเป็นฮูหยินของพระเอก โดยแลกกับการหาดวงธาตุมารมาให้ ซึ่งพอนางเอกไปกล่อม พระเอกก็ยอมง่ายๆ เลย...จากที่แค่จะไปเอาเศษชิ้นส่วนของตะเกียงเฉยๆ ก็เลยกลายเป็นการทำสงครามชิงเมืองไปซะอย่างนั้น

พอชิงคืนมาได้ 2 เมือง นางเอกก็ต้องกลับขึ้นสวรรค์ไปก่อนเพื่อส่งมอบดวงธาตุมารให้ทันตามกำหนด แต่ดวงธาตุมารบางอันที่ได้มาดันดีเกินไป คนที่ตรวจเลยสงสัยว่านางเอกทุจริต จึงไปรายงานต่อเบื้องบน ก็พบว่านางเอกกำลังอยู่กับพระเอกและดวงธาตุมารนี้ได้มาอย่างไร สวรรค์เห็นโอกาสเลยสั่งให้นางกลับไปอยู่ข้างกายพระเอกใหม่เพื่อโน้มน้าวให้พระเอกชิงเมืองในดินแดนมารมาอีก 10 เมือง แล้วก็มอบของวิเศษดีๆ ให้พร้อมกับเลื่อนขั้น นางเอกที่ยังเป็นเซียนน้อยใสซื่อ ยังมองเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ออก ก็ได้แต่ดีใจที่จะได้มีข้ออ้างกลับไปอยู่ข้างกายพระเอกโดยไม่ผิดกฏสวรรค์แล้ว...

พอบุกตีเมืองบ่อยเข้า นางเอกก็พบว่าถ้าพระเอกใช้พลังเยอะเกินไปก็จะหลับง่าย มีอาการหลับลึก กว่าจะตื่นก็ปาไป 2-3 วัน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ผนึกของเทพวสันต์ยังไม่ถูกคลายโดยสมบูรณ์ ในตอนที่จะบุกไปชิงชิ้นส่วนตะเกียงอันสุดท้าย นางเอกถูกลูกน้องพระเอกเกลี้ยกล่อมเลยตัดสินใจยกทัพไปกันเอง ไม่รอพระเอกตื่น ทำให้พลาดท่าติดกับ ต้องสูญเสียกำลังพลไปเกือบหมด ส่วนตัวนางเอกก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องให้ลูกน้องคนสนิทพระเอกพาขี่หลังหนี สะบักสะบอมมาก ...

หลังจากนั้นพระเอกก็ไม่สนใจ+เมินนางเอกและสั่งลงโทษลูกน้องคนสนิท โทษฐานที่ขัดคำสั่ง ทำให้นางเอกได้รับบาดเจ็บและต้องขี่หลังหนี (หึงที่นางเอกขี่หลังคนอื่นจ้าา55 ) นางเอกที่เข้าใจว่าพระเอกโกรธเลยจะขอกลับแดนสวรรค์ไปก่อน พระเอกก็คิดว่าที่นางเอกกลับไปเป็นเพราะตัวเองทำภารกิจเสร็จแล้ว ในใจคงมีแต่แดนสวรรค์และภารกิจเท่านั้น... แต่ความจริงนางเอกจะกลับไปถามวิธีปลดผนึกที่สมบูรณ์ให้พระเอกต่างหาก ... ก็เลยจากกันไปแบบไม่เข้าใจกันนน นางเอกกลับสวรรค์ไป 7 วัน แต่สำหรับแดนมารคือ 7 เดือน (1 วันในแดนสวรรค์ = แดนมาร 1 เดือน) กลับมาอีกทีคือทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด พระเอกบุกตีเมืองจนล้มราชามารคนเก่าลงได้และกลายเป็นราชามารคนใหม่เรียบร้อย แถมข้างกายพี่ยังมีฮูหยินเพิ่มมาจากไหนไม่รู้อีกหนึ่งคน...55

พระเอกเป็นจอมมารที่มีชีวิตอยู่มายาวนานกว่าแสนปี ใช้วิชาได้หลากหลายทั้งของแดนมาร+แดนสวรรค์ หากไม่บาดเจ็บสาหัสจริงหรือยอมเอง ก็อย่าหวังว่าจะล้มพี่แกได้เลย เห็นเก่งๆ แบบนี้ แต่ความจริงพระเอกกลับไม่ได้มีใจทะเยอทะยานอยากทำสงคราม หรืออยากบุกไปชิงเมืองคืนแล้วปกครองแดนมารอะไรนี่เลย พี่ก็แค่อยากหาสถานที่เงียบๆ อยู่อย่างสงบหรือหลับไปอีกครั้งเท่านั้นเอง ไอ้ที่จะไปตามหาตะเกียง ตอนแรกก็กะจะไปกับนางเอกแค่สองคนเงียบๆ เพราะพระเอกเก่งอยู่แล้ว ไปแค่สองคนก็ง่าย+สะดวกกว่า แต่เป็นเพราะนางเอกมาขอพี่เลยยอม ยอมให้อภัยลูกน้องเก่า ยอมให้พาลูกน้องไปด้วย จากแค่สองคนเลยกลายเป็นทัพใหญ่...และสุดท้ายก็กลายเป็นการชิงเมืองไปโดยปริยาย...

พอเป็นแบบนี้ฝั่งราชามารคนปัจจุบันก็ต้องกำจัดพี่ ส่วนฝั่งสวรรค์ก็ระแวงคิดอยากจะฆ่าพี่อีก...อยู่ยากเหลือเกินชีวิต พออ่อนแอก็ถูกรังแก พอเก่งเกินก็โดนหวาดระแวง เลือกทางไหนก็มีแต่ตาย...ลูกน้องก็ไม่เข้าใจ อยากจะให้พี่ไปชิงเมืองคืนมาอยู่ได้ ส่วนนางเอกก็ถูกเขากล่อมมาอีกที ..น่าสงสารจริงๆ ไม่มีใครเข้าใจบ้างเลยว่าพระเอกต้องการอะไร

มีดราม่าบีบหัวใจเล็กๆ มาเป็นระยะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากความเข้าใจผิด มีอะไรไม่พูดคุยกันให้ดีๆ ต่างคนต่างคิดกันไปเอง แล้วก็ถูกคนอื่นยุมาปั่นให้ระแวงกันอีกรอบ ฝั่งสวรรค์นี่ก็ตัวดีใช่ย่อย กลอุบายลูกไม้สารพัด หวังจะให้ฝ่ายมารตีกันเองแล้วบาดเจ็บล้มตายโดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไรเลย จึงหลอกใช้นางเอกให้มาโน้มน้าวพระเอกบุกชิงเมือง
แต่พอแผนการผิดพลาดก็เกี่ยงโยนกันไปมา โทษคนนั้นคนนี้ ไม่ยอมไปทำเอง แต่มาใช้ให้เซียนตัวเล็กๆ อย่างนางเอกไปทำเนี่ยนะ สุดท้ายก็บังคับฝังอาวุธไว้ในร่างนางเอก บีบให้นางต้องลงมือสังหารพระเอกให้ได้ ถ้าไม่ยอมก็ต้องตาย...เฮ้ออ

นางเอกจะค่อนข้างใสซื่อมองอะไรในแง่ดีเพราะตบะยังน้อย เพิ่งอยู่มาได้แค่พันปีเอง ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ที่อยู่มาเป็นหมื่นๆ แสนๆ ปีนี่ถือว่าเด็กมาก เลยยังไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมใคร จึงถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายพระเอกทางอ้อม แต่พอรู้ความจริงและค่อยๆ เข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง นางเอกก็หมดศรัทธาต่อสวรรค์ไม่อยากเป็นเซียนแล้ว ส่วนพระเอกก็ไม่เคยโกรธ หรืออาจจะโกรธบ้างแต่ก็ไม่นาน คู่นี้ดีอย่างคือพอเคลียร์กันได้แล้วก็จบ ไม่ยึกยักพูดยาก หายงอนกันง่ายถ้าพูดอธิบายมาตรงๆ พระเอกเป็นราชามารที่ไม่เคยสนใจอะไร อยู่มาแสนปีสิ่งเดียวที่ใส่ใจ+ให้ความสำคัญก็คือนางเอกคนเดียวเท่านั้น นางเอกขออะไรก็ไม่คิดมาก ให้ได้ทุกเรื่องตามที่ร้องขอ แบบทั้งที่ตั้งใจขอและไม่ได้ตั้งใจขอด้วย จัดให้หมด 

หลังๆ นี่ถ้ามีผู้หญิงคนไหนมาทอดสะพานหรือเชิงจะชอบตัวเอง แล้วหากมีแววจะทำให้นางเอกเข้าใจผิด พระเอกก็จะรีบทำลายสะพานทิ้งเพื่อขจัดความสงสัยในใจนางเอกทันที เพราะกลัวนางเอกโกรธ โกรธแล้วเดี๋ยวจะไม่สนใจตัวเอง พี่แก่แล้ว พี่รับบ่ไหว...แม้เวลาเผชิญหน้ากับศัตรูนับหมื่น หรือต่อให้บาดเจ็บสาหัสเกือบตายแค่ไหนพี่จะเฉยๆ แต่พอเห็นเมียสีหน้าเปลี่ยน+น้ำเสียงแปลกๆ เท่านั้นแหละ จะเริ่มวิตกกังวลขึ้นมาทันที กลัวทำให้เมียโกรธจ้า 55

ป.ล. สำนวนการแปลส่วนตัวรู้สึกว่ายังมีติดขัดอยู่บ้างและมีคำสมัยใหม่หลุดมานิดนึง แต่ก็อ่านได้มองข้ามได้ เนื้อเรื่องสนุกดี ...ยังไงก็สู้ๆ น๊าเป็นกำลังใจให้นักแปลเน้อ

"อ่อนโยนต่อผู้ที่คิดจะทอดสะพานให้ข้า เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวข้าเอง
พวกนางมาวางกองเพลิงแล้วหนีไป ส่วนข้ากลับต้องอยู่รับผิดชอบจัดการปัญหาเหล่านั้นต่อ
ทั้งต้องอธิบายให้เจ้าเข้าใจ ต้องขอโทษเจ้าอีก ดีไม่ดีเจ้าอาจไม่สนใจข้าไปอีกหลายวันด้วย
ข้าอายุมากแล้ว รับกับเรื่องเหล่านี้ไม่ไหวหรอกนะ ที่ข้าทำไปก็เพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น
เจ้าต้องเข้าใจข้าด้วย"

"ผู้ใดจะรู้เล่าว่าข้าที่หยิ่งทะนงตัวมาทั้งชีวิต ยามแก่กลับน่าสงสารถึงเพียงนี้"


📍ตะเกียงแห่งเทพวสันต์ ➡️ https://s.shopee.co.th/1qVRKBlXMx




วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565

ใต้เท้าอย่ามาหยอก + โจรหญิงอย่ามาเย้า


ใต้เท้าอย่ามาหยอก + โจรหญิงอย่ามาเย้า
ผู้แต่ง : โม่เหยียน
ผู้แปล : นางฟ้าปีกเขียว
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ใต้เท้าอย่ามาหยอก ...

นางเอก เหมียวลั่วชิง เป็นนักฆ่าสาวที่ถนัดการใช้เสน่ห์ยั่วยวนคู่ต่อสู้ ได้รับมอบหมายให้ไปสังหารพระเอก หร่านเจียง ผู้บังคับการกองปราบฝ่ายเหนือขององครักษ์เสื้อแพร ที่มีนิสัยโหดเหี้ยมเด็ดขาด ทั้งยังฉลาดเจ้าเล่ห์ และสุดท้ายก็เป็นตัวนางเอกที่ต้องตายอย่างอนาถพ่ายแพ้กลับไปทุกที วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ถึง 9 ชาติ สู้ยังไงก็ไม่ชนะ มาไม้ไหนพระเอกก็ดักได้หมด และจบลงด้วยความตายทุกครั้ง พอมาถึงชาติที่ 10 ชาติปัจจุบัน นางเอกเลยพอและ ไม่เอาไม่ฆ่าและ ขอวางแผนหนีไปใช้ชีวิตสงบๆ คนเดียวดีกว่า ไม่อยากถูกฆ่าตายอย่างอนาถอีกแล้ว...แต่กลายเป็นว่าพอนางถอดใจคิดหนี อีกฝ่ายกลับดันไล่ตามไม่ยอมปล่อยซะอย่างนั้น...

เพราะเป็นหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพร พระเอกจึงมีศัตรูเยอะ ทำให้ต้องมีความระมัดระวังตัวสูงและไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ไม่หลงใหลในอิสตรีหรือกามารมณ์ ควบคุมตัวเองได้ดีมาก แม้จะมีสตรีมากมายอยู่ในเรือนหลัง แต่พระเอกก็ไม่เคยแตะต้อง เก็บไว้เป็นของขวัญส่งมอบต่อให้คนอื่นหมด แต่สุดท้ายกลับมีคนหนึ่งที่ทำให้พี่ลุ่มหลงจนต้องแหกกฏ...นั่นก็คือนางเอกเองจ้า

เพราะการช่วยชีวิตพระเอกแบบไม่ตั้งใจถึง 2 ครั้ง(ม่ายล่ายตั้งใจจริงๆ) จึงทำให้พระเอกเข้าใจผิดคิดว่านางเอกรักพี่แกมากกก จนถึงขั้นยอมสละชีวิตตัวเองได้ สายตาและความรู้สึกที่พระเอกใช้มองนางเอกจึงเริ่มเปลี่ยนไป หากไม่ติดเรื่องที่คนเขากำลังบาดเจ็บอยู่ นางเอกก็คงจะถูกพระเอกจับกินไปนานแล้ว55 แต่ต่อให้พระเอกจะดีหรืออ่อนโยนด้วยสักเพียงใด นางเอกก็ไม่ได้ซาบซึ้งหรือดีใจเลยสักนิด ยังคงคิดหาทางหนีอยู่ตลอด เพราะยังไม่ลืมว่าในชาติก่อนๆ ตัวเองถูกพระเอกฆ่าตายยังไง และอีกฝ่ายโหดเหี้ยมขนาดไหน ไม่เอาต้องหนี!

แต่พอหนีพระเอกก็ตาม แถมยังหลงนึกว่านางถูกคนจับไป ไม่ได้คิดอยากหนีเองอีกด้วย... นางเอกก็เออออตาม...จ้าาๆๆ ไม่กล้าบอกความจริง เพราะกลัวถูกพระเอกฆ่า จนวันนึงก็มีนักฆ่าอีกคนมาจับนางเอกไปเพื่อล่อพระเอกออกมา แล้วจังหวะที่ต่อสู้กันชุลมุนพระเอกก็เอาตัวรับกระบี่แทน พอเห็นคนเขาบาดเจ็บต่อหน้าต่อตา นางเอกถึงได้เก็ตว่านู๋รักเขาแล้ววว...

แม้พระ-นางจะไม่ใช่คนบนเส้นทางเดียวกัน แต่ด้วยความรักความหลงเมียของพระเอก ก็ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับพี่ เมื่อรักแล้วอะไรก็บ่ยั่น ตำแหน่งฮูหยินสำหรับเมียที่เป็นอดีตนักฆ่าจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ส่วนเรื่องความหื่นความหึงก็ยืนหนึ่ง อะไรคือระดูมาทีนางเอกดีใจ พอตั้งท้องแล้วก็ดีใจ (ได้เป็นอิสระแว้ววว55)...ส่วนพระเอกก็หน้าสลด คอยนับวันรอคิดบัญชีคืนทีหลัง...หึหึ


โจรหญิงอย่ามาเย้า ...

นางเอก เยี่ยเฟิง เคยเป็นหัวหน้าใหญ่ค่ายโจรอูเจียง แต่กลับถูกฆ่าตายในตอนที่กำลังพาลูกน้องไปสวามิภักดิ์ต่อทางการ หลังจากนั้นวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของ กวนอวิ๋นซี คุณหนูผู้งดงามเรียบร้อย สตรีในห้องหอ บุตรสาวของขุนนางขั้นหกที่มีสัญญาหมั้นหมายกับ ฉู่เหิงจือ คุณชายใหญ่ซึ่งเป็นบุตรชายของท่านเสนาบดี ขุนนางขั้นสองของราชสำนัก แต่เพราะฐานะที่แตกต่าง จึงทำให้นายหญิงตระกูลฉู่ต้องการยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนี้ เมื่อคุณหนูกวนรู้เข้าก็เสียใจหนักหนา จึงแสร้งไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายบริเวณทางที่พระเอกจะผ่านพอดี เพื่อบีบไม่ให้อีกฝ่ายถอนหมั้น...แต่โชคร้ายที่นางกลับตายจริงและกลายเป็นวิญญาณนางเอกที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน...ชะเอิงเอยยย

ตอนแรกพระเอกก็แอบไม่พอใจอยู่บ้าง ที่ถูกเจ้าของร่างเดิมใช้ลูกไม้นี้บีบบังคับเพื่อจะให้ตัวเองแต่งงานด้วย ส่วนนางเอกเมื่อรู้ว่าพอตัวเองตายแล้วแต่วิญญาณได้เข้ามาอยู่ในร่างใหม่ที่มีฐานะเป็นถึงลูกสาวขุนนาง แถมยังมีคู่หมั้นเป็นคนใหญ่คนโตก็ดีใจ เพราะจะได้ใช้โอกาสนี้สานต่อเรื่องในค่ายโจรที่ยังทำไม่เสร็จให้สำเร็จลุล่วงสักที

นางเอกต้องการพาลูกน้องในค่ายไปสวามิภักดิ์ต่อทางการ เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป จะได้มีการมีงานทำอย่างเปิดเผยเป็นที่ยอมรับ แต่ในขณะที่ปลดอาวุธรอต้อนรับคนของราชสำนัก นางเอกกับพี่น้องในค่ายกลับถูกคนตลบหลังฆ่าตาย...เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่ นางเอกจึงต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่าใครคือคนที่ทรยศหักหลังตน...

พอพระเอกเห็นนิสัยคู่หมั้นเก่าเปลี่ยนไปก็ชักสนใจ ยิ่งได้ใกล้ชิดก็ยิ่งถูกใจในความตรงไปตรงมา ความใจกว้าง และผ่าเผยกล้าหาญของนางเอก จากที่เคยเห็นด้วยกับการถอนหมั้น พี่ก็เปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว 55... ส่วนนางเอกก็ไม่รู้เรื่องเล๊ยยย ความรู้สึกช้า ในใจตอนนั้นมุ่งแต่จะสืบหาความจริงกับทำให้พี่น้องในค่ายปลอดภัยและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเท่านั้น ...เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ระหว่างชายหญิงคืออะไร? บ่สนบ่แคร์... ตอนที่นึกว่าตนมีอะไรกับพระเอกแล้ว นางก็ยังใจกว้างกล่าวปลอบโยนพระเอกอีกต่างหาก 55  “ท่านคงเคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาแล้วกระมัง พรหมจรรย์ของบุรุษไม่ได้มีค่าดังเช่นของสตรี  ไม่ว่าพวกเราจะผ่านเรื่องนั้นมาหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ อันที่จริงก็มองไม่ออก พวกเราฉวยโอกาสที่ยังไม่มีใครเห็น ท่านสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย อย่าให้ใครสังเกตเห็นถึงความผิดปกติแล้วกัน”

... พระเอกภายนอกสุภาพเรียบร้อย แต่พออยู่กับนางเอกแล้วร้อนแรงดุดันมากกก ส่วนนางเอกก็แบบสบายๆ ชิวๆ ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องชาย-หญิง ไม่เคยรักใคร ตอนที่มีคนในยุทธภพเข้ามาคุยธุระในห้องนอนตัวเอง นางก็ไม่ถือสาไม่คิดมาก แต่พอพระเอกรู้เรื่องนี้จากลูกน้องก็โกรธ อยากจะดัดนิสัยว่าที่ภรรยา ก็เลยวางแผนแกล้งทำตัวสนิทสนมกับลูกพี่ลูกน้องที่ชอบตัวเอง นางเอกมาเห็นก็รู้สึกแปลกๆ แต่ยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ...พอรู้ว่าอ้อ! ที่แท้ตนรักพระเอกเข้าแล้ว นางก็ปลอมตัวเป็นบุรุษแล้วไปแกล้งจีบลูกพี่ลูกน้องของพระเอกซะงั้น...แถมยังขโมยจูบแรกของอีกฝ่าย(ที่เป็นผู้หญิง)ไปด้วยนะ 55 (ทำไปได้) อ่านแล้วก็แบบ...พระ-นางคู่นี้มันอะไรเนี่ย...คุยกันตรงๆ เลยไม่ได้รึงายยย 55

ช่วงหลังๆ จะมีพระ-นางจากเรื่องใต้เท้าอย่ามาหยอกเข้ามาแจมด้วยนะ ...อ่านจบแล้วส่วนตัวเราชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องใต้เท้าหน่อย ชอบนิสัยนางเอกอะดูสบายๆ ไม่คิดมากดี บางตอนก็มีแอบขำกับคำพูด+การกระทำของนางเอก ไม่แปลกที่ใครๆ ก็พากันตกหลุมรักนาง พระเอกเก่ง ฉลาด วรยุทธ์สูงตามสไตล์ ส่วนความหึง+หวง+หื่นก็กินขาดสูงลิ่วเช่นกัน ... แต่คนร้ายที่อยู่เบื้องหลังจัดการง่ายไปหน่อยนะ แต่ก็เข้าใจแหละเพราะเป็นเล่มเดียวจบอะเนาะ...อืมๆ

ป.ล. ผลงานของท่านโม่เหยียนการันตีความสวยหล่อ+ความฟินของพระ-นาง และที่แน่ๆ nc ต้องมี55 แต่ถ้าเทียบกับงานก่อนๆ เราว่าก็ไม่มากเท่าไรนะ พอกรุบกริบกำลังดี เป็นแนวสบายเบาๆ อ่านง่าย อุปสรรค+ดราม่าไม่ค่อยมี ฟิลกู้ด... จะว่าไปนี่ก็ไม่ได้อ่านแนวเบาๆ ยุคโบราณแบบเล่มเดียวจบของพี่แจ่มมานานแล้วเหมือนกันนะ อ่านแล้วก็นึกถึงมากกว่ารักสมัยก่อนเลย^^


📍ใต้เท้าอย่ามาหยอก +โจรหญิงอย่ามาเย้า ➡️ https://s.shopee.co.th/AKTzSHCGOu