วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2565

ฮวาปู๋ชี่ นางนี้ที่ฝากรัก 4 เล่มจบ

 


ฮวาปู๋ชี่ นางนี้ที่ฝากรัก 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : จวงจวง
ผู้แปล : เสี่ยวหวา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอกเป็นหญิงสาวยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ ชาติก่อนตอนอยู่ยุคปัจจุบันก็ถูกลักพาตัวตั้งแต่ 5 ขวบ ต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อน ต้องขายดอกไม้ อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยและต้มตุ๋นเพื่อเลี้ยงชีพ พอตายก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของทารกหญิง ฮวาปู๋ชี่ ที่ได้ขอทานเลี้ยงดู พอท่านอาขอทานตายก็อาศัยน้ำนมแม่หมาเพื่อต่อชีวิต ต่อมามีคนสงสารก็เลยได้เป็นคนดูแลสวนผักอยู่ในหมู่ตึกโอสถสกุลหลิน และอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ กับแม่หมา...เป็นนางเอกที่ชีวิตอนาถมากทั้งชาติก่อนและชาตินี้ทะลุมาก็ไม่ได้เป็นคุณหนูลูกผู้ดีหรือมีชีวิตที่สุขสบายอะไรเลย แถมยังไม่มีพระเอกหล่อๆ โปรไฟล์ดีๆ โผล่มาช่วยหรือเป็นแบ็คด้วย55

เหตุมันเกิดหลังจากที่บุรุษคนแรกโผล่มาได้ไม่นาน หลังจากนั้นเรื่องที่อ๋องเจ็ดน้องชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน กำลังตามหาลูกของอดีตหญิงสาวคนรักก็แพร่กระจายไปทั่วจนมาถึงเมืองที่นางเอกอยู่ ต้องบอกก่อนนะว่านางเอกเรื่องนี้มีหน้าตาธรรมดา ความสามารถพิเศษก็ไม่มี วรยุทธ์อะไรก็ไม่เป็น แต่นางมีทักษะขโมย เปลี่ยนสีหน้าเก่ง ปรับตัวไว และมีดวงตาที่สุกสกาวแวววาวเปล่งประกายสวยมากกกก จนทำให้คนที่มองหลงลืมหน้าตาแต่กลับจดจำดวงตาได้ไม่ลืม (อยากรู้เหมือนกันว่าสวยขนาดไหน เพราะเห็นในหนังสือบรรยายไว้เยอะ มีแต่คนชม)

หมู่ตึกโอสถสกุลหลินที่นางเอกไปอาศัยอยู่ได้รูปภาพนั้นมา เมื่อเห็นว่านางเอกมีท่าทางบางอย่างกับดวงตาเหมือนคนในภาพ จึงรับเป็นลูกบุญธรรมและหันมาทำดีด้วยทันที หวังใช้นางเป็นสะพานเชื่อมไปพึ่งพาอำนาจบารมีของอ๋องเจ็ด เพื่อผลประโยชน์ของตระกูล แต่คาดไม่ถึงว่าจะถูก ม่อรั่วเฟย คุณชายผู้สืบทอดตระกูลม่อ 1 ใน 4 ตระกูลวาณิชใหญ่ของแคว้นรู้เข้า จึงมาเจรจาขอพาตัวนางไปส่งให้อ๋องเจ็ดแทน พูดง่ายๆ คือมาด้วยเรื่องผลประโยชน์ทั้งนั้น แต่นางเอกก็ไม่ซี จะเป็นลูกบุญธรรมตระกูลหลินหรือคุณหนูตระกูลม่อก็ดี สำหรับนางมันก็คืออาชีพๆ หนึ่ง นอกจากจะได้เงิน ก็ยังได้กินอิ่มนอนหลับ มีที่พัก มีเสื้อผ้าอุ่นๆ ให้ใส่ ดีจะตาย...ซึ่งอันที่จริงจะว่าไป นางก็เก่งในแบบของตัวเองแหละนะ ไม่ต้องมีวรยุทธ์ก็เอาตัวรอดได้ ไหวพริบดี อ่านสีหน้าคนออก รู้ว่าถูกหลอกก็เนียนไหลตามน้ำแล้วค่อยซ้อนแผนคืน ไม่ตีโพยตีพาย ปรับตัวเก่งจนต้องสงสาร แบบมันต้องเคยลำบากมามากขนาดไหน ถึงได้กินง่ายอยู่ง่ายขนาดนั้น...

แต่ระหว่างที่ไปเมืองหลวงขบวนรถม้าก็ถูกโจมตี และทำให้นางเอกได้เจอกับบุรุษลึกลับที่คิดจะสังหารตนและช่วยชีวิตตนในเวลาเดียวกัน อีกฝ่ายมักโผล่มาในตอนที่นางกำลังตกอยู่ในอันตราย โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพา...ทำให้นางเกิดความรู้สึกดีๆ แต่กลับถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ซึ่งตัวนางเอกเนี่ยแม้ภายนอกจะสดใสร่าเริง ช่างคุย ดูสบายๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงกลับเป็นคนอ้างว้างโดดเดี่ยว อยากมีที่พึ่งพิง และอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนทั่วๆ ไป แม้จะบอกเสมอว่าต้องพึ่งตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ลึกๆ ก็อยากให้มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยอย่างนางเอกในนิยายเหมือนกันนะ...ซึ่งพระเอกก็คือคนๆ นั้น ดังนั้นไม่ใช่ว่าพระรองคนอื่นๆ ไม่ดีนะ...ก็ดี เพียงแต่มาไม่ถูกจังหวะและผิดเวลาเท่านั้นเอง บางคนตอนแรกอาจไม่ดี แม้ภายหลังจะดีแต่ใจนางเอกก็มีคนอื่นไปแล้วงายย....

พอเข้าเมืองหลวงนางเอกก็กลายเป็นบุตรบุญธรรมตระกูลม่อ เพราะอ๋องเจ็ดไม่อาจพานางเข้าตระกูลได้ เนื่องจากลูกชายคนโตกับบรรดาชายารองและอนุในจวนทั้งหลายไม่ชอบ แต่พอมาอยู่ตระกูลม่อ นายหญิงม่อก็ไม่ชอบนางอีก เพราะนายท่านม่อเคยไปหลงรักแม่นางเอก จึงทำให้นายหญิงม่อโกรธแค้น ต่อหน้าทำดีด้วยแต่ลับหลังกลับเกลียดแทบอยากจะฆ่า อีรุงตุงนังมากกกก วุ่นวายสุดๆ
ไอ้เรื่องชาติกำเนิดนางเอกเนี่ย เกือบทำให้พระ-นางเข้าใจผิดจนต้องปฏิเสธความรู้สึกตัวเองและตัดใจจากกันไปแล้วนะ ถ้านางเอกไม่ถูกวางยาจนต้องแสร้งตาย ก็คงไม่รู้สักทีว่าเป็นลูกใคร  ความจริงก็น่าเห็นใจนะเพราะเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อนแท้ๆ แต่คนรุ่นหลังดันกลับต้องมารับเคราะห์แทน ...เหอๆ ๆ

หลังจากกลับเข้าตระกูลตัวเอง นางเอกก็ได้รู้ความจริงเรื่องท่านอาขอทาน และสัญญาหมั้นหมายของผู้เป็นมารดา ที่ทำให้เกิดเรื่องราวตามมาอีกมากมาย แล้วก็โยงใยสร้างความทุกข์ทรมานให้ใครต่อใครอีกหลายคนเป็นทอดๆ...ตอนแรกที่อ่านก็แอบเคืองแม่นางเอกนะ เคืองตระกูลนางเอกที่ไม่ทำตามสัญญา จนทำให้เรื่องมันวุ่นวายแล้วก็ทำให้คนมากมายต้องเดือดร้อน และทุกข์ทรมานตามๆ กันไปหมด ตั้งแต่ตระกูลที่โดนฆ่าล้างตระกูล มาถึงชายาเอกของอ๋องเจ็ดที่ตรอมใจตาย นายท่านม่อที่ผิดสัญญาญากับภรรยาเพราะไปหลงรักแม่นางเอกจนตรอมใจ แล้วทิ้งเมียกับลูกไว้ให้สู้รบปรบมือกับคนในตระกูลตามลำพัง  หรือบุตรชายคนโตตระกูลจูที่ยอมทิ้งทุกอย่าง ไปใช้ชีวิตอย่างลำบากเพื่อซ่อนตัวตนของหลานและต้องตายอย่างอนาถในภายหลัง รวมถึงนายหญิงม่อที่ถูกสามีทรยศจนเปลี่ยนกลายเป็นคนเหี้ยมโหด และอ๋องเจ็ดที่จวบจนวันตายก็ยังไม่ลืมแม่นางเอก แล้วสุดท้ายก็ตายจากไปอีกคน....คือมันเกี่ยวโยงกันไปหมดยังกับโศกนากรรมอะ อ่านๆ ไปก็ได้แต่ถอนหายใจ ....เฮ้อออ 

ต่อมานางเอกก็ได้รู้เรื่องสัญญาหมั้นรวมถึงจำนวนเงินที่ต้องชดใช้เมื่อผิดสัญญา ส่วนคู่หมั้นที่ว่าไม่นานก็โผล่ตามมาติดๆ ความหวังที่จะได้ครองคู่กับพระเอกจึงเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ เพราะอิตาคู่หมั้นนั่นก็ไม่ธรรมดา นอกจากจะรูปหล่อบ้านรวยเก่งฉลาดแล้ว ก็ยังหน้าหนาเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ ชอบเอาชนะ นิสัยเหมือนเด็กแต่ก็โหดเหี้ยมจนน่ากลัว 
เป็นคนที่มีแผนการอยู่ตลอด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ยังดีที่รักนางเอกจริง แม้ตอนแรกจะมาเพราะมีเหตุผลอื่น แต่พอรักแล้วก็ไม่ยอมให้ใครแตะหรือทำร้ายนางเอกทั้งนั้น ไม่ว่าจะความสามารถหรือความฉลาดก็ไม่ด้อยไปกว่าพระเอกเลยสักนิด 
ถึงจะโหดแต่ก็พึ่งพาได้ เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์ดึงดูดให้เราติดตาม และอาจจะเด่นกว่าพระเอกซะด้วยซ้ำ(นะบางที) 55...

ส่วนพระเอกหลังจากที่พ่อตาย แม้จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และมีดินแดนปกครองเป็นของตนเอง แต่จริงๆ คือถูกใช้เรื่องนี้มาบังหน้าเพื่อออกไปทำงานให้กับฮ่องเต้ต่างหาก เพราะปมมันไม่จบแค่เรื่องชาติกำเนิดนางเอกกับเรื่องสัญญาหมั้นหมาย แต่ยังมีปมใหม่คือเรื่องคำทำนายปี้หลัวเทียน และใช่จ้าาา เพราะไอ้คำทำนายนี้แหละที่เป็นต้นเหตุของทุกสิ่ง ที่ทำให้แม่นางเอกต้องหมั้นหมาย ฮ่องเต้หวาดระแวง อ๋องเจ็ดต้องถูกขังอยู่ในเมืองหลวง พระ-นางต้องถูกตามไล่ล่าไม่อาจได้อยู่ด้วยกัน  เพราะพระเอกคือหนึ่งในคนที่รู้เรื่องคำทำนาย จึงทำให้ถูกฮ่องเต้ตามล่าตัว คนสนิทก็หักหลัง แต่พอจะหนีไปหานางเอกใหม่ สงครามก็ปะทุ พี่ก็ต้องอยู่ช่วยรบ ไม่ทำก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเอาชีวิตเพื่อนมาขู่ เอาเรื่องนางเอกมาต่อรอง...โอ๊ยชีวิต วิบากกรรมเยอะจริงๆ

อ่านจบแล้ว สนุกดี มีอะไรมาให้ลุ้นอยู่ตลอด เกมการเมืองศึกสงครามเข้มข้น เรื่องความรักก็เด่นสูสีไม่แพ้กัน นางเอกเสน่ห์แรงมาก มีเรือให้เลือกลง 
หลายลำ แต่พระเอกเป็นใครนั้นเดาไม่ยาก (เพราะสนพ.ใบ้ให้ตรงประโยคสั้นๆ ช่วงหน้าแรกๆ แล้ว 55เนื้อเรื่องพลิกไปพลิกมาเดายากอยู่ พระเอกเก่ง ฉลาด วรยุทธ์สูงจริง แต่อีกฝั่งก็ใช่ย่อย 
บวกกับมีกำลังและทรัพยากรมากกว่า พระเอกจะทำอะไร วางแผนยังไงก็เดาทางออก ดักได้หมด ยังกับอับดุลรู้ทุกเรื่อง ไม่รู้เดี๋ยวนั้น ผ่านไปไม่นานเดี๋ยวก็ต้องรู้ (ไม่นานหรอก) พระ-นางไม่ซู อุปสรรคเยอะมากกก เจอจับแยกกันบ่อย ฮ่องเต้ก็อยากได้ตัวพระเอก ฝั่งพระรองก็อยากได้นางเอกเลยต้องหาทางจับเขาแยกกัน แล้วไหนจะคนที่แอบชอบพระเอกอีก ส่วนพระ-นางก็ต้องพยายามหนีและหาหนทางกลับมาอยู่ด้วยกันให้ได้ ...


📍ฮวาปู๋ชี่ นางนี้ที่ฝากรัก 4 เล่มจบ

 ➡️ https://s.shopee.co.th/1VrfQyvYCO




วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565

เพียงเพราะ...ฮวามู่หลานไม่มีพี่ชาย เล่ม 1

 

เพียงเพราะ...ฮวามู่หลานไม่มีพี่ชาย เล่ม 1 (8 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : 
祈祷君 (Qi dao jun)
ผู้แปล : เสี่ยวหง
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เรื่องราวอยู่ในช่วงราชวงศ์เป่ยเว่ย ซึ่งอยู่ในช่วงยุคสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ เป็นยุคที่บ้านเมืองระส่ำระส่ายมีแต่ความวุ่นวายไม่เป็นปึกแผ่น และยังเต็มไปด้วยชนเผ่ามากมายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเซียนเปย ฮั่น หลูสุ่ย ทูเจว๋  ซยงหนู เป็นต้น มีการผสมผสานทางเชื้อชาติหลากหลายวัฒนธรรม เป็นยุคที่ยังไม่มีการใช้ตั๋วเงินหรือเงินตำลึงในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย แต่จะใช้ผ้ากระสอบหรือทองในการแลกเปลี่ยนแทน

ฮวามู่หลาน ตัวเอกของเรื่องนี้มีพ่อเป็นชาวเซียนเปย มีแม่เป็นหญิงสาวชาวฮั่น
วันหนึ่งมีหมายเรียกจากกองทัพมาที่บ้าน แต่ด้วยความที่พ่อร่างกายไม่ดี น้องชายก็ยังเล็ก แถมนางก็ไม่มีพี่ชาย ฮวามู่หลานซึ่งเป็นบุตรสาวคนรองและมีพละกำลังเหนือคนทั่วไปจึงได้แต่ต้องปลอมตัวเป็นชายเพื่อออกรบแทนพ่อ
ต้องเก็บงำความสามารถไม่ทำตัวเด่นดัง เพื่อทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับครอบครัวว่า... จะกลับบ้านอย่างปลอดภัย และไม่ให้ใครรู้เด็ดขาดว่าตนเป็นสตรี!

12 ปีในกองทัพ จากทหารธรรมดาก็กลายเป็นขุนพลพยัคฆ์เดชที่มีตำแหน่งขุนนางขั้น เป็นวีรบุรุษผู้กล้าของแผ่นดินที่ใครๆ ต่างเคารพยำเกรง ทว่าทันทีที่นางถอดเกราะขอกลับบ้านและเปิดเผยเรื่องราวที่ตนเป็นสตรี คำยกยอชื่นชมก่อนหน้าก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นถ้อยคำต่อว่าและคำดูถูกแทนทันใด ...

นางเอก เฮ่อมู่หลาน แพทย์นิติเวชสาววัย 28 จากยุคปัจจุบัน ที่จู่ๆ ก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของวีรสตรีฮวามู่หลานวัย 30 กว่าที่ปลดเกราะกลับบ้าน แต่กลับต้องมาถูกคนนินทาต่อว่าเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นชายไปออกรบ และต้องใช้ชีวิตกินนอนอยู่ในค่ายทหารร่วมกับบุรุษมากมาย ถูกคนในหมู่บ้านรังเกียจมองว่าเป็นตัวประหลาด เพราะมีพละกำลังเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไป ซ้ำยังมีส่วนสูงถึงเจ็ดฉื่อ (177-178 ซม.) หลังเสือเอวหมี ชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิง กลายเป็นสาวแก่ทึนทึกที่ขายไม่ออก

นางเอกเข้ามาอยู่ในร่างนี้ในแบบที่ความทรงจำของร่างเดิมขาดหายมีไม่ครบ พูดง่ายๆ คือต้องได้เจอหน้าคนก่อนความทรงจำถึงจะโผล่ขึ้นมา ไหนจะปริศนาอีกมากมายที่นางไม่เข้าใจ เช่น เรื่องของรางวัลพระราชทานในหีบบางหีบที่ว่างเปล่าหายไป? แล้ววิญญาณของฮวามู่หลานตัวจริงหายไปอยู่ที่ไหนกันแน่? ดังนั้นนางเอกจึงพยายามไม่ไปแตะข้าวของเดิมของร่างจริง พยายามใช้ชีวิตตามที่ร่างเดิมต้องการ คือเป็นแค่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาและใช้ชีวิตสงบๆ อยู่กับครอบครัว

แต่คุณแม่ของฮวามู่หลานตัวจริงก็หวังดีอะ อยากให้ลูกสาวแต่งงานมีคนคอยดูแลตอนบั้นปลาย จะได้ไม่ต้องแก่ตายอยู่คนเดียว เลยพยายามหาคู่ให้ลูก แต่ด้วยความที่ร่างเดิมก็อายุ 32 แล้ว ซึ่งในสมัยโบราณอายุเท่านี้ก็นับว่าเป็นยายคนได้ บวกกับชื่อเสียงก่อนหน้าที่ปลอมเป็นชาย รวมถึงรูปร่างหน้าตาที่ห่างไกลจากคำว่าสตรี สุดท้ายคนที่มาสู่ขอจึงมีแต่คนไม่ดี เช่นอยากแต่งนางไปเพราะบึกบึนแข็งแรง เวลาตบตีจะได้ไม่บาดเจ็บหรือตายง่ายๆ หรือไม่ก็ตัวเองมีปัญหากลัวว่าวันหนึ่งตายไปจะไม่มีใครดูลูก เลยกะแต่งนางเอกเข้ามาเพื่อให้เป็นคนดูแลลูกต่อจากตน...ไม่มีเลยสักคนที่มาสู่ขอเพราะหลงรักในตัวฮวามู่หลานจริงๆ

หลังจากนั้นนางเอกก็ถูกดึงให้ไปข้องเกี่ยวกับคดีฆ่าคนตาย และถูกคนขอร้องให้ไปช่วยหลานชายชนชั้นสูงตระกูลหนึ่งที่ถูกลักพาตัว ..พอจบเรื่องพวกนี้ ชีวิตที่เคยสงบก็เริ่มไม่สงบสุขเหมือนอย่างเคย เริ่มมีคนรู้จักเก่าแวะเวียนมาหา บางคนก็มาด้วยใจเพราะเคารพและชื่นชอบในตัวของฮวามู่หลานจริงๆ  แต่บางคนก็มาด้วยเหตุผลแฝงบางอย่างที่ไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไร

จบเล่มแรกด้วยการออกเดินทางไปช่วยอดีตลูกน้องคนสนิทที่เคยอยู่ในกองทัพ...
อ่านแล้วก็คิดว่า
เรื่องนี้ไม่ต้องมีพระเอกก็ได้นะ (จริงๆ ยังไม่รู้เลยว่าพระเอกคนไหน ออกมายัง จะมีพระเอกไหมอะเรื่องนี้ 55) นางเอกโคตรแมน ทั้งเก่งทั้งแมน วรยุทธ์ก็สูง พละกำลังก็เยอะ อ่านจบเล่มแรกยังไม่เห็นใครมีวรยุทธ์สูงกว่านางเอกเลย ไม่ว่าจะเป็นองครักษ์ของฮ่องเต้ เพื่อนที่เป็นแม่ทัพนายกอง หรือแม้แต่พวกหัวหน้าเผ่าต่างๆ ก็ยังพ่ายแพ้ ยังไม่มีผู้ชายคนไหนสู้นางเอกได้เลยสักคน...

แต่เล่มแรกนี่คงเป็นเหมือนการเกริ่นๆ จุดเริ่มต้นของการเดินทางล่ะมั้ง แล้วก็มีการเท้าความถึงอดีตผ่านตัวละครที่นางเอกได้เจอ ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของฮวามู่หลานตัวจริงมากยิ่งขึ้น อ่านแล้วก็รู้สึกว่าตัวฮวามู่หลานกับนางเอกที่มาเข้าร่างนี้ความจริงแล้วพื้นฐานนิสัยก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไรเลย ต่างก็เป็นหญิงแกร่งพึ่งพาตัวเองได้ทั้งคู่ เป็นคนไม่คิดอะไรซับซ้อน ไม่ต้องการชื่อเสียงเงินทองแต่รักครอบครัวมาก...

ป.ล. จุดยืนในกองทัพของฮวามู่หลานเจ้าของร่างเดิมก็คือ หากสู้ไม่ได้ก็ให้หนี ต้องรักชีวิต ต้องนึกถึงคนข้างหลังที่รออยู่ ซึ่งตอนแรกที่อยู่ในกองทัพนางจะเก็บงำความสามารถ ไม่สนใจเรื่องเก็บแต้มแลกของรางวัลหรือเลื่อนขั้น (แต้ม = ชีวิตของฝ่ายตรงข้ามที่สังหารได้) เวลาออกรบก็จะเป็นตัวกลางคอยช่วยเหลือเพื่อนในกอง ถ้าจุดไหนแย่ก็จะเข้าไปหนุน ทำให้ทุกคนมีชีวิตรอดกลับมาอย่างปลอดภัย ดังนั้นกองที่นางอยู่จึงเป็นกองที่แทบไม่มีคนตายและแต้มสูง จนทำให้เบื้องบนสงสัยเริ่มจับตาดู

และสุดท้ายนางก็ถูกเบื้องบนค้นพบความสามารถ...พวกแม่ทัพ พวกที่อยู่เบื้องบนบางคนก็อยากให้นางไต่เต้าเลื่อนขั้นไปรับใช้อยู่ข้างกายฮ่องเต้ แต่นางก็ไม่สนอยากอยู่แค่นี้ ไม่อยากมีตำแหน่งใหญ่โต ได้ของรางวัลอะไรมาก็ส่งกลับบ้านหมด ไม่ยอมเก็บไว้กับตัว เพราะกลัวว่าหากวันหนึ่งเรื่องแดงแล้วเดี๋ยวของที่ได้มาจะถูกยึด เลยต้องรีบส่งกลับไปที่บ้านหมด แต่คนอื่นไม่รู้ ก็ว่าทำไมนางซื่อบื้อจัง หาว่านางขี้ขลาดบ้างที่สั่งให้ลูกน้องในกองรักษาชีวิตอย่ารบแบบบ้าบิ่นกะตายลูกเดียว แต่ให้คิดถึงหน้าคนในครอบครัวหรือคนข้างหลังเอาไว้ เพราะฉะนั้นลูกน้องในกองของนางส่วนใหญ่เลยมีแต่คนที่มีห่วงอยู่ข้างหลัง เวลารบจึงไม่ทิ้งกัน แต่จะพยายามพาเพื่อนในกองกลับมาให้ครบให้ได้


📍เพียงเพราะ...ฮวามู่หลานไม่มีพี่ชาย เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/6AdV0698hX





วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ


ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : น่ชิงเฟิ
ผู้แปล : นิศารัตน์
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เฉินทิง หรือทิงทิง นักศึกษาปี 2 ภาควิชาภาษาอังกฤษ เด็กหนุ่มผมลอนสีน้ำตาลที่ใครๆ ต่างก็เอ็นดู บวกกับส่วนสูง 173 ซม. ก็ยิ่งทำให้เขาดูน่ารักน่าหยิก ทั้งที่ความจริงทิงทิงออกจะเท่และคูล แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับไม่เป็นใจเอาซะเลย

พระเอก เผยอี่เหยา น้องใหม่ปีหนึ่งภาควิชาฟิสิกส์ หนุ่มสุดหล่อมาดเท่ สุดฮ็อตของมหาวิทยาลัย นิสัยเย็นชาพูดน้อย ไอคิวสูงแต่อีคิว...หึหึ  ไม่ว่าจะนั่ง จะยืน จะพูดหรือจะทำอะไรก็เท่ไปหมด ไม่มีตรงไหนที่ไม่เท่เลยให้ตายสิ ...

แม่ของพระ-นายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนบ้าน+เพื่อนเล่นกันตั้งแต่ตอนสมัยเด็ก แต่บ้านพระเอกต้องย้ายไปเมืองนอกตามหน้าที่การงานของพ่อ เพิ่งได้กลับประเทศตอนเรียนมหาวิทยาลัย พอรู้ว่าเพื่อนย้ายกลับมา แม่นายเอกเลยให้ลูกเอาของไปให้ที่บ้าน ทั้งสองคนเลยได้เจอกันในตอนที่นายเอกกำลังใส่เสื้อยืดตัวโคร่งคลุมขาขาวเนียน
เอ้ย
! ! เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนอยู่ในห้องของพระเอกพอดี...

หลังจากนั้นพระ-นายก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ เพราะแม่ๆ อยากให้ลูกๆ ของตนสนิทกัน
แรกๆ ก็ปกติไม่มีอะไรนะ นายเอกก็มองพระเอกเป็นน้องคนหนึ่ง แต่ไปๆ มาๆ พระเอกดันคิดเกินเลยชอบเขาก่อน มีสาวสวยมาสารภาพรักกี่คนไม่เคยสน ในหัวมีแต่ทิงทิงเพราะทิงทิงน่ารักมาก น่ารักเกินไปแล้ว เริ่มอยากลูบหัว อยากกอด เริ่มไม่อยากให้หนุ่มอื่นเข้าใกล้
นายเอกก็มีเอ๊ะๆ ทำไรอะ แต่ก็ไม่ได้คิดมาก ไม่เคยคิดว่าพระเอกจะชอบตัวเอง (แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาลูบหัวนะเดี๋ยวเตี้ย
55) ...จนมาวันหนึ่งพระเอกทนไม่ไหวเลยลากนายเอกไปสารภาพรักซะ 55

นายเอกก็อึ้ง ไม่คิดว่าพระเอกจะชอบผู้ชาย แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นตัวเองอีก จึงไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธนะ พระเอกเลยบอกงั้นขอจีบได้ไหม 55...
หลังจากนั้นก็คอยแวะเวียนไปเฝ้าเอ้ย! ไปหานายเอกตอนทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านกาแฟ
รอไปส่งนายเอกที่หอพักทุกคืน คอยซื้อนมซื้อขนมมาให้(นายเอกชอบกินพวกขนมหวาน) จากคนที่เฉยชาไม่เคยสนใจใครก็เปลี่ยนเป็นหนุ่มติดแฟน ดูแลนายเอกอย่างดี

ถึงจะไม่ค่อยพูดแต่การกระทำและสายตาที่มองนายเอกนั้นกินขาดมากกก ใครเห็นก็รู้แล้วว่าพระเอกคิดยังไงกับเขา ทีแรกนายเอกยังคิดว่าหลังจากสารภาพรักไป เดี๋ยวพระเอกคงจะคิดได้แล้วเลิกชอบเอง  แต่พระเอกกลับไม่เคยเปลี่ยนใจเลย เสมอต้นเสมอปลายตลอด....
จนสุดท้ายก็ตกลงเป็นแฟนกัน

เป็นแนว feel good รักในวัยมหาลัยไม่มีดราม่า ไม่มีเรื่องมือที่สามที่สี่ แทบไม่มีอุปสรรคอะไรเลย หนทางความรักราบรื่นมาก เพื่อนๆ ก็สนับสนุน จิ้นคู่นี้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะคบกันอีก ส่วนพ่อแม่ของพระ-นายก็เปิดกว้างไม่ได้ว่าอะไร เคารพการตัดสินใจของลูก
พอเรียนจบนายเอกไปต่อโทที่ต่างประเทศ กลายเป็นรักทางไกลก็ไม่มีปัญหาอะไรอีก
แล้วหลังจากนั้นพระเอกก็ไปเรียนต่อ(แต่อยู่คนละประเทศ) นายเอกก็ทำเรื่องตามไป
และพระเอกก็ขอแต่งงาน ได้จดทะเบียนกันที่เมืองนอก แฮปปี้ อ่านเรื่องนี้แล้วสีชมพูสุดๆ
55


📍ทิงทิงไม่ใช่คนน่ารักจริงๆ นะ ➡️ https://s.shopee.co.th/805nLxG9Ad





วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

Alumni page ความทรงจำใต้เงารัก 2 เล่มจบ

 

Alumni page ความทรงจำใต้เงารัก 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : 
书海沧生 (Shuhai Cangsheng)
ผู้แปล : Anonymous_B
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เป็นแนวปัจจุบัน  แต่ลักษณะการปฏิบัติของครอบครัวใหญ่ๆ ตระกูลเก่าแก่ในเรื่องนี้แทบไม่ต่างอะไรกับสมัยโบราณเลย ทั้งการแย่งชิงอำนาจตำแหน่งหน้าที่การงานของพวกผู้ชาย รวมถึงความอิจฉาริษยาและความร้ายกาจของสตรีหลังบ้านด้วย  

พระเอก-นางเอก และตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็ก อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชุมชนละแวกเดียวกัน ที่เป็นเขตที่อยู่อาศัยของผู้มีอำนาจทางทหารหรือพวกตระกูลเก่าแก่มีชื่อ มีการไปมาหาสู่กันตั้งแต่รุ่นปู่ และอาจจะเกี่ยวดองกันด้วยการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ซึ่งในหมู่บ้านก็จะมีการจัดกิจกรรมให้แต่ละบ้านมาร่วมสนุกหรือรวมตัวกัน มีความพยายามจับคู่ให้ลูกหลานบ้านตน กับบ้านนู้นบ้านนี้ที่มีฐานะเท่าเทียมหรือเอื้อผลประโยชน์กันได้ ...

นางเอก หร่วนหนิง มีปู่เป็นท่านนายพล ส่วนพ่อก็เป็นลูกชายคนโตของตระกูล แต่เพราะย่าที่จากไปแล้วของเธอมีฐานะต่ำต้อย อีกทั้งแม่ของเธอก็ยังเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ๆ เมื่อต้องมาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้มากลากดีทรงอำนาจทั้งหลาย ครอบครัวนางเอกจึงเป็นเหมือนแกะดำ ต่อหน้าก็พูดคุยยิ้มแย้มดี แต่พอลับหลังก็แอบก่นด่าดูถูกเรื่องฐานะชาติกำเนิด แม้แต่บ้านอารองของย่าเล็ก(ภรรยาคนที่สองของปู่) ก็ยังรังเกียจและแอบดูถูกครอบครัวของเธอเสมอมา...แต่น่าเสียดายที่นางเอกกับพ่อกลับเป็นลูกชายและหลานสาวที่ปู่รักมากที่สุด ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่กัดฟันกรอดและแอบอิจฉาอยู่ในใจเท่านั้น...

เล่มแรกเปิดมาคือนางเอกกำลังเรียนมหาลัยแล้ว ดูเป็นคนนิสัยโก๊ะๆ ซุ่มซ่าม ร่าเริง แต่กลับร้องไห้ง่าย...และยังแอบชอบเพื่อนวัยเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่า หลินหลิน มาตลอด แต่พอได้เจอกันอีกครั้ง เขาคนนั้นกลับมีชื่อใหม่ว่า อวี๋ฉือ เป็นหนุ่มนักศึกษาแพทย์ชาติตระกูลดี หน้าตาหล่อเหลาสุดแสนจะป๊อป ทั้งยังเย็นชาปากร้าย ไม่ใช่หลินหลินคนเดิมในความทรงจำของเธอที่แสนยากจน อ่อนโยนน่าแกล้ง และเตี้ยกว่าเธอครึ่งศีรษะอีกแล้ว...

นางเอกเป็นเด็กสาวหน้าตาธรรมดา ที่ภายนอกร่าเริงแต่ข้างในแทบพังทลายเกือบหมด มิหนำซ้ำยังมีอาการป่วยที่เกิดจากยีนผิดปกติ ทำให้เป็นไบโพลาร์ ซึ่งหากมีเรื่องอะไรมากระทบจิตใจหนักๆ เข้า ก็จะทำให้สูญเสียความทรงจำและจำอะไรไม่ได้ไปช่วงหนึ่ง

ส่วนพระเอกนั้นหล่อเหลางามสง่า เย็นชาพูดน้อย ตรงกันข้ามกับนางเอกลิบลับแต่ทั้งสองคนกลับมีวัยเด็กร่วมกันนับไม่ถ้วน ต่างผ่านเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดที่ทิ้งรอยแผลเอาไว้มากมายไม่ต่างกัน ในวัยเด็กพระเอกคือยาจก คือเด็กกำพร้าที่ไม่มีพ่อแม่
ต้องอยู่ในบ้านเก่าๆ โทรมๆ ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไร้ตัวตนเหมือนเงาจางๆ ที่ถูกมองข้าม ส่วนนางเอกในวัยเด็กก็เป็นเสมือนสัตว์ประหลาด อันธพาลน้อยตัวแสบ ที่เข้ามาทำให้ชีวิตของพระเอกปั่นป่วนมีสีสัน มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป ..

ในวัยเด็กเขาคือคนที่ไม่คู่ควรกับเธอ แต่พอโตขึ้นมากลับกลายเป็นเธอต่างหากที่ไม่คู่ควรกับเขาแล้ว...

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกหน่วงๆ บรรยากาศอึมครึมเหมือนมีม่านหมอกตั้งแต่ต้นยันจบ เนื้อเรื่องค่อนข้างหักมุม(หลายครั้งมาก) ช่วงที่อ่านตอนย้อนอดีตก็มีหลากฉากที่แอบน้ำตาซึม รู้สึกอึนๆ เพราะเรื่องราวมันยังไม่กระจ่าง ระหว่างที่อ่านก็จะสงสัยอยู่ตลอด แต่ก็เดาไม่ถูกสักอย่าง โดยเฉพาะความคิดจิตใจคน 55 ถึงนางเอกจะดูร่าเริงสดใส แบบสาวโก๊ะๆ แต่เราก็รู้สึกอยู่ตลอดว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังแน่ๆ ...เนื้อเรื่องจะเล่าสลับระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ค่อยๆ เผยปมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตพระ-นางตั้งแต่เด็ก จนมาถึงตอนที่แยกจากและได้กลับมาพบกันอีก บอกเล่าว่าระหว่างนั้นพวกเขาต่างได้พบเจอหรือต้องเผชิญเหตุการณ์อะไรกันมาบ้าง ที่ทำให้มีบุคลิกนิสัยแบบนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เราว่าก็ล้วนเกิดจากผู้ใหญ่(บางคน) ทว่าเด็กๆ อย่างพระ-นาง รวมถึงพี่น้อง เพื่อนในวัยเด็ก(บางคน) กลับต้องมาได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่มีใครโตมาแล้วลึกๆ จิตใจไม่บิดเบี้ยวเลย T^T

ความจริงพระเอกเป็นหลานชายคนโตของตระกูลอวี๋ แต่ถูกย่าเอามาเลี้ยงข้างนอกด้วยเหตุผลบางอย่าง พระเอกจึงนึกว่าตัวเองไม่มีครอบครัวมีแต่ย่า จนเมื่อย่าเสียก็มีคนมารับกลับ...แต่คนที่มารับดันต้องการกำจัดพระเอก จึงทำให้พระเอกต้องมีชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็นอยู่ 2 ปีเต็ม กว่าจะได้รับการช่วยเหลือกลับมาบ้านและได้เจอนางเอกอีกครั้ง ตอนอ่านช่วงแรกๆ เราก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าคนไหนคือพระเอกตัวจริง ตกลงคนไหนกันแน่คือหลินหลินที่นางเอกรัก เพราะพระเอกดูเย็นชาและมีท่าทีชิงชังนางเอกยังไงก็ไม่รู้  ...เหมือนมีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน ส่วนนางเอกก็ความทรงจำยังไม่ปะติดปะต่อ เลยทำให้ยิ่งสงสัยว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้น...เพราะบางทีพอได้เห็นท่าท่างเย็นชาไม่สนใจของพระเอกแล้ว เราก็อดปวดใจแทนนางเอกไม่ได้จริงๆ T^T (นักเขียนสับขาหลอกเก่ง)

เส้นทางความรักของพระ-นางจะว่าไปก็เหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้งอะ อุปสรรคเยอะกว่าจะได้ลงเอย เพราะเจอคนมายุ่ง เข้ามาแทรก ซะจนทำให้เข้าใจผิดต้องคลาดกันอยู่นาน ทำให้พระเอกคิดว่าคนที่นางเอกชอบไม่ใช่ตัวเอง ส่วนนางเอกก็คิดว่าตัวเองถูกพระเอกปฏิเสธมาตลอด ทั้งที่ความจริงรักและผูกพันกันมากกกก พระเอกนี่ยอมขนาดละทิ้งตัวตนเพื่อสานฝันพ่อตาต่อ เพื่อจะได้เป็นคนที่แข็งแกร่งมากพอที่จะปกป้องนางเอกและจัดการคนที่ทำร้ายเธอได้ ...เขาไม่ต้องการอำนาจเบื้องหลังตระกูลหร่วน ไม่สนใจอำนาจของตระกูลตัวเอง เพราะเขาต้องการแค่นางเอกคนเดียวเท่านั้น จะล้มสักกี่ครั้งก็จะลุกและกลับมาใหม่ จนกว่าทุกอย่างจะสำเร็จ ...

ป.ล. สิ่งที่ชอบอีกอย่างมากๆ ในเรื่อง คือกลุ่มเพื่อนรูมเมทมหาลัยทั้ง 5 คนของนางเอก เพื่อนแท้เพื่อนตาย พร้อมอยู่เคียงข้างพึ่งพาได้เสมอ ทั้งยามสุขยามทุกข์ ใครหน้าไหนก็ห้ามรังแกเพื่อนเรา มิตรภาพแน่นแฟ้นยืนยาวมาก

ป.ล. ตอนรู้ครั้งแรกว่าใครคือหลินหลินตัวจริงที่นางเอกรักนี่ อยากกระโดดตบหลินหลินอีกคนมาก แต่พออ่านถึงบทสุดท้ายได้รู้ต้นสายปลายเหตุจริงๆ ก็อ้าวว....แกนี่เองงงงตัวต้นเหตุ 55

📍Alumni page ความทรงจำใต้เงารัก เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/8zyc2RFarZ

📍Alumni page ความทรงจำใต้เงารัก เล่ม 2 ➡️ https://s.shopee.co.th/6AeQfJ29gs




วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1

 


จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1 (3 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : ซิงเซ่ออวี่อี้  (青色羽翼)
ผู้แปล : ไป๋รื่อเมิ่ง
สำนักพิมพ์ IRISBOOK

อ่านจบแล้ว(อาจมีสปอยล์)

เป็นแนวบำเพ็ญเพียร มีเทพเซียน มาร ปีศาจ ผู้บำเพ็ญเพียร มีตบะ ขั้นพลัง มรรคา พระเอกเป็นจอมมารชื่อ เหวินเหรินเอ้อ จอมมารประมุขพรรคเสวียนยวน วันหนึ่งบังเอิญมีหนังสือประหลาดโผล่มาอยู่ในมือ พระเอกก็งงว่ามาได้ไง เพราะพี่แกเก่งมาก ไม่มีทางที่จะมีอะไรโผล่มาโดยไม่รู้ตัว แต่พอเปิดหนังสืออ่าน พระเอกก็ได้พบว่าโลกที่ตัวเองอยู่ตอนนี้ ก็คือโลกในหนังสือนิยายเรื่อง...ร้าวรักระทม... ซึ่งตัวพระเอกในหนังสือนิยายเล่มนี้ก็คือตัวละครชายลำดับที่สอง ผู้คลั่งรักและเอาแต่ใจ
หลงรักนางเอกในหนังสือที่อยู่ฝ่ายธรรมะอย่างหัวปักหัวปำ ยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่เคยรักตนเลย แล้วสุดท้ายพระเอกก็ต้องตายจากการไปช่วยเหลือคนรักของนางเอก หรือพระเอกในนิยายนั่นแหละ...

พออ่านจบพระเอกก็อารายวะ! คนอย่างพี่แกเนี่ยนะ! จะรักใครมากจนถึงขนาดยอมทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ บ้าไปแล้ว เป็นไปไม่ได้...ว่าแล้วก็ลงจากเขาไปสืบหาความจริง ไปดูหน้าตา+นิสัยใจคอของพระ-นาง ในหนังสือเลยดีกว่า 55

ส่วนนายเอก อินหานเจียง ผู้คุมกฏซ้ายของพรรคเสวียนยวน เป็นลูกน้องที่ติดตามอยู่ข้างกายพระเอก เคารพเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระเอกผู้เป็นนายอย่างมากกกก นิสัยทื่อๆ เย็นชา พูดน้อย ไม่เห็นใครอยู่ในสายตานอกจากพระเอกเท่านั้น...
ซึ่งนายเอกก็คือตัวละครชายลำดับสี่
ในหนังสือนิยาย ที่หลงรักนางเอกเหมือนกัน ...แต่ๆๆ พอพระเอกตาย(ในหนังสือ) ตัวละครนี้กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน จากคนที่คอยปกป้องนางเอก(ตามคำสั่งพระเอก) ก็กลับเป็นคนร้ายที่ตามไล่ล่าสังหารนางเอกอย่างบ้าคลั่ง...พออ่านถึงตอนนี้พระเอกก็เลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนายเอกถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ไม่เข้าใจสาเหตุ...พี่แกจึงเริ่มให้ความสนใจและคอยสังเกตนายเอกมากขึ้น จากที่ไม่เคยใส่ใจ ก็กลับมาให้ความสำคัญและคิดเผื่อนายเอก เพราะไม่ต้องการให้นายเอกมีจุดจบหรือกลายเป็นคนคลุ้มคลั่งแบบในนิยาย

อันที่จริงนางเอกในหนังสือก็คือเทพโดยกำเนิดที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียว ส่วนพระเอกในหนังสือก็คือเทพหลังกำเนิด (พลังจะด้อยกว่าเทพโดยกำเนิด)
ตอนที่นางเอกกำลังจะข้ามผ่านด่านเคราะห์ อิพระเอกในหนังสือซึ่งเป็นเทพอยู่ตอนนั้น ดันโผล่มาช่วยนางเอกสกัดด่านเคราะห์พอดี เลยทำให้ต้องลงมาเกิดด้วย ทั้งสองคนจึงมีชะตาเกี่ยวข้องกัน พอลงมาเกิดในแดนมนุษย์ก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก และตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ

แต่อิพระเอกนิยายเนี่ยถึงจะรักนางเอกจริง แต่ก็มักมาก เจ้าชู้ ชอบทำร้ายจิตใจนางเอกต่างๆ นานา นักอ่านก็คอมเมนต์ด่า อยากให้นางเอกตาสว่าง รีบกลับสวรรค์คืนร่างเทพมาแก้แค้น ไม่ก็ลงเอยกับคนอื่นแทนไปเลย แต่นางเอกก็ยังดักดานรักแต่อิตานี่อยู่นั่นแหละ พระรองงานดีเข้ามากี่คนก็ไม่สน ใครพูดเตือนยังไงก็ไม่แคร์ ฉันก็จะรักของฉันอยู่แบบนี้...

พระเอก(ท่านจอมมาร) เลยพยายามจะช่วยนางเอกในนิยาย เพราะถือว่าอีกฝ่ายมีบุญคุณที่ทำให้ตนรู้แจ้งในมรรคา ถือว่านางเป็นเสมือนอาจารย์คนหนึ่ง ก็เลยจะช่วยให้นางตาสว่างได้เห็นธาตุแท้ของอิพระเอกในนิยายแล้วทิ้งมันไปซะ จะได้เข้าสู่มรรคาไร้รักแล้วกลับขึ้นสวรรค์ไปเป็นเทพดังเดิม

พระเอกเลยให้ลูกน้องในพรรคไปล่อลวงอิพระเอกในนิยายตามที่ในหนังสือเคยเขียนไว้ คือในหนังสือเดิมเขียนว่าอิพระเอกในนิยายนั้นถูกฝ่ายอธรรมล่อลวง ไม่ได้สมยอม แต่พอพระเอกไปคุยกับลูกน้อง ลูกน้องบอกเรื่องนี้ต้องสมยอมด้วยถึงจะทำได้
พระเอกเลยเริ่มรู้ธาตุแท้ของพระเอกในนิยายและว่าจริงๆ เป็นคนยังไง

เลยหาทางแยกพระ-นางในนิยายออกจากกัน โดยการพานายเอกกับนางเอกในนิยายไปหาของวิเศษตามที่ในหนังสือเขียนเอาไว้ คือต้องบอกก่อนว่า ถ้าของวิเศษอันไหนไม่ใช่ของพระเอกแต่เป็นของคนอื่น ถึงจะรู้ตำแหน่งที่ตั้ง รู้เหตุการณ์ล่วงหน้ามาแล้ว
แต่พระเอกก็จะไม่ฉกฉวยเอาไป จะเอาแต่เฉพาะอันที่เป็นของตัวเองจริงๆ ...เพียงแต่ไอ้ของวิเศษเนี่ย มันจะปรากฏก็ต่อเมื่อมีนางเอกในนิยายอยู่ด้วยเท่านั้นไง ดังนั้นทุกครั้งพระเอกเลยต้องพานางไปด้วย...แต่พี่ก็ไม่ได้ทะนุถนอมคนงามเลย
อยากฟาดให้สลบก็ฟาด อยากผลักตกหน้าผาก็ผลัก
55...เพราะพระเอก(ท่านจอมมาร) ไม่ได้หลงรักนางเอกในนิยายตามที่หนังสือเคยเขียนไว้แล้ว เฉยมากกก พอรู้ว่าเหตุการณ์ไหนที่ทำให้ตนหลงรักเขา พี่ก็ไปบอกนายเอกให้มาช่วยแทน 55 ...
เรื่องราวมันเลยค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับเดิม

คนที่นางเอกในนิยายช่วยจึงกลายเป็นคนอื่น ส่วนนายเอกก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะพระเอกคอยจับตาดูและใส่ใจมากขึ้น เริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิดของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่ฟังคำสั่งเป็นหุ่นอย่างเดียว (นี่แหละสิ่งที่พระเอกต้องการ) หลังๆ พระเอกก็เริ่มสงสัยแล้วนะ ว่าทำไมนางเอกในนิยายถึงได้หลงรักอิพระเอก(คนเก่า) อย่างไม่ลืมหูลืมตาขนาดนี้ กำลังคิดว่ามีใครคอยชักใยแอบควบคุมอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่า ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวที่เกิดในหนังสือมากขึ้นด้วย (เริ่มมองทะลุ) 

ป.ล. ส่วนเรื่องความรักของพระ-นาย ยังไม่มีอะไร ความรู้สึกช้าด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย

ป.ล. แปลดี จากที่อ่านดูแล้วคิดว่าเรื่องนี้น่าจะแปลยากนะเนี่ย  แต่อ่านลื่นไม่ติดขัดเลย (สำหรับเรานะ) เลือกใช้คำได้ดีเลย


📍จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1 (3 เล่มจบ) ➡️ https://s.shopee.co.th/5AkxoRz5qF




วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

สักวันฉันจะบอกรักเธอ

 


สักวันฉันจะบอกรักเธอ (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : จงกงต้าเหริน
ผู้แปล : บุปผาน้ำแข็ง
สำนักพิมพ์ หยางกวง

ตอนที่เดินเข้ามา ซูชิงอวี้ก็ได้แต่คิดถึงความคิดที่ว่า
'ความรักของฉันเหมือนภูเขากับทะเล ถึงแม้จะอยู่ใกล้กันแต่ก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ซูชิงอวี้ แอบหลงรักพี่ชายข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก เพื่อจะได้คู่ควรกับเขา
นางเอกจึงพยายามตั้งใจเรียนจนกลายเป็นนักเรียนเรียนดี และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขาได้ แต่ในวันที่ประกาศผลสอบกลับเป็นวันที่เธอต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิต เพราะนั่นคือวันที่เขาพาคนรักกลับมาบ้านเพื่อเปิดตัวกับครอบครัว

สวี่หมิ่นเฉิน ชายหนุ่มรูปหล่อ ไอคิวสูง ผู้ก่อตั้งบริษัทไอโปยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอที
ที่มีมูลค่าทรัพย์สินกว่าหมื่นล้าน ประธานหนุ่มที่ประสบความความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
แถมยังมีแฟนสาวสุดสวย ที่เป็นสาวมั่นแสนฉลาดคอยอยู่เคียงข้างอีกด้วย
ทว่าวันหนึ่งทุกอย่างก็พังทลาย เมื่อเขาถูกแฟนสาวกับเพื่อนสนิทร่วมมือกันหักหลังใส่ร้ายป้ายสี ทำให้ถูกขับออกจากบริษัท ถูกรุมประณาม ทั้งยังต้องแบกรับหนี้สินที่ไม่ได้ก่อจนสิ้นเนื้อประดาตัว จากคนที่เคยรุ่งโรจน์มีทุกอย่าง ก็กลายเป็นตกอับไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดง...

พระ-นางเป็นเพื่อนบ้านกัน นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็ก มักแวะเวียนไปขอให้พระเอกสอนการบ้านให้ ขอตามไปเล่นด้วย ตอนเรียนก็พยายามสอบเข้าที่เดียวกับพระเอกให้ได้ มีพระเอกเป็นไอดอล แต่พระเอกกลับจำนางเอกไม่ได้เลยสักกะนิด ...เหอๆ 
นางเอกไปเจอพระเอกตอนที่กำลังตกอับพอดี เลยขอให้อีกฝ่ายมาอยู่ด้วยกัน ทั้งสัญญาว่าต่อแต่นี้เธอจะเป็นคนเลี้ยงดูเขาเอง...พระเอกที่เพิ่งหมดสิ้นทุกอย่าง สูญเสียแรงกายแรงใจในการใช้ชีวิต คิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงตอบตกลง

พอมาอยู่ด้วยกันนางเอกก็ทำทั้งงานหลัก+งานเสริม เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสองคน ทั้งทำงานบ้าน ทำอาหาร พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้พระเอกต้องอยู่อย่างลำบากหรือรู้สึกไม่สบาย แม้สุดท้ายพระเอกจะไม่เห็นค่า มีเพียงความเย็นชาส่งกลับมาให้ แต่เธอก็ยังยินดีทำ...

นางเอกเป็นเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเริ่มทำงานในบริษัท เป็นคนนิสัยร่าเริง ความคิดเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร หน้าตาก็จัดอยู่ในระดับธรรมดา ไม่สวยไม่ขี้เหร่
แต่เด็กสาวธรรมดาอย่างเธอกลับกล้าทำเรื่องที่ผิดต่อพ่อแม่ เรื่องที่อาจเรียกได้ว่าบ้าในสายตาคนอื่นๆ นั่นคือ....เลี้ยงดูผู้ชาย(พระเอก)เอาไว้ในบ้าน...
แต่ใครใช้ให้ผู้ชายคนนั้นคือรักแรกและรักเดียวในใจเธอ คือเทพบุตร คือไอดอล
คือคนที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไร้ข้อกังขากันล่ะ ต่อให้เขาจะร่ำรวยหรือยากจน รุ่งโรจน์หรือตกอับ เธอก็ไม่มีวันเลิกรักเขาได้อยู่ดี

ช่วงแรกหน่วงมาก เพราะมีแต่นางเอกคนเดียวที่เป็นฝ่ายทุ่ม ส่วนพระเอกก็หมดอาลัยตายอยากในชีวิตไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ใช้ชีวิตไปวันๆ สิ่งที่นางเอกทำจึงไม่ต่างจากการเอาน้ำไปเททิ้ง เติมเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม เพราะพระเอกไม่สนใจ ไม่รับรู้ มีแต่ความเฉยชาเย็นชาส่งกลับมาให้ แต่ถึงอย่างนั้นนางเอกก็ยังมองโลกในแง่ดี ยังยิ้มได้ เสียใจได้แป๊บๆ เดี๋ยวก็กลับมาสดใสได้อีก ไม่ต้องรอให้ใครมาปลอบมาง้อ ...
แต่อันที่จริงจะไปว่าพระเอกก็ไม่ได้ ก็คนมันไม่ได้รักอะ(ช่วงแรก) ความดีกับความรักมันเป็นคนละเรื่อง ไม่รักก็คือไม่รัก ซึ่งนางเอกก็รู้ดี จึงไม่ได้หวังว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไป
เพราะการที่เธอกับเขาได้อยู่ด้วยกันในเวลานี้ มันก็เป็นเหมือนกับความฝันที่เธอไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง หากเขาไม่ตกอับถูกทอดทิ้ง ดวงจันทร์ก็คงลอยอยู่บนท้องฟ้า ไม่มีทางลงมายังพื้นดินให้เธอได้สัมผัส
และสักวันเมื่อเขาคิดได้หรือพักจนหายเหนื่อยดีแล้ว ดวงจันทร์ก็คงลอยกลับขึ้นไปอยู่บนที่ของตัวเองตามเดิม ..

พอความสัมพันธ์เช่นนี้สิ้นสุดลง นางเอกก็ตัดสินใจไปเที่ยวคนเดียว แต่สถานที่ที่ไปดันมีพายุเข้า พระเอกเห็นข่าวเลยรีบโทรหา (หลังจากชีวิตพังปกติพระเอกจะไม่โทรหาใคร แม้แต่นางเอก) พอโทรไม่ติดก็ซื้อตั๋วบินไปหาถึงที่ ทั้งสองคนเลยมีโอกาสได้เปิดอกคุยกันอีกครั้ง หลังจากวันนั้นก็กลับมาอยู่ด้วยกัน แล้วพระเอกก็เริ่มกลับมาทำงานหาเงินใหม่

แต่พอฝั่งเพื่อนกับแฟนเก่ารู้ว่าพระเอกกำลังกลับมาทำงานก็คิดจะขัดขวาง
ซึ่งจริงๆ ตัวแฟนเก่าน่ะยังรักพระเอกเหมือนเดิม ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากจะดัดนิสัย
ในการทำธุรกิจบางอย่างของพระเอก เลยยอมร่วมมือกับคนอื่น ตั้งใจทำให้พระเอกสูญสิ้นทุกอย่าง เพราะคิดว่าเดี๋ยวพระเอกจะต้องกลับมาขอโอกาส ขอให้ช่วย...
..แต่สุดท้ายพระเอกก็ไม่เคยมาเลย  ตัดขาดการติดต่อทุกอย่างไปตั้งแต่วันที่โดนหักหลัง โทรมาก็บล็อกไม่รับ ไม่กลับไปแล้วโว้ยยยย...

พระเอกหนักแน่นมาก ตัดคือตัดไม่ลังเล ...พอรักนางเอกแล้วก็รักเลย มองแต่นางเอกคนเดียว ไม่มีโลเล คบกับแฟนเก่ามาหลายปีไม่เคยคิดจะแต่งงาน แต่คบกับนางเอกไม่กี่เดือนรีบพาไปจดทะเบียนเลยจ้า 55 ...พอแฟนเก่าเห็นข่าวนี้ก็ใจสลาย เพิ่งมาสำนึกเสียใจได้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันผิด เพราะมันทำให้ต้องสูญเสียพระเอกไปตลอดชีวิต...
ส่วนเพื่อนสนิทพระเอกก็ทำไปเพราะอยากจะกำจัดพระเอกให้พ้นทาง แล้วก็อยากได้แฟนเขา ซึ่งสุดท้ายทั้งสองคนก็ได้รับกรรมกันไปตามระเบียบนั่นแหละนะ

จบดี จบแฮปปี้ ครึ่งแรกบีบคั้นมาก นางเอกเป็นฝ่ายคลั่งรักยอมทำทุกอย่าง แต่พอเข้าครึ่งหลังใจตรงกันแล้ว ความหวานก็จะค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  
พระ
-นางก็ช่วยกันทำงานสร้างกิจการ ต่างทำเพื่อกันและกัน นางเอกกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวของพระเอก เป็นคนที่เขาสูญเสียไปไม่ได้ ส่วนนางเอกก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองจนมีความกล้ามากขึ้น เปลี่ยนจากคนที่เคยเดินตามหลังมาเป็นคนที่เดินอยู่ข้างๆ เขาได้อย่างเต็มภาคภูมิและมีความสุขจริงๆ สักที

ป.ล. การแปลโอเคนะ แต่มีพวกคำผิด คำตก คำสลับเยอะไปหน่อย ถ้าแก้ตรงนี้ได้ก็โอเลย

ป.ล. เรื่องนี้ไม่มีแบบรูปเล่มนะคะ มีแต่ E-Book



วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก

 

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : สืออู๋
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ With Love by Jamsai

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เหมียวเหมี่ยว นักเขียนการ์ตูนเรื่อง ผู้กล้าบุกอาณาจักรแมว ที่กำลังโด่งดัง เจ้าของนามปากกา เหมียวไก่ฉีก เพราะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ชอบแอบอู้ จึงทำให้เธอต้องเปิดไลฟ์สดเวลาทำงาน เพื่อจะได้ให้แฟนคลับหรือคนที่เข้ามาดูจับตามองเวลาทำงาน เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เธอเคลียร์งานจนเสร็จ

ฟางไหลหยาง แฟนคลับอันดับหนึ่งของเหมียวไก่ฉีก ชายหนุ่มรูปหล่อ ฐานะร่ำรวย เป็นประธานบริษัทเจ้าของกิจการรถยนต์ แฟนคลับเศรษฐีที่ส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นักเขียนการ์ตูนในดวงใจแทนการขอบคุณ ที่ทำให้คนที่ขาดแรงบันดาลใจในการทำงานและชอบดองงานเช่นเขา ได้ทำงานเสร็จ สำเร็จลุล่วงจากการได้ดูไลฟ์สดของเธอ

จริงๆ พระเอกไม่ได้อยากมาทำงานเป็นประธานบริษัทของครอบครัวเลย แต่เพราะพี่ชายที่แสนจะสมบูรณ์เพียบพร้อมดันชิ่งไปเป็นหมอ พระเอกก็เลยต้องมาสืบทอดดูแลกิจการแทนพี่ ต้องละทิ้งอุดมการณ์ที่จะไปเป็นเชฟขนมหวาน พอมาทำงานพระเอกเลยกลายเป็นคนเงียบๆ เหมือนขาดแรงกระตุ้น เอกสารอะไรที่เลื่อนเซ็นได้ก็เลื่อน อันไหนที่ดองได้ก็ดองแบบเฉื่อยชา แต่พอได้เห็นนางเอกไลฟ์สดตอนทำงานพี่ก็เปลี่ยนไป เริ่มมีแรงใจ เลิกดองงาน เลิกผัดวันประกันพรุ่ง ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้าน และด้วยนิสัยที่ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร พระเอกจึงส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นางเอกเป็นการตอบแทน...เล่นใหญ่มากจนนางเอกตกใจ ไม่กล้ารับ ต้องขอส่งคืน แต่พระเอกก็ไม่ยอมรับคืน สุดท้ายนางเอกเลยต้องขอเปลี่ยนเป็นรถธรรมดาที่ราคาถูกลงหน่อย พระเอกถึงได้ยอม

แต่พอได้รถมานางเอกก็ยังรู้สึกไม่ดี เลยไปปรึกษาเพื่อนๆ เพื่อนจึงแนะนำให้นางเอกเอาเงินไปชดใช้คืนเป็นค่ารถสิ แต่นางเอกไม่มีเงินก็เลยไปสมัครแอพฯ เรียกรถปาปา แต่ขับไปขับมาเงินเก็บกลับไม่เพิ่มเพราะเธอกินเก่งมากกก (เอาเงินไปใช้กับอาหารหมด) แถมยังโดนผู้โดยสารร้องเรียนเพราะขับรถได้ห่วยอีก แต่นางเอกก็มองโลกในแง่ดี ไม่โกรธไม่ซี ยังเอามาเล่าให้แฟนคลับฟังขำๆ ตอนไลฟ์สดอีกด้วย 55

แล้ววันหนึ่งพระเอกก็บังเอิญได้นั่งรถที่นางเอกเป็นคนขับ แต่ตอนแรกยังไม่รู้นะว่าใคร แต่นางเอกคุยเก่งไง พระเอกเลยเดาได้จากเรื่องที่พูดออกมา หลังจากนั้นพระเอกก็เลยเริ่มหาข้ออ้างนัดเจอนางเอก เช่นนัดขอคืนร่ม (ที่นางเอกบอกไม่ต้องเพราะมันราคาแค่ 5 หยวนเอง) หรือจ้างนางเอกมาขับรถ (ทั้งๆ ที่พี่ก็เมารถที่นางเอกขับมาก แต่ก็ยังสู้ 55) เพื่อจะหาข้ออ้างพาเขาไปเที่ยว แล้วให้ลูกน้องที่บริษัทมาแกล้งแสดงเป็นเพื่อนตัวเอง 55 ...ไปๆ มาๆ นางเอกก็เริ่มชอบพระเอก เพราะในสายตาเธอ...พระเอกคือคนที่อ่อนโยนและอบอุ่นมากกก หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วพระเอกเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและเย็นชามาก ความอบอุ่นนี้มีไว้สำหรับนางเอกเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ...ส่วนพระเอกก็นึกว่าตนชอบนางเอกแบบที่แฟนคลับชอบไอดอล มาเอะๆ ใจก็ตอนที่เห็นนางเอกอยู่กับพระรอง และตอนที่นางเอกไลฟ์สดแล้วพูดชื่นชมอาหารที่พระรองทำ 55

เนื้อเรื่องเบาๆ สบายๆ ไม่ซับซ้อน ย่อยง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ รู้สึกว่าบางทีเราก็ต้องอ่านอะไรแบบนี้บ้างเพื่อฮีลตัวเองอะ 55...นางเอกเป็นคนใสซื่อโก๊ะๆ ความรู้สึกช้า มองโลกในแง่ดีแต่ก็กลัวความโดดเดี่ยว เพราะมีอดีตที่แสนเศร้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยิ้มได้และสามารถทำให้คนที่อยู่รอบๆ ข้างยิ้มตามไปด้วยอีกต่างหาก... พล็อตเรียบง่ายเรื่อยๆ แต่อบอุ่นหัวใจดี มีดราม่าเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย คือเรื่องที่นางเอกคิดว่าพระเอกมีแฟนแล้วเลยพยายามตัดใจ กับตอนที่นางเอกถูกคนใส่ร้ายทางอินเทอร์เน็ตและกำลังดิ่ง แต่จู่ๆ พระเอกกลับหายไปติดต่อไม่ได้ นางเอกเลยยิ่งเสียใจรู้สึกโดดเดี่ยว คิดว่าพระเอกคงไม่ได้ชอบตัวเองจริง พอพระเอกมารู้ทีหลังก็รีบทิ้งงาน ไม่หลับไม่นอนรีบและรีบกลับมาตามหาคน...เกือบทำให้นางเอกปิดประตูหัวใจใส่แล้วไหมล่ะ 55

หลังจากนั้นพี่แกก็แอบไปตามสืบหาคนที่ปล่อยข่าวใส่ร้ายจนเจอ พร้อมจัดการแก้ข่าวให้นางเอกเสร็จสรรพ แถมยังเริ่มหัดทำอาหารไปส่งให้นางเอกด้วยเพราะไม่อยากให้กินอาหารของพระรองบ่อย 55 ... ส่วนพระรองพอรู้ว่าเขารักกันก็ยินดี และเป็นฝ่ายถอยออกมาเองเงียบๆ ไม่ทำให้ใครอึดอัดลำบากใจ..

ป.ล.พระรองงานดีนะแต่ช้าไปหน่อย (มากกกเลยแหละ) เลยต้องกินแห้วไปตามระเบียบ ความจริงมีโอกาสตั้งหลายที แถมได้เจอกับนางเอกมาก่อนพระเอกตั้งนาน แต่พี่ดันไม่สารภาพตรงๆ ใจเย็นมาก พูดไม่เก่งอีกต่างหาก เลยใช้การกระทำอ้อมๆ เพื่อแสดงความรู้สึก แล้วคนโก๊ะๆ ความรู้สึกช้าอย่างนางเอกจะไปเข้าใจได้ยังไง แต่ดีที่พระรองก็มีเล่มแยกของตัวเองในเรื่อง รักนี้มีเชฟมาเสิร์ฟ ได้เป็นพระเอกละ ไม่ต้องแห้วแล้วนะทีนี้...อิอิ

ป.ล.ถึงพระเอกจะไม่ได้เป็นเชฟขนมตามที่ฝัน แต่สุดท้ายพี่ก็มีความสุขเพราะได้ทำขนมให้คนที่รักหรือนางเอกกินทุกวันแทน ...อิอิ 


📍แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก ➡️ https://s.shopee.co.th/9KbSRifYPO