วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ท่านพี่อย่าเย็นชากับข้านักเลย 5 เล่มจบ

 


ท่านพี่อย่าเย็นชากับข้านักเลย 5 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ฉางโกวลั่วเยวี่ย
ผู้แปล : ซิงซือ
สำนักพิมพ์ Princess

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เสวี่ยเจียเยว่ ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายที่เพื่อนเพิ่งร่างโครงร่างเอาไว้แต่ยังไม่ได้เขียน ทะลุมาเป็นใครไม่เป็น แต่ดันมาเป็นลูกติดแม่เลี้ยงจอมโหดของ เสวี่ยหยวนจิ้ง หรือก็คือพระเอกในเรื่อง เจ้าของร่างเดิมนี้มีชื่อว่า เอ้อร์ยา เป็นลูกสาวของผู้หญิงที่มาแต่งงานใหม่กับพ่อพระเอก ตัวแม่นั้นมีนิสัยร้ายกาจ ขี้งก เห็นแก่ตัว ปากร้าย แม้แต่ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองก็ยังไม่เว้น แถมยังมาเอาน้องสาวแท้ๆ ของพระเอกไปขายให้พวกค้ามนุษย์อีก
ส่วนตัวเอ้อร์ยาเจ้าของร่างเดิมก็เป็นคนหยาบคาย สกปรก เห็นแก่กิน และชอบเอาเรื่องของพระเอกไปฟ้องแม่ ทำให้พระเอกต้องถูกด่าถูกลงโทษ ขณะที่พ่อพระเอกก็ไม่เอาไหน ให้ท้ายเมียใหม่ สมัยที่เมียเก่ายังไม่ตายก็ชอบกินเหล้า ไม่ค่อยทำงานทำการ
เวลาเมาก็ชอบตบตีลูกเมีย
 ดังนั้นพอแม่ตาย พ่อแต่งงานใหม่ น้องสาวถูกขาย แม่เลี้ยงใหม่ก็เลวร้าย ลูกติดแม่เลี้ยงก็นิสัยแย่ ชีวิตทุกวันเหมือนตกนรก
พระเอกจึงกลายเป็นคนพูดน้อย เย็นชา ไม่ชอบยุ่งกับใคร และเริ่มดาร์กขึ้นเรื่อยๆ

นางเอกรู้ว่าในภายภาคหน้าพระเอกจะกลายเป็นเสนาบดีที่มีอำนาจมากในราชสำนัก ...ส่วนเจ้าของร่างเดิมก็จะตายอย่างอนาถด้วยน้ำมือของพี่แก ดังนั้นเพื่อไม่ให้ต้องมีจุดจบเหมือนในนิยาย นางเอกจึงต้องพยายามทำดีกับพระเอกอย่างสุดกำลัง เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ของตนเอาไว้ให้จงได้

คนเขียนเดียวกับเรื่องนิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียน แนวเรื่องค่อนข้างจะคล้ายๆ กัน คือนางเอกทะลุมิติมาเป็นน้องสาว(คนละสายเลือด) ของพระเอกในนิยาย ที่ร่างเดิมเคยทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ ส่วนตัวพระเอกก็มีชีวิตวัยเด็กที่ไม่ดี ถูกทำร้าย ขาดความรักความอบอุ่น นิสัยจึงค่อยๆ บิดเบี้ยวและดาร์กขึ้นเรื่อยๆ พอนางเอกทะลุมาก็ต้องหาทางทำดีกับพระเอก เพื่อไม่ให้ต้องตายอย่างอนาถ แต่เรื่องนี้นิยายยังไม่ได้ถูกเขียน เพื่อนนางเอกเล่าแค่โครงเรื่องคร่าวๆ และจุดหลักๆ ให้ฟัง ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยหรือเหตุการณ์ต่างๆ ระหว่างทางนั้นนางเอกจะไม่รู้เลย แถมเดิมเรื่องนี้ยังมีนางเอกหรือสตรีที่พระเอกจะต้องใช้เป็นฐานเหยียบเพื่อไต่เต้าถึง 12 คนอีกด้วย เพราะชื่อเรื่องเดิมของนิยายเรื่องนี้ก็คือ 'หญิงงามสิบสองตำหนัก'...อิอิ

สองเล่มแรกจะเป็นช่วงตกระกำลำบากชีวิตวัยเด็กช่างแสนมืดมน เพราะทั้งพระ-นางต่างก็ถูกพ่อแม่โขกสับใช้งานยิ่งกว่าวัวควาย ข้าวก็ไม่เคยได้กินอิ่ม
แถมยังถูกด่าถูกตีกันเป็นประจำอีก..เฮ้ออออ 
เล่มแรกพระเอกพูดน้อยมากกก แทบจะนับคำได้เพราะยังไม่เปิดใจ แม้นางเอกจะพยายามทำดีด้วยแค่ไหนพี่ก็โนสนโนแคร์ เพราะนอกจากเจ้าของร่างคนเก่าจะนิสัยไม่ดีแล้ว ก็ยังมีส่วนทำให้น้องสาว พระเอกต้องถูกขายไป จึงทำให้พี่แกยิ่งจงเกลียดจงชังสองแม่ลูกคู่นี้สุดๆ ไม่รับน้ำใจ ทั้งยังหวาดระแวงที่นางเอก
จู่ๆ ก็มาทำดีด้วยแบบนี้
แต่ถึงพระเอกจะเป็นแบบนี้นางเอกก็เข้าใจนะ ไม่ฝืน ทำเท่าที่จะทำได้ ไม่รับก็ไม่เป็นไร ...

ทว่าพอเจอแบบนี้หลายๆ ครั้งเข้าพระเอกก็เริ่มใจอ่อน สงสัยว่าทำไมลูกสาวแม่เลี้ยงถึงได้เปลี่ยนไปมากจัง จากคนที่สกปรกไม่ชอบอาบน้ำ ก็เปลี่ยนมารักความสะอาด หน้าตาสะอาดสะอ้าน จากที่เคยตะกละ ขี้โวยวาย ขี้ฟ้อง ก็กลายมาเป็นกินน้อย ไม่ค่อยพูด แถมเวลาพระเอกถูกแม่เลี้ยงดุด่าต่อว่า อีกฝ่ายก็ยังพูดจาปกป้องเข้าข้างตัวเองอีกต่างหาก...พระเอกจึงเริ่มใจอ่อน และเริ่มทำดีกับนางเอกทีละนิด

จนมาถึงตอนที่เข้าไปเก็บของในป่า ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พระเอกแน่ใจแล้วว่านางเอกกับลูกสาวแม่เลี้ยงนั้นเป็นคนละคน พี่เลยยิ่งทำดีกับนางเอกมากขึ้น คอยดูแลปกป้องเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆ ของตน ส่วนนางเอกก็ดีใจมากที่พระเอกยอมวางความแค้นที่ร่างเดิมเคยทำเอาไว้แล้วหันมาดีกับตัวเองแบบนี้ เพราะในภพก่อนชีวิตของนางเอกก็ไม่ได้ดีเท่าไร ประมาณนี้แหละ เนื่องจากพอแม่ตาย พ่อก็แต่งงานใหม่ แล้วดันไปได้แม่เลี้ยงใจร้ายที่ชอบด่าว่าทุบตีนางเอกมา ส่วนพ่อแท้ๆ ก็เข้าข้างแม่เลี้ยงไม่ได้ปกป้องเธอ ดังนั้นนางเอกจึงถวิลหาการมีครอบครัวที่อบอุ่น ที่รักและเอาใจใส่เธอมากๆ  ...

แต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อแม่นางเอกในนิยายคิดจะขายนางเอกให้ไปเป็นภรรยาตัวน้อยของหลานชายที่ขาพิการทั้งสองข้าง บวกกับอิพ่อเลี้ยงก็คิดไม่ซื่อหมายจะเคลมเธอ ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในร่างเด็กอายุ 8-9 ขวบเท่านั้น.. แต่โชคดีที่พระเอกกลับมาทัน ก็เลยเอาไม้ฟาดหัวพ่อจนสลบ นางเอกถึงรอดมาได้ แต่เพราะยังเด็กยังไม่มีกำลังมากพอ ทั้งสองคนจึงจำต้องทนอยู่บ้านเดิมต่อ พระเอกก็ต้องกลับมารับโทษยอมถูกพ่อทุบตี ...และเป็นจุดที่ทำให้พระเอกตัดสินใจลงมือทำบางสิ่งที่เลวร้ายเพื่ออนาคตของนางเอกและตนเอง

เล่มสามพระ-นางหลุดพ้นออกจากบ้านเฮงซวย ออกมาอยู่ที่อื่นได้สักที พระเอกได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อเตรียมสอบเป็นขุนนาง ส่วนนางเอกก็ไปเรียนปักเย็บเสื้อผ้าจนต่อมาก็สามารถเปิดร้านเป็นของตัวเองได้ แต่พอเข้าเรียนในสำนักศึกษาอิพี่ก็เริ่มเกิดอาการหวงน้องขึ้นมา เพราะน้องหน้าตาดีมาก ยิ่งโตก็ยิ่งงาม จึงเริ่มมีคนมาแอบชอบและอยากสมัครเป็นน้องเขยของอิพี่ 55 แต่ตอนนั้นอิพี่ยังไม่รู้ใจตัวเอง ยังคิดว่ารักนางเอกแบบน้องสาวอยู่ ตอนที่มีคนมาชอบน้อง พี่ก็ยังคิดว่าไม่ดีพอ ไม่เหมาะสม แต่พอนึกว่าต่อไปน้องก็จะต้องไปเกาะแขน ไปออดอ้อนคนอื่นแบบนี้เหมือนที่ทำกับตน พี่ก็เริ่มรับม่ายยล่ายยย
จิตใจร้อนรุ่มฝุดๆ...หึหึ

แต่หลังจากที่ได้รู้ใจตัวเอง อิพี่ก็ต้องตื่นมาซักกางเกงตัวในแทบทุกเช้า ทั้งยังต้องปิดบังความรู้สึกเอาไว้ เพราะรู้ว่านางเอกยังมองตนเป็นพี่ชายอยู่
ต้องใช้แผนเข้าใกล้ทีละนิด ทำให้น้องเคยชินและขาดตนไม่ได้ นางเอกก็เริ่มมีเอ๊ะๆ รู้สึกว่าพี่แปลกๆ ไปแต่ก็ยังพยายามมองในแง่ดี ...เล่ม 4 เผยความในใจกัน นางเอกโกรธมาก ยังรับไม่ได้ที่จะให้เปลี่ยนจากพี่ชายมาเป็นสามี ส่วนอิพี่ตอนที่เปิดเผยความรู้สึกเสร็จก็รุกหนักมาก จนคนเขากลัวและวิ่งหนีหายไป

แต่ความจริงลึกๆ นางเอกก็ชอบอิพี่เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่ยังไม่รู้ตัว เพราะเคยชินกับความสัมพันธ์แบบนี้มาตลอด แถมเมื่อก่อนพระเอกก็เคยบอกว่าจะเห็นตัวเองเป็นเหมือนน้องสาวอีกคน เมื่อบวกกับปมเรื่องนางเอกสิบสองคนในนิยายนั้นด้วย ก็เลยคิดว่าเป็นน้องสาวคงดีกว่า แต่พอนึกถึงภาพที่วันหนึ่งพระเอกต้องแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตัวเอง นางก็แอบเศร้า พอพี่วางตัวถอยห่างออกมาตามที่ขอ นางก็ไม่ชินอีก...สุดท้ายจึงเริ่มทบทวนความรู้สึกตัวเองใหม่และเปิดใจคบหากันดู

นางเอกหัวการค้า หาเงินเก่ง ใช้ความได้เปรียบจากความรู้ในยุคปัจจุบันมาสร้างรายได้ นอกจากเปิดร้านเสื้อผ้าก็ยังปลูกพริกขาย พอเข้าเมืองหลวงได้ไม่นานก็เริ่มหาทำเลที่ดินเพื่อทำห้องเช่าให้คนขายของต่อ ส่วนพระเอกก็คอยตามติด ตามปกป้องน้อง นางเอกจะทำอะไรก็คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง แม้ใจจริงจะไม่อยากให้ทำเลย อยากให้อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกไปไหนเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ว่าไม่อาจบังคับอีกฝ่ายได้ รู้ว่าน้องชอบไม้อ่อนไม่ชอบไม้แข็ง จึงได้แต่เออออและแอบแก้ปัญหาให้อยู่ข้างหลังเงียบๆ นางเอกก็มีแอบไม่พอใจบ้างที่พระเอกชอบตามไปไหนมาไหนด้วย รู้สึกไม่เป็นอิสระ ...
จนเกือบมีปัญหาแตกหักกันเพราะเรื่องนี้

แต่ความจริงคือนางเอกอายุยังน้อย และด้วยความที่หน้าตาดีมาก (พระ-นางเรื่องนี้เสน่ห์แรงพอๆ กัน มีแต่คนมาชอบ) จึงอาจนำภัยมาสู่ตัว เพราะพระเอกรู้ดีว่าตอนนี้ตนยังเป็นแค่บัณฑิตธรรมดา ยังไม่มีอำนาจอะไร เลยกลัวว่าถ้านางเอกดุ่มๆ ไปเดินบนถนนคนเดียว วันหนึ่งอาจจะโชคร้ายไปต้องตาผู้มีอำนาจบ้านไหนเข้า แล้วเดี๋ยวตนจะช่วยไม่ได้ ก็เลยต้องประกบน้องตลอด...แต่อีกเหตุผลหนึ่งหรือเหตุผลหลักๆ ก็มาจากนิสัยส่วนตัวของอิพี่เขานั่นแหละ ที่ขี้หึง ขี้หวง และคลั่งรักมากกกก ชอบแสดงความเป็นเจ้าของ อยากประกาศให้โลกรู้ว่าผู้หญิงของข้าใครก็ห้ามยุ่ง 555

มีเรื่องเกี่ยวกับการเมือง(บ้าง)ในเล่มสุดท้าย แต่ก็ถูกเรื่องรักกลบอยู่ดี55 (ก็นี่มันนิยายรักนี่เนาะ) พระเอกไปล่วงเกินขุนนางใหญ่คนหนึ่งเข้า จริงๆ ก็ไม่ได้อยากล่วงเกินหรอก แต่เป็นเพราะลูกชายของอีกฝ่ายดันมาปิ๊งนางเอก แล้วบุกมาคิดจะทำมิดีมิร้ายน้องถึงบ้าน พระเอกเลยต้องจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม...หึๆ ตอนที่ต้องสอบหน้าพระที่นั่ง อิพี่เลยตั้งใจไม่เอาที่ 1 เพื่อจะได้พานางเอกหลบภัยไปรับตำแหน่งที่ต่างเมือง แต่ฝั่งนั้นก็ยังกัดไม่ปล่อย ยังส่งคนไปสร้างความวุ่นวายให้พระเอกอยู่เรื่อยๆ
จนถึงตอนที่พระเอกกลับมารับตำแหน่งใหม่ที่เมืองหลวงก็ยังไม่เลิกรา แต่ในเรื่องจะไม่ได้ลงรายละเอียดมาก แค่เล่าผ่านๆ แล้วก็
3 ปีผ่านไปเลย
ผ่านไปหน้าเดียว อ้าวกลับมาเมืองหลวงกันและ
55

จบแฮปปี้ หญิงงามสิบสองตำหนักที่เคยว่าก็โผล่มาจริงๆ แค่ห้าเท่านั้น แต่ก็ไม่มีบทบาทอะไร ไม่อยู่ในสายตาอิพี่เลยสักคน ส่วนกิจการของนางเอกก็ใหญ่โตขึ้นทุกวัน พระเอกก็กลายเป็นเสนาบดีที่ยังคงคลั่งรักและหื่นกับเมียอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
(ไม่มี
nc มีแค่กอดจูบ เล่ม 4 นี่จูบจนปากนางเอกแทบจะเปื่อยหมดแว้วว) บทท้ายๆ พระเอกได้เจอน้องสาวแท้ๆ ที่ถูกนำไปขายแล้ว โชคดีที่ตอนนั้นได้คนดีช่วยเอาไว้ 
น้องเลยเป็นคนร่าเริงสดใสเพราะเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นมีแต่คนรัก...จบจ้าาา


📍ท่านพี่อย่าเย็นชากับข้านักเลย 5 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1qUHcZU3Lh




วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เพราะรักอาจไม่เพียงพอ 2 เล่มจบ

                            

เพราะรักอาจไม่เพียงพอ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Yi Yan Bu Cheng Xia
ผู้แปล : ไป๋อีอี
สำนักพิมพ์ Meedee

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก โม่ชิงซวง คุณชายรองตระกูลโม่ เพราะเรื่องรสนิยมทางเพศจึงทำให้ถูกคนในตระกูลต่อว่า เขาจึงออกจากตระกูลมาและก่อตั้งบริษัทของตัวเองจนประสบความสำเร็จ กระทั่งล่วงเข้าสู่วัยกลางคน (36 ปี) โม่ซิงชวนที่ทำแต่งานจนร่ำรวยและกลายเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงก็ไปถูกใจ ถงอวี่ เด็กหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาดี นัยน์ตาสีฟ้า รูปร่างสูงใหญ่ที่มีความสามารถแต่ขาดเงินลงทุน เขาจึงเสนอความช่วยเหลือให้ โดยแลกกับการให้อีกฝ่ายมาอยู่ข้างกายตนเอง แต่นอกจากเรื่องที่บังคับให้อยู่ข้างกายแล้ว นายเอกก็ไม่เคยทำร้ายหรือบีบบังคับในเรื่องอื่นเลย แถมยังดูแลเอาใจใส่อีกฝ่ายอย่างดี ทั้งทำอาหารซักเสื้อผ้าและซื้อของดีๆ ให้ ถึงจะถูกพูดจาไม่ดีใส่ยังไงก็ไม่เคยโกรธ แต่น่าเสียดายที่ต่อให้ทำดีแค่ไหน เด็กหนุ่มก็ยังคงเย็นชาและรังเกียจเขาอยู่เหมือนเดิม

แล้ววันหนึ่งนายเอกก็ได้รู้ว่าเด็กหนุ่มมีคนที่ชอบอยู่ก่อนแล้ว เลยให้คนไปสืบเรื่องของคนนั้นและนัดอีกฝ่ายมาคุย อยากให้เลิกยุ่งกับพระเอก1 ..ซึ่งจริงๆ คนนี้ก็เป็นคนดีนะ ไม่ได้ชอบอิน้องถงเลยเพราะมีคนรักอยู่แล้ว (คู่นี้มีเล่มเป็นของตัวเองด้วย เดี๋ยวรอสนพ.เอามาแปล) ...ต่อมาพระเอก1 รู้เรื่องก็โกรธมากเลยจับนายเอกกด แล้วหลังจากนั้นก็ติดใจ จากที่รังเกียจขยะแขยงก็กลายเป็นชอบซะงั้น เริ่มมาทำดีใกล้ชิดสนิมสนม จนนายเอกนึกว่าเขาคงชอบตัวเองแล้วเหมือนกัน ความสัมพันธ์เลยเริ่มดีขึ้น กระทั่งนายเอกตัดสินใจให้รวมบริษัทกันแล้วยกทุกอย่างให้อีกฝ่ายดูแล...แต่ไม่นานก็ถูกเขาหักหลัง ฮุบทุกอย่างไปหมดจนไม่เหลืออะไร ท้ายที่สุดก็ถูกยัดข้อหาและถูกส่งเข้าคุก ต้องติดคุกนานถึง 7 ปี

ด้วยความที่นายเอกผอมแห้งร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงทั้งยังเป็นเด็กใหม่ หน้าก็ขาวๆ ดูบอบบาง จึงทำให้ตกเป็นเป้าถูกรุมรังแกทันทีเมื่อเข้าไปอยู่ข้างในเรือนจำ แถมตอนแรกๆ พระเอก1 ก็ยังส่งคนมาซ้อมมาสร้างความลำบากให้ โดยส่งนายเอกไปทำงานที่ลำบากหินๆ แบบที่ไม่มีนักโทษคนไหนอยากทำ เพื่อบีบเอาหุ้น 10% ที่เหลือของนายเอกมา... แต่โชคดี(มั้ง)ที่นายเอกได้อยู่ห้องพักเดียวกับ เฮยเหยียน (พี่ชายของเฮยเย่า พระเอกในเรื่องเพราะรักนั้นมีราคา) ชายหนุ่มรูปหล่อสูงใหญ่ ที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดา ซึ่งเข้าคุกมาด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้แต่ผู้คุมยังต้องเกรงใจไม่กล้ายุ่ง (ต่อไปจะขอเรียกว่าพระเอก2 นะ) แต่ตอนแรกพี่แกไม่ชอบนายเอกไง แม้ทีแรกท่าทางอ่อนแอน่าสงสารแต่ยังใจเย็น บวกกับผิวขาวๆ ของนายเอกจะทำให้พี่แกแอบสนใจอยู่บ้าง  แต่พอได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีของนายเอก พี่แกก็ไม่ชอบ+รู้สึกรังเกียจขึ้นมา แต่พี่ก็ยังใจดีปล่อยให้นายเอกแอบพึ่งบารมีเดินตามหลังอยู่ห่างๆ ได้นะ (ไม่งั้นนายเอกโดนรังแกแน่) ...

ตอนที่นายเอกทะเลาะกับเด็กพี่แก พี่ก็เข้าข้างคนของตัวเองโดยไม่ฟังเหตุผล และบอกให้นายเอกขอโทษ แต่นายเอกไม่ยอม ต่อมาผู้คุมเลยให้นายเอกย้ายไปอยู่ห้องอื่นแทน ซึ่งเป็นห้องที่มีแต่นักโทษคดีหนักๆ น่ากลัว พอพระเอก2 รู้ก็ตามไปช่วยทันที หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครกล้าแตะนายเอกอีก ระหว่างนั้นพระเอก1 ก็มาเยี่ยมนายเอกที่เรือนจำบ้าง พอเห็นสภาพก็แอบสงสาร แต่ก็ยังพูดจาไม่ดีและบีบเรื่องหุ้นเหมือนเคย เมื่อรู้ว่านายเอกมีความสัมพันธ์ยังไงกับพระเอกก็เริ่มโกรธ+หึงหวง แบบไม่สนเรื่องหุ้นแล้ว คิดแต่จะใช้เส้นสายพาคนออกไปละทีนี้ ...หึหึ

ไม่นานพระเอก2 ก็ได้ออกจากเรือนจำและสัญญากับนายเอกว่าจะมารับ พร้อมฝากให้ลูกน้องข้างในดูแลนายเอก แต่ผ่านไป 3 เดือนพี่ก็ยังไม่มาสักที จนพระเอก1 ใช้เส้นสายพานายเอกออกมาได้...แต่ถึงพระเอก1 จะขอโทษ ขอโอกาส พยายามทำดีไถ่โทษยังไง สุดท้ายนายเอกก็ไม่ยอมอยู่ด้วย และเลือกที่จะออกไปตามหาพระเอก2 แทนจนได้อยู่ด้วยกัน เหมือนจะเริ่มดี เพราะพระเอก2 นั้นเป็นผู้ใหญ่ (อายุ 30 ต้นๆ) กว่าน้องเบอร์1 ที่อายุ 24-25  พี่ผ่านอะไรมาเยอะกว่าเลยไม่เอาแต่ใจ และดูเหมือนจะเข้าใจนายเอกมากกว่า ทั้งไม่เคยบังคับนายเอกเหมือนอิน้องถง แต่เพราะเรื่องผู้สืบทอดตระกูล พระเอกเบอร์2 เลยต้องไปนอนกับผู้หญิงอื่นเพื่อมีลูกชายให้ได้ ซึ่งนายเอกก็เข้าใจแหละ เพราะตัวเองก็เคยพลาดมีลูกชายเหมือนกัน (ลูกชายของนายเอกชื่อโม่ฉี พระเอกเรื่องเพราะรักนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ)
ทว่าในใจก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ดี ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร เมียเก็บ
? คนรัก? หรือชู้พอผู้หญิงของพระเอก2 ท้อง ก็จะมีการจัดงานแต่งงาน ประกอบกับที่ผู้หญิงคนนั้นมาขอร้องให้นายเอกจากไป นายเอกก็เลยไป...

ทว่าไม่นานพระเอก2 ก็ตามไปหาและบอกให้คนกลับมา แต่พอนายเอกไม่กลับอิพี่ก็ทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับอีก จนนายเอกต้องมาเปิดร้านขายอาหารที่ข้างทาง แล้วปรากฏว่าขายดีมากเพราะนายเอกทำอาหารอร่อยอยู่แล้ว... แต่ๆๆ อิพระเอกเบอร์1 ก็ตามมาเจอเขาอีก พอเห็นสภาพความลำบากของนายเอกก็รับบ่ได้ (แต่เล่นซะเขาติดคุกไม่เหลืออะไรเลยนะจ๊ะ) จึงขอให้เขากลับไปอยู่กับตัวเองอีก โว๊ะ! ...แล้วหลังจากนั้นเบอร์2 ก็ตามมาวุ่นวายบังคับให้กลับไปด้วยกันอี๊ก55  พอดีมีคนที่แอบชอบนายเอกเห็นแล้วสงสาร ก็เลยมาช่วยพาหนีไปจากสองคนนี้ นายเอกก็หายไปประมาณเดือนนึง คิดว่าสองคนนี้คงตัดใจเลิกสนแล้วถึงได้กลับมา แต่ที่ไหนได้อิพี่เขาจัดฉากกันจ้า พอนายเอกกลับมาก็โดนประกบจับไปขังเลย...

โอ๊ยยยชีวิต ...รู้สึกไหมว่านายเอกในซีรีส์เพราะรักนี่ ชีวิตมักจะสะบักสะบอมและรันทดกันแทบทุกคนเลย พระเอกก็ขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างหมา ตอนที่เขารักก็ไม่สนใจ ทำอะไรไม่เคยนึกถึงใจอีกฝ่าย ชอบทำร้ายและบีบให้เขาต้องหนีไป แล้วสุดท้ายก็ต้องไปขอร้องอ้อนวอน ขอให้เขากลับมาทุกที เรื่องนี้ก็เช่นกานนจ้า แต่หนักกว่าเพราะมีพระเอกถึง 2 คนเลย แล้วแต่ละคนก็รูปร่างสูงใหญ่ ตัวโต ครอบครัวมีอิทธิพล คนหนึ่งเหมือนหมาน้อยขี้อ้อน ส่วนอีกคนก็หมาใหญ่นิ่งๆ ขรึมๆ ไม่ค่อยพูด แต่ระดับความโหด ความเอาแต่ใจนี่พอๆ กันเลย ส่วนนายเอกก็ผอมบาง ร่างกายอ่อนแอ ออกมาอยู่คนเดียวไม่มีตระกูลเป็นแบ็คให้


จริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะนายเอกยังพอเอาตัวรอดได้ แต่พออิพระเอก
2 คนหันมาร่วมมือกันเท่านั้นแหละ โอ๊ยยย...บรรลัยละทีนี้ แค่คนเดียวก็แย่จะตายอยู่แล้ว มาเจอสองคนแท็กทีมรวมพลังกันแบบนี้ ตายค่ะตายยยย ด้านหน้าก็มีจอมมาร ด้านหลังก็เจอจอมปีศาจ แล้วจะหนีไปไหนพ้น ...ความจริงตอนแรกสองคนนี้ไม่ชอบขี้หน้ากันนะ ชอบทะเลาะแย่งนายเอกกันตลอด แต่พอเห็นสถานการณ์ไม่ดี มีบุคคลอื่นมาแทรก อิพี่ก็หันมาจับมือกันทันทีเลยจ้า ...ก็รู้ว่ารักแหละ แต่ไอ้วิธีการที่ทำอยู่เนี่ยใครมันจะไปรักลง กักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับฝืนใจ จนนายเอกขยาดหวาดกลัว ในตอนหนีรอบสุดท้ายเลยยอมทิ้งศักดิ์ศรี ขอหันกลับไปพึ่งบารมีครอบครัว เลือกกลับไปอยู่ที่บ้านเดิม ให้พี่ชายที่เป็นผู้นำตระกูลคอยปกป้องดีกว่า ... เพราะสู้คนเดียวไม่ไหวแล้ว 55

พอพี่นายเอกรู้เรื่องก็จะส่งคนไปจัดการสองคนนั้น แต่นายเอกขอเอาไว้ พอกลับเข้าตระกูลนายเอกถึงได้เป็นอิสระหลุดพ้นจากพระเอกสองคนสักที ...คราวนี้กลายเป็นหมาหงอยและ ไม่กล้าทำอะไรตามใจเหมือนแต่ก่อน เพราะกลัวพี่นายเอกกัน พอสุขภาพเริ่มดี นายเอกเลยขอพี่ไปทำงานและเริ่มเปิดบริษัทใหม่ แล้วก็เจอพระเอก1-2 ตามมาวอแวขอคืนดีอีก (ไม่ปล่อยจริงๆ 55) ...พี่เบอร์2 ก็บอกว่าหย่าแล้วนะ แม้การมีลูกจะเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองดีใจมากที่สุดในชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ตนเสียใจมากที่สุดเช่นกัน เพราะมันทำให้ต้องสูญเสียนายเอกไป ...

ส่วนเบอร์1 ก็คืนทรัพย์สินทุกอย่างให้ แล้วให้ผู้อาวุโสในตระกูลออกหน้าพามาขอโทษ นายเอกก็ให้อภัยเรื่องธุรกิจที่ฮุบไปนะ แต่ไม่ให้อภัยเรื่องที่ส่งตัวเองเข้าคุกกับหลังจากนั้น แต่ก็ยอมอ่อนลงให้และเริ่มไปมาหาสู่กัน พอเป็นแบบนั้นพี่เบอร์2 ก็ไม่พอใจ แบบทำไมยอมไปไหนกับไอ้เด็กนั่นแต่ไม่ให้โอกาสตัวเองบ้าง 55 ...แล้วสองปีศาจก็ทะเลาะแย่งนายเอกกันตามเดิมบลาๆ 55

ต่อมานายเอกก็โดนจับตัวไปเรียกค่าไถ่พร้อมหลาน (โม่หลิงพระเอกเรื่องเพราะไม่คิดจะปล่อยรักไป) พระเอกก็ตามไปช่วยกัน ทีนี้ตอนเอาเงินมาแลกตัวนายเอก คนร้ายไม่ไว้ใจเลยติดระเบิดเวลาดักไว้ด้วย พระเอก2 ที่เป็นคนไปเจรจาจึงเอาตัวบังนายเอกแล้วพากระโดดหนีลงมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก่อนหมดสติยังขอร้องว่าให้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ นายเอกเลยตกลง (เพราะซาบซึ้ง+ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้อยู่) พอเป็นแบบนั้นน้องเบอร์1 ก็ไม่พอใจ จึงไปโวยวายตัดพ้อแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา
ทว่าพอจู่ๆ เบอร์
1 หายไปนานนายเอกก็สงสัย เลยให้คนไปตามสืบจนพบว่าอิน้องติดคุกอยู่...นายเอกเลยไปเยี่ยมและได้รู้สาเหตุที่ต้องติดคุก อิน้องก็ใช้แผนทำตัวน่าสงสาร อ้อนบอกให้มาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะอยู่ที่นี่ถูกรังแก กินไม่อิ่ม นายเอกก็รับปาก แล้วไปฝากคนรู้จักที่อยู่ในนั้น บอกให้ช่วยดูแลอิน้องด้วย คนรู้จักก็งง? บอกอิน้องอะนะถูกคนรังแก? มีแต่ไปรังแกเขาสิไม่ว่า แค่วันแรกก็ซัดหัวโจกในคุกซะหมอบจนไม่มีใครกล้ายุ่งแล้ว โหดกว่าพี่พระเอก2 ตอนอยู่ในคุกอีกนาจา55

พออกจากคุกอิน้องก็อ้อนขอมาอยู่กับนายเอก บอกไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว เพราะที่บ้านโกรธมากที่ตัวเองติดคุก ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง ตอนแรกพระเอก2 จะไม่ยอม แต่ก็ไม่อยากทำเหมือนในอดีตเลยแล้วแต่นายเอกละกัน... สรุปก็อยู่ด้วยกันสามคน มีหมาป่ายักษ์ 2 ตัว กับลูกแกะน้อยขาวๆ อีก 1
ครอบครัวสุขสันต์ ...กว่าจะได้ลงเอยกันเหนื่อยเจรงงงงๆ 55

ป.ล.อยู่ด้วยกัน 3 คนก็จริง แต่ยังไม่มี 3p นะจ๊ะ

ป.ล. คำว่า 'ร่างบาง' เยอะมากกกกจ้าพี่จ๋า


📍เพราะรักอาจไม่เพียงพอ ➡️ https://s.shopee.co.th/BNDKIEC3q





วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ)


งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : ไป๋ลู่เฉิงซวง (白鹭成双)
ผู้แปล : ม้าลาย
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

หลี่ไหวอวี้ หรือองค์หญิงตันหยาง องค์หญิงใหญ่ผู้พิทักษ์แผ่นดิน เนื่องจากน้องชายซึ่งเป็นฮ่องเต้อายุยังน้อย ยังไม่อาจออกว่าราชการเองได้ นางเอกจึงกลายเป็นผู้อยู่หลังม่านฮ่องเต้ตัวน้อย ทำทุกหนทางเพื่อให้บัลลังก์ของน้องชายมั่นคง แต่ด้วยวิธีการที่เลือกใช้ จึงทำให้คนเข้าใจผิดถูกมองไม่ดี ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดขุนนางชั่ว ทำร้ายขุนนางผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดี สร้างหนี้แค้นและล่วงเกินขุนนางน้อยใหญ่เอาไว้มากมาย ชื่อเสียงฉาวโฉ่เป็นที่เลื่องลือ ทั้งยังเลี้ยงชายบำเรอเอาไว้ในตำหนักอีกเป็นสิบ

นางเอกถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือสังหารขุนนางใหญ่ผู้จงรักภักดีของแผ่นดิน พยานหลักฐานแน่นหนา ชนิดที่น้องชายซึ่งเป็นฮ่องเต้ก็ไม่อาจช่วยได้
นางจึงได้แต่ยอมจำนนและยอมรับยาพิษพระราชทานแต่โดยดี 
หลังจากที่ตายวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของ ไป๋จูจี คุณหนูสี่สกุลไป๋ซึ่งเป็นปัญญาอ่อน พอฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตนยังมีชีวิตอยู่ นางเอกก็กระโดดกำแพง
แอบหนีออกไปดูพิธีศพตัวเองก่อนเลย และได้พบกับ เจียงเสวียนจิ่น หรือเจ้าเมืองจื่อหยาง ผู้ที่ส่งมอบความตายให้แก่ตนเอง แม้จะโกรธแค้นเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะนางในเวลานี้อ่อนแอสู้ใครเขาไม่ได้จริงๆ

พอไปเห็นคนแห่โลงศพตัวเอง ก็ได้ยินแต่เสียงก่นด่าสาปแช่ง (นางเอกจึงร่วมผสมโรงด่าตัวเองไปด้วย55) แล้วจู่ๆ ก็มีคนบุกมาเพื่อหวังทำลายศพ
พระเอกจึงเข้ามาปกป้อง ซึ่งในขณะที่กำลังจะพลาดท่าเพราะอีกฝ่ายคนเยอะกว่า นางเอกก็สวมผ้าปิดปากกระโดดออกมาช่วยไว้ได้ทัน ...แล้วก็กลายเป็นตังเมตามเกาะติดตั้งแต่บัดนั้น  แม้พระเอกจะระแวง ไม่พอใจ จะดุว่าหรือทำเย็นชาใส่ขนาดไหน.แต่นางเอกก็ยังเกาะติดอย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาว สลัดยังไงก็ไม่หลุด...

เรื่องนี้ไม่ได้มาแนวแก้แค้นเลือดสาด หรือพอเจอหน้าคนที่ทำให้ตัวเองต้องตายเมื่อไร ก็เย็นชาพูดจาเชือดเฉือนใส่กันทั้งเรื่อง แต่เรื่องนี้นางเอกเขาใช้แผนหญิงงาม วางแผนเข้าใกล้ตีสนิท เมื่อสนิทแล้วก็ค่อยยืมมือหรือหลอกใช้พระเอกดึงคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนาง(พวกที่ไม่ดี) มารับโทษทีละคน ค่อยๆ วางแผนชี้นำทำให้พระเอกสงสัยและต้องค้นหาความจริง จนนำไปสู่การหาหลักฐานเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

เล่ม 2 พระ-นางแต่งงานกันแล้ว ในงานแต่งมีคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับองค์หญิงตันหยางหรือนางเอกมาร่วมงานด้วย จึงทำให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามหวาดระแวง คิดว่าพระเอกเปลี่ยนไปยืนฝั่งเดียวกับองค์หญิงแล้ว ...ทว่าไม่นานเรื่องที่ทำให้ตัวนางเอกในอดีตถูกคนประณามเข้าใจผิดก็ค่อยๆ ถูกตีแผ่ออกมา ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนข้องเกี่ยวกับพวกขุนนางที่พระเอกเคยคิดว่าเป็นคนดี

ด้วยการชักนำเล็กๆ น้อยๆ และแผนของนางเอกในร่างใหม่ จึงทำให้พระเอกพบเงื่อนงำ+เกิดความสงสัย จนนำไปสู่การค้นหาความจริงและจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกมารับผิด ตั้งแต่เรื่องลอบขายยาต้องห้าม เรื่องทุจริตติดสินบน และเรื่องโกงข้อสอบของขุนนาง หลายๆ เรื่องที่ปรากฏหลังจากนางเอกตาย จึงค่อยๆ สั่นคลอนความเชื่อของพระเอกที่ละนิด ว่าตกลงองค์หญิงตันหยางใช่คนไม่ดีอย่างที่ใครหลายๆ คนหรือตนเองเคยคิดจริงๆ หรือ?
สิ่งที่ทุกคนเคยประณามกล่าวหาว่านางผิด สรุปแล้วมันผิดจริงหรือไม่? และตนที่เป็นผู้ตัดสินความผิด กระทั่งยื่นความตายให้แก่นางนั้น ใช่การตัดสินที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า
 ดังนั้นพระเอกจึงไปขอรื้อคดีนางเอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จนทำให้ใครหลายๆ ไม่พอใจ และ
ทำให้ตนเองตกเป็นเป้า ถูกปองร้าย ถูกลอบสังหารอีกด้วย

นางเอกนิสัยเหมือนอันธพาลจิ๊กโก๋ปากซอย หน้าหนา สายรุก ชอบพูดจาเต๊าะพระเอก ส่วนพระเอกก็เหมือนสตรีสูงศักดิ์ในห้องหอ อยู่ในกรอบประเพณีมาตลอดชีวิต ประหนึ่งเทพเซียนผู้ละกิเลศตัดขาดจากเรื่องทางโลก55 แต่สุดท้ายก็ตบะแตก
เมื่อมาเจอตังเมอย่างนางเอกตามติด คำพูดหวานเลี่ยนแค่ไหนก็สรรหาเอามาพูดได้ จนพระเอกหน้าแดงหูแดงไปหมด ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้เคยเจอแต่กุลสตรีเรียบร้อย...แต่นางเอกนี่มันอารายยย ทั้งพูดจาแทะโลมทั้งแต๊ะอั๋ง เผลอเมื่อไรเป็นถึงเนื้อถึงตัวพี่แกตลอด ด่าก็แล้ว ว่าก็แล้ว แต่อิน้องนางก็ยังเกาะหนึบ สลัดไม่หลุดสักที
55

กุลสตรีคืออาราย สำรวมคืออาราย หน้าหนาตามตื๊อเข้าไว้สิสุดหล่อจะหนีไปไหนพ้น ก่อนแต่งว่าหนักแล้ว หลังแต่งยิ่งหนักกว่าเดิม55 ...พระเอกบอกห้ามจับมือมันไม่งาม ...นางเอกบอก ก็แต่งงานกันแล้วทำไมจะจับไม่ได้ ที่แต่งก็เพื่อจะทำเรื่องพวกนี้ได้อย่างผ่าเผยไม่ใช่หรือ..อึ้งค่ะอึ้ง สุดท้ายก็แพ้ทางเมียหมด แต่เรื่องนี้พระเอกขี้งอนเก่งมากกก 3 วันดี 4 วันงอน ดีที่เมียง้อเก่งไม่คิดเยอะ ทั้งกล่อมทั้งปลอบจนพระเอกหายโกรธอารมณ์ดี เป็นคนอื่นนี่เจอไอเย็นพี่ก็หนีหมดแล้ว แต่นางเอกคือด้วยนิสัยที่เป็นคนง่ายๆ อารมณ์ดี ประกอบกับมีแผนอยู่ในใจเลยไม่ไปไหน  แต่ก็มีแอบเสียใจอยู่เหมือนกันนะ เพราะบางครั้งพระเอกก็งอนหนักไป

ขนาดเราอ่านแล้วยังแอบเสียใจแทน พองอนพอโกรธทีก็ไล่นางเอกไป ไม่ยอมให้พบ แล้วนางจะไปไหนได้ จวนสกุลไป๋ก็มีแต่คนไม่ชอบและไม่ใช่บ้านจริงๆ ของนาง ส่วนบ้านจริงๆ ในวังก็กลับไปไม่ได้แล้ว นางจะไปไหนได้ก็ต้องไปหาเพื่อนเก่าที่รู้ตัวตนนาง พอเป็นแบบนั้นพระเอกก็โกรธอีก ต่อหน้าคนอื่นคือเย็นชา เป็นท่านเจ้าเมืองที่ยุติธรรมเที่ยงตรง จริงจัง มีเหตุผล แต่พออยู่กับเมียนี่คือเด็กน้อย ต้องให้เมียปลอบเมียโอ๋ ให้เมียคอยอยู่ใกล้ๆ ขี้หวง ขี้หึง ขี้งอน แล้วยังปากหนักอีก เมียคุยกับผู้ชายอื่นก็ไม่ได้ ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองก็ไม่ยอม เอาแต่ใจสมฉายาองค์หญิงน้อยเจียงที่เมียตั้งให้จริงๆ พ่อคุณ

ช่วงแรกจะตลกฮาๆ แต่จริงๆ เนื้อเรื่องเจ้มจ้นพอสมควร มีปม มีเงื่อนงำเรื่องที่ใครคือตัวการที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงที่ทำให้นางเอกตาย ใครคือคนที่หลอกใช้พระเอกให้สังหารองค์หญิงตันหยาง...ไม่ใช่ เล่มแรกหลอกให้เราฮา แต่ไปดราม่าหนักเอา เล่มสุดท้ายนะจ๊ะ...เพราะตอนปลายเล่ม 2 เราเหมือนจะได้กลิ่นดราม่าโชยมานิดๆ และ เนื่องจากมีคนใกล้ตัวแอบรู้เรื่องที่นางเอกคือองค์หญิงตันหยางแล้ว บวกกับเรื่องจดหมายที่ทำให้พระเอกเริ่มสงสัยแต่ก็ยังพยายามที่จะคิดในแง่ดีอยู่ ไม่รู้ 2 เล่มสุดท้ายจะมีดราม่าเยอะรึเปล่า ถ้าพระเอกได้รู้ว่านางเอกเป็นใคร และตัวเองถูกหลอกใช้ยังไงบ้าง คนที่หยิ่งทะนงอย่างพี่แกจะรับได้ไหมเนี่ย

แต่หลังจากที่นางเอกได้เห็นพระเอกรื้อฟื้นคดีตัวเองขึ้นมาใหม่ นางเอกก็เข้าใจแล้วนะว่าพระเอกน่าจะถูกคนอื่นหลอกใช้ให้มาทำร้ายตนเหมือนกัน จึงไม่ได้แค้นพระเอกแล้ว ตอนใกล้จบเล่ม 2 ก็คิดว่าจะใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยา และคลอดลูกอยู่กับพระเอกตลอดไป จากตอนแรกที่แต่งเพราะมีแผนการ คิดว่าไม่มีทางรักแน่นอน แต่ก็ตกหลุมรักเข้าเต็มเปา ส่วนพระเอกที่คิดว่าแต่งมาแล้วจะต่างคนต่างอยู่ คิดว่าจะไม่รักเหมือนกัน แต่ก็กางปีกปกป้องเมียเต็มที่เลยนะจ๊ะ ปากแข็งปากหนักแต่การกระทำมันฟ้อง สรุปสุดท้ายพี่ก็รักเมียแล้วนั่นแหละ...

ป.ล. การแปลเล่มแรก ส่วนตัวเราอ่านไม่ค่อยลื่นเท่าไร มีคำว่ากระไร อันใด เยี่ยงไรเยอะมาก แต่เล่ม 2 อ่านลื่นผิดกับเล่มแรกเลย (เหมือนเล่มแรกไม่ได้เกลา เพิ่งมาเกลาเล่ม 2 เลย 55)


งานเลี้ยงแห่งวสันตกาล ➡️ https://s.shopee.co.th/1gC16cWaZN






วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564

ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ 3 เล่มจบ

 



ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ปู๋ซื่อเฟิงต้ง  (不是风动)
ผู้แปล : ศีตกาล
สำนักพิมพ์ IRISBOOK

อ่านจบแล้ว(อาจมีสปอยล์)
นายเอกเป็นเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งเพราะมีขนสีขาว เนื่องจากเผ่าเฟิงหวงถือว่านกที่มีขนสีขาวนั้นเป็นสิ่งอัปมงคล นายเอกจึงถูกทอดทิ้งตั้งแต่อยู่ในไข่ ต้องเกิดมาอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ญาติมิตร ต้องใช้ชีวิตตามลำพังและหาอาหารกินเอง แถมร่างกายก็ยังเล็กกลมไม่เจริญเติบโต ไม่อาจกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ บวกกับเรื่องสีขนจึงทำให้ถูกคนรังเกียจและรังแก แม้แต่พวกพ้องเผ่าเดียวกันก็ไม่ยอมรับ นายเอกจึงต้องทำงานเป็นนกส่งสารอยู่ในแดนพรหมเพื่อแลกกับอาหาร จนได้ลงไปเกิดในโลกมนุษย์เพื่อผจญด่านเคราะห์รัก 

ชาติแรกเป็นคณิกาชายอันดับหนึ่งอยู่ในหอนางโลม ได้แต่งงานกับพระเอกที่เป็นหวางหรือท่านอ๋อง แต่แต่งกันได้ไม่นานประมาณ 1 ปี พระเอกก็ถูกคนลอบสังหารจนเสียชีวิต แล้วนายเอกก็ตายตามไป ในชาติที่สองทั้งสองคนจำอดีตได้ นายเอกรู้แล้วว่าตนเองเป็นเฟิ่งหวง ส่วนพระเอกเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ที่หุบเขาเซียน ไม่อาจลงจากเขาได้จนกว่าจะฝ่าด่านฝึกสำเร็จ ทั้งสองคนเลยได้แต่เขียนจดหมายหากัน แต่พระเอกดันฝึกสำเร็จเร็วไปหน่อย จึงได้กลับขึ้นสวรรค์ทันที และก็หลงลืมเรื่องราวในอดีตไปจนสิ้น แต่นายเอกไม่รู้ว่าสามีกลับขึ้นสวรรค์ไปแล้ว เลยพยายามพลิกหุบเขาแทบทุกลูกเพื่อตามหาคน...กระทั่งมีคนสงสาร เลยแอบมาบอกน้องว่าสามีเป็นใครอยู่ที่ไหนนั่นแหละ นายเอกถึงได้หยุดค้นหา แล้วไปทำงานเก็บเงินเพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหาสามีต่อ...

พระเอกมีนามว่าฝูหลีหรือ ชิงอี้ เป็นเทพจากยุคบรรพกาลรุ่นเจ้าแม่หนี่ห์วา  มีพลังตบะแข็งแกร่ง เป็นเทพที่ทำหน้าที่ควบคุมกระดานดาราหรือควบคุมชะตากำเนิดของเทพเซียน ซึ่งผู้ที่จะควบคุมกระดานดารานี้ได้จะต้องไร้ความรู้สึกไร้หัวใจ ดังนั้นนิสัยของพระเอกจึงเป็นเช่นนั้นแล เย็นชา เด็ดขาด ไร้ความรู้สึก ไร้หัวใจ ไม่เคยให้ความสำคัญหรือเห็นสิ่งใดอยู่ในสายตา แต่อะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อพระเอกให้เฟิ่งหวงน้อยตัวอ้วนกลมเข้ามาอยู่ในวังด้วย...อิอิ


เจ้าเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมปุ๊กลุ๊กน่ารักน่าแกล้ง ชอบทำตัวน่าสงสาร แถมยังเถียงเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่กลับต่อสู้เก่งและไม่เคยเสียเปรียบใคร มีจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่คือต้องตามหาสามีให้เจอ เมื่อเจอแล้วก็แสร้งทำตัวเป็นนกน้อยน่าสงสารพูดไม่ได้ เพื่อหวังให้เขารับเลี้ยงดู แต่พอพระเอกบอกว่าที่นี่ไม่เลี้ยงนกอ้วน น้องก็รีบจัดโปรแกรมออกกำลังกายลดน้ำหนักทันที (แต่น้ำหนักก็ไม่เคยลด55) ต่อมาเรื่องที่น้องพูดได้ก็ความแตกถูกพระเอกจับได้...น้องเลยต้องแสร้งทำตัวน่าสงสารบีบน้ำตาอีกรอบ (แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด มารยาล้านเล่มเกวียนมากก 55) จนพระเอกใจอ่อนยอมให้อภัย จากนั้นน้องก็สารภาพความจริงว่าตนมาที่นี่เพื่อสานต่อวาสนาในชาติก่อนเพื่อเป็นสามีภรรยากับพระเอกอีกครั้ง ...ความหมายก็คือข้ามาที่นี่เพื่อเป็นมหาเทวีของท่านไงล่ะ.. โฮะๆ แต่พระเอกเป็นเทพไร้หัวใจ ยังไม่ก่อเกิดความรู้สึกอันใด จึงไม่ได้ตอบตกลง..ซึ่งนายเอกก็โอเคไม่บังคับ เพียงแต่ต้องอนุญาตให้ข้าเรียกท่านว่าสามีนะ 55

เนื้อเรื่องช่วงแรกจะเล่าสลับไปมาระหว่างตอนปัจจุบันกับชาติที่แล้ว ตอนที่พระ-นายลงไปเกิดบนโลกมนุษย์ ในชาติแรกนายเอกนึกว่าพระเอกเป็นฝ่ายจีบตัวเองก่อน พระเอกก็คิดว่าขนาดนานๆ ทีข้ามาหา มาถึงก็เงียบไม่ได้พูดอะไร เจ้าก็ยังคิดว่าข้าตามจีบอีกหรือเนี่ย...เหอๆ
ชาติแรกแต่งเพราะมีเหตุผลแอบแฝง (นายเอกก็ยังไม่รู้นะ โถๆ) เพราะพระเอกเป็นหวาง มีพ่อแม่เดียวกับฮ่องเต้ แถมยังรบเก่งและมีกำลังทหารในมือ ฮ่องเต้จึงหวาดระแวงกลัวว่าพระเอกจะก่อกบฏ พระเอกเลยตัดปัญหาด้วยการแต่งงานกับผู้ชายซะ จะได้ไม่ต้องมีทายาทสืบสกุล เพื่อลดความหวาดระแวงจากฮ่องเต้ แต่นายเอกไม่รู้ ยังคิดว่าสักวันพระเอกคงจะรับหญิงอื่นเข้าบ้านเพื่อคลอดลูก 
ขนาดมาชาติปัจจุบันที่อยู่บนสวรรค์ นายเอกก็ยังไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองนั้นถึงจะเป็นผู้ชายแต่ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ น้องก็ยังหวังดีคิดจะไปรับนกน้อยมาเป็นลูกบุญธรรมอยู่อีก 55...

ช่วงแรกๆ เวลาพระเอกออกว่าราชการประชุมเช้า นายเอกในร่างเฟิ่งหวงน้อยก็จะมานั่งฟังด้วย พวกเหล่าเทพเซียนที่มาประชุมเห็นก็แอบขำ เพราะน้องอ้วนกลมมาก แถมยังชอบไปนอนทำรังอยู่บนศีรษะพระเอกอีก แล้วทุกคนก็พากันซุบซิบนินทาบอกว่าน้องอ้วน ไหนว่ากำลังลดน้ำหนักแต่ทำไมมันยิ่งอ้วนขึ้นกว่าเดิมเนี่ย  พระเอกได้ยินคนนินทาเมียเลยเขียนเป็นราชโองการออกมาเตือน บอกว่านายเอกไม่ได้อ้วน แค่ขนฟูเฉยๆ ต่อไปหากใครยังว่าเมียพี่อ้วนอีก พี่ก็จะลงโทษตามกฎสวรรค์โทษฐานหมิ่นเกียรติให้หมดเลยคอยดู 55

แต่นายเอกไม่ได้ทำตัวติดกับพระเอกตลอดเวลานะ ถ้าเบื่อๆ เหงาๆ ก็ไปหาคนอื่นเล่นด้วย เป็นนกน้อยอารมณ์ดีฝุดๆ มีวันหนึ่งพระเอกอยากตามไปดูว่าน้องทำอะไร? เหงาหรือเปล่าก็เลยกลายร่างเป็นเฟิ่งหวงน้อยตัวกลมขนสีดำเพื่อไปแอบตามส่องดูชีวิตเมีย พอนายเอกเห็นพระเอกอ้วนกลมไซด์เดียวกับตัวเองก็ชอบมากกก ยิ่งพอพระเอกบอกว่าตัวเองอยู่คนเดียวไร้ครอบครัวด้วย นายเอกก็ยิ่งรักยิ่งห่วง ก็เลยนับพระเอกเป็นน้องชาย คอยแบ่งอาหารให้และแวะเวียนมาเล่นด้วยบ่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่านี่คือสามีตัวเองปลอมตัวมา 55 ...ความลับอะไรที่ไม่เคยบอกสามี น้องก็มาบอกพระเอกในร่างนกหมด ตอนเขียนจดหมายหาพระเอกช่วงที่กักตัว น้องก็บอกพระเอกว่ากำลังลดน้ำหนักอยู่นะ กินลูกไผ่แค่นิดเดียวเองเพราะคิดถึงสามี....แต่พอเขียนหาพระเอกในร่างนก อิน้องก็บอกความจริงว่าไม่ได้ลดน้ำหนักเลย แถมยังกินลูกไผ่วันละตั้ง 300 ลูกแน่ะ ส่วนสามีก็ไม่ค่อยคิดถึงหรอก เพราะกำลังยุ่งกับการเปิดร้านอยู่ 55...
พระเอกก็ ......อืมมมมม
 -_-
เซียนดาวบริวารที่อยู่ข้างๆ เอามาอ่านก็ขำ
555 >>v<<


และเมื่อพระเอก
เริ่มชอบนายเอก กระดานดาราจึงเริ่มควบคุมไม่ได้ หลังๆ คือต้องกรีดข้อมือเพื่อใช้เลือดควบคุมกดกระดานดาราเอาไว้แทน แต่พระเอกก็ไม่กล้าบอกนายเอก แล้วนึกว่าเมียคงจะไม่รู้เพราะเห็นเป็นคนซื่อๆ คิดว่าเมียคงเชื่อตามที่ตัวเองพูดหมด แต่จริงๆ คือนายเอกรู้นะ สังเกตเห็นแล้ว รู้ว่าพระเอกมีบางอย่างปิดบัง ก็เลยไปปรับทุกข์กับคนอื่น คนนั้นเลยเอาเรื่องมาบอกพระเอก บอกว่ามีอะไรก็ไม่ต้องปิดบังเมียดอก เพราะเมียพี่ก็ไม่ได้ธรรมดานะ ดูสิแค่ 300 ปีก็ฝ่าด่านได้ถึงขั้นจินตานแล้ว (คนอื่นใช้เวลาเป็นพันๆ ปี) ไม่ได้อ่อนแอเปราะบางอย่างที่พี่คิดดอก มีอะไรก็บอกๆ เมียไปเต๊อะ อย่าปิดบังเลย...

พระเอกเลยเลิกปิดบัง และพยายามค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อมาใช้ควบคุมกระดานดาราแทน เพราะยิ่งพระเอกรักนายเอกมากเท่าไร กระดานดาราก็ยิ่งสูญเสียการควบคุมเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ดีที่พระเอกไม่มีความคิดทำนองว่าจะหยุดรักหรือถอยห่างจากนายเอกเลย มีแต่นายเอกนี่แหละ ที่เป็นฝ่ายบอกให้พระเอกรักตัวเองช้าๆ ลงหน่อยไม่ต้องรีบ หรือถ้ารักก็ไม่ต้องรักเต็มร้อยก็ได้ แค่ 90 พอ...ฮ่าๆ

อ่านจบแล้วววว ไม่ดราม่านะ อ่านแล้วขำดี นายเอกน่ารักฟุบฟับ อ่านแล้วใจฟูไปหมด น่าร้ากกกกกแบบเห็นรูปน้องแล้วอยากบีบ ชอบมาก ชอบความน่ารักนุ่มนิ่มของนายเอกในร่างนก ทำอะไรก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด เห็นแล้วโกรธไม่ลง แล้วก็ชอบตรงทัศนคติความคิดของน้องด้วย เป็นคนมองโลกในแง่ดี ถึงจะเกิดมาในสภาพแวดล้อมรอบตัวที่แย่หรือโดดเดี่ยวยังไง แต่น้องก็ยังสามารถมองหาสิ่งดีๆ จากเรื่องเหล่านั้นเจอ สามารถมองข้ามเรื่องร้ายๆ และมีความสุขอยู่กับมันได้. แม้ในสายตาคนอื่นจะมองว่านั่นคือการโดนเอาเปรียบหรือเป็นเรื่องเลวร้ายก็ตาม  

จะมีเฉลยว่าทำไมนายเอกถึงมีขนสีขาว และมีบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของพระ-นายด้วย (แอบซึ้ง) รวมถึงตอนพิเศษเรื่องของลูกๆ ซึ่งบอกเลยว่าน่ารักน่าหยิกทุกตัว คนโตเย็นชาเงียบๆ นิสัยเหมือนพ่อ (น้องมีคู่ด้วยเปิดตัวตอนท้าย เป็นหญ้าอ่อนที่อยากถูกโคแก่กิน 55) คนรองอ่อนหวานหญิงเดียวในบ้านรักน้องฝุดๆ คนที่สามดื้อซุกซน ส่วนคนเล็กบื้อๆ ซื่อๆ มีสีขนเหมือนนายเอกที่สุด แถมยังชอบกักตุนของกิน ...แต่ลูกบ้านนี้ชื่อเชยมาก เพราะพระ-นายเอาชื่อของตัวเองมาแยกสลับกันแล้วตั้งเป็นชื่อลูก...จนมีคนถามว่าเด็กบ้านท่านนี่ใช้เท้าตั้งชื่อเหรอ หรือคิดว่าแค่เอาชื่อของตัวเองมาแยกสลับกันแล้วจะไม่มีใครดูออก 55 


📍ใครว่าข้าแกล้งอ้วนฮึ ➡️ https://s.shopee.co.th/AAAZEraIlk




วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

ปักรักลายบุปผา 2 เล่มจบ

 

ปักรักลายบุปผา 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : เย่ว์เซี่ยเตี๋ยอิ่ง (Yue Xia Die Ying)
ผู้แปลเล่ม 1 : กระต่ายน้อยของอิงอิง
ผู้แปลเล่ม 2 : อี้หนิง
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ฮวาจิ่น นางเอกของเรื่องเป็นช่างปักผ้าสู่ซิ่ว ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่รูปแบบการปักที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน เป็นงานฝีมือดั้งเดิมหรือศิลปะการเย็บปักที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณนานนับพันๆ ปี ทว่าท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไปรวมถึงความเจริญที่หลั่งไหลเข้ามา จึงทำให้คนที่ทำอาชีพนี้หรือผู้สืบทอดมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ
 
นางเอกทำงานเป็นช่างปักผ้าสู่ซิ่วในสตูดิโอเล็กๆ แห่งหนึ่งของอาจารย์ ถึงจะอายุยังน้อยแต่ก็เป็นช่างปักที่มีพรสวรรค์ เป็นสาวแกร่งสู้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในเมืองใหญ่ตามลำพัง บ้านเกิดของนางเอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สมัยนั้นความเจริญยังเข้าไม่ค่อยถึง เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ลำเอียงรักและบูชาลูกชายมากกว่าลูกสาว เห็นลูกสาวเป็นคนรับใช้หรือส่วนเกิน แต่โชคดีที่นางเอกยังได้ไปเรียนหนังสือและยังมียายที่เอ็นดูเอาใจใส่เธออยู่หนึ่งคน ...

ทว่าไม่นานยายก็จากไป ส่วนพ่อแม่และน้องชายของนางเอกก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด นางเอกจึงถูกลุง(พี่ของพ่อ)รับไปดูแล แต่ลุงก็เป็นคนไม่ดี คิดจะให้นางเอกแต่งงานกับคนแก่เพื่อหวังเอาเงินมาเป็นค่าสินสอดให้ลูกชายของตัวเอง จึงจับนางเอกขังไว้ในบ้าน ไม่ให้ไปสอบเกาเข่าเข้าเรียนต่อ ทั้งๆ ที่นางเอกหัวดีมากสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน แต่ลุงก็ไม่ให้เรียน นางเอกไม่ยอม เลยหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่ ไม่มีใครให้พึ่งพา ไม่มีญาติมิตร ต้องดิ้นรนทำงานสารพัดเพื่อความอยู่รอด ทั้งเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นคนส่งอาหาร แม้แต่งานติดฟิล์มที่ใต้สะพานก็ทำมาแล้ว... และด้วยความจนบางครั้งจึงทำให้ถูกคนแกล้ง ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระทั่งถูกคนขับรถชนแล้วหนีจนทำให้มีอาการบาดเจ็บที่เข่าเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน

พระเอก เผยเยี่ยน หนุ่มหล่อโคตรรวยยยอภิมหาเศรษฐี พ่อแม่ตายหมดแถมยังได้รับมรดกจากปู่ผู้ล่วงลับอีกมหาศาล ชนิดที่ว่าเกิดอีกสิบชาติก็ยังกินใช้ไม่หมด ...พระเอกเป็นคนอารมณ์ร้อนขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็มีหลักการมีคุณธรรม ไม่ใช่คุณชายเสเพลที่เอาแต่กินเที่ยวทำตัวเป็นอันธพาลหรือดีแต่ผลาญสมบัติของบรรพบุรุษไปวันๆ แต่พระเอกเรานี่จับอะไรก็รุ่ง ลงทุนอะไรก็ประสบความสำเร็จ ดังนั้นถึงจะนิสัยผีเข้าผีออกยังไง แต่ก็ยังมีคนมากมายอยากเข้าหาตามประจบหวังเกาะขาทองคำคู่นี้อยู่ดี 

เพราะลูกพี่ลูกน้องของพระเอกต้องการหาคนมาปักผ้าเช็ดหน้าให้ยาย จึงทำให้พระเอกได้มาเจอและรู้จักกับนางเอกอย่างเป็นทางการ หลังจากที่คลาดเคลื่อนกันไปมาอยู่หลายที
เพราะจริงๆ สองคนนี้เคยเจอกันมาก่อนแล้วเพียงแต่พระเอกจำไม่ได้ พูดง่ายๆ คือไม่ได้ใส่ใจ ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ส่วนนางเอกกลับจดจำได้ขึ้นใจเพราะอะไร...ต้องลองไปอ่านเองจ้า 55 (ชอบตอนพิเศษนะ อ่านแล้วกระจ่างเลย)

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้เจอกันอีกเรื่อยๆ นางเอกก็ชอบหยอกชอบเย้าพระเอกให้โมโหเล่น ส่วนพระเอกก็ปากแข็งชอบทำเป็นเข้มเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่ความจริงคือเริ่มสนใจแล้วแต่ไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าการชอบใครสักคนมันเป็นยังไง แต่ขนาดยังไม่รู้พี่ก็ออกตัวแรงมากเลย เห็นใครว่า+ดูถูกนางเอกพี่ก็เข้าไปซัด มีคนบอกว่าเห็นนางเอกอยู่กับผู้ชายในร้านอาหาร(คุยเรื่องงาน) พี่ก็บึ่งมาดูทันที มีคนส่งข่าวว่าเห็นนางเอกอยู่ในรถตำรวจพี่ก็รีบมาสถานีตำรวจอย่างไว ได้ข่าวว่านางเอกต้องต้มกินบะหมี่กินพี่ก็ส่งอาหารเสริมพร้อมของกินมาให้ 3 ลังใหญ่ทันที ...เอาเซ่ๆๆๆ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะเนี่ย ...แต่พอตกลงคบกันแล้วเราถึงได้รู้ว่าความจริงพระเอกยังหวานยังดีได้มากกว่านี้อีกนะ แถมยังชอบอวดแฟน กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้าเข้าชมรมคนกลัวเมียอย่างเต็มตัวไปเรียบร้อย 55 ...

อ่านจบแล้วเพลินดี เรียบๆ เรื่อยๆ ย่อยง่าย ไม่หน่วงไม่ต้องลุ้นเยอะ แอบมีดราม่าอยู่หน่อยตรงช่วงอดีตของนางเอก ในหนังสือมีเล่าเป็นบางช่วงไม่มาก นางเอกก็มีนึกถึงบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กับปัจจุบันมากกว่า จะเน้นที่ความรักของพระ-นางกับอาชีพช่างปักผ้าของนางเอก นอกจากจะได้ฟินเรื่องรักแล้วก็ยังได้ความรู้เรื่องการปักผ้ามาด้วย ยอมรับเลยว่าเพราะเรื่องนี้นี่แหละเราถึงได้รู้เรื่องศิลปะการเย็บปักผ้าโบราณของจีน นักเขียนขายเก่งจริงๆ 55


จริงๆ ในยุคสมัยนี้อาชีพของนางเอกนั้นคนไม่ค่อยเห็นค่าแล้ว เพราะมีเครื่องจักรเข้ามาแทนที่ แถมผ้านี้ยังขายยากคนซื้อก็น้อยจึงไม่ค่อยมีใครอยากทำต่อ ร้านของนางเอกเองก็เกือบไม่รอดเพราะยอดขายไม่ได้เยอะ ทว่าหลังจากที่นางเอกได้ช่วยปักผ้านวมให้คุณลุงคนหนึ่งแล้วมีคนเอาไปลงบล็อก บวกกับมีดาราคนหนึ่งเอาชุดที่นางเอกทำไปใส่ออกงาน มันก็ถึงได้เริ่มมีกระแสมีคนสนใจเริ่มพูดถึง สถานการณ์ในร้านเริ่มดีขึ้น กระทั่งมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ไปออกทีวี และมีดีไซเนอร์ชื่อดังมาเชิญให้ไปร่วมออกแบบผ้าในงานแฟชั่นระดับประเทศ พอคนได้เห็นชุดที่ซิ่วซือ(ช่างฝีมือผู้ปักลายผ้า)ทั้งหลายช่วยกันออกแบบถูกใส่เดินบนแคทวอร์คก้พากันตกตะลึง 
อึ้ง!ทึ่ง! จุดประกายทำให้คนหันกลับมามองมาสนับสนุน รวมถึงให้ความสำคัญกับงานฝีมือดั้งเดิมของประเทศกันเยอะขึ้น

ส่วนความรักของพระ-นางก็ราบรื่นไร้อุปสรรค นางเอกสวยแกร่ง+สู้คน ด่ามาก็ด่ากลับ อย่าคิดว่าจนแล้วจะมาด่าหรือรังแกกันได้ง่ายๆ ส่วนพระเอกก็สายเปย์ กับคนไม่สนิทคือเย็นชาไม่สนใจ พูดจาไม่มีไว้หน้า แต่กับคนที่รักหรือนางเอกนี่ตรงกันข้าม ดูแลอย่างดี แบบดีมากกกกกอะ ของๆ ฉันก็คือของๆ เธอ นางเอกจะทำอะไรก็พร้อมสนับสนุนคอยช่วยเหลือทุกอย่าง รักเดียวใจเดียว ใครกล้ามารังแกแฟนข้าพี่แกเอาคืนเจ็บหนักทุกราย แต่อิฝ่ายที่มารังแกก็ไม่เคยจะสำนึก ชอบรังแกดูถูกคนที่อ่อนแอกว่า พอโดนเอาคืนบ้างแทนที่จะไปขอโทษนางเอกซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง กลับดันไปขอขมาพระเอกที่เป็นแบ็คแทน คือไม่ได้เห็นนางเอกอยู่ในสายตาเล๊ย มองคนที่ฐานะอย่างเดียวจริงๆ
ถ้ามีฐานะเท่าเทียมกันก็มองเป็นคน แต่ถ้าต่ำกว่าก็ไม่รู้ว่ามองเป็นตัวอะไร
สุดท้ายพระเอกเลยจัดชุดใหญ่ให้สมใจทั้งบัญชีใหม่บัญชีเก่า ทั้งอดีตทั้งปัจจุบันโดนหมด
เอาให้ล่มทั้งตระกูลไปเลย...หึหึ

ป.ล. แอบมีคำผิดอยู่ 1 จุดในเล่ม 2 ...จากตระกูลสวีเปลี่ยนเป็นตระกูลฉวีอะจ้ะ


📍ปักรักลายบุปผา ➡️ https://s.shopee.co.th/8Kiwq3hIG9




วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ

 


เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หลินจยาเฉิง
ผู้แปล : เสี่ยวเจินจู
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เฉินหรง หรือเฉินซื่ออาหรง เป็นลูกอนุของบิดาที่เกิดจากอนุ มีฐานะต่ำต้อยจึงทำให้ถูกคนดูหมิ่นเหยียดหยาม ด้วยความที่ไม่อยากถูกผู้ใหญ่ในตระกูลจับส่งไปเป็นของเล่นหรืออนุให้กับผู้ใด นางเอกจึงใช้อุบายแย่งชิงการแต่งงานของพี่สาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมา จนได้แต่งกับ หรานหมิ่น แม่ทัพใหญ่ผู้หล่อเหลาองอาจมากความสามารถ ที่พวกชาวหูขยาดหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่เคยรักหรือเหลียวแลนางเลย และท้ายที่สุดเขาก็แต่งพี่สาวผู้นั้นของนางเข้ามาเป็นภรรยาและหย่าขาดจากนาง..

นางเอกจึงเผาตัวตายในคืนแต่งงานของสามีเก่า และได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างเดิมตอนอายุ
14 อีกครั้ง เมื่อได้โอกาสใหม่นางจึงตั้งใจเก็บเก็บซ่อนนิสัยที่ไม่ดี ที่เคยทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ในชาติที่แล้วลง กลายเป็นคนใหม่ที่สุขุมเยือกเย็นสงบนิ่ง พยายามสร้างชื่อเสียงที่ดีงาม เพื่อให้ได้รับคำชมจากพวกปัญญาชนชนชั้นสูง พยายามสร้างตัวตนใหม่ ลบเลือนภาพลักษณ์เก่าๆ ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือต้องตกเป็นอนุใคร เพื่อที่วันหนึ่งจะสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้...

นี่คือยุคสมัยที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก กิริยาท่าทางและรูปโฉมมีค่ามากกว่าความรู้ความสามารถและศีลธรรมจรรยา นี่คือยุคสมัยที่ชาติกำเนิดเป็นตัวตัดสินกำหนดชะตาชีวิตคน ต้องมีทั้ง 2 อย่างชีวิตถึงจะเจริญก้าวหน้าและไม่ถูกดูถูกเหยียดหยาม จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ เพราะต่อให้เก่งมีความสามารถแค่ไหน แต่หากหน้าตาไม่ดีหรือชาติตระกูลต่ำก็ยากที่จะเจริญรุ่งเรือง... ชีวิตของนางเอกก็เป็นเช่นนี้แล แม้จะเกิดในตระกูลใหญ่แต่เนื่องจากชาติกำเนิดต่ำต้อย จึงทำให้ไม่อาจลิขิตชีวิตตัวเองได้ ต้องคอยดูสีหน้าผู้ใหญ่ในตระกูลหรือลูกพี่ลูกน้องที่มีชาติกำเนิดสูงกว่าตน...

นางเอกฟื้นขึ้นมาในช่วงที่กำลังเกิดสงคราม พวกตระกูลใหญ่ๆ หรือชนชั้นสูงกำลังอพยพหนีภัยลงใต้พอดี นางเอกรู้ว่าชาติที่แล้วในบ้านตนจะมีคนพาโจรมาปล้นชิงในขณะที่เดินทางอพยพ จึงชิงแบ่งทรัพย์สินที่มีให้พวกบ่าวไพร่แล้วเหลือติดตัวเอาไว้ไม่มาก เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจจาก หวังหง หรือหวังชีหลาง บุตรสายตรงของสกุลหวังแห่งหลางหยาที่สูงส่ง ที่แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องละอายได้อีกด้วย... 

ทว่าในขณะที่กำลังเดินทางอพยพ พวกตระกูลใหญ่ก็ยังทำตัวเหมือนตอนอยู่บ้าน กินทิ้งกินขว้างเรื่องมาก ไม่เหมือนหนีสงครามแต่กลับเหมือนมาเที่ยวเล่นมากกว่า
นางเอกจึงเอ่ยปากเตือนเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไร แต่กลับไม่มีใครเชื่อ พอเกิดจริงถึงได้เชื่อขึ้นมาหน่อย ทว่าในใจก็ยังดูถูกดูแคลนอยู่ดี  กลัวเสียหน้าเสียฟอร์ม
หลังๆ นางเอกก็เลยบอกพอเป็นพิธี เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ ...
เมื่อเป็นไปตามที่เตือนบ่อยๆ เข้า ชื่อเสียงของนางเอกจึงเริ่มเป็นที่เลื่องลือ แต่ก็ติดตรงที่เป็นลูกอนุ ดังนั้นต่อให้เก่งเลิศขนาดไหน ท้ายที่สุดก็ยังถูกคนใช้จุดนี้มาเล่นงานอยู่ดี
...เป็นยุคที่ชื่อเสียงโคตรสำคัญ นางเอกถึงต้องการสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับตัวเอง ทำอะไรดีๆ ก็ต้องป่าวประกาศให้คนรับรู้ เพราะถ้าทำให้พวกปัญญาชนชนชั้นสูงเอ่ยปากชื่นชมได้ นั่นก็เท่ากับได้รับการยอมรับ จะได้ช่วยเพิ่มโอกาสดีๆ ในการแต่งงานของตน..

แต่ชาตินี้ลุงของนางเอกก็ยังคิดจะส่งนางไปเป็นอนุอีกเหมือนเดิม ชาติที่แล้วพ้นภัยด้วยการแต่งกับสามีเก่า แต่ชาตินี้นางเอกไม่อยากซ้ำรอยเดิมจึงต้องเปลี่ยนแผน โดยการเข้าหาพระเอกและแกล้งทำเป็นว่าชอบ หวังยืมมือพระเอกจัดการ หลงคิดว่าพี่แกจะใจกว้างไม่ถือสา เพราะมาจากตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลคำพูดมีน้ำหนัก ขอแค่เอ่ยปากชื่นชมหรือช่วยพูดสักหน่อย นางเอกก็สามารถหลีกหนีจากการเป็นอนุได้แล้ว... แต่กลายเป็นว่าพระเอกกลับสนใจนางเอกขึ้นมาจริงๆ เลยไม่พอใจที่นางมาทำให้ตนสนใจแล้วทิ้งกันไปดื้อๆ 
ชีวิตของพระ-นางเลยพัวพันหนีกันไม่พ้นตั้งแต่นั้นมา เพราะพระเอกไม่ยอมปล่อยมือ...

ความจริงนางเอกไม่ใช่คนงามตามแบบที่ยุคสมัยนั้นนิยมนะ สมัยนั้นชอบคนงามที่ดูขาวซีดบอบบาง งามสง่า สูงส่งบริสุทธิ์ แต่นางเอกเป็นพวกงามแบบเย้ายวนมีเสน่ห์ อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกกลมกลึง ดูยั่วยวน แถมยังดุดันไม่ตรงตามแบบที่เขานิยมเลยสักนิด แต่ก็เป็นแบบที่พวกหนุ่มใหญ่วัยกลางหรือคนแก่ๆ ชอบอะ..
อีกอย่างถึงจะเคยตายมาแล้วรอบนึง แต่นางก็ไม่ได้เก่งกาจหรือใช่ว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ 
รู้แค่เหตุการณ์ใหญ่ๆ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี ทำได้แค่หลีกหนีกับวางแผนปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และค่อยๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป

ส่วนเรื่องรักแม้นางเอกจะมอบหัวใจให้พระเอกไปแล้ว แต่ก็รู้ดีว่าถึงพระเอกจะมีใจให้จริงอย่างไร แต่ก็คงไม่มีทางแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้แน่นอน..ถึงได้ตัดสินใจติดตามสามีเก่าไป เพราะสามีเก่าเป็นคนเดียวที่ไม่ยึดติดกรอบประเพณี ไม่แคร์เรื่องฐานะชนชั้น สามารถแต่งนางเป็นภรรยาเอกได้ แล้วหลังๆ นางเอกก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรแล้วด้วย ปล่อยวางแล้ว แม้จะไม่ได้รักแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีเรื่องหึงหวงปวดใจ ...ก็เลยโอเค
แต่สุดท้ายมันก็มีจุดพลิก ที่ทำให้นางเอกเคว้งแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดันไปเจอพระเอกตอนที่เพิ่งเสพผงศิลาห้าสีมาพอดีอีก (ทำให้เกิดกำหนัด) ...ก็เลยมีอะไรกัน
พอนางเอกตื่นมาแล้วถามพระเอกว่าจะทำยังไงกับตัวเอง พระเอกก็ยืนยันว่าจะให้เป็นอนุเหมือนเดิม..นางเอกจึงเสียใจผิดหวัง
ประจวบกับที่ตอนนั้นข้าศึกกำลังยกทัพมาตีเมืองพอดี ก็เลยขี่ม้าออกไปรบพร้อมกับทหาร กะตายไปด้วยเลย...พระเอกเห็นก็แทบคลั่ง ถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่มีวันปล่อยนางเอกไปได้อีกแล้ว

พอจบศึกนี้ก็เดินทางเข้าเมืองหลวง การกระทำของนางเอกทำให้ราชสำนักสนใจ ผู้ใหญ่ในตระกูลจึงหันมาให้ความสำคัญกับนาง คือนางสู้มากจริงๆ นะ ทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากการเป็นอนุ พยายามสร้างชื่อเสียงให้คนจดจำ เพื่อไม่ให้ถูกดูหมิ่นถูกตีตราด้วยคำว่าลูกอนุ ท่ามกลางสังคมที่เหลื่อมล้ำแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางสัมคมที่ฟุ้งเฟ้อฟอนเฟะ สวยแต่รูปส่วนข้างในเน่าเหม็น ราชสำนักเหลวแหลก บ้านเมืองเกิดภัยสงครามแต่พวกชนชั้นสูงปัญญาชนยังคงจัดงานรื่นเริงทำเหมือนไม่มีอะไร ตระกูลใหญ่ๆ อยู่เฉย เพราะไม่อยากทำลายสมดุลหรือผลประโยชน์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้..คือถ้าตัดขาดจากวงศ์ตระกูลด้วยยุคสมัยแบบนี้ก็คงไม่รอด แต่ถ้าไม่ตัดขาดก็ต้องถูกควบคุมและไม่อาจตัดสินใจเรื่องราวในชีวิตเองได้...

อ่านจบแล้วส่วนตัวชอบมากกกๆ  เริ่มแรกอาจจะงงๆ กับการเรียกชื่อคนหน่อย อย่างเช่นชื่อพระเอกที่จดๆ ไว้ก็เรียกได้ถึง 5 แบบเลยนะ..แต่อ่านๆ ไปเดี๋ยวจะเริ่มชิน(รึเปล่า)
สำนวนแปลดี ภาษาสวย อ่านลื่นมาก มีเรือหลายลำให้ลงแต่พระเอกตัวจริงคือร้ายที่สุด
ภายใต้รอยยิ้มที่หล่อเหลาและความสง่างามสูงส่งดุจเทพเซียน แต่
ข้างในก็คือเสือร้ายดีๆ นี่เอง ฉลาด เจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ ยากจะคาดเดา ตรงข้ามกับฝั่งสามีเก่าที่ดุดันดุจเปลวเพลิง แต่พระเอกคืออ่อนโยนนุ่มนวลราวกับแสงจันทร์ 
ประเด็นหลักๆ ของเรื่องก็คงเป็นเรื่องชาติกำเนิดของนางเอกที่เป็นลูกอนุนี่แหละ
ทำยังไงถึงจะก้าวผ่านปมเรื่องลูกอนุ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผยโดยไม่ถูกคนดูแคลน ทั้งยังสามารถควบคุมกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้?
ตัวนางเอกก็ไม่ได้ซู ถึงจะเกิดใหม่รู้อะไรบางอย่างล่วงหน้าแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร
มีหลายครั้งที่เกือบพลาดท่าเสียที และต้องคอยมาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเอา 
ตอนอ่านเราก็ต้องคอยลุ้นอยู่เรื่อยว่าจะมีใครยื่นมือมาช่วยไหม หรือจะมีจุดพลิกอะไรที่ทำให้นางเอกรอดจากตรงนี้ไปได้หรือเปล่า...

แต่นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วก็ยังมีเรื่องการเมืองและศึกสงคราม
เป็นยุคสมัยที่สังคมบีบคั้นผู้คนมากแต่ก็เปิดกว้างในบางเรื่อง อย่างเช่นผู้ชายคนไหนที่หน้าตาดีมากๆ ผู้หญิงก็สามารถมารุมล้อมกรี๊ดกร๊าดขว้างปาสิ่งของให้ได้ ไม่ต่างกับดาราไอดอลในยุคปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็เข้มงวดเรื่องฐานะชนชั้นและชาติตระกูลสุดๆ
ชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน 
ขุนนางชั้นสูงไม่มีที่ฐานะต่ำต้อย
ส่วนขุนนางชั้นล่างก็ไม่มีพวกชาติตระกูลสูง ชีวิตคนธรรมดาชาติตระกูลต่ำต้อยแทบไม่มีราคา ส่วนพวกเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงก็สูงซะจนเสียดฟ้า ยิ่งถ้าคนไหนมีอิทธิพลป๊อปมากๆ อย่างเช่นพระเอกนี่ แค่เพียงคำพูดเดียวก็สามารถทำลายชีวิตคนหรือทั้งตระกูลลงได้แล้ว อย่าให้พระเอกเอ่ยปากว่าหรือตำหนินะ..จบสิ้นทันที ทั้งชีวิตและชื่อเสียงที่สะสมมา

สุดท้ายเราพอเข้าใจนะ ว่าทำไมแรกๆ พระเอกถึงไม่อยากให้นางเอกเป็นภรรยาเอก
เพราะเป็นตระกูลใหญ่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของแคว้น และยังเป็นบุตรสายตรงที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำคนต่อไป คุณสมบัติครบถ้วนดีเลิศโดดเด่นเกินใคร แม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องเกรงใจยอมลงให้สามส่วน จะเป็นภรรยาเอกหรือก็คือนายหญิงของผู้นำตระกูลนี้ มันจึงยากลำบากยิ่งกว่าการเป็นฮองเฮาอยู่ในวังอีกนะ (พระเอกบอกไว้อยู่ว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งนางเอกคงไม่ไหวแน่นอน) ก็เลยอยากให้เป็นกุ้ยเชี่ยหรืออนุที่มีศักดิ์ฐานะสูงกว่าอนุทั่วไปมากกว่า
แต่นางเอกก็ไม่ต้องการ ชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่เป็นอนุ จะไม่เรียกใครว่านายหญิง รู้อยู่แล้วว่าเป็นเมียเอกของพระเอกไม่ได้ ก็ไม่ได้ฝืน ก็แยกย้ายต่างคนต่างเดินสิ 
แต่พระเอกคือไม่ยอม หนีไปไหนก็ต้องลากกลับมา ทำให้นางเอกต้องผูกติดกับตัวเองตลอด ร้ายมากกก ข้าอยู่..นางก็ต้องอยู่ ข้ารัก..นางก็ต้องรัก ข้าไม่ปล่อยมือ..เจ้าก็อย่าได้คิดจากไปโดยเด็ดขาด  ท้ายที่สุดหลังจากที่เกือบสูญเสียนางเอกไปจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้กระจ่างแจ้งถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริงสักที...

ป.ล.ตอนพิเศษจุใจมาก ครึ่งเล่มเลย ชอบลูกๆ พระ-นาง แต่ละคนแสบจริงๆ
รักแม่หวงแม่กันทุกคน คนโตถ้าได้ยินใครพูดจาไม่ดีหรือพูดว่าร้ายแม่ก็เตรียมซัดทันที แม่ข้าใครอย่าแตะ!!..ส่วนลูกฝาแฝดก็ทั้งแสบทั้งเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งชอบยั่วโมโหพ่อ 
แต่กับแม่คือขี้อ้อน คอยปกป้องสุดๆ ผู้หญิงคนไหนมาเข้าใกล้อยากเป็นอนุพ่อ น้องจัดการเรียบ  
ทว่าถึงแม้นางเอกจะได้แต่งงานเป็นภรรยาเอกของพระเอกแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีคนดูถูกเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิดเหมือนเดิมอยู่ดีนะ เพียงแต่ตอนนี้นางเอกมีพร้อมทุกอย่างแล้ว มีสามีที่ดี มีลูกที่รักและกตัญญู มีคนที่พร้อมออกหน้าปกป้อง ไม่ต้องเค้นสมองคอยรับมือสู้เองอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นคำพูดเหล่านั้นในวันนี้ จึงทำอะไรนางไม่ได้อีกต่อไป  เป็นครอบครัวสุขสันต์ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตระกูลคอยหนุนหลัง แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย ไม่ต้องค้อมหลังให้ใคร สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว ลูกๆ สามัคคีปรองดอง แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางเอกถูกคนอื่นอิจฉาริษยาได้ยังไงไหว...หุหุ

- มีตอนพิเศษของสามีเก่าที่ฝันถึงอดีต ในชาติที่นางเอกเผาตัวตายด้วย ต้องให้ฝันก่อนนะถึงดูออกว่าใครรักจริงใครหลอก ใครมารยาเสแสร้งแกล้งรัก ...
จริงๆ สามีเก่าก็ดีนะเพียงแต่บื้อเรื่องความรักไปหน่อย ผู้หญิงมาบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสารใส่ก็ใจอ่อนยอมรับเป็นอนุแล้ว เก่งแต่เรื่องงาน แต่เรื่องในบ้านนี่ห่วยแตก เพิ่งมาฉลาดตาสว่างก็หลังจากที่เสียนางเอกไปนี่แหละ


📍เสน่ห์รักขุนนางหญิง 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5q0NGPdz3x