วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2564

(รัก) ยิ้มของเธอ

 


(รัก) ยิ้มของเธอ 5 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ชิงเหม่ย
ผู้แปลเล่ม 1-3 : กัญญา / ผู้แปลเล่ม 4-5 : หนูน้อยฉี
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ถงเหยา เด็กสาววัย 19 เจ้าของความสูง 150 ซม. เจ้าของไอดีสไมลิ่ง มิดคนใหม่ของทีม ZGDX เพราะเคยเลิกรากับแฟนเก่าที่เป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมาก่อน ถงเหยาจึงให้คำปฏิญาณเอาไว้ว่า จะไม่มีแฟนเป็นคนในวงการนี้อีกเด็ดขาด...หึหึ แต่หัวใจของสาวน้อยก็ต้องสั่นไหว เมื่อต้องมาอยู่ร่วมบ้านและอยู่ทีมเดียวกับ ลู่ซือเฉิง
เชสแมนหรือกัปตันทีม ZGDX มหาเทพแห่งวงการอีสปอร์ต ที่แสนจะเย็นชาไร้หัวใจ ทั้งดุ ทั้งโหด แต่กลับชอบหาเรื่องเย้าแหย่และแกล้งเธอเป็นที่สุด...

วงการนี้นักกีฬาหญิงที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนั้นมีน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย ดังนั้นนางเอกจึงค่อนข้างเป็นที่จับตามอง แต่นางก็โชคดีมากที่ได้พบกับเพื่อนร่วมทีมดีๆ เวลามีปัญหาอะไรทุกคนก็พร้อมเข้าข้างปกป้องเธอ โดยเฉพาะพระเอกที่ถึงภายนอกจะดูดุ โหด เย็นชา แต่พี่แกก็มีวิธีการปกป้องคนในแบบของตัวเองล่ะนะ

เป็นแนวเกม(กีฬาอีสปอร์ต) ที่ดำเนินไปพร้อมกับเรื่องรัก ถึงนางเอกกับพระเอกจะนิสัยแตกต่างกัน(มากกก55) แต่ทั้งสองคนก็มีเป้าหมายเดียวกัน
นั่นคือพาทีมไปให้ถึงแชมป์โลก 
เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะหนักไปที่เกมการแข่งขันระหว่างทีมนางเอกกับทีมอื่นๆ ต้องเจออุปสรรคและปัญหาอะไร ยากขนาดไหนกว่าจะฝ่าด่านผ่านเข้าไปถึงการแข่งขันระดับโลกได้ ซึ่งทีมพระ-นางก็ไม่ได้ชนะผ่านฉลุยตลอดนะ ก็มีแพ้มีชนะ มีเสียน้ำตา มีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แถมยังต้องเจอกับพวกคำด่าคำวิจารณ์บนโลกอินเตอร์เน็ตอีก ถ้าเป็นเวลาชนะก็ดีไปแต่ถ้าแพ้เมื่อไรก็...หึหึ (แข่งแพ้ยังไม่เท่าไร แต่จะหมดกำลังใจกันจริงๆ ก็ตอนเจอคำพูดในโลกออนไลน์นี่แหละ)

ส่วนเรื่องความรักก็น่าติดตามและโคตรหวานนนนแบบไม่น่าเชื่อ เอาจริงๆ ไม่นึกว่าพอพระเอกมีแฟนแล้วจะเป็นแบบนี้นะ 55  ตอนที่ยังไม่ได้คบกันก็ออกแนวคู่กัดเหมือนลิ้นกับฟัน แต่พอคบกันแล้วเท่านั้นแหละ...โอ๊ยยยยยย แบบใครเนี่ย นี่มันใคร??? อร๊ายๆ นี่มันหมาป่าผสมปลาหมึกชัดๆ
คุณพี่หื่นมากกก...เปรี้ยวมาก สามารถพูดคำสองแง่สองง่าม ทำตัวหื่นๆ โดยหน้าไม่แดง สีหน้าไม่เปลี่ยนได้อย่างไร ขนาดนางเอกที่ทั้งแสบทั้งเกรียนยังต้องยกธงขาว ขนาดเพื่อนร่วมทีมยังต้องกรอกตาให้
...โอ้กัปตันเราพอมีแฟนแล้วคลั่งรักขนาดนี้เลยเหรอวะ55 (เพื่อนร่วมทีมไม่ได้กล่าว เรากล่าวแทนให้)

แต่ตอนแรกที่คบกันนางเอกไม่อยากให้ใครรู้ กะคบแบบเงียบๆ ไปก่อน เพราะกลัวพระเอกจะเสียแฟนคลับ กลัวว่าพี่แกจะมีข่าวเสียหาย (เพราะตั้งแต่เข้าวงการนี้มาพระเอกไม่เคยมีข่าวเสียหายเลย) แต่สุดท้ายก็ปิดไม่อยู่ เพราะสายตาและการกระทำของพระเอกมันเกินเบอร์มากกกก คนเลยเริ่มดูออก แต่พระเอกก็ไม่แคร์ แถมยังตัดสินใจเปิดเผยความสัมพันธ์ต่อหน้าสาธารณชนมันซะเลย55 (จริงๆ พี่แกอยากเปิดมานานแล้วจ้า) หลังจากนั้นก็หวานจนฉุดไม่อยู่ หวานกันแบบไม่แคร์โลก ไม่เก็บอาการไม่ปิดบังแล้วจ้า (อ่านช่วงแรกๆ ก็ลุ้นเรื่องผลการแข่งนะ แต่พอหลังๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปลุ้นว่านางเอกจะท้องก่อนไหม 55) แต่ช่วงแรกๆ ยังไม่ค่อยราบรื่นเท่าไร เป็นอย่างที่นางเอกเคยคิดเอาไว้ เพราะหลังจากที่เปิดตัวว่าคบกัน นางเอกก็เจอแฟนคลับของพระเอกถล่มด่าซะยับเยินตามคาด เจอคนปองร้ายจนทำให้ลงแข่งไม่ได้ และเกือบทำให้เข้าใจผิดกับพระเอกอีกต่างหาก...

สุดท้ายแอบเสียใจนิดนึงตรงที่ไม่มีตอนพิเศษอะ ตั้ง 5 เล่มพี่จะจบแค่นี้ไม่ได้นะคะT^T น่าจะมีเขียนเรื่องราวต่อจากนั้นอีกสักหน่อย อยากรู้ชีวิตของพวกนางเอกและคนในทีม รวมถึงทีมอื่นๆ หลังจากจบการแข่งขันอะ แล้วก็อยากเห็นสีหน้าของเฉิงเกอตอนได้ไปเจอพ่อนางเอกด้วยว่าจะเป็นยังไง 55 (พ่อหวงลูกสาว)  

ปล.ชอบบทสนทนาในเรื่อง เวลาจิกกัดกันไปมา คำพูดของตัวละครมันเป็นธรรมชาติดีอะ อ่านแล้วได้อารมณ์แสบๆ คันๆ อดยิ้มหัวเราะตามไม่ได้



📍(รัก) ยิ้มของเธอ 5 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/AUnPMoa3Wx





วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564

แผนลวงคดีรัก เล่ม 3-4 (4 เล่มจบ)




แผนลวงคดีรัก เล่ม 3-4 (4 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : ติงโม่
ผู้แปล : เรืองชัย รักศรีอักษร
สำนักพิมพ์ อรุณ

รีวิวแผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2 https://marynlinsbook.blogspot.com/2021/03/1-2.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หลังจากที่พระเอกหายความจำเสื่อม พี่แกก็พูดตัดความสัมพันธ์กับนางเอกอย่างชัดเจน ...โถถถ ไม่อยากจะบอกเลยว่าระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองนะ
พอจิตใจกลายเป็นผู้ใหญ่นิสัยก็น่าตบขึ้นมาทันที แต่นางเอกเราก็แมนๆ อยู่แว้วว ตัดก็ตัดดิ่ ไม่ง้อ ... แต่สุดท้ายพระเอกก็ตัดไม่ขาด ถึงจะจำช่วงที่เป็นโหยวอิงจวิ้นไม่ได้ แต่ร่างกายและจิตใจข้างในกลับซื่อสัตย์ยิ่งนัก จนต้องหาข้ออ้างมาตามเกาะติดเขาเหมือนเดิม..ถึงจะยังจำไม่ได้แต่ก็คลั่งรัก และเทิดทูนบูชานางเอกหนักมากกก ขนาดตัวพระเอกเองยังแทบรับตัวเองไม่ได้เลย ไม่อยากจะเชื่อว่าวันหนึ่งตัวเองจะคลั่งรักและหลงใหลใครได้ถึงขนาดนี้
55 ..( รู้หรือยังว่าใครใหญ่สุดในบ้าน ใครต้องฟังใคร อิอิ)

2 เล่มสุดท้ายยังคงเจ้มจ้น สนุก ตื่นเต้นเหมือนเดิม (ไม่อยากเขียนมากเดี๋ยวสปอยล์หมด ต้องอ่านเองจริงๆ 55)  แต่บอกเลยว่าใครที่ชอบแนวสืบสวนสอบสวนพลาดไม่ได้ อารมณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เดาทางไม่ถูกจริงๆ ว่าจะมาไม้ไหน เพราะสิ่งที่พวกนางเอกต้องเจอไม่ใช่แค่คนร้ายโรคจิตธรรมดา แต่เบื้องหลังคนเหล่านั้นยังมีบางอย่างคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ซุ่มอยู่ในเงามืด ตั้งตัวเป็นผู้ลงทัณฑ์จับคนมาลงโทษเอง ซับซ้อนโยงกันวุ่นวายไปหมด มันจึงไม่ใช่แค่การสืบสวนสอบสวนปกติทั่วๆ ไป แต่ยังต้องวิเคราะห์ไปถึงจิตใจและคาดการณ์พฤติกรรมของคนร้ายด้วย อ่านแล้วก็ลุ้นตาม ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีหักมุมอะไรอีกหรือเปล่า แต่นับถือใจนางเอกกับเพื่อนร่วมทีมจริงๆ
ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหนก็ไม่เคยยอมจำนน ขอแค่ยังมีลมหายใจก็สู้ยิบตา ไม่ทิ้งความหวัง ไม่เคยลืมหน้าที่และอุดมการณ์...ลืมบอกไปว่าเรื่องบางอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดนะ....เฉลยทีน้ำตาแทบแตก  คุณหลอกดาว
!!  ทามมายยยต้องเป็นแบบนี้ เสียจายยย ซึ้ง หดหู่
อ่านจบแล้วต้องขอพักทำใจก่อนนะ..55

ปล. nc มีแต่ตัดเข้าโคม (แต่ถึงไม่บรรยายก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะแซบ55 ก็พระเอกคลั่งรักซะขนาดนั้น)
ปล. ตอนพิเศษมีศาสตราจารย์ป๋อกับภรรยามาแจมด้วย



แผนลวงคดีรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/9UusOnjWI5





วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564

ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 4-5

 


ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 4-5 (7 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย (峨嵋)
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

รีวิวผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า..คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 
https://marynlinsbook.blogspot.com/2021/03/1-3-7.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หลังจบเล่ม 3 ก็พอจะเดาได้แล้วว่าหายนะวันสิ้นพิภพจะเกิดจากอะไร ชนวนเหตุมาจากไหน หลังจากที่นางเอกยอมให้พวกตระกูลไสยเวทย์จับไปเป็นตัวประกันด้วย เพราะคนที่โดนจับไปก่อนหน้าดันเป็น 1 ในลูกสมุน เอ้ยๆ ผู้พิทักษ์ของนาง แต่คนอื่นไม่รู้ไงเลยอิจฉาเจ้าหนุ่มนั่นกันใหญ่ นึกว่าคือคนที่ได้หัวใจนางเอกไปครอง 55

เล่มนี้พระเอกชิงสารภาพความในใจตั้งแต่ต้นเล่ม 4 เลย...ฮิ้ววว เห็นนิ่งๆ ขรึมๆ จริงจัง แต่พอรักแล้วก็ตรงไปตรงมาไม่มีเขินอายนะจ๊ะ ท่ามกลางหนุ่มหล่องานดีมากมายที่ตามจีบ แต่พระเอกกลับเป็นคนเดียวที่ทำให้นางเอกหวั่นไหวได้ แต่เนื่องจากตอนนี้ยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำและหลายเรื่องที่นางเอกยังต้องปิดบัง ทั้งเรื่องตามหาพ่อกับแม่ เรื่องการฝึกวิชา(ที่ไม่เหมือนชาวบ้าน) รวมถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นคนของตระกูลฝ่ายอธรรม และอีกมากมายบลาๆ ดังนั้นนางเอกก็เลยยังไม่คิดที่จะมีความรัก เพราะฉะนั้นจนจบเล่ม 5 พระ-นางก็ยังเป็นได้แค่ศิษย์พี่-ศิษย์น้องกันอยู่เหมือนเดิม 55....

อีเว้นท์หลักๆ ของเล่มนี้ก็มีเรื่องที่นางเอกถูกคนตามฆ่า และเป็นสาเหตุที่ทำให้พระเอกฝืนใช้ของวิเศษประจำตระกูลก่อนกำหนด เพราะเห็นนางเอกกำลังตกอยู่ในอันตราย ...ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังก็เฮ้อออ เห็นเขาปลอดภัยไม่ถูกฆ่าก็ยังไม่สำนึก
เข้าตำราพ่อแม่รังแกฉันมาก ถูกสปอยล์ตามใจมาตั้งแต่เด็ก พอเจอคนที่เก่งกว่าเหนือกว่าก็ไม่พอใจ ไปโกรธไปแค้นเขา อะไรๆ ก็โทษแต่คนอื่น ทั้งๆ ที่นางเอกก็ไม่ได้ทำอะไรให้ จู่ๆ ก็มาโกรธเกลียด เล่นงานต่อหน้าเองไม่ได้ก็ส่งคนอื่นไปฆ่า...เสียดายก็แต่พ่อหนุ่มแซ่ทังตระกูลขุนพล ทำไมถึงได้ตาบอดไปรักคนแบบนี้ฟะ ...เซ็ง

นางเอกเก่งและซู มีของวิเศษดีๆ เจ๋งๆ ติดตัว ไปที่ไหนก็เจอแต่ของดี แถมยังมีกองทัพสัตว์อสูรเป็นของตัวเอง พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องรอให้พระเอกหรือใครมาปกป้องก็เอาตัวรอดได้ ฉายเดี่ยวตลอด แมนๆ ในเล่ม 5 โรงเรียนนางเอกต้องคัดศิษย์ที่มีพลังยุทธ์สูงผ่านเกณฑ์มา 100 คน แล้วส่งไปสู้กับพวกอสูรทะเลที่คัดคนเก่งมา 100 คนเช่นกัน เพื่อประลองกันในสนามรบเก่าของเซียนและมารฟ้าในอดีต ฝ่ายไหนแพ้ก็ต้องยอมรับข้อตกลงของฝ่ายที่ชนะ ซึ่งนางเอกก็เป็น 1 ในนั้นที่ถูกส่งมา แต่ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู้สนามประลอง ฝั่งนางเอกกลับไม่รู้เลยว่าพวกตัวเองถูกเล่นตุกติก จนทำให้ต้องสูญเสียกำลังคนไปมากกว่าครึ่งทันทีที่เข้าสู่สนามรบ...

ทีนี้ซวยและ ยังไม่ทันได้ลงมือฝ่ายตัวเองก็เสียกำลังไปเกินครึ่งแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับอยู่ครบ
เอาไงดีจะไปต่อก็ห่วงคน แต่จะอยู่ที่เดิมรอให้อีกฝ่ายมาเจอก็ไม่ได้ 
แถมไม่มีใครอยากรับหน้าที่เฝ้าคนด้วย แต่เรื่องนี้กลับเข้าทางนางเอกพอดี
นางจึงขอรับอาสาอยู่เฝ้าคุ้มครองคนเอง คนอื่นก็เห็นพ้องด้วยเนื่องจากนางเอกมีของวิเศษเก็บทรัพย์ขนาดใหญ่ หากมีอันตรายก็สามารถเก็บคนทั้งหมดเข้าไปด้วยได้ 
เลยยิ่งพากันซาบซึ้งใจในความเสียสละของนาง ที่ยอมทิ้งโอกาสในการไปหาประสบการณ์และหาของวิเศษในสนามรบ แต่ยอมอยู่เฝ้าคนเฉยๆ แทน...หารู้ไม่ว่าพอสลัดคนในทีมไปได้ นางเอกก็เก็บคนทั้งหมดเข้ากระเป๋า
แล้วบึ่งไปยังส่วนใจกลางที่อยู่ลึกเข้าไปของสนามรบ พร้อมสัตว์อสูรของตัวเองทันทีจ้า..
55 แสนสบายอุราไปคนเดียว อยากทำไรก็ได้ เย้ๆ

แต่ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไรปราณมารก็ยิ่งเข้มข้น ทั้งยังต้องเจอกับสัตว์อสูรที่อยู่ระดับสูงๆ อีกมากมาย..ถ้าเป็นคนอื่นในทีมเข้ามาอาจตาย แต่ดีที่เป็นนางเอกเลยรอดออกมาได้ เพราะนางมีของวิเศษเจ๋งๆ ดีๆ ติดตัวมากมาย แถมยังพ่วงด้วยกองทัพสัตว์อสูรขั้นสี่อีก 10 ตัว บวกกับความสามารถในการล่องหนและไหนจะมารฟ้าลูกสมุนคนใหม่ที่เป็นกูรูให้อีกล่ะ...ของวิเศษที่ต้องการก็ได้ แถมยังสร้างบุญคุณทำให้คนซาบซึ้งได้อีก ยิงทีเดียวได้นกสองตัว สมแล้วที่มาจากตระกูลนักต้มตุ๋น..อิอิ

ตอนอ่านเล่ม 5 ส่วนตัวเรานึกถึงตอนอ่าน HunterXHunter ภาคมดอะ...ดีนะที่มีนางเอกมาด้วย เวลาเจออันตรายดูท่าจะสู้ไม่ได้ก็เก็บคนเข้ากระเป๋าแล้วพาหนี (กระเป๋าคนอื่นจุได้ไม่เท่าของนางเอก) บาดเจ็บ แขนขาขาด ก็มีน้ำพุคืนชีพของนางคอยรักษาให้ แต่นางเอกก็ต้องแอ๊บทำเหมือนไม่ได้เก่งมาก ถ่อมตัวให้สมกับภาพลักษณ์คุณหนูตระกูลแพทย์ อยากจะไปสู้ทีก็ต้องแอบไม่ให้ใครเห็น พอชนะก็ต้องแสร้งทำเป็นแบบ..ฉันไม่ได้เก่งนะ ดูสินี่ก็เสียพลังปราณไปตั้งเยอะหมดแรงเลย ทั้งที่จริงๆ สบายดีมาก แต่จะให้ใครรู้ว่าเก่งมากไม่ได้ไง 55

ชอบเวลาพอศัตรูโผล่มา ทุกคนก็จะพร้อมใจกันหันมามองนางเอกแบบรู้กัน เพื่อรอให้นางเก็บทุกคนเข้ากระเป๋าไปด้วย55 ส่วนพระเอกนั้นยอมให้คนอื่นเข้าแต่ตัวเองไม่เข้า เพราะไม่อยากให้นางเอกต่อสู้อยู่คนเดียวตามลำพัง อยากให้นางเอกพึ่งพิงตัวเอง
ไม่ทำอะไรคนเดียวอีกต่อไป อยากให้นางเอกเปิดใจให้...แบบเป็นคนเดียวที่มองนางเอกออก มองทะลุ รู้ว่านางเอกต้องมีความลับอะไรปิดบังซ่อนอยู่ ..นางเอกก็รู้ว่าพี่แกน่าจะมองอะไรออกแหละ ถึงไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ 
55 พระเอกก็แบบงง? ว่าทำไมทีกับคนนู้นคนนี้นางเอกถึงยอมเข้าใกล้สนิทสนม
แต่พอเป็นตัวเองทำไมถึงได้เว้นระยะห่างมีมารยาทจัง
55

ปล. อ่านจบแล้วค้างมาก แอบช็อกเบาๆ ไม่น่าแยกกันเลยกำลังจะรอดแล้วแท้ๆ ...เฮ้ออ T^T


📍ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว ➡️ https://s.shopee.co.th/1VrfWCfc92




วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2

 


แผนลวงคดีรัก เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : ติงโม่
ผู้แปล : เรืองชัย รักศรีอักษร
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
โหยวหมิงสวี่ ตำรวจสาวสวยหุ่นดีมากฝีมือแห่งกองตำรวจอาชญากรรม ทั้งสวยทั้งเก่ง แถมยังเข้มแข็งและแกร่งไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกอีกด้วย ขณะที่กำลังปั่นจักรยานท่องเที่ยวแถบทิเบตระหว่างลาพักรัอน เธอก็บังเอิญได้พบกับฆาตกรต่อเนื่องที่หลบหนีอยู่ในละแวกนั้นพอดี มิหนำซ้ำยังได้พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีแต่ความจำเสื่อมที่มีสภาพจิตใจไม่ต่างจากเด็กอีกหนึ่งคน...

อินเฝิง นักจิตวิทยาหนุ่มรูปหล่อผู้เฉลียวฉลาด แถมยังเป็นนักเขียนชื่อดังขายดี ครบสูตรหล่อ บ้านรวย หัวดี เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย ฉากหน้าก็ดูเป็นใจดีเฟรนด์ลี่ แต่แท้ที่จริงกลับเป็นคนเย็นชาลึกลับ ถือตัว หยิ่งยโสและมีนิสัยชอบควบคุม

พระเอกถูกทำร้ายทำให้สูญเสียความทรงจำ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร สภาพจิตใจกลับไปเป็นเด็กอายุ 7-8 ขวบ และถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้ายที่ตำรวจกำลังไล่ล่าตามจับ แค่เปิดมาเจอพระเอกฉากแรกก็น่าสงสารแล้ว ร้องไห้กอดนางเอกไม่ยอมปล่อย เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องการให้คนมาปกป้อง เพราะบุคลิกและกลิ่นอายของนางเอกในเวลานั้นทำให้พระเอกรู้สึกปลอดภัย เป็นเหมือนป้อมปราการใหญ่ที่คอยบังแดดบังฝน ทำให้รู้สึกอบอุ่นมีที่พึ่งพิง พระเอกจึงตามติดนางเอกเหมือนลูกไก่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ตามตื๊อ ตามเกาะติด ไล่ยังไงก็ไม่ไป เพราะพอความจำเสื่อมพระเอกก็ไม่เอาใครเลย บ้านตัวเองก็ไม่ยอมอยู่ จะเอาแต่นางเอกคนเดียว... แบบพอลืมตาตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้ จิตใจกลับไปเป็นเด็ก ทุกสิ่งรอบตัวดูแปลก ดูน่าหวาดกลัวไปหมด แต่มีเพียงนางเอกคนเดียวที่ทำให้พระเอกรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย  สุดท้ายคนสนิทของพระเอกเลยต้องมาขอร้องนางเอก และใช้เส้นสายทำให้นางเอกต้องยอมให้พระเอกเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านด้วย...

หลังจากนั้นพระเอกก็ขอตามนางเอกไปสืบคดี ซึ่งตอนแรกนางเอกก็ไม่ยอมหรอก แต่เพราะแพ้เดิมพัน บวกกับคนสนิทพระเอกใช้เส้นสาย(อีกแล้ว 55) สุดท้ายพระเอกเลยได้ตามไปสืบคดีด้วยสมใจ ...แล้วพี่แกก็เทคแคร์ดูแลนางเอกดีมาก (ขนาดจิตใจกลายเป็นเด็กนะ) แบบที่ไม่มีใครเคยทำให้นางเอกมาก่อนในชีวิต นางเอกจึงเริ่มรู้สึกดีด้วย ทว่าก็ยังไม่กล้าเทใจให้ เพราะกลัวว่าหากวันไหนที่ความทรงจำของพระเอกกลับมาแล้วจะเปลี่ยนไป  
เพราะพระเอกคนที่จิตใจเป็นผู้ใหญ่นั้นนิสัยแบบไม่ไหวจะเคลียร์

ทว่าถึงจิตใจจะเป็นเด็ก แต่สมองพระเอกก็ยังเฉียบเหมือนเดิมนะ สัญชาติญาณในการวิเคราะห์การมองคนยังแม่นเหมือนเดิม เป็นประโยชน์ต่อการไขคดีมาก ซึ่งแต่ละคดีก็ไม่ใช่พอจับคนร้ายได้ปุ๊บก็จบปั๊บเลย แต่ทุกคดีจะมีปมปริศนาที่เราคาดไม่ถึงถูกทิ้งไว้ ซึ่งจะมีความเกี่ยวโยงกับคดีต่อๆ ไปเหมือนต่อจิ๊กซอว์ อย่างบางเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ยุ่งยากไม่มีอะไร  แต่พอสืบสาวลงไปจริงๆ กลับยิ่งซับซ้อนและมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ถึงขนาดที่ทำให้นางเอกต้องสูญเสียสหายร่วมรบไปอย่างน่าเศร้า...

และแล้ววันที่พระเอกหายเป็นปกติความทรงจำกลับคืนมาก็มาถึง โหยวอิงจวิ้น ที่น่ารักใสซื่อชอบใส่เสื้อยืดลายการ์ตูน คนที่เทิดทูนนางเอกเป็นอันดับหนึ่งก็หายไปและกลายเป็น อินเฝิง ผู้เย็นชา ฉลาด เจ้าเล่ห์ รสนิยมสูง ที่ไม่น่าเข้าใกล้คนนั้นแทน ทั้งๆ ที่เป็นคนเดียวกันแต่ก็กลับไม่ใช่คนเดียวกัน เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่เอ่ยคำพูดตัดสัมพันธ์กันได้อย่างได้ง่าย ...ทว่าแม้ปากของพระเอกจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ร่างกายและจิตวิตวิญญาณข้างในกลับจดจำนางเอกได้เป็นอย่างดี มีอาการหึงเวลานางเอกเข้าใกล้หรืออยู่กับหนุ่มอื่นโดยไม่รู้ตัว ปากว่าอีกอย่างแต่การกระทำช่างสวนทางสุดๆ...

แนวสืบสวนของติงโม่นี่เดาทางยากจริงๆ ทั้งลึกลับซับซ้อนแถมยังแอบหลอนเป็นบางช่วง บางทีก็ปวดตับ มุมก็หักแล้วหักอีก อ่านไปแค่ 2 เล่มนี่ก็เกือบดิ่งแล้วนะ 55 ตัวละครในเรื่องมีปม+มีความซับซ้อน คนร้ายในเรื่องมักจะมีปัญหาทางจิต+มีปมบางอย่าง อ่านแล้วก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างดี บางทีก็ทำให้เราต้องขบคิดหรือหยุดคิดตาม ...พระ-นางเก่งฉลาดแต่ไม่ได้ซู มีผิดมีพลาดเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คือเดาไม่ออกจริงๆ ว่าในหน้าถัดไปจะมาแบบไหน เหมือนอย่างตอนสหายร่วมรบของนางเอกกับอีกคน อันนี้ก็โคตรหักมุมอะ..



แผนลวงคดีรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/9UusOnjWI5




วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

คราแรกรัก

 


คราแรกรัก / ผู้แต่ง : จิ่วเยี่ยหุย
ผู้แปล : ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอก เวินจิ้ง เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานานถึง 7 ปี แต่ถ้ารวมระยะเวลาที่รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายด้วยก็คือ 10 ปี อีกฝ่าย move on มีคนใหม่แล้ว แต่นางเอกยังรักเขาอยู่และไม่เคยรู้ว่าปัญหามันอยู่ที่ตรงไหน เป็นใครก็คงทำใจยากเพราะผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แถมยังไม่รู้เหตุผลที่เลิกอีก ก็คล้ายกับการดึงหนังยาง ใครที่ปล่อยมือก่อนก็เจ็บน้อยกว่า
แต่นางเอกปล่อยช้าแรงดีดจึงเยอะเลยเจ็บหนักแบบนี้ 
นางเอกได้มาเจอกับแฟนเก่าอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น และก็ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่รักแรกของเขาอย่างที่คิดมาตลอด...

เมิ่งฟาน เด็กหนุ่มผู้เรียบร้อย เงียบขรึม ไม่โดดเด่น นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา เพื่อนสมัยเรียน ม.ปลายที่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน เมิ่งฟานได้ทำงานที่นิตยสารแห่งหนึ่ง และได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับรักครั้งแรกของตนผ่านบทความในนิตยสารนั้น เพื่อตามหาร่องรอยในอดีตของเมิ่งฟาน  ชายหนุ่มที่ไม่เคยลืมรักครั้งแรก แม้จะมีแฟนสาวที่คบหากันแล้วแต่ก็ยังขอร้องเธอ เพื่อให้ตัวเขาได้เหลือพื้นที่มุมหนึ่งไว้สำหรับรักครั้งแรก นี่จึงยิ่งทำให้นางเอกที่เพิ่งเลิกกับแฟนไปหมาดๆ รู้สึกอิจฉาและทึ่ง ไม่คิดว่าจะมีคนที่ยังมั่นคงกับรักครั้งแรกได้ยั่งยืนนาน ทั้งยังเก็บรักษาคนๆ นั้นไว้ในใจเสมือนเป็นสมบัติล้ำค่าของชีวิตได้ยาวนานขนาดนี้

และการตามหานิตยสารของเมิ่งฟาน ก็ทำให้นางเอกได้ย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาวัยเยาว์ที่มีแฟนเก่าอยู่ร่วมด้วยเสมอ ความทรงจำนั้นช่างแสนงดงาม ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข ที่ยังไม่ถูกกาลเวลาและความเป็นผู้ใหญ่ขัดเกลา คำสัญญามากมายแต่ทว่าสุดท้ายกลับต้องจบลงเมื่อพวกเขาโตขึ้นและได้ออกมาเผชิญชีวิตจริง อ่านไปก็เจ็บไป
อดีตยิ่งสวยงามมากเท่าไรก็ยิ่งตอกย้ำปัจจุบันให้เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะอะไร? ทำไมถึงร่วมสุขในวัยเยาว์ด้วยกันได้แต่กลับไม่อาจร่วมฟันฝ่าความทุกข์ในวัยผู้ใหญ่ไปด้วยกันได้?

อ่านของนักเขียนท่านนี้จบทีไร ต้องรีบไปหาเรื่องเบาๆ หวานๆ มาอ่านต่อทุกที คือมันเรียล มันอึนๆ นข.เขียนเก่ง ขยี้อารมณ์เก่งมาก สำนวนการแปลก็ดีทำให้เราคล้อยตาม เราว่านิสัยของแฟนเก่านางเอกเรื่องนี้แอบคล้ายๆ พระเอกเรื่องกาลครั้งหนึ่งรักของเราอยู่นะ แบบเป็นคนหน้าตาดี สดใสร่าเริง เป็นศูนย์รวมของเพื่อน เข้ากับคนง่าย
แต่เรื่องนี้จะไม่หน่วงเท่าเรื่องนั้น เพราะทุกคนสามารถ
move on ไปต่อได้หมด ไม่จมปลักอยู่กับอดีตและไม่เลือกทางที่ทำร้ายตัวเอง แต่อ่านจบแล้วเก็ยังแอบหน่วงๆ อยู่ดี เพราะเวลานางเอกนึกถึงเรื่องในอดีต ความทรงจำในนั้นส่วนใหญ่ก็มีแต่เรื่องของตัวเองกับแฟนเก่าทั้งนั้น มีแต่ความทรงจำดีๆ คำสัญญาอันงดงาม  แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มที่เคยส่องประกายเจิดจ้า ที่เคยให้คำมั่นสัญญามากมายกลับเลือกที่จะปล่อยมือเธอไป คำสัญญางดงามเกินไป เมื่อเขาไม่อาจทำได้จึงกลายเป็นความกดดันและความรู้สึกผิด จนสุดท้ายก็รู้สึกกลัว และท้ายที่สุดก็หมดรักเธอ...

ความรักในเรื่องมีหลายแบบและความเสียใจก็เช่นกัน ในตอนที่นางเอกคบกับแฟนเก่าอย่างมีความสุข ใครบางคนที่กำลังแอบรักเธออยู่ก็อาจจะกำลังทุกข์ และได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ แอบทำอะไรเพื่อเธออยู่เงียบๆ โดยที่เธอไม่มีวันรู้ และในขณะที่เมิ่งฟานขอเหลือพื้นที่มุมนึง เพื่อไว้สำหรับเก็บความทรงจำของหญิงสาวที่เป็นรักครั้งแรก แฟนสาวคนปัจจุบันที่อยู่ข้างกายของเขาก็อาจจะกำลังเป็นทุกข์เช่นกัน ต้องใจกว้างขนาดไหนเมื่อคนที่ตัวเองรักขอแบบนี้ ต้องสตรองแค่ไหน เมื่อได้เห็นคนรักเขียนความทรงจำที่มีต่อรักแรกผ่านบทความในนิตยสาร ขนาดตกลงว่าจะแต่งงาน ก็ยังต้องรอให้รักครั้งแรกของตัวเองแต่งไปก่อน ให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นมีความสุขแล้ว ถึงจะจัดงานแต่งของตัวเองได้...เฮ้อออ

แต่เรื่องนี้ก็มีพระเอกอยู่นะ(น่าจะใช่แหละ) พระเอกเป็นรุ่นพี่มหาลัยของเมิ่งฟานที่นางเอกได้รู้จักตอนกำลังตามหานิตยสาร ตอนแรกพี่แกยังไม่ชอบนางเอก เพราะมองความรักในมุมมองของผู้ใหญ่ ต้องดูความเหมาะสม ต้องมีฐานะและหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่ตอนนั้นนางเอกเพิ่งตกงานจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี แถมเสียงพูดตัวเองก็ยังไปคล้ายกับเสียงแฟนเก่าของนางเอกอีก พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งโกรธ คิดว่าที่นางเอกมาตีสนิทด้วยเป็นเพราะเสียงนี้ แต่ก็ตกหลุมรักเขาไปแล้วอะเลยกลับมาใหม่ แต่คราวนี้บอกตรงๆ เลยว่าชอบ จะจีบนะ แต่ตอนนั้นนางเอกยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ พี่แกเลยบอกว่าจะรอ
รอให้นางเอกตามหานิตยสารได้ครบก่อน แล้วค่อยให้คำตอบตัวเองอีกทีก็ได้ แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังพัฒนาก้าวไปอีกขั้น ทั้งสองคนก็กลับได้รู้ความจริงว่าใครคือคนที่เป็นรักแรกของเมิ่งฟานตัวจริง 
ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์นี้ต้องยุติลง...

ปล.เรื่องนี้จบแบบปลายเปิด แต่ถ้าอ่านจากตอนพิเศษเราว่าก็น่าจะ  Happy ending นะ

ปล. อ่านจบแล้วนึกถึงเพลง ความทรงจำ ของพี่แอมขึ้นมาเลย


📍คราแรกรัก ➡️ https://s.shopee.co.th/6AeQREPNAF



วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง


ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : เจี่ยนซวิน
ผู้แปล : 
อามู่
สำนักพิมพ์ เหลียนฮวา 

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นางเอกตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคโบราณ โดยมีความทรงจำในชาติที่แล้วติดตัวมา ชาตินี้มีชื่อว่า ไป๋ซูฟาง มีแม่เป็นสาวใช้อุ่นเตียงส่วนพ่อเป็นนายท่านรองของจวนหม่าโหว แม่นางเอกเป็นสาวใช้อุ่นเตียง ที่พ่อให้ไปปรนนิบัติรับใช้ตอนไปทำงานต่างเมืองด้วย ระหว่างทางเกิดตั้งครรภ์ พ่อเลยซื้อบ้านให้อยู่ที่เมืองนั้นแล้วสัญญาว่าจะมารับกลับ ตอนแรกๆ พ่อก็ยังทิ้งบ่าวไพร่ไว้ให้คอยดูแลและส่งเงินมาให้ทุกเดือน แต่พอรู้ว่าน้องชายนางเอกที่เพิ่งคลอดออกมาขาพิการ พ่อก็เงียบหายไป แม้แต่เงินก็ไม่ส่งมาให้แล้วทีนี้ ถูกทิ้งแล้วนะจ๊ะ

ความเป็นอยู่ของพวกนางแม่ลูกจึงแย่ลงเรื่อยๆ
แม่ก็ต้องขายบ้าน ขายบ่าวรับใช้ เพื่อหาเงินมารักษาน้อง ส่วนตัวเองก็ล้มป่วยเจ็บออดๆ แอดๆ นางเอกจึงต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้าน และเริ่มทำงานในโรงเตี๊ยมตั้งแต่อายุ
7 ขวบ เพื่อหาเงินมาดูแลทุกคน จนวันหนึ่งก็โชคดีได้เจอลูกค้ากระเป๋าหนัก เลยได้เงินส่งน้องชายเดินทางไปสอบพอดี แต่เมื่อน้องชายสอบได้เป็นจวี่เหริน คนจากทางบ้านพ่อก็โผล่มาเพื่อขอรับพวกนาง 3 คนแม่ลูกกลับไป...เหอๆ

พระเอก ฉีสิงเล่อ ได้รับบรรดาศักดิ์จวิ้นอ๋องตั้งแต่เด็ก มีพ่อเป็นจิ้งอ๋องส่วนแม่เป็นอี๋เหนียง จริงๆ พระเอกเป็นเด็กฉลาด หัวดี แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงต้องแสร้งทำเป็นเลอะเลือนเหมือนคนสติไม่ดี พระเอกเคยเจอกับนางเอกตอนที่ทำงานในโรงเตี๊ยม เป็นลูกค้าที่ให้ทิปหนักจนนางเอกมีเงินส่งน้องชายไปสอบ ดังนั้นนางเอกจึงถือพระเอกเป็นผู้มีพระคุณ ไม่เคยลืม และทั้งสองก็ได้เจอกันอีกครั้งตอนที่นางเอกกลายเป็นคุณหนูห้าของจวนโหว นางเอกจำพระเอกได้เลยรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งบ้า พระเอกก็จำนางเอกได้เช่นกัน เลยมายื่นขอเสนอให้แต่งงานกับตัวเอง ถ้าไม่อยากถูกฆ่าปิดปาก 

นางเอกก็ตกลงสิ จะรออะไร ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังมีบรรดาศักดิ์แบบนี้จะหาที่ไหนได้อีก เพราะนางก็กำลังรีบหาคนมาแต่งงานด้วยอยู่พอดี แบบจะ 18 แล้วถ้ายังไม่แต่งอีกเดี๋ยวถ้าน้องสอบติดจะมีปัญหา พระเอกก็อยากได้คนมาแต่งงานด้วยเหมือนกัน
เพราะอยากมีหลานให้แม่ แม่จะได้มีเรื่องดีใจ ไม่ต้องทุกข์เรื่องที่ลูกชายเป็นคนบ้าและจะไม่มีทายาทสืบสกุลอีก แล้วจะได้ให้นางเอกกตัญญูดูแลแม่แทนตัวเองด้วย เพราะเห็นนางเอกดูแลแม่กับน้องดีมาตั้งแต่เด็ก
ประกอบกับเติบโตมาจากชนบทจึงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนพวกผู้หญิงในตระกูลใหญ่ๆ ...เลยตัดสินใจแต่งด้วย

อ่านจบแล้วเนื้อเรื่องเดาได้ ปมแก้ง่ายไม่มีอะไรยุ่งยาก เอาไว้อ่านเพลินๆ ก็ได้อยู่ บ้านพ่อนางเอกเป็นตระกูลโหวที่สืบทอดบรรดาศักดิ์กันได้ แต่บรรดาศักดิ์กำลังจะหมดลงในรุ่นพ่อ แล้วที่บ้านตอนนี้ก็ไม่มีใครที่สามารถสอบเป็นขุนนางได้เลย
ดังนั้นพอรู้ว่าน้องชายนางเอกสอบเป็นจวี่เหรินได้พ่อถึงมารับกลับ เพราะจริงๆ นางเอกก็ไม่ค่อยอยากกลับหรอก แต่เพื่ออนาคตของน้องและเพื่อรักษาอาการป่วยของแม่เลยต้องยอม
กลับไปก็เจอเมียเอกกับลูกเมียเอกของพ่อแกล้งบ้าง พูดจาดูถูกเหยียดหยามบ้างประปราย แต่ร้ายแบบโง่ๆ ไม่มีพิษมีภัยอะไร แล้วทั้งจวนก็มีแค่ 2 คนนี้ที่เป็นแบบนั้น
คนอื่นๆ คือรู้ตัวว่าต่อไปบ้านนี้อาจจะต้องพึ่งน้องชายนางเอกกัน จึงไม่กล้าสร้างความลำบากใจอะไรให้ แต่จะพยายามเข้าหาสร้างไมตรีเพื่อผูกมิตรมากกว่า ดังนั้นนางเอกจึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนได้สบาย ไม่ได้ลำบาก ไม่มีอะไรน่าห่วง

มาหนักฝั่งบ้านพระเอก เพราะเมียเอกพ่ออิจฉาที่พระเอกฉลาด เก่ง และมีสุขภาพดีกว่าลูกตัวเอง ได้เป็นหลานคนโปรดของฮ่องเต้ แถมยังได้บรรดาศักดิ์ตั้งแต่เด็ก ต่อหน้าก็วางตัวดี ใจกว้างมีเมตตา ลับหลังคือวางแผนลอบฆ่า มีแต่คำผรุสวาททุกคำ พระเอกมาแอบได้ยินตอนอายุ
8 ขวบก็อึ้ง ไม่รู้จะทำไงดี พ่อก็รักเมียเอกมาก บอกไปคงทำไรไม่ได้ เพราะตัวเองยังปลอดภัยดีอยู่ พี่แกเลยไปบอกลุงที่เป็นฮ่องเต้ ลุงก็เลยคิดแผนว่าให้แกล้งบ้าขนาดลุงเป็นฮ่องเต้นะเนี่ย แต่ก็ยังทำไรเมียเอกพ่อไม่ค่อยได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นตระกูลแม่ทัพใหญ่ไง จะทำอะไรรุนแรงไม่ได้ หย่าก็ไม่ได้อีก
พระเอกเลยต้องแกล้งบ้า
มาจนอายุ 21...เหอๆ

แต่ขนาดพระเอกแกล้งบ้าแล้วเมียเอกพ่อก็ยังไม่วางใจ พอรู้ว่านางเอกกำลังตั้งครรภ์ก็พยายามจะทำให้เขาแท้งอีก กะไม่ให้เขามีทายาท แล้วหาทางให้หลานตัวเอง(ลูกคนรองของลูกชาย)ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของพระเอก ทั้งๆ ที่หลานคนโตของตัวเองก็ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์จากลูกตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว คือกะเอาทุกอย่าง ...แต่พอทำไม่สำเร็จก็เลยหาเรื่องใส่ความนางเอกแทน ทีนี้พระเอกทนไม่ไหวเลยเลิกแกล้งบ้า แล้วลุกขึ้นมาเปิดโปงแผนชั่วของอีกฝ่ายซะ 55 ...อุตส่าห์แกล้งบ้ามาตั้ง 10 กว่าปี บทจะเลิกก็เอาง่ายๆ แบบนี้เบย ไม่มีอะไรซับซ้อนก็ฟาดกันตรงๆ ง่ายๆ แบบนี้แหละ แบบเล่มเดียวจบอะเนาะ ...ก็อ่านเพลินๆ ได้อยู่นา


📍ข้ามภพมาแต่งเข้าจวนอ๋อง ➡️ https://s.shopee.co.th/7AWxdYAPSc



วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ)

 


ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า... คือข้าผู้เดียว เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย (峨嵋)
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซูเพียนจื่อ เด็กสาวจากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติไปอยู่ในดินแดนพันเมฆา
ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร ของวิเศษและผู้ฝึกวิชายุทธ์
กลิ่นอายคล้ายๆ เงาเพลิง
มีสัตว์วิเศษ ขั้นพลัง หลอมยา หลอมอาวุธบลาๆ แต่เรื่องนี้จะแบ่งเป็นตระกูลธรรมะ ตระกูลอธรรม และตระกูลที่เป็นกลาง กับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีพลังเลย  
ในดินแดนนี้จะวัดค่าพลังวัตรหรือผู้มีพรสวรรค์สูงด้วยความยาวของเส้นผม
ยิ่งผมยาวมากเท่าไรก็ยิ่งถือว่าเก่งและมีพลังวัตรสูง 

ดังนั้นเมื่อนางเอกทะลุมิติมาจึงถูกคนเข้ามารุมล้อมทันที เพราะคิดว่านางคือชาวสวรรค์ในตำนานที่รอบพันปีจะจุติลงมาสักคน ซึ่งชาวสวรรค์ในเรื่องนี้ก็คือคนที่มาจากโลกอื่นหรือมิติอื่น จะมีความสามารถในเชิงยุทธ์สูงกว่าคนทั่วไปในดินแดนแห่งนี้แต่กำเนิด
แถมเส้นผมของนางเอกก็ยังยาวถึงเอว คนเลยนึกว่าต้องมีพลังสูงแน่นอน
แต่กลายเป็นว่านางเอกกลับไม่มีพลังอะไรเลย เพราะสัญลักษณ์ที่แขนซ้ายของนางไม่มีสีสันใดๆ ที่บ่งบอกถึงระดับพลังปรากฏ ทุกคนจึงคิดว่านางเอกเป็นชาวสวรรค์ที่ถูกริบคุณสมบัติ
ไม่มีพลังและเป็นแค่ขยะไร้ค่าเท่านั้น

พระเอกก็ตามมาดูด้วยเช่นกัน เพราะถูกเพื่อนสนิทที่เป็นคนตระกูลเทวพยากรณ์ยุให้มาดูนางเอกที่ถูกระบุว่าเป็นเนื้อคู่ตามคำทำนาย และจะเป็นคนที่มากอบกู้หายนะวันสิ้นพิภพร่วมกับตัวเอง แต่สิ่งที่พระเอกได้เห็นก็คือนางเอกที่ไร้พลังและยังมีอาการคลั่งบุรุษ (คือพระเอกหล่อมากจริงๆ นางเอกเห็นครั้งแรกก็เลยจ้องนานไปหน่อย55)
แถมยังมีสัญลักษณ์จันทร์เสี้ยวสีม่วงอยู่ที่แขนขวา ที่บ่งชัดว่าเป็นคนตระกูลสิบแปดมงกุฏที่อยู่ฝ่ายอธรรมตรงข้ามกับตัวเองอีก พี่แกจึงสะบัดตูดจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
ปล่อยให้นางเอกยืนงงอยู่ในดงป่าคนเดียว..

หลังจากนั้นนางเอกก็ได้เจอกับสัตว์อสูรที่เป็นม้าพูดได้ พี่ม้าเป็นคนบอกว่านางเอกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มาจากตระกูลไหน พ่อแม่อยู่ที่ใด แล้วก็พานางเอกกลับเข้าตระกูล
พึ่งพาได้ยิ่งกว่าพระเอกอีกนะเนี่ย 
55 ถ้าพี่ม้าไม่มาหานี่ตายเลยนะ ไม่รู้จะไปยังไงต่อดี
(พออ่านไปเดี๋ยวจะเดาได้ว่าพี่ม้าเป็นใคร และมีความเกี่ยวข้องกับนางเอกยังไง)
พอกลับเข้าตระกูลด้วยความที่ไม่มีพลังวัตรและไม่อาจฝึกฝนวิชายุทธ์ได้
คนในตระกูลเลยไม่ได้สนใจ บางส่วนก็ดูแคลนมองว่าเป็นขยะ
แต่ดีที่มีพี่ม้าอยู่ข้างๆ 
คอยช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ นางเอกเลยไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวและสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกใบนี้ได้

จริงๆ นางเอกก็เป็นคนในโลกนี้แหละ แต่ถูกพ่อกับแม่ปิดผนึกพรสวรรค์และส่งไปอยู่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อตามหาพ่อ+แม่และเปิดผนึกพรสวรรค์ที่ถูกปิด
ก่อนกลับเข้าตระกูลนางเอกจึงต้องตัดผมให้สั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย
และเข้าสอบทุกวิชาที่ตระกูลจัดสอบเพื่อจะได้เลื่อนขั้น และไปตามหา
ไร้นาม
ของวิเศษประจำตระกูลในตำนาน เพื่อหาเบาะแสพ่อกับแม่และปลดผนึกพลังตัวเอง

แต่เพราะไม่มีพลังวัตร เวลาที่สอบภาคปฏิบัตินางเอกจึงต้องอาศัยทริคพลิกแพลงเอา
ออกแนวฉลาดเกมโกง ไม่สนวิธีการและขั้นตอน ขอแค่ให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ต้องการก็พอแล้ว
55

พอเข้าเล่ม 2 นางเอกกับเด็กในตระกูลคนอื่นๆ ก็ถูกส่งออกจากถ้ำเพื่อไปทำภารกิจ
เนื้อเรื่องจะเริ่มสนุกขึ้น วิธีเพิ่มพลังเพื่อเลื่อนขั้นของนางเอกก็ไม่เหมือนใคร
เพราะต้องอาศัยการหลอกคนเพื่อเพิ่มพลังปราณแล้วเอามาเลื่อนขั้น ยิ่งขั้นสูงขึ้นเท่าไรก็ยิ่งต้องหลอกคนให้ได้มากขึ้นเท่านั้น และเพราะวิธีการเลื่อนขั้นที่ไม่เหมือนชาวบ้านนี่เอง
นางเอกจึงไม่ค่อยมีฝีมือในการต่อสู้เหมือนคนอื่นเขา แต่นางก็แก้ปัญหาด้วยการหาสัตว์อสูรมาเป็นพวกเพื่อเอาไว้ใช้ต่อสู้แทน ประกอบกับมีของวิเศษเจ๋งๆ ติดตัว
ดังนั้นเวลาที่ต้องสู้กับคนที่เก่งกว่า นางจึงพอเอาตัวรอดผ่านมาได้อยู่...

ในเล่ม 2 นางเอกเลื่อนไปถึงขั้นเปลี่ยนกระดูก (พอถึงขั้นนี้หน้าตาจะเปลี่ยนจากเดิม)
และได้เจอของวิเศษที่สามารถเลือกปิดสัญลักษณ์ตระกูลได้ นางเอกจึงปิดสัญลักษณ์ของตระกูลพ่อและใช้สัญลักษณ์ตระกูลแพทย์ของแม่แทน  หลังจากนั้นนางเอกกลับเข้าตระกูลฝั่งแม่ พร้อมกับตัวตนใหม่และชื่อใหม่ว่า หลิ่วเชียนหวง
ตระกูลแพทย์กำลังตกต่ำ ทำให้ถูกตระกูลบริวารหรือตระกูลโอสถกดหัว
เพราะหลังจากที่แม่นางเอกหายไป ตระกูลแพทย์ก็ไม่มีลูกหลานเก่งๆ ที่มีพรสวรรค์ออกมาอีกเลย ของวิเศษประจำตระกูลก็ใช้การไม่ได้
เมื่อแม่นางเอกไม่อยู่
แต่พอนางเอกทำให้ของวิเศษของตระกูลแพทย์ยอมรับตัวเองเป็นนายได้
ตระกูลแพทย์ก็เริ่มกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง  และด้วยพลังของของวิเศษที่นางเอกมี
จึงทำให้สามารถพกพาน้ำพุนี้ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยได้ทุกที่ อยากใช้งานเมื่อไรก็ควักออกมาได้ทุกเวลา ไม่ต้องวิ่งกลับไปเอาที่ตระกูลเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มาอีกแล้ว..
ระหว่างนั้นนางเอกก็เริ่มสร้างลัทธิเซียนใจประเสริฐขึ้นเพื่อไว้รวบรวมพลัง และรวบรวมสัตว์อสูรมาเป็นลูกน้องเพื่อเอาไว้เป็นพวกเวลาต่อสู้

นางเอกได้ใช้น้ำพุนี้ช่วยคน ทำให้คนติดหนี้บุญคุณตระกูลแพทย์ เผื่อวันหน้าตระกูลแพทย์เกิดเรื่องจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชื่อเสียงของนางเอกยิ่งโด่งดัง
พอเข้ามาเรียนในวังศาสตร์ก็ยิ่งป๊อป ด้วยความที่สวย+เก่งและนิสัยดี ไม่ทำตัวสูงส่ง แต่กลับเป็นกันเองเข้าถึงง่าย ผิดกับนางร้ายลิบลับ จึงทำให้ใครต่อใครยิ่งมองนางเป็นเทพธิดา

ส่วนพระเอกก็จำนางเอกไม่ได้(หน้าตาเปลี่ยน) แล้วก็แอบรู้สึกว่านิสัยของอีกฝ่ายไม่น่าจะเหมือนกับภาพลักษณ์ที่คนภายนอกเห็นในตอนนี้ น่าจะมีอะไรปิดบัง (เซ้นส์แรงมากสมกับที่เป็นเนื้อคู่เขา) แต่ถึงนางเอกจะทำดีแบบแอบหวังผล แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าสิ่งที่นางทำมันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำ กล้าทุ่มจริงๆ ..(เพราะไม่มีใครมีของวิเศษเจ๋งเท่านาง)

พระเอก เจิ้งเฮ่าอี้ เป็นคนตระกูลตุลาการหรือนักปกครอง 1 ใน 3 ตระกูลธรรมะที่ทรงอิทธิพล พระเอกเป็นลูกหลานของตระกูลโบราณที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดในตอนนี้
นิสัยสุขุมหนักแน่น ระดับพลังสูง เป็นคนที่ถูกของวิเศษประจำตระกูลยอมรับให้เป็นนาย
คือผู้นำคนต่อไปของตระกูลหรือฮ่องเต้คนต่อไปในอนาคต

แต่เมื่อนางเอกปรากฏตัว ตำแหน่งอัจฉริยะของพระเอกก็เริ่มสั่นคลอน 55  ...
แต่ถ้าวัดกันจริงๆ พระเอกก็ยังเก่งกว่านางเอกอยู่ดี เพราะพี่แกเก่งด้วยกำลังความสามารถของตัวเองไม่ได้พึ่งของวิเศษ ในขณะที่นางเอกนั้นต้องอาศัยของวิเศษถึงจะได้อันดับสูงๆ

สองเล่มแรกพระเอกค่าตัวแพงมาก เพิ่งเริ่มออกมาเยอะตอนช่วงกลางเล่ม 3 ที่นางเอกเข้ามาเรียนที่เดียวกันนี่เองถึงได้มีอีเว้นท์ร่วมกัน คิดว่าหลังจากนี้คงได้ออกเยอะแล้วแหละ
แถมพี่แกก็ดูเหมือนจะเริ่มชอบนางเอกขึ้นมาแล้วด้วย แต่แค่ยังไม่รู้ตัว
(แต่ก็เริ่มมีอาการหึงเวลาเพื่อนเอ่ยถึงนางเอกแล้วนะ แต่ยังไม่รู้สึกตัว)  
แต่นางเอกเวอร์ชั่นหลินเชียนหวงนี่เสน่ห์แรงมากจริงๆ มีแต่คนชอบ แถมยังมีแต่ตัวท็อปๆ ทั้งนั้นที่มาชอบ อย่างทายาทตระกูลอธรรม นี่ก็หน้าตาดีมากแถมยังสายรุกปากหวานด้วย
แล้วก็มีเพื่อนพระเอกที่อยู่ตระกูลเทวพยากรณ์ คนนี้ก็ชอบนางเอกมาก เห็นเป็นเทพธิดาในฝัน เห็นคนแล้วน้ำลายจะหก อยากตามจีบเขา แต่ก็ต้องแอ๊บวางตัวสูงส่ง ไม่งั้นเดี๋ยวภาพลักษณ์ตระกูลจะเสียหาย
55

อ่านจบแล้วส่วนตัวเราว่ามันได้อารมณ์เหมือนแฮรี่ผสมหัวขโมยบารามอสอะ

ตัวร้ายก็คล้ายๆ ลอร์ดโวลเดอมอร์ (อ่านเล่ม 3 จบก็พอเดาได้และว่าคือใคร)
แล้วก็มีคนตระกูลหนึ่งที่เป็นลูกสมุน แอบคล้ายๆ พวกผู้เสพความตาย ประมาณเนี่ย
...
ตอนเล่มแรกเราแอบเนือยๆ เพิ่งมาเริ่มเครื่อง
ติดตอนเล่ม 2 ที่ออกจากถ้ำหลังจากนั้นก็ยาวเลย สนุกดี ถึงแม้นางเอกจะซูไปบ้างก็ตาม 55