วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง เล่ม 1

 

ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง เล่ม 1 (6 เล่มจบ)
ผู้แต่ง :  La Mian Hua Tang De Tu Zi
ผู้แปล : ซูเซียง 
สำนักพิมพ์ Meedee

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก อวิ๋นเยี่ยนหุย ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในสมัยซ่ง มาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัย 3 ขวบ ที่มีชื่อเดียวกับตัวเอง จู่ๆ ลูกชายก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่ดื้อไม่ซน ว่าง่าย แม่นายเอกเลยดีใจนึกว่าลูกเริ่มรู้ความแล้ว

แม่นายเอกทำงานอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า พอโรงเลี้ยงปิดกิจการ แม่เลยพานายเอกกับเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีก คนกลับมาเลี้ยงด้วยกัน ท่านแม่หาเงินด้วยการทอผ้า นายเอกเห็นแม่ทอผ้าสวยเวอร์ แถมยังอ่านเขียนได้ เลยสงสัยว่าแม่คงไม่ใช่หญิงสาวจากตระกูลสามัญธรรมดา แล้วก็เป็นดังคาดเพราะวันหนึ่งก็มีคนจากบ้านแม่มาขอให้แม่กลับไป (พ่อนายเอกตายแล้ว แม่จึงเป็นหม้าย) แต่มีข้อแม้อย่างเดียวคือห้ามพานายเอกกลับไปด้วย แม่เลยไม่กลับ ทีนี้อิบ้านเดิมที่เป็นขุนนางใหญ่จึงตัดหนทางทำมาหากินแม่ กะบีบกรายๆ แล้วพอดีว่าก่อนหน้านี้แม่เคยพานายเอกไปเที่ยววัด บังเอิญว่าพระที่มีชื่อเสียงของวัดนั้นก็ชอบนายเอกมากกกก อยากได้เป็นลูกศิษย์ แต่ถูกแม่ปฏิเสธ ส่วนนายเอกก็ไม่เอา ไม่ได้อยากออกบวช...

ซึ่งพระก็ไม่ได้บังคับ ยังเอ็นดูนายเอกเหมือนเดิม แม่จึงไปขอความช่วยเหลือจากพระรูปนั้น
พระเลยหาบ้านเช่าแถวๆ วัดให้และจ้างแม่นายเอกทำงานไปด้วยเลย ...ไปๆ มาๆ นายเอกเลยสนิทสนมกับคนในวัด วิ่งเข้าออกวัดเหมือนบ้านตัวเอง

คนในวัดทั้งพระแก่-พระหนุ่มต่างก็ชอบและเอ็นดูนายเอกกันทุกคน เห็นนายเอกเป็นเหมือนสมาชิกและลูกศิษย์
ในวัดคนหนึ่งเช่นกัน (แม้จะไม่ได้โกนผมออกบวชก็ตาม 55)

ส่วนพระเอกเป็นลูกคนเล็กของท่านอ๋อง พี่แกชอบศึกษาธรรมะและชอบแวะเวียนมาขอคำชี้แนะจากอาจารย์นายเอก ทั้งสองคนเลยกลายเป็นศิษย์พี่-ศิษย์น้องกันด้วยเหตุนี้ พระเอกชอบเกาะติดนายเอก ชอบตื้อขอให้บรรยายพวกหลักธรรมให้ แต่นายเอกก็ไม่สนใจ สนใจอยู่เรื่องเดียวคือหาเงินๆ เพราะบ้านจนต้องหาเงินมาเลี้ยงดูคนในบ้าน แล้วนายเอกก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ติดตัวมาจากยุคปัจจุบัน นำมาปรับใช้หาเงินเข้าวัดและเลี้ยงดูครอบครัวตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบเลย ถึงจะอายุยังน้อยแต่ด้วยความที่ข้างในเป็นผู้ใหญ่แล้ว นายเอกจึงพูดจามีหลักการ เวลาเสนอเรื่องอะไรก็มักจะมีแผนงานมาชี้แจงนำเสนอ แบบดูน่าเชื่อถือ แถมทุกโครงการที่นำเสนอ ก็มักประสบความสำเร็จและไปได้ดีทุกครั้ง ดังนั้นทุกคนจึงให้ความไว้วางใจ รับฟังความคิดเห็น และให้ความเคารพนายเอกไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง แม่เองก็วางใจให้นายเอกดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านตั้งแต่ยังเด็กเลย

ช่วงเล่มแรกยังเรื่อยๆ ไม่มีอะไรมาก ดูนายเอกหาเงินเพลินๆ (ดูๆ ไปก็เหมือนมัคนายก) ยังไม่มีจุดพีคอะไร ปมอะไรก็ยังไม่มี มีแค่เรื่องบ้านฝั่งแม่ ที่นายเอกแสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนเจอหน้าครั้งแรกแล้วว่าไม่ได้อยากกลับเข้าตระกูลตานะ ฝั่งตาตอนเจอหน้าก็หักหน้านายเอกไปแล้วเหมือนกัน แม้จะมีหลานคนหนึ่งในตระกูลสนิทสนมกับนายเอก แต่ฝั่งตาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ห้ามคบหา แต่ก็ไม่มีวันยอมรับนายเอก ขณะที่ในใจลึกๆ ก็เสียดาย เพราะนายเอกฉลาดและเก่งมาก ลูกหลานในตระกูลที่มีตอนนี้ยังไม่มีใครมีแววเก่งเท่านายเอกเลย (เสียดายจุง)

ตอนจบเล่มแรกนายเอกเกิดปัญหาถูกคนจับตัวไป ฝั่งบ้านตายอมออกหน้าช่วย ก็ไม่รู้ว่าเล่มต่อๆ ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกหรือเปล่า ส่วนเรื่องความรักยังไม่มีอะไร ยังเด็กๆ กันอยู่ พระเอกเหมือนสุนัขตัวโตๆ ขี้อ้อนแต่ซื่อบื้อ ชอบเกาะติดนายเอก เวลานายเอกไปสนิทสนมกับคนอื่น (ลูกพี่ลูกน้อง) พระเอกจะอิจฉา แอบน้อยใจที่นายเอกไม่ทำแบบนั้นกับตัวเองบ้าง55

ปล.การแปลบางประโยคอ่านแล้วงงๆ สำหรับเราอ่านแล้วไม่ค่อยลื่นอะ


📍ขุนนางพาร์ตไทม์สุดแกร่งแห่งต้าซ่ง ➡️ https://s.shopee.co.th/AA9dsTgVlZ





วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Undead พันธะรักวันสิ้นโลก 2 เล่มจบ

 


Undead พันธะรักวันสิ้นโลก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หวายซ่าง (Huai Shang) 
ผู้แปล : 
Luna
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
จู่ๆ เชื้อไวรัสซอมบี้ก็แพร่ระบาด ทำให้คนติดเชื้อและล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดกะทันหันจึงยังไม่มีประเทศไหนเตรียมพร้อมรับมือหรือผลิตวัคซีนได้ทัน (บางประเทศตอนแรกยังคิดว่านี่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าอยู่เลย กว่าจะรู้คนก็ตายเป็นเบือแล้ว) ส่งผลให้ประชากรโลกหายไปเกินครึ่ง ผู้คนล้มตายกันอย่างมหาศาล ประเทศเล็กๆ หลายๆ ประเทศถึงขั้นหายออกไปจากแผนที่เลยก็มี

ในเรื่องจะเป็นจักรวาล Omegaverse ที่มนุษย์แบ่งเป็นสามชนชั้นคือ อัลฟ่า เบต้าและโอเมก้า พระเอกหรือ โจวหรง เป็นอัลฟ่า และเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ของกองร้อยที่ แห่งกองบัญชาการรักษาความมั่นคงหน่วย 118 สังกัดค่ายทหารบี ที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจลับ แต่ระหว่างทางกลับเจอซอมบี้ระบาดเลยต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน และก็มาติดอยู่ในอาคารที่ห้อมล้อมไปด้วยฝูงซอมบี้
ทว่าในขณะที่กำลังตัดสินใจจะไปเป็นทัพหน้าล่อซอมบี้ให้ลูกน้อง พระเอกและทีมก็ได้พบกับชายหนุ่มลึกลับที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลุยเดี่ยวเข้ามา

นายเอกหรือ ซือหนาน ชายหนุ่มลึกลับที่สูญเสียความทรงจำและมีอดีตที่โหดร้าย(มาก) แต่มีทักษะในการต่อสู้และเอาตัวรอดสูงโพดๆ พอฟื้นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกคนจับตัวไว้ นายเอกก็หลบหนีออกมา ตั้งใจว่าจะไปหายาฉีดเพื่อปกปิดไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นโอเมก้า แต่ระหว่างที่ซิ่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อหาร้านขายยา นายเอกก็บังเอิญได้เจอกับกลุ่มของพระเอกที่กำลังถูกซอมบี้ล้อมอยู่พอดี

ภายนอกพระเอกดูเป็นคนตลกฮาๆ กวนๆ ขี้แกล้ง แต่แท้จริงพี่คือคนที่สามารถพึ่งพาและฝากชีวิตเอาไว้ได้ มีความเป็นผู้นำสูงมาก สมกับที่ลูกน้องให้ความเชื่อใจและเคารพนับถือ จริงๆ สมาชิกในทีมนี้ก็เก่งกันทุกคนแหละ ทำได้แทบทุกอย่าง เพราะเป็นหน่วยรบพิเศษ ที่ถูกฝึกฝนขัดเกลามาอย่างหนัก ทำให้สามารถรับมือเอาตัวรอดได้แทบทุกสถานการณ์โดยไม่สติแตก แม้ต้องเผชิญกับฝูงซอมบี้ก็ตาม...หลังจากที่เปลี่ยนภารกิจ พระเอกก็พาลูกทีมที่เหลือไปช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในเมือง
และรอเครื่องบินมารับพาไปยังสถานที่ปลอดภัย แต่ปรากฏว่าคนที่ช่วยออกมากลับมีคนติดเชื้อปะปนอยู่ด้วย จึงทำให้ต้องพากันหนีตายอีกรอบ 

ทั้งตัวนายเอกและพวกพระเอกต่างก็ฉีดยาพรางตัว+ยาระงับ ให้เป็นเหมือนเบต้ากันหมด จึงไม่มีใครรู้ว่าจริงๆ พวกพระเอกทั้งหมดนั้นเป็นอัลฟ่า ส่วนนายเอกก็คือโอเมก้าที่เขาควานหาตัวกันอยู่ให้ควั่ก ยิ่งพอพวกพระเอกรู้ว่านายเอกเกลียดอัลฟ่ามาก ก็ยิ่งไม่มีใครกล้าบอกความจริง แต่สุดท้ายความก็มาแตกตอนที่ไปสำรวจศูนย์ลี้ภัยเขตทหารที่เมืองบีนี่แหละ

ตอนที่อ่านนี่บอกเลยว่าลุ้นมากกกก ใจเต้นตึกตักๆ ลุ้นมันแทบทุกบรรทัด เพราะไอ้ศูนย์ลี้ภัยนี่จะอยู่ที่ไหนก็ไม่อยู่ แต่ดันไปอยู่ชั้นใต้ดินที่ขุดลึกลงไปถึง 11 ชั้นเลยอะ เหอๆ ตอนแรกพระเอกเลยกะว่าจะไปคนเดียวไงเพราะรู้ว่าอันตรายมาก แหล่งรวมซอมบี้ชัดๆ...แล้วแบบจะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะในฐานะที่พี่เป็นทหารที่น่าจะเหลือรอดเป็นกลุ่มสุดท้าย ประกอบกับเป็นหัวหน้าที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ดังนั้นไม่ว่ายังไงพี่ก็ต้องลงไปเอาข้อมูล ต้องไปสืบต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสนี้มาให้ได้
ต้องมีความลับซุกซ่อนอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้างล่างนั่นแน่นอน ...ระหว่างที่ลงไปก็ทั้งมันทั้งหลอน ซอมบี้ก็วิ่งเร็วกันจัง ที่อยู่ในนั้นเป็นหมื่นๆ มันยังไม่พอใช่ไหม ทำไมต้องมีอย่างอื่นมาเพิ่มด้วย...อ๊ากกกส์ ลุ้นแทบตายว่าจะเหลือรอดกันกี่คนเนี่ย

เพิ่งเคยอ่านแนวซอมบี้วันสิ้นโลกเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นมากยังกับดูหนังสยองขวัญอาวุธในเรื่องก็มีแค่ระเบิดกับปืน ไม่ได้มีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ล้ำหน้าอะไรด้วย เพียงแต่นายเอกกับพวกพระเอกอาจจะเก่งกว่าคนปกติหน่อย (เพราะเป็นอัลฟ่า ส่วนนายเอกอันนี้ต้องลองไปอ่านเอง) แต่สนุกมากกกอะ สนุกมากจริงๆ อ่านไปก็ลุ้นไปว่าจะรอดไหมว๊า ซอมบี้จะโผล่มาอีกตอนไหน ตื่นเต้นมากก อ่านจนเหนื่อยเพราะลุ้นทั้งเรื่องแทบไม่ได้พัก55 
คนเขียนเขียนเก่งมากอะ มีครบทุกอารมณ์จริงๆ ทั้งสุข เศร้า ซึ้ง เสียน้ำตา ตลกฮา

แต่นอกจากเนื้อเรื่องจะสนุกผูกปมได้ดีแล้ว สิ่งที่เราชอบมากๆ อีกอย่างก็คือความผูกพันของคนในทีมพระเอกนี่แหละ ชอบลูกน้องในทีมพระเอกทุกคนเลย ไม่มีแตกคอไม่มีทิ้งกัน เพราะในสถานการณ์แบบนี้เราว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือจิตใจคนนี่แหละที่น่ากลัวกว่าซอมบี้ ถ้าหากมีการแตกคอหรือขาดความเชื่อใจกัน รับรองได้จบเห่ แต่ทีมพระเอกคือดีมาก สุดยอดทีมเวิร์ค สามัคคีเชื่อมั่นในตัวหัวหน้าทีมแบบไม่มีสั่นคลอน ไม่มีลนลาน เพราะแบบนี้ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ทีมพระเอกถึงพากันฝ่ามาได้ทุกครั้ง

ตัวนายเอกก็ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม ไม่ว่าทีมพระเอกต้องไปเสี่ยงอันตรายบุกฝ่าดงซอมบี้ที่ไหน ก็จะมีนายเอกเข้าร่วมด้วยเสมอ ถึงบุคลิกน้องจะดูเยือกเย็นไม่ค่อยน่าเข้าหา แต่พอได้รู้จักแล้วจะรู้ว่าน้องโคตรใจ ...ใครที่น้องให้ใจหรือเห็นเป็นคนสนิทนั่นคือโชคดีมากกก เพราะถ้าคุณโชคร้ายตกอยู่ในอันตรายเมื่อไร ไม่ว่าโอกาสรอดจะมีเพียง หรือต่อให้ไม่มีเลย แต่น้องก็จะทุ่มสุดตัวสุดชีวิตเพื่อช่วยคุณออกมา ไม่ใช่แค่พระเอกเท่านั้นที่ได้สิทธิ์นี้ แต่เพื่อนในทีมของพระเอกทุกคนก็ได้สิทธิ์นี้เช่นกัน ต่อให้เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณน้องก็จะไม่มีวันทิ้งคุณ (แบบนี้จะไม่รักได้ไง)

ส่วนพระเอกนี่คือเห็นแววทาสภรรยามาตั้งแต่ตอนแอบชอบคนเขาแล้วนะ55  สายทาสภรรยาแน่นอน รักเมียหลงเมียฝุดๆ แต่ก็ไม่รักหลงจนลืมหน้าที่การงาน เวลางานอยู่ในหน้าที่พี่ก็ทำเต็มที่
รับผิดชอบเกินร้อย แต่ถ้าเสร็จเมื่อไรก็เป็นของน้องคนเดียว อย่างตอนที่น้องหายไปหรือยังตามไปด้วยไม่ได้ พอพี่ปฏิบัติภารกิจเสร็จก็จะรีบออกไปรับ+ไปตามหาทันทีเลย แต่จริงๆ คู่นี้จะเรียกว่าโชคชะตาก็ได้ เพราะเขาเคยเจอกันมาก่อน เพียงแต่ตอนนั้นพระเอกไม่รู้ว่าน้องเป็นใคร ไม่รู้ว่าหน้าตาจริงๆ เป็นแบบไหน รู้แต่ว่าเป็นโอเมก้า ส่วนน้องคือจำพี่ได้ ตอนที่หนีออกมาก็ระบุเลยว่าต้องให้พระเอกเป็นคนมารับเท่านั้น แต่พอเครื่องบินตกน้องความจำเสื่อมเลยลืมหมด แต่คู่กันแล้วก็มักไม่แคล้วกัน
สุดท้ายไม่ว่ายังไงก็ต้องได้เจอ...

ป.ล.นายเอกเป็นคนกินยาก ชอบกินของหวาน อิพี่ก็จะบ่นๆ แบบในสถานการณ์แบบนี้ยังจะกินยากเรื่องมากอีกนะ แต่ลับหลังก็ชอบแอบเอาของหวานมาให้น้องนะ 55

ป.ล. พระรองงานดี ชอบที่พอรู้ว่าจีบไม่ติดแล้วก็ถอยออกมา ไม่เวิ่น ...


📍Undead พันธะรักวันสิ้นโลก ➡️ https://s.shopee.co.th/4VWEEjhLd5



วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

จดหมายลายมือหญิงงาม



จดหมายลายมือหญิงงาม (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : 
อู๋อวี้
ผู้แปล : ลดาอนัน
สำนักพิมพ์ วารา

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
จดหมายลายมือหญิงงามคือเรื่องราวความรัก 12 เรื่องเป็นตอนสั้นๆ เฉลี่ยเรื่องละประมาณ 40 หน้า ซึ่งมีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง...บางคนรักแต่รู้ตัวช้า บางคนก็โชคดีที่ยังหันกลับมาทัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่พลาดแล้วพลาดเลย เพราะไม่รู้ใจตัวเอง เพราะเข้าใจผิด เพราะมาที่หลัง และยังมีเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้ต้องคลาดกัน บางคู่อ่านแล้วหน่วง บางคู่อ่านแล้วซึ้ง บางคู่ก็ตลกฮา บางคู่ก็รู้สึกว่าสมควร(แล้ว) บางคู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่บางคู่ก็เฮ้ย! มีหักมุมตอนจบด้วย ...

ขอยกตัวอย่างมา 3 เรื่องเน้อ
3 เรื่องแรกตัวละครเกี่ยวโยงกัน นางเอกในเรื่องแรกหลงรักพ่อครัวหนุ่มในบ้านตัวเอง แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายกลับไปชอบท่านอาหญิงของนาง แต่พอเขาทำเรื่องผิดถูกจับขัง นางก็แสร้งทำตัวป่วยเป็นโรคเบื่ออาหาร ไม่ยอมกินอาหารของคนอื่นนอกจากที่เขาทำ คนที่บ้านเลยต้องปล่อยเขาออกมาเพื่อทำอาหารให้นางกิน ทว่าแสร้งไปแสร้งมาตัวนางกลับป่วยจริง และกลายเป็นลิ้นไม่รู้รสอีกเลย แล้ววันหนึ่งคู่หมั้นในวัยเด็กที่ย้ายบ้านไปอยู่เมืองอื่นก็กลับมา เพื่อสู่ขอนางตามสัญญาหมั้นหมาย  และก็เป็นคู่หมั้นนี่แหละที่ค้นพบความผิดปกติของลิ้นนาง และก็เป็นคนดั้นด้นหาทางรักษา ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ลิ้นนางกลับมารู้รสได้เหมือนเดิม ต่อให้รู้ว่าใจนางมีคนอื่นอยู่ก่อนแล้วก็ไม่แคร์  ในขณะที่คนผู้นั้นจนแล้วจนรอดก็ยังคงใจแข็งไม่ตอบรับความรู้สึกของนางสักกะที...สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ move on ปล่อยวางได้สำเร็จ และตาคู่หมั้นที่ไม่ยอมแพ้ก็ได้ใจสาวไปครอง ...ส่วนความรู้สึกของพ่อครัวหนุ่มก็เฮ้ออออ...
ต้องลองไปอ่านเองเน้อ (แต่ก็แอบสงสารฮีเบาๆ นะ
)

เรื่องที่ 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุด นางเอกเป็นน้องสาวสามีของนางเอกเรื่องแรก
เป็นคู่ของคุณหนูตระกูลใหญ่กับท่านกุนซือหนุ่มที่ขาพิการเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น 
นางเอกเรื่องนี้แก่นเซี้ยวเหมือนม้าดีดกระโหลก แต่เท่และเด็ดเดี่ยวมากกก มีความสามารถในการเลียนเสียงและปลอมตัว นางหลงรักท่านกุนซือมาตั้งแต่อายุ 13
ในตอนที่ได้พบกันในงานเลี้ยงหนึ่ง ตั้งแต่นั้นนางก็คอยตามติด ตามตื้อ ขอให้เขาสอนทักษะการใช้เสียงให้ แต่พอเรียนสำเร็จนางก็ยังเกาะติดหนึบเขาเรื่อยมา  ...นางเอกเปิดเผยจริงใจ ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ปิดบังความรู้สึกเลยสักนิด ส่วนฝั่งท่านกุนซือแม้จะชอบแต่ก็ต้องผลักไส เพราะเขาทั้งจนและแถมยังพิการ จะคู่ควรกับนางที่มีชาติตระกูลดีได้อย่างไร แต่ฝ่ายหญิงก็สู้ไม่ถอยเว้ยเฮ้ย ไล่ไปก็กลับมา เพราะนางคืออวี้โถว(เผือก) ส่วนเขาก็คือหยวนจื่อ(บัวลอย)ยังไงล่ะ เหมาะสมกันจะตายย...อิอิ 
แล้ววันหนึ่งพี่บัวลอยก็ถูกส่งไปจัดการเรื่องโรคระบาด ส่วนน้องเผือกก็ปลอมตัวแอบตามไปด้วย ระหว่างทางพอถูกโจรปล้น น้องก็แบกพี่บัวลอยขึ้นหลังหนีเลยจ้า55 พอพี่บัวลอยติดโรคระบาด ราชสำนักตัดสินใจจะเผาเมืองที่ติดโรคทิ้ง
พี่บัวลอยกำลังจะตาย แต่น้องเผือกก็ไม่เคยยอมแพ้ บุกป่าฝ่าดงไปหาหมอเทวดา และรีบกลับมาชิงตัวพี่บัวลอยไปรักษาเลยจ้า ...สู้สุดใจจริงๆ 
ชอบคำพูดตอนที่นางบอกปฏิเสธไอ้หนุ่มที่มาจีบมาก แล้วไอ้หนุ่มก็ถามย้ำว่าแน่ใจหรือว่าจะแต่งกับกุนซือเพราะเขาพิการนะ...แล้วน้องเผือกก็ตอบกลับอย่างไม่ลังเล....

” ก็แค่มีปัญหาที่ขาเท่านั้น จะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว ข้าไม่สนใจเรื่องนี้
แล้วก็ไม่สนใจสายตาของคนทั้งโลกด้วย ข้ารู้แค่ว่าข้าชอบเขา ชอบมาตั้งแต่อายุสิบสามแล้ว ชอบท่าทางของเขา ชอบเสียงของเขา ชอบที่เขาเป็นเขา
!

“ เขามีชีวิตอยู่ข้าก็เป็นเจ้าสาวของเขา เขาตายไปข้าก็เป็นภรรยาหม้ายของเขา
ข้าไม่อยู่กับเขาแล้วจะอยู่กับใคร
?

ท่านกุนซือที่แอบฟังอยู่กับไอ้หนุ่มนั่นได้ฟังก็อึ้ง ทึ่ง!...เราคนอ่านก็ทึ่งแบบชอบนางอะแมนดี พี่ชายน้องสาวคู่นี้น่ารัก นิสัยเหมือนกัน สู้ดี ไม่เคยท้อหรือลังเลเลย

เรื่องที่ 3 นางเอกเรื่องนี้เป็นเพื่อนกับนางเอกเรื่องแรก เป็นสาวอวบที่มักจะพกกล่องอาหารติดตัวและต้องกินอยู่ตลอดเวลา แต่นางฉลาดและทำการค้าเก่งมาก ตระกูลพ่อค้า+รวยมากๆ ส่วนฝ่ายชายเป็นอดีตลูกขุนนางต้องโทษที่ตกอับ และกลายมาเป็นอาจารย์ในเมืองที่นางอยู่ เพราะตกอับแหละ พี่แกเลยกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายขี้โมโห จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนชอบ และวันหนึ่งก็ถูกไล่ออกจากงาน
นางเอกเลยวิ่งตามไปขอร้องให้มาเป็นอาจารย์ส่วนตัวที่บ้านแทน น้องชอบพี่แกมากก เป็นคนขอแต่งงานเองด้วย โดยยื่นขอเสนอว่าถ้าครบ 1 ปีแล้วยังทำให้พี่แกรักไม่ได้ ก็จะหย่าพร้อมให้เงินก้อนโต ให้เอาไปไถ่ตัวนางคณิกาในดวงใจ (ที่มีชะตากรรมคล้ายๆ ตัวเอง) แต่อาจเป็นเพราะอคติมันบังตา หรือเพราะเดิมพี่แกก็ไม่ชอบที่น้องอวบอ้วน ชอบเอาแต่กิน ไม่มีความเป็นกุลสตรีและทำการค้าเก่งเกินไป (อดีตลูกขุนนางใหญ่ไงไม่ชอบพ่อค้า)...เพราะไม่ว่าจะทำยังไง พี่แกก็ยังเย็นชา+ชอบโมโหใส่น้องทุกที ไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้บ้างเลย... ทว่าพอพี่เริ่มสำนึกได้ทุกอย่างก็สายไปหมดแล้ว

อย่างที่บอกว่ามันมีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง บางคู่ก็จบเศร้า แต่บางคู่อีกฝ่ายก็ move on ไปต่อได้ หรือไม่ก็ได้เริ่มต้นใหม่ลงเอยกับอีกคน สำหรับเราอ่านแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าหน่วงหรือเศร้ามากนะ อาจเป็นเพราะเรื่องมันสั้นด้วยมั้ง แต่ถ้าเอาไปเขียนเป็นเรื่องยาว หรือขยายความลงรายละเอียดให้เห็นชัดกว่านี้ก็ไม่แน่ 55

ป.ล.แต่เท่าที่สังเกตคู่ที่สมหวังกันส่วนใหญ่ ฝ่ายหญิงมักจะมีวรยุทธ์นะ ไม่รู้ทำไม 55



วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม


หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : สืออู่
ผู้แปล : ลูกหว้า
สำนักพิมพ์ everY

ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์
เมิ่งอวี่ ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตระกูลเมิ่ง เป็นหลานชายของท่านยายเมิ่งที่ตักน้ำแกงลืมเลือนอยู่ตรงทางข้ามสะพานในปรโลก
เยี่ยหลัว ชายหนุ่มเจ้าของหอพักหรือคอมมิวนิตี้หนิงอัน มีความสามารถในการเดินทางไปกลับปรโลกและสามารถมองเห็นเส้นวาสนาของคนได้

พระ-นายต่างก็เป็นเด็กกำพร้าครอบครัวตายหมดตั้งแต่เด็ก นายเอกหรือเมิ่งอวี่ เพราะเป็นคนตระกูลเมิ่ง น้องจึงมีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณหรือภูตผีได้ ตอนอายุ 7 ขวบหลังจากคนในบ้านตายหมด น้องก็ทำสัญญากับอดีตนักเลงคนหนึ่งเพื่อช่วยให้เขาล้างมือออกจากวงการได้อย่างราบรื่น โดยแลกกับการที่อีกฝ่ายต้องเลี้ยงดูตนเป็นเวลา 10 ปี พอครบกำหนดน้องก็จากไป แม้บ้านนั้นจะขอให้อยู่ต่อและขอรับน้องเป็นลูกบุญธรรม แต่น้องก็ say no เพราะรู้ว่าตัวเองดึงดูด ภูต ผี วิญญาณ หากอยู่นานเดี๋ยวจะเกิดเรื่อง แล้ววันหนึ่งในขณะที่น้องกลับไปเยี่ยมยายที่ปรโลก น้องก็ได้เจอกับพระเอกที่ลงมาทำธุระที่นี่พอดี น้องถูกใจท่าทางกับแววตาของพระเอกในตอนนั้นมาก เลยยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยเหลือ เพื่อแลกกับการให้เขาเลี้ยงดูตนเองไปตลอดชีวิต

ทั้งสองคนจึงได้มาอยู่ด้วยกันด้วยประการฉะนี้ พระเอกก็เลี้ยงดูเอาใจใส่น้องดีมากๆ ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า อาหารการกิน ให้เงินใช้ จนทำให้น้องเคยชินและรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน เพราะตั้งแต่สูญเสียครอบครัวและรู้ว่าวันหนึ่งตัวเองต้องไปรับช่วงต่อจากยายในปรโลก น้องก็ไม่เคยมองที่ไหนเป็นบ้านอีก วางตัวเป็นคนนอกเป็นแค่คนอาศัย ไม่คบเพื่อน
ไม่อยากผูกมัดกับใคร
คนภายนอกก็คิดว่าน้องเป็นเด็กหนุ่มที่พระเอกเลี้ยงเอาไว้ ส่วนเพื่อนนักเลงเก่าก็คิดว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน แล้ววันหนึ่งก็มีคดีฆาตกรรมที่ทำให้น้องต้องลงไปยุ่งด้วย เพราะคนร้ายที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องดันพุ่งเป้ามาที่พระเอก ตัวคนร้ายอยากเล่นงานพระเอกแต่พระเอกกลับจำอะไรไม่ได้ จึงต้องหันมาเล่นงานน้องแทนเพื่อล่อพระเอกออกมา...

เป็นแนวสืบสวนผสมภูต ผี วิญญาณ พระ-นายต่างมีปมในอดีตที่เจ็บปวด มีเรื่องฆาตกรต่อเนื่องที่จริงๆ ก็ไม่ได้เจ้มจ้นเท่าไร เราว่ามันคลายง่ายไปนิด แต่ก็อยากรู้เพราะมันเกี่ยวโยงกับความทรงจำในอดีตอันเจ็บปวดของพระเอก ที่พี่แกไม่อยากจดจำและขอเลือกที่จะลบมันทิ้งไปดีกว่า...


📍หนิงอันคอมมิวนิตี้ ละแวกนี้ผีชุม ➡️ https://s.shopee.co.th/6faipKS4GI






วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

คุณคือป้อมปราการของฉัน

 

คุณคือป้อมปราการของฉัน (เล่มเดียวจบ) 
ผู้แต่ง : Mu Qing Yu (มู่ชิงอวี่)
ผู้แปล : อาจือ
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หมีข่า แพทย์สาวฝึกหัดแห่งโรงพยาบาลทหารบก สาวน้อยผู้น่ารักเหมือนตุ๊กตา ทั้งยังใสซื่อไร้เดียงสาและความรู้สึกช้าในเรื่องรัก กับสิงเค่อเหล่ย นายทหารหนุ่มยศพันตรีวัยสามสิบ หนุ่มหล่อมาดแมน แฮนซั่ม นิสัยกะล่อน+ทะเล้น ชอบพูดจากวนประสาท ทั้งยังแอบเผด็จการนิดๆ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่หมีข่าถูกจับไปเป็นตัวประกัน จึงทำให้แพทย์สาวแสนซื่อได้มาเจอกับทหารหนุ่มจอมทะเล้นผู้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ 
สิงเค่อเหล่ย...คือคนที่เข้าไปช่วยชีวิตเธอ 

และก็เป็นสิงเค่อเหล่ยอีก...คนที่บังอาจขโมยจูบแรกของเธอไปอย่างอุกอาจ 

แล้วชีวิตของหมีข่าก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนับแต่นั้นไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนหรือทำอะไร นายทหารหนุ่มผู้นี้ก็มักจะโผล่มาก่อกวน เอ้ยย! มาปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆ เธอเสมอ บางครั้งเขาก็ทำให้เธอประทับใจ บางครั้งเขาก็ทำให้เธอเขินอายและโมโหแล้วก็โมโหๆ ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่า ...ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ทั้งปากเสีย ทั้งกวนประสาท และแถมยังชอบแกล้งเธอมากขนาดนี้กัน!

ตอนเปิดเรื่องมาอาจจะงงนิดหน่อยเพราะพระ-นางเขารู้จักกันแล้ว แบบมาถึงเขาก็ตามจีบกันแล้ว(แต่นางเอกยังไม่รู้ตัวนะ) แต่เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆ จะมีบอกที่มาที่ไปว่ารู้จักกันได้ยังไง พระเอกเรื่องนี้ชอบแกล้ง ชอบยั่วโมโหนางเอกมากกก แกล้งจนไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนหลอก พอไปบอกว่าชอบคนเขาถึงได้ไม่เชื่อไง 55 ...เพราะชอบทำตัวเล่นๆ เหมือนไม่จริงจัง แต่บางทีก็มาแบบเผด็จการ ดุมาเชียว
ยิ่งตอนที่ยังไม่ได้สถานะแฟน แล้วรู้ว่านางเอกต้องไปดูตัวนี่น็อตหลุดเลยจ้า ขำไม่ออกแล้ว55  แต่นางเอกก็ไม่กลัว ตวาดมาก็ใส่กลับจนพระเอกหงอ ต้องมาตามง้อที่หลัง 55...

“ แม่สาวน้อย นี่ผมยิ้มให้คุณมากเกินไปรึเปล่า คุณก็เลยลืมไปว่าผมเป็นคนขี้โมโห 
นัดดูตัวเป็นเรื่องต้องห้าม คุณกล้าดียังไงถึงได้ทำความผิดร้ายแรงขนาดนี้ “

พอพระเอกรู้ว่านางเอกมาฝึกทหารที่กองตัวเองก็ตามมาแกล้ง พอรู้ว่าสาวเจ้ามาทำงานที่โรงพยาบาลทหารบกก็คอยแวะเวียนมาหา แต่ด้วยความยียวนบวกกับความกะล่อนปากเสีย จากที่ควรจะได้คะแนน+ได้ใจสาวก็กลับติดลบแทน ทำยังไงสาวเจ้าก็ไม่เชื่อสักทีว่าชอบ แถมในระหว่างที่ยังไม่ได้สถานะแฟน ก็ยังมีไอ้หนุ่มอื่นมาหมายตาจ้องตำแหน่งนี้ของตนอีก สุดท้ายเลยต้องลำบากไปถึงผู้บังคับบัญชาและบรรดาคนสนิททั้งหลาย ที่ต้องยื่นมือมาช่วยเหลือ เพราะไม่งั้นอาจมีคนได้เป็นโสดไปตลอดชีวิตแน่นอนน

พอคบกันแล้วก็มีอุปสรรคนิดหน่อย คือเรื่องที่พ่อนางเอกไม่ชอบทหาร (โดยเฉพาะทหารแซ่สิง55) กับเรื่องอดีตรักเก่าของพระเอก (ที่ไม่น่าจะเรียกว่าคนรักกันได้หรอกมั้ง) เอาเรื่องรักเก่าก่อน พอคบกันแล้วพระเอกก็บอกนางเอกเรื่องรักเก่า บอกเหตุผลที่ตนต้องคอยดูแลครอบครัวนี้ เพื่อที่นางเอกจะได้ไม่ต้องมารู้ที่หลัง หรือรู้จากปากคนอื่นแล้วเข้าใจผิด ...ทว่าถึงได้ฟังจากปากพระเอกเองจริงๆ นางเอกก็ยังเสียใจมากอยู่ดี... เอาจริงๆ อ่านแล้วเราก็ไม่ได้รู้สึกสงสารครอบครัวแฟนเก่าพระเอกเลย คือได้รับจนเคยตัว จนกลายเป็นความเห็นแก่ตัว พอพระเอกมีแฟนก็เลยกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้สิ่งเหล่านี้อีก เลยไปปั้นเรื่องยั่วยุนางเอกที่เป็นแฟนพระเอกแทน เพราะเห็นคนเขาหัวอ่อนน่าจะว่าง่าย เผื่อจะหลงเชื่อและเป็นฝ่ายถอย แต่ดีที่นางเอกถึงจะใสซื่อแต่ก็ไม่ได้บื้อ และดีที่สุดท้ายพระเอกก็ตัดขาดจากครอบครัวนี้ไปได้สักที...หึหึ 

“..ไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นเพราะอะไร แต่ในเมื่อเธอทำร้ายหมีข่า
สิงเค่อเหล่ยคนนี้ย่อมยกโทษให้ไม่ได้
! นับแต่นี้ไป พี่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของเธออีก
ถ้าใครกล้ามาต่อว่าสิงเค่อเหล่ยคนนี้ว่าไม่มีมนุษยธรรม มันจะต้องโดนเล่นงานถึงตาย “

ส่วนเรื่องพ่อจริงๆ ก็ไม่เท่าไร เพราะยังไงคุณพ่อก็อยากให้ลูกสาวได้อยู่กับคนที่รักจริงๆ นั่นแหละ แถมยังมีคุณแม่คอยช่วยสนับสนุน รวมถึงมีพี่สาว+พี่เขยคอยช่วย แล้วไหนจะเพื่อนๆ ในกองทัพ เพื่อนของนางเอกอีกล่ะ มีคนช่วยเยอะขนาดนี้ตำแหน่งลูกเขยตระกูลหมี่จะไปไหนได้...อิอิ

เป็นแนวหวานๆ โรแมนติก อ่านง่าย ไม่ค่อยมีดราม่าอะไร พระเอกลามก55 (แต่ลามกแค่กับนางเอกที่เป็นแฟนคนเดียวเท่านั้นนะ) เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องรักๆ แต่ยังมีเรื่องอาชีพหน้าที่การงานของพระ-นางสอดแทรกเข้ามาให้เห็นอยู่ตลอดทาง
ทำให้รู้ว่าจริงๆ จะเป็นแฟนทหารได้นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันนะ พระเอกถึงต้องพูดกับนางเอกให้เข้าใจ
! ให้ชัด! ถึงเรื่องหน้าที่การงานและสิ่งที่คนเป็นทหาร รวมถึงภรรยาทหารจะต้องเจอและต้องแบกรับก่อน เพื่อให้แน่ใจว่านางเอกจะโอเคและยินยอมพร้อมใจที่จะเดินกับเขาไปตลอดจนสุดทางของชีวิต...

ปล.ตัวละครเยอะมาก มีหลายคู่มาก มีตั้งแต่คู่ของพ่อ-แม่ คู่ของหัวหน้า คู่ของเพื่อน คู่ของน้องสาวพระเอก แล้วก็คู่ของพระรอง โอ๊ยยแบบเอาไปเขียนเป็นเล่มแยก เป็นเรื่องของใครของมันได้เลยอะ แถมดูจะดราม่ามีปมมากกว่าเรื่องนี้ด้วย


📍คุณคือป้อมปราการของฉัน  ➡️ https://s.shopee.co.th/8fLU9fjLn6





วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

คู่กิเลนค้ำบัลลังก์ 4 เล่มจบ

 

คู่กิเลนค้ำบัลลังก์ 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เมิ่งซีสือ
ผู้แปล : ปราณหยก 
สำนักพิมพ์ 
 
เอ็นเธอร์บุ๊คส์

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เมื่อ เฮ่อไท่ หรือองค์ชายใหญ่ ถูกกล่าวหาว่าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏ และทำให้รัชทายาทในตอนนั้นเสียชีวิต ทุกคนในบ้านจึงถูกปลดเป็นสามัญชน ถูกริบทรัพย์และถูกเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง ต้องใช้ชีวิตอยู่ในอำเภอเล็กๆ กันอย่างยากลำบาก ทั้งยากจนข้นแค้น ทั้งถูกคนดูถูก ถูกรังแก แม้แต่บุตรธิดาก็ยังไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ด้วยความสามัคคีปรองดองของเหล่าพี่น้องสกุลเฮ่อ ทั้งครอบครัวจึงสามารถยืนหยัดต่อสู้และอดทนต่อความยากลำบากเหล่านั้นมาได้ตลอด 11 ปี ในเวลานั้นพวกเขาช่างแตกต่างจากบ้านเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ที่ลูกหลานหรือคนในบ้านมักจะแก่งแย่งชิงดีและทะเลาะเบาะแว้งกันโดยสิ้นเชิง

เรื่องนี้เป็นแนวมิตรภาพพี่น้อง ไม่มีนางเอก มีแต่พระเอกหรือตัวละครเอก ซึ่งก็คือพี่สามกับน้องห้า(เฮ่อหรงกับเฮ่อจั้น) หรือก็คือสองคู่กินเลนตามชื่อเรื่อง พี่สามหรือเฮ่อหรงนั้นเป็นลูกที่พ่อไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไร เพราะพี่แกเคยพาน้อง(ลูกเมียเอก)ไปขี่ม้าแล้วปรากฏว่าตกม้า ทำให้ตัวเองบาดเจ็บที่ขาไม่อาจเดินได้เหมือนคนปกติอีกต่อไป(ขาเป๋)  ส่วนคนน้องก็ตกใจจนป่วยหนักตาย อีกทั้งมารดาของเขาซึ่งเป็นสาวใช้ก็ยังไปมีเรื่องพัวพันกับการก่อกบฏในครั้งนั้น จนต้องจบชีวิตลง (ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง แต่มันก็ทำให้คนทั้งบ้านต้องถูกลูกหลงไปด้วย) แต่เพราะในบรรดาลูกที่เหลือทั้ง 7 คน เฮ่อหรงคือคนที่ฉลาดและสุขุมมากที่สุด ดังนั้นเวลามีอะไร พ่อและทุกคนในบ้านจึงชอบเรียกเขามาปรึกษา+ขอความคิดเห็น ต่อให้ในใจพ่อจะรู้สึกไม่ค่อยชอบลูกคนนี้ยังไง แต่ก็ยังคงเชื่อใจและฟังความคิดเห็นของเขาเสมอ รวมถึงพี่น้องคนอื่นๆ ก็ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเฮ่อหรงจึงกลายเป็นมันสมองของบ้านไปโดยปริยาย

เฮ่อหรงออกความคิดให้พ่อหมั่นเขียนจดหมายไปไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกับปู่หรือฮ่องเต้ที่อยู่เมืองหลวง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่ลืมครอบครัวตน และอาจจะได้กลับเมืองหลวงในเร็ววัน แผนนี้ทำให้ฮ่องเต้นึกถึงครอบครัวลูกคนโตขึ้นมาได้ ประกอบกับเรื่องที่อำเภอของพวกเขาถูกกองทัพกบฏยกทัพมาตี และพวกเขาก็ไม่ได้หนีแต่กลับยืนหยัดต่อสู้อยู่ที่นั่นจนกระทั่งรักษาเมืองไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ผ่านไปไม่นาน ทั้งครอบครัวจึงถูกเรียกกลับเมืองหลวงจริงๆ

พอมาอยู่เมืองหลวงด้วยความที่ห่างหายไปนาน อำนาจใดๆ ก็ยังไม่มี จึงทำให้บ้านเฮ่อถูกคนอื่นรังแก แต่แล้วพวกที่มารังแกก็ตระหนักได้ว่า ถึงตอนนี้บ้านเฮ่อจะไม่มีอำนาจหรือตำแหน่งอะไร แต่ยังไงพวกเขาก็เป็นลูกเป็นหลานของคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรในวังหลวงตอนนี้นะจ๊ะ จะทำอะไรก็คิดดีๆ ล่ะ...อิอิ  

ต่อมาก็มีเรื่องที่ข่านของทูเจวี๋ยตะวันตกกำลังจะตาย ทำให้เกิดการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ เฮ่อหรงเลยเสนอตัวขอเดินทางไปจัดการเรื่องนี้ ไปเป็นแรงสนับสนุนให้องค์หญิงเจินติ้ง องค์หญิงของราชวงศ์ก่อนที่แต่งงานออกไปยังที่นั่น เพื่อผลักดันให้ฝั่งขององค์หญิงได้เป็นผู้ปกครองทูเจวี๋ยตะวันตกและสานสัมพันธไมตรีต่อ
  พอเรื่องนี้สำเร็จ เฮ่อหรงกับน้องห้าก็ได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ คนหนึ่งเป็นกงอีกคนเป็นโหวและได้มีจวนเป็นของตัวเอง แต่หลังจากที่กลับมารอบนี้ ทั้งสองคนก็เริ่มสัมผัสได้ว่าบรรยากาศที่บ้านเฮ่อนั้นไม่ค่อยเหมือนเดิมอีกต่อไป...

แล้ววันหนึ่งก็มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อลูกที่ฮ่องเต้หมายตาจะให้เป็นรัชทายาททำให้เขาผิดหวังอย่างรุนแรง สุดท้ายตำแหน่งนี้จึงมาตกใส่เฮ่อไท่ ม้านอกสายตา 
คนที่ใครต่างก็นึกไม่ถึง ...แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะยอมให้องค์ชายใหญ่ที่เพิ่งกลับมาเมืองหลวงหมาดๆ มาชุบมือเปิบได้ตำแหน่งนี้ไปง่ายๆ ดังนั้นการก่อกบฏจึงต้องตามมา...

...ตอนที่ได้อ่านเรื่องนี้ สิ่งที่เราชอบมากที่สุดตอนนั้นก็คือ ความรักความสามัคคีของพี่น้องสกุลเฮ่อ ชอบความสัมพันธ์ของพี่สามกับน้องห้า (ที่ทำให้เราคิดในแง่ดีไม่ได้เลยจริงๆ 55) จริงๆ ก็คิดแล้วแหละว่าถ้าได้กลับเมืองหลวงเมื่อไร อะไรๆ ก็คงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ยิ่งพออ่านเล่ม 2 จบ ก็ยิ่งเห็นได้ชัด...หลังจบเรื่องกบฏ บางคนอยู่บางคนจาก บางคนไม่อยากอยู่ในวังวนนี้ก็เลือกที่จะหนีไป ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องบางคู่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะพี่ใหญ่กับพี่รอง เพราะตอนนี้พวกเขามีทั้งเงินทั้งอำนาจ ไม่ได้ยากจนหรือมีชีวิตยากลำบากที่ต้องพึ่งพากันอีกต่อไปแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งทุกคนย่อมต้องเติบโตและมีเส้นทางเดินเป็นของตัวเอง
ยิ่งพอคนพ่อได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ความสัมพันธ์ของพี่ใหญ่กับพี่รองก็ยิ่งเกิดรอยร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับมีคนคอยยุแยง จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาถึงจุดที่ไม่อาจซ่อมแซมได้อีกต่อไป เฮ่อหรงไม่อยากเลือกข้างหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนี้ จึงเลือกที่จะหลีกหนีไปอยู่ที่ดินศักดินาอันแสนไกล รวมถึงวางแผนกันน้องห้าออกมาให้อยู่ห่างจากเรื่องเหล่านั้นด้วย
แต่ในขณะที่เมืองหลวงกำลังเกิดศึกใน ศึกนอกก็เข้ามาประชิด
เพราะทันทีที่ทูเจวี๋ยตะวันออกบุกรวบยึดทูเจวี๋ยตะวันตกได้สำเร็จ ดินแดนจงหยวนก็เป็นเป้าหมายต่อไปที่ถูกโจมตี...

เฮ่อไท่หรือฮ่องเต้คนปัจจุบันที่เดิมก็ไร้ความเด็ดขาด อ่อนแอ เชื่อคนง่าย มองคนไม่เป็น อุปนิสัยเหล่านี้จึงทำให้เขาเลือกที่จะทิ้งเมืองหลวงและนำคนหนีลงใต้ บวกกับมีคนในเป็นไส้ศึก คอยสร้างเรื่องและแอบก่อความวุ่นวาย ทุกอย่างเลยยิ่งฉิบหาย(หยาบคายอะขอโทษ) สุดท้ายหายนะก็บังเกิด คนตายเป็นเบือ เมืองถูกตีแตกเป็นว่าเล่น แม่ทัพเก่งๆ ต้องพลีชีพในสนามรบ..เสียดายที่จนวันตายคุณพ่อก็ยังไม่รู้ความจริงเลยสักเรื่อง ไม่รู้เลยว่าตัวเองไว้ใจคนผิดหรือทำผิดพลาดที่ตรงไหน....

แนวการเมืองชิงบัลลังก์ สงครามการสู้รบ เนื้อเรื่องเข้มข้น สนุกมาก มีแอบหนักเป็นบางช่วง แต่ดีที่ระหว่างทางจะมีความน่ารักของพี่สามกับน้องห้ามาช่วยเบรกเรื่องเครียดๆ เรียกรอยยิ้มเป็นระยะ ถึงจะมีช่วงที่หน่วงๆ เสียน้ำตาไปบ้างแต่เราก็ยังไหว 55 เวลาพี่น้องคู่นี้อยู่ด้วยกันนี่คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ พี่สามไม่มีอะไรแต่น้องห้านี่มันช่าง...หึหึๆ (ไม่วายจริงๆ นะ แต่โคตรจิ้น55) คนหนึ่งบุ๋นคนหนึ่งบู๊ คอยค้ำจุนช่วยเหลือกันและกัน จะว่าไปจริงๆ ที่น้องห้ามีผลงาน+ความดีความชอบแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากพี่สามนี่แหละ เพราะอยากอยู่กับพี่สาม ดังนั้นเวลาที่อีกฝ่ายไปไหนน้องห้าเลยชอบขอตามไปด้วย

พี่สามไม่ให้ไป น้องห้าก็หาทางไปเองจนได้ ไม่ได้อยากสร้างผลงานหรือสร้างความดีความชอบอะไรหรอก ก็แค่รักและเป็นห่วงพี่สามมากกก(ติดพี่) อยากไปคอยช่วยเหลือพี่เขาเฉยๆ ที่เหลือมันเป็นผลพลอยได้55  แต่ไม่ว่าจะอยู่ในจุดที่สูงสุดหรือต่ำสุดของชีวิต น้องห้าก็ยังอยากเป็นแค่น้องชายของพี่สามตลอดไปเท่านั้นเอง...


📍คู่กิเลนค้ำบัลลังก์ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VHIdOsg5y




วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

ฟ้าส่งข้ามาเป็นอาจารย์ 3 เล่มจบ

 

ฟ้าส่งข้ามาเป็นอาจารย์ 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : Wen Li Feng

ผู้แปล : BBLong

สำนักพิมพ์ Happy Banana

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ชาติแรกพระเอกเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ในโรงเรียนมัธยม พอตายก็ทะลุมิติมาเกิดใหม่ในยุคสมัยโบราณ ชาตินี้มีชีวิตขัดสน แถมยังต้องพยายามสอบจวี่เหรินให้ติดเพื่อทำตามความฝันของพ่อ (ที่สอบไม่ติด) แต่พอสอบผ่านชีวิตกำลังจะไปได้สวยบ้านเมืองก็เกิดภัยสงคราม ตัวพระเอกก็ดันถูกคนต่างถิ่นเปิดประตูบ้านบุกเข้ามาแทงตายอย่างอนาถซะงั้น ...พอเกิดใหม่รอบที่ 2 คราวนี้มาเกิดในบ้านพ่อค้าเกลือ เป็นคุณชายรองมีนามว่า หลินชิง มีพ่อแม่รักใคร่ตามใจเป็นลูกรัก เกิดมาบนกองเงินกองทองไม่ต้องลำบาก พระเอกเลยตั้งใจว่าชาตินี้จะไม่พยายามดิ้นรน หรือทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จอะไรอีกแล้ว เพราะชาติก่อนๆ พอประสบความสำเร็จปุ๊บ พอจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นปั๊บก็ไม่เคยได้เสพสุข แต่กลับต้องมาตายก่อนทุกที ชาตินี้เลยไม่เอาและ จะขอขี้เกียจ ขอนอนตื่นสาย ไม่ขอก้าวหน้าใดๆ จะอาศัยทรัพย์สมบัติของตระกูลเลี้ยงตัวเองไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละจนตาย 55

แต่เมื่อน้องสาวของพระเอกถูกส่งไปเป็นนางกำนัลในวังหลวง พระเอกจึงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะรู้แล้วว่าต่อให้ร่ำรวยล้นฟ้าแค่ไหน แต่หากไม่มีอำนาจหนุนหลัง ตระกูลของพระเอกก็ไม่ต่างจากชิ้นเนื้อติดมันที่รอให้คนอื่นมารุมทึ้ง
ปัญหาบางอย่างไม่อาจแก้ด้วยเงิน มีเงินแค่ไหนก็ไม่อาจช่วยให้น้องสาวไม่ต้องเข้าวังได้...ดังนั้นพระเอกจึงตัดสินใจเข้าสอบเป็นขุนนาง เพื่อจะได้ช่วยน้องสาวและเป็นที่พึ่งให้กับตระกูลตัวเอง...

เล่มแรกจะกล่าวถึงเส้นทางการสอบเป็นขุนนางของพระเอก และเมื่อคนขี้เกียจอย่างพระเอกประกาศว่าจะเข้าสอบขุนนาง คนที่บ้านจึงไม่มีใครเชื่อเลยสักคนว่าจะทำได้ 55 แต่พระเอกก็ขี้เกียจอธิบาย เลยจะพิสูจน์ให้เห็นด้วยการสอบติดแทน 
แน่นอนว่าจากประสบการณ์ในชาติก่อนๆ ที่ผ่านมา ที่เคยเป็นครูและเคยสอบติดจวี่เหรินในชาติที่แล้ว ชาตินี้พี่แกจึงสอบติดได้อย่างราบรื่นโดยไม่สอบตกเลยสักสนาม ไต่เต้าไปเรื่อยๆ จนไปถึงสนามสุดท้ายในเมืองหลวง จนได้เข้าไปอยู่ในสำนักราชบัณฑิต แต่เพราะมาจากตระกูลพ่อค้า เพื่อนที่ทำงานจึงดูถูกและไม่มีใครอยากคบหาด้วย ซึ่งพระเอกก็ไม่แคร์ เพราะมันเข้าทางกับนิสัยตัวเองพอดีเป๊ะ 
55...อิอิ

เล่ม 2 จะเป็นเรื่องเส้นทางขุนนางของพระเอก หลังจากสถานที่ทำงานแรกเกิดเรื่อง พระเอกก็อยากหาตำแหน่งงานที่ปลอดภัย สงบๆ ที่ไม่นำภัยมาสู่ตนเองและครอบครัว แต่ก็ต้องเป็นงานสบายและไม่ยุ่งยากด้วยนะ เพราะพี่แกไม่ได้อยากก้าวหน้า ไม่อยากเด่น และไม่ได้อยากรวย(เพราะรวยอยู่แล้ว) สุดท้ายจึงมาเป็นไท่ฟู่หรืออาจารย์ขององค์ชายหก องค์ชายที่ไม่ค่อยเป็นที่โปรดปราน งานที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะองค์ชายหกไม่มีวันได้ครองบัลลังก์ อยู่ด้วยก็เหนื่อยเปล่าไม่เจริญก้าวหน้า เพราะก่อนหน้ายังมีองค์ชายอีกตั้ง 3 คน บัลลังก์นี้ไม่มีทางตกมาถึงมือองค์ชายหกแน่ๆ

แต่พอผ่านไปสิบปี หลังจากที่พระเอกกับองค์ชายหกย้ายไปอยู่ที่ดินศักดินาได้ไม่นาน พวกองค์ชายก่อนหน้าก็ดันตายหมด องค์ชายหกเลยฟลุคได้เป็นรัชทายาท เพราะอายุเหมาะสมที่สุด ประกอบกับฮ่องเต้ใกล้จะไม่ไหวแล้ว พระเอกจากที่คิดจะเกษียนตัวเองด้วยตำแหน่งขุนนางขั้น 5 และหวังจะได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ใกล้ๆ บ้าน (ที่ดินศักดินากับบ้านพระเอกอยู่ใกล้กัน) ก็เลยต้องย้ายกลับไปเมืองหลวงใหม่ และกลายเป็นขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้องค์ใหม่แทน ...ส่วนแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เตรียมมาอย่างดีก็ต้องถูกพับเก็บไปก่อน 55 (คนอื่นมีแต่อยากก้าวหน้า มีแต่พระเอกนี่แหละที่อยากเกษียณกลับไปอยู่บ้านเร็วๆ 55)

เรื่องนี้ไม่มีนางเอกมีแต่ภรรยาพระเอก แต่บทก็เจือจางไม่เด่นเป็นเหมือนตัวประกอบมากกว่า เรื่องนี้จะมีแต่พระเอกหรือตัวละครเอกเป็นตัวดำเนินเรื่อง บอกเล่าเรื่องเส้นทางการสอบขุนนาง (แบบละเอียด) การไต่เต้าในหน้าที่การงาน (ที่ไม่ได้ดิ้นรนเท่าไรเพราะขี้เกียจ) และความสามัคคีปรองดองของเหล่าพี่น้องในบ้านตระกูลหลิน พี่น้องบ้านนี้รักใคร่กลมเกลียว ไม่มีเรื่องอิจฉาริษยาหรือหักหลังลอบทำร้าย ไม่ว่าจะรุ่นไหนก็เคารพสามัคคีกัน มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้ตระกูลกลินได้อยู่รอดปลอดภัยอย่างยาวนานและมั่นคง ทุกคนจึงเห็นด้วยกับความคิดของพระเอกที่ว่า...ต่อไปคนในตระกูลหลินต้องมีคนเป็นขุนนาง พระเอกจึงปฏิวัติการเรียนการสอนของเด็กในตระกูลใหม่ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะพระเอกมีสกิลเก่าจากการเป็นครูในชาติก่อน จึงสามารถชี้แนะและสอนได้อย่างถูกจุดและตรงประเด็น ใครมีปัญหาเรื่องการเรียนหรือติดขัดตรงจุดไหน หากได้พระเอกชี้แนะให้ก็ล้วนสอบผ่านเหมือนถูกเจียระไนใหม่หมด เลยยิ่งทำให้ชั้นเรียนตระกูลหลินมีชื่อเสียงไปทั่ว แม้แต่ตระกูลใหญ่อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ยังอยากจะส่งลูกหลานเข้ามาเรียนด้วยบ้าง...

อ่านจบแล้วคือชอบมากกก เป็นเรื่องที่ไม่ต้องมีนางเอก ไม่มีดราม่า ไม่มีเรื่องหลังบ้านหรือรักหลายเศร้าแต่ก็ยังสนุก เรื่องการเมืองก็ไม่ค่อยหนักเพราะพระเอกมันขี้เกียจ55 เน้นเรื่องการสอบเป็นขุนนาง เรื่องความผูกพัน+ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว รวมถึงเรื่องการผูกสัมพันธ์ การแต่งงาน วิธีการมอบของขวัญ ธรรมเนียมวิธีการปฏิบัติต่างๆ ของคนสมัยโบราณ ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้น
เล่าตั้งแต่พระเอกยังไม่แต่งงานจนแต่งงานมีครอบครัว กระทั่งมีลูกหลานเหลนโหลนเลย จากตอนแรกที่มีแค่หลักสิบก็ขยายไปเป็นร้อย แต่ทุกคนในตระกูลคือสามัคคีปรองดองกันมาก ชอบตรงจุดนี้ อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่น...


📍ฟ้าส่งข้ามาเป็นอาจารย์ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LCo3o8h1m