วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2562
วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562
ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ
ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
" ตอนนั้นข้าตื่นตระหนกยิ่งนัก ทั้งโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
ข้าคิดว่าหากเจ้าทอดทิ้งข้าไปและไม่กลับมาอีกแล้วจริงๆ
เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องกริ่งเกรงอันใดอีก
ข้าปรารถนาจะบุกตีเหยี่ยนโจวเมื่อใดก็ไปได้เมื่อนั้น
อยากจะบดขยี้คนสกุลเฉียวก็ไปได้ในทันที ......"
นี่คือยุคสมัยที่ราชวงศ์อ่อนแอบ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย เจ้าผู้ครองแคว้นต่างตั้งตนเป็นใหญ่หันคมดาบเข้าหากัน ด้วยหวังช่วงชิงดินแดนของอีกฝ่าย และตั้งตนเป็นเจ้าเหนือหัวองค์ใหม่เพื่อปกครองใต้หล้า
นางเอกข้ามมิติมาอยู่ในร่างของ เสี่ยวเฉียว บุตรตรีแห่งสกุลเฉียวซึ่งมีรูปโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องชื่อลือชาไปไกล เพราะอยากได้ที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ท่านลุงของนางจึงหมายจะส่งบุตรสาวไปผูกมิตรกับสกุลเว่ย ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเว่ย-เฉียวนั้นมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ และด้วยภาพนิมิตในความฝันของเจ้าของร่างเดิมในชาติที่แล้ว จึงทำให้นางเอกได้รู้จุดจบของเจ้าของร่างเดิมนี้ รวมถึงทุกคนในตระกูลด้วย และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างต้องกลับไปซ้ำรอยเดิม นางเอกจึงจำใจต้องแต่งงานกับ
เว่ยเซ่า หรือเว่ยโหวแห่งสกุลเว่ย ที่เคียดแค้นชิงชังคนสกุลเฉียวเข้ากระดูกดำแทนลูกพี่ลูกน้องของตน
เว่ยเซ่า ท่านโหวแห่งตระกูลเว่ย
บุรุษหนุ่มผู้เป็นเจ้าแห่งดินแดนทางเหนือ หน้าตาหล่อเหลาองอาจ เฉลียวฉลาดและเก่งกาจในการรบ แต่เพราะถูกคนสกุลเฉียวหักหลัง จึงทำให้เขาต้องสูญเสียบิดาและพี่ชายไปตั้งแต่ตอนอายุสิบสอง ในขณะที่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องนอนรักษาตัวนานถึงครึ่งปี แม้หลังจากนั้นบาดแผลทางกายจะหายดี แต่ทว่าทางใจกลับไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย ซ้ำท่านย่าที่เขาเคารพรักมากที่สุด ก็ยังตอบรับการแต่งงานของคนสกุลเฉียวนั้นอีกด้วย ...สุดท้ายเขาก็จึงต้องจำใจแต่งหญิงสกุลเฉียวที่แสนจะชิงชังมาเป็นภรรยา
พระเอกรู้ดีว่าเป้าหมายในการแต่งงานครั้งนี้คืออะไร แต่พี่แกก็หาได้สนใจไม่ อยากแต่งก็แต่งสิ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางให้พวกสกุลเฉียวได้สมใจอยากแน่นอน ดังนั้นพระเอกจึงหมางเมินและเย็นชากับนางเอกตั้งแต่คืนวันแรกของการแต่งงานเลย ส่วนนางเอกก็คาดเดาท่าทีของสามีได้อยู่แล้วจึงไม่รู้สึกอะไร พยายามใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะรู้ดีว่าสามีและแม่สามีเกลียดนาง รวมถึงตระกูลของนางมากขนาดไหน นางไม่วาดฝันว่าตนจะสามารถสลายความแค้นของสองตระกูลลงได้ เพียงแต่หวังว่าคนในครอบครัวที่นางรักจะไม่ต้องมีจุดจบเหมือนกับในภาพนิมิตเท่านั้นพอ
คนสองคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่ได้มีใจให้กัน แต่กลับต้องมาแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง แถมเบื้องหลังของทั้งสองตระกูลก็ยังมีความแค้นล้ำลึกต่อกันอีก ดังนั้นแต่ละก้าวของนางเอกจึงเสมือนเดินอยู่บนพรมเข็ม เพราะด้านหลังนั้นคือชีวิตของคนในบ้าน และชาวเมืองทุกคนในเหยี่ยนโจว แม้ต่อมาสามีจะเข้าหานางมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่สัมพันธ์ทางกาย เพราะถึงที่สุดเขาก็ยังไม่คิดเปิดใจอยู่ดี ต่อหน้ารักใคร่กล่าวคำหวานหู แต่ลับหลังกลับพยายามหาทางลอบโจมตีเมืองของนางอยู่ตลอด
เมื่อเป็นเช่นนี้...ต่อให้ใกล้ชิดกันเพียงใด แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความระแวดระวังกันอยู่ดี
นางไม่อาจละทิ้งไม่ใยดีคนในครอบครัวของตนได้
...
ส่วนเขา...ก็ไม่อาจปล่อยวางความแค้นที่มีต่อตระกูลนางได้เช่นกัน ....
หลังอ่านจบ ...
พระ-นางไม่ได้รักกันมาก่อนแต่กลับต้องมาเป็นสามีภรรยากันด้วยความจำใจ ฝ่ายหนึ่งหวังบรรเทาความโกรธแค้น ส่วนอีกฝ่ายก็หวังจะได้ชำระสะสางความแค้นนี้ทิ้งเสียที แต่กลายเป็นว่ายิ่งได้อยู่ร่วมกันได้เห็นตัวตนของอีกฝ่าย
หัวใจของพระเอกที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่เดิมก็กลับค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ แม้จะพยายามปฏิเสธอยู่หลายทีแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้ ว่าพี่แกหลงรักเมียที่เป็นคนสกุลเฉียวเข้าแล้วจริงๆ แต่ยิ่งรักก็ยิ่งกลัว ยิ่งอ่อนไหว เพราะรู้ว่าสิ่งที่เมียปรารถนานั้นตัวเองอาจจะให้ไม่ได้ จากเดิมที่เป็นคนใจร้อนโมโหร้ายอยู่แล้ว พอเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเมีย พระเอกก็ยิ่งผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไปเลย
(แถมยังขี้หึง+หื่นอีกต่างหาก 55) แบบเมื่อเช้าเพิ่งรักใคร่กลมเกลียวพูดจาจ๊ะจ๋า พอตกเย็นมาก็เหมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด ทำเอาเมียกับคนอ่านตามอารมณ์พี่แกไม่ทันเลยจ้า
55+ ...พอเป็นแบบนี้เมียก็เลยไม่ค่อยวางใจเพราะเดาใจสามีไม่ค่อยออก ก็เลยต้องขอให้ทางบ้านเตรียมหาทางรับมือป้องกันตัวเองเอาไว้บ้าง หนึ่ง...เผื่อเวลามีอะไรจะได้ไม่ต้องไปขอร้องให้สามีช่วยบ่อยๆ ( เพราะไม่ค่อยเต็มใจช่วย ) สอง...เผื่อสามีอาการไบโพลาร์กำเริบเปลี่ยนใจ ก็จะได้ไม่ต้องลงเอยเหมือนในชาติที่แล้วอีก ...คือก็เข้าใจความแค้นของพี่แกนะแต่ก็เข้าใจฝั่งนางเอกด้วย จะให้นางทอดทิ้งคนในตระกูลได้ยังไง ในเมื่อพ่อแม่-พี่น้อง
ป้าสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้องก็ดีต่อนางทุกคน คนในเมืองหรือพวกแม่ทัพก็ดี
ถึงจะแซ่เฉียวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลวทุกคนเด้อ แต่อย่างว่าแหละปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง.....เฮ้อออ
เพราะฉะนั้นพระเอก-นางเอกเลยได้แต่ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนที่มีทั้งหมด พยายามถอยเท่าที่จะถอยได้เพื่อประคับประคองกันและกันไป ท่ามกลางความกลัว ความหวาดระแวง ความไม่มั่นคงทั้งหลายที่มาจากตัวพวกเขาเองและบุคคลภายนอก ... เพราะนอกจากเรื่องความรักความแค้นของทั้งคู่แล้ว ก็ยังมีเรื่องสงครามที่ต้องเผชิญอีก เยอะแยะไปหมด พระเอกเรื่องนี้จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้านเพราะต้องออกไปรบอยู่บ่อยๆ ดังนั้นบางครั้งทะเลาะกันทีหนึ่งกว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ก็ต้องลากยาวเป็นเดือนๆ
จริงๆ พี่แกรักเมียมากนะแต่ปากแข็ง
ส่วนเมียก็รักแหละแต่ยังไม่ค่อยเต็มร้อย เพราะกลัวสามีจะปล่อยวางความแค้นไม่ได้ กว่าจะพากันก้าวข้ามผ่านปมแต่ละปมไปได้ก็เลยนู่นหลายปีเลย
.....
ปล. ชอบคู่ของลูกพี่ลูกน้องนางเอก ( ชาตินี้พี่สาวนางเอกโชคดีแล้ว ) แต่ออกไม่ค่อยเยอะหรอก แต่จากที่อ่านๆ คิดว่าฝีมือในการรบของพี่เขยนางเอกคนนี้บางทีอาจจะเหนือกว่าพระเอกด้วยซ้ำ เป็นคนที่มีมากแถมยังสู้ได้สูสีกับพระเอก พระเอกก็เลยไม่อยากปล่อยไว้ ไม่ยอมรับคนเขาเป็นคู่เขยแถมยังแอบส่งคนไปตีเมืองเขาอีก พอนางเอกรู้เรื่อง พระเอกนี่แบบหน้าชาเลยจ้า แต่ต้องทำเป็นเข้มเก๊กไว้ จนสุดท้ายพอเมียหนีกลับบ้านก็ทนไม่ไหวต้องตามไปง้อขอคืนดี .... และสุดท้ายก็ยอมจำนน ( เพื่อเมีย )
สมกับชื่อเรื่องเลย 55+
📍ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VG72f4qYF
วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562
ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ 2 เล่มจบ
ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ซินอี๋อู้
ผู้แปล : ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ซูอวิ้นจิ่น เด็กสาวบ้านนอกฐานะยากจน เพื่อให้ลูกสาวเพียงคนเดียวได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด พ่อของเธอจึงตัดสินใจใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มี ส่งเธอไปเรียนต่อโรงเรียนในเมืองใหญ่ เดิมทีซูอวิ้นจิ่นก็เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ทั้งยังเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว พอต้องย้ายมาเรียนในเมืองแบบนี้เธอก็ยิ่งปรับตัวไม่ค่อยได้ ผลการเรียนจึงแย่ลงเรื่อยๆ ประกอบกับรอบๆ ตัวก็มีแต่คนเรียนเก่งๆ หัวดี ที่ไม่ต้องพยายามมากมายแต่ผลสอบกลับดีกว่าเธอที่พยายามแทบตายตั้งหลายเท่า ซูอวิ้นจิ่นจึงยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่อยากคบหาใคร เอาแต่เก็บตัวอ่านหนังสือตามลำพังเพียงอย่างเดียว
เฉิงเจิง เด็กหนุ่มรูปหล่อ บ้านรวย เกิดมามีพร้อมทุกอย่างไม่เคยต้องลำบากดิ้นรนใดๆ มีแต่คนรักทะนุถนอมตามใจ
เขาจึงกลายเป็นเด็กอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจและปากร้ายมากๆ เฉิงเจิงแอบชอบเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งในห้องเรียน แต่ไม่รู้จะทำให้เธอหันมามองยังไง เขาจึงหาวิธีเรียกร้องความสนใจด้วยการแกล้ง และพูดจาถากถางเยาะเย้ยเธอ เฉิงเจิงก็แค่อยากให้เธอรับรู้การมีอยู่ของเขาบ้าง แต่สิ่งที่ทำกลับได้รับผลตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาทำให้เธอเกลียด ไม่อยากอยู่ใกล้และยิ่งทำให้ระยะห่างของพวกเขากว้างขึ้นกว่าเดิม
พระ-นางเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน
พระเอกเป็นเหมือนแสงตะวันที่เจิดจ้า ส่วนนางเอกก็เป็นเหมือนเงาจางๆ ที่ไม่มีใครจดจำ
เพราะฐานะทางบ้านและปัญหาในครอบครัว นางเอกจึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือเท่านั้น แต่วันคืนเช่นนี้ก็ถูกทำลายลงเมื่อพระเอกเข้ามา
...เริ่มจากการกลั่นแกล้ง บวกกับคำพูดถากถาง และท่าทางยั่วโมโหทั้งหลายเหล่านั้น ที่ทำให้นางเอกถอยห่างไม่อยากเข้าใกล้เพราะเข้าใจว่าพระเอกคงเกลียดเธอ... แต่พอได้รู้ความจริงนางเอกก็กลับยิ่งหลีกหนีถอยห่าง เพราะเข้าใจความแตกต่างระหว่างคนทั้งคู่ดี ความแตกต่างที่ตัวนางเอกและใครๆ ก็มองออก แต่พระเอกกลับไม่เข้าใจเลยสักนิด
...แม้ในที่สุดพระเอกจะดึงดันจนทำให้นางเอกยอมรับได้
แต่สุดท้ายทั้งสองก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี โดยที่พระเอกเป็นคนพูดขอยุติความสัมพันธ์นี้ก่อน...
หลังอ่านจบ
เป็นเรื่องที่ลุ้นจริงๆ ว่าสุดท้ายพระ-นางจะได้ลงเอยกันไหม? มันเป็นความรักที่ทรมานกันทั้งสองฝ่าย แต่กลับไม่มีใครยอมปล่อยมือก่อน เพราะนิสัยส่วนตัวรวมถึงสภาพแวดล้อมของคนทั้งคู่นี่มันไปคนละทางกันจริงๆ นางเอกเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดชอบเก็บตัว ส่วนพระเอกก็ชอบเที่ยว ชอบเข้าสังคมเพื่อนเยอะ แถมยังพูดมากปากร้าย พูดดีๆ กับเขาก็ไม่ได้ต้องเหน็บแนมก่อนตลอด นางเอกก็ได้แต่ทนๆ พยายามไม่พูดไม่ถือสา แต่แทนที่พระเอกจะเข้าใจ ก็ดันกลับได้คืบจะเอาศอกทำตัวเหมือนเด็กซะอย่างงั้น
ยิ่งตอนที่มาอยู่ด้วยกันแล้วนางเอกต้องทำทั้งงานบ้านและงานนอกบ้าน ส่วนพระเอกทำแต่งานตัวเอง แถมพอกลับมาบ้านก็ยังทำตัวเป็นคุณชายไม่ช่วยหยิบจับอะไรอีก แต่นางเอกก็ยังอดทนเพราะคิดว่าไหว แต่อีตาพระเอกก็ยังไม่พอใจเพราะนางเอกเริ่มกลับบ้านช้าเริ่มประชุมดึก ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก แบบเด็กมากอะ... ยิ่งเวลาเห็นพระเอกโวยวายจะเอาให้ได้ แล้วนางเอกก็ยังพยายามอดทนพูด+อธิบายดีๆ ด้วยนี่แทบอยากจะวิ่งเข้าไปบ้องหูอีตาพระเอกจริงๆ
ตอนแรกเราคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนางเอกคงเป็นฝ่ายจากไปก่อนแน่ๆ เพราะพระเอกรักนางเอกมากขนาดนี้คงไม่มีทางยอมเลิกก่อนแน่นอน ต้องเป็นนางเอกนี่แหละที่ทนไม่ไหวก่อน ...แต่พอเอาจริงๆ มันกลับไม่ใช่ ถึงนางเอกจะเป็นคนที่ดูมืดมนดูอมทุกข์ ( ก็ปัญหาในชีวิตมันเยอะ ) ดื้อรั้นหัวแข็ง ( จริงๆ เราว่านางก็แค่มีจุดยืนของตัวเอง
) แต่ก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล ขอแค่พูดกับนางดีๆ เคารพการตัดสินใจนางบ้างก็โอเคแล้ว แล้วดูอีตาพระเอกมันทำ ก็รู้นะว่ารักเขามากกกก แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เอ็งจะทำแบบนั้นได้นะเฟ้ย แทนที่จะเป็นคนที่เข้าใจและรู้จักนางเอกดีที่สุด แต่นี่มันอาร๊ายยยๆ ๆ ๆ เป็นเหมือนที่ในหนังสือบอกเลยว่า
‘
เฉิงเจิงฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรักที่เก่งพอๆ กับคนปัญญาอ่อน ‘
แต่จริงๆ จะโทษพระเอกฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะคนที่เป็นฝ่ายตามตื๊อวิ่งตามมาตลอด บางทีมันก็อดไม่ได้หรอกที่จะขาดความมั่นใจ ไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วอีกฝ่ายรักตัวเองจริงหรือเปล่า หรือที่อยู่ด้วยกันนั้นเพราะมีสาเหตุอื่น? ยิ่งนางเอกเป็นประเภทไม่ชอบพูด ไม่ชอบแสดงความรู้สึกด้วย มีอะไรก็ชอบเก็บไว้คนเดียว พระเอกก็เลยยิ่งไม่แน่ใจ นานวันเข้าก็เลยเหมือนระเบิดเวลา
แต่ถ้าตัดเรื่องพวกนี้ออก เราว่านอกนั้นพี่แกก็ดีนะ เพราะเป็นคนเดียวที่ทำให้นางเอกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพังบนโลกใบนี้ เป็นคนที่รักและทำเพื่อนางเอกด้วยความจริงใจโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ รักแล้วก็รักเลย ไม่เคยยอมแพ้หรือถอดใจ อาจจะดูดันทุรังไปหน่อย แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ของพระเอกนี่แหละ เลยสามารถทำให้กำแพงกับปมในใจของนางเอกทลายลงได้ และทำให้ทั้งคู่ยังสามารถกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ แม้จะห่างกันไปนานแค่ไหนก็ตาม ......
📍ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ ➡️ https://s.shopee.co.th/8pfg5CSH26
วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562
วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก 2 เล่มจบ
วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : สุ่ยเหอ
ผู้แปล : หยกน้ำแข็งสำนักพิมพ์ อรุณ
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ภูตน้อยสองตัวหนึ่งเพียงพอนเหลือง
อีกหนึ่งจิ้งจอกแดง แม้จะต่างเผ่าพันธุ์แต่ก็รักใคร่ผูกพันกันประดุจพี่น้องร่วมสายเลือด แม้แท้จริงเพียงพอนเหลืองจะมีศักดิ์เป็นเพียงสาวใช้ของจิ้งจอกแดง แต่เพราะบุญคุณน้ำนมของมารดาเพียงพอนเหลือง จึงทำให้จิ้งจอกน้อยเคารพรักนางเสมือนพี่สาวแท้ๆ ของตน
เมื่อเผ่าจิ้งจอกได้รับภารกิจให้ไปสังหารหวงตี้องค์ปัจจุบันที่ชื่นชอบการล่าจิ้งจอกราตรี และลุ่มหลงในสุรานารี
แต่ทว่าในขณะที่กำลังวางแผนเจ้าสองศรีพี่น้องต่างสายพันธุ์ก็ดันมาขโมยกินผลตานเสน่ห์ที่ไว้ใช้ล่อลวงหวงตี้ไปซะได้ แม้เหล่าผู้เฒ่าจะโกรธเคือง แต่ก็ต้องจำใจมอบหมายภารกิจให้เจ้าสองแสบนี้ไปทำแทน ภารกิจแต่เดิมที่แสนจะง่ายดาย จึงแปรเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องยุ่งยากที่ทำให้เกิดความรักระหว่างมนุษย์ธรรมดาและภูตขึ้นมา
หวงชิงเฟิ่ง
ภูตเพียงพอนเหลืองนิสัยเจ้าเล่ห์ซุกซน เพราะอยากเปลี่ยนแปลงโชคชะตา นางจึงขโมยผลตานเสน่ห์ที่ไว้ใช้ล่อลวงหวงตี้มากิน
และเพื่อไม่ให้ถูกเหล่าผู้เฒ่าถลกหนัง นางจึงแบ่งผลตานเสน่ห์อีกครึ่งให้ หูเฟยหลวน ภูตจิ้งจอกแดงกินด้วย เฟยหลวนที่แสนใสซื่อขี้กลัวติดจะโง่งมนิดๆ ก็เชื่อคำพี่สาวยิ่งกว่าอะไรดี หากบอกซ้ายนางไม่มีทางไปขวาแน่นอน โชคดีที่เพียงไม่นานเป้าหมายของพวกนางก็ถูกคนลอบสังหารเสียก่อน แต่แทนที่จะได้กลับบ้าน เจ้าเพียงพอนเหลืองคนพี่กลับดันไปตกหลุมรักหวงตี้พระองค์ใหม่เข้าเสียได้ สองศรีพี่น้องจึงต้องอยู่ในแดนมนุษย์ต่อไปด้วยประการฉะนี้แลเอย....
นางเอกพยายามทำตัวเป็นจุดสนใจทุกครั้งที่รู้ว่าพระเอกอยู่ใกล้ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา แม้จะสำเร็จแต่เพราะผลตานเสน่ห์ เขาจึงสนใจน้องสาวของนางด้วยเช่นกัน นางเอกก็เลยต้องหาคู่ให้น้องสาว และหวยก็ไปออกที่นักพรตหนุ่มรูปงามท่าทางบื้อๆ คนหนึ่ง...
พระเอกเรื่องนี้เป็นฮ่องเต้ที่ดี ไม่ลุ่มหลงในอิสตรีและไม่ใช่สายเปย์ แม้จะชอบนางเอกแต่ก็ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น ไม่ใช่แบบพอรักแล้วก็เอาอกเอาใจหรือเรียกหานางเอกแค่คนเดียว ส่วนสนมนางในคนอื่นๆ ก็ไม่เรียกไม่แล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ เพราะพระเอกนั้นมีอำนาจก็เหมือนไม่มี เป็นเพียงฮ่องเต้หุ่นเชิดที่อยู่ภายใต้อำนาจของขันที
แม้จะมีศัตรูอยู่รอบด้านแต่ก็ต้องทำเป็นรักใคร่ปรองดอง เพื่อรักษาสมดุลนี้เอาไว้ ต้องเป็นฮ่องเต้ที่ทำให้ฝนตกทั่วฟ้า แม้จะโปรดปรานนางเอกแต่ก็ต้องเรียกสนมคนอื่นๆ มารับใช้ด้วย มีเพียงคนสนิทจริงๆ เท่านั้นที่รู้ว่าหัวใจพระเอกอยู่ที่ใคร ส่วนนางเอกตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าพระเอกรักตัวเองจริงไหม หรือถ้ารักก็รักเพราะผลตานเสน่ห์หรือเปล่า แต่สุดท้ายนางก็ไขปัญหานี้ได้ และตัดสินใจอยู่ข้างกายพระเอกเพื่อขจัดทุกข์ภัย
และทำให้เขามีชีวิตที่ยืนยาว
หลังอ่านจบ .......
จริงๆ เรื่องนี้การเมืองหนักเหมือนกันนะ แต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านนางเอกมันก็เลยดูชิวๆ เลยไม่ค่อยรู้ว่าพระเอกต้องเจอเรื่องกดดันมากมายขนาดไหน แล้วนางเอกก็ดันเจ๋อเข้ามายุ่งอีกเรื่องมันเลยยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ (แบบก็เข้าใจนะว่านางหวังดีอยากช่วย
แต่เรื่องการเมืองนี่มันต้องรู้ลึก รู้จริง ต้องเก๋าเกม เพราะมันซับซ้อนมีหลอกในหลอกนอก ไม่ใช่แค่พูดผิวเผินแล้วจะเข้าใจ ซึ่งพระเอกก็เคยห้ามแต่นางก็ยังแอบไปทำอีก โว๊ะ
...เลยขอหักคะแนนตรงนี้นะ)
เราว่าในส่วนของพระเอกที่เป็นฮ่องเต้นี่มันดูเรียลสมเหตุสมผลดีนะ อย่างเรื่องที่ต้องเรียกสนมนางในคนอื่นๆ มาปรนนิบัติ
( อ่านไปก็แอบจี๊ดๆ เหมือนกันนะ >< ) แต่ก็เข้าใจว่าพี่แกไม่มีทางเลือก เพราะต้องพยายามรักษาสมดุลของขั้วอำนาจเอาไว้เพื่อรอวันรุกฆาต แล้ววิธีที่ปกป้องนางเอกเราว่าก็ทำได้ดี ไม่ได้ตามใจเพราะนี่คือคนรัก บางครั้งที่นางเอกพูดไม่คิดไม่ทันระวังก็ต้องขึ้นเสียงให้หยุดแล้วเอ่ยปากไล่ หรือตอนที่นางทำผิดก็ต้องกัดฟันตัดใจลงโทษส่งนางไป ทั้งๆ ที่รู้ว่านี่คือแสงสว่าง คือของล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของตัวเอง ...
โชคดีที่นางเอกเป็นภูตเลยไม่ค่อยคิดมาก ถ้าไม่นับเรื่องการเมืองที่เข้าไปยุ่งเราว่านางก็น่ารักดี ( แต่บางคนอาจจะรำคาญนิสัยนางก็ได้นะ 55 ) นางก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละ ที่มีความทะเยอทะยานอยากได้อยากมี พอรักแล้วก็แสดงออกเต็มที่ ทุ่มเต็มที่ อาจจะชอบพูดทวงบุญคุณน้อง55 แต่จริงๆ นางก็เป็นคนจิตใจดีและรักน้องต่างสายเลือดคนนี้มาก มีเรื่องอะไรก็คอยออกหน้ารับแทนคอยแก้ปัญหาให้ตลอด ตอนแรกยังคิดอยู่เลยว่าจะมีดราม่ารักสามเศร้า หรือดราม่าระหว่างพี่น้องหรือเปล่า แต่นี่ไม่มีเลย เพราะโชคดีที่น้องนางก็ซื่อบื้อเลยไม่เคยติดใจอะไร 55
ในเรื่องนอกจากคู่พระ-นางแล้ว ก็ยังมีคู่ของน้องสาวนางเอกกับบัณฑิตตกยาก และคู่ของจิ้งจอกดำคนงามกับขันทีด้วยเน้อ ...คู่คนน้องนี่ออกแนวใสซื่อ
( หมายถึงซื่อบื้อนะ 55 ) ทั้งคู่เลย มีดราม่าตอนต้นๆ เพราะเรื่องรักเก่าของพี่บัณฑิต ส่วนคู่สุดท้ายนี่ลงเอยกันยากหน่อยเพราะมีนิสัยเย็นชาและหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วยกันทั้งคู่ เป็นจิ้งจอกดำที่ยอมวางศักดิ์ศรียอมลงให้ก่อน แต่พี่ขันทีนี่ปากแข็งมาก
จริงๆ ต้องไปขอบคุณนางเอกหรือเปล่า เพราะที่ลงเอยกันได้นี่ผลพวงก็มาจากการที่นางไปยุ่งเรื่องการเมืองนี่แหละ
พี่ขันทีถึงปลดภาระลงได้สักที 55
ป.ล. สำนวนการแปลดีขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะตรงบทกลอน (ซึ่งมีเยอะ) ซึ่งเราคิดว่าคงจะยากน่าดู แต่ก็แปลออกมาได้ดีมากอ่ะอ่านแล้วไพเราะรื่นหู การใช้คำราชาศัพท์ก็โอ ปีนี้อรุณมาแรงจริงๆ ...ปรบมือๆ ๆ ๆ
📍วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก ➡️ https://s.shopee.co.th/8KjPVYEpin
วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ
ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เทียนฉิน
ผู้แปล : เกาลัดเดือนสิบสองสำนักพิมพ์ แจ่มใส
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ไป๋เสวี่ยฝู บุตรสาวคนรองของอัครเสนาบดีไป๋
เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกิณี จึงทำให้ไป๋เสวี่ยฝูถูกขับไล่ให้ไปเฝ้าโคมดำอยู่ที่อารามชีตั้งแต่ยังเด็ก และในตอนที่อายุ 14 นางก็ได้บังเอิญช่วยเหลือเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถูกคนตามฆ่าจนพลัดหลงเข้ามาอยู่ในเขตอารามชีเข้า เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณหรือด้วยความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง เขาจึงสัญญาว่า...ขอเวลาเพียงหนึ่งปีแล้วเขาจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณนี้ และจะมอบครอบครัวที่อบอุ่นแสนสุขให้กับนาง
...
เยวี่ยเยี่ย
จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของแคว้นอวิ๋นเยวี่ย ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต เพื่อช่วงชิงบัลลังก์เขาถึงขนาดสังหารพี่น้องของตัวเองได้อย่างเลือดเย็น แม้ข้างกายจะมีสนมนางในมากมาย แต่ลึกๆ ในใจของเขากลับไม่เคยลืมเลือนหญิงสาวที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ที่อารามเมี่ยวเฟิงคนนั้นเลยสักครั้ง กระทั่งสามปีผ่านไปเมื่อการคัดเลือกสาวงามมาถึง เขาก็ได้เจอกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่อยู่ในดวงใจ
...แต่น่าเสียดายที่นางกลับเป็นลูกของศัตรูที่เขาเกลียดชัง
นางเอกถูกพ่อบังคับให้เข้าวังมาคัดเลือกสาวงามแทนพี่สาว
ไป๋อีหนิง ที่ยอมทำลายใบหน้าของตัวเอง แต่ให้ตายก็ไม่ยอมเข้าวังมาเป็นสนมนางใน ด้วยความรักพี่สาวกับเป็นห่วงแม่ ที่ไม่เคยได้รับความรักความห่วงใยจากพ่อผู้เป็นสามีเลย นางเอกจึงจำใจยอมเข้าวังอย่างช่วยไม่ได้ ...และเพียงวันแรกที่เข้าวังนางก็ได้เจอกับจักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความโหดเหี้ยมเข้าพอดี แต่ที่ทำให้นางช๊อคที่สุดก็คือจักรพรรดิหนุ่มผู้นี้ดันมีใบหน้าเหมือนกับเด็กหนุ่มที่นางเคยช่วยไว้เมื่อ
3 ปีก่อนเปี๊ยบ หลังจากตกใจความเสียใจก็ตามมาเพราะเขากลับจำนางไม่ได้เลยสักนิด...
กระซิกๆ
ในฐานะลูกของศัตรู นางเอกจึงถูกจัดให้ไปอยู่วังอันไกลโพ้น แบบดูก็รู้เลยว่าไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ด้วยเส้นสายของพ่อนาง สุดท้ายก็ทำให้ลูกสาวเข้าใกล้พระเอกจนได้ ส่วนพระเอกก็รู้แผนการพ่อนางเอกมานานแล้ว
รู้ว่าที่พ่อนางเอกส่งลูกสาวเข้าวังมาเนี่ยไม่ได้มาดีแน่นอน พี่แกรอดูเลยว่าจะมีแผนชั่วอะไร...หึหึ แต่นางเอกก็ไม่มีทางเลือกเพราะไหนจะเจอพ่อวางยา แล้วไหนจะเรื่องแม่อีก โดนบีบทุกทางแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ ....
อ่านจบแล้วส่วนตัวคิดว่า ทั้งคู่ไม่น่าจะรักกันได้ขนาดนี้เลยนะเพราะเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง ไม่น่าจะถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แถมคุยกันไม่กี่ประโยคเอง อะไรจะฝังจิตฝังใจขนาดนั้น ของพระเอกยังพอเข้าใจว่าคงประทับใจที่นางเอกให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ในชีวิตเจอแต่คนคิดไม่ดี+คิดลอบฆ่าอยู่ตลอด มีไม่กี่คนที่หวังดีให้ความช่วยเหลือก็เลยหวั่นไหวกับนางเอก แต่นางเอกนี่อยู่ในอารามชีมาตั้งแต่เด็ก แถมตอนนั้นก็ปฏิเสธพระเอกไปซะดิบดี ไม่เชื่อลมปากของบุรุษตามที่อาจารย์สั่งสอน
แต่ๆ ๆ ๆ ปากบอกว่าไม่แต่ใจนี่คิดจ้า คิดมาตลอดไม่เคยลืม เผลอๆ คิดมากกว่าอีตาพระเอกอีกด้วย 55
ใจหนึ่งก็เข้าใจ ก็บอกตัวเองว่าพระเอกคงจำไม่ได้คงลืมเพราะตอนนั้นมันบลาๆ ๆ ๆ แต่อีกใจหนึ่งก็น้อยใจว่าทำไมจำไม่ได้ฟะ...(ก็ตอนนั้นนางมีผ้าคลุมหน้าอยู่ใครจะไปจำได้ล่ะจ๊ะ) คือพระเอกก็คับคล้ายคับคลาแต่ไม่ชัวร์ไง เพราะตอนนั้นไม่เห็นหน้าแต่ก็จำกลิ่นหอมบนตัวนางกับท่าทางบางอย่างได้ แต่คนจำได้ก็บอกไม่ได้ มันก็เลยทำร้ายกันไปมาแบบนี้แหละจ้า
...
ตอนเล่มแรกก็สนุกดีอยู่นะ แต่พอเล่ม 2
หลังจากที่รู้ว่านางเอกเป็นใครแล้วเท่านั้นแหละ...จักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตก็กลายเป็นทาสเมียในบัดดล
...ดึงดันจะแต่งตั้งนางเอกเป็นฮองเฮาให้ได้ ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากขุนนางในราชสำนักเลย ซึ่งก็สมควรแล้วที่ถูกคัดค้าน
(อันนี้เห็นด้วยนะเหตุผลถูกต้อง) แต่พระเอกก็โนสนโนแคร์จ้าาา รักเมียเหลือเกินสุดท้ายเป็นไงล่ะ...บ้านเมืองเป็นไงล่ะ
หึหึ
📍ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ ➡️ https://s.shopee.co.th/2VlcbMD9Ii
วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
รักเพียงเธอ
รักเพียงเธอ / ผู้แต่ง : กู้ซีเจวี๋ย Gu Xi Jue
ผู้แปล : ยูมิน
สำนักพิมพ์ อรุณ
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หลี่อันหนิง นางเอกของเรื่องเป็นหญิงสาวสายวิทย์ หัวดี หน้าตาสะสวยมีแต่คนมารุมชอบ แต่สุดท้ายก็ถูกเธอปฏิเสธกลับไปทุกราย
ส่วนพระเอก สวีโม่ถิง
เป็นชายหนุ่มสายศิลป์ รูปหล่อ หัวดี+ชาติตระกูลก็ดี ( อีกแล้ว55 ) ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยชอบใครและไม่เคยต้องลงมือจีบใครเองมาก่อน แต่หลี่อันหนิงกลับเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้เขาต้องฉีกกฎของตัวเอง พระเอกหลงรักนางเอกตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลาย จึงรวบรวมความกล้าเขียนจดหมายสารภาพรักไปให้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา พระเอกจึงเข้าใจว่าตัวเองถูกปฏิเสธ หลังจากนั้นพี่แกก็ไปเรียนต่อเมืองนอกและคิดว่าเดี๋ยวก็คงลืมรักครั้งนี้ได้เอง แต่ผิดคาดเพราะจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีพี่แกก็ยังไม่ลืม สุดท้ายก็เลยตัดสินใจกลับมาเรียนต่อโทที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนางเอกซะเลย กลับมารอบนี้ไม่มีเขียนจดหมายสารภาพรักแล้ว พระเอกเปลี่ยนไปใช้แผนรุกทำเนียนเข้าไปตีสนิท แล้วมัดมือชกจับคนเขามาเป็นแฟนตัวเองแบบงงๆ เลยจ้า (
นางเอกนะที่งงแต่พระเอกไม่งง 55 )
เหมาะกับคนชอบอะไรหวานๆ สบายๆ เบาๆ เพราะเรื่องนี้ไม่มีดราม่า ไม่มีเรื่องมือที่สาม อุปสรรคอะไรก็ไม่มี ราบรื่นไปหมด เอาจริงๆ เรายังชอบเรื่องของเพื่อนนางเอกที่ชื่อเหมาเหมามากกว่าอีกนะ ยังดูมีอะไรบ้างมีดราม่าให้พอได้ลุ้น ส่วนคู่พระ-นางมันไม่มีอะไรให้ลุ้นมาตั้งแต่แรกแล้วอะ ยังไงพระเอกก็ลอยลำเข้าเส้นชัยสบายๆ อยู่แล้ว
แค่รอดูว่าเมื่อไหร่พระเอกจะจีบติด เมื่อไหร่นางเอกจะรู้ตัวเท่านั้นแหละ
เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น
ฤดูร้อนเย็น ซึ่งจริงๆ เรื่องรักเพียงเธอออกก่อน ส่วนเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น
ฤดูร้อนเย็นออกทีหลัง แต่เราได้อ่านเรื่องหลังก่อนแล้วชอบก็เลยไปหาเรื่องรักเพียงเธอมาอ่าน เพราะเห็นว่าคนเขียนเดียวกัน แต่พออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่าชอบเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น
ฤดูร้อนเย็นมากกว่าอะ (ความรู้สึกส่วนตัวเน้อ) ส่วนเรื่องนี้บอกตรงๆ อ่านแล้วบางประโยคมันงงๆ ไม่เข้าใจ แล้วบางทีนางเอกก็ชอบพูด-ตอบเป็นคำคม เป็นสำนวนสุภาษิตโบราณซึ่งเราแบบไม่เก็ทอ่ะ
ประกอบกับบางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจมุกของตัวละครเวลาคุยกันด้วย...คิดว่าถ้าเข้าใจมันอาจจะสนุกกว่านี้ก็ได้มั้งนะ55
📍รักเพียงเธอ ➡️ https://s.shopee.co.th/7KqvW421It
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ตำนานรักสองสวรรค์ 4 เล่มจบ
ผู้แปล : ธารยุทธ์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
' ข้าหลงคิดว่าท่านมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งพอ สุดท้ายค่อยพบว่า ...
หกหมื่นปีมานี้ แม้แต่โอกาสที่จะบอกต่อข้าว่าท่านเป็นใคร ท่านก็ไม่เคยได้รับ
ที่ข้าผิดต่อท่านไหนเลยเพียงแค่หนึ่งแสนสามหมื่นปี ที่ข้าติดค้างท่านไหนเลยเพียงแค่สามชาติ ?
ชั่วชีวิตนี้ ข้าไม่ผิดต่อเทพไทองค์ใด ไม่ผิดต่อสรรพชีวิตทั้งหลายในเก้าทวีปแปดดินแดน ไม่ผิดต่อปฐมเทพฉิงเทียน มีเพียงแต่ท่านเท่านั้นที่ต่อให้ใช้เวลาอีกพันหมื่นปี ก็ชดใช้ไม่หมดสิ้น '
เพราะเภทภัยแห่งหุนตุ้นเมื่อ 60000 ปีก่อน
จึงทำให้บรรพสวรรค์ถูกปิดตาย เทพบรรพกาลทั้งสี่ได้แก่ ซ่างกู่ ไป๋เจวี๋ย จื้อหยางและเทียนฉี่รวมถึงเหล่ามหาเทพทั้งหลาย ล้วนสูญสลายกลายเป็นผุยผงเพื่อปกป้องสามพิภพจากมหันตภัยหุนตุ้น และมีเพียงมหาเทพแค่ 3 องค์เท่านั้นที่เหลือรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน
นับแต่นั้นมหาเทพทั้งสามก็ได้รับความเคารพยกย่องเทิดทูนจากทั่วทั้งสามพิภพ มีเทียนตี้เป็นผู้ปกครองดินแดนสวรรค์ ส่วนมหาเทพกู่จวินกับมหาเทพอู๋ฮวั่นซึ่งเป็นชายา กลับเร้นกายใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่ในวังของตน ไม่ฝักใฝ่หรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวใดๆ ของทั้งสามพิภพ แต่เมื่อมหาเทพอู๋ฮวั่นตั้งครรภ์ทารกที่อยู่ในเปลือกไข่กลับอ่อนแรงและเปราะบาง จนทำให้มหาเทพกู่จวินผู้เป็นบิดาต้องออกจากวังไปเพื่อหาทางรักษาชีวิตน้อยๆ ของบุตรตน กระทั่งผ่านไปหลายพันปีเมื่อกลับมาอีกที ...มหาเทพอู๋ฮวั่นผู้เป็นชายาก็กลับกลายเป็นภรรยาของผู้อื่นและเป็นเทียนโฮ่วไปเสียแล้ว
...
หลายหมื่นปีหลังจากนั้นทารกในไข่ผู้มีนามว่า
โฮ่วฉือ ก็ได้ถือกำเนิดออกมา และได้ดำรงศักดิ์เป็นมหาเทพเทียบเท่ากับมหาเทพทั้งสามองค์ ตามคำประกาศของมหาเทพกู่จวินและตามทำนายของเทพพยากรณ์หลิงเจวียนซ่างจวินที่ว่า...'นางนั้นมีชะตาของมหาเทพ คือผู้ที่มาพร้อมกับชะตาอันล้ำเลิศ .... '
แม้จะมีศักดิ์เป็นถึงมหาเทพแต่เพราะพลังเซียนอ่อนด้อย โฮ่วฉือจึงไม่เคยย่างเท้าออกจากวังชิงฉือของตนเลยสักครั้ง นางใช้ชีวิตอยู่กับข้ารับใช้คนสนิท ส่วนบิดาผู้เป็นมหาเทพก็ออกท่องเที่ยวไปทั่วนานๆ ทีถึงจะกลับมา แต่เมื่อสองหมื่นปีผ่านไปที่งานฉลองวันเกิดของตงหัวซ่างจวิน เทพเซียนที่มาร่วมงานก็ได้ยลโฉมมหาเทพผู้คล้ายจะมีแต่ชื่อที่งานแห่งนี้เป็นครั้งแรก ( ตงหัวในเรื่องนี้เป็นชายแก่ไม่ใช่หนุ่มหล่อเหมือนในลิขิตเหนือเขนยอ่ะเศร้าๆ ๆ ๆ
)
การออกมาในครั้งนี้เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไขปริศนาที่อยู่ในใจของโฮ่วฉือมาเนิ่นนาน
...ว่าเหตุใดเมื่อถือกำเนิดนางจึงถูกมารดาทอดทิ้ง อีกทั้งหลังจากที่นางเบิกปัญญาได้ เหตุใดบิดาและไป่เสวียนถึงได้จากไปไม่กลับมา และเหตุใดนางผู้เป็นถึงมหาเทพจึงไม่อาจรวมพลังเซียนเหมือนดั่งเทพเซียนคนอื่นๆ ได้ …
ระหว่างทางโฮ่วฉือได้เจอกับเซียนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีนามว่า
ชิงมู่ ซึ่งในรอบสองพันปีมานี้เขาเป็นเซียนเพียงคนเดียวที่สามารถฝ่าด่านซ่างจวินได้ ทั้งเก่งกาจ+มากความสามารถบวกกับหน้าตาอันหล่อเหลา ชิงมู่จึงกลายเป็นที่ชื่นชอบและหมายปองของนางฟ้านางสวรรค์ทั้งหลาย โดยเฉพาะ องค์หญิงจิ่งเจา ธิดาองค์เล็กของเทียนตี้และเทียนโฮ่ว ...หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ออกเดินทางเพื่อตามหาร่องรอยของไป่เสวียนไปด้วยกัน จนเกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมาย และกลายเป็นความรักความผูกพันในเวลาต่อมา
แต่แล้วโฮ่วฉือก็กลับทำผิดกฎสวรรค์ อันเป็นเหตุให้ชิงมู่ต้องติดค้างองค์หญิงจิ่งเจา และตัวนางเองก็ต้องรับโทษด้วยการถูกเนรเทศไปอยู่ดินแดนอื่นเป็นเวลาถึง
100 ปี ทว่าเมื่อครบกำหนดกลับมา บุรุษหนุ่มในวันวานที่เคยเอ่ยปากสู่ขอนางต่อหน้าเทพเซียนทั้งหลาย ผู้ที่เคยสัญญาว่าจะเฝ้ารอนางกลับมาก็กลับหายไป เขากลายเป็นผู้ที่อยู่เหนือสามพิภพและได้ตกปากรับคำขอแต่งงานของหญิงนางอื่นไปเสียแล้ว...
หลังจากอ่านจบ .....
ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลามีอะไรไม่พูดไม่บอก ไม่ถามกันดีๆ ทำไมชอบเก็บเอาไว้แล้วไปแอบทำคนเดียว ชอบคิดแทนอีกฝ่าย สุดท้ายก็เสียเวลาไปเปล่าๆ เป็นหมื่นๆ แสนๆ ปี (ดีนะเป็นเทพถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปนานแล้ว ) ปากหนักกันทุกคนเลย ชอบทำอะไรอ้อมโลก อมพะนำกันเข้าไป ไม่หันหน้าคุยกันปรึกษากันมันก็เป็นแบบนี้แหละ
เป็นแนวเทพเซียนที่หน่วงตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ ปริศนา+ปมเยอะสลับซับซ้อนเดาทางไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะออกมาแบบไหน โดยเฉพาะพระเอกอ่านมาถึงเล่มสุดท้ายก็ยังไม่แน่ใจว่าลงเรือถูกลำหรือเปล่า จะใช่คนนี้ไหม55 ตัวละครในเรื่องมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ใครว่าเป็นเซียนเป็นเทพแล้วจะต้องดี เป็นมารแล้วต้องชั่วเสมอไป ต่อให้เป็นเทพก็มีความทะเยอทะยานและอิจฉาริษยาได้ไม่ต่างกับคนธรรมดา
เป็นแนวเทพเซียนที่หน่วงตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ ปริศนา+ปมเยอะสลับซับซ้อนเดาทางไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะออกมาแบบไหน โดยเฉพาะพระเอกอ่านมาถึงเล่มสุดท้ายก็ยังไม่แน่ใจว่าลงเรือถูกลำหรือเปล่า จะใช่คนนี้ไหม55 ตัวละครในเรื่องมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ใครว่าเป็นเซียนเป็นเทพแล้วจะต้องดี เป็นมารแล้วต้องชั่วเสมอไป ต่อให้เป็นเทพก็มีความทะเยอทะยานและอิจฉาริษยาได้ไม่ต่างกับคนธรรมดา
อย่างมหาเทพอู๋ฮวั่นที่ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็มีตำแหน่งฐานะที่สูง ถ้าเทียบกับเทพเซียนที่อยู่ในระดับเดียวกันก็เป็นรองเพียงแค่ไม่กี่คน เพราะเป็นถึงสัตว์พาหนะของเทพบรรพกาล แล้วไหนจะได้สิทธิ์ดูแลวังของเทพบรรพกาลซ่างกู่อีก พอหลังจากเกิดเภทภัยก็ยังได้เป็นเทียนโฮ่ว เป็นมหาเทพที่อยู่เหนือเทพเซียนทั้งหลายอีกด้วย แต่นางกลับไม่เคยพอยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วคงลืมไปว่ามหาเทพยังไงก็เทียบกับเทพบรรพกาลไม่ได้ดอก เสียใจก็แต่ที่นางไม่ได้โดนคนเดียวแต่ดันลากคนอื่นให้รับเคราะห์ไปด้วยน่ะสิ
( ไม่เข้าใจจริงๆว่าเทียนตี้สายตาไม่ดีหรือเปล่าถึงไปหลงรักนางได้
)
หลังจบเล่ม 2
จะเริ่มเข้าสู่ความหน่วงที่แท้จริง ปริศนาของนางเอกก็จะค่อยๆ เฉลยออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวด ที่แม้นผ่านไปกี่หมื่นปีก็ยังคงอยู่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่จะมีอยู่แค่คนเดียวที่ความทรงจำนั้นครบถ้วนไม่ขาดหาย และยอมทำเรื่องผิดบาปมากมาย ยอมแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ซึ่งหลายๆ อย่างที่พี่แกทำมันก็ช่างทำร้ายจิตใจนางเอกและเราคนอ่านจริงๆ ปุบปับก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยังไม่ได้ทันได้ตั้งตัวหันมาอีกทีก็กลายเป็นคนอื่นซะแล้ว...
ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง กระทั่งนางเอกก็ยังถูกปิดบังความทรงจำ แบบยินดีให้นางโกรธเกลียดเคียดแค้นจนตายยังดีกว่าให้นางรู้
...แม้แต่ลูกตัวเองก็ยังยอมตัดใจทอดทิ้งไม่เหลียวแล
เพราะอะไรกัน?
แท้จริงเมื่อหกหมื่นปีก่อนนอกจากเภทภัยหุนตุ้นแล้วยังเกิดเรื่องใดขึ้นอีก? แท้จริงแล้วใครคือผู้ที่เสียสละ
ผู้ที่เจ็บปวดหรือผู้ที่ฉวยโอกาสในยามที่วุ่นวาย ถ้าอยากรู้ต้องอ่านให้จบแล้วจะทึ่ง
แล้วจะรู้ว่าใครกันคือคนที่เสียสละเพื่อนางเอกมากที่สุด....
- นอกจากคู่ของพระ-นาง ก็ยังมีคู่ของเฟิ่งหรั่น (คนสนิทของนางเอก) กับองค์ชายรองจิ่งเจี้ยนที่เราแอบเชียร์อยู่ไม่แพ้คู่หลัก องค์ชายรองผู้อบอุ่นอ่อนโยนกับแม่หงส์แดงที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง เป็นคู่ที่คนมีใจแต่ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะบ้านเอ็ง(องค์ชาย)ทำกับเขาไว้เยอะโดยเฉพาะแม่เอ็ง แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนก่อแต่ก็ต้องติดร่างแหไปด้วย ความรักนี้จึงต้องตัดใจทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม ยิ่งพออ่านไปถึงเล่ม 4 ก็จะยิ่งรู้สึกสิ้นหวังและอาจมีเสียน้ำตา พรากๆ ๆ ๆ ๆ ...แต่ๆ ๆ ๆ
ขอให้ทุกคนใจร่มๆ และจำไว้ว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอนะจ๊าา 55
📍ตำนานรักสองสวรรค์ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8V18RzHGYc
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






