วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ



ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนฉิน
ผู้แปล : เกาลัดเดือนสิบสอง
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ไป๋เสวี่ยฝู บุตรสาวคนรองของอัครเสนาบดีไป๋ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกิณี
จึงทำให้ไป๋เสวี่ยฝูถูกขับไล่ให้ไปเฝ้าโคมดำอยู่ที่อารามชีตั้งแต่ยังเด็ก  
และในตอนที่อายุ 14 นางก็ได้บังเอิญช่วยเหลือเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถูกคนตามฆ่าจนพลัดหลงเข้ามาอยู่ในเขตอารามชีเข้า  เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณหรือด้วยความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง
เขาจึงสัญญาว่า...ขอเวลาเพียงหนึ่งปีแล้วเขาจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณนี้ 
และจะมอบครอบครัวที่อบอุ่นแสนสุขให้กับนาง ...

เยวี่ยเยี่ย จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของแคว้นอวิ๋นเยวี่ย  ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต 
เพื่อช่วงชิงบัลลังก์เขาถึงขนาดสังหารพี่น้องของตัวเองได้อย่างเลือดเย็น  
แม้ข้างกายจะมีสนมนางในมากมาย  แต่ลึกๆ ในใจของเขากลับไม่เคยลืมเลือนหญิงสาวที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ที่อารามเมี่ยวเฟิงคนนั้นเลยสักครั้ง  
กระทั่งสามปีผ่านไปเมื่อการคัดเลือกสาวงามมาถึง เขาก็ได้เจอกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่อยู่ในดวงใจ .....แต่น่าเสียดายที่นางกลับเป็นลูกของศัตรูที่เขาเกลียดชัง

นางเอกถูกพ่อบังคับให้เข้าวังมาคัดเลือกสาวงามแทนพี่สาว ไป๋อีหนิง ที่ยอมทำลายใบหน้าของตัวเอง แต่ให้ตายก็ไม่ยอมเข้าวังมาเป็นสนมนางใน  
ด้วยความรักพี่สาวกับเป็นห่วงแม่ ที่ไม่เคยได้รับความรักความห่วงใยจากพ่อผู้เป็นสามีเลย 
นางเอกจึงจำใจยอมเข้าวังอย่างช่วยไม่ได้ ...และเพียงวันแรกที่เข้าวังนางก็ได้เจอกับจักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความโหดเหี้ยมเข้าพอดี  แต่ที่ทำให้นางช๊อคที่สุดก็คือจักรพรรดิหนุ่มผู้นี้ดันมีใบหน้าเหมือนกับเด็กหนุ่มที่นางเคยช่วยไว้เมื่อ 3 ปีก่อนเปี๊ยบ  
หลังจากตกใจความเสียใจก็ตามมาเพราะเขากลับจำนางไม่ได้เลยสักนิด... กระซิกๆ

ในฐานะลูกของศัตรูนางเอกจึงถูกจัดให้ไปอยู่วังอันไกลโพ้น แบบดูก็รู้เลยว่าไม่เป็นที่โปรดปราน  
แต่ด้วยเส้นสายของพ่อนาง สุดท้ายก็ทำให้ลูกสาวเข้าใกล้พระเอกจนได้  
ส่วนพระเอกก็รู้แผนการพ่อนางเอกมานานแล้ว รู้ว่าที่พ่อนางเอกส่งลูกสาวเข้าวังมาเนี่ยไม่ได้มาดีแน่นอน   พี่แกรอดูเลยว่าจะมีแผนชั่วอะไร...หึหึ   
แต่นางเอกก็ไม่มีทางเลือกเพราะไหนจะเจอพ่อวางยา
แล้วไหนจะเรื่องแม่อีก  โดนบีบทุกทางแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ ....

อ่านจบแล้วส่วนตัวคิดว่า ทั้งคู่ไม่น่าจะรักกันได้ขนาดนี้เลยนะเพราะเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง 
ไม่น่าจะถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แถมคุยกันไม่กี่ประโยคเอง อะไรจะฝังจิตฝังใจขนาดนั้น   
ของพระเอกยังพอเข้าใจว่าคงประทับใจที่นางเอกให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ในชีวิตเจอแต่คนคิดไม่ดี+คิดลอบฆ่าอยู่ตลอด 
 มีไม่กี่คนที่หวังดีให้ความช่วยเหลือก็เลยหวั่นไหวกับนางเอก  
แต่นางเอกนี่อยู่ในอารามชีมาตั้งแต่เด็ก แถมตอนนั้นก็ปฏิเสธพระเอกไปซะดิบดี 
ไม่เชื่อลมปากของบุรุษตามที่อาจารย์สั่งสอน  แต่ๆ ๆ ๆ ปากบอกว่าไม่แต่ใจนี่คิดจ้า  
คิดมาตลอดไม่เคยลืม เผลอๆ คิดมากกว่าอีตาพระเอกอีกด้วย 55 ...
ใจหนึ่งก็เข้าใจ ก็บอกตัวเองว่าพระเอกคงจำไม่ได้คงลืมเพราะตอนนั้นมันบลาๆ ๆ ๆ   
แต่อีกใจหนึ่งก็น้อยใจว่าทำไมจำไม่ได้ฟะ...(ก็ตอนนั้นนางมีผ้าคลุมหน้าอยู่ใครจะไปจำได้ล่ะจ๊ะ) 
คือพระเอกก็คับคล้ายคับคลาแต่ไม่ชัวร์ไง  เพราะตอนนั้นไม่เห็นหน้าแต่ก็จำกลิ่นหอมบนตัวนาง
กับท่าทางบางอย่างได้  แต่คนจำได้ก็บอกไม่ได้ มันก็เลยทำร้ายกันไปมาแบบนี้แหละจ้า ...

ตอนเล่มแรกก็สนุกดีอยู่นะ แต่พอเล่ม 2 หลังจากที่รู้ว่านางเอกเป็นใครแล้วเท่านั้นแหละ...
จักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตก็กลายเป็นทาสเมียในบัดดล ...
ดึงดันจะแต่งตั้งนางเอกเป็นฮองเฮาให้ได้ ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากขุนนางในราชสำนักเลย  
ซึ่งก็สมควรแล้วที่ถูกคัดค้าน (อันนี้เห็นด้วยนะเหตุผลถูกต้อง)  
แต่พระเอกก็โนสนโนแคร์จ้าาา รักเมียเหลือเกินสุดท้ายเป็นไงล่ะ...บ้านเมืองเป็นไงล่ะ หึหึ  



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น