วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561

พานพบอีกครายามบุปผาโปรยปราย


พานพบอีกครายามบุปผาโปรยปราย (เล่มเดียวจบ) / ผู้แต่ง : สู่เค่อ
ผู้แปล : มิราทิพย์
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
พันปีก่อนนางเป็นเพียงภูตน้อยดอกฉา
ขณะที่เขาเป็นผู้ปกครองสวรรค์
ณ งานชุมนุมบุปผาที่จัดขึ้นทุกร้อยปี
นางสารภาพรักกับเขาเบื้องหน้าธารกำนัล
" ข้าเพียงปรารถนาเป็นชายาของท่าน "
เขาแย้มยิ้ม " เช่นนั้นก็จงบำเพ็ญเป็นเซียน "
นับจากนั้นนางตั้งใจบำเพ็ญเพียร
ห้าร้อยปีต่อมานางถามอีกครั้ง
" เมื่อใดข้าถึงจะได้เป็นชายาของท่าน "
เขานิ่งเงียบครู่หนึ่ง ยิ้มแล้วตอบ
" รอเจ้าได้ลงบันทึกในทะเบียนเซียนค่อยว่ากัน "
ภูตสาวที่ปรารถนาเป็นชายาของเขามีน้อยเสียที่ไหน
ในที่สุดนางก็เข้าใจสาเหตุที่เขานิ่งเงียบ

นางหันหลังให้เขาอย่างเด็ดเดี่ยว
ตัดสินใจเลือกวาสนารัก  "ใช้ตัวเคียงคู่" ในโลกมนุษย์
นางไม่ต้องการบำเพ็ญเป็นเซียน
นางเพียงต้องการลืมเลือนเขา!

บัดนี้ความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจนับพันปีทำให้เขาฝืนลิขิต
เปลี่ยนชะตา  พานางในชาติใหม่หวนคืนอดีตชาติ
หมายมาดให้นางบำเพ็ญเป็นเซียนอีกครั้ง
ยามบุปผาโปรยปราย  ทั้งคู่พานพบอีกครา
วันนั้น สีแดงเจิดจรัสจับตา ดอกฉาผลิบานทั่วภูผา
สุดท้ายจะกรีดบาดนัยย์ตาผู้ใด

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์ )
ย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน ณ งานชุมนุมที่วังบุปผา  
ภูตดอกฉาน้อยตนหนึ่งได้ตกหลุมรักเทพเซียนผู้หนึ่งซึ่งมีรูปโฉมงดงามท่าทางสูงส่งเข้าให้ ท่ามกลางงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าเทพเซียนมากมาย นางใจกล้าถึงขนาดวิ่งเข้าไปสารภาพรักและถามเขาว่า นางสามารถเป็นเสินโฮ่วของเขาได้หรือไม่ ...เขาเพียงยิ้มแล้วบอกให้นางเป็นเซียนก่อน แม้จะถูกผู้อื่นดูแคลนหัวเราะเยาะแต่เมื่อมีความปรารถนา...นางจึงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพียงเพื่อหวังจะได้เป็นเซียนและครองคู่อยู่กับเขา

แต่เมื่อพันปีผ่านไปนางถึงได้รู้ว่าเขาไม่มีทางแต่งกับนาง และนางก็ไม่มีวันได้เป็นเสินโฮ่วของเขา...เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้ง นางจึงแย้มยิ้มและบอกว่าตนจะลืมเลือนเขา นับแต่นี้ไม่ขอบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนอีกชั่วนิจนิรันดร์ เพียงแค่หวังได้ลงไปเวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้นก็พอ….

นางเอกได้ลงไปเวียนว่ายตายเกิดกลายเป็นเป็นมนุษย์และลืมเลือนทุกสิ่งอย่าง ไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ ได้เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้แต่งงานมีบุตรธิดาและใช้ชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วๆ ไป ...จริงๆ ก็ดีแล้ว เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ตัวนางเอกปรารถนา แต่น่าเสียดายที่ใครบางคนไม่ชอบ  
ไม่ต้องการให้นางเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา และต้องเวียนว่ายตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดไป เขาจึงยื่นมือเข้ามาขัดขวางเพื่อหวังให้นางได้เข้าใจถึงความทุกข์ยากลำบาก และเลิกยึดติดกับความรักแบบมนุษย์สักที   

แต่จนแล้วจนรอดนางเอกก็ยังยึดมั่นไม่ยอมแพ้ ยังคงมุ่งมั่นเดินต่อไปบนเส้นทางที่ตัวเองเลือก ไม่ว่าพระเอกจะโน้มน้าวพยายามเกลี้ยกล่อมยังไง นางก็ไม่สนใจและไม่เคยเหลียวหลังกลับมา กลายเป็นพระเอกนั่นแหละที่ต้องคอยแวะเวียนมาหา พอนางเอกเกิดเรื่องอะไรก็รีบแจ้นมาอย่างไว พอได้เห็นเขาแต่งงานมีชีวิตธรรมดาก็เจ็บปวดใจจนข่มตานอนหลับไม่ได้เป็นปีๆ ...เฮ้อ สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่ยังยึดติดไม่ยอมปล่อย หรือไม่อยากให้เขาลืมเลือนตนไป ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ยืนยันหนักแน่นแล้วว่าตัวเองต้องการสิ่งใด แต่พระเอกก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเสียที... เหอๆ

เรื่องนี้จบ Happy นะคะ แต่ระหว่างทางก็จะมีน้ำตาซึมๆ บ้าง...คือเราไม่ได้เสียน้ำตาให้กับคู่ของพระ-นางเลยนะ  
แต่ไปเสียน้ำตาให้คู่ของนางเอกกับหนุ่มคนอื่นและคู่ของคนอื่นๆ ที่อยู่ในเรื่องนี้แทน จริงๆ อยากให้นางเอกได้ลงเอยกับคนอื่นมากกว่า ถึงจะรู้ว่าพระเอกก็ทำอะไรหลายๆ อย่างให้นางเอกเหมือนกันก็เถอะ แต่ไม่รู้สิ คือพอดูจากการกระทำของพี่แกแล้วมันไม่ค่อยน่าประทับใจด้วยมั้ง แล้วพี่แกชอบพูดอะไรคลุมเครือด้วย คือก็ไม่ได้โกหกนะ แต่ก็ไม่ได้พูดความจริง ไม่ได้ตอบรับนะแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรประมาณเนี่ย ซึ่งด้วยนิสัยนางเอกคือเป็นคนตรงๆ ถ้าบอกไปชัดๆ ตั้งแต่แรกเรื่องมันคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้หรอก นี่มันเหมือนกับไปให้ความหวัง แล้วเดี๋ยวก็ไปทำลายความหวังเขา พอเขาตัดใจแล้วก็ยังจะตามไปยุ่งวุ่นวายอีก คือนางเอกก็บอกอยู่ว่านางพอใจกับชีวิต จะดีจะร้ายนางก็เต็มใจยอมรับผลที่จะตามมาเอง   ปฏิเสธไปตั้งหลายที พูดดีๆ ก็แล้ว ประชดประชันก็แล้ว แต่พระเอกก็ยังไม่ยอมเลิกยุ่งสักที อ้างแต่เป็นมนุษย์มันไม่ดีอยากให้กลับมาเป็นเซียนอยู่นั่นแหละ ขนาดตัวเองมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วด้วยนะ ก็ยังเทียวไปเทียวมาอยู่ได้  ...เฮ้อ คู่หมั้นก็หึง นางเอกก็รำคาญ แต่พี่แกก็ยังหน้ามึนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น 55+

- พระเอกเรื่องนี้เหมาะกับตำแหน่งนักการทูตหรือนักเจรจามาก มีจิตวิทยาในการพูดสูงมาก สามารถเปลี่ยนเรื่องคอขาดบาดตายให้กลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วได้ภายในประโยคเดียว ...โดนนางเอกต่อว่าพูดจาประชดประชันใส่ไปตั้งกี่ที แต่พี่แกก็ยังคงนุ่มนวลอ่อนโยน สีหน้าไม่มีเปลี่ยนเหมือนเดิม ไม่เคยหลุด (แต่ไปหลุดตอนท้ายนะ 55+) ไม่มีตะคอกหรือพูดจาแย่ๆ อะไรออกมาเลยด้วยนะ ใจเย็นมาก อ่อนโยนสุดๆ ...นับถือๆ ๆ ( เอาจริงๆ ก็หมั่นไส้พี่แกนะแต่ก็โกรธไม่ค่อยลง เอ๊ะ ยังไง!!! 555 )

.................................................................................................

" ความรักของมนุษย์ล้วนประดุจหมอกควัน  จะเทียบวีถีแห่งเซียนอันเป็นนิรันดร์ได้อย่างไร
หากเจ้ายังเอาแต่ใจเช่นนี้ต่อไป  แม้แต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้ "

เอาแต่ใจ?  นางเงียบไปครู่หนึ่ง พลันถามขึ้น  " ข้าไม่มีวันได้เป็นเสินโฮ่วใช่หรือไม่ "

เขานิ่งอึ้ง

" เซียนระฆังบอกข้าหมดแล้ว ท่านหลอกข้ามาตลอด " นางขอบตาแดงเรื่อเชิดหน้าอย่างทระนง

" แท้จริงท่านรักข้าหรือไม่  ข้ายังเป็นเสินโฮ่วของท่านได้หรือไม่ "

เขามองนางเนิ่นนาน  เอ่ยตอบเพียงคำถามสุดท้าย " ไม่ได้ "

นางหมุนตัวเดินจากไป


📍พานพบอีกครายามบุปผาโปรยปราย ➡️ https://s.shopee.co.th/3VcNK9FQlS







วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

ของรักของข้า 2 เล่มจบ




ของรักของข้า 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง :จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
ร่างนี้เป็น 'ของรัก' ของเธอ แต่ก็เป็น 'ของหวง' ของเขา
สุดท้ายแล้ว... ใครกันแน่ที่จะได้ครอบครอง!

ชีวิจของคนเราทุกคนมักจะมี ของแสลง หรือ จุดตาย
ที่จะไม่ยอมให้ใครมาก้าวล่วง ให้ใครได้ล่วงรู้
ใครจะไปคาดว่า ...
จอมมารอันดับหนึ่งในสามโลกอย่าง ตงฟางชิงชาง ผู้ยิ่งใหญ่
ปีศาจไร้หัวใจ ที่โหดเหี้ยมแม้แต่กับตัวเอง ...
จะมี จุดตาย เป็นดอกไม้น้อยๆ ที่แสนจะบอบบางดอกหนึ่ง
ดอกไม้เพียงดอกเดียว
เปลี่ยนความเชื่อ ความชอบ และโลกทัศน์ ของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
เสี่ยวหลันฮวา  เจ้ากล้วยไม้น้อยที่ได้เทพลิขิตชะตา ซือมิ่ง เลี้ยงดูฟูมฟักมาจนผลิดอกออกใบ  
ในวันที่เผ่าปีศาจยกทัพขึ้นมาบุกโจมตีดินแดนสวรรค์   
ด้วยความตกใจกลัวบุปผาน้อยจึงสลัดกลีบใบร่วงหล่นออกมา เพื่อหลบหนีความวุ่นวาย  ... 
แต่ในขณะที่กำลังลอยละล่องอยู่นั้น นางก็ดันปะทะเข้ากับจอมมาร ตงฟางชิงชาง 
ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพกลับคืนมาพอดี ..
และนับตั้งแต่นั้น ชีวิตของกล้วยไม้น้อยก็มีแต่เรื่องเลวร้ายโหมซัดสาดเข้ามา 
แถมยังมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่ขาดสาย และไม่มีหยุดพักอีกด้วย... หึหึหึ

ตงฟางชิงชาง ประมุขของเผ่าปีศาจ และเป็นจอมมารบูรพาที่อยู่เหนือกฏเกณฑ์ของทั้งสามโลก   
เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยม เย็นชา  และไม่เคยสนใจใยดีสิ่งใดนอกจากการต่อสู้   
แต่วันหนึ่งเขากลับพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับนักรบหญิง ซื่อตี้ เทพสงครามแห่งฟ้าดิน  
จอมมารตงฟางแค้นใจเหลือหลาย จิตใจเต็มไปด้วยความคั่งแค้นสุดๆ  
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมาเพื่อล้างความอับอายในครั้งนั้นให้จงได้

แต่แผนการต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อจอมมารต้องมาสลับร่างกับเจ้ากล้วยไม้น้อย เสี่ยวหลันฮวา  
ที่มีนิสัยขี้ขลาดขี้กลัวและแถมยังขี้แงอีกด้วย   
นางทำให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้า  ทำให้เขาอยากจะลงมือฆ่านางวันละหลายๆ หน
แต่ก็ทำไม่ได้  เพราะนั่นมันร่างกายตัวเอง 55+  ...
เขาจึงได้แต่ทนๆ ๆ แล้วก็ทนๆ ทนให้นางใช้ร่างของเขาบีบน้ำตา  
ใช้เส้นผมของเขาถักเปีย และสร้างความอับอายต่างๆ นานาจนเขาอยากจะบีบคอตัวเอง  
เอ้ย!คอนางให้ตายซะเดี๋ยวนั้นเลย

ทว่าถึงคนทั้งคู่จะเกลียดขี้หน้ากัน ชอบทะเลาะตบตีกัน และวางแผนหลอกกันอยู่ตลอดเวลา  
แต่สุดท้ายในยามที่เดือดร้อน  ยามที่ถูกผู้คนไล่ฆ่าและไม่มีบ้านให้กลับ  
ก็มีแต่คนข้างๆ ผู้นี้นี่แหละ ที่คอยยื่นมือเข้ามาและช่วยปกป้องเอาไว้.....
นานวันเข้าจอมมารที่ไร้หัวใจ ก็เริ่มปกป้องหวงแหนกล้วยไม้ดอกนี้โดยไม่รู้ตัว  
และเจ้ากล้วยไม้ดอกนี้ก็เริ่มรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้อยู่ข้างๆ กายเขา  
   แต่ความสุขมักอยู่กับเราได้ไม่นาน  เมื่อความจริงค่อยๆ ปรากฏว่าร่างใหม่ที่เขาหามา
และทุกๆ อย่างที่เขาทำลงไป จริงๆ แล้วนั้นไม่ใช่เพื่อนาง แต่เขาทำเพื่อใครอีกคน .... 
ความจริงที่ทำให้นางแทบหัวใจสลาย  
เพราะนางดันเผลอมอบหัวใจให้กับจอมมารร้ายที่โหดเหี้ยมที่สุดในสามโลกนี้ไปเสียแล้ว  
รู้ทัั้งรู้ว่าเขาไม่มีหัวใจ ไม่เคยรักใคร แล้วเขาจะรักนางได้อย่างไรกันเสี่ยวหลันฮวา .......

อ่านจบแล้ว ... เราชอบเนื้อเรื่องนะ 
บุคลิกพระเอกก็น่าสนใจดี เป็นจอมมารที่ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนหรือปีศาจทั่วไป  
ถ้าหากไม่โดนเล่นตุกติกหรือบาดเจ็บสาหัสจริงๆ ก็คงไม่มีใครล้มพี่แกได้เลยร้ายกาจจริงๆ ๆ ๆ  
และถึงจะเป็นประมุขของเผ่าปีศาจ แต่ก็หาได้แคร์หรือสนใจในเผ่าพันธุ์ตัวเองไม่ 55+    
ไม่ว่าจะเป็นใครหากมาขัดขวางหรือทำให้พี่แกไม่พอใจ ก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว   
นางเอกนี่ก็เกือบไม่รอดนะ แถมยังถูกพระเอกหลอกใช้จนหยดสุดท้ายเลยด้วย  
( ไม่รู้จะหลอกอะไรขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ชอบนางเอกแล้วนะ 55+ )   
นางเอกเป็นคนขี้กลัวมาก แต่เพราะกลัวตายมากกว่าก็เลยต้องจำใจอยู่ข้างๆ พระเอกต่อไป   
เพราะตัวเองอ่อนแอสู้ใครเขาไม่ได้  หนีไปไหนได้ไม่นานก็ต้องกลับไปหาพระเอกใหม่อยู่ดี 55+ 

ในเรื่องจะเจอคู่ของท่านเทพสงครามโม่ซีกับซานเซิง  และเทพลิขิตชะตาซือมิ่งกับฉางยวนด้วย 
( แต่ในเรื่องนี้จะเปลี่ยนเป็น ฉางเยวียน และจากเทพมังกรบรรพกาลก็เปลี่ยนเป็นปีศาจมังกรแทนเด้อจ้า.. )  ที่ชอบมากๆ คือในตอนพิเศษจะมีเรื่องลูกของซือมิ่ง ... 
และมีกล่าวถึงลูกของท่านยายซานเซิงด้วย เย้ๆ ๆ  ( ท่านเทพสงครามน้อย 55+ )  ...


ปล. ติดตรงสำนวนการแปลที่ไม่ค่อยชอบเลย  สำนวนวัยรุ่นมากอ่านแล้วไม่ได้อรรถรสเลย  
คือมันก็อ่านเข้าใจรู้เรื่องนะแต่ไม่อิน  ทื่อมาก  เลือกใช้คำได้ไม่สละสลวยเลย 
 ...แต่บางท่านอาจจะชอบก็ได้น๊าแล้วแต่คนเน้อ ( ความคิดเห็นส่วนตัวหากท่านใดไม่ชอบต้องขออภัยด้วยน๊า )



📍ของรักของข้า 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/70CKfjnV9v






วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

โฉมสะคราญล่มเมือง 2 เล่มจบ


โฉมสะคราญล่มเมือง 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : ตั่วตั่วอู่ 
ผู้แปล : เบบี้นาคราช
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ดวงชะตาของนางถูกลิขิตให้เป็นเช่นนี้หรือ
เป็นโฉมสะคราญที่งามล้ำเลิศเหนือผู้ใด
แต่ต้องแต่งให้กับชายที่มิได้รักใคร่
อีกทั้งยังมีใจปรารถนาในหญิงอื่นที่มิใช่นาง
อวี๋กุยหวั่น  อยู่ในจวนอัครเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้น
แม้ไม่ได้ทุกข์ร้อนสิ่งใด  แต่จิตใจก็หาได้มีความสุขไม่
ผู้ได้ชื่อว่าเป็น สามี  ให้นางทุกอย่างที่นางอยากได้  ยกเว้น ความรัก
แต่นางเองก็มิได้ต้องการเพียงแค่ ความรัก เช่นกัน
นางดำรงอยู่เพื่อค้ำจุนส่งเสริมผู้มีสายเลือดเดียวกัน
และบัดนี้ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ก็ทำให้นางได้เข้าใกล้คนผู้นั้นแล้ว !

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอก อวี๋กุยหวั่น  บุตรสาวท่านแม่ทัพผู้ตรวจการแห่งเมืองหลวง  
เป็นหนึ่งในสองหญิงงามแห่งยุคคู่กับ  เหยาอิ๋ง บุตรสาวของราชบัณฑิตแห่งสำนักราชบัณฑิต  
เพราะความงดงามจึงทำให้ทั้งสองต่างเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วหล้า  
ถึงจะแต่งงานแล้วก็ยังไม่วายมีคนมาชอบอยู่เรื่อยๆ เสน่ห์แรงไม่มีตก 55+   
ครั้งหนึ่งคนทั้งคู่เคยเสี่ยงเซียมซีได้ใบ ตี้หวังเยี่ยน เหมือนกัน  
แต่ทว่าชะตาชีวิตกลับพลิกผันไปคนละทาง

อวี๋กุยหวั่น  ได้รับสมรสพระราชทานให้แต่งกับ โหลวเช่อ  อัครเสนาบดีใหญ่แห่งแคว้น  
ส่วน เหยาอิ๋ง กลับได้เข้าวังและกลายเป็น อิ๋งกุ้ยเฟย  เป็นพระสนมที่ได้รับความโปรดปรานรักใคร่
จากฮ่องเต้มากที่สุด  และยังเป็นสตรีที่อยู่ในใจของโหลวเช่อท่านอัครเสนาบดีใหญ่อีกด้วย 
ในคืนวันแต่งงานโหลวเช่อได้บอกกับ อวี๋กุยหวั่น ภรรยาที่เพิ่งเข้าพิธีกันหมาดๆว่า...
เขายินดีมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้แก่นาง เพียงแต่เขารักนางไม่ได้เท่านั้น ......

เรื่องนี้ค่อนข้างหนักไปทางสงครามการเมือง การสู้รบ และการวางแผนช่วงชิงอำนาจ
ของหลายฝ่ายหลายกลุ่ม  มีทั้งฝ่ายฮ่องเต้ที่ต้องการอำนาจกลับคืนมา  
ฝ่ายท่านอัครเสนาบดีที่ไม่อยากถูกใครบังคับควบคุม ฝ่ายอ๋องตวนที่ดูยียวนเป็นไม้เบื่อไม้เบา
กับทั้งสองฝ่าย แต่สุดท้ายเป้าหมายจริงๆ กลับอยู่ที่อีกอย่างแทน   
และฝ่ายขององค์ชายต่างแคว้นที่รักแรงเกลียดแรง  
แต่ก็ไม่ลืมเป้าหมายที่จะแย่งชิงแผ่นดินนี้มาครอง 

และเมื่อ 3 ขั้วอำนาจใหญ่ของแคว้นทะเลาะกัน ก็ก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ที่ปั่นป่วนไปทั่วทั้งแผ่นดิน  ก่อให้เกิดช่องโหว่ เปิดโอกาสให้มือที่สามเข้ามาแทรกแซง จนนำไปสู่การชักศึกเข้าบ้าน  
ประชาชนเดือดร้อน ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย และต้องสูญเสียแม่ทัพนายกองฝีมือดีไปหลายคน....

อ่านจบแล้วสรุปได้ว่า  2 สิ่งใหญ่ๆ ที่เหล่าผู้กุมอำนาจในเรื่องนี้ต้องการก็คือ 
อำนาจกับหญิงงาม นี่แหละ  ทั้งหล่อ รวย มีความสามารถ มีทั้งเงินทองฐานะ
แต่ดันมาตกม้าตายกันเพราะเรื่องผู้หญิง
คือบ้านเมืองก็วุ่นวายจะตายอยู่แล้ว ทีนี้พอมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาอีก มันก็เลยยิ่งยุ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่   อำนาจก็จะเอา ผู้หญิงก็ต้องได้ ไม่ยอมปล่อยอะไรสักอย่าง  
ทั้งๆ ที่หญิงงามก็อยู่เฉยๆ พยายามทำตัวเงียบๆ แล้วนะ  แต่ฝ่ายผู้ชายน่ะสิดันชอบคิดเองเออเอง  
ผู้หญิงเขาไม่ได้ชอบ  เขาแต่งงานแล้ว  เขาไม่เล่นด้วย (อันนี้หมายถึงนางเอกนะอีกคนบ่นับ 55+)  
ก็ยังคลั่งไคล้ซะเหลือเกิน เห็นเขาทำอะไรก็ว่าดีว่างามไปหมด ...
ความยับยั้งชั่งใจหายไปไหนกันหมด  ทั้งเรื่องเห็นมีสติอยู่คนเดียวคือท่านแม่ทัพ
ที่รู้จักควบคุมตัวเองและรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ( อยากจะตะโกนดังๆ ว่าทำไมถึงไม่ได้เป็นพระเอก )  
เป็นคนเดียวในเรื่องที่เรารู้สึกว่าเห็นแก่ส่วนรวมมากว่าส่วนตนที่สุด
  ...ส่วนที่เหลือๆ ก็มัวแต่ทะเลาะกันจนบ้านเมืองจะฉิบหายวายวอดอยู่แล้วถึงค่อยได้สติ ...
ที่ได้สตินี่ไม่ใช่อะไรนะ แต่เป็นเพราะหญิงงามกำลังอยู่ที่นั่นพอดี
เดี๋ยวจะได้รับอันตรายไปด้วยก็เลยเลิก ....ดีจริงๆ    

*** เรื่องนี้จบปลายเปิดเน้อ  ฉับๆ ๆ โผล่มาอีกทีก็บทส่งท้ายเลย ..
เราก็เปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆ นะ เพราะคิดว่าคงมีเขียนต่อแหละ ... แต่ไม่มีจ้า จบแล้วจ้า 
...เอาไปมโนตีความต่อกันเองเด้อพี่น้อง 55+

ปล. ในเรื่องนี้มีคนที่น่าจะเป็นพระเอกได้ถึง 4 คนเลย  บุคลิกของทั้งสี่คนนี้ค่อนข้างโดดเด่นชัดเจน
และกินกันไม่ลง  ถ้าเอาไปแต่งเป็นเรื่องแยกให้มีอีกสัก 3 คู่ก็คงจะดี .
จะได้ happy กันทุกคนไปเลย 55+ ... ( เรื่องนี้ถึงเราจะรู้ว่าใครเป็นพระเอกแต่เราก็ยังเชียร์อีกคนอยู่ดีแหละ 55+)



📍โฉมสะคราญล่มเมือง 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7plRfOCiCh







วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ


ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : 歌尽桃花 หมีเป่า
ผู้แปล : อาจือ
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
เธอผู้อกหัก  ข้ามมิติไปอยู่ในแคว้นตงฉีโดยไม่ได้ตั้งใจ 
จากนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งกลายมาเป็นเซี่ยเจาหวา  
ธิดาคนที่สี่ผู้มีปัญหาทางสมองของราชครูเซี่ย

เขาผู้มีสถานภาพลึกลับ
ทำตัวเจ้าสำราญไปวันๆ  อยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง
บางครั้งก็เป็นเซี่ยเจาอิง  พี่ชายคอรองของเธอ
บางครั้งก็เป็นเซียวเซวียน  เยียนหวังแห่งราชสำนัก

ความลึกลับของเขา  ทำให้เธอซึ่งเดิมอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพ
มีอันต้องประสบเคราะห์ภัยตามชะตาฟ้าลิขิต  
จนถูกพัดพาเข้าไปสู่วังวนความรักและศึกช่วงชิงอำนาจ ....

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)


เซี่ยหวายหมิน หญิงสาวจากยุคปัจจุบัน นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 3 คณะแพทย์แผนจีน  
นางแอบรักพี่ชายข้างบ้านรูปหล่อเพอร์เฟคอยู่คนหนึ่งมาเนิ่นนาน  
แต่ไม่เคยบอกความในใจ จึงทำได้แค่เพียงแอบรักเขาไปเรื่อยๆ จนพี่ชายข้างบ้านจะแต่งงาน  
เซี่ยหวายหมินก็เลยต้องอกหักรักคุดไปตามระเบียบ
หลังจากที่อกหัก เซี่ยหวายหมินก็ประสบอุบัติเหตุทำให้วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ 
เซี่ยเจาหวา คุณหนูสี่ หรือบุตรสาวคนสุดท้องของท่านราชครูเซี่ย ...หึหึ  
คุณหนูสี่คนเดิมนั้นมีความปกติทางสมอง พูดเป็นประโยคไม่ได้หรือพูดง่ายๆ ก็คือปัญญาอ่อน  
แต่เมื่อนางเอกได้มาอยู่ในร่างนี้ก็แน่นอนว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป (ตามระเบียบ)  
จากเด็กสาวปัญญาอ่อนที่พูดไม่ได้ก็กลายมาเป็นเฉลียวฉลาด พูดจาฉะฉาน และมีวิชาแพทย์ติดตัว

ส่วนพระเอกก็เป็นคนที่เราเกือบเดาผิดเพราะเข้าใจว่าเป็น ... ของนางเอก
แต่เพราะออร่าเขาแรง สุดท้ายเราก็เลยไม่ต้องลงเรือผิดลำ 55+  
...พระเอกเป็นน้องชายของฮ่องเต้ที่กำลังป่วยหนักอาการร่อแร่ใกล้ตายเต็มที  
แถมในขณะที่ล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ก็โดนบรรดาญาติๆ ฝั่งเมียรุมปองร้ายคิดโค่นบัลลังก์      
เมียฮ่องเต้คนนี้โหดมาก คิดจะกำจัดพระเอกมาตั้งแต่ยังเด็กเลย   
คอยหาทางลอบฆ่าพระเอกอยู่ตลอด เพราะกลัวจะมาแย่งบัลลังก์กับลูกนาง  
ขนาดพระเอกโดนส่งไปอยู่ที่อื่นแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อย ยังส่งคนไปลอบฆ่า  
จนทำให้พระเอกต้องสูญเสียคนสำคัญและกลายเป็นบาดแผลใหญ่ในใจเรื่อยมา

เราว่านางเอกเรื่องนี้คล้ายๆ กับแครอลในคำสาปฟาโรห์อยู่นะ      
ตรงที่นางต้องระเห็จไปรักษาคนนู้นคนนี้อยู่บ่อยๆ เลยไม่ค่อยได้อยู่กับที่นานๆ  
ส่วนพระเอกก็ต้องไปกอบกู้บัลลังก์คืนมา   
ในเล่มแรกเลยเป็นการปูพื้นความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นาง 
และการวางแผนช่วงชิงบัลลังก์ของพระเอก ที่ต้องหนีไปตั้งหลักไกลถึงชายแดน
แล้วค่อยๆ วางแผนตีรุกคืบเข้ามา  โดยมีนางเอกและคนสนิทคอยช่วยเหลือ  
ซึ่งนางเอกของเรานอกจากจะเป็นหมอรักษาคนแล้ว  ก็ยังเป็นกูรูคอยนำความรู้ใหม่ๆ จากยุคปัจจุบัน
มาบอกเล่าให้พระเอกฟัง  เพื่อเอาไปปรับใช้ในการรบและการปกครองแผ่นดินอีกด้วย

แต่แม้จะมีลูกน้องฝีมือดีมากมาย และมีกูรูอย่างนางเอกคอยช่วยเหลือ  
แต่พระเอกก็ยังขาดกำลังรบอยู่ดี  และพอได้กำลังรบมาก็ดันไม่ได้มาฟรีๆ เพราะดันมีมือที่สาม!!  
เอ้ยๆ ๆ ๆ มีหญิงงามพ่วงติดมาด้วยอีกหนึ่งคนนะจ๊ะ  โฮะๆๆ ……
หญิงงามมากความสามารถที่เก่งทั้งบู๊และบุ๋น  ชาติตระกูลก็สูงส่ง
แถมยังหน้าตางดงาม เข้าก๊านเข้ากันกับพระเอกของเรา  ... 
หญิงงามคนนี้ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านะจ๊ะ ( มีหลายคนน่ะ 55+)  
ที่พอรู้ว่าพระ-นางเขารักกันก็ยอมถอยออกไปเงียบๆ   
แต่หญิงงามนางนี้เธอเป็นสาวมั่นจ้า  มีดีทั้งรูปโฉม ทั้งสติปัญญาและกำลังทรัพย์  
ถึงจะรู้ว่าพระ-นางเค้ารักกันนางก็ไม่หวั่นจ้า (ก็พ่อนางใหญ่ใครจะทำไม โฮะๆ ๆ)  
เพราะพระเอกนี่แหละคือบุรุษที่นางคู่ควร  นางไม่เชื่อหรอกว่าจะทำให้พระเอกหลงรักไม่ได้ หึหึ ...

และก็อย่างที่รู้ว่าการมีสามภรรยาสี่อนุของผู้ชายในสมัยโบราณนั้นเป็นเรื่องปกติ  
โดยเฉพาะพระเอก ถึงไม่อยากมีก็ต้องมี แล้วก็เลี่ยงไม่ได้ด้วย   
แต่ทว่านางเอกของเรานั้นมาจากยุคปัจจุบันที่สามีต้องมีภรรยาคนเดียวน่ะสิ 
แล้วจะให้นางทำใจกว้างยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ....
และเมื่อมาถึงจุดที่ทนต่อไปไม่ไหว นางก็ได้แต่หันหลังกลับแล้วเดินออกมา .... 

สรุปอ่านแล้วเราชอบนะคะ แต่ชอบแค่เล่มแรกจนถึงกลางๆ เล่มสอง
เพราะหลังจากที่นางเอกออกไปท่องโลก เราว่ามันดูเริ่มจะออกทะเลและ  
สกิลในการรักษาโรคของนางเอกก็ดูจะอัพเลเวลมากไปและ 55+  
อีกอย่างคือนางเอกจะนิสัยแก่นๆ หน่อย   
ในความรู้สึกเราเวลานางพูดเลยดูเหมือนชอบต่อปากต่อคำ  ต้องสวนทุกเม็ด  
ซึ่งจุดนี้เราไม่ค่อยปลื้มนิดหน่อย (เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะจ๊า) ....๊
ส่วนสำนวนการแปลเราอ่านแล้วมีสะดุดอยู่บ้าง  ไม่ค่อยลื่น  
ในเรื่องจะมีคำสมัยใหม่อยู่และนางเอกก็จะแทนตัวเองว่าฉัน  
ซึ่งก็อย่าได้แปลกใจเพราะนางนั้นมาจากยุคปัจจุบัน  และหนังสือเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนกับการเล่าความฝันของนาง ที่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่ฝันไป ...
ซึ่งพออ่านจบแล้วเราก็ต้องไปตีความกันเอาเองนะจ๊า ...โฮะๆ ๆ

......................................................................................................

" ได้ยินว่าเจ้าตรวจดูบาดแผลให้ลู่อิ่งจือ  เป็นเช่นไรบ้าง "

" นางสบายดีมีชีวิตอยู่รออุ้มเหลนได้สบายๆ  ท่านมิต้องเป็นห่วงหรอก "

" อย่าพูดเช่นนี้สิ "

" ที่นางได้รับบาดเจ็บก็เพราะช่วยชีวิตข้าไว้ "

" ข้าก็ช่วยชีวิตท่านไว้เหมือนกันนะ ! "

" ดังนั้นข้าจึงตอบแทนด้วยกายและใจของข้าอย่างไรเล่า "

คำพูดหนึ่งติดอยู่ในลำคอ 
' คนที่ท่านต้องตอบแทนด้วยกายและใจมีมากมายเหมือนปลาที่ต้องว่ายข้ามแม่น้ำ  ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะได้ส่วนแบ่งในตัวท่านสักกี่มากน้อย '  .....



📍ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvshoHLIU


วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2


อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2 (4เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Na Zhi Hu Li
ผู้แปล : กู่ฉิน
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
          เหลียนเจาบอกว่าอาจารย์อาของนางมิใช่คนดี  อาจารย์อากลับบอกว่าเหลียนเจามีเจตนาอื่นเคลือบแฝง   ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบตัวนางเคยพูดวาจาจริงสักกี่ประโยคกัน  ในเมื่อตนเองไม่เคยให้ใจจริงกับผู้อื่น  ก็ไม่อาจโทษว่าผู้อื่นใช้ไมตรีลวง

          เสียวเสี่ยวมุ่งหน้าไปเยือนตระกูลเสินหนงพร้อมเหลียนเจาเพื่อขอให้ช่วยขับเข็มเงินที่อยู่ในร่าง  ระหว่างทางนางได้พบกับเวินซู่  บุรุษซึ่งมีโฉมหน้าคล้ายอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ทั้งยังอ้างตนว่าเป็นน้องชายของอาจารย์ที่พลัดพรากจากกันไปนานปี   เสียวเสี่ยวจึงมีอาจารย์อาที่หล่อเหลาเพิ่มมาอีกคน  
ทว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์เอกของเจ็ดสิบสองเกาะทะเลตงไห่  วรยุทธ์สูงส่งแต่พฤติกรรมโหดเหี้ยม
จึงเป็นเหตุให้เหลียนเจากับเวินซู่ไม่ลงรอยกัน  ขณะที่เสียวเสี่ยวซึ่งถูกกระหนาบอยู่ตรงกลางต้องตกที่นั่งลำบาก  คนทั้งหมดกลับถูกผีดิบโจมตีและถูกหอบม้วนเข้าสู่การต่อสู้ภายในของตระกูลเสินหนง  เสียวเสี่ยวจำเป็นต้องเสาะหา "เข็มเทพซานซือ" จึงจะมีโอกาสรับการรักษา

           ขณะที่กำลังตามหาเข็มเทพ  เสียวเสี่ยวกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเหลียนเจา
นางคิดว่าสวรรค์จะต้องตาบอดเป็นแน่แท้  หาไม่ไหนเลยจะมีชายหนุ่มที่ดีพร้อมปานนี้มาบอกนางว่า 
เขาจะชอบนางอย่างยินยอมพร้อมใจและทุ่มเทด้วยใจเดียว ...

         เสียวเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองสวรรค์ซึ่งตาบอดไปแล้วนั้น ..ได้โปรดตาบอดต่อไปเถิด ไม่เป็นไร !

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
          มาแล้วเล่ม 2 ...ยังสนุกเหมือนเดิม แต่บางทีพออ่านๆ ไปก็จะเกิดอาการแบบว่
..เอิ่มมม ヾ(;゜ロ゜)ノ..ใครล่ะเนี่ย 55+ .. มันเป็นผลมาจากการออกที่ทิ้งระยะเวลานานเกินไปใช่มั้ย
หรือเป็นเพราะเราความจำสั้นเองหว่า 55+   แบบว่าจำไม่ได้จริงๆ อะตัวละครมันเยอะ  
ยิ่งมาเล่ม 2 ก็ยิ่งเยอะ  ทั้งอาจารย์อา  ทั้งศิษย์พี่ (ที่ไม่อยากจะนับญาติ)  แถมยังมีผีดิบกับโจทก์เก่าจากเล่มที่แล้วโผล่ออกมาอีกด้วย เยอะแยะไปหมด  แล้วหันมาถามนางเอกสิว่านางอยากเจอมั้ย ...
โผล่ออกมากันทำไมตั้งมากมาย  ไม่ได้จัดงานรวมญาติเด้อ 55+ 
  (((((ノ☉∇☉)

         ในเล่มนี้ความฝันที่จะเป็นคนชั่วของนางเอกก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเป็นจริงอยู่เหมือนเดิม  
เพราะไม่ว่านางจะไปไหน จะทำอะไร ก็มักจะถูกดึงให้ไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ ร้ายๆ อยู่ตลอด  ... 
ไปไหนก็มีแต่เรื่อง  แถมยังเจอแต่เรื่องใหญ่ๆ เจอแต่ขาโหดๆ ในยุทธภพทั้งนั้นเลยด้วย 55+....
ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ  ρ(′▽`o)ノ゛

          หลังจากที่สลัดตัวออกจากเรื่องวุ่นๆ ในเล่มที่แล้วมาได้  เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางนางเอกเลยตัดสินใจติดสอยห้อยตามพระเอกมา ...แต่เพียงก้าวแรกที่ลงเรือก็ดันเจอะกับเรื่องวุ่นๆ เข้าทันที  แถมรอบนี้ไม่ได้มีแต่คนเป็นๆ นะจ๊ะเพราะคนตายก็มาจ้า 55+   แต่นางโชคดีอยู่อย่างคือไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็มักจะมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด  ไม่งั้นลำพังแค่วรยุทธ์แมวสามขาอย่างนางคงรอดยาก....

           ยังไม่รู้ว่าใครเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด  แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้วุ่นวายมาก   ตัวนางเอกเองก็ถูกดึงให้เข้าไปพัวพันกับหลายเรื่องหลายฝ่ายมากเยอะแยะไปหมด  
ส่วนพระเอกก็ยังไม่เก่งพอ ประสบการณ์ยังน้อย ถ้ามีคนเก่งๆ โผล่ออกมาก็แย่เหมือนกัน...
แต่ในเล่มนี้บทพระเอกจะเริ่มเด่นขึ้น  ตอนเล่มแรกเรายังไม่ฟันธงนะว่าใครแต่มาเล่มนี้เอาวะ ลงเรือลำนี้แหละต้องใช่แน่นอน 55+  ヾ(>∀<☆ヾ)    อ่านไปก็ยิ้มไป  เพราะพระเอกคนนี้นิสัยน่ารักมาก ตรงไปตรงมา  อบอุ่นและซื่อมาก  แถมยังรักความยุติธรรมสุดๆ  ตรงกันข้ามกับนางเอกเลย 55+ ...

         แต่เพราะนิสัยที่ตรงไปตรงมา  จึงทำให้พระเอกเป็นเสมือนแกะดำเมื่อมาอยู่ในยุทธภพ   
ผิดถูก-ดีชั่วว่ากันชัดเจน จนทำให้นางเอกกลัวไม่กล้าบอกความจริง  แต่ก่อนที่ยังไม่รู้สึกอะไรก็โกหกได้แบบหน้าตายหน้าไม่เปลี่ยนสี  แต่พอมาทำดีด้วยบ่อยๆเ ข้าก็เริ่มจะใจอ่อนและ จะไม่ชอบก็ไม่ได้เพราะนิสัยน่ารักซะขนาดนี้ 55+ 

         อ่านจบแล้วเราว่าเล่มนี้สนุกขึ้นนะ  ปริศนาเริ่มเยอะพอจะเห็นตัวการที่อยู่เบื้องหลังอยู่ลางๆ   และที่สำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นางก็เริ่มพัฒนามากขึ้น  ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบที่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น  ... เพราะพระเอกก็เริ่มรู้สึกตัวเริ่มรู้ใจตัวเองบ้างนิดๆ แล้ว  ส่วนนางเอกก็ถูกความอบอุ่นความเอาใจใส่ของพระเอกเล่นงานเข้า จนเริ่มจะใจอ่อนยอมเปิดใจให้พี่แกแล้วเหมือนกัน.. อิอิ

...............................................................................................

" เหตุใดจู่ๆ ถึงเริ่มเรียกข้าว่าคุณชายเหลียน "

" เดิมทีท่านก็คือคุณชายเหลียนอยู่แล้วนี่นา "

" เจ้า ... " เหลียนเจาไม่อาจโต้แย้ง  จึงได้แต่มองนางอย่างขุ่นเคือง

" เป็นอะไรไปหรือคุณชายเหลียน "

" ฮูหยินน้อย  เล่นพอหรือยัง "

เสียวเสี่ยวเห็นดังนี้ก็เริ่มก้มหน้าขอโทษทันที  " ข้าผิดไปแล้วๆ ข้ารับผิดแล้วยังไม่ได้อีกหรือ "

" ได้ ... "  เหลียนเจายิ้มตอบ   " ผู้ใดให้เจ้าเป็นฮูหยินน้อยเล่า "

" เหลียนเจา ... ข้ารู้ผิดแล้ว "

" เมื่อครู่ข้าก็ให้อภัยเจ้าแล้วมิใช่หรือ "

" เมื่อครู่ท่านบอกที่ไหนกันว่าให้อภัยข้า "

" ข้าให้อภัยเจ้า "

" เช่นนั้นหากข้าฆ่าคนวางเพลิง  ปล้นชาวบ้าน  ข่มเหงลวนลาม  ฉกชิงวิ่งราว  
ลักขโมยผลงานเล่า "

" ข้าให้อภัยเจ้า "

เสียวเสี่ยวยิ้มร่า  " อืม "



วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

คุณอาผู้เดียวดายกับเจ้าชายเลือดผสม


คุณอาผู้เดียวดายกับเจ้าชายเลือดผสม 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : 水千丞 (สุ่ยเชียนเฉิง)
ผู้แปล : เซียงเซียง
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
         ติงเสียวเหว่ย   ผู้มีส่วนสูง 180 เซนติเมตร หน้าตาหล่อคม สมชายชาตรี
ตามเหตุผลแล้ว เขาสมควรเป็นที่ชื่นชอบของสตรี
แต่เพราะหย่าร้างกับภรรยาแถมมีลูกสาวที่พูดไม่ได้
จึงต้องตกพุ่มม่ายกลายเป็นหนุ่มใหญ่ใจเปลี่ยน
ทว่าวันนี้บุญหล่นทับติงเสียวเหว่ยเข้าให้แล้ว!
        หนุ่มลูกครึ่งรูปงามที่ใส่นาฬิกาฝังเพชรนอนบาดเจ็บอยู่ข้างทาง
ถ้าไม่ใช่ลูกเศรษษฐีมีภัยแล้วจะเป็นอะไรได้
ดังนั้นต้องรีบเก็บ ..เอ๊ย!  ต้องรีบช่วยเหลือ
        บนศีรษะมีรอยแผล  พี่ติงพาไปเย็บให้  ต้องการที่ซุกหัวนอน  พี่ติงจัดหาให้
แต่พอฟื้นขึ้นมา  หมอนี่กลับความจำเสื่อม?
        แถมยังเชิญชวนหนุ่มใหญ่อย่างเขามา "ช่วยตัวเอง" ด้วยกัน!
เฮ้อ~   พี่ติงคนนี้อับจนหนทางแล้วจริงๆ
ตอนนี้ติงเสียวเหว่ยไม่มีเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ
เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานใหม่กับสตรีที่เพียบพร้อมสักคน

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ติงเสียวเหว่ย หรืออาติง  เป็นพ่อหม้ายลูกติดวัยสามสิบกว่า 
ที่ถูกภรรยาทิ้งและต้องเลี้ยงลูกมาตัวคนเดียวตามลำพัง  
อาติงทำงานเป็นพนักงานขับรถในบริษัทแห่งหนึ่ง  รายได้ก็ธรรมดาไม่ได้มากมายนัก
และเพื่อลูกสาวสุดที่รัก อาติงจึงพยายามรับจ๊อบพิเศษทุกอย่างเพื่อหารายได้เสริม
แต่แล้ววันหนึ่งสวรรค์ก็เป็นใจทำให้เขาได้ช่วยเหลือขายหนุ่มนิรนามมาดดีท่าทางร่ำรวยคนหนึ่งไว้  
หลังจากคิดคำนวณผลได้ผลเสียอยู่เป็นนาน สุดท้ายอาติงก็ตัดสินใจรับชายหนุ่มผู้นี้เอาไว้ดูแล

โจวจิ่นสิง หนึ่งในทายาทของตระกูลโจวซึ่งเป็นตะกูลที่ร่ำรวยมากๆ ๆ ๆ (ตามสเต็ป) 
แต่เพราะเป็นบุตรนอกสมรสและเป็นลูกครึ่ง จึงทำให้โจวจิ่นสิงไม่ได้รับการยอมรับจากคนในตระกูล  พระเอกได้เข้าไปอยู่ในบ้านของนายเอกหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ
พราะถูกทำร้ายจนไม่ได้สติ พระเอกจึงจำอะไรไม่ได้? ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร?   
ทำเอานายเอกแทบอยากจะร้อง เพราะคิดว่าจะโชคดีเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง 
แต่นี่อะไร! กลับต้องมาทำงานหาเงินเพิ่มเพื่อเลี้ยงดูพระเอกด้วยอีกคน 55+

พระเอก-นายเอกเรื่องนี้ต่างก็หล่อล่ำด้วยกันทั้งคู่  คนหนึ่งหล่อแบบหนุ่มใหญ่คมสัน  
ส่วนอีกคนก็หล่อแบบนายแบบหนุ่มลูกครึ่ง ...อิอิ 
เดิมทีนายเอกเรื่องนี้ชอบผู้หญิงนะ ไม่ได้ชอบผู้ชายเลยสักนิด  
แต่เป็นเพราะอยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวมานาน  พอมาเจอพระเอกที่รูปหล่อมาดแมน handsome 
อีกทั้งยังฉลาดเจ้าเล่ห์ยั่วบ่อยๆ เข้าให้ ตบะก็เลยแตก 55 ... 
ไหนๆ ใครเป็นคนบอกว่าทำดีย่อมได้ดีแล้วจะได้สิ่งดีๆ ตอบแทนกลับคืนมาไงเล่า โกหกทั้งเพ!! 
เพราะนอกจากจะไม่ได้อะไรตอบแทนแล้ว ก็ยังต้องมาเสียทั้งเงินเสียทั้งตัวเพิ่มอีกด้วยนะ..โฮะๆ ๆ  
(แต่กว่าจะทำใจให้ยอมถูกกดได้นี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย 55+)
        
ชอบนิสัยของนายเอกเพราะนางแมนดี  สมกับที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว   
เพราะโดนพระเอกทำซะขนาดนั้นแต่ก็ยังตั้งสติได้  
ควบคุมตัวเองได้ดี แล้วก็ตอกกลับไปได้ดีมาก ทำเอาพระเอกหน้าจ๋อยกลับไปเลย   
บางช่วงอ่านไปก็หน่วงๆ เพราะบทที่จะรักนายเอกก็รักจริงๆ  ถึงตัวเองจะไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน 
แต่พอตัดสินใจยอมรับแล้วก็คือรักจริงๆ เมียจ๊ะเมียจ๋าตลอด  ..
จากตอนแรกที่คิดว่าจะหาผู้หญิงดีๆ สักคนแล้วแต่งงานใหม่เพื่อลูก  
แต่พอยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับพระเอกได้..ก็เออเอาวะ! ไม่แต่งแล้วอยู่แบบนี้ก็ได้  
ถึงพระเอกจะความจำเสื่อมทำงานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  เดี๋ยวหางานเพิ่ม เดี๋ยวเลี้ยงเอง  
ยอมลำบากคนเดียวแต่จะไม่ให้ลูกเมียต้องมาลำบากด้วยเด็ดขาด .....

แล้วดูๆ ๆ ๆ ที่พระเอกมันทำสิ!!!  จู่ๆ ก็หายไปซะเฉยๆ ปล่อยให้คนอื่นเขาวิ่งตามหาไปทั่ว  
พอเจอหน้าก็ทำเป็นไม่รู้จักอีก  เจอแบบนี้เข้าเป็นใครจะไม่โกรธไม่แค้น... เฮ้อ
แล้วดีนะที่นายเอกไม่ใช่ประเภทหัวอ่อนว่าง่าย ที่พอมาง้อหน่อยก็ยอมคืนดีกลับไปด้วย... 
ซึ่งข้อนี้ถูกใจเรามากกกกกก  เพราะพอคิดตกแล้วนางก็ตัดทิ้งเลยจ้า    
เดินหน้าใช้ชีวิตตามปกติกับลูกสาวต่อ ไม่ยึดติดกับอีตาพระเอกอีกเลยจ้า สะใจอีช้อยจริงๆ 55 +
ส่วนพระเอกก็หน้าดำคร่ำเครียด เพราะโดนนายเอกตอกกลับหน้าหงาย ทำให้ต้องพ่ายแพ้กลับไปทุกที  หลังๆ เลยต้องมานั่งคิดหาวิธีใหม่เพื่อจะเอาตัวนายเอกกลับคืนมา   หึหึ ....

เรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดผิดคาดมาก  เพราะพล็อตแบบนี้เหมือนจะเจออยู่บ่อยๆ
ตอนแรกเลยไม่ได้สนใจ แต่พอได้มาอ่านดันสนุกกว่าที่คิดทีนี้เลยอ่านรวดเดียวจบเลย   .......

...............................................................................................

' คิดว่าชีวิตของเขาทำไมถึงได้ล้มเหลวขนาดนี้  
คนคนเดียวยังเหนี่ยวรั้งไม่อยู่
คิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย  รักบ้านรักครอบครัว  
ไม่เจ้าชู้ไม่เล่นการพนัน  แต่คู่ชีวิตกลับตีจากเขาไปทีละคน
คิดว่าพระเจ้าทำไมถึงใจดำกับเขานัก  เห็นเขามีชีวิตที่สงบสุขไม่ได้หรือ ... '