วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 3 (3เล่มจบ)


ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 3 (3เล่มจบ) / ผู้แต่ง : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง 
ผู้แปล : เหมยสี่ฤดู
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
       ซูเสี่ยวเผยไม่สนใจเนื้อคู่ที่ผูกพันไว้ด้วยด้ายแดงสักนิด  
หลังจากได้พบผู้กล้าที่ชอบปะทะคารมกับเธอ แต่คอยปกป้องเธออยู่ตลอดเวลา  
เธอก็เริ่มตัดใจกลับไปยังยุคปัจจุบ้นที่ไม่มีเขาไม่ได้! ....
       เยวี่ยเหล่าเล่นตลกกับเธอ  ทำให้เธอทะลุมิติกลับไปในยุคโบราณเพื่อพาเฉิงเจียงอี้คู่รักที่โชคชะตากำหนดกลับมา  แต่ในยุคโบราณเธอกลับพบผู้กล้าหร่านเฟยเจ๋อที่ได้เพียงพบพานแต่มออาจครองรัก  เธอไปจากเขาไม่ได้  แต่ก็ไม่อาจรับรักเขา
      หร่านเฟยเจ๋อเข้าใจความสับสนของซูเสี่ยวเผย  แต่ไม่เข้าใจความเป็นมาของนาง  
เขาบอกกับซูเสี่ยวเผยว่า " ในเมือทุกคนล้วนต้องตาย  ทุกคนล้วนมีโอกาสเกิดเรื่องไม่คาดฝัน  เช่นนั้นก่อนที่พวกเราจะถูกกำหนดให้ต้องแยกจากกัน  หากเจ้ากับข้ามิได้มอบหัวใจให้แก่กัน  เสี่ยวเผย เจ้าจะไม่เสียใจภายหลังจริงๆ หรือ "
      ตอนแรกที่ช่วยสตรีประหลาดนางนี้  เขารู้สึกเพียงว่านางเป็นภาระ แต่ทว่าหลังจากทั้งสองผ่านพ้นความลำบากใหญ่น้อยมาด้วยกัน  คราวนี้เขากลับต้องการแบก 'ภาระ'  ชิ้นนี้ท่องไปทั่วยุทธภพ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์ )

เล่ม 3 มาไวกว่าเดิมจากตอนแรกที่กำหนดส่งเดือนกันยาก็เลื่อนมาเป็นกลางเดือนสิงหาแทน   
ในที่สุดก็ได้อ่านตอนจบของท่านผู้กล้ากับแม่นางสักที ..ต้องฉลองๆ 55+  
( การรอคอยที่นานแสนนานได้สิ้นสุดลงแล้ว เย้ๆ ๆ (≧∇≦)!!!) 

หลังจากอ่านจบคือชอบ ถึงจะมีเรื่องหาตัวคนร้าย เรื่องสืบสวนสอบสวนคดีอะไรเยอะแยะก็เถอะ  
ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ต้องมีบางช่วงที่เนือยๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมพออ่านจบแล้วเราก็ยังชอบมากอยู่ดี   
ตัวละครในเรื่องมีจุดเด่น มีเอกลักษณ์  และส่วนตัวคือชอบสำนวนการแปลของเรื่องนี้
เพราะรู้สึกว่าสามารถบรรยายดึงเอาลักษณะนิสัย รวมถึงเอกลักษณ์ของตัวละครในเรื่องออกมาได้ค่อนข้างชัดเจนดี 

เล่มนี้เรื่องสืบสวนหาตัวคนร้ายเยอะจริงๆ แต่ก็สนุกนะ  เพราะต่างฝ่ายต่างก็ฉลาดไม่แพ้กัน   
นางเอกเป็นนักจิตวิยาที่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์จิตใจอาชญากร   
ส่วนอีกฝั่งก็เป็นฆาตกรโรคจิตที่หลุดมาจากยุคปัจจุบัน 
(แต่หลุดมาได้ยังไงเดี๋ยวในเรื่องจะมีเฉลยไว้ตอนท้ายๆ จ้า) 
เกมส์มันเลยพลิกไปพลิกมาอยู่ตลอด  เพราะคนร้ายอยากจะเล่นสงครามจิตวิยาทรมานจิตใจคน
ไม่ใช่ถืออาวุธแล้วเผชิญหน้ากันซึ่งๆ หน้า  นางเอกเลยค่อนข้างเสียเปรียบเพราะอยู่ในที่แจ้ง
ส่วนอีกฝ่ายอยู่ในที่ลับ  แถมตอนแรกพวกนางเอกก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนร้ายเป็นใคร  
กว่าจะรู้นางเอกก็บอบช้ำไปเยอะ (หมายถึงจิตใจนะไม่ใช่ร่างกาย) .......
แต่โชคดีที่มีพระเอกคอยช่วยเหลือ  คอยเป็นกำลังใจ คอยสนับสนุนและส่งเสริมทุกๆ อย่าง
นางเอกเลยยังไม่สติแตกไปซะก่อน   

เราก็เลยยิ่งชอบเวลาที่พระ-นางได้อยู่ด้วยกัน  ได้ปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ กันสองคน  
พระเอกก็ไม่ใช่คนปากหวานนะออกจะปาก ...ด้วยซ้ำ55+  
แต่คำพูดของพระเอกกลับน่าฟังและช่วยปลอบโยนนางเอกได้ดีที่สุดในเวลาที่สภาพจิตใจย่ำแย่   
ทั้งๆ ที่เป็นคนกวนโอ๊ย พูดจาไม่ค่อยเข้าหูคน  ไม่เคยอยู่ในกรอบแต่เราว่าแบบนี้แหละดีแล้ว  
เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าพูด  ไม่กล้าปลอบ  เพราะมัวแต่อยู่ในกรอบ 
กลัวแต่ว่าจะดูไม่งาม แต่ท่านผู้กล้าของเราไม่เคยแคร์อะไรใดๆ ทั้งสิ้นอยู่แล้ว  
ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนางเอกก็ยิ่งกล้าพูดกล้าทำ หน้าไม่อาย ไร้ยางอายจริงๆ 55+ (^ ・^)ノ⌒☆

มาถึงเล่มสุดท้ายได้เวลาคลี่คลายทุกอย่างซะที เฉิงเจียงอี้คือใครจะใช่คนที่เราคิดไว้รึเปล่า?  
แล้วนางเอกจะหาเฉิงเจียงอี้เจอมั้ย จะพากลับไปด้วยกันได้หรือเปล่า?  
แล้วคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังคดีต่างๆ เป็นใคร? จะเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อนางเอกด้วยมั้ย?  
นั่นแหละอะไรๆ ที่เราเคยสงสัยเล่มนี้ก็จะเฉลยออกมาทั้งหมด (จริงๆ เราก็ค่อนข้างเดาถูกอะนะ)   
แต่ไอตอนวางแผนจับตัวคนร้ายนี่มันก็พลิกไปพลิกมาดีจริง วางแผนซ้อนแผนกันหลายชั้นซะเหลือเกิน ทั้งฝั่งนางเอกทั้งฝั่งตัวร้ายกินกันไม่ลงทั้งคู่  มาเฉือนเอากันในวินาทีสุดท้ายนี่เอง …….

ถึงเรื่องนี้จะไม่มีดราม่า แต่ก็มีตอนที่ทำให้เราต้องน้ำตาซึมๆอยู่นะ ...เพราะเดี๋ยวท้ายๆ จะเริ่มสงสารพระเอกที่ต้องเฝ้ารอนางเอกไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม  
จะกลับมาอีกรึเปล่า ....ยิ่งครั้งสุดท้ายที่นางเอกต้องกลับไปแม้พระเอกจะรู้
และพยายามทำใจยอมรับมาโดยตลอด  แต่พอเอาเข้าจริงๆ พระเอกก็เสียใจและช็อกมากๆ  
ยิ่งพอได้ไปอ่านตอนที่บรรยายมุมมองจากฝั่งพระเอกว่ารู้สึกยังไงเมื่อนางเอกจากไป  ก็ยิ่งน่าสงสาร...เฮ้อ  (TヘTo)

เขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก  ตลอดทางเขาพบแม่นางที่ชื่นชอบเขา พบคนที่มาเจรจาทาบทามเขา  
เขามักจะยิ้มตอบว่า  
      “ ขออภัยด้วยจริงๆ ข้ามีภรรยาแล้ว นางกลับไปเยี่ยมบ้าน  ข้ากำลังจะไปรับนาง "        
      “ นางอยู่ที่ใด “  หลายคนถามเขา
      “ อยู่ทางตะวันออก “ เขาตอบ  ยิ้มอย่างเบิกบาน   ตอบอย่างเปิดเผย  
ความเจ็บปวดของเขาถูกเก็บซ่อนไว้ในใจ คนอื่นมองไม่เห็น เพียงแต่อิจฉาว่าแม่นางผู้นั้นต้องเป็นคนดีแน่นอน ทั้งยังโชคดีด้วย...

ปล.  เรื่องนี้จบดี  จบแฮปปี้จ้าไม่ต้องห่วงเน้อ


ปล.  มีตอนพิเศษให้อ่านตั้ง 7 ตอนเลยนะจ้ะ ...ยิ่งตอนสุดท้ายข่อยชอบมาก 
(นักเขียนท่านนี้ยังคงเขียนตอนพิเศษได้สนุกเหมือนเดิม 55+)

.................................................................................................................................

       " ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่อีกนานเพียงใด  ไม่ว่าหลังจากนี้เจ้ากับข้าจะต้องพบเจอเรื่องใด 
เสี่ยวเผย ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าข้าทำไม่ได้ ข้าห้ามตัวเองไม่ได้ ชอบก็คือชอบ  
ถึงที่นี่จะมีแม่นางตั้งมากมายที่ไม่หายตัวไป  แต่ข้าไม่ถูกใจ  พอข้าได้พบเจ้า  
ข้าดีใจมากที่ได้พบเจ้า  เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า  ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่าข้าถูกใจเจ้า  
และไม่อาจถูกใจใครมากไปกว่านี้ได้อีก  นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า "

         ซูเสี่ยวเผยส่ายหน้า ทั้งเสียใจและโทษตัวเอง " ตอนแรกหากข้าไม่โกหกท่าน  
หากท่านรู้ความเป็นมาของข้า บางทีอาจไม่เป็นเช่นนี้ "

        " บางทีข้าอาจจะชอบเจ้าเร็วกว่าเดิม  บางทีข้าอาจไม่ไปจากเจ้าจนเจ้าถูกทำร้าย  
ข้าจะไม่ช่วยเจ้าส่งจดหมายตามหาคน  ข้าจะคอยระวังป้องกันเฉิงเจียงอี้  
แต่ข้าจะยังชอบเจ้าเช่นเดิม  ยังคงชอบเจ้า  บางทีเจ้าอาจไม่ได้กลับไปรับรู้เรื่องราวเหล่านั้น บางทีข้าอาจโน้มน้าวให้เจ้าแต่งงานกับข้าได้ "


📍ลิขิตรักด้ายแดง 3เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LBZV9cmuj



วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 4


พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 4 (7 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : จือจือ  
ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก

            คำสัญญาระหว่างพวกเขาสองคนว่าจะไม่มีคนอื่นแทรกกลางนั้น
ช่างหวานแผ่ซ่านลงลึกถึงจิตใจ  เมื่อทั้งสองมีใจรักมั่นคงก็ไม่ต้องหวั่นสิ่งใดมาสั่นคลอน
" จ้าวหลิง "  สร้างความดีความชอบติดตามมังกร  ได้รับความสำคัญจากโอรสสวรรค์ไม่น้อย
จนเป็นที่โปรดปราน  ทั้งยังทรงให้ไทฮองไทเฮาพระราชทานสมรสแก่เขาและนางอีกด้วย

         " ฟู่ถิงจวิน " นั้นแม้จะหวั่นไหวไม่น้อยกับการกระทำของจ้าวหลิง

แต่เมื่อเห็นเขากำลังเจริญก้าวหน้าก็ปลาบปลื้มใจ  ช่วงเวลาของทั้งสองนับว่าราบรื่นสุขใจ
ทว่าเรื่องที่ยังคับข้องหมองใจไม่สร่างซาก็คือเรื่องที่จั่วจวิ้นเจวี๋ยไส่ร้ายนาง
         นี่เป็นโอกาสอันดีที่นางจะสอบถามความจริงจากปากของมารดา
แต่ใครจะคิดว่าบิดาบังเกิดเกล้ากลับไม่ยอมรับนาง !  ซ้ำยังขับไล่ไสส่งนาง
แต่ถ้าฟู่ถิงจวินไม่รู้ความจริงนี้  แม้ตายดวงวิญญาณของนางก็ไม่สงบสุข !

อันว่าความจริงมักจะพาให้พบกับความหวาดกลัวที่คิดจะหลบหนีมาตลอด

          หากคิดจะสืบหาความจริงต่อไปก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
แล้วฟู่ถิงจวินจะทำเช่นไรต่อไปกับความจริงที่ได้รับรู้  จะหยุด หรือจะเดินหน้าอย่างไม่ลดละ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )

เล่มนี้มาไวออกตั้งแต่ตันเดือนเลย ถูกใจมากๆ ๆ อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้จะเรียบๆ เรื่อยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นโลดโผน หวือหวาอะไรมาก แถมบทบรรยายเนื้อหารายละเอียดต่างๆ ก็เยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นบางท่านถ้าได้อ่านแล้วก็อาจจะเบื่อหรือไม่ชอบก็เป็นไปได้เน้อ ( มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนอะเนาะ o(^ヮ^)o )

แต่สำหรับเราชอบมากๆ ๆ ๆ ๆ เหมือนได้เห็นภาพวัฒนธรรมสังคมของจีนในยุคโบราณ ผ่านเรื่องราวของพระ-นาง ตั้งแต่ธรรมเนียมในการให้ของขวัญ 
การคบหาไปมาหาสู่กันของสตรีหลังบ้าน การจัดการเรื่องภายในบ้าน เรื่องบ่าวไพร่ รวมถึงการซื้อบ้าน และธรรมเนียมการต้อนรับแขกของตระกูลใหญ่ และอีกหลายๆ เรื่อง ...ซึ่งเรื่องนี้ใส่รายละเอียดมาเกือบหมด  เราอ่านแล้วไม่เบื่อเลย  
...อย่างเช่นตอนที่นางเอกช่วยสอนงานเย็บปักให้กับอนุของเพื่อนพระเอกคนหนึ่ง ตอนที่อ่านเราก็มองว่าไม่เห็นมีอะไรนี่  แต่พอลองคิดดูดีๆ หากวันหนึ่งข้างหน้านางเอกได้ไปเจอกับภรรยาเอกของเพื่อนพระเอกคนนี้ขึ้นมา นางจะวางตัวลำบากนะ  
ยิ่งถ้าอีกฝ่ายได้รู้ว่านางเอกเคยช่วยสอนงานให้อนุของสามีตัวเอง (ถึงภรรยาเอกจะต้องใจกว้างแค่ไหน ต่อหน้าอาจจะพูดขอบคุณแล้วยิ้มให้  แต่ภายในจะก่นด่าสาปแช่งแค่ไหนใครจะไปรู้)  
เหมือนไม่มีอะไรแต่จริงๆ แล้วนี่เกี่ยวข้องกับสายสัมพันธ์ และอาจรวมไปถึงหน้าที่การงานของพระเอกในภายภาคหน้าเลยก็ได้นะ...ใครว่าหลังบ้านไม่สำคัญ การคบหาไปมาหาสู่กันของสตรีหลังบ้านนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเล็กๆ เลยนะจะบอกให้ หึหึ ( ̄  ̄)

หลังจากเล่มที่แล้วที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้สารภาพความในใจกันออกมา พอมาถึงเล่มนี้จะรออะไร ก็ต้องแต่งสิจ๊ะ 55+  ที่ผ่านๆ มาภาพลักษณ์ของพระเอกเป็นเช่นไร ขอให้ทุกท่านลืมมันเสียเพราะเล่มนี้พี่แกหวาน+หื่นมากๆ ๆ 55+  ได้หยุดงาน 10 วันนี่จัดเต็มถึงเที่ยงแทบทุกวัน หนูฟู่นี่ช้ำไปแทบทั้งตัวแล้วนาจา และด้วยความมานะพยายามไม่นานพระเอกก็ได้สมใจ 55+ Σ(´∪`ノ)ノ  ...
( สมกับที่ท่านแม่ของหนูฟู่ได้เคยบอกเอาไว้ว่าดวงนางเอกนั้นจะลูกดก ..จัดไป 55+ )


และด้วยความที่พระเอกทำงานอยู่ใกล้ชิดกับฮ่องเต้ก็เลยต้องถูกส่งไปทำงานไกลอีกแล้ว แต่กว่าจะไปได้ก็ต้องให้ใครต่อใครพากันมากล่อมอยู่นาน
เพราะตอนนั้นนางเอกกำลังท้องพี่แกเลยไม่อยากไป และฮ่องเต้ก็เหมือนจะรู้ก็เลยหยวนๆ ให้ 

ส่วนเรื่องที่นางเอกถูกคนใส่ร้าย ตอนนี้ก็เริ่มกระจ่างแล้วว่าเป็นฝีมือใครและทำไปเพื่ออะไร แต่ยังเอามารับผิดไม่ได้และอีกฝ่ายก็ยังไม่สำนึก  คงต้องรอดูในเล่มถัดไปว่าจะเป็นยังไงต่อ เพราะดูเหมือนมันจะพัวพันโยงใยกับหลายฝ่ายหลายคนเหลือเกิน ทั้งคนต้นคิด คนที่ให้ความร่วมมือ  คนที่ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง แล้วไหนจะคนที่อออกมาปกป้อง เพื่อรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลอีก ซึ่งมีแต่ปลาตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น   ไม่รู้ว่านางเอกจะรับมือไหวไหม เพราะตอนนี้สามีก็เพิ่งไต่เต้าในตำแหน่งหน้าที่การงานด้วย  ( ̄▽ ̄;)  ... เฮ้อออ   )  

แต่มันส์มากเลยนะ ตอนที่นางเอกปะทะฝีปากแล้วตอกกลับอีกฝ่าย พวกนั้นคงเงิบ เพราะไม่คิดว่านางเอกที่เป็นสตรีในห้องหอ และถูกอบรมเลี้ยงดูมาตามขนบธรรมเนียมประเพณีของตระกูลใหญ่ที่เก่าแก่จะกล้าตอกกลับมาแบบนี้ และขอต้องบอกว่านางเอกนั้นโชคดีจริงๆ ที่มีแม่แบบนี้  โชคดีจริงๆ ที่ได้แม่เลี้ยงดูสั่งสอนมา ถึงแม่นางเอกจะเป็นกุลสตรีในห้องหอ เป็นช้างเท้าหลัง  และเปรียบสามีเป็นดั่งท้องฟ้า แต่พอตัดสินใจเรื่องอะไรแล้วคุณแม่ก็ใจเด็ดมาก  ไม่ได้ก้มหน้าก้มตาเอาแต่เชื่อฟังหรือยอมโอนอ่อนให้สามีอย่างเดียว แต่พอถึงเวลาคุณแม่ตัดเป็นตัด  ไม่ขอพึ่งพิง ไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีกเลย  ...

..................................................................


      " ไร้ยางอายสิ้นดี! "  จ้าวหลิงกล่าวไม่ทันจบ  นายท่านห้าก็ตวาดเสียงดัง

      " เจ้าหุบปากซะ อย่าทำให้เรือนของข้าต้องแปดเปื้อน .... "
      จ้าวหลิงกล่าวสืบไปอย่างไม่สะทกสะท้าน   "ข้าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบุตรสาวท่าน  
อยู่เคียงข้างกันทั้งในยามรุ่งเรืองและยามตกต่ำ  ไม่ทอดทิ้งตีจาก ... "

      นายท่านห้าเงื้อมือตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง

      จ้าวหลิงไม่หลบหลีก นิ่งรับฝ่ามือของนายท่านห้าที่ฟาดมาถนัดถนี่                                                           ฟู่ถิงจวินโผเข้าไปหาจ้าวหลิงในชั่วอึดใจ
      เขามีวรยุทธ์สูงส่ง  กระทั่งอิ่งชวนโหวยังแนะนำเขาเป็นองครักษ์ประจำพระองค์เพราะเหตุนี้    
ถ้าคิดจะหลบ  มีหรือท่านพ่อจะตบถูกเขาได้   เห็นชัดว่าเขาถือท่านพ่อเป็นผู้อาวุโส  
ถึงได้ยินยอมให้ท่านพ่อตบหน้า
      จ้าวหลิงของนาง .... เขาปิดบังนางไปที่หูกว่าง  นางยังหักใจต่อว่าเขาไม่ได้  
ขากลับต้องมาถูกท่านพ่อตบหน้าเพราะนาง
  


พราวพร่างบุปผาตระการ  ➡️ https://s.shopee.co.th/6puC90BTjZ





วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เจาเหยา ... ใครว่าโลกนี้ไม่มีผี


เจาเหยา ... ใครว่าโลกนี้ไม่มีผี 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
ข้าเป็นมาร
จอมมารผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมโหดมานานนับศตวรรษ
จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่เคยคิดกำจัดข้า  ต่างพากันแปรสภาพเป็นศพซากใต้ผืนดิน
ไปแล้วไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพ
ทว่าข้ายังคงมีชีวิต  ซ้ำยังใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมสุขและสนุกสุดๆ อีกด้วย
แต่เมื่อข้าคิดว่าตัวเองกำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุดของชีวิตแล้วนั้น
ข้ากลับตาย !
ดูเจ้าเด็กต่ำตมผู้มีหน้าที่เฝ้าประตูสำนักของตัวเอง ... ฆ่าตาย

นี่คือเรื่องราวของผีขี้อาฆาตที่จะทำให้คุณฮาท้องคัดท้องแข็งไปกับนาง
ก็ใครใช้ให้ตอนที่มีชีวิตอยู่  ลู่เจาเหยาไม่รู้จักทำบุญทำทาน  กร่างไปทั่วกันเล่า
พอตาย ... แม้แต่จะหาคนมาเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ก็ยังไม่มี

ผีสาวคิดมาก ... อดีตนางมารผู้ยิ่งใหญ่จึงตายตาไม่หลับ
เอาแต่ลอยวนเวียนไปมาหน้าป้ายหลุมศพของตัวเอง  กิจวัตรประจำวันของนางก็คือ
สาปแช่ง .. สาปแช่ง เจ้าหนุ่มม่อชิงศิษย์ทรยศที่ทำให้นางตาย

เมื่อวันหนึ่งโอกาสแก้แค้นหลุดมาถึงมือ
มีหรือคนที่ชั่วร้ายที่สุดในใต้หล้าอย่างนางจะไม่ตะครุบไว้
จุ๊ๆ ๆ ... เจ้าอัปลักษณ์
คนอย่างเจ้า  ร้อยไม่ควรพันไม่ควร  กระตุกหนวดมังกรหลับอย่างข้า !

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ลู่เจาเหยา  เจ้าสำนักว่านลู่ซึ่งเป็นสำนักมาร ยามมีชีวิตเรื่องดีๆ ไม่เคยทำถนัดทำแต่เรื่องไม่ดี พอตายไปก็อย่าหวังเลยว่าใครจะมาเผากระดาษเงินกระดาษทองให้ ขนาดโลกของผีก็ยังไม่อยากจะยอมรับนาง 

นางเอก ลู่เจาเหยา นางมารขี้มโนอดีตเจ้าสำนักมารว่านลู่ กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนลอยไปลอยมา อยู่ที่หน้าหลุมศพของตัวเองไม่ยอมไปผุดไปเกิดกับเขาสักที  ปีแล้วปีเล่าผ่านพ้นไปจนวันหนึ่งวิญญาณของนางก็ได้ไปเข้าสิงร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่วิ่งเข้ามาชนกับป้ายหลุมศพของตัวเอง เมื่อได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งจอมมารขี้มโนก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะต้องสังหาร ลี่เฉินหลาน ดจ้าสำนักว่านลู่คนใหม่ที่ขึ้นมาแทนที่ตัวเองให้จงได้ๆๆ   

ลี่เฉินหลาน เจ้าสำนักว่านลู่คนปัจจุบัน เป็นลูกชายของอดีตประมุขพรรคมารที่นางเอกเคยช่วยชีวิตเอาไว้ เขาติดตามนางเอกมาอยู่ในสำนักด้วย  แต่เพราะไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกวิชา ลี่เฉินหลานจึงเป็นได้เพียงคนเฝ้าประตูใหญ่ที่หน้าสำนัก ถึงจะเป็นตำแหน่งต่ำต้อยไร้ความสำคัญ แต่เขาก็พอใจ เพราะขอแค่ได้อยู่ตรงหน้าประตู คอยเฝ้าดูนางเอกเดินผ่านไปผ่านมาก็พอใจแล้ว แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนางเอกตาย...ลี่เฉินหลานจึงต้องจับผลัดจับผลูกลายมาเป็นเจ้าสำนักซะเอง...และด้วยความชอบขี้มโนของนางเอก จึงคิดว่าการตายของตนเองนั้นต้องเป็นฝีมือของลี่เฉินหลาน หรือเจ้าอัปลักษณ์ ม่อชิง นี้แน่นอน เมื่อความแค้นบังเกิดแถมได้กลับมาด้วยร่างใหม่ นางจึงวางแผนต่างๆ นานาว่าจะจัดการกับพระเอกยังไง  ด้วยวิธีการไหน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลากเจ้าคนทรยศตรงหน้านี้ลงหลุมไปด้วยกันให้ได้ ...หึหึ

นางเอกของเรื่องนี้ถึงจะเป็นจอมมารและเป็นถึงอดีตเจ้าสำนัก ซึ่งดูเหมือนจะโหดแต่เอาจริงๆ นางก็ไม่ได้ชั่วร้าย แต่นางชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนชั่วร้าย โหดเหี้ยมอำมหิต แล้วทั้งใต้หล้านี้ขอแค่ทุกคนได้ยินชื่อ ลู่เจาเหยา ก็ต้องร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัว...แต่เราว่านางนิสัยเหมือนเด็กมากกว่า ชอบทะเลาะต่อยตีกับชาวบ้านแต่ก็ไม่ได้ลงมือฆ่าใครส่งเดช แถมยังชอบขี้มโนสุดๆ อีกด้วย...
ส่วนพระเอกก็ตรงข้ามอยู่แล้ว เป็นคนพูดน้อย แทบไม่มีตัวตน เพราะมีรอยดำที่น่ากลัวบนใบหน้า จึงทำให้พี่แกชอบหลบซ่อนหน้าตาไว้ใต้เสื้อคลุม ...ถึงตอนที่เป็นเจ้าสำนักรอยดำจะหายไปแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อยู่ดี แต่ไม่นานชีวิตที่เงียบเหงาก็มีอันต้องหมดลงเมื่อพระเอกรับลูกศิษย์เข้ามาหนึ่งคน ...เจ้าลูกศิษย์คนนี้มีนิสัยประหลาดกลางวันขี้กลัว แต่พอกลางคืนกลับใจกล้าไม่กลัวใคร แถมยังทำให้พระเอกนึกถึงใครบางคน จนต้องเริ่มจับตาดูอีกด้วย 

พระเอกถึงจะพูดน้อยดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไร แต่นางเอกจะทำอะไรหรือกำลังคิดอะไรพี่แกรู้หมด...ดีใจด้วยซ้ำที่นางเอกคิดวางแผนกำจัดตัวเองเพราะจะได้มีเรื่องให้ใกล้ชิดกัน คือให้ได้หมดทุกอย่างขอแค่นางเอ่ยปากพูดออกมาก็พอ...แต่กว่าจะทำให้นางรู้ใจตัวเองได้นั้น พระเอกก็แทบกระอักเลือดตายเพราะพี่แกปากหนักอะ ไม่ชอบพูดแต่แสดงออกด้วยการกระทำ แล้วนางเอกก็ดันชอบมโนไปคนละเรื่อง มันก็เลยต้องใช้เวลา 55+ ...แต่ระหว่างนั้นก็จะมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายมารฝ่ายธรรมมะหรือศัตรูเก่าของนางเอกที่กลับมา รวมทั้งอดีตความเป็นมาของนางเอกและความลับของพระเอกที่ไม่ใครรู้ 
  
โดยรวมเราว่าเนื้อเรื่องก็สนุกดี เพราะส่วนตัวก็ชอบผลงานของนักเขียนท่านนี้ที่เป็นแนวภูตผีปีศาจ และเทพเซียนอยู่แล้ว ผูกปมได้สนุก ที่มาที่ไปสาเหตุของเรื่องราวต่างๆ ก็มีเหตุผล ในเรื่องก็ไม่ได้มีแต่คู่พระ-นาง แต่ยังมีคู่อื่นๆ อีก มีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง เนื้อเรื่องสนุกแต่รู้สึกว่าสำนวนการแปลค่อนข้างจะวัยรุ่นไปหน่อย  ภาษากระชับฉับไว อ่านแล้วเลยเฉยๆ ไม่ค่อยอิน  (อันนี้แล้วแต่คนเน้อ ...อาจจะเป็นที่ข้อยคนเดียวน่ะ)

ปล.ส่วนตัวชอบตอนพิเศษตอนสุดท้ายมากที่สุด


" ทำไมข้าถึงต้องแต่งงานกับเจ้าด้วยล่ะ "

" เจ้าบอกว่าเจ้าจะอยู่กับข้าตลอดไปไม่ใช่หรือ? "
" แต่เจ้าสำนักบอกว่าเราต้องแต่งงานกับคนที่เราชอบที่สุดเท่านั้น  
ถึงข้าจะชอบเจ้าแต่คนที่ข้าชอบที่สุดคือเจ้าสำนักต่างหาก "
" แต่คนที่ข้าชอบที่สุดคือเจ้านี่นา "
" ถ้าอย่างนั้นก็แต่งเถอะ "
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอย่างที่สือชีพูดจริงหรือไม่ 
เขาเพียงแค่รู้สึกว่าหากเป็นอย่างนั้นจริง  บางทีฉินเชียนเสวียนอาจไม่ได้มาเกิดเพื่อบำเพ็ญเซียน  
แต่มาเกิดเพื่อสานต่อบุพเพสันนิวาสที่ยังค้างคาอยู่ในใจต่างหาก   
ฉินเชียนเสวียนกลายมาเป็นเขาเพื่อจะได้อาศัยฐานะนี้พูดกับสือชีว่า 'คนที่ข้าชอบที่สุดคือเจ้า' 



📍เจาเหยา ... ใครว่าโลกนี้ไม่มีผี ➡️ https://s.shopee.co.th/2LRyASa4wN



วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

คนท่องยุทธภพ ไหนเลยไม่โดนดาบ


คนท่องยุทธภพ ไหนเลยไม่โดนดาบ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง เอ๋อร์หย่า (耳雅 )  
ผู้แปล : ลี หลินลี่ 
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

คำโปรยหลังปก
เหยียนเสี่ยวเตา ตะลุยยุทธจักร
เซวียเป่ยฝาน ไล่กวดตามหลัง ... ยุทธภพปั่นป่วนยุ่งเหยิง

ล้วนกล่าวว่าคนอยู่ในยุทธภพไหนเลยไม่โดนดาบ
       แต่ที่มักโดนดาบก็เพราะตัวเองมีปัญหา
ล้วนกล่าวว่าคนอยู่ในสนามรักไหนเลยไม่โดนหลอก
       แต่ที่มักโดนหลอกก็เพราะตัวเองมีปัญหา
ล้วนกล่าวว่าคนเดินถนนไหนเลยไม่ตกหลุม
       แต่ที่มักตกหลุมก็เพราะตัวเองมีปัญหา

ยุทธภพล่อแหลมอันตราย  ดาบแจ้งดาบลับยากปัดป้องต้านทาน
สนามรักล่อแหลมอันตราย  นักต้มตุ๋นวิญญูชนจอมปลอมเกลื่อนล้นปฐพี
ที่ไหนๆ ล้วนล่อแหลมอันตราย  สันติภาพบนโลกยังอีกยาวไกล ...

      ดังนั้นคิดท่องยุทธภพโดยไม่โดนดาบ
      จักต้องอาศัยความสามารถที่แท้จริง!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
“ คนท่องยุทธภพ ไหนเลยไม่โดนดาบ “ หนึ่งในชุดบุปผาแห่งรักของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ ที่ตอนนี้ไม่ได้มีแต่นิยายจีนกำลังภายในแล้วเน้อ แต่เริ่มมีแนวผู้หญิงสนุกๆ มาเพิ่มบ้างแล้วน๊า  
(づ ̄ ³ ̄)づ

เหยียนเสี่ยวเตา (แต่เราชอบอ่านว่าเสี่ยวเต่าอะ55+) ทายาทจอมโจรสาวเหยียนหรูอวี้ ผู้มีวิชาตัวเบาล้ำเลิศที่สุดในยุทธภพ เพียงครั้งแรกที่เข้าสู่ยุทธภพน้องเสี่ยวเตาก็ดันดวงซวย เพราะถูกดึงให้เข้ามาพัวพันกับพรรคเป่ยไห่ที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในยุทธภพเข้าเสียแล้ว แถมยังถูก เซวียเป่ยฝาน คุณชายรองแห่งพรรคเป่ยไห่ตามติดเกาะติดแจอีกด้วย ...

แม่สาวน้อย เหยียนเสี่ยวเตา ผู้ยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งสอนของมารดายิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะคำสั่งสอนเรื่องผู้ชาย 55+ ...เพราะอยากได้ร่มแดงที่เป็นหนึ่งในสมบัติของพรรคเป่ยไห่ นางจึงรับปากไปส่งของให้ตามคำขอของท่านประมุขพรรค แต่ๆๆ เรื่องมันไม่จบเพียงแค่นั้นน่ะสิ เพราะตั้งแต่นั้นมานางก็ถูกเจ้าโจรราคะ เซวียเป่ยฝาน น้องชายของท่านประมุขพรรคเป่ยไห่ตามติดเป็นตังเม แถมยังถูกมัดมือชกให้ออกเดินทางไปตามล่าหาสมบัติล้ำค่าด้วยกันอีก ...ทั้งๆ ที่นางปฏิบัติตามคำสั่งสอนของมารดาเป็นอย่างดีแล้วแท้ๆ แต่ไฉนนางถึงยังโดนดาบได้อีกเล่า  

เซวียเป่ยฝาน คุณชายรองแห่งพรรคเป่ยไห่ ที่ขึ้นชื่อว่าไม่เอาไหน ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ แต่จริงแท้เป็นเช่นไรกลับมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้  พระเอกเป็นคนไม่ค่อยจริงจังกับอะไร นิสัยกะล่อน ปากหวาน ดูคล้ายผู้ชายเจ้าชู้ ...ซึ่งเป็นผู้ชายแบบที่นางเอกเกลียดและรังเกียจมากที่สุด ตลอดเวลาที่เดินทางไปด้วยกัน พระเอกจะชอบกระเซ้าเย้าแหย่เหมือนหมาหยอกไก่กับนางเอกอยู่ตลอด แถมยังชอบยั่วโมโห หาเรื่องใส่ตัวให้โดนลงไม้ลงมือได้ทุกวัน แต่พอยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งดุก็ยิ่งชอบใจ ยังทำหน้าระรื่นเบิกบานใจเหมือนชื่นชอบความรุนแรง 55 

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับตามล่าหาสมบัติและไขคดีลึกลับ ที่ให้ข้อคิด คติสอนใจ บวกกับปมความลับของบ้านพระเอกและตัวพระเอกเอง ที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งในระหว่างที่ออกเดินทางคณะของนางเอกก็จะถูกดึงให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่งๆ อยู่ตลอด เพราะเมื่อนางเอกที่แสนจะซุกซน แต่มองทะลุจิตใจคนได้อย่างชัดเจน แถมฝีปากยังคมคายไม่ธรรมดาต้องมาเจอกับพระเอกที่ทำตัวหลักลอย ยิ้มแย้ม ปากหวานแต่ลึกๆ กลับซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในใจ เรื่องวุ่นๆ สนุกๆ จึงมีตามมาไม่ขาดสาย บางเรื่องถึงอยู่เฉยๆ แต่เรื่องก็เข้ามาหา และก็มีบางเรื่องที่อดไม่ได้จนต้องขอเข้าไปยุ่งด้วยเอง...

เรื่องนี้เราอ่านจบแล้วชอบ ไม่เบื่อเลย บางตอนที่เหมือนกำลังจะเครียดๆ แต่พอเปิดปากพูดออกมาเท่านั้นแหล่ะกลับฮาซะงั้น  เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินๆ ไปจนจบ  เนื้อหา 2 เล่มก็กำลังพอดี ... แต่ตอนจบตัวร้าย last boss คนสุดท้ายนี่ดูเหมือนจะจัดการง่ายไปหน่อยนะ 55+ ... (-_- ) และจะดีมากถ้ามีตอนพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อย (เพราะเราอยากเห็นฉากหวานๆ ของพระ-นางมากกว่านี้อะ (=^▽^=) ) ... แต่ในเรื่องนอกจากคู่หลักแล้วก็ยังมีคู่รองที่เราลุ้นยิ่งกว่าคู่หลักอีก ว่าจะได้ลงเอยกันมั้ย  คนที่เราเชียร์ไว้จะถูกเลือกหรือเปล่า 55+

.........................................................................................................


" ท่านอย่าบอกนะว่า  ท่านสนใจนางโจรคนนั้นเข้าแล้วจริงๆ "

" นางก็แค่เด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่ง  มองนานเข้าสักวันก็ต้องเบื่อ "
เฟิงอู๋โยวแค่นหัวร่อ " ท่านคงไม่สายตาต่ำถึงขั้นนั้นกระมัง "
" ข้าสนใจนาง ? " 
" เป็นไปได้อย่างไร  " เซวียเป่ยฝานหัาร่อเย็นชา
เสี่ยวเตารู้สึกว่าไม่ใช่แค่ปวดกระเพาะ  แต่ปวดลามขึ้นมาข้างบนแล้ว  ริมฝีปากเม้มแน่น     
เจ้าเซวียเอ้อร์น่าชัง!
.........................................................................................................

เหยียนหรูอวี้ยิ้มแย้ม ลูบแก้มนาง " ความจริงสิ่งที่แม่สอนเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้ "

" แต่ที่ท่านแม่สอนข้าล้วนถูกต้องทุกอย่าง " เสี่ยวเตาแย้ง  "จะหาใครที่ประเสริฐสักคนนั้นสำคัญมาก "
" แต่คนที่ประเสริฐไปหมดทุกอย่างนั้นไม่มีในโลก " เหยียนหรูอวี้เคาะศีรษะเสี่ยวเตา
" คนที่เพียบพร้อมทุกด้านไม่น่ารักสักนิด  สิ่งที่แม่สอนเจ้า เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าถูกหลอก  ไม่ได้อยากให้เจ้าไม่มีแม้แต่ความกล้าในเรื่องทั่วไป "
เสี่ยวเตากระพริบตาปริบๆ " พูดแบบนี้  หากจะท่องยุทธภพโดยไม่โดนดาบก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว "
เหยียนหรูอวี้เจิ้มหน้าผากนางเบาๆ  " โดนดาบไม่โดนดาบ  โดนอย่างคุ้มค่าหรือไม่  
ต้องรอจนสุดท้ายถึงจะรู้! "



📍คนท่องยุทธภพ ไหนเลยไม่โดนดาบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9AIRXIu9n2





วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วังต้องห้าม 3 เล่มจบ


วังต้องห้าม 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Mo Hui / ผู้แปล : เป่าเป้ย
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
" ซ่งผิงอัน "
คือองครักษ์นายหนึ่ง แต่เขามิใช่องครักษ์ธรรมดา
เขาคือองครักษ์ที่คอยปกป้องประตูวัง
เพียงแต่เขาทุ่มเทปกป้องประตูวังได้อย่างเต็มที่
ทว่าไม่อาจปกป้องร่างกายของตนได้
ฝันร้ายเริ่มต้นขึ้นในคืนฝนตกหนาวเย็นนั้น ...
ผ้าดำที่ปิดตา ... ร่างกายที่เร่าร้อน  พฤติกรรมที่น่าละอาย
ยามเขาได้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง
บุรุษที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ ... " คนผู้นั้น ..."

เดิมซ่งผิงอันนึกว่าแค่ครั้งสองครั้ง
แต่เขากลับไม่รู้ว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เขาก็ไม่อาจไม่คุ้นเคยการโอบกอดนอนหลับกับคนผู้นั้น
คุ้นเคยกับจูบของเขา  คุ้นเคยกับการถูกครอบครองจากเขา
จนถึงขนาดเปลี่ยนเป็นอาลัยอาวรณ์กับทุกสิ่งที่บุรุษผู้นั้นมอบให้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ซ่งผิงอัน  นายทหารองครักษ์เฝ้าประตูวังที่หน้าตาสุดแสนจะธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น วิทยายุทธ์หรือก็งั้นๆ  แต่อะไรหนอมาดลใจให้ เส้าเย่ฮว๋า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแผ่นดินมาถูกใจนายทหารหนุ่มผู้นี้เข้า

นายเอกเป็นทหารองครักษ์เฝ้าประตูวังที่ทำงานมาตั้งนาน แต่ก็ยังไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งใดๆเหมือนกับใครเขาสักที แต่ซ่งผิงอันก็หาเดือดร้อนไม่ เพราะเขาพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ ได้เลื่อนขั้นก็ดี ไม่ได้เลื่อนขั้นก็ไม่เป็นไร เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าความสามารถของตัวเองนั้นมีอยู่แค่ไหน จึงไม่หวังสูงคิดไปไกล ขอเพียงมีข้าวให้กินอิ่ม ได้มีเงินส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่ก็พอใจแล้ว 

เส้าเย่ฮว๋า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่มีวัยเด็กสุดแสนจะรันทด แม้จะโตเพียงใดแต่ทว่าทุกย่างก้าวก็ยังอยู่ในความควบคุมของสตรีสองนางที่อยู่ในวังหลังอยู่ดี ตั้งแต่เล็กจนโตหากพระเอกชอบอะไรสิ่งนั้นก็จะถูกทำลาย และหากเขาชอบใครคนผู้นั้นก็จะต้องตาย  ดังนั้นเมื่อเขารู้สึกดีกับคนผู้หนึ่ง เขาจึงปกปิดมันไว้ไม่บอกใคร  แต่กลับเฝ้ารอเวลาตระเตรียมทุกอย่าง เพื่อจะได้ปกป้องคนผู้นั้นให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและปลอดภัยแทน 

นายเอกเป็นคนซื่อๆ ไม่คิดมาก มองโลกในแง่ดี ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นอะไร ไม่ว่าจะเป็นวรยุทธ์หรือสติปัญญา ก็อยู่ในระดับปกติธรรมดามาก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดมากเมื่อรู้ว่าคนที่จับตัวเองกดนั้นเป็นใคร และถึงอีกฝ่ายจะมีหญิงงามอยู่ข้างกายมากมายแค่ไหน แต่ในใจของนายเอกก็ยังคงราบเรียบ ไร้คลื่นลมใดๆ จนทำให้อีกฝ่ายนั้นแทบกระอักและทนไม่ไหวเลยทีเดียว ...

ส่วนพระเอกนั้นตรงกันข้าม เขาเป็นฮ่องเต้ที่เฉลียวฉลาดและเหี้ยมโหด เพื่อให้อำนาจรวมเป็นหนึ่งเดียว มือของเขาจึงเต็มไปด้วยเลือดของผู้คนมากมาย อารมณ์ของพระ-นายเราว่ามันคล้ายๆ กับ จางผิง+หวงฝู่เจี๋ยในเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์อยู่นะ แต่พระเอกในเรื่องนี้ไม่ได้มีชีวิตในวัยเด็กรันทดมากเหมือนพระเอกในเรื่ององค์ชายอัปลักษณ์  
แถมยังเป็นฮ่องเต้ที่มีลูกเยอะ แบบแทบจะหัวปีท้ายปีได้ และยังมีพระสนมนางในตามปกติ แต่แน่นอนว่าหนึ่งเดียวในใจของพี่แกก็คือนายเอกนั่นแหละเน้ออ 55+  ...

เนื้อเรื่องจะเล่าเหตุการณ์ในตอนปัจจุบัน สลับกับอดีตในวัยเด็กของพระเอกเป็นครั้งคราว ซึ่งสุดแสนจะดราม่าเพราะชีวิตในวัยเด็กของพระเอกมันรันทด จะเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่พระ-นายได้เจอกันเป็นครั้งแรก ซึ่งก็มีแต่พระเอกที่จำได้ และเป็นฝ่ายเฝ้ามองนายเอกอยู่เงียบๆ คนเดียวตลอดมา เพราะในตอนแรกแม้จะเป็นฮ่องเต้ แต่พระเอกก็ยังไม่มีอำนาจที่แท้จริง แถมไม่วายพอโตมาก็ยังถูกควบคุมบังคับอยู่ เพราะฉะนั้นหากไม่ได้เจอกับนายเอกมาก่อน พี่แกก็อาจจะยอมเป็นหุ่นเชิดให้คนอื่นคอยชักใยอยู่เบื้องหลังก็ได้นะ 

แต่เป็นเพราะนายเอก พี่แกถึงได้รู้ว่าตัวเองก็มีสิ่งที่อยากจะปกป้อง และเพื่อไม่ให้ของที่ตัวเองรักนั้นต้องถูกทำลายเหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา พระเอกถึงได้ฮึดขึ้นสู้ และเริ่มวางแผนกวาดล้างยึดรวมอำนาจให้มาอยู่ในมือของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาอย่างดีแค่ไหน วางแผนได้รัดกุมมากเท่าไร แต่สุดท้ายพระเอกก็ยังทำให้นายเอกต้องตกอยู่ในอันตรายอยู่ดี 
แต่ในท้ายที่สุดพระเอกก็ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าเขา  เส้าเย่ฮว๋า  สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้คนผู้นั้นได้มีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัย เขาสามารถแลกกับอะไรได้บ้าง พระเอกที่ถูกเลี้ยงดูมาให้ไม่มีหัวใจ ไม่ให้มีความรักความชอบในสิ่งไหน จะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อนายทหารเฝ้าประตูวังคนหนึ่ง.....

........................................................................................................................


"  ......... ประมุขของประเทศรักใคร่โปรดปราน  หากเป็นคนธรรมดาไม่มีบุญได้รับ  

วิธีรักของฮ่องเต้มีสองแบบ   หนึ่งคือส่งออกไปเผชิญกับอันตราย  
ให้ได้ฝึกฝนประสบการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเติบโตพอที่จะเคียงข้างไปกับฮ่องเต้ของประเทศ  
อีกแบบหนึ่งคือซ่อนเขาเอาไว้  ปิดบังจากผู้อื่น ไม่ว่าผู้อื่นหรือคนที่ถูกรักคนนั้นล้วนไม่มีทางสังเกตเห็น  
ทั้งรักลึกซึ้ง  ทั้งหลีกลี้หนีหาย  ผลักเขาออกจากวังวนความปรารถนา  
ไม่ให้เขาต้องได้รับความทุกข์ทรมานแม้แต่นิดเดียว ...... ผิงอัน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นแบบใด 
....... ไม่  เจ้าไม่ใช่แบบใด ........
เขายืนอยู่ข้างหน้าเจ้า  ปกป้องเจ้าไว้เบื้องหลังเขาอย่างแน่นหนา  รอจนมีอำนาจอยู่ในมือ    
เขาจะต้องยกสิ่งที่สามารถให้เจ้าได้มอบให้เจ้าทั้งหมด ... 
ตำแหน่ง  อำนาจ  เกียรติยศชื่อเสียง  กระทั่งตำแหน่งฮองเฮา! ......." 


📍วังต้องห้าม 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/20p7mCbKSG




วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 3


พราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 3 (7 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : จือจือ / ผู้แปล : Honey Toast
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
เดินทางไกลพันลี้จากซีอานถึงจวงลั่ง
ฟู่ถิงจวิน ได้ติดตาม จ้าวหลิง มาในฐานะของคู่หมั้น
ชีวิตของทั้งสองเรียกได้ว่าสงบสุขและราบรื่น
จ้าวหลิงได้โอกาสดีในการลบล้างฐานะเดิม
สร้างความดีความชอบในการเป็นทหาร
แม้ทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกัน  แต่ก็มักส่งสารหากันเสมอ
เมล็ดพันธุ์แห่งความรักเริ่มหยั่งรากลึกลงไปในจิตใจ

ส่วนฟู่ถิงจวิน ก็ทำหน้าที่ได้สมกับเป็นกุลสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี
อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน  รอคอยการกลับมาของจ้าวหลิงเงียบๆ
แต่ชีวิตกลับไม่ได้ราบรื่นคืนสุขอย่างที่คิดไว้  ไม่ว่านางจะแต่งกายอย่างไร
ความงามของนางก็มิอาจรอดพ้นสายตาของคนชั่วไปได้
ซ้ำร้ายมีข่าวลือเกี่ยวกับจ้าวหลิงหลุดรอดออกมาให้นางอกสั่นขวัญหาย

บุปผาดอกงามดอกนี้จะทำเช่นไรเพื่อให้หลุดพ้นจากเหล่าภมรร้ายที่หวังจะเชยชม
ทว่าท่ามกลางมรสุมร้าย  บุปผาดอกนี้ต้องผลิกลีบแย้มบานต่อไปอย่างแข็งแกร่งและงดงาม

รีวิวพราวพร่างบุปผาตระการ เล่ม 1  https://marynlinsbook.blogspot.com/2017/05/1.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
พราวพร่างบุปผาตระการ เห็นเนื้อเรื่องเรียบๆ เรื่อยๆ แต่พออ่านแล้วเราชอบมาก ชอบความสัมพันธ์ของพระ-นางที่ละมุนละไมค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากศูนย์แล้วพัฒนาเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ รวมถึงตัวละครตัวประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เจิ้งซาน เจิ้งซานเหนียง หรืออาเซิน ซึ่งต่างก็เป็นตัวละครที่เราชอบและรู้สึกว่าขาดไปไม่ได้  ตอนนี้เลยติดเรื่องนี้มากที่สุด แม้จะรู้ว่าหนทางยังอีกยาวไกลเพราะตั้ง 7 เล่มจบแหน่ะ  แต่เราก็สู้...เย้! 55+

เรื่องนี้พระ-นางต้องไต่เต้าและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกำลังของตัวเอง เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นคนธรรมดา ภูมิหลังก็ธรรมดา ยังไม่ได้มีคนใหญ่คนโตคอยเป็นแบ็คอับ หรือมีใครคอยหนุนหลัง ชีวิตของพระเอกที่ผ่านมาก็คล้ายกับคนเถื่อน ไม่ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่ง เพราะต้องออกเดินทางขึ้นเหนือลงใต้อยู่ตลอด แถมยังต้องปากกัดตีนถีบ คิดหาหนทางเลี้ยงดูตัวเองและพวกพ้องตั้งแต่ยังหนุ่มอีกด้วย 

แต่เมื่อโชคชะตาได้นำพาให้เขามาเจอกับนางเอก และได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน พระเอกจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองครั้งใหญ่ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง โดยเริ่มไต่เต้าจากการเป็นทหารในหน่วยเล็กๆ และพยายามสร้างผลงานให้ถูกตาต้องใจผู้บังคับบัญชา เพื่อลบอดีตและเป็นคนใหม่  เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้าทั้งเขาและตัวนางเอกจะได้ไม่ต้องคอยก้มหัวหรือประจบเอาใจใคร ส่วนนางเอกก็คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ค่อยๆ เรียนรู้และเติบโตเหมือนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน  คอยดูแลจัดการงานอยู่ในบ้าน  พร้อมทั้งผูกมิตรกับผู้คนรอบข้าง เพื่อปูทางให้พระเอก (ว่าที่สามีในอนาคต) ไปเรื่อยๆ

ตอนนี้เราหายสงสัยในเรื่องภูมิหลังและอดีตของพระเอกแล้ว แต่ก็มามีเรื่องหน้าที่การงาน ที่ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องการบ้านการเมือง การแย่งชิงบัลลังก์ที่ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อยแทน ส่วนนางเอกก็ดันมาซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างต่อเนื่อง เพราะรูปโฉมที่งดงามเลยนำมาซึ่งเหล่าผึ้งภมรที่แสนจะชั่วร้าย อาศัยช่วงที่พระเอกเงียบหายกุข่าวว่าเขาตาย เพื่อหวังให้นางเอกถอดใจและไปแต่งงานใหม่กับคนอื่น และเมื่อนางไม่ยินยอมคนเหล่านั้นก็บังคับ ทั้งใช้กำลังหวังจะรังแกนางที่อ่อนแอไร้ที่พึ่ง แต่โชคยังดีที่คนข้างกายนางนั้นพอมีฝีมืออยู่บ้าง บวกกับตัวนางเอกที่เจอะเจอเรื่องร้ายๆ มาบ่อยๆ เข้าก็เริ่มฉลาดขึ้น จึงวางแผนโต้กลับอย่างไม่ถอยหนี และสุดท้ายก็ได้รับชัยชนะกลับมาอย่างน่ายินดี แต่เมื่อพระเอกรู้เรื่องเขากลับไม่ยินดี และไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ เพราะการที่นางถูกรังแกและต้องระเห็จหนีไปพึ่งพิงคนอื่น สำหรับเขามันคือความอัปยศ  
หากไม่จัดการเจ้าคนผู้นั้นให้สิ้นซาก เขาก็ทนไม่ได้                                   
ส่วนเรื่องที่นางเอกถูกใส่ร้ายปมก็ยังไม่คลาย ยังแก้ไม่ได้ จึงยังไม่สามารถคืนความบริสุทธิ์ให้กับตัวเองได้  แต่ดูๆ แล้วเบื้องหลังของเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่การใส่ร้ายแบบปกติธรรมดาทั่วไป เพราะมันดูซับซ้อนซ่อนเงื่อนและน่าจะร้ายแรงกว่าที่คิด แต่ยังไม่รู้หรอกว่าเป็นฝีมือใคร?  
และทำไปเพื่ออะไรกันแน่? ….

มาถึงเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ตอนนี้ก็พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะจ๊า อิอิ ...เพราะนางเอกไหน้ำส้มแตกจ้า..แตกดังเพล้งๆ !!!เลย ...ขนาดพระเอกยังอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางเอกที่สุขุมเรียบร้อย มีความอดทนและเก็บอารมณ์ได้ดีมาตลอด จะมาหึงหวงเป็นกับเขาด้วย...แต่พี่แกก็ไม่โกรธหรอกนะ ออกจะดีใจด้วยซ้ำ (ยิ้มหน้าบาน)  
เพราะสองเรานั้นใจตรงกัน ไม่ต้องกินแห้วแล้วจ้า 55+ ...ทำไงได้ถึงนางเอกจะเป็นคุณหนูที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีขนาดไหน แต่เนื้อแท้ข้างในนางก็ยังเป็นแค่เด็กสาวอายุ 16 ปี  แถมที่ผ่านมาก็อยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน  เพราะงั้นมันก็ต้องมีหลุดกันบ้างใช่มิ ...แต่ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้สารภาพความในใจออกมา ไม่ต้องเดากันไปเดากันมาอีกแล้ว และได้วางแผนอนาคตร่วมกันสักที  แต่น่าเสียดายอยู่อย่างที่ตอนนี้ทำได้อย่างมากก็แค่กอด 55+   

...........................................................................................................

............นางชอบเขามากขนาดนั้น  ถ้าในหัวใจเขามีหญิงอื่น 

นาง ... นางทนรับไม่ได้!
เรื่องในวันนี้ยังต้องเกิดขึ้นอีกหนแล้วหนเล่า  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
          แม้คนสองคนจะรักใคร่กันสักปานใดก็ผ่านความทรมานใจอย่างไม่จบไม่สิ้นเยี่ยงนี้ไม่ไหว
เมื่อนั้นเขามีแต่จะรู้สึกชังน้ำหน้านาง  ส่วนนางจะมีแต่รู้สึกว่าเขาแล้งน้ำใจ 
แทนที่จะหันหลังเป็นศัตรู
มิสู้แยกจากกันตรงนี้เลยจะดีกว่า
          ฟู่ถิงจวินนั่งอยู่ในรถม้าอย่างเลื่อนลอย
แยกจากกันเช่นนี้ก็ดีแล้ว .. แยกจากกันในขณะที่เขายังเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาผู้กล้าหาญ
ทรงคุณธรรมในใจนางคนนั้น  
ส่วนนางยังเป็นหญิงสาวโฉมงามผู้อ่อนโยนใจกว้างคนนั้นในใจเขาเถอะ! ............



📍พราวพร่างบุปผาตระการ  ➡️ https://s.shopee.co.th/6puC90BTjZ



วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ลวงรัก



ลวงรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : หลิงเป้าจือ / ผู้แปล : หลิงฮวา
สำนักพิมพ์ Bakerybook

คำโปรยหลังปก
หลังผ่านค่ำคืนแสนรัญจวนใจกับผู้ชายเป็นครั้งแรก
โจวอวี่เฉา  คุณชายเจ้าสำราญผู้ได้ชื่อว่าไม่สนใจเพศเดียวกัน
ก็ตามหาผู้ชายที่ทิ้งไว้เพียงชื่อ เฟิ่งเจียอวี๋
ไหนเลยจะคิดว่าการพบกันอีกครั้งจะนำมาซึ่งเรื่องเหนือคาด
ทั้งได้รู้ว่า หมินอวี้ หลานชายอีกฝ่ายที่แท้เป็นลูกชายของเขา
ทั้งถูกอีกฝ่ายจับมัดสั่งสอนจนความทระนงป่นปี้
งานนี้โจวอวี่เฉาจึงต้องทบทวนตัวเอง
ก่อนเดินหน้ารุกหนักเพื่อพิชิตใจ เฟิ่งเจียอวี๋

                    แต่เขากลับลืมไปว่า ... ความรัก
                    ก็คือเกมที่เต็มไปด้วยกลลวง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ลวงรักอีก 1 ผลงานของหลิงเป้าจือ ผู้เขียนโรงน้ำชาเร้นรัก  แต่ต่างตรงที่เรื่องนี้อยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ยุคโบราณ  นายเอกของเรื่อง เฟิ่งเจียอวี๋ ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย ต้องปลอมตัวเป็นน้องสาวของตัวเอง เพื่อไปพบกับผู้ชายคนหนึ่งในยามค่ำคืนตามคำขอร้องของน้องสาวที่เป็นเสมือนญาติเพียงคนเดียว... โจวอวี่เฉา คุณชายเจ้าสำราญตระกูลโจว ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย ใช้ชีวิตเสเพลไม่เคยจริงจังในความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหน แต่เขากลับตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่เพิ่งพบหน้ากันเพียงครั้งแรกเท่านั้น

การพบกันในครั้งนั้นทำให้นายเอก เฟิ่งเจียอวี๋ ได้รู้รสนิยมทางเพศของตัวเองเป็นครั้งแรก และทำให้พระเอก โจวอวี่เฉา ได้รู้จักการตกหลุมรัก แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับซินเดอเรลล่าเพราะเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลา นายเอกก็ต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง โดยที่พระเอกก็ได้แต่เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าของรองเท้าแก้วในคืนวันนั้นก็คือน้องสาวของพระเอก เฟิ่งหยวนหยวน

เมื่อได้มาพบกันอีกครั้ง คราวนี้ก็เป็นฝ่ายนายเอกที่เข้าหาพระเอกก่อนด้วยเหตุผลบางประการ  จากตอนแรกที่ตั้งใจจะทำให้เป็นความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน เมื่อตื่นขึ้นมาก็ต่างแยกย้ายกันไป  แต่พระเอกกลับดันมาติดใจ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้ชายมาก่อนแท้ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงปล่อยมือจากนายเอกไม่ได้  ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะคนทั้งคู่ต่างก็รักกันมาก  ทว่าด้วยความที่รักมากนี่แหละ จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างกลัวที่จะสูญเสีย จนพอถึงตอนที่เกิดปัญหา เกิดความสงสัย ก็เลยไม่มีใครพูด ...ไม่มีใครถาม ...ไม่บอก...ไม่เล่าให้กันฟัง และเมื่อผสมรวมกับอดีตที่อยู่ในใจ จึงทำให้สุดท้ายก็ไปกันไม่รอดนั่นแหละเอยย.....

เนื้อเรื่องเหมือนจะดราม่า หน่วงๆ อยู่บ้างแต่เราว่าก็ไม่เท่าไร เพราะนายเอกเป็นคนใจอ่อนโกรธง่ายแต่หายเร็ว (ช่างขัดใจเรายิ่งนัก)...มันเลยไม่สุดอะ ส่วนสาเหตุก็มาจากพระเอกที่ชอบหวาดระแวง ไม่เชื่อใจ  เพราะตัวเองนั้นมีบาดแผลในใจ ที่เคยถูกคนรักทรยศหักหลังมาก่อน  โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงขั้นไม่คิดอยากจะรักใครอีกเลย  แถมพี่แกยังไม่ชอบสืบหาความจริง ไปฟังใครพูดมาหน่อยก็เก็บเอามาคิดเองเออเอง ฟันธงฉับๆๆ เอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นตัวตัดสินเปรียบเทียบกับนายเอก  แล้วสุดท้ายมันก็ทำร้ายทั้งตัวเองกับนายเอกซ้ำไปซ้ำมา ...เฮ้อ ..
แต่ด้วยความที่นายเอกก็เป็นคนหัวอ่อน แถมยังรักพระเอกมากก เพราะงั้นเดี๋ยวเขาก็คืนดีกันได้ไม่ต้องห่วง 55+  
พล็อตเรื่องเลยไม่ค่อยมีอะไร เราว่าก็เป็นแนวที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ทั่วไปอะเน้อ