วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา เล่ม 1-2


เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา เล่ม 1-2 / ผู้แต่ง : เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว 
ผู้แปล : ซินโป-หย่งชุน
สำนักพิมพ์ earnest

คำโปรยหลังปก
   ยินดีต้อนรับสู่เรือนมัจฉา
เหลาสุราปีศาจแห่งความพิศดารลุ่มลึก
   จิบเมรัยเคล้าเรื่องราวบุญคุณความแค้น
ระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์
    สดับนิทานแห่งโลกคู่ขนาน
ที่ความมืดปรากฏในจิตใจคน
และความสว่างปรากฏในร่างภูตผี
    พบพานการผจญภัยสุดพิศดาร
และตำนานรักสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
มาๆ เร่เข้ามา...มาฟังเรื่องเล่าพิศดารกึ่งจริงกึ่งไม่จริง เรื่องราวบุญคุณความแค้น ความรักของภูต ผี ปีศาจ เทพ เซียนและมนุษย์  หนึ่งจอกสุราต่อหนึ่งเรื่องเล่า ณ เรือนมัจฉาล่มเมือง ร้านสุราที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเปี้ยนเหลียง โดยเจ้าของเหลาสุรานามว่า “ อวี๋จี “ เป็นสาวงามที่มาที่ไปไม่ชัดเจน 
พร้อมเด็กช่วยงานในร้านปีศาจแมว “ หมิงเหยียน “  กับปีศาจจิ้งจอก “ ไป๋ซานผี “ และแขกขาประจำของร้านท่านมือปราบ “ หลงหยา “

ได้อ่านเล่ม 1 เมื่อปีที่แล้ว เล่มแรกมี 10 ตอนแต่ละเรื่องจบในตอน โดยจะดำเนินเรื่องราวผ่านแขกที่มาเป็นลูกค้าในเหลาสุรา ซึ่งแต่ละตอนจะแอบทิ้งปมปริศนาเล็กๆ น้อยๆ ของตัวละครหลักเอาไว้...ขอสารภาพว่าอ่านจบไปนานมากแล้ว เลยจำแม่นๆได้แค่บางตอน TvT  ...แต่ก็ยังประทับใจกับเรื่องราวความรัก ความแค้น  ความดำมืดและเห็นแก่ตัวของจิตใจคน ที่นำพาให้ก่อเกิดเป็นบุญคุณความแค้นโศกนาฏกรรมต่างๆ มากมายอย่างไม่จบไม่สิ้น  

บางตัวละครการกระทำก็เหมาะสมกับบทสรุปแต่ก็มีตัวละครหลายคนที่ทำให้เราน้ำตาซึม รู้สึกเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งทำให้ต้องพลัดพรากจากลา ไม่อาจได้อยู่ร่วมกัน   
อย่างถัวเย่วปีศาจจระเข้ที่อาศัยอยู่ในบึงซิวหลัว ( ชอบตอนนี้มาก...จนมาถึงตอนนี้ก็ยังจำชื่อตอนกับชื่อตัวละครได้  คิดดูว่าชอบขนาดไหน 55+ ) ปีศาจจระเข้ที่เฝ้าเก็บตัวบำเพ็ญเพียรจนแก่กล้าและใช้ชีวิตสันโดษไม่แคร์ใคร ไม่คิดเป็นใหญ่ ไม่ทำตัวเด่น ใช้ชีวิตแบบไม่แยแสผู้ใดนอกจากตัวเองมาเป็นพันๆ ปี อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งนานแต่พอได้ประจักษ์กับความรัก ก็กลับต้องกลายเป็นการจากลากันชั่วนิจนิรันด์ ...ถัวเย่วจึงได้แต่หลั่งน้ำตาอย่างขมขื่น น้ำตาที่เศร้าโศกสุดแสนจะพรรณนาให้แก่นางอันเป็นที่รัก  
แต่อย่างน้อยก็ยังมีบางคู่ที่โชคดี  ที่ถึงแม้ยามเป็นจะไม่ได้เคียงคู่แต่ยามตายกลับได้อยู่ร่วมกัน (แบบนี้เค้าเรียกว่าโชคดีมั้ย หรือไม่ใช่หว่า 55+) เช่นคู่ของปีศาจสาวที่ยอมทิ้งตบะพันปี เพียงเพื่อขอให้ได้อยู่เคียงคู่กับคนที่ตนรักเท่านั้นพอ ....

พอมาเล่ม 2 ถึงจะมีแค่ 4 ตอนแต่ตอนนึงก็ยาวมากเลยนะ เล่มนี้จะเริ่มเปิดเผยภูมิหลังที่มาที่ไปของตัวละครหลักมากขึ้น ตอนอ่านเล่มแรกเราก็สงสัยว่าอวี๋จีเป็นอะไร เป็น ภูติ ผี ปีศาจ หรือว่าเทพเซียน? ทำไมจู่ๆ ถึงมาเปิดเหลาสุราอยู่ในแดนมนุษย์  ในเรื่องเหมือนนางกำลังหลบหนีอะไรบางอย่าง ซึ่งพอมาเล่มนี้ก็จะเริ่มเผยรายละเอียดของเรื่องต่างๆ ที่เราสงสัยไปทีละนิด ค่อยๆ เชื่อมโยงปริศนาที่ทิ้งไว้ในเล่มแรกไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นมือปราบหลงหยาที่เหตุใดถึงได้สนิทสนมกับเหลาสุราแห่งนี้นัก   

แม้แต่ปีศาจจิ้งจอกซานผี ที่นิสัยตลกโปกฮาเป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะในร้าน แต่กลับมีชาติกำเนิดที่ไม่เล็กเลยจริงๆ...เบื้องหลังของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดาเพราะเกี่ยวพันไปถึงมหันตภัยแห่งหกมรรคา โดยเฉพาะตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งไม่ธรรมดา เพราะถึงขนาดทำให้หกเทวะผู้พิทักษ์กระแสทั้งหกในอดีตล่มสลายได้เลยนะเออ ~~~    

** เรื่องนี้ถ้าใครได้อ่านเล่มแรกแล้วก็อย่าลืมซื้อเล่ม 2 มาอ่านต่อนะจ๊ะ เพราะเรื่องที่เคยสงสัยในเล่ม 1 ก็จะมีมาเฉลยในเล่มนี้แหล่ะจ้า ตอนแรกที่อ่านเราก็นึกว่าจะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักความแค้นของภูต ผี ปีศาจ มนุษย์ เทพ เซียนเฉยๆ  พออ่านเล่ม 2 ถึงได้เข้าใจว่ามันไม่ใช่สินะ...มันมีอะไรที่ลึกลับซับซ้อนที่เกี่ยวข้องไปถึงดินแดนสวรรค์ชั้นฟ้า และลึกลงไปถึงนรกภูมิอเวจีมหานคร อยากรู้ว่าเล่มต่อไปจะดำเนินเรื่องราวต่อไปยังไง  ตัวการใหญ่จะถูกโค่นล้มได้มั้ย ส่วนคนที่สูญหายจากไปจะได้กลับคืนมาอีกครั้งหรือปล่าว ( แอบหวังๆ >o< ) ... ว่าแล้วก็รออ่านเล่ม 3 ต่อ  โปรดอย่าถามว่ากี่เล่มจบเพราะข่อยก็บ่ฮู้เหมือนกันจ้ะ.... ล้าลาลา~~

...................................................................................................................................

" หยุนล่วน.... หยุนล่วน.....โต้วติ่งยังอยู่ที่แห่งนี้หรือไม่ ..."

" มัน ... ไม่อยู่ที่แห่งนี้แล้ว "
" ...ก็ดี ...ก็ดี .. ตัวสารเลวนี้ในที่สุดก็ไปเสียที... มันหากจะรังแกข้าอีก..
หยุนล่วนยังจะช่วยข้าหรือไม่ .."
" แน่นอน .. คราหน้ามัน ...มันหากกล้ารังแกเจ้าอีก ข้ายังจะช่วยเจ้าทุบตีมัน ... " 
เหลียงฉานบนใบหน้าเผยรอยยิ้มแสนหวาน  คล้ายกลับมาถึงวันเวลาแห่งวัยเยาว์ .....
.....................................................................................................................................

" นามดาบเถาอิ่น  หลอมรวมจากนามจิ้งจอกสวรรค์  กระดูกเพลิงนภาและโลหิตช่างหลอม  โลกนี้มีเพียงเล่มเดียว  ข้าหลอมอาวุธพันปี แต่ไรมาไม่เคยหลั่งโลหิตเพื่อผู้ใด  

โลหิตนี้ย่อมหลั่งเพื่อเจ้า  เจ้าก็ต้องเคียงคู่ข้าไปทุกชาติทุกภพ "
" เจ้า ... ไยต้องลำบากเพื่อข้าเช่นนี้  คู่ควรหรือ "
" คู่ควร "
......................................................................................................................................

" เหลาสุราของแม่นางอวี๋จีก็เปิดกิจการได้ไม่กี่ปีเท่านั้น  ผู้มาร่ำไรที่นี้เนืองๆ...คง 

...คงมิใช่หมายถึง.....ข้ากระมัง "
อวี๋จีปิดปากหัวเราะ  " หรือว่ายังมีบุคคลที่สอง "
หลงหยาทั้งประหลาดใจทั้งยินดีปรีดา " ทว่าพวกเรานับแต่รู้จักกันที่เรือนแรมกุ่ยหลางอี้เป็นต้นมา เคยกล่าววาจาเยี่ยงนั้นกับแม่นางอวี๋จีแต่เมื่อไร   หรือว่า .... "
" หรือว่าพันปีก่อน ...ชาติก่อนพวกเราเคยมีวาสนา  เคยพานพบกันมาก่อนจริงๆ "


📍เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา ➡️ https://s.shopee.co.th/qdRnFKYXK





วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

หงส์ขังรัก 5 เล่มจบ



หงส์ขังรัก เล่ม 3-5 ( 5 เล่มจบ ) / ผู้แต่ง : เทียนอีโหย่วเฟิง
สำนักพิมพ์ แจ่มใส 

คำโปรยหลังปก
แม้จะรู้ว่าข้างหน้าคือหุบเหวลึกพันจั้ง
เขายังคงต้องเดินเข้าไป
เพราะนางอันเป็นที่รักอยู่บนขอบเหวนั้น

ว่าไปแล้วทุกคนก็คือตัวหมาก
ไต้หล้าคือกระดานมาก  หรงจื่อเป็นคนเดินหมากกระดานนี้
แต่เพื่อฉู่อวี้แล้วเขายอมตกต่ำเป็นตัวหมากที่ปลิวไปตามสายลม
กระดูกและผิวหนังทุกอณูของเขาล้วนเจ็บปวดแสนสาหัส
หัวใจแหลกสลาย  แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่

ทั้งที่เขาสามารถชนะการเดินหมากที่ใช้ผืนแผ่นดินต่างกระดานในครั้งนี้
แต่กลับยินดีจะพ่ายแพ้ ..หากมันช่วยรักษาชีวิตนางเอาไว้ได้
ถึงแม้ว่าเขาจะต้องสูญสิ้นทั้งแผ่นดิน  สูญสิ้นทั้งลมหายใจก็ตาม!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
ในที่สุดก็มาถึง 3 เล่มสุดท้าย อ่านจบแล้วเย้ๆ ...อ่านไปง่วงไป ตาจะปิด ...
อย่างที่เคยบอกไว้ตอนเขียนความรู้สึกหลังอ่านจบในเล่ม 1-2 ว่าเรื่องนี้บทพูดน้อย
ส่วนใหญ่จะเป็นบทบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวละครมากกว่า  
พูด 1 ประโยค บรรยายต่อสิบบรรทัด วนเวียนไปมาอยู่แบบนี้แหละจ้า  
คำพูดก็ออกแนวปรัชญา พูดแล้วต้องมาตีความต่ออีกทอด ลับลมคมในกันไปมากว่าจะคุยกันจบเรื่องนึงปาไป 10 หน้า ไม่ใช่อะไรแต่บทบรรยายองค์ประกอบต่างๆ มันเยอะจริงๆ
หรืออาจจะกลัวว่าเราจะไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิด ที่มาที่ไปในการกระทำของตัวละครหรือปล่าวเลยบรรยายมาซะเยอะเชียว TvT

เรื่องนี้พระเอกไม่หลุดโผเป็นคนที่คาดไว้ตั้งแต่เล่มแรกแล้ว ใครเอ่ย?? หรงจื่อ “ เองจ้า  
ยอดชายงามผู้ฉลาดเฉลียว เจ้าเล่ห์  หน้าตาหล่อเหลางดงามยิ่งกว่า จงเหนียนเหนียน ’ 
ที่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งเสียอีก ใบหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับอยู่เสมอ
ทำให้คนมองอยากเข้าใกล้แต่ก็หวาดกลัวด้วยเช่นกัน เบื้องหลังพี่แกลึกลับซับซ้อนมากจนเราสงสัยว่า หรงจื่อเป็นไผมาจากที่ใด?  ความสามารถมากขนาดนี้ ทำไมถึงยังรั้งอยู่ในวังองค์หญิงอีก?

เรื่องนี้ตัวละครชายมีแต่เจ๋งๆ แต่คนที่เก่งที่สุด ฉลาดที่สุดก็ยังเป็นพระเอกอยู่ดี  
พระเอกเรื่องนี้ฉลาดมากจริงๆ เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการสุดๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก ฆ่าได้อย่างไม่ลังเล ไม่สนว่าคนนั้นจะดีหรือเลวแต่เพื่อให้เป็นไปตามแผนการก็ล้วนกำจัดได้หมด ขนาดร่างกายไม่ค่อยดีอยู่แต่ในวังองค์หญิงไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ยังสามารถควบคุมทุกอย่างได้ตามใจชอบ ไม่มีอะไรที่พระเอกคาดเดาไม่ได้ ทุกๆ อย่างอยู่ในสายตาและการควบคุมของพี่แกทั้งหมด แผ่นดินนี้เป็นเพียงแค่หมากกระดานหนึ่ง ... ซึ่งหรงจื่อก็คือผู้วางและควบคุมหมากทั้งกระดาน

มีตัวละครชายอีก 2-3 คนที่น่าสนใจแต่บทก็หายไปดื้อๆ ซะงั้น55+ 
คนแรกคือ
หวังอี้จือ ’ คุณชายตระกูลหวัง ที่เปรียบเสมือนสายลมและแสงแดดอันอบอุ่น  
เพื่อนที่คุยถูกคอและยอมรับฐานะองค์หญิงของนางเอกได้ตั้งแต่แรกแบบชิวๆ  
คนนี้เป็นคุณชายที่รักอิสระมาก ไม่สนใจในอำนาจลาภยศ หรือชื่อเสียงเงินทอง 
สิ่งเหล่านั้นล้วนไม่มีความหมาย  เมื่อเทียบกับอิสรเสรีและการใช้ชีวิตแบบไม่มีสิ่งใดผูกมัด  
เป็นคนที่เก่ง+ฉลาดมาก เกือบเท่าๆ พระเอกเลย  
แต่ติดตรงที่รักอิสระและไม่สนใจอำนาจใดๆ เลยไม่ได้เข้าสู่วังวนของการแย่งชิงด้วย  
ใช้ชีวิตได้แบบ slow life จริงๆ คนนี้ 55+... เสียดายพอพี่แกออกเดินทางแล้วก็ไม่ค่อยมีบทมาก โผล่มาตอนเล่มสุดท้ายนิดหน่อย แล้วก็หายไปกับสายน้ำ TvT

คนที่สอง เซียวเปี๋ย คุณชายผู้หยิ่งทะนงในเสียงพิณของตน แต่มาตกม้าตายกับนางเอก  
จริงๆ คนนี้ก็คิดไว้แล้วว่าน่าจะเป็นตัวประกอบชายอีกคนหนึ่ง  
แต่ช่วงแรกๆ เห็นพี่แกโผล่มาในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่คิดว่าจะเจอก็มาเจออะไรแบบเนี่ย ตอนที่โดนนางเอกพูดตัดเยื่อใย เพราะหวังดีไม่อยากให้เดือดร้อน
หลังจากนั้นก็นึกว่าจะมีบทบาทอะไรอีก เอาแบบโผล่มาแล้วร้องว้าวๆ ! 
แต่สุดท้ายฮีก็หายไปอีกคน TvT ....

คนสุดท้ายน้องชายขององค์หญิงซานอิน หลิวจื่อเยวี่ย ฮ่องเต้ทรราชย์  
นิสัยที่โหดเหี้ยมอำมหิต สังหารคนแบบตาไม่กระพริบ สิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดจากการเลี้ยงดู
และประสบการณ์ในวัยเด็กที่ผิดๆ  แถมต้องขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุยังน้อย
ท่ามกลางเหล่าขุนนางและคนมากมายที่ต่างหมายปองบัลลังก์ 
และคิดจะลอบสังหารตัวเองอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้จิตใจแต่เดิมที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วก็ยิ่งกู่ไม่กลับ แม้นางเอกจะพยายามอย่างไรแต่ก็ไม่อาจฝืนโชคชะตาได้  
แล้วดันเลือกวิธีผิดไปหน่อย เลยยิ่งทำให้นางเอกกลัวและถอยห่าง 
ในตอนสุดท้ายจังหวะที่น้องแกตัดสินใจเงื้อกระบี่จะสังหารนางเอก แต่น้องกลับวางกระบี่
แล้วก้มลงมาผูกสายเสื้อคลุมให้นางเอกตามสัญชาตญาณ เพราะกลัวพี่สาวจะหนาว   
เราชอบฉากนี้ เพราะตอนแรกเราเคยสงสัยว่าฮ่องเต้รักและห่วงใยพี่สาวตัวเองจริงๆ 
หรือแกล้งแสดงละคร  แต่เจอฉากนี้แล้วรู้เลยว่า ไม่ว่าพี่สาวจะทำให้เขาโกรธขนาดไหน  
แต่เขาก็ฆ่าพี่สาวไม่ได้จริงๆ  ตัวละครนี้สังหารได้ทุกคน แต่คนเดียวที่เขาไม่คิดจะทำร้ายก็คือพี่สาวตัวเอง  ถึงจะทำผิดกับทุกคนในใต้หล้า แต่ก็ไม่คิดจะทำผิดต่อพี่สาวตัวเอง..TvT

นิสัยของนางเอก ฉู่อวี้เป็นคน ใจกว้าง ไม่งี่เง่าเอาแต่ใจ  คิดแต่จะหาทางมีชีวิตรอด
แต่หลังๆ ก็เริ่มคิดได้ว่าไม่ได้มีแต่เราเพียงคนเดียวแล้วสินะ  ถ้าตัวเองไปแล้วคนในบ้านจะทำยังไง ฮ่องเต้น้องชายยิ่งติดตัวเองอยู่ด้วย หายไปเงียบๆ นี่มีหวังคนที่เหลืออยู่ในบ้านคงตายเรียบ ถึงจะเจอพระเอกหลอกมาหลายรอบก็ไม่ได้โมโหโวยวาย  
แต่นางจะคิดถึงเหตุผลที่เขาต้องหลอก คิดถึงนิสัยและสภาพแวดล้อมโดยรอบของคนๆ นั้น
และยอมรับได้อย่างสงบ ไม่แค้นเคือง  
ไม่ใช่เฉพาะกับพระเอกนะแต่จะเป็นแบบนี้กับทุกคน 

เราชอบนางตรงที่ถึงเวลาที่ต้องตัดใจนางก็ตัดใจ  นางบอกพระเอกไปตรงๆ ว่าชอบ  
พอพระเอกบอกว่าไม่ได้คิดอะไร นางก็โอเคไม่ยื้ดเยื้อ  ชอบก็ดี ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร 
จากไปแบบสวยๆ  เพราะ
ชีวิตนางไม่ได้มีแต่พระเอกแต่ยังมีคนในบ้าน คนที่ติดตามนางมาด้วยซึ่งเป็นเสมือนคนในครอบครัว  นางไม่ดึงดันที่จะอยู่ข้างๆพระเอกเพื่อรอให้เขาเปลี่ยนใจแต่เลือกกลับไปอยู่กับคนในบ้าน ไม่อาลัยอาวรณ์ก็ใช้ชีวิตแบบมีความสุขดี  หากิจกรรมทำไปเรื่อย  ไม่พร่ำเพ้อหาด้วย  เป็นพระเอกซะอีกที่สุดท้ายต้องคิดหาทางดึงนางเอกกลับมา   
ถึงขนาดต้องเดิมพันด้วยชีวิตเพราะรู้ว่านางเอกมีปมในใจ  เลยต้องวางแผนให้นางเอกสลัดปมนั้นทิ้ง แล้วสมัครใจยอมอยู่กับตัวเองตลอดไป  (ไอ้ตอนนี้เราก็มารู้ที่หลังเหมือนกันว่าเป็นแผนพี่แก แสดงละครเก่งจริงๆ 55+ )

เรื่องนี้หลักๆ เป็นเรื่องการหาหนทางเอาชีวิตรอดของนางเอก ว่าจะฝ่าฝืนโชคชะตาตามประวัติศาสตร์ได้ไหม ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับแผนการของพระเอก  
ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆ ในการแย่งชิงบัลลังก์อำนาจของทั้ง 2 แคว้น  
จะได้เห็นสติปัญญาและการวางแผนของพระเอก ว่าฉลาดมากแค่ไหน  
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากก็ยังไม่มีหลุด  ควบคุมตัวเองได้ดีมาก
ถ้าไม่เลือกที่จะช่วยนางเอก เราว่าพี่แกอาจจะครองโลกไปแล้วก็ได้นะ 55+  
พระเอกเรื่องนี้เก่งจริงๆ  เก่งจนน่ากลัว  มีจิตวิทยาสูง 
ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของพี่แก เราก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกัน ว่าไหนจริงไหนหลอก  
อย่าว่าแต่นางเอกกับคนอื่นๆ จะโดนหลอกเลย  เราคนอ่านก็โดนหลอกจ้า
ถ้าไม่มีบทบรรยายบอกไว้ก็ไม่รู้ดอกจ้า 
( นี่สินะความสำคัญของบทบรรยาย 55+ )   
ความคิดของตัวละครบางคนโดยเฉพาะพระเอก มันช่างยากแท้หยั่งถึงดีน๊อ 55+

** อ่านจบก็ได้รู้ที่มาที่ไปของสิ่งวิเศษที่หลุดมาในโลกนี้เสียที ก็ไม่ผิดจากที่เดาๆ ไว้เท่าไร  
ถ้าตกอยู่ในมือคนที่ฉลาดๆ แล้วคิดไม่ดีก็คงแย่  โชคดีที่ตกทอดอยู่ในสำนักของเทียนหรูจิ้ง
ที่ทำแค่อ่านบันทึกประวัติศาสตร์กับเปิดโหมดป้องกัน แต่ในขณะเดียวกันสิ่งนี้ก็เป็นกรงขังอย่างหนึ่งสำหรับผู้ครอบครองด้วย (โปรดดูได้จากชีวิตของเทียนหรูจิ้ง 55+ )  
ก็คงแล้วแต่มุมมองและวิธีการใช้ของแต่ละคนล่ะมั้ง ว่าจะเป็นผู้ครอบครองหรือให้มันครอบครองเรา เพราะพอตกมาอยู่ในมือของนางเอกก็เห็นนางใช้อย่างสนุกสนาน  
มีความสุขดีนะ 55+


............................................................................................................................

' ในที่สุดเขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้  ยอมก้มหัว  ยอมศิโรราบ  ยอมอ่อนข้อ  
ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเขาเอง  แต่ด้วยเหตุผลที่นางไม่มีวันรู้
บนภูเขามีต้นไม้  บนต้นไม้มีกิ่งไม้  ข้าชอบเจ้าเพียงนี้ เจ้ากลับไม่รู้
นี่เป็นความเปล่าเปลี่ยวและสิ้นหวังอย่างลึกซึ้งบนโลกใบนี้  ข้าอยู่ตรงหน้าท่าน  ท่านกลับไม่รู้ว่าข้ารักท่าน

..........................................................................

" ข้าชอบเจ้า .... นี่ ข้าชอบเจ้า "
เขาได้ยินเสียงตนเองเอ่ยขึ้นช้าๆ  " ไม่มี  ไม่มีแม้แต่น้อย "
" เมื่อก่อนคำพูดเหล่านั้นล้วนโกหกข้า "
" ใช่  ล้วนเป็นคำพูดโกหก "

............................................................................

หรงจื่อคือยอดฝีมือในการเดินหมากและปลุกปั่นจิตใจคน  เขารู้ว่าฉู่อวี้เป็นคนเช่นไร 
การทุ่มเทความคิดวางแผนในครั้งนี้เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของนางแทบจะพังทลาย 
จนตายก็ไม่อาจลืมเขาได้
ในช่วงน่าสังเวชใจที่สุดเขาได้ลงดาบอย่างเฉียบขาด  สร้างบาดแผลลึกที่สุดไว้ในจิตวิญญาณของนาง
" .....ข้านอนอยู่ในโลงหินแล้วบอกกับท่านว่าถ้าข้าตายไปแล้วให้ปิดฝาโลงเผาร่างข้าไปเสีย  แต่ในใจของข้ากลับไม่ยินยอมพร้อมใจ  ข้ามาอยู่ในโลกใบนี้กลับไม่เคยได้รับอะไรเลย  แต่อย่างน้อยข้าต้องรั้งนางไว้ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด  และไม่ว่านางจะเศร้าโศกเสียใจหรือไม่ "

..............................................................................

..... หญิงสาวที่ยึดครองร่างของข้า  ข้าควรเตือนเจ้าหรือไม่  เมื่อเจ้าลืมตาขึ้นมาจงอย่าได้มองเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ตรงหน้าเจ้าเป็นอันขาด
อย่าไปมองสบตาเขา
อย่าไปส่งยิ้มให้เขา
อย่าไปพูดคุยอะไรกับเขา
คนผู้นั้นคือมารปีศาจที่กลืนกินหัวใจคน
อย่าไปหลงรักเขา  หาไม่เจ้าจะเป็นเช่นข้า  จะรักก็ไม่ได้ จะเกลียดก็ไม่ได้เหมือนตายทั้งเป็น ......


วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ศิษย์พี่แต่งกับข้าเถอะ!


ศิษย์พี่แต่งงานกับข้าเถอะ! 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เยวี่ยเพ่ยหวน
สำนักพิมพ์ everY

คำโปรยหลังปก

ยุทธภพกว้างใหญ่  ลิขิตสวรรค์ยากฝ่าฝืน
ก่อเกิดเรื่องราวบุญคุณความแค้นเหลือคณานับ
ทว่าจะมีสักกี่คนที่ติดค้างคนคนหนึ่งทั้งบุญคุณและความแค้น?

บุญคุณ ... ที่เขาช่วยชีวิตให้รอดจากเงื้อมมือมัจจุราช

สอนสั่งวิทยายุทธ์ ทั้งยังชี้แนะจนบรรลุหนทางแห่งยอดฝีมือ
ความแค้น .. เท่าที่บุรุษผู้หนึ่งจะย่ำยีข่มเหงบุรุษผู้หนึ่งได้  หมั่นป้อยอความหวานจนเขาตายใจ
สุดท้ายก็เป็นผู้ทำลายภาพวิมานอันงดงามนั้นลงด้วยมือตนเอง
ความรัก ... ความรักที่ ... เอ้ย! ไอ้บัดซบคนใดมันใส่ข้อนี้มาวะ!

ข้าขอบอกตรงนี้เลยนะ  ความแค้นนั้นถือว่าข้าสะสางกับเจ้าหมดสิ้นแล้ว

หากยังคิดว่าตนเองติดค้างหนี้บุญคุณข้าล่ะก็  จงไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าให้ไกลเท่าที่จะไกลได้เถิด
นั่นคือการทดแทนบุญคุณที่ดีที่สุดเท่าที่เจ้าจะให้ข้าได้  เจ้าศิษย์น้องเนรคุณ!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )

ใครที่ชอบนายเอกแมนๆ เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอต้องขอแนะนำเรื่องนี้เลยจ้า อย่าดูจากภาพปกกับชื่อเรื่องเฉยๆ นะอาจจะถูกหลอกได้ 55+ เรื่องนี้ 2 เล่มจบแต่หนังสือบางมาก จริงๆ ไม่ต้องทำเป็น 2 เล่มก็ได้นะ 55+ ( 2 เล่มรวมกันยังหนาไม่เท่าครึ่งเล่มของหงส์ฟ้อนมังกรเหินเล่มเดียวเลย  เง้ออ )
                                                                              

ปิดเรื่องมาด้วยความเศร้า เพราะครอบครัวของศิษย์น้องถูกคนสังหารตายหมดภายในคืนเดียว บ้านของศิษย์น้องคือพรรคเร้นภูผาที่มีพ่อเป็นเจ้าสำนัก ทุกคนในสำนักล้วนถูกฆ่าตายหมด  เหลือรอดเพียงบ่าวรับใช้สูงวัยหนึ่งคนกับลูกชายคนโต ลู่จือหลิน  บาดเจ็บสาหัสใกล้จะตายเต็มทีแต่โชคดีที่ได้  หวังเยวี่ย  ลูกศิษย์ในนามของพ่อผ่านมาพอดีเลยช่วยไว้ได้ทัน หวังเยวี่ยมีวรยุทธ์สูงส่งและมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา เขาใช้พลังแทบจะทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิตของลู่จือหลินเอาไว้ และทำให้ตัวเองต้องบาดเจ็บแทน รูปโฉมจากที่เคยหล่อหลางดงามก็กลายเป็นอัปลักษณ์ ส่วนร่างกายก็ซูบผอมลงเรื่อยๆ จนทำให้คนตกใจกลัว หวังเยวี่ยจึงตัดสินใจพักรักษาตัวอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี และถือโอกาสนี้สอนวรยุทธ์ให้ลู่จือหลินไปด้วยเลย

ลู่จือหลินจำใจต้องยอมรับหวังเยวี่ยเป็นศิษย์พี่อย่างไม่เต็มใจนัก เพราะรู้ว่าตัวเองนั้นอ่อนด้อยสู้ใครเค้าไม่ได้ ศิษย์พี่เคี่ยวกรำสอนสั่งศิษย์น้องอย่างเย็นชาและหนักหน่วง  โดยคิดว่านี่คือชะตาฟ้าลิขิต ส่วนศิษย์น้องก็ก้มหน้ารับฟังสิ่งที่ศิษย์พี่สอนอย่างไม่มีบิดพริ้ว เพราะคิดว่านี่คือความรักความห่วงใยจากศิษย์พี่ที่แสนจะเย่อหยิ่งเย็นชา   
แต่คิดไปคิดมาอีท่าไหนก็ไม่รู้สุดท้ายถึงได้งาบศิษย์พี่ลงท้องซะอย่างนั้น 55+ ...ศิษย์พี่ทั้งโกรธทั้งอับอาย  จนอยากจะฆ่าเจ้าศิษย์น้องเนรคุณนี่ให้ตายๆ ซะ แต่ติดตรงที่ตอนนี้ร่างกายยังบาดเจ็บสาหัสทำให้ไม่มีพลังพอ เลยได้แต่กัดฟันยอมอดทนถูกกินต่อไป 55 (3 วัน 3 คืนเลยนะจ๊ะ 55)

เรื่องนี้อ่านไปก็ขำไปเพราะศิษย์น้องมันขี้มโนจริงจริ๊งงงง ศิษย์พี่ทำอะไรน้องแกก็จะคิดเข้าข้างตัวเองหมดว่าทำไปเพราะรักเราแน่ๆ เลย เขาพูดมาอย่างก็คิดไปอีกอย่าง ...สุดยอดของการมโนจริงๆ         
ตอนที่เนื้อเรื่องเหมือนจะมีความดราม่า+นองเลือดแต่พอน้องแกมโนเท่านั้นแหละอย่างฮา ศิษย์น้องนี่เป็นตัวละครที่มีความสุขจริงๆ นะ เหมือนที่ศิษย์พี่เคยบอกไว้ว่ายิ่งโตก็ยิ่งใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็กๆ เป็นคนที่มีความคิดเรียบง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่พูดออกมาแล้วตรงประเด็น ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นด้วย (ถ้าศิษย์พี่ไม่บอกให้ไปล้างแค้นให้คนในบ้านนี่ก็อาจจะไม่ไปนะ )  ...แต่นิสัยของศิษย์พี่นี่ตรงข้าม เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขี้โมโห+เย็นชาเพราะวรยุทธ์สูงมาก เลยทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ แค่สัมผัสได้ถึงพลังปราณก็ถอยห่างแล้ว  
มีแต่ศิษย์น้องนี่แหละ  ศิษย์พี่ขอหอมหน่อย  ศิษย์พี่ขอกอดหน่อย 55+    
คือใจน้องแกก็กลัวนะแต่หนังหน้ามันหนากว่าไงบวกกับใช้ความมึนเข้าสู้ ...ดีนะที่ตอนนั้นศิษย์พี่ป่วยอยู่เลยได้จับกินไม่งั้นตาย!!! เพราะวรยุทธ์ของศิษย์พี่นี่สูงที่สุดในยุทธภพเลยนะจะบอกให้  ไม่มีใครสู้ได้เลย

ศิษย์พี่เห็นนิสัยแข็งๆ โหดๆ แบบนี้แต่ในเรื่องก็นี่มีแต่คนมาแอบชอบนะ แถมยังเป็นผู้ชายด้วย เพียงแต่ไม่มีใครหน้าด้าน หน้ามึน ตามตื๊อเท่าศิษย์น้องเท่านั้นเอง เพราะทุกคนเห็นพี่แกสูงส่งเลยไม่กล้าแตะต้อง พอรู้ว่าโดนเด็กจับกินแล้วเท่านั้นแหละ  เสียดายกันใหญ่รู้งี้น่าจะรุกตั้งนานแล้ว 55+  

เนื้อเรื่องโดยรวมก็สนุกดี  ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับยุทธภพการฝึกวิทยายุทธ์ เคล็ดวิชาเพลงดาบ  บวกกับพลังในการมโนของศิษย์น้องที่ทำให้เรื่องมันไม่น่าเบื่อ อ่านไปยิ้มไป อาจจะสงสัยว่าศิษย์พี่ดุขนาดนี้  วรยุทธ์ก็สูงกว่าศิษย์น้องแบบนี้จะถูกจับกดได้ไง ไม่ต้องห่วงจ้าเรื่องนี้น้องแกเอาอยู่ 55+  ทำเอาศิษย์พี่แทบลงจากเตียงไม่ไหว ( ไม่ใช่แค่ 1-2 ชั่วยามนะ เพราะพระ-นายเค้ามีกำลังภายในสูงทั้งคู่เลยอยู่ได้เป็น1-2 วัน แบบไม่ต้องกินอะไรเลย 55+  โดยเฉพาะศิษย์น้องอึดมากกกก )  ศิษย์พี่ขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์สุดท้ายน้องแกก็ปีนขึ้นเตียงสำเร็จทุกที อิอิ ~~~ 

..............................................................................................................................

" ข้ามอบความรักลึกซึ้งให้เจ้า?  ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น "
" ศิษย์พี่ถ้าท่านไม่ชอบข้าทำไมถึงดีกับข้าขนาดนั้น  
อีกทั้งยังขอหยกพกประจำตระกูลจากข้า "
" ที่แท้เป็นเพราะหยกพกนั่น? "
" ในเมื่อเจ้ากับแม่นางเฝิงมีใจให้กันก็พูดจาให้ชัดเจน  ไยต้องปิดบังข้า  เจ้าทำผิดแล้วกลับปล่อยเลยตามเลย  คงถูกสวรรค์กลั่นแกล้งเป็นแน่ถึงได้สามารถอดทนต่อคนป่วยที่หน้าตาอัปลักษณ์เยี่ยงข้า "
" ในชีวิตของข้าหวังเยวี่ย  ยังมีวันที่ได้รับความสงสารเห็นใจจากคนอื่น? "
" ศิษย์พี่ ... อย่าไป! "
..............................................................................................................................

" บอกไว้ก่อนนะว่าคราวนี้ห้ามทำนานเกินไป  อย่างมากห้ามเกินหนึ่งวัน "

" ถ้าอย่างนั้นควรจะนานแค่ไหน "
" คนปกติทั่วไปอย่างมากก็หนึ่งถึงสองชั่วยามกระมัง "
" ศิษย์พี่เราเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ ท่านจะเอาไปเปรียบเทียบกับคนปกติทั่วไปได้อย่างไร                 ฝึกวรยุทธ์มานานขนาดนี้ยังต้องยึดถือทุกเรื่องเหมือนคนปกติทั่วไป  
แล้วชีวิตจะมีรสชาติอะไร "
" เจ้าฝึกวรยุทธ์เพื่อทำเรื่องพวกนี้? "
................................................................................................................................

" เรามาดีดพิณกันก่อน  จากนั้นพลอดรักกันสักหน สุดท้ายค่อยฝึกวรยุทธ์ "
" มีครั้งไหนบ้างที่เจ้าทำเสร็จแล้วไม่ร้องขอครั้งที่สองที่สาม!?  
ไหนเลยจะมีแรงไปฝึกวรยุทธ์ต่อ "
" ถ้าอย่างนั้น ... คงต้องตัดการดีดพิณทิ้งแล้ว "
" ศิษย์พี่ ... ข้าไม่ได้แตะต้องท่านมาสามวัน คิดถึงแทบตายแล้ว  
ยังจะดีดพิณอะไรอยู่อีก มาให้จุมพิตดีกว่า "
" ไปตายเสีย! "



📍ศิษย์พี่แต่งงานกับข้าเถอะ! 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8KhiHCae1v






วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์


เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Su Xing Le
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
      เผยจิ่น  โอรสองค์ที่เก้าของฮ่องเต้  นิสัยสุภาพอ่อนน้อมมาแต่ไหนแต่ไร
ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า  อ๋องเก้าผู้ทรงคุณธรรม
      เป็นองค์ชายที่ไม่มีความปรารถนา และความทะเยอทะยานใดๆ 
ในสายตาของทุกคน
      เหยียนซื่อหนิง  บุตรตรีของอัครเสนาบดี  กุลสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม
แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ออกเรือนเสียที
      ตั้งแต่อายุหกขวบจนถึงสิบแปดปี  นางรู้มาตลอดว่าเผยจิ่นเป็นเดรัจฉานในคราบมนุษย์
ที่ตบตาเก่งเป็นที่หนึ่ง  ภายนอกสุภาพเรียบร้อยก็จริง  แต่ภายในกลับต่ำช้าไร้ยางอาย

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์ พระเอกเป็นองค์ชายเก้าที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้          
พูดง่ายๆ คือพ่อไม่รัก ไม่เหลียวแล ไม่สนใจ ถูกพ่อแท้ๆ หมางเมินเย็นชาใส่มาตั้งแต่เล็กจนโต
ในวังหลวงอันกว้างใหญ่สถานที่ๆ เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี

แต่พระเอกกลับไม่มีใครให้พึ่งพิงเลย ทำเอาเกือบตายอยู่หลายครั้ง ดังนั้นเพื่อจะรักษาชีวิต  
พระเอกจึงต้องระหกระเหินติดตามอาจารย์ออกจากวังไปตั้งแต่ยังเด็ก 

เมืองที่พระเอกไปอยู่คือบ้านเกิดของนางเอก เหยียนซื่อหนิง เด็กหญิงอายุ 6 ขวบ
ที่ตอนนั้นรู้จักแต่กินกับนอน ภาพลักษณ์ของพระเอกในใจของนางเอกนั้นย่ำแย่มาก
เพราะสมัยเด็กพี่แกชอบหาเรื่องแกล้งนางเอก ชอบหาเรื่องมาหลอกให้นางตกหลุมพรางอยู่บ่อยๆ  
พอถูกจับได้ก็โกหกหน้าตาย วางมาดเป็นองค์ชายผู้แสนสุภาพอ่อนโยน ไม่มีพิษภัย  
ทำให้นางเอกเกลียดขี้หน้าพระเอกมาตั้งแต่เด็กๆ เลย          
ต่อมาเมื่อนางเอกต้องเข้ามาอยู่เมืองหลวงในฐานะบุตรสาวคนโตของท่านอัครเสนาบดี  
นางจึงปิดบังนิสัยเดิม แกล้งทำเป็นกุลสตรีผู้อ่อนโยน ว่านอนสอนง่ายและเรียบร้อย  
ในโลกใบนี้คนที่รู้จักนิสัยจริงๆ ของนางเอกมีเพียงพระเอก  
และคนที่รู้ว่าเนื้อแท้ของอ๋องเก้าผู้แสนสุภาพอ่อนโยนนั้นจริงๆ แล้วกลับเจ้าเล่ห์ ไร้ยางอาย  
ก็มีแค่นางเอกเท่านั้น ...... หึหึ

พระ-นาง ต่างก็รู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดี อยู่ต่อหน้าคนอื่นทั้งคู่จะทำตัวสุภาพเรียบร้อย อ่อนโยน 
ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ แต่พออยู่ด้วยกันสองคนเมื่อไร พระเอกจะเจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง+หื่นกับนางเอกมาก  
มือไม้อยู่ไม่เคยสุข เพราะอดกลั้นมานาน เฝ้ารออีกฝ่ายโตเป็นสาวมานานแล้ว  
พอนางอายุครบ 18 ปุ๊บได้เวลาออกเรือนปั๊บ พี่แกจึงรีบขี่ม้ากลับเมืองหลวงเพื่อมาขอแต่งงานทันทีเลย 

......... เรื่องนี้มีขั้วอำนาจทางการเมืองเยอะ  ทั้งฝ่ายรัชทายาท+ฮองเฮา  
ฝ่ายองค์ชายเจ็ด+พระสนมที่ห้ำหั่นต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์กันอย่างดุเดือด  
และฝ่ายญาติของพระสนมที่เคยดูแลพระเอกเมื่อสมัยยังเด็ก 
ส่วนพระเอกก็ทำตัวเป็นอ๋องเจ้าสำราญ วางตัวอยู่นอกวงไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่สนใจราชบัลลังก์  
แต่ก็คอยวางแผนอยู่ลับๆ คอยกำจัดขั้วอำนาจไปทีละขั้ว เพราะรู้ดีว่าถึงจะวางตัวอยู่เฉยยังไง
ท้ายที่สุดก็ต้องถูกดึงให้เข้ามาในวังวนนี้อยู่ดี 

พระเอกเรื่องนี้ฉลาดมาก เป็นคนสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์ วางแผนเก่ง ฉากหน้าทำตัวเป็นอ๋องเจ้าสำราญ ไม่สนใจการเมือง  ใช้ชีวิตมีความสุขอยู่กับเมียไปวันๆ แต่ฉากหลังพี่แกกลับไม่ธรรมดา  
เพราะมีเครื่องข่ายข่าวสาร และขุมกำลังมือดีมากมาย
ส่วนชีวิตของพระ-นางก็หวิดจะตายอยู่หลายครั้ง 
เพราะถูกคนใส่ร้าย ถูกลอบฆ่าอยู่ตลอด
เพราะไม่มีฝ่ายไหนยอมปล่อยให้พระเอกได้ใช้ชีวิตอยู่แบบเป็นสุขเลย  

อะไรนิดอะไรหน่อยก็หวาดระแวง  คิดแต่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นภัยต่อตัวเอง 
ต้องคอยหาเรื่องวางแผนใส่ร้ายอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่ายังไงพระเอกก็ร้ายกว่าอยู่ดี 
ร้ายแบบสุมขุมนุ่มลึก  กว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าเป็นฝีมือของพี่แก ก็โดนเอาคืนแบบถอนรากถอนโคนจนใกล้หมดลมหายใจตายแล้ว 

เรื่องนี้อ่านไปก็สงสารเกือบทุกตัวละครอะ ตัวละครในเรื่องส่วนมากจะเป็นสีเทาๆ  
ไม่มีใครดีไปหมด เราสงสารรัชทายาทอ่ะถูกพ่อ-แม่เคี่ยวกรำมาตลอด ไม่เคยได้เป็นตัวของตัวเองเลย  เพราะเป็นว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคต เลยถูกตั้งความหวังไว้สูงตั้งแต่เล็กจนโต  
ชีวิตที่อยู่เหนือผู้อื่นแต่แท้จริงกลับตัดสินใจอะไรเองไม่ได้เลย 
จะทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังระวังไม่ให้พลาด เดี๋ยวถูกคนมาแย่งตำแหน่งไป   
รัชทายาทเป็นลูกที่พ่อรักมากที่สุด แต่สุดท้ายเขากลับอยากเป็นเหมือนพระเอกที่พ่อไม่รักไม่สนใจมากกว่า จะได้ใช้ชีวิตแบบสบายๆ สุดท้ายรัชทายาทปลงตกเบื่อโลก เบื่อการแย่งชิงเลยขอออกจากตำแหน่ง กว่าจะออกได้ก็เลือดตาแทบกระเด็นแต่ทว่าชีวิตจริงมันมักไม่เป็นดั่งหวังเสมอไป... TvT

สงสารจุดจบของพ่อนางเอก ใจคุณพ่อก็รักและคิดถึงเมียคนแรกอยู่เสมอ แต่ก็ไม่เคยทำอะไรได้  
รู้สึกผิดแต่ก็ไม่ทำอะไร ก็เลยได้แต่รู้สึกไปเรื่อยๆ ชีวิตคุณพ่อจึงเปรียบเสมือนหนุ่มบ้านนอกหน้าใส
ที่เข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ โดยมีเมียและลูกที่น่ารักรอคอยอยู่ที่บ้านนอก   
ในขณะที่การงานกำลังจะก้าวหน้า แต่รูปร่างหน้าตาไอ้หนุ่มหน้าใสใจซื่อ ก็ดันไปต้องตาคุณหนูใหญ่ลูกเจ้าของบริษัทเข้า ไอ้หนุ่มหน้าใสไม่ยอมเล่นด้วย เหตุเพราะมีลูกเมียรออยู่แล้วที่บ้านนอก
แต่คุณหนูไหนเลยจะยอม เพราะไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้!!  
สุดท้ายไอ้หนุ่มหน้าใสเพราะความซื่อ เลยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของสาวเมืองกรุง  
สุดท้ายก็ถูกคุณหนูจับกิน ..พอแต่งๆ ไปเนื่องจากเมียใหม่เป็นลูกคุณหนูตระกูลไฮโซ 
ครอบครัวมีอิทธิพล ไอ้หนุ่มหน้าใสไฉนเลยจะกล้าหือ แถมยังต้องการก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน สุดท้ายจากที่ไม่ยอมก็กลายเป็นยอม ไอ้หนุ่มหน้าใสเมื่อพลาดครั้งแรกแล้วก็ยังพลาดต่อไปเรื่อยๆ จนจบ ก็รู้ว่าใจคุณพ่อนั้นรักแม่นางเอก แต่มันก็ไม่มากพอไง เพราะไม่งั้นคงหือกับองค์หญิงแล้วกลับไปหาแม่นางเอกที่บ้านนอกนานแล้ว ...แล้วทำไมเราถึงสงสาร??  
ก็สงสารจุดจบน่ะ ...แบบว่าเป็นคนขี้สงสารน่ะไม่มีไร 55+

ตัวละครในเรื่องล้วนเป็นเหยื่อของอำนาจ  บางคนก็เต็มใจให้ตัวเองเป็นเหยื่อ  
บางคนก็ไม่ได้เต็มใจ แต่เป็นเพราะชีวิตมันเลือกไม่ได้ จะเดินหน้าก็ตาย ถอยหลังก็ต้องตาย  
ในเมื่อเดินทางไหนก็ตาย งั้นก็เลือกทางที่ตายช้าหน่อยก็แล้วกัน....
จะว่าไปก็เพราะอำนาจตัวเดียวแท้ๆ ที่ทำให้ต้องมายุ่งวุ่นวายกันไปหมด  
บางคนอยู่เฉยๆ ยังไม่ได้ทำอะไร แต่เพราะอีกฝ่ายระแวงกลัวจะเป็นภัยคุกคาม  
แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความหวาดระแวง  ผลลัพธ์อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้
แต่เมื่อเมล็ดพันธุ์นี้มันงอกออกมา ยังไงก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ ในเรื่องไม่ว่าชีวิตใครจะใหญ่หรือเล็ก
ก็ล้วนถูกวางเป็นเบี้ยหมากเพื่อการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจหมด  

เหมือนใยแมงมุมที่แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพันคนโน้นเดี๋ยวพันคนนี้  
พันกันไปพันกันมา ทุกคนก็ถูกดึงให้เข้ามาเกี่ยวข้องกันจนหมด
เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มที่อยากได้อำนาจเท่านั้นเอง    

** ไม่ต้องห่วงเน้อเรื่องนี้จบแฮปปี้จ้า ถึงจะเน้นไปที่เรื่องการวางแผนแย่งชิงบัลลังก์แต่ก็สนุกจ้า  
ทุกตัวละครมีบทสรุปที่สมกับการกระทำ  ตอนพระ-นางอยู่ด้วยกันก็น่ารัก  
กัดกันตลอดเพราะพระเอกเค้าชอบแหย่นางเอกเล่น  ต้องให้นางเอกโกรธถึงจะอารมณ์ดี 
มีความสุข55+ ...ฉาก 18+ มีพอสมควรเพราะอ๋องเก้าหื่นมากค่ะ 
 อย่าให้อยู่กันสองคนนะคะมือไม้นี่เลื้อยตลอด 55+


วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรม



ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรม 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จิ๋วเสี่ยวชี
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
หากการเป็นฮองเฮาที่ดีคือการประพฤติตนตามคุณธรรมของภรรยา
โอนอ่อนทำตามสามี  รู้จักปกครองวังหลังให้สงบเรียบร้อย
เช่นนั้นแล้ว เย่เจินเจิน  คงสอบตกทุกข้อ
เพราะเพียงคืนแรกที่แต่งเข้าวัง  นางก็ถีบฮ่องเต้ตกจากแท่นบรรทมเสียแล้ว
ฮ่องเต้หนุ่มอย่าง จี่อู๋จิ้ว ที่ไม่ชอบตระกูลเย่อยู่แล้ว  จึงยิ่งชังน้ำหน้านางมากขึ้น
สตรีบ้านใดล้วนปรารถนาจะเป็นอองเฮากันทั้งนั้น  แต่เย่เจินเจินกลับตรงข้าม
การกระทำของนางล้วนคาดเดามิได้ ใฝ่รู้ในเรื่องที่สตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยว
ทั้งยังหน้าหนาผิดกับสตรีทั่วไป  ที่สำคัญคือขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้จี่อู๋จิ้วอยู่เสมอ
ราวกับว่าภารกิจหลักที่นางแต่งเข้าวังนี้คือการทำให้ฮ่องเต้ไม่มีความสุขเลยสักวัน!


ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
ถัดจากจันทราดอกไม้ร่วง มหาสมุทรดอกไม้บานกับบุหลันไร้ใจ ที่เป็นแนวดราม่าปวดใจ  เคล้าน้ำตา ก็มาเป็นเรื่องเบาๆ หวานๆ จบแบบ Happy ending  กันบ้างเน้อ  สำหรับสำนักพิมพ์อรุณที่หันมาจับนิยายจีนแปลบ้างแล้ว ซึ่งปีหน้าก็จะได้เจอกับเรื่องภรรยาผู้มีคุณธรรม (คนเขียนเดียวกับเรื่องว่าด้วยอาชีพนางสนม) แล้วก็นิยายจีนแปลแนวปัจจุบันของกู่ม่านอีก 3 เรื่อง..
          
เรื่องนี้พระ-นางเขาเกลียดขี้หน้ากันมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว เพราะต่างคนก็ต่างถูกบังคับให้มาแต่งงานกัน  นางเอกเป็นฮองเฮาที่ถูกท่านปู่บังคับให้มาแต่งงานกับฮ่องเต้ “ จี่อู๋จิ้ว “  
ฮ่องเต้หนุ่มวัย 20 ที่กำลังเลือดร้อน และมีสนมนางในอยู่ในวังหลังมากมาย... 
นางเอกเป็นหลานสาวคนสุดท้องท่ามกลางพี่น้องผู้ชาย เพราะเป็นหลานสาวคนเดียวก็เลยถูกรักใคร่ตามใจจากคนในครอบครัว ประหนึ่งสมบัติล้ำค่า ตระกูลของนางเอกเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพล  ท่านปู่เคยเป็นพระอาจารย์ของฮ่องเต้และดำรงตำแหน่งเป็นถึงอำมาตย์  ส่วนคนอื่นๆ ในครอบครัวก็ล้วนเป็นผู้มีความสามารถเลยมีแววว่าจะถูกกำจัด เพราะทำให้ฮ่องเต้ระแวง (ก็ตามปกติแหละ ถ้าตระกูลไหนมีอำนาจมากเกินไปจนดูเป็นภัยคุกคามต่อราชวงศ์ สุดท้ายก็จะถูกฮ่องเต้กำจัดไปตามระเบียบ )   ดังนั้นนางเอกจึงถูกบังคับให้ต้องแต่งงานเพื่อวงศ์ตระกูล โดยท่านปู่ขอร้องนางเพียงแค่เรื่องเดียว คือ.... “ ไม่ต้องทำอะไร ขอแค่อย่าให้ถูกปลดจากตำแหน่งฮองเฮา “

นางเอกเป็นคนฉลาด ตรงไปตรงมา นิสัยเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ เพราะเติบโตมาด้วยความรักความเอาใจใส่ของคนในบ้าน ส่วนพระเอกนั้นถึงจะเพิ่ง 20 แต่ก็เป็นฮ่องเต้ที่ดี เก่งกาจ เฉลียวฉลาด
และมีอีโก้สูงตามประสาคนหนุ่ม จึง
ทำให้มักมีความเห็นไม่ตรงกับปู่ของนางเอกที่เป็นคนหัวเก่าแล้วชอบเถียงกันอยู่บ่อยๆ  แต่ด่ามากไม่ได้ไง เพราะปู่ของนางเอกเคยเป็นพระอาจารย์ของตัวเอง ก็เลยเอามาลงกับนางเอกแทน ด้วยความที่ไม่ชอบตระกูลของนางเอกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยพาลให้ไม่ชอบหน้านางเอกไปโดยปริยาย 

เล่มแรกจะเป็นตอนอยู่ในวังหลัง นางเอกถูกคนใส่ร้ายและเอาปัญหามาให้  
แม้ปัญหาจะไม่ได้เกิดจากตัวนาง แต่เนื่องจากนางเอกเป็นฮองเฮา และฮองเฮาก็มีหน้าที่ดูแลควบคุมวังหลัง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไร...ก็ต้องโทษนางเอกเอาไว้ก่อนว่าดูแลไม่ดี   
พวกสนมนางในรวมถึงพระเอกก็อาศัยจุดนี้มาเล่นงานนางเอก หากนางพลาดไม่สามารถแก้ปัญหา หรือหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ก็จะได้หาเรื่องปลดออกจากตำแหน่งฮองเฮาซะ!!
นางเอกจึงต้องคอยหาตัวคนผิดที่ก่อเรื่องไม่ดีในวังหลัง ส่วนพระเอกก็มองอยู่เฉยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร
เพราะตอนนั้นยังไม่โปรดปราน แถมไทเฮากับสนมอื่นๆ ก็ยังจ้องจะเล่นงานนางเอกอยู่เหมือนกัน 
พูดง่ายๆ ว่านางเอกนั้นหัวเดียวกระเทียมลีบ  แต่โชคที่สุดท้ายนางก็สามารถหาตัวคนผิดมารับโทษได้ทุกครั้ง จึงทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในวังได้อย่างมีความสุขดี  
ส่วนพระเอกจะไปนอนกับสนมนางในคนไหนก็ไม่สน ขอแค่อย่ามาปีนขึ้นเตียงนางก็พอ 

เรื่องนี้นางร้ายเยอะ (ก็บรรดานางสนมของพระเอกนั่นแหละ แถมหลังๆ มีคนรักเก่าโผล่มาด้วย)  
ก็พระเอกเป็นฮ่องเต่นี่เนาะ ยังไงก็เลี่ยงเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอก 55+   
แถมแรกๆ พี่แกยังมาถามนางเอกด้วยว่าในวังหลังไม่ชอบใครมากที่สุด แล้วพี่ก็จะไปนอน+ปูนบำเหน็จให้คนๆ นั้น  แต่เป็นแค่ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่ชอบนางเอกเฉยๆ นะ เพราะพอเริ่มชอบแล้วพระเอกก็ไม่ไปหลับนอนกับผู้หญิงคนไหนอีกแล้วจ้า กลัวเมียโกรธแล้วเดี๋ยวจะไม่ให้เข้าใกล้ 
กว่าจะได้กินนางเอกแบบจริงๆ จังๆ ก็ประมาณเล่ม 2 ได้ 
เพราะนางเอกรังเกียจที่พระเอกนอนกับผู้หญิงมาเยอะ รู้สึกสกปรกก็เลยชอบอ้วกเวลาจะซัมธิง.... พอแก้โรครักสะอาดของเมียได้ พี่แกก็ไม่ให้สนมนางในหน้าไหนมาแตะต้องสัมผัสตัวเองอีกเลย  ไม่ไปตำหนักไหนทั้งนั้น ไปหาเมียคนเดียว 55+  ( มาเริ่ม +18 ที่เล่ม 2 เยอะหน่อย 55+ )

พอเข้าเล่ม 2 ตั้งแต่ออกนอกวัง เราก็รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นไอของน้ำทะเลโชยมา แต่เราก็ต้องอ่านให้จบ 55 ....จริงๆ นิสัยบางเรื่องของนางเอกก็ทำให้เราแอบหน่ายใจอยู่บ้าง
เพราะนิสัยแบบนี้ในชีวิตจริงคงเป็นฮองเฮาม่ายล่ายย น่าจะตายตั้งแต่วันแรกที่เข้าวังหลวงแล้ว 
คงเป็นได้แต่ในนิยาย … มีอย่างที่ไหนฮองเฮาแอบหนีออกจากวังไปสนามรบ  ก็ลำบากพระเอกต้องไปตามกลับมา คิดดูสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ก็ยังจะสร้างปัญหาอีกนะ  แถมยังมาโดนจับตัวไปอีก...ก็สมควรแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะนางเป็นนางเอก ยังไงพระเอกก็ต้องตามไปช่วยไว้ได้ทันอยู่แว้วว...เหอๆ   

สรุปสำหรับเราก็อ่านได้เรื่อยๆ ไม่มีไรมาก ชอบเล่มแรกตอนอยู่ในวังหลังมากกว่า  
เล่ม 2 เหมือนจะเริ่มออกทะเล ในเรื่องเหมือนจะมีพระรองใช่มิ แต่ก็ไม่ค่อยมีบทบาทอะไรเท่าไรนะ 
ส่วนตัวร้ายที่ออกๆ มาเหมือนจะเก่ง แต่สุดท้ายพระ-นางก็จัดการได้หมด ไม่มีเซอร์ไพรส์อะไร   
สำนวนการแปลยังไม่ค่อยลื่นไหล มีสะดุด ( แต่สู้ต่อไปนะจ๊ะ สู้ๆ ฮุยเล่ฮุย~~~ )  ... 


วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เร้นใจใต้เงาจันทร์


เร้นใจใต้เงาจันทร์ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Yue Mi Shu Tong
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
    ชาติก่อนเขาหลงรักใคร่
ยอมมอบกายใจให้ราชันจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์
สุดท้ายถูกหยามเกียรติจนร่างต้องสลาย ...
     บัดนี้เขาเป็นเพียงศิษย์ชั้นต่ำในห้องปรุงยา
ไร้ซึ่งความหล่อเหลางามสง่าดังเก่าก่อน
ทว่ายามได้พานพบกันอีกครั้ง  เขาผู้นั้นยังคงไม่รามือ
" จี้ถง "  รู้สึกว่าหากเขาสัมผัส  " ไป๋จวินเซี่ยน " อีกครั้ง
ไม่ว่าเรื่องใดล้วนจะโศกศัลย์ทบมากขึ้นเป็นทวี
      แต่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์กลับเอาแต่ใจ
ให้เขาต้องผจญเคราะห์กรรมซ้ำซาก  
เจาะจงให้เขาเป็นผู้ร่วมใคร่ต้องเสน่หา .......
      ตอนตกอยู่ในเงื้อมมือคนผู้นี้ครั้งแรก
ยังเอ่ยได้ว่า ....' ไม่ประสีประสา '
หากมีครั้งที่สองถือว่า ' ช่างโง่เขลา '
ชาตินี้จี้ถงขอปฏิญาณตนว่าจะอยู่ให้ห่างจากจิ้งจอกตัวนี้!
   
ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
เรื่องนี้ปกสวยถูกใจมาก  แปลภาษาสวยดีแต่อ่านแล้วอาจจะงงๆ ไปบ้าง
เพราะมีศัพท์ทางธรรมเยอะ  แต่โดยรวมเราว่าสำนวนแปลดีนะ  อ่านแล้วโอเคเลย
ตั้งแต่อ่านวายจีนแปลของ
Mee-d มา

เราชอบเรื่องนี้กับนัยย์ตาดอกท้อแล้วก็โรงน้ำชาเร้นรักมากที่สุด 

นี่เป็นเรื่องของนักพรตเต๋ากับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางรูปงามที่ต้องการจะสำเร็จเป็นเซียน
แล้วขึ้นสวรรค์..แต่เดิมนายเอก “เสวียนเจิน“ นั้นเป็นนักพรตเต๋าที่มีพลังหยางบริสุทธิ์สูงมาก
ไม่มีใครเทียบ เป็นเจ้าสำนักชิงซิวอู๋ซิน  สำนักพรตเต๋าที่เน้นฝึกบำเพ็ญเพียรสายธรรมะ 
ฝึกจิตให้บริสุทธิ์ (มันจะมีบางสำนักที่ฝึกแบบเป็นคู่ ซึ่งถือเป็นการฝึกบำเพ็ญเพียรอย่างหนึ่ง)  ส่วนพระเอก “ไป๋จวินเซี่ยน“ เป็นราชันจิ้งจอกเก้าหางที่ต้องการตบะเพื่อเป็นเซียน  
พี่แกมาใกล้ชิดนายเอกเพราะมีจุดประสงค์คือ ต้องการพลังหยางบริสุทธิ์ของนายเอก
เพื่อมาเพิ่มตบะให้ตัวเอง แต่นายเอกเป็นนักพรตแล้วก็ไม่เคยสนใจเรื่องอย่างว่า  
วิธีแสดงความรักของทั้งคู่ก็คือการดีดพิณ-เป่าขลุ่ยร่วมกันเท่านั้นเอง  
จนวันหนึ่งพระเอกทนไม่ไหวเลยตัดสินใจวางยานายเอก แล้วจับรวบหัวรวบหางดูดพลังหยางมาจนหมดสิ้น  เสร็จแล้วก็โยนนายเอกให้เหล่าสมุนดูแล ส่วนตัวเองก็สะบัดตูดเข้าถ้ำไปเก็บตัว หารู้ไม่ว่าลูกสมุนดันไม่สนใจคำสั่งพี่แก แต่แอบเอานายเอกที่ตอนนั้นไม่มีพลังเหลือแล้วมารุมกินกันต่อ  นายเอกไร้พลังจะต่อต้านทั้งร่างกายและจิตใจโดนหยามเหยียดไม่มีเหลือ เลยตัดสินใจระเบิดร่างตายด้วยความเจ็บปวด .........

ร่างจริงของพระเอกคือจิ้งจอกขาว ซึ่งสันดานเดิมของจิ้งจอกก็คือชอบโกหกหลอกลวง    
ซึ่งสำหรับคนทั่วไปก็คือไม่ดีใช่ไหม แต่สำหรับเผ่าพันธุ์จิ้งจอกมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาไง 
เหมือนเป็นวิถีชีวิตแบบหนึ่ง พอพระเอกตายไปตอนแรกๆ พี่แกเลยไม่ได้รู้สึกผิดเท่าไร
เพราะในสายตาตอนนั้นมองเห็นพระเอกเป็นแค่เหยื่อ ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ก็เพราะอยากโง่ให้ถูกหลอกเอง แต่ในชาติที่แล้วนายเอกนั้นรักพระเอกหมดใจ เห็นอีกฝ่ายเป็นคนรัก   
ตอนจะโดนวางยาก็รู้แต่ก็ยังยอมดื่ม พอโดนพระเอกจับกินแล้วพอพี่แกบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงต่อไปนี้จะดูแลเอง ก็เชื่อใจ  

พระเอกมารู้สึกตัวตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่พยายามจะผ่านด่านเคราะห์กรรมด่านสุดท้ายมั้ง
แต่ทำยังไงก็ไม่ผ่านสักที  เพราะใจมันคิดถึงนายเอกอยู่ตลอดเวลา  
คอยเสาะหาคนที่หน้าตาคล้าย คอยตามหาวิญญาณนายเอกว่ามาเกิดใหม่หรือยัง  
พอเจอใครที่คล้ายๆ หน่อยก็หยุดชะงัก รู้ว่านายเอกดวงวิญญาณแตกสลายไม่เวียนว่ายตายเกิดแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกรา  ส่วนนายเอกพอได้มาเจอพระเอกอีก ไม่ว่าจะทำยังไงให้ตายก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองคือเสวียนเจินในชาติที่แล้ว ปฏิเสธพระเอกทุกอย่าง 
ไม่ขอเข้าใกล้ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว แต่พอผ่านไปก็เริ่มมาคิดใคร่ครวญดูใหม่และปลงตก   
ไม่นึกเคียดแค้นแต่กลับหวังอยากให้พระเอกได้ฝึกฝนสำเร็จกลายเป็นเซียนแล้วขึ้นสวรรค์ไป   พยายามบอกพระเอกให้ตัดใจลืมอดีตเสียแล้วก้าวไปข้างหน้า แต่พระเอกมันไม่เอา 
หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ร่ำร้องอยากเจอแต่ “อาเจินๆ“ 

ความรักแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ที่ตอนแรกคนหนึ่งรักแต่อีกคนไม่สนใจ  
พอต้องสูญเสียไปฝ่ายที่ไม่ได้รักกลับวิ่งตามหา คนหนึ่งตัดใจแล้วแต่อีกคนกลับไม่ยอม 
ร่ำร้องขอกลับไปเริ่มต้นใหม่ ...........

** มีตอนพิเศษ 1 ตอน ... ขอปรบมือต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านจ้า 55+  .....
ยาวิเศษมีถมเถไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ชิมิ อิอิ ~~~  .นายเอกของเราถึงจะเก่งกาจแค่ไหน 
จะเกิดใหม่อีกสักกี่รอบแต่ก็ยังคงแพ้ทางพระเอกอยู่ดี  .... 
นายเอกเค้าเป็นคนใจซื่อไม่สนใจเรื่องบนเตียง ตอนแรกที่ให้ความร่วมมือเพราะนึกว่าเป็นการฝึก กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกเพราะจริงๆ พระเอกมันก็แค่หื่น คุณน้องนางก็โดนรวบหัวรวบหางกินทั้งตัวไม่มีเหลือแล้วจ้า 55+

.......................................................................................................


" พวกเขาบอกข้าว่า  หากราชันจิ้งจอกรักใครจริง  

จะพากลับมาแนะนำให้ญาติพี่น้องที่ชิงชิวรู้จัก  หาใช่ถูกหลอกใช้แล้วโยนทิ้งไว้ข้างทาง  ร่างพลังหยางบริสุทธิ์อย่างข้า เป็นได้เพียงแค่เตาปรุงยาสำหรับการบำเพ็ญตบะเท่านั้น... "

" คาดไม่ถึงว่าจับพลัดจับผลู  เจ้ายังคงตามหาข้าจนพบ จวินเซี่ยน ... 

ข้ารู้ดีว่าชาติก่อนเจ้าไม่ได้ชอบข้าจริง  ใยต้องลำบากหาข้าให้พบด้วย "

" อาเจิน .... "  ไป๋จวินเซี่ยนรู้สึกว่าหัวใจของตนเองแทบแหลกสลายอยู่รอมร่อ