วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เจ้าสาวมายา



เจ้าสาวมายา / ผู้แต่ง : จื่อเย่
สำนักพิมพ์ Hermit

คำโปรยหลังปก

ชีวิตนี้ใครๆก็อยากเป็นเจ้าสาว
แต่ไม่ใช่กับสือเจี้ยอี๋  เด็กหนุ่มแสนซื่อที่ต้องสวมรอยเป็นเจ้าสาวแทนคุณหนูผู้มีพระคุณ
ถูกจับนั่งเกี้ยวแดงแต่งงานออกเรือนไปเป็นศรีภรรยาให้ผู้ชายจากแดนเถื่อน
อวิ๋นเทียนหยางคือผู้ชายคนนั้น  และเขาเองก็ไม่ได้อยากได้เจ้าสาว
ตรงกันข้ามกลับอยากไล่ไปเสียให้พ้นๆ  จึงวางแผนการร้ายสารพัดไว้เป็นการต้อนรับ
เจ้าสาวมายาผู้ไม่อาจรู้ชะตากรรมล่วงหน้าใดๆ
ได้แต่หวังว่าแผนการหลอกลวงของตนจะไปได้คลอดรอดฝั่ง
หาไม่แล้วชะตาชีวิตจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจคาดเดา
จะดีหรือจะร้ายก็อยู่ในมือของอวิ๋นเทียนหยางแต่เพียงผู้เดียว ....

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )

เจ้าสาวมายาเป็นเรื่องของบ่าวรับใช้ที่ถูกบังคับให้สวมรอยแต่งงานแทนคุณหนู  ..
ซึ่งเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเจียงหนาน นิสัยของคุณหนูก็คือรักสบาย  
ไม่เคยต้องทำงานหรือตกระกำลำบากมาก่อน 
แล้วจะให้แต่งงานออกเรือนไปเป็นเจ้าสาวที่บ้านป่าเมืองเถื่อนได้อย่างไร
ประกอบกับตัวเองก็มีชายในดวงใจอยู่แล้ว คุณหนูก็เลยหนีการแต่งงานแล้วให้บ่าวรับใช้สวมรอยเดินทางไปแต่งงานแทนซะเลย  (( ย้ำว่าบ่าวรับใช้นะจ้ะไม่ใช่สาวใช้ 55+ )))

พระเอก “อวิ๋นเทียนหยาง“ ก็ไม่ได้อยากแต่ง เพราะมีอคติคือไม่ชอบผู้หญิงที่เป็นลูกคุณหนูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อยากขัดใจพ่อ เลยต้องหาวิธีมาบีบเจ้าสาวให้หนีกลับบ้านไปเอง การแต่งงานจะได้ล่ม พี่แกจึงให้เจ้าสาวมาอยู่บ้านโทรมๆ ทำงานในไร่ ไม่พาไปบ้านใหญ่แล้วโกหกเขาว่าบ้านจน มีแต่บ้านดินโทรมๆ นี่แหละจะอยู่ไหม ถ้าอยู่ก็กลับไป 55+ 
แต่ปรากฏว่าคุณหนูผู้นั้นกลับชอบ กลับขยันขันแข็งก้มหน้าก้มตาทำงาน ผิดไปจากที่เคยคิดเอาไว้ลิบลับว่าคุณหนูในเมืองจะต้องทำอะไรไม่เป็น...

นายเอก “สือเจี้ยอี๋ “ หรืออี๋เอ๋อร์ของพี่ เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบาง หน้าตาคล้ายๆ คุณหนู  
เป็นคนจิตใจดี ซื่อๆ โง่ๆ  ในใจหวังแค่อยากมีครอบครัวเป็นของตัวเองเท่านั้น  
พอได้เห็นไร่นี้ครั้งแรกก็ชอบมาก แล้วก็หวาดกลัวว่าความจริงจะแตกด้วย 
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าตัวเองมีคนในดวงใจ และจะไม่แตะต้องน้องอี๋เอ๋อร์แน่นอน  
น้องอี๋เอ๋อร์จึงดีใจที่จะได้อยู่ที่นี่ในฐานะเมียหลอกๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ
เพราะน้องอี๋เอ๋อร์ไม่มีที่ไปแล้ว 
แต่เพราะน้องดันน่ารักน่าลูบขนาดนี้ นิสัยก็น่าเอ็นดู
แล้วมีหรือที่สามีจะอดใจไหวไม่จับกิน 55+  

พอความแตกพระเอกก็ทำร้ายจิตใจนายเอกไปพอประมาณ   
ซึ่งแม้นายเอกจะดูซื่อๆ ไม่ค่อยฉลาด แต่จริงๆ ก็เป็นคนมีเหตุผลนะ เขาไล่เราก็ไป
ไม่อ้อนวอนคร่ำครวญ .....  

แต่จริงๆ คือพระเอกมันสับสนในตัวเองน่ะ เพราะที่ผ่านมาชอบผู้หญิงมาตลอด
แต่จู่ๆ ดันมาชอบผู้ชายเลยรับไม่ได้ไปชั่วขณะ (แค่ชั่วขณะจริงๆ เพราะหลังจากนั้นก็ปีนเข้าห้องเมียทุกคืน หึหึ ) พอสำนึกได้ก็กลับไปหาเมีย แต่ปรากฏว่าเมียเก็บข้าวของไปอยู่ที่อื่นแล้วจ้า สมน้ำหน้า 555
  
เรื่องนี้มันช่างน่ารักมุ้งมิ้ง พระเอกก็ขี้หึงดี ห้ามทุกคนในบ้านเรียกนายเอกว่า " อี๋เอ๋อร์ "  
ชื่อนี้ตัวเองเรียกได้คนเดียว พ่อก็ห้ามเรียก55+ ...น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าสาวบ้านไร่นะเนี่ย   
มีดราม่านิดหน่อยพอกรุบกริบ  พล็อตไม่มีอะไรมาก  เนื้อเรื่องเรียบง่ายแต่สนุกดี  
อ่านจบแล้วก็นอนหลับฝันดี  ล้าลาลา~~~           




วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บุพเพอลวน



บุพเพอลวน 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เยี่ยนจิ่วจิ่ว , ถวหัว
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ป้าย  " เนื้อคู่กิ่งทองใบหยก "
คือสิ่งที่คุณชายสกุลจินได้มาพร้อมคู่สมรสพระราชทานจากองค์ไทเฮา
นางเป็นคุณหนูรูปงามจากตระกูลใหญ่ผู้เพียบพร้อม
ทว่าหญิงสาวมิอาจยอมแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก
จึงลอบหนีไปในคืนก่อนวันเข้าพิธีวิวาห์
ทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเจ้าบ่าวตัวเอง!

นี่จึงเป็นโอกาสให้ " อวี้ฉีหลิน "
จอมยุมะ์สาวที่พยายามเข้าหาคุณชายสกุลจินทุกวิถีทางเพื่อทำภารกิจหนึ่ง
ได้แอบสวมรอยเป็น . คุณหนูเจียงเสี่ยวเซวียน "
นั่งเกี้ยวแปดคนหามแต่งเข้าสกุลจินแทน

หากทำภารกิจสำเร็จเมื่อไรนางก็จะจากไป
ทว่าการขึ้นขี่หลังเสือครั้งนี้มิอาจลงได้ง่ายอย่างใจ
เมื่ออยู่ๆเจ้าสาวตัวจริงกลับเข้ามาปรากฏตัวในคฤหาสน์สกุลจินโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว!
ใครเล่าจะคาดคิดว่าการเล่นบทสะใภ้จอมปลอมนี้
จะพลิกผันชะตาชีวิตของนางไปตลอดกาล...

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
บุพเพอลวนนิยายรักคอมเมดี้ ตลก สุข ซึ้งมีดราม่าบ้างแต่ไม่ถึงกับเศร้า ไม่ใช่ดราราม่าเคล้าน้ำตา โศกนาฏกรรมนะจ๊ะ ( ไม่ใช่เห็นชื่อถงหัวแล้วเตรียมผ้าขนหนูนะ 
เรื่องนี้ไม่จบแบบโศกนาฏกรรมจ้าวางใจได้ 55+  ^^ )  ตามแฟนเพจมากกว่ารักที่บอกไว้คือเรื่อง 
บุพเพอลวน นี้เป็นนิยายที่เรียบเรียงขึ้นจากบทละครเรื่อง Perfect Couple (คู่วุ่นชุลมุนรัก)  
โดยได้ ฮั่วเจี้ยนหัว มารับบทพระเอก และ ถังเยียน มารับบทนางเอกของเรื่อง  



.” บุพเพอลวน “เป็นเรื่องของคุณชายสกุลจิน จินหยวนเป่าที่ได้รับป้าย เนื้อคู่กิ่งทองใบหยก’ 
พร้อมคู่สมรสพระราชทานจากองค์ไทเฮา  คือคุณหนูสกุลเจียง เจียงเสี่ยวเซวียน 
แต่ชะรอยที่คุณหนูเจียงไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก เลยหลบหนีการแต่งงาน  
ทำให้ อวี้ฉีหลินที่เป็นเด็กสาวบ้านนอก แต่จำเป็นต้องเข้าเมืองหลวงมาเพื่อตามหาคน
ต้องจับพลัดจับผลูเข้ามาสวมรอยนั่งเกี้ยวแปดคนหามแต่งเข้าสกุลจินแทน  
ส่วนพระเอกนั้นพี่แกอยากแต่งงานซะที่ไหน โดยเฉพาะกับหญิงที่ตัวเองไม่ได้รัก
แถมหน้าตาก็ไม่เคยเห็น  แต่ก็ต้องฝืนใจแต่งเพราะไม่อยากขัดใจแม่

เราไม่เคยดูแบบซีรีส์เลยไม่รู้ว่าเนื้อหาจะเหมือนหรือต่างจากในหนังสือมั้ย        
แต่ถ้าจากที่อ่านหนังสือ เราว่าเรื่องนี้ก็อ่านได้เรื่อยๆ เฉยๆ นะ ไม่ขนาดว่าต้องอดหลับอดนอนอ่าน 
( แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเน้อ )  แต่นิยาย 3 เล่มนี่หนามากเลยอะ 
รวมๆ กัน 3 เล่มประมาณ 1700+ กว่าหน้า                
พระเอกเป็นคุณชายตระกูลแม่ทัพที่แม่เป็นหลานแท้ๆ ของไทเฮา  
ตระกูลจินมีโรงผลิตอาวุธที่มีความสำคัญยิ่งต่อราชสำนัก และการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย  พระเอกเกิดมาบนกองเงินกองทอง ถูกเลี้ยงดูตามใจมาอย่างดีเลยติดนิสัยรักสะอาดมากๆ  
กินยากอยู่ยาก  หลงตัวเอง ชอบพูดจาประชดประชันยั่วโมโหนางเอก จนอยากจะเข้าไปตบปากพี่แกเบาๆ สักทีสองที 555+  แต่ก็เป็นคนรักความยุติธรรม ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา   
ถึงจะเป็นมือปราบเทวดาแห่งเมืองหลวงแต่วรยุทธ์กลับอ่อนหัดไม่ได้เรื่อง   
ส่วนนางเอกเป็นเด็กสาวบ้านป่า  นิสัยก็จะห่ามๆ ไม่มีความเป็นกุลสตรี  พูดอะไรไม่ค่อยคิด 
 ใจร้อนวู่วาม เชื่อคนง่าย ...พอมาเจอกับพระเอกที่ปากร้าย ไม่สุภาพอ่อนโยนก็ยิ่งไปกันใหญ่  
แทบจะไม่มีใครยอมใคร  เจอหน้าทีไรเป็นต้องปะทะคารมกันทุกที

นิสัยนางเอกก็พอเข้าใจนะ เพราะนางเติบโตมาบนเขามีอิสระเสรี
เพราะฉะนั้นการกระทำและคำพูดเลยออกมาเป็นแบบนั้น 
นางเอกเป็นคนไม่ค่อยเก็บอารมณ์ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้องไม่เป็นอย่างที่คิดก็ระเบิดได้ง่ายๆ 
แต่เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว มาทำดีด้วยหน่อยเดี๋ยวก็เคลิ้มแล้วก็ลืม   
ในหนังสือจะมีหลายครั้งที่พระ-นางทะเลาะกันแบบรุนแรงมาก ถึงขั้นจะแตกหักและ อีกนิดจะแตกและ  หันหลังเดินจากกันไปและแต่สุดท้าย .... สุดท้ายก็กลับมาหวานชื่นกันอีกแว้ววว ...
เรานี่เซ็งเลยแบบทำไมมันกลับมาคืนดีกันง่ายจังว๊า 55+      
ในเรื่องเหมือนพยายามสร้างปมให้ดูมีเบื้องหลังมีความลับที่บอกใครไม่ได้  
เป็นเรื่องคอขาดบาดตายซ่อนมายี่สิบปีจะให้ใครรู้ไม่ได้...แต่แน่ใจนะว่านี่ความลับ 55
.... ทำไมเดี๋ยวคนนั้นก็มาเห็น  เดี๋ยวคนนี้ก็มาแอบได้ยิน  นี่คือพยายามปิดแล้วใช่ไหมเนี่ย 55+   
ไม่ว่าจะฝ่ายพระเอกหรือฝ่ายตัวร้าย ความลับของแต่ละคนก็รู้ง่ายเกิ๊นนนน   
ไหนว่าพระเอกเป็นมือปราบเทวดาเฉลียวฉลาดไง  
ตัวร้ายก็เป็นสายทำงานให้องค์ชายรองนะ คือน่าจะฉลาดกว่านี้ทำอะไรรอบคอบกว่านี้หรือเปล่า55+

กลายเป็นชอบคู่รองของท่านหมอกู้มากกว่า 55+ .......คู่นี้น่ารักดี เข้าอกเข้าใจกัน  
ท่านหมอก็ซื่อๆ ทึ่มๆ นิสัยน่ารัก  ถึงจะไร้เดียงสาใสซื่อบริสุทธิ์แต่รักใครรักจริง สู้ตายเลยนะเออ  
แต่งไปนี่กลัวเมียแน่นอน  .....ส่วนคู่หลักนี่ปวดหัวปัญหาเยอะ พระเอกก็โดนคนตามฆ่าบ่อย  
วรยุทธ์อ่อนหัด แต่ดีที่นางเอกวรยุทธ์สูงหน่อยเลยรอดตายมาได้หลายครา  
เรื่องนี้เนื้อเรื่องเดาไม่ยาก เรื่องความลับอะไรแป๊ปๆ เดี๋ยวก็ต้องมีคนรู้เดี๋ยวก็เผยออกมา   
ก็ตามฆ่าวางแผนกันไปมา แต่เดี๋ยวตัวร้ายก็รู้แผนพระเอก 
เดี๋ยวฝ่ายพระเอกก็รู้แผนของตัวร้าย มันก็เลยเหมือนแมวไล่จับหนูวนไปวนมา  
ฝ่ายตัวร้ายก็ใจอ่อนไปหน่อย จะเก็บพระเอกได้หลายทีและ แต่มาพลาดตอนสุดท้ายทุกที    
ส่วนนางเอกเรื่องนี้ก็ดวงแข็ง โดนแทงตั้งสองทีแต่ไม่ตายสักครั้งเลยแฮะ แถมรอบสองยังลุกเดินได้ด้วย แต่พอเป็นอีกคนที่ไม่ใช่นางเอก โดนแทงทีเดียวนี่ล้มฟุบตายเลยนะ
นี่แหละหนาความแตกต่างระหว่างตัวเอกกับตัวประกอบ 55+

แล้วความลับเรื่องชาติกำเนิดของพระเอกอีก ที่เขาอุตส่าห์ปิดกันมาได้ตั้งยี่สิบปี  
คือฝ่ายตัวร้ายก็รู้นะแต่ก็ยังไม่ได้บอกใคร ก็มีเสี้ยมๆ พูดยุยงบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา......
ทายสิแตกเพราะใคร55..แตกแล้วยังไม่พอ ยังไปบีบคั้นให้พระเอกยอมรับให้ได้เดี๋ยวนั้นด้วยนะจ๊ะ
แล้วนึกถึงนิสัยพระเอกที่เป็นคนเกลียดการโกหกหลอกลวง แถมเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงมากก  
พอมาเจอเรื่องแบบนี้  มาเจอว่าตัวเองถูกหลอกปิดบังมาเกือบยี่สิบปี  
ใจพี่แก ณ ตอนนั้นจะรับได้มั้ยจะรับยังไงไหวความรู้สึกแรกมันก็ต้องไม่เชื่อไม่ยอมรับ  
ต้องปฏิเสธอยู่แล้ว พอแสดงออกมาแบบนี้ อีนางน้อยก็ไม่พอใจด่าว่าพี่แกเสียไม่มีชิ้นดี
แถมยังไปเก็บข้าวของเดินบึ่งๆ ออกจากบ้านอีก ...
พระเอกก็ยิ่งเตลิดเลยทีนี้  ส่วนฝ่ายตัวร้ายก็ปลื้มปริ่มไม่ต้องลงแรงเองแล้วเอย
~~~~~

** ผู้ใดว่านิสัยนางเอกเรื่องนี้น่ารำคาญ  เราว่าน่ารำคาญด้วยกันทั้งคู่แหล่ะ 55+ ...กินกันไม่ลง  
เหมาะสมกันดีกับป้าย เนื้อคู่กิ่งทองใบหยก ‘  ล้าลาลา \(︶ ̄)> <(︶ ̄)/

..................................................................................................................

" ข้าขอโทษ ..... "
" ข้าไม่เข้าใจเจ้ามากพอ  หลายวันมานี้ข้าไม่ได้ตั้งใจคิดดูเลยว่าแม่เจ้าเป็นตายยังไม่รู้     
เจ้าจะใจร้อนขนาดไหน  ข้ายังรักเจ้าไม่พอ  แม้ตอนนั้นเจ้าจะขาดสติ  
แต่ข้าก็ไม่ควรตบตีเจ้า  ข้าโง่เง่ามากถึงได้ปล่อยให้เจ้าไปจากข้าทั้งที่รู้ว่าตัวเองอาลัยเจ้า 
เจ้าเองก็อาลัยข้า "
" ข้าเสียใจ  เสียใจเหลือเกิน ข้าอยากให้เจ้ากลับมา  ข้าขอร้องให้เจ้ากลับมา "

.....................................................................................................................

" เจ้าแทงได้ดี!  เจ้าแทงกระบี่นี้เข้ามาแปลว่าบุญคุณและความรักระหว่างเราจบสิ้น  
นับแต่นี้ไปเราไม่ติดค้างกันอีกแล้ว ... "
จินหยวนเป่าสั่นสะท้าน  ความเจ็บแปลบเสียดกระดูกทำเอาเขาแทบหมดสติ  
เขาเซถอยไปก้าวนึงจนเกือบล้มลง  นางโหดร้ายถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน




วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทำนองนาง



ทำนองนาง / ผู้แต่ง : อวี๋ฉิง
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ขับขานบทเพลงขอความรัก
เคียงคู่คล้องใจภักดิ์  ตราบสิ้นชีวา ....

เพราะความใฝ่รู้ที่นางมีมาตั้งแต่เด็ก
ทำให้เฉลียวฉลาดเกินใคร  จนได้เป็นราชบัณฑิตหญิง
แต่ความเคารพและการยอมรับในความสามารถก็เรื่องหนึ่ง
ความไม่ชอบใจในความเย่อหยิ่งและความเย็นชาของนางก็อีกเรื่องหนึ่ง
ทว่าสำหรับเขาที่เฝ้ามองนางมาโดยตลอด
เขาชื่นชอบในความเย็นชา  ไม่หวั่นเกรงใครของนางเช่นนี้

แต่โชคชะตากลับไม่เป็นใจ
ในฐานะองค์ชาย  เขาไม่สามารถเข้าไปอยู่ในสายตานางได้
หากจะเข้าไปอยู่ในสายตา .. มีแต่จะต้องเป็นชายบำเรอของนางเท่านั้น
จากจุดสูงสุดเหนือผู้คน  เขาจะทนลงมาอยู่จุดต้อยต่ำ
มากด้วยสายตาดูแคลนได้อย่างไร!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
ทำนองนาง  เป็นเรื่องของ สีจื๋อ  พี่สาวของ สีต๋า’  จากเรื่องหลงเงานาง เป็นเรื่องต้นที่กล่าวถึงแซ่สีของทั้ง 4 แคว้น คือซีเสียน ต้าเว่ย เป่ยถัง (ในเรื่องมายานาง) และหนานหลิง (ในเรื่องจารจำนาง) เนื้อเรื่องอ่านแยกกันได้ไม่เกี่ยวกันเป็นคนละช่วงเวลา แต่ถ้าอ่านไล่กันจะต้องเริ่มจากหลงเงานาง ตามด้วยจารจำนางและมายานาง ส่วนเรื่องทำนองนางจะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับหลงเงานาง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของสีจื๋อโดยเฉพาะ ราชบัณฑิตหญิงแห่งซีเสียนที่ได้รับการยอมรับยกย่องเชิดชูจากจักรพรรดิและราชบัณฑิตเกือบทุกแว่นแคว้น ตอนเด็กมีคนทำนายไว้ว่านางจะเป็นที่รู้จักไปทั่วทุกแคว้นและนำพาชื่อเสียงมาสู่ซีเสียน ผิดกับสีต๋าที่ถูกทำนายว่าจะมีชีวิตที่สงบสุขและราบรื่น ดังนั้นในสายตาของจักรพรรดิจึงเห็นสีจื๋อเป็นคนสำคัญ  แคว้นซีเสียนไม่มีนางไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็หวาดระแวงนางด้วย จนต้องคอยส่งคนไปจับตาดูอยู่ตลอด

ในเรื่องหลงเงานางเรายังไม่เห็นนิสัยของสีจื๋อมากนัก รู้แต่ว่านางเป็นคนฉลาด สุขุม เยือกเย็น 
พอมาเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องของนางเอง นิสัยของนางถ้าจะใช้คำสั้นๆ ก็คือ นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง‘ นิสัยของสีจื๋อถ้าจะใช้คำยุคปัจจุบันมาอธิบายก็คงเหมือนนักวิทยาศาสตร์น่ะ นางมักจะหมกมุ่นสนใจใคร่รู้อยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจคนรอบข้างหรืออะไรที่ไม่เกี่ยวกับการค้นคว้าทดลองอะไรที่เห็นว่าไม่สำคัญก็ไม่สนใจ สนใจแต่หาความรู้ใหม่ๆ วิเคราะห์แก้ปัญหาเท่านั้นจริงๆ ใครๆ ถึงได้คิดว่านางเป็นคนไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก

พระเอกเป็นองค์ชายรองของแคว้นซีเสียน เพราะแย่งชิงบัลลังก์ไม่สำเร็จเลยถูกจับ และกลายมาเป็นคนในเรือนชั้นใน (ประมาณชายบำเรอ) ของสีจื๋อ   ...พระเอกแต่เดิมเป็นองค์ชายที่อ่อนโยน แต่เพราะแม่ตายเลยเปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นคนอารมณ์ร้อน โหดเหี้ยม เอาแต่ใจ ไม่พอใจใครก็สั่งฆ่า ในเรื่องหลงเงานางพี่แกมักแสดงให้ใครๆ เห็นว่าตนคลั่งไคล้สีต๋ามาก อยากได้มาครอบครองจนถึงขนาดส่งทหารไปบุกชิงตัวนางมาจาก หลี่หญงจื้อในขณะที่กำลังจะข้ามไปต้าเว่ย แม้แต่นางเอกเองก็เข้าใจว่าพระเอกหลงรักน้องสาวตัวเองเช่นกัน  คิดว่าพระเอกคงเกลียดตัวเองจนอยากให้ตายๆ ไปซะ และเห็นนางเป็นเพียงตัวแทนของน้องสาวเท่านั้น

เรื่องนี้เราอ่านแล้วเฉยๆ อ่านได้เรื่อยๆ ไม่ถึงขนาดวางไม่ลง ...หลักๆ ก็เป็นเรื่องอาการปวดหัวเรื้อรังของนางเอกที่นับวันจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ กับนิสัยของนางอะที่เป็นคนฉลาดมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองสนใจอยากรู้ นอกนั้นสอบตกหมด ไม่ต้องพูดถึงการเข้าสังคม เรื่องปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างอันนั้นยิ่งแย่ นางมักจะอยู่ในโลกของตัวเองจนไม่สนใจใครทั้งนั้น  คนสนิทที่อยู่กับตัวเองมาเกือบสิบปีชื่อ-แซ่อะไร ยังตอบไม่ได้เลย  ในสมองมีแต่การขบคิด วิเคราะห์ปัญหา แก้โจทย์ ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างอื่น เรื่องส่วนตัวชีวิตประจำวันถ้าไม่มีคนคอยดูแล เรื่องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็คงอยู่แบบนั้นแหละ ข้าวปลาถ้าไม่มีใครหาให้ก็อาจไม่ได้กิน             
           
ถ้านางไม่ใช่ ซีเสียนสีจื๋อ จะใช้ชีวิตแบบไม่สนโลกแบบนี้ได้ไหมเนี่ย ถ้าคนสนิทนางไม่ใช่ทาสที่มาจากชนชั้นสูงจะดูแลนางได้ดีขนาดนี้มั้ย? นิสัยแบบนี้รู้สึกสงสารคนรอบข้างนะ คนรอบข้างนี่แหละที่เหนื่อยสุด เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ แถมยังต้องพยายามทำความเข้าใจตัวนางเองอยู่ตลอด  จะโมโห+โกรธก็ไม่ได้  แสดงความไม่พอใจออกมาก็ไม่ได้ ถามมากก็ไม่ได้ ดังนั้นกว่าพระ-นางจะลงเอยกันได้ก็ปาไปสามสิบและ  
ก็นิสัยของแต่ละคนมันช่าง... คนหนึ่งก็ศักดิ์ศรีค้ำคอเป็นองค์ชายเอาแต่ใจ ปากหนัก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย รักก็บอกว่าเกลียด แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม  ปากไม่ตรงกับใจ ส่วนอีกคนก็แบบนั้นแหละ กว่าจะลงเอยกันได้มันเลยใช้เวลาเยอะหน่อย

ป.ล. อ่านจบบางเรื่องเราว่าก็ยังไม่เคลียร์เท่าไร  คือหลายเรื่องน่าจะเขียนได้ต่อนะ อุตส่าห์คิดมาตั้งนานพอนางเอกบอก “ ข้ายอมแพ้ ”  ก็จบเลย ...อารายว๊า T^T  แล้วยังไม่รู้เลยว่าตกลงหมอซุนสือหยางนี่เป็นไผมาจากที่ใด?  เหมือนจะปูเรื่องมาให้แกเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่เฉลยแฮะ แล้วเรื่องคณะแสดงที่อยู่ในเขานั้นอีกที่ไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกเขาแบ่งแยกดินแดนออกเป็นแคว้นต่างๆ แล้ว...ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีบอกตอนที่พวกนางเอกเดินทางไปเขานั้นด้วย เพราะดูแล้วที่นั่นคงมีคำตอบสำหรับอะไรหลายๆ อย่าง แต่สุดท้ายยังไม่ได้ไป ดันไปตอนหลังซึ่งนักเขียนไม่ได้เขียนบรรยายไว้อะ...
พวกนางเอกคงรู้แต่คนอ่านไม่รู้อะ  ล้าลาลา ~ ~ ~  T^T

  
📍ทำนองนาง ➡️ https://s.shopee.co.th/4fq2AgC8E1




วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สามคราวิวาห์รัก


สามคราวิวาห์รัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง ; หมิงเยวี่ยทิงเฟิง
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
" ไม่มีผลประโยชน์ข้าไม่ทำ "
คือคติประจำตัวของเขา ' หลงเอ้อร์ '  นายท่านรองแห่งคฤหาสน์สกุลหลง
แต่กลับมีหญิงสาวตาบอดคนหนึ่งมาหลอกใช้เลห์กล
ทำให้เขาต้องควักกระเป๋าออกมาทำสิ่งไร้ผลประโยชน์ตอบแทน
แล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างสุขสบายหรือ  ไม่มีทาง!

' จวีมู่เอ๋อร์ '  รู้ว่าเขามีกิตติศัพท์เรื่องความเห็นแก่เงิน  เจ้าคิดเจ้าแค้น  ซ้ำยังเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่เลิกราเสียทีเช่นนี้
แต่ละวิธีที่เขาสรรหามากลั้นแกล้งล้วนทำให้นางปวดหัวทั้งสิ้น
แล้วนางจะยอมให้เขารังแกอยู่ฝ่ายเดียวหรือ  ไม่มีทาง!

ปะทะฝีมือกันก็ลายครั้ง  ประฝีปากกันก็หลายครา
ทว่าเมื่อนางพูดประโยคหนึ่งออกมา
' ข้าอยากให้ท่านหลงเอ้อร์แต่งงานกับข้า '
นับจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป

ความรู้สึกหลังอ่าน  ( อาจมีสปอยล์ )

สามคราวิวาห์รักเป็นเรื่องของ หลงเอ้อร์ นายท่านรองแห่งคฤหาสน์สกุลหลง  
ผู้ดูแลกิจการการเงินและทุกอย่างภายในบ้านสกุลหลง  นายท่านรองที่อายุปาเข้าไปยี่สิบหกแล้ว
แต่กลับยังไม่แต่งภรรยา  ทั้งๆ ที่มีหญิงสาวลูกผู้ดีมากมายอยากแต่งงานกับเขา  
แต่พี่แกกลับไม่อยากแต่งงานกับพวกนางเลยสักคน หึหึ .........  
และวันหนึ่งในขณะที่กำลังคิดหาทางหลบผู้หญิงที่มาตามตื๊อตัวเองอยู่นั้น    
ท่านรองก็ได้พบกับหญิงสาวตาบอดคนหนึ่งที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ โดยมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน  
ที่ทำให้พระเอกสามารถสลัดหญิงสาวที่มาตามเกาะแกะได้  นางทำตามเงื่อนไขสำเร็จ  
แต่พระเอกกลับไม่พอใจและโกรธมากกก  ไม่ว่าอย่างไรพี่แกก็ต้องหาทางเอาคืนให้จงได้   
ถึงจะเป็นผู้หญิง ถึงจะตาบอด แต่พี่แกก็ไม่ละเว้นหรอกนะรู้ไว้ด้วย 55+

พระเอกเรื่องนี้เป็นคนฉลาด ทำการค้าเก่ง สกุลหลงเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพล ไม่มีผู้ใดกล้ายุ่ง
โดยเฉพาะนายท่านรอง หลงเอ้อร์ ‘ ที่ยิ่งไม่มีใครกล้าขัดใจ   ....
แต่นางเอกกลับกล้ามาแหย่หนวดเสือทำให้พี่แกโกรธเสียได้ 55+  ..... 
ต้องบอกก่อนว่าแต่เดิมนางเอกเป็นนักพิณ แต่เพราะป่วยจึงทำให้ตาบอด ไม่เป็นวรยุทธ์  
ร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง แถมยังไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหวอีก
ส่วน
สิ่งที่นางชอบมากๆ และทำได้ดีที่สุดก็คือการนอนกับดีดพิณ และยังเป็นคนฉลาดมากๆ  
จึงสามารถทำให้พระเอกตกหลุมพรางของตัวเองได้เสมอ 55+

นางเอกต้องเข้าไปพัวพันกับคดีบางอย่าง และถูกบีบให้แต่งงานกับคนอื่น   
ดังนั้นนางจึงต้องการหาชายหนุ่มที่บ้านมีอิทธิพลใหญ่ ที่สามารถปกป้องนางกับครอบครัว
และต่อกรกับอำนาจมืดที่จะเข้ามาทำร้ายได้ และตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือ ....
 ท่านหลงเอ้อร์ นายท่านรองแห่งคฤหาสน์สกุลหลง  ที่แม้ว่าจะนิสัยไม่ค่อยดี นิสัยเหมือนเด็ก  
แถมยังชอบคิดเล็กคิดน้อย  เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบหาเรื่องแกล้งนาง
แต่สุดท้ายนางก็ยังต้องการแต่งงานกับเขาอยู่ดี  ผิดกับพระเอกที่ตอนนั้นยืดอกยอมรับเลยว่า
ยังไม่อยากแต่งงานจริงๆ  แต่พอนึกๆ ดูแล้วถ้าตัวเองไม่แต่งกับนางเอก นางก็ต้องไปแต่งกับคนอื่น
แล้วพี่แกก็ไม่อยากให้นางไปแต่งกับคนอื่น  ประกอบกับผู้หญิงที่เคยเจอๆ มาก็ไม่มีใครที่พี่แกชอบ
หรือทำให้รู้สึกสนใจได้มากเท่ากับนางเอก  ก็เลยโอเคแต่งก็แต่ง..... 
เพราะพระเอกคิดว่า แต่งกับตัวเองย่อมดีกว่ายกให้คนอื่น  
พอแต่งเข้ามาทีนี้ก็ได้อยู่เหนือนางเอกแล้ว เพราะภรรยาต้องเชื่อฟังสามีนิ่   55+

เนื้อเรื่องมีที่มาที่ไป  ผูกปมและแก้ได้ดี  ในเล่มจะเป็นเรื่องความรักของพระ-นาง
ควบคู่ไปกับการสืบสวนคดีที่นางเอกต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและหาตัวคนร้าย   
นางเอกถูกคนตามลอบฆ่าอยู่หลายที แต่อาศัยความฉลาดเลยทำให้รอดตายมาได้ทุกครั้ง  
ไม่ได้มีวรยุทธ์หรือพระเอกเข้ามาต่อสู้ขวางอะไรหรอก  แต่นางอาศัยสมอง สติ บวกกับประสาทสัมผัสของตัวเอง แล้วก็หาทางหนีเพื่อรอพระเอกมารับเท่านั้น  เพราะนางเชื่อว่าไม่ว่าตนจะไปหลบอยู่ตรงไหน พระเอกก็จะต้องตามหาจนเจอ ...........

มีตอนพิเศษ 3 ตอน  ...... ชอบทั้ง 3 ตอนเลยโดยเฉพาะตอนขององค์รักษ์พระเอก หลี่เคอ’ 
กับคู่แค้นของนางเอก ติงเหยียนซาน ’                                                                                                                                    
ติงเหยียนซาน ’  ชีวิตนางน่าสงสารนะ  นางเป็นคุณหนูสกุลใหญ่ที่พ่อเป็นถึงเสนาบดี
แต่สุดท้ายกลับพบว่าไม่มีใครรักนางหรือหวังดีกับนางเลยจริงๆสักคน   
ตอนแรกนางหลงรักท่านหลงเอ้อร์ แต่เขากลับไปแต่งงานกับหญิงสาวตาบอดที่นางเกลียดชังมากที่สุด  สุดท้ายพอบ้านแตก  ครอบครัวสูญสิ้นอำนาจ ทุกคนก็พากันตีตัวออกห่าง ....
นางไม่สนใจอำนาจหรือชื่อเสียงเงินทองอะไรแล้ว  นางก็แค่หวังว่าจะได้เจอกับใครสักคนที่รัก
และทะนุถนอมนางจากใจจริงบ้างเท่านั้นเอง ถึงจะเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ  อารมณ์ร้าย
แต่เราก็ยังอดที่จะเอาใจช่วยนางไม่ได้นะ..........เฮ้อ  T^T


" กฏสกุลข้อที่หนึ่งห้ามพูดจาประชดข้า  จำไม่ได้หรือ "
" แล้วข้อที่สองคืออะไร "
" ข้อที่สองคือห้ามทำให้ข้าเบื่อ "
" ข้าจะร่างกฏสกุลบ้าง " 
" กฏข้อที่หนึ่ง  ห้ามบิดติ่งหู "
" กฎข้อนี้ผิดต่อกฎสกุลข้อที่สองของข้า  ดังนั้นไม่อนุญาต "
" เช่นนั้นกฎสกุลข้อที่สามของท่านคืออะไร "
" ต้องเชื่อฟังคำของข้า "
" ข้อที่สี่ล่ะ "
" เรื่องที่ทำให้ข้าไม่มีความสุขล้วนห้ามทำ "
จวีมู่เอ๋อร์หัวเราะออกมาอีกครั้ง  หลงเอ้อร์ก็หัวเราะด้วยเช่นกัน  แต่ปากยังคงพูดต่อ
" หากเจ้าทำผิดกฎสกุล  ข้าก็จะจัดการด้วยบทลงโทษของสกุล "
" มู่เอ๋อร์ขี้ขลาดที่สุดเลย  กลัวบทลงโทษของสกุล  ดังนั้นไม่กล้าขัดความประสงค์ของท่านแน่นอน "
...................................................................................................................

" เงินนี้ข้าให้เจ้ายืม  รีบสร้างหลักปักฐานแล้วรีบกลับมารับข้า  จากนั้นค่อยคืนเงินให้ข้า "

" เพราะข้าไม่เอาไหน "
" ข้าไม่ชอบฟังสิ่งเหล่านี้  เหตุผลเรื่องดินตีนเขายอดเขาอะไรนั่นยังฟังดูดีกว่า "
" เจ้ารอข้านะ  ข้าจะรีบกลับมารับแน่นอน "
" เจ้าต้องเขียนจดหมายถึงข้านะ "
" ได้ "
" ข้ากลับไปจะตั้งใจเรียนรู้หนังสือ  เจ้ารอข้านะ "
" ข้าจะรอเจ้า  เจ้าต้องรีบมา "



วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หงส์ฟ้อนมังกรเหิน



หงส์ฟ้อนมังกรเหิน 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง           
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
แม้เฟิ่งหนิงจะโชคดีเหลือแสน
สามารถรอดชีวิตมาได้จากการถูกทำร้ายและได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที
ทว่าสิ่งที่นางต้องสูญเสียไปจนไม่เหลือแม้แต่น้อยคือ ' ความทรงจำ '  ของตนเอง
และ ' ความเป็นห่วงเป็นใย ' จากคนรอบข้าง

น่าแปลกทั้งที่ใครๆ ก็เรียกนางว่า  ' ฮูหยิน'  ของนายท่านสามแห่งคฤหาสน์สกุลหลง
ไฉนนางกลับเป็นที่รังเกียจของผู้คน
กระทั่งสามีที่แต่งงานกันมาแล้วสามปีของนางก็ไม่เคยมาหานางเลยสักครั้ง
นี่มันออกจะผิดปกติเกินไปแล้ว
นางทำความผิดสถานใดกัน  ถึงกลายเป็นคนน่าสงสารเช่นนี้ได้

อดีตที่ผ่านมาจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออนาคตต่อจากนี้
ความผิดใดที่นางกระทำ  นางจะหาทางชดใช้คืน
แต่นางยอมรับไม่ได้เด็ดขาดกับฐานะ  ' ภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง! '

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
2 เล่มจบ เล่มหนาสะใจมาก โดยเฉพาะเล่ม 1 หนามากๆๆ (ยกหนังสือนอนอ่านแล้วเผลอทำหล่นนี่มีสิทธิ์หัวแตกได้เลยน ) หนามากจริงๆ ขอบอก ...
เล่ม 1 มี 640 กว่าหน้า  รวมๆ 2 เล่มประมาณ 1100 หน้าได้ 
…                                                                                                                                                               
หงส์ฟ้อนมังกรเหินเป็นเรื่องของน้องชายคนเล็กสกุลหลง “หลงซาน”    
ซึ่งก่อนหน้านี้แจ่มได้ออกเรื่องของพี่คนรอง หลงเอ้อร์ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาที่ผ่านมา.....   
จริงๆ แล้วเรื่องนี้ถ้าตามลำดับน่าจะเป็นเรื่องของพี่คนโต หลงต้าก่อนตามด้วย หลงซาน’   
และคนสุดท้ายคือ หลงเอ้อร์’  แต่ถึงจะได้อ่านหลงเอ้อร์ก่อนก็ไม่มีปัญห
เพราะเนื้อเรื่องแยกไม่เกี่ยวกัน แต่แค่ตัวละครเกี่ยวข้องเป็นครอบครัวเดียวกันเฉยๆ ...
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอ่านเรื่องของใคร ก็จะมีอีกสองคนที่เหลือเข้ามาแจมด้วยตลอด... 

หงส์ฟ้อนมังกรเหิน พระ-นางเรื่องนี้มีวรยุทธ์ด้วยกันทั้งคู่
พระเอกแต่งภรรยาเข้าบ้านมาสามปี 
แต่ตัวเองกลับไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่เคยเหลียวแลภรรยา 
จึงทำให้คนในบ้านรวมถึงบ่าวไพร่ต่างก็เย็นชา และพลอยไม่ชอบภรรยาพระเอกไปด้วย 
แต่งมาสามปีภรรยาก็ได้แต่เรียกสามีว่า นายท่านสาม  ...... 
แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อนางบาดเจ็บและความจำเสื่อม  พอฟื้นขึ้นมานิสัยก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ...กลายเป็นคนกินเก่ง ช่างพูด-ช่างคุย ใสซื่อซุกซนเหมือนเด็กๆ
คิดอะไรก็พูดออกไปแบบตรงๆ ซื่อๆ เหมือนเด็กน้อย แต่เรื่องกินต้องมาอันดับหนึ่ง
จนทำให้บาดหมางกับ
หลงเอ้อร์’ 55+   ………. 
เมื่อเมียเปลี่ยนไปก็ทำให้พระเอกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะมีแผนการณ์อะไรแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังอีก  เพราะทุกคนในบ้านล้วนรู้ดีว่าครอบครัวฝั่งภรรยานั้นแต่งเข้ามาเพราะมีเจตนาไม่ดีแอบแฝง พระเอกเลยต้องเริ่มจับตามอง และเข้ามาพูดคุยตีสนิทกับเมียมากขึ้นเพื่อหาทางจับผิด  

ส่วนนางเอกนั้นก็เสียใจมากที่ตัวเองมีสภาพเหมือนภรรยาที่ถูกทอดทิ้ง   คนในบ้านก็ไม่มีใครชอบนางเลยสักคน ....แถมสามีก็ไม่สนใจ  อยากพบสามีก็ยาก...มีแต่คนคอยจับตาดู  
คอยระแวดระวังนางไปหมด  ....นางจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าอดีตที่ผ่านมาตัวเองเคยไปทำอะไรไว้
ทุกคนในบ้านถึงได้ตั้งแง่รังเกียจนางขนาดนี้ ...ดังนั้นนางจึงเริ่มสืบหาความจริง 
หาตัวตนในอดีตเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด และพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอื่นคิด   โดยมีพระเอกเป็นพันธมิตรคอยช่วยเหลือ โดยตกลงกันว่าเมื่อทุกอย่างคลี่คลายนางจะหย่าและกลับบ้านไป

หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการสืบหาความจริง หาคนร้าย หาสมบัติ
เพื่อคลายปมความแค้นของสองตระกูล และหาเบื้องหลังอดีตของนางเอก
ที่ดูเหมือนว่าพอความจำเสื่อมแล้วก็จะเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง 
จนพระเอกสงสัยว่านางใช่ 'เฟิ่งหนิง'  
ในอดีตคนนั้นจริงหรือ?
เขาอยากจะรักภรรยาในตอนนี้มากเหลือเกิน 
แต่ก็กลัวว่าถ้านางจำอดีตได้ขึ้นมาแล้วเปลี่ยนกลับไปเป็นคนเดิม เช่นนั้นเขาจะทำอย่างไร?  ตัวตนในอดีตที่ผ่านมาของนางทำเรื่องราวไม่ดีเอาไว้มากมายนัก และบางเรื่องเขาเองก็รับไม่ได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อาจเปิดใจให้ภรรยาคนใหม่ได้เต็มที่ แต่ถ้านางไม่ใช่  'เฟิ่งหนิง'  ในอดีต
 ...นางจะยังยอมอยู่กับเขา และไม่ทิ้งเขาไปหรือไม่?                        
                                                                                                           
พระเอกมีวรยุทธ์สูง มีเพื่อนฝูงเยอะ เพราะอยู่ในยุทธภพ ไปที่ไหนก็เจอแต่คนรู้จัก
เลยมีคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด  ถึงจะอยู่ในยุทธภพแต่ก็เป็นคนใจเย็น  
สุภาพอ่อนโยน
ทำอะไรรอบคอบ ไม่ใจร้อน....
ส่วนนางเอกก็นิสัยเหมือนเด็ก ชอบเอาแต่ใจอยู่บ้าง   

พูดอะไรไม่ค่อยคิด ชอบต่อปากต่อคำ ซึ่งบางทีมันก็น่ารักดี แต่บางทีมันก็ดูเยอะไปหน่อย   
ถ้าคนชอบก็คงมองว่าน่ารัก แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบก็คงมองว่าน่ารำคาญ เพราะบางทีมันเยอะไป นางเอกเป็นคนเปิดเผยไม่เจ้าเล่ห์ โกหกไม่เก่ง เพราะทุกอย่างมันแสดงออกมาหมดทางสีหน้า แล้วบางคำพูดก็คือพูดออกมาซื่อๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พออ่านแล้วเราว่าตลกดี  

" ไม่ได้  ... เมื่อครู่เดินจากมาแบบลับๆ ล่อๆ กลับไปอีกก็คงขายหน้า ข้าให้เงินเจ้า เจ้าไปเอง "

" ไม่เอา  ข้าหน้าบาง ไม่กล้ากลับไป "
" ข้าหน้าหนาอย่างนั้นหรือ "
" หนากว่าข้าแน่นอน "
" ไปเถอะ  ปเถอะ ต้องอาศัยท่านแล้ว  ท่านเป็นคนดีมาก ป้าเจ้าของแผงจะได้เก็บแผงกลับบ้าน ไปพักผ่อนเร็วขึ้น  พี่ทหารเติมท้องให้อิ่มก็จะได้เฝ้าประตูเมืองได้ดี  ทุกอย่างอยู่ที่ท่านแล้ว "
นางพูดจนการซื้อซาลาเปาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ในที่สุดมือกระบี่หนุ่มก็ถูกนางบีบให้กลับไปที่แผงอาหารเช้าจนได้
.........................................................................................

" ข้าได้รับบาดเจ็บ  ท่านไม่ได้มาเยี่ยมข้าเลย "
หลงซานไม่สบายใจขึ้นมา
" เหตุใดท่านจึงไม่สนใจข้า "
" .......... "
หลงซานทำหน้าจนปัญญา
หญิงสาวที่กำลังโศกเศร้าผู้นี้เปลี่ยนสีหน้าในทันที  นางทำท่ากางกรงเล็บอย่างดุร้าย  
พุ่งเข้ามาเตะน่องเขาอย่างแรง
" คนเลว! คนหลอกลวง "
เตะเสร็จด่าจบนางก็ทิ้งเขาเอาไว้แล้วหมุนตัวเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

คำพูดง่ายๆ เหตุผลง่ายๆ ไม่ต้องพูดจาสวยหรูแต่กลับทำให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออกอยู่หลายที...ตอนแรกนางเอกเหมือนจะตามติดพระเอกแจ แต่พอมีเรื่องเป่าเอ๋อร์เข้ามา
นางก็แกร่ง
และตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแม้แต่พระเอกได้ทันที เป็นคนใจเด็ดอยู่เหมือนกันนะพระเอกเรื่องนี้เลยเหมือนเป็นสามีพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กไปด้วย 55+  ......... 
ดีนะที่หลงซานเป็นคนใจเย็น ใจดี ไม่ขี้โมโห เลยรับมือกับนางเอกได้ ((( ลองเปลี่ยนเป็นท่านหลงเอ้อร์ดูสิ 55+ ...บ้านแตกชัวร์  ))

ในเล่มนี้จะมีตัวละครจากเรื่องสามคราวิวาห์รักโผล่มาอยู่หลายคนเหมือนกัน    
มีท่านหมอที่เคยมารักษาภรรยาของท่านหลงเอ้อร์ด้วย ....ก็พอได้รู้อดีตของท่านเจ้าเมืองที่ต้องนั่งรถเข็นเพิ่มมาอีกหน่อย ว่าทำไมพี่แกถึงนิสัยไม่ดี +โมโหร้ายนัก แต่เราว่าคู่ของท่านหมอก็น่าสนใจเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่านักเขียนมีเขียนออกมาเป็นเล่มแยกด้วยหรือเปล่า..... 
แล้วก็มีเรื่องของเป่าเอ๋อร์ด้วย ....เป่าเอ๋อร์นิสัยน่ารักมากๆ  
ตอนที่อ่านในเรื่องสามคราวิวาห์รัก ตอนอ่านเจอตัวละครตัวนี้เราเฉยมาก    
แต่พอมาอยู่ในเล่มนี้รู้สึกเป่าเอ๋อร์น่ารักมาก นิสัยคล้ายๆ แม่แต่ดีกว่าแม่ 55+ ......
โดยเฉพาะในตอนพิเศษที่เป็นตอนของเป่าเอ๋อร์ตอนโตแล้ว 
เป็นตัวละครที่เรียกได้ว่าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาจริงๆ ท่ามกลางการเลี้ยงดูของบ้านสกุลหลง 55 
เป็นเด็กที่จิตใจดีมากเหมือนผ้าขาวเลย 
มองโลกในแง่ดีเสมอจนทำให้คนรอบข้างอึ้งไปเลย มองในมุมที่คนอื่นไม่สนใจมอง  แต่จะเรียกว่าโง่ก็ไม่ใช่นะ  .......

นางเป็นเด็กดีของสกุลหลง  มีความสามารถติดกาย  เป็นคนจิตใจกว้างขวาง 
การหนีออกจากบ้านไม่ยากเลยจริงๆ ล้าลาลา ...     
 พี่ชิ่งเซิงอยู่ไกลสุดขอบฟ้า  แต่นางเข้าใกล้เขาเข้าไปหนึ่งเมืองครึ่งแล้ว  
ในใจรู้สึกยินดีเสียจริง ล้าลาลา....

มีตอนพิเศษ 4 ตอน ( ประมาณ ครึ่งเล่มของเล่ม 2 ได้ )  
พออ่านจบก็ไม่รู้สึกคาใจแล้ว  
ไม่ต้องมโนไปเองแล้ว  ได้รู้ความเป็นไปบทสรุปและชีวิตช่วงหลังของตัวละครที่เราสังสัยเกือบหมด ......
พออ่านจบไม่รู้เป็นไงเราจะชอบตอนพิเศษที่สุดเลย ทั้งเรื่องของหลงเอ้อร์แล้วก็หลงซาน
อย่างของหลงเอ้อร์เราก็ชอบตอนพิเศษของพี่ใหญ่หลงต้า ที่ได้เจอกับภรรยาครั้งแรก (ไม่รู้เรื่องของพี่ใหญ่ที่เป็นแม่ทัพแจ่มจะออกเมื่อไร อยากอ่านจังเลย ท่าจะสนุก >o< )))  .....
ส่วนเล่มนี้เราก็ชอบตอนของเป่าเอ๋อร์กับศิษย์พี่นางเอก  ...
ศิษย์พี่อุตส่าห์ลงจากเขามาตามหาศิษย์น้อง 
พอรู้ว่าศิษย์น้องตายแล้วก็ทำใจไม่ได้
จึงตามไปล้างแค้นถล่มคนที่ทำร้ายศิษย์น้องซะราบคาบเลย..

พอเห็นศิษย์น้องยังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจ  แต่นางกลับจำเขาไม่ได้เสียแล้ว
แถมยังกลายเป็นภรรยาผู้อื่นไปแล้วอีก ...สงสารศิษย์พี่มาก  ศิษย์พี่ไม่ผิดนะ แต่ศิษย์พี่แค่ไม่มีวาสนาอะ T^T ....
โชคดีที่มีตอนพิเศษของศิษย์พี่ให้อ่าน เราเลยไม่ต้องเศร้านาน


............................................................................................................

" ท่านไม่ต้องตามข้ามาแล้ว "
" ไม่ได้ "
" ทำไม "
" เพราะข้ามักจะคิดถึงเจ้า "
" ไม่ให้คิดถึง  ห้ามคิดถึง! "
" จะคิดถึง ชอบคิดถึง "
" หน้าไม่อาย "
" เจ้าก็เช่นกัน! "
" นายท่านสามหน้าไม่อาย  ขายหน้าจริง! "
" ฮูหยินสามหน้าไม่อาย  ดังนั้นนายท่านสามก็ต้องหน้าไม่อายไปด้วยไม่เช่นนั้นจะไม่เหมาะสมกัน "

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปฐพีไร้พ่าย


ปฐพีไร้พ่าย 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
สิงจื่อ ..มหาเทพมังกรดำซึ่งหลับไหลอยู่นอกฝั่งฟ้า ทรงอำนาจที่สุด ยุติธรรมที่สุดและเยือกเย็นที่สุด เขาใช้บารมีของตนพยุงทุกภพเข้าด้วยกัน  เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเทพ ผี ปีศาจและมนุษย์
เขาไม่เคยมีความรู้สึก  ไม่มีรัก  และไร้ญาติขาดมิตร  ตลอดอายุไขของเขาช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน เขาใช้เวลาว่างที่มีอย่างเหลือเฟือเพื่ออวตารลงไปท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์

เสิ่นหลี ... หากเทียบกับเขาแล้ว ชีวิตของนางมีสีสันกว่ามาก
นางเป็นท่านอ๋องอันดับหนึ่งแห่งแดนอสูร  ทั้งองอาจ  กล้าหาญและไม่กลัวใคร

เพื่อให้สวรรค์และแดนอสูรเป็นพันธมิตรต่อกัน  ท่านอ๋องปี้ชางเสิ่นหลีจึงถูกจับแต่งงานกับเซียนหนุ่ม 
แห่งแดนสวรรค์  ที่ทั้งเจ้าชู้หลายใจ  และอ่อนแอราวกับสตรี
แล้วเหตุใดนางต้องยินยอม!

นางแอบหนีออกจากแดนอสูร  ผ่านการจับกุมอยู่หลายครั้ง  ถูกตีจนบาดเจ็บอ่อนแรงก็หลายหน
สุดท้ายก็ตกลงมายังโลกมนุษย์ในสภาพวิหคฟ้าตัวหนึ่ง
ทว่าผู้คนกลับคิดว่านางเป็นไก่เสียนี่  นางถูกจับถอนขนแล้วใส่กรงรอขาย

และแล้วมนุษย์พิการขาเป๋ผู้หนึ่งก็ซื้อนางมา  
เสิ่นหลีไม่รู้ว่าอนาคตของตนในเงื้อมมือเขาจะเป็นเช่นไร
รู้เพียงแต่ว่า  หลังจากนี้ชีวิตของทั้งสองถูกผูกเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นเสียแล้ว!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  ( อาจมีสปอยล์ )
เคยไปตามอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้ที่มีคนแปลไว้คร่าวๆ ปรากฏว่าชอบทุกเรื่องเลย ผลงานส่วนใหญ่ที่เราไปอ่านมาจะเป็นแนวเทพเซียน ที่รู้คือตอนนี้มี 2 เรื่องที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วคือเรื่อง “  7 ชาติ 7 ภพหนึ่งดลใจ  ” สำนักพิมพ์อรุณ  กับเรื่องที่นางเอกเป็นก้อนหิน อันนี้แจ่มใสซื้อลิขสิทธิ์แล้ว หวังว่าจะได้อ่านไม่เกินปีหน้าเน้อ ...รอเสียตังค์อย่างใจจดใจจ่อเลยนะจ๊ะ 55+

ปฐพีไร้พ่ายเรื่องราวความรักแนวเทพเซียน ของ อ๋องปี้ชางเสิ่นหลี หรือนางเอก ซึ่งเป็นท่านอ๋องแม่ทัพหญิงแห่งดินแดนอสูร และมีหอกเงินเป็นอาวุธคู่กาย ส่วนพระเอกคือมหาเทพแห่งนอกฝั่งฟ้า เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียวของทั้งหกภพภูมิ เพราะเหลืออยู่เพียงองค์เดียว ดังนั้นท่านเทพจึงต้องแบกรับภาระมากมายของทั้งหกภพภูมิ  ต้องปราศจากความอยาก ปราศจากความรักและความรู้สึก เพราะมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนานจนแทบจะเป็นนิรันด์ แถมยังต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังที่นอกฝั่งฟ้า ท่านเทพจึงแสนจะเบื่อหน่ายก็เลยถอดจิตออกไปเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์ และทำให้ท่านเทพได้พบกับไก่ไร้ขนที่สุดแสนจะอัปลักษณ์ตัวหนึ่ง

ไก่น้อยไร้ขนวิ่งหนีตายเพราะจะถูกคนจับลงหม้อ แต่โชคดีที่พระเอกมาซื้อไว้ทัน เจ้าไก่ไร้ขนจึงไม่ต้องกลายเป็นไก่ต้มแล้ว... นางเอกไม่อยากถูกจับแต่งงานก็เลยหนีมาอยู่บนโลกมนุษย์ บวกกับบาดเจ็บเลยทำให้ต้องกลับไปอยู่ในร่างจริง (จริงๆ ร่างจริงของนางเอกคือหงส์ไฟนะไม่ใช่ไก่เน้อ 55+)
ตอนมาอยู่บนโลกมนุษย์นางเอกตกหลุมรักพระเอกในร่างของ สิงอวิ๋น ที่เป็นมนุษย์อ่อนแอ+ยากจน เจ็บออดๆ แอดๆ ต้องเดินขากะเผลกตลอดเวลา  
ส่วนพระเอกก็ตระหนักดีว่าตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร 
ดังนั้นต่อให้นางเอกจะบอกชอบตนสักกี่ครั้ง...พระเอกก็ได้แต่นิ่งเงียบ (และคอยแอบตามนางเอก รักไม่ได้แต่ก็ชอบไปหึงเขานะ เขากลับบ้านดึกก็โกรธ หึหึ ... )

นางเอกเป็นแม่ทัพแห่งดินแดนอสูร เป็นผู้นำของกองทัพ นิสัยจึงเข้มแข็งและห้าวหาญยิ่งกว่าชายชาตรี เพราะอยู่ในฐานะของผู้ปกป้อง นางเอกจึงต้องแกร่งและยืนอยู่ข้างหน้าคนอื่นเสมอ  เพิ่งได้มาเป็นฝ่ายที่ถูกปกป้องกับเขาบ้างก็ตอนที่พบกับพระเอกซึ่งเป็นมหาเทพ แต่ก็รู้ดีว่าด้วยฐานะนี้พระเอกจึงไม่อาจรักใครได้ ไม่สามารถอยู่ข้างกายนางได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงนางก็ต้องปกป้องตัวเองอยู่ดี หลายครั้งที่ต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บเกือบตาย ต้องถือหอกบุกตะลุยนำหน้า ต้องห้าวหาญยิ่งกว่าบุรุษ อ่อนแอไม่ได้เพราะไม่มีใครมาเป็นสิงจื่อให้นางนี่ (จะมีประโยคที่นางเอกพูดกับพระเอกว่า “ ก่อนหน้านี้ ...ไม่มีผู้ใดเป็นสิงจื่อให้ข้านี่นา “ ...เราว่าประโยคนี้น่าจะหมายถึงก็ไม่มีใครมาคอยปกป้องตัวเองนี่นา ) ง่ายๆ ก็คือถ้าอยากมีชีวิตก็ต้องสู้  ถ้าไม่สู้ก็ตายเพราะไม่มีใครมาคอยปกป้องนางนิ่
ดังนั้นจึงต้องสู้ สู้เพื่อตัวเอง และเพื่อคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังด้วย 

ในเรื่องจะมีอีกคู่หนึ่งที่น่าสนใจอยู่ด้วย คือคู่ของเทพชิงเย่...ซึ่งเป็นอดีตมหาเทพเหมือนกับพระเอก แต่เพราะไปหลงรักมนุษย์และเพื่อช่วยนาง เขาจึงกระทำผิดกฏฟ้าจนส่งผลให้ถูกสวรรค์ลงโทษ ถูกริบพลังเทพคืน และต้องลงมาเวียนว่ายตายเกิดเหมือนกับมนุษย์ โดยถูกกำหนดให้ต้องพลัดพรากจากคนที่รักทุกชาติไป ตอนที่พระเอกไปเจอกับชิงเย่ในครั้งที่สองน่ะ...คือเราอยากรู้มากๆ ว่าตกลงชาตินี้ชิงเย่เลือกถูกไหม (ตอนอ่านเรื่องนี้เราว่าเรื่องของคู่นี้มันหน่วงๆ มากกว่าคู่ของพระ-นางอีกนะ)   
ครั้งแรกที่เจอในชาติของอ๋องยุ่ยก็เลือกผิด พอมาครั้งที่สองในชาติของจิ่งเหยียน

ตอนแรกเราก็เกือบจะเชื่อแล้วว่าเลือกถูก แต่พอมาเจอตอนจบที่เผยเรื่องปานดอกบัวนี่เราก็ชักไม่แน่ใจ.... แถมพระเอกยังบอกอีกว่าตอนที่ชิงเย่จะรู้ตัวว่าเลือกผิดก็คือ..ในชั่วพริบตาที่ได้พลัดพรากจากกันไปแล้ว
“ บางที ... อาจจะต้องไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของทุกชาติภพ ชั่วพริบตาที่เขาได้พลัดพรากกับนางผู้นั้น เมื่อถึงเวลา ... เขาจึงค่อยรู้ว่านางเป็นใครกระมัง “ 
ตกลงเลือกผิดใช่ม้ายยยยยยยยย ...เพราะไม่งั้นชิงเย่จะมีเล่มแยกเป็นของตัวเองรึ 55+ ...
ใช่แล้วสนพ.ห้องสมุดซื้อลิขสิทธิ์ของนักเขียนคนนี้มาอีกเรื่องคือเรื่องของคู่ชิงเย่นี่แหละ 55+  ((( ทางสำนักพิมพ์เคยเล่าเรื่องย่อๆ ไว้ในเฟสไม่รู้ว่าชื่อเรื่องอย่างเป็นทางการคืออะไรแต่ขอเรียกว่า “ บัวอ้วน” ละกันเน้อ ....))))   รู้แค่ว่าเล่มนี้พี่ชิงเย่ของเรากลายเป็นจอมมารผมขาวไปแล้ว 55+ ( สงสัยคลั่งที่ตามหาคนรักไม่เจอสักทีเลยเข้าสายมารแทน ) ....หวังว่าปีหน้าคงจะได้อ่านเน้อ ซื้อแน่นอนเพราะติดใจเรื่องของพี่แกมาก  ( ออกไวๆ น๊า สาธุๆ )

นางเอกเรื่องนี้มีเรื่องให้ต้องเจ็บตัวตลอดเลย ไม่เหมือนพระเอกที่ชายเสื้อยังไม่เปื้อนเลยสักนิด 55+ ...คือท่านเทพนี่เก่งมากอะเทพสมชื่อจริงๆ (ถึงจะขี้แกล้ง+เกรียนไปหน่อยก็เถอะ)   คือนางเอกสู้เลือดตาแทบกระเด็น แต่ท่านเทพมาแป๊บเดียวราบคาบ ...ทว่ากว่าท่านเทพจะยอมรับใจตัวเองได้ก็นู่น ต่องรอถึงตอนที่ได้สูญเสียนางเอกไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับนั่นแหละ ....

** มีตอนพิเศษในเล่มอีก 2 ตอน ตอนแรกเป็นเรื่องของพ่อแม่ท่านอ๋องอะ ...โอ๊ยอยากจะบอกว่าอ่านมาจนจะจบเรื่องนี่สบายมาก แต่ดันมาน้ำตาซึมเอากับตอนนี้ ...ชอบป๊ะป๋านางเอกอะ...อ่านตอนพิเศษนี่รู้เลยว่าพ่อไก่รักแม่ไก่ขนาดไหน ทั้งชีวิตของพ่อนางเอกมีแต่แม่นางเอกเท่านั้นจริงๆ...เมียอยู่เขาอยู่ เมียไม่อยู่เขาไปด้วย T^T

** อ่านจบแล้วก็ได้รู้ว่าการเป็นเทพเซียนก็ใช่ว่าจะดีเท่าไร เป็นมนุษย์นี่แหละดีแล้ว ถึงจะไม่มีอายุไขยืนยาว ต้องเวียนว่ายตายเกิด...แต่ก็มีชีวิตอิสระกว่า มีสีสัน อยากจะรักใครก็ได้  ไม่ต้องแบกรับภาระความเป็นความตายอะไรเยอะแยะ จะเห็นได้ว่าพระเอกในร่างสิงอวิ๋นน่ะมีความสุขมากว่าตอนเป็นมหาเทพสิ่งจื่อเยอะ ได้นอนอาบแดดอุ่นๆ อยู่ในลานบ้านแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ทั้งยังได้ใช้ชีวิตสบายๆ อยู่กับคนที่ตัวเองรักอีกด้วย 


พระเอก-นางเอก
" ยามนี้ทั้งหกภพภูมิเหลือเทพอยู่เพียงองค์เดียวแล้ว  หากต้องสูญเสียเทพองค์สุดท้ายไป  
สิ่งที่เกิดต่อจากนี้คงไม่มีผู้ใดสามารถรับมือได้ "
" เพราะฉะนั้น ... เสินหลีข้ามิอาจรักเจ้าได้ "

พ่อไก่-แม่ไก่
" ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า "
" ถ้าอย่างนั้น .... เหตุใดจึงต้องไล่ข้าไปนอนที่อื่นเล่า? "
" ข้าไม่ได้โกรธ  ไม่ได้เกลียดอันใดทั้งนั้น  ที่ให้เจ้าอยู่อีกห้องหนึ่งก็เพราะว่าเจ้าโตแล้ว  
ชายหญิงมีความแตกต่างอยู่ใกล้กันไม่ได้ "
" ข้ายังเด็กอยู่ "
" เจ้าโตมากแล้ว "
" แล้วจะต้องทำเช่นไรเล่า  ที่ถึงโตแล้วก็ยังคงอยู่ร่วมกับท่านได้? "

ชิงเย่ - ???
" จู  จู .... "
" จู - เหอ - ชอบ จู - เหอ  ... "
" จู - ชอบ - ข้า - ไหม ? "
" ชอบ "
คำลวงที่ออกจากปากทำให้ดรุณีน้อยนางนั้นแย้มยิ้มงดงาม  ชั่วขณะนั้นคล้ายกับว่ารอยยิ้มงดงามของนางคือแสงสว่างเล็กๆ ที่ส่องทะลุถึงก้นบึ้งจิตใจอันดำมืดของเขา  
ทำให้เขาได้เห็นความหวังรางเลือนอีกครั้ง 


📍ปฐพีไร้พ่าย ➡️ https://s.shopee.co.th/9AIIKMyCUV