วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

ยอดเชฟคนนี้คือเบบี๋ของผม 2 เล่มจบ

 


ยอดเชฟคนนี้คือเบบี๋ของผม 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : หมิงเย่ว์ทิงเฟิง

ผู้แปล : ลีลรักษ์

ปก : Kanapy

สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ไม่ได้อ่านงานของท่านหมิงเย่ว์ทิงเฟิงมานานแล้วนะเนี่ย ปกติที่เอามาแปลเจอแต่แนวโบราณแต่พอมาอ่านแนวปัจจุบันก็สนุกดี ไม่สิสนุกมากกก 

นางเอกเรื่องนี้อ่อนกว่าพระเอก 7 ปี ไร้ญาติไร้บ้านแถมยังมีหนี้ก้อนโตติดตัว แต่น้องก็สู้ชีวิตมาก มีฝีมือในการทำอาหาร ก่อนจะได้เจอพระเอกน้องก็เคยเปิดร้านอาหารหาเลี้ยงชีพมาก่อน แต่กิจการไม่ค่อยดีเพราะทำเลที่ตั้งร้านไม่ดีอยู่ไกล+คนไม่ค่อยผ่าน ส่วนพระเอกเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีที่ทำแอปออกกำลังกาย บริษัทสตาร์ทอัพน้องใหม่ที่กำลังสร้างตัว ไม่ได้มีภูมิหลังใหญ่โตหรือบ้านรวยเวอร์ เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ท่านประธานเอาแต่ใจจอมเผด็จการที่มีเงินให้ผลาญเป็นว่าเล่นเน้อ

พระนางได้เจอกันครั้งแรกในตอนที่พระเอกมาช่วยงานแต่งเพื่อนสนิท แต่ระหว่างจัดงานเกิดปัญหานิดหน่อย (ไม่หน่อยแหละ เจ้าสาวหนีงานแต่งเลยเน้อ) พี่แกเลยได้แวะเข้าไปสั่งอะไรกินในร้านนางเอกที่เปิดอยู่แถวนั้นพอดี สะดุดกับชื่อเมนูไปสามวิเพราะนางเอกตั้งได้แบบ...55(ต้องลองไปอ่านเองจ้า) รอบแรกที่มาสั่งแต่น้ำ รอบสองถึงได้สั่งอาหาร พอได้กินแล้วก็ต้องยอมรับในฝีมือ แต่พอจะกลับมากินรอบที่สามร้านของนางเอกก็ดันไม่อยู่แล้ว ... หลังจากนั้นเขาก็ได้มาเจอกันอีกตอนที่พระเอกไปนั่งกินร้านปิ้งย่างกับเพื่อน นางเอกเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านนั้น พระเอกเห็นน้องกำลังถูกลูกค้าลวนลามเลยเข้าไปช่วยและรอพาส่งกลับหอพัก 

ต่อมาบริษัทพระเอกเปิดรับสมัครแม่ครัวคนทำงานจิปาถะทั่วไป นางเอกก็มาสมัคร แต่พอพระเอกรู้ก็บอกให้ลูกน้องปฏิเสธ เพราะตอนนั้นพระเอกเข้าใจผิด คิดว่านางเอกเป็นพวกต้มตุ๋นชอบสร้างสตอรี่ให้คนสงสาร พระเอกไม่ชอบคนแบบนี้เลยไม่รับน้องเข้าทำงาน แต่มีวันหนึ่งพระเอกไปแอบได้ยินตอนน้องคุยกับคนอื่นถึงได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไปมากกก นางเอกไม่ได้เสแสร้งสร้างสตอรี่แต่มันคือเรื่องจริง พ่อแม่นางเอกเสียจริง น้องอยู่คนเดียวไม่เหลือคนในครอบครัวแล้วจริงๆ ที่ตามหาตาก็เป็นเรื่องจริง พอรู้ว่าเข้าใจผิดพระเอกก็ให้ลูกน้องโทรไปจ้างนางเอกให้มาทำงานที่บริษัท แต่ตอนนั้นนางเอกได้งานที่อื่นแล้วเลยไม่ไป แต่พระเอกก็ให้ลูกน้องโทรไปใหม่ เสนอเงื่อนไขที่นางเอกต้องการเพื่อให้คนเขามาทำงานด้วย จริงๆ นางเอกแค่อยากได้งานที่มีที่พักให้ด้วยเท่านั้นเอง (จะได้ไม่เสียค่าเช่าห้อง) พอพระเอกรู้ก็จัดให้ สุดท้ายนางเอกเลยยอมมาทำงานที่บริษัทพระเอก (แต่ตอนนั้นน้องไม่รู้นะว่าบริษัทใคร)

นางเอกเป็นทั้งแม่บ้านแม่ครัว แม้จะเป็นงานบ้านๆ อยู่ตำแหน่งล่างสุดแต่น้องก็ตั้งใจทำและเอาใจใส่กับงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ใช่แค่ทำไปส่งๆ พอให้จบๆ เลยทำให้เป็นที่ชื่นชอบของคนในบริษัท ทำดีมากจนพระเอกต้องเตือน เพราะตอนนั้นคนในบริษัทจะขอให้นางเอกทำมื้อดึกเผื่อด้วย นางเอกก็ดี๊ดีไม่ปฏิเสธเลย จนพระเอกต้องมาจับเข่าคุยบอกว่าไม่ได้นะ ถ้าใครขออะไรแล้วไม่ปฏิเสธบ้างต่อไปถ้าเขาขอมื้อเช้าด้วยล่ะ จะให้อีกเหรอ ถ้าให้ไปเรื่อยๆ คนก็จะชินและไม่มีที่สิ้นสุดนะ ต้องเอาแต่พอดีสิ นางเอกก็ก้มหน้ารับฟังและทำตามที่พระเอกบอก แต่ถึงยังไงทุกคนก็ยังชอบนางเอกมากอยู่ดี เพราะน้องจริงใจทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ แต่ถ้าดูเผินๆ หรือยังไม่สนิทกันน้องอาจจะดูเย็นชานิ่งๆ เหมือนหยิ่งเพราะหน้านิ่ง+พูดน้อย แต่ถ้าคลุกคลีด้วยบ่อยๆ จะรู้ว่าน้องจิตใจดี ซื่อๆ ขยันอดทน ใครเห็นต้องชอบ ใครอยู่ใกล้ต้องโดนตก

พระเอกเป็นฝ่ายชอบนางเอกก่อนแต่ไม่กล้ารุกมาก ได้แต่แอบช่วยเหลืออย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าน้องมีปมในใจเลยกลัวว่าถ้าช่วยตรงๆ หรือสารภาพความรู้สึกเร็วไปจะทำให้น้องถอยหนีและทำตัวห่างเหินไม่เหมือนเดิม คือฐานะทางบ้านนางเอกไม่ดีมาตั้งแต่เด็กแล้ว แถมตอนนี้ยังไม่เหลือคนในครอบครัวอีก ไม่มีบ้านให้กลับ เรียนก็จบแค่ม.ปลาย ทั้งยังมีหนี้ก้อนโตติดตัว น้องเลยไม่อยากให้ใครมองตัวเองว่าน่าสงสาร ไม่อยากให้คนช่วยเหลือเพราะสงสาร ปกติน้องจะไม่เล่าเรื่องตัวเองให้ใครฟัง แต่มีวันหนึ่งเมาเลยเผลอเล่าให้พระเอกฟัง พอเช้ามาเจอหน้ากันน้องเลยทำตัวสุภาพ (กว่าปกติ) และเว้นระยะห่างจากพระเอกทันที 

พระเอกดีงามคอยช่วยเหลือ+แนะนำสิ่งต่างๆ ให้กับนางเอกตลอด ทั้งเรื่องงานเรื่องการใช้ชีวิต เป็นแรงสนับสนุนคอยผลักดันช่วยให้นางเอกไปถึงฝั่งฝัน ถ้าไม่ได้เจอพระเอกนี่คิดว่าคงอีกนานกว่านางเอกจะทำสำเร็จ การเจอพระเอกนี่ถือเป็นความโชคดีหรือจุดเปลี่ยนของชีวิตนางเอกเลยก็ว่าได้ แต่พระเอกไม่เคยไปบังคับหรือทำตัวเผด็จการอะไรนะ มีแต่คอยชี้นำแนวทาง+ให้คำปรึกษาแล้วก็ปล่อยให้นางเอกตัดสินใจเอาเอง หนี้ก็ไม่ได้ใช้ให้นะเพราะรู้ว่านางเอกไม่เอาแน่ๆ แต่ถ้าท้อหรือสับสนก็จะคอยปลอบคอยอยู่ข้างๆ ดีงามฝุดๆ ต่างจากคู่รองของอิท่านประธานต้วนลิบลับ55 คู่นั้นฮาร์ดคอร์มาก เห็นว่ามีเล่มแยกเป็นของตัวเองด้วยนา(อยากอ่านๆ ท่าจะมัน)

พระเอกรู้ว่านางเอกรักการทำอาหาร+ทำอาหารอร่อย เลยแนะนำให้นางเอกไปทำอาหารในงานวันเกิดแฟนเพื่อน จากนั้นก็ติดต่อไปหาบริษัทที่ทำไลฟ์สดทำพวกช่องออนไลน์ สนับสนุนให้นางเอกไปเป็นวล็อกเกอร์ทำอาหารออนไลน์ คอยช่วยนางเอกหาเส้นทางต่อยอดไปเรื่อยๆ ชีวิตนางเอกเลยดีขึ้นเรื่อยๆ ไปทำอาหารแบบเชฟส่วนตัวก็ปังลูกค้าชอบ เพราะอาหารที่น้องทำไม่ใช่แค่อร่อยแต่ยังมีความคิดสร้างสรรค์+แปลกแหวกแนว ไม่เพียงแต่ทำให้คนกินรู้สึกว่าอร่อย+รสชาติดี แต่ยังทำให้คนที่ได้กินมีความสุข คือสิ่งที่น้องทำมันไม่ใช่แค่อาหารแต่มันยังมีเรื่องราวมีความรู้สึกความทรงจำของคนกินอยู่ในนั้นด้วย น้องใช้ใจทำ รังสรรค์เรื่องราว+ความรู้สึกของคนกินออกมาเป็นอาหาร นอกจากจะอร่อยแล้วก็ยังทำให้คนกินเกิดความประทับใจจดจำได้ไม่รู้ลืม ส่วนช่องทำอาหารออนไลน์แรกๆ ยังไม่ค่อยปัง ต้องใช้เวลาคลำทางอยู่สักพักจนเจอรูปแบบสไตล์ที่เหมาะกับนางเอกจริงๆ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างก็ล้วนมีพระเอกคอยช่วยและสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทั้งทางตรงและทางอ้อม

ส่วนเรื่องรักๆ ของพระนางก็ไม่ได้ปล่อยให้เรารอนาน แม้ตอนแรกที่พระเอกสารภาพรักออกไปนางเอกจะอึ้งๆ พระเอกเลยบอกให้น้องกลับไปคิดดูก่อน แต่จริงๆ ใจน้องคือเทไปให้พระเอกเกือบหมดแล้ว เพียงแต่ขาดความมั่นใจ ก็เรามันจนแถมยังมีหนี้ จบก็ไม่สูง ในขณะที่พระเอกเป็นถึงประธานบริษัท อนาคตกำลังสดใส ทั้งหล่อทั้งฉลาด ครอบครัวเพื่อนฝูงดีหมด แฟนเก่าก็เลิศ น้องเลยกลัวว่าถ้าหากมาคบตัวเองจะทำให้พระเอกขายหน้า ทั้งฐานะการศึกษา+สภาพสังคมไม่เหมาะสมกันเลยสักนิด แต่สุดท้ายน้องก็ก้าวผ่านอุปสรรคในใจไปได้และตกลงคบกับพระเอก 

เรื่องความรักนี่นางเอกเป็นเหมือนผ้าขาวเลยนะ ไม่รู้ว่าต้องแสดงออกยังไง ช่วงแรกๆ บางครั้งเลยอาจเผลอทำร้ายจิตใจพระเอกไปบ้างโดยไม่รู้ตัว พระเอกก็ไม่พูด สุดท้ายเลยกลายเป็นการทำสงครามประสาทกัน55 นางเอกก็ไประบายความรู้สึกลงในแอคหลุม จากนั้นก็มีคนมาแนะนำวิธีการง้อแฟน นางเอกเลยเอาไปใช้แล้วก็สำเร็จด้วย55 ...พระเอกชอบมากกคอนเฟิร์มม55 หลังจากนั้นเวลามีอะไร(โดยเฉพาะเกี่ยวกับพระเอก) นางเอกเลยชอบไประบายที่แอคหลุม 

แต่ไม่ใช่แค่ฝั่งนางเอกนะที่มีเรื่องราวปัญหาฝั่งพระเอกก็มีเหมือนกัน คือพระเอกเป็นบริษัทสตาร์ทอัพใช่ปะ กำลังโตพนักงานยังมีไม่เยอะ พระเอกเลยต้องการเงินมาลงทุนเพื่อต่อยอดขยายกิจการ ทีนี้พอกำลังจะได้เงินทุนก็ดันถูกบริษัทอื่นตัดหน้าแย่งไป แต่ที่เจ็บมากกว่าเรื่องชวดเงินก็คือดันมาถูกคนกันเองแทงข้างหลังนี่แหละ แฟนเก่าพระเอกก็มากล่อมให้พี่แกกลับไปทำงานที่บริษัทเก่า แต่พระเอกไม่ไปไม่ยอมแพ้ เดี๋ยวหาเงินลงทุนแหล่งใหม่เอาก็ได้ จริงๆ แฟนเก่าคนนี้เกือบจะได้แต่งกับพระเอกแล้วนะ แต่พอพระเอกลาออกจากบริษัทเก่าที่เงินเดือนสูงมาเปิดบริษัทเองชีกลับไม่โอเค ไม่เชื่อว่าพระเอกจะทำได้ คิดแต่ว่าพระเอกจะต้องล้มเหลว เอาแต่พูดแบบนี้ทุกวันๆ สุดท้ายก็เลยเลิกกัน 

เป็นแนวปัจจุบันที่ดีต่อใจมากก ความสัมพันธ์พระนางคือดี เรื่องฐานะการศึกษาอะไรที่นางเอกเคยกังวลสุดท้ายก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลย พระนางเคมีโคตรเข้ากัน นางเอกน่ารักใสซื่อขี้อ้อน(กับพระเอก) ชอบหม้อมากกว่ากระเป๋าแบรนด์เนม ไม่อยากได้เสื้อผ้าสวยๆ หรือเครื่องสำอางแพงๆ ขอแค่ชุดเครื่องครัวดีๆ สักชุดก็พอ55 ...เนื้อเรื่องเรื่อยๆ แต่สนุกมากไม่น่าเบื่อ มีจุดพีคที่แบบต้องร้องเฮ้ย! และมีตอนที่แอบเสียน้ำตาเบาๆ ชอบที่ไม่ว่านางเอกจะทำอะไรพระเอกก็จะคอยสนับสนุนอยู่เคียงข้าง แม้ความฝันของทั้งคู่จะแตกต่างแต่เขาก็จับมือเดินไปพร้อมกันได้ ต่างคนต่างทำหน้าที่และทำความฝันของตัวเองไป เวลามีเรื่องอะไรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่นางเอกก็มักเอามาเล่าให้พระเอกฟังเสมอ(ประหนึ่งเพื่อนสาว55) ไม่มีเรื่องมือที่ 3-4 ให้ต้องปวดใจเพราะพระเอกชัดเจนเคลียร์มาก ไม่มีพระรอง มีแต่คู่รองที่บอกเลยว่าท่าจะมัน55


#ยอดเชฟคนนี้คือเบบี๋ของผม 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/BLR3blzDw



วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

เมื่อผมเปิดคลินิกในวันสิ้นโลก 3 เล่มจบ

 


เมื่อผมเปิดคลินิกในวันสิ้นโลก 3 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ชางไห่โหยวหลาน

ผู้แปล : มู่หลินเซิน

สำนักพิมพ์ FreesiaBook


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวซอมบี้วันสิ้นโลก การกลายพันธุ์ ชอบตรงที่เรื่องนี้ซอมบี้สามารถกลับมาตระหนักรู้และใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ได้อีกครั้ง นายเอก เหวินชิงหลิง หนุ่มน้อยหน้ามนถูกลูกพี่ลูกน้องผลักไปเป็นอาหารในดงซอมบี้ ซ้ำยังใช้แท่งไม้ปักทะลุกลางอกซ้ำเพราะกลัวเขาจะไม่ตายจริง จากนั้นตัวคนทำก็หนีเอาตัวรอดไป ปล่อยให้นายเอกตายอนาถกลายเป็นซอมบี้

แต่สุดท้ายนายเอกกลับไม่ตาย ไม่ได้ขาดสติกลายเป็นซอมบี้เที่ยวไล่กัดคนอย่างที่คิด เพราะเลือดของนายเอกมีคุณสมบัติพิเศษทำให้เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้นายเอกกลายเป็นซอมบี้ที่มีสติตื่นรู้ตัวแรกของโลก ร่างกายสัญชาตญาณแข็งแกร่งและเฉียบคมยิ่งกว่าตอนเป็นมนุษย์ที่มีพลังพิเศษซะอีก แถมพอกลายมาเป็นซอมบี้ก็ยังแข็งแกร่งและอยู่เหนือกว่าซอมบี้ทั่วๆ ไปรวมถึงซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้วด้วย (กลายเป็นป๊ะป๋าในหมู่ซอมบี้ไปเลย)

พอมีสติรู้ว่าตนเองยังไม่ตายนายเอกก็เดินทางกลับฐาน(จะไปฆ่าลูกพี่ลูกน้องที่ทำร้ายตัวเอง) แต่พอไปถึงกลับถูกคนในฐานไล่ฆ่าเพราะนึกว่าตนเป็นซอมบี้(ก็เป็นจริงๆ แหละ) อิลูกพี่ลูกน้องก็คอยเป่าหูคนในฐานให้ตามไล่ฆ่านายเอกเพราะกลัวเขาจะมาเอาคืน นายเอกเลยหนีกลับไปที่บ้านไปหาพ่อแม่(ที่เป็นซอมบี้แล้ว) โชคดีว่าตอนที่พ่อแม่เปลี่ยนเป็นซอมบี้นายเอกล็อกประตูบ้านไว้เลยทำให้พ่อแม่ออกไปไหนไม่ได้ พอไม่ได้ออกไปล่าก็ไม่มีอาหาร พ่อแม่เลยตกอยู่ในสภาวะจำศีลมาตลอด

นายเอกเอาต้นโลหิตให้พ่อแม่กิน ซึ่งต้นโลหิตก็คือต้นไม้ที่เติบโตขึ้นมาจากเลือดของนายเอก มีสรรพคุณช่วยซ่อมแซมร่างกาย ทำให้ซอมบี้ที่กินเข้าไปกลับมามีร่างกาย+เนื้อหนังเหมือนตอนยังไม่ติดเชื้อ และกลับมามีสติตื่นรู้อีกครั้ง...นายเอกช่วยให้พ่อแม่ฟื้นกลับมาเป็นซอมบี้ที่มีสติตื่นรู้เหมือนกับตน จากนั้นก็เปิดคลินิกรักษาซอมบี้ที่สมัครใจอยากกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่นานก็เริ่มมีซอมบี้ที่นายเอกใช้พลังจิตทำให้รู้สึกตัวทยอยเข้ามาขอให้รักษา พอซอมบี้(ที่ถูกรักษา)เริ่มเยอะขึ้น นายเอกก็เริ่มก่อสร้างเมืองขึ้นใหม่ในดงซอมบี้ 55

คนที่มีคุณสมบัติมีสิทธิ์จะอาศัยอยู่ในเมืองนี้ได้ก็มีเพียงซอมบี้ที่ผ่านการรักษาจากนายเอกแล้วเท่านั้น หรือเรียกอีกอย่างว่าซอมบี้อารยธรรม ภายนอกดูเหมือนคนทั่วไปเพียงแต่ร่างกายจะแข็งแรงและอายุยืนกว่าคนปกติ แถมยังแข็งแกร่งเหมือนพวกซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้วขั้น 3-4 จะต่างกันตรงที่ซอมบี้อารยธรรมของนายเอกจะไม่กินคน เพราะนายเอกไม่อนุญาต ถือเป็นกฏเป็นข้อห้ามสำคัญข้อแรก ให้กินได้แต่เนื้อสัตว์ และเนื่องจากซอมบี้พวกนี้ได้รับการรักษาด้วยต้นโลหิตที่เกิดจากเลือดนายเอกโดยตรง จึงทำให้ซอมบี้อารยธรรมมีสายสัมพันธ์กับนายเอก แบบถ้านายเอกแข็งแกร่งขึ้นซอมบี้พวกนี้ก็จะเก่งขึ้นตาม หรือถ้านายเอกเริ่มกินผักผลไม้หรืออาหารทั่วไปได้ ซอมบี้พวกนี้ก็จะเริ่มกินได้เหมือนกัน ...

ต่อมาชื่อเสียงในการรักษาของนายเอกก็เริ่มดังไปไกลจนทำให้คนข้างนอก(คนที่ถูกซอมบี้กัดกำลังติดเชื้อ) อยากเข้ามารักษาด้วย ซึ่งนายเอกก็รักษาให้หมดขอแค่มีปัญญาจ่ายคริสตัลก็พอ (คริสตัลพวกนี้เป็นคริสตัลพลังงานจะอยู่ในตัวซอมบี้) ใครไม่มีก็ติดเอาไว้ก่อนได้แล้วค่อยหามาคืน แต่ถ้าใครดูทรงแล้วจะเบี้ยวนายเอกก็จะไม่รักษาให้ หรือถ้าใครมาทำกร่างข่มขู่จะรักษาฟรี นายเอกก็จะจับโยนเข้าไปในฝูงซอมบี้เลย(เอาเซ่!!)  พอรักษาเสร็จก็ต้องรีบกลับออกไป เพราะนายเอกไม่ให้ใครค้างอยู่ในเมือง(นอกจากซอมบี้เร่ร่อนกับซอมบี้อารยธรรม) ขนาดพระเอกพยายามขอร้อง+ขอต่อรองนั่นนู่นนี่ตั้งมากมาย แต่นายเอกก็ยังไม่เคยอนุญาตหรืออ่อนให้เป็นกรณีพิเศษเลย เขาเข้มงวดจริงๆ นะเออ

พระเอก เซียวเหิน เป็นนายทหาร ถูกส่งออกมาทำภารกิจให้สร้างห้องปฏิการและคุ้มครองนักวิจัยหัวกะทิ พระนายได้เจอกันตอนที่พระเอกกำลังไล่ล่าศพโลหิต(ซอมบี้ที่เกิดจากการวิวัฒนาการจากเลือดของนายเอกนั่นแหละ) ตอนกลุ่มพระเอกกำลังจะแพ้นายเอกออกมาคำราม(ปราม)ศพโลหิต  ทำให้ศพโลหิตหนีไป พวกพระเอกเลยรอดตายและถูกส่งออกจากเมือง จากนั้นพระเอกก็วนเวียนมาที่เมืองของนายเอกอยู่เรื่อยๆ เพราะได้ยินว่านายเอกรักษาคนที่ติดเชื้อได้ นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญของมนุษยชาติ เพราะนักวิจัยที่พระเอกคุ้มครองก็กำลังทดลองเรื่องพวกนี้อยู่เหมือนกัน พระเอกเลยอยากได้ความร่วมมือจากนายเอก อยากขอต้นโลหิตไปศึกษาเพื่อทำวัคซีน แต่ก็ถูกนายเอกปฏิเสธทุกครั้ง (มันมีเหตุผลอยู่นะต้องลองไปอ่าน) ...

นายเอกเรื่องนี้เป็นซอมบี้แล้ว น้องเลยไม่มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ปกติ เย็นชาเลือดเย็นปราศจาก 7 อารมณ์ 6 ปรารถนา แต่ดีที่ไม่ได้ฆ่าคนมั่วซั่ว จะฆ่าแต่คนชั่วหรือคนที่มาหาเรื่องก่อนเท่านั้น และยังดีที่นายเอกยังกลัวพ่อแม่อยู่ เลยยังพอมีคนปรามๆ ได้55 ถ้าพ่อไม่บอกให้สร้าง+ขยายเมืองให้มันใหญ่ขึ้นนายเอกก็คงไม่ทำ แบบเป็นคนไร้ซึ่งความทะเยอทะยานสุดๆ น้องแค่อยากดูแลเมืองเล็กๆ ของตนเท่านั้น แต่มันไม่ได้ไง ดูจากภัยในภายภาคหน้า(ที่อาจจะเกิด) และจำนวนซอมบี้ที่มารักษาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายเอกเลยต้องวางแผนใหม่ จะปล่อยชิลไม่ได้และ ต้องขยายเมือง แบ่งหน้าที่ทำให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น ...ส่วนพระเอกทำยังไงนายเอกก็ไม่ยอมให้อยู่ในเมือง คือเข้ามาได้แต่ห้ามค้าง เสร็จธุระแล้วต้องกลับออกไป ได้เข้ามาอยู่นานสุดก็ตอนที่นายเอกกำลังหาครูมาสอนยิงปืนให้ซอมบี้อารยธรรมของตัวเองนั่นแหละ (นายเอกไปขโมยมา55) ตอนแรกนายเอกจะไปหาซอมบี้พี่ชายทหารแต่หาไม่เจอเลยให้พระเอกมาสอนแทน พระเอกเห็นทุกคนหน้านิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ก็ไม่รู้ว่าที่ตัวเองกำลังสอนๆ อยู่น่ะซอมบี้ทั้งนั้น55

พอคนข้างนอกรู้ว่าเมืองนี้มีหมอที่รักษาผู้ติดเชื้อได้ก็อยากจะขอเข้ามาอยู่ด้วย แต่ก็ถูกนายเอกปฏิเสธไปทุกราย(รวมทั้งพระเอกด้วย55) เพราะข้างในมีแต่ซอมบี้ไงถึงจะหายแล้วก็เถอะ แต่ก็ยังถือว่ามีเชื้อนะ เพราะถ้าถูกกัดคนก็ติดเชื้อได้เหมือนเก่า อีกอย่าง นายเอกไม่อยากให้ใครรู้เรื่องต้นโลหิตและเรื่องความพิเศษของเลือดตัวเองด้วย เพราะกลัวเดี๋ยวจะมีปัญหาตกเป็นเป้าไล่ล่าของพวกมนุษย์เห็นแก่ตัวบางกลุ่ม เหมือนฐานที่พระเอกอยู่อะ เป็นฐานใหญ่สุดมีคนอาศัยอยู่เกือบ 100 ล้าน มีทหารควบคุมดูแลอยู่ และมี 7 ตระกูลใหญ่เป็นผู้นำ แต่ก็ไม่ได้สามัคคีกัน เพราะต่างฝ่ายก็ต่างอยากขึ้นเป็นผู้นำ(คนเดียว) อยากมีอำนาจสูงสุดในฐาน แต่ยังตกลงกันไม่ได้ เลยต้องแยกกันดูแลจะได้คานอำนาจกันไว้ แต่ถ้าหากตระกูลไหนมีวัคซีนหรือหาวัคซีนได้ก่อนก็จะ(ทำให้)มีอำนาจในการต่อรองมากกว่าเขา นี่แหละหนามนุษย์ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนผลประโยชน์ของตัวเองก็ยังต้องมาก่อนเสมอ...

พอเริ่มขยายเมืองนายเอกก็ไปผูกมิตรกับซอมบี้(ผู้นำ) เมืองใกล้ๆ จากนั้นก็เริ่มมองหาข้าวของสิ่งของต่างๆ ที่จะสามารถนำกลับมาพัฒนาเมืองหรือเป็นประโยชน์กับเมืองได้ อย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ ปืน เมล็ดพืชที่จะเอามาเพาะปลูก พวกซอมบี้นักวิจัย หรือคนที่มีความสามารถในสาขาต่างๆ ที่เก่งๆ แต่กลายเป็นซอมบี้แล้ว นายเอกก็จะออกไปตามหาแล้วช่วยรักษาทำให้กลับมาเหมือนคนปกติ จากนั้นก็พากลับมาทำงานด้วย โดยมีพระเอกคอยช่วยอยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำ หลังๆ พระเอกเลยกลายเป็นมันสมองเป็นคนที่นายเอกจะขาดไปไม่ได้อีกแล้ว

นายเอกอย่างเก่ง+ซู(มาก) โหดด้วย อาจดูเหมือนใจดำ แต่เราว่านายเอกเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี(อยู่)นะ ตอนเรื่องซอมบี้นายพล(ซอมบี้วิวัฒนาการระดับ8) นายเอกก็เตือนให้พวกคนธรรมดาหนีไปให้ไกลอย่าสู้เลย เพราะสู้ยังไงก็ไม่ชนะหรอก พวกมนุษย์ก็ไม่อยากหนีเพราะไม่อยากทิ้งฐานที่สร้างขึ้นมา พากันหวังว่านายเอกจะช่วยเพราะเห็นนายเอกควบคุมซอมบี้ได้ แต่ตอนนั้นพลังของนายเอกยังไม่แกร่งเท่าซอมบี้นายพล รู้ว่าสู้ยังไงก็ไม่ชนะ นายเอกเลยปฏิเสธ ทว่าทุกครั้งที่บอกว่าจะไม่ช่วยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นมือนายเอกอยู่ดี เหมือนใจดำไม่แคร์ใครแต่เราว่าซอมบี้อย่างนายเอกเนี่ยเชื่อถือได้มากกว่ามนุษย์ทั่วไปซะอีกนะ 

ฉากตอนสู้มันดี มีตัวร้ายใหม่ๆ โผล่มาให้ลุ้นเรื่อยๆ มีพวกซอมบี้มนุษย์ที่กินซอมบี้อายธรรม มีซอมบี้สัตว์ แล้วก็ซอมบี้วิวัฒนาการที่จะขึ้นเป็นราชาซอมบี้ด้วยแม่เจ้าาา  ...แต่แน่นวลลลไม่ว่าจะเก่งขนาดไหนสุดท้ายก็ต้องพ่ายให้กับความเทพของนายเอกอยู่ดี55 เพราะหลังๆ น้องจะได้สกิลในการล่วงรู้อนาคตมาด้วย เมพฝุดๆ...ที่ชอบที่สุดก็คือตอนที่คนในครอบครัวได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง รู้สึกว่าเราไม่ควรหมดหวัง สักวันแสงสว่างจะต้องส่องมาถึง อะไรก็เกิดขึ้นได้อย่าเพิ่งยอมแพ้☺️

ป.ล. แอบไม่ชอบตอนที่นายเอกบังคับทำให้พระเอกกลายเป็นซอมบี้ 100% เหมือนตัวเองอะ เราชอบพระเอกเวอร์ชั่นลูกผสมมากกว่า ยังดูมีความเป็นมนุษย์และยังคำนึงถึงคนอื่นด้วย แต่พอเปลี่ยนเป็น 100% แล้วคือเลือดเย็น+เย็นชามากๆ ไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์อีก จิตใจและสายตาก็จะมีแต่นายเอกคนเดียวเท่านั้น เฮ้อออ


#เมื่อผมเปิดคลินิกในวันสิ้นโลก 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1LXORqemHE




วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2567

เกมรักซ่อนกลลวง 2 เล่มจบ

 


เกมรักซ่อนกลลวง 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : มู่ฝูเซิง

ผู้แปล : ซิงฉาย

สำนักพิมพ์ With Love

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เสิ่นเสี่ยอี้ ทนายความสาวคนสวย ส่วนพระเอก ลี่เจ๋อเหลียง ประธานหนุ่มสุดหล่อของลี่ซื่อกรุ๊ป ชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจของเมือง A ประธานหนุ่มในฝันที่สาวๆ มากมายต่างหมายปองอยากแต่งงานด้วย

สำนักงานทนายความของนางเอกจับมือทำงานร่วมกับบริษัทพระเอก นางเอกเลยถูกส่งตัวไปทำงานที่นั่น นางเอกต้องการช่วยเหลือบริษัทของเพื่อนในวัยเด็กที่กำลังจะล้ม จึงทำให้นางต้องตอบรับคำขอของพระเอกหนึ่งอย่างเพื่อแลกกับการให้พระเอกยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือบริษัทเพื่อน และเพราะคำขอที่ว่านั่นจึงทำให้นางเอกต้องเก็บกระเป๋าย้ายไปอยู่บ้านพระเอก และทำให้เธอได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องขาของพระเอกอีกด้วย ...

พระเอกเรื่องนี้อารมณ์แบบขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย(อ่านแล้วก็แอบนึกถึงพระเอกเรื่อง Crush ของคุณนักเขียนนิดๆ) แต่จะเป็นเฉพาะเวลาอยู่กับนางเอกนะ กับคนนอกคือสุภาพเรียบร้อยไม่แสดงอารมณ์ พระเอกเป็นคนที่หยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีมาก ไม่มีทางแสดงความอ่อนแอหรือเผยจุดอ่อนให้ใครเห็น เจอใครก็มักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า แต่เป็นยิ้มแบบหน้าที่เหมือนกดปุ่มอัตโนมัติไม่ได้ออกมาจากใจจริงๆ จุดอ่อนเดียวของพี่แกก็คงเป็นเรื่องขา(ล่ะมั้ง) แต่พี่แกก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอหรือความเจ็บปวดให้ใครเห็น ภายนอกต้องดูดีอยู่เสมอ เจ็บแค่ไหนก็ฝืนทนไม่แสดงออกมา คนภายนอกเห็นก็คิดแค่ว่าพระเอกเคยบาดเจ็บที่ขาเลยทำให้เดินแปลกๆ เฉยๆ จะมีแค่คนสนิทไม่กี่คนกับหมอที่รักษาเท่านั้นที่รู้ว่าขาของพระเอกเป็นยังไง

ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแนวรักในวัยทำงานของหนุ่มสาว แนวอาชีพการงาน+การไต่เต้าฟันฝ่าอุปสรรคในเส้นทางการงานของพระนางเหมือนเรื่องก่อนๆ ซะอีก แต่อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนจะไม่ใช่แฮะ เพราะมันมีซัมธิงและเหมือนจะมีปมบางอย่างซุกซ่อนอยู่(คุณนักเขียนจะทิ้งปมให้เราสงสัยเป็นระยะ) ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นางเอกมีอาการความจำเสื่อมหลงลืมเรื่องราวบางช่วงในอดีตไป และก็น่าจะเกี่ยวข้องกับขาขวาของพระเอกที่ไม่สามารถเดินเหินได้เหมือนคนปกติด้วย 

จริงๆ ก็เดาได้นะว่าในอดีตน่าจะเคยมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่นึกว่าจะหนักขนาดนี้ คือพระนางเขารู้จักกันมาก่อน นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็กและเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเขาเหมือนหางน้อยๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พระเอกไปเข้าเรียนที่ไหนเธอก็ตามไปที่นั่นด้วย ตามติดเหมือนตังเมจนคนคิดว่านางเอกเป็นน้องสาวพระเอก ...ความจริงนางเอกเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลเสิ่น บ้านพระนางก็สนิทสนมกันเพราะทำธุรกิจร่วมกันมานานแล้ว นางเอกมีพี่สาวคนละพ่ออยู่หนึ่งคนซึ่งเป็นลูกเมียหลวง พี่สาวไม่ชอบนางเอก เวลาเจอหน้านางเอกทีไรก็ชอบพูดจาดูถูกเหยียดหยามนางกับแม่สารพัด แต่นางเอกก็สู้นะ ไม่ได้นั่งเฉยๆ ให้เขาด่า ว่ามาก็ว่ากลับ

 ...สองศรีพี่น้องไม่ถูกกัน ต่างก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนมาแย่งสิ่งของหรือคนที่ตนรักไป นางเอกมักถูกพี่สาวย้ำและด่าว่าเป็นลูกชู้ ซึ่งถึงนางจะเถียงเขากลับฉอดๆ แต่ไม่ว่ายังไงในใจมันก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี ก็ถ้าเลือกได้ใครมันจะอยากเกิดมาเป็นลูกนอกสมรสกันล่ะ แถมแม่นางก็หัวอ่อนไม่สู้คน ปกป้องอะไรลูกสาวไม่ค่อยได้ นางเอกเลยไม่รู้สึกว่าบ้านที่เธออาศัยอยู่มันคือบ้าน ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นหรืออยากจะกลับไป เพราะแม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดก็ยังถูกพี่สาวแย่งชิงไปด้วยสถานะคู่หมั้น ในเมื่อบ้าน+ครอบครัวไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้อุ่นใจหรือมีความสุข จึงไม่แปลกที่นางเอกจะพยายามหาสถานที่พักพิงอื่น สถานที่จะเป็นเซฟโซนเป็นบ้านที่ปลอดภัย และเป็นที่พึ่งพิงของเธอเพียงคนเดียวตลอดไป ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแย่งหรือแบ่งไปจากเธอได้...

แต่ในมุมของพี่สาว นางเอกกับแม่ก็คือคนที่เข้ามาทำลายครอบครัวของเธอ คือคนที่เข้ามาแบ่งความรักจากพ่อที่ควรจะเป็นเพียงของเธอกับแม่ไปเหมือนกันนะ แม้แต่คู่หมั้น(ที่คนอื่นคิดว่าเธอไม่ได้ชอบ) ก็ยังใส่ใจให้ความสำคัญกับน้องสาวที่เธอเกลียดมากมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนเธอเสมอ ...เฮ้ออ จนท้ายที่สุดเธอก็เลือกเดินทางผิดและทำให้กิจการของที่บ้านพัง ...แต่พอพ่อนางเอกรู้ก็ไม่โทษพี่สาวเลย กลับขอแบกรับความผิดนี้ไว้กับตัวเองคนเดียว

ตอนแรกพระเอกจะหาทางช่วย แต่พ่อก็ปฏิเสธเพราะกลัวบริษัทพระเอกจะมาซวยไปด้วย แล้วคนที่รู้ความจริงรู้ว่าพ่อตัดสินใจอะไรยังไงในเรื่องนี้ก็มีแค่พระเอก พ่อนางเอก และตัวพี่สาวแค่ 3 คนเท่านั้น เพราะพ่อนางเอกขอร้องให้พระเอกช่วยเก็บเป็นความลับโดยเฉพาะจากนางเอก เพราะไม่อยากให้นางเอกเกลียดตัวพี่สาวไปมากกว่านี้ นางเอกก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝีมือพระเอกเพราะข่าวมันออกมาแบบนั้น แถมพอไปถามพระเอก พี่แกก็ไม่ยอมบอกความจริง ทีนี้เลยไปกันใหญ่เลย...

พอไม่พูดความจริงมันเลยยิ่งแย่ เราว่าพลาดแล้วที่พ่อไม่ให้พระเอกบอกความจริงกับนางเอกเนี่ย ไม่มีอะไรดีเลย เราว่าสู้บอกแล้วให้นางเอกไปตัดสินใจเอาเองดีกว่า จะโกรธจะเกลียดหรืออะไรก็แล้วแต่ลูกเถอะ ปล่อยให้ลูกตัดสินใจเองเถอะ ดีกว่าปล่อยให้ลูกเข้าใจผิดๆ ถึงไม่บอกคนอื่นแต่อย่างน้อยบอกนางเอกก็ยังดี เพราะนางก็โตแล้วไม่ใช่เด็กเล็กๆ เน้อ ไม่รู้ว่าพ่อจะเสียใจที่หลังไหมนะ เพราะไอ้การไม่บอกความจริงเนี่ยมันไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายลูกสาวตัวเอง แต่มันยังทำร้ายพระเอกทางอ้อมด้วย ... ไม่ใช่แค่ทางร่างกายและจิตใจ ยังรวมไปถึงบริษัทพี่ด้วย เล่นเอาซะบริษัทพระเอกเกือบล้มละลาย ถ้ากู้กลับมาไม่ได้นี่ไม่ใช่แค่ตัวพระเอกเท่านั้นนะที่จะแย่ แต่ยังมีพนักงานในบริษัทอีกกี่ร้อยชีวิตจ๊ะที่จะต้องตกงาน ...

อ่านถึงตรงนี้แล้วบอกเลยว่านักเขียนแกงมาก หลอกเราซะอยู่หมัด (หรือเป็นเพราะนางเอกแสดงละครเก่งหว่า55) ตอนอ่านก็คิดว่าถ้าพระเอกไม่ได้ทำหรือเข้าใจผิดนี่เราจะโกรธนางเอกมากเลยนะ😟 ...พอเฉลยแล้วก็แบบจ้าาา วางแผนเก่งขนาดนี้ ก่อนหน้านี้มีเวลาตั้งหลายปีทำไมไม่ลองสืบหาความจริงดูก่อนสักหน่อยละน้องสาว มันต้องมีสักคนที่รู้เรื่องที่พี่สาวนางเอกทำบ้างแหละน่า(ถึงจะไม่รู้ลึกไปถึงเรื่องที่พ่อนางเอก+พระเอก+ตัวพี่สาวพูดคุยตกลงกันวันนั้น) แต่แค่รู้เรื่องที่พี่สาวทำเราว่านางเอกก็น่าจะพอเดาๆ อะไรออกได้บ้างแล้วมั้ง นี่ก็ไปรู้เรื่องจากปากเพื่อนพ่อไม่ใช่เรอะ?(ว่าพี่สาวทำอะไรในปีนั้น) แต่พอรู้แล้วนางก็แบบช่างเถอะ ฉันปล่อยวางได้แล้ว ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว ...จ้าาา ดีจุง (โอ๊ยหนออ ทำไมไม่รู้สึกให้มันเร็วกว่านี้) 

สรุปก็จบแฮปปี้แหละ นึกว่าจะมึนตึงกันอีกนาน แต่ทำไงได้ก็คนมันรัก ความรักย่อมชนะทุกสิ่งอยู่แว้วว บวกกับได้รู้สาเหตุที่ทำให้ขาพระเอกเป็นแบบนี้ด้วย ความคงความแค้นอะไรไม่มีแว้ววว ปล่อยวางได้หมดจ้ะ ...แต่ยังคงอยากถามเหลือเกินว่าทำไปทามมายยย ไม่ลองคุยกันดีๆ แบบมีสติกันก่อนล่ะน้องสาว หรือสืบหาความจริงให้มันกระจ่างก๊อนน ...จบจ้า






วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2567

กี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นเธอ 9 เล่มจบ


กี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นเธอ 9 เล่มจบ

ผู้แต่ง : เฟิงหลิวซูไต

ผู้แปล : หมิงหมิง

ปก : Leila

สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวระบบ นางเอกต้องไปหลายโลก มีทั้งยุคปัจจุบัน ยุคโบราณ วันสิ้นโลก ซึ่งบางทีก็ต้องอยู่ในร่างเด็กผู้หญิงวัยสิบกว่าหรือหญิงสาววัยรุ่น แม้แต่หญิงวัยกลางคนที่เป็นแม่คนแล้วก็มี ซึ่งทุกครั้งที่วาร์ปเข้าโลกหรือชาติใหม่นางเอกก็จะสูญเสียความทรงจำที่ผ่านมาทั้งหมด เหลือเพียงทักษะหรือสกิลที่ได้ฝึกมาตอนอยู่ในชาตินั้นๆ ติดตัวมาด้วย เช่นชาติแรกที่เป็นแม่ครัวก็จะได้สกิลในการทำอาหารติดตัวมา ชาติที่เป็นหมอก็จะได้สกิลในการรักษา หรือชาติที่เป็นช่างปักผ้านางก็จะได้สกิลในการเย็บปักผ้าติดตัวมาในชาติใหม่ด้วย อะไรแบบนี้

ชาติแรกแม่ครัว พ่อนางเอก(หรือเจ้าของร่างเดิม) เป็นพ่อครัวใหญ่อยู่ในจวนโหว ส่วนลูกสาวหรือเจ้าของร่างที่นางเอกมาอยู่ก็หลงรักซื่อจื่อหรือบุตรชายของท่านโหว ตอนแรกร่างเดิมไม่ได้ชอบทำอาหาร แต่พอรู้ว่าซื่อจื่อชอบกินก็เลยเบนเข็มมาเป็นแม่ครัวตามรอยพ่อ พอพ่อตาย ลูกหลานของอาจารย์ที่พ่อเคยไปเรียนทำอาหารก็บุกมากล่าวหาว่าพ่อเป็นศิษย์ทรยศ พออาจารย์ตายก็แอบขโมยตำราอาหารกับมีดทองคำของอาจารย์มาหากิน+สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง หลานสาวอาจารย์แฝงตัวเข้ามาเป็นสาวใช้ข้างกายพระเอก(น่าจะเป็นตัวเอกชาย แต่ขอเรียกว่าพระเอกละกันนะ ง่ายดี) เป่าหูจนพระเอกคล้อยตามและอนุญาตให้จัดแข่งทำอาหารระหว่างหลานสาวอาจารย์กับเจ้าของร่างเก่า 

นางเอกเข้ามาอยู่ในร่างนี้ตอนที่กำลังตัดสินผลแพ้ชนะ ผลออกมาคืออีกฝ่ายชนะ นางเอกก็ยอมรับแล้วเก็บข้าวของพาแม่ออกจากจวนโหวไป แต่ก่อนไปยังไม่ลืมเอาตำราอาหารกับมีดทองคำไปส่งคืนให้อีกฝ่ายก่อน อีกฝ่ายก็ไม่คิดว่านางเอกจะเอามาคืน เลยพูดใส่ไฟให้พระเอกฟังอย่างเมามัน พอมีคนแจ้งว่าเขาเอามาคืนแล้วนะนางถึงได้เหวอหน้าแตกเพล้งๆ ...ตอนแรกแม่เจ้าของร่างเก่าบอกว่าพ่อนางเอกเคยซื้อบ้านไว้ข้างนอกกับมีร้านอาหารที่เปิดแล้วให้น้องชายสองคนดูแลอยู่อีกแห่ง แต่นางเอกรู้จากความทรงจำของร่างเดิมว่าน้องชายสองคนของพ่อเป็นคนไม่ดี โลภมาก ไม่เอาการเอางาน ดีแต่มาขอเงินพี่ชาย เลยเดาได้ว่าบ้านกับร้านต้องโดนน้องชายของพ่อฮุบไปเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้วแน่นอน ซึ่งพอไปถึงก็จริง แถมอาทั้งสองยังเปลี่ยนชื่อร้านให้เป็นของคนสกุลเหยียนเรียบร้อย(แซ่อาจารย์) ทำให้คนชื่นชมยกย่องตัวเอง แต่กลับเป็นการตบหน้าและเหยียบนางเอกกับแม่ให้จมดินยิ่งกว่าเดิม ...

นางเอกพาแม่ไปพักที่โรงเตี๊ยมก่อนออกเดินทางไปจากเมืองหลวง ระหว่างนั้นก็ถูกเมียและลูกของอาจารย์ตามมาด่าถึงหน้าที่พัก หาว่าพ่อนางเอกคิดไม่ซื่อจงใจไม่แจ้งข่าวให้ลูกชายอาจารย์รู้ว่าพ่อตาย ทำให้ลูกเขามางานศพพ่อไม่ทันแล้วตัวเองก็ได้หน้าบลาๆ พอท่านโหว(พ่อพระเอก) รู้เรื่องวุ่นวายที่หน้าโรงเตี๊ยมก็รังเกียจบ้านสาวใช้มาก เลยสั่งให้พระเอกไล่สาวใช้คนนั้นออกไป และให้คนไปตามนางเอกกับแม่กลับมา พระเอกก็เริ่มตระหนักได้ว่าตนเชื่อคนผิด รู้สึกผิด แต่ก็สายไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะส่งคนไปกี่ครั้งนางเอกก็ปฏิเสธกลับมาทุกรอบ 

นางเอกพาแม่เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่วเพื่อเรียนรู้วิธีทำอาหารตามสถานที่ต่างๆ กระทั่งผ่านไป 10 ปีถึงได้กลับมาเมืองหลวงอีกครั้ง... พอกลับมานางเอกก็มาหาซื้อร้านแถวๆ ร้านอาหารคนสกุลเหยียน แต่พอฝั่งนั้นรู้ว่ามีคนคิดจะมาเปิดร้านขายอาหารเหมือนกันก็ใช้อำนาจสั่งเจ้าของที่ไม่ให้ขายร้านให้นางเอก จนนางเอกต้องไปเปิดตรงอื่นที่ทำเลไม่ค่อยดี แต่นางก็ไม่ซี เพราะนางมั่นใจฝีมือตัวเองว่าเปิดที่ไหนก็ต้องขายได้ เพียงแค่ต้องปรับอาหารให้เหมาะกับสถานที่ทำเลแถวนั้น... นางเอกเปิดร้านอาหารบ้านเกิด ทำให้คนที่จากบ้านมาทำงานต่างถิ่นพอกินแล้วจะหวนคิดถึงบ้านเกิดตัวเอง พอนางเอกฟังสำเนียงลูกค้าก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ไหน แล้วนางก็จะปรับเปลี่ยนรสชาติให้ตรงกับรสชาติบ้านเกิดของลูกค้านั้นๆ คนเลยยิ่งชอบ+ติดใจแห่มากินกัน ตั้งแต่ชนชั้นรากหญ้าไปจนถึงคนรวย แม้แต่ผู้สูงศักดิ์ก็ยังแอบปลอมตัวมากิน  

แต่พอคนสกุลเหยียนรู้ว่านางเอกมาเปิดร้านตรงนี้ก็ตามมารังควานแล้วสั่งให้คนลอบเผาร้านตอนดึก พอร้านถูกเผานางเอกก็ปิดร้านถาวรเลย คนที่เคยมากินก็พากันเสียใจ (แต่ตอนที่ร้านนางเอกโดนคนสกุลเหยียนมาตะโกนด่าปาวๆ และทำลายข้าวของ คนพวกนี้กลับไม่ช่วย แถมยังซ้ำเติมด้วยการฉวยโอกาสตอนที่สถานการณ์วุ่นวายเข้ามาขโมยของอีก นางเอกเลยปิดแม่ง!) พวกคนใหญ่คนโตพอรู้เรื่องที่นางเอกปิดร้านก็พากันโกรธคนทำและให้คนไปสืบเรื่องนางเอกจนสาวไปถึงคนสกุลเหยียนได้ในที่สุด...หึหึ พวกคนใหญ่คนโตที่ชื่นชอบอาหารนางเอกเลยแห่กันไปเล่นงานร้านอาหารคนสกุลเหยียนจนร้านต้องปิดเหมือนกัน ส่วนพระเอกก็ทำให้อดีตสาวใช้คนนั้น(ที่ตอนนี้กลายเป็นแม่ครัวหลวงคนโปรดของฮ่องเต้แล้ว) โดนขับไล่ออกจากวังไป 

ครอบครัวสาวใช้ถือดีว่าลูกตนทำงานในวังและเป็นคนโปรดฮ่องเต้ เลยใช้อำนาจบาตรใหญ่โดยการรังแกคนที่อ่อนแอกว่าหรือคนที่ทำอาหารขาย คือถ้าเมนูไหนขายดีกำลังฮิตก็จะให้คนไปบอกว่าเมนูนี้ทำถวายฮ่องเต้แล้วห้ามคนอื่นทำขายอีก ยกเว้นร้านตัวเองที่ทำขายได้ คือยึดสูตรอาหารที่คนอื่นคิดไปโต้งๆ เลย ...จากนั้นนางเอกก็ส่งสารไปขอท้าประลองกับคนสกุลเหยียน พอถึงวันนัดฮ่องเต้ก็มาเป็นกรรมการตัดสินด้วย นางเอกรู้ว่าฮ่องเต้ชอบสาวใช้คนนั้นและจะต้องตัดสินลำเอียงแน่ๆ เลยเสนอขอให้ใช้วิธีการของตนเพื่อความยุติธรรม เสนอให้แข่งทำบ๊ะจ่างและให้ชาวบ้านที่กำลังจะเข้าเมืองเป็นคนตัดสิน พอชนะนางเอกก็ขอตำราอาหารส่วนของพ่อกับมีดทองคำคืน จากนั้นก็เอาสูตรอาหารของพ่อครัวคนอื่นๆ ที่โดนฮุบไปคืนให้ทุกคน และก็เปิดโปงเรื่องที่อีกฝ่ายเคยสัญญาว่าจะไม่ใช้สูตรอาหารของพ่อนางเอกทำอาหาร แต่สุดท้ายก็แอบทำให้ทุกคนรู้... 

พอฮ่องเต้รู้ว่าแม่ครัวตนไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิดก็เลิกโปรด บอกให้อีกฝ่ายเลิกเป็นแม่ครัวแล้วมาเป็นสนมตนเองดีกว่ามั้ย? (ไม่ได้รู้สึกพิเศษใดๆ แล้ว มีแต่ความใคร่) หลังแข่งจบนางเอกเตรียมพาแม่ออกเดินทาง พระเอกพยายามรั้งคนไว้แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเหมือนเดิม เพราะนางเอกไม่ใช่เจ้าของร่างเก่าอะเลยไม่รู้สึกอะไรกับพระเอก ไม่มีใครหรืออะไรให้อาลัยอาวรณ์ ก็แค่ต้องการกลับมากอบกู้ชื่อเสียงและทุกอย่างของพ่อร่างเดิมนี้คืนเท่านั้น เสร็จแล้วก็จะไป พระเอกดีแค่ไหนก็ไม่ได้ชอบ ไม่มีความรู้สึกแบบนั้น ใช้ชีวิตได้อย่างอิสรเสรีสุดๆ ไม่ยึดติดกับอะไรเลย ไม่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อยากทำไรก็ทำ ไปไหนก็ไป เราว่าแบบนี้ก็สบายใจดี... ส่วนพระเอกก็ได้แต่มานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารบ้านเกิดที่ลูกศิษย์นางเอกรับช่วงเปิดต่อด้วยความโหยหาคิดถึงคน เพราะส่งคนไปดักรอนางเอกกี่รอบก็ไม่เคยได้เจอ ต้องช้าไปก่อนก้าวนึงเสมอ... จบ


ชาติที่สองเป็นโลกของผู้คนที่มีระดับขั้นพลัง พลังยุทธ์ นางเอกมาอยู่ในร่างเด็กกำพร้าที่ถูกสำนักมารเก็บไปเลี้ยง(อย่าเรียกว่าเลี้ยงเลย) ให้เป็นหน่วยกล้าตายพร้อมบุกตะลุยตายแทนเจ้านายได้ ร่างเก่าหลงรักเจ้านายแต่เจ้านายดันไปหลงรักสาวใช้ของนาง พอนางตัดใจไปรักคนใหม่ ผู้ชายคนใหม่ก็ยังไปชอบสาวใช้ของนางคนนั้นอีก แต่นางเอกไม่ได้ชอบใครทั้งนั้น พอมาอยู่ร่างนี้นางก็ตัดสินใจจะสังหารเจ้านายของร่างเดิมทิ้งทันที เพราะอีกฝ่ายไม่เคยเห็นเจ้าของร่างนี้เป็นคนอยู่แล้ว ไม่เคยปฏิบัติหรือทำดีด้วย แถมยังมีกู่(แม่)ที่ควบคุมกู่ลูกในร่างนี้อีก คือถ้าไม่ฆ่า ร่างนี้ก็ไม่มีวันหลุดพ้นสักที 

นางเอกเลยฝึกวิชาดาบอสูรที่ทำให้ไร้หัวใจ และเป็นวิชาที่ทำให้ร่างกายคนฝึกเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา วิธีเดียวที่จะระงับความเจ็บได้มีเพียงต้องยกดาบฆ่าคนเท่านั้น ยิ่งดาบเปื้อนเลือดมากเท่าไรคนฝึกก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น พระเอก(ผู้ชายที่ร่างเก่าหันมาชอบหลังอกหักจากเจ้านายเก่า) เห็นนางเอกฝึกวิชานั้นก็คิดจะสังหารนางเอกทิ้ง(ฮีรู้ว่าคนฝึกวิชานี้จะบ้าคลั่งฆ่าคนเป็นว่าเล่น) แต่ไปๆ มาๆ นางเอกกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น ยังมีสติรู้ตัวดีตลอด จะยกดาบฆ่าเฉพาะคนเลว ฮีเลยเปลี่ยนใจ เปลี่ยนเป็นขอติดตามดูนางเอกไปเงียบๆ เรื่อยๆ แล้วกัน ...นางเอกก็โอเค เผื่อวันไหนตนบ้าคลั่งฉุดไม่อยู่จริงๆ จะได้มีคนคอยลงมือ พอฮีได้เห็นสิ่งที่นางเอกทำไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการอดทนต่อความเจ็บปวดที่ได้รับ ความเข้มแข็งในการพยายามประคองสติไม่ให้บ้าคลั่ง จิตใจที่ไม่เพิกเฉยต่อความอยุติธรรมที่เห็นตรงหน้า ความกล้าที่จะหยิบดาบสังหารคนชั่วโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะใหญ่โตมาจากไหน ในขณะที่ผู้มีพลังขั้นสูงๆ กลับยิ่งสูงยิ่งหัวหด ไม่กล้าลงมือทำอะไรแบบนี้ ไม่แม้แต่จะสนใจชีวิตชาวบ้านคนธรรมดา เพิกเฉย+ปล่อยให้คนชั่วรังแกคนอ่อนแอไม่มีพลัง เพราะกฏบ้าๆ ที่บอกว่าผู้มีพลังขั้นสูงไม่ก้าวก่ายกัน แต่นางเอกคือไม่สน หากใครก่อกรรมชั่วทำร้ายชาวบ้านนางก็พร้อมสังหารหมด พระเอกเลยเริ่มมีใจให้นาง แต่ก็รู้ดีว่านางเอกไร้หัวใจไม่มีความรู้สึกแบบชายหญิงแล้วเพราะฝึกวิชานี้ ...ก็จบแบบพระเอกเดินทางติดตามนางเอกท่องไปตามดินแดนต่างๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ


ชาติเทพสงคราม นางเอกมาอยู่ในร่างบุตรสาวภรรยาเอกของตระกูลแม่ทัพ (ในตอนนี้จะมีสามีเก่าของร่างนี้อีกคนที่ได้ย้อนกลับมาด้วย) ชาติก่อนสามีเก่ารักน้องสาวที่เป็นลูกอนุของบ้านภรรยา(เจ้าของร่างเก่า) แต่ถูกคนใช้แผนจึงทำให้พี่แกต้องถอนหมั้นกับคนรักแล้วไปแต่งกับเจ้าของร่างเก่า พี่แกเลยปฏิบัติกับเจ้าของร่างเก่าไม่ดี+ไม่สนใจ เอาแต่คิดและเป็นห่วงคนรักเก่าจนกระทั่งวันตาย ...พอย้อนกลับมาพี่แกเลยตั้งใจว่าชาตินี้จะต้องแต่งกับคนรักเก่าให้ได้ โดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดทั้งมวลมันเป็นแผนการของคนรักพี่แกที่ไม่อยากแต่งนั่นแหละจ้าาา

นางอยากแต่งกับท่านอ๋องไม่อยากแต่งกับคนธรรมดาเลยวางแผนล่มงานแต่งตัวเอง แต่ชาตินี้แผนแรกไม่สำเร็จ สามีเก่ากับนางเอกไม่ติดกับแผนนางเหมือนชาติก่อน พอใช้แผนสองแกล้งตกน้ำก็ล่ม แผนสามทุ่มสุดตัวถึงขนาดยอมค้างคืนกับท่านอ๋องเพื่อทำลายชื่อเสียงตัวเอง แต่ให้ตายสามีเก่าของนางเอกก็ยังไม่ยอมยกเลิกงานแต่งกับนาง ความจริงสามีเก่าก็เริ่มสงสัยพฤติกรรมของนางแล้วแหละ เพียงแต่ยังไม่อยากจะเชื่อ เพราะภาพลักษณ์คนรักตัวเองคือแสนดี ดูอ่อนโยนอ่อนแอใสซื่อมาตลอด พอมารู้ที่หลังก็เอ้า! นี่มันงูพิษนี่หว่า...55 อยากแต่งกับท่านอ๋องมากจนยอมทำลายชื่อเสียงตัวเอง ถึงท่านอ๋องจะมีภรรยาเอกอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร ให้แต่งไปเป็นอนุก็ได้ ยอม... เหอๆ 

ต่อมาเกิดสงคราม คนในตระกูลนางเอกที่ออกรบกำลังแย่ พ่อก็ถูกศัตรูจับเป็นตัวประกัน นางเอกเลยแอบหนีออกจากจวนไปช่วยพ่อ ส่วนสามีเก่าก็แอบมาดักรอแล้วขอตามไปด้วย ...นางเอกพิชิตใจทหารในค่ายเรียกขวัญกำลังใจทุกคนกลับคืนมาจนได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำ และสุดท้ายก็พลิกกลับมาชนะ แย่งชิงดินแดนกลับคืนมาได้ทั้งหมด ทำให้อีกฝั่งต้องถอยทัพหนีและขอเจรจาสงบศึก แต่พอข่าวชนะไปถึงเมืองหลวง พวกขุนนางในราชสำนักก็ถวายฎีการ้องเรียนนางเอกเรื่องนั่นนู่นนี่ พยายามเป่าหูฮ่องเต้ให้เรียกนางเอกกลับมาแล้วส่งคนอื่นไปคุมชายแดนแทน ฮ่องเต้ก็โดนกล่อมจนคล้อยตาม ...ทว่าในขณะที่กำลังเดินทางกลับนางเอกกับท่านอ๋องอีกคน(คนนี้ดี) ก็ถูกลอบสังหาร นางเอกพลัดตกแม่น้ำหายสาบสูญไม่รู้เป็นหรือตาย พอฝั่งศัตรูรู้ข่าวก็ยกดาบสังหารคนที่ฮ่องเต้ส่งมาทำข้อตกลงสงบศึกและยกทัพมาบุกดินแดนใหม่ทันที ฮ่องเต้ก็ใสเจียเสียใจไม่น่าเรียกคนกลับมาเลย บ้านเมืองเผชิญวิกฤติอีกครั้ง ข้าศึกก็บุกเอาๆ จนขุนนางมาขอร้องให้ฮ่องเต้เดินทางลงใต้เพื่อหนีภัยสงคราม ...ตอนนี้มีตัวเอกชายสองคน จบแบบนางเอกไม่แต่งงานแต่ขอเป็นแม่ทัพอยู่ชายแดน นานๆ ทีจะเข้าเมืองหลวงสักครั้ง ความสัมพันธ์เป็นแบบสหายร่วมรบ แนวมิตรภาพ ส่วนสามีเก่าก็หลงรักนางเอกจริงๆ แต่ไม่กล้าสารภาพหรือสานต่อเพราะรู้สึกผิดจากชาติก่อน ...เราว่าจบแบบนี้ก็ดีนะ ไม่ใช่พอได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้หรือมีอำนาจเหนือกว่าก็ไปบังคับให้เขาแต่งด้วย แบบนี้ก็ดี ปล่อยให้เธอได้โบยบิน อยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ คบกันแบบสหายผู้รู้ใจ (ชาตินี้มีเสียน้ำตาให้บ้านนางเอกที่ออกรบด้วย T0T)


สามชาติแรกนางเอกไม่มีหวั่นไหวหรือหน้าแดงใจเต้นกับใครเลย นิ่งมาก ไม่คิดแต่ง ไม่มีความรู้สึกใดๆ แบบไม่เอาเลย แต่อย่างเพิ่งถอดใจ เพราะนางจะเริ่มมามีพัฒนาการในชาติที่ 4 ที่เป็นช่างปักนี่แหละ ...ชาตินี้นางเอกเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน พ่อตายแล้ว ในบ้านเหลือแต่ผู้หญิง อีกทั้งกิจการของที่บ้านก็กำลังย่ำแย่ นางเอกถูกแม่บังคับให้เรียนปักผ้าทุกวัน จากที่ปักออกมาเป็นตัวอะไรไม่รู้ก็ค่อยๆ ปักดีขึ้นเรื่อยๆ จนมาวันหนึ่งได้เย็บชุดให้เพื่อนบ้านที่เป็นตระกูลตกอับใส่ไปออกงาน พอคนในงานเห็นชุดที่นางเอกเย็บก็ฮือฮาอยากรู้ว่าช่างปักคนนี้เป็นใคร หลังจากนั้นถึงได้เริ่มมีคนมาจ้างเย็บชุด พอเริ่มมีเงินนางเอกก็หุ้นเปิดร้านกับเพื่อนข้างบ้านคนนั้น 

ส่วนพระเอกเป็นพี่ชายบ้านข้างๆ ที่เพิ่งย้ายมา หลานชายอดีตฮองเฮาที่ถูกฮ่องเต้สั่งปลด แต่แม่พระเอกซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของฮองเฮายืนกรานจะอยู่ข้างน้องสาว ก็เลยถูกบ้านสามีตัดขาดไล่ออกจากตระกูล พระเอกกับน้องสาวเลยหอบสินเดิมของแม่ตามมาซื้อบ้านอยู่ใกล้ๆ ฮองเฮาเพื่อคอยดูแล พระเอกได้แรงบันดาลใจจากนางเอกที่มุ่งมั่นฝึกเรียนปักผ้าเลยตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพ ...ชาตินี้นางเอกได้แต่งงานเพราะที่บ้านอยากได้เขยแต่งเข้า แล้วนางเอกก็ไม่ชอบเข้าสังคม ขี้เกียจไปทำความรู้จักกับคนอื่นใหม่ กับพระเอกคือรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว แถมนางเอกอยากทำอะไรพระเอกก็ตามใจช่วยซัพพอร์ตตลอด สุดท้ายนางเลยยอมแต่ง ส่วนพระเอกก็ยินดีแต่งเข้า(มาก) ถึงจะรู้ว่านางเอกไม่ได้ชอบตัวเองแบบคนรัก แต่ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอดก็ยังดี...


ชาติหมอเทวดา ชาตินี้วิญญาณนางเอกมาเข้าร่างหญิงสาวที่เกิดในตระกูลหมอ พ่อของร่างเดิมตายเพราะช่วยปกป้องท่านแม่ทัพ บ้านแม่ทัพเลยรับเลี้ยงลูกสาวของหมอเพื่อตอบแทนบุญคุณ เลี้ยงดูดีและตามใจมากไม่ต่างจากคุณหนูคนหนึ่งเลย จนทำให้ร่างเก่ามีนิสัยเอาแต่ใจดื้อรั้น เดิมร่างเก่ามีสัญญาหมั้นหมายกับคุณชายรองในจวนแม่ทัพ แต่พอโตขึ้นคุณชายรองกลับไปตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ เลยจะขอยกเลิกสัญญาหมั้น แต่ร่างเก่าไม่ยอม พอคุณชายรองหนีออกจากบ้านนางก็ตาม และไปๆ มาๆ ก็ทำให้คุณชายใหญ่หรือพระเอกได้รับบาดเจ็บหนักเพราะความดื้อรันเอาแต่ใจของนาง

พระเอก(ลูกชายคนโตของท่านแม่ทัพ ความหวังของจวน)ได้รับบาดเจ็บจนเป็นอัมพาตจากการช่วยชีวิตร่างเดิม นางเอกเข้ามาอยู่ร่างนี้ตอนที่เจ้าของร่างกำลังจะถูกไล่ออกจากจวนพอดี ตอนแรกนางเอกจะไปแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจขออยู่ต่อเพื่อหาวิธีรักษาขาพระเอกก่อนละกัน ...นางเอกขอย้ายไปอยู่ในเรือนพระเอก ดูแลเรื่องการกินอยู่ทุกอย่าง ตอนแรกพระเอกผอมโซมากเพราะไม่ยอมกินข้าว แต่เจอนางเอกพูดแทงใจดำไปสุดท้ายเลยกลับมากินข้าวตามเดิม เริ่มกลับมาพูดและแสดงอารมณ์ ไม่ใช่เอาแต่นั่งเหม่อใช้ชีวิตให้พอผ่านไปวันๆ ...จากนั้นทุกวันนางเอกก็จะไปเอาตำราแพทย์ที่พ่อทิ้งไว้มาศึกษา พอสาวใช้ในเรือนหรือใครในเรือนพระเอกป่วยนางเอกก็จะขอตรวจแล้วจ่ายยาให้ แต่พอดีว่าสาวใช้คนนั้นไม่ชอบนางเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยไม่กินยาที่นางจ่าย พอพระเอกรู้ก็เลยไล่สาวใช้คนนั้นออกและทำให้ตัวเองป่วยเพื่อให้นางเอกมารักษาแทน 

พอพระเอกเริ่มดีขึ้น นางเอกก็จะสะพายตะกร้าและออกเดินทางไปตามหมู่บ้านที่อยู่ไกลๆ เพื่อรักษาคน และตามหาคนที่มีอาการป่วยคล้ายพระเอกเพื่อมาลองรักษา ...ชอบนิสัยนางเอก เป็นคนยืดได้หดได้ ตอนที่มีหมอเก่งๆ (คนที่อดีตคู่หมั้นร่างเก่าไปชอบ) มาบอกว่าจะยอมรักษาพระเอกให้ก็ได้ถ้านางเอกยอมมาโขกศีรษะขอขมาที่หน้าร้านหมอ นางเอกก็ไม่คิดมาก รับปากว่าจะไปขอโทษทันทีเลย ไม่ยึกยักหรือถือศักดิ์ศรีใดๆ ยืดได้หดได้ ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง กลับเป็นพระเอกซะอีกที่ไม่ยอม สวนกลับเป็นชุดๆ แล้วก็ห้ามไม่ให้นางเอกไป 

ตอนนี้จะมีตัวละครหนึ่งที่วิญญาทะลุมิติมาจากอนาคตด้วย เป็นศัลยแพทย์ เย็บแผล+ผ่าตัดได้ แต่รักษาโรคไม่ได้ เวลานางออกไปรักษาจะต้องมีหมออีกคนอยู่ด้วยแล้วรอให้หมอคนนั้นวินิจฉัยอาการก่อน ส่วนนางก็จะไหลตามน้ำไปทีหลัง ความมาแตกตอนหมอที่เป็นคู่หูนางจากไป คนถึงได้รู้ว่านางรักษาโรคไม่ได้ ตอนแรกนางคิดจะขโมยตำราแพทย์ของนางเอกไปศึกษา แต่ถูกนางเอกจับได้ก่อน ต่อมาเลยทำทีเป็นขอยืมแทน พวกฮูหยินผู้เฒ่ากับแม่พระเอกตอนนั้นยังไม่รู้ นึกว่านางเป็นหมอเทวดาจริงๆ คิดว่านางสามารถรักษาพระเอกได้ เลยอนุญาตและสั่งให้คนไปหยิบตำราของนางเอกมาให้ 

พอนางเอกรู้และได้ฟังสิ่งที่ทุกคนพูดกล่อมก็ขี้เกียจจะเสวนาโต้แย้ง เลยกล่าวลาและหันหลังออกจากจวนไปเดี๋ยวนั้นเลย คืออยากได้ไรเอาไปเลย ส่วนนางเอาแค่ตะกร้าสะพายหลังกับจอบไว้ขุดดินหาสมุนไพรไปอันเดียวเท่านั้น พอพระเอกรู้ว่าคนไม่อยู่ก็โมโห สั่งให้คนไปเอาตำราคืนมาและออกตามหานางเอก ความจริงนางเอกรักษาพระเอกหายแล้วแต่ยังไม่ได้บอกคนในจวน พอคนในจวนเห็นพระเอกเดินได้ก็อึ้ง ไม่คิดว่านางเอกจะรักษาได้จริง ...ในชาตินี้นางเอกเต็มใจแต่งงานด้วย เพราะชอบความรู้สึกที่มีคน(พระเอก)คอยปกป้อง (เห็นไหมนางเริ่มมีความรู้สึกแล้ว)


ตอนแม่แห่งชาติ นางเอกมาอยู่ในร่างผู้หญิงวัย 40 ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบท ครอบครัวทำอาชีพปลูกดอกไม้(มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง) เป็นครอบครัวหัวเก่า ร่างเดิมไม่ได้เรียนหนังสือตามระบบแต่เรียนพวกคัมภีร์ต่างๆ ตามสมัยโบราณ ได้แต่งงานกับเด็กหนุ่มในหมู่บ้านใกล้ๆ ที่ฐานะยากจนแต่หัวดี พ่อเจ้าของร่างเก่าเสนอว่าจะช่วยออกค่าเล่าเรียนให้แต่มีข้อแม้คืออีกฝ่ายจะต้องแต่งงานกับลูกสาวตน แต่พอผู้ชายได้ไปอยู่เมืองใหญ่+ได้ดีก็ไปแต่งงานกับลูกสาวเจ้านายและมาขอหย่ากับร่างเดิม ซ้ำยังฟ้องแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงลูกไปจากเมียด้วย 

พอเอาลูกไปอยู่ด้วยก็ดูแลไม่ดี ทิ้งๆ ขว้างๆ รักดูแลแต่ครอบครัวใหม่ตัวเอง ให้ลูกใช้ของเหลือจากลูกเมียใหม่ พอลูกโตก็ทนไม่ไหวต้องหนีออกจากบ้าน พอได้เดบิวท์ออกอัลบั้ม อิลูกสาวคนละแม่ก็ตามมาทำงานในวงการและใช้นางเป็นสะพานเหยียบขึ้นไปอีก พอมาอยู่ในร่างคนเป็นแม่ นางเอกก็เริ่มดูแลตัวเอง(ร่างเก่าโทรมมากก) วางแผนหาเงิน เพื่อหาสถานที่ปักหลักให้ลูกสาว และช่วยเยียวยาจิตใจช่วยแก้ปมในใจให้ลูกสาวของร่างนี้ คอยช่วยเหลือปกป้องลูกทุกอย่าง จนทำให้ลูกกลับมาเข้มแข็งและหายจากอาการซึมเศร้า ไม่คิดฆ่าตัวตายซ้ำรอยเดิมเหมือนในชาติก่อนอีก สมกับชื่อตอนแม่แห่งชาติฝุดๆ คือทำเพื่อลูกจริงๆ


ตอนเด็กอัจฉริยะ อันนี้มาอยู่ในร่างเด็กสาวชนบทที่ครอบครัวยากจนมากกก พ่อแม่ตายหมดเหลือแค่เจ้าของร่างกับปู่ 2 คน แต่ปู่เป็นคนซื่อ เชื่อคนง่าย คิดจะหาย่าใหม่มาดูแลหลาน แต่กลับถูกอีกฝ่ายหลอกแทน...เหอๆ หลอกให้ไปทำงานในไร่ดูแลสวน เสียเงินซื้อนั่นนู่นนี่จนแทบหมดตัว แล้วสุดท้ายก็ตกบันไดลงมาเป็นอัมพาตครึ่งล่างในตอนที่กำลังซ่อมบ้านให้เขา แต่เขาก็ไม่รับผิดชอบไม่เคยมาดูดำดูดี... เหอๆๆ 

พอนางเอกมาอยู่ในร่างหลานปู่ นางก็วางแผนเอาตังค์ที่ปู่เสียไปกลับคืนมาก่อนเลยจ้า พอดีมีรายการโทรทัศน์ชื่อรายการจุดเปลี่ยน เป็นรายการที่จะให้เด็กบ้านรวย(ที่เกเร) มาทดลองใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเด็กจนสามเดือนเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัย แต่ถ้าอยากกลับก่อนก็ต้องทำงานหาเงินเองมาให้ทางรายการคนละ 5000 หยวนถึงจะได้กลับ บ้านคนที่ปู่ไปแอบชอบถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำ คนบ้านนั้นเลยไม่กล้าโต้ตอบตอนนางเอกมาทวงเงิน สุดท้ายก็ต้องยอมคืน ไม่งั้นเจอนางเอกเล่นใหญ่กว่านั้นแน่55 แต่ตังค์ที่ได้มาก็ยังไม่พอนางเอกเลยต้องคิดวิธีหาเงินเพิ่มต่ออีก (ดูนางเอกหาเงินสนุกมาก)

นางเอกอย่างเท่ ทั้งเท่ทั้งน่าเอ็นดู สู้ชีวิตมาก ขึ้นเขาตัดฟืนแบกฟืนคนเดียวก็ทำได้ ทำอะไรเองได้หมด ทำอาหารก็อร่อย จนสามหนุ่มลูกคนรวยที่มาถ่ายทำรายการอยู่บ้านข้างๆ ติดใจในฝีมือ ต้องมาขอทำงานแลกข้าวทุกวัน ตอนแรกผู้กำกับจะถอดใจและคิดว่าสามคนนี้คงเปลี่ยนนิสัยเดิมไม่ได้ แต่พอเห็นว่าทั้งสามคนเริ่มเปลี่ยนตอนเจอนางเอกเลยให้ช่างภาพคอยตามแอบถ่ายนางเอกไปด้วย... จริงๆ  ถึงนางเอกจะมีสกิลจากชาติอื่นๆ ติดตัวมาแต่ก็ไม่ได้เก่งเวอร์ นางทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปเท่าที่เด็กสาวอายุ 13-14 คนหนึ่งจะทำได้ เช่นหาเงินด้วยการดูแลคนป่วยในโรงพยาบาล(เพราะนางแรงเยอะ+ทำอาหารอร่อยคนเลยชอบ) ทำอาหารไปขายหน้าโรงเรียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แบบหอบของใส่จักรยานเก่าๆ ปั่นไปขายตามลำพัง พยายามพึ่งพาตัวเองอย่างสุดกำลัง ไม่รอโชคชะตาหรือร้องขอให้ใครช่วย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดเห็นคนถูกรังแกแล้วไม่ช่วย ขณะที่สามหนุ่มลูกคนรวยเอาแต่ยืนดูแล้วหัวเราะ แต่นางเอกคือทิ้งจักรยานแล้วพุ่งตัวเข้าไปช่วยเลย จริงๆ เราว่าก็ดีนะที่เขียนให้นางมีทักษะจากชาติเดิมติดตัวมา เพราะมันเอามาปรับใช้ได้จริงเกือบหมดเลย ทำให้นางเอกสามารถอยู่รอดในชาติต่อๆ ไปได้ด้วยกำลังของตนเองไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ตาม เหมือนมีพื้นฐานมาก่อนเลยต่อยอดได้ไว 

พอสามหนุ่มลูกคนรวยนั่นเห็นนางเอกที่อายุน้อยและตัวเล็กกว่าตนพุ่งไปช่วยคนก็ละอายใจ รู้สึกผิดต่อการกระทำที่ผ่านมาของตัวเอง ตั้งใจว่าหลังกลับไปจะไปขอโทษทุกคนที่ตนเคยรังแกถึงที่บ้าน... หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ตามติดนางเอกยังกับตังเม ส่วนคนในบ้านที่ถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำก็ได้แต่แค้นใจอิจฉาริษยา ทว่าก็ทำไรไม่ได้เพราะไม่กล้าล่วงเกินคนจากในเมือง ส่วนนางเอกก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่รู้เลยว่าคนอื่นเขากำลังมองตัวเองเป็นแบบอย่างอยู่... พวกพ่อแม่ลูกคนรวยทั้งสามก็ปลื้มใจที่ลูกเปลี่ยน และก็อยากรับนางเอกมาอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ แต่นางเอกปฏิเสธ ขอเลือกพึ่งพาตัวเองดีกว่า เพราะรู้สึกมีอิสระกว่ากันเยอะ แถมไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใครด้วย เพราะนางไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครอะ ถ้าติดก็ต้องหาทางชดใช้คืน

ป.ล.จริงๆ มีอีก 2-3 ตอนที่ชอบ อย่างตอนนางกู่ กับเซียนหญิง แต่รีวิวไม่ไหวแล้วมันเยอะมาก เดี๋ยวจะยาวเกิน แต่ละชาติก็จะมีปัญหาอุปสรรคแตกต่างกันไป โดยรวมก็สนุกดี  ถ้าใครชอบก็ไปหาอ่านกันเน้อ55


#กี่ภพกี่ชาติก็ยังเป็นเธอ 9 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1BDyFdUOZ6





วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สแกนหัวใจให้เจอรัก 4 เล่มจบ


สแกนหัวใจให้เจอรัก 4 เล่มจบ

ผู้แต่ง : หงจิ่ว

ผู้แปล : พิรุณเดือนสารท

สำนักพิมพ์ With Love

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

อีกเรื่องของหงจิ่ว เรื่องนี้อยู่ในจักรวาลเดียวกับเรื่องน้ำกับไฟผลสุดท้ายคือรัก และดีไซน์รักคุณนักออกแบบ 

นางเอกชื่อ เหยาจยา เป็นลูกสาวคนเล็กของเจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าคุนอวี่ บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าเจ้าใหญ่ที่สุดของประเทศ มีนิสัยดื้อดึงหัวรั้น มีความขบถชอบต่อต้าน(พ่อแม่) ไม่ยอมคน แต่ชอบช่วยเหลือคนอื่น เวลาเห็นคนเดือดร้อนแล้วไม่อาจนิ่งดูดาย ตรงข้ามกับพระเอก เมิ่งซิงเจ๋อ ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าน้องใหม่ที่เย็นชาขี้เก๊ก หลงตัวเอง รักความสบาย ผลประโยชน์ของตัวเองต้องมาก่อนและไม่ชอบช่วยเหลือคน 

คนหนึ่งเป็นคุณหนูลูกเจ้าของบริษัท ส่วนอีกคนก็เป็นคุณชายใหญ่เจ้าของบริษัทเครื่องไฟฟ้าน้องใหม่ที่กำลังบุกตีตลาด แต่ด้วยเหตุผลบางประการจึงทำให้ทั้งคู่ต้องปิดบังตัวตนและเข้ามาทำงานในแผนกสัมพันธ์หรือ call center ของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าคุนอวี่ ถ้าเปรียบกับห่วงโซ่อาหารนี่ก็คงเป็นห่วงโซ่อาหารที่อยู่ต่ำสุด เพราะเป็นแผนกที่คนมองข้ามไม่ให้ความสำคัญ แต่กลับเป็นด่านหน้าที่ต้องคอยรับมือและรองรับอารมณ์ของลูกค้าก่อนที่จะส่งต่อไปให้แผนกอื่นๆ 

พระนางเรื่องนี้ออกแนวคู่กัด เจอหน้ากันทีไรไม่เคยพูดกันดีๆ ต้องได้จิกกัดกันก่อนถึงจะมีความสุข พระเอกก็ปากแจ๋ว อ้าปากพูดทีแทบทำให้คนอยากกระอักเลือดตาย แต่นางเอกก็ใช่ย่อย จิกมาก็จิกกลับไม่โกง หล่อแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อการด่า มวยถูกคู่จริงๆ สองคนนี้55 ...ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตากันและ เพราะนางเอกไปวิจารณ์รูปโลโก้บริษัทพระเอกว่าไม่สวย เลยทำให้พี่แก(คนออกแบบ)ไม่พอใจ จบดอกแรกไปก็ได้มาเจอกันอีกตอนสมัครงานแผนก call center ขิงกันไปมาว่าใครจะได้ที่หนึ่งในการสอบ สุดท้ายก็โหล่รั้งท้ายทั้งคู่ แถมพอได้ทำงานก็ยังต้องมานั่งข้างกันอีก...โถๆๆ อะไรจะซวยขนาดนั้น คือเป็นพระนางที่ไม่ถูกขี้หน้ากันสุดๆ แต่สวรรค์ก็ช่างเป็นใจ(หรืออยากจับคู่) เลยทำให้สองคนนี้ต้องมาเจอและอยู่ใกล้ๆ กันอยู่ร่ำไป เจอกันที่ทำงานตอนกลางวันไม่พอ ตกเย็นก็ยังต้องมาเจอกันที่หอพักพนักงานต่ออีก55 

ตลกมาก คือนางเอกย้ายมาอยู่หอพักเพราะมึนตึงกับพ่อแม่ กลับไปบ้านก็ไม่เจอใครเลยรู้สึกเหงา ก็เลยย้ายมาอยู่หอพักพนักงานดีกว่า แต่ของพระเอกย้ายมาเพราะบ้านอยู่ไกลจากที่ทำงานเลยทำให้มาเข้างานสาย ซึ่งถ้าสายอีกจะถูกประเมินไม่ให้ผ่านและจะถูกไล่ออก(ต้องแพ้พนันเพื่อนสนิท) พี่แกเลยจำใจต้องย้ายมาอยู่หอพัก แต่ก่อนหน้านั้นเปรี้ยวไง ไปขิงนางเอกไว้เยอะ บอกว่าให้ตายตัวเองก็ไม่มีทางย้ายเข้าไปอยู่ที่แบบนั้นหรอกบลาๆ แต่สุดท้ายเป็นไง ก็กลืนน้ำลายตัวเองสิจ๊ะ55 

พอย้ายเข้าไปก็อดได้ห้องที่ดีที่สุด ต้องใช้ห้องน้ำรวมร่วมกับคนอื่น55 เพราะนางเอกมาก่อนเลยเลือกเอาห้องที่ดีที่สุดและมีห้องน้ำในตัวไปแล้ว พอพระเอกรู้ก็พยายามใช้เงินฟาดหัว(นิสัยคุณชายกำเริบ)เพื่อให้นางเอกแลกห้อง ตอนแรกนางเอกไม่แลก แต่พอดีเพื่อนสนิทโน้ตบุ๊กเสียหาร้านซ่อมไม่ได้ พระเอกแอบได้ยินเขาคุยกัน เลยยื่นข้อเสนอว่าจะซ่อมโน้ตบุ๊กให้แต่ขอแลกกับการเปลี่ยนห้องนะ สุดท้ายนางเอกเลยต้องยอม ...คือพระเอกอะนิสัยคุณชายมากกก บ้านรวย กินหรูอยู่สบายมาแต่เด็ก พ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจ(ซึ่งตรงจุดนี้มีสาเหตุอยู่ต้องไปลองอ่านน๊า) ไม่เคยหยิบจับทำไรเอง ขนาดของหล่นยังไม่เก็บ พอมาอยู่หอพักกับคนอื่นอิพี่ก็ยังติดหรู(ลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังสวมบทบาทเป็นพนักงาน call center ตัวเล็กๆ) สั่งของหรูๆ อย่างโคมไฟอิตาลี เก้าอี้นวดไฟฟ้าและนั่นนู่นนี่มาลงห้อง อาหารก็ออกไปกินข้างนอก แต่ลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองเอาเงินไปลงกับบริษัทหมดแล้ว กำลังเข้าสู่สถานะยาจก ทุกคนเลยคิดว่าพระเอกจนแต่ไม่เจียม55 แล้วอิพี่ก็ยังไปนัดสาวๆ กินข้าวอีกนะ(จะหลอกถามข้อมูลบริษัท) คราวนี้ก็ไม่มีตังค์น่ะสิ แต่อิพี่ก็ยังไม่ละความพยายาม แก้ปัญหาด้วยการไปยืมตังค์นางเอก โอ๊ยยย ทั้งปากแจ๋วทั้งหน้าหนา พอนางเอกไม่ให้ก็บอกว่าที่ไม่ให้เพราะหึงที่ตัวเองไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นใช่มั้ย? ชอบตัวเองล่ะสิ? แล้วนางเอกก็เป็นประเภทแบบบอกซ้ายไปขวาบอกขวาไปซ้าย พระเอกก็จับจุดนางออก รู้ว่าพูดยังไงนางเอกถึงจะยอม ตลกมากคู่นี้ ชอบเวลาเขาเถียงกันฮาดี

สุดท้ายนางเอกก็ให้ไป 250 หยวน(ทุกครั้ง) ส่วนพระเอกก็โวยวายบอกแค่นี้จะไปพออะไรบลาๆ เอากะพี่แกสิ จนแล้วยังติดหรูอีกน้อ55+ สุดท้ายก็ต้องพาสาวไปเลี้ยงพิซซ่า(หรูกว่านี้ไม่ได้ตังค์ไม่พอ เพื่อนสนิทก็ไม่ให้ยืม55) สาวก็นึกว่าจะได้กินอาหารหรูๆ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้คุยเรื่องรักโรแมนติกบ้างแหละ แบบนึกว่าพระเอกจะจีบอะ แต่พระเอกคือคุย+ถามแต่เรื่องงาน หลังจากนั้นเลยไม่มีใครยอมไปกินกับพี่แกอีก รอบเดียวพอ ...คนที่ทำงานรวมทั้งนางเอกก็นึกว่าพระเอกชอบผู้หญิงขาวสวยรวย(ก็พระเอกชอบพูดแบบนี้) เลยไม่สงสัยว่าพระเอกกำลังแอบสืบข้อมูลในบริษัท แต่นึกว่ากำลังหาทางลัดจีบผู้หญิงโปรไฟล์ดีๆ อยู่55 แล้วพระเอกก็ไปว่าเรื่องที่นางเอกไม่มีแฟน นางเอกก็เลยไปหาคนมาแสดงเป็นแฟนปลอมๆ เพื่อเอาชนะ พระเอกก็เจ็บจี๊ดไม่คิดว่านางเอกจะมีแฟนจริง คือไม่รู้ตัวว่าชอบเขาแล้วแต่ปากแจ๋วไปงั้น พอเห็นเขามีแฟนก็ได้แต่แอบเจ็บแอบหึง

พอรู้ตัวว่าชอบเขาแล้วก็ต้องพยายามหักห้ามใจ กลืนน้ำลายตัวเองสุดๆ เพราะเคยว่าเขาเอาไว้เยอะ พอได้ยินนางเอกเอ่ยถึงแฟนหรือไปไหนกับแฟนปลอมๆ พระเอกก็จะปวดใจ ทว่าก็ยังปากเสียชอบจิกกัดเขาเหมือนเดิมตลอด จริงๆ อ่านไปก็คิดนะว่าจะรักกันยังไงคู่นี้เพราะพระเอกปากเสียมาก55 ตอนนางเอก(มีธุระ)ต้องออกไปข้างนอกกับแฟนปลอมๆ พระเอกก็จะแอบหึง+ห่วงไม่ยอมนอน ต้องรอจนกว่าจะได้เห็นนางเอกกลับมาที่หอพักก่อนถึงจะนอนหลับได้อย่างสบายใจ55 ...ไปๆ มาๆ จากที่ไม่เคยยอมใครก็เริ่มยอมลงให้นางเอก(คนเดียว) นี่แหละ

ความจริงพระนางเรื่องนี้ต่างก็มีปมในใจบางอย่างนะ นางเอกมีปมเรื่องครอบครัว คิดว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน พ่อแม่ไม่รัก รักแต่พี่สาว(ที่ป่วย) ก็เลยชอบต่อต้านพูดจาประชดประชันยั่วโมโหพ่อ ส่วนพระเอกมีปมบางอย่างในวัยเด็ก จึงทำให้กลัวความมืด กลัวหมา และกลัวมด และเพราะปมนั้นแหละเลยทำให้พระเอกกลายเป็นคนไม่ชอบช่วยเหลือใคร เห็นแก่ตัว ...แต่พอได้มาทำงานในแผนกนี้ วันๆ ต้องเจอและรับมือกับปัญหาต่างๆ จากลูกค้าที่โทรเข้ามามากมายสารพัด ทั้งหนักทั้งเบา แล้วไหนจะปัญหาของเพื่อนร่วมงานรอบๆ ตัวอีก แต่เพราะสิ่งเหล่านี้แหละจึงทำให้นิสัยของพระนางค่อยๆ ถูกขัดเกลาตามไปด้วย ต่างคนต่างได้ช่วยคลายปมปัญหาในใจของแต่ละฝ่ายโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเปลี่ยนจากคู่กัดกลายมาเป็นคู่รักได้ในที่สุด...ฮิ้ววว

ยังคงเป็นแนวรักในวัยทำงานเหมือนสองเรื่องก่อนหน้า แต่เรื่องนี้จะมีปัญหาของคนรอบข้าง ปัญหาการทุจริตในบริษัทที่นางเอกต้องตามสืบพ่วงเข้ามาด้วย และตามด้วยปัญหาหัวใจของคนหัวดื้อ+ปากแข็งสองคน ที่ทำให้เรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยุ่ง55 ...แต่ไม่มีดราม่าหนักอะไรหรอก เพราะถึงนางเอกจะดูดื้อชอบต่อต้านแต่ที่สุดแล้วก็เป็นคนมีเหตุผล ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ปากร้ายแต่ใจดี เช่น ถึงจะเคยถูกเพื่อนร่วมงานคนนี้หาเรื่องหรือเล่นงานลับหลัง แต่พอถึงคราวที่อีกฝ่ายมีปัญหา นางเอกก็พร้อมยื่นมือเข้าช่วยโดยไม่ลังเล หรืออย่างตอนที่มีลูกค้าโทรมาร้องเรียนช่างในบริษัท นางเอกก็จะไม่ส่งเรื่องไปเดี๋ยวนั้น แต่จะไปลองถามสาเหตุจากช่างคนนั้นก่อน ถ้าไม่ใช่แบบที่ลูกค้าพูดเป็นการเข้าใจผิด นางเอกก็จะช่วยเป็นตัวกลางสื่อสารให้จนทำให้ลูกค้ายกเลิกไม่ร้องเรียน ส่วนพระเอกก็เหมือนได้รับอิทธิพลจากนางเอกไปด้วยส่วนหนึ่ง จึงทำให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ดีทิ้งไป อาจไม่ได้ใจดีถึงขั้นนางเอก แต่เวลาเห็นใครมีปัญหาพี่แกก็ไม่ได้เย็นชาหรือนิ่งเฉยขนาดนั้นแล้ว เริ่มละทิ้งนิสัยจู้จี้จุกจิก อยู่ยากกินยาก นอนยาก ทำอะไรต้องเนี้ยบ มาเป็นอยู่ง่ายกินง่าย ไม่(ค่อย)เรื่องมาก หัดทำไรเอง แม้จะยังปากแจ๋ว หลงตัวเอง แต่ก็ไม่ได้น่าหมั่นไส้เท่าเมื่อก่อน(แล้วมั้ง) อีกอย่างถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัยหรือต้องปกป้องนางเอก พระเอกก็จะพุ่งตัวออกไปก่อนคนแรกทันทีเลย

ในเล่มของตัวเองคือจบแฮปปี้ จบถึงตอนกำลังจะไปจดทะเบียนสมรส จริงๆ จะไม่เป็นไรเลยถ้าไม่ได้ไปเจอเรื่องของคู่นี้ต่อในเรื่องดีไซน์รักคุณนักออกแบบเล่ม 4 อะ แล้วคือแบบโผล่มาก็สถานะหย่าร้างเลย what??? เกิดไรขึ้นหลังจากแต่งงานกันเนี่ย งงมากพี่จ๋า ตอนแรกนึกว่าจะมีเฉลยในเล่มสแกนหัวใจแต่ก็ไม่มีเน้อ บอกเลยว่าค้างมาก อยากรู้เลยว่าทำไมเขาถึงหย่ากัน? แล้วพระเอกก็ออกไปตั้งบริษัทใหม่ด้วย คือในเรื่องสแกนหัวใจเล่มสุดท้ายบริษัทพระเอกกำลังจะถูกบริษัทนางเอกซื้อควบไปรวมกิจการ เนื่องจากถูกบริษัทที่ให้บริการช่องทางการขายของออนไลน์บนเน็ตยกเลิกสัญญา ไม่ให้สินค้าของบริษัทพระเอกวางขาย เพราะบริษัทนี้อยากซื้อบริษัทพระเอกแต่พี่แกไม่ขาย พ่อนางเอกเลยยื่นขอเสนอขอซื้อแล้วแบบให้ขอเสนอที่ดีกว่า(มาก) ตอนแรกพระเอกจะไม่ขาย เพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องกลายเป็นลูกน้องนางเอก หรือทำอะไรต้องผ่านความเห็นของคนอื่น กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเลิกกันแล้วบริษัทจะเป็นไงต่อ พ่อพระเอกเลยบอกว่าไม่ต้องกลัว ถ้ามีวันนั้นก็แค่ให้ออกมาตั้งบริษัทใหม่เพราะพระเอกเก่งอยู่แล้ว ต้องสร้างใหม่ได้แน่นอน ...(พ่อพูดเป็นลางนะเนี่ย สรุปหลังแต่งเลิกกันจริง🤣) ไม่รู้ว่าทั้งคู่เจอมรสุมหรือปัญหาอะไรจนทำให้เดินไปถึงจุดๆ นั้น ทำให้เราสงสัยเลยอะ แต่ในเรื่องดีไซน์ดูก็รู้นะว่าพระเอกยังรักนางเอกอยู่ เหมือนวางแผนให้บริษัทใหม่ตัวเองถูกนางเอกซื้อไปอีกครั้งด้วยซ้ำ แต่ต้องให้คนอื่น(นางเอกดีไซน์)มาออกหน้าพูดแทน แต่มันคาใจอะ อยากรู้ว่าหลังแต่งมันมีอะไรเกิดขึ้น




วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ชายาอ๋องน้อยยอดเซียนการค้า


ชายาอ๋องน้อยยอดเซียนการค้า

ผู้แต่ง  : ซีหลานฮวาฮวา

ผู้แปล : ไผ่กวนอิม

สำนักพิมพ์ Camellia Novel

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวยอดฮิต อ่านได้ไม่มีเบื่อขายได้ตลอดกาลจริงๆ 55 พล็อตนางเอกตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ มาอยู่ในร่างเด็กสาวชนบทที่ยากจนข้นแค้นชีวิตสุดแสนจะลำบาก พ่อแม่ตาย ส่วนญาติพี่น้องก็รังเกียจดูถูกไม่ชอบหาว่าเป็นตัวอัปมงคลตัวซวย ชีวิตเจอแต่มรสุมรุมเร้า พอไปขอพึ่งพาญาติก็ถูกเขารังเกียจ ทั้งที่เราไม่ได้ไปมือเปล่าแต่พกเงินพกอาหารไปเอง แต่กลับต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ หน้าเหลืองตัวผอมโซเพราะไม่เคยได้กินอิ่ม ต้องอาศัยในกระต๊อบเก็บฟืนเก่าๆ โทรมๆ แถมยังถูกคนในบ้านญาติรุมรังแก แล้วสุดท้ายก็ถูกผลักตกหน้าผาตาย นางเอกก็เลยได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน(ไงล่ะ)

นางเอกเป็นหญิงสาวจากยุคปัจจุบันอยู่ในวัยทำงานแล้ว ประสบอุบัติเหตุดินถล่มตายจากนั้นวิญญาณก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ 'หร่วนหมิงจือ' เด็กสาววัย 11 ที่มีชื่อเดียวกับตัวเอง เจ้าของร่างเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายหมดแล้วเหลือแต่น้องสาวที่เป็นใบ้ พอพ่อแม่ตายก็มาขออาศัยพึ่งพิงอยู่กับย่า แต่สองพี่น้องก็ไม่เป็นที่ต้อนรับ ถูกหาว่าเป็นตัวซวยทำให้พ่อแม่ตาย แล้วก็ถูกคนในบ้านย่ากลั่นแกล้งรังแกต่อว่าสารพัด ...จนนางเอกได้มาอยู่ในร่างนี้(ตอนที่เจ้าของร่างเก่าเพิ่งตกจากหน้าผาและกำลังถูกไล่ออกจากบ้านพอดี) นางเลยพาน้องสาวของร่างเก่าออกมาแล้วกลับไปอยู่บ้านเดิมตามลำพังแค่สองคนพี่น้อง แต่ก่อนไปก็ต้องทวงเงินที่เจ้าของร่างเก่าเคยนำติดตัวมาแล้วมอบให้ย่ากลับไปด้วยก่อน แต่ตอนแรกย่าจะไม่คืน แต่นางเอกจำได้ว่าลูกชายของป้าสะใภ้หรือหลานชายคนโปรดของย่ากำลังจะฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์คนหนึ่ง แต่อาจารย์คนนี้ยึดมั่นในคุณธรรมมาก ถ้านางเอกเอาเรื่องที่ถูกหลานรักของย่าทำร้ายผลักตกหน้าผาไปบอกอาจารย์ อาจารย์จะต้องไม่ยอมรับหลานรักย่าเป็นศิษย์แน่ๆ นางเอกเลยยกเอาเรื่องนี้มาขู่ ย่าเห็นแก่อนาคตของหลานชายสุดที่รักสุดท้ายถึงได้ยอมคืน

พอย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าก็มีเรื่องตามมาอีกเป็นพรวนตั้งแต่วันแรกเลย เริ่มตั้งแต่ถูกเด็กแถวบ้านเอาก้อนหินมาปาใส่ พอนางเอกจัดการไล่เด็กพวกนั้นไปก็ถูกแม่เด็กตามมาเอาเรื่องถึงที่บ้าน หาว่าไปทำเสื้อผ้าลูกเขาขาด บอกให้นางเอกชดใช้คืน(ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายไปทำเขาก่อน) ...ต่อมาก็มีเรื่องที่เด็กแถวบ้านหายตัวไปเพราะวิ่งไล่ตามจับกระต่ายเข้าไปในป่า มีคนหนึ่งพลัดหลงส่วนอีกคนได้กลับมา ไอ้คนกลับมาได้กลัวโดนด่าเลยมาใส่ความนางเอกหาว่านางเป็นคนชี้ทางบอกให้ไปจับกระต่ายในป่า แต่จริงๆ นางเอกไม่ได้บอก แต่เตือนแล้วด้วยซ้ำว่าไม่ให้เข้าป่าไปจับมันอันตราย(เด็กเห็นนางเอกล่ากระต่ายมาได้ก็อยากได้มั่ง) แม่เด็กที่ลูกหายก็สติแตกไม่สนอะไรทั้งนั้น คิดแต่ว่านางเอกนี่แหละเป็นตัวการทำให้ลูกหาย เลยพาลโกรธแล้วตามมาด่าเอาเรื่องถึงหน้าบ้าน ...

ส่วนใหญ่เรื่องจะเข้ามาหานางเอกเองทั้งนั้น นางไม่ได้ไปทำอะไรเขาก่อนเลย เช่นว่าบางทีอยู่ดีๆ ลูกพี่ลูกน้องก็ตามมารังแกมาแย่งของของน้องสาวนางเอกไปอะ นางเอกก็ต้องตามไปแย่งคืนมา(สิ) หรือไปเก็บผักป่าดีๆ อิลูกพี่ลูกน้องก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ มาแย่งตะกร้าเก็บผักป่าของน้องสาวนางเอกไปโยนทิ้งแล้วก็เหยียบมือน้องสาวนางเอกจนบาดเจ็บ แล้วน้องสาวนางเอกก็แค่ 5 ขวบเองอะแถมเป็นใบ้ด้วย ทำได้แค่เสียงอือๆ อาๆ ร้องให้ใครช่วยก็ไม่ได้ แล้วพอนางเอกมาเห็นมีหรือจะไม่โมโห พอนางเอกเอาคืนบ้างเพราะต้องปกป้องน้อง อิลูกพี่ลูกน้องก็วิ่งกลับไปฟ้องแม่ จากนั้นป้าสะใภ้นางเอกก็ตามมาด่านางเอกถึงที่บ้านอีก...ก็จะวนลูปแบบนี้แหละ

เหมือนทนเห็นนางเอกกับน้องสาวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ได้ เคยกดเขามาตลอด พอวันหนึ่งเขาฮึดสู้ก็ยอมไม่ได้ เป็นตั้งแต่คนใหญ่ยันเด็ก เพราะคนใหญ่ก็ไปสอนไปปลูกฝังเด็กในบ้านตัวเองให้รังแก+ดูถูกนางเอกกับน้องได้ รังแกยังไงก็ได้ไม่ผิดเพราะเขาไม่มีพ่อแม่งี้อะ? นี่แค่บ้านย่าฝั่งพ่อนะ ...
ส่วนฝั่งยายนี่ดีหน่อยเพราะยายกับตารักหลาน ส่วนป้าสะใภ้รองกับลูกสาวก็ชอบนางเอกกับน้องเหมือนกัน จะมีปัญหาก็แต่ป้าสะใภ้ใหญ่กับลูกสาวป้านี่แหละ ขี้แซะ+ขี้อิจฉา+ขี้เกียจสันหลังยาวครบสูตร ชอบข่มชอบแซะทุกคนในบ้าน ข่มกระทั่งพ่อแม่สามีลามไปถึงครอบครัวน้องชายสามี ไม่สนหัวดำหัวหงอก กลับกันกับฝั่งบ้านย่า ฝั่งบ้านย่าแม่สามีจะใหญ่สุด แต่ฝั่งยายคนที่ใหญ่สุดคือลูกสะใภ้คนโต ส่วนลูกชายคนโตของยายก็อิกนอร์ให้ท้ายกรายๆ ปล่อยให้เมียข่มทุกคนในบ้านไป ยายนางเอกก็ยอมทนๆ ไปเพื่อความสงบสุขของบ้าน...

จริงๆ เจอพล็อตแบบนี้มาเยอะแล้วนะแต่เอาตรงๆ อ่านแล้วยังไม่เบื่อเลยอะ มันดี แต่ละเรื่องปัญหาไม่ซ้ำเลย55 ...นางเอกก็ใช้ความรู้ที่ติดตัวมาพยายามหาลู่ทางทำเงินหาทางเอาชีวิตรอด อย่างเช่นไปขอให้ลุงเพื่อนบ้านช่วยทำธนูให้ ซึ่งธนูอันนี้เป็นแบบที่ใช้ในยุคปัจจุบันประสิทธิภาพดีกว่าธนูสมัยนั้น นางเอกเลยปิ๊งไอเดียเสนอให้ลุงข้างบ้านเอาภาพร่างธนูนี้ไปขายให้พวกทหารในกองทัพ ถ้าได้เงินมาก็ให้แบ่งกันคนละครึ่ง จากนั้นก็เอาธนูที่ทำเสร็จแล้วไปล่าสัตว์ พอล่าได้ก็เอาไปทำอาหารและเอาไปขายในเมือง พอได้เงินมาก็เอาไปซื้ออาหารกับของใช้ที่จำเป็นต่างๆ เข้าบ้าน เพราะบ้านนางเอกไม่มีไรเลยแม้แต่จานชาม ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าให้เปลี่ยน คือมีแค่ชุดเดียวที่สวมกลับมาจากบ้านย่าอะ นี่ล่าสุดนางกำลังจะสร้างเตาเพื่อทำขนมปังขายแว้วว...

ชีวิตค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนปัญหาก็ยังคงเข้ามาไม่หยุดหย่อนเช่นกัน ล่าสุดนางเอกไปล่าเลียงผามาได้ พอคนที่บ้านย่ารู้ก็ตามมาขอส่วนแบ่ง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นไล่เขาอย่างกับหมูกับหมา ไม่เคยช่วยเหลืออะไรนางเอกกับบน้องเลย แต่พอเขามีของดีๆ กินดันจะมาขอแบ่ง แล้วอ้างความเป็นผู้อาวุโสในครอบครัว...เหอๆๆ

แต่อ่านแล้วที่รู้สึกอีกอย่างคือสงสารผู้หญิงสมัยนั้นอะ คนสมัยโบราณการแต่งงานขึ้นอยู่กับพ่อแม่ เลือกเองไม่ได้ อย่างป้านางเอก(พี่สาวพ่อ) นี่ก็ถูกย่าจับแต่งงานกับพ่อหม้ายเพราะย่าอยากได้สินสอดเขา ไม่สนว่าคนในครอบครัวนั้นจะเป็นยังไง สนแต่เงิน ป้านางเอกตอนอบู่บ้านก็ต้องเป็นวัวเป็นม้าให้ทุกคน พอแต่งออกไปก็ยังต้องไปถูกแม่สามีโขกสับถูกลูกเลี้ยงสามีเกลียดต่อ ก็ได้แต่ทนๆๆๆ เพราะไม่มีทางเลือก ทนจนแม่สามีเสียชีวิตถึงได้ดีขึ้นและได้กลับมาเยี่ยมบ้าน พอรู้ว่านางเอกกับน้องย้ายออกมาก็พยายามกล่อมให้กลับไป กล่อมให้ให้ทนย่า ถึงจะถูกดุด่าแต่ก็ยังมีครอบครัว(เหรอ?)ให้พึ่งพิง บลาๆๆ ส่งต่อความทน ...เฮ้อออ

แล้วไหนจะเรื่องหย่าสามี ผู้หญิงสมัยก่อนน้อยที่จะหย่าสามี เพราะหย่าแล้วจะไปอยู่ไหน หย่าแล้วก็ถูกสังคมตราหน้า บ้านเดิมก็น้อยที่จะต้อนรับให้กลับไปเพราะกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียง แถมถ้ามีลูกก็เอาลูกออกมาไม่ได้อีก ลูกต้องอยู่กับพ่อ(แค่นี้ก็ไม่มีใครอยากหย่าแล้วอะเพราะห่วงลูก) แล้วกว่าจะหย่าได้ก็ยากมากก อย่างคู่ของคนข้างบ้านที่นางเอกไปจ้างตัดเสื้อผ้า นี่ก็ทนเพื่อลูกไม่กล้าหย่า ถูกสามีตบตีทำร้ายขโมยเงินไปเล่นพนันกี่ครั้งก็ทน เพื่อรอให้ลูกสาวโตแล้วได้แต่งงานออกไป เพราะรู้ว่าถ้าหย่า ลูกสาวก็ต้องอยู่ก้บสามี ตัวแม่เลยยอมทน ...เฮ้อออ

ส่วนพระเอกดูจากชื่อเรื่องนี่น่าจะเป็นท่านอ๋องเนาะ แต่อ่านมา 62 ตอนแล้วคุณพี่เขายังไม่ออกมาเลยนะ55 ค่าตัวแพงเหลือเกิน แม้แต่ชื่ออะไรยังไม่รู้เลย55 (ใครรู้แล้วมาใบ้หน่อยน๊า55)

ป.ล. เรื่องนี้มีแต่แบบรายตอนนะคะ ><




วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ทำไมถึงหวานขนาดนั้น 2 เล่มจบ


 ทำไมถึงหวานขนาดนั้น 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง  : -把纸伞 

ผู้แปล : อวี้หลัน

ปก     : 鱼风子 (อวี๋เฟิงจื่อ)

สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

หวานอะไรขนาดนั้น แต่อ่านแล้วทำไมรู้สึกขมๆ น้อ แนวรักในวัยเรียน เรื่องราวในรั้วโรงเรียน การเรียนการสอบ รวมถึงปมปัญหาต่างๆ ซึ่งโดยหลักๆ จะเป็นเรื่องที่บ้านเรื่องภายในครอบครัวนี่แหละ เห็นได้ชัดเลยว่าสถาบันครอบครัวหรือความรักความอบอุ่นภายในบ้านนั้นมีความสำคัญมากขนาดไหนกับทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กที่เป็นผ้าขาวและกำลังเติบโต

พระเอก ลู่ซิว ลูกพี่ใหญ่หัวโจกของโรงเรียน ทั้งต่อยตี โดดเรียน สูบบุหรี่ กินเหล้าเบียร์ ครบสูตรนักเรียนเกเร จริงๆ แต่ก่อนพระเอกไม่ใช่คนแบบนี้ แต่ก่อนพี่แกเป็นเด็กเรียนดีสามดีเด่นของโรงเรียน แต่พอแม่จากไป พ่อพระเอกก็เห็นลูกเป็นสนามอารมณ์ เอาความโกรธมาลงที่พระเอก พอเมาก็จะทุบตีทำร้าย ทำให้พระเอกต้องแบกใบหน้าบวมเขียวช้ำไปโรงเรียนทุกวัน สุดท้ายพระเอกเลยเลิกเป็นเด็กดี ไม่สนใจการเรียน มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางสายอันธพาลแทน

นางเอก ซูมู่ นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา พ่อนางเอกเสียไปตั้งแต่เด็ก นางเอกเลยต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่สองคนและทำให้ต้องย้ายโรงเรียนบ่อย นางเอกเป็นเด็กดีเชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย ตัวเล็กน่ารักหน้าตาดี ผิวขาว แลดูบอบบางเหมือนกระต่ายน้อยสีขาวตัวเล็กๆ ที่ทำให้คนทั้งอยากแกล้ง และอยากทะนุถนอมไปพร้อมๆ กัน ...

พระเอกตกหลุมรักเจ้ากระต่ายน้อยตั้งแต่แรกพบ นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียนเลยจ้า ขอแค่นางเอกอยู่ใกล้ๆ พระเอกก็ไม่เคยย้ายสายตาไปไหนได้อีกเลย แต่ด้วยท่าทาง(น่ากลัว) และชื่อเสียงของพระเอก จึงทำให้เจ้ากระต่ายน้อยหวาดกลัวไม่อยากเข้าใกล้ ต่อให้พระเอกจะหล่อเหลาแค่ไหนหรือเป็นถึงดาวโรงเรียนที่สาวๆ ชื่นชอบ แต่นางเอกก็ขอบาย พยายามปฏิเสธผลักไสทุกวิถีทาง 

แต่พระเอกก็ไม่เคยยอมแพ้ ยังพยายามสรรหาวิธีมาใกล้ชิดเจ้ากระต่ายน้อยอยู่ทุกวัน ต่อให้ถูกปฏิเสธถูกทำร้ายจิตใจสักกี่หน แต่ผ่านไปไม่นานเดี๋ยวพี่ก็กลับมาใหม่ คอยวนเวียนตามแกล้งตามหยอดคำหวานตามปกป้องเจ้ากระต่ายน้อยอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครจะเตือนจะบอกว่าไม่เหมาะสมพระเอกก็ไม่สน เพื่อนสนิทก็เตือนบอกว่าแตงที่ฝืนเด็ดออกจากต้นจะไม่หวานนะ แต่พระเอกก็ไม่แคร์ ต่อให้ฝืนก็จะเด็ดลงมา ถ้าเด็ดมาได้ชาตินี้แตงลูกนี้ก็จะเป็นของเขาคนเดียว... 

ก็คนมันรักอะ รักมาก รักจริงๆ ส่วนนางเอกหลังๆ ก็เริ่มใจอ่อน แต่เพราะยังเด็กยังอยู่ในวัยเรียน นางเอกเลยต้องปฏิเสธเรื่องที่พระเอกมาขอเป็นแฟน แอบชอบตรงจุดนี้นะ เห็นมาหลายเรื่องและ ส่วนใหญ่นิยายจีนแนวรักในวัยมัธยมนี่พระนางจะรอให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยคบกัน ต่อให้ชอบมากแค่ไหนก็ไม่ทิ้งการเรียน เรื่องเรียนต้องมาก่อนเสมอ พอเรียนจบเข้ามหา'ลัยแล้วถึงค่อยคบ ...เรื่องนี้ก็เช่นกัน พระเอกก็ไม่ฝืน ยินดีรอจนกว่าจะถึงวันที่เรียนจบ 

ลืมบอก พระเอกเรื่องนี้ดวงดอกท้อแรงมาก มีแต่สาวๆ มารุมชอบ ทั้งดาวโรงเรียนเอย หัวกะทิจากโรงเรียนข้างๆ เอย น้องสาวของพี่น้องที่สนิทเอย และอีกยิบย่อยมากมาย ไม่ว่าพระเอกไปที่ไหนก็เป็นจุดสนใจ ออร่าแรง(ก็คนมันหล่อ) บางครั้งนางเอกเลยต้องซวย+รับเคราะห์(ถูกตบหน้า) จากพิษรักแรงหึงของบรรดาสาวๆ ที่มาชอบพระเอก และที่พระนางต้องเข้าใจผิดมีปัญหากันสาเหตุก็มาจากสาวๆ บางคนที่มารุมชอบพระเอกนี่แหละ ทำให้นางเอกเข้าใจผิดและผลักไสพระเอกออกไปเกือบ 2 ปีได้ แต่ระหว่างนั้นพระเอกก็ยังตามปกป้องนางเอกแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ อยู่นะ ไม่เคยไปไหนไกล ตอนฝนตกหนักก็แอบเอาร่มมาวางไว้ให้ เวลานางเอกเกิดเรื่องหรือจะถูกทำร้าย พระเอกก็มักโผล่ออกมาช่วยได้ทันเสมอ แล้วแบบนี้จะไม่ให้รักยังไงไหว 

สุดท้ายนางเอกก็เปิดปากถามเรื่องที่ทำให้เข้าใจผิดและได้รู้ว่าตัวเองถูกคนอื่นหลอก คือนางเอกถูกคนอื่นปั่นหัวหลอกทำให้เข้าใจว่าพระเอกมีแฟนแล้ว นางเอกเลยปฏิเสธแล้วตีตัวออกห่างจากพระเอก จนผ่านไป 2 ปีถึงได้ถามว่าตกลงพระเอกมีแฟนหรือยัง พระเอกก็บอกว่าไม่มีแฟน ก็ตามจีบนางเอกมาตลอดนี่ไง...แต่ๆ อย่าเพิ่งคิดว่าจะจบแค่นี้ หรือหลังจากนี้จะแฮปปี้สุขสันต์ (อย่าหลงกลชื่อเรื่อง55) เพราะมันยังมีดราม่ามาให้เราได้ปวดจายยยกันต่ออีก เฮ้อออ

สารภาพว่าตอนเห็นชื่อเรื่องทีแรกนึกว่าจะเป็นรักในวัยเรียนใสๆ แบบเบาๆ แต่อ่านแล้วแบบ...คุณหลอกดาววว...กระซิกๆ ชีวิตพระเอกน่าสงสารมาก ในเรื่องอาจจะดูเก่งเป็นผู้ใหญ่ แต่อย่าลืมว่าจริงๆ พระเอกเพิ่งม.ปลายเอง แต่กลับต้องมาแบกอะไรไม่รู้เยอะแยะ(ไม่แปลกที่พี่จะสูบบุหรี่บ่อย ก็มันเครียด) ส่วนนางเอกถึงจะอยู่กับแม่สองคนแต่ที่บ้านก็อบอุ่นดี แม่เข้าใจลูกไม่ได้บังคับเยอะ แต่ของพระเอกนี่พ่อเฮงซวยมากกตั้งแต่ต้นยันจบเลย บ้านไม่ใช่เซฟโซนที่ไหนก็ไม่ใช่เซฟโซน จนได้มาเจอนางเอกนี่แหละ นายเอกเลยเป็นเสมือนแสงจันทร์ขาวเพียงหนึ่งเดียวที่ส่องลงมาในชีวิตพระเอก ทำให้พระเอกอยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อนางเอก 

คือนางเอกอะให้ความรู้สึกเหมือนดอกบัวขาว บริสุทธิ์ สะอาด สดใส ภายนอกอาจดูเหมือนอ่อนแอบอบบางแต่ลึกๆ น้องเป็นคนเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวมากนะ พอยอมรับความรู้สึกของตัวเอง น้องก็ตัดสินใจเลยว่าจะไม่ผลักไสหรือปล่อยมือจากพระเอกอีกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ไม่ลังเลไม่กลัวอะไรแล้ว พออ่านไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวนางเอกที่ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นคนแน่วแน่เข้มแข็ง ไม่ได้อ่อนแอขี้ตกใจเหมือนแต่ก่อนแล้ว


#ทำไมถึงหวานขนาดนั้น 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/gHhezlMTI