วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566

1995 หวนวารวัน ฉันและนาย 3 เล่มจบ

 


1995 หวนวารวัน ฉันและนาย 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : 
อ้ายค่านเทียน (Ai Kan Tian)
ผู้แปล เนโกะ
สำนักพิมพ์ Lilac

ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์

คนเขียนเดียวกับเรื่อง 1988 ย้อนเวลารัก ย้อนเวลาเรา ในตอนพิเศษจะมีตัวละครบางตัวจากเรื่อง 1988 ย้อนเวลารัก ย้อนเวลาเราออกมาแจมนิดนึง และจะมีกล่าวถึงพระ-นายในเรื่องนั้นเล็กน้อย

หลีโจว นายเอกเรื่องนี้ตายแล้วได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างตัวเองเมื่อตอนอายุสิบห้า สมัยเด็กนายเอกถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไปแล้วได้ผู้เฒ่าหลีช่วยเหลือเอาไว้ระหว่างทาง นายเอกที่ตอนนั้นเพิ่ง 2 ขวบยังจำบ้านและชื่อของตัวเองไม่ได้นอกจากคำว่า 'โจว' ทั้งยังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ผู้เฒ่าหลีสงสารเลยขอรับนายเอกมาเลี้ยงเองพร้อมกับจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ นายเอกเลยไม่ต้องถูกส่งไปบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า พอนายเอกเข้ามาอยู่บ้านตระกูลหลีได้ไม่นานแม่บุญธรรมก็มีลูกชายของตัวเอง ทว่าถึงจะมีทายาทเป็นของตัวเอง แต่ทุกคนในตระกูลหลีก็ยังรักและเอ็นดูนายเอกเหมือนเดิมไม่ต่างจากลูกหลานแท้ๆ อะไรที่น้องชายมีนายเอกก็ต้องมี แถมน้องชายหรือพระเอก หลีเจียง ก็ยังติดนายเอกที่เป็นพี่ชายไม่แท้สุดๆ อีกด้วย ทว่าชาติก่อนนายเอกถูกพ่อบุญธรรมหลอก ทำให้ห่างเหินเข้าใจผิดกับน้องชายและครอบครัวบุญธรรม แถมยังถูกอิพ่อบุญธรรมหลอกเรื่องครอบครัวแท้ๆ ทำให้นายเอกเข้าใจไปว่าตนเองถูกพ่อแม่แท้ๆ ทอดทิ้ง และคิดว่ามีแต่พ่อบุญธรรมเท่านั้นที่ดีกับตน ชาติก่อนนายเอกเลยไม่ได้ออกตามหาหรือกลับไปหาครอบครัวแท้ๆ ของตัวเอง แล้วท้ายที่สุดก็กลายเป็นแพะรับบาปให้พ่อบุญธรรมและตายไป

พอได้ย้อนกลับมาอีกครั้งนายเอกเลยตั้งใจว่าคราวนี้จะกลับไปหาครอบครัวเดิม จะไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้องชาย จะไม่ทำตัวห่างเหินกับบ้านตระกูลหลี และจะไม่เชื่อคำพูดหรือยอมเป็นหมากให้พ่อบุญธรรมอีกแล้ว นายเอกรู้ว่าน้องชายจะประสบอุบัติเหตุทำให้ขาเกือบพิการเดินเหินไม่สะดวกต้องใช้ไม้เท้าช่วย หลังเกิดเหตุการณ์นี้ผู้เฒ่าหลีกับแม่บุญธรรมก็เสียใจมากจนอาการป่วยทรุดลง ส่วนพระเอกก็กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวนง่าย ขี้หงุดหงิดอารมณ์ร้อน สองพี่น้องเริ่มห่างเหินและค่อยๆ กลายเป็นศัตรูกัน นายเอกจำได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดตอนช่วงไหนจึงคอยเฝ้าจับตาดูน้องชายอยู่ตลอด พอถึงตอนเกิดเหตุเลยช่วยน้องไว้ได้ทัน ส่วนตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บแทนเพราะปกป้องน้อง นายเอกคิดว่าอุบัติเหตุนี้น่าจะมีคนจงใจสร้างขึ้น นายเอกสงสัยพ่อบุญธรรมเลยบอกให้คนสนิทของตา(ผู้เฒ่าหลี) ไปลองสืบดู ...

นายเอกเห็นว่าชาตินี้น้องปลอดภัยแล้ว ตากับแม่ก็ยังสบายดี เลยไปบอกแม่บุญธรรมว่าจะกลับไปตามหาครอบครัวที่แท้จริง แม่บุญธรรมก็ยินดีอนุญาตให้นายเอกไปตามหา ซึ่งจริงๆ นายเอกไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตระกูลหลี เพิ่งมารู้เอาตอนประมาณ 15 นี่แหละเพราะพ่อบุญธรรมจงใจทำให้รู้ เพื่อจะได้ควบคุมนายเอกและเก็บไว้เป็นเบี้ยให้ตัวเองใช้ ...ชาตินี้นายเอกไม่ได้หลงกลอีก และออกไปตามหาครอบครัวที่แท้จริงจนเจอ ถึงได้รู้ความจริงว่าพ่อแม่แท้ๆ ก็ตามหาตัวเองมาตลอดสิบกว่าปีไม่เคยหยุดหาเลยสักวัน

พ่อแม่แท้ๆ นายเอกอยู่บนเกาะเป็นเจ้าของเรือ เป็นคนมีชื่อเสียงของเกาะ มีแต่คนนับถือ เพราะเป็นคนดี ใจกว้าง ชอบช่วยเหลือคน เลยมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ ตอนเจอนายเอกครั้งแรกพ่อแท้ๆ คือจ้องนายเอกไม่วางตาเลย เพราะนายเอกหน้าเหมือนภรรยาหรือแม่มาก รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ต่อให้ไม่ใช่ลูกแท้ๆ พ่อก็จะขอรับเป็นลูกบุญธรรมอย พอนายเอกกลับที่พัก พ่อก็ให้ลูกศิษย์ตามไปดูแล้วโทรไปบอกภรรยา ภรรยาก็บอกให้ใจเย็นเพราะก่อนหน้านี้โดนหลอกมาเยอะ ให้รอตัวเองกลับไปก่อน วันรุ่งขึ้นพอนายเอกจะนั่งเรือออกจากเกาะเพื่อไปตัดไหมที่โรงพยาบาล แต่พ่อดันเข้าใจว่านายเอกจะหนีกลับบ้านเดิมที่เมืองหลวงเลยให้คนรีบไปหิ้วตัวกลับมา55 จากนั้นก็พาไปเจอภรรยา แวบแรกที่เห็นหน้านายเอก แม่แท้ๆ คือร้องไห้เลย เพราะนายเอกเหมือนแม่มากกกจริงๆ จากนั้นก็พากันไปตรวจดีเอ็นเอ ผลออกมาก็ใช่

จากนั้นพระเอกก็ทนคิดถึงพี่ชายไม่ไหวเลยมาหาถึงเกาะ อยู่ไม่กี่วันนายเอกก็ต้องกลับเพื่อไปทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านออกและย้ายมาเรียนที่นี่เพื่อจะได้อยู่กับพ่อแม่แท้ๆ พ่อแม่ของนายเอกคือดีมากๆๆ รักลูกมากกก พอเจอลูกก็จัดงานเลี้ยงฉลองประกาศให้ทุกคนบนเกาะรู้ว่านี่คือลูกชายฉันนะ กลับมาแล้ว พยายามชดเชยให้นายเอกทุกอย่าง พ่อนายเอกคือคลั่งลูกโอ๋ลูกสุดๆ อยู่ข้างนอกคือดุดันเคร่งขรึม เป็นนายใหญ่เป็นหัวหน้ามีแต่คนเกรงใจเคารพนับถือ แต่พออยู่กับลูกเมียคืออ่อนโยนสุดๆ ยิ้มแย้มเอาอกเอาใจ เห็นอะไรดีๆ ออกใหม่ก็ต้องซื้อกลับมาให้ลูกเมีย ตอนนายเอกต้องไปโรงเรียนพ่อก็ไปซื้อบ้านหลังใกล้ๆ โรงเรียนไว้ให้ เพื่อจะได้คอยดูแลไปรับไปส่ง ลูกอยากได้อะไรก็ไม่เคยปฏิเสธ ให้มากกว่าที่ขอด้วยซ้ำ เอ็นดูพ่อมาก ขำเวลานายเอกต้องไปโรงเรียนแล้วพ่อคืองอแง ทำเป็นกินข้าวช้าดึงเวลาเพราะอยากอยู่กับลูกนานๆ ไม่อยากให้ลูกไป55 เวลานายเอกต้องไปไหนไกลๆ ก็ทำหน้าเศร้าไม่อยากห่างลูก ตาแดงก่ำจะร้องไห้ จนแม่ต้องคอยเตือนตลอด55

แต่เข้าใจนะ เพราะลูกหายไปตั้งแต่สองขวบ พ่อไม่มีโอกาสได้เห็นช่วงเวลาที่ลูกเติบโต พลาดวัยเด็กของลูกไปเยอะ ถึงได้ติดลูกเป็นพิเศษ แล้วนายเอกก็เป็นเด็กดีพ่อก็ยิ่งรัก จากนั้นไม่นานพระเอกก็ก่อเรื่องที่โรงเรียนจนได้ย้ายมาเรียนบนเกาะกับนายเอก พระเอกดีใจมากจนให้คนไปซื้อบ้านใกล้ๆ นายเอกไว้ เวลาเลิกเรียนต้องขี่จักรยานกลับ พระเอกกลัวพี่จะกลับก่อนเลยชอบล็อกรถนายเอกไว้กับรถของตัวเอง เพื่อให้กลับพร้อมกัน แต่เรียนที่นี่ได้ไม่นานพระเอกก็ต้องกลับไป ตอนแรกพระเอกคิดว่าจะได้เรียนที่นี่จนจบ แต่จริงๆ คนสนิทและตากะให้เรียนที่นี่แค่ครึ่งปีอยู่แล้ว พระเอกไม่รู้ก็หลงดีใจ พอมารู้ความจริงก็โกรธมาก โกรธนายเอกด้วยที่รู้มาตลอดแต่ไม่เคยบอก นายเอกเลยต้องง้ออยู่นานกว่าพระเอกจะหายงอน

คุณตาของพระ-นายเริ่มสุขภาพไม่ดี ไปรักษาที่เมืองนอกมาแล้วแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ตากลัวว่าจะอยู่ได้ไม่นานเลยให้คนสนิทเร่งสอนทุกอย่างให้พระเอกเพื่อจะได้มารับช่วงต่อ พระเอกเรียนหนักมากๆ ต้องเรียนหลายอย่างเพื่อจะได้รับช่วงต่อจากตา ไม่มีเวลาเที่ยวเล่นเหมือนเด็กวัยเดียวกัน อายุแค่สิบกว่าแต่ภาระบนบ่าก็หนักไม่น้อยกว่าผู้ใหญ่วัยทำงานแล้ว แถมยังต้องเตรียมตัวไว้รับมือกับพ่อแท้ๆ ที่คิดจะทำร้ายตนเองและทำลายตระกูลหลีอีกด้วย นายเอกมารู้ความจริงที่หลังว่าในชาติก่อนจริงๆ แล้วตาไม่ได้ไม่อยากเจอตัวเอง แต่เป็นเพราะอาการป่วยต่างหาก บวกกับถูกพ่อบุญธรรมขัดขวางจึงทำให้เข้าใจผิด นายเอกรู้สึกผิดมาก เข้าใจแล้วว่าตารักและห่วงใยตัวเองขนาดไหน พอรู้ว่าพระเอกต้องแบกรับอะไรบ้างเลยขอพ่อแม่แท้ๆ ย้ายมาเรียนที่เมืองเดียวกับพระเอก เพื่อจะได้ช่วยดูแลพระเอกกับตารวมถึงแม่บุญธรรมด้วย พ่อแม่แท้ๆ ก็ตามมาซื้อบ้านที่นี่ให้และค่อยๆ ย้ายตามมา

ลืมบอกไป พอนายเอกกลับมาไม่นานพ่อก็เริ่มอยากทำธุรกิจอื่นที่อยู่บนบก เพราะไม่อยากให้ลูกตากแดดตากลมลำบากอยู่กลางทะเล อยากสร้างกิจการอย่างอื่นให้ลูก นายเอกก็อาศัยความทรงจำจากชาติก่อนมาช่วยพ่อเลือกและตัดสินใจเรื่องธุรกิจ จนกิจการรุ่งเรืองสุดๆ นอกจากเรือ พ่อก็มาทำโรงงานขายบะหมี่ ทำรับเหมาก่อสร้าง แล้วก็เริ่มต่อยอดไปเรื่อยๆ หลังๆ บ้านนายเอกคือรวยพอๆ กับบ้านพระเอกแล้วนะ ครอบครัวนายเอกไปมาหาสู่กับครอบครัวบุญธรรมจนสนิทสนม แม่ๆ ทั้งสองบ้านสนิทสนมกันจนเหมือนพี่น้องแท้ๆ ต่างก็รักพระ-นายเหมือนลูกของตัวเอง ชาตินี้แม่บุญธรรมอาการดีขึ้น ไม่มีเรื่องทำให้สะเทือนใจเหมือนชาติก่อนอีกเพราะได้พระ-นายปกป้องอย่างดี ได้หย่ากับสามีอย่างเรียบร้อยสงบสุข หลังหย่าชีวิตพ่อพระเอกคือเริ่มดิ่งลงๆ เพราะพอไม่มีตระกูลหลีหนุนหลังอะไรๆ จึงไม่ได้ง่ายสบายเหมือนแต่ก่อน แถมหลานชายที่ตัวเองรักยิ่งกว่าลูกแท้ๆ ก็ยังไม่เอาไหนดีแต่ผลาญเงิน สุดท้ายก็มีจุดจบที่ไม่สวยทั้งคู่ ทำตัวเองทั้งนั้น ...ถ้าดีๆ รักลูกรักเมียแบบพ่อนายเอกคงไม่เป็นแบบนี้หรอก นี่อาราย เกลียดเมียเกลียดบ้านเมียไม่พอ แม้แต่ลูกแท้ๆ ตัวเองก็ยังลงมือทำร้ายได้ ...โหดร้ายเกิน

พระเอกเรื่องนี้คือติดนายเอกสุดๆ เหมือนลูกหมาตัวโตๆ อยู่กับคนอื่นคือไม่ยิ้มเคร่งขรึมเย็นชา ไม่ให้ใครเข้าใกล้ แต่พออยู่กับนายเอกคือตรงข้ามทุกอย่างจ้า ยิ้มง่ายอ่อนโยนขี้อ้อน ชอบกัดหูเขาด้วย เวลาอยู่บ้านหลังเดียวกันพอตกกลางคืนพระเอกก็จะชอบหาข้ออ้างมานอนที่ห้องนายเอกตลอด ชอบนายเอกมานานแล้วแต่ไม่กล้าบอกเขา พยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีใครดูออก นึกว่าพี่น้องคู่นี้สนิทกันเฉยๆ แต๊ะอั๋งแบบเนียนๆ มาตลอดแต่นายเอกก็ไม่ได้คิดมาก ยังไม่เอะใจ พอเริ่มคิดก็ขอไปทำงานนอกสถานที่กับทางมหาวิทยาลัยทันทีเลยจ้า55 (แต่ผ่านไปไม่กี่วันพระเอกก็ตามมาหาอยู่ดี)

พระ-นายสนิทและใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เด็ก เวลาพระเอกทำตัวติดหนึบดูแลใกล้ชิด แกะกุ้ง ป้อนผลไม้ให้นายเอก คนในครอบครัวเลยไม่เคยคิดว่ามันแปลกเพราะเห็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว พอถึงวันที่พระ-นายมาสารภาพว่าคบกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็โอเคไม่คัดค้านเลย ขอแค่ลูกๆ มีความสุขก็พอ มีแต่พูดให้กำลังใจบอกว่าเส้นทางสายนี้อาจจะลำบาก แต่ขอให้ทั้งสองคนอย่ายอมแพ้หรือล้มเลิกกลางคันนะ ...ตอนพิเศษจุใจ มีเรื่องลูกของพระ-นายด้วย คนโตเหมือนนายเอก ส่วนคนเล็กเจ้าเล่ห์แสบเหมือนพระเอกเด๊ะ 

พระ-นายจากเรื่อง Back to 1988 กับเรื่องนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือมีครอบครัวที่รักและดีกับตัวเองมากๆ ไม่ว่าจะทำอะไรคนในครอบครัวก็พร้อมยืนเคียงข้างให้การสนับสนุนเสมอ สถาบันครอบครัวอบอุ่นแข็งแกร่งเป็นเกราะคุ้มกันภัยที่ดีเยี่ยมจริงๆ


#1995 หวนวารวัน ฉันและนาย 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VFXlJsVk4




วันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566

นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง เล่ม 1-2

 


นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง เล่ม 1-2 (5 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : ไป๋ลู่เฉิงซวง (Bai Lu Cheng Shuang)
ผู้แปล : พวงหยก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เสิ่นกุยเยี่ยน คุณหนูสามตระกูลเสิ่นที่เกิดจากอนุ เพราะแม่เคยเป็นอดีตสาวใช้ผู้ติดตามของภรรยาเอก แล้วต่อมาก็ได้เป็นอนุสามีเขา จึงทำให้เมียเอกพ่อไม่พอใจแม่นางเอกอย่างแรง คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกนางเอกกับแม่อยู่ตลอด แม่นางเอกก็เป็นประเภทไม่สู้คนปล่อยให้เขารังแก ส่วนนางเอกก็เคยสู้ไปที แต่ผลรับที่ได้ก็คือแม่ถูกจับโยนลงสระน้ำเกือบตายโดยไม่อาจเอาผิดใครได้ นางเอกเลยต้องเก็บงำประกาย+ไม่ทำตัวฉลาดอีก ไม่ว่าจะถูกใครกลั่นแกล้งรังแกยังไงก็ได้แต่ก้มหน้ากัดฟันอดทน เพราะรู้ดีว่าจะไม่มีใครออกหน้าช่วยปกป้องตัวเองและแม่

นางเอกเคยถูกนักพรตทำนายว่ามีชะตาเป็นเลิศและมีดวงเกื้อหนุนส่งเสริมผู้เป็นสามี จึงทำให้มีตระกูลใหญ่มากมายอยากได้นางเป็นลูกสะใภ้ แต่สุดท้ายคนที่โชคดีได้หมั้นหมายกับนางเอกก็คือบุตรชายคนโตของจวนอัครเสนาบดี หรือบัณฑิตอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทว่าในตอนที่ใกล้จะแต่งงาน อิตาคู่หมั้นก็ดันไปตกหลุมพรางแผนการของน้องสาว(คนละแม่)ของนางเอกจนได้เสียกัน แต่อิตาคู่หมั้นก็ยังยืนกรานไม่ขอแต่งกับคนน้องจะแต่งกับคนพี่อย่างเดียว ส่วนนางเอกก็ให้อภัยคู่หมั้นและยังยินดีที่จะแต่งกับเขาเหมือนเดิม ...อิน้องโกรธที่แย่งคู่หมั้นพี่สาวไม่สำเร็จก็เลยไปกระโดดสระน้ำกะฆ่าตัวตาย หลังจากนั้นก็มีวิญญาณของหญิงสาวจากยุคปัจจุบันมาอยู่ในร่างนี้แทน ...คนที่มาใหม่ก็อ่านนิยายแนวทะลุมิติมาเยอะ รู้หลักการของการทะลุมิติมาดีเหลือเกิน55 (เหมือนแอบแซะพวกนางเอกที่ทะลุมิติมา55) รู้ว่ายุคโบราณบุรุษเป็นใหญ่ ต้องหาบุรุษไว้พึ่งพิง นางก็เลยไปเล็งคู่หมั้นนางเอกเพราะเห็นว่าหน้าตาดีมีชาติตระกูล แล้วไหนๆ ก็เคยมีสัมพันธ์กับร่างนี้มาแล้ว ก็เลยลากอิตาคู่หมั้นของพี่สาวไปกินอีกรอบในห้องเก็บฟืน...เหอๆ

อิตาคู่หมั้นก็ถูกลีลาความใจกล้าของน้องสาว(ที่ในร่างมีวิญญาณสาวยุคปัจจุบัน) จับซะอยู่หมัด ไปไม่เป็นเลยนะจ๊ะ เลยมีสัมพันธ์กันอีกรอบและถูกจับได้ ...อะไรเนี่ย??? บัณฑิตอันดับหนึ่งของเมืองจริงอะ รอบแรกยังพอเข้าใจเพราะโดนวางยา แต่รอบสองนี่ไม่ไหวแล้วมั้งคุณพี่...แต่ๆๆ อิตาคู่หมั้นก็ยังไม่ยอมแต่งกับคนน้องอยู่ดี ขนาดได้เสียกับเขาไปแล้วสองรอบแถมยังถูกจับได้ ก็แค่ยอมรับผิด+ขอโทษ แต่ก็ยังยืนกรานจะแต่งกับนางเอกคนเดียวเหมือนเดิมไม่เอาคนน้อง คือไม่รับผิดชอบอะไรเลยแบบนี้ก็ได้เหรอออ แค่พาพ่อมาแล้วขอโทษก็จบเหรออ ส่วนนางเอกก็ยังยอมแต่งกับเขาตามเดิม ทั้งที่ในใจเริ่มไม่โอเคหมดความเชื่อและไม่ได้อยากแต่งแล้ว แต่เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่น เพราะนางเอกอยากออกจากบ้านนี้เต็มแก่ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากหาทางพาแม่ออกไปอยู่ที่อื่น และการแต่งงานก็คือหนทางเดียว ก็เลยต้องอดทนๆๆ...แต่สุดท้ายทุกอย่างก็พัง เพราะน้องสาวดันท้อง แถมแม่ก็มาตายในวันแต่งงาน สุดท้ายการแต่งงานที่เฝ้าฝันว่าจะเปลี่ยนชีวิตก็ถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา...ความอดทนม่ายล่ายช่วยอารายยยเบยยย

ต่อมา(ไม่ถึงวัน) นางเอกก็ถูกพระเอกหรือ กู้เจาเป่ย คุณชายสี่แห่งจวนอัครเสนาบดี(น้องชายอดีตคู่หมั้น) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้เสเพล ชื่อเสียงย่ำแย่ ไม่เอาการเอางานหมายตา พระเอกก็เนาะ อยากเห็นหน้านางเอกว่าสวยจริงไหมก็แทนที่จะหาวิธีที่มันดีๆ หน่อย นี่อารายย จู่ๆ ก็มาปีนเข้าห้องผู้หญิงเขาเฉย แถมยังให้คนอื่นจับได้อีก นางเอกที่ถูกทำให้ชื่อเสียงเสียหายไม่มีทางเลือกอื่นก็เลยต้องยอมแต่งงานออกเรือนกับพระเอกปายย...แต่งไปก็ไปเจอกับน้องสาวที่แต่งมาก่อน น้องสาวนี่ก็ร้ายแบบตลก ร้ายแบบโง่ๆ ไม่มีชั้นเชิงอะไรเลย คือออกแนวมโน คิดว่าคนที่ทะลุมิติมาก็ต้องเป็นนางเอกสิ ต้องเป็นศูนย์กลางมีแต่ผู้มารุมรัก ผู้ชายหล่อหรือพระเอกก็ต้องชอบฉัน เป็นของฉันคนเดียว ส่วนนางเอกก็คือตัวประกอบที่มีดีแค่หน้าตาและต้องถูกกำจัด

นางก็เลยพยายามหาเรื่องใส่ร้ายนางเอกอยู่ตลอด พยายามจะโชว์ความฉลาดอยากให้คนโบราณประทับใจเหมือนนางเอกที่ทะลุมิติมาเรื่องอื่นๆ แต่ก็แป้กทุกครั้ง เช่น เอาบทกลอนที่ตัวเองรู้มาพูดโชว์ แต่ก็ไม่รู้ว่ากลอนนี้ใครแต่ง? แต่งขึ้นในสมัยไหน? แล้วปรากฏว่ากลอนบทที่นางพูดก็ดันอยู่ในยุคนั้นพอดี ทุกคนรู้จักกันหมด แต่นางก็ดันเคลมไปว่าตัวเองเป็นคนแต่งนะ สุดท้ายพอเขาเฉลยก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แล้วก็มีเต้นโชว์ กะว่าคนต้องชอบแน่ๆ (ก็นางเอกที่ทะลุมิติมาปกติเต้นแล้วก็มีแต่คนชอบกันไม่ใช่เหรอ) แต่ทุกคนคือหน้าเหวอกันหมด คิดว่านางไม่รู้กาลเทศะมานุ่งน้อยห่มน้อยเต้นแบบนี้ได้ไง ทำตัวเหมือนพวกเต้นกินรำกิน สรุปไม่มีคนชอบ มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม คือนางร้ายแบบตรงๆ ทื่อๆ อะ ไม่ได้ซับซ้อนหรือมีแผนการล้ำลึกอะไรเลย เดาง่าย แต่ก็ทำให้คนเชื่อและตกหลุมพรางได้ทุกที ทำไมนะ55

ส่วนนางเอกก็คนดี แม่พระ เจ็บแล้วไม่ค่อยจำ ไหนว่าเก็บงำความฉลาดเอาไว้ไง นี่เราว่าน้องสาวนางก็ไม่ได้ฉลาดหรือมีแผนการลึกล้ำอะไรเลยนะ แต่นางเอกก็ยังตกหลุมพรางได้แทบทุกครั้ง...อารายว๊า เวลาโดนตบโดนโบยก็ไม่มีใครมาช่วยทัน เจ็บจริงตลอด พระเอกก็นิสัยเหมือนเด็ก คือเริ่มเดาออกแหละว่าชื่อเสียงแย่ๆ ทั้งหลายก็เป็นแค่สิ่งที่พระเอกจงใจสร้างขึ้นเพื่อปกปิดความสามารถและแผนการบางอย่าง ที่ไปเที่ยวหอคณิกาบ่อยๆ ก็น่าจะไปทำงานหรือหาข่าว แล้วพี่แกก็น่าจะยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงด้วย นางเอกน่าจะคนแรกที่พระเอกมีอะไรด้วยจริงๆ คนอื่นน่าจะแค่นัวๆ แต่ไม่ถึงขั้นนั้น ...แต่ไม่ว่าจะยังไงนางเอกก็ไม่เคยแสดงท่าทีหึงหวงหรือไม่พอใจที่พระเอกมีพฤติกรรมแบบนั้นเลย หลังวันแต่งงานพระเอกไปอยู่หอคณิกาไม่กลับบ้าน นางเอกก็ชิลๆ แถมให้คนไปส่งเงินให้อีกด้วย เห็นพระเอกพลอดรักกับอนุในบ้านก็เฉย พระเอกจะไปนอนห้องอนุนางก็เฉย ...

ตอนแรกที่พระเอกยังไม่ได้ชอบนางเอกก็ยังไม่คิดอะไร แต่หลังๆ พอชอบก็เริ่มไม่พอใจที่เมียเอาแต่เฉยไม่มีท่าทีหึงหวงบ้างเลย นางเอกคือใจเย็นไม่อิจฉาริษยา เข้าใจว่าผู้ชายก็ต้องมีเมียเยอะไม่ได้คาดหวังว่าพระเอกจะมีตัวเองคนเดียวอยู่แล้ว แถมพระเอกก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนแต่งด้วย ก็เลยไม่ได้คิดมาก ..นางเอกเป็นคนใจเย็น ชอบช่วยเหลือคน พอแต่งงานออกมาก็เอาเงินเก็บไปเปิดสำนักศึกษาให้เด็กๆ ลูกชาวบ้านได้เรียน เห็นผู้อพยพคนตกยากก็เปิดโรงทานช่วยแจกโจ๊ก หรือพอรู้ว่าเด็กที่เคยเรียนในสำนักศึกษาจะมาเรียนไม่ได้อีกเพราะต้องช่วยงานที่บ้าน นางเอกก็ตามไปดูจนรู้สาเหตุว่ามีขุนนางทุจริตแอบเก็บภาษีเกิน ด้วยความหวังดีก็เลยพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้ ทว่าถึงจะหาคนผิดและช่วยชาวบ้านได้สำเร็จ แต่ก็ทำให้บางคนผูกใจเจ็บและตามมาเอาคืน..จากเรื่องดีๆ เลยกลายเป็นโศกนาฏกรรมแทน

ส่วนพระเอกหลังจากแต่งงานกับนางเอกชีวิตก็เริ่มรุ่ง จับพลัดจับผลูได้เข้าวัง ได้ช่วยอารักขาฮ่องเต้ตอนมีมือสังหารลอบเข้ามาในวัง ฮ่องเต้ก็เลยแต่งตั้งให้พระเอกเป็นรองเสนาบดีกรมอาญา จากคุณชายเสเพลไม่เอาถ่านไม่เคยสอบรับราชการจู่ๆ ก็มาแรงแซงทุกคน อดีตคู่หมั้นเก่าของนางเอกอิจฉาพระเอกหรือน้องชายตัวเองที่ได้ตำแหน่งที่ตนหมายตา เลยวางแผนคิดปองร้ายพระเอกและก็ถูกจับได้ แต่พ่อพระเอกก็ไม่เอาเรื่อง กลับโยนความผิดให้บ่าวไพร่และขอให้พระเอกเปลี่ยนไปรับตำแหน่งฝ่ายบู๊ที่ขั้นต่ำกว่าแทน ...เหอๆ

ส่วนนางร้ายหรือน้องสาวนางเอกพอเห็นว่าบุรุษที่ตนคิดพึ่งพิงไม่เป็นดังหวัง ก็เริ่มหาตัวสำรอง หาแผนอื่น เข้าไปตีสนิทกับฮูหยินคนหนึ่งที่สามีเขาเป็นญาติกับแม่ทัพที่กำลังมีอำนาจ ฮูหยินคนนั้นก็ใสซื่อนึกว่าเขาจริงใจ เล่าเรื่องในบ้านเรื่องสามีตัวเองให้เขาฟังหมด น้องสาวนางเอกเลยรู้หมดว่าสามีของฮูหยินคนนี้ชอบอะไรยังไง แล้วก็ไปแอบได้เสียกันจนเกือบถูกจับได้ (ถึงไม่เห็นกับตา แต่ทุกคนก็รู้แล้วว่านางทำอะไร) เพราะตอนที่ไปจับน้องสาวไหวตัวทัน แสร้งบีบน้ำตาเล่นละครว่ามาเพื่อหาคนช่วยเรื่องเส้นทางขุนนางของสามี อิคู่หมั้นเก่านางเอกก็เชื่อแถมยังซึ้งอีก(หลอกง่ายจริงๆ พับผ่า) คิดว่าเมียทำเพื่อเรา แต่สุดท้ายเรื่องที่นางไม่ได้ท้องจริงก็ถูกคนรู้ บวกกับข้อหาสวมหมวกเขียวให้สามีก็เลยโดนโทษโบยและหย่า ตอนแรกอิน้องสาวก็คิดว่าหย่าก็หย่า กลับบ้านก็ได้ฟะ ตังค์ก็มีธุรกิจก็กำลังไปได้สวย แต่พอถูกสาวใช้คนสนิทเตือนว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดเน้อและบลาๆ อิน้องสาวก็เริ่มได้สติ เปลี่ยนแผนหาวิธีเอาตัวรอดใหม่..

อ่านจบไปสองเล่มมีแต่ความ??? เต็มไปหมด55 แบบมันได้เหรออ ทำไมหลอกง่ายจัง อย่างตอนที่น้องสาววางแผนแกล้งตาย พอสาวใช้โวยวายเสียงดังแค่นี้ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปตรวจสอบหรือจับชีพจรน้องสาวดูแล้วอะ ว่าตายจริงมั้ย? ก็เชื่อตามที่สาวใช้บอกว่าตาย? แล้วน้องสาวนางเอกทั้งที่ชื่อเสียงเสียหายขนาดนั้น แต่แม่สามีก็ยังให้ดูแลจวนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบ้าน? อดีตคู่หมั้นเก่านางเอกไหนว่าบัณฑิตอันดับหนึ่งของเมืองแต่ทำไมตกหลุมพรางน้องสาวนางเอกง่ายจัง ไหนจะตอนที่พระเอกได้ทำงานสืบสวนของกรมอาญาก็เลยจะส่งนางเอกไปอยู่ที่อื่นสักพักเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย นางเอกไม่อยากไปเลยซ้อนแผนด้วยการหลบอยู่ใต้เตียง คือใต้เตียงจริงๆ นะ กินนอนอยู่ในนั้นเลย...ช่างพยายาม ศรีทนได้จริงๆ ดีที่มีเรื่องให้ต้องออกมาจากใต้เตียงก่อน ไม่งั้นไม่อยากจะคิด -_-“

นึกว่าจะเป็นแนวเจ้มจ้น แผนการซับซ้อนคาดเดายาก แต่นี่แบบ...เอาฮาใช่มั้ย 55  
เดี๋ยวรอดูเล่ม
3-5 อาจจะมีอะไรเปลี่ยนก็ได้ชิมิๆ ^0^


#นางแอ่นขับขาน สกุณาแซ่ซ้อง 5 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8zwsit0K16




วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เกิดใหม่อีกคราอี๋เหนียงอย่างข้าเป็นภรรยาขุนนาง 2 เล่มจบ

เกิดใหม่อีกคราอี๋เหนียงอย่างข้าเป็นภรรยาขุนนาง 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ลั่วอวี่ชิวหาน 
ผู้แปล : ณัชชา หาญทวีวงศา
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หยางอี๋ ชาติก่อนเคยเป็นอนุแล้ต้องตายอนาถ พอตายแล้วก็ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองเมื่อตอน10 ขวบ ชาตินี้นางเอกเลยตั้งใจว่าจะไม่เป็นอนุใครอีก จะไม่หลงเชื่อคำพูดคนอื่นจนทำตัวห่างเหินกับครอบครัวและกลายเป็นแพะรับบาปให้ใครอีกแล้ว ...แต่ด้วยความจนและไม่มีทางเลือก สุดท้ายก็ต้องขายตัวไปเป็นสาวใช้ให้กับตระกูลใหญ่ที่ตนเองเคยเป็นอนุอยู่ดี แต่คราวนี้นางเอกมีประสบการณ์มาก่อน จึงไม่หลงคารมนายหน้าแล้วเปลี่ยนสัญญาจากไถ่ถอนได้เป็นขายขาดตลอดชีวิต กะว่ารอสัก 4-5 ปีพอเก็บตังค์ได้ครบก็จะไถ่ตัวเองออกมาเป็นอิสระ ...

พอเข้าไปทำงานได้ไม่นานนางเอกก็ถูกส่งไปเป็นสาวใช้ในเรือนพระเอก หรือนายท่านรองตระกูลถง พระเอกเป็นลูกชายที่แม่รักมากที่สุด แต่พี่แกก็ไม่ได้เหลิง+หลงระเริงไปกับความรักการตามใจที่แม่มอบให้ ตรงกันข้าม พี่แกกลับเป็นลูกที่ดีเชื่อฟัง ไม่ละโมบโลภมาก ไม่แก่งแย่งกับพี่น้อง แม่แบ่งมรดกให้เท่าไรก็เอาเท่านั้น พอโตขึ้นก็ออกไปบุกเบิกสร้างเส้นทางอนาคตด้วยตัวเอง ยิ่งเป็นแบบนี้แม่ก็ยิ่งรัก พยายามจะหาภรรยาที่ดีให้ลูก แต่เพราะพระเอกหน้าตาอัปลักษณ์ (ในหนังสือว่างี้ แต่เราอ่านดูแล้วก็ธรรมดา เพียงแต่อาจไม่ตรงกับค่านิยมสมัยนั้นล่ะมั้ง) สูงใหญ่กำยำเหมือนหมี มีรอยแผลเป็นที่หน้า ยิ่งเวลาไปทำงานนอกสถานที่นานๆ หรือเพิ่งไปรบกลับมาสภาพยิ่งดูไม่ได้55 ผมเผ้าหนวดเคราพะรุงพะรังเหมือนสิงโต ปกติหน้าตาท่าทางก็น่ากลัวอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ใครมาเห็นก็ยิ่งกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ... แถมยังมีดวงกินภรรยาอีก ก็เลยทำให้โสดมาจนถึงปัจจุบัน

แม่พระเอกเห็นนางเอกไม่กลัวลูกตัวเอง ก็เลยให้นางติดตามไปคอยรับใช้พระเอกที่ต่างเมืองด้วย นางเอกก็โอเค แม้จะต้องไปอยู่ไกล แต่จำได้ว่าพระเอกนิสัยดีเป็นเจ้านายที่มีเหตุผล คนในจวนไม่เยอะเรื่องก็น้อย คิดว่าวันหนึ่งถ้านางอยากไถ่ตัวพระเอกก็คงอนุญาต แต่ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อก็อาจถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้ไถ่ตัวคืน ...พอไปอยู่นู่น มามาคนสนิทที่เลี้ยงพระเอกมาเห็นนางเอกนิสัยดีฉลาดสุขุมก็เลยช่วยชี้แนะสอนงานต่างๆ ให้ นางเอกยิ่งโตก็ยิ่งงาม แถมยังฉลาดทำงานเก่งก็เลยเริ่มมีหนุ่มๆ มาชอบ มามาคนสนิทพระเอกรู้ว่าพระเอกคิดยังไงกับนางเอก ก็เลยบอกให้พระเอกไปคุยกับคนเขาตรงๆ ขืนชักช้าระวังจะอด ตอนแรกพระเอกก็ลังเลเพราะรู้ว่าตัวเองหน้าตาไม่ดีแถมมีดวงกินภรรยา แต่พอได้ยินแบบนี้ก็เลยตัดสินใจไปพูดกับนางเอกตรงๆ นางเอกเลยบอกว่าตัวเองไม่ต้องการเป็นอนุใคร พระเอกก็บอกว่าไม่ได้ให้เป็นอนุแต่จะแต่งมาเป็นภรรยาเอกต่างหาก นางเอกก็เลยขอกลับไปคิดดูก่อนและสุดท้ายก็ตกลง...

พอดีช่วงนั้นพระเอกมีผลงานทางทหารกำลังจะได้เลื่อนขั้น พระเอกกลัวแม่จะหาคู่ให้ก่อน เลยรีบกลับบ้านไปแจ้งเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจจะแต่งนางเอกเป็นภรรยา แม่พระเอกก็อึ้งๆ แต่เห็นลูกชอบลูกมีความสุขก็เลยยอม ขอแค่อีกฝ่ายรักและดีต่อลูกตัวเองจากใจจริงถึงจะเป็นแค่สาวใช้แม่ก็ไม่ว่า... หลังแต่งพระเอกก็พาภรรยาไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น เพราะที่เดิมอยู่แล้วก้าวหน้าช้า แต่ด้วยความที่ตำแหน่งพระเอกยังไม่สูงมากแถมนางเอกก็เคยเป็นสาวใช้มาก่อน นางเอกจึงมักถูกคนอื่นเอาเรื่องนี้มาแซะ แต่นางเอกก็ไม่โกรธ รู้ว่ายังไงก็ต้องเจอ ก็ตอบโต้ไปบ้างตามสถานการณ์ นางเอกวางตัวดี เป็นภรรยาเป็นลูกสะใภ้ที่ดี แถมยังไม่ลืมส่งเงินส่งของไปจุนเจือครอบครัวเดิมทุกปี ไม่ได้หมางเมินครอบครัวเหมือนในชาติที่แล้ว ส่วนสามีเก่าของนางในชาติก่อนก็ไม่ได้ตามมาวุ่นวายอะไร ไม่มีบทเลยด้วยซ้ำ...

นางเอกใช้ชีวิตกับพระเอกอย่างชื่นมื่นมีความสุข พระเอกก็รักใคร่ตามใจเมียฝุดๆ ปัญหาส่วนใหญ่ของคู่นี้จะมาจากบุคคลภายนอก เช่น พี่สะใภ้พระเอกที่อิจฉาน้องสามีมานาน เนื่องจากเป็นลูกที่แม่รัก เวลาเห็นแม่สามีมอบอะไรให้บ้านนางเอกก็จะอิจฉาตาร้อน กลัวแต่ตัวเองจะเสียเปรียบ ทั้งๆ ที่สมบัติเกินครึ่งก็เป็นฝั่งของสามีตัวเองที่ได้ไป รวมถึงจวนและกิจการการค้าที่ดีๆ ต่างๆ แต่ก็ยังไม่พอใจ แล้วก็ชอบดูถูกนางเอกที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยและพลอยทำให้ตัวเองต้องถูกนินทาไปด้วย แล้วก็มีลูกคหบดีบ้านหนึ่งในเมืองที่พระนางย้ายไปอยู่ นี่ก็อยากเป็นคนดีช่วยเหลือคนแต่ดันมองคนไม่ออก สุดท้ายกลับกลายเป็นการนำภัยเข้าบ้าน แต่แทนที่จะโทษตัวเองก็ดันไปโทษคนอื่นแทน นางเอกอยู่ดีๆ ก็ซวยเฉยเลย คนที่ช่วยก็โทษนางเอกที่ไม่เตือน คนที่ถูกช่วยก็โกรธที่นางเอกเย็นชาไม่สนใจ โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง งงมากกแม่จ๋าอาไรว๊า...

นี่ยังไม่รวมถึงสาวใช้บางคน ที่พอเห็นนางเอกที่เคยเป็นสาวใช้ฐานะเท่าเทียมกันมาก่อนได้ดีก็อิจฉา แล้วไหนจะญาตินางเอกที่อยากจะให้นางเอกหาสามีดีๆ ให้ลูกสาวตัวเองอีก แต่นางเอกไม่อยากยุ่งเพราะรู้ว่าเดี๋ยวต้องมีปัญหา ... บันเทิงไหมล่ะ55 อ่านแล้วก็นึกถึงมากกว่ารักเล่มเดียวจบสมัยก่อนที่พล็อตไม่หนักไม่ซับซ้อน เบาๆ ย่อยง่าย ถึงจะได้ย้อนเวลากลับมาแต่นางเอกก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น นางก็แค่ไม่อยากเป็นอนุเฉยๆ หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่นทั่วไป ไม่ได้ทำเรื่องสะเทือนเลือนลั่นอะไร เพียงแค่นำประสบการณ์ในชาติก่อนกับสิ่งที่รู้ล่วงหน้าบางอย่างมาปรับใช้พัฒนาชีวิตตัวเองกับครอบครัวให้ดีขึ้นเท่านั้น ...


#เกิดใหม่อีกคราอี๋เหนียงอย่างข้าเป็นภรรยาขุนนาง เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/AUltzzz1Ft

#เกิดใหม่อีกคราอี๋เหนียงอย่างข้าเป็นภรรยาขุนนาง เล่ม 2 ➡️ https://s.shopee.co.th/Lf7tLoaxf



วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 8-10 (10 เล่มจบ)

 



ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 8-10 (10 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เหยาจี้ซาน
ผู้แปล : สนสราญ
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
รีวิว เล่ม 1-2 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/07/1-2.html
รีวิว เล่ม 3-4 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/07/3-4.html
รีวิว เล่ม 5-7 https://marynlinsbook.blogspot.com/2023/08/5-7.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

จบแล้วชะเอิงเอย 10 เล่มจบ...
ต่อจากคราวก่อนที่นางเอกกับพ่อต้องร่วมเดินทางไปส่งตัวพี่สาว(ลูกของบ้านใหญ่) แต่งงานที่ต่างเมือง จากนั้นบ้านพระเอกก็เกิดเรื่อง จู่ๆ พยานคนสุดท้ายที่น่าจะรู้เห็นการตายของพ่อพระเอกก็ดันมาเสียชีวิตภายใต้จมูกของพี่แก นางเอกก็เลยต้องมาช่วยชันสูตรศพค้นหาสาเหตุการตายว่าเกิดจากอะไร ตกบ่อน้ำตายเองหรือถูกฆ่า
? จนนำมาสู่การวางแผนจับหนอนบ่อนไส้และได้พบกับฆาตกรตัวจริงที่สังหารพ่อพระเอก ต่อมาพระนางก็ได้รับข่าวว่าคนที่ตัวเองกำลังจับตาดูอยู่ถูกฆ่าตาย(อีกแล้ว) ทั้งสองคนเลยต้องเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อไปตรวจสอบ... หลังจากนั้นนางเอกก็ต้องไปร่วมงานหมั้นของพี่สาวคนรองที่บ้านเก่า และได้เจอกับอาสะใภ้สี่ที่เคยกุเรื่องคุณไสยใส่ร้ายตนเมื่อครั้งนั้น

รอบนี้อาสะใภ้สี่ก็ยังไม่เข็ดนาจา อุตส่าห์ได้รับโอกาสให้กลับมาอยู่จวนอีกครั้งแทนที่จะสำนึกแต่ก็ไม่จ้า ยังคิดจะเล่นงานนางเอกเหมือนเดิม แต่นางเอกมองออกเลยพูดแผนการที่อีกฝ่ายคิดอยู่ในใจออกมาทั้งหมดตรงๆ (ยังกับอับดุล55).... สุดท้ายอาสะใภ้สี่ก็เลยล้มเลิกแผนการ แล้วหันมาพูดเปิดอกกับนางเอกถึงเรื่องแผนต่างๆ ที่เคยวางไว้ในอดีต ...แต่ๆๆ สามีอาสะใภ้สี่ดันอยู่แถวนั้นพอดีก็เลยได้ยินเรื่องที่เมียตัวเองสารภาพทั้งหมด จบเลย สามีก็ไม่คิดว่าเมียตัวเองจะร้ายและทะเยอทะยานมากขนาดนี้ ขนาดชีวิตลูกในท้องก็ยังกล้าสละ เมียก็นึกว่าสามีจะง้อง่ายเหมือนที่ผ่านมา แต่คราวนี้อานางเอกเอาจริง ไม่สงสารไม่ใจอ่อน แม้แต่ลูกในท้องก็ช่วยเรียกความรักความสงสารไม่ได้ สุดท้ายเรื่องไปถึงหูย่านางเอก ย่าก็เลยจัดการเปลี่ยนบ่าวไพร่ในจวนของอาสะใภ้สี่ใหม่หมด เตรียมส่งนางไปอยู่ที่อื่น จากนั้นก็ให้คนส่งข่าวไปบอกบ้านเดิมของอาสะใภ้สี่ด้วยว่าลูกหลานบ้านเธอเป็นแบบนี้นะ...

มาถึงเล่ม 9 ขอตั้งชื่อว่าการล่มสลายของจวนองค์หญิงใหญ่ รอมาตั้งแต่เล่มแรกและว่าสองแม่ลูกคู่นี้จะมีจุดจบยังไง ในที่สุดก็ได้เห็น จะว่าไปตั้งแต่ถูกนางเอกเปิดโปงแผนการในเล่มแรก จวนองค์หญิงใหญ่ก็เริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแหละ เรื่องไม่ดีอะไรที่เคยแอบไปทำเอาไว้ลับหลังก็เริ่มถูกขุดออกมาแฉ เริ่มมีปัญหาบาดหมางกับฮ่องเต้ ไทเฮาที่คอยเป็นแบ็กให้อยู่ในวังก็เริ่มไม่เป็นที่โปรดปราน การค้าที่ทำลงไปก็ขาดทุนหนัก ส่อแววจะเจ๊ง หนำซ้ำยังมาตรวจพบเรื่องที่แม่เลี้ยงสามีโกงเงินไปอีก องค์หญิงใหญ่ก็เลยเอาคืนด้วยการยัดอนุไปให้พ่อสามีเพิ่ม โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองก็ถูกคนวางแผนจ้องจะเล่นงานมาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน...

แม่เลี้ยงสามีนี่ก็ร้าย รู้ว่าองค์หญิงใหญ่ชอบลูกเลี้ยงตัวเอง(ราชบุตรเขย เป็นลูกชายคนโตของสามี) แต่ตอนนั้นลูกเลี้ยงแต่งงานมีครอบครัวแล้ว องค์หญิงใหญ่ก็ไม่อาจลดตัวเป็นอนุ แม่สามีก็เลยจัดให้ วางยาฆ่าเมียลูกเลี้ยงซะ แล้วก็วางยาให้ลูกเลี้ยงได้เสียกับองค์หญิงใหญ่จนต้องแต่งงานกัน แล้วก็ส่งลูกสาวของลูกเลี้ยงกลับไปอยู่บ้านตายาย ทำเสมือนเด็กคนนี้ไม่มีตัวตน เอาใจองค์หญิงใหญ่เต็มที่ เพื่อที่ลูกชายแท้ๆ ของตัวเองจะได้ขึ้นเป็นซื่อจื่อแทน แถมยังได้สินเดิมของเมียลูกเลี้ยงมาครองด้วย ยิงทีเดียวได้นกหลายตัวเลย ...

พอถึงเล่ม 10 ก็ได้เวลาจัดการกากเดนที่เหลือรอดของคังอ๋องแล้ว ได้รู้กันสักทีว่าใครคือคนที่แอบช่วยพระชายาคังอ๋องมานานกว่าสิบปี จบเรื่องกากเดนคังอ๋องก็มาต่อที่สมาคมเฟิงกู่ สมาคมลึกลับที่ดูเหมือนจะมีอะไร แต่ก็...ไม่ได้มีบทบาทอะไรเท่าไร55 นึกว่าจะออกมาทำเรื่องอะไรที่มันสะเทือนเลือนลั่นซะอีกแต่ก็ไม่มีแฮะ ก็เฉลยลาสบอส ที่มาที่ไปของสมาคม ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่นางเอกที่มีความทรงจำในชาติก่อนติดตัวมาด้วย แต่ปรากฏว่ายังมีคนอื่นด้วยนะจ๊ะ แบบตายแล้วก็ได้กลับมาเกิดใหม่วนเวียนซ้ำๆ อยู่ในชาติเดิมถึง 7 รอบ(น่าเบื่อตายเลย) อีกฝ่ายก็เลยได้เห็นธาตุแท้+อุปนิสัยของอ๋องแต่ละคนที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์และก็จบลงด้วยการล่มสลายของแผ่นดินทุกครั้ง ก็เลยอยากจะหาทางเปลี่ยนแปลงอนาคต เฟ้นหาฮ่องเต้ที่ดีมีคุณธรรมมาปกครองบ้านเมือง ลองผิดลองถูก ตายๆ เกิดๆ มาถึงเจ็ดชาติกว่าจะมาลงตัวที่ชาตินี้ เพราะถึงจะมีความทรงจำจากชาติก่อนติดตัวมาแต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะบางสิ่งบางอย่างก็คล้ายกับถูกเบื้องบนลิขิตมาแล้วจึงไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไร บางคนที่ตายก็ยังคงต้องตายเหมือนเก่า บางเรื่องก็ได้แต่รอให้มันเกิดแล้วค่อยหาทางแก้ไขเอา อ่านแล้วก็นึกถึงเรื่อง เบื่อนักโจ๊กล่าปา ข้าไม่ย้อนเวลาอีกได้ไหมที่มีตัวละครหนึ่งตายแล้วได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ซ้ำๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตแบบนี้เกือบร้อยรอบ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้ จนกระทั่งมีตัวแปรใหม่โผล่มา ซึ่งในเรื่องนี้ก็คือนางเอกนี่แหละ...

ตอนจบแฮปปี้ ทุกคนต่างมีเส้นทางเดินชีวิตของตัวเอง พาร์ตสืบคดีมีมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับว้าว เรื่องกบฏก็ไม่ค่อยเท่าไร บางช่วงก็แอบเนือยๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าเรื่องในเรือนหลังบ้านยังมันมีอะไรให้น่าลุ้นกว่า ส่วนพาร์ตความรักอาจจะไม่ค่อยหวานแต่ก็น่ารักดี ความรักแบบมองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เคารพการตัดสินใจของกันและกัน ให้อิสระแก่กัน ไม่มีการบีบบังคับหรือพ่อแง่แม่งอน พระเอกนี่ใสมาก ถ้าเป็นเรื่องรักคือเหมือนเด็กน้อยเลย แค่ถูกหอมถูกกอดก็หน้าแดงไปต่อไม่ได้แล้ว แต่เรื่องอื่นๆ คือเชื่อมือพี่แกได้ เป็นได้ทั้งคนรัก คู่หู ที่ปรึกษา เหมาะกับนางเอกแล้วแหละ ผัวร้องเมียรับจริงๆ คู่นี้ เรื่องนี้ไม่มีมือที่สามที่สี่เน้อ ไม่มีพระรองที่มาแอบหลงรักนางเอก ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง สบายจายยได้55

#ออกจากจวนมาไขคดี 10 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvZrfJeX3




วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566

จิตลับ.. หัวใจรัก 2 เล่มจบ

 


จิตลับ.. หัวใจรัก 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : เช่อเยี่ยหลิวเซียง
ผู้แปล : พันมัย
ปก : afternoontm
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หลานไห่ซิง เป็นนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เคยช่วยตำรวจไขคดีฆาตกรต่อเนื่องในคดีฆ่าข่มขืนได้สำเร็จ จนเกือบทำให้ถูกที่บ้านของผู้กระทำผิดซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลฟ้องร้อง นางเอกมีแฟนที่คบกันมานาน 4 ปี เป็นหมอในที่ทำงานเดียวกัน แต่วันหนึ่งก็ถูกบอกเลิก และแฟนก็ไปมีแฟนใหม่ที่เป็นคุณหนูบ้านรวยที่สวยกว่า รวยกว่าและอ่อนโยน ต่อมานางเอกก็ถูกว่าจ้างให้ไปช่วยรักษาอาการความจำเสื่อมของลูกเลี้ยงอดีตดาราสาวสวย ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงดร.ด้านจิตวิทยาที่จบจากเมืองนอกและมีแววจะเป็นโรคหลายบุคลิก ...นางเอกเลยต้องไปหาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายเพื่อคอยสอดส่องดูพฤติกรรมและสืบหาต้นตอของปัญหาเพื่อหาวิธีรักษา ระหว่างนั้นนางเอกก็ถูกเพื่อนสนิทที่เป็นตำรวจร้องขอให้ไปช่วยไขคดีอยู่เรื่อยๆ ไขไปไขมาก็ยิ่งได้เจอปริศนารวมถึงความผิดปกติบางอย่างในความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้กระทำผิดและเหยื่อ จนนำไปสู่การตามล่าหาตัวคนร้ายตัวจริงที่คอยบงการชักใยอยู่เบื้องหลัง...

มาอีกหนึ่งเรื่องแว้วววแนวถนัดของพี่อรุณ แนวสืบสวนสอบสวนไขดีโดยใช้หลักจิตวิยาเข้าช่วย พระ-นางจบด้านจิตวิทยาทั้งคู่ คนหนึ่งเป็นหมอส่วนอีกคนเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นางเอกถูกจ้างให้ไปรักษาอาการความจำเสื่อมของพระเอก และต้องเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมที่เบื้องหลังอาจมีผู้ชักใยคนเดียวกันแอบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะนำพานางเอกไปเจอกับเรื่องราวบางอย่างในอดีตที่ถูกลืม ความทรงจำบางอย่างที่ถูกปิดตาย ใครจะไปคิดว่าเพราะการถูกว่าจ้างให้รักษาอาการความจำเสื่อมของคนอื่น สุดท้ายจะเป็นการทำให้ตัวเธอได้ค้นพบความลับของตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อน ใครบางคนที่ตื่นขึ้นมาและถูกฝังกลบไปพร้อมๆ กับความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ...

ตกลงใครกันแน่ที่ความจำเสื่อม?

ใครกันแน่ที่เป็นโรคหลายบุคลิก?

...สรุปแล้วนี่คือการรักษาเขาหรือว่าเธอ?...

ความจริงทุกคนต่างก็มีบาดแผลของตัวเองที่อยากปกปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ บางคนก็เลือกที่จะไม่พูดถึง บางคนก็เลือกที่จะเอาไปลงกับคนอื่น แสดงออกด้วยวิธีการที่ก้าวร้าวรุนแรง แต่บางคนก็เลือกที่จะหนีหรือลบความทรงจำส่วนนั้นทิ้งไป แต่ไม่ว่าจะทางไหนสุดท้ายเราก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การตามล่าหาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ แต่ยังเป็นการปลดล็อคปมในใจหรือบาดแผลของใครบางคน ผ่านการเดินทางสืบหาความจริงของนางเอกที่จะพาเราไปพบกับเรื่องราวในอดีตที่หลายๆ คนเลือกที่จะไม่พูดถึงหรือฝังกลบมันไว้ โดยมีตำบลเล็กๆ ที่เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อนเป็นจุดเริ่มต้น ...

ส่วนตัวเราว่าเนื้อเรื่องเดายากประมาณนึง มาแนวเล่นกับจิตใจ หลอกในหลอก หลังๆ คือเริ่มระแวงไปหมด มีอะไรให้ลุ้นและสงสัยอยู่ตลอด ทำให้เราอยากติดตามค้นหาความจริงไปพร้อมๆ กับนางเอก โดยมีพระเอกคอยแอบช่วย ให้คำแนะนำและบอกใบ้เฉยๆ ที่เหลือก็คือปล่อยให้นางเอกไปแกะสืบหาเอาเอง...แต่ตอนจบที่จับคนร้ายได้เราว่าแอบง่ายไปหน่อยอะ 

ป.ล. ชอบเพื่อนสนิทนางเอกที่เป็นตำรวจมากเลยอะ จนบางทีก็แอบสงสารเวลาพี่แกถูกนางเอกเย็นชาเสียงแข็งใส่แบบนั้นบ่อยๆ แอบนอยด์ๆ แทนนิดนึงอะ T^T

ป.ล. อ่านจบแล้วถึงค่อยเข้าใจว่าทำไมแฟนเก่าถึงได้เลิกกับนางเอก


📍จิตลับ.. หัวใจรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/20nLstwjjj




วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 5-7

 

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 5-7 (10 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เหยาจี้ซาน
ผู้แปล : สนสราญ
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

มาถึงเล่ม 5 ในที่สุดป๊ะป๋าของนางเอกก็กลับมาแว้ววว แต่ๆๆ...น่าเสียดายที่จุนพ่อกลับจำเรื่องราวที่หายไปในช่วงแปดปีนั้นไม่ได้เลย ก็เลยถูกฮ่องเต้เรียกตัวไปสอบและต้องกินยาพักรักษาตัวอยู่แต่ในบ้าน กลายเป็นคนว่างงานไป แต่ไม่นานก็มีคนมาแสดงตัวอ้างว่าเป็นลูกเมียของพ่อ แม่นางเอกชีช้ำอย่างหนัก ส่วนจุนพ่อก็จำอะไรไม่ได้คือเก่า แต่ๆๆ ความซวยยังไม่หมด เพราะหลังจากนั้นก็มีคดีฆ่าคนตายเกิดขึ้นภายในบ้าน สาวใช้แม่นางเอกตกหลุมพรางและถูกทางการจับเข้าคุก แถมคนที่ตายยังอาจเกี่ยวข้องกับคดีลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในครั้งนั้นอีก ดังนั้นพ่อนางเอกก็เลยถูกสงสัยและต้องโดนกักตัวไปด้วย ...

จวนกั๋วกงบ้านนางเอกพากันเครียด กลัวจะซวยทั้งบ้าน ปู่นางเอกเลยมีความคิดจะให้บ้านนางเอกแยกออกไป แต่ยังไม่ทันได้พูด บ้านนางเอกก็ชิงขอแยกตระกูลออกไปก่อนเองแล้ว ...จากนั้นนางเอกก็ขออนุญาตฮ่องเต้เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการสอบสวนคดีที่เกิดขึ้นในจวนตัวเอง ในฐานะทนายแก้ต่างของสาวใช้... เพราะเรื่องนี้จึงทำให้บ้านฝั่งพ่อนางเอกถูกลดขั้นลง และด้วยสาเหตุบางอย่างพ่อนางเอกจึงถูกปล่อยตัวและได้ตำแหน่งขุนนางขั้นสี่มาครอง... เหมือนจะดีแต่ความสัมพันธ์ในบ้านกลับจืดจาง แม่นางเอกไม่โอเคที่พ่อนางเอกทำให้เกิดปัญหาโดยไม่คิดถึงอนาคตของลูกและทุกคนในครอบครัว ก็เลยขอแยกเรือนไม่อยู่ด้วย ส่วนนางเอกก็รู้สึกว่าพ่อมีอะไรปิดบัง หนำซ้ำยังเป็นตัวการทำให้แม่เสียใจสุขภาพไม่ดี ไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดกับคนในครอบครัวก็เลยทำใจสนิทสนมกับพ่อไม่ลง ...

ในเล่มนี้นางเอกของเรานอกจากจะเปิดโรงหมอก็ยังมีแผนงานบลาๆ อีกมากมายนำเสนอต่อฮ่องเต้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือการนำความรู้และสิ่งประดิษฐ์จากในยุคปัจจุบันมาใช้นี่แหละ เช่นการจดสิทธิบัตร หรือการจัดตั้งชุมนุมการแสดงแห่งราชสำนัก ยังไม่นับเรื่องการพยายามทำยาเพนิซิลลินอีกนะจ๊ะ เก่งหลายๆ จำได้ว่าตอนชาติปัจจุบันนางเอกตายก่อนอายุ 20 นะ ไม่ได้เรียนคณะแพทย์หรือเภสัชด้วย  แต่อาศัยความจำตอนเรียนวิชาเคมีตอนม.ปลายเอา แต่ทำได้ถึงขนาดนี้คือเก่งโพดดๆๆ ตอนอ่านยอดหญิงหมอเทวดาที่นางเอกเคยเป็นหมอมาก่อนก็ว่าว้าวแล้วนะ มาเรื่องนี้นี่แบบโอ้วววว จะไปสุดที่ตรงไหนล่ะเนี่ย55 (เก่งอะไรขนาดน้านนน)...

ต่อมานางเอกก็ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยง แล้วก็เกิดเรื่องอีกแล้วจ้าาา 55 ไม่เข็ด..คือถ้าเป็นเรานี่อาจจะเลิกไปแล้วนะไปทีไรมีเรื่องทุกที บันเทิงจริงๆ 55 .. รอบนี้ลูกพี่ลูกน้องคนเดิมของนางเอกถูกคนซ้อนแผนกลับเกือบซวย แต่พอรอดมาได้ก็ดันไปมีเรื่องกับลูกสาวขององค์หญิงใหญ่คู่ปรับเก่าต่ออีก อีกฝ่ายก็ดันถูกใครไม่รู้ลอบวางยาพิษ แล้วอาการแสดงตอนไหนไม่แสดงดันมากำเริบตอนหลังจากทะเลาะกับพี่สาวนางเอกเสร็จ เดิมองค์หญิงใหญ่ก็โกรธเกลียดบ้านนางเอกจะตายอยู่แล้ว มาคราวนี้ก็ยิ่งคูณล้านไปเลยจ้าา และถึงพี่สาวนางเอกจะไม่ได้เป็นคนทำแต่ก็ต้องรับเคราะห์ไปด้วย โดยการถูกพระราชทานสมรสให้แต่งงานออกไปอยู่ที่ต่างเมือง...

ลูกสาวองค์หญิงใหญ่ก็แค้นเหลือหลาย แม้จะรู้ว่าใครคือคนร้ายตัวจริงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นางก็เลยเอามาลงที่นางเอกแทน เพราะนางเอกเป็นเพื่อนสนิทกับ... จะแก้แค้นโดยการขอให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ตัวเองแต่งกับพระเอก วางแผนซะดิบดี แม่กับยายก็คิดว่าเพื่อผลประโยชน์ของราชวงศ์ฮ่องเต้ต้องรับปากแน่นอน แต่ที่ไหนได้ฮ่องเต้กลับปฏิเสธแล้วไปพระราชทานสมรสให้พระ-นางแทนจ้า ต่อหน้าต่อตาทุกคน หักหน้ากันเห็นๆ 55 ...

พระเอกจากตอนแรกที่เฉยๆ กับบ้านองค์หญิงใหญ่ แต่พอรู้ว่าองค์หญิงใหญ่เกลียดและมีเรื่องบาดหมางกับว่าที่ภรรยาตัวเอง พระเอกก็เลยพลอยไม่ชอบบ้านองค์หญิงใหญ่ไปด้วย (บังอาจมารังแกว่าที่ภรรยาเรา) แต่เล่ม 6 พระเอกเขารุกจีบแล้วนะ อาจไม่หวือหวาร้อนแรงแต่ก็น่ารักดี ให้เกียรติกัน รักใสๆ ของคนฉลาดสุขุมพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงออก ก็เลยตะล่อมจีบด้วยการแอบอุ๊บอิ๊บผ้าเช็ดหน้าสาวไว้ นางเอกก็รู้นะแต่ไม่พูดอะไร เหมือนอนุญาตกรายๆ ให้พระเอกเก็บไว้ได้ จะให้ของขวัญทีก็ต้องบอกว่านี่คือหลักฐานสำคัญ 55 ..ไม่ได้บอกรักตรงๆ แต่ก็รู้ว่าจีบ รู้ว่าเขาชอบกัน ใจตรงกันแล้ว หลังได้สมรสพระราชทานพระเอกก็หมั่นไปรายงานตัวที่บ้านนางเอกแทบทุกวัน แต่ถ้าตัวเองต้องไปทำงานไกลหรือไม่อยู่ก็จะให้คนสนิทไปแทน ขยันทำแต้มสุดๆ

จากนั้นฮ่องเต้ก็จัดงานล่าสัตว์ นางเอกกับพ่อต้องไปเข้าร่วม โดยมีคุณหนูสามสกุลหวังขอติดตามร่วมขบวนไปด้วย ระหว่างล่าสัตว์นางเอกเจอคนซุ่มลอบโจมตี จากนั้นคุณหนูสามสกุลหวังก็ถูกคนทำร้ายอาการสาหัสเจียนตาย แต่โชคดีที่ได้หมอจากโรงหมอของนางเอกมาช่วยรักษาให้เลยรอดมาได้ ปิดท้ายด้วยนางเอกและพ่อต้องเดินทางไปส่งตัวเจ้าสาวหรือพี่สาวบ้านใหญ่ที่จี่หนาน ซึ่งเป็นเมืองที่ลุงนางเอกทำงานอยู่ บ้านใหญ่เลยอยากให้บ้านนางเอกช่วยออกหน้า ไหว้วานให้บ้านลุงนางเอกช่วยดูแลพี่สาวหน่อย เพื่อจะได้ไม่ถูกคนในบ้านสามีรังแก บ้านสามีพี่สาวคือใคร...ก็คือบ้านที่เคยนินทานางเอกตอนนั้นแหละจ้า(หนีไม่พ้นจริงๆ)  ฮูหยินบ้านนั้นก็ยังเชิดหน้าเมินนางเอกเหมือนเคย แต่พอนึกได้ว่าพี่ชายนางเอกยังโสด ชาติตระกูลดี อนาคตไกล ก็เลยกลับตัวพยายามมาตีสนิททำดีด้วย เพื่อหวังจะดองกับบ้านนางเอก ...

เราว่าเรื่องนี้นอกจากเน้นที่การสืบคดีของนางเอกแล้ว หากไม่นับเรื่องการเมืองการชิงอำนาจ ส่วนใหญ่ก็หนักไปที่เรื่องการฟาดฟันของสตรีในเรือนหลังนี่แหละ การต่อสู้ชิงดีชิงเด่นของสตรีในเรือนหลังไม่ว่าจะก่อนหรือหลังแต่งยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ น่าเห็นใจสตรีในยุคโบราณมาก ทางเลือกน้อยจริงๆ ชื่อเสียงสำคัญยิ่งกว่าชีวิต อย่างคุณหนูสามสกุลหวังที่ได้รับบาดเจ็บ นี่ถ้าไม่ได้หมอหญิงจากโรงหมอของนางเอกมาช่วยรักษานะ ต่อให้หายดีรอดตายมาได้ชีวิตก็ยังเหมือนตายทั้งเป็นอยู่ดี เพราะถูกหมอที่เป็นผู้ชายเห็น+สัมผัสร่างกายในตอนรักษาแล้ว แค่นี้ก็ทำให้ชื่อเสียงเสียหายถูกคนนินทาแต่งไม่ออกแล้วอะ น่าเศร้าไหมล่ะ T^T ...

ส่วนตัวเราว่าอ่านได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับว้าวมาก เรื่องรักๆ อาจน้อยแต่ก็ใช่ว่าไม่มีเลย พระเอกรักเดียวใจเดียว ชัดเจน รักและให้เกียรตินางเอกมาก  นางเอกก็นิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ความรู้สึก ยังไม่เคยเห็นนางโกรธเลย เห็นแต่รอยยิ้มพิลึกพิลั่น 55 อีกอย่างคือซูหลายๆ แทบจะทำได้ทุกอย่างเลยมั้งเนี่ย 55 ...คดีมีมาเรื่อยๆ มาทีก็ใหญ่อยู่ ทุกคดีตั้งแต่เล่มแรกจนถึงตอนนี้มีจุดเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน ยังไม่รู้ว่าตัวการใหญ่คือใคร แต่แอบเดาว่าน่าจะเป็นพรรคพวกที่เหลือของคังอ๋องรึเปล่า? แล้วก็มีสมาคมเฟิงกู่โผล่ออกมาอีก นี่ก็ลึกลับพอๆ กัน ยังไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของสมาคมนี้คืออะไร ดีหรือไม่ดี? แถมพ่อนางเอกก็ดูเหมือนจะมีซัมธิงเกี่ยวข้องกับสมาคมนี้ด้วย...


#ออกจากจวนมาไขคดี 10 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvZrfJeX3



วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 3-4

 


ออกจากจวนมาไขคดี เล่ม 3-4  (10 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : เหยาจี้ซาน
ผู้แปล : สนสราญ
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ต่อจากเล่มที่แล้ว นางเอกกับแม่และพี่ชาย เดินทางออกจากเมืองหลวงติดตามไปกับบ้านของท่านลุง(พี่ชายแม่) ที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ที่ต่างเมืองเพื่อไปเยี่ยมท่านยายและใช้โอกาสนี้หลบหลีกความพิโรธขององค์หญิงใหญ่ ระหว่างทางได้เจอกับกลุ่มผู้อพยพที่หนีภัยมา รวมถึงชาวบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบกดขี่มานานหลายปีและต้องใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก พยายามแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น ฉากหน้าของท่านลุงนางเอกคือการพาทุกคนมาแวะพักผ่อน แต่ฉากหลังคือการสืบหาความจริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความลำบากของชาวบ้าน รวมไปจนถึงการโกงกินเงินทองที่ราชสำนักส่งมาบรรเทาภัยพิบัติให้แก่ประชาชน เกี่ยวพันโยงใยกับหลายหน่วยหลายฝ่าย ทั้งเบื้องล่างเบื้องบน จนทำให้นางเอกและเหล่าญาติฝ่ายสตรีที่เดินทางมาด้วยกันต้องตกเป็นเป้าถูกกลุ่มโจรตามไล่ล่าสังหาร ต้องหนีหัวซุกหัวซุน ท่ามกลางผู้คุ้มกันแค่สามคน! ...แต่ๆๆๆ ด้วยความฉลาดมีไหวพริบและการวางแผนระลอกแล้วระลอกเล่าของนางเอก จึงทำให้ทุกคนปลอดภัยไม่มีใครต้องจบชีวิตลงระหว่างที่หนีตาย ...สุดยอดไหมล่ะพี่จ๋าาา โจรจากสามสิบแต่เจอนางเอกวางแผนหลอกล่อขุดหลุมพรางจนเหลือแค่หกคน! แถมต่อจากนั้นยังได้ช่วยพระเอกคิดหาวิธีเข้าไปในสถานที่ที่มีค่ายกลอำพรางตาอีกด้วยนะจ๊ะ ...เก่งอะไรเบอร์นั้น ไขคดีก็ว่าเก่งแล้ว วางแผนปราบโจรก็ยังได้ เรื่องค่ายกลก็ยังไหว แถมยังสร้างเครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหยได้อีกด้วยนะจ๊ะ (นางเอกบอกว่าตอนเกิดในชาติปัจจุบันจน ไม่มีตังค์ซื้อน้ำหอมมาใช้ เลยไปอ่านวิธีทำเครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหย สุดยอดดด ว่าแต่...มันไม่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นแล้วรึ) 

ส่วนตัวรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มเจ้มจ้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีคนอยู่เบื้องหลังคอยชักใยวางแผนทำลายนางเอกทั้งทางตรงทางอ้อมอยู่ตลอด(รวมถึงคนรอบตัวนางด้วย) อย่างเรื่องปราบกลุ่มโจรที่นางเอกเอาชนะและรอดมาได้ แต่ไม่นานก็กลับถูกคนปล่อยข่าวใส่ร้ายให้กลายเป็นเรื่องแย่ๆ ทำลายชื่อเสียงของนางเอกและสตรีทุกคนที่อยู่ที่นั่นไปซะได้ จนทำให้ญาติผู้น้องของนางเอกถูกยกเลิกการหมั้นหมาย ส่วนพวกคุณหนูกับสตรีสูงศักดิ์อื่นๆ ในเมืองที่นางเอกไปถึงก็พากันรังเกียจดูถูกไม่อยากคบหาสมาคมกับพวกนาง ตอนแรกนางเอกไม่รู้ แต่ไปได้ยินคนนินทาตัวเองเข้าพอดี นางเลยโผล่หน้าไปประจันกับฝ่ายนั้นตรงๆ อิฝ่ายที่นินทาถูกจับได้ก็ไม่สลด ยังเชิดหน้าพูดแซะเขาไม่หยุด คิดว่านางเอกจะหน้าบางต้องเป็นฝ่ายอับอายแล้วถอยไปเอง ต้องยอมรับคำประณามอย่างเงียบๆ และอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวไม่กล้าสู้หน้าใครไปตลอดชีวิต

แต่นางเอกคือไม่จ้าาา ฉันไม่ได้ได้ทำอะไรผิด ทำไมฉันต้องอาย ทำไมฉันต้องหลบ ยกกฏหมายของแคว้นมาฟาดกลับนิ่มๆ  ไม่โมโหไม่โวยวายแค่เตรียมฟ้องกลับอย่างเดียว ใครทำอะไรผิดก็ว่ากันไปตามกฏหมาย เอาให้ศาลตัดสินไปเลย พอใครได้ยินแบบนี้ก็อึ้งสิ ปากหุบลงทันทีไม่กล้าไปต่อ เพราะสตรีในยุคโบราณส่วนใหญ่ถือชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชีวิต รักหน้าตารักชื่อเสียงของตัวเองยิ่งชีพ หากถูกฟ้องร้องหรือมีเรื่องไปถึงโรงถึงศาลจะผิดจะถูกไม่รู้ แต่แค่ต้องเดินเข้าศาลมันก็ทำให้อับอายขายขี้หน้าจนไม่อาจออกไปพบเจอใครได้แล้ว จากที่จะทำให้นางเอกอาย เลยกลายเป็นตัวเองนั่นแหละต้องอายแทน...

ความจริงอ่านมาหลายๆ เรื่องก็พอจะรู้แล้วว่าชื่อเสียงของสตรีโดยเฉพาะสตรีในยุคโบราณนั้นสำคัญมากแค่ไหน ในเรื่องนี้ยิ่งเห็นชัด เพราะมีสตรีหลายคนในเรื่องที่ถูกทำลายชื่อเสียงหรือชื่อเสียงเสียหายจากสาเหตุต่างๆ และสุดท้ายก็ถูกบีบให้ต้องตาย หรืออยู่โดยไม่มีทางเลือกมากนักไม่ต่างจากตายทั้งเป็น เช่นถูกขับไปอยู่ที่อื่น หรือไม่ก็ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน ออกไปไหนไม่ได้จนกระทั่งวันตาย หรือไม่ก็ถูกกดดันบีบให้ต้องตายทางอ้อม ...นางเอกตระหนักถึงจุดนี้ เลยอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยผู้หญิงในยุคนี้ ก็เลยขอฮ่องเต้สร้างสถานศึกษาสำหรับสตรี และขอสร้างสถานที่พำนักให้แก่สตรี เด็ก และคนชราที่ไม่มีที่ไป ที่ชื่อเสียงเสียหายหรือถูกคนในครอบครัวขับไล่และบลาๆ ให้คนเหล่านี้ได้มีที่พึ่งพิง เพราะรู้ดีว่าสตรีในยุคสมัยนี้ถูกกดขี่มากขนาดไหน ต่อให้ชื่อเสียงยังดีๆ แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีทางเลือกมากสักเท่าไร นางเอกเลยอยากสร้างสถานศึกษามอบความรู้ต่างๆ เพื่อให้ผู้หญิงในยุคนี้ได้มีทางเลือกที่มากขึ้น สามารถมีชีวิตอยู่และพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องเอาแต่อาศัยบุรุษ..

ปิดท้ายเล่มสี่ด้วยการที่นางเอกกับแม่ต้องเดินทางกลับเมืองหลวง(ซะแว้ววว) แต่เล่มนี้คดีที่พบศพในสระเริ่มมีความคืบหน้าแล้วนะ ลุ้นอยู่ว่าคนร้ายจะใช่คนเดียวกับที่เราคิดรึเปล่า อีกอย่าง เดาว่าการแต่งงานขององค์หญิงใหญ่กับราชบุตรเขยนี่คงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดแน่ๆ ต้องมีใครทำอะไรตุกติกแน่นอน เผลอๆ เมียคนแรกของราชบุตรเขยที่ตายไปก็ไม่น่าจะป่วยตายหรอก(มั้ง) คือปมเยอะได้อีก ของเก่ายังไม่เฉลยของใหม่ก็มาอีกแล้วนะจ๊ะ แถมยังมีเรื่องพ่อนางเอกที่กลับมาแล้วอีกด้วย ... 

ป.ล.เราว่าเรื่องนี้บทของตัวละครหญิงค่อนข้างเด่นกว่าผู้ชายนะ  ถึงพระเอกจะมีบทเยอะขึ้นแต่ส่วนตัวเราว่ายังไงก็ยังจาง เด่นไม่พอ สู้นางเอกไม่ได้อยู่ดีอะ

ป.ล. เล่มนี้พระเอกเหมือนจะเริ่มเหมือนรู้สึกอะไรกับนางเอกแล้วน๊าาา

ป.ล. เนื้อเรื่องไม่หนักและก็ไม่เบาจนเกินไป มีอะไรใหม่ๆ โผล่มาให้สงสัยอยู่เรื่อยๆ ปริศนาเยอะเดาทางไม่ออก เรื่องไขคดีก็สนุก การเมืองในราชสำนักก็ซับซ้อน เรื่องในเรือนหลังก็มัน (สตรีในเรือนหลังด่ากันทีวาจาคมกริบยิ่งกว่าใบมีด ด่ากันแบบผู้ดีแต่เจ็บจี๊ดถึงทรวง 55) 


#ออกจากจวนมาไขคดี 10 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvZrfJeX3