วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ลำนำราตรี 2 เล่มจบ



ลำนำราตรี 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จู่เวยหลิวเหนียน
ผู้แปล : อัญชลี เตยะธิติกุล
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก

เด็กหญิงที่ซุกซนสดใส ต้องพลัดพรากจากครอบครัวที่รัก 
ถูกจับตัวมาอยู่ในลัทธิมาร เติบโตท่ามกลาง ความทรงจําดํามืด 
ต่อสู้ดิ้นรน พิสูจน์ฝีมือกระทั่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสังหาร 
นางฝึกศาสตร์วิชาลับ ถึงขั้น ทําลายตนเอง ชีวิตนี้เป็นหรือตาย 
มีรักหรือไร้รัก ล้วนไม่ไยดี ทั้งหมดเพื่อการแก้แค้น

เด็กหนุ่มวัยสิบห้า ถูกจับตัวเข้าลัทธิมาร เจ็ดปีที่สาบสูญ 

เคี่ยวกรําให้เป็นมือสังหาร กระทั่งเป็นผู้คุ้ม กันเงาของนาง 
ยอมทําตามบัญชา คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ชีวิตนี้ต้องอยู่รอด
เพื่อรอคอยโอกาสหลบหนี หวนคืนมาตุภูมิ

สองดวงใจมาผูกพันด้วยปณิธานที่แตกต่าง...หนึ่งผลักไส หนึ่งไล่ตาม 

นางยอมแลกทั้งชีวิต เพื่อหนี้เลือดที่รอการสะสาง 
เขายอมแลกทั้งหัวใจ เพื่อแบกรับทุกอย่างแทนนาง 
เพื่อดึงนางออกมาจากอนธกาลแห่งเงาอดีต 
และพานางกลับมาด้วยกันกับเขา


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
จยาเยี่ย  เด็กสาวที่ถูกลัทธิมารจับตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก  
เพื่อเอาชีวิตรอดนางจึงกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เย็นชา ไร้รัก ไร้ความรู้สึกใดๆ 
ยอมแม้กระทั่งละทิ้งตัวเองเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวที่วางเอาไว้    
เซี่ยอวิ๋นซู เด็กหนุ่มรูปงามที่ถูกลัทธิมารลักพาตัวมาเช่นกัน ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากโหดร้ายต่างๆนานา เพียงแค่ขอให้ได้มีชีวิตรอดและกลับบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง  
ในอดีตเขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่รักความยุติธรรม และตรงไปตรงมา   
แต่เพราะความประมาท จึงทำให้พลาดพลั้งถูกจับตัวมา 
และกลายเป็นหนึ่งในผู้คุ้มกันเงาของจตุรทูตแห่งลัทธิมาร  
เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อในวันวานไม่มีอีกแล้ว เพราะหนทางเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอดและกลับบ้านได้นั้น
มีเพียงแต่ต้องสังหารผู้คน...

ในเล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางอยู่ในลัทธิมารโดยมีสถานะเป็นนายกับบ่าว  
พระเอกมีสถานะเป็นผู้คุ้มกันเงา มีหน้าที่คอยติดตามรับใช้และออกไปทำภารกิจตามคำสั่งนางเอก  
ซึ่งแต่ละภารกิจที่ออกไปทำก็แสนหนักหนา และเต็มไปด้วยกลอุบายต่ำช้าตามแบบฉบับของลัทธิมาร   ในช่วงแรกๆ พระเอกจึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะเขาไม่เคยฆ่าหรือทำร้ายใครโดยไร้เหตุผลมาก่อน  แต่พอไม่ทำ นอกจากตัวเองจะต้องตายแล้ว ก็ยังพานางเอกซวยตามไปด้วยอีก  
พระเอกเลยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง   

พอเข้าเล่มสองก็จะเป็นช่วงที่ได้ออกจากลัทธิมาร คนทั้งคู่ต่างหมดสถานะนาย-บ่าว  
ทีนี้แหละสายเปย์จัดเต็ม  มีลูกอ้อนลูกตื๊ออะไรพระเอกก็งัดเอาออกมาใช้หมด
ขอแค่นางเอกยอมอยู่ด้วย ให้ทำอะไรพี่แกก็ยอม  
นางเอกเลยจำใจติดตามพระเอกกลับไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ  
ทั้งจากทางคนรอบข้าง จากคนในบ้านพระเอก และจากตัวของนางเอง  
ซึ่งจากปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้ว่า...จะธรรมมะหรืออธรรม ...ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นมารได้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นมารแล้วต้องชั่ว หรืออยู่ฝ่ายธรรมมะแล้วต้องดีเสมอไป ...หึหึ
งานนี้พระเอกที่อยู่ตรงกลางเลยต้องรับบทหนัก เพราะต้องเจอแรงกดดันจากหลายฝ่ายหลายทาง  
แล้วไหนจะต้องพยายามเหนี่ยวรั้งนางเอกเอาไว้อีก  
ไม่งั้นเผลอแผล็บเดียวนางเอกก็เอาแต่จะจากไปทุกที...

ที่เราสนใจเรื่องนี้ก็เป็นเพราะตัวนางเอกที่เห็นบอกว่าเย็นชามากๆ    
กับพระเอกที่มีฐานะเหมือนองครักษ์หรือผู้ติดตามรับใช้  (เพราะส่วนมากเจอแต่พระเอกฐานะสูงกว่าหรือไม่ก็เท่าเทียมกัน)  
ซึ่งนางเอกก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเย็นชา ไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุก็เป็นเพราะนางสนและแคร์มากไง ถึงได้ต้องเย็นชาและเลือดเย็นขนาดนี้   
ส่วนไอ้ความลำบากโหดร้ายที่พระเอกได้เจอตอนอยู่ในลัทธิมารก็ยังถือว่าเล็กน้อย หากเอามาเทียบกับสิ่งที่นางเอกเจอ ที่ยังสามารถประคองสติและอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว .....
( แต่บางทีก็เย็นชามากไปจนเราเซ็ง พอเห็นนางร่ำๆ อยากจะไปจากพระเอกอยู่ตลอด ก็อยากจะตะโกนบอกให้รีบๆ ไปเถอะอยู่เหมือนกัน 55+)  

พระเอกจึงเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่บนโลกใบนี้ของนางเอก
ทำให้ใจที่แข็งปานหินเริ่มหลอมละลาย  จนอยากจะฝากทุกอย่างเอาไว้.....
แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้  เพราะยังมีเรื่องเลวร้ายอีกมากรอนางอยู่  
เห็นไหมใช่ว่าออกจากลัทธิแล้วก็จะสุขสมหวัง ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเลย ...
บอกเลยว่ากว่าจะถึงตอนนั้น ..กว่าจะจบเรื่อง คู่นี้ยังต้องเจออะไรอีกเยอะ  หึหึ.....

เรื่องนี้มีตอนพิเศษเยอะสะใจดี  ปมปริศนาอะไรก็เคลียร์ออกมาได้หมดไม่ค้าง  
สำนวนการแปลอ่านแล้วมีสะดุดเล็กน้อย..
คำศัพท์บางคำที่เลือกเอามาใช้ก็ดูหรูหราเกินไม่ค่อยเข้ากับประโยค  
( อันนี้แล้วแต่คนเน้อ บางคนอาจจะโอเคไม่เป็นไรก็ได้ .. / แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สนพ.พัฒนาปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ เน้อ สู้ๆ )


📍ลำนำราตรี 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7plMU0N0IZ







วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เงาเพลิงสะท้านปฐพี เล่ม 1-2


เงาเพลิงสะท้านปฐพี เล่ม 1-2 (8 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย
ผู้แปล : อวี้
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      ‘จูจู’ เด็กสาวชาวบ้านผู้ซึ่งห่างไกลจากคำว่า ‘หญิงงาม’ อยู่อักโข
อีกทั้งท่าทางทึ่มทื่อก็มักทำให้ถูกอันธพาลในหมู่บ้านรังแก
กระทั่งเด็กหนุ่มรูปงาม (ที่นางลอบเรียกว่า ‘เจ้าคนโฉด’) ย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ
นับแต่นั้นนางก็เพียงถูกคนคนเดียวรังแก พ่วงด้วยงานปัดกวาดซักล้าง หุงหาอาหาร
       ราวกับนางเป็นสาวใช้ประจำตัวเขาก็มิปาน!


เมื่อสำนักบำเพ็ญเซียนเซิ่งจื้อเปิดรับศิษย์ใหม่ เจ้าคนโฉดก็กำลังจะจากไปเข้าเรียน
ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยนางเป็นอิสระ มัดนางเข้ากับกองสัมภาระแล้วพาไปด้วยกัน
       โธ่! นางไม่อยากบำเพ็ญเซียนร่ำเรียนวิชาเสียหน่อย
แต่... ถ้าการได้เข้าเป็นศิษย์สำนักเซิ่งจื้อจะทำให้นางมีข้าวกิน มีที่ให้นอนอุ่นไปตลอดชีวิต
เช่นนั้นนางจะยอมอดทนอยู่กับเจ้าคนโฉดผู้นี้ต่อไปอีกสักระยะก็แล้วกัน!


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
       จูจู เด็กสาวชาวบ้านหน้าตาธรรมดาที่จัดว่าขี้เหร่มากกว่างาม แต่กลับมีฝีมือในการทำอาหารล้ำเลิศ  เพราะเหตุนี้จึงทำให้นางตกเป็นเบี้ยล่างไม่ต่างจากสาวใช้ของ อิ่นจื่อจาง เด็กหนุ่มรูปงามที่มีบ้านอยู่ติดกัน 

       และเมื่ออิ่นจื่อจางต้องขึ้นเขาไปสมัครเป็นศิษย์ที่สำนักเซิ่งจื้อ  
เขาจึงพาจูจูไปด้วยตามที่ได้รับปากไว้กับท่านยายของจูจู ...ว่าจะดูแลนางไปชั่วชีวิต  
จูจูอยากจะปฏิเสธใจแทบขาด แต่เพราะหวาดกลัวเจ้าคนโฉดอิ่นจื่อจางมาก 
จึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและตามไปเป็นสาวใช้ให้กับเจ้าคนโฉดผู้นี้ต่อไป

       ในช่วงแรกที่นางเอกเข้าไปเป็นศิษย์ที่สำนักเซิ่งจื้อนั้น   
นอกจากพระเอกกับศิษย์ในสำนักอีก 2-3 คนแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีใครชอบนางเอกเลย
รวมถึงพวกอาจารย์ด้วย  แต่พอนางเอกเริ่มหลอมยาดีๆ ได้ ทุกคนก็เริ่มให้การยอมรับ เริ่มประจบเอาใจ  และไม่อยากให้นางเอกไปไหนเพราะนักหลอมโอสถดีๆ นั้นหายาก 

        เรื่องนี้เลยมีอะไรให้ลุ้นให้น่าติดตามอยู่ตลอด  เพราะพระ-นางจะมีเรื่องเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
ให้ได้ฝึกฝีมือและโชว์ความสามารถ พระเอกเราไม่ค่อยห่วง เพราะพี่แกทั้งเก่งทั้งขยันสุดๆ อยู่แล้ว  
แต่นางเอกนี่สิ ทำเอาลุ้นทุกทีว่าจะผ่านไปยังไง จะผ่านไปด้วยวิธีไหน เพราะนางก็เหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ที่ไม่มีพลังและไม่มีวรยุทธ์อะไรเลย ( มีแต่ของวิเศษกับลูกหมูหนึ่งตัวเท่านั้นเอง..อิอิ (●`-∀-)b ) ...

        แน่นอนว่าพอพระ-นางเก่งขึ้นก็ทำให้มีคนอิจฉาริษยามากขึ้นเรื่อยๆ มีแต่คนอยากเก็บเพราะกลัวว่าจะเก่งมากไปกว่านี้  และก็ไม่อยากให้สำนักเซิ่งจื้อโดดเด่นจนแซงหน้าสำนักอื่นๆ ไปด้วย 
       อ่านไปก็สะท้อนใจไป...ว่านี่หรือความคิดของผู้บำเพ็ญเพียร มีแต่ความอิจฉาริษยา
ไม่อยากให้คนอื่นได้หน้า และทนไม่ได้หากจะมีใครเก่งกว่าตัวเอง  
พยายามสรรหาเหตุผลและวิธีการเพื่อมากำจัดอีกฝ่ายอย่างชอบธรรม  
หากชนะก็ดีไป แต่ถ้าแพ้เมื่อไรก็เคียดแค้นผูกใจเจ็บ และคิดแต่จะหาทางเอาคืน   
ซึ่งจากที่อ่านมา 2 เล่มจนถึงตอนนี้ ส่วนใหญ่ศัตรูที่เข้ามาก็จะเป็นแบบนี้แทบทุกคน  
ดีแต่หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัว  พอแพ้ก็ตีโพยตีพาย ดีแต่โทษคนอื่นเขา 
หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ผิด ...แกแหละที่ผิด เตรียมโดนเอาคืนได้เลยจำไว้  ( ̄▽ ̄;)

        เรื่องนี้สนุกมากๆ เลย ชอบตั้งแต่ที่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างแล้ว  
เป็นแนวเทพเซียน ฝึกตบะบำเพ็ญเพียร มีของวิเศษและสัตว์วิเศษ 
ซึ่งเป็นแนวที่ปกติเราไม่อ่านเลย แต่พอมาเจอเรื่องนี้ แค่บทแรกก็ติดหนึบแล้ว  
        สะดุดกับนิสัยของพระ-นางที่ต่างกันคนละขั้วแบบสุดๆ  
พระเอกเป็นคนเก่งมากกก เป็นอัจฉริยะหน้าใหม่ไฟแรงในการบำเพ็ญเพียร  
แน่นอนว่าหน้าตาก็ย่อมหล่อเหลาสง่างามด้วย แต่นิสัยพี่แกกลับดันแย่สุดๆ สวนทางกับหน้าตาเลย (=_=;))) 55+  ทั้งปากร้าย โหดเหี้ยม เย็นชา ซัดได้หมดไม่ว่าจะชายหรือหญิง  
กับนางเอกพี่แกก็ดุร้ายมาก เอะอะก็ด่าๆ ไม่พอใจก็ดึงหูๆ..ทำเอานางเอกกลัวจนหัวหดเลยทีเดียว
       ส่วนนางเอกนั้นตรงข้าม ทั้งอ่อนแอ ทั้งขี้ขลาดขี้กลัว หน้าตาก็ธรรมดาสุดๆ  
แถมตบะอะไรก็ไม่มี ฝึกบำเพ็ญเพียรกับเขาก็ไม่ได้  แต่โชคดีที่นางมีฝีมือในการทำอาหาร
และหลังจากนั้นก็หลอมยาได้  จึงทำให้พอลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้หน่อย 55+

        แต่ถึงพระเอกจะดุร้ายและโหดเหี้ยมยังไง  แต่พี่แกก็ปกป้องนางเอกแบบสุดๆ เลยนะ  
มีอะไรก็ดึงมาหลบหลังตัวเองตลอด ใครกล้ารังแกนางเอกพี่แกก็ซัดหมด
เพราะหมูโง่ตัวนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของพี่แก  พี่แกรังแกได้คนเดียว (=`(∞)´=)  ...
แล้วนางเอกก็กลัวพระเอกแค่คนเดียวด้วย  เพราะหากใครจะทำร้ายนางก็ต้องผ่านด่านพระเอกก่อน ถ้าผ่านได้นางถึงจะกลัว แต่ถ้าผ่านไม่ได้นางก็ไม่กลัวจ้า 55+

........................................................

- เรื่องนี้พระเอกเค้ามีหน้าที่ปกป้องนางเอกอย่างเดียว ส่วนเรื่องดูแลต้องยกให้นางเอกค่ะ 55+
ทั้งทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร  นางเอกจัดให้หมดแล้วแต่คุณชายใหญ่จะบัญชา ...

- คนอื่นเวลามาหานางเอกต้องเคาะประตูก่อน แต่พระเอกนี่ถีบประตูเดินเข้ามาเลยจ้า  
ไม่สนไม่แคร์ใครจะทำไม 55...~ヽ('ー`)ノ~ 



วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

หงส์คืนจันทร์



หงส์คืนจันทร์ เล่มเดียวจบ  / ผู้แต่ง : เยวี่ยหวาส่าหรง
ผู้แปล : Heroine
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
นางคือหงส์เหนือใครในแผ่นดิน...
แต่ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นเพียงอี๋เหนียงรองของบุรุษขี้โรคผู้หนึ่ง...

เมื่อหกปีก่อน ‘เซิ่งเสวี่ย’ จำต้องละทิ้งคนรัก ละทิ้งตัวตนเดิม
แล้วสวมรอยเป็นพี่สาวคอยเลี้ยงดูยุวกษัตริย์ ให้เขาได้นั่งบนบัลลังก์มังกร
แต่ก็ยังไม่แคล้วถูกคนก่อกบฎ นางจึงนำลัญจกรหยกและตราหงส์หนีออกมา
เพื่อไม่ให้ ‘ตงเยวี่ยอ๋อง’สถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ได้สมปรารถนา!

ทว่า เพียงเพราะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวที่หนีไปของผู้อื่น
นางก็กลายเป็นเจ้าสาวปัดเป่าเคราะห์ให้กับเจ้าบ่าวขี้โรค ‘หวาอวิ้นเฟิง’
เพียงพบกันวันแรกอาการเลือดพร่องของเขาก็กำเริบเสียแล้ว
ทั้งมารดาของเขายังสั่งให้นางห้ามเหยียบย่างออกจากเรือนไม่ต่างจากหญิงหม้าย!

ยิ่งอยู่ในคฤหาสน์สกุลหวานานวันเข้านางก็ยิ่งค้นพบความลับมากมาย
ทั้งผู้คนที่มากเล่ห์ การแก่งแย่งชิงดี การลอบทำร้าย และเส้นทางลับ
หรือว่านางยังไม่ทันได้กลับเข้าวังก็ต้องเอาชีวิตตนเองมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วกันแน่!
















ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
            เซิ่งเสวี่ย นางเอกของเรื่องต้องเข้าวังและกลายมาเป็นไทเฮาตั้งแต่อายุยังน้อย
เพื่อดูแลลูกชายของพี่สาวที่ด่วนจากไป    และเมื่อตงเยวี่ยอ๋องก่อกบฏนางจึงต้องหนีออกนอกวัง
พร้อมกับนำลัญจกรหยกและตราหงส์ติดตัวมาด้วย    
แต่หนีไปหนีมาอีท่าไหนก็ไม่รู้ถึงได้กลายมาเป็นอนุของพ่อค้าขี้โรค หวาอวิ๋นเฟิง ซะได้

อ่านเรื่องนี้จบแล้วก็ต้องกลับไปอ่านคำโปรยที่เคยลงเอาไว้ใหม่อีกรอบ 
แล้วก็นึกในใจว่านี่มันเรื่องเดียวกันเปล่าว๊า 
** เรื่องราวความรัก ความแค้นของเหล่าสตรี ความเข้มข้นในรั้ววัง! *** 
อะไรคือความเข้มข้นในรั้ววัง อะไรคือความแค้นของเหล่าสตรี ไหนๆ อยู่ไหน คุณหลอกดาวววว 
( กระซิกๆ ๆ )  เหตุการณ์ในเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในบ้านที่นางเอกหลงไปเป็นอนุ  
มีตอนอยู่ในวังหน่อยนึงแค่ต้นเรื่องกับตอนท้าย  ไอ้ความแค้นของเหล่าสตรีที่เราคิดว่าต้องเกี่ยวกับสนมนางในที่อยู่ในวังหลังแน่ๆ  แต่เอาจริงๆ ไม่ใช่นะฮ้าเป็นบรรดาเมียๆ ที่อยู่ในบ้านของพระเอกต่างหากฮ่ะ 
            ใครที่หวังจะได้อ่านเรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเรื่องราวในรั้วในวังอันนี้ไม่มีนะฮ้าๆ ๆ ๆ    
เปิดเรื่องมาปมดูใหญ่มาก  นางเอกดูเก่งดูฉลาดมากอายุแค่นี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้
ให้ดูแลรัชทายาทน้อยแล้ว  แต่พอเข้าไปอยู่บ้านพระเอกสกิลทักษะต่างๆ ที่เคยโม้ไว้ก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด  ถ้าไม่คอยย้ำเป็นระยะๆ ว่านางเป็นถึงไทเฮาก็เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย  
ส่วนไอเรื่องที่ต้องเอาตราหงส์หรือลัญจกรหยกไปขอความช่วยเหลือ 
เพื่อกลับมาปราบกบฏนี่ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเลยจ้า 55+....

มันเหมือนมากกว่ารักเล่มบางที่เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมาหน่อยนึง  
แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เจ้มจ้นอะไรเลย  พระเอกก็ใช้ได้คุ้มมาก คนเดียวเหมามันทุกบท....
ทั้งที่จริงๆ ตำแหน่งพี่แกก็สูงอยู่นะ 
แต่ทำไมแลดูเหมือนมีเวลาว่างมากมาย 55+ ...
สรุปคือมันเป็นเรื่องของคนรักเก่าที่มาทวงของคืนน่ะจ้าไม่มีไรมาก 
เอาไว้อ่านคลายเครียดแก้ขัด  สบายๆ  อย่าได้จริงจังไป........จบ


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ


ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : จวงจวง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก

ในยุคที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทอง
ใครมีความสามารถในการผสมสีและทอผ้า
คือบุคคลที่ใต้หล้าช่วงชิงกันมากที่สุด

ทว่าน่าเสียดาย ...

เด็กสาวที่เติบโตมาพร้อมกับอัจฉริยะภาพด้านการผสมสีอย่าง "จี้อิงอิง"
กลับไม่ได้รับโอกาสได้ต่อยอดสิ่งที่นับเป็นพรสวรรค์อันล้ำเลิศของตน 
นางเป็นบุตรสาวของโรงย้อมผ้าเล็กๆ ที่แสนจะเคร่งครัดในระเบียบประเพณี
โรงย้อมผ้าที่สืบทอดสูตรลับของผ้าไหมหายากสีหนึ่งมานานบร้อยปี

จากรุ่นสู่รุ่น  จากบุตรชายสู่บุตรชาย ...


กฏของบ้านมีอยู่ว่า  สูตรลับร้อยปีนี้จะสืบทอดเฉพาะทายาทชายเท่านั้น

มิยอมให้ตกแก่บุตรสาว  เพราะบุตรสาวเป็นเพียงคนนอกที่วันหนึ่งต้องแต่งออก
สูตรลับร้อยปีนี้สามารถส่งต่อไปยังสะใภ้ได้แต่ไม่อาจถ่ายทอดให้แก่ลูกเขย
เพราะลูกเขยเป็นเพียงคนนอกที่ถูกแต่งเข้า
ดังนั้น  นางจึงถูกห้ามเรียนรู้ รับรู้  หรือแม้กระทั่งก้าวเท้าเข้าไปในโรงทอผ้าของตระกูลตัวเอง

แต่ชะตากรรมของคนเรา  ฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว...เพชรก็คือเพชร

ต่อให้เอาโคลนทั้งหีบมาสาดใส่ ก็ยังเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่วันยังค่ำ
ใต้หล้านี้จะหาใครมากลบรัศมีของเพชรแท้ได้หรอกหรือ?

 ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

นางเอก จี้อิงอิง บุตรสาวคนรองของบ้านตระกูลจี้ ซึ่งเป็นตระกูลที่ทำกิจการโรงย้อมผ้า ตระกูลจี้มีสูตรลับประจำตระกูล แต่น่าเสียดายที่สูตรนี้จะตกทอดแก่บุตรชายและลูกสะใภ้เท่านั้น แม้นางเอกจะฉลาดเฉลียวมีความสามารถมากกว่าพี่ชายสักแค่ไหน แต่เพราะว่าเป็นลูกสาว จึงทำให้ไม่อาจเรียนรู้สูตรลับนี้ของตระกูลได้อยู่ดี 

นางเอกมีคนรักที่ผูกพันกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เพราะความแตกต่างของฐานะ จึงทำให้เขากับนางไม่อาจครองคู่อยู่ร่วมกันได้ นางเอกเสียใจมากแต่ก็เข้าใจเหตุผล จึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองและยอมตัดใจแต่โดยดี ทว่าอีกฝ่ายกลับดึงดันไม่ยอมเลิกรา จากคุณชายใสๆ สุภาพอ่อนโยน จึงกลายมาเป็นคุณชายขี้วีนโมโหร้ายและเจ้าคิดเจ้าแค้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ถึงนางเอกจะไม่ได้รับการถ่ายทอดสูตรลับของตระกูล แต่นางก็มีความสามารถในการผสมสี รวมถึงการแยกแยะสีที่ไม่ธรรมดา แต่ความสามารถที่ไม่ธรรมดานี้กลับชักนำเรื่องไม่ดีต่างๆ มากมายให้เข้ามาสู่ตัวนางและคนในครอบครัว ทำให้นางเอกเป็นที่ต้องการตัวของใครหลายๆ คน จนทำให้ที่บ้านเดือนร้อน ทำให้คนรอบข้างมีภัย กระทั่งตัวนางเองก็เกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งอยู่หลายครา...

พระเอกเรื่องนี้ก็มาจากตระกูลพ่อค้าเหมือนกัน แต่เพราะเป็นลูกอนุเลยถูกเลี้ยงดูมาแบบสปอยล์ตามใจ เพื่อไม่ให้สามารถสืบทอดกิจการของที่บ้าน หรือเก่งจนกลายมาเป็นคู่แข่งกับลูกเมียหลวงได้  ช่วงแรกพระเอกเลยดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ ไม่เอาไหน ใจร้อน เวลานางเอกเกิดเรื่องอะไรก็ช่วยไม่ค่อยได้และมาไม่เคยทัน ผิดกับพระรองที่โตกว่าและมีฐานะสูงกว่า เวลานางเอกเกิดเรื่องก็เป็นพี่แกนี่แหละที่โผล่มาช่วยไว้ได้เกือบทุกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ต่อให้ดีแค่ไหนแต่บทก็ไม่มีทางพลิก เพราะเรื่องนี้พระรองทำเรื่องเลวร้ายกับบ้านนางเอกเอาไว้เยอะ คู่นี้เลยเหมือนถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องไร้วาสนาไม่มีทางลงเอยกันได้อย่างแน่นอน

เรื่องราวในเรื่องจะเกี่ยวข้องกับการทอผ้าไหม ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ต้องมีเรื่องผ้าไหมเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งเหตุผลที่แคว้นอื่นยกทัพมาทำสงครามก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องนี้เลย เพราะนี่คือยุคสมัยที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทองคำ

ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดอยู่อย่างคือ...ต่อให้คุณค้าขายจนร่ำรวยมีเงินทองมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ใช่ขุนนางหรือไม่มีญาติพี่น้องที่เป็นขุนนางคอยเป็นแบ็กอัพอยู่เบื้องหลัง..คุณก็จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอยู่วันยังค่ำ(เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพระเอกส่วนใหญ่ถึงมักเป็นฮ่องเต้ เป็นอ๋องหรือเป็นแม่ทัพกัน)..เพราะในสมัยโบราณอาชีพพ่อค้าถือเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ชนชั้นเลย...  

เรื่องนี้สำหรับเราอ่านได้เรื่อยๆ นะคะ  ใน 2 เล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางได้พบเจอเรื่องราวและมรสุมในชีวิตมากมายที่ทำให้เติบโต จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาตลอด แต่อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็มาพลิกกลับในชั่วข้ามคืน พระเอกยังไม่เท่าไร แต่นางเอกนี่สาหัสมาก ตั้งแต่เลิกกับคนรักเก่ากราฟชีวิตก็ดิ่งลงเหวเจอแต่เรื่องร้ายๆ ตลอด กว่าจะผ่านแต่ละเรื่องไปได้ก็แทบจะกระอักเลือดตาย เพราะพระเอกก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ด้วย55+ ถึงต่อมาจะเก่งขึ้นแต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ค่อยได้อยู่ดี 55 (ถูกพระรองแย่งบทเจ้าชายขี่ม้าขาวไปบ่อยมาก)
พอมาถึง 2 เล่มสุดท้ายที่เข้าสู่ช่วงสงคราม หลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมาย นางเอกก็เริ่มคิดและมองเห็นอะไรเยอะขึ้น แต่น่าเศร้าที่พี่ชายและแม่ของนางกลับไม่ได้ฉลาดขึ้นสักเท่าไรเลย ยังคงมองโลกในแง่ดี ประหนึ่งว่าโลกนี้คงไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้เจอเรื่องคอขาดบาดตายกันมาตั้งขนาดนั้นแล้ว
ก็น่าจะคิดได้และมีเซ้นท์กันบ้าง 
แต่นี่อะไรยังคิดจะใช้ชีวิตชิวๆ กันต่อไป 
สุดท้ายเป็นไงล่ะแม่...เฮ้อออ


📍ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/LfQjCp1EG




วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน 4 เล่มจบ


อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Na Zhi Hu Li
ผู้แปล : กู่ฉิน
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก

เสียวเสี่ยวพาเวินซู่ที่บาดเจ็บสาหัสมุ่งหน้าไปตระกูลเสินหนงเพื่อขอรับการรักษา
ทว่าผู้นำตระกูลเสินหนงกลับเปลี่ยนมือเสียแล้ว  
เสียวเสี่ยวใช้ประโยชน์จากเหลียนเจาพาคนทั้งหมดหนีรอด
แต่ก็ทำร้ายจิตใจของเขา  ทำให้เส้นทางรักของเสี่ยวเสี่ยวขรุขระขึ้นทุกที

ขณะเดียวกันพวกอิ๋นเซียวตัดสินใจหลอกล่อสือมี่มาสังหาร
สกุลเหลียนซึ่งรับพระบัญชาให้ร่วมมือกับสำนักเสินเซียวย่อมถูกม้วนเข้าสู่เรื่องนี้
เสียวเสี่ยวที่ถูกกระหนาบอยู่ตรงกลางต้องลำบากใจทั้งชึ้นทั้งล่อง
ท่ามกลางเหตุการณ์ชุลมุน ทุกคนพบว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนร้ายของเว่ยฉี่ เพื่อชิงเก้าราชาเทพศาตรา
ขณะเดียวกันเว่ยฉี่ก็ใช้อุบสยขนได้ขึ้นเป็นเจ้าป้อมผู้กล้า
ไม่เพียงบีบให้สือเล่อเอ๋อร์เจ้าเมืองไท่ผิงแต่งงานกับตน
ยังจับมือกับเวินจิ้งทำลายสำนักต่างๆ หมายช่วงชิงเก้าราชาเทพศาตราที่เหลือ

เผชิยหน้ากับสถานการณ์ที่พลิกผันในชั่วข้ามคืน คนทั้งหมดตัดสินใจเป็นพันธมิตรกัน
ทว่าการหาผู้นำกลุ่มพันธมิตรที่สามารถทำให้ทุกคนยอมไว้หน้าสามส่วน
ยามนี้คงมีเพียงคนผู้เดียว ...

เสียวเสี่ยวมองแล้วมองอีก คิดแล้วคิดอีก  ในที่สุดก้เข้าใจเหตุผลข้อหนึ่ง ...
ที่แท้การเป็นประมุขยุทธภาพมิใช้อาศัยวรยุทธ์หรือสติปัญญา
ทว่าต้อง ... อาศัยเส้นสาย!

รีวิว  อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 1
http://marynlinsbook.blogspot.com/2017/11/1.html

รีวิว  อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2
http://marynlinsbook.blogspot.com/2018/02/2.html


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )


มาถึงสองเล่มสุดท้ายขอบอกเลยว่าสนุกมาก  อะไรจริงอะไรเท็จก็จะค่อยๆ โผล่ออกมาให้เห็นกันตั้งแต่เล่ม 3 นี่แหละ..อ่านแล้วไม่เบื่อเลย ถึงตัวละครจะเยอะแต่ก็จัดสรรบทได้อย่างคุ้มค่าทุกตัว  
นักเขียนสามารถคลี่คลายปริศนาทุกอย่างออกมาได้อย่างหมดจดและลงตัวในเล่มสุดท้ายพอดี  
ไม่มีการรวบรัดตัดตอนหรือรีบยัดทุกอย่างออกมาตู้มเดียว เพื่อให้จบๆ ไป  
เพราะตลอดทางทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายออกมาเอง อย่างถูกจังหวะและเวลา

เพราะเรื่องของเก้าราชาเทพศาตราจึงทำให้นางเอกถูกหมายหัว ถูกตามล่าจากราชสำนัก  
และเมื่อสำนักเสินเซียวกับเทพธนูสกุลเหลียนร่วมมือกัน  
แล้วเด็กสาวที่มีแค่วรยุทธ์แมวสามขาอย่างนางจะทำอะไรได้นอกจากหนีๆ ๆ ๆ แล้วก็หนี  
แต่ไม่ว่าจะหนีไปทางไหน ก็มักจะมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด  
จนกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคน  
หลายๆ คนไม่ว่าจะแค้นเคืองกันมาแต่ชาติปางไหน แต่พอมาอยู่ตรงหน้านางเอก ก็จะยอมไว้หน้าลงให้กันแต่โดยดี  ...นี่จึงเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างของนางเอกเรื่องนี้ คือไม่ต้องมีวรยุทธ์สูงส่ง 
ไม่ต้องใช้กำลังหรือฉลาดเป็นกรด แต่ก็สามารถทำให้พวกตัวเก่งๆ ในยุทธภพสามัคคีปรองดองกันได้ 55+  

ตั้งแต่เล่ม 3 จะรู้สึกหน่วงอยู่หน่อยๆ เพราะความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ดีของพระ-นาง 
ต้องมีอันมาหยุดชะงักเนื่องจากจุดยืนที่แตกต่างกัน 
และตัวนางเอกเองก็ไม่อาจทนปิดบังความจริงกับพระเอกได้อีกต่อไป  
...นางก็แค่อยากจะล่อลวงคุณชายดีๆ ที่มีชาติตระกูลดีงามสักคน  
เผื่อภายภาคหน้าจะได้มีกินมีใช้ ได้กินฟรีดื่มฟรีกับเขาบ้าง ... 
แต่จนใจที่คุณชายคนนี้กลับดีงามเหลือเกินนนนน 
จนทำให้นางไม่อาจหลอกลวงเขาได้อีกต่อไปแล้ว ...เฮ้อ 

ส่วนพระเอกก็แน่นอนว่าเป็นคนที่เราเล็งไว้ ( ดีใจจริงๆ ที่ลงเรือไม่ผิดลำ 55+ ) ... 
2 เล่มแรกพระเอกจะยังไม่ค่อยเก่ง แต่พอเล่ม 3 พี่แกก็จะเก่งแบบก้าวกระโดดทันที 
( เพราะอะไรต้องลองไปอ่านน๊า ) ตอนแรกเรายังกังวล กลัวว่าพี่แกจะปกป้องนางเอกไม่ได้
เพราะนางเอกเหมือนตัวซวยอ่ะ ไปที่ไหนก็มีแต่เรื่อง แถมวรยุทธ์ก็ไม่ดี 
ถ้าพระเอกไม่เก่งคงแย่เลย  ...แต่พี่แกก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ในที่สุดออร่าพระเอกก็เปล่งประกาย  
ถึงจะไม่ได้เก่งที่สุดแบบยอดคน เพราะในเรื่องยังมีคนที่เก่งกว่า 
แต่เมื่อรวมกับนิสัยที่หนักแน่นมั่นคง จิตใจแน่วแน่ที่ไม่เคยไม่โลเลในจุดยืน รวมถึงหลายๆ อย่าง  
ก็สมแล้วที่นางเอกจะมีใจให้  
แม้จะมีใครอีกหลายคนที่เก่งกว่า และดูจะเข้ากันได้ดีกับนิสัยรักอิสรเสรีของนาง  
แต่กลับไม่มีใครที่ทำให้นางเอกรู้สึกอบอุ่นใจและเชื่อใจได้มากเท่ากับพระเอกเลย 
พระเอกเรื่องนี้เป็นคนที่ดีงามทั้งภายนอกและภายในจริงๆ  ปรบมือให้เลย.... แปะๆ ๆ

ในเล่มสุดท้ายนี้เราจะได้รู้ความลับของเก้าราชาเทพศาตรา และเบื้องหลังต่างๆ รวมถึงที่ไปที่มา
ในการกระทำของแต่ละคน  มีทั้งสุข เศร้า ซึ้ง หดหู่ใจ คละเคล้ากันไปตามแต่ละเรื่องราว 
...บางคนก็โชคดีที่ยังกลับตัวได้  แต่บางคนก็ฉุดไม่อยู่แล้ว ก็รับกรรมกันไปนะจ๊ะ...จบ

..........................................................................................................

        ' เสียวเสี่ยวดิ้นไม่หลุด  เงาหลังของเหลียนเจาที่อยู่เบื้องหน้าพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา  
ชั่วขณะนั้น  ทุกภาพเหตุการณ์ในอดีตพลันประดังขึ้นมาในคราวเดียว
ยามแรกพบหน้าโรงเตี๊ยม  ... ฉากชวนหัวยามที่นางร่วงจากหลังคาลงมาในห้องของเขา
...ในคฤหาสน์จีอวี่ นางกับเขาเป็นคนรับใช้และบุกตะลุยตำหนักใต้ดินด้วยกัน
 ..ในจวนสกุลเหลียน  เขาอุ้มแมวถามนางว่าชอบกินอะไร 
... บนทะเลตงไห่  เขานำทัพมาเพียงเพื่อปล่อยให้นางหนีไป  
ทั้งหมดนี้แจ่มชัดราวกับปรากฏอยู่ตรงหน้า  เร่งเร้าหัวใจของนางประดุจมีดกรีดเฉือน ...... ' 


วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ขันทีเจ้าดวงใจ 2 เล่มจบ


ขันทีเจ้าดวงใจ 2 เล่มจบ  / ผู้แต่ง : เฉียนเฉ่าโม่ลี่
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก

หากสวรรค์ต้องการทดสอบด้วยชีวิตใหม่ในยุคโบราณนี้... 
นางก็จะอยู่รอดให้ได้!
‘ กัวอ้าย ’ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งชีวิตนักศึกษาแพทย์ปีเจ็ด

จะกลายเป็นคุณหนู ‘ ซูลี่ ’ ผู้หนีตายไปได้
วันแรกของที่นี่นางเหลือเพียงชีวิต
ที่ต้องปลอมตัวเป็นชายให้รอดพ้นหูตาของทางการ
ชีวิตของนางพลิกผันครั้งแล้วครั้งเล่า 
สูญเสียคนที่ผูกพันมาตลอดทาง

สุดท้ายนางก็ใช้ชื่อ ‘ ชูรื่อ ’ เพื่อนคนเดียวที่จากไปในการเข้าวังไปเป็นขันที
 
ที่ที่อันตรายที่สุด... กลับปลอดภัยที่สุดสำหรับนาง
ในวังหลวงนางมีอิสรเสรี ถึงขั้นปลอมตัวเป็นนางกำนัลก็ยังกระทำได้
แต่เหตุใด... ‘ จูจันจี ’ ที่อยู่ในวังหวงไท่ซุนถึงได้ตามติดนางไม่เลิก
เจอกันครั้งแรกก็ถามชื่อ เจออีกครั้งก็อยากให้นางไปอยู่รับใช้ในตำหนัก
นางบอกเขาไปแล้วว่าตนเป็นขันที 

เขาก็ยังไม่ลดท่าทีกระตือรือร้นลงไป
หรือเขากำลังสงสัยตัวตนของนาง
หรือไม่ก็... กำลังนึกอยากตัดแขนเสื้อกับนาง!


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
กัวอ้าย  นักศึกษาแพทย์จากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ซูลี่ 
บุตรสาวสกุลซูที่ถูกราชสำนักสั่งกำจัดกวาดล้างทั้งตระกูลด้วยเหตุผลบางประการ  
ในวันที่กัวอ้ายทะลุมิติมาก็เป็นวันเดียวกันกับที่ตระกูลซูกำลังถูกกวาดล้างพอดี  
แม้จะหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ แต่นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา กัวอ้าย ในร่างของ ซูลี่ 
ก็ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ต้องปลอมตัวเป็นบุรุษ
และไม่อาจกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนธรรมดาได้อีกต่อไป

เป็นเพราะถูกตามล่าจึงทำให้นางเอกต้องจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นขันทีอยู่ในวังหลวง  
และด้วยหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดู ประกอบกับเป็นคนจิตใจดีและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
จึงทำให้นางกลายเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน จนวันหนึ่งก็ไปสะดุดตา จูจันจี หรือพระเอกเข้า 
ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอก็ล้วนแต่ถูกใจพี่แกทั้งนั้น ในเมื่อถูกใจขนาดนี้แล้วจะหนีไปไหนพ้น ก็ต้องกลายมาเป็นขันทีคนสนิทคอยรับใช้อยู่ข้างกายพระเอกนั่นแหละเอย...

ยิ่งพอได้ใกล้ชิดพระเอกก็ยิ่งถลำลึกมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นหญิงหรือชาย 
แต่เมื่อความจริงเปิดเผยก็กลับต้องดีใจเก้อ เพราะสถานะที่แท้จริงของอีกฝ่ายนั้นไม่ง่ายเลย
พระเอกจึงได้รู้ว่าเขากับนางคงไม่อาจอยู่ร่วมกันได้เหมือนอย่างที่เคยคิดไว้  ........

เรื่องนี้ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแนวเบาๆ หวานๆ แต่พอเอาเข้าจริงกลับดราม่ารันทดซะงั้น  
ทำให้นึกถึงเรื่องมเหสีตัวปลอมของนักเขียนท่านนี้เลย อารมณ์ประมาณนั้นเลย ......
จริงๆ เรื่องราวมันอาจไม่ต้องดำเนินมาถึงจุดๆ นี้ก็ได้นะ ถ้าปู่ของพระเอกจะไม่ยึดติดจนเกินไป  
หากปู่ปล่อยวางไอ้ความฝันที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงนั้นลงบ้าง  
ก็คงจะทำให้ชีวิตของใครหลายๆ คนมีความสุข และอาจไม่ต้องมาพบเจอกับจุดจบแบบนี้ก็เป็นได้  

ชายาของพระเอกสองคนที่แต่งเข้ามาฉากหน้าได้ชื่อว่าเป็นเมียที่ถูกต้อง
แต่ฉากหลังกลับต้องน้ำตานองหน้า เพราะสามีไม่เคยสนใจใยดีเลยสักนิด  
ยิ่งชายาเอกนี่ซวยสุดเพราะเป็นคนที่ถูกพระเอกเกลียดมากที่สุดเลย  
ทั้งๆ ที่นางนิสัยดีมากเจียมเนื้อเจียมตัว สงบเสงี่ยมอยู่ตลอดเวลา  
แต่เพราะความเกลียดและอคติมันบังตา พระเอกจึงมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น 
ส่วนชายารองถ้ามีประโยชน์พระเอกก็ถึงจะยอมเข้าใกล้และทำดีด้วย 
แต่พอหมดประโยชน์ก็บ๊ายบายทันทีจ้า  

ส่วนนางเอกก็เป็นคนที่ได้รับความรักและได้ครอบครองหัวใจของพระเอกแต่เพียงผู้เดียว 
แต่ก็ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่อาจเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกมาได้  
แม้พระเอกจะเป็นถึงรัชทายาทจนกลายเป็นฮ่องเต้ก็ยังทำไม่ได้เลยอ่ะ ...คิดดู   
ไม่แปลกที่นางเอกจะไม่ค่อยมีความสุขและคิดว่าตัวเองเป็นมือที่สามอยู่ตลอดเวลา ..
ส่วนพ่อพระเอกทั้งๆ ทีความสามารถไม่ถึงแต่ก็ต้องกลายมาเป็นรัชทายาท เพียงเพื่อจะให้ลูกหรือพระเอกสามารถขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากตนได้เท่านั้นเอง  
และเพราะเรื่องนี้จึงทำให้ปู่ต้องผิดคำพูดกับอาพระเอกที่เป็นอ๋อง
จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ... บลาๆ ๆ

ถึงจะดราม่าแต่ก็ยังจบแฮปปี้นะ  แต่ระหว่างทางอาจจะกระอักเลือดไปบ้าง55+ ... 
และก็เป็นนางเอกนี่แหละที่โดนเยอะสุด  ตอนที่ปฏิเสธพระเอกก็โดนพี่แกส่งไปทรมานอยู่ที่ฝ่ายซักล้าง  ถูกเมินบ้างแหละ เอาไปให้เมียตัวเองแกล้งบ้างแหละแล้วสุดท้ายก็ทนไม่ไหวก็ต้องตามไปช่วยเขาอยู่ดี  ไม่รู้จะทำไปทำม๊ายยย55+ ...
แล้วไหนจะแม่พระเอกอีก นี่ก็ทำเอานางเอกเกือบตายไม่รู้กี่ครั้ง  
สรุปเป็นนางเอกเรื่องนี้ต้องอึดต้องถึกจริงไม่งั้นคงได้โบกมือลาไปตั้งแต่บทแรกแล้วนะเออ 55+




วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ


ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Yuan Bao Er
ผู้แปล : ฉินฉง
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก

ไป๋ลั่วเจิง หญิงแกร่งผู้มีหน้าตางดงาม จิตใจเด็ดเดี่ยวและผ่าเผย 
เพราะตอนเยาว์วัยถูกอนุของบิดากับลูกสาววางแผนทำร้าย
แม้จะรอดชีวิตมาได้แต่ใบหน้ากลับเสียโฉม ต้องระเหเรร่อนอยู่ต่างถิน
และปลอมตัวเป็นบุรุษออกรบเพื่อปกป้องบ้านเมือง 

เดิมทีคิดว่าหลังจากขนะศึกจะได้กลับบ้านพร้อมเกียรติยศ 
ถอดชุดเกราะออก แต่งงานมีคู่ครอง ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากแต่งงานสามีของนางจะกลายเป็นบุรุษชั่วช้า
เห็นนางเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง พอใช้เสร็จก็ฆ่าทิ้ง

ในเมื่อสวรรค์เห็นใจนาง มอบโอกาสให้นางเกิดใหม่อีกครั้ง
นางจะไม่ปล่อยให้โศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
          ไป๋ลั่วเจิง  เพราะบาดแผลที่น่ากลัวบนใบหน้าประกอบกับฝีมือในการรบ
จึงทำให้นางได้รับสมญานามว่า “ แม่ทัพปีศาจ “   
แต่ทันทีที่ยกทัพกลับเมืองหลวง นางก็ถูกฮ่องเต้ยึดอำนาจคืน และกลายเป็นเพียงบุตรสาวคนรองของจวนโหว  ที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับบุตรชายคนรองที่เกิดจากอนุภรรยาของจวนกั๋วกง   
แต่คาดไม่ถึงว่าพี่สาวต่างมารดาที่เกิดจากอนุภรรยาของนางก็จะได้ตบแต่งเข้ามา และมีฐานะเป็นถึงภรรยาเอกเฉกเช่นเดียวกันกับนางด้วย  
...ซ้ำร้ายสามีของนางที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็กก็ยังรู้หน้าไม่รู้ใจ  
ภายใต้หน้ากากสุภาพอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนเจ้าแผนการร้ายลึก  
ส่วนจิตใจนั้นก็แสนโหดเหี้ยมอำมหิต เพราะท้ายที่สุดเขาก็คือผู้ที่มอบความตายในชาตินี้ให้กับนาง

นางเอกได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองเมื่อตอนอายุ 9 ขวบ  
เมื่อได้รับโอกาสใหม่ นางจึงพยายามเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเองกับคนที่รัก
เพื่อไม่ให้ต้องกลับไปซ้ำรอยเดิมอีก
  แต่เมื่อนางเอกเปลี่ยนจึงทำให้เรื่องราวหลายๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  
เรื่องที่เคยเกิดกลับไม่เกิด  ส่วนเรื่องที่ไม่เคยเกิดก็กลับเกิดขึ้นมา

แต่ถึงเรื่องราวจะต่างจากเดิมไปมากน้อยแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา  
เพราะนางเอกนั้นมีความทรงจำของชาติที่แล้วพร้อมวรยุทธ์ติดตัวมา  
รวมถึงยังล่วงรู้ความลับและจุดอ่อนของใครหลายๆ คนอีกด้วย  
เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด  
แต่ผลสุดท้ายนางเอกก็ยังคงจัดการได้อยู่เหมือนเดิม  
แถมชาตินี้ยังมีพระเอกคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ อีก เลยยิ่งดีเข้าไปใหญ่ 
ไม่เหมือนกับชาติที่แล้ว ที่ต้องต่อสู้อยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง ...

ในเรื่องนี้คู่แค้นตัวฉกาจของนางเอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสามีเก่ากับคนในบ้านของเขา  
และพี่สาวต่างมารดากับแม่เลี้ยงของนางนั่นเอง  
ซึ่งจริงๆ พอนางเอกได้กลับมาเกิดใหม่ นางก็ไม่ได้มุ่งมั่นหรือตะบี้ตะบันจะสังหาร หรือแก้แค้นอีกฝ่ายหรอกนะ คือถ้าอีกฝ่ายกลับตัวกลับใจหรือไม่คิดที่จะทำร้ายนางกับคนของนางแล้ว  
นางเอกก็ยินดีที่จะให้โอกาสและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว  
แต่เสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นกลับยังคิดร้ายอยู่เหมือนเดิม  
ยังคงทำแต่เรื่องไม่ดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็นำไปสู่จุดจบของตัวเอง  ....

จริงๆ พักหลังๆ มานี้จะเจอแนวพวกย้อนเวลากลับมาแก้แค้นเยอะมาก  
ที่ชาติที่แล้วตัวเอกอ่อนแอ ไร้ค่า ไม่มีใครรัก โดนฆ่าตายอย่างอนาถ 
แล้วได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ ... ถ้าไม่ได้มีวิญญาณใหม่ทะลุมิติมาสิงร่าง  
ก็จะเป็นวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมนั่นแหละ ที่กลับมาเกิดใหม่เอง  
พอฟื้นขึ้นมานิสัยก็จะเปลี่ยนกลายเป็นคนละคน  เก่งขึ้นมาทันที  
แล้วก็มีไอเทมเป็นพระเอกแสนดี รูปหล่อ บ้านรวย และมีอำนาจมาตกหลุมรัก 55+ ... 
พอเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้า เรื่องนี้ก็เลยไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับเราเลย  
ต่อให้นางเอกเจออุปสรรคหรือตกหลุมพรางตัวร้าย  
แต่เดี๋ยวสุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ แล้วเอาชนะไปได้แบบสวยๆ อยู่ดี  
มันก็จะวนลูปอยู่แบบเนี่ย   
... น่าจะมีคนเขียนเรื่องให้ทุกคนกลับมาเกิดใหม่เหมือนๆ กันหมดบ้าง  
เอาให้มีความทรงจำในชาติที่แล้วเท่าๆ กันทุกคนไปเลย จะได้แฟร์ๆ   
เผื่อจะมีใครอยากกลับใจเลือกทางเดินอื่น  ตัวร้ายอาจจะอยากเป็นคนดี  
แล้วคนดีที่ถูกข่มเหงมากๆ เข้า ก็อาจจะเปลี่ยนใจอยากเป็นตัวร้ายแทน 55+ ... 
ไม่งั้นแบบนี้คนที่กลับมาเกิดใหม่คนเดียวก็ได้เปรียบอยู่ดีนั่นแหละ 


- ชอบที่พอพระเอกไม่ช่วย นางเอกก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ก็หาทางเอาเอง 
- ชอบตอนที่บ้านนางเอกถูกไล่ออกจากจวนและต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่น  
- ชอบตอนที่นางเอกตบสั่งสอนญาติห่างๆ แอบสะใจกับคำด่าของนาง ด่าแบบเพราะๆ ผู้ดีแต่เจ็บมาก
- ชอบเล่มแรกจนถึงตอนที่นางเอกต้องหาทางช่วยพ่อที่ถูกจับข้อหากบฏ  
- พอหลังจากนั้นมันก็จะเริ่มเอื่อยๆ เหมือนมีแรงเฉื่อยคอยฉุดดึงเราไว้  
แล้วค่อยมารวบรัดฉับไวในตอนใกล้ๆ จะจบแทน... 55+



📍ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/AKSmdfArS8