วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

หงส์คืนจันทร์



หงส์คืนจันทร์ เล่มเดียวจบ  / ผู้แต่ง : เยวี่ยหวาส่าหรง
ผู้แปล : Heroine
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
นางคือหงส์เหนือใครในแผ่นดิน...
แต่ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นเพียงอี๋เหนียงรองของบุรุษขี้โรคผู้หนึ่ง...

เมื่อหกปีก่อน ‘เซิ่งเสวี่ย’ จำต้องละทิ้งคนรัก ละทิ้งตัวตนเดิม
แล้วสวมรอยเป็นพี่สาวคอยเลี้ยงดูยุวกษัตริย์ ให้เขาได้นั่งบนบัลลังก์มังกร
แต่ก็ยังไม่แคล้วถูกคนก่อกบฎ นางจึงนำลัญจกรหยกและตราหงส์หนีออกมา
เพื่อไม่ให้ ‘ตงเยวี่ยอ๋อง’สถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ได้สมปรารถนา!

ทว่า เพียงเพราะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวที่หนีไปของผู้อื่น
นางก็กลายเป็นเจ้าสาวปัดเป่าเคราะห์ให้กับเจ้าบ่าวขี้โรค ‘หวาอวิ้นเฟิง’
เพียงพบกันวันแรกอาการเลือดพร่องของเขาก็กำเริบเสียแล้ว
ทั้งมารดาของเขายังสั่งให้นางห้ามเหยียบย่างออกจากเรือนไม่ต่างจากหญิงหม้าย!

ยิ่งอยู่ในคฤหาสน์สกุลหวานานวันเข้านางก็ยิ่งค้นพบความลับมากมาย
ทั้งผู้คนที่มากเล่ห์ การแก่งแย่งชิงดี การลอบทำร้าย และเส้นทางลับ
หรือว่านางยังไม่ทันได้กลับเข้าวังก็ต้องเอาชีวิตตนเองมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วกันแน่!
















ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
            เซิ่งเสวี่ย นางเอกของเรื่องต้องเข้าวังและกลายมาเป็นไทเฮาตั้งแต่อายุยังน้อย
เพื่อดูแลลูกชายของพี่สาวที่ด่วนจากไป    และเมื่อตงเยวี่ยอ๋องก่อกบฏนางจึงต้องหนีออกนอกวัง
พร้อมกับนำลัญจกรหยกและตราหงส์ติดตัวมาด้วย    
แต่หนีไปหนีมาอีท่าไหนก็ไม่รู้ถึงได้กลายมาเป็นอนุของพ่อค้าขี้โรค หวาอวิ๋นเฟิง ซะได้

อ่านเรื่องนี้จบแล้วก็ต้องกลับไปอ่านคำโปรยที่เคยลงเอาไว้ใหม่อีกรอบ 
แล้วก็นึกในใจว่านี่มันเรื่องเดียวกันเปล่าว๊า 
** เรื่องราวความรัก ความแค้นของเหล่าสตรี ความเข้มข้นในรั้ววัง! *** 
อะไรคือความเข้มข้นในรั้ววัง อะไรคือความแค้นของเหล่าสตรี ไหนๆ อยู่ไหน คุณหลอกดาวววว 
( กระซิกๆ ๆ )  เหตุการณ์ในเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในบ้านที่นางเอกหลงไปเป็นอนุ  
มีตอนอยู่ในวังหน่อยนึงแค่ต้นเรื่องกับตอนท้าย  ไอ้ความแค้นของเหล่าสตรีที่เราคิดว่าต้องเกี่ยวกับสนมนางในที่อยู่ในวังหลังแน่ๆ  แต่เอาจริงๆ ไม่ใช่นะฮ้าเป็นบรรดาเมียๆ ที่อยู่ในบ้านของพระเอกต่างหากฮ่ะ 
            ใครที่หวังจะได้อ่านเรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเรื่องราวในรั้วในวังอันนี้ไม่มีนะฮ้าๆ ๆ ๆ    
เปิดเรื่องมาปมดูใหญ่มาก  นางเอกดูเก่งดูฉลาดมากอายุแค่นี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้
ให้ดูแลรัชทายาทน้อยแล้ว  แต่พอเข้าไปอยู่บ้านพระเอกสกิลทักษะต่างๆ ที่เคยโม้ไว้ก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด  ถ้าไม่คอยย้ำเป็นระยะๆ ว่านางเป็นถึงไทเฮาก็เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย  
ส่วนไอเรื่องที่ต้องเอาตราหงส์หรือลัญจกรหยกไปขอความช่วยเหลือ 
เพื่อกลับมาปราบกบฏนี่ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเลยจ้า 55+....

มันเหมือนมากกว่ารักเล่มบางที่เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมาหน่อยนึง  
แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เจ้มจ้นอะไรเลย  พระเอกก็ใช้ได้คุ้มมาก คนเดียวเหมามันทุกบท....
ทั้งที่จริงๆ ตำแหน่งพี่แกก็สูงอยู่นะ 
แต่ทำไมแลดูเหมือนมีเวลาว่างมากมาย 55+ ...
สรุปคือมันเป็นเรื่องของคนรักเก่าที่มาทวงของคืนน่ะจ้าไม่มีไรมาก 
เอาไว้อ่านคลายเครียดแก้ขัด  สบายๆ  อย่าได้จริงจังไป........จบ


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ


ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : จวงจวง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก

ในยุคที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทอง
ใครมีความสามารถในการผสมสีและทอผ้า
คือบุคคลที่ใต้หล้าช่วงชิงกันมากที่สุด

ทว่าน่าเสียดาย ...

เด็กสาวที่เติบโตมาพร้อมกับอัจฉริยะภาพด้านการผสมสีอย่าง "จี้อิงอิง"
กลับไม่ได้รับโอกาสได้ต่อยอดสิ่งที่นับเป็นพรสวรรค์อันล้ำเลิศของตน 
นางเป็นบุตรสาวของโรงย้อมผ้าเล็กๆ ที่แสนจะเคร่งครัดในระเบียบประเพณี
โรงย้อมผ้าที่สืบทอดสูตรลับของผ้าไหมหายากสีหนึ่งมานานบร้อยปี

จากรุ่นสู่รุ่น  จากบุตรชายสู่บุตรชาย ...


กฏของบ้านมีอยู่ว่า  สูตรลับร้อยปีนี้จะสืบทอดเฉพาะทายาทชายเท่านั้น

มิยอมให้ตกแก่บุตรสาว  เพราะบุตรสาวเป็นเพียงคนนอกที่วันหนึ่งต้องแต่งออก
สูตรลับร้อยปีนี้สามารถส่งต่อไปยังสะใภ้ได้แต่ไม่อาจถ่ายทอดให้แก่ลูกเขย
เพราะลูกเขยเป็นเพียงคนนอกที่ถูกแต่งเข้า
ดังนั้น  นางจึงถูกห้ามเรียนรู้ รับรู้  หรือแม้กระทั่งก้าวเท้าเข้าไปในโรงทอผ้าของตระกูลตัวเอง

แต่ชะตากรรมของคนเรา  ฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว...เพชรก็คือเพชร

ต่อให้เอาโคลนทั้งหีบมาสาดใส่ ก็ยังเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่วันยังค่ำ
ใต้หล้านี้จะหาใครมากลบรัศมีของเพชรแท้ได้หรอกหรือ?

 ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

นางเอก จี้อิงอิง บุตรสาวคนรองของบ้านตระกูลจี้ ซึ่งเป็นตระกูลที่ทำกิจการโรงย้อมผ้า ตระกูลจี้มีสูตรลับประจำตระกูล แต่น่าเสียดายที่สูตรนี้จะตกทอดแก่บุตรชายและลูกสะใภ้เท่านั้น แม้นางเอกจะฉลาดเฉลียวมีความสามารถมากกว่าพี่ชายสักแค่ไหน แต่เพราะว่าเป็นลูกสาว จึงทำให้ไม่อาจเรียนรู้สูตรลับนี้ของตระกูลได้อยู่ดี 

นางเอกมีคนรักที่ผูกพันกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เพราะความแตกต่างของฐานะ จึงทำให้เขากับนางไม่อาจครองคู่อยู่ร่วมกันได้ นางเอกเสียใจมากแต่ก็เข้าใจเหตุผล จึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองและยอมตัดใจแต่โดยดี ทว่าอีกฝ่ายกลับดึงดันไม่ยอมเลิกรา จากคุณชายใสๆ สุภาพอ่อนโยน จึงกลายมาเป็นคุณชายขี้วีนโมโหร้ายและเจ้าคิดเจ้าแค้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ถึงนางเอกจะไม่ได้รับการถ่ายทอดสูตรลับของตระกูล แต่นางก็มีความสามารถในการผสมสี รวมถึงการแยกแยะสีที่ไม่ธรรมดา แต่ความสามารถที่ไม่ธรรมดานี้กลับชักนำเรื่องไม่ดีต่างๆ มากมายให้เข้ามาสู่ตัวนางและคนในครอบครัว ทำให้นางเอกเป็นที่ต้องการตัวของใครหลายๆ คน จนทำให้ที่บ้านเดือนร้อน ทำให้คนรอบข้างมีภัย กระทั่งตัวนางเองก็เกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งอยู่หลายครา...

พระเอกเรื่องนี้ก็มาจากตระกูลพ่อค้าเหมือนกัน แต่เพราะเป็นลูกอนุเลยถูกเลี้ยงดูมาแบบสปอยล์ตามใจ เพื่อไม่ให้สามารถสืบทอดกิจการของที่บ้าน หรือเก่งจนกลายมาเป็นคู่แข่งกับลูกเมียหลวงได้  ช่วงแรกพระเอกเลยดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ ไม่เอาไหน ใจร้อน เวลานางเอกเกิดเรื่องอะไรก็ช่วยไม่ค่อยได้และมาไม่เคยทัน ผิดกับพระรองที่โตกว่าและมีฐานะสูงกว่า เวลานางเอกเกิดเรื่องก็เป็นพี่แกนี่แหละที่โผล่มาช่วยไว้ได้เกือบทุกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ต่อให้ดีแค่ไหนแต่บทก็ไม่มีทางพลิก เพราะเรื่องนี้พระรองทำเรื่องเลวร้ายกับบ้านนางเอกเอาไว้เยอะ คู่นี้เลยเหมือนถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องไร้วาสนาไม่มีทางลงเอยกันได้อย่างแน่นอน

เรื่องราวในเรื่องจะเกี่ยวข้องกับการทอผ้าไหม ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ต้องมีเรื่องผ้าไหมเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งเหตุผลที่แคว้นอื่นยกทัพมาทำสงครามก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องนี้เลย เพราะนี่คือยุคสมัยที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทองคำ

ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดอยู่อย่างคือ...ต่อให้คุณค้าขายจนร่ำรวยมีเงินทองมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ใช่ขุนนางหรือไม่มีญาติพี่น้องที่เป็นขุนนางคอยเป็นแบ็กอัพอยู่เบื้องหลัง..คุณก็จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอยู่วันยังค่ำ(เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพระเอกส่วนใหญ่ถึงมักเป็นฮ่องเต้ เป็นอ๋องหรือเป็นแม่ทัพกัน)..เพราะในสมัยโบราณอาชีพพ่อค้าถือเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ชนชั้นเลย...  

เรื่องนี้สำหรับเราอ่านได้เรื่อยๆ นะคะ  ใน 2 เล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางได้พบเจอเรื่องราวและมรสุมในชีวิตมากมายที่ทำให้เติบโต จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาตลอด แต่อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็มาพลิกกลับในชั่วข้ามคืน พระเอกยังไม่เท่าไร แต่นางเอกนี่สาหัสมาก ตั้งแต่เลิกกับคนรักเก่ากราฟชีวิตก็ดิ่งลงเหวเจอแต่เรื่องร้ายๆ ตลอด กว่าจะผ่านแต่ละเรื่องไปได้ก็แทบจะกระอักเลือดตาย เพราะพระเอกก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ด้วย55+ ถึงต่อมาจะเก่งขึ้นแต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ค่อยได้อยู่ดี 55 (ถูกพระรองแย่งบทเจ้าชายขี่ม้าขาวไปบ่อยมาก)
พอมาถึง 2 เล่มสุดท้ายที่เข้าสู่ช่วงสงคราม หลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมาย นางเอกก็เริ่มคิดและมองเห็นอะไรเยอะขึ้น แต่น่าเศร้าที่พี่ชายและแม่ของนางกลับไม่ได้ฉลาดขึ้นสักเท่าไรเลย ยังคงมองโลกในแง่ดี ประหนึ่งว่าโลกนี้คงไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้เจอเรื่องคอขาดบาดตายกันมาตั้งขนาดนั้นแล้ว
ก็น่าจะคิดได้และมีเซ้นท์กันบ้าง 
แต่นี่อะไรยังคิดจะใช้ชีวิตชิวๆ กันต่อไป 
สุดท้ายเป็นไงล่ะแม่...เฮ้อออ


📍ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/LfQjCp1EG




วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน 4 เล่มจบ


อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Na Zhi Hu Li
ผู้แปล : กู่ฉิน
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก

เสียวเสี่ยวพาเวินซู่ที่บาดเจ็บสาหัสมุ่งหน้าไปตระกูลเสินหนงเพื่อขอรับการรักษา
ทว่าผู้นำตระกูลเสินหนงกลับเปลี่ยนมือเสียแล้ว  
เสียวเสี่ยวใช้ประโยชน์จากเหลียนเจาพาคนทั้งหมดหนีรอด
แต่ก็ทำร้ายจิตใจของเขา  ทำให้เส้นทางรักของเสี่ยวเสี่ยวขรุขระขึ้นทุกที

ขณะเดียวกันพวกอิ๋นเซียวตัดสินใจหลอกล่อสือมี่มาสังหาร
สกุลเหลียนซึ่งรับพระบัญชาให้ร่วมมือกับสำนักเสินเซียวย่อมถูกม้วนเข้าสู่เรื่องนี้
เสียวเสี่ยวที่ถูกกระหนาบอยู่ตรงกลางต้องลำบากใจทั้งชึ้นทั้งล่อง
ท่ามกลางเหตุการณ์ชุลมุน ทุกคนพบว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนร้ายของเว่ยฉี่ เพื่อชิงเก้าราชาเทพศาตรา
ขณะเดียวกันเว่ยฉี่ก็ใช้อุบสยขนได้ขึ้นเป็นเจ้าป้อมผู้กล้า
ไม่เพียงบีบให้สือเล่อเอ๋อร์เจ้าเมืองไท่ผิงแต่งงานกับตน
ยังจับมือกับเวินจิ้งทำลายสำนักต่างๆ หมายช่วงชิงเก้าราชาเทพศาตราที่เหลือ

เผชิยหน้ากับสถานการณ์ที่พลิกผันในชั่วข้ามคืน คนทั้งหมดตัดสินใจเป็นพันธมิตรกัน
ทว่าการหาผู้นำกลุ่มพันธมิตรที่สามารถทำให้ทุกคนยอมไว้หน้าสามส่วน
ยามนี้คงมีเพียงคนผู้เดียว ...

เสียวเสี่ยวมองแล้วมองอีก คิดแล้วคิดอีก  ในที่สุดก้เข้าใจเหตุผลข้อหนึ่ง ...
ที่แท้การเป็นประมุขยุทธภาพมิใช้อาศัยวรยุทธ์หรือสติปัญญา
ทว่าต้อง ... อาศัยเส้นสาย!

รีวิว  อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 1
http://marynlinsbook.blogspot.com/2017/11/1.html

รีวิว  อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2
http://marynlinsbook.blogspot.com/2018/02/2.html


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )


มาถึงสองเล่มสุดท้ายขอบอกเลยว่าสนุกมาก  อะไรจริงอะไรเท็จก็จะค่อยๆ โผล่ออกมาให้เห็นกันตั้งแต่เล่ม 3 นี่แหละ..อ่านแล้วไม่เบื่อเลย ถึงตัวละครจะเยอะแต่ก็จัดสรรบทได้อย่างคุ้มค่าทุกตัว  
นักเขียนสามารถคลี่คลายปริศนาทุกอย่างออกมาได้อย่างหมดจดและลงตัวในเล่มสุดท้ายพอดี  
ไม่มีการรวบรัดตัดตอนหรือรีบยัดทุกอย่างออกมาตู้มเดียว เพื่อให้จบๆ ไป  
เพราะตลอดทางทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายออกมาเอง อย่างถูกจังหวะและเวลา

เพราะเรื่องของเก้าราชาเทพศาตราจึงทำให้นางเอกถูกหมายหัว ถูกตามล่าจากราชสำนัก  
และเมื่อสำนักเสินเซียวกับเทพธนูสกุลเหลียนร่วมมือกัน  
แล้วเด็กสาวที่มีแค่วรยุทธ์แมวสามขาอย่างนางจะทำอะไรได้นอกจากหนีๆ ๆ ๆ แล้วก็หนี  
แต่ไม่ว่าจะหนีไปทางไหน ก็มักจะมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด  
จนกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคน  
หลายๆ คนไม่ว่าจะแค้นเคืองกันมาแต่ชาติปางไหน แต่พอมาอยู่ตรงหน้านางเอก ก็จะยอมไว้หน้าลงให้กันแต่โดยดี  ...นี่จึงเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างของนางเอกเรื่องนี้ คือไม่ต้องมีวรยุทธ์สูงส่ง 
ไม่ต้องใช้กำลังหรือฉลาดเป็นกรด แต่ก็สามารถทำให้พวกตัวเก่งๆ ในยุทธภพสามัคคีปรองดองกันได้ 55+  

ตั้งแต่เล่ม 3 จะรู้สึกหน่วงอยู่หน่อยๆ เพราะความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ดีของพระ-นาง 
ต้องมีอันมาหยุดชะงักเนื่องจากจุดยืนที่แตกต่างกัน 
และตัวนางเอกเองก็ไม่อาจทนปิดบังความจริงกับพระเอกได้อีกต่อไป  
...นางก็แค่อยากจะล่อลวงคุณชายดีๆ ที่มีชาติตระกูลดีงามสักคน  
เผื่อภายภาคหน้าจะได้มีกินมีใช้ ได้กินฟรีดื่มฟรีกับเขาบ้าง ... 
แต่จนใจที่คุณชายคนนี้กลับดีงามเหลือเกินนนนน 
จนทำให้นางไม่อาจหลอกลวงเขาได้อีกต่อไปแล้ว ...เฮ้อ 

ส่วนพระเอกก็แน่นอนว่าเป็นคนที่เราเล็งไว้ ( ดีใจจริงๆ ที่ลงเรือไม่ผิดลำ 55+ ) ... 
2 เล่มแรกพระเอกจะยังไม่ค่อยเก่ง แต่พอเล่ม 3 พี่แกก็จะเก่งแบบก้าวกระโดดทันที 
( เพราะอะไรต้องลองไปอ่านน๊า ) ตอนแรกเรายังกังวล กลัวว่าพี่แกจะปกป้องนางเอกไม่ได้
เพราะนางเอกเหมือนตัวซวยอ่ะ ไปที่ไหนก็มีแต่เรื่อง แถมวรยุทธ์ก็ไม่ดี 
ถ้าพระเอกไม่เก่งคงแย่เลย  ...แต่พี่แกก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ในที่สุดออร่าพระเอกก็เปล่งประกาย  
ถึงจะไม่ได้เก่งที่สุดแบบยอดคน เพราะในเรื่องยังมีคนที่เก่งกว่า 
แต่เมื่อรวมกับนิสัยที่หนักแน่นมั่นคง จิตใจแน่วแน่ที่ไม่เคยไม่โลเลในจุดยืน รวมถึงหลายๆ อย่าง  
ก็สมแล้วที่นางเอกจะมีใจให้  
แม้จะมีใครอีกหลายคนที่เก่งกว่า และดูจะเข้ากันได้ดีกับนิสัยรักอิสรเสรีของนาง  
แต่กลับไม่มีใครที่ทำให้นางเอกรู้สึกอบอุ่นใจและเชื่อใจได้มากเท่ากับพระเอกเลย 
พระเอกเรื่องนี้เป็นคนที่ดีงามทั้งภายนอกและภายในจริงๆ  ปรบมือให้เลย.... แปะๆ ๆ

ในเล่มสุดท้ายนี้เราจะได้รู้ความลับของเก้าราชาเทพศาตรา และเบื้องหลังต่างๆ รวมถึงที่ไปที่มา
ในการกระทำของแต่ละคน  มีทั้งสุข เศร้า ซึ้ง หดหู่ใจ คละเคล้ากันไปตามแต่ละเรื่องราว 
...บางคนก็โชคดีที่ยังกลับตัวได้  แต่บางคนก็ฉุดไม่อยู่แล้ว ก็รับกรรมกันไปนะจ๊ะ...จบ

..........................................................................................................

        ' เสียวเสี่ยวดิ้นไม่หลุด  เงาหลังของเหลียนเจาที่อยู่เบื้องหน้าพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา  
ชั่วขณะนั้น  ทุกภาพเหตุการณ์ในอดีตพลันประดังขึ้นมาในคราวเดียว
ยามแรกพบหน้าโรงเตี๊ยม  ... ฉากชวนหัวยามที่นางร่วงจากหลังคาลงมาในห้องของเขา
...ในคฤหาสน์จีอวี่ นางกับเขาเป็นคนรับใช้และบุกตะลุยตำหนักใต้ดินด้วยกัน
 ..ในจวนสกุลเหลียน  เขาอุ้มแมวถามนางว่าชอบกินอะไร 
... บนทะเลตงไห่  เขานำทัพมาเพียงเพื่อปล่อยให้นางหนีไป  
ทั้งหมดนี้แจ่มชัดราวกับปรากฏอยู่ตรงหน้า  เร่งเร้าหัวใจของนางประดุจมีดกรีดเฉือน ...... ' 


วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ขันทีเจ้าดวงใจ 2 เล่มจบ


ขันทีเจ้าดวงใจ 2 เล่มจบ  / ผู้แต่ง : เฉียนเฉ่าโม่ลี่
ผู้แปล : ลู่เผิ่งฮวา
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก

หากสวรรค์ต้องการทดสอบด้วยชีวิตใหม่ในยุคโบราณนี้... 
นางก็จะอยู่รอดให้ได้!
‘ กัวอ้าย ’ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งชีวิตนักศึกษาแพทย์ปีเจ็ด

จะกลายเป็นคุณหนู ‘ ซูลี่ ’ ผู้หนีตายไปได้
วันแรกของที่นี่นางเหลือเพียงชีวิต
ที่ต้องปลอมตัวเป็นชายให้รอดพ้นหูตาของทางการ
ชีวิตของนางพลิกผันครั้งแล้วครั้งเล่า 
สูญเสียคนที่ผูกพันมาตลอดทาง

สุดท้ายนางก็ใช้ชื่อ ‘ ชูรื่อ ’ เพื่อนคนเดียวที่จากไปในการเข้าวังไปเป็นขันที
 
ที่ที่อันตรายที่สุด... กลับปลอดภัยที่สุดสำหรับนาง
ในวังหลวงนางมีอิสรเสรี ถึงขั้นปลอมตัวเป็นนางกำนัลก็ยังกระทำได้
แต่เหตุใด... ‘ จูจันจี ’ ที่อยู่ในวังหวงไท่ซุนถึงได้ตามติดนางไม่เลิก
เจอกันครั้งแรกก็ถามชื่อ เจออีกครั้งก็อยากให้นางไปอยู่รับใช้ในตำหนัก
นางบอกเขาไปแล้วว่าตนเป็นขันที 

เขาก็ยังไม่ลดท่าทีกระตือรือร้นลงไป
หรือเขากำลังสงสัยตัวตนของนาง
หรือไม่ก็... กำลังนึกอยากตัดแขนเสื้อกับนาง!


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
กัวอ้าย  นักศึกษาแพทย์จากยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ซูลี่ 
บุตรสาวสกุลซูที่ถูกราชสำนักสั่งกำจัดกวาดล้างทั้งตระกูลด้วยเหตุผลบางประการ  
ในวันที่กัวอ้ายทะลุมิติมาก็เป็นวันเดียวกันกับที่ตระกูลซูกำลังถูกกวาดล้างพอดี  
แม้จะหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้ แต่นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา กัวอ้าย ในร่างของ ซูลี่ 
ก็ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ต้องปลอมตัวเป็นบุรุษ
และไม่อาจกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนธรรมดาได้อีกต่อไป

เป็นเพราะถูกตามล่าจึงทำให้นางเอกต้องจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นขันทีอยู่ในวังหลวง  
และด้วยหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดู ประกอบกับเป็นคนจิตใจดีและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
จึงทำให้นางกลายเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน จนวันหนึ่งก็ไปสะดุดตา จูจันจี หรือพระเอกเข้า 
ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอก็ล้วนแต่ถูกใจพี่แกทั้งนั้น ในเมื่อถูกใจขนาดนี้แล้วจะหนีไปไหนพ้น ก็ต้องกลายมาเป็นขันทีคนสนิทคอยรับใช้อยู่ข้างกายพระเอกนั่นแหละเอย...

ยิ่งพอได้ใกล้ชิดพระเอกก็ยิ่งถลำลึกมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นหญิงหรือชาย 
แต่เมื่อความจริงเปิดเผยก็กลับต้องดีใจเก้อ เพราะสถานะที่แท้จริงของอีกฝ่ายนั้นไม่ง่ายเลย
พระเอกจึงได้รู้ว่าเขากับนางคงไม่อาจอยู่ร่วมกันได้เหมือนอย่างที่เคยคิดไว้  ........

เรื่องนี้ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแนวเบาๆ หวานๆ แต่พอเอาเข้าจริงกลับดราม่ารันทดซะงั้น  
ทำให้นึกถึงเรื่องมเหสีตัวปลอมของนักเขียนท่านนี้เลย อารมณ์ประมาณนั้นเลย ......
จริงๆ เรื่องราวมันอาจไม่ต้องดำเนินมาถึงจุดๆ นี้ก็ได้นะ ถ้าปู่ของพระเอกจะไม่ยึดติดจนเกินไป  
หากปู่ปล่อยวางไอ้ความฝันที่ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงนั้นลงบ้าง  
ก็คงจะทำให้ชีวิตของใครหลายๆ คนมีความสุข และอาจไม่ต้องมาพบเจอกับจุดจบแบบนี้ก็เป็นได้  

ชายาของพระเอกสองคนที่แต่งเข้ามาฉากหน้าได้ชื่อว่าเป็นเมียที่ถูกต้อง
แต่ฉากหลังกลับต้องน้ำตานองหน้า เพราะสามีไม่เคยสนใจใยดีเลยสักนิด  
ยิ่งชายาเอกนี่ซวยสุดเพราะเป็นคนที่ถูกพระเอกเกลียดมากที่สุดเลย  
ทั้งๆ ที่นางนิสัยดีมากเจียมเนื้อเจียมตัว สงบเสงี่ยมอยู่ตลอดเวลา  
แต่เพราะความเกลียดและอคติมันบังตา พระเอกจึงมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น 
ส่วนชายารองถ้ามีประโยชน์พระเอกก็ถึงจะยอมเข้าใกล้และทำดีด้วย 
แต่พอหมดประโยชน์ก็บ๊ายบายทันทีจ้า  

ส่วนนางเอกก็เป็นคนที่ได้รับความรักและได้ครอบครองหัวใจของพระเอกแต่เพียงผู้เดียว 
แต่ก็ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่อาจเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกมาได้  
แม้พระเอกจะเป็นถึงรัชทายาทจนกลายเป็นฮ่องเต้ก็ยังทำไม่ได้เลยอ่ะ ...คิดดู   
ไม่แปลกที่นางเอกจะไม่ค่อยมีความสุขและคิดว่าตัวเองเป็นมือที่สามอยู่ตลอดเวลา ..
ส่วนพ่อพระเอกทั้งๆ ทีความสามารถไม่ถึงแต่ก็ต้องกลายมาเป็นรัชทายาท เพียงเพื่อจะให้ลูกหรือพระเอกสามารถขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากตนได้เท่านั้นเอง  
และเพราะเรื่องนี้จึงทำให้ปู่ต้องผิดคำพูดกับอาพระเอกที่เป็นอ๋อง
จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ... บลาๆ ๆ

ถึงจะดราม่าแต่ก็ยังจบแฮปปี้นะ  แต่ระหว่างทางอาจจะกระอักเลือดไปบ้าง55+ ... 
และก็เป็นนางเอกนี่แหละที่โดนเยอะสุด  ตอนที่ปฏิเสธพระเอกก็โดนพี่แกส่งไปทรมานอยู่ที่ฝ่ายซักล้าง  ถูกเมินบ้างแหละ เอาไปให้เมียตัวเองแกล้งบ้างแหละแล้วสุดท้ายก็ทนไม่ไหวก็ต้องตามไปช่วยเขาอยู่ดี  ไม่รู้จะทำไปทำม๊ายยย55+ ...
แล้วไหนจะแม่พระเอกอีก นี่ก็ทำเอานางเอกเกือบตายไม่รู้กี่ครั้ง  
สรุปเป็นนางเอกเรื่องนี้ต้องอึดต้องถึกจริงไม่งั้นคงได้โบกมือลาไปตั้งแต่บทแรกแล้วนะเออ 55+




วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ


ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Yuan Bao Er
ผู้แปล : ฉินฉง
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก

ไป๋ลั่วเจิง หญิงแกร่งผู้มีหน้าตางดงาม จิตใจเด็ดเดี่ยวและผ่าเผย 
เพราะตอนเยาว์วัยถูกอนุของบิดากับลูกสาววางแผนทำร้าย
แม้จะรอดชีวิตมาได้แต่ใบหน้ากลับเสียโฉม ต้องระเหเรร่อนอยู่ต่างถิน
และปลอมตัวเป็นบุรุษออกรบเพื่อปกป้องบ้านเมือง 

เดิมทีคิดว่าหลังจากขนะศึกจะได้กลับบ้านพร้อมเกียรติยศ 
ถอดชุดเกราะออก แต่งงานมีคู่ครอง ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากแต่งงานสามีของนางจะกลายเป็นบุรุษชั่วช้า
เห็นนางเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง พอใช้เสร็จก็ฆ่าทิ้ง

ในเมื่อสวรรค์เห็นใจนาง มอบโอกาสให้นางเกิดใหม่อีกครั้ง
นางจะไม่ปล่อยให้โศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
          ไป๋ลั่วเจิง  เพราะบาดแผลที่น่ากลัวบนใบหน้าประกอบกับฝีมือในการรบ
จึงทำให้นางได้รับสมญานามว่า “ แม่ทัพปีศาจ “   
แต่ทันทีที่ยกทัพกลับเมืองหลวง นางก็ถูกฮ่องเต้ยึดอำนาจคืน และกลายเป็นเพียงบุตรสาวคนรองของจวนโหว  ที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับบุตรชายคนรองที่เกิดจากอนุภรรยาของจวนกั๋วกง   
แต่คาดไม่ถึงว่าพี่สาวต่างมารดาที่เกิดจากอนุภรรยาของนางก็จะได้ตบแต่งเข้ามา และมีฐานะเป็นถึงภรรยาเอกเฉกเช่นเดียวกันกับนางด้วย  
...ซ้ำร้ายสามีของนางที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่เด็กก็ยังรู้หน้าไม่รู้ใจ  
ภายใต้หน้ากากสุภาพอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนเจ้าแผนการร้ายลึก  
ส่วนจิตใจนั้นก็แสนโหดเหี้ยมอำมหิต เพราะท้ายที่สุดเขาก็คือผู้ที่มอบความตายในชาตินี้ให้กับนาง

นางเอกได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองเมื่อตอนอายุ 9 ขวบ  
เมื่อได้รับโอกาสใหม่ นางจึงพยายามเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเองกับคนที่รัก
เพื่อไม่ให้ต้องกลับไปซ้ำรอยเดิมอีก
  แต่เมื่อนางเอกเปลี่ยนจึงทำให้เรื่องราวหลายๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  
เรื่องที่เคยเกิดกลับไม่เกิด  ส่วนเรื่องที่ไม่เคยเกิดก็กลับเกิดขึ้นมา

แต่ถึงเรื่องราวจะต่างจากเดิมไปมากน้อยแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา  
เพราะนางเอกนั้นมีความทรงจำของชาติที่แล้วพร้อมวรยุทธ์ติดตัวมา  
รวมถึงยังล่วงรู้ความลับและจุดอ่อนของใครหลายๆ คนอีกด้วย  
เพราะฉะนั้นไม่ว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด  
แต่ผลสุดท้ายนางเอกก็ยังคงจัดการได้อยู่เหมือนเดิม  
แถมชาตินี้ยังมีพระเอกคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ อีก เลยยิ่งดีเข้าไปใหญ่ 
ไม่เหมือนกับชาติที่แล้ว ที่ต้องต่อสู้อยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง ...

ในเรื่องนี้คู่แค้นตัวฉกาจของนางเอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสามีเก่ากับคนในบ้านของเขา  
และพี่สาวต่างมารดากับแม่เลี้ยงของนางนั่นเอง  
ซึ่งจริงๆ พอนางเอกได้กลับมาเกิดใหม่ นางก็ไม่ได้มุ่งมั่นหรือตะบี้ตะบันจะสังหาร หรือแก้แค้นอีกฝ่ายหรอกนะ คือถ้าอีกฝ่ายกลับตัวกลับใจหรือไม่คิดที่จะทำร้ายนางกับคนของนางแล้ว  
นางเอกก็ยินดีที่จะให้โอกาสและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว  
แต่เสียดายที่พวกเขาเหล่านั้นกลับยังคิดร้ายอยู่เหมือนเดิม  
ยังคงทำแต่เรื่องไม่ดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็นำไปสู่จุดจบของตัวเอง  ....

จริงๆ พักหลังๆ มานี้จะเจอแนวพวกย้อนเวลากลับมาแก้แค้นเยอะมาก  
ที่ชาติที่แล้วตัวเอกอ่อนแอ ไร้ค่า ไม่มีใครรัก โดนฆ่าตายอย่างอนาถ 
แล้วได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ ... ถ้าไม่ได้มีวิญญาณใหม่ทะลุมิติมาสิงร่าง  
ก็จะเป็นวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมนั่นแหละ ที่กลับมาเกิดใหม่เอง  
พอฟื้นขึ้นมานิสัยก็จะเปลี่ยนกลายเป็นคนละคน  เก่งขึ้นมาทันที  
แล้วก็มีไอเทมเป็นพระเอกแสนดี รูปหล่อ บ้านรวย และมีอำนาจมาตกหลุมรัก 55+ ... 
พอเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้า เรื่องนี้ก็เลยไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับเราเลย  
ต่อให้นางเอกเจออุปสรรคหรือตกหลุมพรางตัวร้าย  
แต่เดี๋ยวสุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ แล้วเอาชนะไปได้แบบสวยๆ อยู่ดี  
มันก็จะวนลูปอยู่แบบเนี่ย   
... น่าจะมีคนเขียนเรื่องให้ทุกคนกลับมาเกิดใหม่เหมือนๆ กันหมดบ้าง  
เอาให้มีความทรงจำในชาติที่แล้วเท่าๆ กันทุกคนไปเลย จะได้แฟร์ๆ   
เผื่อจะมีใครอยากกลับใจเลือกทางเดินอื่น  ตัวร้ายอาจจะอยากเป็นคนดี  
แล้วคนดีที่ถูกข่มเหงมากๆ เข้า ก็อาจจะเปลี่ยนใจอยากเป็นตัวร้ายแทน 55+ ... 
ไม่งั้นแบบนี้คนที่กลับมาเกิดใหม่คนเดียวก็ได้เปรียบอยู่ดีนั่นแหละ 


- ชอบที่พอพระเอกไม่ช่วย นางเอกก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ก็หาทางเอาเอง 
- ชอบตอนที่บ้านนางเอกถูกไล่ออกจากจวนและต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่น  
- ชอบตอนที่นางเอกตบสั่งสอนญาติห่างๆ แอบสะใจกับคำด่าของนาง ด่าแบบเพราะๆ ผู้ดีแต่เจ็บมาก
- ชอบเล่มแรกจนถึงตอนที่นางเอกต้องหาทางช่วยพ่อที่ถูกจับข้อหากบฏ  
- พอหลังจากนั้นมันก็จะเริ่มเอื่อยๆ เหมือนมีแรงเฉื่อยคอยฉุดดึงเราไว้  
แล้วค่อยมารวบรัดฉับไวในตอนใกล้ๆ จะจบแทน... 55+



📍ชะตาแค้นลิขิตรัก 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/AKSmdfArS8




วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ชันสูตรพิสูจน์รัก เล่ม 2


ชันสูตรพิสูจน์รัก เล่ม 2 (10 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : อู๋เชียนอวี่
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ด้วยทำงานเป็นแพทย์นิติเวชมานาน 
คดีอาชญากรรมทุกคดีที่เกิดขึ้นล้วนไม่ใช่ความบังเอิญ
มีเหตุจึงจะมีผล มีเพียงทำความเข้าใจกับต้นสายปลายเหตุเบื้องหลังคดี
จึงจะสามารถป้องกันและยับยั้งไม่ให้คดีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
นี่เป็นหลักการที่นางยึดมั่นมาโดยตลอด!
แม้จะรักและหลงใหลการชันสูตรจนเปรียบเสมือนลมหายใจเพียงใด
แต่ด้วยฐานะสตรีในยุคโบราณนั้นไม่เอื้ออำนวยยิ่ง
นางจึงต้องตัดใจหันหลังให้สิ่งต้องห้ามเหล่านี้
ทว่าพอนางจะหนีห่าง คนผู้หนึ่งดันผลักเข้าใส่
มิใช่ใครที่ไหน ‘เซียวเหยาอ๋อง’ ผู้ไม่อนาทรร้อนใจกับสิ่งใดผู้นั้นนั่นเอง
ที่เป็นคนเสนอให้นางร่วมชันสูตรศพด้วย
ลำพังนางต้องรับมือกับ‘เฉินอี้เสวี่ย’ผู้เดียวก็วุ่นวายใจพอแล้ว
ยามนี้มีคนมาเพิ่มเรื่องให้นางเช่นนี้ เป็นเพราะสวรรค์ชิงชังนางหรืออย่างไรนะ

ชันสูตรพิสูจน์รัก เล่ม 1 https://marynlinsbook.blogspot.com/2018/04/1-10.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หลังจากที่ได้ไปอ่านตัวอย่างเล่ม 2 ที่ลงไว้ 110 กว่าหน้า
ก็ค้างเติ่งอยู่ตอนที่ลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงจะฮุบเอาผลงานของนางเอกไปเป็นของตัวเอง  
แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เพราะยังมีคนรู้ทันว่านี่น่าจะเป็นผลงานของนางเอกมากกว่า  ..หึหึ

แน่นอนว่าเล่มนี้นางเอกก็ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชันสูตรศพคนตายอีกแล้ว  
แต่คราวนี้นางไม่ทำฟรีแล้วเน้อ  จะให้ไปชันสูตรก็ได้ แต่จ่ายค่าจ้างมาด้วยนะจ๊ะ 55+  ...
เล่มนี้มี หลงถิงเซวียน ตัวละครจากเล่มแรกที่เข้ามามีบทบาทและช่วงชิงความเด่นไปกว่าครึ่งเล่ม  ... เป็นตัวละครชายที่นิสัยยียวน  กวนโอ๊ยดีแท้ แถมยังเป็นท่านอ๋องที่ฉลาดเจ้าเล่ห์อีกด้วย  
ถ้าไม่เลือกลงเรือคุณชายเฉินไปก่อน ก็อาจจะมีการเปลี่ยนลำกันได้นะ 55+  
( ยังเหลืออีกตั้ง 8 เล่ม หวังว่าจะไม่ลงเรือผิดลำเน้อ )

ชีวิตของนางเอกตอนนี้ หากไม่ได้ออกไปชันสูตรศพก็ไม่มีอะไรมาก  
ก็ปกติราบเรียบเหมือนคุณหนูในห้องหอทั่วๆ ไป  มีการนำสูตรอาหารจากยุคปัจจุบันมาทำกินบ้าง 
และอาจจะมีต่างกันนิดหน่อยตรงที่ ..นางต้องพยายามทำงานหาเงินเพิ่ม เพื่อมาเลี้ยงดูบ่าวรับใช้คนสนิทกับตัวเอง  เพราะหากหวังพึ่งแต่เงินเบี้ยหวัดที่โดนตัดแล้วตัดอีกจนเหลือแค่เพียงน้อยนิด ก็คงได้อดตายกันพอดี  ... แต่ถึงนางจะพยายามใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่ายและไม่ยุ่งวุ่นวายกับใครเขา  
แต่โชคร้ายที่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยให้นางได้อยู่อย่างสงบๆ น่ะสิ ...หึหึ

เล่มนี้ปมจะเริ่มเยอะขึ้น  เช่นปมเรื่องชาติกำเนิดของพระเอก  ปมในบ้านนางเอกที่ดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะแม่เลี้ยงนางเอกที่ดูจะร้ายกว่าที่เราเคยคิดเอาไว้  ไม่แน่บางทีนางอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของแม่นางเอกก็เป็นได้( เดาเอาน๊า )  ส่วนปมของน้องสาวพระเอก ที่เราเคยสงสัยว่าจะทะลุมิติมาด้วยหรือเปล่า ก็จะมีเฉลยในเล่มนี้แหละไม่ต้องรอนานเลย 55+ ...

ในตอนนี้ทั้งพ่อและพี่ชาย ต่างก็หันกลับมารักและดูแลเอาใจใส่นางเอกกันมากขึ้น  ( หลังจากผ่านไป 13 ปีเอง 55+ ) แต่ในเล่มนี้พี่ชายออกไม่ค่อยเยอะ เลยไม่ค่อยมีอะไรให้กล่าวถึง  
ส่วนคุณพ่อ...อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ  พอจะรู้สาเหตุที่คุณแม่เลี้ยงเข้ามาเป็นอนุของคุณพ่อแล้ว  ... ก็สมควรที่แม่นางเอกจะปวดใจ ...แล้วคุณพ่อก็ใจไม่เด็ดเลยอะ  โหดได้แป๊บๆ ก็รู้สึกผิด ...
ไม่แปลกที่จะรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่นางเอกไม่ได้ ...คุณพ่อไม่เด็ดขาดเลย   
ดีที่วิญญาณนางเอกได้เข้ามาสิงร่างนี้แทนแล้ว  ถ้าเป็นเจ้าของร่างเดิมเจอคนมาชี้หน้าด่าขนาดนี้คงทนไม่ไหว  ดูจากสภาพร่างกายคงได้สะเทือนใจตายไปเดี๋ยวนั้นนั่นแหล่ะ...

เล่มต่อๆ ไปเนื้อเรื่องน่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ  เพราะปมเริ่มเยอะขึ้นแล้ว ...
หลายๆ ตัวละครที่ออกมาในตอนนี้ก็ดูท่าจะมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนไม่ธรรมดาปิดบังเอาไว้  แถมยังเข้าไปพัวพันยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักอีกด้วย  เดาว่าสุดท้ายนางเอกก็คงไม่รอด ก็น่าจะถูกดึงให้เข้าไปพัวพันด้วยกันหมดอยู่ดีนั่นแหละเอยยย...




วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

ชันสูตรพิสูจน์รัก เล่ม 1 (10 เล่มจบ)





ชันสูตรพิสูจน์รัก  เล่ม 1 (10 เล่มจบ)  / ผู้แต่ง : อู๋เชียนอวี่
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
           เรื่องใหญ่ใดไม่เกินเรื่องชีวิตคน  โทษใหญ่ใดไม่เกินเรื่องประหารชีวิต
คำพูดของผู้ต้องหาไม่อาจใช้อ้างอิงได้ทั้งหมด
จำต้องตรวจพิสูจน์จากศพเพื่อค้นหาความจริง
จินจื่อ แพทย์พิติเวชในยุคปัจจุบันที่วิญญาณ
เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวแรกรุ่นที่กำลังป่วยหนัก
เดิมทีนางปรารถนาเพียงมีชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขเท่านั้น
จนกระทั่งได้เจอ "ศพ" อีกครั้ง
            เพราะการไขคดีและการตรวจพิสูจน์ศพเป็นชีวิตและลมหายใจของนาง
นางมิอาจปล่อยร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้าเหล่านั้นให้ตายไปอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม
แต่สตรีในห้องหอผู้หนึ่งจะไปยืนหยัดเคียงข้างซากศพที่ผู้อื่นต่างหวาดกลัวได้อย่างไร
ทำได้เพียงต้องหาใครสักคนที่เชื่อในตัวนาง  และเขาผู้นี้ก็มายืนอยู่เบื้องหน้า ..
คุณชายผู้เย็นชาประหนึ่งชั้นน้ำแข็งบนยอดเขาหิมะที่ไม่ละลายมาแล้วนับพันปีผู้นี้ !

ชันสูตรพิสูจน์รัก  เล่ม 2 https://marynlinsbook.blogspot.com/2018/05/2.html
ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอก จินจื่อ แพทย์นิติเวชประจำกรมตำรวจย้อนเวลามาอยู่ในร่างของ จินอิงลั่ว 
คุณหนูสามที่ถูกเรียกว่าเป็นตัวอัปมงคลของสกุลจิน   
เนื่องจากเจ้าของร่างเดิมหรือคุณหนูสามนั้น เป็นโรคเหงาหงอยหรือโรคทางใจ  
เพราะร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด  เจ็บออดๆ แอดๆ อยู่ตลอดเวลา  
แถมแม่แท้ๆ ก็ยังมาด่วนจากไปตั้งแต่ยังเด็ก พ่อหรือพี่ชายแท้ๆ ก็ไม่สนใจเหลียวแล  
จึงทำให้เจ้าของร่างเดิมปิดกั้นตัวเอง  ไม่ยอมพูดจาและไม่สนใจสิ่งใดมาเป็นเวลานับสิบๆ ปี

แน่นอนว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อนางเอกได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้   
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับทำให้แม่เลี้ยงและลูกของแม่เลี้ยงนางเอกไม่พอใจอย่างมาก  
เพราะเดิมทีคุณหนูสามสกุลจินก็มีหน้าตาเหมือนกับแม่แท้ๆ ที่เป็นผู้กุมหัวใจนายท่านสกุลจิน
หรือพ่อของนางเอกมากอยู่แล้ว  แค่นี้ก็ทำให้แม่เลี้ยงอิจฉาริษยาและจงเกลียดจงชังจะตายอยู่แล้ว
วันๆ คิดแต่จะหาทางขับไล่นางเอกให้ไปอยู่ที่อื่นตลอดเวลา  
แล้วอยู่ดีๆ ดันมาพูดได้หายเป็นปกติแบบนี้ แผนก็ล่มสิจ๊ะ หุหุ ( )

แค่เพียงครั้งแรกที่ออกมาเที่ยวเล่นนอกบ้าน นางเอกก็ดันเผลอไปร่วมวงชันสูตรศพคนตายเข้าซะแล้ว  จริงๆ ก็ไม่มีอะไร ถ้าหากไม่บังเอิญว่าตอนนั้นพระเอกจะอยู่ด้วยพอดี ( ̄▽ ̄;)
...ถึงนางจะปลอมตัวเป็นผู้ชายแต่ก็ตบตาพระเอกไม่ได้เลยสักนิด  
เพียงประเดี๋ยวเดียวพี่แกก็รู้แล้วว่านางเอกเป็นใครและมีฐานะอะไร โฮะๆ ๆ

พระเอก เฉินอี้เสวี่ย  มีฐานะไม่ธรรมดาเพราะมีมารดาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์   
ภายนอกดูเป็นคนไม่ค่อยสนใจอะไร  ใช้ชีวิตหลักลอยอิสรเสรี  
แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนช่างสังเกตและฉลาดมากๆ ๆ แบบที่ไม่ต้องมีเครื่องมือหรือความรู้สมัยใหม่แบบนางเอก แต่พี่แกก็ยังสามารถวิเคราะห์ลักษณะคนร้ายหรือการตายในที่เกิดเหตุได้เอง  
ซึ่งเราคิดว่าพี่แกฉลาดกว่านางเอกอีกนะ  
จึงไม่แปลกหากจะมีคนมาขอร้องให้พี่แกช่วยไขคดีให้อยู่เนืองๆ (แล้วพี่แกก็โยนไปให้นางเอกอีกทีแทน  55+ ) ชีวิตของนางเอกเลยยุ่งวุ่นวายนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  เพราะนอกจากจะต้องคิดหาวิธีรับมือกับแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยง รวมถึงบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหลายของแม่เลี้ยงแล้ว    
ก็ยังต้องคิดวิธีหาเงินเพิ่ม เพื่อเลี้ยงดูตัวเองกับบ่าวรับใช้อีกสองคนด้วย  
และไหนจะต้องแบ่งเวลามาสืบคดีที่พระเอกโยนมาให้แบบหลบๆ ซ่อนๆ อีก ... 
เอาเข้าไป 55+ ... ( ̄∀ ̄*)  (แค่เล่มแรกก็ปาไป 3 คดีแล้วนะจ๊ะ) 

คือตอนแรกไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไร  แต่ก็ซื้อเก็บไว้ตามความเคยชินอะนะ 55+  
เพราะกะว่าจะรอให้ออกสัก 5-6 เล่มก่อนแล้วค่อยอ่าน  แต่พอดีไปเจอคนมาเล่าเรื่องของพี่ชายนางเอกเอาไว้ก็เลยสนใจ  เลยลองหยิบมาอ่านก่อน 55+   ...
พออ่านแล้วชอบอะ ชอบมาก  สนุกกว่าที่คิด เรื่องสืบคดีการชันสูตรอะไรก็เขียนได้ดีน่าติดตาม  
ความสามารถในการชันสูตรของนางเอก ( ในตอนนี้ ) ก็ไม่ได้ซูเวอร์  
แต่ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงและข้อจำกัดของยุคสมัยอยู่  
แต่ในเล่มแรกตัวละครจะค่อนข้างเยอะหน่อย และก็มีที่น่าสนใจอยู่หลายคน  
อย่างเช่นน้องสาวพระเอก  ...ที่เรารู้สึกว่านางน่าจะทะลุมิติมาด้วยเหมือนกัน 
เพราะดูจากลักษณะนิสัย บวกกับการกระทำที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาแล้ว..
มีแววสูงมากกกกก  ( ̄‥ ̄)=3

พออ่านถึงตอนที่พี่ชายได้เจอหน้านางเอกที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง เรานี่แอบสะใจนิดๆ นะ  
คือหมั่นไส้อิพี่ชายมาก  คือเห็นว่าเป็นเพื่อนของพระเอกด้วย แล้วพระเอกก็ไม่ใช่ประเภทที่จะคบใครเป็นสหายง่ายๆ เพราะฉะนั้นมาเป็นเพื่อนพระเอกได้ก็ต้องมีอะไรดีๆ อยู่นะ  ... 
แต่อิพี่ๆ ๆ ๆ  ทำไมอิพี่ถึงได้ทอดทิ้งไม่ดูดำดูดีน้องสาวแท้ๆ ได้ลงคอ  
แต่ไปดีกับอิแม่เลี้ยงและพี่น้องคนละแม่แทนเล่า  ...ไม่เคยไปหา ไม่เคยไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบอะไรเลยมาเป็นสิบๆ ปี  ปล่อยให้น้องแท้ๆ โดนคนอื่นเขากลั่นแกล้งรังแกได้อย่างไร  
คือเข้าใจว่าตอนนั้นอิพี่ยังเด็กอยู่ แล้วแม่เลี้ยงก็รักใคร่เอาใจใส่อิพี่ดี  
อิพี่เลยหลงเชื่อคำที่แม่เลี้ยงเป่าหู  แต่พอโตแล้วอีพี่คิดไม่ได้ ไม่สะกิดใจอะไรบ้างเลยหรือ เป็นถึงองครักษ์นายอำเภอเลยด้วยนะ  (ทำไมข่อยถึงรู้สึกว่าอิพี่นี่มันนิสัยคล้ายๆ กับอิตาแม่ทัพเสิ่นในเรื่องหมอหญิงเทวดาหว่า .. คือเก่งแต่เรื่องงาน  แต่เรื่องในบ้านดันกลับซื่อบื้อ หูเบาเหมือนกันเลย55)
นี่ถ้าน้องสาวไม่หาย แล้วพระเอกไม่เชื่อมโยง อีพี่ก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือ
..โกรธอีพี่มาก 55+ ... เลยแอบสะใจทุกครั้งที่โดนนางเอกเย็นชาใส่ ไม่สนใจ  
สมน้ำหน้าอิพี่แล้ว  ถ้ายังไม่ฉลาดอีกก็ขอให้โดนหนักๆ กว่านี้เถอะ 55+ 
คือนางเอกรับรู้ไง ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาเจ้าของร่างนี้อยากให้พี่ชายมาหา มาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอด 
แต่อิพี่ชายกลับไม่เคยมาเลย  ดีจริงๆ  (((((ノ☉∇☉)