วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ


ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : 歌尽桃花 หมีเป่า
ผู้แปล : อาจือ
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
เธอผู้อกหัก  ข้ามมิติไปอยู่ในแคว้นตงฉีโดยไม่ได้ตั้งใจ 
จากนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งกลายมาเป็นเซี่ยเจาหวา  
ธิดาคนที่สี่ผู้มีปัญหาทางสมองของราชครูเซี่ย

เขาผู้มีสถานภาพลึกลับ
ทำตัวเจ้าสำราญไปวันๆ  อยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง
บางครั้งก็เป็นเซี่ยเจาอิง  พี่ชายคอรองของเธอ
บางครั้งก็เป็นเซียวเซวียน  เยียนหวังแห่งราชสำนัก

ความลึกลับของเขา  ทำให้เธอซึ่งเดิมอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพ
มีอันต้องประสบเคราะห์ภัยตามชะตาฟ้าลิขิต  
จนถูกพัดพาเข้าไปสู่วังวนความรักและศึกช่วงชิงอำนาจ ....

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)


เซี่ยหวายหมิน หญิงสาวจากยุคปัจจุบัน นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 3 คณะแพทย์แผนจีน  
นางแอบรักพี่ชายข้างบ้านรูปหล่อเพอร์เฟคอยู่คนหนึ่งมาเนิ่นนาน  
แต่ไม่เคยบอกความในใจ จึงทำได้แค่เพียงแอบรักเขาไปเรื่อยๆ จนพี่ชายข้างบ้านจะแต่งงาน  
เซี่ยหวายหมินก็เลยต้องอกหักรักคุดไปตามระเบียบ
หลังจากที่อกหัก เซี่ยหวายหมินก็ประสบอุบัติเหตุทำให้วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ 
เซี่ยเจาหวา คุณหนูสี่ หรือบุตรสาวคนสุดท้องของท่านราชครูเซี่ย ...หึหึ  
คุณหนูสี่คนเดิมนั้นมีความปกติทางสมอง พูดเป็นประโยคไม่ได้หรือพูดง่ายๆ ก็คือปัญญาอ่อน  
แต่เมื่อนางเอกได้มาอยู่ในร่างนี้ก็แน่นอนว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป (ตามระเบียบ)  
จากเด็กสาวปัญญาอ่อนที่พูดไม่ได้ก็กลายมาเป็นเฉลียวฉลาด พูดจาฉะฉาน และมีวิชาแพทย์ติดตัว

ส่วนพระเอกก็เป็นคนที่เราเกือบเดาผิดเพราะเข้าใจว่าเป็น ... ของนางเอก
แต่เพราะออร่าเขาแรง สุดท้ายเราก็เลยไม่ต้องลงเรือผิดลำ 55+  
...พระเอกเป็นน้องชายของฮ่องเต้ที่กำลังป่วยหนักอาการร่อแร่ใกล้ตายเต็มที  
แถมในขณะที่ล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ก็โดนบรรดาญาติๆ ฝั่งเมียรุมปองร้ายคิดโค่นบัลลังก์      
เมียฮ่องเต้คนนี้โหดมาก คิดจะกำจัดพระเอกมาตั้งแต่ยังเด็กเลย   
คอยหาทางลอบฆ่าพระเอกอยู่ตลอด เพราะกลัวจะมาแย่งบัลลังก์กับลูกนาง  
ขนาดพระเอกโดนส่งไปอยู่ที่อื่นแล้วก็ยังไม่ยอมปล่อย ยังส่งคนไปลอบฆ่า  
จนทำให้พระเอกต้องสูญเสียคนสำคัญและกลายเป็นบาดแผลใหญ่ในใจเรื่อยมา

เราว่านางเอกเรื่องนี้คล้ายๆ กับแครอลในคำสาปฟาโรห์อยู่นะ      
ตรงที่นางต้องระเห็จไปรักษาคนนู้นคนนี้อยู่บ่อยๆ เลยไม่ค่อยได้อยู่กับที่นานๆ  
ส่วนพระเอกก็ต้องไปกอบกู้บัลลังก์คืนมา   
ในเล่มแรกเลยเป็นการปูพื้นความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นาง 
และการวางแผนช่วงชิงบัลลังก์ของพระเอก ที่ต้องหนีไปตั้งหลักไกลถึงชายแดน
แล้วค่อยๆ วางแผนตีรุกคืบเข้ามา  โดยมีนางเอกและคนสนิทคอยช่วยเหลือ  
ซึ่งนางเอกของเรานอกจากจะเป็นหมอรักษาคนแล้ว  ก็ยังเป็นกูรูคอยนำความรู้ใหม่ๆ จากยุคปัจจุบัน
มาบอกเล่าให้พระเอกฟัง  เพื่อเอาไปปรับใช้ในการรบและการปกครองแผ่นดินอีกด้วย

แต่แม้จะมีลูกน้องฝีมือดีมากมาย และมีกูรูอย่างนางเอกคอยช่วยเหลือ  
แต่พระเอกก็ยังขาดกำลังรบอยู่ดี  และพอได้กำลังรบมาก็ดันไม่ได้มาฟรีๆ เพราะดันมีมือที่สาม!!  
เอ้ยๆ ๆ ๆ มีหญิงงามพ่วงติดมาด้วยอีกหนึ่งคนนะจ๊ะ  โฮะๆๆ ……
หญิงงามมากความสามารถที่เก่งทั้งบู๊และบุ๋น  ชาติตระกูลก็สูงส่ง
แถมยังหน้าตางดงาม เข้าก๊านเข้ากันกับพระเอกของเรา  ... 
หญิงงามคนนี้ไม่ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านะจ๊ะ ( มีหลายคนน่ะ 55+)  
ที่พอรู้ว่าพระ-นางเขารักกันก็ยอมถอยออกไปเงียบๆ   
แต่หญิงงามนางนี้เธอเป็นสาวมั่นจ้า  มีดีทั้งรูปโฉม ทั้งสติปัญญาและกำลังทรัพย์  
ถึงจะรู้ว่าพระ-นางเค้ารักกันนางก็ไม่หวั่นจ้า (ก็พ่อนางใหญ่ใครจะทำไม โฮะๆ ๆ)  
เพราะพระเอกนี่แหละคือบุรุษที่นางคู่ควร  นางไม่เชื่อหรอกว่าจะทำให้พระเอกหลงรักไม่ได้ หึหึ ...

และก็อย่างที่รู้ว่าการมีสามภรรยาสี่อนุของผู้ชายในสมัยโบราณนั้นเป็นเรื่องปกติ  
โดยเฉพาะพระเอก ถึงไม่อยากมีก็ต้องมี แล้วก็เลี่ยงไม่ได้ด้วย   
แต่ทว่านางเอกของเรานั้นมาจากยุคปัจจุบันที่สามีต้องมีภรรยาคนเดียวน่ะสิ 
แล้วจะให้นางทำใจกว้างยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ....
และเมื่อมาถึงจุดที่ทนต่อไปไม่ไหว นางก็ได้แต่หันหลังกลับแล้วเดินออกมา .... 

สรุปอ่านแล้วเราชอบนะคะ แต่ชอบแค่เล่มแรกจนถึงกลางๆ เล่มสอง
เพราะหลังจากที่นางเอกออกไปท่องโลก เราว่ามันดูเริ่มจะออกทะเลและ  
สกิลในการรักษาโรคของนางเอกก็ดูจะอัพเลเวลมากไปและ 55+  
อีกอย่างคือนางเอกจะนิสัยแก่นๆ หน่อย   
ในความรู้สึกเราเวลานางพูดเลยดูเหมือนชอบต่อปากต่อคำ  ต้องสวนทุกเม็ด  
ซึ่งจุดนี้เราไม่ค่อยปลื้มนิดหน่อย (เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะจ๊า) ....๊
ส่วนสำนวนการแปลเราอ่านแล้วมีสะดุดอยู่บ้าง  ไม่ค่อยลื่น  
ในเรื่องจะมีคำสมัยใหม่อยู่และนางเอกก็จะแทนตัวเองว่าฉัน  
ซึ่งก็อย่าได้แปลกใจเพราะนางนั้นมาจากยุคปัจจุบัน  และหนังสือเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนกับการเล่าความฝันของนาง ที่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่ฝันไป ...
ซึ่งพออ่านจบแล้วเราก็ต้องไปตีความกันเอาเองนะจ๊า ...โฮะๆ ๆ

......................................................................................................

" ได้ยินว่าเจ้าตรวจดูบาดแผลให้ลู่อิ่งจือ  เป็นเช่นไรบ้าง "

" นางสบายดีมีชีวิตอยู่รออุ้มเหลนได้สบายๆ  ท่านมิต้องเป็นห่วงหรอก "

" อย่าพูดเช่นนี้สิ "

" ที่นางได้รับบาดเจ็บก็เพราะช่วยชีวิตข้าไว้ "

" ข้าก็ช่วยชีวิตท่านไว้เหมือนกันนะ ! "

" ดังนั้นข้าจึงตอบแทนด้วยกายและใจของข้าอย่างไรเล่า "

คำพูดหนึ่งติดอยู่ในลำคอ 
' คนที่ท่านต้องตอบแทนด้วยกายและใจมีมากมายเหมือนปลาที่ต้องว่ายข้ามแม่น้ำ  ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะได้ส่วนแบ่งในตัวท่านสักกี่มากน้อย '  .....



📍ลำนำดอกท้อ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvshoHLIU


วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2


อาจารย์ ..เป็นคนชั่วช่างยากเย็นเหลือเกิน เล่ม 2 (4เล่มจบ) / ผู้แต่ง : Na Zhi Hu Li
ผู้แปล : กู่ฉิน
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
          เหลียนเจาบอกว่าอาจารย์อาของนางมิใช่คนดี  อาจารย์อากลับบอกว่าเหลียนเจามีเจตนาอื่นเคลือบแฝง   ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบตัวนางเคยพูดวาจาจริงสักกี่ประโยคกัน  ในเมื่อตนเองไม่เคยให้ใจจริงกับผู้อื่น  ก็ไม่อาจโทษว่าผู้อื่นใช้ไมตรีลวง

          เสียวเสี่ยวมุ่งหน้าไปเยือนตระกูลเสินหนงพร้อมเหลียนเจาเพื่อขอให้ช่วยขับเข็มเงินที่อยู่ในร่าง  ระหว่างทางนางได้พบกับเวินซู่  บุรุษซึ่งมีโฉมหน้าคล้ายอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง  ทั้งยังอ้างตนว่าเป็นน้องชายของอาจารย์ที่พลัดพรากจากกันไปนานปี   เสียวเสี่ยวจึงมีอาจารย์อาที่หล่อเหลาเพิ่มมาอีกคน  
ทว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์เอกของเจ็ดสิบสองเกาะทะเลตงไห่  วรยุทธ์สูงส่งแต่พฤติกรรมโหดเหี้ยม
จึงเป็นเหตุให้เหลียนเจากับเวินซู่ไม่ลงรอยกัน  ขณะที่เสียวเสี่ยวซึ่งถูกกระหนาบอยู่ตรงกลางต้องตกที่นั่งลำบาก  คนทั้งหมดกลับถูกผีดิบโจมตีและถูกหอบม้วนเข้าสู่การต่อสู้ภายในของตระกูลเสินหนง  เสียวเสี่ยวจำเป็นต้องเสาะหา "เข็มเทพซานซือ" จึงจะมีโอกาสรับการรักษา

           ขณะที่กำลังตามหาเข็มเทพ  เสียวเสี่ยวกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเหลียนเจา
นางคิดว่าสวรรค์จะต้องตาบอดเป็นแน่แท้  หาไม่ไหนเลยจะมีชายหนุ่มที่ดีพร้อมปานนี้มาบอกนางว่า 
เขาจะชอบนางอย่างยินยอมพร้อมใจและทุ่มเทด้วยใจเดียว ...

         เสียวเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองสวรรค์ซึ่งตาบอดไปแล้วนั้น ..ได้โปรดตาบอดต่อไปเถิด ไม่เป็นไร !

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
          มาแล้วเล่ม 2 ...ยังสนุกเหมือนเดิม แต่บางทีพออ่านๆ ไปก็จะเกิดอาการแบบว่
..เอิ่มมม ヾ(;゜ロ゜)ノ..ใครล่ะเนี่ย 55+ .. มันเป็นผลมาจากการออกที่ทิ้งระยะเวลานานเกินไปใช่มั้ย
หรือเป็นเพราะเราความจำสั้นเองหว่า 55+   แบบว่าจำไม่ได้จริงๆ อะตัวละครมันเยอะ  
ยิ่งมาเล่ม 2 ก็ยิ่งเยอะ  ทั้งอาจารย์อา  ทั้งศิษย์พี่ (ที่ไม่อยากจะนับญาติ)  แถมยังมีผีดิบกับโจทก์เก่าจากเล่มที่แล้วโผล่ออกมาอีกด้วย เยอะแยะไปหมด  แล้วหันมาถามนางเอกสิว่านางอยากเจอมั้ย ...
โผล่ออกมากันทำไมตั้งมากมาย  ไม่ได้จัดงานรวมญาติเด้อ 55+ 
  (((((ノ☉∇☉)

         ในเล่มนี้ความฝันที่จะเป็นคนชั่วของนางเอกก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเป็นจริงอยู่เหมือนเดิม  
เพราะไม่ว่านางจะไปไหน จะทำอะไร ก็มักจะถูกดึงให้ไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ ร้ายๆ อยู่ตลอด  ... 
ไปไหนก็มีแต่เรื่อง  แถมยังเจอแต่เรื่องใหญ่ๆ เจอแต่ขาโหดๆ ในยุทธภพทั้งนั้นเลยด้วย 55+....
ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ  ρ(′▽`o)ノ゛

          หลังจากที่สลัดตัวออกจากเรื่องวุ่นๆ ในเล่มที่แล้วมาได้  เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางนางเอกเลยตัดสินใจติดสอยห้อยตามพระเอกมา ...แต่เพียงก้าวแรกที่ลงเรือก็ดันเจอะกับเรื่องวุ่นๆ เข้าทันที  แถมรอบนี้ไม่ได้มีแต่คนเป็นๆ นะจ๊ะเพราะคนตายก็มาจ้า 55+   แต่นางโชคดีอยู่อย่างคือไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็มักจะมีคนให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด  ไม่งั้นลำพังแค่วรยุทธ์แมวสามขาอย่างนางคงรอดยาก....

           ยังไม่รู้ว่าใครเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด  แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้วุ่นวายมาก   ตัวนางเอกเองก็ถูกดึงให้เข้าไปพัวพันกับหลายเรื่องหลายฝ่ายมากเยอะแยะไปหมด  
ส่วนพระเอกก็ยังไม่เก่งพอ ประสบการณ์ยังน้อย ถ้ามีคนเก่งๆ โผล่ออกมาก็แย่เหมือนกัน...
แต่ในเล่มนี้บทพระเอกจะเริ่มเด่นขึ้น  ตอนเล่มแรกเรายังไม่ฟันธงนะว่าใครแต่มาเล่มนี้เอาวะ ลงเรือลำนี้แหละต้องใช่แน่นอน 55+  ヾ(>∀<☆ヾ)    อ่านไปก็ยิ้มไป  เพราะพระเอกคนนี้นิสัยน่ารักมาก ตรงไปตรงมา  อบอุ่นและซื่อมาก  แถมยังรักความยุติธรรมสุดๆ  ตรงกันข้ามกับนางเอกเลย 55+ ...

         แต่เพราะนิสัยที่ตรงไปตรงมา  จึงทำให้พระเอกเป็นเสมือนแกะดำเมื่อมาอยู่ในยุทธภพ   
ผิดถูก-ดีชั่วว่ากันชัดเจน จนทำให้นางเอกกลัวไม่กล้าบอกความจริง  แต่ก่อนที่ยังไม่รู้สึกอะไรก็โกหกได้แบบหน้าตายหน้าไม่เปลี่ยนสี  แต่พอมาทำดีด้วยบ่อยๆเ ข้าก็เริ่มจะใจอ่อนและ จะไม่ชอบก็ไม่ได้เพราะนิสัยน่ารักซะขนาดนี้ 55+ 

         อ่านจบแล้วเราว่าเล่มนี้สนุกขึ้นนะ  ปริศนาเริ่มเยอะพอจะเห็นตัวการที่อยู่เบื้องหลังอยู่ลางๆ   และที่สำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างพระ-นางก็เริ่มพัฒนามากขึ้น  ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบที่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น  ... เพราะพระเอกก็เริ่มรู้สึกตัวเริ่มรู้ใจตัวเองบ้างนิดๆ แล้ว  ส่วนนางเอกก็ถูกความอบอุ่นความเอาใจใส่ของพระเอกเล่นงานเข้า จนเริ่มจะใจอ่อนยอมเปิดใจให้พี่แกแล้วเหมือนกัน.. อิอิ

...............................................................................................

" เหตุใดจู่ๆ ถึงเริ่มเรียกข้าว่าคุณชายเหลียน "

" เดิมทีท่านก็คือคุณชายเหลียนอยู่แล้วนี่นา "

" เจ้า ... " เหลียนเจาไม่อาจโต้แย้ง  จึงได้แต่มองนางอย่างขุ่นเคือง

" เป็นอะไรไปหรือคุณชายเหลียน "

" ฮูหยินน้อย  เล่นพอหรือยัง "

เสียวเสี่ยวเห็นดังนี้ก็เริ่มก้มหน้าขอโทษทันที  " ข้าผิดไปแล้วๆ ข้ารับผิดแล้วยังไม่ได้อีกหรือ "

" ได้ ... "  เหลียนเจายิ้มตอบ   " ผู้ใดให้เจ้าเป็นฮูหยินน้อยเล่า "

" เหลียนเจา ... ข้ารู้ผิดแล้ว "

" เมื่อครู่ข้าก็ให้อภัยเจ้าแล้วมิใช่หรือ "

" เมื่อครู่ท่านบอกที่ไหนกันว่าให้อภัยข้า "

" ข้าให้อภัยเจ้า "

" เช่นนั้นหากข้าฆ่าคนวางเพลิง  ปล้นชาวบ้าน  ข่มเหงลวนลาม  ฉกชิงวิ่งราว  
ลักขโมยผลงานเล่า "

" ข้าให้อภัยเจ้า "

เสียวเสี่ยวยิ้มร่า  " อืม "



วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

คุณอาผู้เดียวดายกับเจ้าชายเลือดผสม


คุณอาผู้เดียวดายกับเจ้าชายเลือดผสม 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : 水千丞 (สุ่ยเชียนเฉิง)
ผู้แปล : เซียงเซียง
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
         ติงเสียวเหว่ย   ผู้มีส่วนสูง 180 เซนติเมตร หน้าตาหล่อคม สมชายชาตรี
ตามเหตุผลแล้ว เขาสมควรเป็นที่ชื่นชอบของสตรี
แต่เพราะหย่าร้างกับภรรยาแถมมีลูกสาวที่พูดไม่ได้
จึงต้องตกพุ่มม่ายกลายเป็นหนุ่มใหญ่ใจเปลี่ยน
ทว่าวันนี้บุญหล่นทับติงเสียวเหว่ยเข้าให้แล้ว!
        หนุ่มลูกครึ่งรูปงามที่ใส่นาฬิกาฝังเพชรนอนบาดเจ็บอยู่ข้างทาง
ถ้าไม่ใช่ลูกเศรษษฐีมีภัยแล้วจะเป็นอะไรได้
ดังนั้นต้องรีบเก็บ ..เอ๊ย!  ต้องรีบช่วยเหลือ
        บนศีรษะมีรอยแผล  พี่ติงพาไปเย็บให้  ต้องการที่ซุกหัวนอน  พี่ติงจัดหาให้
แต่พอฟื้นขึ้นมา  หมอนี่กลับความจำเสื่อม?
        แถมยังเชิญชวนหนุ่มใหญ่อย่างเขามา "ช่วยตัวเอง" ด้วยกัน!
เฮ้อ~   พี่ติงคนนี้อับจนหนทางแล้วจริงๆ
ตอนนี้ติงเสียวเหว่ยไม่มีเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ
เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานใหม่กับสตรีที่เพียบพร้อมสักคน

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ติงเสียวเหว่ย หรืออาติง  เป็นพ่อหม้ายลูกติดวัยสามสิบกว่า 
ที่ถูกภรรยาทิ้งและต้องเลี้ยงลูกมาตัวคนเดียวตามลำพัง  
อาติงทำงานเป็นพนักงานขับรถในบริษัทแห่งหนึ่ง  รายได้ก็ธรรมดาไม่ได้มากมายนัก
และเพื่อลูกสาวสุดที่รัก อาติงจึงพยายามรับจ๊อบพิเศษทุกอย่างเพื่อหารายได้เสริม
แต่แล้ววันหนึ่งสวรรค์ก็เป็นใจทำให้เขาได้ช่วยเหลือขายหนุ่มนิรนามมาดดีท่าทางร่ำรวยคนหนึ่งไว้  
หลังจากคิดคำนวณผลได้ผลเสียอยู่เป็นนาน สุดท้ายอาติงก็ตัดสินใจรับชายหนุ่มผู้นี้เอาไว้ดูแล

โจวจิ่นสิง หนึ่งในทายาทของตระกูลโจวซึ่งเป็นตะกูลที่ร่ำรวยมากๆ ๆ ๆ (ตามสเต็ป) 
แต่เพราะเป็นบุตรนอกสมรสและเป็นลูกครึ่ง จึงทำให้โจวจิ่นสิงไม่ได้รับการยอมรับจากคนในตระกูล  พระเอกได้เข้าไปอยู่ในบ้านของนายเอกหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ
พราะถูกทำร้ายจนไม่ได้สติ พระเอกจึงจำอะไรไม่ได้? ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร?   
ทำเอานายเอกแทบอยากจะร้อง เพราะคิดว่าจะโชคดีเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง 
แต่นี่อะไร! กลับต้องมาทำงานหาเงินเพิ่มเพื่อเลี้ยงดูพระเอกด้วยอีกคน 55+

พระเอก-นายเอกเรื่องนี้ต่างก็หล่อล่ำด้วยกันทั้งคู่  คนหนึ่งหล่อแบบหนุ่มใหญ่คมสัน  
ส่วนอีกคนก็หล่อแบบนายแบบหนุ่มลูกครึ่ง ...อิอิ 
เดิมทีนายเอกเรื่องนี้ชอบผู้หญิงนะ ไม่ได้ชอบผู้ชายเลยสักนิด  
แต่เป็นเพราะอยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวมานาน  พอมาเจอพระเอกที่รูปหล่อมาดแมน handsome 
อีกทั้งยังฉลาดเจ้าเล่ห์ยั่วบ่อยๆ เข้าให้ ตบะก็เลยแตก 55 ... 
ไหนๆ ใครเป็นคนบอกว่าทำดีย่อมได้ดีแล้วจะได้สิ่งดีๆ ตอบแทนกลับคืนมาไงเล่า โกหกทั้งเพ!! 
เพราะนอกจากจะไม่ได้อะไรตอบแทนแล้ว ก็ยังต้องมาเสียทั้งเงินเสียทั้งตัวเพิ่มอีกด้วยนะ..โฮะๆ ๆ  
(แต่กว่าจะทำใจให้ยอมถูกกดได้นี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย 55+)
        
ชอบนิสัยของนายเอกเพราะนางแมนดี  สมกับที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว   
เพราะโดนพระเอกทำซะขนาดนั้นแต่ก็ยังตั้งสติได้  
ควบคุมตัวเองได้ดี แล้วก็ตอกกลับไปได้ดีมาก ทำเอาพระเอกหน้าจ๋อยกลับไปเลย   
บางช่วงอ่านไปก็หน่วงๆ เพราะบทที่จะรักนายเอกก็รักจริงๆ  ถึงตัวเองจะไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน 
แต่พอตัดสินใจยอมรับแล้วก็คือรักจริงๆ เมียจ๊ะเมียจ๋าตลอด  ..
จากตอนแรกที่คิดว่าจะหาผู้หญิงดีๆ สักคนแล้วแต่งงานใหม่เพื่อลูก  
แต่พอยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับพระเอกได้..ก็เออเอาวะ! ไม่แต่งแล้วอยู่แบบนี้ก็ได้  
ถึงพระเอกจะความจำเสื่อมทำงานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  เดี๋ยวหางานเพิ่ม เดี๋ยวเลี้ยงเอง  
ยอมลำบากคนเดียวแต่จะไม่ให้ลูกเมียต้องมาลำบากด้วยเด็ดขาด .....

แล้วดูๆ ๆ ๆ ที่พระเอกมันทำสิ!!!  จู่ๆ ก็หายไปซะเฉยๆ ปล่อยให้คนอื่นเขาวิ่งตามหาไปทั่ว  
พอเจอหน้าก็ทำเป็นไม่รู้จักอีก  เจอแบบนี้เข้าเป็นใครจะไม่โกรธไม่แค้น... เฮ้อ
แล้วดีนะที่นายเอกไม่ใช่ประเภทหัวอ่อนว่าง่าย ที่พอมาง้อหน่อยก็ยอมคืนดีกลับไปด้วย... 
ซึ่งข้อนี้ถูกใจเรามากกกกกก  เพราะพอคิดตกแล้วนางก็ตัดทิ้งเลยจ้า    
เดินหน้าใช้ชีวิตตามปกติกับลูกสาวต่อ ไม่ยึดติดกับอีตาพระเอกอีกเลยจ้า สะใจอีช้อยจริงๆ 55 +
ส่วนพระเอกก็หน้าดำคร่ำเครียด เพราะโดนนายเอกตอกกลับหน้าหงาย ทำให้ต้องพ่ายแพ้กลับไปทุกที  หลังๆ เลยต้องมานั่งคิดหาวิธีใหม่เพื่อจะเอาตัวนายเอกกลับคืนมา   หึหึ ....

เรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดผิดคาดมาก  เพราะพล็อตแบบนี้เหมือนจะเจออยู่บ่อยๆ
ตอนแรกเลยไม่ได้สนใจ แต่พอได้มาอ่านดันสนุกกว่าที่คิดทีนี้เลยอ่านรวดเดียวจบเลย   .......

...............................................................................................

' คิดว่าชีวิตของเขาทำไมถึงได้ล้มเหลวขนาดนี้  
คนคนเดียวยังเหนี่ยวรั้งไม่อยู่
คิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย  รักบ้านรักครอบครัว  
ไม่เจ้าชู้ไม่เล่นการพนัน  แต่คู่ชีวิตกลับตีจากเขาไปทีละคน
คิดว่าพระเจ้าทำไมถึงใจดำกับเขานัก  เห็นเขามีชีวิตที่สงบสุขไม่ได้หรือ ... '


วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560

มเหสีป่วนรัก


มเหสีป่วนรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เกอหยาง 
ผู้แปล : Wisnu
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
ยามราชสำนักไม่มั่นคง จักรพรรดิเยาว์วัย พระพันปีอ่อนแอ 
ช่วงเวลาเช่นนี้มักจะมีขุนนางชั่วโฉดสร้างโอกาสยึดรวมอำนาจไว้ในมือของตน
‘เวยกั๋วกง’ขุนนางผู้กระหายควบคุมอำนาจล้นฟ้าไว้ในมือ แม้แต่จักรพรรดิน้อยก็ต้องเชื่อฟัง 

เขาจึงเดินหมากเพื่อเป็นพระสัสสุระของจักรพรรดิน้อย 
ส่งบุตรีนอกสมรสของตนเข้าอภิเษกสมรสเป็นอัครมเหสีเพียงหนึ่งเดียว
เรื่องนี้สะเทือนฟ้าสะเทือนดินยิ่งนัก ผู้คนต่างโจษขานกันไปไกล 

ทว่าเรื่องที่เล่าลือกันนี้มิใช่เพราะความยิ่งใหญ่ หรือความงดงามของอัครมเหสี
แต่เป็นเพราะบุตรีของเวยกั๋วกงผู้นี้นั้นห่างไกลจากคำว่า ‘สาวงาม’ มากนัก 
อีกทั้งรูปร่างหรือก็อวบอ้วนยิ่งนัก ผิวพรรณก็ดำขำ จนพาให้ผู้พบเห็นได้ขบขัน 
หนำซ้ำอัครมเหสีผู้นี้ยังเป็นคนสร้างความปั่นป่วนไปทั่ววังหลวง สมกับเป็นบุตรีของขุนนางโฉดชั่วโดยแท้
แต่ทว่าแม้ว่านางจะอ้วนดำ ทั้งยังเป็นลูกศัตรู 

เหตุไฉนจิตใจของจักรพรรดิน้อยถึงได้ป่วนปั่นและอ่อนไหวไปเพราะนางเช่นนี้!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เพื่อรักษาบัลลังก์ของบุตรชายให้มั่นคง ไทเฮาจึงจำต้องผูกมิตรเพื่อเอาใจ หลิวเซีย ขุนนางใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนัก ณ เวลานั้น  เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าจากโฉมสะคราญ หลิวไป๋อวี๋ ที่ตนหมายตา จะกลับกลายมาเป็น หลิวเฮยพั่ง  ที่ทั้งอ้วนทั้งดำนางนี้แทน ...
ทว่ากว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะ
อีกฝ่ายได้เข้าพิธีแต่งงานกลายเป็นอัครมเหสี เป็นภรรยาที่ร่วมผูกผมของบุตรชาย และกลายเป็นลูกสะใภ้ของนางไปเสียแล้ว....

นางเอก หลิวเฮยพั่ง เพียงแค่ชื่อก็ทำให้จินตนาการถึงรูปร่างหน้าตาได้หมดแล้ว เพราะภาษาจีน เฮย แปลว่า ดำ / พั่ง แปลว่า อ้วน .... แต่เราคิดว่านางไม่น่าจะอ้วนดำขนาดนั้นหรอกมั้ง
อาจ
จะผิวคล้ำกว่าคนอื่นหน่อย 
อวบๆ มีเนื้อมีหนัง ไม่ผอมบางเอวคอด หุ่นไม่เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปในสมัยนั้นเท่านั้นเอง (รึเปล่า?) 

นางเอกเป็นคนฉลาดแต่ชอบแกล้งโง่ เป็นคนสบายๆ ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไร  ขอแค่ได้กินอิ่มนอนหลับและทำหน้าที่ของอัครมเหสีได้ดีก็เป็นพอ  ภายนอกดูเหมือนไม่ค่อยแคร์อะไร  ..
ใครจะแก่งแย่งชิงดีอะไรก็ปล่อยเขาไป  
ช่างมัน แล้วแต่บุญแต่กรรมเถอะ 55+  
... แต่จริงๆ เราว่ามันอาจเป็นเพราะนางเอกต้องอยู่ในจุดยืนที่ลำบาก จะพูดจะทำอะไรก็ยาก 
เพราะนั่นก็พ่อ นี่ก็สามี จะให้อยู่ข้างพ่อแต่ต้องทำร้ายสามีนางก็ไม่เอา แต่ถ้าจะให้อยู่ข้างสามีแล้วต้องทำร้ายพ่อนางก็ทำไม่ได้อีก ...เฮ้อ

ส่วนพระเอก ต้วนอวิ๋นจั้ง เพราะถูกบังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก ก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกไม่พอใจและไม่ชอบหน้าเมียตัวเอง เพราะนอกจากจะไม่สวย อีกฝ่ายก็ยังเป็นลูกของศัตรูที่เขาต้องกำจัดอีกด้วย  ดังนั้นความสัมพันธ์ของพระ-นาง จึงค่อนข้างห่างเหินและไม่สู้ดีนัก  
แต่เท่านั้นยังไม่พอ! เพราะสวรรค์ยังส่งหญิงงามลงมาเป็นแบบทดสอบความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่อีก
หญิงงามที่นอกจากจะงามแล้วก็ยังฉลาด พูดจาเข้าหู จะแต่งกลอน วาดภาพ หรือดีดพิณก็ได้ทั้งนั้น ทั้งสวยทั้งเก่งคุณสมบัติดีพร้อมขนาดนี้  ก็เป็นธรรมดาที่ผู้ชายจะต้องชอบใช่ม๊า ..
เพราะพอหันกลับมาดูเมียที่บ้านตัวเอง นอกจากรูปร่างหน้าตาจะไม่งาม ก็ยังไม่ชอบแสดงความรู้สึก ชอบทำหน้าตาย ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก ไม่มีความหึงหวงใดๆ ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลยสักนิด ..
แต่เราว่าที่นางเอกดูนิ่งๆ เหมือนไม่แคร์ ส่วนหนึ่งมันน่าจะเป็นเพราะนางเข้าใจและตระหนักถึงฐานะของตัวเองดีมาตั้งแต่เด็กๆ บวกกับยังไม่มีใจด้วยไง เพราะฉะนั้นนางถึงไม่เคยตีโพยตีพาย ไม่เคยพูดอะไร  ...กลับเป็นฝั่งพระเอกซะอีกที่รู้สึกตัวได้ก่อนว่าคิดยังไงกับเมีย (ฮิ้ววว)  แล้วก็เริ่มทำอะไรชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ปล่อยให้เราคนอ่านปวดใจมาตั้งนาน ... หึหึ
             
อ่านจบแล้วเราชอบนะ  จริงๆ สนใจตั้งแต่ที่ได้อ่านคำโปรยแล้ว เพราะเรื่องนี้นางเอกไม่ใช่โฉมงามเอวบางร่างเล็ก แต่ตรงกันข้ามเพราะนางทั้งดำทั้งอ้วน ไม่ตรงตามแบบฉบับสาวงามทั้งหลาย
แล้วก็เป็นแบบนั้นตั้งแต่ต้นไปจนจบเรื่องเลยด้วยจ้า  
เราเลยอยากรู้ว่าพระ-นางจะรักกันได้ยังไง เพราะอุปสรรคของคนทั้งคู่ก็มีไม่ใช่น้อย ....โดยเฉพาะเรื่องพ่อของนางเอกที่เป็นหนามตำใจพระเอกมากที่สุด  และนี่ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้เราชอบพระ-นางของเรื่องนี้ ....
เพราะถึงพ่อนางเอกจะเป็นแบบนั้น แต่นางก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรพ่อตัวเองเลย  แม้เขาจะไม่ได้เลี้ยงดูตัวเองมา แม้เขาจะเห็นนางเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีเขา นางก็คงไม่มีทางได้แต่งงานกับพระเอก  อีกทั้งพ่อก็ไม่ได้สั่งให้นางไปทำอะไรที่ไม่ดี แต่กลับปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตสโลว์ๆ เป็นอัครมเหสีสบายๆ แบบนั้นไปเรื่อยๆ ด้วยนะ   

ส่วนพระเอกก็รู้ดีว่าเมียนั้นต้องอยู่ในจุดยืนที่ลำบาก ถึงจะไม่ชอบที่นางเป็นลูกของศัตรู แต่มันก็เป็นไปแล้วอะเนาะ  จึงได้แต่ทำใจยอมรับและไม่ดึงนางเข้ามากี่ยวข้องบนเส้นทางการต่อสู้นี้ 
สิ่งที่เขาต้องทำก็คือให้นางได้กินของอร่อยๆ ที่ชอบ  ได้อ่านหนังสือนิยายที่อยากอ่าน  ทำให้นางยังคงเป็นเฮยพั่งคนเดิมแบบนี้ .... ถึงจะอยู่คนละขั้วแต่พระเอกก็พยายามหาหนทางที่จะได้อยู่ร่วมกันกับเมียตลอดไปนะ.........

           ยามนางแย้มยิ้มเขาก็รู้สึกสุขใจ  ยามนางร่ำไห้ ราวกับหัวใจเขาถูกแช่อยู่ในน้ำส้ม
หากเวลาสามารถไหลเลื่อนอยู่ท่ามกลางการจ้องมองเช่นนี้ได้ มันจะดีสักเพียงใดกัน
ถึงตอนนั้นโลกภายนอกจะเป็นเช่นไรก็คงไม่สลักสำคัญอีกต่อไป
               เขากุมมือที่ถือถังหูลู่ของนางไว้แผ่วเบา  ความรู้สึกเป็นสุขยากจะเก็บงำไว้ในใจ
ราวกับจะกลับกลายเป็นคำพูดไหลทะลักเอ่อล้นออกมา
               " เฮยพั่ง ... เจ้า "   '   

...........................................................................................................

' บางครั้งยามค่ำคืน เขามักจะสะดุ้งตื่นจากฝัน  
เข้าใจผิดไปว่าตนเองยังคงเป็นจักรพรรดิน้อยที่มุมานะพากเพียรเขียนอ่านอยู่ในห้องทรงพระอักษร
ส่วนนางก็ยังคงเป็นเด็กสาวตะกละตะกลามไม่รู้จักอนาทรร้อนใจ  
เขาลากมือนางแล้วบังคับให้วิ่งไปอย่างไร้จุดหมาย  
เขาคิดว่าถึงแม้ระหว่างพวกเขาสองคนจะมีภูเขานับพันแม้น้ำนับหมื่นขวางกั้น 
แต่อย่างน้อยก็ยังมีมือคู่หนึ่งเกาะกุมกันไว้แน่น 
แต่ว่า .. หรือว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมา  
ยามเขาไม่ทันได้หันกลับไปมอง 
มือคู่นั้นกลับคลายออกก่อนแล้ว
แต่เขามิอาจกล่าวโทษผู้อื่น  และมิอาจกล่าวโทษนาง
เขาค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น  ในใจสับสนวุ่นวายยากเกินจะเอ่ย .....  ' 


📍มเหสีป่วนรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/3fwoGqcvEr







วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เจ้าอัคคีหวงรัก 3 เล่มจบ


เจ้าอัคคีหวงรัก 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : อวี๋ฉิง / ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
‘หนานกงหล่าง’  หนึ่งในเจ็ดอัคคีผู้ร้ายกาจดั่งปีศาจ ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นต่างหวาดกลัว 
ใครจะคิดว่าเขาจะยึดมั่นถือมั่นในความรักอย่างลึกซึ้ง 
ทว่าภรรยาที่รักจะจากไปนานถึงสามปี ก็มิอาจตัดใจ 
ยอมกระทั่งอ่อนข้อให้ศัตรูสังหารเขาจนดับสิ้น 
เพื่อที่จะลงไปติดตาม เฝ้าคอยหา แม้ว่าที่แห่งนั้นจะเป็นปรโลกก็ตาม
เมื่อวิญญาณก้าวอยู่ตรงหน้าประตูปรภพโลกล่าง 

แต่มิอาจก้าวข้ามไปได้ ซ้ำยังถูกผลักไสกลับไปทุกครั้ง 
เขาจึงตั้งปณิธานไว้ว่าถ้าไม่ได้พบจิตวิญญาณของนางก็จะไม่ตัดใจ 
หนานกงหล่างจะต้องพานางกลับไป...กลับไปยังที่ที่นางจากมาให้ได้

เรื่องที่ดวงวิญญาณที่ไม่สิ้นอายุขัยตามหาภรรยา

สร้างความยากลำบากให้แก่ ‘เหลียนจวิน’ ภูตหนุ่มน้อยที่รับหน้าเฝ้าประตูวิญญาณยิ่งนัก 
ช่างเป็นวิญญาณที่ดื้อรั้น ดื้อดึงถึงที่สุด 
ทำให้เขาต้องหาทางมารับมือกับวิญญาณตนนี้อย่างสุดความสามารถ
แต่ทว่าความสามารถเขานั้นช่างน้อยนิด มิอาจจะต้านทานความร้ายกาจได้ 
จำต้องก้มหน้าช่วยตามหาภรรยาที่เป็นดั่งดอกไม้เล็กๆ สีขาวของอีกฝ่าย 
ทำให้ภูตน้อยเช่นเขาเข้ามาพัวพันกับความวุ่นวายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ชุยเหลียนจวิน  ภูติน้อยจากโลกล่าง เพราะจิตวิญญาณบางส่วนขาดหาย
เหลียนจวินเลยเป็นได้แค่เจ้าหน้าที่ชั่วคราวอยู่ในโลกล่าง เดิมทีเขาเป็นคนง่ายๆ  
ไม่โลภมากหรือมีความปรารถนาอะไร ขอแค่ได้มีชีวิตที่สงบสุขและได้อ่านหนังสือเยอะๆ ก็พอ    
... แต่วันคืนที่สงบสุขก็เริ่มหมดลง  เมื่อหนานกงหล่าง หนึ่งในเจ็ดอัคคีลงมาเยือนโลกล่าง
เพื่อตามหาภรรยาที่จากไป  เหลียนจวินปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะต้องคอยคิดหาวิธีต่างๆ มารับมือ
กับหนานกงหล่าง และหาทางส่งเขากลับไปยังโลกมนุษย์ .... 
สุดท้ายเขาถึงขั้นต้องจำใจผูกวาสนาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับหนานกงหล่าง
เพื่อบีบให้อีกฝ่ายกลับไปยังโลกเดิม .... 

พระเอก หนานกงหล่างหรือท่านห้า  หนึ่งในเจ็ดอัคคีผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพเซียน
แต่ทว่านิสัยกลับโหดเหี้ยมเย็นชาตรงข้ามกับหน้าตาโดยสิ้นเชิง  
หนานกงหล่างมีภรรยาที่หน้าตาธรรมดาและนิสัยผิดกันนามว่า ชุนฮวา   
ท่ามกลางกลียุคและความสกปรกโสมมของจิตใจคน ชุนฮวากลับเป็นเสมือนดอกไม้ดอกเล็กๆ สีขาว ที่เปล่งแสงสว่างงดงามอยู่ในจิตใจของเหล่าเจ็ดอัคคี

เจ็ดอัคคีถือกำเนิดในยามที่บ้านเมืองระส่ำระส่าย ยามที่แผ่นดินลุกเป็นไฟมีแต่กลิ่นคาวเลือด  
แม้จะทำเพื่อกอบกู้บ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น  แต่ความรู้สึกของผู้คนในหวงเฉากลับไม่ได้ยกย่องเชิดชูพวกเขาเสมือนว่าเป็นวีรบุรุษเลย  ตรงกันข้ามลึกๆ ทุกคนต่างรังเกียจและชิงชังเจ็ดอัคคีมาก  
คงจะมีก็แต่นางเอกเท่านั้นที่ไม่เคยนึกรังเกียจหรือหวาดกลัวพวกเขาเลย           

ตอนแรกพวกเขาเห็นนางเอกเป็นสิ่งแปลกใหม่  ด้วยความอยากรู้บวกกับความสนใจ  
พวกเขาจึงตัดสินใจรับแกะน้อยที่แสนจะอ่อนแอตัวนี้มาไว้ในความดูแล  
ไม่งั้นด้วยลักษณะนิสัยและสภาพร่างกายแบบนี้ หากไม่มีเจ็ดอัคคีคอยปกป้องคงได้ตายแน่นอน  
เพราะนี่ไม่ใช่ลักษณะนิสัยของคนที่จะอยู่รอดในแผ่นดินที่แบ่งแยกชนชั้น และมีระบบทาสชัดเจนเช่นนี้ ทาสที่นี่ไม่ต่างอะไรจากสัตว์  ไม่มีค่า
และสามารถฆ่าทิ้งได้ทุกเมื่อโดยไม่ผิดกฎหมายใดๆ......

นางเอกเป็นคนที่เข้มแข็งและจิตใจดีมากๆ  ไม่เคยโกรธแค้นหรือคิดร้ายใคร   
แม้จะถูกบีบให้ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ได้  
ถูกบีบให้ไม่สามารถไปไหนมาไหนเพราะไม่มีที่ให้เดิน  กระทั่งร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ
แต่นางก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขสบายใจ  ไม่ยึดติด ไม่โลภมาก ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น  
แค่ได้อยู่กับคนที่รักก็พอ (ปลงได้ตั้งแต่เด็กเลยนะเออ) ...  
ส่วนเจ็ดอัคคีก็ไม่เคยยอมแพ้เฝ้า ทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางได้มีที่ยืนบนแผ่นดิน  
ขอแค่ให้นางได้มีชีวิตอยู่ต่อไป  ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนพวกเขาก็ยินดีทำ...

เรื่องนี้ก็ตามสไตล์อวี๋ฉิงอะเน้อ ก็จะเนิบๆ เรื่อยๆ แบบว่าเล่าไปเรื่อยๆ ไม่ได้โลดโผนอะไร  
รู้สึกเหมือนกำลังอ่านหนังสือปรัชญาชีวิตอยู่เลยอะ 55+     
พออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะใช้ชื่อว่าเจ็ดอัคคีหวงรักมากกว่านะ 55+ ... 
เพราะไม่ได้มีแต่พระเอกเท่านั้นที่รักและเป็นห่วงนางเอก  
แต่ยังมีเจ็ดอัคคีคนอื่นๆ อีกด้วย ที่รักและก็เป็นห่วงนางเอกมากไม่แพ้กัน       
                       
ส่วนปริศนาของเรื่องที่ทำให้เราสงสัยและอยากรู้มากที่สุดก็คือ ที่มาที่ไปของนางเอกและเจ็ดอัคคีทั้งหมด... เพราะอ่านเล่มแรกๆ จะรู้เลยว่านางเอกไม่ใช่คนบนโลกนี้แน่นอน  
ส่วนเจ็ดอัคคีตอนอ่านก็สงสัยว่านี่พวกเอ็งใช่มนุษย์กันจริงๆ หรือ  
เพราะดูจะเก่งกาจและโหดเหี้ยมเกินคนไปหน่อยนะจ๊ะ  
แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยได้เห็นบทโหดๆ ของพวกพี่แกหรอก
เพราะส่วนมากจะเห็นแต่ตอนที่อยู่กับนางเอกซะมากกว่า  ซึ่งก็จะดูซอฟท์  
ดูใจดีเหมือนมีความสามัคคีกัน 55+                    
แต่ก็สงสัยว่าใครหนอที่มีความสามารถถึงขนาดที่ทำเรื่องพวกนี้ได้ 
สามารถบีบให้นางเอกไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้   ขนาดที่เจ็ดอัคคีร่วมมือกันปกป้อง
พยายามช่วยกันขัดขวางแต่ก็ยังต้านไม่อยู่เลย   .... 
ซึ่งหากไม่อ่านให้จบให้ครบทั้ง 3 เล่มเราก็จะไม่รู้ความจริงของปริศนาเหล่านี้นะจ๊ะ   

...........................................................................

" เช่นนั้น .. ตอนนี้ข้าเชื่อแล้ว เช่นนี้ก็ไม่ได้หรือ "

เหลียนจวินก้มหน้าตอบเสียงค่อย

" เชื่อแล้วจะมีประโยชน์อะไร พี่ใหญ่ ชุนฮวาตายตอนอายุยี่สิบ  สำหรับนางแล้วนับแต่นั้นมาย่อมเป็นอิสระ   ไม่ต้องเผชิญหน้ากับโลกที่ไม่คุ้นเคย  ไม่ต้องทนกับโลกที่แบ่งแยกสูงต่ำชัดเจนเกินไปเช่นนี้ .."

หนานกงหล่างคว้าจับมือเขากะทันหัน

เหลียนจวินตะลึงแหงนหน้าเผชิญหน้ากับบุรุษผู้นี้โดยสัญชาตญาณ

สายตาของหนานกงหล่างจ้องมองเขาขณะกัดฟันพูด

" ถ้าหากข้าเปลี่ยนแปลงระบอบระเบียบของหวงเฉาแห่งนี้เล่า "

เหลียนจวินเบิกตาค้าง

หนานกงหล่างพูดเสียงเฉียบอีกครั้ง

" ถ้าข้าเปลี่ยนแปลงหวงเฉาที่เต็มไปด้วยคาวเลือดได้  ชุนฮวาจะยอมกลับมาเพื่อข้าหรือไม่ "


วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ฟ้าส่งข้ามาลุย - ภาคท่านหญิงหลีหยาง


ฟ้าส่งข้ามาลุย - ภาคท่านหญิงหลีหยาง 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : MENG XI SHI
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก

ใครๆ ก็ย้อนอดีต ... แต่พวกเธอกลุ่มนี้กลับถูกเหวี่ยงมา ' อนาคต '
ท่านหญิงหลีหยาง พระราชนัดดาผู้ถือกำเนิดจากพระชายาของ 
'เต้าอ๋อง - หลี่หยวนชิ่ง' โอรสองค์ที่สิบหกของ 'ฮ่องเต้เกาจู่่ '
นับเป็นหนึ่งในราชนิกุลต้าถังที่รุ่งเรืองและถูกทะนุถนอมมากที่สุด

ก่อนที่จะป่วยหนักจนสิ้นใจ  นางเคยมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งเงินทอง
และยศถาบรรดาศักดิ์ แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางกลับพบว่า
ตนอยู่ในร่างของ ' อิ๋งอิ๋ง ' ดาราตัวประกอบหางแถวที่ไม่มี 'อะไรสักอย่าง '

ผอมแห้ง - แฟนทิ้ง - งานกำลังดิ่งลงเหว
ที่สำคัญไม่มีเงินในกระเป๋าพอยาไส้
ความทรงจำเก่าๆ ของซางอิ๋ง ทำให้ท่านหญิงทราบว่าสำหรับโลกใบใหม่นี้
ราชวงศ์ถังเป็นอดีตไปแล้ว

อดีตเมื่อพันปีก่อน!!!!

ไม่มีฮ่องเต้ ฮองเฮา พระสนมหรือชายงามที่เคยเลี้ยงไว้
ทุกคนบนโลกใบใหม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ตนเองอยู่รอด
แน่นอนว่าถ้าครอบครัวมีฐานะก็เป็นอีกเรื่อง  แต่เห็นได้ชัดว่าฐานะ
ครอบครัวของซางอิ๋งนั้นย่ำแย่สุดๆ
ตกลง  ท่านหญิงอย่างนางกำลังโป๊ะปังถังแตกจริงหรอเนี่ย?

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  (อาจมีสปอยล์ )
เรื่องราวของท่านหญิงหลีหยาง  สตรีชนชั้นสูงหนึ่งในราชนิกุลแห่งต้าถัง 
ที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของซางอิ๋งดาราสาวในยุคปัจจุบันที่กำลังจะตกกระป๋อง  
ซางอิ๋งคนก่อนมักชอบทำตัวให้ตกเป็นข่าวเสียๆ หายๆ อยู่ตลอดเวลา  
แถมฝีมือการแสดงก็ยังงั้นๆ จึงไม่เป็นที่ชื่นชอบของใครๆ  
หลังจากที่ไปทะเลาะตบตีกับคนอื่นเพราะเรื่องผู้ชาย  
ซางอิ๋งก็ประสบอุบัติเหตุและทำให้ท่านหญิงหลีหยางเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน ...

ท่านหญิงหลีหยางตื่นมาแบบงงๆ เมื่อได้รู้ว่าสถานที่ที่นางอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ยุคสมัยเดิม  
ที่นี่ไม่มีคนคอยปรนนิบัติรับใช้ แต่ทุกอย่างต้องลงมือทำด้วยตัวเอง  
ที่นี่ไม่มีหนุ่มๆ หน้าใสวัยละอ่อนมาคอยรุมล้อมเอาใจ จะมีก็แต่หนุ่มหน้าไม่ค่อยใส
วัยเกือบจะกลางคนแล้วทั้งนั้น55 แถมเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ค่อยมีเงินและกำลังจะตกงานอีกด้วย  
แต่ท่านหญิงก็คือท่านหญิง เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน
แต่พอตั้งสติได้นางก็เข้าใจทุกอย่างและปรับตัวได้ในบัดดล  ....หึหึ  ( ̄ー+ ̄)

ซางอิ๋งคนเก่านั้นนิสัยไม่ดีจึงทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากคบหา  
แม้แต่หนุ่มไฮโซที่จ้องจะจับก็ยังเขี่ยทิ้ง งานไม่มี เงินก็กำลังจะหมด ปัญหาต่างๆ พากันรุมเร้า... 
แต่ทุกปัญหาที่ว่าเมื่อมาอยู่ตรงหน้าของท่านหญิงก็ล้วนไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป  ... 
ซางอิ๋งในวันนี้จึงไม่ใช่ดาราสาวที่มีแต่คนเอือมระอา และพากันส่ายหน้าหนีอีกแล้ว  
แต่ตรงกันข้ามเธอกลับเปล่งประกายเจิดจ้า จนทำให้ผู้คนต้องจับตามองด้วยความสนใจ  
..... ไม่ต้องจับดาบ  ไม่ต้องมีวรยุทธ์  แค่มีมันสมองกับจิตใจที่สงบนิ่งก็สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ 
ในไม่ช้าดาราสาวที่กำลังจะตกอับ ที่ผู้คนต่างพากันชังน้ำหน้า ก็พลิกฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง 

นางเอกเรื่องนี้ถึงจะมาจากยุคโบราณ แต่ความคิดความอ่านก็ไม่ได้ล้าสมัยหรือเก่าคร่ำครึเน้อ  
เพราะนางมาจากยุคสมัยถังที่ตอนนั้นสังคมเปิดกว้างให้กับผู้หญิง  
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องระหว่างชาย-หญิง  เพราะฉะนั้นนางเอกจึงปรับตัวได้ไม่ยาก 
ส่วนในเรื่องความรักนางก็ค่อนข้างแฟร์  คบได้ก็เลิกได้  ไม่พอใจก็ไม่ฝืน  
ไม่ได้ยึดติดหรือเห็นผู้ชายเป็นดั่งท้องฟ้าที่ต้องโอนอ่อนผ่อนตามทุกเรื่อง ...
กลับเป็นพระเอกซะอีกที่ยอมไม่ได้ จากคาสโนวาตัวพ่อกลายมาเป็นลูกแมวน้อยแสนเชื่องเลยจ้า

สำหรับเราเป็นเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆ  ไม่ต้องคิดอะไรมาก 
ไม่มีจุดพีคเพราะส่วนใหญ่ก็พอเดาๆ ได้อยู่แล้ว  ปัญหาหรืออุปสรรคในเรื่องก็ไม่ได้แก้ยาก
หรือมีอะไรให้ต้องลุ้น  ....สบายๆ จ้า

ปล.  เรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่าไม่ว่าคุณจะมีปัญหาอะไร?
ปัญหากับคนที่บ้าน!  ทะเลาะกับคนในครอบครัว!  หรือมีปัญหาเรื่องธุรกิจกิจการ  
ไม่ว่าจะยากลำบากขนาดไหน  หากคุณไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใคร!... 
ขอแค่คุณมีท่านหญิงหลีหยางแล้วปัญหาต่างๆ ก็จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป 55555 
เชื่อเราสิ ...ヾ(>∀<☆ヾ)

........................................................................................................

" เธอ ... ความหมายของเธอคือ  ตอนนี้เธอมีคนที่ชอบแล้วเหรอ? "

" ตอนนี้ยังไม่มี " ซางอิ๋งตอบตามความจริง

" รักเดียวใจเดียวเป็นศีลธรรมที่ดีงาม ระหว่างที่เรายังมีความสัมพันธ์ต่อกันอยู่ เธออย่าเพิ่งไปหาคนอื่นได้ไหม?  นี่เป็นการให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามอย่างหนึ่งนะ "

ซางอิ๋งพูดอย่างลำบากใจ " เราจบความสัมพันธ์กันตั้งแต่วันนี้เลยได้ไหม? "

" ไม่ได้ ! "