วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

ฤาขันทีมิอาจมีรัก


ฤาขันทีมิอาจมีรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : Ju Ruo
สำนักพิมพ์ Meedee

คำโปรยหลังปก
ทุกคนทั้งเบื้องบนทั้งเบื้องล่างที่อยู่ในวังหลังล้วนทราบดี
สนมคนโปรดของฮ่องเต้เจาหยวนที่ไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮา
หาใช่สองพระสนมที่ให้กำเนิดองค์ชายองค์หญิงไม่
แต่เป็นขันทีหัวหน้าสำนักตกแต่งสถานที่ในวังหลวงคนหนึ่ง
นามว่า " เหลี่ยวเซียง "

เพราะความเป็นที่โปรดปรานนี้เอง ....
เขาจึงกลายเป็นเป้าโจมตีของพวกขุนนางและเหล่าสนมนางใน
ยามบ้านเมืองประสบภัยแล้ง ประชาราษฎร์อดหยากหิวตาย
เขาจึงถูกประณามว่าเป็นคนบาปที่ยั่วยวนให้ฮ่องเต้ลุ่มหลงในบุรุษเพศ
ส่งผลให้สายตาคมกริบของเหล่าขุนนางและสนมวังหลังมุ่งร้ายมาที่เขา
ร่างกายที่ตรากตรำแทบมิได้หยุดพักผ่อนของเหลี่ยวเซียง
บวกกับรอยกังวลกลัดกลุ้มที่หางตา
ในสายตาของ " ฉินเต๋อเป่า " ขันทีคนสนิทแล้ว
นั่นราวกับเป็นลางว่า ... พายุฝนกำลังจะก่อตัว

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
นายเอก เหลี่ยวเซียง เป็นขันทีหัวหน้าตกแต่งสำนักสถานที่ ที่ทุกคนในวังหลังต่างทราบกันดีว่า 
เขานี่แหละคือผู้ที่ฝ่าบาทหรือ ฮ่องเต้เจาหยวนทรงโปรดปรานมากที่สุดยิ่งกว่าพระสนมคนไหนๆ  
ถึงเจ้าตัวจะเป็นบุรุษมีลูกไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็ยังโปรดปรานเขามากๆ อยู่ดี  
เหลี่ยวเซียงต้องทนรับคำดูถูกจากผู้คนในวังและขุนนางในราชสำนัก  แล้วไหนจะบรรดาพระสนม 
นางบำเรอที่ต่างพากันอิจฉาริษยาเขาอีก พูดได้ว่าหากพระเอกเลิกโปรดปรานนายเอกวันไหน  
วันนั้นก็คือวันตายของนายเอกนี่แหละ ....

แต่เดิมนายเอกเป็นขันทีน้อย ใสๆ ซื่อๆ น่าตาน่ารักน่าเอ็นดู ไม่มีความสำคัญอะไร  
แต่วันนึงดันซวยได้ไปรับใช้พระเอกเข้า  พระเอกเห็นก็เกิดถูกใจพอดีเลยจับกดซะ 
แน่นอนว่านายเอกทั้งขัดขืน ทั้งอ้อนวอน แต่พระเอกมีหรือจะสน ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ  
แล้วก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ ตลอด 10 ปี ...นายเอกไม่อยากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทนๆ ไป ต้องเจอคนอื่นเขาดูถูกถ่มน้ำลายใส่ หากพลาดพลั้งเมื่อไรก็มีแต่จะถูกเหยียบให้จมดิน ...เฮ้อ

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับพระ-นาย ที่ในใจต่างก็รักโหยหากันมาตลอด 
แต่กลับแสดงออกไปคนละทางกับความรู้สึก พระเอกรักแต่กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
จึงแสดงออกด้วยความรุนแรง ใช้กำลังบังคับ ส่วนนายเอกก็รักแต่พอแสดงความรู้สึกออกไป สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ก็เลยเลือกที่จะเงียบ ไม่พูด
และยังมีเรื่องการก่อกบฏ  
เรื่องของน้องชายนายเอกที่ไม่น่าโผล่ออกมาเลย
เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตของนายเอกที่แต่เดิมก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ๆ ลงไปอีก  
แล้วก็ ฉินเต๋อเป่า ตัวละครที่เราอ่านคำโปรยแล้วนึกว่าจะมีอะไรสำคัญ 
เพราะเห็นเน้นชื่อสีเข้มตัวใหญ่เชียว..แต่ก็ไม่มีอะไร แถมยังเป็นอีกคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตนายเอกแย่ลงอีกหนึ่ง 55+ (อ่านทีแรกนึกว่าจะเป็นพระรองนะเนี่ย)

อ่านเรื่องนี้ไปแล้วก็ถามตัวเองว่า ...พระเอกทำไมโหดแท้ 55+ ........
เป็นนายเอกเรื่องนี้ต้องอึดถึกเบอร์ไหน ไม่แปลกใจที่คุณน้องจะเจ็บออดๆ แอดๆ 3 วันดี 4 วันไข้...
ก็คุณพี่พระเอกเล่นโหดซะขนาดนั้น   รักเขาแต่ก็กลัวตัวเองจะถลำลึก  
ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ก็เลยต้องโหดต้องขู่เขาใช่ไหม (ทำเป็นเข้ม)  
แต่พระ-นายเขาก็อยู่ด้วยกันได้นะ  ถึงพระเอกจะโหด ชอบทำนายเอกบาดเจ็บ เจ็บตัวบ่อยๆ 
แต่นายเอกก็ยังรักพี่แกอยู่ดี ยิ่งครั้งสุดท้ายที่เล่นนายเอกซะเกือบพิการ แบบน่าเอาคืนแรงๆ สักทีสองที แต่พอได้เจอหน้า ได้ปรับความเข้าใจกันแป๊บๆ ก็จบแบบ Happy ending ...
แบบให้อภัยกันง่ายๆ เลยนาจา  หรือเป็นเพราะเข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายดี แบบเออช่างเถอะ  
มันก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  ฉันปลงและ อะไรแบบนี้หรือเปล่า 55+


วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ชายาผู้มีคุณธรรม


ชายาผู้มีคุณธรรม 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เยี่ยซย่าเตี๋ยอิ่ง           
สำนักพิมพ์ อรุณ                                               

คำโปรยหลังปก
สตรีผู้หนึ่งต้องดีงามถึงเพียงใด
จึงจะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผู้เพียบพร้อม
    การยึดหลักสามคล้อยตามสี่คุณธรรม  เชื่อฟังบิดาและสามีไปทุกสิ่ง
ต้องมีเมตตาแม้แต่กับภรรยาน้อย ถึงขั้นต้องอดกลั้นยามคนเหล่านั้นมอบความอยุติธรรมให้ ต่อให้เป็นชาติภพที่บุรุษเป็นใหญ่  นี่ก็ยังนับว่าเอาเปรียบไปสักหน่อย
คนแข็งกร้าวไร้ความอ่อนหวานเช่นเธอ
มีหรือจะก้มหน้ารับชะตากรรมแบบนั้น
หากดีงามแล้วยังมัดใจสามีไม่ได้แล้วอย่างไร
มีศีลธรรมแล้วเป็นเบี้ยล่างคนอื่นอยู่ร่ำไปก็เท่านั้น
เครือญาติมากเล่ห์  เหล่าสนมเมียรองมากมารยา  จะให้ยิ้มรับก็กระไรอยู่
แม้เธอไม่ใช่ชายาที่ร้ายกาจจนระรานใครไปทั่ว
แต่ก็ไม่มีทางอยู่เฉยให้ใครรังแกแน่  ศึกนอกศึกในมีไม่ขาดสาย
ขืนทำตัวอ่อนแอไม่รู้ความคงไม่รอด  เป็นหวางเฟย ... ควรใช้อำนาจกับ
ภาพลักษณ์งดงามให้เป็นประโยชน์  ต้องกุมหัวใจท่านอ๋อง  กำราบเมียรอง
เชิดหน้ารับมืออริทั้งหลาย  เช่นนี้ต่างหากถึงจะนับว่าเยี่ยมยอด
ให้เป็นภรรยาผู้เพียบพร้อมคุณธรรมอะไรนั่น  เกรงว่าเธอคงไม่อาจทำได้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
ชายาผู้มีคุณธรรมคนเขียนเดียวกับเรื่องว่าด้วยอาชีพนางสนม  
เรื่องนี้นางเอกเป็นคนยุคปัจจุบันที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง แล้วย้อนเวลาเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่สกุลชวีที่ชีวิตอาภัพ แม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก พ่อก็แต่งงานใหม่ไม่เคยเหลียวแลลูกเมียเก่าเลย แถมแม่ใหม่ก็ยังใจร้ายใจดำอีก  แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะจ๊ะ เพราะพอออกเรือนไปสามีก็ดันไม่สนใจอีก คงไม่ต้องบอกว่าชีวิตจะรันทดขนาดไหน ....ชะเอิงเอย~~~

ชวีชิงจวี เป็นคุณหนูใหญ่ที่พ่อไม่สนใจไม่รัก พอมีแม่ใหม่ก็โดนเขากลั่นแกล้งทำร้ายรังแก  
ชีวิตในวัยเด็กจึงนับว่าเลวร้ายสุดๆ  พอได้ออกเรือนแต่งงานก็เหมือนจะดี เพราะสามีเป็นถึงองค์ชายรองหรือตวนอ๋อง แต่เนื่องจากนางนิสัยจืดชืดไม่น่ามอง สามีเลยหมางเมินไปตามระเบียบ ... 
ชีวิตเมียหลวงในจวนอ๋องที่อยู่ท่ามกลางเหล่าอนุและเมียบ่าว จึงยากลำบากเหมือนเดิม..เฮ้ออออ                                                                       
แต่แน่นอนว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อวิญญาณของนางเอกเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ... 
นางเอกเป็นสาวยุคปัจจุบัน ความคิดความอ่านจึงทันสมัย  เธอไม่ยึดติดในตัวบุรุษหรือสามี   
ไม่เชื่อในความรักของผู้ชาย   ไม่หลงคารมหรือคำพูดหวานๆ ของพระเอก เพราะเธอมองจากการกระทำเท่านั้น  รักก็รัก  ไม่รักก็ไม่เป็นไร  ...ดีมาก็ดีตอบ  ไม่ดีก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียใจนะจ๊ะ 
....ใช้ชีวิตได้ Slow life สุดๆ 55+

พระเอก เฮ่อเหิงหรือตวนอ๋อง เป็นองค์ชายรองที่พ่อไม่ค่อยรักเท่าไร 
(แต่ก็ยังให้ความสำคัญมากกว่าพี่น้องอีก 2 คนนะ) เป็นลูกรักอันดับสอง 
เพราะลูกที่พ่อรักมากที่สุดคือน้องชายหรือองค์ชายสาม รุ่ยอ๋อง ...แต่พระเอกก็หาแคร์ไม่  
พ่อจะรักใคร โปรดใคร หรือคิดจะยกบัลลังก์ให้น้องชาย พี่แกก็ไม่สน (เพราะพี่มีแผนอยู่แล้ว55+) พระเอกเป็นคนสุขุมรอบคอบ ฉลาด เจ้าเล่ห์และอ่านยาก ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพอ่อนโยน  
ดูไร้พิษภัย แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยแผนการล้ำลึกยิ่งกว่าผู้ใด  ...

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการวางแผนแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย ควบคู่ไปกับความรักของพระ-นาง 
( เพราะเรื่องนี้ฮ่องเต้ลำเอียงรักแต่ลูกชายคนที่สาม )  โดยมีพระเอกอยู่เบื้องหลังคอยชักใย  
เสร็จแล้วก็ปล่อยให้คนอื่นๆ เขาตบตีกัน ส่วนตัวเองก็ไปคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ข้างหลัง   
ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ เรื่องของตำหนักในหรือวังหลัง ที่มาสร้างเรื่องปวดหัวให้เป็นระยะๆ  
แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่คณามือนางเอกหรอก .......    
ส่วนเรื่องความรัก จากที่อ่านเหมือนจะเป็นพระเอกนะที่เริ่มรักนางเอกก่อน    
คือตอนแรกพี่แกก็ไม่คิดว่าจะรักหรอก  ก็แค่สนใจเฉยๆ เพราะเห็นเมียดูเปลี่ยนไป แต่ก็คิดว่าไม่มีอะไร เดี๋ยวสุดท้ายตัวเองก็คงเบื่อไปเองอยู่ดี  แต่ที่นี้ไม่ใช่ไง เพราะอยู่ไปนานๆ ก็ยิ่งชอบยิ่งติด  
อนุเมียบ่าวอะไรก็ไม่ไปหาแล้ว มาหานางเอกคนเดียว  ค่อยๆ หลงรักนางเอกโดยไม่รู้ตัว   
ยิ่งหลังๆ นี่หวานมาก เพราะประกาศเลยว่าจะมีนางเอกเพียงคนเดียว   
แล้วก็จะมีลูกกับนางแค่คนเดียวเท่านั้น ตำหนักตัวเองก็ไม่กลับไปนอนแล้วจ้า ไปนอนตำหนักนางเอกคนเดียวทุกวัน ... นางเอกก็โชคดีจริงๆ ไม่แปลกที่ผู้หญิงคนอื่นๆ จะอิจฉา  
แต่งงานก็ได้สามีที่ดี รักเดียวใจเดียว  แม่สามีก็ใจดี รักถนอมลูกสะใภ้ ...
เหมือนอะไรดีๆ ก็ไปอยู่ที่นางเอกหมดอะ  ชีวิตนี้โรยด้วยกลีบกุหลาบสุดๆ 55+

อ่านจบสนุกดี ( ที่อ่านจนจบได้ก็เพราะเนื้อเรื่องนี่แหล่ะไม่งั้นวางแล้ว ฮาๆ )   
ถึงจะไม่มีจุดพีคหรือดราม่าอะไร  ถึงแม้จะเนือยๆ ไปบ้าง แต่ก็อ่านได้เรื่อยๆ           
แต่การแปล ...แปลได้งงมาก (O.O;)(o,o;)  อ่านแล้วมึน คำราชาศัพท์ก็ใช้ไม่ค่อยถูก
เดี๋ยวใช้เดี๋ยวไม่ใช้
 หลายประโยคอ่านแล้วงงต้องอ่านซ้ำ 2-3 รอบ
ถึงจะเข้าใจ  รูปประโยคแปลก  
คำผิดก็เยอะ  
คำที่เชื่อมประโยคก็ไม่ค่อยมี พอเว้นวรรคทีนี่เหมือนคนละเรื่อง คนละเนื้อหาเลย ....แปลไม่โอเลย  (ฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรมเรื่องนั้นเราก็ว่าแปลไม่ค่อยดี แต่อันนั้นยังอ่านได้แบบแค่สะดุดนิดหน่อย  แต่ชายาเยอะจริงๆ...ไม่ได้จับผิดนะ พยายามมองข้ามแล้วแต่มันเยอะจริงๆ ) 
ไหนจะคำเรียก สกุลเหลียง  สกุลเถียนอีก ...ตอนอ่านก็นึกว่ายกมาทั้งบ้าน เห็นเรียกมาทั้งสกุลเลย 
ซึ่งอันนี้คิดว่าน่าจะเป็นฮูหยินเหลียง / เหลียงฮูหยิน   ฮูหยินเถียน / เถียนฮูหยิน  หรือปล่าว ...
เจอยกมาทั้งบ้านแบบนี้ข่อยปวดหัวเด้อ 55+   \(‵▽′)/ \(‵▽′)/ \(‵▽′)/                                                                                                                                             


วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

เล่ห์รักทรราช


เล่ห์รักทรราช 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : อวี๋ฉิง / ผู้แปล : พริกหอม
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      ขุนนางที่ดีควรจะดูแลใส่ใจ  เข้าใจทุกข์สุขของราษฎร
" หร่วนตงกู้ "  มีปณิธานหนึ่งนั้นก็คืออยากจะเห็น  'รัชสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรือง'
อาณาประชาราษฎร์อยู่อย่างสงบสุขร่มเย็น
ภายในใจของหร่วนตงกู้อันดับหนึ่งคือทุกข์สุขของราษฎร
หากทำงานหนักหนึ่งวันทำให้ราษฎรอยู่ดีมีสุขก็ยินดีกระทำ
       'เขา'  ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้า  อยู่เหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว
เป็นบุคคลที่หร่วนตงกู้เกลียดชังมากที่สุด
       'เขา'  เป็นขุนนางที่ชอบใช้อำนาจในการรังแกขุนนางที่ดี
นั่นเป็นเรื่องที่หร่วนตงกู้ยอมรับไม่ได้  จำต้องขัดขวาง 'เขา' ให้ถึงที่สุด
       ทว่าหร่วนตงกู้เองก็มีความลับหนึ่งที่ไม่สามารถให้ใครล่วงรู้ได้
ยิ่งโดยเฉพาะ 'เขา' ยิ่งล่วงรู้ไม่ได้!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
พระเอก 'ตงฟางเฟย'  ชื่อเสียงฉาวโฉ่มีแต่คนหวาดกลัว  
เป็นขุนนางในราชสำนักที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่อยู่ใต้คนผู้เดียว พระเอกเป็นคนที่ฉลาดมากๆ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ไม่แกล้งทำตัวเป็นคนดี แสดงออกให้เห็นเลยว่าตัวเองเป็นคนร้ายกาจ  
สิ่งที่พระเอกชอบคือ หลอกล่อวางแผนให้ขุนนางที่เข้ามาใหม่เผยธาตุแท้ออกมา กลายเป็นคนไม่ดีรับสินบน  และนางเอกก็เป็นหนึ่งในนั้น ...หึหึ

'หร่วนตงกู้'  นางเอกของเรื่องเป็นขุนนางที่เพิ่งเข้ามาทำงานในเมืองหลวง  
เป็นที่ถูกใจของพระเอกเพราะนางไม่รับสินบน  ยอมหักไม่ยอมงอ ตรงอย่างเดียวไม่มีอ้อม 
โง่ทึมทึบ จนพระเอกต้องหาทางกลั่นแกล้ง แรกเริ่มเปิดมานางเอกจะเกลียดพระเอกมากๆ
เพราะพระเอกมีชื่อเสียงฉาวโฉ่เป็นขุนนางที่ไม่ดี ชอบใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ไม่ชอบ  
ใช้วิธีสกปรกทำร้ายคนบริสุทธิ์  ส่วนนางเอกก็แน่นอนว่าตรงกันข้ามกับพระเอก
และด้วยความที่เป็นคนดี+เที่ยงตรงจนเกินไป จึงทำให้พระเอกต้องใช้ยาแรง
เพื่อให้นางได้เรียนรู้ 
ได้เห็นโลกของขุนนาง และเล่ห์กลทางการเมืองอย่างแท้จริง  
แม้ด้วยนิสัยเหล่านี้จะทำให้นางหวุดหวิดจะได้ไปยมโลกหลายรอบ  
แต่เพราะโชคดีที่มีพี่ชายร่วมสาบาน 2 คน คอยช่วยเหลือ คอยอยู่เคียงข้าง  
แถมยังมีพระเอกช่วยหนุน จึงทำให้นางยังมีชีวิตรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน 55+ 

นางเอกมีวรยุทธ์ที่พอใช้ได้ แต่กลับมีพละกำลังเยอะมหาศาล (ดึงต้นไม้ได้ทั้งต้นอะคิดดู) 
มีสติปัญญาในระดับปานกลาง ถึงไม่เก่งเท่ากับพี่ชาย แต่สิ่งที่โดดเด่นของนางก็คือความกล้า 
กล้าถาม กล้าทำ กล้าพูด โดยจะมีพี่ๆ คอยอยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือ  คนหนึ่งช่วยคิดวางแผน 
อีกคนคอยช่วยคุ้มกัน  ซึ่งในเรื่องนี้สิ่งที่เราชอบที่สุดก็คือ ความรักความผูกพันระหว่างนางเอกกับพี่ชายร่วมสาบาน 2 คนนี่แหละ (ชอบเวลาที่นางอยู่กับพี่ชายมากกว่าตอนอยู่กับพระเอกอีก)  
สามพี่น้องไปไหนก็ไปด้วยกัน  ขึ้นเหนือ-ลงใต้ ไปสนามรบก็หอบกันไป 
คอยเป็นแขนขาให้กัน แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่ก็ตายแทนกันได้        
( และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นางเอกได้แต่งกับพระเอก เพราะพี่ชายนางรู้ดีว่า ถ้าแต่งกับพระเอก 
นางก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์แบบนี้กับพวกเขาได้ เพราะพระเอกจะเข้าใจและยินยอม 
แต่ถ้าแต่งให้กับคนอื่นก็คงไม่ได้ ) 

เรื่องนี้สำหรับเราก็อ่านได้เรื่อยๆ  ไม่มีดราม่าอะไร  เป็นแนวการเมืองปนความรัก ...
โดยนางเอกจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับชาติบ้านเมือง และราษฎรมาเป็นอันดับหนึ่ง  
ซึ่งช่วงแรกๆ นางจะค่อนข้างบุ่มบ่ามวู่วาม แบบซื่อตรงจนเกินไป กระทั่งทำให้ตัวเองและคนรอบข้างต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย  แต่หลังจากที่ได้เจอกับพระเอก นางก็จะค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัว  
ส่วนในเรื่องของความรัก นางเอกจะความรู้สึกช้า กว่าจะเข้าใจแล้วได้ลงเอยกัน 
พระเอกก็ปาเข้าไปเกือบสี่สิบแล้วล่ะมั้งน่ะ 55+
แต่เราว่ามันอาจจะดีก็ได้นะ ถ้านางไม่ต้องแต่งงาน 
แล้วใช้ชีวิตแบบนั้นกับพี่ชายตลอดไป ( มันน่าจะโอเคกับนางมากกว่านะ อย่าแต่งไปให้ลำบากคนอื่นเขาเลย 55+ ) 
เพราะด้วยนิสัยแบบนางเอก คนที่จะมาเป็นสามีนางได้เนี่ย สิ่งสำคัญคือต้องใจกว้างเอามากๆ  
ทั้งจิตใจและความคิด คือต้องเปิดกว้างและยอมรับนิสัยแบบนี้ได้ ไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่รอดแน่
(เริ่มมีความสงสารพระเอกและ 55+)... เพราะสำหรับนางชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน เรื่องอื่นๆ เอาไว้ทีหลัง. ...
ถ้าตงฟางเฟยไม่มีความอดทน  ไม่รุก ไม่เข้าหาก่อน
ชาตินี้ทั้งชาติหร่วนตงกู้ ก็คงไม่มีวันเข้าใจเรื่องความรักระหว่างชาย-หญิงแน่นอนจ้า

ปล. ชอบเล่มพิเศษมากที่สุด 55+ 



วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ล่าหัวใจมังกร 3 เล่มจบ



ล่าหัวใจมังกร 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จิ่วลู่เฟยเซียง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก
        ร่ำลือกันว่าในใต้หล้าไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งยิ่งกว่าเกล็ดมังกร
เสื้อเกราะที่ทำจากเกล็ดมังกรอยู่เหนือกาลเวลา  ผู้ที่สวมใส่จะกลายเป็นอมตชน
        เทียนเย่ามีนิสัยเรียบง่าย   เกลียดการแก่งแย่งชิงดี  ความผิดเดียวของเขาก็คือ
เขาเป็นมังกร ...
        ความรักลึกซึ้งที่เทียนเย่าเคยมอบให้สตรีผู้หนึ่ง  ถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง
เขาถูกนางหักกระดูก เลาะทุกเส้นเอ็น แม้แต่เกล็ดบนร่างก็ถูกถอน
เขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายโยน เกล็ดป้องหัวใจ ซึ่งเป็นเหล็กชิ้นสำคัญที่สุดในร่างทิ้งไป
ทำให้เสื้อเกราะดกล็ดมังกรของสตรีโหดเหี้ยมนางนั้น สร้างไม่สำเร็จ
        จากนั้น ... ใต้หล้านี้ก็ไม่เคยมีใครได้เห็นมังกรตัวเป็นๆอีก .....จนกระทั่งยี่สิบปีต่อมา
เมื่อหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น  พร้อมกับพลังชีวิตอันเหลือเชื่อ
ข่าวลือเรื่องมังกรที่หายสาบสูญไปนาน
ก็กระพือขึ้นมาอีกครั้ง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เรื่องของปีศาจมังกรผู้สันโดษที่มีพลังสูงส่ง เทียนเย่า ปีศาจมังกรที่เฝ้าเก็บตัวฝึกฝนบำเพ็ญเพียร สั่งสมตบะมานานนับพันปี เพื่อที่จะได้สละร่างขึ้นสู่สรวงสวรรค์ หลังจากที่เก็บตัวมาเนิ่นนาน เทียนเย่าก็ได้ตกหลุมรักหญิงสาวผู้หนึ่งที่เขาบังเอิญได้ช่วยเหลือเอาไว้  นางคือ ซูอิ่งเจินเหริน เจ้าสำนักกว่างหาน (สำนักผู้บำเพ็ญพรตเพื่อเป็นเซียน) เทียนเย่าไม่สนใจคำทัดทานของพี่น้อง ตัดสินใจสละหนทางที่จะขึ้นสู่สวรรค์ เพื่อครองคู่แต่งนางเป็นภรรยา แต่คาดไม่ถึงว่าในวันที่ต้องไปรับตัวเจ้าสาว จะกลับกลายเป็นวันที่เขาต้องเสียใจไปชั่วชีวิต... ซูอิ่งไม่เคยรักเขา นางมีคนที่รักอยู่แล้ว นางแค่ต้องการเกล็ดป้องหัวใจมังกรเพื่อให้คนรักของนางมีชีวิตเป็นอมตะ  นางจึงทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งหลอกให้เขารัก  และสุดท้ายนางก็สังหารเขาอย่างเหี้ยมโหด แยกชิ้นส่วนร่างกายออกเป็นชิ้นๆ  แม้แต่วิญญาณ ก็ยังถูกนางลงอาคมผนึกไว้ ....

นางเอก เยี่ยนหุย เป็นคนหัวดื้อ เปิดเผย ตรงไปตรงมา ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เป็นศิษย์ของสำนักเฉินซิงที่ถูกขับไล่ออกจากสำนัก ในขณะที่กำลังระเหเร่ร่อนหาเงินจับปีศาจไปเรื่อยๆ นางเอกก็พลาดท่าถูกทำร้าย และได้มาเจอกับพระเอกที่อยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดาจนๆ ที่อ่อนแอขี้โรคพอดี สำหรับพระเอก...การได้พบนางเอกนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่าง แต่สำหรับนางเอก...นี่คือจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงในชีวิต 55+

นางเอกเป็นเหมือนของขวัญที่สวรรค์เบื้องบนส่งมาให้พระเอก  เพราะมีนาง พระเอกจึงมีความหวังที่จะแก้แค้น รวมถึงตามหาชิ้นส่วนของร่างกายที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งในตอนแรกๆ พระเอกจะยังไม่เก่ง ต้องคอยหลบอยู่ข้างหลังนางเอก เป็นฝ่ายที่ถูกปกป้องดูแล ...ส่วนนางเอกก็พยายามใจแข็งบอกลาอยู่หลายรอบ แต่ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหวต้องกลับมาช่วยอยู่ดี  กลายเป็นตังเมตัวติดกันไปไหนไม่ได้แล้ว  แบบว่าเธอไปไหนฉันไปด้วย  เธอหนีฉันตาม ...นางเอกก็ อึด ถึกมากกก เพราะกว่าพี่มังกรจะตามหาชิ้นส่วนครบแล้วได้ประกอบร่าง นางเอกก็สะบักสะบอม กระอักเลือดไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 55+
 
ส่วนฝ่ายธรรมมะในเรื่องก็มุ่งเน้นทำตามคำสั่งสอนมากเกินไป โดยไม่กลับมาคิดทบทวนเลยว่ามันถูกต้องจริงๆ หรือเปล่า ขอแค่อีกฝ่ายเป็นปีศาจ หรือใครก็ตามที่ช่วยเหลือปีศาจ ก็เหมารวมว่าเขาไม่ดีไปซะหมด ลงมือสังหารได้ทันทีโดยไม่ต้องถามหาเหตุผล แต่ผลสุดท้ายจะยังไง ดี-ชั่วก็อยู่ที่ตัวกระทำละนะ เพราะจะนักพรตก็ดี ปีศาจก็ช่าง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีและเลวร้ายไปหมดเสมอ อย่าตัดสินคนแค่เพียงภายนอก หรือตามชาติกำเนิดสถานะเลย ...

เราชอบงานของนักเขียนท่านนี้ตั้งแต่ปฐพีไร้พ่าย ,สามชาติผูกพันแม่น้ำลืมเลือน จนมาถึงเรื่องนี้ ซึ่งในเรื่องไม่ได้มีแค่ความรักของพระเอก-นางเอก 
แต่ยังมีอีกหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นความรักของปีศาจกับนักพรต  บัณฑิตกับปีศาจจิ้งจอก หรือปีศาจกับมนุษย์ธรรมดา  มีทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง ...อ่านแล้วก็เสียใจกับคู่ที่ไม่สมหวังนะ แต่ก็ยังเฉยๆ ไม่ได้เศร้าเหมือนตอนอ่านซานเซิง (อันนั้นน้ำตาซึมตอนที่ใกล้ๆ จะจบของแต่ละชาติมาก) เนื้อเรื่องสนุก แต่การแปลมันห้วนๆ ไปนิดอะ...คำลงท้ายว่า สินะกับ รึ!’เยอะ ฟังดูห้วนไปหน่อย ไม่ค่อยละมุนละไม รู้สึกเหมือนยังดึงนิสัยจุดเด่น+บุคลิกของตัวละครออกมาไม่ได้เท่าที่ควร  ความหลังของพระเอกที่ควรจะรันทด+น่าสงสาร กับหลายๆ ตอนที่ควรจะเศร้า แต่พอบรรยายออกมาแล้วเรากลับรู้สึกเฉยมากเลยอ่า T^T  (ทำม๊ายยยมันอารมณ์เดียวกันหมด)  ...( อันนี้เป็นความคิดเห็นตัวเน้อ  คนอื่นอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้   แต่ยังไงข่อยก็ยังรออ่านอีกหลายเรื่องเน้อ...สู้ๆ ) 

..........................................................................................................

" ข้าบำเพ็ญพรตกับอาจารย์มาตั้งแต่เด็ก  จดจำคำสอนของผู้ฝึกวิชาเซียนได้แม่นยำ 
กำจัดปีศาจ   ไม่ทำเรื่องผิดคุณธรรม  ข้าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองทำผิดมาก่อน  แต่เมื่อได้ยินข่าวการตายของเจ้า   ข้าถึงได้ตระหนักว่า  ชีวิตนี้ข้าทำความผิดใหญ่หลวงอยู่สามเรื่อง
    หนึ่ง ... เสียใจว่าไม่ควรมุ่งหวังอยากฝึกวิชาเซียน    
    สอง ... เสียใจที่เข้าสู่สำนักเซียน  แต่กลับไม่แข็งใจสังหารเจ้าเมื่อได้พบกันเป็นครั้งแรก
    สาม ... เสียใจที่รู้อยู่แก่ใจว่าหัวใจหวั่นไหว  แต่วันนั้นกลับไม่ยอมสละชีวิต   ไม่ยอมละทิ้งคุณธรรมเพื่อปกป้องเจ้า  "
 ผูฟางที่ยืนอยู่หลังป้ายศพสะอึกสะอื้นโดยไร้เสียง
" เดิมข้าคิดว่าจะไม่ผิดต่อคุณธรรม  และไม่ผิดต่อใจจริงของตัวเองแต่บัดนี้ข้ากลับผิดต่อทั้งสองอย่าง ... "


📍ล่าหัวใจมังกร ➡️ https://s.shopee.co.th/AAAqffvOSn




วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 1


ลิขิตรักด้ายแดง เล่ม 1 (3เล่มจบ) / ผู้แต่ง : หมิงเยวี่ยทิงเฟิง
สำนักพิมพ์ Happy Banana

คำโปรยหลังปก
     เมื่อสาวแก่ขายไม่ออกผู้มีความรอบรู้ด้านจิตวิทยาอาชญากรในยุคปัจจุบัน
มาพบกับจอมยุทธ์ผู้สง่างามที่ภายนอกเย็นชาแต่ภายในเร่าร้อน  
เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำซับซ้อนแต่ก็น่ารักและอบอุ่นจึงเปิดฉากขึ้น ....

     ซูเสี่ยวเผย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากร ถูกแม่บังคับให้ไปดูตัว
สุดท้ายไม่เจอเนื้อคู่  กลับเจอชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขาบอกเธอว่าเนื้อคู่ของเธอถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส  เดิมทีควรตายไปแล้ว
แต่ด้ายแดงที่ผูกอยู่กับเธอแน่นเกินไป จึงยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย
แต่เนื่องจากแรงกระแทกของอุบัติเหตุ ทำให้วิญญาณกระเด็นไปยังมิติคู่ขนาน
      เธอต้องตามด้ายแดงไปยังอีกมิติแล้วพาเนื้อคู่ของเธอกลับมา 
มิฉะนั้นชาตินี้และชาติต่อๆไป  เธอจะต้องอยู่โดดเดี่ยวไปจนตาย 
      ซูเสี่ยวเผยนึกว่าเธอเจอผู้ป่วยที่มีอาการหลงผิดคนหนึ่ง ทว่าเมื่อหลับแล้วตื่นขึ้นมา
กลับพบว่าเธอทะลุมิติมาเกาะอยู่บนต้นไม้  แถมใต้ต้นไม้ยังมีจอมยุทธ์รูปงาม
มองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
       พอคิดถึงคำพูดของชายคนนั้น เธอก็น้ำตาตกอยากสบถเหลือเกิน
แต่พอคำพูดมาถึงปากกลับกลายเป็น " ผู้กล้าช่วยด้วย!! "

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยลล์)
ชื่อคนเขียนคุ้นๆ ไหมจ๊ะ ..ใช่แล้วเรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องพี่น้องสกุลหลงของแจ่มใสจ้า   
(ผู้เขียน สามคราวิวาห์รัก, หงส์ฟ้อนมังกรเหินและศิลาหลอมรัก)  
เรื่องนี้จะมีทั้งยุคปัจจุบันและยุคโบราณ  เพราะนางเอกของเรื่องเป็นคนยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติไปยังยุคโบราณจ้า ..เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งร้องว่าอีกแล้วเหรอๆ เพราะเรื่องนี้นางเอกเธอไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ
แล้ววิญญาณหลุดออกไปสิงร่างคุณหนูลูกผู้ดีแต่ตกอับ 
ที่กำลังจะตายแหล่มิตายแหล่เน้อ.. 
แต่เรื่องนี้มาแปลกกว่าใครหน่อยตรงที่นางเอกเธอทะลุไปทั้งตัว 
ทั้งชุดนอนลายหมีพูห์และผมบ๊อบสั้นเลยจ้า.... อิอิ

เปิดเรื่องด้วยการที่นางเอก ซูเสี่ยวเผย นั้นถูกคนที่บ้านบังคับให้ไปดูตัวเป็นรอบที่ร้อย      
แต่ไม่ว่าจะดูไปสักกี่รอบนางก็ไม่ถูกใจใครสักคน ในขณะที่ไล่คู่ดูตัวคนล่าสุดกลับไปได้
นางก็ได้
เจอกับ เยวี่ยเหล่า (หรือผู้เฒ่าจันทรา)  เยวี่ยเหล่ามาแจ้งว่าเนื้อคู่ของนางคือ เฉิงเจียงอี้  
ซึ่งเขาเพิ่งประสบอุบัติเหตุ ยังไม่ได้สติ และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  
แต่เนื่องด้วยวิญญาณทะลุไปมิติอื่น จึงทำให้เจ้าตัวไม่ฟื้นสักที     
และทางเดียวที่จะทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ก็คือ...นางเอกต้องทะลุมิติไปช่วยพาเขากลับมา ....

นางเอกเป็นสาวสมัยใหม่มีหรือจะเชื่อ แต่พอนอนหลับตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งแล้วจริงๆ โชคดีที่นางได้มาเจอกับท่านผู้กล้านามว่า หร่านเฟยเจ๋อ  
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนทึ่มๆ ซื่อๆไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่แท้จริงกลับฉลาด เจ้าเล่ห์ 
หน้าไม่อายแถมยังหลงตัวเองเป็นที่สุด นางเอกได้รับการช่วยเหลือจากท่านผู้กล้า
และขอติดสอยห้อยตามเขาไปด้วย เพราะในโลกนี้ ในสังคมนี้ เขาคือคนเดียวที่ฟังนางพูดรู้เรื่อง 55+  ส่วนในสายตาของคนอื่นๆ นางเอกคือสาวแก่ อัปลักษณ์ (เพราะผมสั้นไม่ยาว)  
แต่งตัวประหลาดแถมพูดจาก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง...คือถ้าไม่เจอท่านผู้กล้านี่นางเอกอาจตาย ...
เอาชีวิตไม่รอดได้เลยนะ 55+  ....

จากเรื่องที่ผ่านๆ มาของนักเขียนท่านนี้ จะต้องมีเรื่องการสืบสวนคดี  
หรือหาตัวคนร้ายเข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ไม่พลาดเหมือนกัน  
แต่จะเพิ่มเรื่องการหาคนเข้าไปด้วย (ซึ่งตอนนี้ยังหาไม่เจอ  ไม่รู้ว่าใคร? อยู่ไหน? แต่คนอ่านอย่างเราๆ ก็คงพอเดาได้เนอะว่าใคร อิอิ) นางเอกแต่เดิมนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา  
เก่งในเรื่องการวิเคราะห์จิตใจของอาชญากร พอมาอยู่ในยุคโบราณนางเลยได้ใช้ความสามารถนี้หากิน  เราชอบเรื่องนี้อะ ที่เหมือนชี้ให้เราเห็นถึงปัญหาในการย้อนเวลาผ่านตัวนางเอก
เพราะสิ่งที่นางเอกเจอมันคือเรื่องจริง การย้อนเวลาไปอยู่ในยุคสมัยโบราณมันไม่ใช่ว่าพอไปถึงก็จะปรับตัวแล้วใช้ชีวิตกันได้เลย ..นางเอกเรื่องนี้พอไปถึงสิ่งที่ต้องปรับคือคำพูด  
ซึ่งพระเอกจะคอยเตือนเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ  แล้วบอกให้นางพูดแบบนี้ เพราะไอ้ที่นางพูดคนอื่นเค้าฟังไม่เข้าใจหรอก ... และก็ดีตรงที่นางไม่ได้มีอีโก้สูงหรือดึงดันจะพูดแบบยุคสมัยใหม่นะ  
นางก็พยายามปรับเปลี่ยนตามที่พระเอกสอนนั่นแหละ  
แล้วไหนจะเรื่องห้องน้ำห้องท่าที่นางเอกไม่ชอบเอามากๆ แต่ก็ต้องเข้า (กลั้นหายใจ55+)  
เรื่องการแปรงฟัน เรื่องประจำเดือน ..โอ๊ยคือมันแบบเป็นเรื่องพื้นฐานที่ส่วนมากพอย้อนเวลาไปแล้วไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง ( เพราะมันอาจจะไม่สำคัญ )  แต่เรื่องนี้กล่าวอะ ....
คือนางเอกเป็นสาวยุคปัจจุบัน  เป็น working woman ที่ทำอะไรเองได้ พึ่งพาตัวเองได้หมด
แต่พอทะลุมิติมาเนี่ย คือนางยอมรับเลยว่าตัวเองไร้ประโยชน์มาก 55+    

แถมพระเอกก็จนไม่ได้ร่ำรวย เลยต้องช่วยกันทำมาหากินนะจ๊ะ ...

ตลกมากที่นางเอกตั้งเป้าไว้ว่าหากได้เงินจากการทำงานก้อนแรก  
สิ่งแรกที่นางจะทำคือซื้อแปรงสีฟันกับอุปกรณ์อาบน้ำ  ...
คือเรื่องนี้นางเอกต้องกังวลเรื่องปากท้อง ของกินของใช้ เรื่องค่าเดินทาง  
ต้องคอยคำนวณค่าใช้จ่าย  ต้องพยายามใช้ความสามารถที่มีอยู่หาเงิน (เพื่อให้อยู่กับพระเอกได้ ไม่งั้นเดี๋ยวพี่แกทิ้งเพราะไม่มีเงินเลี้ยง 55+ )  แต่นางจะออกหน้ามากก็ไม่ได้ เพราะสังคมจีนยุคโบราณผู้ชายเป็นใหญ่  เลยต้องให้พระเอกพูดแล้วออกหน้าแทน ( อีกอย่างเป็นเพราะนางพูดไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย คนอื่นฟังแล้วงง )

เรื่องนี้มีทั้งหมด 3 เล่มจบแต่ต้องรออีก 3 เดือนเพราะ 3 เดือนออก 1 เล่ม T^T   ....
พระ-นางในเรื่องฉลาด เคมีเข้ากัน  ความรักไม่ใช่แบบเห็นแล้วรักเลย  
แต่อยู่ด้วยกันไป ได้ช่วยเหลือกันมันเลยเกิดเป็นความรัก ( เหมาะกันดีเพราะสองคนนี้นิสัยประหลาดด้วยกันทั้งคู่ 55+ )  พระเอกเป็นยาจกทั้งตัวมีอยู่แค่ 15 เหรียญทองแดง  
ส่วนนางเอกก็เก่งในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญแต่ก็ไม่ได้เก่งเวอร์ แบบเก่งไปหมดทุกอย่าง  
เพราะนอกจากเรื่องวิเคราะห์หาตัวคนร้ายอย่างอื่นก็ไม่ได้เรื่อง ต้องให้พระเอกสอนหมด 55+


📍ลิขิตรักด้ายแดง 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4LBZV9cmuj






วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

My Sunshine แสงตะวันกลางใจ


My Sunshine แสงตะวันกลางใจ / ผู้แต่ง : กู้ม่าน
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก
เจ็ดปี !  นานเหลือเกินที่ไม่ได้พบกัน
จ้าวโม่เซิงเพิ่งเดินทางกลับจีนหลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาหลายปี
ขณะจับจ่ายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง
เธอก็ได้พบกับคนสองคนที่ทำให้เธอพ่ายแพ้จนต้องหนีเตลิดไปต่างประเทศ

เหออี่เชิน ... คนที่เธอรัก
เหออี่เหมย ... เพื่อนรัก

จากที่เคยคิดว่าจะต่างคนต่างอยู่  แม้ใจจะโหยหาและเจ็บปวด
แต่ท่าทีเย็นชา  วาจาเชือดเฉือนที่เขาทำกับเธอ   ทำให้เธอสงสัย
เพราะคนที่เอ่ยปากไล่ให้เธอไปไกลๆ คือเขาไม่ใช่หรือ

ความทรงจำที่สวยงามและเจ็บปวดถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
แสงตะวันที่อบอุ่นส่องสว่างในอดีตนั้นจะกลับมาเยียวยาหัวใจ
ที่บอบช้ำของคนทั้งสองได้หรือไม่ ....

ความรู้สึกหลังอ่านจบ  (อาจมีสปอยลล์)
หลังจากรอคอยมา 2 เดือนกว่าๆ เรื่องที่ 2 ของกู้ม่านก็ตามหลังมาติดๆ (ノ≧∪)ノ  
( เรื่องแรกที่ออกไปแล้วคือ Boss&Me มื้อนี้มีรัก ) เรื่องนี้เนื้อหาและตัวละครจะมีความดราม่ามากกว่าเรื่องซานซาน  แต่ก็ไม่ถึงกับร้องไห้น้ำตาตกในหรอกเน้อ  
เพียงแต่พออ่านแล้วจะรู้สึกหน่วงๆ ไปกับความรู้สึกและการกระทำของตัวละครพระ-นางอะ

พระเอก เหออี่เชิน นักศึกษาคณะวิชากฏหมายเป็นหนุ่มรูปหล่อ เฉลียวฉลาด เย็นชา 
แต่ยากจนต้องส่งตัวเองเรียน  ส่วนนางเอก จ้าวโม่เซิง เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน
แต่อยู่คนละคณะ นางเอกนิสัยซุกซน เฟอะฟะซุ่มซ่าม พูดมากช่างคุย 
ชอบหาเรื่องให้พระเอกดุได้อยู่ตลอด...ในสมัยเรียนพระเอกจะเป็นคนที่ป๊อปปูล่ามากๆ 
เป็นดาวเด่นของคณะมีแต่คนรู้จัก เพราะหน้าตาหล่อแถมหัวก็ดี  
มีแต่คนมาตามจีบแต่สุดท้ายกลับมีคนเดียวที่จีบสำเร็จก็คือนางเอกนั่นเอง 
หรือพูดง่ายๆ คือนางเอกเป็นคนเดียวที่พระเอกยอมเปิดโอกาสให้
ในขณะที่คนอื่นๆ พระเอกไม่ให้โอกาสเลย
 
ทุกๆ อย่างดูเหมือนจะดี ถ้าหากไม่เกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนผิดใจกัน  
และนางเอกก็เลือกที่จะจากไป แต่เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็ต้องเผชิญกับคำถามมากมายที่ถูกเก็บเอาไว้มาตลอด 7 ปี  เพราะต่างคนต่างก็คิดว่าพวกเขาเป็นฝ่ายถูกทิ้ง   
นางเอกยังไม่เท่าไร เพราะด้วยนิสัยที่เป็นคนความรู้สึกช้าและมองโลกในแง่ดี จึงไม่ได้โกรธเคืองอะไร แค่กลัวกับไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงมากกว่าถ้าหากได้เจอหน้ากันอีก  
ส่วนพระเอกนี่ตรงกันข้ามเพราะถึงภายนอกจะเป็นคนเย็นชา ไม่ค่อยพูด  
แต่เป็นคนที่ถ้ารักใครรักจริง รักแล้วก็รักเลยและก็จะรักตลอดไป  
เพราะฉะนั้นพี่แกจึงมาเต็มจ้า โกรธแรงมากๆ  7 ปีผ่านไปนี่บอกได้เลยว่าทั้งรักทั้งแค้น  
ถึงจะรู้ว่าสุดท้ายยังไงเขาก็จะรอนางเอกตลอดไป แต่ก็ยังโกรธมากๆ อยู่ดี  ...
พอเจอหน้าก็ทำตัวห่างเหิน พูดจาทำร้ายจิตใจ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทำเอานางเอกเสียใจไปไม่ถูก T^T แต่พระเอกกลับเสียใจยิ่งกว่า เพราะที่ทำไปทั้งหมดนั้นก็ทำร้ายตัวของเขาเองด้วยเช่นกัน 

สุดท้ายพระเอกก็ฝืนตัวเองต่อไปไม่ไหว เพราะให้ตายเขาก็ไม่สามารถปล่อยมือจากนางเอกไปได้จริงๆ  แม้จะยังไม่เข้าใจว่า 7 ปีที่ผ่านมานั้นคืออะไรทำไม? และเพราะอะไร?  
แต่เขาก็ต้องการนางเอกมากอยู่ดี ส่วนนางเอกก็เหมือนกันเธอก็ต้องการแค่ เหออี่ เชิน ' 
คนนี้คนเดียวเท่านั้นเหมือนกัน

ปล. จบ Happy จ้า ไม่ต้องห่วงเน้อ  (*^ ・^)ノ
ปล. ของแถมในรูปมีเฉพาะรอบพิมพ์ครั้งที่ 1 นะจ๊ะ
........................................................................................................................
" เธอกำลังคิดอะไรอยู่น่ะ "
" หา " คล้ายกับโดนเธอเรียกให้ตื่น น้ำเสียงของโม่เซิงหดหู่เล็กน้อย
" ไม่มีอะไร  แค่คิดถึงเรื่องเมื่อก่อนกับเขา .. กับเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่เคยเดินเล่นด้วยกันที่นี่
ฉันหาเขาตั้งนานกว่าจะเจอ  ฉันเลยพูดกับเขาว่า ถ้ายังหาคุณไม่เจออีก 
ฉันจะปีนไปบนเวทีจัดแสดงนั่นแล้ว "
" ทำไมล่ะ " 
" เขาก็ถามแบบนี้เหมือนกัน "  โม่เซิงยิ้มเศร้าๆ  
" ฉันพูดว่า ก็ในเมื่อฉันหาคุณไม่เจอ  ทำได้แค่ยืนอยู่ในที่ที่สะดุดตาเพื่อให้คุณหาเจอไง "
อี่เชินปรากฏตัวในโทรทัศน์เพราะหวังว่าเธอดูแล้วจะไปหาเขาใช่ไหม  ครั้งนี่เปลี่ยนเป็นเขาที่ยืนอยู่ในสถานที่สะดุดตา
หรือว่า  เธอจะคิดไปเองข้างเดียวอีกแล้ว
" เป็นคนที่เธอชอบ? " เถาอี้จิงถาม
โม่เซิงไม่ได้ตอบ  เวลาผ่านไปนาน เถาอี้จิงก็เหมือนได้ยินเธอพูดว่า " .... คนที่ชอบมาก "

...........................................................................................................................
" ตอนนี้คุณยังถอยได้นะ " เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ  จึงเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง
ถึงรู้ว่าเขามองไม่เห็น  แต่เธอยังคงส่ายหน้า  " เข้าไปกันเถอะ "
" โม่เซิง นี่คือสิ่งที่คุณเลือกเองนะ "  เขาเอ่ยเสียงเข้มลึกขึ้นเหนือหัวเธอ
" นับจากนี้ไป ถึงแม้ว่าพวกเราจะทรมานกันและกันไปทั้งชาติ ผมก็จะไม่ยอมปล่อยคุณไป "


วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

หงส์สังหาร


หงส์สังหาร  2  เล่มจบ  /  ผู้แต่ง : Yi Du Jun Hua
สำนักพิมพ์  Hongsamut 

คำโปรยหลังปก
แกร่งเหมือนมด อดเหมือนกา กล้าเหมือนหญิง
ฝันร้ายของ ‘อินจู๋หลี’ เกิดขึ้นในคืนอันมืดมิด
นางคือพยานหนึ่งเดียวที่แอบเห็นการลอบสังหารมารดาของตน
เรื่องทั้งหมดไม่ใช่อย่างที่หลายคนพยายามสรุปให้เป็น
แต่เด็กหญิงอย่างนางจะทำอะไรได้?
อินจู๋หลีหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยความแค้น
สักวันหนึ่งเถิดนางจะเติบโตขึ้น จะแข็งแกร่ง อดทน และกล้าหาญ
เมื่อวันนั้นมาถึงนางจะฟันไม่เลี้ยงเลยสักคนเดียว!
ราชสีห์แสร้งสวมหนังแกะ
เสิ่นถิงเจียวเป็นท่านอ๋องเก้าที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เป็นรอยด่างหนึ่งเดียวของราชวงศ์
เขาห่างไกลจากราชบัลลังก์ ไร้อำนาจ ไม่ร่ำรวย เป็นม้านอกสายตาของทุกคน
ซ้ำยังโง่! ไม่น่าแปลกใจว่าใครๆมักมองข้ามเขาอยู่เรื่อย
แม้กระทั่งศึกชิงบัลลังก์ ยังไม่มีใครส่งนักฆ่าสักคนมาลอบสังหารเขา... ดูเอาเถอะ!
แต่แล้ววันหนึ่ง หญิงแกร่งกลับมาแต่งกับอ๋องห่วย
เสียงหัวเราะเยาะจึงดังท่วมเมือง
หากอินจู๋หลีต้องการชายงามไร้สมอง    เสิ่นถิงเจียวก็ต้องการมารดาคนที่สอง
เช่นนั้น... ก็ปล่อยให้พวกเขาจูบปากกันเถอะ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอก อินจู๋หลี เจ้าบ้านสกุลอิน ตระกูลคหบดีที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในแผ่นดิน 
กล่าวกันว่าทรัพย์สมบัติของตระกูลอินนั้นสามารถสร้างแคว้นได้แคว้นนึงเลยทีเดียว  
แต่เพราะความร่ำรวยที่มากจนเกินไป จึงนำพามาซึ่งโศกนาฏกรรมทั้งหลายทั้งปวง  
เริ่มจากสูญเสียมารดาไปตั้งแต่เด็ก ครอบครัวแตกแยก บ้านแตกสาแหรกขาด
มีญาติก็เหมือนไม่มี และเพราะความร่ำรวยนี้จึงทำให้วงศ์ตระกูลเกือบล่มสลาย
เพราะถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดิน 
ในใจของนางเอกตั้งแต่เล็กจนโตจึงสั่งสมไปด้วยความแค้น  แถมตัวนางก็เป็นพ่อค้าแล้วมีหรือที่จะไม่ทวงคืน จะช้าจะเร็ว แต่ในเมื่อเรียกว่าหนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องทวง (เอา)คืน!

พระเอก เสิ่นถิงเจียวเป็นราชสีห์ที่สวมหนังแกะ เพื่อความอยู่รอดจึงต้องแสร้งทำตัวเป็นองค์ชายที่ไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเสเพล วันๆ เอาแต่กินนอน เที่ยวเล่น เข้าหอนางโลม
ใช้เงินมือเติบ 
ทั้งตัวมีดีอยู่อย่างเดียวคือรูปโฉมหล่อเหลางดงาม (ถูกใจนางเอกมากเหมือนแมวน้อยขี้อ้อน)  เพราะราชสำนักเลี้ยงพี่แกไม่ไหว เลยพระราชทานสมรสให้แต่งงานกับนางเอกที่เป็นตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดิน ให้นางเอาไปเลี้ยงแทนซะเลย 55+

เรื่องนี้พระ-นางเหมือนสลับบทกันเลย 55+  แถมนางเอกยังเป็นสายเปย์อีก แม่บุญทุุ่มมาก 
ให้อารมณ์เหมือนพี่สาว-น้องชาย (เพราะนางเอกเราจะแก่กว่าพระเอก 4 ปี เน้อ อิอิ )  
แรกๆ พระเอกจะอ่อนด๋อยมาก แทบไม่ได้โชว์ความสามารถอะไรเลย 
┏(*´∀`)
   
แต่พอถึงคิวได้โชว์ ก็โดนนางเอกแย่งซีนไปหมดแล้วแหละ 55+ ...
เพราะเรื่องนี้ชูนางเอกจ้า
 
เพราะนางเก่งจริง+ฉลาดจริง ทั้งยังเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ  
มองการณ์ไกล ไม่ว่าจะทำอะไรก็คิดหาทางหนีทีไล่เอาไว้ได้หมด  
ถึงจะพลาดแผนหนึ่ง แต่ก็ยังมีแผนสองแผนสามคอยรองรับ เรียกได้ว่าไม่มีขาดทุน  
(ทั้งเรื่องนี่เหมือนจะขาดทุนให้คนเดียวคือพระเอกนะ 55+) ...

เนื้อเรื่องโดยรวมเกี่ยวกับการแย่งชิงบัลลังก์+การเมือง และความหวาดระแวงของใครต่อใครที่มีต่อตระกูลอิน (เป็นตระกูลที่มีมิตรเยอะพอๆ กับศัตรู เพราะกุมความลับของคนอื่นเอาไว้แยะ)  ในระหว่างที่วางแผนแย่งชิงบัลลังก์ นางเอกก็จะวางแผนแก้แค้นคนที่เคยติดหนี้นางเอาไว้ไปด้วยพร้อมๆ กันเลย  ไม่สิ! ต้องบอกว่าการแย่งชิงบัลลังก์นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ ในการแก้แค้นของนางเอกต่างหากเล่า 55+ ....

ความรักของพระ-นางในช่วงแรกๆ จะเป็นไปแบบหวังผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน  
ทั้งสองคนต่างก็แสดงละครด้วยกันทั้งคู่ แต่เราว่าแต่ละอย่างที่ทั้งสองคนทำให้กันเนี่ย
บางทีมันยิ่งกว่าคำว่ารักอีกนะ  ในเรื่องบทหวานน้อย ยิ่งเรื่องพูดจาหวานๆ ให้ตัดไปได้เลย 
ขอให้ดูที่การกระทำอย่างเดียวจ้า
เพราะถึงนางเอกจะโหด
ถึงข้างในจะมีความดำมืดซุกซ่อนอยู่มากแค่ไหน แต่เพื่อให้พระเอกได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างมั่นคงปลอดภัย นางก็ทุ่มเทและเสียสละไปมากมายจริงๆ
คือนางจะรู้ว่าเมื่อไรควรอยู่ เมื่อไรควรไป เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อยนางก็ปล่อยจริงๆ 
(ทำเอาสามีร้องไห้เพราะไม่อยากให้เมียจากไป  แต่จะทำไงได้เพราะตอนนี้ตัวเองยังแข็งแกร่งไม่พอ และที่เมียต้องไปก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น T^T )  และเมื่ออยู่ในจุดที่สูงที่สุด
พระเอกก็ต้องยืนอยู่ท่ามกลางคมหอกคมดาบมากมาย ทั้งซ้าย-ขวา หน้า-หลัง
ไม่ว่าใครก็พากันบีบคั้นเขา และพร้อมจะแทงข้างหลังได้เสมอ 
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไร เขาก็ยังคงเชื่อใจเมีย เชื่อโดยสัญชาติญาณ แม้ว่านางจะได้ชื่อว่าเป็นแม่ค้าหน้าเลือดก็ตาม ...จากที่คิดว่าจะไม่รัก ก็เลยกลายเป็นรักโดยไม่รู้ตัว
แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่การกระทำกลับปิดไม่มิด  

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ละครได้จบลง แล้วแปรเปลี่ยนกลายเป็นความรู้สึกที่แท้จริง ....
............................................................................................................
" นับแต่ข้าตัดสินใจเดินทางกลับฉางอันพร้อมกับอ๋องเก้า  
เจ้าก็มิใช่ตัวเลือกอันดับสองของข้าอีกต่อไป  เข้าใจหรือไม่ "
" อ๋องเก้าของข้าคือผู้ที่อยู่เหนือความคาดหมาย ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ .... "

เสิ่นถิงเจียวอิงตัวอยู่ในอ้อมกอดของนาง  เวลาเจ็ดปีอาจจะไม่สามารถเติมเต็มในช่วงเวลา
ที่ขาดหายไปของเขา แต่เขายังมี 'เวลาเจ็ดปี' อีกมากมายที่จะอยู่เป็นเพื่อนนาง .....
" เจ้าไม่จำเป็นต้องลืมเขา แต่ข้าหวังว่าระหว่างเราสองคนจะไม่มีเขากั้นอยู่ตรงกลาง
ไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่ดีต่อเจ้า  ...ข้าก็สามารถเช็ดน้ำตาให้เจ้าได้เช่นกัน " ...