วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1

 


จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1 (3 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : ซิงเซ่ออวี่อี้  (青色羽翼)
ผู้แปล : ไป๋รื่อเมิ่ง
สำนักพิมพ์ IRISBOOK

อ่านจบแล้ว(อาจมีสปอยล์)

เป็นแนวบำเพ็ญเพียร มีเทพเซียน มาร ปีศาจ ผู้บำเพ็ญเพียร มีตบะ ขั้นพลัง มรรคา พระเอกเป็นจอมมารชื่อ เหวินเหรินเอ้อ จอมมารประมุขพรรคเสวียนยวน วันหนึ่งบังเอิญมีหนังสือประหลาดโผล่มาอยู่ในมือ พระเอกก็งงว่ามาได้ไง เพราะพี่แกเก่งมาก ไม่มีทางที่จะมีอะไรโผล่มาโดยไม่รู้ตัว แต่พอเปิดหนังสืออ่าน พระเอกก็ได้พบว่าโลกที่ตัวเองอยู่ตอนนี้ ก็คือโลกในหนังสือนิยายเรื่อง...ร้าวรักระทม... ซึ่งตัวพระเอกในหนังสือนิยายเล่มนี้ก็คือตัวละครชายลำดับที่สอง ผู้คลั่งรักและเอาแต่ใจ
หลงรักนางเอกในหนังสือที่อยู่ฝ่ายธรรมะอย่างหัวปักหัวปำ ยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่เคยรักตนเลย แล้วสุดท้ายพระเอกก็ต้องตายจากการไปช่วยเหลือคนรักของนางเอก หรือพระเอกในนิยายนั่นแหละ...

พออ่านจบพระเอกก็อารายวะ! คนอย่างพี่แกเนี่ยนะ! จะรักใครมากจนถึงขนาดยอมทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ บ้าไปแล้ว เป็นไปไม่ได้...ว่าแล้วก็ลงจากเขาไปสืบหาความจริง ไปดูหน้าตา+นิสัยใจคอของพระ-นาง ในหนังสือเลยดีกว่า 55

ส่วนนายเอก อินหานเจียง ผู้คุมกฏซ้ายของพรรคเสวียนยวน เป็นลูกน้องที่ติดตามอยู่ข้างกายพระเอก เคารพเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระเอกผู้เป็นนายอย่างมากกกก นิสัยทื่อๆ เย็นชา พูดน้อย ไม่เห็นใครอยู่ในสายตานอกจากพระเอกเท่านั้น...
ซึ่งนายเอกก็คือตัวละครชายลำดับสี่
ในหนังสือนิยาย ที่หลงรักนางเอกเหมือนกัน ...แต่ๆๆ พอพระเอกตาย(ในหนังสือ) ตัวละครนี้กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน จากคนที่คอยปกป้องนางเอก(ตามคำสั่งพระเอก) ก็กลับเป็นคนร้ายที่ตามไล่ล่าสังหารนางเอกอย่างบ้าคลั่ง...พออ่านถึงตอนนี้พระเอกก็เลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนายเอกถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ไม่เข้าใจสาเหตุ...พี่แกจึงเริ่มให้ความสนใจและคอยสังเกตนายเอกมากขึ้น จากที่ไม่เคยใส่ใจ ก็กลับมาให้ความสำคัญและคิดเผื่อนายเอก เพราะไม่ต้องการให้นายเอกมีจุดจบหรือกลายเป็นคนคลุ้มคลั่งแบบในนิยาย

อันที่จริงนางเอกในหนังสือก็คือเทพโดยกำเนิดที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียว ส่วนพระเอกในหนังสือก็คือเทพหลังกำเนิด (พลังจะด้อยกว่าเทพโดยกำเนิด)
ตอนที่นางเอกกำลังจะข้ามผ่านด่านเคราะห์ อิพระเอกในหนังสือซึ่งเป็นเทพอยู่ตอนนั้น ดันโผล่มาช่วยนางเอกสกัดด่านเคราะห์พอดี เลยทำให้ต้องลงมาเกิดด้วย ทั้งสองคนจึงมีชะตาเกี่ยวข้องกัน พอลงมาเกิดในแดนมนุษย์ก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก และตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ

แต่อิพระเอกนิยายเนี่ยถึงจะรักนางเอกจริง แต่ก็มักมาก เจ้าชู้ ชอบทำร้ายจิตใจนางเอกต่างๆ นานา นักอ่านก็คอมเมนต์ด่า อยากให้นางเอกตาสว่าง รีบกลับสวรรค์คืนร่างเทพมาแก้แค้น ไม่ก็ลงเอยกับคนอื่นแทนไปเลย แต่นางเอกก็ยังดักดานรักแต่อิตานี่อยู่นั่นแหละ พระรองงานดีเข้ามากี่คนก็ไม่สน ใครพูดเตือนยังไงก็ไม่แคร์ ฉันก็จะรักของฉันอยู่แบบนี้...

พระเอก(ท่านจอมมาร) เลยพยายามจะช่วยนางเอกในนิยาย เพราะถือว่าอีกฝ่ายมีบุญคุณที่ทำให้ตนรู้แจ้งในมรรคา ถือว่านางเป็นเสมือนอาจารย์คนหนึ่ง ก็เลยจะช่วยให้นางตาสว่างได้เห็นธาตุแท้ของอิพระเอกในนิยายแล้วทิ้งมันไปซะ จะได้เข้าสู่มรรคาไร้รักแล้วกลับขึ้นสวรรค์ไปเป็นเทพดังเดิม

พระเอกเลยให้ลูกน้องในพรรคไปล่อลวงอิพระเอกในนิยายตามที่ในหนังสือเคยเขียนไว้ คือในหนังสือเดิมเขียนว่าอิพระเอกในนิยายนั้นถูกฝ่ายอธรรมล่อลวง ไม่ได้สมยอม แต่พอพระเอกไปคุยกับลูกน้อง ลูกน้องบอกเรื่องนี้ต้องสมยอมด้วยถึงจะทำได้
พระเอกเลยเริ่มรู้ธาตุแท้ของพระเอกในนิยายและว่าจริงๆ เป็นคนยังไง

เลยหาทางแยกพระ-นางในนิยายออกจากกัน โดยการพานายเอกกับนางเอกในนิยายไปหาของวิเศษตามที่ในหนังสือเขียนเอาไว้ คือต้องบอกก่อนว่า ถ้าของวิเศษอันไหนไม่ใช่ของพระเอกแต่เป็นของคนอื่น ถึงจะรู้ตำแหน่งที่ตั้ง รู้เหตุการณ์ล่วงหน้ามาแล้ว
แต่พระเอกก็จะไม่ฉกฉวยเอาไป จะเอาแต่เฉพาะอันที่เป็นของตัวเองจริงๆ ...เพียงแต่ไอ้ของวิเศษเนี่ย มันจะปรากฏก็ต่อเมื่อมีนางเอกในนิยายอยู่ด้วยเท่านั้นไง ดังนั้นทุกครั้งพระเอกเลยต้องพานางไปด้วย...แต่พี่ก็ไม่ได้ทะนุถนอมคนงามเลย
อยากฟาดให้สลบก็ฟาด อยากผลักตกหน้าผาก็ผลัก
55...เพราะพระเอก(ท่านจอมมาร) ไม่ได้หลงรักนางเอกในนิยายตามที่หนังสือเคยเขียนไว้แล้ว เฉยมากกก พอรู้ว่าเหตุการณ์ไหนที่ทำให้ตนหลงรักเขา พี่ก็ไปบอกนายเอกให้มาช่วยแทน 55 ...
เรื่องราวมันเลยค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปจากต้นฉบับเดิม

คนที่นางเอกในนิยายช่วยจึงกลายเป็นคนอื่น ส่วนนายเอกก็เริ่มเปลี่ยนไป เพราะพระเอกคอยจับตาดูและใส่ใจมากขึ้น เริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิดของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่ฟังคำสั่งเป็นหุ่นอย่างเดียว (นี่แหละสิ่งที่พระเอกต้องการ) หลังๆ พระเอกก็เริ่มสงสัยแล้วนะ ว่าทำไมนางเอกในนิยายถึงได้หลงรักอิพระเอก(คนเก่า) อย่างไม่ลืมหูลืมตาขนาดนี้ กำลังคิดว่ามีใครคอยชักใยแอบควบคุมอะไรอยู่เบื้องหลังรึเปล่า ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวที่เกิดในหนังสือมากขึ้นด้วย (เริ่มมองทะลุ) 

ป.ล. ส่วนเรื่องความรักของพระ-นาย ยังไม่มีอะไร ความรู้สึกช้าด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย

ป.ล. แปลดี จากที่อ่านดูแล้วคิดว่าเรื่องนี้น่าจะแปลยากนะเนี่ย  แต่อ่านลื่นไม่ติดขัดเลย (สำหรับเรานะ) เลือกใช้คำได้ดีเลย


📍จอมมารก็อยากรู้เช่นกัน เล่ม 1 (3 เล่มจบ) ➡️ https://s.shopee.co.th/5AkxoRz5qF




วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

สักวันฉันจะบอกรักเธอ

 


สักวันฉันจะบอกรักเธอ (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : จงกงต้าเหริน
ผู้แปล : บุปผาน้ำแข็ง
สำนักพิมพ์ หยางกวง

ตอนที่เดินเข้ามา ซูชิงอวี้ก็ได้แต่คิดถึงความคิดที่ว่า
'ความรักของฉันเหมือนภูเขากับทะเล ถึงแม้จะอยู่ใกล้กันแต่ก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ซูชิงอวี้ แอบหลงรักพี่ชายข้างบ้านมาตั้งแต่เด็ก เพื่อจะได้คู่ควรกับเขา
นางเอกจึงพยายามตั้งใจเรียนจนกลายเป็นนักเรียนเรียนดี และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขาได้ แต่ในวันที่ประกาศผลสอบกลับเป็นวันที่เธอต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิต เพราะนั่นคือวันที่เขาพาคนรักกลับมาบ้านเพื่อเปิดตัวกับครอบครัว

สวี่หมิ่นเฉิน ชายหนุ่มรูปหล่อ ไอคิวสูง ผู้ก่อตั้งบริษัทไอโปยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอที
ที่มีมูลค่าทรัพย์สินกว่าหมื่นล้าน ประธานหนุ่มที่ประสบความความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
แถมยังมีแฟนสาวสุดสวย ที่เป็นสาวมั่นแสนฉลาดคอยอยู่เคียงข้างอีกด้วย
ทว่าวันหนึ่งทุกอย่างก็พังทลาย เมื่อเขาถูกแฟนสาวกับเพื่อนสนิทร่วมมือกันหักหลังใส่ร้ายป้ายสี ทำให้ถูกขับออกจากบริษัท ถูกรุมประณาม ทั้งยังต้องแบกรับหนี้สินที่ไม่ได้ก่อจนสิ้นเนื้อประดาตัว จากคนที่เคยรุ่งโรจน์มีทุกอย่าง ก็กลายเป็นตกอับไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดง...

พระ-นางเป็นเพื่อนบ้านกัน นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็ก มักแวะเวียนไปขอให้พระเอกสอนการบ้านให้ ขอตามไปเล่นด้วย ตอนเรียนก็พยายามสอบเข้าที่เดียวกับพระเอกให้ได้ มีพระเอกเป็นไอดอล แต่พระเอกกลับจำนางเอกไม่ได้เลยสักกะนิด ...เหอๆ 
นางเอกไปเจอพระเอกตอนที่กำลังตกอับพอดี เลยขอให้อีกฝ่ายมาอยู่ด้วยกัน ทั้งสัญญาว่าต่อแต่นี้เธอจะเป็นคนเลี้ยงดูเขาเอง...พระเอกที่เพิ่งหมดสิ้นทุกอย่าง สูญเสียแรงกายแรงใจในการใช้ชีวิต คิดว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงตอบตกลง

พอมาอยู่ด้วยกันนางเอกก็ทำทั้งงานหลัก+งานเสริม เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับสองคน ทั้งทำงานบ้าน ทำอาหาร พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้พระเอกต้องอยู่อย่างลำบากหรือรู้สึกไม่สบาย แม้สุดท้ายพระเอกจะไม่เห็นค่า มีเพียงความเย็นชาส่งกลับมาให้ แต่เธอก็ยังยินดีทำ...

นางเอกเป็นเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเริ่มทำงานในบริษัท เป็นคนนิสัยร่าเริง ความคิดเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร หน้าตาก็จัดอยู่ในระดับธรรมดา ไม่สวยไม่ขี้เหร่
แต่เด็กสาวธรรมดาอย่างเธอกลับกล้าทำเรื่องที่ผิดต่อพ่อแม่ เรื่องที่อาจเรียกได้ว่าบ้าในสายตาคนอื่นๆ นั่นคือ....เลี้ยงดูผู้ชาย(พระเอก)เอาไว้ในบ้าน...
แต่ใครใช้ให้ผู้ชายคนนั้นคือรักแรกและรักเดียวในใจเธอ คือเทพบุตร คือไอดอล
คือคนที่เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไร้ข้อกังขากันล่ะ ต่อให้เขาจะร่ำรวยหรือยากจน รุ่งโรจน์หรือตกอับ เธอก็ไม่มีวันเลิกรักเขาได้อยู่ดี

ช่วงแรกหน่วงมาก เพราะมีแต่นางเอกคนเดียวที่เป็นฝ่ายทุ่ม ส่วนพระเอกก็หมดอาลัยตายอยากในชีวิตไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ใช้ชีวิตไปวันๆ สิ่งที่นางเอกทำจึงไม่ต่างจากการเอาน้ำไปเททิ้ง เติมเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม เพราะพระเอกไม่สนใจ ไม่รับรู้ มีแต่ความเฉยชาเย็นชาส่งกลับมาให้ แต่ถึงอย่างนั้นนางเอกก็ยังมองโลกในแง่ดี ยังยิ้มได้ เสียใจได้แป๊บๆ เดี๋ยวก็กลับมาสดใสได้อีก ไม่ต้องรอให้ใครมาปลอบมาง้อ ...
แต่อันที่จริงจะไปว่าพระเอกก็ไม่ได้ ก็คนมันไม่ได้รักอะ(ช่วงแรก) ความดีกับความรักมันเป็นคนละเรื่อง ไม่รักก็คือไม่รัก ซึ่งนางเอกก็รู้ดี จึงไม่ได้หวังว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไป
เพราะการที่เธอกับเขาได้อยู่ด้วยกันในเวลานี้ มันก็เป็นเหมือนกับความฝันที่เธอไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง หากเขาไม่ตกอับถูกทอดทิ้ง ดวงจันทร์ก็คงลอยอยู่บนท้องฟ้า ไม่มีทางลงมายังพื้นดินให้เธอได้สัมผัส
และสักวันเมื่อเขาคิดได้หรือพักจนหายเหนื่อยดีแล้ว ดวงจันทร์ก็คงลอยกลับขึ้นไปอยู่บนที่ของตัวเองตามเดิม ..

พอความสัมพันธ์เช่นนี้สิ้นสุดลง นางเอกก็ตัดสินใจไปเที่ยวคนเดียว แต่สถานที่ที่ไปดันมีพายุเข้า พระเอกเห็นข่าวเลยรีบโทรหา (หลังจากชีวิตพังปกติพระเอกจะไม่โทรหาใคร แม้แต่นางเอก) พอโทรไม่ติดก็ซื้อตั๋วบินไปหาถึงที่ ทั้งสองคนเลยมีโอกาสได้เปิดอกคุยกันอีกครั้ง หลังจากวันนั้นก็กลับมาอยู่ด้วยกัน แล้วพระเอกก็เริ่มกลับมาทำงานหาเงินใหม่

แต่พอฝั่งเพื่อนกับแฟนเก่ารู้ว่าพระเอกกำลังกลับมาทำงานก็คิดจะขัดขวาง
ซึ่งจริงๆ ตัวแฟนเก่าน่ะยังรักพระเอกเหมือนเดิม ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากจะดัดนิสัย
ในการทำธุรกิจบางอย่างของพระเอก เลยยอมร่วมมือกับคนอื่น ตั้งใจทำให้พระเอกสูญสิ้นทุกอย่าง เพราะคิดว่าเดี๋ยวพระเอกจะต้องกลับมาขอโอกาส ขอให้ช่วย...
..แต่สุดท้ายพระเอกก็ไม่เคยมาเลย  ตัดขาดการติดต่อทุกอย่างไปตั้งแต่วันที่โดนหักหลัง โทรมาก็บล็อกไม่รับ ไม่กลับไปแล้วโว้ยยยย...

พระเอกหนักแน่นมาก ตัดคือตัดไม่ลังเล ...พอรักนางเอกแล้วก็รักเลย มองแต่นางเอกคนเดียว ไม่มีโลเล คบกับแฟนเก่ามาหลายปีไม่เคยคิดจะแต่งงาน แต่คบกับนางเอกไม่กี่เดือนรีบพาไปจดทะเบียนเลยจ้า 55 ...พอแฟนเก่าเห็นข่าวนี้ก็ใจสลาย เพิ่งมาสำนึกเสียใจได้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันผิด เพราะมันทำให้ต้องสูญเสียพระเอกไปตลอดชีวิต...
ส่วนเพื่อนสนิทพระเอกก็ทำไปเพราะอยากจะกำจัดพระเอกให้พ้นทาง แล้วก็อยากได้แฟนเขา ซึ่งสุดท้ายทั้งสองคนก็ได้รับกรรมกันไปตามระเบียบนั่นแหละนะ

จบดี จบแฮปปี้ ครึ่งแรกบีบคั้นมาก นางเอกเป็นฝ่ายคลั่งรักยอมทำทุกอย่าง แต่พอเข้าครึ่งหลังใจตรงกันแล้ว ความหวานก็จะค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  
พระ
-นางก็ช่วยกันทำงานสร้างกิจการ ต่างทำเพื่อกันและกัน นางเอกกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวของพระเอก เป็นคนที่เขาสูญเสียไปไม่ได้ ส่วนนางเอกก็ค่อยๆ พัฒนาตัวเองจนมีความกล้ามากขึ้น เปลี่ยนจากคนที่เคยเดินตามหลังมาเป็นคนที่เดินอยู่ข้างๆ เขาได้อย่างเต็มภาคภูมิและมีความสุขจริงๆ สักที

ป.ล. การแปลโอเคนะ แต่มีพวกคำผิด คำตก คำสลับเยอะไปหน่อย ถ้าแก้ตรงนี้ได้ก็โอเลย

ป.ล. เรื่องนี้ไม่มีแบบรูปเล่มนะคะ มีแต่ E-Book



วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก

 

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : สืออู๋
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ With Love by Jamsai

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เหมียวเหมี่ยว นักเขียนการ์ตูนเรื่อง ผู้กล้าบุกอาณาจักรแมว ที่กำลังโด่งดัง เจ้าของนามปากกา เหมียวไก่ฉีก เพราะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ชอบแอบอู้ จึงทำให้เธอต้องเปิดไลฟ์สดเวลาทำงาน เพื่อจะได้ให้แฟนคลับหรือคนที่เข้ามาดูจับตามองเวลาทำงาน เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เธอเคลียร์งานจนเสร็จ

ฟางไหลหยาง แฟนคลับอันดับหนึ่งของเหมียวไก่ฉีก ชายหนุ่มรูปหล่อ ฐานะร่ำรวย เป็นประธานบริษัทเจ้าของกิจการรถยนต์ แฟนคลับเศรษฐีที่ส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นักเขียนการ์ตูนในดวงใจแทนการขอบคุณ ที่ทำให้คนที่ขาดแรงบันดาลใจในการทำงานและชอบดองงานเช่นเขา ได้ทำงานเสร็จ สำเร็จลุล่วงจากการได้ดูไลฟ์สดของเธอ

จริงๆ พระเอกไม่ได้อยากมาทำงานเป็นประธานบริษัทของครอบครัวเลย แต่เพราะพี่ชายที่แสนจะสมบูรณ์เพียบพร้อมดันชิ่งไปเป็นหมอ พระเอกก็เลยต้องมาสืบทอดดูแลกิจการแทนพี่ ต้องละทิ้งอุดมการณ์ที่จะไปเป็นเชฟขนมหวาน พอมาทำงานพระเอกเลยกลายเป็นคนเงียบๆ เหมือนขาดแรงกระตุ้น เอกสารอะไรที่เลื่อนเซ็นได้ก็เลื่อน อันไหนที่ดองได้ก็ดองแบบเฉื่อยชา แต่พอได้เห็นนางเอกไลฟ์สดตอนทำงานพี่ก็เปลี่ยนไป เริ่มมีแรงใจ เลิกดองงาน เลิกผัดวันประกันพรุ่ง ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้าน และด้วยนิสัยที่ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร พระเอกจึงส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นางเอกเป็นการตอบแทน...เล่นใหญ่มากจนนางเอกตกใจ ไม่กล้ารับ ต้องขอส่งคืน แต่พระเอกก็ไม่ยอมรับคืน สุดท้ายนางเอกเลยต้องขอเปลี่ยนเป็นรถธรรมดาที่ราคาถูกลงหน่อย พระเอกถึงได้ยอม

แต่พอได้รถมานางเอกก็ยังรู้สึกไม่ดี เลยไปปรึกษาเพื่อนๆ เพื่อนจึงแนะนำให้นางเอกเอาเงินไปชดใช้คืนเป็นค่ารถสิ แต่นางเอกไม่มีเงินก็เลยไปสมัครแอพฯ เรียกรถปาปา แต่ขับไปขับมาเงินเก็บกลับไม่เพิ่มเพราะเธอกินเก่งมากกก (เอาเงินไปใช้กับอาหารหมด) แถมยังโดนผู้โดยสารร้องเรียนเพราะขับรถได้ห่วยอีก แต่นางเอกก็มองโลกในแง่ดี ไม่โกรธไม่ซี ยังเอามาเล่าให้แฟนคลับฟังขำๆ ตอนไลฟ์สดอีกด้วย 55

แล้ววันหนึ่งพระเอกก็บังเอิญได้นั่งรถที่นางเอกเป็นคนขับ แต่ตอนแรกยังไม่รู้นะว่าใคร แต่นางเอกคุยเก่งไง พระเอกเลยเดาได้จากเรื่องที่พูดออกมา หลังจากนั้นพระเอกก็เลยเริ่มหาข้ออ้างนัดเจอนางเอก เช่นนัดขอคืนร่ม (ที่นางเอกบอกไม่ต้องเพราะมันราคาแค่ 5 หยวนเอง) หรือจ้างนางเอกมาขับรถ (ทั้งๆ ที่พี่ก็เมารถที่นางเอกขับมาก แต่ก็ยังสู้ 55) เพื่อจะหาข้ออ้างพาเขาไปเที่ยว แล้วให้ลูกน้องที่บริษัทมาแกล้งแสดงเป็นเพื่อนตัวเอง 55 ...ไปๆ มาๆ นางเอกก็เริ่มชอบพระเอก เพราะในสายตาเธอ...พระเอกคือคนที่อ่อนโยนและอบอุ่นมากกก หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วพระเอกเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและเย็นชามาก ความอบอุ่นนี้มีไว้สำหรับนางเอกเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ...ส่วนพระเอกก็นึกว่าตนชอบนางเอกแบบที่แฟนคลับชอบไอดอล มาเอะๆ ใจก็ตอนที่เห็นนางเอกอยู่กับพระรอง และตอนที่นางเอกไลฟ์สดแล้วพูดชื่นชมอาหารที่พระรองทำ 55

เนื้อเรื่องเบาๆ สบายๆ ไม่ซับซ้อน ย่อยง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ รู้สึกว่าบางทีเราก็ต้องอ่านอะไรแบบนี้บ้างเพื่อฮีลตัวเองอะ 55...นางเอกเป็นคนใสซื่อโก๊ะๆ ความรู้สึกช้า มองโลกในแง่ดีแต่ก็กลัวความโดดเดี่ยว เพราะมีอดีตที่แสนเศร้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยิ้มได้และสามารถทำให้คนที่อยู่รอบๆ ข้างยิ้มตามไปด้วยอีกต่างหาก... พล็อตเรียบง่ายเรื่อยๆ แต่อบอุ่นหัวใจดี มีดราม่าเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย คือเรื่องที่นางเอกคิดว่าพระเอกมีแฟนแล้วเลยพยายามตัดใจ กับตอนที่นางเอกถูกคนใส่ร้ายทางอินเทอร์เน็ตและกำลังดิ่ง แต่จู่ๆ พระเอกกลับหายไปติดต่อไม่ได้ นางเอกเลยยิ่งเสียใจรู้สึกโดดเดี่ยว คิดว่าพระเอกคงไม่ได้ชอบตัวเองจริง พอพระเอกมารู้ทีหลังก็รีบทิ้งงาน ไม่หลับไม่นอนรีบและรีบกลับมาตามหาคน...เกือบทำให้นางเอกปิดประตูหัวใจใส่แล้วไหมล่ะ 55

หลังจากนั้นพี่แกก็แอบไปตามสืบหาคนที่ปล่อยข่าวใส่ร้ายจนเจอ พร้อมจัดการแก้ข่าวให้นางเอกเสร็จสรรพ แถมยังเริ่มหัดทำอาหารไปส่งให้นางเอกด้วยเพราะไม่อยากให้กินอาหารของพระรองบ่อย 55 ... ส่วนพระรองพอรู้ว่าเขารักกันก็ยินดี และเป็นฝ่ายถอยออกมาเองเงียบๆ ไม่ทำให้ใครอึดอัดลำบากใจ..

ป.ล.พระรองงานดีนะแต่ช้าไปหน่อย (มากกกเลยแหละ) เลยต้องกินแห้วไปตามระเบียบ ความจริงมีโอกาสตั้งหลายที แถมได้เจอกับนางเอกมาก่อนพระเอกตั้งนาน แต่พี่ดันไม่สารภาพตรงๆ ใจเย็นมาก พูดไม่เก่งอีกต่างหาก เลยใช้การกระทำอ้อมๆ เพื่อแสดงความรู้สึก แล้วคนโก๊ะๆ ความรู้สึกช้าอย่างนางเอกจะไปเข้าใจได้ยังไง แต่ดีที่พระรองก็มีเล่มแยกของตัวเองในเรื่อง รักนี้มีเชฟมาเสิร์ฟ ได้เป็นพระเอกละ ไม่ต้องแห้วแล้วนะทีนี้...อิอิ

ป.ล.ถึงพระเอกจะไม่ได้เป็นเชฟขนมตามที่ฝัน แต่สุดท้ายพี่ก็มีความสุขเพราะได้ทำขนมให้คนที่รักหรือนางเอกกินทุกวันแทน ...อิอิ 


📍แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก ➡️ https://s.shopee.co.th/9KbSRifYPO



วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ผมอยากหลบหนี

 

ผมอยากหลบหนี (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : 
หลินเพ่ย
ผู้แปล : 
ซิ่งหลัน
สำนักพิมพ์  
Narikasaii Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก เซียวเหยียนจี้หรือเซียวเหรินอวี้ หนุ่มลูกครึ่งไทยเชื้อสายจีน
มีปมเรื่องชาติกำเนิดเพราะแม่เป็นภรรยาน้อย พอแม่ตายนายเอกเลยหนีไปเรียนต่อที่ไต้หวันตัดขาดจากครอบครัวที่ไทย ในขณะที่กำลังเรียนมหาลัยด้วยความหน้าตาดี จึงทำให้ไปต้องตาพระเอกเข้า

พระเอก ฉินจวิน ทายาทผู้สืบทอดตระกูลฉิน เป็นคนโมโหง่ายอารมณ์ร้อน เป็นคุณชายเอาแต่ใจ แต่ในโลกธุรกิจคือสุภาพ คุยเก่ง วางตัวเป็น เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ พระเอกถูกใจนายเอกตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอหน้า สืบจนรู้ว่านายเอกเรียนคณะอะไร ชอบไปอ่านหนังสือที่ไหน แล้วก็ตามไปดู พอนายเอกรู้ตัวพระเอกก็ชิงสารภาพ และก็ถูกปฏิเสธ
เพราะนายเอกไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่พระเอกก็ไม่สน ใช้กำลังบีบบังคับจนได้นายเอกมาครอบครอง ทำให้นายเอกเกิดเงามืดในใจ แล้วหลังจากนั้นพี่แกก็กักขังนายเอกไว้ให้อยู่ข้างตัว กลายเป็นนกน้อยในกรงทองอย่างสมบูรณ์..

ทว่าวันหนึ่งพระเอกก็ต้องแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล แต่ก่อนแต่งก็มาบอกนายเอกก่อนนะ เห็นนายเอกเงียบๆ ไม่ว่าอะไรก็แอบเสียใจอยู่เหมือนกัน เพราะอยากให้เขาหึง (หารู้ไม่ว่าจริงๆ นายเอกกำลังวางแผนหนีจากตัวเองมาตลอด) ต่อมาพอพระเอกไปฮันนีมูน นายเอกเลยวางแผนหนีกลับไทย คิดว่าอีกฝ่ายคงตามไม่เจอ เพราะพระเอกไม่รู้ว่าจริงๆ นายเอกยังมีครอบครัวอยู่ที่ไทย คิดว่านายเอกเป็นกำพร้าไม่มีญาติที่ไหนมาตลอด พอกลับมาไทยนายเอกก็ได้เจอพี่ชายที่เป็นประธานบริษัทตระกูลเซียว พี่ชายพอได้เจอนายเอกก็ดีใจมากกก จนเราเกือบหลงคิดว่าพี่ชายคิดอะไรกับนายเอกเกินคำว่าพี่น้องอ๊ะป่าว แต่พออ่านๆ ไปไม่ใช่เลย พี่ชายนี่อยากใกล้ชิดสนิทสนมกับน้องมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ติดที่แม่ตัวเองไม่ชอบ พอโตมาได้เป็นผู้นำตระกูลเลยเปย์+ใส่ใจน้องได้เต็มที่ตามที่ใจต้องการละทีนี้

นายเอกจึงไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวตามที่พี่ขอ ทำให้สภาพจิตใจค่อยๆ ดีขึ้น แต่ก็เหมือนยังขาดอะไรบางอย่าง ที่นายเอกก็หาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน...หลังผ่านไป 1 ปี บริษัทบ้านนายเอกก็ได้ดีลธุรกิจกับบริษัทหนึ่งในไต้หวัน นายเอกซึ่งเป็นคนเดียวที่พูดจีนได้จึงถูกเรียกตัวให้มาช่วยพูดเจรจา แต่พอได้ยินว่าเป็นบริษัทจากไต้หวันนายเอกก็ไม่อยากยุ่งแล้ว กลัวเจอแจ็กพ็อต แต่พอได้ยินว่าเจ้าของแซ่เฉินไม่ใช่แซ่ฉินก็เลยยอมมา แต่ที่ไหนได้คนที่ฟังดันฟังมาผิด แจ็กพ็อตแตก...สุดท้ายก็ต้องเจอกับพระเอกอีกครั้งจนได้

ตอนที่สนพ.ลงตัวอย่างให้อ่าน เราก็นึกว่าเนื้อเรื่องคงหน่วงหนักมากแน่ๆ เพราะแค่บทแรกๆ ก็เจอทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายจิตใจ ทำร้ายร่างกาย แบบนึกไม่ออกเลยว่าจะให้ลงเอยกันได้ยังไง เพราะพระเอกแบบโคตรแย่อะ แต่กลายเป็นว่าก็มีแค่ตอนต้นๆ เท่านั้นที่หนัก เพราะพอได้กลับมาเจอกันหลังจากผ่านไป 1 ปี ทั้งสองคนก็เปลี่ยนไป นายเอกได้ทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง และที่สำคัญคือมีความกล้ามากขึ้น เพราะมีพี่ชายหนุนหลังคอยเป็นที่พึ่งพิง จึงทำให้อุ่นใจ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรตนก็ยังมีสถานที่ให้กลับ มีพี่ชายคอยปกป้อง ส่วนพระเอกก็ทำตัวดีขึ้น จากที่เคยเอาแต่ใจชอบบังคับก็เริ่มเปลี่ยน แต่ตอนแรกพี่แกยังเข้าใจผิดคิดว่าที่นายเอกหนีไปเป็นเพราะเรื่องแต่งงาน พอมารู้ว่าความจริงนายเอกคิดหนีมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ถูกบังคับ พระเอกก็ช็อก ไม่เคยรู้เลย นึกว่าเขาก็ต้องชอบตัวเองบ้างแหละ ที่ไหนได้เขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลยจ้า...สะอึกเลยสิทีนี้

แต่พี่แกก็ไม่ยอมแพ้นะ พยายามตื๊อเกลี้ยกล่อมจะให้นายเอกกลับไต้หวันไปกับตนให้ได้ พยายามควบคุมอารมณ์อธิบายเรื่องทุกอย่างบลาๆ แต่นายเอกก็ไม่สน ไม่กลับ..จนมีวันหนึ่งพระเอกสติหลุด หึงนายเอกกับพี่ชายจนหน้ามืดพยายามจะใช้กำลังอีกแว้วว แต่พอเห็นนายเอกตัวสั่นก็หยุด ไม่คิดว่าเขาจะกลัวมากขนาดนี้
นายเอกก็เหมือนถูกสะกิดเงามืดในใจขึ้นมา เลยรีบกลับบ้านไปเก็บของคิดจะหนี แต่ดีที่พี่ชายมาทัน นายเอกเลยระเบิดระบายความในใจ เล่าสิ่งที่พระเอกเคยทำกับตัวเองให้พี่ฟัง พี่ก็เลยไปซัดพระเอกซะหมอบ ไปๆ มาๆ นายเอกเลยเหมือนได้ปลดล็อค ปล่อยวาง หายแค้นพระเอกไปซะอย่างนั้น

ช่วงที่สองจะเป็นตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกัน พระเอกใช้เรื่องสินค้ามีปัญหาทำให้นายเอกต้องบินมาที่ไต้หวัน แต่รอบนี้นายเอกไม่กลัวพระเอกแล้ว แต่กลายเป็นพระเอกที่กลัวแทน และกลายเป็นโรคหวาดระแวงกลัวว่าคนรักจะหนีหายไป....

ส่วนช่วงที่สามจะเล่าในมุมของพระเอก ตั้งแต่ตอนที่เจอหน้านายเอกครั้งแรกจนถึงวันที่หนี หลังจากที่นายเอกหนีไป พระเอกก็เลิกฮันนีมูนแล้วรีบบินกลับมาตามหาคนทันที พอหาไม่เจอก็เปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นคนอารมณ์ร้อนฉุนเฉียวง่าย เริ่มเศร้าซึม กระทั่งขอหย่ากับภรรยาที่เพิ่งแต่งงานได้เพียง 3 เดือน ถึงจะต้องเป็นปรปักษ์กับบ้านภรรยา
หรือโดนตัดออกจากตระกูลก็ยอม ไม่สนทรัพย์สินเงินทองหรือชื่อเสียงอะไรแล้ว 
เพียงแค่อยากได้นายเอกคืนมาเท่านั้น....

ป.ล. แบ็คกราวส่วนใหญ่ของเรื่องจะอยู่ที่ประเทศไทย อาหารไทย สถานที่เที่ยวในกรุงเทพ เพราะนายเอกมีเชื้อสายไทย แถมยังพูดไทยได้คล่องปรื๋อ


📍ผมอยากหลบหนี ➡️ https://s.shopee.co.th/70DG9l2EhZ



วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565

สะพานรักสีน้ำเงิน 2 เล่มจบ

 

สะพานรักสีน้ำเงิน 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ
ผู้แปล : พิรุณเดือนสารท
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก จ้าวหนานเซียว เป็นสาวสวยแสนฉลาด สุขุม โตเกินวัย โตกว่าพระเอกหนึ่งปี มีความใฝ่ฝันว่าจะเป็นนักออกแบบสะพานเหมือนอย่างพ่อกับตามาตั้งแต่เด็ก ส่วนพระเอก สวีซู่ หนุ่มหล่อบ้านรวย แต่กลับมีนิสัยอารมณ์ร้อนเหมือนม้าพยศ 
สมัยเด็กพระเอกเกเรมากกก แม้จะเป็นคนหัวดีแต่ก็ไม่สนใจการเรียนเลย ชอบทำตัวเป็นขบถให้พ่อต้องปวดหัว พ่อกับแม่ของพระเอกหย่ากันตั้งแต่เด็ก พระเอกไปอยู่กับแม่ที่เมืองนอก แต่พอแม่แต่งงานใหม่+มีลูกใหม่ พ่อพระเอกจึงไปพาพระเอกกลับมาเลี้ยงดูเอง ต่อจากนั้นพ่อก็หาครูสอนพิเศษมาให้เพราะกะจะให้ลูกเข้าเรียนตามระบบการศึกษาที่จีน ทว่าครูที่มาสอนกลับไม่มีใครอยู่ได้นาน สุดท้ายพ่อพระเอกจึงต้องไปขอร้องเพื่อน หรือก็คือพ่อของนางเอก ขอให้ลูกสาวเพื่อนมา
ช่วยสอนพิเศษให้ลูกตนหน่อย..

แต่แค่วันแรกที่มาถึง นอกจากทรงผมโมฮอว์กสีทองบาดตากับสไตล์การแต่งตัวที่ทำให้คนต้องสตั๊นแล้ว ปากของพระเอกก็ยังแจ๋วไม่แพ้กัน ถึงขนาดทำให้นางเอกผู้สุขุมเยือกเย็นต้องน้ำตาตกในแอบไปร้องไห้อยู่คนเดียว จนเกือบจะถอดใจเลิกสอนไปเลย
" ไม่ใช่ว่าสอนพิเศษเหรอ สอนของเธอไป อย่ามาทำเป็นจิตแพทย์ ปากมาก! ...."

พอเจอกันครั้งที่ 2 นางเอกเลยบอกไปว่า...ถ้าไม่อยากมาเรียนก็ให้ไปบอกพ่อตัวเองดิ่ จะมาทำแบบนี้ทำไม บลาๆ...แล้ววันหนึ่งนางเอกก็ได้รู้ว่าพระเอกแอบโดดเรียนไปแข่งมอเตอร์ไซค์นี่เอง ต่อมาก็มีจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่คือเรื่องที่พ่อนางเอกเสีย จึงทำให้นางเอกที่เคยร่าเริงชอบทำกิจกรรม กลายเป็นคนเงียบๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และเลิกมีส่วนร่วมในกิจกรรรมของโรงเรียน ...ส่วนพระเอกก็ไถผมทรงโมฮอว์กทิ้ง หันกลับมาตั้งใจเรียนใหม่ จนสามารถสอบข้ามชั้นไปเรียนชั้น ม.ปลายที่โรงเรียนเดียวกับนางเอกและอยู่ห้องเดียวกันด้วย ทว่าถึงจะได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่พระเอกก็ทำได้เพียงแอบมองอยู่ข้างหลังเงียบๆ เท่านั้น
กระทั่งใกล้จบม.ปลาย ต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย พระ-นางถึงได้เริ่มกลับมาคุยกันใหม่
 ...แต่ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ดีขึ้นก็ต้องมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อนางเอกถูกรุ่นพี่ที่ตนเองชื่นชมสารภาพรักและมัดมือชกขอเป็นแฟนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย...

ผลงานของท่านเผิงไหลเค่อ เป็นแนวปัจจุบันไม่ใช่โบราณ แต่นางเอกใจแข็งเหมือนกันเลย
ทั้งใจแข็ง ทั้งความรู้สึกช้า ส่วนพระเอกตอนเด็กๆ ก็ปากร้ายน่าตบกะโหลก 
แอบชอบเขาตั้งแต่ตอนอายุ 14 แล้ว แต่ตอนนั้นยังเกรียนปากไม่ค่อยดีอยู่ (แล้วใครจะชอบ) ส่วนนางเอกก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบพระเอกมาตลอด คิดว่าเขาเป็นเหมือนน้องชาย แถมยังบอกให้พระเอกเรียกตัวเองว่าพี่เสี่ยวหนานอีก แต่พระเอกก็ไม่เคยเรียก ก็คนเขาอยากเป็นแฟนไม่ได้อยากเป็นน้องอะ55 

พอนางเอกถูกรุ่นพี่สารภาพรัก พระเอกก็กลับไปทำตัวเหมือนเดิม ไปแข่งรถ เล่นดนตรี
ไม่ยอมเข้าเรียน จนนางเอกต้องไปตาม แล้วก็ได้เห็นภาพที่พระเอกกำลังถูกผู้หญิงนัวเนีย หลังจากนั้นนางเอกเลยตกลงคบกับรุ่นพี่...
ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านั้นนางเอกยังไม่ได้ตกลงคบนะ เคยมาปรึกษาพระเอกเรื่องที่ถูกรุ่นพี่สารภาพรักแบบมัดมือชกด้วย...แต่พระเอกคือหึงไม่ฟัง สติแตก เอาแต่ไล่ให้เขาไปคบกันอย่างเดียว ... " ไสหัวไป ไปมีความรักกับหวานใจวัยเด็กของเธอเถอะ เลิกแสดงได้แล้ว! "

ต่อมาก็มีเรื่องที่ทำให้นางเอกกับรุ่นพี่ต้องเลิกกันก่อนวันแต่งงานแค่วันเดียว ...หลังจากนั้นพระเอกก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนนางเอกก็ทำงานเป็นนักออกแบบสะพานในสถาบันมีชื่อ จนกระทั่งผ่านไป 4 ปี ทั้งสองคนก็ได้กลับมาพบกันใหม่ ในฐานะนักออกแบบสะพานกับวิศวกรแล้วก็ได้ทำงานร่วมกัน 

เราชอบตอนที่พระเอกตามจีบนางเอกนะ ถึงนางเอกจะเย็นชายังไง พระเอกก็หน้าหนาพร้อมสู้ เธอแข็งฉันอ่อน ค่อยๆ กะเทาะเปลือกของนางเอกออกไปทีละนิด เป็นฝ่ายยอมลงให้ก่อนตลอด กลัวนางเอกโกรธแล้วเดี๋ยวจะถูกเมิน55 ตอนตกลงเป็นแฟนพระเอกก็มัดมือชก (ไม่งั้นคงไม่ได้คบสักที) คือหลังจากที่สารภาพรัก พระเอกก็ขอว่าถ้าจะปฏิเสธก็ให้เคาะผนัง 1 ที ถ้าตกลงคบกันให้เคาะ 2 ที เพราะตอนนั้นพระ-นางทำงานอยู่ที่เดียวกัน พักห้องติดกัน (จริงๆ คือพระเอกไปขอเปลี่ยนกับคนอื่น เพื่อจะได้อยู่ข้างห้องนางเอก 55) แต่นางเอกก็ลังเลไม่เคาะสักทีเพราะยังไม่รู้ใจตัวเอง ตอนที่พระเอกสารภาพรักก็บอกว่าคิดเหมือนน้อง กำลังจะปฏิเสธ แต่พระเอกยั้งเอาไว้ ขอให้เอาไปพิจารณาก่อน อย่าเพิ่งรีบตอบ เพราะตัวเองใจบาง ถ้าถูกปฏิเสธตอนนี้อาจจะกลับไปทำตัวเหลวแหลกเหมือนเมื่อก่อนได้ 55

นอกจากเรื่องรักๆ ของพระ-นาง ก็ยังมีเรื่องการสร้างสะพานหรืออาชีพการงานของทั้งสองคน รวมถึงเรื่องในครอบครัวด้วย อ่านเรื่องนี้แล้วได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการสร้างสะพานเยอะมาก จัดเต็ม นักเขียนค้นคว้าหาข้อมูลมาดีมาก เพิ่งได้รู้เรื่องขั้นตอนการสร้างสะพานก็จากเรื่องนี้แหละ ไม่ง่ายเลยนะกว่าจะมาเป็นสะพานให้เราใช้เนี่ย ..ต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพทางธรณีตรงจุดนั้น ต้องคำนึงถึงแรงลมและภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิด แบบเยอะมาก ต้องพิจารณาหลายสิ่งหลายอย่าง ยังไม่รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการสร้างหรือหลังจากนั้นอีกนะ ... ซึ่งเนื้อหาในเรื่องก็จะเกี่ยวกับสะพานซะครึ่งพอๆ กับเรื่องรักเลย บางท่านอาจจะเบื่อตรงจุดนี้ได้ แต่เราโอเคนะ รู้สึกว่าเขาเขียนได้กลมกลืนกับเรื่องรักดี (ยังไหว 55)

ช่วงเล่ม 2 มีปัญหาตรงเรื่องแม่นางเอกนิดหน่อย (ความจริงก็ไม่ค่อยหน่อยนะ) คือหลังจากที่พระ-นางตกลงคบกัน เราก็นึกว่าจะหมดเรื่องแล้ว แต่กลายเป็นว่ามามีปัญหาที่แม่นางเอกแทน...เพราะแม่หวังดีไม่อยากให้นางเอกมีชีวิตเหมือนตัวเอง ที่สามีต้องทำงานข้างนอกตลอดไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แล้วสุดท้ายก็จากไปก่อนวัยอันควรเพราะอุบัติเหตุ แม่ก็เลยกลัวพระเอกจะเป็นแบบนั้น (เพราะทำงานแบบเดียวกัน) พระเอกพยายามอธิบายยังไงแม่ก็ไม่สน ยื่นคำขาดให้เปลี่ยนงานลูกเดียว ไม่งั้นก็ไม่ให้แต่ง ...พระเอกเลยเครียดซึมๆ ไป นางเอกถามก็ไม่ยอมบอก ดีที่นางเอกมารู้เรื่องก่อนเลยไม่ยอม ไฟท์กับแม่ไปรอบหนึ่ง สนับสนุนให้พระเอกทำงานที่ชอบ ท้ายที่สุดพระเอกเลยไปคุยกับแม่ใหม่ บอกเหตุผลว่าทำไมตนได้ถึงมาทำงานด้านนี้...พอผ่านไปสักพักแม่ก็คิดได้ เลิกคัดค้าน แฮปปี้กันทุกฝ่าย

แต่ก่อนหน้าแม่แอบน่ากลัวอะ (หลังจากที่บอกให้พระเอกเปลี่ยนงาน พอมาเจอหน้าพระเอกแล้วยิ้มให้ ทำเหมือนไม่มีอะไร เราก็รู้สึกกับคุณแม่ไม่ค่อยเหมือนเดิมอีกต่อไป 55 ) คือตอนอ่านก็แอบคิดนะว่าแม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตตั้งแต่ที่พ่อนางเอกเสียแล้ว ถึงได้บังคับนางเอกตั้งแต่เรื่องเลือกคณะที่จะเรียนต่อ เรื่องหน้าที่การงาน การทำงานนอกสถานที่ บังคับให้นางเอกเปลี่ยนงาน แต่เหมือนรู้ว่าคงบังคับลูกตัวเองไม่ได้แล้วเลยหันมาที่พระเอก (ที่กำลังจะเป็นเขย) แทนมั้ง ดีที่นางเอกก็ไม่ได้คล้อยตามทุกอย่าง อะไรที่ควรขัดนางก็ขัด ไม่ได้เชื่อฟังไปซะหมด ..เหมือนที่พระเอกว่า...บางทีการเชื่อฟังก็ไม่ใช่การเคารพที่สูงที่สุด


📍สะพานรักสีน้ำเงิน 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1LY0qQW0GC



 

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565

ชายาแม่ทัพหยามไม่ได้ 2 เล่มจบ

ชายาแม่ทัพหยามไม่ได้ 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : ฉางโกวลั่วเยวี่ย
ผู้แปล : Singin in the rain
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เนี่ยชิงหลวน หญิงสาวยุคปัจจุบันที่วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างของบุตรสาวซิ่นหยางโหวกับภรรยาเอกคนที่สอง ซึ่งเดิมเจ้าของร่างนี้มีพี่สาวต่างแม่อยู่หนึ่งคน แถมพี่สาวคนนี้หรือ เนี่ยหยวนหวา ก็ยังเกลียดชังน้องสาวคนละแม่อย่างนางมากกก วันๆ คอยจ้องแต่จะหาทางสังหารนางแทบทุกเวลา ส่วนสาเหตุหรือต้นเหตุนั้นก็มาจากแม่ของนางเอก (เจ้าของร่างเดิม) ที่ไปเป็นมือที่สามแอบมีความสัมพันธ์กับซิ่นหยางโหว(พ่อนางเอก) จนทำให้เมียเก่าเขา(ที่ไม่ผิดอะไร) โกรธจนต้องตรอมใจตาย

พอตายได้ไม่นาน อิพ่อก็แต่งแม่นางเอกเข้ามาเป็นเมียเอกทันที (เพราะนางตั้งครรภ์แล้ว) มิหนำซ้ำตอนที่เจ้าของร่างเดิมป่วยเป็นโรคฝีดาษ ก็ยังพลอยทำให้ลูกชายเมียเก่าเขาติดโรคนี้ไปด้วย ผลสุดท้ายลูกชายเมียเก่าตาย แต่คนที่ติดคนแรกดันรอด เพราะมีนางเอกมาเข้าร่างพอดี เมื่อเป็นแบบนี้เนี่ยหยวนหวาก็เลยยิ่งโกรธแค้นนางเอก (ที่ไม่รู้เรื่องแต่ต้องรับเคราะห์ เพราะดันมาเข้าร่างนี้) สุดๆ...

พระเอก จั่วหลิง เป็นแม่ทัพคอยต้านชาวหูอยู่ที่เมืองหล่ง ปู่ของพระเอกเคยเป็นแม่ทัพที่ช่วยฮ่องเต้องค์แรกบุกเบิกแผ่นดิน แต่ก็นั่นแหละด้วยความที่เก่งกาจมีอำนาจและมีกำลังทหารมาก สุดท้ายฮ่องเต้คนต่อมาก็ไม่ชอบใจ+หวาดระแวงคิดอยากจะกำจัด เริ่มจากถอดยศอ๋อง บีบให้ส่งมอบกำลังพลคืน สั่งให้พ่อพระเอกกลับบ้านเดิม และค่อยๆ โยกย้ายกำจัดคนสนิทของตระกูลจั่วทิ้ง แต่พอชาวหูมารุกรานแล้วไม่มีใครให้ใช้งาน ไม่มีแม่ทัพที่สามารถปราบชาวหูได้ ฮ่องเต้ก็ถึงได้เรียกให้คนตระกูลจั่วกลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง...ทว่าพอพระเอกรบชนะได้ชัยมาก็เข้าอีหรอบเดิม ฮ่องเต้ก็ระแวงอยากจะกำจัดทิ้งอีก ...มีคำสั่งให้พระเอกยกทัพไปทำลายชาวหูให้สิ้นซาก แต่พระเอกไม่ทำ เพราะรู้ว่าถ้าทำแบบนั้นจริงผลสุดท้ายตัวเองก็ต้องตายเหมือนกัน...

พระ-นางได้สมรสพระราชทานจากฮ่องเต้เลยต้องจำใจแต่งงานกัน พระเอกไม่ได้ให้ค่าไม่สนใจการแต่งงานนี้เลย ทำพิธีลวกๆ เสร็จแล้วก็ไปรบต่อทันที ทิ้งให้นางเอกอยู่เฝ้าห้องหอคนเดียวตั้งแต่คืนแรก แต่นางเอกก็ไม่แคร์ สบายๆ ดีซะอีกที่สุดท้ายก็ได้อยู่ห่างจากพี่สาว ไม่ต้องประสาทแดกคอยมานั่งหาวิธีรับมือกับพี่สาวทุกวัน ...

เป็นเรื่องของฉางโกวลั่วเยวี่ยที่มาแหวกผิดจากเรื่องก่อนๆ หน้าที่เคยอ่าน เนื้อเรื่องค่อนข้างเบา เหมาะกับคนที่ชอบอะไรเบาๆ ไม่หนัก สบายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ แต่มีจุดเด่นที่เหมือนกันคือ...นางเอกเป็นวิญญาณที่ทะลุมิติมา (จริงๆ ของท่านนี้ที่ออกมา 4 เรื่อง ถ้าไม่ใช่วิญญาณคนอื่นมาสิงร่าง ก็ต้องเป็นเจ้าของร่างเดิมย้อนกลับมาสิงร่างตัวเองใหม่ล่ะนะ) ส่วนพระเอกก็โคตรรรคลั่งรัก ขี้หึงขี้หวง โดยเฉพาะพระเอกเรื่องนี้เข้าชมรมคนกลัวเมียไปเรียบร้อย..แต่เรื่องนี้มาแนวขายขำขายความฮา ผิดจากเรื่องก่อนๆ ที่ต้องมีมาม่าๆ พระเอกก็จะจิตๆ หน่อย ... แต่บางทีถ้านางเอกได้เข้าไปอยู่ร่างคนพี่ เรื่องมันก็อาจจะเปลี่ยนกลายไปเป็นอีกแบบแทนก็ได้นะ อาจจะกลายเป็นแนวดราม่าแก้แค้น แบบคนละอารมณ์ไปเลยก็ได้ 55...

นางเอกเป็นพระชายาที่ไม่ค่อยเหมือนพระชายาทั่วไปเท่าไร นิสัยออกซนๆ เป็นคาราเต้ ทั้งยังเข้าครัวลงมือทำอาหารกินเองได้ นอกจากจะทำให้ตัวเองกับพระเอกกินแล้ว ก็ยังทำเผื่อสาวใช้และลูกน้องคนสนิทของสามีด้วย สาวใช้ของนางก็เลยไม่ค่อยเหมือนสาวใช้ แต่เป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่น้องมากกว่า  เพราะวันดีคืนดีก็สามารถนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับนางเอกผู้เป็นนายได้เลย 55 (ด้วยความที่มาจากยุคปัจจุบันอะเนาะ นางเลยไม่ถือ อ่านเอาฮาอย่าไปคิดมาก55) ..

ช่วงเล่มแรกถึงกลางเล่ม 2 ก็เป็นเรื่องของพระ-นางตอนที่อยู่ในเมืองหล่งซะส่วนใหญ่ มีเรื่องการทำอาหารของนางเอกที่เล่นซะหิว จนนึกว่าจะเปลี่ยนเป็นนิยายแนวขายอาหารปลูกผักแทนซะแล้ว 55 ( มีการทำเตาปิ้งย่างด้วยนะเออ55 ) แล้วก็มีเรื่องศึกสงครามกับชาวหูเข้ามาเป็นพักๆ ...แต่พอช่วงกลางเล่ม 2 พระเอกก็ถูกฮ่องเต้เรียกให้กลับเมืองหลวงไปร่วมงานวันเกิดย่า ส่วนนางเอกก็ได้รับจดหมายจากพี่สาวส่งมาขู่ว่าแม่หล่อนอยู่ในกำมือฉันแล้วนะยะ..พระ-นางจึงตัดสินใจกลับเมืองหลวงกัน ไปแบบทั้งๆ ที่รู้ว่าคงไม่มีเรื่องอะไรดีๆ รออยู่หรอก..และสุดท้ายพระเอกก็เจอบีบจนต้องลุกขึ้นมาก่อกบฏ ..

แต่อันนี้เราว่าพระเอกก็น่าเห็นใจนะ คือถ้าไม่ทำพวกตัวเองก็ต้องตาย ทั้งๆ ที่ตระกูลตัวเองก็เสียเลือดเสียเนื้อไปมากมายเพื่อแผ่นดินและคนสกุลหลี่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความหวาดระแวงและความตาย แล้วต่อให้เลือกสนับสนุนองค์ชายองค์อื่นๆ ขึ้นเป็นฮ่องเต้ พระเอกก็คงมีอำนาจอยู่ได้ไม่นาน ยังไงก็ต้องถูกหวาดระแวงและกำจัดเหมือนเดิมอยู่ดี ..สุดท้ายเลยต้องก่อกบฏยึดอำนาจมาเป็นของตัวเองเท่านั้น ถึงจะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยสงบสุขและสามารถปกป้องครอบครัวตัวเองได้

ส่วนนางเอกที่ยอมกลับมาเมืองหลวงด้วยก็เพราะเป็นห่วงพระเอก ไม่ได้สนใจเรื่องแม่ที่พี่สาวขู่หรอก เพราะความจริงนางก็เห็นใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพี่สาวมาตลอด ไม่ได้ชอบหรือเห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อแม่เจ้าของร่างนี้ทำ ถึงทั้งสองคนจะปฏิบัติกับนางเอกเป็นอย่างดี แต่ลึกๆ นางก็ยังตะขิดตะขวงใจ ไม่ค่อยชอบ จึงไม่ไปสนิทสนมด้วย ดังนั้นหากพี่สาวจะทำอะไรพ่อกับแม่ของร่างนี้ นางเอกก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้ามาทำอะไรนาง นางก็ต้องปกป้องตัวเองแหละนะ (ใครจะไปอยู่เฉยๆ ให้ฆ่าแกงล่ะ)...

คือถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่นางดันเข้ามาอยู่ร่างนี้ เลยทำให้ติดร่างแหถูกพี่สาวหมายหัวแก้แค้นไปด้วย.. พี่สาวก็ถูกความแค้นครอบงำจนยอมทิ้งคนรักเก่าไปแต่งกับรัชทายาทเพื่อหวังจะได้เป็นฮองเฮา จะได้มีอำนาจในมืออย่างแท้จริง พอมีอำนาจก็จะได้จัดการกับคนที่ทำให้นางต้องทุกข์ทรมานแบบนี้ แต่คนรักเก่าของพี่สาวก็ดี คอยคิดหาทางทำให้พี่สาวละทิ้งความแค้นอยู่ตลอด เป็นคนแอบประสานงานคอยช่วยฝั่งพระเอก และสร้างบุญคุณเพื่อต่อรองขอให้พระ-นางละเว้นชีวิตพี่สาวด้วย...นี่ก็ดี๊ดี


📍ชายาแม่ทัพหยามไม่ได้ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/12dIw6Xlk




วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565

ข้านี่แหละ!!! ศิษย์หญิงแห่งสำนักศึกษาหลวง 2 เล่มจบ

ข้านี่แหละ!!! ศิษย์หญิงแห่งสำนักศึกษาหลวง 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : 
Hua Qian Ci
ผู้แปล : เหมยสี่ฤดู
สำนักพิมพ์ Happy Banana

โลกใบนี้มีคนผู้หนึ่ง ไม่เพียงรักเจ้า
แต่ยังเข้าใจเจ้า    รู้ความกังวลของเจ้า
เข้าใจความลำบากใจของเจ้า    หากเจ้าเลือกเดินทางไกล
เขาจะไม่มีทางเป็นตัวถ่วงเจ้า
แต่จะร่วมฝ่าพายุฝนไปกับเจ้าโดยไม่ทอดทิ้ง
จะมีเรื่องใดน่ายินดีไปกว่านี้อีกเล่า ....

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซังฉี บุตรสาวคนเล็กของ ซังเวย ต้าซือหม่าหรือแม่ทัพใหญ่ที่ยอมลดอำนาจและเด็ดปีกตัวเองลง เพื่อแลกกับความสงบสุขและปลอดภัยในชีวิตของบุตรสาวที่เหลือเพียงคนเดียว
ด้วยเหตุผลบางอย่างจึงทำให้นางเอกต้องการเข้าไปเรียนในสำนักศึกษาหลวง
เมื่อคนเป็นพ่อรู้ จึงบากหน้าเข้าวังไปรบเร้าอ้อนวอนฮ่องเต้เพื่อให้บุตรสาวสมหวัง
ทว่าถึงจะได้ตามนั้นแต่เพราะเป็นสตรี จึงทำให้นางเอกไม่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าลูกศิษย์และอาจารย์ที่อยู่ในสำนักศึกษาหลวง เนื่องจากไม่พอใจที่นางฝ่าฝืนประเพณีดั้งเดิมเข้ามาเรียนในสถานศึกษาที่มีแต่บุรุษ...

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นในสำนักศึกษาหรือข้างนอกสำนักศึกษา นางเอกก็ไม่มีเพื่อนเลย
เพราะพวกขุนหนูตระกูลใหญ่ๆ ต่างก็ดูถูกไม่ชอบที่นางมาจากชายแดน ขี่ม้าจับดาบ
ไม่มีความเป็นกุลสตรี แถมยังเข้าไปเรียนในสำนักศึกษาหลวงอีกต่างหาก
ไม่มีใครอยากคบหานาง นอกจาก จั๋วเหวินหย่วน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กตอนที่นางเอกยังอยู่ชายแดน
คุณชายเสเพลจอมเจ้าชู้ ผู้ไม่จริงจังกับสิ่งใด และมักจะมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ

พระเอก เยี่ยนอวิ๋นจือ คุณชายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง รูปโฉมหล่อเหลาสง่างาม
ท่าทางสูงส่งประดุจเทพเซียน เก่งทั้งบุ๋นและบู๋ เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วทั้งเมืองหลวง
ถูกจับคู่กับ ซูเจี๋ยอวี่ หญิงงามอันดับหนึ่งมาตั้งแต่เด็ก

พระเอกเป็นคนเก่งและมีความสามารถมาก ทว่าเพราะไม่อาจโดดเด่นจนเกินไป พระเอกจึงไม่ขอรับตำแหน่งขุนนาง แต่ขอมาเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาหลวงแทน
และก็ได้มาเจอกับนางเอกที่คอยมาวิ่งไล่ตามตื๊อขอให้รับถุงผ้า (นางเอกเดิมพันกับคนอื่นว่าจะทำให้พระเอกยอมรับถุงผ้าและไปเดินงานเทศกาลด้วยกัน) แต่พระเอกก็
say no ปฏิเสธไม่รับลูกเดียว มาไม้ไหนก็ต้านได้หมด จนนางเอกคิดว่าคงหมดหนทางแล้วเพราะพระเอกไม่ใจอ่อนเลย

......แต่นางเอกเรื่องนี้ดีนะ ผิดไปจากที่คิดไว้ เพราะตอนแรกเราเห็นนางเป็นลูกแม่ทัพที่ติดตามพ่อไปชายแดนตั้งแต่เล็ก ทั้งยังเคยออกรบกับพ่อ เราเลยนึกว่านางเอกคงจะแก่นๆ ซนๆ เอาแต่ใจอารมณ์ร้อน หากถูกใครหาเรื่องหรือรังแกคงไม่ยอม ต้องสวนกลับแน่
แต่ความจริงกลับไม่ใช่
 นางเป็นคนสง่าผ่าเผย ร่าเริง ถ้ารู้ว่าตัวเองทำผิดหรือพลาดก็พร้อมน้อมรับ ยินดีรับฟังปรับปรุง เวลาที่มีคนมาหาเรื่องก็จะมองหาทางหนีทีไล่ก่อน ดูว่าคุ้มค่ามั้ย
บางทีถ้าแกล้งยอมได้ก็ยอม
กับคู่อริอย่างคุณหนูซ่งก็แค่ต่อปากตอกกลับพอเป็นพิธี
แต่ไม่พร่ำเพรื่อเถียงไปเถียงมา เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ที่สำคัญคือนางไม่ผูกใจเจ็บหรือมุ่งแต่จะแก้แค้นเอาคืน ...

นางเอกเป็นคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์มาก ซึ่งอุดมการณ์ของนางก็คือการเป็นแม่ทัพหญิง
และการได้ใช้กำลังความสามารถของตัวเองปกป้องเชิดชูวงศ์ตระกูล โดยที่ไม่ต้องใช้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หรือพึ่งบุรุษ ประกอบกับมีพี่สาวเป็นตัวอย่าง นางเอกจึงยิ่งต้องการหาคนที่ถูกใจเองและแต่งงานด้วยความรัก
ไม่ใช่แต่งกันเพราะผลประโยชน์  
ส่วนพ่อก็เห็นดีเห็นงามด้วย เพราะมีบทเรียนมาจากลูกสาวคนโตแล้ว  
เนื่องจากตอนที่พ่อนางเอกไปรบปกป้องบ้านเมือง ด้วยความที่รบชนะตลอดก็ไม่แคล้วทำให้ถูกหวาดระแวง จนต้องส่งพี่สาวนางเอกเข้าวังมาเป็นสนม เพื่อรับประกันว่าพ่อจะไม่ก่อกบฏหรือคิดทรยศหักหลัง ...แต่พอนางเอกได้เจอคนที่ถูกใจก็กลับมีแต่คนค้านไม่เห็นด้วย
ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่อยากให้ลูกๆ ของตนแต่งกัน เพราะรู้ว่าจะทำให้ฮ่องเต้หวาดระแวง เดี๋ยวตระกูลจะถูกเพ่งเล็งและถูกกำจัด ส่วนฝั่งฮ่องเต้ก็ไม่โอเคเหมือนกัน
เพราะกลัวว่าเดี๋ยวสองตระกูลนี้จะมีอำนาจมากเกินไป...

ส่วนพระเอกนั้นก็ไม่ใช่สายเปย์หรือสายคลั่งรัก เวลานางเอกเกิดเรื่องก็จะไม่เข้าไปช่วยทันที แต่จะคอยมองอยู่เงียบๆ แล้วคอยบอก+สอนชี้แนะอยู่ข้างๆ เป็นเหมือนพี่ เหมือนอาจารย์ และเป็นได้ทั้งคนรัก เหมือนแสงจันทร์ที่คอยส่องสว่างนำทาง ไม่มีการบังคับหรือดุด่า หากนางเอกอยากเป็นแม่ทัพหรืออยากจะออกรบ พระเอกก็ไม่ห้าม ยินดีปล่อยให้นางไปทำและเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่วนเขาก็จะคอยชี้แนะและเฝ้าระวังความปลอดภัยให้นางอยู่ข้างหลังแทน

ตอนที่หยิบมาอ่านนึกว่าจะเป็นแนวเบาๆ ฮาๆ นางเอกซนๆ แต่ความจริงกลับเข้มข้นไม่เบา
เป็นแนวสงครามการแย่งชิงอำนาจ เมื่อฮ่องเต้ไร้ความสามารถ ตระกูลใหญ่ๆ จึงเริ่มมีอำนาจเหนือราชวงศ์
ภายใต้ความสุขสงบกลับซุกซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้มากมาย ...
เริ่มตั้งแต่คดีเล็กๆ ที่ไม่น่าสนใจ แต่กลับนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกันเป็นลูกโซ่
ทั้งการใส่ร้ายขุนนางใหญ่ด้วยข้อหากบฏ จนไปสู่เรื่องที่ข้าศึกยกทัพมาบุก แต่กลับไม่มีแม่ทัพเก่งๆ ที่จะไปรบได้ ทำให้พระเอกต้องรับอาสาไปทำหน้าที่นี้แทน
บ้านเมืองจึงขาดทั้งคนเก่งและกำลังรบ และก็ตามมาด้วยการก่อกบฏ บ้านเมืองเกิดความเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่มีใครทันตั้งตัว ส่วนพระ-นางก็ต้องรับศึกหนักทั้งจากภายในภายนอก
เจอประกบมันแทบทุกทาง ทั้งจากศัตรูนอกแคว้นและที่มาจากในแคว้นเดียวกัน
ซึ่งอีกฝั่งก็ไม่ได้ไก่กาอาราเล่เลย ทั้งยังอ่านและมองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รู้จุดอ่อนจุดแข็งของคน รู้ว่าต้องใช้ผลประโยชน์แบบไหนเพื่อให้คนมาติดตาม+ทำตามคำสั่ง
...
แถมยังเป็นจุดที่ทำให้สถานการณ์พลิกแบบคาดไม่ถึงจริงๆ

เราว่านักเขียนวางปมดี ทิ้งท้ายประโยคได้น่าติดตาม ทำให้เราอยากรู้เรื่องราวต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีหลายจุดที่เราคาดไม่ถึง ไม่มีผิดถูก เพียงแต่ต่างเส้นทางและวิธีการที่ใช้เท่านั้นเอง แต่อีกฝั่งเลือกวิธีที่เหี้ยมโหดรุนแรงเกินไป ก็ไม่แปลกที่คนจะต่อต้านและยากจะยอมรับ..อ่านเรื่องนี้ต้องทำใจอย่างว่าไม่มีใครเป็นมิตรหรือศัตรูที่แท้จริง บางคนสนิทแทบตายแต่สุดท้ายกลับทรยศหักหลัง ส่วนบางคนที่ตอนแรกคิดว่าเป็นศัตรูแต่สุดท้ายก็กลับสนิทสนมตายแทนกันได้ ...

นางรองในเรื่องดีงาม (ปกติจะเจอแต่พระรองดีงามเนอะ) เป็นลูกสาวตระกูลขุนนางใหญ่ที่เพียบพร้อมทั้งกิริยา วาจา ใจ ถึงจะอยู่ในกรอบแต่ก็ไม่คร่ำครึ ตรงไปตรงมา 
ชอบก็บอกว่าชอบ แต่หากพยายามเต็มที่แล้วอีกฝ่ายยังไม่ชอบก็ยินดีตัดใจอย่างมีศักดิ์ศรี
.....แต่ดีที่สุดท้ายนางก็(น่าจะ)ได้เจอคนที่ใจตรงกันทั้งสองฝ่ายนะ
^^


📍ข้านี่แหละ!!! ศิษย์หญิงแห่งสำนักศึกษาหลวง 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2g3cq9IfC0