วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ม่านมายาชายาผู้ถูกลืม



ม่านมายาชายาผู้ถูกลืม ( เล่มเดียวจบ ) / ผู้แต่ง : เชียนสวิน
ผู้แปล : Primavera
สำนักพิมพ์ เหลียนฮวา

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอก หลี่เซวียน เป็นบ่าวที่ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาในบ้านของพระเอก เป็นคนเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ นิสัยช่างพูดและซุกซน  ซ้ำยังมีรูปโฉมงดงาม แม้จะมีสถานะเป็นบ่าว แต่ก็ได้รับการอบรมเลี้ยงดูไม่ต่างจากคุณหนูผู้ดีมีสกุลสักเท่าไร ประกอบกับเฉลียวฉลาดเกินวัย จึงทำให้นางเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน

แต่ใครเลยจะคิดว่าวันหนึ่งจะเกิดเหตุการณ์พลิกผันบางอย่าง ที่ทำให้นางเอกต้องเกือบตาย ทั้งยังสูญเสียบิดามารดาไปจนสิ้น กระทั่งพระเอกก็ยังเมินเฉยตีตัวออกห่าง แม้จะได้สถานะองค์หญิงเป็นการปลอบใจ แต่อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ....

พระเอกกลายเป็นองค์ชายรองผู้สูงศักดิ์ ส่วนนางเอกก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นองค์หญิงไหวอี้ ตำแหน่งที่ใครๆ ต่างก็พูดว่าแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของบิดาตนเอง แม้ไม่อยากรับแต่ก็ไม่มีทางเลือก ไม่งั้นจะให้เด็กสาวที่อายุ 12 ปีอย่างนางใช้ชีวิตอยู่ยังไง นางเอกจึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในวังด้วยความทุกข์ระทม ส่วนพระเอกก็ยังคงเมินเฉยและเอาแต่หลบหน้าเหมือนเดิม แต่นางเอกก็ยังพยายามปลอบใจตัวเอง และพัฒนาปรับปรุงตัวเพื่อให้คู่ควรเคียงข้างเขา แต่ทุกอย่างก็พังทลาย เมื่อจู่ๆ นางต้องกลายเป็นแพะรับบาปและถูกคุมขังอยู่ในตำหนักเย็น

เรื่องนี้พระ-นางเค้ารักกันและรู้ใจตัวเองกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่มันมีสาเหตุที่ทำให้พระเอกแสดงออกไม่ได้  ...อ่านไปครึ่งเล่มเราจะสงสารนางเอก เพราะต้องมาสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ถึงนางจะเป็นคนฉลาดแต่ก็เป็นแค่เด็กอายุสิบสอง อีกทั้งคนที่นางชื่นชอบ คนที่เอ็นดูมาตลอด จู่ๆ ก็ยังมาตีตัวออกห่างไปเฉยๆ โดยที่ไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย เมื่อหลายๆ เรื่องเข้ามาพร้อมกัน นางเอกจึงเกือบจะรับไม่ไหวและแทบจะเสียสติไปเลย ...แถมพอได้มาอยู่ในวังก็ใช่ว่าจะดี เพราะเจอแต่คนดูถูกเหยียดหยามฐานะเดิม เจอแต่คนปองร้ายคอยหาทางกลั่นแกล้งอยู่ตลอด แถมพระเอกก็ยังมาเย็นชาไม่สนใจอีก แต่นางเอกก็ยังพยายามอดทนต่อไปนะ โดยหวังว่าสักวันมันคงจะดีขึ้น แต่พอต้องมาถูกคุมขังอยู่ในตำหนักเย็นอีกทีนี้แหละพอเลย ...ไม่ไหวแล้ว ไม่ขอพึ่งหรือฝากความหวังไว้กับใครแล้ว จากนี้ไปจะขอพึ่งตัวเองเท่านั้นพอ

แต่พระเอกก็มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ ที่ทำให้ต้องเย็นชาไม่สนใจ เพราะตอนนั้นพ่อพี่แกไว้ใจคนผิด จึงทำให้อีกฝ่ายมีอำนาจและบารมีมากกว่า ฝ่ายบ้านพระเอกที่เพิ่งเข้ามาเลยยังต่อกรสู้กับเขาไม่ได้ เรื่องของนางเอกเลยทำได้แค่ปกป้องแบบลับๆ ...กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างแล้วมีอำนาจได้ก็ผ่านไปตั้งเกือบ 6 ปี จนนางเอกปล่อยวางปิดตัวเอง ไม่คิดอะไรกับพระเอกแล้ว พี่แกเลยต้องหาทางทำให้นางเอกเหมือนเดิมและกลับมาอยู่ข้างกายตัวเองใหม่อีกครั้ง ...


ป.ล. ตอนแรกไม่คิดว่าจะสนุกนะเนี่ย  แต่พออ่านแล้วใช้ได้เลยดีกว่าที่คิด การแปลก็ดีขึ้น ( สารภาพว่าเรื่องก่อนๆ หน้าของสำนักพิมพ์เราอ่านแล้วบางประโยคมึนๆ งงๆ มาก ต้องมาแปลไทยเป็นไทยเองอีกรอบ 55+  ) ถึงจะมีบางคำที่อ่านแล้วยังขัดๆ อยู่ แต่สำหรับเราโดยรวมคือดีขึ้นเยอะ เนื้อหาก็โอเคนะสมเหตุสมผล ตอนแรกอ่านไปอาจจะโกรธๆ พระเอกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่พอรู้เหตุผลแล้วก็โอเคให้อภัยได้ ส่วนนางเอกก็เป็นคนฉลาดมีเหตุผลอยู่แล้ว พอคิดทบทวนไปมาก็เข้าใจ รับรู้ถึงความลำบากที่พระเอกต้องเจอมาเหมือนกัน อะไรๆ มันก็เลยไม่ต้องยืดเยื้อนาน ..

-  ตอนจบจะรวบรัดหน่อย เพราะเราจะรู้ทุกอย่างผ่านการเล่าของพระเอกแทน อาจเป็นเพราะเล่มบางด้วยมั้ง มันเลยต้องรวบรัดแบบนี้แหละ

 .....................................................................................

     หลังจากที่เขาปฏิบัต่ิต่อนางอย่างเย็นชามาเป็นเวลาสามปี  พยายามทำให้ทุกคนเห็นชัดๆ ว่าเขามิได้มีใจ มิได้มีความรู้สึกใดๆ ต่อนาง  หลังจากที่เขาปล่อยให้นางต้องทนทุกข์ กับการถูกใส่ร้ายป้ายสี  แบกรับชีวิตอันยากลำเค็ญในตำหนักเย็นเป็นเวลาสามปี เขาถือดีอันใดคาดหวังให้นางละทิ้งอดีตแล้วกลับไปเป็นเหมือนอย่างแต่ก่อนความคิดเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่าน่าละอายแก่ใจยิ่ง ...  


📍ม่านมายาชายาผู้ถูกลืม ➡️ https://s.shopee.co.th/40apw7M5W2






วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เทวาภูผา


เทวาภูผา ( เล่มเดียวจบ )  / ผู้แต่ง : She Xie Jun
ผู้แปล : หลันเซียง
สำนักพิมพ์ รักคุณ

คำโปรยหลังปก

        เมื่อครั้งยังเป็นเพียงเด็กน้อยไร้เดียงสา ‘ต้าเหอ’ ได้ลบหลู่เทพเจ้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ 
เทพเจ้าแห่งภูเขาที่ไม่เคยปรากฏกายมาก่อนกลับปรากฏกายต่อหน้าเขาเพียงผู้เดียว 
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าอันงดงาม ท่าทางช่างเลือกช่างกิน หรือความอ่อนโยนใกล้ชิด
ที่อีกฝ่ายมีต่อเขา ต้าเหอล้วนชอบมันทั้งนั้น
       ทว่าเทพเจ้ากับมนุษย์มิอาจมิอาจอยู่เคียงข้างกัน ในที่สุดวันที่ต้องแยกจากก็มาถึง
เด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องออกไปเผชิญกับความทุกข์
และความเศร้าโศกเสียใจมากมาย มีเพียงเทพเจ้าแห่งภูเขาที่ยังคงอยู่ในป่าไผ่สีเขียวมรกตผืนนั้น 
เฝ้ารอการกลับมาของเด็กน้อยในวันวานอย่างเดียวดาย
      ท้ายที่สุดแล้ว ความรักอันแสนบริสุทธิ์ระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์จะลงเอยเช่นไร…

ขอเพียงแค่เชื่อ...
เพียงเจ้าเชื่อว่าข้ามีจริง 
ข้า...เทวาแห่งภูผาจะอยู่ ณ ที่แห่งนั้นเสมอ
...ต้าเหอ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

      ต้าเหอ เป็นเด็กกำพร้าที่ได้ปู่เลี้ยงดูมา แต่ทว่าไม่นานปู่ก็มาตายจากไปอีกคน  
ชีวิตที่ปราศจากบิดามารดาและคนในครอบครัว จึงทำให้พระเอกในวัยเด็กไม่เป็นที่ชื่นชอบ 
ไม่มีเพื่อนเล่นและถูกรังแก  เขาจึงกลายเป็นคนพูดน้อย เงียบขรึมไปโดยปริยาย 

      สมัยเด็กเวลาที่พระเอกตามปู่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์  พี่แกจะไปนั่งเล่นรอปู่อยู่ตรงศาลเจ้าแห่งหนึ่ง
และนั่นก็ทำให้พระเอกได้พบกับ เทพเจ้าแห่งภูเขาหรือนายเอก ที่สิงสถิตย์อยู่ ณ ศาลเจ้าแห่งนั้น 
นายเอกเองก็เป็นคนยุคโบราณจริงๆ อยู่มาตั้งแต่สมัยที่ยังมีการสอบจอหงวนเลย  
พอได้เห็นโลกในยุคนี้นางก็เลยงงๆ  เพราะอยู่เป็นเทพมากี่ร้อยปีไม่เคยได้พูดคุยกับคนเป็นๆ เลยสักครั้งเพิ่งมามีพระเอกนี่แหละคนแรกเลย  นับแต่นั้นที่นั่นจึงกลายเป็นสถานที่พิเศษของพระเอก 
ไม่ว่าสุข ทุกข์ ดีใจหรือเสียใจไม่ว่าจะเกิดอะไรพระเอกก็จะวิ่งมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้
เพื่อหานายเอกอยู่เสมอๆ    แต่ทว่าวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้นายเอกไม่ออกมาเจอพระเอกอีกเลยจนเกือบสิบปี ....

       พระเอกเรื่องนี้เป็นคนทึ่มๆ ซื่อๆ ไม่ค่อยฉลาดแถมจนด้วย เป็นเพียงคนธรรมดา
ที่ไม่ได้ทะลุมิติไปไหน  แต่อยู่ในยุคปัจจุบัน ยุคสมัยใหม่ที่ไม่ค่อยมีคนกราบไหว้บูชาหรือเชื่อเรื่องเทพเจ้ากันแล้ว  พี่แกอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ ( ไม่มีทีวีหรือแม้กระทั่งไฟฟ้าใช้ )  
แต่ไม่นานความเจริญก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาและทำให้วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านเปลี่ยนไป  
จากที่เคยทำไร่ทำนา ขึ้นเขาไปล่าสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพ  ก็เริ่มถูกผลักให้ออกไปทำงานหาเงินในเมืองใหญ่ๆเพื่อเอาค่าตอบแทนสูงๆ ....  ซึ่งพระเอกเองก็เป็นหนึ่งในนั้น  
แต่ไม่ว่าโลกหรือผู้คนจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปยังไง  พระเอกก็ยังคงมีหัวใจที่บริสุทธิ์ซื่อตรงดังเดิม  
ความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของพี่แกได้เลยสักนิด  
ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลสักเพียงใดขอแค่มีเวลาพระเอกก็จะกลับมาที่ศาลเจ้าตรงภูเขาทุกครั้ง  
แม้นจะไม่ได้เห็นใบหน้าที่โหยหา แต่ขอแค่ได้เห็นศาลเจ้าของคนผู้นั้นก็ยังดี  .......

        เรื่องนี้มันจะคุมโทนหม่นๆ เทาๆ ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบเลย  อ่านไปก็จะรู้สึกอึนๆ ครึมๆ อยู่ตลอด เพราะชีวิตของพระเอกตั้งแต่เล็กจนโตนี่มันเหมือนตลกร้ายจริงๆ  พอมีความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน ประเดี๋ยวก็ต้องเจอกับการพลัดพรากจากลาอีกแล้ว  กระทั่งนายเอกที่เป็นเทพเจ้าแห่งภูเขา
ก็ยังไม่อาจช่วยอะไรได้  ไม่อาจฝ่าฝืนโชคชะตาเพราะเมื่อใดที่ยื่นมือเข้ามาเขาก็จะได้รับโทษทัณฑ์จากสวรรค์เช่นเดียวกัน ...ดังนั้นนายเอกจึงทำได้แต่เพียงมองดูทุกอย่างเกิดขึ้นและดับลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเจ็บปวดจนชินชาเท่านั้นเอง ....

       เรื่องนี้สำนักพิมพ์บอกว่าจบ Happy แต่เราก็นึกไม่ออกว่าจะจบออกมาแบบไหน  
พระ-นายจะลงเอยกันยังไง จะได้อยู่ด้วยกันไหมเพราะนี่มันคนละภพเลยนะ ...  
แต่สุดท้ายนักเขียนก็หาทางลงให้เรื่องมันจบ Happy แบบสมเหตุสมผลโดยไม่ขัดความรู้สึกของเราที่เป็นคนอ่านได้จริงๆ ... เย้ๆ  


วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เซียมซีทายรัก 2 เล่มจบ




เซียมซีทายรัก 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : อีเหมยถงเฉียน
ผู้แปล : อัญชลี เตยะธิติกุล
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
พราะเซียมซี ‘คู่ชะตาฟ้าลิขิต’ ที่นางเสี่ยงได้ในครั้งนั้น
นับจากนั้น ‘พ่อบ้านคนใหม่’ ก็ปรากฏกายขึ้นในชีวิตของนาง...

แค่หลบเลี่ยงไม่ให้ถูกนายท่านจับไปเป็นอี๋เหนียงคนที่สี่
ไม่ให้กลายเป็นนางบำเรอของคุณชายรอง
หรือกระทั่ง... ไม่ให้ไปกระทบกระทั่งกับบรรดานายหญิงหรือสาวใช้ด้วยกัน
แค่นี้อาเหม่าก็ต้องอยู่อย่างระมัดระวังทุกฝีก้าวแล้ว

จนนางเกือบจะลืมเลือนคำทำนายนั้นไป
แต่ทุกครั้งก็มีเหตุให้นางกับพ่อบ้านต้องติดหนี้บุญคุณกันไม่สิ้นสุด
แม้แรกเริ่มนางจะพยายามหลบเลี่ยงมิเชื่อในคำทำนาย
ทว่ายิ่งได้รู้จักเขานานวันเข้าแล้ว หัวใจของนางก็เริ่มสั่นคลอน
หรือโชคชะตาจะบอกกล่าวแก่นางว่า...
เมื่อเนื้อคู่ปรากฏกายแล้ว ไม่ว่าจะหนีอย่างไรก็ยากจะหลบพ้น !



















ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
อาเหม่า นางเอกของเรื่องถูกขายมาเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลหาน ตระกูลคหบดีที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของเมือง ด้วยความที่หน้าตาดีจึงทำให้นางถูกหมายตาจากเหล่าคุณชายและเจ้าบ้านสกุลหาน จนหวิดจะได้กลายเป็นอนุอยู่หลายครั้ง

เซี่ยฟั่ง พ่อบ้านหนุ่มคนใหม่แห่งบ้านสกุลหาน ชายหนุ่มรูปงามสุภาพเรียบร้อยแต่นิสัยเย็นชา เนื่องจากครอบครัวตกต่ำจึงทำให้เขาต้องกลายมาเป็นพ่อบ้าน ประกอบกับมีไหวพริบเฉลียวฉลาดจึงทำให้กลายเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความไว้วางใจจากนายท่านทั้งหลายของบ้านสกุลหาน

เหตุมันเกิดจากเซียมซีที่นางเอกเสี่ยงได้ จึงทำให้นางถูกเพื่อนๆ สาวใช้จับคู่ให้นางกับพ่อบ้านคนใหม่ ทว่าถึงจะเป็นแค่สาวใช้ แต่นางเอกก็เป็นคนฉลาดและดูสถานการณ์เป็น นางเดาได้แต่แรกแล้วว่าพระเอกต้องไม่ธรรมดา ถึงจะไม่รู้สาเหตุที่เขายอมมาเป็นพ่อบ้าน แต่เพื่อชีวิตที่สงบสุข นางจึงพยายามไม่ไปวุ่นวายหรือเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ส่วนพระเอกก็เช่นเดียวกัน เพราะมีเป้าหมายสำคัญ เขาจึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดโดยเฉพาะเรื่องความรัก  แต่กลายเป็นว่ายิ่งคนทั้งคู่พยายามหลบลี้หนีหน้า พยายามถอยห่างกันมากเท่าไร สุดท้ายก็ยิ่งถูกดึงให้เข้ามาชิดใกล้และข้องเกี่ยวกันมากขึ้นเท่านั้น ... 

แต่เมื่อได้ใกล้ชิดได้มีเหตุให้ช่วยเหลือกันไปมา หัวใจสองดวงที่เคยโดดเดี่ยวก็เริ่มหวั่นไหว นางเอกรู้ใจตัวเองก่อน ส่วนพระเอกนั้นเพราะอดีตอันเลวร้าย เขาจึงไม่ยอมเปิดใจให้กับใครง่ายๆ  ดีที่นางเอกเป็นคนใจเย็นและมีเหตุผล  นางจึงยินดีอดทนรอให้เขาเปิดใจอยู่เงียบๆ ไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจ เมื่อไรก็เมื่อนั้น ทั้งยังยินดีที่จะช่วยเหลือพระเอกทุกอย่างถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำจะเป็นเรื่องที่ิผิดก็ตาม ….

ถึงจะเป็นความรักระหว่างพ่อบ้านกับสาวใช้แต่ก็งดงามละมุนละไม จนทำให้เราอยากเอาใจช่วยให้คนทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เพราะระหว่างทางนางเอกนี่หวิดจะกลายเป็นเมียของคนอื่นหลายรอบมาก และด้วยความที่พระเอกเป็นพ่อบ้าน ก็จะช่วยแบบออกหน้าออกตามากไม่ได้ เพราะเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัย จึงต้องช่วยแบบแอบๆ ต้องแอบวางแผนไม่ให้ใครรู้ ซึ่งหลายครั้งที่กว่าจะช่วยได้นางเอกก็เลือดตกยางออกสะบักสะบอมจนเนื้อลายไปหมดแล้ว 

เป็นอีกเรื่องที่ชอบ นานๆ ทีจะได้เห็นตัวเอกที่เป็นคนธรรมดา ฐานะธรรมดา ค่อนไปทางต่ำต้อยด้วยซ้ำ ไม่ได้มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นคนใหญ่คนโตหรือเป็นองค์ชายองค์หญิงตกยากมาจากไหน เลยอยากรู้ว่าพระเอกจะทำสำเร็จไหม?  ในเมื่อเงินก็ไม่มี ขุมอำนาจอะไรก็ไม่มี แล้วจะสู้กับเขายังไง? จะชนะเขาได้หรือเปล่า (เป็นการต่อสู้ของคนธรรมดาที่ใช้แค่สมองกับอุบายล้วนๆ)

ตัวละครในเรื่องจะออกสีเทาๆ แม้กระทั่งตัวพระ-นางเองก็ไม่ได้ดีเต็มร้อย จริงๆ เราว่ามันก็เหมือนๆ กับเรื่องการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักในรั้วในวังนั่นแหละ แต่แค่เปลี่ยนสถานที่มาเป็นในบ้านคนธรรมดา พอสเกลมันเล็กลงความเข้มข้นก็อาจจะไม่เท่า แต่ถ้าพูดถึงเรื่องกลอุบายวิธีการ การใส่ร้ายป้ายสี การยุแยงต่างๆ เราว่ามันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนะ..จบจ้า

.............................................................................................................




          " ในเมื่ออันตราย ข้าก็ยิ่งไม่ควรหลีกหนี แม้อาเหม่ามีฐานะต่ำต้อย
ไม่มีอะไรที่จะช่วยท่านได้แต่อย่างน้อยข้าก็อยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกับท่าน  
ต่อให้อันตรายและทุกข์ยากแค่ไหนอาเหม่าก็ไม่กลัว
ตั้งแต่เด็กจนโตยังมีความลำบากใดที่ข้าไม่เคบประสบมาบ้าง
 ..แม้แต่ตัวข้าเองก็คิดไม่ออกแล้ว "  
          เซี่ยฟั่งนิ่งอึ้ง นางตกระกำลำบากมากมายเพียงใดกัน ถึงได้เล่าความลำบากที่เคยประสบมาได้อย่างเรียบเฉยเช่นนี้ เขาเห็นใจอาเหม่า พลันรู้สึกสงสารนางจับใจ
    



📍เซียมซีทายรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/gIH7im7Me
          

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

ล่อลวงแม่ทัพไม่มาเยือน + เฝ้าเรือนแม่ทัพไม่เหลียวแล



ล่อลวงแม่ทัพไม่มาเยือน ชุดกระตุกหนวดแม่ทัพ / ผู้แต่ง : ไช่เสี่ยวเชวี่ย
ผู้แปล : พวงหยก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
       เล่มแรกจะเป็นเรื่องของสองพี่น้องตะกูลอวี้ที่มาเปิดร้านขายอาหารริมทางอยู่ที่ชายแดน  
นางเอกเป็นพี่สาวคนโตที่มีฝีมือในการทำครัว  ทุกคนที่เคยมากินอาหารที่ร้านต่างก็ชื่นชอบในรสชาติอาหารที่นางทำ เว้นก็แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ เยียนชิงหลาง 
ทุกครั้งที่มากินอาหารหากไม่ติอันนู้นก็ต้องบ่นอันนี้  จนทำให้นางเอกไม่ชอบขี้หน้า  
ไม่อยากให้ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นี้มาที่ร้านอีกเลย ...
ทว่าก็ได้แต่คิดเพราะท่านแม่ทัพดูเหมือนจะชอบกลั่นแกล้งนางเป็นพิเศษ 
เลยต้องแวะเวียนมาที่ร้านของนางทุกๆ 2-3 วัน ...

      เล่มนี้พระเอกเขาแอบชอบนางเอกมาตั้งนานแล้วเน้อ  แต่เพราะไม่เคยจีบผู้หญิงและไม่เคยชอบใครมาก่อน วิธีแต่ละอย่างที่พี่แกสรรหามาใช้กับนางเอกก็เลยมักจะได้ผลตรงกันข้ามทุกที  
ส่วนนางเอกก็เป็นพวกสมองช้าไม่เข้าใจสิ่งที่พระเอกจะสื่อ เลยคิดว่าพระเอกคงไม่ชอบหน้า
ถึงได้ชอบมาหาเรื่องตัวเอง 55+...สุดท้ายพระเอกทนไม่ไหวเลยใช้วิธีแบบทหารซะเลย  
หลอกเอาตัวคนมาอยู่ใกล้ๆ ก่อนแล้วค่อยๆ รุก  55+
เพราะนางเอกทั้งหัวช้าและความรู้สึกช้าจริงๆ  คือคนทั้งกองทัพทั้งจวนนี่รู้กันหมดแล้วนะ
ว่าพระเอกคิดยังไงกับนางเอก เหลือแต่นางนี่แหละที่ยังไม่รู้ 55

      นางเอกทั้ง 4 คนของทั้ง 4 เล่ม จะมีปมเรื่องชาติกำเนิดที่ต้องปกปิดเป็นความลับ  
เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องกบฏเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว  เหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นทำให้ 4 ตระกูลใหญ่
ถูกฆ่าล้าง และมีเพียงทายาทเท่านั้นที่แอบหลบหนีออกมาได้   
ซึ่งแต่ละคนที่รอดก็จะมีของบางอย่างติดตัวมาด้วย  
และถ้าหากนำของเหล่านั้นมารวมกันได้ ก็จะทำให้ความจริงที่ถูกปิดตายปรากฏขึ้น
...เพราะฉะนั้น 4 เล่มนี้ก็จะข้องเกี่ยวกันด้วยประการฉะนี้แลเอย 

.....................................................................................................


เฝ้าเรือนแม่ทัพไม่เหลียวแล ชุดกระตุกหนวดแม่ทัพ / ผู้แต่ง : ไช่เสี่ยวเชวี่ย
ผู้แปล : เจ้าเยวี่ย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
        เล่มนี้เป็นเล่มที่แค่ได้อ่านตัวอย่างก็มีความอยากตบพระเอกมากกกก  
อารมณ์ผิดกับเล่มแรกลิบลับเพราะเล่มนี้แค่บทแรกก็หน่วงแล้ว  
นางเอกเป็นเด็กกำพร้าที่พระเอกเคยช่วยไว้และถูกขุนนางคนหนึ่งรับเป็นลูกบุญธรรม  
นางก็หลงรักพระเอกมาตั้งแต่เด็กเลย เห็นพี่แกเป็นดั่งท้องฟ้าเป็นทุกสิ่งอย่าง  
พยายามทำดีเอาใจใส่พระเอกทุกอย่าง  
แต่พระเอกกลับไม่รู้ตัว นึกว่าตัวเองคิดกับนางเอกแบบแค่น้องสาว  ...ดราม่ามันจึงบังเกิด หึหึ

        พอได้แต่งงานกับนางเอก ...พระเอกจึงมีความรู้สึกเหมือนถูกหลอกถูกบังคับ 
และคิดว่าที่นางเอกมาทำดีด้วยตั้งแต่เล็กจนโตนั้นเป็นเพราะอยากจับพี่แก 
อยากได้ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพ ...หึหึ  

        ชีวิตหลังแต่งงานของนางเอกที่ยังไม่ทันจะข้ามวัน  ยังไม่ทันได้เข้าหอ  
ก็ถูกอีตาแม่ทัพนี่บึ่งหนีไปชายแดนแล้วทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียวถึง 3 ปีซะแล้ว  
แต่นางก็ยังเป็นศรีทนได้ไม่บ่นไม่ว่าสักคำ ระหว่างที่พระเอกไม่อยู่บ้านก็ตั้งหน้าตั้งตาดูแลบ้าน 
และปรนนิบัติพ่อแม่สามีอย่างดีไม่มีตกหล่น  เป็นลูกสะใภ้ตัวอย่างแห่งปีเลยทีเดียว ....
แต่ต่อให้ดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน อีตาท่านแม่ทัพก็ไม่เห็นค่าเพราะอคติมันบังตา  
เมียทำอะไรก็คิดว่าเป็นแผนการหมด  แถมยังตอกหน้าเมียด้วยการพาผู้หญิงอื่นกลับมา
จากชายแดนอีกด้วย ...เหอๆ ๆ

        ครึ่งแรกเราจะสงสารนางเอกมาก ยิ่งตอนที่นางคิดว่าการจะทำดีกับใครสักคนหนึ่ง 
ทำไมมันถึงได้เหนื่อยและซับซ้อนขนาดนี้ก็ยิ่งเห็นใจ  ทำไปเท่าไรก็เหมือนเทลงน้ำ  ทำอะไรก็ไม่ถูกใจดูขวางหูขวางตาไปหมด และเมื่อนางได้รู้เหตุผลที่พระเอกรังเกียจตัวเองก็ตาสว่างทันที  
จัดการเคลียร์ทุกอย่างแล้วก็ไปเลยจ้า ....( สะใจมากบอกเลย )

        แต่ไม่ใช่ว่าพอนางเอกไปแล้วพระเอกก็จะรู้ใจตัวเองเลยนะ ...ไม่จ้าาาาา  
อิพี่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ ยังหาเหตุผลมากลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองอยู่  
พอกำลังจะคิดออกก็เจอคนมาทำให้ไขว้เขวอีก  ก็เลยบื้อๆ งงๆ ต่อไป ...
แต่ก็ยังตามหาเมียไปด้วยนะ 55+ ( ถึงจะยังงงไม่เข้าใจแต่การกระทำนี่ไปแล้วจ้า )  ... 
ส่วนนางเอกนั้นก็ใจเด็ดมากแถมยังฉลาดด้วยจ้า  ไม่ได้อ่อนแอหงิมๆ เหมือนตอนที่ยังอยู่ในจวนน๊า 
กลายเป็นอิพระเอกนี่แหละที่ต้องกระอักเลือดเพราะเมียไปแล้วไปลับไม่กลับมา 
...แล้วไม่ใช่พอมาง้อปุ๊บก็คืนดีปั๊บน๊า  อันนี้พูดยังไงก็ไม่สนทำเอาพระเอกสะอึกกลับไปเลย  
และกว่าจะได้สมหวังก็นู่นเกือบจบเล่มพอดี ... สะใจเรายิ่งนัก อิอิ


    " หลังจากฉลองปีใหม่ ข้าจะแต่งเหยาเอ๋อร์เป็นภรรยารอง ไม่ว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม "
    " ท่านพี่อี้เหริน " นางตัวสั่นเทา เบิกตากว้างทันทีพร้อมกับใบหน้าถอดสี
    " หยุดพูด! " เขาตะคอกออกมาด้วยความโกรธเคือง
    " อย่าเรียกข้าเช่นนี้อีก ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า ......เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเสียใจเพียงใดที่พาเจ้ากลับมาที่นี่ "
ราวกับโลกทั้งโลกพลันเงียบสงัดในชั่วพริบตา
ฟู่เหลียงเฉินมองเขาด้วยความนิ่งอึ้ง น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่นั้นค่อยๆ แห้งเหือดไป

..................................................

    " เจ้าไปซะ "
    " ท่านพ่อ! "  เขาใบหน้าซีดเผือกมองบิดาด้วยความหวาดหวั่นสั่นเทา
    " ข้ากับแม่เจ้าเคยบังคับฝืนใจเจ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว  แต่ผลแห่งความขมขื่นนั้นกลับเป็น
เฉินเอ๋อร์ที่ต้องลิ้มรส "
    " เด็กคนนั้นมีอะไรผิดนักหรือ หากจะบอกว่าผิดจริง เช่นนั้นความผิดที่ใหญ่หลวงของนางก็คือไม่ควรพบเจอกับเจ้าในตอนอายุห้าขวบ  และรักเจ้าอย่างโง่งม  ทั้งยังอยากจะใช้ทั้งชีวิตตนเองตอบแทนเจ้า ... นั่นเป็นสิ่งที่นางต้องการจะมอบให้ แต่กลับเห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ต้องการ "
ใบหน้าของเซียวอี้เหรินไร้สีเลือดไปโดยสมบูรณ์  เขาจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยใจสั่นรัวราวกับอยู่ในฝันที่ไม่อาจตื่น  .....


วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อาจารย์หญิง 3 เล่มจบ


อาจารย์หญิง 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
อยู่มาจนอายุยี่สิบหกปี ‘ไป๋ถาน’ ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน
นางปรารถนาเพียงได้สั่งสอนลูกศิษย์อยู่บนเขาตงซานอย่างสงบเงียบเช่นนี้
กระทั่งคืนหนึ่ง... นางถูกคนลักพาตัวไปสวมรอยเป็นอาจารย์ของ ‘ซือหม่าจิ้น’
มารร้ายที่น่าครั่นคร้ามในแผ่นดิน เขาชื่นชอบการฆ่าฟัน บ้างก็ว่าชอบดื่มเลือดสดๆ
ทั้งยังบอกว่านางเคยเป็นอาจารย์ของเขามาก่อน! 

เพื่อไม่ให้ประวัติการเป็นอาจารย์ของนางต้องมัวหมอง
ไป๋ถานจึงรับราชโองการจากฮ่องเต้ในการกล่อมเกลาจิตใจของเขา
ทั้งยังต้องคอยรับมือกับศิษย์เช่นเขาที่ชอบรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตขึ้นมา
ผิดหรือที่นางจำรายละเอียดเก่าก่อนได้ไม่ชัดเจน
แต่หากเขามีความคิดที่จะพยายามก้าวข้ามสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์นี้ล่ะก็
เขาต้องพึงรู้ไว้อย่าง เป็นอาจารย์หนึ่งวัน... เท่ากับเป็นอาจารย์ตลอดชีวิต!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
      ไป๋ถาน  ยอดบุ๋นแห่งยุค แม้จะเป็นสตรีแต่ก็ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบ หนักแน่นไม่แพ้บุรุษอกสามศอก  เพราะความคิดไม่ตรงกับบิดา ไป๋ถานจึงตัดสินใจออกจากบ้านที่สุขสบาย มาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังที่ภูเขาตงซาน และหาเลี้ยงชีพด้วยการสอนหนังสือ  
ไป๋ถานใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตัวคนเดียวเช่นนี้มานับสิบปี จนกระทั่งอายุปาเข้าไป 26 แล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน ╮(‵▽′)╭ และวันคืนที่แสนสงบก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อไป๋ถานถูกบีบบังคับให้ต้องรับมารร้าย 
“ซือหม่าจิ้น” เป็นลูกศิษย์ ...นับแต่นั้นการหลอกลวงเบื้องสูง  การถูกคนปองร้าย ถูกคนลอบฆ่า
ก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของนาง 
แต่ก็ยังไม่พอเพราะเจ้ามารร้ายตัวนี้ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของนางด้วยการ  “ แต่งงานกับอาจารย์ของตัวเอง “ อีกด้วย

     ซือหม่าจิ้น  หรือท่านอ๋องที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวและพร้อมใจกันเรียกว่ามารร้าย 
เขาคือพระโอรสเพียงคนเดียวของอดีตของฮ่องเต้ผู้มีสิทธิ์ในบัลลังก์คนต่อไป หากไม่เกิดกบฏชนชั้นปกครองแดนเจียงเป่ยขึ้นเสียก่อน  กบฏในครั้งนั้นทำให้ตระกูลขุนนางใหญ่มากมายถูกเข่นฆ่า ส่วนที่หนีรอดไปได้ก็ยังถูกตามล่าสังหารไปตลอดทาง  
กระทั่งตัวเขาเองก็ยังต้องสูญเสียบิดามารดาและคนข้างกายไปจนหมดสิ้น ...

     แม้พระเอกจะมีศักดิ์เป็นถึง หลิงตูอ๋อง และมีความดีความชอบมากมายในการทำศึก
แต่เพราะวิธีการที่ใช้นั้นโหดเหี้ยมเกินไป จึงทำให้ผู้คนขยาดหวาดกลัว
และไม่เป็นที่พอใจของขุนนางในราชสำนัก แต่พระเอกก็หาแคร์ไม่ ก็ยังเหี้ยมโหดทรมานเชลยที่จับมาได้ต่อไป ใครอยากด่าก็ด่าไป ฉันไม่แคร์ โฮะๆ ๆ ヽ( ´ー`)ノ ....
เรื่องมันก็เลยลามมาถึงนางเอกที่เป็นอาจารย์ (โดยไม่สมัครใจ) 
ที่ต้องจำใจรับหน้าที่กำราบพระเอกไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง และไม่ไปสังหารใครง่ายๆ อีก  
ด้วยเหตุนี้นางเอกจึงต้องพยายามทำทุกอย่าง
ถึงขนาดยอมเป็นหมอนให้เขาหนุน  เป็นน้ำแข็งให้เขาลูบ ทั้งที่ในใจแทบอยากจะหลั่งน้ำตาสักร้อยรอบ แต่ก็ต้องอดทน เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงอันดีงามที่สั่งสมมานานนับสิบปีต้องถูกทำลาย 
และเพื่อไม่ให้ผิดคำพูดที่เคยให้ไว้กับทุกคน  55+

      แต่พระเอกก็หาใช่คนธรรมดาที่จะให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆ  
กลับกลายเป็นนางเอกเสียอีกที่จะตกหลุมพรางของพระเอกเอา  
ต่อหน้าคนอื่นพี่แกก็วางตัวเป็นลูกศิษย์ที่แสนดี เคารพนบนอบแลดูเชื่อฟังอาจารย์  
แต่พอลับหลังก็ค่อยๆ รุก เนียนๆ ยึดพื้นที่อาจารย์ไปเรื่อยๆ 55+...ไม่ว่านางเอกจะปฏิเสธหรือหลบไปทางไหนก็หนีไม่พ้น เพราะสุดท้ายลูกแกะตัวน้อยก็ต้องถูกหมาป่าจับกิน  

      ส่วนตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังที่คอยชักใยเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งหมดนั้น 
ก็อาจจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงหรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน ที่ออกมาแรกๆ นั้นเป็นแค่ตัวหลอกบอกเลย 55+   คนร้ายตัวจริงนี่แบบร้ายลึกมากกกก ถ้าไม่มีพระเอกออกมาขวางก่อนก็คงไม่มีใครรู้ความจริง  และทุกอย่างก็คงไม่ถูกเปิดเผย  ดำก็ยังกลับเป็นขาวอยู่แบบนั้น 
ขนาดนางเอกที่เป็นยอดบุ๋นที่ว่าฉลาดนักหนา ก็ยังถูกหลอกไปด้วยเลย...

       เรื่องนี้เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมือง  การแย่งชิงอำนาจของเหล่าขุนนาง
และบรรดาอ๋องทั้งหลาย  ซึ่งอ่านแล้วมันก็จะมีช่วงที่เนือยๆ อยู่บ้าง  
แต่ก็ไม่น่าเบื่อน๊าอ่านได้เรื่อยๆ ออกจะฮาด้วยซ้ำ เพราะจะมีตอนตลกมาแทรกเป็นพักๆ   
ตัวละครที่เป็นคนสนิทของพระ-นางก็มีเสน่ห์น่าสนใจตลกดี ออกมาทีไรก็เรียกเสียงหัวเราะได้เกือบทุกครั้งโดยเฉพาะลูกน้องพระเอกกับน้องชายนางเอก  
ขานี่มีดีแค่รูปหล่อบ้านรวยนอกนั้นห่วยหมด สู้นางเอกที่เป็นพี่สาวไม่ได้เลย  
แต่น้องแกมีดีอยู่อย่างหนึ่งคือรักพี่สาวมากกกก  ถ้านางเอกมีเรื่องหรือรู้ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับนางเอก  น้องแกจะรีบวิ่งมาหาอย่างไว ( แต่ปกป้องได้หรือไม่ได้นั้นอีกเรื่องนะ 55+ ) 
...พอรู้ว่าพระเอกมายุ่งกับนางเอกก็ไม่ยอม รีบออกมาขวางอย่างไว 
(เพราะชื่อเสียงพระเอกนั้นแย่มากๆ)  ถามว่าน้องแกกลัวไหม ก็กลัวนะ แต่เพราะความรักและความหวงพี่สาวมันมีมากกว่าเลยสู้ตาย 55+...



วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ลำนำราตรี 2 เล่มจบ



ลำนำราตรี 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จู่เวยหลิวเหนียน
ผู้แปล : อัญชลี เตยะธิติกุล
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก

เด็กหญิงที่ซุกซนสดใส ต้องพลัดพรากจากครอบครัวที่รัก 
ถูกจับตัวมาอยู่ในลัทธิมาร เติบโตท่ามกลาง ความทรงจําดํามืด 
ต่อสู้ดิ้นรน พิสูจน์ฝีมือกระทั่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสังหาร 
นางฝึกศาสตร์วิชาลับ ถึงขั้น ทําลายตนเอง ชีวิตนี้เป็นหรือตาย 
มีรักหรือไร้รัก ล้วนไม่ไยดี ทั้งหมดเพื่อการแก้แค้น

เด็กหนุ่มวัยสิบห้า ถูกจับตัวเข้าลัทธิมาร เจ็ดปีที่สาบสูญ 

เคี่ยวกรําให้เป็นมือสังหาร กระทั่งเป็นผู้คุ้ม กันเงาของนาง 
ยอมทําตามบัญชา คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ชีวิตนี้ต้องอยู่รอด
เพื่อรอคอยโอกาสหลบหนี หวนคืนมาตุภูมิ

สองดวงใจมาผูกพันด้วยปณิธานที่แตกต่าง...หนึ่งผลักไส หนึ่งไล่ตาม 

นางยอมแลกทั้งชีวิต เพื่อหนี้เลือดที่รอการสะสาง 
เขายอมแลกทั้งหัวใจ เพื่อแบกรับทุกอย่างแทนนาง 
เพื่อดึงนางออกมาจากอนธกาลแห่งเงาอดีต 
และพานางกลับมาด้วยกันกับเขา


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
จยาเยี่ย  เด็กสาวที่ถูกลัทธิมารจับตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก  
เพื่อเอาชีวิตรอดนางจึงกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เย็นชา ไร้รัก ไร้ความรู้สึกใดๆ 
ยอมแม้กระทั่งละทิ้งตัวเองเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวที่วางเอาไว้    
เซี่ยอวิ๋นซู เด็กหนุ่มรูปงามที่ถูกลัทธิมารลักพาตัวมาเช่นกัน ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากโหดร้ายต่างๆนานา เพียงแค่ขอให้ได้มีชีวิตรอดและกลับบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง  
ในอดีตเขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่รักความยุติธรรม และตรงไปตรงมา   
แต่เพราะความประมาท จึงทำให้พลาดพลั้งถูกจับตัวมา 
และกลายเป็นหนึ่งในผู้คุ้มกันเงาของจตุรทูตแห่งลัทธิมาร  
เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อในวันวานไม่มีอีกแล้ว เพราะหนทางเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอดและกลับบ้านได้นั้น
มีเพียงแต่ต้องสังหารผู้คน...

ในเล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางอยู่ในลัทธิมารโดยมีสถานะเป็นนายกับบ่าว  
พระเอกมีสถานะเป็นผู้คุ้มกันเงา มีหน้าที่คอยติดตามรับใช้และออกไปทำภารกิจตามคำสั่งนางเอก  
ซึ่งแต่ละภารกิจที่ออกไปทำก็แสนหนักหนา และเต็มไปด้วยกลอุบายต่ำช้าตามแบบฉบับของลัทธิมาร   ในช่วงแรกๆ พระเอกจึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะเขาไม่เคยฆ่าหรือทำร้ายใครโดยไร้เหตุผลมาก่อน  แต่พอไม่ทำ นอกจากตัวเองจะต้องตายแล้ว ก็ยังพานางเอกซวยตามไปด้วยอีก  
พระเอกเลยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง   

พอเข้าเล่มสองก็จะเป็นช่วงที่ได้ออกจากลัทธิมาร คนทั้งคู่ต่างหมดสถานะนาย-บ่าว  
ทีนี้แหละสายเปย์จัดเต็ม  มีลูกอ้อนลูกตื๊ออะไรพระเอกก็งัดเอาออกมาใช้หมด
ขอแค่นางเอกยอมอยู่ด้วย ให้ทำอะไรพี่แกก็ยอม  
นางเอกเลยจำใจติดตามพระเอกกลับไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ  
ทั้งจากทางคนรอบข้าง จากคนในบ้านพระเอก และจากตัวของนางเอง  
ซึ่งจากปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้ว่า...จะธรรมมะหรืออธรรม ...ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นมารได้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นมารแล้วต้องชั่ว หรืออยู่ฝ่ายธรรมมะแล้วต้องดีเสมอไป ...หึหึ
งานนี้พระเอกที่อยู่ตรงกลางเลยต้องรับบทหนัก เพราะต้องเจอแรงกดดันจากหลายฝ่ายหลายทาง  
แล้วไหนจะต้องพยายามเหนี่ยวรั้งนางเอกเอาไว้อีก  
ไม่งั้นเผลอแผล็บเดียวนางเอกก็เอาแต่จะจากไปทุกที...

ที่เราสนใจเรื่องนี้ก็เป็นเพราะตัวนางเอกที่เห็นบอกว่าเย็นชามากๆ    
กับพระเอกที่มีฐานะเหมือนองครักษ์หรือผู้ติดตามรับใช้  (เพราะส่วนมากเจอแต่พระเอกฐานะสูงกว่าหรือไม่ก็เท่าเทียมกัน)  
ซึ่งนางเอกก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเย็นชา ไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุก็เป็นเพราะนางสนและแคร์มากไง ถึงได้ต้องเย็นชาและเลือดเย็นขนาดนี้   
ส่วนไอ้ความลำบากโหดร้ายที่พระเอกได้เจอตอนอยู่ในลัทธิมารก็ยังถือว่าเล็กน้อย หากเอามาเทียบกับสิ่งที่นางเอกเจอ ที่ยังสามารถประคองสติและอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว .....
( แต่บางทีก็เย็นชามากไปจนเราเซ็ง พอเห็นนางร่ำๆ อยากจะไปจากพระเอกอยู่ตลอด ก็อยากจะตะโกนบอกให้รีบๆ ไปเถอะอยู่เหมือนกัน 55+)  

พระเอกจึงเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่บนโลกใบนี้ของนางเอก
ทำให้ใจที่แข็งปานหินเริ่มหลอมละลาย  จนอยากจะฝากทุกอย่างเอาไว้.....
แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้  เพราะยังมีเรื่องเลวร้ายอีกมากรอนางอยู่  
เห็นไหมใช่ว่าออกจากลัทธิแล้วก็จะสุขสมหวัง ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเลย ...
บอกเลยว่ากว่าจะถึงตอนนั้น ..กว่าจะจบเรื่อง คู่นี้ยังต้องเจออะไรอีกเยอะ  หึหึ.....

เรื่องนี้มีตอนพิเศษเยอะสะใจดี  ปมปริศนาอะไรก็เคลียร์ออกมาได้หมดไม่ค้าง  
สำนวนการแปลอ่านแล้วมีสะดุดเล็กน้อย..
คำศัพท์บางคำที่เลือกเอามาใช้ก็ดูหรูหราเกินไม่ค่อยเข้ากับประโยค  
( อันนี้แล้วแต่คนเน้อ บางคนอาจจะโอเคไม่เป็นไรก็ได้ .. / แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สนพ.พัฒนาปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ เน้อ สู้ๆ )


📍ลำนำราตรี 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7plMU0N0IZ