วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ดีไซน์รักคุณนักออกแบบ 4 เล่มจบ

 


ดีไซน์รักคุณนักออกแบบ 4 เล่มจบ

ผู้แต่ง : หงจิ่ว

ผู้แปล : นางฟ้าปีกเขียว

สำนักพิมพ์ With Love


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

กู่เมี่ยวอวี่ นางเอกเรื่องนี้เป็นเพื่อนซี้กับนางเอกเรื่องน้ำกับไฟผลสุดท้ายคือรัก คนหนึ่งเป็นทนายความ ส่วนอีกคนเป็นอินทีเรียสาวสวยผู้จริงใจและซื่อตรงต่อวิชาชีพ ก่อนหน้านี้นางเอกเปลี่ยนงานบ่อย พอได้มาทำงานที่ใหม่ก็เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยได้ สาเหตุก็เพราะนางไม่กินเงินใต้โต๊ะ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพและจรรยาบรรณของตัวเอง จริงใจกับลูกค้า ไม่เคยลดวัสดุที่ใช้ทำงาน ใช้ของดีตามที่บอกและไม่เก็บเงินเพิ่มที่หลัง ในขณะที่คนอื่นตรงกันข้าม นางเอกเลยเป็นเหมือนแกะดำในหมู่เพื่อนที่ทำงาน (เพราะคนอื่นมักจะบอกราคาถูกๆ ตามใจลูกค้าไว้ก่อนแล้วค่อยมาเก็บเพิ่มที่หลัง หรือลดสเปคพวกวัสดุที่ใช้ทำลง จนทำให้งานออกมาไม่ดีหรือมีปัญหาตามมาทีหลัง) เพราะจริงใจเกินไปไม่หมกเม็ดเลยทำให้นางเอกมีผลงานน้อยกว่าใคร และกำลังจะถูกให้ออกภายในสิ้นปี

พระเอก เซ่าหย่วน หนุ่มหล่อรุ่นน้องที่อ่อนกว่านางเอก 3 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของบริษัทจยาเล่อหย่วน พระเอกเป็นนักศึกษาปี 4 สาขาการเงิน แต่แอบปิดบังปลอมแปลงเรซูเม่แล้วมาสมัครฝึกงานที่บริษัทรับตกแต่งที่นางเอกกำลังทำงานอยู่ พระเอกได้ฝึกงานในตำแหน่งเซลส์และถูกส่งไปทำงานคู่กับนางเอกที่กำลังขาดคน ...พระเอกเป็นคนเย็นชา หยิ่ง เป็นลูกคนรวย หล่อ ฉลาดครบสูตร โตมาในกรอบตามเส้นทางที่พ่อแม่วางเอาไว้ เหมือนจะมีอิสระแต่จริงๆ ไม่ ก่อนหน้าที่จะเจอนางเอกพระเอกมักจะใช้สมอง+หลักการต่างๆ ที่พ่อแม่สอนมาแก้ปัญหาและดำเนินชีวิต มองโลกแบบนักธุรกิจ ซึ่งต่างจากนางเอกที่ชอบใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมด้วย ...อย่างเรื่องการทำงานอะ เดิมพระเอกมองว่าการพูดไม่หมดไม่บอกทั้งหมด หรือมาบอกเพิ่มที่หลังนั่นคือการพลิกแพลง สิ่งที่เพื่อนร่วมงานในบริษัทนางเอกทำมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับนางเอกคือไม่ใช่ไง นางมองว่านั่นคือการหลอกลวง นางยอมได้งานน้อยแต่จะไม่ยอมผิดต่อมโนธรรมในใจตัวเอง 

ต่อมานางเอกก็โดนเพื่อนที่ทำงานแย่งลูกค้าไป(อีกแล้ว) ซึ่งลูกค้าคนนี้อะเป็นลูกค้าคนแรกที่พระเอกหามาได้ แล้วที่คุณป้าลูกค้ายอมมาเสียเงินตกแต่งห้องก็เพราะชอบเสียงของพระเอก(เสียงเหมือนลูกชายป้า) พอพระเอกรู้ว่าลูกค้าคนนี้ถูกแย่งเลยขอย้ายทีม นางเอกเลยต้องออกไปทำงานหาลูกค้าคนเดียว แต่คราวนี้นางเอกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า เริ่มจับลูกค้าระดับที่สูงขึ้น แต่เพื่อนร่วมงานคนเดิมก็ยังพยายามตามมาแย่งลูกค้านางต่อ พยายามลดแลกแจกแถมจะดึงลูกค้านางเอกให้มาออกแบบกับตัวเองให้ได้ ...น่าโมโหจริงๆ ลูกค้าบางคนที่ไม่เลือกให้นางเอกออกแบบแต่ไปเลือกของคนอื่น แต่เวลาเกิดปัญหาก็ดันมาโทษนางเอกอีกที่ไม่ยอมเตือน(อิหยังฟะ)... แต่นางเอกเรื่องนี้คือมีแต่เรื่องจริงๆ ไม่เหมือนเรื่องของเพื่อนซี้ อันนั้นถึงจะมีอุปสรรคงานหนัก+เครียด แต่ก็ยังได้เจอเพื่อนร่วมงานเจอหัวหน้างานที่ดี แถมเรื่องความรักก็ไม่มีปัญหาเรื่องฐานะชนชั้น ไม่มีปัญหาเรื่องพ่อแม่สามีมาให้วุ่นวายใจด้วย

แต่อันนี้คือเพื่อนร่วมงาน(เก่า) ก็แย่ หัวหน้าที่ทำงาน(เก่า) ก็ไม่ปกป้อง เพื่อนมหา'ลัยบางคนก็ขี้อิจฉา ขนาดจบแยกย้ายกันไปทำงานแล้วก็ยังไม่เลิกพูดจาให้ร้ายนางเอกเลย แถมพ่อแม่พระเอกก็ยังไม่ชอบ รังเกียจดูถูกนางเอกกับพ่อแม่เพราะเรื่องฐานะชนชั้นที่แตกต่างอีก ...เหอๆ

คือตอนเรียนมหา'ลัยนางเอกมีอินทีเรียคนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจเป็นรักแรก มีครั้งหนึ่งอินทีเรียคนนั้นถูกเชิญมาพูดที่มหา'ลัยนางเอกและเกิดไม่สบาย อาจารย์ที่ปรึกษา(ที่เป็นเพื่อนกับอินทีเรีย) เลยให้นางเอกซื้อโจ๊กไปให้อีกฝ่าย นางเอกก็ตั้งใจเลือกวัตถุดิบดีๆ และต้มโจ๊กเองกับมือไปให้เขา แต่พอทำเสร็จกลับถูกเพื่อนที่ชอบอินทีเรียคนนี้เหมือนกันแอบมาขโมยโจ๊กไปแล้วสวมรอยเอาหน้าว่าเป็นคนทำเอง สุดท้ายพอเรียนจบเพื่อนเลยได้ไปทำงานและติดตามอยู่ข้างกายอินทีเรียคนนั้น ต่อมานางเอกได้รับงานตกแต่งบ้านให้กับคุณลุงคนหนึ่ง(พ่อของอินทีเรีย) ก็เลยได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเทพบุตรในดวงใจอีกครั้ง นางเอกได้เป็นกาวใจช่วยทำให้พ่อลูกเขากลับมาเข้าใจกัน และได้ช่วยให้อีกฝ่ายรอดพ้นจากการถูกตราหน้าว่าลอกผลงานของคนอื่น อินทีเรียคนนี้เลยเริ่มรู้สึกดีๆ กับนางเอก ...แต่พี่แกดันชอบทำตัวเหมือนแอร์ส่วนกลาง พ่อสุภาพบุรุษดีกับทุกคน ความสัมพันธ์กับเพื่อนนางเอกคนนั้นก็ดูคลุมเครือเหมือนมีซัมธิง ประกอบกับตอนนี้นางเอกผ่านอะไรมาเยอะแล้ว จึงไม่ได้หวั่นไหวใจเต้นหรือชอบอีกฝ่ายแบบชายหญิงอีก เพราะนางเห็นแก่ตัว นางอยากได้ฮีตเตอร์ส่วนตัวไม่ใช่แอร์ส่วนกลาง55

เป็นแนวรักในวัยทำงาน สังคมของการทำงาน การไต่เต้าฟันฝ่าอุปสรรคในหน้าที่การงาน ค่อยๆ เรียนรู้เติบโตโดยไม่ละทิ้งมโนธรรมในใจและซื่อตรงต่อวิชาชีพที่ตัวเองรัก ท่ามกลางปัญหาอุปสรรคมากมาย ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เจ้านาย แล้วไหนจะเรื่องความรัก ...เนื้อเรื่องไม่ได้ราบเรียบเป็นเส้นตรงแต่มันจะมีปมปัญหาเข้ามาให้นางเอกตามแก้และเราคนอ่านได้ลุ้นอยู่เรื่อยๆ 

อย่างช่วงแรกที่เจอหนักๆ ก็เรื่องที่โดนลูกค้าต่อว่าทั้งๆ ที่นางเอกไม่เกี่ยว ลูกค้าไม่ได้จ้างนางแต่ไปจ้างอีกคน แต่พอมีปัญหาอิเพื่อนที่ทำงานดันลากนางเอกไปเป็นแพะรับบาปให้โดนด่าด้วย(อย่างแสบ) เจอลูกค้าถ่ายคลิปลงเน็ต เจอคนในเน็ตตามด่าตามป่วนไปถึงที่พัก จนถูกเจ้าของห้องขอให้ออกและถูกที่ทำงานเชิญออก ประวัติเสียไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ สุดท้ายพระเอกเลยแอบใช้เส้นทำให้นางเอกได้งานในบริษัทพ่อแม่ตัวเอง แต่เพราะใช้เส้นพอเข้าไปจึงไม่เป็นที่ต้อนรับ เพื่อนร่วมงานเมิน หัวหน้าก็เย็นชา แต่นางเอกก็ไม่ท้อ ตั้งใจทำหน้าที่ฝึกฝนตัวเอง ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ กระทั่งได้รับรางวัล คือไม่ว่าจะเจอปัญหาเจอสิ่งยั่วยวนแบบไหน นางเอกก็ยังคงยืนหยัดยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ ยังไงก็ไม่ยอมรับเงินใต้โต๊ะ และไม่ยอมทำผิดต่อมโนธรรมในใจตัวเอง จนหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานค่อยๆ ยอมรับและเปิดใจให้นางเป็นส่วนหนึ่งของทีม

มาพูดถึงพระเอกบ้าง หลังจากพระเอกได้ทำงานร่วมกับนางเอกก็ค่อยๆ เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อนางเอกรวมถึงมุมมองความคิดของตัวเอง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตน้องใช้ชีวิตตามแนวทางที่พ่อแม่วางไว้ให้อยู่ในกรอบมาตลอด แต่พอเจอนางเอกก็ค่อยๆ แหกกรอบออกมาเริ่มคิดต่างจากเดิม พระเอกคอยช่วยนางเอกอยู่เสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้าลับหลังจะเป็นเรื่องใหญ่แบบปิดทองหลังพระ เช่น ฝากเข้างานในบริษัทตัวเอง หาข้อมูลช่วยให้นางเอกพ้นผิดในตอนที่ถูกด่าลงเน็ต ตอนนางเอกไม่มีผลงานจะโดนไล่ออก น้องก็แอบไปซื้อห้องชุดแล้วให้คนอื่นแสร้งทำเป็นเจ้าของ แล้วขอให้เขาไปติดต่อจ้างนางเอกมาตกแต่งเพื่อให้นางเอกได้มีผลงานและไม่ถูกไล่ออก แต่ตอนแรกพระเอกนึกว่านางเอกชอบคนอื่นอยู่บวกกับเรื่องพ่อแม่ตัวเอง ก็เลยไม่กล้าสารภาพรักเขา ได้แต่แอบชอบและปวดใจอยู่เงียบๆ ตอนแม่บอกให้ลาออกจากบริษัทที่ไปฝึกงาน พระเอกก็ยึกยักหาข้ออ้างถ่วงเวลาเพราะอยากอยู่กับนางเอกต่อ พอนางเอกออกพระเอกถึงได้ออก แล้วตามมาฝึกงานใหม่กับพระเอกในเรื่องน้ำกับไฟ(เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ นางเอกต่อ) ตอนแรกแม่พระเอกก็ไม่ได้สงสัยไม่รู้ว่าลูกแอบปิดบัง ที่ทำไปเพราะชอบนางเอก... 

คือจริงๆ พระเอกเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่มาก ไม่เคยโกหกเลย แม่พระเอกเป็นเอ็มดี ฉลาดเก่ง เป็นหญิงแกร่ง working woman เก็บอารมณ์เก่ง พระเอกก็คิดว่าจะปิดแม่ได้สำเร็จ แต่ต่อมาแม่ก็สังเกตเห็นอยู่ดี(ก็แม่อะเนาะ จะไม่รู้นิสัยลูกได้ไง)  พอรู้ว่าลูกทำอะไรลงไปบ้างทำเพื่อใคร อีกฝ่ายมีฐานะยังไง ครอบครัวเป็นแบบไหน คือแม่ไปแอบสืบประวัติมาหมด พอยิ่งรู้ก็ยิ่งไม่ชอบนางเอก คิดว่านางเอกมีฝีมือในการจับผู้ชายและกำลังใช้ลูกตัวเองเป็นสะพานเพื่อประสบความสำเร็จ มีอคติไปเรียบร้อย... แต่อีกมุมก็เข้าใจแม่นะ ก็ลูกชายเพียงคนเดียวแม่ก็ต้องห่วงอยากปกป้องเป็นธรรมดา แต่พอทั้งสองคนแยกกันแม่ก็ไม่ได้ตามไปยุ่งอะไรกับนางเอกอีกนะ ฝั่งลูกหลังไปเมืองนอกแม่ก็ปล่อยให้เติบโตไม่ก้าวก่าย พอทั้งคู่ประสบความสำเร็จแม่ก็ยินดีด้วยจากใจ ไม่ถือทิฐิหรือมีอคติอีก พอตระหนักได้ว่าสิ่งที่เคยทำกับนางเอกและครอบครัวมันไม่ดี ตัวเองเป็นฝ่ายเข้าใจผิด แม่ก็พร้อมแก้ไขและขอโทษ

...แต่แม่พระเอกเอาจริงๆ ที่อ่านเจอตอนแรกคือแอบกลัวเลยนะ คือแม่ไม่ด่าไม่แสดงอารมณ์ออกมาตรงๆ แต่จะใช้วิธีเชือดนิ่มๆ หรือยืมมือคนอื่นมาจัดการแทน มีวิธีการทำให้เราอับอายขายขี้หน้าแบบนิ่มๆ อ้อมๆ แต่โคตรเจ็บ (หรือนี่คือวิธีจัดการแบบผู้ดี55) ...แต่เจ็บที่สุดก็คือตอนที่แม่วางแผนทำให้นางเอกมาเห็นตอนแม่เรียกพระเอกมาคุย แล้วพระเอกคือรู้นิสัยแม่ตัวเองไง กลัวว่าถ้าบอกความจริงว่าชอบนางเอกแล้วเดี๋ยวจะทำให้นางเอกเดือดร้อน เพราะแม่ต้องไปจัดการนางเอกแน่ๆ ตอนแม่ถามพระเอกเลยปฏิเสธบอกว่าไม่ได้ชอบ ...แล้วนางเอกก็ถูกเรียกมาเหมือนกัน แต่อยู่อีกห้องเลยได้ยินพอดี นางเอก Sadd มาก เสียใจที่พระเอกไม่กล้ายืดอกยอมรับว่าชอบตัวเอง เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย พอพระเอกมาขอคบก่อนไปเรียนต่อเมืองนอกนางเอกเลยปฏิเสธ ...

ไปเรียนต่อครั้งนี้พระเอกเลยไม่ยอมใช้เงินของที่บ้านสักบาท แต่จะหาเงินและสร้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกำลังของตัวเองโดยไม่พึ่งพาครอบครัว เขาจะต้องประสบความสำเร็จด้วยตัวเองและเป็นผู้ชายที่สามารถปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองรักให้ได้! ...ช่วงที่พระเอกไม่อยู่นางเอกก็ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเหมือนกัน ผลจากการเป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนดี สุดท้ายมันก็ส่งผลให้นางเอกได้เจอแต่หุ้นส่วนที่ดีๆ มีแต่คนอยากร่วมงานด้วย นางเอกไม่เคยหยุดคิดหรือพัฒนาสายงานตัวเองเลย ภายนอกอาจดูใสซื่อแต่ความจริงนางเป็นอินทีเรียที่เก่งและมีความสามารถมากกกนะ (เจ้านายเก่ายังยอมรับว่านางเอกเก่งที่สุด และเป็นคนเดียวในบริษัทที่ไม่มีเรื่องให้ละอายใจ) นางเอกมองการณ์ไกล วิสัยทัศน์ดี ทำอะไรรวดเร็วจึงมักนำคนอื่นไปก่อนก้าวหนึ่งเสมอ ไม่แปลกที่พอเปิดบริษัทแล้วจะรุ่งเอาๆ จนสุดท้ายก็แซงหน้าบริษัทตกแต่งอื่นๆ กลายเป็นที่หนึ่งของประเทศ 

คู่นี้กว่าจะได้จูบกันคือใกล้จบเลย ตอนยังไม่คบพระเอกคือมือไม้นิ่งมาก (อีกนิดจะเป็นพระและ) ขนาดจะกอดยังต้องขออนุญาตก่อน55 หลังคบกันจากมือก็เปลี่ยนเป็นหนวดปลาหมึก มีโอกาสเมื่อไรต้องแอบจับแอบจูบตลอด ตอนแรกนึกว่าคู่นี้จะได้คบกันเร็ว สุดท้ายกว่าจะได้คบจริงๆ เกือบจบนู่น แต่ก็คุ้มค่ากับที่รอคอยแหละนะ...



วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

น้ำกับไฟ ผลสุดท้ายคือรัก เล่ม 1-2


 น้ำกับไฟ ผลสุดท้ายคือรัก เล่ม 1-2 (6 เล่มจบ) 

ผู้แต่ง : หงจิ่ว

ผู้แปล : สยงเมา

สำนักพิมพ์ With Love


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ฉู่เชียนเหมี่ยว ผู้ช่วยทนายความสาวสวยน้องใหม่ไฟแรงที่เคยแอบชอบและส่งจดหมายสารภาพรักกับรุ่นพี่มหา'ลัยที่อยู่คนละคณะ แต่สุดท้ายก็อกหักดังเป๊าะกลับมา ส่วนพระเอก เหรินเหยียน หรือรุ่นพี่คนนั้นก็บินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จนกระทั่งนางเอกเรียนจบและเข้าทำงานในบริษัทกฏหมาย ทั้งสองคนก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งเพราะบริษัทมีโปรเจ็กต์ที่ต้องทำร่วมกัน คนหนึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุนหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ลี่ทงวัยใกล้ 30 ผู้มากประสบการณ์ ส่วนอีกคนเป็นผู้ช่วยทนายความของสำนักงานทนายความซินเฟิง 

แนวรักในวัยทำงาน สังคมในที่ทำงาน การต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคในโลกของการทำงาน นางเอกเพิ่งอายุ 24 เพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปีเอง ประสบการณ์ยังน้อยอยู่ ยังสดใสร่าเริง มองคนมองโลกในแง่ดี มีน้ำใจเข้ากับคนง่าย ส่วนพระเอกคือหล่อเหลาเย็นชาเงียบขรึม พูดน้อย แต่พูดทีมีเจ็บมีสะอึกทำให้คนแทบอยากกระอักเลือดตาย เป็นทั้งรุ่นพี่เป็นทั้งครูของนางเอกก็ว่าได้ ถึงจะดุ พูดแรงพูดตรง แต่ก็พูดตรงประเด็นตรงจุด ถ้าคนจิตแข็งฟังแล้วคงเอาไปพัฒนาปรับปรุงตัวเองและทำให้เกิดประโยชน์ในการทำงานรวมถึงการใช้ชีวิตได้ ส่วนคนจิตอ่อนอาจมีน้ำตาแตกฟังแล้วดิ่ง แทบอยากโบกมือลาตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว55... ดังนั้นต่อให้พระเอกจะดุจะเย็นชายังไง แต่ลูกน้องก็ยังเคารพรักมาก เพราะพี่แกเก่งจริง มีความสามารถจริง ใจกว้าง พึ่งพาได้ แถมยังมีนิสัยปกป้องคนของตัวเองด้วย

ส่วนนางเอกแม้จะถูกพระเอกดุ+ตำหนิบ้างไรบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยท้อหรือตัดพ้อร้องไห้ใดๆ เน้อ แต่จะเอาสิ่งที่พระเอกพูดหรือตำหนิไปคิดทบทวนว่าตัวเองเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า หรือเราผิดพลาดจริงไหม? ถ้าจริงต้องแก้ต้องปรับยังไง? คือยิ่งโดนกดดันก็ยิ่งสู้ยิ่งฮึดอะ ล้มแล้วก็รีบลุก ไม่โทษนั่นโทษนี่หรือเอาแต่ซึมเซาจับเจ่าอยู่ที่เดิม จึงยิ่งทำให้พัฒนาตัวเองได้เร็ว พระเอกรวมถึงคนที่ทำงานด้วยเลยชอบนางเอกกันเยอะ เพราะนางพัฒนา+ปรับตัวเก่ง เป็นคนตลก ร่าเริงมีน้ำใจ อยู่ด้วยแล้วไม่เครียดดี 

และถึงนางเอกจะเคยชอบพระเอกมาก่อน(ตอนนี้ก็ยังชอบ) แต่นางก็ไม่เคยเอาเรื่องรักมาปนกับเรื่องงานนะ ก็มีบ้างที่บางทีอาจเผลอมองพระเอกนานไปหน่อย เพราะพี่แกหล่อเหลือเกิน55 ส่วนพระเอกก็เริ่มๆ ชอบนางเอกแล้วเหมือนกัน แต่เหมือนพระเอกจะมีปมบางอย่าง(ปมอะไรไม่รู้ยังไม่เฉลย) เลยต้องพยายามหักห้ามใจตัวเองและเว้นระยะห่างออกมา เพราะพี่แกไม่อยากแต่งงานไม่อยากมีลูก ส่วนนางเอกคือไทป์ที่อยากแต่งอยากมีลูก พระเอกเลยไม่อยากยุ่งไม่อยากถลำใจไปมากกว่านี้(รู้ว่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ) เลยต้องพยายามรักษาระยะห่างและหลบหน้าเขา แต่พอเพื่อนสนิทตัวเองจะจีบนางเอก อิพี่ก็กลับหึง+หวงก้างซะงั้น ไม่ยอมให้เพื่อนจีบ ไม่ยอมให้เพื่อนไปกินข้าวกับนางเอกสองต่อสอง พอได้ยินนางเอกคุยกับแฟนเก่าหรือเวลาเห็นนางเอกอยู่กับแฟนเก่าก็จะหงุดหงิดคิ้วขมวดขึ้นมาทันที ...ปฏิบัติกับนางเอกแตกต่างจากคนอื่น แม้แต่ลูกน้องและเพื่อนสนิทรวมถึงแฟนเก่าพระเอกยังรู้สึกได้ ...

ทำให้นางเอกเริ่มมีความหวัง เพราะตอนแรกนางเอกเคยตัดใจไปแล้วตั้งแต่ที่ถูกปฏิเสธครั้งแรก แต่พอได้มาทำงานด้วยกันนานวันเข้า แถมพระเอกก็ยังทำเหมือนจะมีใจให้ นางเอกเลยหวั่นไหวและชอบพระเอกอีกครั้ง ยิ่งได้รู้ว่าแฟนเก่าพระเอกกลับมาจากเมืองนอกแล้ว นางเอกเลยแบบไม่ได้และ ฉันต้องสารภาพรัก! เพราะนางเป็นคนแบบถ้าชอบใครก็จะรุกและสารภาพตรงๆ เลย ถ้าใจตรงกันก็คบ ถ้าไม่ได้ชอบก็จะได้ตัดใจจบๆ แยกย้าย ...ทว่าสุดท้ายนางก็ถูกเขาปฏิเสธกลับมาอีกครั้ง whyyyyy??? ... นางเอกเสียใจมากกก ตั้งแต่เกิดมาเคยสารภาพรักแค่ 2 ครั้ง แถมยังเป็นคนเดิมทั้ง 2 ครั้ง แล้วก็โดนปฏิเสธกลับมาอีกทั้ง 2 ครั้ง จะไม่ให้ Saddd ได้ไงไหว แต่นางก็โอเค ไม่ชอบก็ไม่ตื๊อ ถือว่าทำเต็มที่แล้ว แยกย้ายกันแบบสันติสุข ขออวยพรให้เขามีอนาคตที่ดี หลังจากนั้นนางเอกเลยย้ายออกจากห้องเช่าของพระเอกไปอยู่ที่อื่น แบบตัดจริงๆ พอเจอหน้าก็ทำตัวปกติรักษาระยะห่างอย่างพอเหมาะ ส่วนพระเอกก็เสียใจนะแต่พูดอะไรไม่ได้ (ก็เลือกเอง)...

จริงๆ ของนักเขียนท่านนี้เราชอบมาตั้งแต่เรื่องขอโทษทีฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว เป็นแนวความรักในวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน ขมปนหวาน มีดราม่าหน่วงๆ ไม่ได้สมหวังหรือราบรื่นง่ายๆ มีอะไรมาให้เราลุ้นตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ ทั้งเรื่องรักเรื่องงาน พูดถึงเรื่องงานแต่ละอาชีพก็พล็อตแน่นจัดเต็มมาก อ่านแล้วได้ความรู้ดี เพราะพระนางต้องมาทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน มันก็จะมีเรื่องสัญญา และขั้นตอนต่างๆ ในการที่จะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย เพราะบางทีต่อให้เราระมัดระวังรอบคอบมากแล้วแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็ใช่ว่าปัญหามันจะไม่เกิดนะ 

อย่างเช่นในเรื่องนี้ กำลังจะสำเร็จอยู่แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายดันมาเจอคนสกัดดาวรุ่งทำให้ต้องหยุดชะงักกลางคันในโค้งสุดท้ายซะได้ แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นถึงวิธีแก้ปัญหานะ เพิ่งรู้ว่าในช่วงที่บริษัทกำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นี่ไม่ควรจะมีปัญหาหรือเกิดเรื่องฟ้องร้องกัน ดังนั้นพอเกิดปัญหาพระเอกเลยพยายามเลือกวิธีเจรจาที่จะทำให้เรื่องจบไวและเสียหายน้อยสุด (แต่ก็ต้องเป็นแบบถูกต้องและสง่างามด้วยนะ) และต่อให้เราจะเป็นฝ่ายถูก แต่ยังไงก็ไม่ควรโต้กลับด้วยการฟ้องกลับอยู่ดี ...

อ่านแล้วได้ข้อคิดในการทำงานรวมถึงการใช้ชีวิตดี ความจริงพระเอกก็พูดถูกเกือบทุกอย่างแหละ เพียงแต่อาจจะตรงไปหน่อย แต่ถ้าถามว่าจริงไหม? มันก็จริงแหละ ดีที่นางเอกไม่เคยเปลี่ยน แม้จะถูกคนพลิกลิ้นแว้งกัด เจอเรื่องที่ขัดต่อมโนธรรมของตัวเอง ไม่ว่าต้องเจอกับอุปสรรคแบบใดแต่เธอก็ยังเป็นเธอ ยังคงเป็นคนที่มีน้ำใจและมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่ถูกความโหดร้ายของสังคมและโลกนี้ทำให้แปรเปลี่ยนเป็นคนจิตใจด้านชา แต่มันเพียงทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นและมองโลกได้ชัดเจนมากขึ้น รู้ว่าต้องรับมือกับเรื่องกับคนแบบนี้ยังไง ค่อยๆ เรียนรู้เติบโตไป แต่ยังไม่ทิ้งตัวตนดั้งเดิมของตัวเอง...

ป.ล. ลืมบอกเรื่องนี้ไม่มีแบบรูปเล่มนะคะ มีแต่แบบรายตอนกับ E-book จ้า

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ


ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ

ผู้แปล : Honey Toast

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก แพทย์นิติเวชสาวจากยุคปัจจุบันที่ตายแล้ววิญญาณมาอยู่ในร่างของ ซูเสวี่ยจื้อ บุตรสาวสกุลซูหรือนายน้อยสกุลซูที่ต้องปลอมตัวเป็นชายมาตั้งแต่เกิด ..คือแม่เจ้าของร่างเดิมอะเป็นสาวแกร่ง แต่ดันได้แต่งกับสามีไม่เอาไหน ส่วนตัวสามีน่ะก็โชคดีได้แต่งภรรยาดีที่สามารถช่วยดูแลกอบกู้กิจการของบ้านตัวเองจนพลิกฟื้นกลับคืนมาได้ ต่อมาสามีตาย พวกญาติพี่น้องฝั่งสามีเลยอยากฮุบดึงกิจการทั้งหมดกลับคืน แม่เจ้าของร่างเลยต้องโกหกว่ามีลูกชาย เพื่อไม่ให้กิจการทรัพย์สินต่างๆ ถูกคนพวกนั้นแย่งชิงไปและถูกขับไล่ออกจากตระกูล

แต่พอโตขึ้น เจ้าของร่างเดิมก็เริ่มมีความรักและอยากกลับไปเป็นผู้หญิงตามเดิม เลยทะเลาะกับแม่ใหญ่โตถึงขั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แล้วก็ได้ตายสมใจ นางเอกเลยได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน ...มาได้ไม่นานก็ถูกส่งไปเรียนแพทย์ทหารบก เพราะตอนนั้นลุงนางเอก(พี่ชายแม่) กำลังถูกคนปองร้าย บ้านนางเอกไม่มีคนหนุนหลัง เป็นแค่ตระกูลค้าขายธรรมดา แต่ในอดีตบ้านนางเอกเคยมีสายสัมพันธ์(ห่างๆ) กับตระกูลเฮ่อหรือบ้านของพระเอก ตอนที่บ้านพระเอกตกอับ ลุงนางเอกเคยยื่นมือช่วยคนในบ้านพระเอกไว้ทีนึง ลุงเห็นว่าตอนนี้พระเอกกำลังมีอำนาจบารมีพอดีเลยตั้งใจจะส่งหลานไปเชื่อมสัมพันธ์ ซึ่งพระเอกก็ไม่ได้อะไร กะจะตอบแทนบุญคุณในอดีตเฉยๆ ตอบแทนแล้วก็จบ เลยตกลงช่วยยัดนางเอกเข้าโรงเรียนแพทย์ทหารบกให้ ...คือเดิมบ้านพระเอกเป็นตระกูลขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริตมาหลายรุ่น แต่ในรุ่นปู่กลับถูกคนใส่ร้ายทำให้ตระกูลล่มสลาย เหลือรอดแค่พระเอกกับน้องสาว ต่อมาเกิดการปฏิวัติ ราชวงศ์ชิงล่มสลาย พระเอกที่เข้าร่วมการปฏิวัติด้วยจึงค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนมีตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นที่นับหน้าถือตาและน่าขยาดหวาดกลัวในชื่อเสียง(ความเหี้ยม)ของพี่แก

พระ-นางได้เจอกันครั้งแรกบนเรือตอนที่นางเอกกำลังเดินทางไปเรียน พระเอกถูกคนลอบฆ่าได้รับบาดเจ็บและได้นางเอกช่วยรักษาทำแผลให้ ...จากนั้นก็แยกย้าย นางเอกไปเรียน แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเส้นเลยถูกเพื่อนในห้องเขม่นไม่มีคนคุยด้วย แต่นางเอกก็ไม่สน เพราะปกตินางก็เป็นคนเย็นชาชอบอยู่คนเดียวอยู่แล้ว แถมนางก็ใช้เส้นเข้ามาจริง ไม่มีอะไรจะเถียงอะ55... ในตอนงานวันเปิดภาคเรียน มีคนใหญ่คนโตมาและขอให้นักเรียนที่เรียนออกมาวาดรูปเส้นเลือดในร่างกายให้ดู พวกนักเรียนคนอื่นอยากหักหน้าทำให้นางเอกอับอาย เลยพร้อมใจกันโยนไปให้นางเอก เพราะคิดว่านางเอกต้องวาดไม่ได้ชัวร์ๆ แต่ปรากฏว่านางเอกอย่างเทพ เพราะนางใช้สองมือวาดพร้อมกันเลยจ้า วาดรวดเดียวแบบไม่มีติดขัดจนทุกคนอึ้ง แถมตอนหลังพอผลสอบออกมาก็ยังได้ที่ 1 ทว่าต่อให้เก่งปานใดแต่ก็ยังไม่มีเพื่อนคบด้วยอยู่ดี... เหอๆ

ช่วงที่เรียนนางเอกก็ได้ออกไปช่วยพระเอกกับพวกตำรวจไขคดีโดยการชันสูตรศพ แรกๆ ก็แอบมีปัญหา เพราะตอนนั้นเป็นยุคที่คนยังไม่ยอมรับวิธีการผ่าพิสูจน์ศพ เพราะกลัวว่าจะเป็นการลบหลู่คนตาย รวมถึงหมอก็ยังมีน้อย ก็เลยจะมีดราม่าเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาเป็นระยะ เช่น เรื่องการผ่าตัด หมอน้อย บางเคสหมอไม่อยากเสี่ยงกลัวโดนฟ้อง เพราะสมัยนั้นเครื่องมือ+ความรู้ยังไม่เท่าสมัยนี้ ความเสี่ยงหลังผ่ามีมากกว่า เป็นอะไรขึ้นมาก็เสี่ยงถูกฟ้อง การแพทย์ตะวันตกถือเป็นของใหม่ คนยังไม่ค่อยเชื่อ คนบางกลุ่มก็ต่อต้าน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัยระหว่างของเก่ากับของใหม่ 

ตอนแรกพระเอกก็ไม่ได้สนใจในตัวนางเอกมากนัก คิดว่ายัดเข้าเรียนเสร็จแล้วก็จบ แต่พอเห็นว่านางเก่ง มีความสามารถจริงดูมีอนาคต น่าจะเป็นกำลังให้ตนเองได้ เลยเริ่มมองนางเอกใหม่ เห็นเป็นคนของตัวเอง จากนั้นก็เรียกนางเอกมาคุยเพื่อให้รับปากว่าจะจงรักภักดีและซื่อสัตย์กับตัวเอง จะไม่เป็นนกสองหัว ถ้ารับปากพระเอกก็จะปกป้องคุ้มครองบ้านนางเอกตลอดไป ...นางเอกก็แบบไร(ฟะ)เนี่ย ไม่อยากตกลงเลย แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นใคร มีฐานะยังไง เลยรับปากไปให้จบๆ (แม้จะขัดต่อความรู้สึกแต่ก็เอาวะ ไม่อยากเสียเวลาเถียงด้วย ไอ้เรามันคนไม่มีอำนาจนิ่ รับปากไปจะได้จบๆ) 

หลังจากนั้นมีทีนึงพระเอกก็สั่งให้ลูกน้องมารับนางเอกไปพบ แต่นางเอกไปข้างนอกพอดี ลูกน้องรับคนมาไม่ได้พอกลับมารายงานก็เห็นพระเอกทำหน้าเหมือนไม่พอใจ ลูกน้องเห็นสีหน้าพระเอกไม่ดีเลยรีบขับรถกลับไปรับคน จริงๆ ตอนนั้นนางเอกกำลังพาเด็กไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล แต่เห็นลูกน้องพระเอกทำท่าเหมือนมีเรื่องเร่งด่วนเลยยอมตามไปด้วย แต่พอไปถึงพระเอกกลับจงใจเมิน ปล่อยให้รอเฉยๆ ตั้งนาน แล้วพระนางก็มีปากเสียงกันนิดหน่อย และหลังจากวันนั้นนางเอกก็ถูกยึดอภิสิทธิ์ต่างๆ ที่เคยได้รับในโรงเรียนคืนทั้งหมด

เริ่มจากถูกย้ายออกจากห้องเดี่ยวไปนอนห้องรวมกับเพื่อน(ผู้ชาย) ตอนเรียนขี่ม้าจากที่ไม่เคยถูกครูด่าหรือฟาดแส้ใส่ หลังจากทะเลาะกับพระเอกวันนั้นก็โดน ได้รับความลำบากสารพัด แต่เธอก็ไม่ท้อ ไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยไปขอร้องพระเอก มีแต่พยายามให้มากขึ้น กลับกลายเป็นว่าพอไปนอนห้องรวมนิสัยในการเข้าหาหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นของนางเอกก็ค่อยๆ ดีขึ้น ไม่ค่อยเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน เริ่มเข้ากับเพื่อนได้ กระทั่งกลายเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนๆ ในห้อง

พอเข้าช่วงเล่ม 4 ปัญหาการเมือง การแย่งชิงอำนาจ และคลื่นใต้น้ำของกลุ่มทหารต่างๆ จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น รวมถึงสงครามจากภายนอกที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวรอวันปะทุ... ในเล่มนี้นางเอกขอให้พระเอกช่วยตามสืบคดีเกี่ยวกับโรงงานผลิตยาที่เคลมสรรพคุณว่าช่วยทำให้คนเลิกติดฝิ่นได้ แต่พอเอาไปตรวจจริงๆ กลับพบว่ามันไม่ได้มีสรรพคุณตามนั้นเลย มิหนำซ้ำยังแย่ยิ่งกว่าฝิ่นอีก บวกกับพบว่าโรงงานนี้เกี่ยวพันกับคนระดับสูงๆ นางเอกรู้ว่าตัวเองไม่มีกำลังมากพอจึงไปขอให้พระเอกช่วย ทว่าถึงจะทำลายโรงงานลงได้แต่อีกฝ่ายก็ไหวตัวทัน ก็เลยไม่รู้ว่าระดับบิ๊กๆ ที่อยู่เบื้องหลังคือใคร(แต่พระเอกรู้แล้ว)... 

เล่ม 4 เลิฟไลน์เริ่มมา พระเอกรู้ว่านางเอกเป็นผู้หญิงและมีใจให้ แต่นางเอกไม่รู้ว่าเขารู้แล้ว มารู้ตอนที่พระเอกตามมาช่วยพาหนีจากขบวนรถไฟ(ที่ถูกคนปาระเบิด) ความจริงก่อนหน้านี้พระเอกเคยพยายามหักห้ามใจตัวเองแล้ว บอกน้องชายคนสนิทซะดิบดีแต่ตัวเองกลับทำม่ายล่ายย เพราะนางเอกมีเสน่ห์มากเหลือเกิน เป็นคนเดียวที่ทำให้หัวใจพระเอกสั่นคลอนและเกิดอารมณ์แบบชาย-หญิง...อิอิ คือก่อนหน้านี้พระเอกเคยพยายามหักใจโดยการไปให้ผู้หญิงคนอื่นปรนนิบัติดู แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ล่มกลางคัน แถมยังมาถูกนางเอกเห็เข้าอีก55 บวกกับที่ตอนนั้นมีข่าวว่าพระเอกกำลังจะหมั้นกับคุณหนูสิบสองหลานสาวประธานาธิบดี แล้วประจวบกับได้มารู้มาเห็นตอนที่อิพี่กำลังขึ้นห้องกับสาวอื่นพอดีอีก นางเอกเลยคิดว่าพระเอกเป็นคนเจ้าชู้ และแอบรังเกียจอยู่ในใจ ตอนพระเอกสารภาพรักขอให้มาเป็นคนรักของตัวเอง นางเอกเลยปฏิเสธทันที55

แต่เขาก็ได้คบกันเล่ม 4 นะ(รวดเร็วทันใจดีจริงๆ) ตอนแรกนึกว่านางเอกคงไม่ใจอ่อนง่ายๆ แต่จริงๆ ไม่ต้องรอนานเลย ก็พระเอกออกจะหล่อ เท่ เก่ง มีอำนาจมากความสามารถซะขนาดนั้น คำสารภาพรักก็ตราตรึงตรงไปตรงมาสุดๆ เป็นใครจะไม่หวั่นไหวล่ะ สุดท้ายนางเอกก็ต้านทานเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ไหวต้องกลับมาหาเขาจนได้ ...จากนั้นความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปเร็วมาก(ขึ้นเตียงกันเร็วมากพี่จ๋า55) นางเอกเป็นคนหัวสมัยใหม่ไม่ซีเรียสกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ทว่าขณะที่ความสัมพันธ์และความรู้สึกกำลังพัฒนาแตกหน่อไปเรื่อยๆ ฝ่ายพระเอกกลับเริ่มลังเลสับสน เริ่มมีเรื่องให้ห่วงกังวลมากมาย กระทั่งนางเอกเองก็ยังสัมผัสได้ แต่พอถามออกไปพระเอกกลับไม่ยอมพูดอะไร ...จนสุดท้ายด้วยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และความแค้นในอดีตที่ยังวางไม่ได้ รวมไปถึงความปลอดภัยของนางเอกและอะไรหลายๆ อย่าง ท้ายที่สุดพระเอกก็ตัดสินใจบอกเลิก ...นางเอกก็ถามย้ำว่าแน่ใจแล้วนะ ถ้าแน่ใจงั้นก็เลิก มูฟออนอย่างรวดเร็ว ไม่ร้องไห้ฟูมฟายใดๆ ตั้งใจทำงานของตัวเองต่อ ต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง 

พระเอกก็ไปจัดการปัญหาบ้านเมืองและสะสางหนี้แค้นของตัวเอง แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายก็ไม่ธรรมดา พระเอกเลยเป็นห่วงความปลอดภัยของคนรอบตัว แล้วก็กลัวว่าตัวเองจะพลาดไม่ได้กลับมาด้วย ก็เลยต้องหักใจบอกเลิกนางเอกไป ...ทว่าพอทุกอย่างจบลงและรอดกลับมาได้ พี่แกก็รีบกลับไปหานางเอกทันที หลงนึกว่าจะได้คืนดีง่ายๆ แต่ที่ไหนได้ไม่จ้าาาา แถมนางเอกยังคืนแหวนที่พระเอกเคยให้มากลับคืนไปด้วย (ตอนแรกยังแอบมีหวัง เพราะตอนเลิกนางเอกไม่ได้คืนแหวน) คือพระเอกเห็นนางเอกยอมนอนด้วยเลยนึกว่านางเอกหายโกรธแล้ว แต่นางเอกบอกว่าก็แค่บรรยากาศดีอารมณ์พาไปก็เลยนอนด้วยเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่าจะคืนดีนะ พระเอกหน้าชาไปหนึ่งดอก จากนั้นนางเอกก็ส่งแหวนคืนให้พระเอกไปด้วยเลย ...

เราว่านางเอกมายเซ็ตดีนะ ไม่ทำอะไรตามอารมณ์แต่พยายามนึกถึงส่วนรวม เพราะรู้ว่าถ้าคืนแหวนตอนเลิกกันอารมณ์พระเอกจะดิ่งและอาจส่งผลให้ทำงานพลาด นางเอกเลยรอคืนหลังจากงานสำเร็จและพระเอกกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว... จริงๆ จะให้กลับไปคบกันเลยก็ได้ เพียงแต่พอนางเอกถามว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีกพระเอกแน่ใจไหมล่ะว่าจะไม่เลิกกับนางอีก พระเอกก็นิ่งตอบไม่ได้ นางเอกเลยให้เวลาพระเอกกลับไม่คิดดูใหม่อีกที ...จนคนที่พระเอกรักเหมือนน้องชายพูดว่าจะจีบนางเอกนั่นแหละ พระเอกถึงตัดสินใจได้สักที

แนวยุคสาธารณรัฐของท่านเผิงไหลเค่อ นางเอกตายแล้วย้อนเวลาจากยุคปัจจุบันมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 17 เดิมนางเอกเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนยาก แม้แต่แฟนที่ตามจีบมานานยังต้องยกธงขาวขอเลิก เพราะทนรับความเย็นชาของเธอไม่ไหว พอมาอยู่ในยุคนี้แรกๆ นางเอกก็ยังเย็นชาอยู่ แต่โชคดีที่ในโลกนี้เธอมีครอบครัวที่รักเอาใจใส่(ไม่เหมือนโลกเก่าที่เป็นเด็กกำพร้า) มีลูกพี่ลูกน้องที่ทำให้ยิ้มหัวเราะได้ และได้พบกับคนรักที่ดีงาม ผู้ชายที่เป็นดั่งภูเขาอันแข็งแกร่งที่พร้อมจะปกป้องดูแลและสนับสนุนเธอตลอดไป รวมถึงเพื่อนร่วมงานและครูบาอาจารย์ที่พร้อมจะช่วยเหลือและสนับสนุนเธอเสมอ ดังนั้นในชาตินี้นางเอกจึงไม่ได้เย็นชาอีก กล้าแสดงความรู้สึกมากขึ้น เป็นหญิงสาวที่มีความมั่นใจ กล้าคิดกล้าทำกล้าพูด เก่งไม่แพ้ผู้ชายเลย ไม่เป็นภาระของใคร กล้าตัดสินใจและกล้ารับผลที่จะตามมา ...

พระเอกอยู่แนวหน้าออกรบฟาดฟันศัตรู ส่วนนางเอกก็อยู่แนวหลังคอยคิดค้นพัฒนายาต่างๆ เพื่อนำไปรักษาอาการบาดเจ็บของทหารและเพื่อใช้รักษาคนในภายภาคหน้า เดิมทียาที่นางเอกกำลังทำอยู่ความจริงในยุคสมัยนั้นยังไม่มีนะ(จะมีในอนาคต) แต่นางเอกรู้ว่าถ้าทำยาตัวนี้ออกมาได้มันจะมีประโยชน์อย่างมากในเวลานี้ จะช่วยรักษาชีวิตของทหารที่บาดเจ็บได้มากมาย แม้จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาตร์ไม่ได้ อะไรที่สมควรเกิดก็ยังต้องเกิด แต่อย่างน้อยขอแค่ได้ช่วยรักษาชีวิตคนให้ตายน้อยลงได้ก็ยังดี ...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใดๆ คือนางเอกก็ไม่เคยเคลมเลยนะว่ายาที่ทำขึ้นมาได้นี้ตัวเองเป็นผู้ค้นพบ ตอนที่มีจดหมายเชิญมาให้ไปรับรางวัลอะไรก็ไม่เคยไปไม่รับ เพราะเธอรู้ดีว่ายานี้(ตามประวัติศาสตร์)ใครเป็นคนคิดค้น ส่วนเธอก็แค่หยิบเอามาใช้ให้มันเร็วขึ้นเท่านั้น เธอยังให้ความเคารพต่อผู้ค้นพบตัวจริงเสมอ 

แต่นอกจากเรื่องการแพทย์แล้วก็ยังมีเรื่องการเมืองศึกสงคราม เป็นช่วงที่การเมืองในประเทศเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่หลังราชวงศ์ชิงล่มสลาย มีขั้วอำนาจจากหลายตระกูลหลายพื้นที่(ส่วนใหญ่เป็นทหาร) ผู้คนยังไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เลยสบช่องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหาผลประโยชน์ คนข้างนอกก็อยากให้คนข้างในทะเลาะ+ปะทะกันเองจะได้เกิดความระส่ำระส่าย เพื่อที่ตัวเองจะได้ฉวยโอกาสเข้ามาลุกล้ำแย่งชิง

ตอนที่พระเอกรู้ว่าใครคือตัวต้นเหตุที่ทำให้บ้านตัวเองล่มสลาย แม้จะโกรธแค้นมากเพียงใดแต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจปล่อยวางก่อน เพราะเวลานี้บ้านเมืองกำลังไม่สงบ ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว รู้ว่าศัตรูข้างนอกกำลังจับจ้องประเทศตัวเองตาเป็นมัน ...แต่มันก็น่าโมโหจริงๆ เพราะสุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังไม่เชื่อ+กลัวว่าพระเอกจะกลับมาล้างแค้น เลยฉวยจังหวะตอนที่พระเอกได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบและกำลังเดินทางไปรักษา เอาตำแหน่งที่พระเอกอยู่ไปบอกพวกทหารฝ่ายศัตรูให้ตามมาฆ่าพระเอก พอคนฝ่ายพระเอกไปขอเบิกกระสุนเพิ่มก็ไม่ให้ ตัดทุกช่องทางที่จะรอด พอพระเอกรอดมาได้จากที่ว่าจะปล่อยวางความแค้นเลยจัดการแม่งซะเลย ...เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องสมบัติของอี้อ๋อง(ที่ทำให้บ้านพระเอกถูกใส่ร้าย) อิฝ่ายนี้ก็ส่งคนไปตามสืบจนรู้ว่าใครคือคนของอี้อ๋องที่เหลือรอดและรู้ที่ซ่อนสมบัติ ก็เลยส่งโจรเอ้ยๆ เจ้าหน้าที่ไปกดดัน+ขึ้นภาษี+ยัดข้อหาแล้วจับคนในเมืองที่คนคนนี้อยู่ไปขัง เพื่อบีบให้คนเขาบอกที่ซ่อนสมบัติ ...ที่มันน่าเศร้าคือคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือคนที่พระเอกเคารพรักและใกล้ชิดเหมือนคนในครอบครัวอะ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายตัวเรามากที่สุด

ส่วนเรื่องสภาพเพศนางเอกก็มาเฉลยในเล่มสุดท้าย เพราะฝ่ายคู่แค้นพระเอกไปแอบได้ยินตอนที่คนอื่นคุยกันว่าพระเอกมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับหลานตัวเอง(นางเอก) เลยปล่อยข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของพระนางออกไป และให้คนไปติดประกาศที่โรงเรียนเก่านางเอก กะทำลายชื่อเสียงและบารมีของพระเอก พอมีข่าวออกมานางเอกเลยแต่งชุดผู้หญิงเปิดเผยเองเลยว่าตัวเองเป็นผู้หญิงจริงๆ จ้า ...จบดีแหละ พระนางต่างรู้ว่าตอนนี้ประเทศชาติกำลังป่วย แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นในสักวัน คนในประเทศจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและทำให้บ้านเมืองฝ่าวิกฤตนี้ไปได้


ป.ล. เล่มพิเศษจะเป็นเรื่องครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก พระนางมีลูกชายหนึ่งคน ลูกชายนางเอกพูดช้า นางเอกเลยกังวลมากนึกว่าลูกมีอะไรผิดปกติ แต่ที่ไหนได้ลูกก็แค่ไม่ชอบพูดเฉยๆ 55


#ข้ามเวลามาเป็นแพทย์ทหารหญิง 7 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7AVBP2gOiH





วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ

 


คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : Anyway 安妮薇

ผู้แปล : จวี๋ฮวา

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หลินหวั่นชิง เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่จดบันทึกอยู่ในที่ว่าการเมือง สตรีที่ปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อมาแอบสืบคดีของคนในครอบครัวที่ตายด้วยข้อหากบฏ

พระเอก ซูโม่อี้ หลานชายของฮ่องเต้และหลานรักของไทเฮา กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่เด็ก ได้ไทเฮาเลี้ยงดูมา ...พระเอกทำงานเป็นเสนาบดีศาลต้าหลี่ ขุนนางที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในราชสำนัก เพราะคดีฆ่าข่มขืนจึงทำให้พระนางได้มาเจอกัน พระเอกได้รับคำสั่งให้มาร่วมสืบคดีกับที่ว่าการเมือง ซึ่งความจริงคดีฆ่าข่มขืนก็เป็นเพียงฉากบังหน้าเพราะจริงๆ พระเอกกำลังตามสืบคดีที่ใหญ่กว่านั้นอยู่ คดีที่พัวพันไปถึงขุนนางใหญ่และสั่นคลอนไปถึงราชวงศ์

ตอนที่พระเอกมาสืบคดีฆ่าข่มขืน นางเอกเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เชื่อว่าคนที่ถูกจับมาคือคนร้ายตัวจริง พระเอกเห็นนางเอกมีแววดีแต่ยังต้องขัดเกลา เลยจงใจให้บทเรียนนางไป จงใจให้นางถูกหัวหน้าลงโทษโดยไม่ช่วยเหลือเพื่อขัดเกลา ...หลังจากนั้นนางเอกก็ได้ย้ายไปทำงานที่ศาลต้าหลี่สมใจ คือนางเอกอยากมาทำงานที่ศาลต้าหลี่นานแล้วเพราะสำนวนคดีของคนที่บ้านเก็บอยูู่ที่นี่ ...ตอนที่อายุ 4 ขวบบ้านนางเอกโดนจับและประหารทั้งตระกูล มีแค่นางเอกที่รอดมาได้เพราะถูกแม่หลอกให้เล่นซ่อนแอบ นางเอกได้เพื่อนสนิทพ่อช่วยพาหนีและช่วยปกปิดฐานะ ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายตั้งแต่เด็กเพื่อหลบซ่อนตัว พอโตขึ้นก็มาสอบเป็นขุนนางเพื่อหวังจะพลิกฟื้นคดีและคืนความยุติธรรมให้กับคนในครอบครัวตัวเอง 

ในตอนที่นางเอกกำลังแอบมาค้นดูสำนวนคดีก็ได้พบกับพระเอกที่ถูกพิษยากำหนัดเข้าพอดี นางเอกรู้ถึงความร้ายแรงของพิษนี้ก็เลยช่วยพระเอกแก้พิษโดยการร่วมหลับนอน พอตื่นมาตอนเช้าก็รีบลบร่องรอยแล้วเผ่นหนีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พระเอกตื่นมาไม่เห็นคนก็ให้ลูกน้องคนสนิทไปสืบหาคนที่มาซื้อยาเลี่ยงบุตรที่ร้านขายยา นางเอกรู้ว่าพระเอกต้องสืบหาคนจากร้านยาแน่ๆ เลยให้เพื่อนสนิทแยกซื้อสมุนไพรที่จะใช้ทำยาจากร้านยาคนละร้านมา ทำให้พระเอกตามหาคนไม่เจอ พอหาคนไม่เจออิพี่ก็หงุดหงิดแล้วเริ่มฝัน18+ เป็นหน้านางเอก55 (แรกๆ ยังพยายามห้ามใจหลังๆ คือไม่และ ปล่อยตามธรรมชาติเลย55)

แต่ไม่นานนางเอกก็ถูกพระเอกจับได้ว่าเป็นผู้หญิง พอจับได้ก็ไม่ได้เปิดโปง แต่พี่กลับพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยและหลบหน้าเขา55 แล้วหลังจากนั้นก็มีคดีที่ทั้งสองคนต้องมาช่วยกันสืบ ตอนปลอมตัวไปสืบคดีที่เมืองหนึ่งพระเอกเกือบถูกจับได้เลยสั่งให้ลูกน้องพานางเอกหนีไปก่อน แต่นางเอกไม่ไปเลือกจะกลับมาช่วยพระเอกแทน พระเอกกำลังถูกอีกฝ่ายมอมเหล้าผสมยาที่ทำให้ต้องพูดความจริง นางเอกมาทันพอดีเลยช่วยดื่มแทนและทำให้อีกฝ่ายหายสงสัยในตัวพระเอก ทำให้พระเอกได้อยู่ปฏิบัติภารกิจต่อจนจบ แถมได้แซบกับนางในบ่อน้ำร้อนก่อนกลับด้วย55 (มีทั้งในห้อง-นอกห้อง มาแบบหลายหน้าด้วยนะจ๊ะ แซบไม่ไหว มีทุกท่า55) พอจบภารกิจพระเอกก็แน่ใจแล้วว่าตัวเองอยากแต่งกับนางเอกจริงๆ แม้ว่านางเอกจะมีความลับที่ยังไม่ได้บอกตนอยู่ก็ตาม 

พระเอกรอให้นางเอกมาบอกความลับนั้นด้วยตัวเอง แต่จนใจที่ไทเฮาเป็นห่วงหลานรักเลยไปแอบสืบที่มาที่ไปของนางเอกจนรู้ว่านางเป็นใคร จากนั้นก็ส่งข้อมูลที่สืบได้ให้พระเอกต่อ พระเอกเลยได้รู้ความจริงก่อนที่นางเอกจะบอกเอง บวกกับตอนนั้นมีเหตุที่ทำให้นางเอกตัดสินใจจะหนีพอดี แล้วพระเอกก็ดันมาเจอจังหวะนั้นพอดีอีก55 คือพระเอกไม่ได้โกรธเรื่องที่นางเอกเป็นลูกใครนะ แต่โกรธที่นางยอมรับว่ามาใกล้ชิดกับตนเพราะมีเป้าหมายแฝงต่างหาก ก็มีดราม่านิดหน่อย ต่างคนต่างแยกย้ายทางใครทางมัน ...ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่นางเอกไม่อยากบอกนะ เพียงแต่ตอนแรกนางกะจะรอให้จับตัวคนร้ายให้ได้ก่อนไง แล้วอีกใจก็กลัวด้วยว่าเดี๋ยวพระเอกจะโกรธเกลียดไม่ให้อภัยนางเพราะเรื่องแม่ แล้วไหนจะทัศนคติเวลาจับกุมผู้ต้องหาได้ของพระเอกอีก นางเลยลังเลไม่กล้าพูดหรือเททั้งหัวใจให้พระเอกแบบเต็มร้อยสักที ...

แนวอิโรติกผสมการสืบสวนคดีเรื่องแรกของมากกว่ารัก บอกเลยว่าแซบร้อนแรงมากกก จัดเต็มตามที่คุยไม่ได้โม้ นางเอกก็ช่างยั่วขี้อ้อน ส่วนพระเอกก็แข็งนอกอ่อนใน ถูกนางเอกอ้อนทีไรได้ตบะแตกทุกที...อิอิ ตอนแรกยังไม่ชำนาญพอรอบ 2-3 พี่เริ่มเชี่ยวและได้ทุกท่วงท่า อึดดดเกิน55 

ความจริงชอบพาร์ตคดีกับปมเหตุของเรื่องนะ ถ้าขยายได้มากกว่านี้จะดีมาก เพราะรู้สึกว่ามันจบง่าย+รวดรัดไปหน่อย จะไปหนักเรื่อง...ซะมากกว่า55 (แต่ก็เข้าใจแหละก็มันเป็นแนวนี้นี่เนาะ) สาย NC น่าจะชอบ นี่เหมือนรวมฉาก nc ในรอบหลายปีของพี่แจ่มมาไว้ในเรื่องนี้เลยนา (หลังๆ ไม่ค่อยมีแว้วไม่เหมือนมากกว่ารักรุ่นแรกๆ หุหุ) อ่านได้เพลินๆ ดี ไม่เบามากแต่ก็ไม่หนักจนเกินไป กำลังดี

ป.ล. หมาพระเอกนี่นิสัยเหมือนเจ้าของจริงๆ 55 ...ขำลูกน้องพระเอกตอนเห็นพระเอกหงุดหงิดแล้วเปรียบเทียบว่าพระเอกก็เหมือนหมาที่พระเอกเลี้ยงเอาไว้ ที่กำลังหงุดหงิดเพราะติดสัด55


#คดีร้อนซ่อนปมรักแห่งศาลต้าหลี่ 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9Ut6BOelcx




วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ


พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : Ye Dong Li

ผู้แปล : ใบไม้ผลิ

สำนักพิมพ์ Happy Banana


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวย้อนเวลากลับมา เนื้อเรื่องสบายๆ ไม่เครียด หนังสือสองเล่มไม่หนา อ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว เรื่องนี้ทั้งพระเอกนางเอกต่างก็ได้ย้อนกลับมาทั้งคู่ คนหนึ่งตายแล้วได้ย้อนกลับมาเข้าร่างตัวเอง ส่วนอีกคนตายแล้วได้มาอยู่ในร่างคนอื่น

นางเอก ไป๋ไฉ่เวย บุตรสาวภรรยาเอกของฉางชิงโหว ชาติก่อนพอท่านน้าที่เป็นพระสนมในวังตาย บ้านนางเอกก็ถูกคนฟ้องร้องถูกยึดทรัพย์และถูกเนรเทศทันที ต้องตกระกำลำบากมากมาย และสุดท้ายนางก็ตายเพราะความเหน็ดเหนื่อย พอตายก็ได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างตัวเองในตอนที่ยังไม่เกิดเรื่อง ครั้งนี้นางเอกตาสว่างแล้ว รู้ว่าใครที่ดีและไม่ดีกับตัวเอง ใครที่ดีนางก็หันกลับมาทำดีด้วย ส่วนใครที่ไม่ดีนางก็ห่างๆ ออกมาไม่ยุ่งด้วยอีก

ชาติก่อนนางเอกหลงรักคุณชายคนหนึ่ง ทั้งยังวิ่งไล่ตามจีบเขาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจแม้ว่าตนเองจะมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้วก็ตาม ทว่าหลังผ่านความลำบากมาชาตินึงนางก็คิดได้ พอได้กลับมารอบนี้เลยไม่ได้รู้สึกหรือคิดอะไรกับอีกฝ่ายแล้ว (แต่พอไม่สนใจก็กลับกลายเป็นอีกฝ่ายที่คิดอะไรกับนางแทน) จากที่รบเร้าอยากจะขอถอนหมั้นกับคู่หมั้นทุกวันก็เปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เพราะในชาติก่อนตอนที่กำลังลำบาก หนึ่งในคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางก็คือคู่หมั้นที่นางไม่เคยสนใจใยดีนี่แหละ

ชาติก่อนพระเอกเป็นขันที มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการตงฉ่าง แต่ดันป่วยตายตอนอายุ 30 พอตายวิญญาณก็มาอยู่ในร่างของคุณชายเจ้าสำราญ เซี่ยเจียเหยียนหรือซื่อจื่อเฉิงอันกง เจ้าของร่างเดิมเป็นคนไม่เอาไหน อ่อนแอ เชื่อคนง่าย ไม่ทำการทำงาน พอพระเอกมาอยู่ในร่างนี้ตอนแรกก็กะจะใช้ชีวิตชิลๆ ดื่มด่ำกับชีวิตใหม่ที่มีครอบครัวมีคนรักและเอาใจใส่ มีคู่หมั้นคนงามที่น่าสนใจ จากคนที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมาตลอดไม่เคยรักใครก็ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะรัก และรู้สึกดีกับการที่มีคนคอยห่วงใย ...จากคุณชายเจ้าสำราญใช้ชีวิตไปวันๆ ก็เริ่มฉายแววความเก่ง ล้มเสือด้วยมือเปล่า จนไปเข้าตาผู้บัญชาการองครักษ์อวี่หลิน อีกฝ่ายก็เลยให้พระเอกมาสอบเป็นองครักษ์ แล้วพระเอกก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะสุดท้ายก็ได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งมาครอง กลายเป็นคนมีอนาคตพึ่งพาได้ ทำให้ท่านย่าที่รักเอ็นดูหลานมาตลอดวางใจ ส่วนนางเอกก็แปลกใจว่าทำไมชาตินี้พระเอกเก่งจัง(ฟะ?)

คือเรื่องนี้ทั้งพระเอกนางเอกต่างก็ไม่ได้ย้อนกลับมาเพื่อแก้แค้นใครเน้อ นางเอกกลับมาเพื่อหาทางพาตนเองและครอบครัวหลบเลี่ยงชะตากรรมในชาติที่แล้ว ก็เลยเอาความรู้ที่บังเอิญได้มาจากชาติก่อนมาทำเครื่องสำอางเครื่องประทินผิวขาย พอเปิดร้านก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่นางเอกใช้ฐานะอื่นเปิดร้านนะ เพราะต่อไปหากโดนยึดทรัพย์กิจการกับเงินตรงนี้จะได้รอด หากถูกเนรเทศทั้งครอบครัวจะได้มีเงินใช้ไม่ตกระกำลำบากอีก ส่วนพระเอกก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคู่หมั้นตัวเองถึงต้องขยันหาเงินขนาดนี้ แต่พี่แกก็ไม่เคยค้าน นางเอกอยากทำอะไรก็คอยช่วยสนับสนุนเป็นกำลังอยู่ลับๆ จนนางเอกอุ่นใจ รู้สึกว่าอยู่กับพระเอกแล้วปลอดภัย ต่อให้มีเรื่องหนักหนาอะไรก็มีพระเอกคอยช่วยยันเอาไว้ให้ไม่ต้องกลัว

พระนางออกแนวคู่กัด เจอหน้าเมื่อไรต้องได้จิกกัดกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ อุปสรรคความรักของพระนางเลยไม่มี เพราะหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่จะมาจากภายนอกมากกว่า อย่างของพระเอกก็เป็นเรื่องในบ้านที่บ้านรองอยากกำจัดพระเอกเพื่อให้ลูกตนกลายเป็นซื่อจื่อแทน ส่วนนางเอกก็ต้องหาทางวางแผนรับมือหากว่าที่บ้านจะโดนยึดทรัพย์และเนรเทศซ้ำอีก ศัตรูของนางเอกจะอยู่ในวังเพราะนางเอกมีท่านน้าเป็นกุ้ยเฟย พระสนมที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากที่สุด ชาติก่อนพอกุ้ยเฟยตายบ้านนางเอกก็ล้มตามด้วยทันที ส่วนชาตินี้ก็ต้องมาดูกันว่านางเอกจะสามารถหาทางช่วยหรือปกป้องกุ้ยเฟยไม่ให้ตายเหมือนชาติก่อนได้ไหม เพราะตัวแปรสำคัญในการอยู่รอดของครอบครัวนางก็คือกุ้ยเฟยนี่แหละ

ป.ล.ไม่ชอบฮ่องเต้เรื่องนี้อะ55 แต่ก็เข้าใจว่าก็เป็นฮ่องเต้นี่เนาะ คือฮองเฮาวางแผนจะให้นางเอกกับน้าที่เป็นกุ้ยเฟยผิดใจกัน ก็เลยเรียกนางเอกมาพบในตำหนักเพราะรู้ว่าฮ่องเต้ชอบคนงาม ยิ่งนางเอกมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับกุ้ยเฟยตอนเด็กด้วยฮ่องเต้ยิ่งต้องชอบแน่ ซึ่งก็ตามนั้นจริงๆ... นางเอกเลยไปบอกพระเอก(ดีที่เวลามีปัญหาหรือเกิดเรื่องอะไรนางเอกจะรีบไปปรึกษาพระเอก ไม่เก็บไว้กับตัวแล้วแก้เอง) พระเอกมีประสบการณ์รู้นิสัยฮ่องเต้ดี เลยสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ฮ่องเต้ติดหนี้บุญคุณแล้วขอพระราชทานสมรสกับนางเอก นางเอกเลยรอด ...แต่หลังจากนั้นฮองเฮาก็ยังหาสตรีที่หน้าคล้ายน้านางเอกมาจนได้ สุดท้ายคนคนนั้นก็ได้รับความโปรดปรานส่วนน้านางเอกก็ถูกลืมไว้ในซอกหลืบ ตอนหลังน้านางเอกถูกแผนชั่วของฮองเฮาบีบให้จบชีวิต พอคนไม่อยู่แล้วฮ่องเต้ถึงเพิ่งสำนึกได้ว่าตลอดมาตัวเองชอบอยู่กับใครที่สุด...โถถถถ


#พลิกลิขิตฟ้า เปลี่ยนชะตาก่อนถูกเนรเทศ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/VyHSxwrhm 





วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ

 


ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : ปู้ติงหลิวหลี

ผู้แปล : เบบี้นาคราช

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เซียวฉางหนิงหรือองค์หญิงใหญ่ มีน้องชายร่วมอุทรเดียวกันเป็นฮ่องเต้ หลังจากมารดาซึ่งเป็นพระสนมและบิดาผู้เป็นฮ่องเต้จากไป สองพี่น้องก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดภายใต้การควบคุมของไทเฮาคนปัจจุบันที่หมายจะยึดครองบัลลังก์ให้กลายเป็นของคนสกุลเหลียง น้องชายของนางเอกอ่อนแอขี้กลัวแม้จะเป็นฮ่องเต้แต่ก็แค่ในนาม เพราะเบื้องหลังยังมีไทเฮาคอยชักใยควบคุมกุมอำนาจที่แท้จริงอยู่ในวัง บีบให้สองศรีพี่น้องต้องมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง บ้านเมืองถูกสองอำนาจใหญ่ควบคุม คือฝั่งไทเฮากับสำนักบูรพา ฮ่องเต้ที่แท้จริงเป็นได้เพียงหุ่นเชิดที่ต้องคอยดูสีหน้าและฟังคำสั่งจากสองผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น

พระเอกเป็นขันที และมีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการสำนักบูรพา มีชื่อเสียงชั่วร้ายเป็นที่เลื่องลือ เมื่อ 6 ปีก่อนพระเอกเคยทำผิดจนถูกลงโทษและถูกส่งไปที่ตำหนักของนางเอก แต่ก็ถูกนางเอกพูดจาดูถูกเหยียดหยามแล้วขับไล่ให้ไปอยู่ที่อื่นแทน ...6 ปีต่อมาไทเฮาอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของฮ่องเต้น้อย จึงจัดการส่งนางเอกไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับพระเอกที่สำนักบูรพา นางเอกกลัวว่าพระเอกจะยังแค้นเรื่องเมื่อ 6 ปีก่อน นึกว่าตัวเองต้องถูกฆ่าตายในคืนวันแต่งงานแน่ๆ ก็เลยใส่ชุดขาวเตรียมรอไว้ด้านในเลย ...แบบด้วยชื่อเสียงความโหดของพระเอกอะ นางเอกเลยมั่นใจว่าคืนนี้ฉันต้องกลายเป็นศพแน่นอน55 แค่ได้เห็นหน้าพระเอกตอนเข้าพิธีก็ถึงกับแข้งขาอ่อนแรงเป็นลมล้มพับไปก่อนแล้วจ้าา

พอฟื้นขึ้นมาก็เอ่ยปากขอแยกไปนอนบนตั่งคนเดียว คืนถัดไปก็ย้ายของออกไปนอนที่ห้องสาวใช้ พอพระเอกรู้ก็บอกไม่เป็นไร แต่แค่ต่อไปเรื่องอาหารการกินรวมถึงอะไรต่างๆ ก็ให้จัดการให้นางเอกแบบสาวใช้ด้วยละกันนะ ก็ในเมื่อไปอยู่ห้องสาวใช้ก็ต้องได้รับการปฏิบัติแบบสาวใช้ด้วยสิ...  แต่ผ่านไปแค่คืนเดียวนางเอกก็ทนไม่ไหว ต้องกลับมายอมรับผิดถึงที่แต่โดยดี...

จริงๆ นางเอกเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกส่งมาตาย จะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี ถึงไทเฮาจะเคยพูดว่าขอแค่นางฆ่าพระเอกสำเร็จก็จะจัดพิธีต้อนรับนางกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ แต่ความจริงเป็นไงก็รู้ๆ กันอยู่ คือคิดจะเก็บเขาทั้งผัวทั้งเมียแหละดูออก ขณะส่งคนไปลอบฆ่าพระเอกก็กะให้เก็บนางเอกไปด้วยเลยพร้อมๆ กัน ...พอนางเอกเข้าวังก็ต้องเรียกไปหยั่งเชิงทุกรอบว่าอยู่ฝั่งไหน กดดันตลอด หลังๆ นางเอกเจอลอบฆ่าบ่อยแล้วได้พระเอกช่วยปกป้องดูแล ไปๆ มาๆ จากที่เกลียดกลัวไม่ชอบ นางก็เริ่มรู้สึกดีกับพระเอกแล้วตกลงจับมือเป็นพันธมิตรกัน

นางเอกเป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ชอบก็คือชอบ บอกไปตรงๆ ไม่วกวนไปมา ชอบแม้ว่าพระเอกจะเป็นขันทีจริงๆ ก็ตาม... แต่ดีที่ไม่ใช่ 55 ...เดี๋ยวจะมีเฉลยในเล่ม 2 ว่าพระเอกมาเป็นขันทีได้ไง (อ่านแล้วแอบเศร้า) พอรู้เบื้องหลังแล้วอย่างSaddd ToT... จากนั้นก็มาวางแผนรับมือกับแผนร้ายของไทเฮาต่อ จบจากไทเฮาก็ยังมีต่อ คือมีอะไรมาให้ลุ้นเรื่อยๆ แบบเป็นอะไรที่(ส่วนตัว)คาดไม่ถึงจริงๆ (หลอกกันได้ลงคอ) ทำตัวเป็นหมูหลอกกินเสือ นางเอกเลยงานเข้าต่อ จบจากไทเฮาก็ต้องมาระแวง... ต่ออีก

พอขั้วอำนาจใหญ่เหลือแค่พระเอกฝั่งเดียว ฮ่องเต้จึงต้องหาคนมาคานอำนาจกับพระเอกต่อ และหวยก็ไปออกที่แม่ทัพน้อยที่อยู่ชายแดน ถูกเรียกตัวให้กลับมารับตำแหน่งผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร แต่พระเอกระดับไหน มีหรือจะกลัว ต่อให้รู้ว่ากำลังถูกคนตามขุดสืบประวัติก็ยังชิลๆ ขนาดโดนฎีกาฟ้องร้องฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็ยังสบายๆ ไม่กลัวอะไรเลยจริงๆ 55 ...คือนางเอกท้อง แล้วทุกคนก็คิดว่าพระเอกเป็นขันทีมาตลอดใช่ปะ ดังนั้นพอนางเอกท้องทุกคนเลยรู้กันหมดว่าพระเอกเป็นขันทีปลอม ฮ่องเต้น้องชายนางเอกก็พยายามจะช่วยพี่สาวโดยการวางแผนให้พี่อยู่ในวังจนลูกคลอด แล้วค่อยบอกต่อคนภายนอกว่านี่เป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง เพราะไม่อยากให้อิพี่เขยหรือพระเอกโดนโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง แต่พระเอกคือไม่อะ อยากให้คนรู้ ไม่ยอมให้ลูกไม่มีฐานะเด็ดขาด สุดท้ายก็ไปตกลงแผนกับฮ่องเต้ใหม่ เอาฮ่องเต้องค์ก่อนมาอ้างบลาๆ สุดท้ายก็รอดแถมยังได้นั่งตำแหน่งเดิมต่อชิลๆ 55 (ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะหาทางลงเรื่องนี้ยังไง สุดท้ายก็หาเหตุผลมาจนได้ ก็โอเคอยู่นะ สมเหตุสมผลใช้ได้)

พออ่านจบแล้ว กลายเป็นว่าชอบคู่ของพี่สาวเยวี่ยมากที่สุดซะงั้น55 มาที่หลังแต่น่ารักมากก คนหนึ่งอิสระสดใสส่วนอีกคนเงียบขรึมจริงจัง แต่พออยู่ด้วยกันแล้วลงตัวมาก ชอบตอนฝ่ายชายเมา จากแม่ทัพผู้สูงส่งเย็นชาก็กลายเป็นเด็กน้อยสามขวบทันที55 พอนอนด้วยกันแล้ว ตื่นเช้ามาท่านแม่ทัพก็รีบเขียนจดหมายไปบอกที่บ้านเลยจ้าว่าจะแต่งงาน รวดเร็วทันใจดีจริงๆ ...ความจริงอดีตของตัวละครในเรื่องอย่างพระเอก พี่สาวเยวี่ย แล้วก็หัวหน้าหน่วยหลินลูกน้องพระเอกนี่มันเศร้ามากเลยนะ ถ้านักเขียนขยายปมหรือเล่ายาวหรือขยี้เพิ่มนี่ เราว่าอาจได้มีน้ำตาแตกแน่ๆ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าขนาดแค่เล่าผ่านๆ ยังเศร้าเลย 

ป.ล. นิสัยหรือคาแรคเตอร์ตัวละครมีเอกลักษณ์ดี ปมเบื้องหลังแต่ละคนคือมีเรื่องราว เกือบทุกคู่(นอกจากพระนาง) เราว่ายังมีเรื่องให้ขยายไปต่อได้อีก เช่น คู่ของน้องชายนางเอกที่เป็นฮ่องเต้กับฮองเฮาที่มาจากสกุลเหลียง คู่นี้ดราม่าหนักไม่รู้จะจบลงยังไง ส่วนคู่ของน้องชายพระเอกอันนี้คือเซอร์ไพรส์มาก ตอนอ่านย้อนสมัยอดีตคือสารภาพว่าแอบร้องนิดนึง(สงสารน้องงง) ส่วนคู่ของพี่สาวเยวี่ยคือดีงามฝุดๆ แล้วก็มีอีกคู่คือลูกน้องพระเอกที่กินเก่งๆ ...อยากอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้อีกจังไม่รู้จะมีเรื่องยาวๆ หนักๆ ไหม เราว่าเขาผูกปมดีนะ ถ้าเขียนแนวเข้มๆ ต้องดราม่าหนักแน่เลย (เริ่มเพ้อและเรา😅)


#ท่าน...จงถอยไปเสีย! 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/40Y9dTHGCn



วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567

เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ

 


เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ซุ่ยหมาง

ผู้แปล : More Chinese

สำนักพิมพ์ Lilac


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พระเอก เฉาเฟิง เป็นชนกลุ่มน้อย(เผ่าเหมียว) อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ ฐานะทางบ้านยากจนมากกก แต่พระเอกเป็นคนขยันหัวดีเรียนเก่ง พ่อนายเอกเป็นนายธนาคารไปเจอพระเอกตอนเดินทางไปทำโครงการในถิ่นทุรกันดาร เห็นพระเอกแม้แต่รองเท้าก็ยังไม่มีใส่ เลยรับอุปการะช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียนให้พระเอกมาเรื่อยๆ  จนแม่พระเอกเสีย พ่อก็เลยให้พระเอกมาอยู่ด้วยกันที่บ้านและย้ายมาเรียนในตัวเมือง ความจริงพ่อนายเอกอยากพาพระเอกมาอยู่ด้วยตั้งนานแล้ว แต่ติดที่ลูกชายหรือนายเอกไม่ยอมสักที 

วันแรกที่พระนายเจอกัน นายเอกเห็นพระเอกแต่งตัวโทรมๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ สีซีดๆ สีผิวก็คล้ำดูสกปรกมอมแมม เลยเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกเป็นขอทานก็เลยให้เงินไปซื้อไอติม พระเอกก็อาย แต่ไม่กล้าบอกว่าตัวเองเป็นใคร เพราะตอนนั้นยังพูดจีนกลางได้ไม่ค่อยชัด แถมนายเอกยังดูดีมาก เปล่งประกายสุดๆ ช่างแตกต่างจากตัวเองราวฟ้ากับดิน

ตอนแรกนายเอกยังไม่ค่อยชอบพระเอก เลยสั่งห้ามไม่ให้พระเอกบอกใครเรื่องที่อยู่บ้านเดียวกันและให้ทำเป็นไม่รู้จักกันตอนอยู่ที่โรงเรียน  พระเอกก็เชื่อฟัง นายเอกว่าไงก็ว่าอย่างนั้น ...พระเอกคือมาจากหลังเขาจริงๆ ใสซื่อมาก ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเขาใช้ชีวิตกันยังไง เข้าสังคมก็ไม่ค่อยเก่ง ตอนนายเอกพาไปตัดผมพระเอกยังไม่รู้เลยว่าที่นอนสระผมต้องหันหัวไปทางไหน ไม่เคยเห็นทีวี แต่ก็พยายามเรียนรู้และค่อยๆ ปรับตัว ตั้งใจเรียนเป็นเด็กดี พยายามรบกวนพ่อนายเอกให้น้อยที่สุด เวลาพ่อนายเอกจะให้เงินค่าขนมหรือนายเอกซื้อของอะไรให้ก็ไม่เอา เว้นแต่นายเอกกับพ่อจะบอกว่าเป็นของเหลือไม่ใช่แล้วหรือได้มาฟรี พระเอกถึงจะยอมรับ พระเอกเป็นคนประหยัดมาก แต่ใจป้ำกับนายเอกสุดๆ ของตัวเองซื้อแบบลดราคาแต่ของนายเอกคือต้องดีที่สุดเท่านั้น

อยู่ไปอยู่มานายเอกก็เห็นว่าพระเอกนิสัยดีจริงทั้งยังทำอาหารอร่อยด้วย เลยค่อยๆ เปิดใจยอมรับและติดพระเอกมากขึ้นเรื่อยๆ พระเอกก็ตามใจน้องฝุดๆ เช่นรู้ว่านายเอกชอบกินเกาลัดที่ขายอยู่นอกโรงเรียนก็จะแอบปีนรั้วออกไปซื้อมาให้ ตอนที่พระเอกไปมีเรื่องกับคนอื่นแล้วเขาตามมาเอาเรื่องถึงที่ พระเอกก็ไม่ยอมบอกครู แต่เลือกไปจัดการเคลียร์เอง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับนายเอกด้วย พระเอกเลยไม่อยากให้ใครรู้ พอไปถึงก็เจออีกฝ่ายยกพวกมาเป็นสิบแต่พระเอกมาแค่คนเดียว ตอนแรกนึกว่าต้องเลือดตกยางออกแน่ๆ แต่ไม่จ้า พระเอกคือชักมีดมาจี้คอตัวต้นเรื่องแล้วขู่เลย ฝั่งนั้นเห็นพระเอกใจเด็ด บวกกับสภาพร่างกายที่สูงใหญ่ก็เลยกลัว และรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับนายเอกตามที่พระเอกบอกอีก... คือก่อนหน้านี้นายเอกนัดเพื่อนเก่า(ที่เป็นเด็กไม่ค่อยดี) ออกมาเลี้ยงข้าวในงานวันเกิดตัวเอง แล้วก็เล่มเกมที่ใครแพ้ต้องถูกตบหน้า พระเอกแวะเอาของมาให้แล้วเห็นตอนที่นายเอกโดนลงโทษพอดีเลยนึกว่าถูกรังแก ก็เลยพุ่งเข้าไปต่อยคน อีกฝ่ายเลยผูกใจเจ็บพระเอก แต่นายเอกไม่รู้นึกว่าเพื่อนคงไม่โกรธแล้ว

ก่อนหน้านี้พระเอกใช้โน้ตบุ๊กนายเอกแล้วเข้าใจผิดคิดว่านายเอกชอบผู้ชาย (แต่จริงๆ นายเอกไม่ได้ชอบ แต่เป็นเพื่อนน้องที่อยู่เมืองนอกต่างหากที่ชอบ) พระเอกไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ไม่เคยเจอมาก่อน ก็เลยไปค้นหาข้อมูลในเน็ตและปรึกษาคนอื่นดู ค้นไปค้นมารู้ตัวอีกที อ้าว..กลายเป็นตัวเองซะงั้นที่ชอบนายเอก พระเอกเลยพยายามหาอย่างอื่นทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจตัวเองออกมา เช่นไปทำงานพาร์ตไทม์ แต่นายเอกเป็นเด็กติดคน ก่อนหน้านี้ติดพ่อแต่พอพระเอกดีด้วย(มากๆ) เลยหันไปติดพระเอกแทน พอรู้ว่าพระเอกไม่อยู่บ้าน ตัวเองอยู่คนเดียวตื่นมาไม่เจอใครก็ขอให้พระเอกเลิกทำงานนี้ได้ไหม(เดี๋ยวน้องจ่ายค่าจ้างให้เอง) พระเอกรักน้องมากเข้าใจปมในใจน้องที่ขาดความรัก เพราะตอนน้องอยู่กับแม่ที่เมืองนอก แม่ก็งานเยอะไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ตอนน้องอยากเจอน้าอยากให้น้ามาหาก็ลงทุนถึงขนาดยอมเรียนเปียโนที่ตัวเองไม่ได้ชอบเพื่อเรียกร้องความสนใจจากน้า ตอนมาอยู่กับพ่อ ช่วงแรกๆ ก็แกล้งป่วยเพื่อให้พ่อกลับบ้านมาอยู่ด้วย สุดท้ายหลังๆ งานหนักเกินพระเอกเลยยอมลาออก ...

จากนั้นพ่อจะให้ญาติคนหนึ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านด้วย พระเอกไปแอบได้ยินเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินก็เลยขอย้ายออกไปอยู่หอพักโรงเรียน พ่อพระเอกไม่อยากให้ไปเพราะรู้ว่าลูกตัวเองติดพระเอกมากขนาดไหน เลยบอกให้พระเอกเป็นคนไปบอกนายเอกเอง ตามคาด พอนายเอกรู้ก็โกรธมาก งอนไม่ยอมพูดกับพระเอกและไม่ไปกินข้าวตอนพักกลางวันด้วย...

ต่อมาญาติที่มาอยู่ด้วยก็บังเอิญไปเห็นตอนที่พระนายกอดกันก็เลยตกใจ ช็อก ไม่ยอมกลับบ้าน พอพ่อนายเอกโทรไปถามก็เอาแต่บอกให้คนในบ้านไปตรวจเอดส์ (ความรู้ติดลบมาก การศึกษาสำคัญจริงๆ) นายเอกรู้แล้วว่าญาติต้องเห็นแน่ๆ เลยไปลองพูดหยั่งเชิงพ่อดู ปรากฏว่าพ่อก็ดูเปิดกว้างดีไม่ได้คัดค้านอะไร นายเอกเลยเบาใจคิดว่าพ่อน่าจะรับได้ แต่ที่ไหนได้พอพ่อรู้ว่าทั้งสองคนชอบกันคือองค์ลงเลยจ้า รับไม่ได้ โมโหมาก โกรธพระเอกมาก ยื่นข้อเสนอว่าระหว่างให้นายเอกไปเรียนเมืองนอกแล้วพระเอกย้ายโรงเรียน แต่ไม่ส่งกลับบ้านเดิม(ยังส่งเสียเหมือนเดิม) กับนายเอกอยู่ต่อแต่ไล่พระเอกออกไปแทน จะเอาอันไหน ตอนแรกนายเอกคิดว่าบางทีพ่ออาจจะโกรธไม่นาน อาจยังมีหวัง แต่พอน้องไปแอบรู้ว่าแฟนสาวพ่อกำลังตั้งท้อง บวกกับได้รู้เรื่องที่เพื่อนตัวเองถูกพระเอกข่มขู่ไม่ให้เข้าใกล้ตน ทีนี้น้องเลยตัดสินใจไปเองเลยจ้า...

8 ปีผ่านไป นายเอกก็กลับมาเมืองจีนอีกครั้งเพราะเรื่องพ่อ ส่วนพระเอกก็กลายเป็นอาจารย์ในมหาลัยฯ เป็นนักวิจัย แถมยังป๊อปมากด้วยทั้งในหมู่ผู้หญิงและผู้ชาย สูงใหญ่คมเข้ม หล่อแบบแบดๆ จนต้องใส่แว่นเพื่อให้ดูซอฟท์เพื่อให้คนกล้าเข้าใกล้ ถึงจะหาเงินได้เยอะแล้วแต่ก็ยังทำตัวสมถะเหมือนเดิม บ้านไม่ซื้อรถไม่ขับ ใส่เสื้อผ้าตลาดนัด ชอบซื้อของตอนลดราคา ...ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาพระเอกจะส่งจดหมายไปให้ทั้งพ่อนายเอกและนายเอกอยู่เสมอ ต่อให้ไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับแต่ก็ไม่เคยท้อ พยายามสืบหาข่าวนายเอกอยู่ตลอด (พระเอกออกนอกประเทศไม่ได้เพราะงานวิจัยที่ทำสำคัญมาก รัฐบาลจึงไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ) วันหนึ่งพ่อนายเอกเจอมรสุมชีวิตแล้วป่วยหนักด้วย พระเอกเลยลาออกจากที่ทำงานเก่าเพื่อกลับมาดูแลพ่อนายเอก มาแอบจ่ายค่ารักษาให้ แต่ต้องดูแลแบบห่างๆ แบบแอบๆ เพราะคุณพ่อไม่อยากเจอพระเอก ไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ จากพระเอกทั้งนั้น

ตอนนายเอกได้เจอพระเอกอีกครั้ง น้องก็เข้าใจผิดคิดว่าพระเอกคงแต่งงานแล้ว แต่เข้าใจผิดได้ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เคลียร์ใจกันได้ นายเอกย้ายมาอยู่ในบ้านพักอาจารย์ของพระเอก พอเห็นสภาพที่พักและการแต่งตัวของพระเอก น้องก็นึกว่าพระเอกจน (แต่จริงๆ พระเอกรวยแล้วนะ) ความจริงพระเอกแค่ไม่ยอมใช้เงินกับตัวเองแต่เก็บไว้รอให้นายเอกกลับมาใช้เฉยๆ พอคนกลับมาพี่แกก็ซื้อบ้านซื้อรถ ให้บัตรนายเอกไว้รูด สายเปย์คลั่งรักฝุดๆ รอนายเอกกลับมาตลอดไม่เคยมองใครเลย...


#เขาคือบรรพบุรุษน้อยของผม 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5fgNcbZUYN