วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

หนึ่งเขนยเคียงปฐพี 2 เล่มจบ 


หนึ่งเขนยเคียงปฐพี 2 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : จื่อเวยหลิวเหนียน

ผู้แปล : ตังตัง

สำนักพิมพ์ Princess


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวจอมยุทธ์ ยุทธภพ ราชสำนัก 

พระเอก ซูเสวียน เป็นจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ ศิษย์เอกของสำนักใหญ่สำนักหนึ่งที่เพิ่งลงจากเขาออกไปหาประสบการณ์ ระหว่างทางได้ประสบพบเจอกับภัยพิบัติที่ทำให้ผู้คนอดอยากไม่มีจะกิน รวมถึงเรื่องราวมากมายที่มีทั้งดีและไม่ดี ได้ช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน สังหารโจรชั่วที่ก่อกรรมทำเข็ญ จนทำให้ถูกพรรคพวกของกลุ่มโจรชั่วโกรธแค้นตามไล่ล่าสังหารจนต้องหลบหนี ส่วนนางเอกเป็นคุณหนูกุลสตรีในห้องหอ บุตรสาวคนเล็กของท่านอ๋องแห่งหลางหยาที่แสนสูงศักดิ์ 

ตอนนั้นนางเอกอายุ 13 ขณะเดินทางออกจากบ้านไปเยี่ยมพี่สาวที่แต่งงานไปยังเมืองอื่น นางก็ถูกคนโฉด1(ในยุทธภพ) หมายตาโดยไม่รู้ตัว แต่โชคดีที่พระเอกสังเกตเห็นก่อนจึงทำให้นางรอดพ้นจากการถูกโจรชั่วลักพาตัวไปได้หนึ่งครั้ง... ทว่าแต่ช้าแต่... ต่อมาก็เกิดภัยพิบัติ นางเอกออกมาข้างนอกพอดีแล้วเกิดพลัดหลงกับบ่าวไพร่ผู้ติดตาม เลยถูกคนจับไปเป็นเสบียงอาหาร (ตอนนั้นบ้านเมืองอดอยาก ชาวบ้านต้องขุดรากไม้และแลกลูกกันกิน) พอหนีออกมาได้ นางก็ดันไปปะกะจอมโฉด1 เจ้าเดิม... หลังจากนั้นชีวิตของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ประหนึ่งร่วงตกสู่ขุมนรก นางเอกถูกจับกรอกยาทำให้เป็นใบ้ ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ทำลายความมั่นใน จนทำให้นางไม่กล้าขอให้ใครช่วยเหลือ ... ทว่าในขณะที่กำลังสิ้นหวังถึงขีดสุด ใครบางคนก็หานางพบ และพานางออกมาจากนรกขุมนี้...

พระเอกเห็นนางเอกถูกโจรชั่วจับตัวไป แต่เพราะตอนนั้นกำลังสู้ติดพันกับคนอื่นอยู่เลยทำให้ตามไปช่วยไม่ทัน แต่พอสู้เสร็จพี่ก็รีบไล่ตามมาตลอดจนสุดท้ายก็ช่วยคนออกมาได้สำเร็จ ...จากนั้นก็เป็นมหากาพย์การหนีและพานางเอกส่งกลับบ้าน เล่มแรกนี่เป็นเหมือนช่วงอัพเลเวลของพระเอกเลย คือพระเอกอะเป็นคนมีพรสวรรค์ในด้านวรยุทธ์ เป็นกล้าไม้ชั้นเลิศของสำนัก อาจารย์ในสำนักรู้ว่าพระเอกเก่งแต่ยังขาดประสบการณ์ รู้ดีว่าศิษย์คนนี้เกลียดความอยุติธรรม ทนเห็นคนถูกรังแกไม่ได้ เลยคอยเตือนๆ พระเอกเรื่องพวกนี้ตลอดเวลาลงจากเขา เพราะในยุทธภพยังมีพวกโจรชั่วที่จิตใจอำมหิตเหลือคณาที่ฝีมือเหนือกว่าและไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วยอยู่อีกมาก ....แต่เชื่อมะ ทุกคนที่อาจารย์เตือนมา...พระเอกคือเข้าไปซัดด้วยหมดจ้าา55

คือไม่ใช่ว่าพี่แกหลงตัวเองหรือทะนงว่าตัวเองเก่งอะไรนะ เพียงแต่เป็นคนดี(มากก) ทนเห็นคนถูกรังแกไม่ได้จริงๆ ต่อให้ตอนนั้นฝีมือจะยังอ่อนกว่าสู้เขาไม่ได้ก็ตาม (เพิ่ง 16 ปี) แต่เห็นคนถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาอะ จะให้พี่ปล่อยผ่านได้ไง อย่างที่ตามไปช่วยนางเอกนั่นแหละ อีกฝ่ายเก่งกว่าแล้วไง คนกำลังจะตายต่อหน้าจะให้เมินเฉยไม่ทำอะไรได้เหรอ?? แบบนั้นมันไม่ใช่นิสัยพระเอกไง คนอื่นอาจทำได้แต่พระเอกคือทำไม่ได้จ้าาา  ไม่ได้ตามไปเพราะหลงใหลในรูปโฉมหรือหวังชื่อเสียงใดๆ แค่อยากช่วยคนบริสุทธิ์จริงๆ ขนาดนางเอกถามชื่อยังไม่บอกเลย กว่านางเอกจะรู้ชื่อเสียงเรียงนามว่าผู้มีพระคุณเป็นใครก็ผ่านไป 3 ปีแล้วว

พระเอกเรื่องนี้คือหล่อทั้งภายนอกและภายในจริงๆ ดีงามทั้งกาย วาจา ใจ เป็นคนเก่ง ฉลาด จิตใจไม่ซับซ้อน เข้าถึงง่าย ไม่เย็นชา ส่วนนางเอกถึงจะเป็นคุณหนูในห้องหอเจ้าน้ำตาไปบ้าง แต่ก็อ่อนหวานและมีจิตใจที่แข็งแกร่ง จิตใจดีไม่มีความอิจฉาริษยา เข้าใจในตัวพระเอกและไม่เคยอยากให้พระเอกเปลี่ยนแปลงอะไร คนภายนอกหรือครอบครัวนางเอกอาจจะมองว่าพระเอกไม่คู่ควรกับนางเอก แต่นางเอกกลับรู้ดีว่าตัวนางเองต่างหากที่ไม่คู่ควรกับเขา เขาสูงส่ง เขาดีเกินไป ส่วนนางกลับช่วยอะไรเขาไม่ได้ นอกจากเป็นภาระและตัวถ่วง...

สองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วคือดีมาก หวานมาก ไม่มีทะเลาะตัดพ้อหรืองอนเงินใดๆ (ฉาก nc มีนิดหน่อยแต่ภาษาสวยมาก) แรกๆ นางเอกคือมีใจอยู่ฝ่ายเดียว แถมเป็นฝ่ายสารภาพรักก่อนด้วย เพราะด้วยภาระที่หนักหนา ไหนจะเรื่องความต่างระหว่างชนชั้น พระเอกจึงไม่ได้ตอบรับนางเอกอยู่นาน กระทั่งนางเอกเกือบจะอายุ 20 หลังจบเหตุการณ์ที่พระเอกตามมาช่วยนางเอกประลองฉิน นางเอกก็ตัดสินใจไปหาพระเอกอีกครั้งเพื่อบอกการตัดสินใจของตัวเอง ว่าในภายภาคหน้านางจะไปสมัครเป็นนักพรตเพื่อกล่อมเกลาจิตใจที่สำนักของพระเอกนะ นางไม่หวังจะได้แต่งงานกับพระเอกหรอก แค่ขอได้เจอพระเอกบ้างก็ยังดี ...หลังจากนั้นพระเอกก็จูบคนเลยจ้า บอกว่าจะไปเป็นนักพรตทำไม ตัวเขาไม่ได้เป็นนักพรตเสียหน่อย แล้วก็ตกลงกันว่ารอให้นางเอกออกจากการไว้ทุกข์เมื่อไรพระเอกก็จะพาคนไปสู่ขอตามธรรมเนียมนะ...

จากนั้นข่าวที่พระนางคบกันก็ไปถึงหูตัวร้าย ก็คืออิท่านโหวที่แอบชอบนางเอกมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ก็โกรธแค้นพระเอกมากกก (โกรธเพื่อออ?) เลยวางแผนลอบทำร้ายพระเอกโดยที่พระเอกและใครๆ ไม่ระแคะระคายสงสัยเลยสักนิด สุดท้ายพระเอกก็สติฟั่นเฟือนเกิดอาการคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าคนในตอนที่ไม่ได้สติ และกลายเป็นศัตรูกับคนเกือบทั่วทั้งยุทธภพ

จริงๆ คืออิฝ่ายตัวร้ายน่ะแค้นที่ถูกพระเอกทำลายแผนการมาหลายรอบเลยอยากกำจัดพระเอกทิ้ง เพราะก่อนหน้านี้มันมีสำนักอธรรมสำนักหนึ่งชื่อว่าสำนักเจามู่ผงาดขึ้นมา ผงาดโดยการไล่ฆ่าทำลายสำนักอื่นที่เห็นต่างไม่ยอมสวามิภักดิ์ืตน  จนทำให้ยุทธภพตอนนั้นเหมือนตกอยู่ในขุมนรก สำนักต่างๆ บ้างถูกทำลายบ้างถูกกลืนกิน ไม่มีใครกล้าต่อกรเพราะทุกคนที่กล้าสู้ล้วนถูกสังหารตายหมดอย่างโหดเหี้ยม ในงานชุมนุมกระบี่มีสำนักธรรมะหนึ่งถูกอิพรรคเจามู่หมายหัว พอถูกหมายหัวเพื่อนฝูงก็หายเรียบเพราะไม่อยากติดร่างแหไปด้วย คนในสำนักคือหน้าเศร้ารู้ว่าคงไม่รอดแน่... แต่หารู้ไม่ว่าพระเอกกำลังตามปกป้องอยู่ อิพรรคเจามู่ก็พยายามกันพระเอกออกไปเพราะรู้ว่าพระเอกเก่งมาก (หลังช่วยนางเอกเสร็จพระเอกก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ จนเก่งกว่าอาจารย์และเก่งที่สุดในยุทธภพ ถ้าไม่หมาลอบกัดพระเอกก็ชนะขาดอะ) หลังจบงานชุมนุมกระบี่ยุทธภพก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อิพรรคเจามู่ก็เลยยิ่งแค้นและอยากกำจัดพระเอกสุดๆ 

เล่ม 1 ว่าสนุกแล้ว เล่ม 2 ยิ่งไม่แผ่ว โคตรสนุกมันมากกก ลุ้นแทบทุกตอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในหน้าถัดไป คาดเดาอะไรไม่ได้เลยจริงๆ นักเขียนเขียนเก่ง เขียนดีมาก คนแปลก็แปลดีมากเช่นกัน(ขอชื่นชมจริงๆ) เป็นแนวยุทธภพที่สนุกมาก การเมืองการต่อสู้เข้มข้น ลุ้นสุดๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งเรื่องความรักนะ มีทั้งความรักแบบคนรัก รักแบบศิษย์พี่ศิษย์น้อง สายสัมพันธ์ของลูกศิษย์กับอาจารย์และเหล่าสหาย คู่พระนางดีงาม คู่ลูกศิษย์ก็ดีไม่แพ้กัน ตัวละครมีมิติ มีครบทุกรส พล็อตแน่นเจ้มจ้นมาก ชอบมากจริงๆ ...

ในเล่ม 2 เราจะได้รู้สักทีว่าใครคือบอสที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้ คราวนี้จะได้เจอทั้งศึกนอกศึกในเลยจ้า มีศพเดินได้ที่ฆ่าแล้วไม่ตาย มีทั้งกู่และพิษร้ายสารพัด และยังมีเรื่องการก่อกบฏบลาๆ เยอะแยะมากมาย สรุปสั้นๆ สนุกมากกกก อ่านเถอะ^0^


#หนึ่งเขนยเคียงปฐพี 2 เล่มจบ  ➡️ https://s.shopee.co.th/3fvJFFVB20




วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2567

บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน 2 เล่มจบ 

 


บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน 2 เล่มจบ 

ผู้แต่ง : เทียนอ้าย

ผู้แปล : อวี้

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวสงครามการสู้รบแย่งชิงแผ่นดิน อยู่ในช่วงยุคสมัย 5 ชนเผ่า แผ่นดินยังไม่รวมเป็นหนึ่ง บางตัวละครในเรื่องมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์

นางเอก มู่เฉิน เป็นชาวฮั่น บุตรสาวตระกูลมู่ มารดาเป็นอนุ ถูกบิดาทอดทิ้งไม่เหลียวแล ปล่อยให้นางกับแม่และน้องสาวถูกภรรยาเอกและบุตรสาวของภรรยาเอกดูถูกรังแก ...ตอนแรกนึกว่าเรื่องภายในบ้านนางเอกจะมีมากกว่านี้ซะอีก แต่เอาเข้าจริงคือมันผ่านไปไวมาก55 เปิดเรื่องมาได้ไม่กี่หน้านางเอกก็ถูกเทวทูตแห่งเขาปี้ลั่วเลือก จากนั้นก็พาขึ้นเขาไปศึกษาศาสตร์แห่งกษัตริย์ตามตำนานที่กล่าวเอาไว้เรียบร้อยแว้วว ตามตำนานที่ว่าในทุกๆ 20-30 ปีไปจนถึง 200-300 ปีจะมีเทวทูตแห่งเขาปี้ลั่วลงมายังโลกมนุษย์เพื่อคัดคนที่มีความสามารถไปศึกษาศาสตร์แห่งกษัตริย์บนเขาปี้ลั่ว ...นางเอกถูกพาไปตอน 9 ขวบ ผ่านไป 7 ปีพอได้ลงจากเขา นางก็รีบกลับบ้านไปตามหาแม่กับน้องก่อนเลย แต่กลับต้องพบว่าคนที่ตนเฝ้าถวิลหามาตลอดล้วนไม่อยู่แล้ว แม่ตาย ส่วนน้องสาวก็หนีออกจากบ้านไปเป็นอนุใครไม่รู้ที่แคว้นอื่น แถมตัวเองก็ยังถูกคนหมายหัวต้องการตัวเพราะเรื่องศาสตร์แห่งกษัตริย์นั่นด้วย 

พระเอก มู่หรงชง เป็นอดีตเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเยียนที่ล่มสลาย มีใบหน้างดงามยิ่งกว่าอิสตรีจนทำให้ฮ่องเต้แคว้นฉินหลงใหล ...พระนางได้พบกันโดยบังเอิญในระหว่างที่นางเอกกำลังตามหาน้องสาว จากนั้นพระเอกก็ได้ช่วยนางเอกเอาไว้อีก นางเอกก็เลยตัดสินใจว่าจะติดตามพระเอกเพื่อช่วยฟื้นฟูแคว้น ...ฮ่องเต้แคว้นพระเอกยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นฉิน เชื้อพระวงศ์ของแคว้นเยียนรวมถึงราษฎรเลยถูกเกณฑ์มายังแคว้นฉินเกือบหมด ส่วนตัวถ้าไม่นับเรื่องที่ฮ่องเต้แคว้นฉินทำแบบนั้นกับพระเอก เราว่าพี่แกก็เป็นฮ่องเต้ที่ใจกว้างอยู่นะ ไม่สังหารพวกเชื้อพระวงศ์แคว้นอื่นที่มาสวามิภักดิ์ไม่พอ ยังกล้าให้ตำแหน่งขุนนางที่สำคัญกับคนต่างแคว้นอีกต่างหาก ขุนนางคนสนิทข้างกายก็เตือนแล้วเตือนอีก บอกว่าอย่าเก็บคนพวกนี้ไว้ให้สังหารทิ้งเสีย ไม่งั้นวันหน้าจะมีปัญหาตามมา แต่พี่แกก็ไม่ฟังไม่เชื่อ สุดท้ายก็... นั่นแหละ

ในเรื่องก็จะเน้นไปที่สงครามการสู้รบ เพราะอยู่ในช่วงกลียุค ไปที่ไหนก็เจอแต่สงครามการก่อกบฏ มีทั้งการทรยศหักหลัง พี่น้องอาหลานฆ่ากันเอง ไม่มีที่ไหนสงบสุขเลย ส่วนพระนางก็มีเรื่องให้เข้าใจผิดกันจนต้องแยกจากกันไปนานหลายปี หลังปรับความเข้าใจกันได้ก็ยังต้องเผชิญกับสงครามและเรื่องราวอีกมากมายในยุคสมัยที่แผ่นดินร้อนเป็นไฟ ต้องผ่านการทรยศหักหลังจากคนสนิทที่ไว้ใจ ฝ่าคมดาบทะเลเลือด สุดท้ายเพียงขอแค่ให้คนที่ตนเองรักได้อยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงวันที่บ้านเมืองสงบสุขเท่านั้นพอ แต่กว่าจะถึงวันนั้นบอกเลยลากเลือดมากกก 

อ่านจบแล้ว... ส่วนตัวรู้สึกว่าปมศาสตร์แห่งกษัตริย์ หรือเรื่องที่นางเอกถูกพาขึ้นเขาปี้ลั่วนี่จริงๆ ไม่ต้องมีก็ได้นะ55 เพราะเอาจริงๆ มันก็ไม่ได้มีใครให้ความสนใจขนาดนั้น แบบถึงขนาดต้องลงไม้ลงมือฆ่ากัน หรือพยายามแย่งชิงตัวคนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนแรกก็แอบนึกว่าหลังนางเอกลงจากเขามานี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ต้องฉลาดมากๆ หรือมีวรยุทธ์สูงแน่ๆ เลย แบบต้องเก่งอย่างใดอย่างหนึ่งนี่แหละ แต่ก็... ไม่เห็นมีไรเลย วรยุทธ์ไม่มีส่วนบุ๋นก็ธรรมดา (ช้านผิดเองที่ไปคาดหวัง ช้านผิดเองงง) ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แล้วมันก็มีหลายที ที่นางเอกเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรบางอย่างเจอก่อนที่จะเกิดเรื่องด้วยนะ แต่นางก็ชอบปล่อยผ่านไม่ให้คนไปตรวจสอบอะ เพราะคิดว่าคงไม่มีไร แต่สุดท้ายมันก็มี(ทุกที) อย่างตอนที่เห็นแผ่นหลังนางกำนัลคนหนึ่งในวังแล้วรู้สึกคุ้นๆ แต่ก็ปล่อยผ่าน หรือตอนที่เห็นม้าดีในโรงเตี้ยมที่พักแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ตรวจอะไรต่อ ผิดวิสัยคนที่เจออะไรมาเยอะ แบบมันน่าจะมีความระมัดระวังมากกว่านี้ไหมอะ ส่วนตัวเราเลยรู้สึกว่าถึงเรื่องมันจะดูหนักแต่ก็ยังไม่ค่อยสุดเท่าไร...


#บทเพลงปณิธาน ตำนานวิหคโผบิน 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/VyHTXZWWl





วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567

จอมมารมิลืมรัก 3 เล่มจบ

 

จอมมารมิลืมรัก 3 เล่มจบ + เล่มพิเศษ

ผู้แต่ง : โม่ซีเคอ

ผู้แปล อาเหีย

สำนักพิมพ์ Minerva Book


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นายเอก ฉือมู่เหยา ตายแล้ววิญาณทะลุมิติมาอยู่ในนิยายแนวโลกบำเพ็ญเพียร มาอยู่ในร่างของศิษย์ชายเพียงหนึ่งเดียวของสำนักเหอฮวน สำนักฝ่ายมารที่บำเพ็ญเพียรด้วยการหาเตาหลอมพลังหรือผู้ฝึกตนที่มีพลังสูงกว่ามาบำเพ็ญคู่ด้วย นายเอกมาอยู่ในร่างของตัวประกอบที่จะถูกตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ฆ่าตายอย่างอนาถ นายเอกไม่อยากมีจุดจบแบบนั้น ทว่าสุดท้ายก็ยังหนีชะตากรรมบางอย่างที่อยู่ในหนังสือไม่พ้นอยู่ดี...

พระเอก ซีหวาย เป็นนายน้อยหรือบุตรชายเพียงคนเดียวของ ซีหลิน ประมุขสำนักมารที่ใหญ่ที่สุดในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ นิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าคนเป็นผักปลา แต่มีร่างกายและคุณสมบัติในการฝึกตนยอดเยี่ยม ...พระเอกถูกตาเฒ่าสำนักโอสถจับมาขังไว้ในถ้ำและผนึกพลังทำให้หนีออกไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะหนีออกไปได้คือต้องยอมเป็นเตาหลอมพลังให้กับนายเอก(ที่ถูกจับมาที่หลัง) ทำให้นายเอกเลื่อนขั้นถึงขั้นจี้จูได้ก่อนจึงจะทำลายอาคมที่ผนึกประตูออกไปได้ ตาเฒ่าโอสถคิดใช้นายเอกมาหยามเกียรติพระเอก ซึ่งในนิยายเดิมพระเอกจะต้องกลายเป็นเตาหลอมพลังให้ตัวละครนี้นานถึง 7 ปีอย่างไม่ยินยอม พอออกไปได้ก็คลั่ง ตามไปสังหารคน รวมถึงทำลายสำนักของนายเอกทิ้งราบคาบ เป็นตัวร้ายที่แท้ทรู 

นายเอกไม่อยากมีจุดจบแบบนั้น ไม่อยากมีอะไรกับพระเอกและไม่อยากได้พระเอกเป็นเตาหลอมด้วย ส่วนพระเอกก็ไม่ได้อยากทำกับบุรุษเหมือนกัน เลยตกลงกันว่าพอออกไปได้ก็ให้ทางใครทางมันไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก นายเอกเลยโอเคตรงใจพอดี เวลาทำนายเอกจะไม่แตะต้องส่วนอื่นบนร่างกายพระเอกเลย แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นพระเอกที่เริ่มหวั่นไหวอยากแตะต้องนายเอก อยากให้เขาจูบตัวเอง แต่ทำยังไงนายเอกก็ไม่คล้อยตามไม่หลงกล ไม่แม้แต่จะบอกชื่อจริงของตัวเองหรือให้พระเอกเห็นใบหน้าที่แท้จริง (ในถ้ำมืดพระเอกมองไม่เห็น) กระทั่งกลิ่นบนร่างกายกับน้ำเสียงก็ยังปลอม(สำนักนายเอกเก่งเรื่องพวกนี้) พระเอกเลยรู้แต่ว่านายเอกเป็นคนของสำนักนี้แต่นอกนั้นคือไม่รู้อะไรเลยจ้าา คนในสำนักนายเอกก็ไม่มีใครยอมบอก พระเอกเลยได้แต่สุ่มหาไปเองเรื่อยๆ จนผ่านไป 3 ปี ช่วงที่ตามหาคน หากเจอใครที่มีระดับขั้นพลังหรือท่าทางดูคล้ายๆ นายเอกกำลังตกอยู่ในอันตราย พระเอกก็จะรีบเข้าไปช่วยทันที จนทำให้พรรคฝ่ายธรรมะเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกกำลังกลับตัวกลับใจ55 

เวลามีงานไหนที่ฝ่ายธรรมะจัดขึ้นพระเอกก็จะไปร่วมแจมด้วย เผื่อจะได้เจอคนที่ตัวเองกำลังตามหา ...แต่จริงๆ นายเอกไม่ได้ไปไหนไกล แค่ไปสมัครเป็นลูกศิษย์พรรคฝ่ายธรรมะที่ดูแลพวกสัตว์วิญญาณแถวๆ นั้นแหละ  เป็นพรรคที่ยากจนมากกก เลยไม่ค่อยมีใครอยากมาสมัครเข้าพรรค แต่นายเอกคือชอบ ตอบโจทย์ชีวิตเลย พอเข้ามานายเอกก็กลายเป็นคนจัดการดูแลงานการทุกอย่างในพรรค เพราะพรรคนี้ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากเลี้ยงดูสัตว์วิญญาณ พอมีนายเอกมาอยู่ด้วยทุกอย่างถึงได้เป็นระบบเริ่มมีระเบียบขึ้นมา (ก่อนทะลุมานายเอกเป็นเด็กเรียนตัวยง เก่งคำนวณ ทำอะไรเป็นระเบียบเรียบร้อย เวลาไปอยู่สำนักไหนเลยมักได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแล+คุมบัญชีตลอด) 

ต่อมาพรรคใหญ่ของฝ่ายธรรมมะจัดงานหนึ่งขึ้น พระเอกคิดว่านายเอกน่าจะมาเข้าร่วมด้วยเลยตามมาร่วมแจม(อีกและ)55  ตอนแรกพระเอกจำนายเอกไม่ได้  เลยได้แต่ไล่ตรวจคุณสมบัติคนที่ใกล้เคียงแล้วตัดตัวเลือกออกไปเองเรื่อยๆ แต่พี่แกก็เริ่มเอ๊ะๆ แบบสงสัยนายเอกมั่งแล้วนะ พยายามจับสังเกตท่าทางความเคยชินต่างๆ ของนายเอก แต่ก็ยังไม่เจอพิรุธจังๆ นายเอกก็พยายามหลบเลี่ยงพระเอก ให้ตายก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองคือคนนั้น ไม่หลุดพิรุธเลย แต่เวลาพระเอกกำลังตกอยู่ในอันตรายช่วงวิกฤตทีไร นายเอกก็จะแอบยื่นมือเข้าไปช่วยทุกที ...

สุดท้ายพระเอกก็ตัดตัวเลือกทั้งหมดทิ้งแล้วพุ่งเป้าไปที่นายเอกคนเดียว เริ่มมีอาการหึงหวงเวลาเห็นนายเอกคุยกับคนอื่น พอเห็นก็จะใช้อาคมบังคับให้นายเอกหันมามองแต่ตัวเอง คอยตามวอแวอยู่ข้างๆ เหมือนลูกหมายักษ์ (มากกก พระเอกสูง 190+ รูปร่างสูงใหญ่ ส่วนนั้นก็ใหญ่55) ใจนายเอกคือไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้วจริงๆ ทว่าในตอนที่พระเอกคลั่งนายเอกก็ยังแอบไปช่วยดูดพลังออกมานะ ขณะที่ทำก็ใช้อาคมปิดกั้นสัมผัสรับรู้ทุกอย่างของพระเอก ไม่ให้พระเอกรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ตอนที่นายเอกถูกเล่นงานในค่ายกล พระเอกก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของขั้นพลัง เพราะก่อนหน้านี้อิพี่เอาแต่หาคนไม่ยอมกักตัวเลื่อนขั้น พอถูกพ่อบังคับจับขังก็เอาแต่สร้างอาวุธเพื่อเตรียมไว้จับนายเอก55 หลังนายเอกออกมาได้เลยยอมกลับสำนักเพื่อไปกักตัวเลื่อนขั้น นายเอกก็ดีใจหลงนึกว่าพระเอกคงถอดใจจากตัวเองแล้ว  

ผ่านไปไม่นานนายเอกก็ต้องออกไปประมูลเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเอากลับมาเลี้ยงสัตว์วิญญาณหายากชนิดหนึ่ง แล้วก็ได้มาเจอพระเอกกับพวกลูกน้องในงาน คนสำนักมารจะให้พระเอกขึ้นเป็นราชามาร แต่ถูกพระเอกปฏิเสธ คนฝ่ายมารก็เลยแซะว่าพระเอกคงกลับตัวกลับใจแล้วสินะ ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ไปงานของฝ่ายธรรมะแล้วช่วยเหลือคนบ่อยนิ่? พระเอกรำคาญเลยบอกงั้นเป็นก็ได้ คนที่แซะก็อึ้งๆ จะเป็นง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? พระเอกก็เออ เป็นแล้วไงจะเอาไรอีก55 พอคุยบลาๆ กันเสร็จ พระเอกเลยถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่มะ ถ้างั้นจะได้จับคน55... พอนายเอกกับคนสำนักเหอฮวนที่มาด้วยกันได้ยินก็รีบเผ่นเลยจ้า เพราะรู้ว่าพระเอกมาจับตัวเองแน่ๆ แต่รอบนี้พระเอกเตรียมตัวมาดีพาผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงในพรรคมาด้วย เพราะสำนักนายเอกขึ้นชื่อเรื่องหนีเก่ง พระเอกกลัวไล่จับไม่ทันเลยให้คนในพรรคมาช่วยอีกแรง55 

หลังจับคนได้ก็พากลับสำนักตัวเอง พระเอกนึกว่านายเอกก็คงชอบตัวเองเหมือนกันเพียงแต่กลัวพ่อพระเอกจะไม่ยอมรับ (พ่อพระเอกเป็นผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนั้น เพราะพ่อทำพันธะสัญญากับมังกรอสรพิษด้วย) พระเอกก็ไปเคลียร์กับพ่อ แต่พ่อรับไม่ได้ที่ลูกตัวเองจะกลายเป็นเตาหลอมให้คนอื่นแถมอีกฝ่ายยังเป็นบุรุษอีก! ตอนแรกนึกว่าที่ลูกตามหาคนไปทั่วคือจะตามไปฆ่า แต่ที่ไหนได้อิลูกดันไปตกหลุมรักเขาแล้วคิดจะแต่งคนกลับมาซะงั้น พ่อโมโหมากเลยเฆี่ยนตีพระเอกอย่างหนัก พอนายเอกเห็นอาการบาดเจ็บของพระเอกก็ช่วยรักษาให้ (นายเอกทำพันธะสัญญากับสัตว์วิญญาณเลยทำให้มีพลังในการรักษา) พ่อพระเอกเข้ามาเห็นสภาพนายเอกหลังรักษาลูกตัวเองเสร็จก็เริ่มยอมรับความสัมพันธ์นี้อย่างเงียบๆ พอพระเอกรู้ว่านายเอกช่วยตัวเองจนได้รับผลกระทบไปด้วยก็ยิ่งซึ้ง เชื่อว่านายเอกต้องชอบตัวเองเหมือนกันแน่ๆ วันหนึ่งก็เลยลองผูกด้ายคู่รักที่นิ้วก้อยตัวเองกับนายเอก แต่ผลปรากฏว่ามีแต่ฝั่งตัวเองที่ขึ้นสีแดง ส่วนนายเอกเป็นสีขาว พระเอกเลยเข้าใจว่านายเอกไม่ได้ชอบตัวเองเลย เป็นตัวเองชอบเขาอยู่ฝ่ายเดียว แอบเสียใจแต่ก็ยังไม่เลิกชอบนะ...

แต่ความจริงนายเอกน่ะชอบพระเอกแล้วเพียงแต่รู้สึกตัวช้า ตอนนายเอกติดอยู่ในหมอกพิษออกไปไม่ได้ พวกปรมาจารย์ขั้นหยวนอิงของฝ่ายธรรมะที่เคลมตัวเองว่าดีนักดีหนากลับไม่ยอมเข้ามาช่วย ทั้งๆ ที่คนที่ติดอยู่ก็มีแต่ลูกศิษย์ฝ่ายธรรมะของตัวเองทั้งนั้น ไม่ช่วยไม่พอดันกางอาคมล้อมไม่ให้คนข้างในออกมาอีกต่างหาก ...เหอๆ สุดท้ายก็มีแต่พระเอกที่ไม่กลัวตายกล้าบุกฝ่าเข้ามาคนเดียว

พระเอกเห็นนายเอกไม่กลับมาสักทีเลยมาตามหาคน  อยากรู้ว่านายเอกตั้งใจไม่กลับไปเองหรือมีสาเหตุอื่น พอพระเอกโผล่มารอบนี้นายเอกถึงได้แน่ใจว่าตนชอบพระเอกเข้าแล้วจริงๆ แต่พระเอกดันไม่เชื่อเพราะด้ายที่นิ้วนายเอกยังเป็นสีขาวอยู่ ก็เลยนึกว่านายเอกกำลังโกหก ตอนถูกพายุพัดเข้าไปในค่ายกลพระเอกจะสังหารคนทั้งหมดเพื่อให้นายเอกเป็นคนที่ได้ออกไป แต่นายเอกไม่ยอมและทำให้พระเอกพลาดโอกาสสังหารคน พระเอกเลยโมโหต่อว่านายเอก แล้วบอกว่านายเอกเสแสร้งนั่นนู่นนี่บลาๆ หาว่านายเอกไม่ได้รักตัวเองแต่ทำเป็นเสแสร้งว่ารักเพราะอยากหลอกใช้ตน นายเอกได้ฟังก็เสียใจมากกก น้ำตาไหลพราก พยายามอธิบายยังไงพระเอกก็ไม่เชื่อ(เชื่อแต่ด้ายที่ผูกนิ้ว) นายเอกเลยเงียบ ไม่พูดและ แต่พอถึงยามคับขันนายเอกก็เลือกที่จะสละชีวิตตัวเองเพื่อให้พระเอกรอด นั่นแหละพระเอกถึงได้เก็ตว่าตัวเองเข้าใจคนเขาผิดขนาดไหน แล้วอิพี่ก็เริ่มไล่ทำลายกำแพงค่ายกลอย่างบ้าคลั่งเพื่อตามหานายเอก...

อ่านจบแล้วคือสนุกเกินคาดมาก ไม่ได้ตลกอย่างเดียว ตอนที่จริงจังเคร่งเครียดหรือซึ้งๆ กินใจก็มี นายเอกเป็นคนใจเย็นนิ่งๆ จิตใจดี ส่วนพระเอกคือตรงข้ามทุกอย่างจ้า55 ใจร้อน เผด็จการ ปากเปราะ คลั่งรักนายเอกมากกก แทบอยากจะตัวติดกับนายเอกตลอดเวลา ต่อให้กลายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดหรือเป็นราชามารแล้ว แต่ปณิธานอิพี่ก็ไม่เคยเปลี่ยน... นั่นคือการได้เข้าถ้ำกักตัวกับนายเอกสัก 20 ปี 55+ ไม่คิดบุกไปทำลายฝ่ายธรรมะ ไม่คิดรวมสามโลกให้เป็นหนึ่ง พี่ก็แค่อยากอยู่กับเมียเท่านั้น55 วันๆ ก็คอยตามรบเร้าให้นายเอกใช้ตัวเองเป็นเตาหลอม อยากทำหน้าที่เตาหลอม แต่นายเอกคือไม่อยากเพราะพระเอกทำทีโคตรนาน อึดมากกก55 พระเอกก็ไม่ยอม ตามหึงตามบ่นอยู่นั่นแหละ นายเอกด่านกที่เลี้ยงไว้อิพี่ก็น้อยใจ บอกว่าทำไมมีเวลาด่านกแต่ไม่มีเวลาให้ตัวเอง55 ตลกดี หึงได้แม้แต่แม่หมูที่นายเอกไปทำคลอดให้ ตบมุกกันเป็นธรรมชาติดี ในเรื่องจะมีคู่อื่นด้วย ชอบคู่ของศิษย์พี่นายเอกกับเจ้าสำนักเหอฮวนที่อยู่ในเล่มพิเศษที่สุด ชอบพระรองในเรื่องด้วย ตอนแรกก็แอบระแวงกลัวว่าพี่แกจะเปลี่ยนไปเหมือนกันนะ แต่ดีที่สุดท้ายก็ไม่เปลี่ยน...


#จอมมารมิลืมรัก 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/4fnqRGeWdo










วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567

ลางสังหารไขคดีพิศวง 7 เล่มจบ

 



ลางสังหารไขคดีพิศวง  7 เล่มจบ  

ผู้แต่ง : เหว่ยอวี๋

ผู้แปล : วนิดา ลิขิตมงคลสุข

สำนักพิมพ์ Siam Inter Book


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงนางเอกเรื่องปริศนาด่านปีศาจอวี้เหมิน (ผลงานของนักเขียนท่านนี้เหมือนกัน จริงๆ เรื่องลางสังหารออกมาก่อน แต่เราเพิ่งได้ฤกษ์อ่าน55) นางเอกเก่ง+เท่มาก อึดถึก สู้ชีวิตฝุดๆ ต่อสู้เก่ง พึ่งตัวเองได้ไม่ต้องง้อผู้ชายเลย ในเรื่องปริศนาด่านปีศาจอวี้เหมินนางเอกโตมาแบบปากกัดตีนถีบสู้ด้วยลำแข้งตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ส่วนนางเอกลางสังหารไขคดีพิศวงโตมาแบบเด็กสาวธรรมดา มีพ่อแม่รักใคร่ตามใจ เลยมีนิสัยเอาแต่ใจออกแนวคุณหนูหน่อยๆ มีความร่าเริงสดใสเหมือนเด็กสาวทั่วๆ ไป ทว่าในช่วงปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย จู่ๆ ชีวิตก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เหมือนร่วงตกเหว จากเด็กสาวธรรมดาที่เคยมีครอบครัวอบอุ่น มีแฟนหนุ่มแสนดี มีชีวิตที่ราบรื่นมาโดยตลอด แต่เพียงชั่วข้ามคืนเธอกลับต้องสูญเสียทุกอย่างนี้ไปแม้แต่ตัวตนของตัวเอง ต้องทิ้งชื่อแซ่ หลบซ่อนตัว หนีตาย ระหกระเหินไปทั่วพร้อมกับระฆังใบหนึ่งและคำสั่งเสียของแม่ 

นางเอกมีความสามารถในการติดต่อกับวิญญาณคนตาย แบบที่ตายไม่ดีจบไม่สวยและเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นรุนแรงผ่านระฆังที่แม่ทิ้งไว้ให้ เมื่อระฆังสั่น นางเอกก็ต้องออกเดินทางไปยังสถานที่ที่วิญญาณนั้นตายเพื่อสลายความอาฆาตแค้น? หรือทำให้วิญญาณดวงนั้นสมปรารถนา?  ...ครั้งแรกคือที่กาไน่ นางเอกต้องไปตามหาเด็กสาวที่หายสาบสูญไประหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวคนเดียว  ซึ่งที่นั่นทำให้เธอได้พบกับเจ้าของโรงแรมที่เป็นกันเองและชายหนุ่มขี้โมโห ที่จะกลายมาเป็นครอบครัว เป็นคนรัก และคนสำคัญที่สุดที่เธอยินดีจะปกป้องเขาด้วยชีวิต

พระเอก เยวี่ยเฟิง ชายหนุ่มรูปหล่อเพื่อนเยอะ เป็นที่รักของเพื่อนฝูง ประสบการณ์เยอะพึ่งพาได้ ลูกผู้ชายตัวจริง ปากร้ายแต่ใจดี มีแฟนสาวที่คบกันมา 7 ปีแต่อยู่ในช่วงระหองระแหงกำลังจะเลิก ต้องหลบมาพักใจที่กาไน่แล้วก็บังเอิญได้พบกับหญิงสาวแปลกๆ ท่าทางลึกลับเหมือนมีความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว และแถมยังชอบทำให้เขาโมโหอยู่บ่อยๆ หญิงสาวที่เขาเอ่ยปากขับไล่ เพราะกลัวว่าเธอจะทำให้คนรอบข้างของเขาต้องเดือดร้อน ...ในช่วงแรกนางเอกจะฉายเดี่ยวมาก ต่อสู้กับคนร้ายเองตามลำพังโดยที่ไม่มีใครช่วย ไม่มีเจ้าชายขี่ม้าขาว ไม่มีเพื่อน ไม่มีแม้แต่พระเอกหรือใครมาช่วยทั้งนั้น เพราะเอาจริงๆ นางเอกก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอร้องให้ใครมาช่วยตัวเองด้วยแหละเดี๋ยวจะเดือดร้อน เฮ้ออ ...โดดเดี่ยวฝุดๆ

ตอนเจอกันครั้งแรกที่กาไน่พระเอกยังไม่รู้สาเหตุ แต่รู้ว่าสิ่งที่นางเอกทำนั้นอันตราย พระเอกยังมีคนที่ต้องใส่ใจต้องห่วง จึงเอ่ยปากไล่ให้นางเอกออกไปแบบไม่แคร์ รอบสองเจอกันที่เมืองโบราณ คราวนี้รู้สาเหตุแล้ว แต่พระเอกก็ยังขอให้เธอไปแบบสุภาพเพราะสิ่งที่นางเอกกำลังเผชิญมันอันตรายเกินไปจริงๆ พระเอกยังไม่กล้าเสี่ยง เพราะเขายังมีคนรอบข้างที่ต้องเป็นห่วง แม้จะชอบนางเอกขึ้นมาบ้างแล้ว แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้เขายอมสละชีวิตเพื่อเธอได้... ซึ่งนางเอกก็เข้าใจ (ส่วนคนอ่านก็ปวดใจแทน) 

ทว่า... แต่ช้าแต่สุดท้ายโชคชะตาก็ทำให้เขากับเธอต้องโคจรมาพบกันอีกจนได้ เพราะพระเอกดันไปรับรู้ความลับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวนางเอก จึงทำให้เขาต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกครั้ง แผ่นดินกว้างใหญ่ โชคชะตาอันแสนโหดร้าย ผู้คนมากมายผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านเลยไป แต่พระเอกกลับเป็นคนเดียวที่ยังผ่านเข้ามาและวนเวียนอยู่ในเส้นทางของนางเอกเสมอ แม้ช่วงแรกๆ จะยังไม่ได้ช่วยแบบเต็มตัว แต่ก็ต้องยอมรับว่าพระเอกมักจะมาปรากฏตัวได้ถูกจังหวะทุกครั้ง ออกมาในตอนที่นางเอกกำลังเผชิญวิกฤตอยู่ในช่วงความเป็นความตายพอดี แม้ว่าสุดท้ายจะต้องแยกย้ายกันในตอนจบเรื่อง เพราะคนหนึ่งยังลังเลไม่อยากหาเรื่องลำบากใส่ตัว ส่วนอีกคนก็ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนตามไปด้วย แต่สุดท้ายถ้าคนจะใช่ยังไงมันก็ใช่ ไม่ว่าจะเดินอ้อมอีกสักกี่หมื่นโล ห่างกันเพียงใด หรือมีเหตุผลข้ออ้างมากมายเท่าไร แต่คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ยังไงก็หนีกันไม่พ้นหรอก...

เป็นแนวไขความจริง หลอนๆ เกี่ยวข้องกับภูตผีวิญญาณ เรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ นางเอกจี้ถังถัง เก่ง+เท่มาก บุตรสาวตระกูลเซิ่งผู้ครอบครองระฆังสายหนึ่ง นางเอกถูกตระกูลหนึ่งซึ่งเป็นคู่ปรับหรือคู่แค้นเก่าแก่ของตระกูลฝั่งแม่ตามไล่ล่า ทำให้ต้องระหกระเหินหลบซ่อนตัว และจำต้องฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อความอยู่รอด... ขณะที่สลายความอาฆาตแค้นนางเอกก็ต้องคอยหลบคนที่มาตามไล่ล่าไปด้วย แถมวิญญาณแต่ละดวงที่ต้องไปช่วยก็ล้วนแต่ตายอนาถแบบโหดๆ ดังนั้นวิธีสลายความแค้นก็เช่นกัน ไม่ใช่สวดส่งวิญญาณเน้อ แต่เป็นแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ทำแบบไหนก็โดนแบบนั้นแหละ (ใครอ่อนไหวโปรดเตรียมใจนิดนึง) ซึ่งทุกเคสมักจะเป็นคดีที่ปิดไม่ได้หรือไม่มีการแจ้งความ ตัวคนร้ายก็โหดเอาเรื่อง กว่าจะจบแต่ละเคสนางเอกคือสาหัสมาก หวิดได้ไปโลกหน้าหลายรอบและ  

คืออ่านแล้วสงสารนางเอก อยากให้มีคนแบ่งเบาความทุกข์และร่วมเดินทางไปกับเธอจัง ไม่อยากให้เธอต้องสู้อยู่คนเดียว ... ตอนแรกก็นึกว่าตระกูลฝั่งแม่อาจจะพอพึ่งได้บ้าง แต่อ่านไปอ่านมาก็ต้องกุมขมับ อยากจะร้องเชรี่- ...ดังๆ แต่โชคดีที่สวรรค์ยังมีตาส่งพระเอกมาให้ ถึงตอนแรกพี่แกจะยังลังเล (ตรงนี้เข้าใจนะ เป็นใครก็ต้องถอย เพิ่งรู้จักกันไม่นานด้วย) แต่พอตกลงคบกันทีนี้อันตรายแค่ไหนพระเอกก็ไม่ยอมปล่อยมือแล้วจ้า จะลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ก็พร้อมไปด้วย... เราชอบตอนที่ทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันใหม่หลังจากที่คิดว่าต่างคนต่างก็ไม่อยู่แล้วมากๆ เลย ลุ้นมากเลยว่าเมื่อไรเรื่องพวกนี้จะจบลงสักที เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวนางเอกหรือพระเอกนะที่ต้องทุกข์ทรมานเกือบตาย แต่มันยังมีคนอื่นหรือคนนอกด้วยที่ต้องมาประสบเคราะห์จนตาย เพราะเรื่องราวของตระกูลพวกนี้...โคตรน่าสงสาร ToT


#ลางสังหารไขคดีพิศวง 7 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7fRS0ugvE9


วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ตกรางวัลอย่างงามให้การแสดงของพระชายา 4 เล่มจบ

 

ตกรางวัลอย่างงามให้การแสดงของพระชายา 4 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ฟาต๋าเตอะเล่ยเซี่ยน

ผู้แปล : พริกหอม

สำนักพิมพ์ แจ่มใส


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เป็นเรื่องราวของคู่รักที่เข้าใจผิดกัน ฝ่ายหนึ่งตายจาก ส่วนอีกฝ่ายแม้จะยังอยู่แต่ก็ประหนึ่งตายทั้งเป็น แต่โชคชะตา(หรือเปล่า?) จึงทำให้คนที่จากไปหวนกลับมาเพื่อให้พวกเขาได้แก้ไขความเข้าใจผิด และมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

นางเอก ซูหลิง บุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เจิ้นกั๋วกง ได้สมรสพระราชทานให้แต่งกับ เซียวอวี้ องค์ชายสามซึ่งไม่เป็นที่โปรดปราน เพราะต้องการอำนาจและกำลังทหารจากตระกูลนางเอกเพื่อให้ตนได้ครองบัลลังก์ พระเอกจึงเลือกแต่งกับนางเอก การแต่งงานที่เกิดจากผลประโยชน์มิใช่ความรัก แรกเริ่มหนุ่มสาวทั้งสองคนจึงมักมีเรื่องเข้าใจผิดและทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อยครั้ง ต่างคนต่างชอบเอาชนะ พระเอกก็ไม่ค่อยอยู่บ้านและชอบยั่วโมโหนางเอกโดยการทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าตนไปเที่ยวหอคณิกา ทั้งๆ ที่ความจริงกำลังวางแผนทำงานกับลูกน้องอยู่ 

หลังพระเอกขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นานก็เกิดสงคราม พ่อนางเอกนำทัพออกไปรบและหายตัวไป ทัพทหารกว่าหกหมื่นนายพ่ายแพ้และตายในสงครามไม่มีเหลือ ตระกูลซูถูกกล่าวหาว่ากบฏสมคบคิดข้าศึกทรยศบ้านเมือง พี่ชายนางเอกถูกจับเข้าคุกต้องโทษประหารด้วยการเฉือนเนื้อ นางเอกแบกท้องโตไปคุกเข่าขอร้องพระเอกเพื่อพี่ชาย(จะได้ตายแบบไม่ทรมาน) แต่พระเอกไม่ยอมพบ จากนั้นพระเอกก็ไปรบ และหลังจากนั้นนางเอกก็ตายหลังจากที่คลอดลูกออกมาได้ไม่นาน

พอตายวิญญาณก็เข้ามาอยู่ในร่างของ ฉินหลิง บุตรสาวขุนนางขั้นห้าที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเอง  ครอบครัวใหม่นี้พ่อหลงอนุ แม่เจ้าของร่างเสียใจมากจึงตรอมใจตาย ก่อนตายแค้นสามี เลยให้ลูกชายคนโตมาสาบานว่าจะรับช่วงกิจการการค้าต่อและไม่เข้าสอบเป็นขุนนางชั่วชีวิต เพราะรู้ว่าสามีหวังอยากให้ลูกชายสอบเข้ารับราชการ (สะใจแม่แต่โคตรทำร้ายอนาคตลูก เพราะพี่ชายคนนี้หัวดี ฉลาด) พอนางเอกฟื้นขึ้นมาก็ได้รู้ว่าร่างนี้กำลังจะถูกส่งไปคัดเลือกสาวงามเพื่อเข้าวัง แต่เจ้าของร่างนี้ไม่อยากไปเนื่องจากมีคนรักอยู่แล้ว ซึ่งคนรักก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนที่อนุพ่อวางแผนหามาให้ เพื่อจะได้ทำลายชื่อเสียงและอนาคตของลูกเมียเอก จากนั้นจะได้ส่งลูกตัวเองเข้าวังไปแทน  แต่เจอนางเอกเปิดโปงก่อนแผนเลยแตก ส่วนอนุก็ถูกขับไล่ไปอยู่ที่อื่น

นางเอกอยากเข้าวังไปเจอลูกแต่ไม่อยากให้พระเอกจับได้ เลยให้คนมาสอนการแสดงกิริยาท่าทางต่างๆ ใหม่ รวมถึงการเขียนหนังสือ การร้องเพลง คือเลียนแบบคนที่มาสอนอะ จะได้ไม่หลุดกิริยาท่าทางความเคยชินเดิมๆ ของตัวเองออกมา วันที่ไปคัดเลือกขันทีในวังที่เคยเห็นหน้านางเอกหรือฮองเฮามาก่อนก็ตัวสั่น คุกเข่าให้เลยจ้า เพราะหน้าตาเหมือนกันมาก คือตอนแรกนางเอกไม่อยู่ในรายชื่อที่จะถูกเลือกนะ แต่พอพระเอกเห็นหน้านางก็ตะลึง แม้จะรู้ว่าแค่คนหน้าเหมือนแต่ก็ยังเลือกเข้ามา 

...ลูกนางเอกไม่ยอมพูด คนเลยนึกว่าน้องเป็นใบ้ บวกกับมีมารดาที่มาจากตระกูลต้องโทษ ขุนนางในราชสำนักก็เลยไม่สนับสนุนให้น้องขึ้นเป็นรัชทายาท พากันเร่งให้พระเอกรับหญิงงามเพื่อปั๊มทายาทใหม่ แต่พระเอกก็ไม่เคยไปนอนกับสนมคนไหนเลย พอนางเอกเข้าวังมาถึงได้ไปนอนด้วย แต่ก็แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร แต่พอมานอนกับนางเอก พระเอกดันฝันถึงอดีตช่วงก่อนที่นางเอกยังไม่ตาย แบบตั้งแต่ที่นางเอกตายจากไป 3 ปีพระเอกก็ไม่เคยฝันถึงเมียเลยสักครั้ง (อยากฝันถึงมาก อยากให้เมียมาเข้าฝันแต่ก็ไม่เคยฝันเห็นเลย) หลังจากวันนั้นพระเอกเลยมาค้างที่ตำหนักนางเอกบ่อยขึ้น เพราะอยากฝันถึงเมีย ...ซึ่งในฝันพระเอกจะได้เห็นมุมมองและการกระทำของนางเอกในอดีตเกือบทุกอย่าง เสมือนตัวเองเป็นบุคคลที่สามที่คอยตามเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ 

ส่วนลูกนางเอกจากที่ไม่ยอมพูดจนคนนึกว่าน้องเป็นใบ้ แต่พอเห็นหน้านางเอก น้องก็เรียกเสด็จแม่เลยจ้า... หลังจากนั้นคนที่ดูแลน้องอยู่ก็เลยให้คนไปเรียกนางเอกมาหาน้องบ่อยๆ เพราะรู้ว่าน้องชอบนางเอกและอยากอยู่ใกล้ มองนางเอกเป็นแม่ตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว...คือมีแต่คนอยากดูแลลูกพระเอกอะ เพราะหากใครได้น้องมาเลี้ยงดูที่ตำหนักตัวเองนั่นก็หมายความว่าคนคนนั้นมีโอกาสที่จะได้เป็นฮองเฮาสูง ตอนแรกยังไม่มีใครระแวงนางเอก แค่คิดว่าหน้าเหมือนอดีตฮองเฮาเฉยๆ แต่ชาติตระกูลธรรมดาไม่สูงพระเอกคงไม่สน ทว่าไปๆ มาๆ พระเอกกลับไปค้างแต่ตำหนักนางเอกคนเดียว55 แถมยังเลื่อนขั้นให้นางรัวๆ จนในที่สุดนางเอกก็ได้เป็นคนดูแลองค์ชายใหญ่ องค์ชายใหญ่ก็เรียกนางเอกว่าแม่ แล้วก็เริ่มพูดมากขึ้น ...ส่วนตัวเราว่าเรื่องในวังหลังไม่ค่อยมีอะไรนะ สตรีในวังหลังพระเอกน้อย แค่อิจฉาริษยากันนิดๆ หน่อยๆ แต่ไม่ได้ถึงขั้นทำอะไรรุนแรง

หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องการปรับความเข้าใจแและแก้ไขความเข้าใจผิดของพระนาง กับเรื่องสงครามเมื่อสามปีก่อนที่ทำให้บ้านนางเอกถูกข้อหานั้น ...จริงๆ นางเอกก็พยายามระมัดระวังตัวไม่ให้เผยพิรุธออกไปแล้วนะ แต่ด้วยความที่พระเอกนั้นรักและคิดถึงเมียมากกกก สุดท้ายพี่แกก็ค้นพบพิรุธบางอย่างจนได้55 (ไม่มีใครดูออกเลยสักคนนอกจากพระเอกคนเดียวเท่านั้น...ดูความรักเมียเถอะ) จากนั้นก็ไปเจอตัวคนที่สอนนางเอกก่อนเข้าวัง ...แล้วก็ลงล็อกเลย นี่คือเมียเราจริงๆ ด้วย พอรู้ความจริงพระเอกก็ต้องหาทางพิชิตใจและคลายปมในใจของเมีย จะทำยังไงให้เมียมองเราเป็นสามีเป็นคนรัก ไม่ใช่มองเป็นฮ่องเต้และจัดความสัมพันธ์กับตัวเองในรูปแบบฮ่องเต้กับขุนนาง ...

ประเด็นเรื่องสงครามนี่อ่านแล้วแอบอึ้งอยู่นะ ไม่นึกว่าจะมาไม้นี้ ดีนะที่จับได้ ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะปลอมเป็นใครอีก... ส่วนพี่ชายนางเอกก็แน่นอนว่ายังไม่ตายจ้าาา ระหว่างที่หนีออกจากคุกพี่ก็ไปสืบหาความจริงและแฝงตัวเข้ามาเป็นขุนนางในราชสำนักใหม่ โดยใช้หน้ากากปิดบังใบหน้าและปลอมเสียงพูดเลยไม่มีใครจับได้ ...เรื่องนี้มี 2 คู่นะ คือคู่ของพระนางและคู่ของพี่ชายนางเอกกับองค์หญิงใหญ่ ใครชอบสายรุกก็ต้องคู่พี่ชายนางเอกเลยจ้า55 ไม่ต้องรอให้คนเขามาจีบ ถ้าเราชอบก็จีบเองเลยสิจะไปรออะไร องค์หญิงรุกหนักมากกก... ส่วนพี่ชายนางเอกก็ชอบเขาแหละดูออก ไม่งั้นองค์หญิงใหญ่มาดักเจอคนร้อยรอบจะได้เจอคนทุกรอบได้ไง55

ป.ล. ตอนพิเศษมาแนวๆ เดียวกับเรื่องหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งฉางอันเลย พระเอกได้ย้อนกลับไปก่อน ส่วนนางเอกค่อยย้อนตามมาที่หลัง ตอนย้อนกลับมาพระเอกเพิ่งรบเสร็จพอดี พอรู้สึกตัวก็รีบควบม้ากลับเมืองหลวงไปจีบภรรยาแล้วขอพระราชทานสมรสเลยจ้า รอบนี้พอได้เป็นฮ่องเต้พระเอกก็ไม่รับสตรีในวังหลังเพิ่มอีก แต่ขอมีนางเอกแค่คนเดียว ส่วนบ้านนางเอกก็รอดพ้นจากภัยพิบัติ ไม่ถูกคนวางแผนทำให้โดนข้อหาร้ายแรงนั้นอีก พวกสตรีที่เคยเข้าวังมาเป็นสนมในชาติก่อนก็ได้มีชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ต้องเข้าวังมาแล้วอยู่อย่างทุกข์ตรมรอวันแห้งเหี่ยวไปวันๆ ...จบแฮปปี้ฝุดๆ


#ตกรางวัลอย่างงามให้การแสดงของพระชายา 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8V0Z0ZoCMf





วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2567

จิ่วฉงจื่อ 8 เล่มจบ

 


จิ่วฉงจื่อ 8 เล่มจบ
ผู้แต่ง : จือจือ
ผู้แปล : ยูมิน
สำนักพิมพ์ Princess

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

งานของท่านจือจือไม่ผิดหวังจริงๆ เรื่องนี้ญาติเยอะมากกก ทั้งฝั่งนางเอก ฝั่งพระเอก ฝั่งญาติที่เกี่ยวดอง เยอะแยะมากมายแต่ก็สนุกมากก

นางเอก โต้วเจา คุณหนูสี่สกุลโต้วที่ตายแล้วได้ย้อนกลับมาอยู่ในร่างตัวเองเมื่อตอนสมัยเด็ก ชาติก่อนพ่อมีเมียใหม่ แม่ก็ตาย นางเอกเลยถูกส่งไปให้ย่าเลี้ยงที่หมู่บ้านชาวนา พอโตถึงได้กลับมาอยู่กับพ่อ ทว่านางเอกก็ไม่เคยรู้สึกว่าที่นั่นเป็นบ้านเลย พี่น้องคนละแม่รังเกียจดูถูก ตัวแม่เลี้ยงก็ไม่ชอบและอยากจะแย่งการแต่งงานของนางเอกไปให้บุตรสาวของตัวเอง แต่สุดท้ายนางเอกก็ได้แต่งงานกับคู่หมั้นคู่หมายที่แม่แท้ๆ เคยจัดเตรียมไว้ให้สำเร็จจนได้ แต่พอแต่งไปก็เหนื่อยอีก เพราะสามีไม่เอาไหน ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีแต่บรรดาศักดิ์ทว่าข้างในกลับกลวงโบ๋ แม่สามีก็หัวอ่อน ทั้งบ้านเชื่อฟังแต่ลูกสาวคนโตที่แต่งงานออกไปแล้ว แม้ในที่สุดนางเอกจะได้อำนาจในการดูแลจวนกลับคืนมาและเขี่ยพี่สาวสามีออกไปได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ลูกเต้าหมางเมินไม่สนิทสนมด้วย เพราะงานเยอะเลยทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูก ปั๋วก็ลอยชายกินบุญเก่าไปวันๆ ลูกก็เลยหันไปสนิทกับแม่นมแทน นี่จึงกลายเป็นปมในใจนางเอก พอได้ย้อนกลับมาใหม่และแต่งงานมีลูกอีก คราวนี้นางเอกเลยขอเลี้ยงลูก+ให้นมลูกเอง

ต้องบอกก่อนว่าถึงแม้นางเอกจะรู้เหตุการณ์หลายๆ อย่างล่วงหน้าแต่ก็ใช่ว่าจะเข้าไปยุ่งหรือเปลี่ยนแปลงได้ทุกเรื่องนะ หลายๆ เรื่องก็ยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม เพียงแต่อาจจะไม่ได้แย่หรือดีเหมือนในชาติที่แล้ว ...อย่างเช่นการตายของแม่ นางเอกพยายามแล้วแต่ด้วยความที่ยังเด็กมาก บวกกับนิสัยท่านแม่ ผลสุดท้ายจึงไม่อาจยับยั้งได้ แต่นางเอกก็ไม่ได้ถูกส่งไปที่หมู่บ้านชาวนาอีก และได้รู้ว่าจริงๆ ลุงกับป้า(ญาติฝั่งแม่)รักและห่วงตัวเองมากขนาดไหน ไม่ต้องเข้าใจผิดและเหินห่างกันเหมือนในชาติก่อนอีก แถมชาตินี้อนุพ่อนางเอกก็ไม่ได้ถูกยกขึ้นเป็นภรรยาเอกง่ายๆ และไม่ได้มีลูกชายด้วย 

หลังแม่นางเอกตาย พ่อก็รู้สึกผิดมากกกกเลยไม่ยุ่งกับอนุอีก แม้ตอนหลังบ้านอนุจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งแต่พ่อก็ไม่ได้คิดจะยกนางขึ้นเป็นภรรยาเอก แต่เสนอให้เลิกกัน ให้นางกลับบ้านและแต่งงานใหม่เสีย ส่วนลูกที่เกิดมาพ่อนางเอกจะเลี้ยงเอง แต่อนุไม่ยอม ฝั่งพี่สะใภ้อนุก็มาปลุกปั่นต่อว่าก่อกวนไปจนถึงบ้านผู้หญิงที่พ่อนางเอกจะแต่งงานใหม่ด้วย แล้วบวกกับเจอเรื่องการเมืองบีบเพราะพ่ออนุดันได้คืนตำแหน่ง(ตอนแรกถูกลงโทษปลดและเนรเทศ) สุดท้ายก็เลยต้องยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกแทน แต่พ่อก็บอกก่อนว่าถ้าจะเป็นก็ให้ได้แค่ฐานะและอยู่แบบให้เกียรติกันเท่านั้นนะ ...ส่วนนางเอกก็ถูกส่งไปอยู่ที่สกุลโต้วฝั่งตะวันออก ให้ป้าสะใภ้หกและสตรีที่นั่นดูแล ป้าสะใภ้ก็รักและเอ็นดูนางเอกเหมือนลูกแท้ๆ ชาตินี้นางเอกเลยสนิทสนมกับป้าสะใภ้หกที่สุด

แต่ก่อนที่พ่อนางเอกจะแต่งภรรยาเอกใหม่ได้ ตามกฏหมายคือต้องได้รับหนังสือยินยอมจากบ้านฝั่งภรรยาคนเก่าก่อน ลุงนางเอก(พี่ชายแม่)เลยทำข้อตกลงว่าถ้าจะแต่งใหม่ก็ต้องยกทรัพย์สินของตระกูลโต้วฝั่งตะวันตกให้นางเอกก่อนครึ่งหนึ่ง และห้ามตระกูลโต้วกับตระกูลแม่เลี้ยงเข้ามาก้าวก่ายเรื่องการแต่งงานของนางเอก ตอนแรกพ่อของแม่เลี้ยงเสนอว่าจะช่วยลุงนางเอกเรื่องหน้าที่การงานแลกกับเรื่องให้ลูกสาวได้ขึ้นเป็นภรรยาเอก แต่ลุงนางเอกไม่เอา วางแผนจะเอานางเอกไปเลี้ยงเองด้วยซ้ำ แต่ฝั่งพ่อนางเอกไม่ยอม ส่วนนางเอกก็ไม่ไปแต่จะขออยู่สู้เผชิญหน้าเพื่อรักษาสิ่งของของแม่และสิทธิ์ที่ตัวเองควรจะได้รับอยู่ที่นี่

พอเริ่มโต นางเอกก็ไปตามหาคนรับใช้ที่เคยติดตามรับใช้ตนเมื่อชาติที่แล้วกลับมาคืนทีละคน เริ่มสะสมกำลังของตัวเอง เพราะนางเอกมีเงินเยอะ แม้ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งในตอนนี้ญาติจะดูแลให้อยู่ แต่ก็ยังได้เบี้ยรายเดือนและมีเงินใช้เยอะกว่าหลายๆ คนอยู่ดี เพราะเรื่องทรัพย์สินนี่แหละเลยทำให้มีคนหมายตาอยากได้นางเอกไปเป็นภรรยา ส่วนคนสกุลโต้วฝั่งตะวันออกแม้จะเคยรับปากไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับการแต่งงานของนางเอกแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ตัวดีเลย ซึ่งนางเอกก็รู้แหละ เลยวางแผนหาทางหลบหลีกแบบเนียนๆ โดยไม่ให้ใครรู้มาตลอด... ชาตินี้นางเอกเสน่ห์แรงมากมีแต่คนมาชอบ ตอนแรกก็เกือบจะโดนคนวางแผนมัดมือชกให้แต่งเพราะหวังทรัพย์สิน แต่ชาตินี้นางเอกไม่ใช่สาวน้อยแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะ เลยมีสติรับมือวางแผนโต้กลับได้อย่างเฉียบ คนทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ญาติของแม่เลี้ยงนั่นแหละ...หึหึ หลังจากเหตุการณ์นี้นางเอกเลยจ้างผู้คุ้มกันของตัวเองเอาไว้เลยจ้า หาคนของตัวเองไว้ใช้งาน ทั้งสาวใช้ เถ้าแก่ร้าน ที่ปรึกษา ผู้คุ้มกัน ค่อยๆ สร้างขุมกำลังของตัวเองขึ้นมา พอมีคนของตัวเองทีนี้จะทำอะไรก็สะดวกขึ้นเยอะ


พระเอก ซ่งโม่ ซื่อจื่อจวนอิงกั๋วกง... เป็นพระเอกที่น่าสงสารมากก หน้าตาดี เก่ง ฉลาด ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ชาติกำเนิดสูงส่ง มารดาก็มาจากตระกูลแม่ทัพเลื่องชื่อ เห็นแววดีมาตั้งแต่เด็ก ย่าเลยยกสินส่วนตัวของตัวเองทั้งหมดให้พระเอกที่เป็นหลาน(ข้ามหน้าข้ามตาพ่อที่เป็นลูกชายแท้ๆ เลย) ส่วนปู่ก็ทิ้งกำลังคนที่คัดสรรมาอย่างดีเอาไว้ให้เพื่อให้คอยช่วยเหลือหลานในยามที่ตนจากไป 

ชาติก่อนบ้านลุงพระเอก(พี่ชายแม่) ถูกใส่ร้าย ตระกูลฝั่งแม่ล่มสลายแทบไม่เหลือรอดสักคน หลังจากนั้นแม่พระเอกก็ตาย พระเอกก็โดนขับออกจากตระกูล ถูกทอดทิ้ง ต่อมาราชสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลงมีการก่อกบฏ พระเอกเป็นคนลงมือสังหารรัชทายาท จากนั้นก็สังหารบิดาและน้องชายของตัวเองทิ้งโดยไม่ทราบสาเหตุ เลยทำให้ผู้คนหวาดกลัวในความอำมหิตนี้และพากันรุมประณามสาปส่งพระเอก... 

ชาติก่อนนางเอกเคยเจอพระเอกแค่ครั้งเดียวหลังจากแต่งงานมีลูกแล้ว แต่ชาตินี้ได้มาเจอกันตอนนางเอก 14 พระเอก 13 ในหมู่บ้านชาวนาของนางเอก พระเอกมาด้วยเรื่องบางอย่างที่ไม่อาจบอกใครได้ แต่ที่ปรึกษาของพระเอกดันจำที่ปรึกษาของนางเอกได้ก็เลยเป็นเรื่อง สองฝ่ายเกือบได้ปะทะกัน นางเอกอาศัยความทรงจำจากชาติก่อนจึงพอเดาได้ว่าพระเอกไปทำอะไรมา และรู้ว่าฝ่ายตัวเองต้องถูกเก็บเพื่อรักษาความลับแน่ๆ ก็เลยพยายามเอาตัวรอด หาทางเจรจาต่อรองกับพระเอกและแนะนำเรื่องบางอย่างกับพระเอกไป จนทำให้ตระกูลของลุงพระเอกไม่ต้องตายหมดเหมือนในชาติที่แล้วอีก พระเอกเลยเริ่มรู้สึกดีๆ กับนางเอก 

จนมาถึงตอนที่แม่พระเอกเสีย ตอนแรกนางเอกคิดว่าถ้าตระกูลลุงพระเอกไม่ล่มสลายเหมือนชาติก่อนแม่พระเอกก็คงไม่อาการป่วยทรุดจนจากไปอีก แต่สุดท้ายแม่พระเอกก็ยังไม่รอดเหมือนเดิม นางเอกเลยกังวลว่าชะตาชีวิตพระเอกจะวนลูปเดิม บวกกับมีคนของพระเอกส่งข่าวมาขอให้ช่วยพอดี นางเอกเลยรู้สึกทะแม่งๆ แบบมันต้องมีอะไรแน่ๆ ในเมื่อเรื่องบ้านลุงพระเอกจบไปแล้วแต่ทำไมคนของพระเอกยังถูกตามเก็บอีกล่ะ ก็เลยส่งคนของตัวเองไปดู ก็ไปเจอพระเอกในสภาพเกือบขิตถูกพ่อโบยแล้วจับขังเอาไว้ คือถ้านางเอกไม่ส่งคนไปดูแล้วช่วยออกมาพระเอกคงได้เดินซ้ำรอยเดิมแน่ๆ คือนางเอกรวมถึงที่ปรึกษาของนางเอกก็พากันตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าพ่อพระเอกจะทำแบบนี้กับพระเอกที่เป็นลูกแท้ๆ ไม่มีใครรู้สาเหตุเพราะคนที่รู้ตายหมดแล้ว พวกคนรับใช้เก่าแก่ก็ถูกอิพ่อกำจัดทิ้งหมด

 ...เป็นอีกปมหนึ่งที่ทำให้อยากรู้มากๆ ว่าทำไมพ่อพระเอกจู่ๆ ถึงได้เกลียดและอยากฆ่าพระเอกขนาดนั้น  เพราะขนาดเสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเองเลยแล้วพ่อพระเอกเรื่องนี้มันอาร๊ายยย ลูกดี+เก่ง+กตัญญูขนาดนี้ แถมลูกแท้ๆ ด้วยนะ จู่ๆ พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้ายังกับศัตรูคู่แค้น คืออารายงงมากก ญาติๆ ฝั่งพ่อก็ไม่มีใครช่วยพูดสักคน พออิพ่อบอกจะเปิดศาลบรรพชนเพื่อขับพระเอกออกจากตระกูลก็พากันเงียบ พ่อพระเอกว่าไงก็ว่าตามนั้น ต่อมาพอพระเอกมีอำนาจได้ดีเลยไม่เอาญาติฝั่งพ่อสักคน ไม่จัดงานรวมญาติ ไม่ไปมาหาสู่อีก ...ไปมาหาสู่และช่วยแต่ญาติฝั่งนางเอกเท่านั้น

หลังรอดจากเหตุการณ์นี้มาได้พระเอกกับพ่อก็เป็นปรปักษ์กันอย่างชัดเจน ต่อหน้าคนนอกทำเหมือนไม่มีอะไรแต่ลับหลังอิพ่อก็พยายามสกัดหาทางเล่นงานลูกทุกทาง พระเอกก็เสียใจจนด้านชา พยายามตามสืบว่ามันเกิดอะไรขึ้น บางทีเศร้าๆ กลุ้มใจก็แอบออกนอกเมืองมาขอพบนางเอกบ้าง แต่นางเอกไม่ค่อยอยากไปเจอ เพราะจำได้ว่าชาติก่อนพระเอกโหดขนาดไหนเลยไม่อยากยุ่งเกี่ยวอีก พระเอกก็แอบไปสืบเรื่องของนางเอกและคอยแอบช่วยเหลืออยู่เงียบๆ พอรู้ว่านางเอกมีคู่หมั้นแล้วก็ยังคิดจะสนับสนุนช่วยเหลือคู่หมั้นนางเอกให้เจริญก้าวหน้าอีก...

ใครชอบพราวพร่างบุปผาตระการหรือชอบงานของนักเขียนท่านนี้ บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเรื่องนี้ จะเล่าตั้งแต่นางเอกเด็กๆ จนถึงวัยออกเรือนได้แต่งงานและกลายเป็นแม่คนเลย เป็นแนวหลังบ้านสายสัมพันธ์ต่างๆ มีเรื่องการเมืองและการก่อกบฏ แต่หลักๆ ก็เป็นเรื่องภายในครอบครัวสายสัมพันธ์ของคนในตระกูล ญาติพี่น้อง ญาติที่เกี่ยวดอง รวมถึงบ่าวไพร่และอีกมากมาย ตระกูลไหนหากพี่น้องรักใคร่สามัคคีกลมเกลียวและมีคนเก่งๆ ก็พากันเจริญอยู่ยาว แม้จะมีคนไม่เอาไหนบ้างแต่ถ้าช่วยๆ กันประคับประคองกันไปยังไงก็รอด แต่มันต้องมีคนเก่งคนที่มองการณ์ไกลอ่านสถานการณ์ออกหรือคนที่เป็นผู้นำได้อยู่ในตระกูลด้วยนะ ไม่งั้นก็อาจจะล่มไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนอย่างตระกูลคู่หมั้นเก่าของนางเอกอะ ได้แต่กินบุญเก่าสมบัติเก่าไปเรื่อยๆ

เพราะชาตินี้สามีเก่าไม่ได้แต่งกับนางเอกแล้วไง เลยไม่มีคนเก่งๆ มาดูแลบ้านและคอยหาเงินเข้าจวนให้ เมียที่แต่งในชาตินี้ก็เอาแต่ตามหึงหวงอย่างเดียวไม่สนใจอย่างอื่นเลย ตัวเองก็ไม่เอาไหนไม่แสวงหาหนทางก้าวหน้า สุดท้ายก็ค่อยๆ เสื่อมถอยกลายเป็นตระกูลตกอับอย่างแท้จริง ส่วนตระกูลแม่เลี้ยงนางเอกชาตินี้ก็ไม่ได้เจริญมากหรือมีอำนาจเหมือนในชาติก่อนอีก เพราะถูกลูกสาวหรือแม่เลี้ยงนางเอกถ่วงเอาไว้ เวลาคนพ่อจะได้เลื่อนตำแหน่งก็ถูกคนเอาเรื่องความประพฤติ+ชื่อเสียงของบุตรสาวหรือแม่เลี้ยงนางเอกมาสกัดไว้ ชาตินี้พ่อของแม่เลี้ยงเลยไม่ได้ย้ายกลับมาเมืองหลวงอีกเลย แถมแม่เลี้ยงก็สร้างเรื่องสร้างราวบ่อย ทำแต่เรื่องวิบัติจนถูกส่งกลับตระกูลเดิม ถูกตระกูลตัวเองต่อว่า+ชิงชัง แม่ที่เคยเข้าข้างก็เลิกเข้าข้าง ลูกสาวก็ทอดทิ้ง นางเอกไม่ต้องทำไรเลย นางทำตัวเองทั้งนั้น รวมถึงน้องสาวคนละแม่หรือลูกแม่เลี้ยงด้วย นึกว่านางจะเปลี่ยนได้เพราะชาตินี้ได้ไท่ฟูเหรินของตระกูลโต้วฝั่งตะวันออกเลี้ยงดูตอนเด็ก พอโตพ่อก็ส่งมาให้นางเอกซึ่งเป็นพี่สาวอบรมขัดเกลา แต่นางก็ยังเหมือนเก่า เอาแต่ใจ ขี้อิจฉาริษยา ชอบโวยวาย ชาติก่อนชีวิตนางดีกว่านางเอกตั้งเยอะ มีพ่อ แม่ น้องชายอยู่ข้างกายตั้งแต่เล็กจนโต แถมบ้านฝั่งแม่ก็มีอำนาจ แต่ชีวิตก็ยังล้มเหลว แล้วชาตินี้ไม่ได้มีเท่าในชาติก่อน แถมนิสัยยังมาเป็นแบบนี้... คือจะไปเหลือ เฮ้ออ

เล่ม 5 พระนางได้แต่งกันแล้ว พระเอกรู้ว่าพ่อไม่มีทางหาสตรีดีๆ มาให้ตัวเอง จะต้องหาคนหัวอ่อนควบคุมง่ายมาแน่ๆ ก็เลยวางแผนให้พ่อเข้าใจว่านางเอกเป็นคนไม่ดีถูกตระกูลทอดทิ้ง ไม่ถูกกับแม่เลี้ยง ไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ จนพ่อหลงกลแล้วไปสู่ขอให้55 แต่พอเห็นขบวนสินสอดกับญาตินางเอกเลยเริ่มตะหงิดๆ ก็เลยส่งคนไปสืบใหม่55 ...พ่อพระเอกก็ทำตัวเหมือนสตรีในเรือนหลังที่ขี้อิจฉาริษยาพยายามเล่นแง่ไม่ยอมมอบอำนาจในการดูแลจวนให้นางเอกที่เป็นลูกสะใภ้ แถมพอตัวเองไม่อยู่ก็ยังหักหน้าโดยการไปเรียกให้พี่สะใภ้หรือป้าพระเอกมาดูแลจวนแทนอีก แต่พระนางก็ไม่สนใจ สุดท้ายในจวนมีเหตุเพลิงไหม้ ป้ากลัวตัวเองมีความผิดเลยรีบมอบอำนาจคืนให้นางเอกแล้วเผ่นกลับบ้านตัวเองไปเลยจ้าาา... เข็ดแล้ว

คือชาติก่อน หลังพระเอกถูกขับออกจากตระกูลฮ่องเต้ก็ไม่ได้สนใจเรื่องพระเอกอีก แต่ชาตินี้ตรงข้าม เพราะพระเอกยังเป็นคนโปรดของฮ่องเต้เหมือนเดิม หน้าที่การงานก็เจริญขึ้นเรื่อยๆ แถมได้ภรรยาดีด้วย ทำอะไรก็สำเร็จลุล่วงเพราะมีนางเอกช่วยคิดและเป็นที่พึ่งทางใจไม่ต้องเดียวดายดำดิ่งจนกู่ไม่กลับเหมือนในชาติที่แล้วอีก นางเอกก็พยายามสืบหาความจริงว่าทำไมชาติก่อนพระเอกถึงได้สังหารพ่อกับน้องชายตัวเองทิ้ง โดยอาศัยเรื่องราวที่ได้ยินหรือรู้มาจากในชาติก่อนค่อยๆ ปะติดปะต่อจนไปพบเบาะแสใหญ่... 

พอเฉลยแล้วอึ้งมาก พ่อพระเอกคือสุดๆ จุก พูดไม่ออก ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งอึ้ง น้องชายก็เสียแรงที่แม่พระเอกรัก+ประคบประหงม ทำไมไม่เหมือนพี่ชายแต่ดันไปเหมือนพ่อเหมือนแม่...ซะงั้น รู้ความจริงแทนที่จะบอกพี่ ตอนแรกก็เข้าใจนะว่าเวลานั้นยังเด็กคงกลัว แต่พอพี่ชายมีอำนาจแล้วทำไมไม่พูด แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจและว่าที่แท้ก็เป็นกมลสันดานนี่เอง เลือดพ่อ+แม่แรง พ่อแม่เป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างนั้นแหละ(มั้ง) พ่อพระเอกนี่แบบสุดๆ อ่อนแอขี้ขลาด หูเบา คิดเล็กคิดน้อยสุดๆ แถมยังเจ้าคิดเจ้าแค้น ปู่กับย่าพระเอกคงดูออกแหละเลยข้ามหัวลูกชายมาฝากทุกอย่างไว้ที่หลานแทน จนจะตายก็ยังไม่สำนึก ยังนึกว่าคนอื่นผิดตัวเองถูกอยู่ 

หลังพระนางแต่งกัน นอกจากเรื่องในบ้านก็จะเริ่มมีเรื่องการแย่งชิงอำนาจและการก่อกบฏเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ชาติที่แล้วตอนก่อกบฏพระเอกเป็นคนยิงธนูสังหารรัชทายาท ทำให้ถูกคนประณามและต้องแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ ชาตินี้นางเอกเลยต้องหาทางกันพระเอกรวมถึงคนรอบตัวที่สำคัญออกมา พยายามบอกเป็นนัยๆ ทำให้พระเอกเริ่มสงสัยอ๋องเหลียว ตอนแรกพระนางกะจะวางตัวเป็นกลางไม่เลือกฝ่ายไหน แต่เพราะเหตุบางอย่างเลยทำให้พระเอกต้องตัดสินใจเลือกฝ่าย...

รายละเอียดเยอะมาก เราอาจรีวิวได้ไม่ครบนะคะแต่ส่วนตัวชอบเรื่องนี้มาก มีตัวละครหลายตัวเลยที่ชอบ อย่างท่านพี่จี้หรือจี้หย่ง55 เราว่าเป็นตัวละครที่นิสัยแปลกดี เก่ง อัจฉริยะ ชาติตระกูลดี หยิ่ง ไม่เห็นหัวใคร ขี้เบื่อ ปากร้าย เรื่องผิดก็ทำให้กลายเป็นถูกได้ล้วนอยู่ที่มุมมองของตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เพราะฉลาด+เก่งมาก(แต่พี่แกฉลาด+เก่งจริงๆ) ผู้ใหญ่ในตระกูลยังเอาไม่ค่อยอยู่ บางทีต้องให้นางเอกมาชี้แนะ+ด่าเรียกสติถึงได้กลับมาอยู่กับร่องกับรอย เป็นอีกคนที่ชอบนางเอกแต่พอพยายามแล้วไม่ได้ก็ปล่อยมือ ไม่รำพึงรำพันเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อีก กลายมาเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมอย่างสง่าผ่าเผย เป็นคนเดียว(ในจำนวนคนที่มาสู่ขอนางเอก) ที่นางเอกไม่หลบเลี่ยง มาหาเมื่อไรก็ออกมาพบหน้า เราชอบความไม่แคร์ใครของพี่จี้มาก มาหาพระเอกแต่พระเอกไม่ยอมพบ ได้!งั้นไปหานางเอกแทนแล้วกัน ไม่แคร์อยู่แล้วจ้าาาา55 สุดท้ายพระเอกก็ต้องออกมาพบ เป็นคนเดียวที่กล้าว่า+เหน็บแนมพระเอกทั้งต่อหน้าและลับหลัง ใครๆ อาจจะกลัวพระเอกแต่พี่จี้ไม่กลัวนะจ๊ะ...อิอิ พอรู้ว่านางเอกเลือกข้างไหนพี่แกก็ย้ายฝั่งตามทันที(จริงๆ จะเลือกอีกฝั่ง) กลัวฝั่งตัวเองจะชนะแล้วเดี๋ยวบ้านนางเอกจะติดคุกกันหมด เลยย้ายมาฝั่งเดียวกับนางเอกซะ(เหตุผลง่ายๆ 55) เป็นตัวละครที่ไม่ค่อยคบหาสหายไม่ผูกมิตรกับใคร แต่หน้าที่การงานไม่เคยดรอปมีแต่พุ่งทะยาน(หนึ่งในหมื่นจริงๆ) คนอื่นต้องหาสหายหาพรรคพวกเอาไว้ แต่พี่จี้คือไม่จ้า55 (ก็คนมันเก่ง)

ป.ล.พระเอกเรื่องนี้คือลูกเขยแห่งชาติ เอาอกเอาใจ+ออกหน้าแทนพ่อตาตลอด คิดเผื่อนางเอกทุกอย่าง ชาตินี้นางเอกโชคดีมาก พระเอกเป็นสามีและเป็นพ่อที่ดี แถมยังเป็นลูกเขยที่ดีคอยเอาใจใส่บ้านภรรยาสุดๆ ตระกูลโต้วฝั่งตะวันออกก็วางใจไม่กล้าเข้ามายุ่งมากเหมือนเมื่อก่อนอีก เพราะรู้ว่าพ่อนางเอกได้ลูกเขยดี มีลูกเขยคอยปกป้องแล้ว

ป.ล. แปลดี แต่อาจมีงงๆ ตรงคำเรียกว่าลูกหมิง ลูกจือ ลูกหยวนหน่อย แต่โดยรวมเราว่าแปลดีเลย ไม่มีสะดุด สนุกมากกก

#จิ่วฉงจื่อ 8 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/2VjLrgCHDu



วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567

ลูบคมองครักษ์สวมรอย เล่ม 3-6 (6 เล่มจบ)

 

ลูบคมองครักษ์สวมรอย เล่ม 3-6 (6 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : จิ่วเยวี่ยหลิวหั่ว (九月流火)
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

กว่าจะได้กลับมาอ่านต่อยาวนานเหลือเกิน55 พระเอกก็ยังคงหน้าหนาลูกเล่นแพรวพราวหน้าไม่อายเหมือนเดิม เรื่องกลับดำให้เป็นขาว กลับผิดให้เป็นถูกไว้ใจพี่ลู่ได้ค่ะ...

เล่มสามจะเป็นการเดินทางออกจากเมืองหลวง พระเอก พระสนมนางใน รวมถึงขุนนางและผู้ติดตามอีกมากมายต้องยกขบวนตามเสด็จติดตามฮ่องเต้กลับบ้านเดิม ระหว่างนั้นก็มีทั้งเรื่องไฟไหม้ เรื่องคดีคนหาย จนนำไปสู่การค้นพบเหมืองทองที่ถูกปกปิด สรุปไม่ว่าจะไปที่ไหนที่แน่ๆ คือต้องมีเรื่องและมีคดีให้พระนางได้ตามสืบแทบทุกครั้ง พระเอกก็เริ่มรุกนางเอกหนักขึ้น (ไม่อยากเป็นพี่ชายแว้วว) กำลังวางแผนเรื่องแต่งงาน พร้อมๆ กับหลอกกินเต้าหู้นางเอกทุกครั้งที่มีโอกาส ส่วนพระรองแม้จะรู้แล้วว่าน้องสาวบุญธรรมตัวเองอยู่กับพระเอก แต่มันก็...สายไปเสียแล้ว 

เล่ม 4 ความทรงจำนางเอกกลับคืน แต่มาวันไหนไม่มา ดันมาวันที่เข้าพิธีแต่งงานกันพอดีด้วยนะ55 พอรู้ว่าตัวเองถูกหลอก นางเอกก็ขอให้ทุกอย่างเป็นโมฆะ จากนี้ทางใครทางมัน จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นไม่ขอเกี่ยวข้องกันอีก แต่มีหรือที่อิพี่ลู่จะยอม ต่อหน้าก็ทำเป็นรับปากได้จ้าๆ แต่ในใจลอบวางแผนเอาไว้เสร็จสรรพ ให้ตายก็ไม่มีวันปล่อยคน ต่อให้นางเอกจะฉลาดมีไหวพริบหรืออ่านสีหน้าคนเก่งแค่ไหน แต่เมื่อมาเจอกับคนเจ้าเล่ห์หน้ามึนอย่างพระเอกก็ต้องจอด ตามไม่ทัน55 สุดท้ายทุกอย่างก็อยู่ในแผนการที่พระเอกวางเอาไว้หมด หนีไปไหนไม่พ้น ...ส่วนพระรองก็กินแห้วตั้งแต่ต้นจนจบ พลาดแล้วพลาดเลย สิ่งที่เสียไปแล้วไม่มีวันหวนคืน ดีที่สุดท้ายพี่แกก็ยังตระหนักได้ ไม่ดึงดันต่อ ได้แต่อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ มองคนเขารักกันอย่างเจ็บๆ (แม้แต่ตอนพิเศษตอนสุดท้ายพี่ก็ยังไม่สมหวังเล้ยยย น่าฉงฉาน คนไม่ใช่คู่ยังไงก็ไม่ใช่คู่สินะ)

หลังรู้ความจริงนางเอกจะย้ายออก แต่พระเอกก็อ้างเหตุผลบลาๆ เพื่อให้นางเอกยอมอยู่ในบ้านที่ตัวเองซื้อไว้ให้ (บอกเลยยย อย่าคิดเถียงกับพระเอกเรื่องนี้ เหตุผลดีแค่ไหนก็สู้ความหน้าหนาของพี่แกไม่ได้ กลับดำเป็นขาว หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้หมด55) จากนั้นก็มีเรื่องฮ่องเต้ถูกลอบปลงพระชนม์  พระเอกเห็นว่าเกี่ยวกับตำหนักในตัวเองเป็นบุรุษคงไม่สะดวก เลยใช้ข้ออ้างนี้ไปขอให้ฮ่องเต้เรียกนางเอกเข้าวังมาช่วยสืบคดี คนในวังเห็นความสามารถนางเอก รู้ว่าแค่คำพูดเดียวของนางก็สามารถตัดสินความเป็นความตายของตัวเองได้ก็เกิดหวาดกลัว หากไม่ได้สืบคดีก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรือเข้าไปพูดคุยกับนางเอกเลย แต่ฮ่องเต้กลับชื่นชอบความสามารถนี้ มองว่าสะดวกดีเหมือนเครื่องจับเท็จ

หลังออกจากวังทั้งสองคนก็กลับมาคืนดีกัน(เร็วมากเดือนเดียวเอง)  ตอนแรกพระเอกขอโอกาสแก้ตัว ตกลงกันว่าจะให้เวลานางเอกสามเดือนเพื่อพิจารณาใหม่แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะอยู่หรือจะไป (แต่จริงๆ พระเอกมีทางเลือกให้แค่ทางเดียวคือนางเอกต้องอยู่ข้างกายตัวเองเท่านั้น ไม่มีความคิดจะปล่อยคนไปแต่แรกอยู่แล้ว ทำเป็นพูดจามีเหตุผลไปงั้นแหละ สตอมาก55) พอคนกลับมาสิ่งแรกที่พระเอกทำก็คือเข้าหอจ้าาา ตอนเขาโกรธต้องแอ๊บทำเป็นสุภาพบุรุษมานาน พอเคลียร์กันได้อิพี่จัดเต็มทบต้นทบดอกไม่ขาดแต่เกินได้55 (เรื่องนี้เข้าหอกันบ่อย พระเอกขยันมาก แต่ไม่บรรยายมาก ให้ไปจินตนาการกันเอาเอง55) 

เนื้อเรื่องอยู่ในยุคของฮ่องเต้เจียจิ้ง หนึ่งในฮ่องเต้ของราชวงศ์หมิง (ปู่ของฮ่องเต้ว่านลี่ในหวังทงองครักษ์เสื้อแพร) ดังนั้นบางเหตุการณ์และบางตัวละครในเรื่องจึงเคยเกิดขึ้นและมีตัวตนอยู่จริง เช่น แม่ทัพชีจี้กวง อวี๋ต้าโหยว และมหาอำมาตย์จางจวีเจิ้ง ...พระเอกเป็นองครักษ์เสื้อแพร เป็นมือขวาคนสนิทที่ฮ่องเต้ไว้วางใจและได้ทำงานใกล้ชิดฮ่องเต้มากที่สุด มีหน้าที่คอยสอดส่องจับผิดขุนนาง รับฟังคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้เพียงผู้เดียว ชื่อเสียงฉาวโฉ่ มีแต่คนสาปส่ง เป็นที่รังเกียจของขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนัก อายุยังน้อยแต่ก้าวหน้าเร็วตำแหน่งสูง ซ้้ำยังเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ จึงเป็นธรรมดาที่พวกขุนนางจะไม่ชอบและอิจฉาริษยาพี่แก แต่ก็ได้แค่นั้น เพราะสุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรหรือสามารถสั่นคลอนตำแหน่งพระเอกได้ ใครอยากฟ้องร้องก็ฟ้องร้องไปเลยพี่ไม่แคร์  

แต่พระเอกก็เก่งจริงมีความสามารถจริงๆ เหมาะสมกับตำแหน่งแล้วแหละ ที่นางเอกได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยสงบสุข ไปสืบคดีในวังได้อย่างราบรื่นไม่ถูกเจ้านายตำหนักในเก็บซะก่อนก็เพราะทุกคนกลัวไม่กล้าหาเรื่องพระเอกนี่แหละ แต่พระเอกก็ไม่เคยใช้อำนาจในมือไปกลั่นแกล้งหรือทำร้ายใครส่งเดชนะ ...ส่วนฮ่องเต้ก็สมกับที่เป็นฮ่องเต้ ถึงจะลุ่มหลงในลัทธิเต๋าแต่ก็ฉลาดล้ำลึก มองการณ์ไกล ขี้ระแวง ถึงไม่ไว้ใจใครแต่ก็รู้จักวิธีใช้คน ไม่ได้เลือกหรือตัดสินจากความดีเลวแต่มองที่ผลประโยชน์สูงสุดเป็นหลัก ในคดีที่พระนางช่วยกันสืบหลายครั้งที่แม้จะเจอตัวผู้ทำกระทำผิดแล้วแต่ฮ่องเต้ก็ไม่ได้เลือกที่จะป่าวประกาศหรือลงโทษเดี๋ยวนั้น แต่เลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อน รอพลาดซ้ำอีกทีหรือมีอะไรมากระตุ้นก็ค่อยลงมือจัดการทีเดียว 

ในเรื่องนี้นอกจากเรื่องความรัก ก็มีเรื่องการเมืองการแย่งชิงอำนาจ และการไขคดีนี่แหละที่พลาดไม่ได้ น่าติดตาม พระเอกมีหน้าที่สืบและตามหาความจริงมาให้ฮ่องเต้ ส่วนจะเอาผิดลงโทษหรือไม่ก็แล้วแต่เบื้องบนตัดสินใจ พระเอกไม่ยุ่งไม่ก้าวล่วง มองขาดมาก เข้าใจความคิดของฮ่องเต้ แต่ก็ไม่ทำตัวอวดฉลาด จะได้เห็นวิธีการใช้อำนาจ การใช้คน การต่อสู้ของกลุ่มการเมืองต่างๆ ซึ่งสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างดี โดยเฉพาะตอนเกิดสงครามในช่วงเล่มสุดท้าย และตอนไปปราบโจรสลัดวอโคว่

อ่านแล้วได้แต่ถอนหายใจยาวๆ กว่าจะปราบสำเร็จการเมืองเยอะมาก  เกี่ยวพันโยงใยกับอำนาจและผลประโยชน์ของหลายฝ่ายหลายกลุ่ม รู้ทั้งรู้แต่ก็ทำไรไม่ได้ เพราะพวกขุนนางในท้องที่สมรู้ร่วมคิดรวมหัวช่วยกันปกปิด แถมยังมีพวกตำแหน่งสูงๆ ในเมืองหลวงคอยช่วยอยู่เบื้องหลังอีกต่างหาก สงสารก็แต่ขุนนางน้ำดีที่ตั้งใจทำงานและชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ต้องรับกรรม สุดท้ายฮ่องเต้เลยต้องส่งพระเอกไปจัดการ ส่งพระรองที่เป็นแม่ทัพและเป็นชนชั้นสูงซึ่งเป็นขุมกำลังใหญ่อีกขั้วหนึ่งลงไปควบคุม ...ช่วงสองเล่มหลังการเมืองเจ้มจ้นมากขึ้น จะได้เห็นอุบายของพวกขุนนางในราชสำนักที่พยายามจะกำจัดฝ่ายตรงข้าม พลาดปุ๊บซ้ำปั๊บ จ้องแต่จะถวายฎีการ้องเรียน พวกแม่ทัพที่กำลังรบติดพันถ้าไม่มีคนช่วยพูดหรือถูกร้องเรียนมากๆ เข้าก็ต้องถูกเรียกตัวกลับมากะทันหัน แผนการรบที่กำลังจะสำเร็จหรือวางไว้ก็เป็นอันพังไม่อาจสานต่อ มันก็จะวนๆ อยู่แบบนี้แหละ บ้านเมืองเลยไม่ไปไหนสักที 

ป.ล. เราชอบพระรองเรื่องนี้อยู่อย่าง แม้เรื่องความรัก เรื่องในเรือนหลังของตัวเองจะล้มเหลว แต่พี่แกก็ไม่เคยผิดต่อชาติบ้านเมืองหรือแผ่นดินตัวเองนะ ทำหน้าที่จนถึงที่สุด... เอาจริงๆ ก็เข้าใจพี่แกอยู่ว่าทำไมต้องเลือกแต่งงานทางการเมือง เพราะแม้จะเป็นท่านโหวตระกูลแม่ทัพแต่ก็ยังใหม่อยู่ ไม่ได้มีอำนาจมาก  คนในตระกูลก็ไม่มีใครโดดเด่นหรือพึ่งพาได้ พอได้เกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่ๆ ที่มีอำนาจหรือมีสายสัมพันธ์อะไรแบบนี้ เวลาตัวเองไปรบมันก็จะได้มีคนคอยช่วยพูดต่อหน้าฮ่องเต้ให้ ได้มีโอกาสแสดงฝีมือโดยไม่ต้องรอนาน ก้าวหน้าเร็ว และมีคนคอยส่งข่าวไปบอกให้รู้ล่วงหน้าเวลาเกิดเรื่องอะไร จะได้ไม่ตกข่าวและมีเวลาเตรียมพร้อมรับมือ ...เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะโดนยัดข้อหา ไม่ใช่รบอยู่ดีๆ คือต้องกลับมา อ่านแล้วก็แอบเจ็บใจแทนพี่แกตอนท้ายสุดอะ ...T^T

ป.ล. ส่วนเมียพระรองก็น่าเห็นใจไม่แพ้กัน ได้แต่งกับคนที่เรารักแต่เขาไม่รักเรา สุดท้ายก็ต้องอยู่อย่างทุกข์ตรม เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งของตระกูลที่มีไว้เพื่อใช้เกี่ยวดองอำนาจ หมดประโยชน์เมื่อไรก็มีคนพร้อมแทนที่คุณเสมอ สามีไม่รัก ครอบครัวก็ไม่สนใจ มีประโยชน์เมื่อไรถึงจะสน...


#ลูบคมองครักษ์สวมรอย 6 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/70BoBOtoaa