วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

โฉมตรูคู่หทัย

 


โฉมตรูคู่หทัย (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : จี้ชิว (寄秋)
ผู้แปล : เหมยชมจันทร์ & เชาว์เหลียน
วาดปก : NoRWAN
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เฟิงจื่ออี ถูกขายมาเป็นสาวใช้ในจวนสกุลฉีตั้งแต่ยังเด็ก (แต่ไม่ได้ขายขาดนะ ขายแค่ 10 ปี) ตระกูลฉีเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในแคว้น แต่เจ้านายทั้งหลายที่อยู่ในจวนกลับไม่มีใครเอาการเอางานหรือสนใจที่จะดูแลควบคุมจวนตัวเองเลย นอกจากบุตรชายคนโตหรือพระเอก ฉีเทียนเฮ่า คุณชายใหญ่ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นท่านเจ้าเมืองตั้งแต่อายุ 15 
แต่พอเป็นเจ้าเมืองพระเอกก็ไม่ค่อยมีเวลา งานทุกอย่างจึงตกไปอยู่ที่พ่อบ้านของจวนแทน ...แต่หลังจากที่ได้นางเอกช่วยชีวิตเอาไว้ในตอนที่ถูกพิษ ได้เห็นความเฉลียวฉลาดดูมีแววของนาง พระเอกก็เลยจับคนเขามาสอนสิ่งต่างๆ เพื่อปั้นให้เป็นผู้ดูแลจวนคนต่อไป ...

อ่านเพลินๆ ขำๆ พล็อตไม่มีอะไรมาก ไม่ต้องถามถึงความสมเหตุสมผล เพราะมันอิหยังตั้งแต่ตัวนางเอกที่เป็นสาวใช้แต่กลับใช้ชีวิตประหนึ่งเจ้านายแล้ว เอาตรงๆ คือใหญ่กว่าเจ้านายอีกนะ คุณหนูคุณชาย ไม่ว่าใครในจวนก็พากันกลัวและเคารพยำเกรงนางกันหมด
การพูดจา ข้าวของเครื่องใช้ ท่าทางไม่เหมือนสาวเลยใช้สักนิด ...
ส่วนพระเอกก็ไม่ค่อยได้อยู่จวน ภารกิจเยอะ เลยต้องยกหน้าที่การดูแลจวน+ดูแลกิจการร้านค้าต่างๆ ของตระกูลให้นางเอกทำแทนหมด เพราะคนในบ้านชิลกันเหลือเกิน ไม่มีใครที่พอจะพึ่งพาหรือฝากความหวังไว้ได้เลยสักกะคน ...

นอกจากเรื่องงานเจ้าเมือง พระเอกก็ยังต้องแอบไปตามสืบเรื่องสมบัติของแคว้นที่เล่าขานมานาน ต้องไปหาแผนที่กับกุญแจที่จะนำไปพบกับสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่ ต้องรีบหาให้เจอก่อนที่ฝั่งตัวร้ายจะหาพบ ...พระเอกจึงไปๆ มาๆ ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เวลาไปไหนก็ไม่ได้บอกใคร ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า บทจะไปก็ไปเลย นางเอกก็เลยแอบน้อยใจที่หลังๆ เวลาพระเอกจะไปไหนมาไหน หรือจะกลับมาเมื่อไรก็ไม่ยอมบอกกล่าวกันบ้างเลย กลับมาก็ไม่เห็นมาเล่าอะไรให้ฟังเหมือนแต่ก่อนเลย... น้อยใจ คิดว่าพระเอกมัวแต่ไปท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติกับสตรีในดวงใจ(น้องสาวเพื่อน) ...คิดว่าพระเอกคงมองตัวเองเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง ...กระซิกๆ

พระเอกมาเริ่มรู้สึกตัวว่าชอบนางเอกจริงๆ ก็ตอนที่นางพลัดตกน้ำ แต่ยังไม่ได้สานอะไรต่อมากก็มีเหตุให้ต้องจากบ้านไป แถมจากไปคราวนี้ก็ยังไปนานถึง 2 ปี นางเอกเลยยิ่งงอนหนัก กลับมาก็หลบหน้ามีท่าทางปั้นปึ่ง ... แต่พระเอกก็ไม่สามารถบอกความจริงได้เพราะกลัวนางเอกจะเดือดร้อนตามไปด้วย ....แต่ความอิหยังยังไม่หมด เพราะตอนที่น้องสาวพระเอกซึ่งเป็นพระสนมคนโปรดของฮ่องเต้กำลังตั้งครรภ์ ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งอนุญาตให้น้องพระเอกกลับมาอยู่ที่บ้านได้ด้วยจ้า (ได้หราาาา...โอเคๆ อ่านเอาเพลินๆ อย่าคิดมาก 55) ...
พระเอกรู้ว่าจะมีคนวางแผนชั่วและอาจทำให้เกิดเหตุร้ายกับน้องสาวเพื่อใส่ร้ายคนในตระกูล เลยบอกนางเอกให้ระมัดระวังเยอะๆ ..แต่สุดท้ายเรื่องมันก็เกิดจนได้ นางเอกก็ถูกใส่ร้ายโดนจับเข้าคุกและมีเหตุให้ต้องเข้าใจพระเอกผิดไป ...

หลังจากนั้นก็มีคนช่วยนางเอกออกจากคุก นางเอกหนีไปที่เมืองอื่นโดยมีน้องสาวพระเอกแอบหนีตามไปด้วย (อะไรฟะ)...พอตังค์หมดก็ไปทำงานเป็นสาวใช้อยู่ในจวนเจ้าเมืองเมืองหนึ่ง ต้องปกปิดชื่อแซ่ และได้เจอกับท่านเจ้าเมืองลึกลับที่ต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา (โอ๊ยยย เดาไม่ออกเลยจ้า) ...

ปมดูเยอะแต่จริงๆ ไม่มีอะไร พล็อตเบา ดราม่ามีก็เหมือนไม่มี มีแต่ความอิหยังเต็มไปหมด หลักๆ ก็เป็นเรื่องการหาสมบัติ มีการก่อกบฎเข้ามาเอี่ยวนิดหน่อย และเรื่องอดีตของนางเอก ..จบสวย แฮปปี้ตามคาด ล้าลาลา...


📍โฉมตรูคู่หทัย ➡️ https://s.shopee.co.th/8fKVLNe1Zr




วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565

Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว

 


Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หงจิ่ว
ผู้แปล : เฉี่ยวหลิงชิงซิ่ว
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หนิงเหมิง หญิงสาวที่จับผลัดจับผลูต้องมาทำงานเป็นเลขาให้กับเจ้านายผู้มีอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าสภาพอากาศและเป็นโรคจูนิเบียวอย่าง ลู่จี้หมิง ลูกเศรษฐีหรือเจ้าของบริษัทจี้หมิงแคปปิตอล บอสใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับต้องเปลี่ยนเลขาทุกๆ 3 เดือน เพราะไม่มีใครทนพี่แกไหว ลูกน้องพากันหลีกหนีไม่อยากอยู่ใกล้ พอพระเอกเริ่มแผลงฤทธิ์เมื่อไรก็พร้อมใจกันเรียกหานางเอกให้เข้ามาช่วยกอบกู้ทุกครั้ง เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้วิธีรับมือและเอาพระเอกอยู่ได้ ...

แต่ความฝันจริงๆ ของนางเอกคือการได้เป็นผู้อำนวยการการลงทุน เป็นผอ.หนิง ไม่ใช่เลขาฯ เมื่อเห็นว่าสมควรแกเวลาแล้ว( 3 ปี) ก็เลยจะขอย้ายไปอยู่ด้านการลงทุนแทน
แต่กลับถูกพระเอกซึ่งเป็นเจ้านายปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า ทั้งยังปรามาสตัวเธอต่างๆ นานา ...
แต่นางเอกก็ไม่ถอย สุดท้ายพระเอกเลยต้องจำใจยอมให้นางเอกไปทำตรงนั้นได้
3 เดือน
แต่ถ้าภายใน
3 เดือนยังไม่มีผลงานก็ต้องกลับมาเป็นเลขาอยู่ข้างกายพี่เหมือนเดิมนะจ๊ะ...

พอไปทำที่แผนกนั้นก็ดันถูกอิหัวหน้าโปรเจกต์หาเรื่องกลั่นแกล้ง เพราะแอบแค้นที่ตอนถูกพระเอกต่อว่าคราวนั้นนางเอกไม่ช่วยพูด บวกกับคิดว่าที่นางเอกย้ายมานี้คือมีปัญหากับพระเอกและกำลังจะถูกบีบให้ออก ก็เลยได้ทีจ้องหาเรื่องขัดนางเอกมันซะทุกอย่าง พระเอกก็ไม่สนเพราะอยากให้คนเขากลับมาเป็นเลขาตัวเองอยู่แล้ว จนมาถึงฟางเส้นสุดท้ายที่นางเอกถูกขโมยผลงาน แล้วพระเอกไม่หือไม่อือแถมยังมาต่อว่า+ดูถูกซ้ำอีก นางเอกก็เลยยื่นใบลาออก ขอลาออกจากบริษัทซะเลย 55...(สะใจ)

โชคดีที่พอได้งานใหม่ก็เจอเจ้านายดี แต่พระเอกก็ยังทำตัวประหนึ่งวิญญาณตามติด
คอยโทรมากวนประสาท อ้างนั่นนู่นนี่สรุปก็คืออยากให้เขากลับมาเป็นเลขาตัวเองเหมือนเดิม ขาดเขาไม่ได้แต่ยังไม่รู้ตัว ไม่เคยมีคำพูดดีๆ ออกมาจากปาก ปากเสีย ปากไม่ตรงกับใจ
มีแต่คำต่อว่า คำดูถูกประชดประชัน แต่ไม่ว่ายังไงนางเอกก็นิ่งไม่ยอมกลับ
แถมยังบล็อกเบอร์พี่แกด้วย พอถูกบล็อกอิพี่ก็ดิ้นไม่พอใจอย่างแรง ต้องหาวิธีทำให้นางเอกปลดบล็อกเบอร์ตัวเองให้ได้ แต่พอนางเอกปลด อิพี่ก็เป็นฝ่ายบล็อกเขากลับคืน ...นิสัยเด็กไหมล่ะ 55
เจ้านายใหม่ดูออกว่าพระเอกชอบเลขาเก่าตัวเอง เวลามีโปรเจกต์อะไรที่อยากดึงพระเอกเข้าร่วมเลยชอบส่งนางเอกไปเจรจาออกหน้า เพราะรู้ว่าพระเอกต้องตกลง...

พระเอกก็ยังคงสไตล์เด็กน้อยลู่เหมือนเดิม ทำดีๆ พูดเพราะๆ ไม่เป็น ต้องขวางโลกกวนประสาทจิกกัดเขาได้ก่อนถึงจะมีความสุข แต่พอนางเอกนิ่งไม่คล้อยตามก็ยิ่งอาละวาดไม่พอใจ กระหน่ำซ้ำมันเข้าไป ก็เป็นแบบนี้แล้วไผสิอยากกลับมา ...นางเอกก็ยิ่งฮึดสู้ยิ่งกว่าเก่า ยิ่งมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง ล้มบ้างผิดพลาดบ้าง แต่ก็เก็บไว้เป็นบทเรียนนำเอากลับมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องทำให้พระเอกเรียกตัวเองว่า 'ผอ.หนิง' ให้ได้..

สองเล่มแรกพระเอกปากแจ๋ววอนหาเรื่องตลอด นับถือนางเอกจริงๆ ที่ทนมาได้ตั้ง 3 ปี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย (แต่ส่วนใหญ่จะร้ายมากกว่าดี) อยากให้เขากลับมาก็ไม่พูดดีๆ ไม่อยากให้เขาทำสายลงทุนก็ไม่ยอมบอกเหตุผลดีๆ ว่าทำไม กลับเลือกใช้ไม้แข็ง ใช้คำพูดทิ่มแทงหัวใจ กลับกลายเป็นการผลักไสให้เขาไกลห่างมากกว่าเดิม ...พอรู้ว่านางเอกอาศัยอยู่ในคอนโดห้องเช่าตรงข้ามกับห้องเพื่อนซี้ อิพี่ก็ไปบีบให้เพื่อนขายห้องให้ตัวเองทันทีแล้วย้ายมาอยู่แทน บริษัทนางเอกต้องย้ายหาสถานที่ทำงานใหม่ อิพี่ก็ไปดีลให้เขามาอยู่ตึกเดียวกับตัวเองจนได้ นางเอกต้องไปดูงานที่ต่างเมือง อิพี่ก็หาข้ออ้างตามไปกับเขาด้วย ทำทุกวิถีทางจริงๆ แต่ก็ยังไม่รู้ใจตัวเองอีกนะว่าชอบเขาแล้ว ...จนมีวันหนึ่งพระเอกเมาแล้วหลุดพูดเรื่องผู้หญิงที่ตัวเองชอบออกมา นางเอกถึงได้รู้ว่าที่แท้ตัวเองก็เป็นแค่เงาของพี่สาวนางฟ้าที่พระเอกชอบเท่านั้น ..นับแต่นั้นนางเอกเลยตัดใจและถอยออกมาจากชีวิตพระเอกแบบจริงๆ จังๆ ...

พระเอกก็รู้สึกนะว่านางเอกมีบางอย่างเปลี่ยนไปแต่ไม่รู้ว่าตรงไหน เพราะจำเรื่องที่ตัวเองพูดไม่ได้ (เวลาเมาพระเอกจะพูดง่าย ใครขออะไรก็รับปาก ถ้าอยากได้อะไรจากพระเอกต้องอาศัยตอนเมา) จากนั้นพี่นางฟ้าที่พระเอกชอบมานานก็กลับมาพอดี ส่วนนางเอกก็ตกลงคบกับรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเคยแอบปลื้มมานานเช่นกัน แต่ก่อนจะคบกันนางเอกก็บอกนะว่าตัวเองอยู่ในอารมณ์แบบนี้ๆ  รุ่นพี่ยังโอเคอยากคบอยู่ไหม พอมีแฟนแล้วนางเอกก็ไม่เคยวอกแวก ชัดเจน ถ้าตนคุยโทรศัพท์หรือเจอพระเอกแล้วรุ่นพี่ไม่โอเค นางเอกก็ยินดีไม่ทำ ต่อไปจะคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ให้เกียรติรุ่นพี่ แต่รุ่นพี่อะมีปมที่เคยถูกคนรักเก่าทิ้งไปเลือกคนที่รวยกว่า มันกลายเป็นเงามืดที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างหนัก ทำให้ขี้หึงหวาดระแวงกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย จากหนุ่มน้อยที่เคยสดใสมีอุดมการณ์ก็เปลี่ยนกลายเป็นคนเก็บกดและมีหลายบุคลิก...จริงๆ ถ้าตอนนั้นรุ่นพี่เลือกนางเอกก็คงจะดีเนาะ T^T ...(แต่ถ้าเป็นแบบนั้นพระเอกก็ต้องเปลี่ยนคนสินะ 55)

ซึ่งพอพระเอกเห็นเขาคบกันก็ปวดใจ เล่มสามนี่เปลี่ยนจากปีศาจลู่กลายเป็นหมาน้อยลู่แล้ว แต่พระเอกก็ยังแยกไม่ออกอยู่ดีว่าอะไรคือรักที่แท้จริง แบบไหนคือความรักระหว่างชายหญิง เพื่อนพูดเตือนสติก็แล้ว ด่าก็แล้ว แต่ก็ไม่เคยฟัง ทว่าพอเห็นเขาแสดงความรักไปไหนมาไหนด้วยกันก็เจ็บเจียนตาย หมดแรง ...

สองเล่มแรกเหมือนเป็นช่วงการเติบโตของนางเอก จากเลขาสาวที่ขาดความมั่นใจ ต้องทำตัวหงอเพราะต้องคอยก้มหน้าเอาใจคนอื่นอยู่ตลอด ไม่กล้าแม้แต่ที่จะถอดแว่นตาหรือเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากผู้ตามไปเป็นผู้นำ กล้ายืนหยัดในความคิดของตนเองแต่ก็ไม่ตึงจนเกินไป ทว่าที่แน่ๆ คือไม่ว่าจะเจอกับสิ่งล่อตาล่อใจมากขนาดไหน นางเอกก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมไม่สั่นคลอน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจชักจูงหรือทำให้เธอเปลี่ยนสีตามไปด้วยได้ ...

ส่วนพระเอกก็ต้องยอมรับแหละนะว่าถึงพี่แกจะนิสัยแย่ ปากจะเสีย อารมณ์จะร้าย แต่ถ้าด้านธุรกิจเรื่องงานพระเอกคือเก่งจริง รู้จริง ปัญหาช่วงแรกๆ ที่นางเอกยังมองไม่ออก พระเอกกวาดตาที่เดียวคือเห็นทะลุ และนางเอกก็ได้เรียนรู้อะไรดีๆ หลายอย่างไปจากพระเอกเยอะเหมือนกัน...ความจริงที่พระเอกไม่อยากให้นางเอกมาทำสายนี้ก็เพราะไม่อยากให้แปดเปื้อน เพราะงานด้านนี้มันไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์ กลัวนางเอกจะถูกทำร้ายแล้วรับไม่ไหว คิดว่านิสัยนางเอกไม่เหมาะจะมาสายนี้ ...แต่นางเอกก็ค่อยๆ เรียนรู้ปรับตัวและอยู่กับมันได้ แถมนับวันยังยิ่งส่องประกายยิ่งทำยิ่งรุ่ง จนในที่สุดพระเอกก็ต้องยอมรับในความสามารถและฝีมือของเธออย่างไร้ข้อกังขา  ...

เล่ม 3-4 จะเป็นอะไรที่พีคขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงเหมือนนั่งรถไฟเหาะ เปลี่ยนจากสนามการเมืองแย่งชิงในรั้วในวัง มาเป็นสนามการลงทุนการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ก็สนุกและลุ้นไม่แพ้กันเลย ชิงไหวชิงพริบ วางแผนแก้เกมกันมันมาก พระเอกก็เจอกับปัญหารุมเร้าจนทำให้มองพลาดเดินเกมผิด เจอคนวางแผนสับขาหลอกทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว ธุรกิจพัง บ้านก็ไม่มีอยู่ ถูกคนตามทวงหนี้ ชีวิตพังทลายจนเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่ดีที่นางเอกมาช่วยไว้ทัน คอยอยู่ข้างๆ ปลุกสติให้พี่แกฮึดลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ช่วงหลังเหมือนสลับบทกัน นางเอกกลายเป็นไม้ใหญ่ให้พระเอกพึ่งพิง เป็นคนคอยช่วยหาทางออกพาแก้ปัญหา
และช่วยพาเดินไปทีละก้าวจนพระเอกกลับมาลุกได้ใหม่และสามารถตั้งตัวได้อีกครั้ง...

เป็นแนวการทำงาน การต่อสู้ทางธุรกิจที่เดินไปพร้อมกับเรื่องรักได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ นอกจากจะสนุกแล้ว ก็ยังให้ข้อคิดในการทำงานและการใช้ชีวิต ไม่ผิดหวังเลยที่ได้อ่าน
พระ-นางเหมือนน้ำกับไฟ แต่มีอุดมการณ์ความคิดในการทำงานคล้ายกันคือ....ไม่ทำเรื่องที่ผิดกฏหมาย ท่ามกลางความดำมืดความสกปรกที่ต้องเจอแต่ทั้งคู่ก็ยังคงตัวตนดั้งเดิมของตัวเองเอาไว้ได้ และนางเอกก็สามารถเปลี่ยนจากดักแด้กลายเป็นผีเสื้อที่สวยงามได้ในที่สุด
....

ส่วนเรื่องรักก็มีหลายคู่หลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่มูฟออนไปต่อได้ แบบที่สร้างปมปัญหาในใจ และแบบที่ลุกไม่ไหวไปต่อไม่ได้อีกเลย เป็นเรื่องที่หยิบยกปัญหาสุขภาพจิตและเรื่องโรคซึมเศร้ามาพูดได้ค่อนข้างดีทีเดียว โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป นับวันมีแต่จะยิ่งใกล้ ...แอบเสียใจกับเรื่องเพื่อนของนางเอกที่สุด ภายใต้ความสดใสและรอยยิ้ม บางทีเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าข้างในเขากำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่า ไม่รู้ว่าเขาซุกซ่อนอะไรหรือกำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน ... ตอนอ่านจดหมายของเพื่อนนางเอก
เราน้ำตาไหลเลยอะ เศร้า เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงมากๆ (เสียใจมากอะ ช็อกเลย)
T^T

ยังไงก็ต้องขอบคุณพระเอก ขอบคุณเจ้านายใหม่และบางคนที่เข้ามาช่วยชี้แนะเปิดมุมมองสิ่งต่างๆ ให้กับนางเอก ขอบคุณฉีฉีเพื่อนรักที่คอยรับฟังและเป็นกำลังใจให้นางเอกเสมอ และที่สำคัญคือต้องขอบคุณตัวนางเอกเองที่กล้ายืนกรานที่จะเดินตามความฝัน กล้าเปลี่ยนตัวเอง และกล้ายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง ...จบแฮปปี้ พระเอกพอมีแฟนแล้วคือคลั่งรักมากก รักเดียวใจเดียวสุดๆ นอกจากคลั่งเมียแล้วก็ยังคลั่งลูก เห่อลูกมาก หลังแต่งงานก็พกบัตรใบเดียวที่เหลือให้นางเอกเก็บหมด เข้าชมรมกลัวเมียเป็นที่เรียบร้อย....


📍Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1LXucHnzus



วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565

ฝ่าบาทได้โปรดสำรวมหน่อย 2 เล่มจบ


ฝ่าบาทได้โปรดสำรวมหน่อย 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : จิ่วเสี่ยวชี (酒小七)
ผู้แปล : หิมะน้อย
สำนักพิมพ์ หอมหมื่นลี้

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เถียนชี นางเอกของเรื่องปลอมตัวเป็นขันทีเข้ามาอยู่ในวังตั้งแต่อายุ 11 เพื่อหวังจะล้างแค้นให้กับครอบครัว แต่ศัตรูดันชิงตายไปก่อน นางเอกซึ่งไม่มีที่ไปไม่รู้จะทำไงต่อดี เงินก็ไม่มี เลยตัดสินใจทำงานอยู่ในวังต่อเพื่อหาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วค่อยหาช่องทางออกจากวังอีกที แต่โชคร้ายเพราะไม่ว่าจะไปรับใช้เจ้านายคนไหน อีกฝ่ายก็มักมีอันเป็นไปในเวลาไม่นานเสมอ และแล้ววันหนึ่งในขณะที่นางเอกกำลังร้องไห้ให้กับพระสนมซึ่งเป็นเจ้านายคนที่ ที่เพิ่งเสียชีวิตลง ด้วยความเศร้าโศกเสียใจจึงทำให้นางเผลอไปล่วงเกินพระเอกหรือฮ่องเต้โดยไม่ตั้งใจเข้า และนับแต่นั้นชีวิตของนางเอกก็ขึ้นๆ ลงๆ ประหนึ่งนั่งรถไฟเหาะ และยิ่งห่างไกลจากแผนการเดิมเข้าไปทุกทีๆ...

หลังจากนั้นนางเอกก็ได้ย้ายไปทำงานในตำหนักของฮ่องเต้ ทั้งยังได้รับความโปรดปรานจนเป็นที่อิจฉา แต่เพราะเรื่องการตายของเจ้านายเก่าจึงเป็นเหตุให้นางเกือบถูกคนฆ่าตาย บวกกับการที่ได้เป็นคนโปรดหรือคนสนิทของฮ่องเต้นี้ก็ทำให้มีคนเริ่มคิดอยากจะกำจัด แถมยังถูกคนใส่ร้ายจนต้องกลายเป็นแพะรับบาปและตกอยู่ในแผนการผู้อื่นอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกด้วย เพราะแม้จะเป็นที่โปรดปรานมากขนาดไหนแต่ก็ยังเป็นแค่บ่าวรับใช้อยู่ดี หากไม่มีพระเอกคอยช่วยหรือหนุนหลังอยู่ นางเอกก็คงได้ตายไปหลายรอบแล้วจริงๆ

พระเอก จี้เหิง ฮ่องเต่หนุ่มวัยยี่สิบกว่าที่มีความหลังไม่ดีกับพวกขันที เหตุเพราะฮ่องเต้องค์เก่าให้ความสำคัญกับขันทีมากเกินไป ทำให้ขันทีมีอำนาจมากกระทั่งเกือบจะทำให้พระเอกหลุดจากตำแหน่งรัชทายาท ขุนนางน้ำดีฝ่ายตนก็ถูกสังหารและกำจัดไปมากมาย พอพระเอกขึ้นครองราชย์ได้จึงล้มล้างอำนาจของขันทีทันทีจนสิ้นซากไม่มีเหลือ...
ทว่าทั้งๆ ที่เกลียดมากขนาดนั้น...แต่สุดท้ายพระเอกกลับมาหวั่นไหวใจเต้นให้กับขันทีหน้าสวยขี้ประจบ วันๆ ก่อแต่เรื่องอย่างนางเอกเข้าซะได้...โฮะๆๆ เรากำลังจะกลายเป็นพวกตัดแขนเสื้อเสียแล้วหรือนี่...ไม่ได้เด็ดขาดดด

ดังนั้นช่วงแรกๆ พระเอกจึงพยายามปฏิเสธหัวใจตัวเอง มีอาการผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นางเอกก็ซวยไป ไม่รู้เหมือนกันว่าพระเอกเป็นอะไร เพราะความรู้สึกช้าไม่ค่อยรู้เรื่องระหว่างชาย-หญิง (ไม่คิดว่าขนาดปลอมเป็นขันทีแล้วยังจะมีคนมาชอบได้อีก 55) นึกว่าฮ่องเต้เป็นโรคประสาท จึงพยายามตั้งใจทำงานและปลงๆ กับชีวิต ไม่รู้ว่าความจริงแล้วพระเอกกำลังแอบชอบตัวเองจนแทบจะบ้าแต่ไม่กล้ายอมรับ จึงต้องหาทางขับไล่ไสส่งนางเอกออกไป เพราะจะให้ฆ่าทิ้งก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่ไล่เขาไปไกลๆ ห้ามมาให้เห็นหน้าอีก ...

ปากก็ไล่ขู่จะฆ่า แต่ในใจนี่ตรงกันข้าม คิดถึงอยากพบหน้าใจแทบขาด ส่วนนางเอกนับวันก็ยิ่งกลัวเลยยิ่งหลบหน้าเพราะพระเอกไบโพลาร์เหลือเกิน จนวันหนึ่งนางเอกก็ตัดสินใจแกล้งป่วยเป็นโรคร้ายแรงเพื่อจะได้ออกจากวัง แต่พอรู้ว่านางเอกป่วย พระเอกก็ทำใจม่ายล่ายต้องรีบวิ่งมาดู แล้วก็กลายเป็นว่าได้ปลดล็อกความรู้สึกของตัวเอง แบบเอาวะ! ตัดแขนเสื้อก็ตัดแขนเสื้อ ไม่หนีแล้ว ให้นางเอกกลับมาอยู่ข้างกายเหมือนเดิมแล้วก็เริ่มรุกละทีนี้ ...

เล่มสองพระเอกรุกหนักมาก นี่ขนาดค่อยเป็นค่อยไปนะ แล้วแต่ละวิธีที่ใช้ก็ทั้งขำทั้งเขินเลย หน้าไม่อายลามกจริงๆ 55 นางเอกก็ใสซื่อนึกว่านี่เป็นงาน ขันทีคนอื่นๆ เขาก็ทำกัน (น้องถึงขนาดไปถามขันทีใหญ่คนสนิทพระเอกเลยนะ คนนี้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกเลยช่วยปกปิดและช่วยพูดเพื่อเจ้านายเต็มที่ 55) พระรองก็งานดี เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนางเอกมากเท่าพระเอก (ก็พระเอกเป็นฮ่องเต้ใครจะกล้าขัด) เลยต้องกินแห้วปายย
พระเอกก็ขี้หึงสุดๆๆ หึงตั้งแต่น้องชายยันลูกตัวเองยันเต่าที่เลี้ยงไว้
55
ลูกพระเอกนี่ไม่พูดถึงไม่ได้ น่ารักใสซื่อ กวนๆ มึนๆ ดี เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูและก้างขวางคอพ่อโดยแท้ เป็นเด็กที่น่ารักมากๆ แค่อ่านยังชอบเลย ส่วนเต่ายักษ์ก็ตัวขโมยซีนไม่แพ้กัน เสียดายที่เล่ม 2 ไม่ค่อยมีบทเพราะจำศีลอยู่ ...

เล่มสุดท้ายนางเอกไฟท์จัดการกับศัตรูคู่อริอย่างจริงจัง พร้อมๆ กับสืบหาความจริงเรื่องครอบครัวตัวเอง โดยมีพระเอกคอยช่วยเป็นแบ็คให้อยู่ข้างหลัง แบบใครก็แตะนางเอกไม่ได้...อย่าคิดว่าพระเอกโง่นะ เป็นฮ่องเต้ที่ฉลาดรู้ทัน มองออกแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าใครหรือเรื่องอะไรก็หลอกและปิดบังพระเอกไม่ได้นาน นางเอกก็ไม่เคยหลอกสำเร็จเช่นกัน รู้ทันตลอด 55 ...มีแต่เรื่องสภาพเพศนี่แหละที่ปิดได้นาน พระรองยังรู้ก่อนอีก 55 แต่พอพระเอกรู้ก็ดีใจมากจนแทบคลั่ง กระโดดขึ้นไปบนหลังคาชาวบ้านตะโกนไปทั่ว จนเขานึกว่าพี่แกเป็นปีศาจตัดแขนเสื้อ บ้าบอมาก (พระเอกเนี่ย)

ทว่ายิ่งเข้าใกล้ความจริงเรื่องครอบครัวนางเอกมากเท่าไร พระเอกก็ยิ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด บวกกับมีคนอยากให้นางเอกเข้าใจผิด...จากที่คิดว่าจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันหลังจากที่รู้ว่านางเอกเป็นสตรี หลังจากที่ฝ่าด่านไทเฮาสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับเกิดปมปัญหาใหม่ขึ้นมา แถมใหญ่มากซะด้วย แม้พระเอกจะไม่ใช่คนสั่งแต่สาเหตุหลักก็มาจากตัวเอง นางเอกไม่อาจก้าวผ่านจุดนี้ไปได้เลยคิดจะจากไป...แต่พระเอกก็เล่นใหญ่รัชดาลัย พยายามทำทุกอย่างเพื่อรั้งคนไว้ จนสุดท้ายไทเฮาทนรับสภาพลูกชายไม่ไหวต้องออกโรงเอง....

ผลงานของผู้เขียนฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรม, ช่วงเวลาอันแสนหวานเหล่านั้น, สะดุดรักยายถังข้าว และโปรดยิ้มตอบข้าด้วยไมตรี (เฉพาะที่แปลเป็นไทยแล้ว) ...ฉาก nc เรื่องนี้อ่านแล้วแอบนึกถึงฮองเฮาผู้ไร้คุณธรรมเลย 55 พระเอกเป็นฮ่องเต้ที่มีสนมนางในตามปกติ แต่พอรักนางเอกแล้วก็ไม่ยุ่งกับสตรีคนไหนอีกเลย หื่นมากก (กับนางเอกคนเดียวเท่านั้น) ส่วนนางเอกก็ฉลาด เจ้าเล่ห์ น่ารัก ปากหวาน ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล เอาตัวรอดเก่ง ดวงแข็งหวิดจะตายหลายทีแต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง
พล็อตไม่หนักแต่ก็ไม่เบา มีช่วงที่แอบหน่วงเศร้า แต่ก็มักมีอะไรขำๆ ตลกๆ มาแทรกอยู่ตลอดเลยเศร้าได้ไม่นาน เน้นฮา อ่านสบายเพลินๆ
ผูกปมดี เพียงแต่ตรงจุดจบของตัวร้ายกับตอนท้ายที่ไทเฮาเจรจากล่อมนางเอก เราว่ามันแอบง่ายไปหน่อย (แต่ก็เข้าใจแหละ เพราะเป็นนิยายตลกไม่เน้นเครียดขนาดนั้นนี่เนาะ)

- ชอบฉากงานแต่งงานของพระ-นาง แต่ลูกพระเอกคิดว่าตัวเองคือคนที่ได้แต่งกับนางเอก แม่นมก็ไม่กล้าบอกความจริง 55 (แบบน้องเด็กอะ ไม่เข้าใจว่าแต่งงานคืออะไร นึกว่าคือการได้อยู่เล่นด้วยกันตลอดไป) พอรู้ความจริงว่านางเอกแต่งกับพ่อไม่ใช่ตัวเอง น้องก็ช็อกซึมไปเลย จนนางเอกต้องมากล่อมบอกว่าการเป็นแม่ดีกว่าภรรยาตรงไหน 55

- เรื่องน้องชายนางเอกอะเหมือนจะมีเล่มต่อไหม ทิ้งท้ายแบบเหมือนจะมีเล่มต่อเลย ><

- แปลดีลื่นไหล แต่ยังมีคำผิด+คำเกินมาอยู่บ้างประปราย


📍ฝ่าบาทได้โปรดสำรวมหน่อย 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/AKSjO34n7x





วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง (ภาค 2) เล่ม 6-7 (7 เล่มจบ)

 

ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง (ภาค 2) เล่ม 6-7 (7 เล่มจบ)
ผู้แต่ง : อิ๋นเชียนอวี่ (銀千羽)
ผู้แปล : อวี้
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
รีวิวยอดสตรีเป็นยากยิ่ง (ภาค 2) เล่ม 1-5 
https://marynlinsbook.blogspot.com/2022/07/2-1-5.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เอาอีกแว้ววๆๆ จบแบบมีภาค 3 ต่อแน่ๆ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นปริศนาและยังไม่เคลียร์ เตรียมเก็บตังคฺ์รอซื้อภาค 3 ได้เลยจ้า (เห็นว่าที่จีนก็มี 3 ภาคจบนะ)
มหากาพย์การผจญภัยของน้องฉอด โม่อีเหริน พร้อมด้วยเหล่าลูกสมุนแก๊งสัตว์วิเศษและเถาวัลย์น้อย กับภูเขาน้ำแข็งไม่ชอบพูดแต่โคตรคลั่งรักกก ไป่หลี่จิงหง (ภาค 2 ยิ่งชัดมาก คนรอบข้างกินอาหารหมาจนอิ่มไปหลายรอบ แต่พระ-นางก็ยังไม่หยุดหวานกันเล้ย 55)

ต่อจากเล่ม 5 หลังจากที่เกิดศึกบนแท่นเจ็ดดารา ขณะที่ต่อสู้และกำลังพาคนอพยพหลบหนีมาที่เรือเหาะ แต่ยังไม่ทันได้พักก็ต้องเตรียมรับมือกับศึกใหม่บนดินแดนแรกนภากันต่ออีกแล้ว ...ตระกูลไป่หลี่จับมือกับตระกูลเสวียนหมิงพร้อมด้วยคนชุดดำ ร่วมมือกันนำทัพปิดล้อมทำลายแต่ละตระกูลที่เหลือ โดยเฉพาะตระกูลเฟิ่งและภาคีผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน ต่อจากนั้นนางเอกก็ต้องแยกกับพระเอกชั่วคราวเพื่อกลับตระกูล เหตุเพราะเปลวเพลิงสีม่วงที่ใช้บนแท่นเจ็ดดารา จึงทำให้คนตระกูลเฟิ่งอยากรีบพาตัวนางเอกกลับไปเพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตน.. 

ระหว่างนั้นก็เกิดเรื่องขึ้น(อีกแล้ว) แต่ถ้าไม่มีเรื่องก็คงไม่ใช่นางเอกเรื่องนี้แล้วล่ะจ้า
ไปที่ไหนก็มีแต่เรื่องจริงๆ มีทั้งที่เข้ามาหาเองและที่ตัวเองเป็นฝ่ายเข้าไปหา อ่านๆ ไปบางทีก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมนางเอกถึงฉอดเก่ง เพราะตัวละครบางตัวก็ตรรกะนิสัยแบบไม่ไหวจะเคลียร์ ...อย่างตอนที่จะกลับเข้าตระกูล ก็มีคนหมั่นไส้ไม่ยอมรับ คอยหาเรื่องมาจิกกัดและกีดกันตลอดทาง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากการที่ถูกท่านตานางเอกปฏิเสธไม่รับรัก 
เท่านี้แหละ...แต่แค่นี้ก็ทำให้อีกฝ่ายโกรธแค้นจนแปรพักตร์ได้แล้วอะ...เหอๆ

หลังยืนยันประกาศฐานะอย่างเป็นทางการและจัดการธุระเสร็จ นางเอกก็พาพี่ชายและคนติดตามมาช่วยคนในตระกูลที่กำลังจะพ่ายแพ้ศึกต่อทันที พอพลิกสถานการณ์ได้เรียบร้อยก็พากันบุกไปยังถิ่นตระกูลไป่หลี่ที่เป็นตัวตั้งตัวตีอยากก่อสงครามมันซะ...
ก็สู้กันบลาๆ สองเล่มสุดท้ายสู้กันเยอะมากกก พอตระกูลเฟิ่งได้นางเอกมา จากที่กำลังแย่ก็ค่อยๆ ฟื้นกลับขึ้นมาและเป็นฝ่ายได้เปรียบบ้างละทีนี้ ... เพราะได้นางเอกมาคนเดียวก็เหมือนได้กำลังเสริมมาเป็นพันเป็นหมื่นแล้วอะ(ไม่ได้โม้) ทั้งยาเอย สัตว์วิเศษเอย เคล็ดวิชาลับบลาๆ สารพัดอย่าง แล้วไหนจะดินแดนสมบัติแรกนภาอีก...ไม่ซูก็บร้าาาแว้ว
55
แต่ยังไม่พอจ้าา เพราะในเล่ม
7 นางจะไม่ได้เป็นแค่ประมุขหวงของตระกูลเฟิ่งเท่านั้นนาจา ...แต่จะเป็นอะไรมากกว่านั้นต้องไปอ่านเองจ้าาา 55

สู้กันดุเดือดมาก จนท้องฟ้าทะลุเป็นรูถล่มลงมาและเกิดภัยพิบัติไปทั่วดินแดน ยังกับหายนะวันสิ้นโลก กระทั่งเจ็ดมหาผู้แข็งแกร่งต้องมารวมตัวกันออกโรง ว้าววตื้นตันใจมว้ากก (กว่าจะมากานได้)...คนชุดดำก็เก่งเทพจริง ตอนอ่านก็สงสัยว่าพี่ทำไปทำไม ทีแรกก็นึกว่าพี่อยากยึดแลัวเป็นใหญ่ในดินแดนแรกนภา แต่สุดท้ายมันม่ายช่ายยย แต่พี่เล่นใหญ่มากกกก วิธีการที่ใช้มันไม่น่าให้อภัยเลย ข่อยล่ะงงจายกับนางเอกในตอนท้ายมากก ไม่โกรธและช่างมันด้วยเหตุผลง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอ แล้วชีวิตคนตั้งมากมายกับสิ่งที่เสียไปล่ะคนสวย
ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ (บางทีก็ไม่ค่อยโอกับนิสัยทำอะไรตามใจตัวเองของนางเอกเท่าไร บางเรื่องบางอย่างก็รู้สึกว่ามันมากไป ทั้งๆ ที่อายุสองชาติรวมกันก็ปาไป
50 แล้วนะคนสวย -_-“)   

สรุป...ก็ได้รู้สักทีนะว่าใครคือพ่อแท้ๆ ของนางเอก และแน่นวลลลไม่ว่าเรื่องใดๆ ที่แต่ก่อนไม่มีทางแก้หรือเป็นปริศนามาเนิ่นนาน แต่ขอแค่มีนางเอกเท่านั้น! ไม่ช้ามานก็จาม่ายช่ายปริศนาหรือเรื่องยากอีกต่อปายย ม่ายว่าจะเป็นเรื่องยาลูกกลอนประสานพลัง เรื่องยาแก้พิษ หรือแม้แต่เรื่องปริศนาค่ายกล ....โอ๊ยยย ทั้งเก่งทั้งโชคดีจนไม่รู้จาว่างายแล้วแม่จ๋าาา

- มีจุดที่ซึ้งคือเรื่องอินทรีคืนถิ่นอะ พอเฉลยแล้วแอบเศร้า+ซึ้งมาก T^T
-
เรื่องอาจารย์ของนางเอกยังไม่เฉลย
-
เสี่ยวทุนยังไม่ได้ออกโรง (อยากเห็นน้องสู้)
-
เป็นเรื่องที่ตัวละครเยอะมาก บทพูดและบทช่วงที่ตัวละครกำลังนึก+คิดอะไรอยู่ในใจมันก็เลยเยอะตามไปด้วย(รึเปล่า?) แบบว่ามันละเอียดยิบย่อยมาก บางจุดก็มีแต่น้ำแลดูเวิ่นเว้อไปหน่อย....
-
ขอชื่นชมคนแปล แปลพวกชื่อต่างๆ และกลอนได้เพราะมาก อย่างเช่น...ก้าวกระโดดร้อยลี้ คีรีไร้เนิน มังกรคำลน อึงอลไตรภพ ทิวาแลราตรี ดารานทีโชติช่วงนิรันดร์...เป็นต้น


📍ยอดสตรีเป็นยากยิ่ง ภาค 2 (7 เล่มจบ) ➡️ https://s.shopee.co.th/8Khf0W0nMi





วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู

 

Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู
ผู้แต่ง : Elize
ผู้แปล : แมวส้มขนแตก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

"ต่อไปนี้ผมจะดูแลรุ่นพี่อย่างเปิดเผย ชอบรุ่นพี่อย่างเปิดเผยแล้วนะครับ 
เราคบกันอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย ฉะนั้นผมทำได้
ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ผมอยากได้มากที่สุดในโลก
คำเรียกขานว่าแฟนของซงอาเนี่ย..."

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เรื่องราวความรักในวัยทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่จะทำให้เรายิ้มตามไปกับสไตล์ลูกอ้อนการจีบสาวของพระเอก แชฮยอนซึง หนุ่มรุ่นน้องรูปหล่อเฟรนลี่ พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทได้ไม่ถึงปี มีสาวๆ มารุมชอบมากมาย แต่พระเอกกลับไม่สนใจใคร เพราะได้ตกหลุมรัก ยุนซังอา รุ่นพี่ในทีมเดียวกันไปนานแล้ว ทว่าในขณะที่กำลังจะไปสารภาพรักเขาก็ดันไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่สาวเจ้ากำลังกอดจูบกับหัวหน้าซึ่งทำงานอยู่ในทีมเดียวกันเข้าเสียก่อน รักที่เพิ่งเริ่มผลิบานจึงเป็นอันต้องสลายไปในพริบตา เมื่อได้รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว ...

หลังจากนั้นพระเอกก็หอบหัวใจอันบอบช้ำไปหาพี่สาวที่เป็นเจ้าของร้านชุดแต่งงาน และก็บังเอิญ(อีกแล้ว)ได้ไปเห็นแฟนของนางเอกกำลังพาผู้หญิงอีกคนมาตัดชุดแต่งงานที่นี่พอดี...จากที่ว่าจะตัดใจพระเอกเลยเปลี่ยนกลับมาฮึดสู้ใหม่อีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่าแฟนของนางเอกกำลังนอกใจและจับปลาสองมือ...

นางเอกแอบคบกับแฟนซึ่งเป็นหัวหน้าในที่ทำงานเดียวกันมา 3 ปีโดยที่ไม่มีใครรู้ ไม่ได้บอกใคร และก็ไม่รู้เลยว่าตลอดมาที่คบๆ กันอยู่ อีกฝ่ายก็แอบนอกใจไปคบกับผู้หญิงอื่นอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังเห็นเราเป็นของตาย เลี้ยงไว้แก้เบื่อ เพราะเห็นว่านางเอกว่าง่ายอ่อนโยน เชื่อฟังดี ...พอพระเอกเห็นว่าแฟนนางเอกยังคิดจะหลอกนางเอกต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ จึงตัดสินใจพานางเอกไปที่ร้านของพี่สาวเพื่อเปิดเผยความจริงให้เห็นเองกับตา ...ตอนแรกนางเอกก็ขัดขืนไม่เชื่อ จนได้ไปเห็นเองก็แทบช็อก เสียใจจนเป็นลมล้มพับไปเลย ไม่คิดว่าแฟนตัวเองจะเป็นคนแบบนี้ พระเอกเลยเสนอว่าถ้าอยากเอาคืนก็ให้ใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือได้ โดยการแกล้งทำเป็นแฟนคบกับพระเอกหลอกๆ แล้วให้ไปชิงบอกเลิกกับแฟนเก่าก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกเลิกตัวเอง เพราะแฟนเก่านางเอกเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก ถ้ารู้ว่าตนถูกสลัดทิ้งก่อนด้วยสาเหตุนี้จะต้องโกรธมากแน่นอน...

ทีแรกนางเอกไม่ตกลงเพราะไม่อยากดึงพระเอกมาเกี่ยวข้อง ยิ่งรู้ว่าพระเอกชอบตนด้วยก็ยิ่งไม่อยากให้พัวพันกันไปมากกว่านี้ อยากให้เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องในที่ทำงานเท่านั้น บวกกับไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าด้วย(โถๆๆ ห่างกัน 10 เดือนเอง) เลยพยายามหลบเลี่ยง แต่พอไปขอเลิกอิแฟนเก่าดันไม่ยอมจบ แล้วก็ตามมาเจอตอนพระ-นางอยู่ด้วยกันพอดี ก็เลยเข้าใจว่าเขาคบกัน นางเอกเลยต้องเลยตามเลย ทำเป็นว่าคบกับพระเอกอยู่จริงๆ ส่วนอิแฟนเก่าก็โกรธมากกก รู้สึกเสียหน้าที่นางเอกมาบอกเลิกตัวเองเพื่อไปคบกับคนที่เด็กกว่าที่เป็นแค่พนักงานใหม่ และมีดีแค่หน้าตา (ความจริงพระเอกทำงานเก่งและบ้านรวยมากนะ) แค้นมาก เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายชิงบอกเลิกเขาก่อน เลยตามระรานนางเอกไม่เลิก อยู่ในที่ทำงานก็ใช้เรื่องงานมากลั่นแกล้งหาเรื่องต่อว่าพระเอกต่างๆ นานา ...จนสุดท้ายคือจะย้ายพระเอกไปทำงานที่สาขาอื่นที่อยู่ต่างเมืองเลยจ้า ..

แต่ยิ่งอิแฟนเก่าทำแบบนี้พระเอกก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้ตัวเองมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนางเอกมากขึ้น เข้าทางพอดี 55 ...ส่วนผู้หญิงที่ว่าจะแต่งด้วยก็ไม่เอาแล้ว ทิ้งเลย อิแฟนเก่าเลยหันมาตื๊อนางเอกแทน อยากได้นางเอกกลับคืนมา แต่ไม่ใช่เพราะรักนะ มาจากความเห็นแก่ตัวล้วนๆ เพราะอิแฟนเก่าไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวเองและหน้าตาเท่านั้น..เหอๆ ส่วนพระเอกนี่ไทป์หมาน้อยชัดๆ ขี้อ้อน เทพแห่งการหยอด เจอนางเอกปฏิเสธบอกปัดไปกี่หนก็ไม่แคร์ ไม่สน คอยวนเวียนเอาใจใส่อยู่ข้างๆ อย่างสม่ำเสมอ ขยันหยอด เผลอเมื่อไรก็ต้องบอกชอบ แรกๆ นางเอกยังใจแข็งมากเพราะเพิ่งเลิกกับแฟน ถูกทำมาขนาดนั้นเลยยังไม่อยากมีความรักกลัวจะซ้ำรอยเดิมอีก อีกอย่างคือไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าด้วย แถมพระเอกก็เป็นแนวปากหวานกะล่อนชอบแหย่ นางเอกเลยยิ่งมองอีกฝ่ายเป็นเด็กน้อยเข้าไปอีก (จริงๆ พระเอกก็ 27 แล้วนะ นางเอก 28 จะว่าไปก็ไม่ได้ห่างกันมาก ไม่เด็กแล้วเน้อ)  ...

ภายนอกดูเป็นแบบนั้นแต่ข้างในจริงๆ พระเอกเป็นคนที่พึ่งพาได้นะ ความคิดความอ่านโตเกินอายุ ใจเย็น เข้าใจนางเอก คอยสังเกตมองดูนางเอกตลอด หากอีกฝ่ายไม่สบายใจหรือกำลังมีเรื่องในใจก็จะรู้ทันที ไม่เคยปล่อยให้นางเอกต้องเดินหรือเผชิญปัญหาคนเดียว เป็นคนรักในอุดมคติที่มีแต่ในนิยายจริงๆๆๆๆ อบอุ่นอ่อนโยน รักเดียวใจเดียว ขี้อ้อน เทคแคร์ดี เวลามีปัญหาอะไรก็ไม่เคยทิ้ง รีบมาอยู่ข้างๆ เสมอ นางเอกโคตรโชคดี ..จะไม่ใจอ่อนตกหลุมรักพระเอกยังไงไหว 55 ....


📍Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู ➡️ https://s.shopee.co.th/8Khf12mmGW




วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ

 

Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ
ผู้แต่ง : มู่ฝูเซิง
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พระเอก ซูเนี่ยนชิน เป็นผู้มีความบกพร่องทางสายตา (ไม่ถึงกับบอดสนิท ยังมองเห็นแสงเลือนๆ และเห็นความเคลื่อนไหวได้ในระยะ 3 ฟุต) ตอนเด็กพระเอกเคยถูกส่งไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่แม่ก็มารับกลับไปตอน 7 ขวบ พอโตมาก็ทำงานเป็นนักแต่งเพลง เป็นครูสอนอักษรเบรลล์

นางเอก ซังอู๋เยียน สาวเสียงเพี้ยน หญิงสาวผู้ร่าเริงคุยเก่ง บังเอิญได้พบพระเอกครั้งแรกในสถานีวิทยุที่ตัวเองทำงานอยู่ในตอนที่พระเอกมาให้สัมภาษณ์รายการในฐานะ อีจิน นักแต่งเพลงลึกลับซึ่งไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่ไหนมาก่อน หลังจากนั้นก็ได้พบกันอีกครั้งที่โรงเรียนผู้พิการในเขตชุมชน นางเอกเป็นนักศึกษาฝึกงาน ได้มาเป็นครูผู้ช่วยสอนที่นี่ ส่วนพระเอกก็มาสอนแทนคนอื่นชั่วคราว

พระ-นางต่างมีปมปัญหาภายในใจด้วยกันทั้งคู่ พระเอกมีปมเรื่องวัยเด็กในอดีต เรื่องครอบครัว และเรื่องที่ตนมีสายตาบกพร่อง ภายนอกพยายามไม่แสดงออก ใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติธรรมดา แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ การดูถูกตัวเองและมีอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวกว่าใครๆ ดังนั้นพระเอกจึงเป็นคนโมโหง่าย ระเบิดอารมณ์ง่าย มีความเป็นเด็กและความยึดติดสูง ออกแนวเผด็จการ โดยเฉพาะกับคนที่ตนรักและให้ความสำคัญมากๆ อย่างนางเอก กับคนอื่นพระเอกยังควบคุมตัวเองได้ แสดงออกไม่มาก แต่พอเป็นนางเอกนี่แทบไม่ปกปิดเลย ดุมากก เผด็จการสุดๆ แต่ก็เข้าใจแหละนะ...

ส่วนนางเอกที่ภายนอกดูร่าเริงคุยเก่งนั้น แต่แท้ที่จริงกลับเป็นคนขี้ขลาด เอาแต่ใจ ดื้อรั้น และมีปมในใจบางอย่างที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งจะไปเฉลยในตอนหลัง นางเอกชอบพระเอกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า พอได้เจอกันอีกเลยพยายามหาทางเข้าหา แต่พระเอกก็ไม่รับน้ำใจ ทั้งเย็นชาใส่ทั้งพยายามหลบเลี่ยง จนมีวันหนึ่งที่นางเอกไม่สบายเลยลองโทรหาพระเอกดู พระเอกก็รับสายแล้วมาหาถึงบ้าน  พอเห็นอาการนางเอกก็ตัดสินใจพาคนกลับไปดูแลที่บ้านตัวเองต่อ ผู้ช่วยพระเอกเห็นก็อึ้ง ส่วนพระเอกก็ตกใจตัวเองเหมือนกันที่พานางเอกกลับมา ทั้งยังเป็นฝ่ายดูแลเขาอีก เพราะปกติที่ผ่านมาพระเอกไม่เคยสนใจหรือยุ่งกับใครเลย...

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ตกลงคบกัน ระหว่างที่คบพระเอกก็จะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อ่อนไหวง่าย ส่วนนางเอกก็ยังเหมือนเด็กน้อย ทำอะไรไม่ค่อยรอบคอบ บางเรื่องก็ไม่ได้คิดให้ดี บางทีจึงเผลอทำร้ายจิตใจพระเอกไปโดยไม่รู้ตัว...แล้วหลังๆ นางเอกก็ได้รู้เรื่องส่วนตัวของพระเอกมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่มันดันมาจากปากของคนอื่นไม่ใช่ตัวพระเอกเอง นางเอกเลยนอยด์แอบเสียใจว่าทำไมพระเอกถึงไม่เคยบอกกันบ้าง แต่พอพระเอกรู้ก็ไม่พูดดีๆ แต่กลับชิงต่อว่านางเอกก่อนอีก (อยากตบปากคนปากไม่ตรงกับใจจริงๆ)...จะว่าไปก็เหมือนเด็กอารมณ์ร้อนทั้งคู่แหละ เพิ่งคบกันเลยยังเข้าใจกันไม่มาก สื่อสารกันไม่มากพอ ถ้าไม่ทะเลาะกันก็แปลกแล้ว...

ต่อมาพระเอกอยากพานางเอกไปพบพ่อ นัดกันไว้ดิบดี แต่พ่อนางเอกเกิดเข้าโรงพยาบาล นางเอกจึงต้องผิดนัดและรีบกลับบ้านก่อน แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ดีๆ พระเอกเลยโมโหและเข้าใจไปอีกเรื่อง แต่นางเอกก็ไม่ได้อธิบายต่อเพราะต้องรีบไป จากนั้นพ่อพระเอกก็อาการทรุดแล้วบวกกับที่ทะเลาะกับนางเอกด้วย พระเอกเลยยิ่งดิ่งข้าวปลาไม่กิน คนดูแลพระเอกจึงโทรไปขอร้องให้นางเอกรีบกลับมาดูหน่อย นางเอกก็มาทั้งๆ ที่อาการของพ่อเพิ่งดีขึ้น แต่พอมาถึงก็ได้เห็นภาพที่พระเอกกำลังกอดกับคนอื่นอยู่ แล้วพอเจอหน้าก็ยังถูกพระเอกพูดจาไม่ดีใส่อีก ต่อจากนั้นบ้านนางเอกก็เกิดเรื่อง และสุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องเลิกรากันไปแบบจบไม่สวย...

ผ่านไปเกือบ 3 ปีทั้งสองคนได้กลับมาพบกันใหม่ พระเอกเลิกเขียนเพลงแล้วเปลี่ยนมาดูแลกิจการที่บ้านอย่างเต็มตัว กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อผู้ร่ำรวยเจ้าของกิจการมากมาย ส่วนนางเอกก็เป็นนักศึกษาปริญญาโท ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยอยู่ที่บ้านเกิด ...
วันหนึ่งพระเอกมาทำงานที่เมือง
B ที่นางเอกอาศัยอยู่ ทั้งสองคนเลยได้เจอกันในตอนที่นางเอกกำลังดูตัวพอดี.. ถ้าช่วงแรกพระเอกเป็นเหมือนสายลมและพายุอ่อนๆ งั้นต่อแต่นี้พี่ก็คือพายุเฮอริเคนควบด้วยภูเขาไฟระเบิดแหละจ้าา55 ...ดุมากกก น่ากลัวมากกกแม่จ๋า แทบจะกินหัวนางเอกแล้ว แบบรักเขามากกกก มากจนกลายเป็นคลั่ง กลายเป็นการยึดติดอย่างหนึ่ง ช่วงต้นๆ พระเอกจะขี้อาย แค่ถูกนางเอกแกล้งพูด xxx%&^# ในที่คนเยอะๆ พี่ก็อายแล้ว แต่พอช่วงหลังนี่โอ้โห...จับจูบต่อหน้าคนอื่นเลยจ้า ถ้านางเอกพูดไม่หยุด พี่ก็ขู่เลยว่าถ้ายังไม่เงียบเดี๋ยวจะประกบปากต่อหน้าคนอื่นแล้วนะ (ไม่องไม่อายแล้วจ้า กลายเป็นนางเอกที่อายแทน55) แถมยังขี้หึงมากกกอีกต่างหาก เห็นนางเอกไปกินข้าวกับผู้ชายอื่น ก็โทรไปเรียกให้ออกมาไม่งั้นจะเผาร้านทิ้ง...OMG! ใครวะเนี่ย55 ยังใช่อีจินนักแต่งเพลงคนนั้นอยู่มั้ยยย 55

คือพอเลิกกัน พระเอกก็อยากพิสูจน์ตัวเองให้แม่นางเอกกับนางเอกเห็น เลยมาดูแลธุรกิจต่อจากพ่อ แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง หันมากินเหล้าสูบบุหรี่เพราะเครียดเพราะคิดถึงนางเอก จากที่โมโหฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว พอนางเอกไปก็ยิ่งหนักกว่าเดิม ถ้าอยู่กับคนอื่นยังพอควบคุมตัวเอง แต่ถ้าอึกฝ่ายเป็นนางเอกเมื่อไรล่ะก็...หึหึ เลขาพระเอกก็แบบ..ที่เราเจอมานี่ยังไม่ใช่ของจริงสินะ ต้องอย่างนางเอกสิของจริง ...คือรักมาก ใส่ใจมาก เลยอ่อนไหวและมีอารมณ์กับเขามากเป็นพิเศษ ใครจะไม่สนใจพี่ก็ได้แต่นางเอกไม่ได้เด็ดขาดดด เหมือนเด็กน้อย แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เกิดจากความไม่มั่นใจ ความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปนั่นแหละ ดีที่พอมาเจอกันรอบนี้ต่างคนก็ต่างปรับตัวและเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น เพราะสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าตัดกันไม่ขาด ไม่ว่ายังไงก็ยังรักกันอยู่ดี...

ปีนี้แนวปัจจุบันของ with love นี่มีแต่โดนๆ ทั้งนั้น ก่อนหน้านี้เพิ่งอ่านให้รักนี้มีแต่ความหวานมา พอเจอเรื่องนี้แทบเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน55 อันนั้นหวานละมุนแบบอบอุ่นหัวใจมาก ส่วนอันนี้หวานปนขม ตอนที่ดีๆ เราก็ยิ้ม แต่พอถึงตอนที่มีปัญหาไม่เข้าใจกันมันก็หน่วงจนปวดหัวใจไปหมด แต่ก็สนุกมาก ชอบทุกรายละเอียดที่ใส่มา ทั้งเรื่องที่พระเอกบอกว่าหากเกิดพลัดหลงกันก็จะยืนรออยู่ที่เดิมไม่ต้องตกใจไป รวมถึงเรื่องนาฬิกาและ mp3 ด้วย
จริงๆ มีเยอะกว่านี้ต้องลองไปอ่านดูน๊า แปลดี สื่ออารมณ์
+ลักษณะนิสัยของตัวละครนั้นๆ ได้ดีมากๆ ...ดีจริงๆ ที่ได้อ่าน ขอบคุณสำนักพิมพ์ที่เลือกหยิบเรื่องนี้มาแปล ^^


📍Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ ➡️ https://s.shopee.co.th/AKSjOpKo1m




วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565

อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก 2 เล่มจบ

อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เอ่อร์ตงทู่จื่อ (
耳东兔子)
ผู้แปล : มู่หลินเซิน
วาดปก : Sinvia
สำนักพิมพ์ อรุณ

หลินลู่เซียวตกใจ แต่ก็รู้สึกขมขื่นจนพูดไม่ออก อารมณ์แน่นค้างติดอยู่ในอก 
วิธีแสดงความรักของเธอนั้นเปิดกว้าง ปากพูดถ้อยคำหรูหราอลังการ
แต่กลับไม่ยอมบอกเขาเรื่องที่ตัวเองทำลงไปจริงๆ....
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา เจ็บปวดมากจริงๆ
หัวใจเต้นหนึ่งครั้งก็เจ็บปวดขึ้นหนึ่งครั้ง

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

แนวรักโรแมนติกดราม่า รักในวัยทำงาน สะท้อนภาพการทำงานและปมปัญหาครอบครัว พระเอก หลินลู่เซียว หนุ่มหล่อ มาดแมน แฮนซั่มมากกๆ นายทหารสังกัดกองกำลังดับเพลิงหรือผู้กองหลิน นิสัยสุขุมเย็นชา ดื้อรั้น ไม่ค่อยพูด(แต่พูดทีมีสะอึก) เป็นคนเถรตรงพึ่งพาได้ ส่วนนางเอก หนานซู ดาราสาวสวย หุ่นดี นักแสดงชายขอบที่ไม่ค่อยดัง มีแต่ข่าวลือเสียๆ หายๆ เป็นลูกของอดีตดาราสาวสวยชื่อดังที่ออกจากวงการไปแล้ว

พระ-นางอายุห่างกัน 8 ปี พระเอกเคยช่วยชีวิตนางเอกเอาไว้ในเหตุไฟไหม้บ้านเมื่อตอนอายุ 16  พอช่วยเสร็จนางเอกก็ขอไปอยู่ที่บ้านพระเอกสักระยะเพราะรู้สึกว่าอยู่กับพระเอกแล้วปลอดภัยดี พระเอกก็ปล่อยให้นางเอกอยู่ไป ตัวเองไม่ค่อยได้กลับบ้าน จนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าให้คนเขามาอยู่ กระทั่งวันหนึ่งก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาพระเอกที่บ้าน นางเอกเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นแฟนพระเอก เลยรีบเก็บของย้ายออก แต่ก่อนไปไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีก็เลยเลือกให้เงินสด 10000 หยวนแทน ซึ่งทำให้พระเอกโกรธมาก เหมือนโดนหยาม...และทำให้พี่แกจดจำนางเอกได้ไม่ลืม...ผ่านไป 5 ปีทั้งสองคนก็ได้กลับมาเจอกันใหม่ คราวนี้นางเอกโตแล้วและตั้งใจว่าจะต้องตามจีบพระเอกให้สำเร็จ!

นางเอกก็หลงรักและประทับใจในตัวพระเอกมาตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น แม้จะผ่านมาหลายปีก็ยังไม่ลืม ยังชอบเหมือนเดิม พอมาคราวนี้น้องเลยรุกเต็มที่ อ่อยรัวๆ รุกบ้างถอยบ้างตามแต่โอกาส ส่วนพระเอกจริงๆ ก็หวั่นไหวมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเหมือนกัน เพียงแต่เวลานั้นนางเอกยังเด็กอยู่ ส่วนพระเอกก็ยังดูแลใครไม่ได้เพิ่งเริ่มทำงาน แถมงานของพี่ก็เป็นงานที่ต้องเสียสละ ต้องเสี่ยงอันตราย ต้องช่วยชีวิตคน เสี่ยงตลอดเวลาไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง หน้าที่ความรับผิดชอบในงานและการช่วยเหลือคนต้องมาก่อนอันดับหนึ่ง ใครจะเป็นผู้หญิงของพี่ต้องอดทน เพราะพระเอกยุ่งมากแทบไม่มีเวลาเลยจริงๆ 

จริงๆ เรื่องนี้พล็อตเดาไม่ยากนะ ไม่ได้ซับซ้อน แต่อ่านแล้วติดรวดเดียวจบแบบไม่วางเลย อ่านแล้วอินกับความรู้สึกของตัวละคร อินกับอุดมการณ์หน้าที่ความรับผิดชอบของพระเอก (มีแต่ในนิยายสินะแบบนี้)  มันมีความเรียลในเรื่องของอาชีพการงาน ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความรักก็มีทั้งช่วงที่หวานและดราม่า ซึ่งมาทีก็ปวดใจจนแอบน้ำตาคลอ พระเอกเป็นสไตล์แบบถึงจะเย็นชาหยิ่งผยองแต่ก็กวนโอ๊ย แถมยังความรู้สึกช้า กว่าจะรู้ตัวว่าชอบนางเอกก็ทำเขาเจ็บไปหลายดอกเลย ขิงก็ราข่าก็แรงอะคู่นี้ เหมาะสมกันดี
พอตกลงคบกันแล้วก็แซบมาก
นางเอกเปิดเผยร้อนแรงดี เย็นชาเยือกเย็นกับคนนอก แต่กับพระเอกคือเหมือนลูกแมวน้อย แม้ nc จะมีนิดเดียวแล้วตัดเข้าโคม แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนและความแซบอยู่นะ...อิอิ

แต่พอหวานกันได้ไม่นานงานก็เข้า เพราะมีแอบคนเอาเรื่องที่ทั้งสองคนเป็นแฟนกันไปบอกนักข่าว หลังจากนั้นประวัติพระเอกก็ถูกขุดจนลุกลามไปถึงพ่อและน้องชาย
พอนางเอกรู้ก็เสียใจมาก รับไม่ได้ที่พระเอกต้องมาถูกคนอื่นต่อว่าแบบนั้น ที่ผ่านมาตัวเองจะโดนใครด่าว่ายังไงนางเอกไม่เคยสนใจ แต่พระเอกจะโดนแบบนี้ไม่ได้ ทว่าที่ผ่านมานางเอกปกป้องตัวเองด้วยการหนีและปิดกั้นไม่รับรู้เรื่องแย่ๆ มาตลอด จึงปกป้องคนอื่นไม่เป็น ไม่รู้จะทำไง ก็เลยขอเลิกกับพระเอกเพราะเป็นวิธีเดียวที่จะปกป้องพระเอกได้ในเวลานั้น

พอเล่ม 2 ก็หน่วงเลย เข้าสู่ช่วงการงอนง้อขอคืนดี หลังจากเกิดเรื่องพระเอกถูกหน่วยงานส่งไปทำงานแถวภูเขาไกลๆ นางเอกก็ตามไปง้อแบบแทบจะทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่าง แต่พระเอกก็ไม่ใจอ่อน .. จนมีวันหนึ่งพระเอกเข้าโรงพยาบาล เพื่อนซี้พระเอกก็โทรหานางเอกบอกว่าพระเอกอาการหนักมาก นางเอกเลยรีบมาหา พอพระเอกตื่นมาเห็นนางเอกก็มาม่ากันอีกกกก จนนางเอกแทบจะถอดใจ แต่ขอเคลียร์อธิบายเหตุผลให้จบก่อนนะ...

อ่านแล้วแอบนึกถึงเรื่องคุณคือป้อมปราการของฉัน อันนั้นพระเอกก็เป็นทหารเหมือนกัน(แต่คนละสังกัด) แต่ในเรื่องคือใครจะเป็นภรรยาทหารนี่ต้องคิดดีๆ นะ เพราะพระเอกทั้งสองเรื่องยกให้ประเทศชาติและหน้าที่มาก่อนครอบครัวและคนรักนะจ๊ะ แต่ถ้าได้เป็นคนรักของพี่ก็การันตีความซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว และจะไม่มีวันทรยศหักหลังแน่นอน
แต่เรื่องนี้อุปสรรคปัญหาจะเยอะกว่าเพราะนางเอกเป็นดารา แถมยังเป็นดาราที่ชื่อเสียงไม่ดี ผู้ใหญ่ฝั่งพระเอกเลยคัดค้านไม่เห็นด้วย ส่วนฝั่งนางเอกก็เจอแม่ขวางคือกัน หนักกว่าพระเอกด้วย เดี๋ยวอ่านไปท้ายๆ จะมีเฉลยปมของแม่นางเอก อ่านๆ ไปก็น้ำตาปริ่มๆ อีกแล้ว
T^T ...(สรุปนี่มันนิยายรักดราม่ารันทดชิมิ -_-)

หลังๆ นางเอกก็เริ่มเรียนรู้ที่จะใส่ใจคนอื่น รู้วิธีการปกป้องตัวเองในแบบที่ถูกต้อง กลับมาคราวนี้คือแกร่งกว่าเดิม แถมยังได้เอาคืนคนที่ปล่อยข่าวด้วย
แอบชอบความสัมพันธ์ของพระเอกกับเพื่อนๆ และคนในที่ทำงาน แม้ภายนอกพระเอกจะเย็นชาดุโหด แต่พอได้รู้จักจริงๆ กลับมีแต่คนชื่นชอบนะ เป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้คนติดตามหลงใหล ทำให้คนเคารพนับถือแบบไม่รู้ตัว ในเรื่องถึงได้มีสาวๆ มาชอบพี่แกเยอะ เสน่ห์แรงแบบไม่รู้ตัว แบบไม่ต้องพยายามเลย
ส่วนนางเอกก็เพื่อนน้อยนิด เพราะโตมาแบบขาดความรักความอบอุ่น ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ต้องเผชิญและแก้ปัญหาเองโดยลำพัง ทั้งเจอคนสะกดรอยตาม เจอคนแอนตี้ด่าว่า จนกลายเป็นคนหวาดระแวงเวลามีคนเข้าหา และเป็นโรคซึมเศร้าระยะต้น เห็นยิ้มๆ เฉยๆ แต่ข้างในนี่ผ่านอะไรมาเยอะนะ พอเจอพระเอกครั้งแรกน้องถึงได้ชอบพี่แกมาก เพราะพระเอกให้ความรู้สึกปลอดภัยเหมือนเป็นเซฟโซน อยู่ด้วยแล้วอบอุ่นใจไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้ว
ซึ่งเป็นสิ่งที่นางเอกไม่เคยได้จากใครเลยในชีวิต แม้แต่แม่แท้ๆ
ของตัวเองก็ตาม


📍อุ่นหัวใจด้วยไฟรัก 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/9AGm0qZ1eb