วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564
รัตติกาลซ่อนกล 4 เล่มจบ
วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564
คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 1
ผู้แปล : G.N Voyager
สำนักพิมพ์ everY
ความรู้สึกหลังอ่านจบอาจมีสปอยล์
ไอโม่ซิน ทายาทและผู้นำคนสุดท้ายของเผ่าเถี่ยน ชนเผ่ากลุ่มน้อยที่มีความสามารถในการเจรจาเป็นคนกลางคอยให้ความช่วยเหลือเหล่าภูต
ผีวิญญาณ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีสัญญาติดค้างอยู่ แต่มาวันหนึ่งเผ่าเถี่ยนก็ล่มสลายเหลือเพียงนายเอกกับแม่สองคน นายเอกอยากช่วยแม่ จึงตัดสินใจแบกรับภาระของผู้นำเผ่าตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย จึงทำให้ไม่มีเวลาคบหาใคร ไม่เคยมีเพื่อน
และด้วยท่าทางสันโดษไม่แคร์ใครนี่เอง บางทีจึงทำให้ถูกคนหมั่นไส้ ถูกเพื่อนแกล้ง แต่น้องก็ไม่สนใจ เพราะไม่มีเวลาไปสนใจจริงๆ ประกอบกับมีวิญญาณบรรพบุรุษนับพันคอยตามปกป้องดูแลอยู่แล้ว ใครที่มารังแกน้องเดี๋ยวก็จะเจอกับเหล่าวิญญาณของบรรพบุรุษตามไปจัดการ จนต้องขนลุกกันไปเองทุกราย...หึหึ
วันหนึ่งในขณะที่น้องเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาให้กับวิญญาณตามปกติ น้องก็ได้พบกับนายตำรวจแซ่เจียง ที่มีเบื้องหลังใหญ่โตไม่ธรรมดา แถมยังไปทำให้บรรพบุรุษที่หลับไหลของอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาอีกด้วย หลังจากนั้นท่านบรรพบุรุษที่ว่า ก็อ้างว่าเผ่าของน้องติดค้างสัญญาหมั้นหมายกับตนอยู่ และต้องการให้น้องซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ปฏิบัติตามคำสัญญานั้น!
พระเอก เจียงหลี เป็นมังกรวารี หรือท่านบรรพบุรุษที่คอยปกป้องคุ้มครองสกุลเจียงมาตั้งแต่โบราณ
ปกติก็จะหลับไหลไม่ค่อยตื่น ไม่ค่อยปรากฏตัวออกมา ไม่ชอบให้ใครมาปลุกมายุ่งวุ่นวาย
คนในตระกูลเจียงก็เคารพนับถือ ไม่กล้าหือ เพราะล้วนกลัวเกรงพระเอกกันทุกคน แต่หลังจากได้พบนายเอก พระเอกก็เริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้น ถ้าไม่มีคนในตระกูลคอยเตือนว่าโลกในตอนนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว พี่ก็คงกะจะครองคู่อยู่กับนายเอกตั้งแต่ตอนที่คนเขาอายุ
15 เลยสินะ..หึๆ แต่พอมีคนทักว่าสมัยนี้ต้องอายุ
18 ก่อนนะถึงเรียกว่าโต
พี่ถึงได้ยอมรอ...
เผ่าเถี่ยนมีกฎที่ต้องปฏิบัติตามนับร้อยๆ ข้อ และอันดับแรกสุดก็คือต้องรักษาสัญญา ดังนั้นน้องจึงไม่อาจปฏิเสธพระเอกได้ตามใจ สุดท้ายเลยต้องขอให้ลองคบหากันไปก่อน ถ้าไม่โอเคก็ค่อยแยกย้ายกัน ซึ่งพระเอกก็แสนดีเหลือเกิน แม้จะเป็นปีศาจที่มีพลังสูงมากก แต่ก็ไม่เคยบังคับฝืนใจน้องเลย น้องพูดอะไรก็ยิ้มรับยอมทำตามหมด จนทำให้คนตระกูลเจียงต่งพากันเกรงใจน้องตามไปด้วย ประหนึ่งมีบรรพบุรุษเพิ่มมาอีกคน55 (ก็ท่านบรรพบุรุษเราไปตามจีบเขาอยู่นี่นา)
กลายเป็นว่าน้องเลยได้แบ็คดีๆ หรือคนใหญ่คนโตหนุนหลังเพิ่มมาอีกมากมายโดยไม่รู้ตัว ส่วนพระเอกก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย
ดูว่าสมัยนี้เค้าจีบกันยังไง ต้องให้ของอะไร พี่ก็สั่งให้คนไปหาไปเตรียมไว้...แบบพี่เขาเป็นมังกรวารีใสๆ ซื่อๆ
ตรงไปตรงมา นิสัยไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมานั่งเดาใจ
เย็นชากับคนอื่นแต่อ่อนโยนยิ้มแย้มกับนายเอกคนเดียว...
เป็นเรื่องแนวภูต ผี วิญญาณผสมการไขคดี
ที่มีนายเอกคอยช่วยเหลือทำให้จบสวย ช่วยแก้ไขสิ่งที่ค้างคา ทำให้เหล่าวิญญาณไปสู่สุขคติ
คนตายสมหวังคนเป็นก็อยู่ดีมีสุข คดีในเรื่องบางตอนก็สะท้อนปัญหาสังคม เป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง ดังนั้นนอกจากความหลอนก็ยังมีความสงสาร ความเห็นใจ และความรู้สึกหดหู่รวมอยู่ด้วย
ส่วนพระเอกก็คอยอยู่ข้างๆ ไม่ก้าวก่าย ให้อิสระน้องเต็มที่ แต่ถ้ารับมือไม่ไหวต้องการให้ช่วยพี่ก็จะมาทันที
เรียกได้ทุกเวลา ถึงไม่เห็นแต่ก็รู้ว่าอยู่ข้างๆ (นายเอกเรียกได้คนเดียวนะ
คนในตระกูลเรียกพี่ไม่มา แล้วแต่อารมณ์55) ความรักละมุนละม่อม ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์กันไป ...สบายๆ ไม่รีบ
55
ป.ล.ตอนแรกพระเอกไม่รู้ว่าขึ้นเตียงคืออะไร กะคบกันแบบใสๆ ไม่มีเรื่องอย่างว่า แต่พอรู้ความหมายเท่านั้นแหละ...หึหึ นายเอกถึงกับต้องลางานเป็นเวลา 2 เดือนทุกปี เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของพี่แก 55
📍คน สื่อ วิญญาณ เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/5AlsyQAitu
วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564
เล่ห์จารชน
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ฉิวเจียหนิง ด็อกเตอร์สาวสวยวัย 26 ปี ที่เรียนจบจากเมืองนอกและกำลังมีแพลนจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มนักข่าวที่คบกันมานาน นางเอกเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาปริญญาโท และกำลังทำโครงการวิจัยวัสดุบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายของใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
และทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
โจวเสี่ยวซาน นักศึกษาปริญญาโทที่เข้ามาเรียนที่นี่ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง เขามีใบหน้าหล่อเหลาดึงดูดคน
นิสัยเงียบขรึม เย็นชา และมีเบื้องหลังลึกลับที่แสนจะขื่นขม พระ-นางต่างดึงดูดกันและกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า
ทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายคือไฟแต่ก็ยังเผลอใจยอมถูกแผดเผา...จนสุดท้ายก็ถลำลึก
พระ-นางต้องใจกันตั้งแต่แรกพบ แม้นางเอกจะพยายามหักห้ามใจเพราะรู้ว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจต้านแรงปรารถนาที่มีต่ออีกฝ่ายได้ ยิ่งอยากหลีกหนีก็ยิ่งพัวพัน และยิ่งเมื่อแฟนหนุ่มของนางเอกถูกอีกฝ่ายลักพาตัวไป เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองแลกเปลี่ยนกับข้อมูลของโครงงานวิจัย นางเอกก็ยิ่งหนีจากพระเอกไม่พ้นและถูกดึงให้เข้าไปสู่โลกของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ...
ความรักของพระ-นางเริ่มต้นแบบไม่ถูกต้อง คนหนึ่งยังมีพันธะ ส่วนอีกคนก็มีเป้าหมายอื่นแอบแฝง กว่าจะรู้แน่ชัดว่าหัวใจตนเองต้องการสิ่งใด ก็ต้องผ่านเหตุการณ์หรือพบเจอเรื่องร้ายๆ ก่อน เป็นความรักแบบผู้ใหญ่ แบบคนฉลาด หวานๆ ขมๆ
พระเอกเองก็มีปม มีอดีตที่น่าสงสาร ตัวละครออกสีเทาๆ ไม่ได้เพอร์เฟค ต่อให้เก่งหรือฉลาดแค่ไหนก็ยังมีผิดมีพลาด
ป.ล.จบแบบ...อ้าวจบแล้วเหรอ อยากให้มีต่ออีกสักหน่อยจัง ดีที่มีบทสัมภาษณ์ของนักเขียนในหน้าหลังๆ เลยพอได้หายข้องใจบางเรื่อง...
📍เล่ห์จารชน ➡️ https://s.shopee.co.th/2LRhbVIqPa
วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
ผู้คนในวังหลวงล้วนหลอกลวงข้าทั้งนั้น 2 เล่มจบ
ผู้คนในวังหลวงล้วนหลอกลวงข้าทั้งนั้น 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ร เรือในมหาสมุท
สำนักพิมพ์ Rose Publishing
" ข้าอยากถาม..วันนั้นที่นกส่งสารของหลินมู่เข้ามา ที่เราคุยกันอยู่
พี่เฟิงเหมียนโกรธอะไรข้าหรือไม่ "
" ไม่มีสิ่งใด "
" มีสิ " จงเจียอี้สะกิดเหมือนอยากให้หันไปสบตา แต่เซียวเฟิงเหมียนไม่หันไป
" งั้นข้าขอโทษได้หรือไม่ "
" ฝ่าบาทยังไม่ทราบว่ากระหม่อมโกรธอันใด จะขอโทษเรื่องใด "
" ก็ขอโทษทุกเรื่อง "
นายเอก เซียวเฟิงเหมียน เป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา บูโม่โฉว ที่เร้นกายอยู่ในป่าเขา ไม่ข้องแวะกับคนภายนอก แต่เพราะเรื่องอาการป่วยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อาจารย์จึงถูกขอร้องให้ลงจากเขา แต่อาจารย์ก็รังเกียจกลิ่นมนุษย์เหลือเกิน
จึงโยนภาระหน้าที่ในการรักษานี้ไปให้นายเอกซึ่งเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวแทน...
พระเอก จงเจียอี้ ฮ่องเต้ที่ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทำให้เดินเหินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา ชายหนุ่มที่ต้องแบกภาระหน้าที่เอาไว้เต็มสองบ่า
ไม่อาจกระทำหลายสิ่งได้ตามใจตนเอง รวมไปถึงเรื่องที่ต้องแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รัก...
พระเอกเรื่องนี้เป็นฮ่องเต้ที่ต้องแต่งงานมีลูก เพราะต้องทำตามคำสัญญาและความปรารถนาของพ่อให้สำเร็จ
จึงทำให้ต้องหมั้นหมายกับองค์หญิงของราชวงศ์เก่า ที่มีอีกฐานะหนึ่งคือเป็นองครักษ์ประจำตัวของตนเอง...เนื่องจากเวลานี้ 3 ตระกูลใหญ่ที่เป็นตระกูลชนชั้นสูงมีอำนาจมากเกินไปจึงคิดหมายปองบัลลังก์มังกร สมคบคิดกันวางแผนสังหารอดีตฮ่องเต้กับอดีตฮองเฮา บ้านเมืองเกิดความระส่ำระส่าย
ราชวงศ์อ่อนแอ ราชสำนักถูกคนของ 3 ตระกูลใหญ่ควบคุม ดังนั้นเพื่อรักษาชีวิตและตำแหน่งฮ่องเต้ต่อจากพ่อ พระเอกจึงต้องแสร้งทำเป็นเหมือนร่างกายอ่อนแอ
ขาพิการ ไร้ซึ่งวรยุทธ์...
พระเอกปลดคนและหมอหลวงในวังออกหมด ไม่มีคนสนิท มีเพียงคู่หมั้นที่ควบตำแหน่งองครักษ์เท่านั้นที่อยู่ข้างกาย ตอนที่นายเอกเข้ามาเป็นหมอ พระเอกจึงระแวงเพราะไม่รู้ว่าเบื้องหลังนายเอกเป็นคนของใคร จะมาดีหรือมาร้าย หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วนายเอกก็ไม่ได้อยากมาหรอกเน้อ เพราะตัวเองก็มีความลับที่บอกใครไม่ได้เหมือนกัน...นั่นก็คือนายเอกเป็นผู้ชายแต่ต้องแต่งตัวเป็นหญิง และก็แต่งแบบนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต สาเหตุก็เพราะคำสาปปานแดงที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ...คือถ้านายเอกไปตกหลุมรักใครแล้วสารภาพรัก หากถูกอีกฝ่ายปฏิเสธไม่รับรัก นายเอกก็จะต้องตายภายในวันนั้นก่อนตะวันตกดิน...
ดังนั้นนายเอกจึงถูกปลูกฝังให้หวาดกลัวการมีคู่ครองมาตั้งแต่เด็ก พอพ่อกับแม่ตายก็ขึ้นเขาไปอยู่กับอาจารย์
คิดครองตัวเป็นโสดไปชั่วชีวิต โชคดีที่นายเอกมีใบหน้างดงามเหมือนผู้หญิงพอดี ส่วนลูกกระเดือกก็มองไม่ค่อยเห็น แถมยังมีน้ำเสียงสูงไม่เหมือนผู้ชาย
ก็เลยไม่มีใครเคยจับได้ ขนาดพระเอกก็ยังมองไม่ออก ถ้าไม่บังเอิญไปเห็นตอนนายเกอาบน้ำ...ก็คงไม่รู้
พอมาอยู่ในวังทำหน้าที่หมอ นายเอกก็เริ่มสงสัยว่าตกลงพระเอกป่วยจริงเหรอ เพราะพี่แกไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการรักษาเลย แต่กลับชอบหาเรื่องแหย่และแกล้งตัวเองซะมากกว่า บางทีนายเอกทนไม่ไหวหมั่นไส้มากๆ เข้า ก็จะแกล้งเอาเข็มปักขาตอนรักษาซะเลย ชอบแกล้งดีนัก
...หึหึ ยิ่งพอรู้ว่านายเอกเป็นคนดี
ไม่ได้คิดร้าย พระเอกก็ยิ่งชอบแกล้งชอบหยอกเขา เวลาอยู่กับคนอื่นจะนิ่งๆ ขรึมๆ
ไม่แสดงอารมณ์ แต่พออยู่กับนายเอกตามลำพังเมื่อไรพระเอกจะเหมือนหมาน้อยขี้อ้อน ขี้เล่น ทะเล้นทันที ชอบอ่อย
ชอบเต๊าะ จนนายเอกเริ่มหวั่นไหว แต่ก็ต้องพยายามห้ามใจเพราะติดเรื่องคำสาป ประกอบกับพระเอกเองก็มีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้วด้วย...
เป็นเรื่องการเมือง ที่ดูจะหนักไปที่เรื่องการแค้นมากกว่า ปมไม่ซับซ้อน เน้นไปที่การหาทางจัดการคิดบัญชีกับพวก 3 ตระกูลใหญ่
หาทางเรียกความมั่นใจจากประชาชนและทำให้ขุนนางหันกลับมายืนข้างตนเอง โดยมีน้องชายฝาแฝดกับท่านลุงที่เป็นญาติฝั่งแม่ คอยให้ความช่วยเหลือ+ช่วยแสดงละคร และมีคู่หมั้นกับนายเอก(ที่ตกกระไดพลอยโจน) คอยช่วยเหลือบ้าง มีเรื่องสัตว์เทพที่ทำให้นายเอกได้รู้เรื่องบรรพบุรุษของตัวเอง รวมถึงที่มาของปานคำสาป และสาเหตุที่พระเอกต้องแต่งงานมีลูก
ซึ่งพระเอกจะย้ำอยู่ตลอดว่าไม่ได้รักคู่หมั้นแบบชาย-หญิง แต่รักแบบพี่-น้อง (คู่หมั้นก็คิดแบบเดียวกัน)
ดังนั้นเวลาเข้าหอ พระเอกจึงเข้าเฉพาะวันที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงเท่านั้น
(เข้าแบบมาเร็วเคลมเร็ว เพราะทั้งสองคนไม่ได้อยากร่วมหอกัน ลำบากใจ อึดอัด) พอตั้งท้องแล้วได้ลูกชายก็ไม่ยุ่งกันอีกเลย ทว่าแม้จะเข้าใจ แต่ลึกๆ นายเอกก็ยังเจ็บอยู่ดี
แบบจี๊ดๆ แต่ไม่ได้แสดงออก ไม่ได้โกรธใคร (พี่สาวแสนดีT^T)
ซึ่งทั้งพระเอกกับคู่หมั้นก็รู้ อยากให้เรื่องแบบนี้จบเร็วๆ เหมือนกัน เพื่อความสบายใจของทั้งนายเอกและตัวเอง ซึ่งน้องคู่หมั้นเองก็แสนดี (ไปโกรธน้องเขาไม่ได้หรอกนะ) ไม่มีพิษมีภัย ซื่อๆ นับถือนายเอกเป็นศิษย์พี่
รู้ว่าคนเขารักกันก็สนับสนุนทุกอย่าง
อยากแยกตัวออกไปเร็วๆ น้องเข้าใจความรู้สึกของทุกคน... ก็จบแบบ Happy ending ครอบครัวสุขสันต์ แบบเรียลๆ 55
ป.ล. ชอบคู่รอง ที่เป็นคู่ของน้องชายฝาแฝดของพระเอกกับท่านแม่ทัพ คู่นี้พระเอกพระราชทานสมรสให้เพราะรู้ว่าน้องชอบอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายไม่รู้ นึกว่าพระเอกกลั่นแกล้ง
แรกๆ อิตาแม่ทัพเลยไปนอนในห้องเก็บฟืน55 ไม่ยอมเข้าหอไม่นอนด้วย
หลบหน้าเมียตลอด
หลังๆ คิดได้เลยเลิกหลบ และกลับมานอนด้วยใหม่ คู่นี้ nc แซบมากกก มาก่อนคู่หลักอีก55 (คู่หลักกว่าจะได้กินก็เกินครึ่งเล่ม
2 เลยจ้า แต่ก็ไม่น้อยหน้าคู่น้อง...พระเอกเวลาอยู่กับนายเอกนี่ยังกับคนละคน ต้องไปลองอ่านเอง ...ฮาๆๆ)
วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
มเหสีข้าเป็นผู้ชาย เล่ม 1
มเหสีข้าเป็นผู้ชาย (朕的皇后是男人) เล่ม 1
ผู้แต่ง : 萧染
ผู้แปล : กุ่ยหร่าน
สำนักพิมพ์ My Novel
ชาติที่แล้วพระเอกถูกแฟนสาวทิ้ง เพิ่งอกหักสดๆ ร้อนๆ แถมยังมาถูกรถชน
และสุดท้ายก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ตงฟางเยว่ซั่ว ฮ่องเต้แคว้นเสวี่ย
ที่มีชื่อเดียวกันกับตัวเอง พระเอกฟื้นขึ้นมาด้วยความมึนงง แถมยังไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมติดตัวแม้แต่น้อย คนรอบข้างเลยนึกว่าพี่แกตกม้าจนความจำเสื่อม
พอรู้ว่าตัวเองทะลุมิติมาและกลายเป็นฮ่องเต้ จากที่ตกใจก็กลายเป็นหน้าชื่นตาบาน
เพราะคิดว่าจะมีหญิงงามในตำหนักมากมายให้โอบกอด อยากจีบใครก็ได้
ดีจริงๆ 55... แต่ดีใจได้ไม่นานความจริงก็ปรากฏ
เพราะนอกจากจะได้รู้ว่าตัวเองไม่มีหญิงสาวสามพันนางในวังหลังให้โอบกอดแล้ว
ฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียวที่ตนแต่งด้วยก็ยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก
แถมยังดูฉลาดมาดแมน สมเป็นฮ่องเต้มากกว่าตัวเองซะอีก..โอ้ววว
หวังหลีเยว่ บุตรชายของอัครเสนาบดีแคว้นเฟิง ชายหนุ่มรูปงามและเป็นถึงขุนพลอันดับหนึ่งของแคว้น
บุ๋นก็ได้บู๊ก็เก่ง นิสัยนิ่งๆ เย็นชา (ผิดกับพระเอกลิบลับ)
แต่คนที่เพอร์เฟคเช่นนี้กลับต้องมาแต่งให้กับฮ่องเต้แคว้นเสวี่ย
และกลายเป็นฮองเฮาของเขาซะได้ ...ตอนที่พระเอกรู้ว่าฮองเฮาของตัวเองเป็นผู้ชายก็แทบรับไม่ได้
แต่พอได้เห็นหน้าอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ..โดนตกไปเรียบร้อยจ้า
(ฮองเฮาของข้านี่นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ก็ยังออกว่าราชการทำงานแทนข้าได้
แถมวรยุทธ์ยังสูงส่งจนไม่มีใครสู้ได้อีก สายตาในการเลือกคนของข้า(คนก่อน)นี่ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ..55)
นายเอกยังไม่เคยมีอะไรกับเจ้าของร่างเดิม เพราะอีกฝ่ายเคยรับปากว่าถ้านายเอกไม่ยินยอมก็จะไม่บังคับฝืนใจ แต่อิพระเอกนี่โผล่มาจากไหนไม่รู้ มาถึงได้แค่ 3 วัน ก็ดันวางยาแล้วจับคนเขากินเรียบเฉยเลย คือจะกินตรงๆ ก็ไม่ได้เพราะวรยุทธ์สูงเหลือเกิน
สู้ไม่ไหว พอนายเอกตื่นขึ้นมาก็โมโหมากกก แทบอยากจะฉีกพระเอกเป็นชิ้นๆ
ไม่นึกว่าพระเอกจะกล้าทำเรื่องแบบนี้กับตัวเอง
คืออิพี่เห็นนายเอกแวบแรกก็ชอบเลยจ้า จากเดิมที่ไม่ได้ชอบผู้ชายก็เปลี่ยนใจทันที
แบบนายเอกหน้าตาดีมากกอะ ตอนที่อยู่แคว้นเดิมก็มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมารุมชอบ
แต่ตอนที่ถูกพระเอกจับกดจริงๆ นายเอกก็รู้สึกดีนะ ทว่าศักดิ์ศรีมันมีมากกว่าเลยปากแข็งไม่ยอมรับ ส่วนพระเอกก็ไม่เข็ดนะจ๊ะ นายเอกทั้งด่าทั้งตีก็แล้ว แต่พี่แกก็ยังพยายามที่จะเกาะติด คิดแต่จะจับคนเขากินอีกให้ได้..
แต่นายเอกก็ไม่ยอมให้พระเอกเข้าใกล้เลย
พอมาหาก็ให้คนขวางไว้ ไม่ให้เข้าตำหนัก
มียอมให้เข้ามาครั้งหนึ่ง แต่พอเห็นที่มุมปากพระเอกมีรอยจูบก็โกรธมากกก
(ถูกใครจูบต้องลองไปอ่านดูจ้า55) แต่พระเอกยังไม่รู้ตัว พอรู้ก็รีบวิ่งกลับไปอธิบาย
ยื่นข้อเสนอว่าจะให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ ขอแค่นายเอกยอมเชื่อเท่านั้น
นายเอกก็โอเค ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม งั้นขอเป็นฝ่ายอยู่ข้างบนครั้งหนึ่งนะ ....หึหึ
แต่กลายเป็นว่าพอได้อยู่ข้างบนเองแล้วนายเอกกลับไม่ได้รู้สึกดีเท่าตอนที่พระเอกทำ...
ต่อจากนั้นพระเอกก็ชวนนายเอกไปพักร้อนข้างนอกวัง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และจับกิน
(นี่แหละจุดประสงค์ 55) ซึ่งหลังๆ นายเอกก็เริ่มมีใจและรู้สึกดีกับพระเอกแล้วเหมือนกันจึงยอมไปด้วย พระเอกเลยให้องค์ชายสี่ที่เป็นน้องดูแลวังแทน
แต่หลัง 1 เดือนผ่านไปเมื่อกลับมาปรากฏว่าสถานการณ์พลิก
องค์ชายใหญ่ที่ถูกไล่ไปอยู่ที่ดินศักดินา ดันฉวยโอกาสตอนที่พระ-นายไม่อยู่กลับมาเมืองหลวง
และสร้างเรื่องใส่ร้ายนายเอก จนทำให้ต้องถูกจับเข้าคุก
...
อันที่จริงพระเอกก็เริ่มมีความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาแล้วแหละ
เลยรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นกับดักที่เจ้าของร่างเดิมวางเอาไว้..
ตั้งแต่เรื่องตกม้า การวางแผนจับหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ข้างกาย รวมถึงเรื่องที่นายเอกถูกใส่ร้ายนี่ด้วย...เอาล่ะซี่
สรุปเจ้าของร่างเก่านี่เป็นคนเก่งมีวรยุทธ์สูงนะจ๊ะ
แต่นอกจากพี่แกจะเป็นฮ่องเต้แล้วก็ยังมีฐานะอื่นด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อยกบัลลังก์มังกรให้
ส่วนตัวนายเอกเบื้องหลังก็มีฐานะอื่นด้วยเหมือนกัน และเป็นสาเหตุที่ทำให้พระเอกต้องใช้แผนแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อเอาตัวนายเอกมา....
เท่าที่อ่านจบเล่ม 1 เนื้อเรื่องจะออกเรื่อยๆ ขำๆ มากกว่า
เรื่องการเมืองการแย่งชิงบัลลังก์ยังมีไม่มากเหมือนปูพื้นอยู่ ยังไม่มีดราม่าอะไร พระเอกก็ยังบ้าๆ บอๆ ไม่เก่ง
วันๆ ได้แต่กินนอน กับพยายามเต๊าะและหาเรื่องกินนายเอก
แต่เราสงสัยอย่างหนึ่งว่า..นี่มันสวนสาธารณะหรือวังหลวงอะ 55
ทำไมนักฆ่าลอบเข้ามากันง่ายจังหว่า
แถมตอนที่นายเอกจับคนร้าย ตอนที่พระเอกวิ่งหนีก็ยังไม่มีทหารองครักษ์โผล่มาช่วยสักคน
มีแต่นางกำนัลข้างกายที่เป็นวรยุทธ์คนเดียวที่ช่วย...555+
ป.ล. เรื่องนี้มีฉากสลับ 1 ฉากนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
ค่ำคืนนั้นลมวสันต์มาเยือน 3 เล่มจบ
ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ชาติที่แล้วนางเอกเกิดมาขาพิการเดินไม่ได้
แต่โชคดีที่มีพี่ชายฝาแฝดรักใคร่คอยดูแล ดังนั้นต่อให้พ่อแม่จะไม่สนใจหรือไม่รักเธอ
อวี๋เซียงก็ไม่แคร์ แต่น่าเสียดายที่พี่ชายฝาแฝดที่เธอรักกลับมีหัวใจพิการแต่กำเนิด
จึงทำให้อวี๋เซียงต้องสละหัวใจของตัวเองเพื่อต่อชีวิตให้กับพี่ชาย
ส่วนน้องสาวตัวจริงของพระเอกหรือนางเอกในนิยาย ก็กลายไปเป็นบุตรสาวพ่อค้าแทน
เกือบลืมพูดถึงเรื่องของพระ-นางเลยติดลม 55
นางเอกเรื่องนี้ไม่ได้มาแนวอ่อนหวานเรียบร้อย แต่เป็นคนตรงๆ แรงๆ
ด่ามาก็สวนกลับ ดุ สวย โหด จะร้ายๆ และเอาแต่ใจหน่อย เป็นมาตั้งแต่ชาติที่แล้วเลย
(อารมณ์คนเดินไม่ได้ก็อาจจะเอาแต่ใจโวยวายบ้าง บวกกับมีพี่รักและตามใจด้วย)
มาชาตินี้้ก็ยังมีพระเอกรักและคอยตามใจ คอยประคบประหงม คอยอุ้ม คอยนอนกอด
รักยิ่งกว่าน้องแท้ๆ ใครทำไรนางเอกพี่แกเอาตาย
...
ส่วนนางเอกก็รักและห่วงใยพระเอกด้วยใจจริงเหมือนกัน นานวันเข้าทั้งสองคนจึงเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กันเกินคำว่าพี่น้อง แม้ในใจของทั้งคู่จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ของตน แต่ก็ไม่เคยพูดออกไป ทั้งยังหลงคิดว่าอีกฝ่ายคงเห็นเราเป็นพี่น้องแท้ๆ นั่นแหละ
...หึหึ
- เปิดมาเจอบทแรกๆ ตอนที่นางเอกยังไม่ทะลุมิติแล้วกำลังไล่แม่ออกจากห้อง แต่พูดว่า
" ออกไป ออกไปประเดี๋ยวนี้ " คำว่าประเดี๋ยวใช้กับยุคปัจจุบันแล้วมันดูแปลกๆ นะ
ที่อ่านๆ มามันต้องเป็น " เรียนฮูหญิง , เรียนคุณหนู" ไม่ใช่เหรอ ...หรือยังไง 55
📍ค่ำคืนนั้นลมวสันต์มาเยือน 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/AA9dmeGsvY
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
คุณผู้ช่วยสถาปนิก 4 เล่มจบ
คุณผู้ช่วยสถาปนิก 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ซีเหอชิงหลิง (羲和清零)
ผู้แปล : หนิงเหมิงฉา
สำนักพิมพ์ Rose Publishing
จางซืออี้ หนุ่มนักเรียนนอกรูปหล่อ ที่เพิ่งเรียนจบคณะสถาปัตย์มาจากประเทศอังกฤษ ในขณะที่กำลังร่อนใบสมัครหางาน ในขณะที่เงินเก็บเริ่มร่อยหรอลงไปทุกที แถมยังมาถูกแฟนสาวเรียกไปต่อว่าเรื่องที่ไม่มีเวลาให้จนต้องเลิกกันอีก ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ...ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่ เพราะหลังจากนั้นน้องก็ถูกเรียกสัมภาษณ์และได้งานทำทันที... แถมยังได้พบกับรุ่นพี่ในตำนาน แรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเรียนคณะนี้ ซึ่งกลายมาเป็นเจ้านายคนใหม่ของตัวเอง
กู้เซียว ผู้อำนวยการแผนกออกแบบของบริษัทอู๋จิ้ง
สถาปนิกชื่อดังที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย หนุ่มโสดรูปหล่อ(มากกกก) นอกจากจะหล่อแล้วก็ยังฉลาด
สุขุม เป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย...พระ-นายต่างก็เป็นสถาปนิกด้วยกันทั้งคู่ นายเอกอ่อนกว่าพระเอก 6 ปี เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเริ่มทำงาน จึงยังไม่มีประสบการณ์
แม้จะมีพ่อทำงานราชการเป็นถึงอธิบดี แต่เพราะนายเอกเคยประกาศกับพ่อแม่เอาไว้ว่า
ถ้าเรียนจบป.ตรีก็จะไม่ขอเงินจากที่บ้านอีก ดังนั้นช่วงแรกๆ สถานะการเงินของนายเอกจึงแกลบมาก ได้เงินมาก็ต้องหักเป็นค่าเช่าห้องไปเกือบหมด แถมบางทีน้องยังใช้เงินมือเติบ ใช้จ่ายไม่ค่อยเป็น จนต่อมาได้พระเอกสอนหลังๆ เลยไม่เป็นแบบนั้นแล้ว...
เป็นเรื่องความรักในวัยทำงาน ความสัมพันธ์จึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ จีบ ดำเนินควบคู่ไปพร้อมกันกับเรื่องงาน
โดยเฉพาะของนายเอกที่เห็นได้ชัดมาก เราจะได้เห็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของนายเอก
จากคนที่พื้นฐานไม่แน่น ไม่มีประสบการณ์ ขาดความมั่นใจ คิดแต่ว่าตัวเองคงทำไม่ได้
แต่ก็ถูกพระเอกจ้ำจี้จ้ำไช บังคับให้ฝึก ให้เขียนแบบ ให้ทำนู่นนี่ซ้ำๆ คอยชี้แนะ+บอกสอนตั้งแต่เรื่องงานไปจนถึงเรื่องการใช้ชีวิต
จากเด็กหนุ่มที่ตอนแรกยังทำอะไรไม่ค่อยเป็น ก็ค่อยๆ เติบโต เลิกหวาดกลัว และเต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมที่จะเผชิญหน้าเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ จนกลายเป็นสถาปนิกหนุ่มที่เก่งมีความสามารถ และประสบความสำเร็จไม่แพ้พระเอกเลย
ส่วนเรื่องความรักแน่นอนว่าหวานมากกกก หวานจนมดขึ้นตาขึ้นหนังสือหมดแล้ว 55 คือต้องบอกก่อนว่าพระเอกเป็นฝ่ายชอบนายเอกก่อนนะ แต่ด้วยความที่ไม่เคยมีแฟนไม่เคยชอบใครมาก่อน(นายเอกคนแรก) บวกกับคนที่ชอบหรือนายเอกก็ดันเป็นชายแท้ก็เลยไม่รู้จะจีบยังไง กลัวถูกปฏิเสธ กลัวเขาจะตกใจและรังเกียจตัวเอง สารพัดความกลัว...เลยต้องแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ รุก ค่อยๆ หยั่งเชิง นายเอกพอเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้าจากที่ไม่คิดก็เริ่มคิด เริ่มหวั่นไหวใจเต้น แต่ก็คิดว่าพระเอกคงแกล้ง ไม่คิดว่าพระเอกจะชอบผู้ชายจริงๆ ...แม้หลายเรื่องจะดูมีเค้า แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง
อย่างเรื่องต้นไม้ ที่บริษัทพระ-นายจะต้องให้พนักงานทุกคนเอาต้นไม้ไปดูแลคนละกระถาง
นายเอกไปถูกใจเจ้าแคคตัสต้นเล็ก (เพราะเลี้ยงง่ายตายยากดี ไม่ต้องทำไร 55) แต่มันเป็นส่วนที่มาจากแคคตัสต้นใหญ่ของพระเอกไง (ถือว่าเป็นของพระเอก) ตอนแรกคนจัดการเรื่องนี้เลยบอกไม่ได้ แต่พระเอกมาเจอพอดีเลยยกให้...เพื่อนในทีมก็แปลกใจกันใหญ่
แต่นายเอกเป็นเด็กใหม่เลยไม่เข้าใจว่ามันน่าตกใจตรงไหน คือน้องไม่รู้ว่า ปกติพระเอกจะไม่รับของจากใครและไม่ให้ของใคร
แต่น้องกลับเป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้ของจากพระเอก และพอให้ของพระเอกก็รับ...ฮิ้วววว
แล้วไหนจะเรื่องฟักทองที่นายเอกเป็นคนแกะ พระเอกก็เก็บเอาไว้อย่างดี แต่นายเอกก็ยังพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดไปไกล
ทั้งๆ ที่ใจตรงกันนานแล้วแต่นายเอกไม่รู้ตัว ส่วนพระเอกก็ไม่กล้ารุกมาก55
น้องสาวของพระเอกก็เริ่มเดาได้แล้วว่าพี่ตัวเองต้องชอบนายเอกแน่ๆ เพราะเห็นสายตาที่พี่มองคนเขามันหวานเชื่อมมาก แล้วไหนจะโพสในไทม์ไลน์วีแชทที่ล็อกไว้ให้นายเอกเห็นคนเดียวนั่นอีก 55...
แต่พระ-นายก็ยังไม่มีใครกล้าสารภาพความรู้สึกกันสักที จนเมื่อรุ่นน้องของพระเอกเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ที่บริษัท
ต่อมหึงนายเอกเลยเริ่มแตก เพราะรุ่นน้องคนนี้สนิทกับพระเอกและแถมยังหน้าตาดีมากก(อีกแล้ว) จบนอกเหมือนกับนายเอกแต่ความสามารถสูงกว่า
บวกกับเรื่องที่ต้องรีบหาที่อยู่ใหม่ และเรื่องโครงการที่นายเอกทำถูกระงับ
นายเอกเลยขาดงาน ท้อใจอยากลาออก พอพระเอกไปตามถึงบ้าน นายเอกก็ระเบิดอารมณ์...สุดท้ายทั้งสองคนถึงได้เปิดใจและตกลงคบกันสักทีลุ้นตั้งนาน 55
หลังจากนั้นพระเอกเลยให้นายเอกย้ายมาอยู่กับตัวเอง แต่ระหว่างที่คบกันก็ใช่ว่าจะราบรื่นเรียบง่ายไปซะหมด ก็มีทะเลาะเบาะแว้ง มีงอนกันบ้างตามประสาคู่รัก นายเอกพอเป็นเรื่องรักนิสัยก็จะออกเด็กๆ หน่อย ขี้หึงขี้งอนขี้น้อยใจ (มีครบหมด55) ส่วนพระเอกก็มีเผลอทำร้ายจิตใจนายเอกโดยไม่รู้ตัวบ้าง ก็เหมือนคนธรรมดาทั่วๆ ไป
เมื่อคบกัน+อยู่ด้วยกันก็มีหลายๆ เรื่องที่ต้องปรับตัว
(แต่บางเรื่องเราก็รู้สึกว่านายเอกงอนง่ายและไม่มีเหตุผลไปหน่อยนะ) แล้วประกอบกับที่สังคม(จีน)ยังไม่ค่อยยอมรับความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันด้วย
ดังนั้นทั้งสองคนจึงต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
เวลาอยู่ที่ทำงานก็ต้องรักษาระยะห่าง ไม่ทำตัวสนิทสนม พระเอกยังคงเป็นเจ้านายที่เข้มงวด(กับนายเอก)เหมือนเดิม
เวลาเลิกงานก็ต้องแยกกันกลับ แล้วค่อยมานัดเจอกันอีกทีที่สถานีรถไฟใต้ดิน... แต่สุดท้ายก็ปิดไม่มิด เพราะบางทีพระเอกก็อดใจไม่ไหวจับนายเอกลากเข้ามุมไปจูบ แอบหวานกันบ้าง นึกว่าจะไม่มีใครเห็นแต่ก็ไม่รอด...อิอิ (
อ่านจบแล้วอิ่มใจเหมือนได้โตไปพร้อมๆ กับนายเอก ได้ความรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ทั้งข้อคิดในการทำงานและการใช้ชีวิต ได้เห็นนายเอกค่อยๆ พัฒนาตัวเองจนสุดท้ายก็สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระเอกได้อย่างภาคภูมิใจ
ทั้งในฐานะคนรักและเพื่อนร่วมงาน สมกับที่พระเอกคอยฝึกสอนให้คำชี้แนะ คอยฉุดและดึงนายเอกขึ้นมาในเวลาที่สับสนท้อแท้หรือหมดกำลังใจ ...
ป.ล. nc อย่าให้เล่าาาาา เพราะพี่กู้แซบมากหื่นมากกกก(ล้านตัว) ขนาดนายเอกเรียกมาคุยขอให้เพลาๆ เรื่องนี้ลงบ้าง แต่พี่ยังเถียงว่านี่ก็เพลาแล้วนะ
ไม่งั้นปกติระดับพี่ต้องวันละ 3-4 รอบแล้วนะจ๊ะ...หึหึ
ป.ล. มีอุปสรรคเรื่องพ่อกับแม่ของนายเอกนิดหน่อย แม้สุดท้ายจะผ่านไปได้แต่ก็ใช้เวลาหลายปีอยู่เหมือนกัน






