วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 3


ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 3 (5 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : อวี่จิ่วฮวา
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1-2 
https://marynlinsbook.blogspot.com/2019/04/1-2.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

สินเจ้าสาวของหลี่เมิ่งซีเป็นพยานการแต่งงานของพวกเขา  
หลี่เมิ่งซีนำไปจำนำโดยไม่ลังเล  ทั้งยังจำนำแบบไถ่คืนไม่ได้เช่นนี้  
แสดงว่านางละทิ้งการแต่งงานครั้งนี้โดยไม่ลังเลแล้ว
หากเขาตามหาสินเจ้าสาวเหล่านั้นกลับคืนมาได้  
ไม่แน่อาจทำให้การแต่งงานที่ล้มเหลวนี้กลับมาได้เช่นกัน  เซียวจวิ้นคิดอย่างงมงาย
ไม่ เขาไม่ปล่อยมือเด็ดขาด!  แม้ความหวังนั้นจะริบหรี่มากก็ตาม  
ขอเพียงสามารถเยียวยาวาสนาระหว่างเขากับนางได้ 
เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด .....


หลังจากที่พระเอกเริ่มรู้ใจตัวเองในตอนท้ายๆ เล่ม สอง มาเล่มนี้พี่แกก็ยิ่งแน่ใจและกระจ่างชัดในความรู้สึกของตัวเอง ยิ่งพอได้รู้ว่าแท้จริงนางเอกนั้นเป็นลูกอนุ หาใช่บุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอกไม่ พี่แกก็ยิ่งเสียใจที่ก่อนหน้านี้หลงเชื่อข่าวลือจนทำร้ายความรู้สึกของนางเอกไปหลายครั้งหลายครา แล้วไหนจะกฏของตระกูลเซียวที่ห้ามมิให้ลูกอนุเป็นภรรยาเอกนั้นอีกเล่า...โอ๊ยๆ ๆ ปวดใจทำไมมีแต่เรื่อง 55+

แต่เศร้าได้ไม่นานก็ต้องลงใต้ไปทำการค้า แถมยังต้องไปนานถึงหนึ่งปีครึ่งด้วย และความที่เริ่มชอบเมียจึงไปเปรยๆ กับเมียว่าเดินทางคราวนี้เดี๋ยวจะเอาภรรยาหรืออนุไปด้วยนะ นางเอกก็ได้จ้าเอาสิ จะเอาอนุคนไหนไปล่ะบอกมาได้เลย ...พระเอกก็เศร้าเพราะเมียไม่เข้าใจว่าตัวเองอยากให้เมียไปด้วย ไม่ได้จะเอาอนุไปซะหน่อย 55+ ...ระหว่างที่อยู่ทางใต้ พี่แกก็ส่งของฝากส่งจดหมายกลับมาอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะของนางเอกที่ดีกว่าใครเป็นพิเศษ  แต่นางเอกก็ไม่เข้าใจจ้าาา คิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เมียเอกต้องได้ของดีกว่าอนุอยู่แล้ว 55+ ...เดิมทีคิดว่าจะอยู่นานกว่านั้นหน่อย แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเพราะคิดถึงเมีย แล้วเมียก็ดันไม่เคยเขียนจดหมายส่งมาให้เลยสักฉบับ ก็เลยหาเรื่องกลับดีกว่า 55+

เล่มนี้ก็ยังคงวนเวียนอยู่แต่เรื่องในบ้าน เรื่องรัชทายาทหรือการเมืองที่ดูเหมือนจะดุเดือดในสอง เล่มแรกก็แทบไม่ได้กล่าวถึง สงสัยต้องรอให้นางเอกหย่าออกจากบ้านก่อนรึเปล่าถึงจะมีบทกัน ก่อนหน้านี้ใครที่เคยเกลียดหรือไม่ชอบพระเอกมาตั้งแต่สองเล่มที่แล้ว เล่มนี้ก็จะได้หัวเราะดังๆ ด้วยความสะใจกัน เพราะเล่มนี้พระเอกกินแห้วหนักมากกกก ยิ่งได้รู้ว่าที่ผ่านมานางเอกต้องพบเจออะไรมาบ้าง พี่แกก็ยิ่งปวดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะรู้ว่าเมียคงไม่เอาตัวเองแล้ว เลิกหวังเลิกคิดพึ่งพาตัวเองแล้ว มาแก้แค้นเอาคืนคนที่เคยรังแก หรือทำไม่ดีกับเมียไว้ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทันไหม มาออกหน้าปกป้องรับทุกอย่างแทนเมียเอาตอนนี้ก็ไม่รู้จะทันหรือเปล่า ...

จริงๆ นางเอกก็เริ่มหวั่นไหวนิดๆ แล้วนะ แต่ก็ยังตัดสินใจขอหย่าอยู่ดี  เพราะนางรู้ว่าต่อให้พระเอกมีใจรักนางจริง แต่เขาก็ปกป้องนางไม่ได้อยู่ดี ครั้งนี้ปกป้องได้แล้วครั้งต่อไปล่ะ ยิ่งในสมัยโบราณที่ยึดถือเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ หากแม่พระเอกยกเรื่องความกตัญญูมาอ้าง แล้วพี่แกจะกล้าขัดหรือ เพราะพระเอกก็บอกอยู่ว่านั่นคือมารดา ต่อให้มารดาทำผิดจริงพี่แกก็พูดอะไรไม่ได้ ซึ่งมันขัดกับนิสัยนางเอกที่เป็นคนยุคปัจจุบันไง แต่นางก็เข้าใจพระเอกนะ ออกจะสงสารด้วยซ้ำที่ต้องมาแบกรับอะไรแบบนี้ 

แต่ถ้าจะให้ต้องมาทนอยู่แบบนี้ต่อไปอีกนางก็ไม่เอา  พอเรื่องฐานะลูกอนุแตกนางก็เลยขอหย่า แบบชาตินี้ไม่แต่งงานใหม่อีกแล้วก็ได้ แต่ปล่อยฉันไปเถอะ  ...พระเอกพอได้ยินเมียพูดแบบนั้นก็ช็อกสิจ๊ะ เคยหลงคิดว่าถ้าเมียมีใจก็ยังสามารถจับมือฝ่าฟันเรื่องนี้ไปด้วยกันได้ แต่เมียดันไม่มีใจไง สิ้นหวังกับพี่แกนานแล้ว มาทำดีด้วยตอนนี้ก็สายไปแล้ว ...แต่พออ่านๆ ไปก็สงสารพระเอกนะ เพราะถึงจะเป็นผู้สืบทอดตระกูลคนต่อไป แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยมีอำนาจอะไรเท่าไรหรอก  แค่จะลงโทษพ่อบ้านสักคนยังต้องดูเลยว่าเป็นคนของใคร มีใครอยู่เบื้องหลัง กว่าจะลงโทษได้ก็ต้องวางแผนไปกี่ชั้น ไม่ใช่ปุบปับนึกอยากจะลงโทษก็ทำได้เดี๋ยวนั้นเลย พอทำสำเร็จตัวเองก็ยังต้องถูกด่าถูกลงโทษด้วยกฎบ้านอีก ....

เนี่ยเราเลยอยากให้นางเอกหย่าไง อยู่บ้านนี้ไม่มีอะไรดีเลย ต้องคอยลุ้นอยู่ทุกวันว่าวันนี้จะโดนอะไรไหม แม่สามีจะหาเรื่องจับผิดอีกหรือเปล่า แล้วไหนจะมีลูกพี่ลูกน้องกับบรรดาอนุของพระเอกอีก...วุ่นวายสุดๆ ย่าพระเอกที่ดูเหมือนจะดีเหมือนจะเข้าข้างนางเอก แต่เอาจริงๆ ก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองกับวงศ์ตระกูลทั้งนั้น...เฮ้อ ก็ต้องรอดูว่าพระเอกจะสู้เพื่อนางเอกได้มากแค่ไหน 
ต่อไปจะสามารถกุมอำนาจของตระกูลได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือเปล่า แต่ตอนนี้ในเมื่อยังทำไม่ได้ก็ปล่อยคนเขาไปก่อนเถอะ 55 

ป.ล.หลังอ่านจบขอมอบเพลงนี้ให้พระเอกเลย 
" ทำไมไม่ยอมจบ ให้เธอได้คบใคร  เลิกตอแยได้ไหม เธอขอให้ฉันช่วยหยุดสักที
ยิ่งฟังยิ่งสั่น มันเหมือนฉันแย่สิ้นดี  บอกเลิกแล้ว แต่วันนี้กลับทำเหมือนเสียดาย ... "



📍ยอดหญิงเทพสมุนไพร ➡️ https://s.shopee.co.th/6VHaCZpWnP









วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562

ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1-2



ยอดหญิงเทพสมุนไพร เล่ม 1-2 (5 เล่มจบ) 
ผู้แต่ง : อวี่จิ่วฮวา
ผู้แปล : เม่นน้อย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

' ความจริงจะโทษหลี่เมิ่งซีที่คิดเช่นนี้ก็ไม่ได้
อย่างไรเซียวจวิ้นก็มีประวัติมาก่อนหน้านี้  ตอนนี้เขาทำอะไร
หลี่เมิ่งซีก็ไม่ให้คะแนนเขาทั้งนั้น ......
         เซียวจวิ้นไม่รู้ความคิดที่หลี่เมิ่งซีมีต่อเขาในเวลานี้  
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้ว่าเมื่อเขารู้ใจของตนเอง
เส้นทางการตามภรรยากลับมาจะบรรยายได้ด้วยคำเดียวว่า ... อนาถ '

นางเอกเป็นดอกเตอร์แพทย์หญิงที่ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ หลี่เมิ่งซี คุณหนูห้าของตระกูลคหบดีที่มีแม่เป็นอนุ  เพราะภรรยาเอกไม่อยากให้บุตรสาวของตนต้องแต่งงานเสริมดวงชะตาให้กับคุณชายรอง  เซียวจวิ้น  ที่ป่วยหนักอาการร่อแร่ หลี่เมิ่งซีจึงถูกบังคับให้ต้องแต่งงานแทนพี่สาว  และด้วยความที่เคยเป็นหมอมาก่อน นางจึงสามารถรักษาอาการป่วยของคุณชายเซียวได้พอดี  ...

คุณชายรอง เซียวจวิ้น ผู้สืบทอดตระกูลเซียว ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตระกูลสูงศักดิ์ที่กุมอำนาจทางการค้าของแว่นแคว้น คุณชายรองนั้นมีสัญญาหมั้นหมายกับคุณหนูใหญ่สกุลหลี่มาตั้งแต่เล็ก แต่เพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีของอีกฝ่าย จึงทำให้เขาไม่อยากแต่งงานกับนาง เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงรับอนุเข้ามามากมายตั้งแต่ยังไม่แต่งภรรยาเอก เพื่อเป็นการหักหน้า และบีบให้อีกฝ่ายต้องขอถอนหมั้นไปเอง แต่เพราะป่วยหนักใกล้ตาย สุดท้ายเขาจึงจำใจต้องแต่งนางเข้ามาเพื่อเสริมดวงชะตาอย่างช่วยไม่ได้ 

เพื่อปิดบังเรื่องที่ตนเองถูกบังคับให้สวมรอยมาแต่งงานแทนพี่สาวที่เป็นคู่หมั้นตัวจริง นางเอกจึงทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดี เป็นภรรยาที่ดี เพื่อจะได้อยู่ในสกุลเซียวอย่างสงบสุขและมีสามีเป็นที่พึ่ง แต่เสียดายที่นางกลับไม่รู้เลยว่า...ต่อให้ทำให้ดีอย่างไรแต่เพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีแต่เดิมของพี่สาว ยังไงนางก็ต้องถูกสามีและคนในครอบครัวของเขารังเกียจอยู่วันยังค่ำ ...นางก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติท่านย่าของสามี ดูแลเรือนหลังบ้านของสามี กระทั่งสามีตบหน้านางด้วยการเอาสาวใช้มาเป็นเมียบ่าวหลังจากแต่งงานได้เพียงไม่กี่วัน นางก็ยังไม่ว่าอะไร ... ไม่ว่าแม่สามีจะจงใจหาเรื่องนางยังไง หรือสามีจะแสดงออกให้เห็นว่ารังเกียจนางมากแค่ไหน นางก็ยังคงสงบนิ่งและทำทุกอย่างตามเดิม แต่เมื่อนางได้รู้ว่าสกุลเซียวนั้นมีกฎห้ามมิให้ลูกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอก นางจึงเลิกอดทน เลิกสนใจผู้คนที่รังเกียจเดียดฉันท์ทั้งหลายเหล่านั้น ในเมื่อผลลัพธ์ก็คือต้องถูกหย่า เช่นนั้นก็ขอเอาเวลาที่เหลือมาวางแผนเตรียมการชีวิตหลังหย่าแทนละกันนะ 55+

หลังอ่านจบ ....
เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องยอดหญิงหมอเทวดา  ก็จะมาแนวเดียวกันเลยตรงที่ นางเอกทะลุมิติมาและมีวิชาแพทย์ติดตัวมาด้วย แล้วก็ได้ใช้ความรู้นั้นต่อยอดหาเลี้ยงตัวเอง (แบบหลบๆ ซ่อนๆ คล้ายๆ หมอหญิงเลย 55+)  เจอกับสามีที่รังเกียจไม่รัก แม่สามีก็ไม่ชอบหน้า ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งรังแกอยู่เรื่อย  แถมพระเอกก็ยังมีเมียเยอะอีก
แต่เรื่องนี้นอกจากเมียจะเยอะแล้ว ลูกก็ยังเยอะอีกด้วยนะ 55+ ...ตอนแรกที่อ่านหมอหญิงเราเคยด่า+ไม่ชอบพระเอกเรื่องนั้น  แต่พอมาเจอเรื่องนี้ก็รู้สึกว่า...ท่านแม่ทัพเสิ่นดีกว่าเยอะเลย 55+  ขัดใจแค่ตอนแรกๆ แต่หลังๆ ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเราโอเคยอมรับได้  แต่ของพระเอกเรื่องนี้ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอีตานี่เลยจริงๆ จะมีพลิกไหมเนี่ยบอกที 55+  

...พระเอกเรื่องนี้จากที่อ่านก็สรุปได้ว่าพี่แกเป็นผู้ชายโบราณขนานแท้ ที่ถือบุรุษเป็นใหญ่ส่วนสตรีนั้นก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามบุรุษทุกเรื่อง นิสัยยังคล้ายเด็กเอาแต่ใจ เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมเพื่อให้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป มีแต่คนตามใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ ฉลาด+เก่งแต่เรื่องงานเรื่องนอกบ้าน แต่เรื่องในบ้าน+ในเรือนหลังบ้านตัวเองกลับไม่รู้อะไรเลย เมียคนไหนดีด้วยโอนอ่อนเชื่อฟังก็คิดว่าคนนั้นดี  ใครปากร้ายหัวแข็งไม่เชื่อฟังก็คิดว่าคนนั้นไม่ดี
  
ขาดการคิดวิเคราะห์กลั่นกรอง หูเบาชอบเชื่อข่าวลือ ฤติกรรมที่พี่แกทำ+แสดงออกกับนางเอก เรานี่อยากกลอกตาใส่สักร้อยรอบ  ไม่แปลกที่พอมาทำดีด้วยแล้วคนเขาจะไม่เข้าใจ ...คือหลังๆ พี่แกเริ่มชอบนางเอกแล้วไงแต่ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง ไม่อยากเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ก่อนด้วย เพราะศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ศักดิ์ศรีของความเป็นเจ้าบ้านในอนาคตมันค้ำคอซะเหลือเกิน หวังดีกับเมียอยากให้เมียทำแบบนี้ๆ แต่ก็ชักสีหน้าใส่เขา หน้าบูดหน้างอตลอดแล้วใครจะไปรู้ฟะ ...

อ่านจนจบเล่ม 2 ก็ยังไม่รู้สึกอยากเชียร์เลยสักกะติ๊ด ให้ตายเถอะถึงอ่านแล้วจะเข้าใจนิสัยพี่แกมากขึ้น แต่ตอนที่พี่แกถูกอนุคนโปรดหลอก และได้รู้ธาตุแท้ของอนุตัวเอง เรานี่แบบเฮ้ย!! คนแบบนี้จะเป็นผู้นำตระกูลใหญ่คนต่อไปจริงอะ ทำไมถึงสายตาคับแคบมองคนไม่ออกขนาดนี้ ถ้าเรื่องมันไม่แดงไม่มีพยานตัวเป็นๆ คุณพี่ก็จะยังไม่เปลี่ยนความคิดใช่ไหม  ในขณะที่คนอื่นเขามองออกกันหมดตั้งนานแล้วเน้อ

แต่เราไม่โทษผู้หญิงฝ่ายเดียวนะ เพราะเราคิดว่าทุกเรื่องสาเหตุต้นตอที่แท้จริง ส่วนหนึ่งมันก็มาจากอีตาพระเอกนี่แหละ แต่ดีที่หลังจากเล่ม 2 พี่แกก็เริ่มคิดได้ เริ่มพิจารณาผลของการที่รับอนุเข้ามาหลายๆ คน ว่าตกลงมันดีหรือไม่ดีกันแน่ เริ่มเข้าใจและรู้นิสัยผู้หญิงในบ้านของตัวเอง รู้ว่าแม่ตัวเองและลูกพี่ลูกน้องเป็นยังไง ต้องการอะไรจากตัวเอง แล้วก็เริ่มพยายามลุกขึ้นปกป้องนางเอกในแบบของตัวเองบ้างแล้ว ...แต่ข่อยก็ไม่รู้ว่าพี่แกจะทำให้เมียรักได้ยังไงนะ เพราะจนถึงตอนนี้เมียก็ยังไม่ได้รู้สึกหรือประทับใจอะไรในตัวพี่แกเลยสักนิด ยังคิดอยู่ตลอดว่าสามีเกลียดไม่ชอบขี้หน้า แต่นางเอกไม่ได้เกลียดพระเอกนะ ก็เฉยๆ ยังไงก็ได้ อยากเกลียดก็เกลียด อยากรับอนุเพิ่มก็รับไป แค่อย่ามายุ่งกับนางพอ หวังแค่ว่าพอถึงตอนหย่าพวกเขาจะยอมปล่อยนางไปดีๆ ให้นางได้มีชีวิตเป็นของตัวเองและแต่งงานใหม่ได้ก็พอแล้ว  

นอกจากเรื่องในบ้านพระ-นางแล้ว ก็ยังมีเรื่องขั้วอำนาจทางการเมือง การแย่งชิงบัลลังก์ด้วยน๊า แต่ตอนนี้อาจยังไม่เด่นเท่าเรื่องในบ้านของพระเอกเท่าไร คงต้องรอดูเล่มต่อไป คิดว่าคงมีอะไรเยอะขึ้น  เพราะนางเอกดันจับพลัดจับผลูไปสาบานเป็นพี่น้องกับ ...และได้ช่วยชีวิต ...เอาไว้ คงเลี่ยงยากแล้วแหละ เพราะคนเขาเห็นฝีมือในการรักษาขั้นเทพของนางแล้ว ( มีแต่บ้านพระเอกนี่แหละที่ยังไม่รู้ 55)

ป.ล. อ่านรีวิวเป็นไกด์ก็พอน๊า  (~o ̄▽ ̄)~o 
อย่าเชื่อข่อยมากเน้อ เพราะข่อยก็เขียนตามที่ตัวเองคิด+รู้สึกแหละนะ บางเรื่องเราชอบแต่คนอื่นอาจจะไม่ชอบ หรือบางเรื่องเราไม่ชอบแต่คนอื่นอ่านแล้วอาจจะชอบก็มีเยอะ มันก็มีทั้งตอนที่สนุกและไม่สนุก มีช่วงที่ตื่นเต้นน่าติดตาม และก็มีบางช่วงที่เอื่อยจนอยากจะวางปนๆ กันไป แต่ในขณะเดียวกันมันก็จะมีจุดที่ทำให้เราอยากรู้ อยากอ่าน อยากตามไปจนจบด้วยเหมือนกัน ...
ส่วนเรื่องนี้ก็คิดว่าคงซื้อจนจบแหละ เพราะอยากรู้ว่าพระเอกจะเปลี่ยนไปยังไงจนทำให้นางเอกยอมรับรักได้ แล้วต่อไปจะจัดการเรื่องหลังบ้านตัวเองยังไง จะรู้เรื่องร้านยา+เรื่องความสามารถของนางเอกเมื่อไร แล้วนางเอกจะได้หย่าไหม ...นี่อยากให้หย่านะ  หย่าเถอะ55+ 
...สรุปคืออยากรู้ต้องลองต้องอ่านเองจ้า แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็เทไปเถอะ 55+ ( ^^)人(^^ )



📍ยอดหญิงเทพสมุนไพร ➡️ https://s.shopee.co.th/6VHaCZpWnP





วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2562

จะรักใครก็รักไป 3 เล่มจบ


จะรักใครก็รักไป 3 เล่มจบ  

ผู้แต่ง : เฟิงหลิวซูไต (风流书呆)

ผู้แปล : เสี่ยวหวา

สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

กวนซู่อี บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลกวน เป็นคนฉลาดมีความรู้กว้างขวาง เพราะได้รับการถ่ายทอดปรัชญาความรู้ต่างๆ รวมถึงศาสตร์ทั้งหกมาจากท่านปู่กับท่านพ่อที่เป็นปัญญาชนคนสำคัญของสำนักขงจื่อ  แต่ในชาติที่แล้วท่านปู่ถูกคนใช้เป็นฐานเหยียบย่ำเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูง จึงทำให้ล้มป่วยและจมปลักอยู่กับความล้มเหลว ครอบครัวที่แต่เดิมก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร จึงยิ่งตกอับและยากจนลงเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กวนซู่อีจึงต้องจำใจแต่งงานกับเจิ้นเป่ยโหวที่เป็นพ่อหม้ายลูกติดเพื่อช่วยเหลือครอบครัว

เนื่องจากไม่ได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวยและไม่ได้มีสินเดิมมาก นางจึงพยายามอย่างหนักในการปรนนิบัติดูแลแม่สามี รวมถึงอบรมสั่งสอนบุตรชาย-บุตรสาวของเขา แม้ต่อมาสามีจะรับอนุมากมาย และแม้ตัวนางจะไม่เคยได้รับความรักจากเขาเลย แต่นางก็ยังคงวางตัวเป็นสะใภ้ที่ดี เป็นมารดาเลี้ยงที่ดี และอยู่ในกรอบประเพณีอันดีงาม ทั้งที่พยายามถึงขนาดนี้...แต่เหตุใดสิ่งสุดท้ายที่นางได้รับกลับเป็นการถูกทำลายชื่อเสียง และขับไล่ออกจากจวนโหวไปได้เล่า ครั้นพอถึงยามตายนางจึงขอเพียงว่า ...ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้าก็ขออย่าได้พบเจอกับพวกคนตระกูลจ้าวอีกเลย...

นางเอกตายแล้วย้อนกลับมาอยู่ในร่างเดิมก่อนแต่งงาน  เพื่อไม่ให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิม นางจึงเข้าไปช่วยท่านปู่พลิกสถานการณ์ในงานเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ และทำให้พวกเขาได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้  โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองก็ถูกฮ่องเต้หมายตาเอาไว้เช่นเดียวกัน ...ท่านปู่กับท่านพ่อได้กลายเป็นขุนนางใหญ่คนสำคัญของราชสำนักตามที่เฝ้าฝัน แต่ตัวนางนั้นกลับได้รับพระราชโองการให้แต่งงานกับสามีเก่าไปเสียได้ แต่ในเมื่อชาตินี้ครอบครัวของนางไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง อีกทั้งยังมีอำนาจในมือมากมาย ถึงจะเป็นจวนโหวก็แล้วอย่างไร ในเมื่อหนีไม่พ้นก็มาสู้กันสักตั้งเถอะ โฮะๆ ๆ ๆ


หลังอ่านจบ
บอกเลยว่าเรื่องนี้ปรัชญาเยอะมากกกก มีทั้งแนวคิดของขงจื่อ  สำนักฝ่าเจีย  เมธีร้อยสำนัก และอื่นๆ อีกมากมายที่จำไม่ได้แล้ว 55+ นางเอกเป็นคนที่ฉลาดรอบรู้มากๆ ยิ่งพอได้กลับชาติมาเกิดใหม่ก็ยิ่งฉลาดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ใครพูดอะไรมาก็สามารถหาเหตุผลหักล้างได้หมด ไม่ต้องจับอาวุธเพราะคำพูดของนางนี่แหละคืออาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างมากที่สุดแล้ว ตอนที่แต่งไปอยู่บ้านสามีเก่าในชาตินี้ก็ใช้แต่สมองกับคำพูดนี่แหละ ใครอยากทำอะไรก็ทำไปฉันไม่แคร์  เพราะชาติก่อนทำไปเยอะแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ ชาตินี้เลยขอพูดอย่างเดียวไม่ทำแล้วจ้า แค่พูดเฉยๆ จริงๆ ไม่ได้ด่าไม่ได้ขึ้นเสียง พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่คนฟังนี่เหมือนถูกมีดแทงทะลุหัวใจ 55+  

จริงๆ แนวที่นางเอกตายแล้วย้อนกลับมาอยู่ร่างเดิมเนี่ย มันก็ไม่ค่อยแปลกใหม่แล้วนา มีออกมากันเยอะเลย  แต่เราว่าเรื่องนี้มันมีความน่าสนใจ มีความต่างตรงที่ตัวนางเอกไม่ได้กลับมา เพื่อหวังแก้แค้น หรือวางแผนเล่นงานอีกฝ่ายให้สิ้นชีพมอดม้วยมรณา เหมือนที่เคยอ่านๆ มาน่ะสิ แต่แค่หวังจะได้ใช้ชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ และให้ครอบครัวได้อยู่ดีมีสุขไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง แถมอาวุธที่นางใช้ต่อสู้ก็มีแค่คำพูดกับพู่กันเท่านั้นเองด้วย ( เจ็บปวดยิ่งกว่าตาย ) ส่วนศัตรูของนางก็ไม่ได้มีแค่สามีเก่า (ไม่สิๆ ความจริงสามีเก่าไม่ใช่ศัตรูของนางนะแต่เป็นเมียเก่าของสามีเก่าต่างหาก 55) แต่ยังมีแนวความคิดสวีของสวีก่วงจื้ออีกที่นางต้องพยายามขัดขวาง ไม่งั้นสตรีทั้งหลายคงได้ถูกบีบคั้นจนตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นางเอกจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกแน่ๆ

แต่พอหมดเรื่องเก่าไปเรื่องใหม่ก็เข้ามาอีก เพราะนางเอกดันถูกศัตรูใหม่หมายหัวอีกแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้นางนิสัยเปลี่ยน และตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่อีกครั้ง (เข้าทางใครบางคนพอดีหลังจากที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนมานาน เพราะพลาดทำของดีหลุดมือไป ใครบางคนที่ทนไม่ได้ เมื่อเห็นบ้านเขากำลังจะรักใคร่สามัคคีกันแล้วก็ยอมไม่ได้ เลยส่งดาวหายนะลงไปให้ จนเขาวงแตกต้องแยกย้ายกันไป ถึงได้สมใจใครบางคนล่ะทีนี้ 55+)

 เราคิดว่าตอนที่อ่านหลายๆ คนคงไม่อยากให้สามีเก่าเป็นพระเอก รวมถึงฮ่องเต้ด้วยสินะ เพราะขัดใจที่พี่แกเชื่อตัวร้ายและพระราชทานสมรสให้นางเอกใช่ไหมล่ะ 55 ...แต่ทำใจเถอะเพราะมันไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วจริงๆ พออ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้ว่าทำไมตอนนั้นพี่แกถึงได้พระราชทานสมรส  ทำไมถึงชอบแย่งเมียชาวบ้าน..เอ้ยๆ ทำไมถึงรับนางร้ายเป็นพระสนม  คือคนเรามันพลาดกันได้ ฮ่องเต้ก็เช่นกัน  

พอดีพี่แกเป็นคนต่างเผ่าที่ไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมจงหยวนไง  ประกอบกับตอนนั้นไม่มีคนให้ถามก็เลยได้แต่ตามน้ำไปก่อน  พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นถูกตราหน้าว่าแย่งเมียเพื่อนไปซะแล้ว 55+  ต้องแบกรับชื่อเสียงฉาวโฉ่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ส่วนคนร้ายตัวจริงกลับได้ใช้ชีวิตอย่างสบายอุรา แต่ดีที่พอพลาดแล้วก็รู้จักปรับปรุงแก้ไข เพราะหลังจากนั้นพี่แกก็ไม่พลาดอีกเลย แต่ฝ่ายสามีเก่านี่สิพลาดแล้วพลาดอีก โง่งมงายอยู่แต่กับเมียเก่าจนจะพาคนทั้งบ้านซวยไปด้วย  

ยิ่งตอนที่พยายามจะช่วยบ้านเมียเก่า เรานี่แทบอยากจะเข้าไปด่าแทนนางเอกจริงๆ ถ้านางเอกไม่ขวางเอาไว้คงได้ตายกันหมดยกตระกูลแน่นอน ยังดีที่สุดท้ายก็ตาสว่างฉลาดกับเขาสักที แม้จะสายไปแล้วก็ตาม55 ซึ่งก็ต้องโทษตัวเองแหละนะที่อ่อนแอไม่หนักแน่นพอ  ตัดสินใจชักช้าไม่เด็ดขาดเท่าอีกคน ในตอนพิเศษที่ได้โอกาสกลับมาใหม่ก็ยังอุตส่าห์ทำพลาดอีกนะ 
โถๆๆ ช่างน่าสงสารจริงๆ ไม่รู้จะให้กลับมาใหม่ทำไม คิดจะมาขวางพระ-นาง แต่กลายเป็นว่ามาช่วยส่งเสริมวาสนาคนเขาซะงั้น 55+

ป.ล. เมียเก่าของสามีเก่านางเอก (งงไหม 55) นี่มันร้ายจริงๆ นะ เป็นต้นเหตุของหายนะทั้งปวง ทำชีวิตคนอื่นเขาปั่นป่วนวุ่นวายชิบหายวายวอดกันไปหมด ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง ขนาดลูกตัวเองแท้ๆ ก็ยังไม่รัก  สงสารก็แต่ลูกชายที่ดันเชื่อแต่แม่ ใครพูดบอกยังไงก็ไม่ฟัง สุดท้ายชีวิตก็พังหมด ส่วนลูกสาวโชคยังดีที่กลับตัวได้ เพราะพอได้อยู่ใกล้ๆ นางเอกก็เลยเริ่มฉลาด เริ่มมองเห็นความจริง  แล้วเอานางเอกเป็นแบบอย่างไม่เอาแบบแม่ตัวเองแล้ว

.....................................................................

....ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ ความไม่พอใจและความเจ็บปวด  อยากจะคำราม

อยากจะทุบทำลายข้าวของที่อยู่ตรงหน้าให้หมด  แต่ก็รู้ว่าเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์

เดิมที่เขาสามารถครอบครองฮูหยินได้ 

แต่เพราะความโง่เขลาและความดื้อรั้นของตนเองทำให้เกิดความผิดพลาด  

เขาเคียดแค้นตนเองอย่างยิ่ง และยิ่งเคียดแค้นเย่เจินกับจ้าวลู่หลี 

ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัวและแผ่ไอสังหารออกมาอย่างรุนแรง ....


📍จะรักใครก็รักไป 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/70DyoEf4t7





วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562

ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ


ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
     
      " ตอนนั้นข้าตื่นตระหนกยิ่งนัก ทั้งโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
 ข้าคิดว่าหากเจ้าทอดทิ้งข้าไปและไม่กลับมาอีกแล้วจริงๆ
เช่นนั้นก็ดี  ข้าจะได้ไม่ต้องกริ่งเกรงอันใดอีก
ข้าปรารถนาจะบุกตีเหยี่ยนโจวเมื่อใดก็ไปได้เมื่อนั้น   
อยากจะบดขยี้คนสกุลเฉียวก็ไปได้ในทันที  ......"


นี่คือยุคสมัยที่ราชวงศ์อ่อนแอบ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย  เจ้าผู้ครองแคว้นต่างตั้งตนเป็นใหญ่หันคมดาบเข้าหากัน ด้วยหวังช่วงชิงดินแดนของอีกฝ่าย และตั้งตนเป็นเจ้าเหนือหัวองค์ใหม่เพื่อปกครองใต้หล้า   

นางเอกข้ามมิติมาอยู่ในร่างของ เสี่ยวเฉียว บุตรตรีแห่งสกุลเฉียวซึ่งมีรูปโฉมงดงามจนเป็นที่เลื่องชื่อลือชาไปไกล เพราะอยากได้ที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง ท่านลุงของนางจึงหมายจะส่งบุตรสาวไปผูกมิตรกับสกุลเว่ย ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเว่ย-เฉียวนั้นมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ และด้วยภาพนิมิตในความฝันของเจ้าของร่างเดิมในชาติที่แล้ว จึงทำให้นางเอกได้รู้จุดจบของเจ้าของร่างเดิมนี้ รวมถึงทุกคนในตระกูลด้วย และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างต้องกลับไปซ้ำรอยเดิม นางเอกจึงจำใจต้องแต่งงานกับ เว่ยเซ่า หรือเว่ยโหวแห่งสกุลเว่ย ที่เคียดแค้นชิงชังคนสกุลเฉียวเข้ากระดูกดำแทนลูกพี่ลูกน้องของตน  

เว่ยเซ่า ท่านโหวแห่งตระกูลเว่ย บุรุษหนุ่มผู้เป็นเจ้าแห่งดินแดนทางเหนือ หน้าตาหล่อเหลาองอาจ เฉลียวฉลาดและเก่งกาจในการรบ  แต่เพราะถูกคนสกุลเฉียวหักหลัง จึงทำให้เขาต้องสูญเสียบิดาและพี่ชายไปตั้งแต่ตอนอายุสิบสอง ในขณะที่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องนอนรักษาตัวนานถึงครึ่งปี แม้หลังจากนั้นบาดแผลทางกายจะหายดี แต่ทว่าทางใจกลับไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย ซ้ำท่านย่าที่เขาเคารพรักมากที่สุด ก็ยังตอบรับการแต่งงานของคนสกุลเฉียวนั้นอีกด้วย ...สุดท้ายเขาก็จึงต้องจำใจแต่งหญิงสกุลเฉียวที่แสนจะชิงชังมาเป็นภรรยา

พระเอกรู้ดีว่าเป้าหมายในการแต่งงานครั้งนี้คืออะไร แต่พี่แกก็หาได้สนใจไม่ อยากแต่งก็แต่งสิ เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางให้พวกสกุลเฉียวได้สมใจอยากแน่นอน ดังนั้นพระเอกจึงหมางเมินและเย็นชากับนางเอกตั้งแต่คืนวันแรกของการแต่งงานเลย  ส่วนนางเอกก็คาดเดาท่าทีของสามีได้อยู่แล้วจึงไม่รู้สึกอะไร พยายามใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะรู้ดีว่าสามีและแม่สามีเกลียดนาง รวมถึงตระกูลของนางมากขนาดไหน นางไม่วาดฝันว่าตนจะสามารถสลายความแค้นของสองตระกูลลงได้ เพียงแต่หวังว่าคนในครอบครัวที่นางรักจะไม่ต้องมีจุดจบเหมือนกับในภาพนิมิตเท่านั้นพอ

คนสองคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่ได้มีใจให้กัน แต่กลับต้องมาแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง แถมเบื้องหลังของทั้งสองตระกูลก็ยังมีความแค้นล้ำลึกต่อกันอีก ดังนั้นแต่ละก้าวของนางเอกจึงเสมือนเดินอยู่บนพรมเข็ม เพราะด้านหลังนั้นคือชีวิตของคนในบ้าน และชาวเมืองทุกคนในเหยี่ยนโจว แม้ต่อมาสามีจะเข้าหานางมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่สัมพันธ์ทางกาย เพราะถึงที่สุดเขาก็ยังไม่คิดเปิดใจอยู่ดี  ต่อหน้ารักใคร่กล่าวคำหวานหู แต่ลับหลังกลับพยายามหาทางลอบโจมตีเมืองของนางอยู่ตลอด  เมื่อเป็นเช่นนี้...ต่อให้ใกล้ชิดกันเพียงใด แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความระแวดระวังกันอยู่ดี    
นางไม่อาจละทิ้งไม่ใยดีคนในครอบครัวของตนได้ ... 
ส่วนเขา...ก็ไม่อาจปล่อยวางความแค้นที่มีต่อตระกูลนางได้เช่นกัน  ....  


หลังอ่านจบ ...
พระ-นางไม่ได้รักกันมาก่อนแต่กลับต้องมาเป็นสามีภรรยากันด้วยความจำใจ ฝ่ายหนึ่งหวังบรรเทาความโกรธแค้น ส่วนอีกฝ่ายก็หวังจะได้ชำระสะสางความแค้นนี้ทิ้งเสียที  แต่กลายเป็นว่ายิ่งได้อยู่ร่วมกันได้เห็นตัวตนของอีกฝ่าย หัวใจของพระเอกที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่เดิมก็กลับค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ  แม้จะพยายามปฏิเสธอยู่หลายทีแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้ ว่าพี่แกหลงรักเมียที่เป็นคนสกุลเฉียวเข้าแล้วจริงๆ แต่ยิ่งรักก็ยิ่งกลัว ยิ่งอ่อนไหว เพราะรู้ว่าสิ่งที่เมียปรารถนานั้นตัวเองอาจจะให้ไม่ได้  จากเดิมที่เป็นคนใจร้อนโมโหร้ายอยู่แล้ว พอเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเมีย พระเอกก็ยิ่งผีเข้าผีออกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไปเลย (แถมยังขี้หึง+หื่นอีกต่างหาก 55)  แบบเมื่อเช้าเพิ่งรักใคร่กลมเกลียวพูดจาจ๊ะจ๋า  พอตกเย็นมาก็เหมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด  ทำเอาเมียกับคนอ่านตามอารมณ์พี่แกไม่ทันเลยจ้า 55+  ...พอเป็นแบบนี้เมียก็เลยไม่ค่อยวางใจเพราะเดาใจสามีไม่ค่อยออก ก็เลยต้องขอให้ทางบ้านเตรียมหาทางรับมือป้องกันตัวเองเอาไว้บ้าง หนึ่ง...เผื่อเวลามีอะไรจะได้ไม่ต้องไปขอร้องให้สามีช่วยบ่อยๆ ( เพราะไม่ค่อยเต็มใจช่วย ) สอง...เผื่อสามีอาการไบโพลาร์กำเริบเปลี่ยนใจ ก็จะได้ไม่ต้องลงเอยเหมือนในชาติที่แล้วอีก ...คือก็เข้าใจความแค้นของพี่แกนะแต่ก็เข้าใจฝั่งนางเอกด้วย  จะให้นางทอดทิ้งคนในตระกูลได้ยังไง ในเมื่อพ่อแม่-พี่น้อง ป้าสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้องก็ดีต่อนางทุกคน คนในเมืองหรือพวกแม่ทัพก็ดี  ถึงจะแซ่เฉียวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลวทุกคนเด้อ แต่อย่างว่าแหละปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง.....เฮ้อออ

เพราะฉะนั้นพระเอก-นางเอกเลยได้แต่ต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนที่มีทั้งหมด พยายามถอยเท่าที่จะถอยได้เพื่อประคับประคองกันและกันไป ท่ามกลางความกลัว ความหวาดระแวง ความไม่มั่นคงทั้งหลายที่มาจากตัวพวกเขาเองและบุคคลภายนอก ... เพราะนอกจากเรื่องความรักความแค้นของทั้งคู่แล้ว ก็ยังมีเรื่องสงครามที่ต้องเผชิญอีก เยอะแยะไปหมด พระเอกเรื่องนี้จึงไม่ค่อยได้อยู่บ้านเพราะต้องออกไปรบอยู่บ่อยๆ ดังนั้นบางครั้งทะเลาะกันทีหนึ่งกว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ก็ต้องลากยาวเป็นเดือนๆ  จริงๆ พี่แกรักเมียมากนะแต่ปากแข็ง ส่วนเมียก็รักแหละแต่ยังไม่ค่อยเต็มร้อย เพราะกลัวสามีจะปล่อยวางความแค้นไม่ได้  กว่าจะพากันก้าวข้ามผ่านปมแต่ละปมไปได้ก็เลยนู่นหลายปีเลย .....

ปล. ชอบคู่ของลูกพี่ลูกน้องนางเอก ( ชาตินี้พี่สาวนางเอกโชคดีแล้ว ) แต่ออกไม่ค่อยเยอะหรอก  แต่จากที่อ่านๆ คิดว่าฝีมือในการรบของพี่เขยนางเอกคนนี้บางทีอาจจะเหนือกว่าพระเอกด้วยซ้ำ เป็นคนที่มีมากแถมยังสู้ได้สูสีกับพระเอก พระเอกก็เลยไม่อยากปล่อยไว้ ไม่ยอมรับคนเขาเป็นคู่เขยแถมยังแอบส่งคนไปตีเมืองเขาอีก พอนางเอกรู้เรื่อง พระเอกนี่แบบหน้าชาเลยจ้า  แต่ต้องทำเป็นเข้มเก๊กไว้ จนสุดท้ายพอเมียหนีกลับบ้านก็ทนไม่ไหวต้องตามไปง้อขอคืนดี .... และสุดท้ายก็ยอมจำนน ( เพื่อเมีย ) สมกับชื่อเรื่องเลย 55+



📍ปรปักษ์จำนน 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6VG72f4qYF






วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562

ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ 2 เล่มจบ



ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ 2 เล่มจบ  / ผู้แต่ง ซินอี๋อู้
ผู้แปล ดารินทิพย์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซูอวิ้นจิ่น เด็กสาวบ้านนอกฐานะยากจน เพื่อให้ลูกสาวเพียงคนเดียวได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด พ่อของเธอจึงตัดสินใจใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มี ส่งเธอไปเรียนต่อโรงเรียนในเมืองใหญ่ เดิมทีซูอวิ้นจิ่นก็เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ทั้งยังเข้าสังคมไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว พอต้องย้ายมาเรียนในเมืองแบบนี้เธอก็ยิ่งปรับตัวไม่ค่อยได้  ผลการเรียนจึงแย่ลงเรื่อยๆ ประกอบกับรอบๆ ตัวก็มีแต่คนเรียนเก่งๆ หัวดี ที่ไม่ต้องพยายามมากมายแต่ผลสอบกลับดีกว่าเธอที่พยายามแทบตายตั้งหลายเท่า ซูอวิ้นจิ่นจึงยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่อยากคบหาใคร เอาแต่เก็บตัวอ่านหนังสือตามลำพังเพียงอย่างเดียว

เฉิงเจิง  เด็กหนุ่มรูปหล่อ บ้านรวย เกิดมามีพร้อมทุกอย่างไม่เคยต้องลำบากดิ้นรนใดๆ มีแต่คนรักทะนุถนอมตามใจ เขาจึงกลายเป็นเด็กอารมณ์ร้อน  เอาแต่ใจและปากร้ายมากๆ เฉิงเจิงแอบชอบเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งในห้องเรียน แต่ไม่รู้จะทำให้เธอหันมามองยังไง เขาจึงหาวิธีเรียกร้องความสนใจด้วยการแกล้ง และพูดจาถากถางเยาะเย้ยเธอ เฉิงเจิงก็แค่อยากให้เธอรับรู้การมีอยู่ของเขาบ้าง แต่สิ่งที่ทำกลับได้รับผลตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาทำให้เธอเกลียด ไม่อยากอยู่ใกล้และยิ่งทำให้ระยะห่างของพวกเขากว้างขึ้นกว่าเดิม

พระ-นางเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน  พระเอกเป็นเหมือนแสงตะวันที่เจิดจ้า ส่วนนางเอกก็เป็นเหมือนเงาจางๆ ที่ไม่มีใครจดจำ เพราะฐานะทางบ้านและปัญหาในครอบครัว นางเอกจึงไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือเท่านั้น แต่วันคืนเช่นนี้ก็ถูกทำลายลงเมื่อพระเอกเข้ามา ...เริ่มจากการกลั่นแกล้ง บวกกับคำพูดถากถาง และท่าทางยั่วโมโหทั้งหลายเหล่านั้น ที่ทำให้นางเอกถอยห่างไม่อยากเข้าใกล้เพราะเข้าใจว่าพระเอกคงเกลียดเธอ... แต่พอได้รู้ความจริงนางเอกก็กลับยิ่งหลีกหนีถอยห่าง เพราะเข้าใจความแตกต่างระหว่างคนทั้งคู่ดี  ความแตกต่างที่ตัวนางเอกและใครๆ ก็มองออก แต่พระเอกกลับไม่เข้าใจเลยสักนิด ...แม้ในที่สุดพระเอกจะดึงดันจนทำให้นางเอกยอมรับได้  
แต่สุดท้ายทั้งสองก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี โดยที่พระเอกเป็นคนพูดขอยุติความสัมพันธ์นี้ก่อน...


หลังอ่านจบ
เป็นเรื่องที่ลุ้นจริงๆ ว่าสุดท้ายพระ-นางจะได้ลงเอยกันไหม?  มันเป็นความรักที่ทรมานกันทั้งสองฝ่าย แต่กลับไม่มีใครยอมปล่อยมือก่อน เพราะนิสัยส่วนตัวรวมถึงสภาพแวดล้อมของคนทั้งคู่นี่มันไปคนละทางกันจริงๆ นางเอกเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดชอบเก็บตัว  ส่วนพระเอกก็ชอบเที่ยว ชอบเข้าสังคมเพื่อนเยอะ แถมยังพูดมากปากร้าย พูดดีๆ กับเขาก็ไม่ได้ต้องเหน็บแนมก่อนตลอด นางเอกก็ได้แต่ทนๆ พยายามไม่พูดไม่ถือสา แต่แทนที่พระเอกจะเข้าใจ ก็ดันกลับได้คืบจะเอาศอกทำตัวเหมือนเด็กซะอย่างงั้น 

ยิ่งตอนที่มาอยู่ด้วยกันแล้วนางเอกต้องทำทั้งงานบ้านและงานนอกบ้าน ส่วนพระเอกทำแต่งานตัวเอง แถมพอกลับมาบ้านก็ยังทำตัวเป็นคุณชายไม่ช่วยหยิบจับอะไรอีก แต่นางเอกก็ยังอดทนเพราะคิดว่าไหว  แต่อีตาพระเอกก็ยังไม่พอใจเพราะนางเอกเริ่มกลับบ้านช้าเริ่มประชุมดึก ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก แบบเด็กมากอะ... ยิ่งเวลาเห็นพระเอกโวยวายจะเอาให้ได้ แล้วนางเอกก็ยังพยายามอดทนพูด+อธิบายดีๆ ด้วยนี่แทบอยากจะวิ่งเข้าไปบ้องหูอีตาพระเอกจริงๆ 

ตอนแรกเราคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปนางเอกคงเป็นฝ่ายจากไปก่อนแน่ๆ เพราะพระเอกรักนางเอกมากขนาดนี้คงไม่มีทางยอมเลิกก่อนแน่นอน ต้องเป็นนางเอกนี่แหละที่ทนไม่ไหวก่อน ...แต่พอเอาจริงๆ มันกลับไม่ใช่ ถึงนางเอกจะเป็นคนที่ดูมืดมนดูอมทุกข์ ( ก็ปัญหาในชีวิตมันเยอะ ) ดื้อรั้นหัวแข็ง ( จริงๆ เราว่านางก็แค่มีจุดยืนของตัวเอง ) แต่ก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล ขอแค่พูดกับนางดีๆ เคารพการตัดสินใจนางบ้างก็โอเคแล้ว แล้วดูอีตาพระเอกมันทำ ก็รู้นะว่ารักเขามากกกก แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เอ็งจะทำแบบนั้นได้นะเฟ้ย แทนที่จะเป็นคนที่เข้าใจและรู้จักนางเอกดีที่สุด แต่นี่มันอาร๊ายยยๆ ๆ ๆ เป็นเหมือนที่ในหนังสือบอกเลยว่า  เฉิงเจิงฉลาดทุกเรื่อง  ยกเว้นเรื่องความรักที่เก่งพอๆ กับคนปัญญาอ่อน ‘     

แต่จริงๆ จะโทษพระเอกฝ่ายเดียวก็ไม่ได้  เพราะคนที่เป็นฝ่ายตามตื๊อวิ่งตามมาตลอด บางทีมันก็อดไม่ได้หรอกที่จะขาดความมั่นใจ ไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วอีกฝ่ายรักตัวเองจริงหรือเปล่า หรือที่อยู่ด้วยกันนั้นเพราะมีสาเหตุอื่น? ยิ่งนางเอกเป็นประเภทไม่ชอบพูด ไม่ชอบแสดงความรู้สึกด้วย มีอะไรก็ชอบเก็บไว้คนเดียว พระเอกก็เลยยิ่งไม่แน่ใจ นานวันเข้าก็เลยเหมือนระเบิดเวลา   

แต่ถ้าตัดเรื่องพวกนี้ออก เราว่านอกนั้นพี่แกก็ดีนะ เ
พราะเป็นคนเดียวที่ทำให้นางเอกรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพังบนโลกใบนี้ เป็นคนที่รักและทำเพื่อนางเอกด้วยความจริงใจโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ รักแล้วก็รักเลย ไม่เคยยอมแพ้หรือถอดใจ อาจจะดูดันทุรังไปหน่อย แต่ด้วยนิสัยแบบนี้ของพระเอกนี่แหละ เลยสามารถทำให้กำแพงกับปมในใจของนางเอกทลายลงได้ และทำให้ทั้งคู่ยังสามารถกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ แม้จะห่างกันไปนานแค่ไหนก็ตาม ......



📍ที่แท้เธอยังอยู่ตรงนี้ ➡️ https://s.shopee.co.th/8pfg5CSH26