วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562

วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก 2 เล่มจบ



วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก 2 เล่มจบ  / ผู้แต่ง : สุ่ยเหอ
ผู้แปล : หยกน้ำแข็ง
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ภูตน้อยสองตัวหนึ่งเพียงพอนเหลือง อีกหนึ่งจิ้งจอกแดง แม้จะต่างเผ่าพันธุ์แต่ก็รักใคร่ผูกพันกันประดุจพี่น้องร่วมสายเลือด แม้แท้จริงเพียงพอนเหลืองจะมีศักดิ์เป็นเพียงสาวใช้ของจิ้งจอกแดง แต่เพราะบุญคุณน้ำนมของมารดาเพียงพอนเหลือง จึงทำให้จิ้งจอกน้อยเคารพรักนางเสมือนพี่สาวแท้ๆ ของตน

เมื่อเผ่าจิ้งจอกได้รับภารกิจให้ไปสังหารหวงตี้องค์ปัจจุบันที่ชื่นชอบการล่าจิ้งจอกราตรี และลุ่มหลงในสุรานารี แต่ทว่าในขณะที่กำลังวางแผนเจ้าสองศรีพี่น้องต่างสายพันธุ์ก็ดันมาขโมยกินผลตานเสน่ห์ที่ไว้ใช้ล่อลวงหวงตี้ไปซะได้ แม้เหล่าผู้เฒ่าจะโกรธเคือง แต่ก็ต้องจำใจมอบหมายภารกิจให้เจ้าสองแสบนี้ไปทำแทน ภารกิจแต่เดิมที่แสนจะง่ายดาย จึงแปรเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องยุ่งยากที่ทำให้เกิดความรักระหว่างมนุษย์ธรรมดาและภูตขึ้นมา

หวงชิงเฟิ่ง ภูตเพียงพอนเหลืองนิสัยเจ้าเล่ห์ซุกซน เพราะอยากเปลี่ยนแปลงโชคชะตา นางจึงขโมยผลตานเสน่ห์ที่ไว้ใช้ล่อลวงหวงตี้มากิน และเพื่อไม่ให้ถูกเหล่าผู้เฒ่าถลกหนัง นางจึงแบ่งผลตานเสน่ห์อีกครึ่งให้ หูเฟยหลวน ภูตจิ้งจอกแดงกินด้วย เฟยหลวนที่แสนใสซื่อขี้กลัวติดจะโง่งมนิดๆ ก็เชื่อคำพี่สาวยิ่งกว่าอะไรดี หากบอกซ้ายนางไม่มีทางไปขวาแน่นอน โชคดีที่เพียงไม่นานเป้าหมายของพวกนางก็ถูกคนลอบสังหารเสียก่อน แต่แทนที่จะได้กลับบ้าน เจ้าเพียงพอนเหลืองคนพี่กลับดันไปตกหลุมรักหวงตี้พระองค์ใหม่เข้าเสียได้ สองศรีพี่น้องจึงต้องอยู่ในแดนมนุษย์ต่อไปด้วยประการฉะนี้แลเอย.... 

นางเอกพยายามทำตัวเป็นจุดสนใจทุกครั้งที่รู้ว่าพระเอกอยู่ใกล้ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา แม้จะสำเร็จแต่เพราะผลตานเสน่ห์ เขาจึงสนใจน้องสาวของนางด้วยเช่นกัน นางเอกก็เลยต้องหาคู่ให้น้องสาว และหวยก็ไปออกที่นักพรตหนุ่มรูปงามท่าทางบื้อๆ คนหนึ่ง... 

พระเอกเรื่องนี้เป็นฮ่องเต้ที่ดี ไม่ลุ่มหลงในอิสตรีและไม่ใช่สายเปย์ แม้จะชอบนางเอกแต่ก็ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น ไม่ใช่แบบพอรักแล้วก็เอาอกเอาใจหรือเรียกหานางเอกแค่คนเดียว ส่วนสนมนางในคนอื่นๆ ก็ไม่เรียกไม่แล แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ เพราะพระเอกนั้นมีอำนาจก็เหมือนไม่มี เป็นเพียงฮ่องเต้หุ่นเชิดที่อยู่ภายใต้อำนาจของขันที  

แม้จะมีศัตรูอยู่รอบด้านแต่ก็ต้องทำเป็นรักใคร่ปรองดอง เพื่อรักษาสมดุลนี้เอาไว้ ต้องเป็นฮ่องเต้ที่ทำให้ฝนตกทั่วฟ้า แม้จะโปรดปรานนางเอกแต่ก็ต้องเรียกสนมคนอื่นๆ มารับใช้ด้วย มีเพียงคนสนิทจริงๆ เท่านั้นที่รู้ว่าหัวใจพระเอกอยู่ที่ใคร ส่วนนางเอกตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าพระเอกรักตัวเองจริงไหม หรือถ้ารักก็รักเพราะผลตานเสน่ห์หรือเปล่า แต่สุดท้ายนางก็ไขปัญหานี้ได้ และตัดสินใจอยู่ข้างกายพระเอกเพื่อขจัดทุกข์ภัย และทำให้เขามีชีวิตที่ยืนยาว

หลังอ่านจบ .......
จริงๆ เรื่องนี้การเมืองหนักเหมือนกันนะ แต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านนางเอกมันก็เลยดูชิวๆ เลยไม่ค่อยรู้ว่าพระเอกต้องเจอเรื่องกดดันมากมายขนาดไหน แล้วนางเอกก็ดันเจ๋อเข้ามายุ่งอีกเรื่องมันเลยยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ (แบบก็เข้าใจนะว่านางหวังดีอยากช่วย แต่เรื่องการเมืองนี่มันต้องรู้ลึก รู้จริง ต้องเก๋าเกม เพราะมันซับซ้อนมีหลอกในหลอกนอก ไม่ใช่แค่พูดผิวเผินแล้วจะเข้าใจ ซึ่งพระเอกก็เคยห้ามแต่นางก็ยังแอบไปทำอีก โว๊ะ ...เลยขอหักคะแนนตรงนี้นะ)  

ราว่าในส่วนของพระเอกที่เป็นฮ่องเต้นี่มันดูเรียลสมเหตุสมผลดีนะ อย่างเรื่องที่ต้องเรียกสนมนางในคนอื่นๆ มาปรนนิบัติ ( อ่านไปก็แอบจี๊ดๆ เหมือนกันนะ >< แต่ก็เข้าใจว่าพี่แกไม่มีทางเลือก เพราะต้องพยายามรักษาสมดุลของขั้วอำนาจเอาไว้เพื่อรอวันรุกฆาต  แล้ววิธีที่ปกป้องนางเอกเราว่าก็ทำได้ดี ไม่ได้ตามใจเพราะนี่คือคนรัก บางครั้งที่นางเอกพูดไม่คิดไม่ทันระวังก็ต้องขึ้นเสียงให้หยุดแล้วเอ่ยปากไล่ หรือตอนที่นางทำผิดก็ต้องกัดฟันตัดใจลงโทษส่งนางไป ทั้งๆ ที่รู้ว่านี่คือแสงสว่าง คือของล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของตัวเอง ...

โชคดีที่นางเอกเป็นภูตเลยไม่ค่อยคิดมาก ถ้าไม่นับเรื่องการเมืองที่เข้าไปยุ่งราว่านางก็น่ารักดี ( แต่บางคนอาจจะรำคาญนิสัยนางก็ได้นะ 55 ) นางก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปนี่แหละ ที่มีความทะเยอทะยานอยากได้อยากมี พอรักแล้วก็แสดงออกเต็มที่ ทุ่มเต็มที่ อาจจะชอบพูดทวงบุญคุณน้อง55  แต่จริงๆ นางก็เป็นคนจิตใจดีและรักน้องต่างสายเลือดคนนี้มาก มีเรื่องอะไรก็คอยออกหน้ารับแทนคอยแก้ปัญหาให้ตลอด ตอนแรกยังคิดอยู่เลยว่าจะมีดราม่ารักสามเศร้า หรือดราม่าระหว่างพี่น้องหรือเปล่า แต่นี่ไม่มีเลย เพราะโชคดีที่น้องนางก็ซื่อบื้อเลยไม่เคยติดใจอะไร 55

ในเรื่องนอกจากคู่พระ-นางแล้ว ก็ยังมีคู่ของน้องสาวนางเอกกับบัณฑิตตกยาก และคู่ของจิ้งจอกดำคนงามกับขันทีด้วยเน้อ ...คู่คนน้องนี่ออกแนวใสซื่อ ( หมายถึงซื่อบื้อนะ 55 ) ทั้งคู่เลย มีดราม่าตอนต้นๆ เพราะเรื่องรักเก่าของพี่บัณฑิต ส่วนคู่สุดท้ายนี่ลงเอยกันยากหน่อยเพราะมีนิสัยเย็นชาและหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วยกันทั้งคู่ เป็นจิ้งจอกดำที่ยอมวางศักดิ์ศรียอมลงให้ก่อน แต่พี่ขันทีนี่ปากแข็งมาก  
จริงๆ ต้องไปขอบคุณนางเอกหรือเปล่า เพราะที่ลงเอยกันได้นี่ผลพวงก็มาจากการที่นางไปยุ่งเรื่องการเมืองนี่แหละ พี่ขันทีถึงปลดภาระลงได้สักที 55

ป.ล. สำนวนการแปลดีขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะตรงบทกลอน (ซึ่งมีเยอะ) ซึ่งเราคิดว่าคงจะยากน่าดู แต่ก็แปลออกมาได้ดีมากอ่ะอ่านแล้วไพเราะรื่นหู การใช้คำราชาศัพท์ก็โอ ปีนี้อรุณมาแรงจริงๆ ...ปรบมือๆ ๆ ๆ 



📍วุ่นรักมนตรามายาจิ้งจอก ➡️ https://s.shopee.co.th/8KjPVYEpin







วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ



ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์ 2 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : เทียนฉิน
ผู้แปล : เกาลัดเดือนสิบสอง
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
ไป๋เสวี่ยฝู บุตรสาวคนรองของอัครเสนาบดีไป๋ เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกิณี จึงทำให้ไป๋เสวี่ยฝูถูกขับไล่ให้ไปเฝ้าโคมดำอยู่ที่อารามชีตั้งแต่ยังเด็ก และในตอนที่อายุ 14 นางก็ได้บังเอิญช่วยเหลือเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังถูกคนตามฆ่าจนพลัดหลงเข้ามาอยู่ในเขตอารามชีเข้า เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณหรือด้วยความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง เขาจึงสัญญาว่า...ขอเวลาเพียงหนึ่งปีแล้วเขาจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณนี้ และจะมอบครอบครัวที่อบอุ่นแสนสุขให้กับนาง ...

เยวี่ยเยี่ย จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของแคว้นอวิ๋นเยวี่ย ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต เพื่อช่วงชิงบัลลังก์เขาถึงขนาดสังหารพี่น้องของตัวเองได้อย่างเลือดเย็น แม้ข้างกายจะมีสนมนางในมากมาย  แต่ลึกๆ ในใจของเขากลับไม่เคยลืมเลือนหญิงสาวที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ที่อารามเมี่ยวเฟิงคนนั้นเลยสักครั้ง กระทั่งสามปีผ่านไปเมื่อการคัดเลือกสาวงามมาถึง เขาก็ได้เจอกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคนที่อยู่ในดวงใจ ...แต่น่าเสียดายที่นางกลับเป็นลูกของศัตรูที่เขาเกลียดชัง

นางเอกถูกพ่อบังคับให้เข้าวังมาคัดเลือกสาวงามแทนพี่สาว ไป๋อีหนิง ที่ยอมทำลายใบหน้าของตัวเอง แต่ให้ตายก็ไม่ยอมเข้าวังมาเป็นสนมนางใน ด้วยความรักพี่สาวกับเป็นห่วงแม่ ที่ไม่เคยได้รับความรักความห่วงใยจากพ่อผู้เป็นสามีเลย นางเอกจึงจำใจยอมเข้าวังอย่างช่วยไม่ได้ ...และเพียงวันแรกที่เข้าวังนางก็ได้เจอกับจักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความโหดเหี้ยมเข้าพอดี แต่ที่ทำให้นางช๊อคที่สุดก็คือจักรพรรดิหนุ่มผู้นี้ดันมีใบหน้าเหมือนกับเด็กหนุ่มที่นางเคยช่วยไว้เมื่อ 3 ปีก่อนเปี๊ยบ หลังจากตกใจความเสียใจก็ตามมาเพราะเขากลับจำนางไม่ได้เลยสักนิด... กระซิกๆ

ในฐานะลูกของศัตรู นางเอกจึงถูกจัดให้ไปอยู่วังอันไกลโพ้น แบบดูก็รู้เลยว่าไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ด้วยเส้นสายของพ่อนาง สุดท้ายก็ทำให้ลูกสาวเข้าใกล้พระเอกจนได้ ส่วนพระเอกก็รู้แผนการพ่อนางเอกมานานแล้ว รู้ว่าที่พ่อนางเอกส่งลูกสาวเข้าวังมาเนี่ยไม่ได้มาดีแน่นอน  พี่แกรอดูเลยว่าจะมีแผนชั่วอะไร...หึหึ แต่นางเอกก็ไม่มีทางเลือกเพราะไหนจะเจอพ่อวางยา แล้วไหนจะเรื่องแม่อีก โดนบีบทุกทางแม้ไม่อยากทำก็ต้องทำ ....

อ่านจบแล้วส่วนตัวคิดว่า ทั้งคู่ไม่น่าจะรักกันได้ขนาดนี้เลยนะเพราะเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง ไม่น่าจะถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แถมคุยกันไม่กี่ประโยคเอง อะไรจะฝังจิตฝังใจขนาดนั้น ของพระเอกยังพอเข้าใจว่าคงประทับใจที่นางเอกให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ในชีวิตเจอแต่คนคิดไม่ดี+คิดลอบฆ่าอยู่ตลอด มีไม่กี่คนที่หวังดีให้ความช่วยเหลือก็เลยหวั่นไหวกับนางเอก แต่นางเอกนี่อยู่ในอารามชีมาตั้งแต่เด็ก แถมตอนนั้นก็ปฏิเสธพระเอกไปซะดิบดี ไม่เชื่อลมปากของบุรุษตามที่อาจารย์สั่งสอน  แต่ๆ ๆ ๆ ปากบอกว่าไม่แต่ใจนี่คิดจ้า คิดมาตลอดไม่เคยลืม เผลอๆ คิดมากกว่าอีตาพระเอกอีกด้วย 55 

ใจหนึ่งก็เข้าใจ ก็บอกตัวเองว่าพระเอกคงจำไม่ได้คงลืมเพราะตอนนั้นมันบลาๆ ๆ ๆ  แต่อีกใจหนึ่งก็น้อยใจว่าทำไมจำไม่ได้ฟะ...(ก็ตอนนั้นนางมีผ้าคลุมหน้าอยู่ใครจะไปจำได้ล่ะจ๊ะ) คือพระเอกก็คับคล้ายคับคลาแต่ไม่ชัวร์ไง  เพราะตอนนั้นไม่เห็นหน้าแต่ก็จำกลิ่นหอมบนตัวนางกับท่าทางบางอย่างได้  แต่คนจำได้ก็บอกไม่ได้ มันก็เลยทำร้ายกันไปมาแบบนี้แหละจ้า ...

ตอนเล่มแรกก็สนุกดีอยู่นะ แต่พอเล่ม 2 หลังจากที่รู้ว่านางเอกเป็นใครแล้วเท่านั้นแหละ...จักรพรรดิผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิตก็กลายเป็นทาสเมียในบัดดล ...ดึงดันจะแต่งตั้งนางเอกเป็นฮองเฮาให้ได้ ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากขุนนางในราชสำนักเลย ซึ่งก็สมควรแล้วที่ถูกคัดค้าน (อันนี้เห็นด้วยนะเหตุผลถูกต้อง) แต่พระเอกก็โนสนโนแคร์จ้าาา รักเมียเหลือเกินสุดท้ายเป็นไงล่ะ...บ้านเมืองเป็นไงล่ะ หึหึ  


📍ดอกสาลี่เคียงบัลลังก์  ➡️ https://s.shopee.co.th/2VlcbMD9Ii






วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

รักเพียงเธอ


รักเพียงเธอ / ผู้แต่ง : กู้ซีเจวี๋ย Gu Xi Jue
ผู้แปล : ยูมิน
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
หลี่อันหนิง  นางเอกของเรื่องเป็นหญิงสาวสายวิทย์  หัวดี หน้าตาสะสวยมีแต่คนมารุมชอบ แต่สุดท้ายก็ถูกเธอปฏิเสธกลับไปทุกราย    

ส่วนพระเอก สวีโม่ถิง เป็นชายหนุ่มสายศิลป์ รูปหล่อ หัวดี+ชาติตระกูลก็ดี ( อีกแล้ว55 ) ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยชอบใครและไม่เคยต้องลงมือจีบใครเองมาก่อน แต่หลี่อันหนิงกลับเป็นคนแรกและคนเดียวที่ทำให้เขาต้องฉีกกฎของตัวเอง พระเอกหลงรักนางเอกตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลาย  จึงรวบรวมความกล้าเขียนจดหมายสารภาพรักไปให้แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้รับคำตอบกลับมา  พระเอกจึงเข้าใจว่าตัวเองถูกปฏิเสธ หลังจากนั้นพี่แกก็ไปเรียนต่อเมืองนอกและคิดว่าเดี๋ยวก็คงลืมรักครั้งนี้ได้เอง แต่ผิดคาดเพราะจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีพี่แกก็ยังไม่ลืม  สุดท้ายก็เลยตัดสินใจกลับมาเรียนต่อโทที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับนางเอกซะเลย กลับมารอบนี้ไม่มีเขียนจดหมายสารภาพรักแล้ว พระเอกเปลี่ยนไปใช้แผนรุกทำเนียนเข้าไปตีสนิท แล้วมัดมือชกจับคนเขามาเป็นแฟนตัวเองแบบงงๆ เลยจ้า ( นางเอกนะที่งงแต่พระเอกไม่งง 55 ) 

เหมาะกับคนชอบอะไรหวานๆ สบายๆ เบาๆ เพราะเรื่องนี้ไม่มีดราม่า ไม่มีเรื่องมือที่สาม อุปสรรคอะไรก็ไม่มี ราบรื่นไปหมด เอาจริงๆ เรายังชอบเรื่องของเพื่อนนางเอกที่ชื่อเหมาเหมามากกว่าอีกนะ ยังดูมีอะไรบ้างมีดราม่าให้พอได้ลุ้น  ส่วนคู่พระ-นางมันไม่มีอะไรให้ลุ้นมาตั้งแต่แรกแล้วอะ ยังไงพระเอกก็ลอยลำเข้าเส้นชัยสบายๆ อยู่แล้ว แค่รอดูว่าเมื่อไหร่พระเอกจะจีบติด เมื่อไหร่นางเอกจะรู้ตัวเท่านั้นแหละ  

เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น ฤดูร้อนเย็น ซึ่งจริงๆ เรื่องรักเพียงเธอออกก่อน ส่วนเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น ฤดูร้อนเย็นออกทีหลัง แต่เราได้อ่านเรื่องหลังก่อนแล้วชอบก็เลยไปหาเรื่องรักเพียงเธอมาอ่าน เพราะเห็นว่าคนเขียนเดียวกัน แต่พออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่าชอบเรื่องมีเธอฤดูหนาวอุ่น ฤดูร้อนเย็นมากกว่าอะ (ความรู้สึกส่วนตัวเน้อ) ส่วนเรื่องนี้บอกตรงๆ อ่านแล้วบางประโยคมันงงๆ ไม่เข้าใจ แล้วบางทีนางเอกก็ชอบพูด-ตอบเป็นคำคม เป็นสำนวนสุภาษิตโบราณซึ่งเราแบบไม่เก็ทอ่ะ ประกอบกับบางทีก็ไม่ค่อยเข้าใจมุกของตัวละครเวลาคุยกันด้วย...คิดว่าถ้าเข้าใจมันอาจจะสนุกกว่านี้ก็ได้มั้งนะ55


📍รักเพียงเธอ ➡️ https://s.shopee.co.th/7KqvW421It






วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ตำนานรักสองสวรรค์ 4 เล่มจบ


ตำนานรักสองสวรรค์ 4 เล่มจบ / ผู้แต่ง ซิงหลิง
ผู้แปล : ธารยุทธ์
สำนักพิมพ์ Siam Inter Book

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

          ' ข้าหลงคิดว่าท่านมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งพอ สุดท้ายค่อยพบว่า ...
หกหมื่นปีมานี้  แม้แต่โอกาสที่จะบอกต่อข้าว่าท่านเป็นใคร ท่านก็ไม่เคยได้รับ
ที่ข้าผิดต่อท่านไหนเลยเพียงแค่หนึ่งแสนสามหมื่นปี ที่ข้าติดค้างท่านไหนเลยเพียงแค่สามชาติ ?   
           ชั่วชีวิตนี้ ข้าไม่ผิดต่อเทพไทองค์ใด ไม่ผิดต่อสรรพชีวิตทั้งหลายในเก้าทวีปแปดดินแดน ไม่ผิดต่อปฐมเทพฉิงเทียน มีเพียงแต่ท่านเท่านั้นที่ต่อให้ใช้เวลาอีกพันหมื่นปี ก็ชดใช้ไม่หมดสิ้น '

      เพราะเภทภัยแห่งหุนตุ้นเมื่อ 60000 ปีก่อน จึงทำให้บรรพสวรรค์ถูกปิดตาย เทพบรรพกาลทั้งสี่ได้แก่ ซ่างกู่ ไป๋เจวี๋ย จื้อหยางและเทียนฉี่รวมถึงเหล่ามหาเทพทั้งหลาย ล้วนสูญสลายกลายเป็นผุยผงเพื่อปกป้องสามพิภพจากมหันตภัยหุนตุ้น และมีเพียงมหาเทพแค่ 3 องค์เท่านั้นที่เหลือรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน

      นับแต่นั้นมหาเทพทั้งสามก็ได้รับความเคารพยกย่องเทิดทูนจากทั่วทั้งสามพิภพ มีเทียนตี้เป็นผู้ปกครองดินแดนสวรรค์  ส่วนมหาเทพกู่จวินกับมหาเทพอู๋ฮวั่นซึ่งเป็นชายา กลับเร้นกายใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่ในวังของตน ไม่ฝักใฝ่หรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวใดๆ ของทั้งสามพิภพ แต่เมื่อมหาเทพอู๋ฮวั่นตั้งครรภ์ทารกที่อยู่ในเปลือกไข่กลับอ่อนแรงและเปราะบาง จนทำให้มหาเทพกู่จวินผู้เป็นบิดาต้องออกจากวังไปเพื่อหาทางรักษาชีวิตน้อยๆ ของบุตรตน กระทั่งผ่านไปหลายพันปีเมื่อกลับมาอีกที ...มหาเทพอู๋ฮวั่นผู้เป็นชายาก็กลับกลายเป็นภรรยาของผู้อื่นและเป็นเทียนโฮ่วไปเสียแล้ว ...

     หลายหมื่นปีหลังจากนั้นทารกในไข่ผู้มีนามว่า โฮ่วฉือ ก็ได้ถือกำเนิดออกมา และได้ดำรงศักดิ์เป็นมหาเทพเทียบเท่ากับมหาเทพทั้งสามองค์ ตามคำประกาศของมหาเทพกู่จวินและตามทำนายของเทพพยากรณ์หลิงเจวียนซ่างจวินที่ว่า...'นางนั้นมีชะตาของมหาเทพ คือผู้ที่มาพร้อมกับชะตาอันล้ำเลิศ .... '

     แม้จะมีศักดิ์เป็นถึงมหาเทพแต่เพราะพลังเซียนอ่อนด้อย โฮ่วฉือจึงไม่เคยย่างเท้าออกจากวังชิงฉือของตนเลยสักครั้ง นางใช้ชีวิตอยู่กับข้ารับใช้คนสนิท ส่วนบิดาผู้เป็นมหาเทพก็ออกท่องเที่ยวไปทั่วนานๆ ทีถึงจะกลับมา แต่เมื่อสองหมื่นปีผ่านไปที่งานฉลองวันเกิดของตงหัวซ่างจวิน เทพเซียนที่มาร่วมงานก็ได้ยลโฉมมหาเทพผู้คล้ายจะมีแต่ชื่อที่งานแห่งนี้เป็นครั้งแรก ( ตงหัวในเรื่องนี้เป็นชายแก่ไม่ใช่หนุ่มหล่อเหมือนในลิขิตเหนือเขนยอ่ะเศร้าๆ ๆ ๆ )

     การออกมาในครั้งนี้เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไขปริศนาที่อยู่ในใจของโฮ่วฉือมาเนิ่นนาน ...ว่าเหตุใดเมื่อถือกำเนิดนางจึงถูกมารดาทอดทิ้ง อีกทั้งหลังจากที่นางเบิกปัญญาได้ เหตุใดบิดาและไป่เสวียนถึงได้จากไปไม่กลับมา และเหตุใดนางผู้เป็นถึงมหาเทพจึงไม่อาจรวมพลังเซียนเหมือนดั่งเทพเซียนคนอื่นๆ ได้

     ระหว่างทางโฮ่วฉือได้เจอกับเซียนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีนามว่า ชิงมู่ ซึ่งในรอบสองพันปีมานี้เขาเป็นเซียนเพียงคนเดียวที่สามารถฝ่าด่านซ่างจวินได้ ทั้งเก่งกาจ+มากความสามารถบวกกับหน้าตาอันหล่อเหลา ชิงมู่จึงกลายเป็นที่ชื่นชอบและหมายปองของนางฟ้านางสวรรค์ทั้งหลาย โดยเฉพาะ องค์หญิงจิ่งเจา ธิดาองค์เล็กของเทียนตี้และเทียนโฮ่ว ...หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ออกเดินทางเพื่อตามหาร่องรอยของไป่เสวียนไปด้วยกัน จนเกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมาย และกลายเป็นความรักความผูกพันในเวลาต่อมา

     แต่แล้วโฮ่วฉือก็กลับทำผิดกฎสวรรค์ อันเป็นเหตุให้ชิงมู่ต้องติดค้างองค์หญิงจิ่งเจา และตัวนางเองก็ต้องรับโทษด้วยการถูกเนรเทศไปอยู่ดินแดนอื่นเป็นเวลาถึง 100 ปี ทว่าเมื่อครบกำหนดกลับมา บุรุษหนุ่มในวันวานที่เคยเอ่ยปากสู่ขอนางต่อหน้าเทพเซียนทั้งหลาย ผู้ที่เคยสัญญาว่าจะเฝ้ารอนางกลับมาก็กลับหายไป  เขากลายเป็นผู้ที่อยู่เหนือสามพิภพและได้ตกปากรับคำขอแต่งงานของหญิงนางอื่นไปเสียแล้ว...


หลังจากอ่านจบ .....

         ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลามีอะไรไม่พูดไม่บอก ไม่ถามกันดีๆ ทำไมชอบเก็บเอาไว้แล้วไปแอบทำคนเดียว ชอบคิดแทนอีกฝ่าย สุดท้ายก็เสียเวลาไปเปล่าๆ เป็นหมื่นๆ แสนๆ ปี (ดีนะเป็นเทพถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปนานแล้ว ) ปากหนักกันทุกคนเลย ชอบทำอะไรอ้อมโลก อมพะนำกันเข้าไป ไม่หันหน้าคุยกันปรึกษากันมันก็เป็นแบบนี้แหละ

        เป็นแนวเทพเซียนที่หน่วงตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ 
ปริศนา+ปมเยอะสลับซับซ้อนเดาทางไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะออกมาแบบไหน โดยเฉพาะพระเอกอ่านมาถึงเล่มสุดท้ายก็ยังไม่แน่ใจว่าลงเรือถูกลำหรือเปล่า จะใช่คนนี้ไหม55 ตัวละครในเรื่องมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ใครว่าเป็นเซียนเป็นเทพแล้วจะต้องดี เป็นมารแล้วต้องชั่วเสมอไป ต่อให้เป็นเทพก็มีความทะเยอทะยานและอิจฉาริษยาได้ไม่ต่างกับคนธรรมดา 

      อย่างมหาเทพอู๋ฮวั่นที่ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็มีตำแหน่งฐานะที่สูง ถ้าเทียบกับเทพเซียนที่อยู่ในระดับเดียวกันก็เป็นรองเพียงแค่ไม่กี่คน เพราะเป็นถึงสัตว์พาหนะของเทพบรรพกาล แล้วไหนจะได้สิทธิ์ดูแลวังของเทพบรรพกาลซ่างกู่อีก พอหลังจากเกิดเภทภัยก็ยังได้เป็นเทียนโฮ่ว เป็นมหาเทพที่อยู่เหนือเทพเซียนทั้งหลายอีกด้วย แต่นางกลับไม่เคยพอยังทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วคงลืมไปว่ามหาเทพยังไงก็เทียบกับเทพบรรพกาลไม่ได้ดอก เสียใจก็แต่ที่นางไม่ได้โดนคนเดียวแต่ดันลากคนอื่นให้รับเคราะห์ไปด้วยน่ะสิ ( ไม่เข้าใจจริงๆว่าเทียนตี้สายตาไม่ดีหรือเปล่าถึงไปหลงรักนางได้ )

      หลังจบเล่ม 2 จะเริ่มเข้าสู่ความหน่วงที่แท้จริง ปริศนาของนางเอกก็จะค่อยๆ เฉลยออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวด ที่แม้นผ่านไปกี่หมื่นปีก็ยังคงอยู่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่จะมีอยู่แค่คนเดียวที่ความทรงจำนั้นครบถ้วนไม่ขาดหาย และยอมทำเรื่องผิดบาปมากมาย ยอมแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ซึ่งหลายๆ อย่างที่พี่แกทำมันก็ช่างทำร้ายจิตใจนางเอกและเราคนอ่านจริงๆ ปุบปับก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยังไม่ได้ทันได้ตั้งตัวหันมาอีกทีก็กลายเป็นคนอื่นซะแล้ว... 

     ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง กระทั่งนางเอกก็ยังถูกปิดบังความทรงจำ  แบบยินดีให้นางโกรธเกลียดเคียดแค้นจนตายยังดีกว่าให้นางรู้ ...แม้แต่ลูกตัวเองก็ยังยอมตัดใจทอดทิ้งไม่เหลียวแล 
      เพราะอะไรกัน?  แท้จริงเมื่อหกหมื่นปีก่อนนอกจากเภทภัยหุนตุ้นแล้วยังเกิดเรื่องใดขึ้นอีก? แท้จริงแล้วใครคือผู้ที่เสียสละ ผู้ที่เจ็บปวดหรือผู้ที่ฉวยโอกาสในยามที่วุ่นวาย ถ้าอยากรู้ต้องอ่านให้จบแล้วจะทึ่ง แล้วจะรู้ว่าใครกันคือคนที่เสียสละเพื่อนางเอกมากที่สุด....


- นอกจากคู่ของพระ-นาง  ก็ยังมีคู่ของเฟิ่งหรั่น (คนสนิทของนางเอก) กับองค์ชายรองจิ่งเจี้ยนที่เราแอบเชียร์อยู่ไม่แพ้คู่หลัก องค์ชายรองผู้อบอุ่นอ่อนโยนกับแม่หงส์แดงที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง เป็นคู่ที่คนมีใจแต่ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะบ้านเอ็ง(องค์ชาย)ทำกับเขาไว้เยอะโดยเฉพาะแม่เอ็ง แม้เขาจะไม่ได้เป็นคนก่อแต่ก็ต้องติดร่างแหไปด้วย ความรักนี้จึงต้องตัดใจทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม ยิ่งพออ่านไปถึงเล่ม 4 ก็จะยิ่งรู้สึกสิ้นหวังและอาจมีเสียน้ำตา พรากๆ ๆ ๆ ๆ ...แต่ๆ ๆ ๆ ขอให้ทุกคนใจร่มๆ และจำไว้ว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอนะจ๊าา 55



📍ตำนานรักสองสวรรค์ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8V18RzHGYc





วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

หนึ่งใจมีไว้รักคุณ




หนึ่งใจมีไว้รักคุณ (เล่มเดียวจบ) 

ผู้แต่ง : 桑玠 ซังเจี้ย

ผู้แปล : กัญญา
สำนักพิมพ์ อรุณ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)
เวิงอวี่ แม่สาวแอร์โฮสเตสแสนซื่อ หัวอ่อน หน้าตาน่ารัก แต่ความรู้สึกช้า  เพิ่งอกหักจากแฟนหนุ่มที่คบกันมาถึง 3 ปีได้ไม่นาน ก็มีหนุ่มข้างบ้านสุดหล่อดีกรีเป็นถึงอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษเข้ามาช่วยดามใจซะแล้ว ... อิอิ

ฟู่อวี้ อาจารย์หนุ่มสุดหล่อไอคิวสูง นิสัยสุภาพอ่อนโยน ทั้งชีวิตมีเพียงตัวเลขกับสมการเท่านั้น การกลับมาทำธุระที่บ้านเกิดในครั้งนี้ได้ทำให้หนุ่มโสดวัย 27 ที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอดต้องเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับหญิงสาวโก๊ะๆ ใสซื่อคนหนึ่งที่มีห้องอยู่ติดกัน หลังจากการบังเอิญพบกันในครั้งแรก นับแต่นั้นสายตาของเขาก็ไม่อาจถอยห่างจากเธอได้อีกเลย

พระเอกได้รู้จักนางเอกในช่วงที่กำลังจะเลิกกับแฟนพอดี เลยได้เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาให้กำลังใจ จนนางเอกหายเศร้าและมีความกล้ามากขึ้น  ต่อจากนั้นพี่แกก็อ่อยแหลก อ่อยรัวๆ ...คือพี่แกเป็นคนที่ฉลาดมากไง เจอนางเอกแค่ครั้งแรกก็รู้แล้วว่าเป็นคนยังไง มีลักษณะนิสัยแบบไหน จะต้องจีบยังไง ส่วนนางเอกก็ใสซื่อ หัวอ่อน ไม่ค่อยทันคน ยิ่งมาเจอประเภทฉลาดเจ้าเล่ห์อย่างพระเอกก็ยิ่งไปใหญ่เลย ...ประหนึ่งลูกแกะน้อยปะทะหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ คิดไม่ทันหรอก เพราะพี่แกวางแผน 1-2-3-4-5 ไว้หมดแล้ว นางเอกมาไม้ไหนก็มีวิธีพูดให้คล้อยตามได้หมด

อ่านจบแล้วบอกได้คำเดียวว่าหวานมากๆ ๆ หวานยิ่งกว่าโรงงานน้ำตาล  หวานจนเลี่ยน>0< พระเอกก็เป็นแบบที่คงหาไม่ได้ในชีวิตจริง55+  รูปหล่อ บ้านรวย นิสัยดี หัวกะทิ และอ่อนโยน ตอนจีบก็ว่าหวานแล้ว พอตอนคบกันนี่ยิ่งกว่ารถบรรทุกอ้อยคว่ำ พระเอกใส่ใจเทคแคร์ดูแลดีสุดๆ นางเอกแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะมีพระเอกคอยจัดการให้เกือบทุกอย่าง เหนื่อยก็ให้ขี่หลัง นอนไม่หลับก็ร้องเพลงกล่อม นางเอกชอบกินของหวานก็ไปหัดทำมาให้กิน งานบงงานบ้านไม่ชอบทำก็ไม่บังคับ เดี๋ยวพี่จัดเอง  นี่แค่ตอนเป็นแฟนกันนะ หาได้ที่ไหนผู้ชายแบบนี้ 55+  

ในเรื่องมีตอนที่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย แบบนิดเดียวจริงๆ ซึ่งไม่มีผลอะไรเลย ไม่รู้จะทำไปทำไม หรือเห็นว่าชีวิตมันสุขสบายเกินไปเลยต้องหาเรื่องดราม่าบ้าง 55  แต่พระเอกก็เคลียร์ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว คลื่นลมยังไม่ทันก่อตัวก็ถูกพระเอกพัดหายไปแล้ว ...สบายๆ ชิวๆ

ป.ล. จริงๆ เราว่าพระเอกก็แอบเผด็จการอยู่นะ ถ้าไปเจอผู้หญิงคนอื่นอาจจะไม่จบแบบนี้ก็ได้ ดูเหมือนปล่อยให้อีกฝ่ายคิดตัดสินใจเองแต่จริงๆ ก็แอบควบคุมอยู่กรายๆ ทุกอย่างก็เป็นไปตามทิศทางที่ตัวเองวางไว้นั่นแหละ  ดีที่เป็นนางเอกมันเลยลงตัวไม่มีปัญหา ฝ่ายหนึ่งโง่ๆ ซื่อ คิดช้า ไม่ทันคน ...ส่วนอีกฝ่ายก็เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ ฉลาดล้ำลึก มันก็เลยประจวบเหมาะลงตัวพอดี 


📍หนึ่งใจมีไว้รักคุณ ➡️ https://s.shopee.co.th/6fbEkQUgxm








วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

ภรรยายอดดวงใจ เล่ม 2



ภรรยายอดดวงใจ เล่ม 2 ( 5 เล่มจบ ) 
ผู้แต่ง : Wu Shi Yi
ผู้แปล : กิล
สำนักพิมพ์ Happy Banana

รีวิวภรรยายอดดวงใจ เล่ม 1  https://marynlinsbook.blogspot.com/2018/11/1.html

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )


" อาหว่าน  ต้องทำอย่างไรเจ้าถึงจะมีข้าอยู่ในใจ  ข้าแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ "

มาเล่มนี้ในที่สุดพระเอกก็ได้สมหวังดังใจสักทีหลังจากที่ตื๊อมานาน ในที่สุดผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังทั้งสองคนก็ยินยอมตกลงให้พี่แกแต่งนางเอกเป็นเมียแล้ว โดยมีข้อแม้ว่า... นางเอกต้องมีอายุอยู่ถึง 15 ปี ก่อนนะจ๊ะ แน่นอนว่าคงไม่มีใครดีใจเท่าพระเอก ส่วนนางเอกก็ยังเห็นพี่แกเป็นแค่น้องชายเท่านั้นแหละเน้อ 55+

ตั้งแต่เปิดเรื่องมาสิ่งที่เห็นชัดๆ มาตลอดก็คือความรู้สึกของพระเอกที่มีต่อนางเอก ที่ไม่ใช่แค่ความรักความหลงแบบปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งน่าจะเป็นเพราะชาติที่แล้วไม่สมหวัง บวกกับการตายของนางเอกจึงทำให้พระเอกมีปมในใจ พอชาตินี้ได้กลับมาใหม่เลยยึดติดกับนางเอกค่อนข้างมาก เพราะหากเป็นในชาติก่อนพระเอกคงไม่มีทางยอมถึงขนาดนี้แน่ๆ ด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจ ถูกสปอยล์ตามใจมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับเป็นหลานคนโปรดของไทเฮาและฮ่องเต้ จึงยิ่งมีไม่มีใครกล้าขัดใจ เพราะฉะนั้นในชาติก่อนพอถูกนางเอกปฏิเสธแล้วไล่ พระเอกถึงได้ยอมจากไปง่ายๆ แต่โดยดี แต่มาชาตินี้ไล่ให้ตายยังไงก็ไม่ไป หนังหน้าหนาขึ้นมาเป็นกิโลเชียว แม้แต่ศักดิ์ศรีก็ทิ้งได้หากมาอยู่ต่อหน้านางเอก ไม่เหลือคราบหมาป่าดุร้าย เป็นเพียงลูกแกะน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้น  

และเพื่อไม่ให้ต้องกลายเป็นเบี้ยหมากของใครอีกพระเอกจึงเลือกทางเดินที่แตกต่าง การเลือกนี้ไม่ได้ทำให้แค่ชีวิตของพระ-นางเท่านั้นที่เปลี่ยนไป แต่ยังส่งผลไปถึงชีวิตของคนที่อยู่ใกล้ชิดทั้งสองอีกด้วย เรื่องที่ไม่เคยเกิดก็เกิด คนที่ควรจากไปก็ได้มีชีวิตอยู่ต่อ สุขภาพร่างกายนางเอกเองก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ได้เจอโศกนาฏกรรมในชีวิตเหมือนชาติที่แล้ว ...ชาตินี้บิดามารดายังอยู่พร้อมหน้า คนสนิทใกล้ชิดก็ยังอยู่ดีไม่ได้ทยอยจากไปเพราะแผนการของใครบางคน นางเอกเองก็ไม่ได้ตกหลุมพรางฝ่ายตรงข้ามจนป่วยหนักอีก ภายใต้ปีกของพระเอก ในชาตินี้นางเอกจึงได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นและปลอดภัย

เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับท่านอ๋องข้าอยากเป็นศรีภรรยา ...การดำเนินเรื่อง+เล่าเรื่องก็จะมาสไตล์เดียวกัน เพียงแต่เรื่องนี้เนื้อหาจะเข้มข้นกว่าหน่อย มีเรื่องการแย่งชิงอำนาจของเหล่าองค์ชาย  การทำสงครามระหว่างแค้น และปมเรื่องสาเหตุการตายของนางเอก กับเรื่องความโปรดปรานของฮ่องเต้ที่มีต่อพระเอก ที่น่าจะมีเบื้องหลังต่างจากไทเฮา หากเทียบกับเรื่องอาหว่านเราว่าเรื่องนี้อุปสรรคแลดูจะเยอะกว่า แต่คิดว่าถึงจะเยอะยังไงก็คงไม่มีดราม่าอะไรหรอก อาจลำบากหน่อยแต่คงผ่านไปได้สวยๆ เหมือนเรื่องท่านอ๋องแหละ  

สำหรับเราถือเป็นอีกเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆ อาจจะเรียบๆ ไปบ้างแต่ระหว่างทางมันจะมีจุดที่คอยกระตุ้นความสนใจทำให้เราอยากรู้อยู่เป็นระยะๆ นะ ไม่ถึงกับพีคมากแต่ก็โอเค อ่านแล้วไม่เครียดไม่ต้องคิดเยอะ แต่ก็ไม่เบื่อ สนุกดี นี่ก็อยากอ่านเล่ม 3 ต่อแล้ว คิดว่าเล่มหน้านี้คงได้แต่งกันแล้วแหละ ><

ป.ล. อ่านมา 2 เล่มยังไม่มี18+ นะ ...มีแต่ขบกัดแก้มอยู่ 55 



📍ภรรยายอดดวงใจ ➡️ https://s.shopee.co.th/9AIMxRsnsx





วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562

ตำรับรักชายากระทะเหล็ก


ตำรับรักชายากระทะเหล็ก ( เล่มเดียวจบ ) / ผู้แต่ง : เจี่ยนอิง
ผู้แปล : Breadcrumbs
สำนักพิมพ์ เหลียนฮวา

วามรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
นางเอกเป็นเด็กสาวที่ตายแล้วทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ จินถงหรุ่ย ซึ่งถูกลุงแท้ๆ บังคับให้แต่งงานแต่เจ้าของร่างเดิมไม่ยินยอมจึงพยายามฆ่าตัวตาย ส่วนพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมนั้นก็เป็นคนหัวอ่อน อ่อนแอ ไม่สู้คน จึงมักถูกลุงซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของพ่อเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ เห็นบ้านนี้มีเงินหน่อยไม่ได้ก็จะรีบเข้ามาหาเรื่องสูบไปทุกทีนิดๆ หน่อยๆ ก็เอา    

แน่นอนว่าหลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้นางเอกก็เริ่มปฏิวัติทุกอย่างใหม่ โดยเริ่มจากทำอาหารขายเพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทุกคนในบ้าน เพราะไม่งั้นได้อดตายกันหมดแน่นอน ลืมบอกไปว่าตอนอยู่ในโลกเดิมบ้านนางเอกทำร้านอาหาร พ่อนางก็เป็นเชฟใหญ่ที่มีชื่อเสียง นางเอกก็เลยได้เรียนรู้การทำอาหารจากพ่อมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับอาหารที่นางทำก็เป็นของที่สมัยนั้นยังไม่มี มันก็เลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บวกกับรสชาติที่กลมกล่อมแสนอร่อยจึงยิ่งทำให้เงินทองไหลมาเทมาไม่หยุด

ส่วนพระเอกแม้จะมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋องแต่เพราะถูกคนทำร้ายจึงทำให้เดินเหิน+พูดไม่ได้ เคราะห์ดีที่ได้บ้านนางเอกช่วยเอาไว้ และคอยดูแลประหนึ่งเป็นคนในครอบครัว ไปไหนก็พาไปด้วยทั้งคนป่วยคนพิการไม่มีทิ้ง จากตอนแรกที่คิดว่าจะอยู่ไม่นานแต่พอชอบนางเอกทีนี้ล่ะยาวเลย ก็เนียนๆ อาศัยอยู่บ้านเขาไปเรื่อยๆ จนคนที่บ้านมาตามนี่แหละถึงได้ฤกษ์กลับบ้านตัวเองสักที55+

จุดเด่นของเรื่องนี้น่าจะเป็นความรักความสามัคคีของครอบครัวนางเอกนะ(และพระเอกด้วย) ถึงตอนแรกพ่อแม่จะหัวอ่อนขี้กลัวแต่ก็ไม่ได้อ่อนจนกู่ไม่กลับ เพราะเมื่อโดนกระทำมากๆ เข้าวันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาแข็งข้อได้เหมือนกัน ...ตัวละครอย่างน้องชายก็มีสีสัน  พี่สาวจะทำอะไรก็คอยช่วยพูดสนับสนุนตลอด ไม่เคยสงสัยเลยว่าพี่เอ็งน่ะมันแปลกๆ แล้วนา 55+ เป็นบ้านที่ทำงานกันเป็นทีม ไม่ว่าคนป่วยคนพิการแต่พอมีงานอะไรก็จะเข้ามาช่วยกันหมด พระเอกเองก็ใช้ชีวิตอยู่กับเขาได้อย่างกลมกลืนไม่ติดขัดไม่ได้ทำตัวเป็นคุณชายหรือเรื่องมากอะไรเลย  ก็ช่วยเขาทำมาหากินช่วยขายของได้ เขาให้ทำไรก็ทำ เลี้ยงง่ายจริงๆ  

ส่วนตัวร้ายในเรื่องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นบรรดาญาติๆ ขี้อิจฉาที่คอยจ้องแต่จะฮุบของของบ้านนางเอกนี่แหละ  ถ้าบ้านนี้มีอะไรดีๆ เมื่อไรคนพวกนี้ก็จะวิ่งเข้ามาขอแบ่งด้วยทันที เห็นขายอะไรดีก็จะวิ่งมาขอสูตรแบบหน้าด้านๆ  เห็นเขามีของกินของใช้ดีๆ ก็ต้องร้องเอะอะโวยวาย ทนเห็นเขามีชีวิตที่ดีกว่าตัวเองไม่ได้ต้องวิ่งพล่านจะเป็นจะตาย แต่เวลาเขาเดือดร้อนลำบากจะอดตายกลับไม่เคยช่วยเหลือสักแดง ...หึหึ   

เลยอยากรู้ว่านางเอกจะจัดการยังไง เพราะในสมัยโบราณยิ่งยึดถือเรื่องความกตัญญูเป็นที่หนึ่งอยู่ด้วย  แถมในบ้านตอนนั้นก็มีแค่นางเอกที่ร่างกายกับจิตใจแข็งแรงที่สุด ...ส่วนพระเอกก็ทำได้แค่แผ่รังสีอำมหิตเพราะเดินเหินไม่ได้ แถมพอบอกว่าเป็นท่านอ๋องก็ดันไม่มีใครเชื่ออีก  หาว่าสติไม่ดีซะงั้น 55+... มันก็เลยสนุกตรงนี้นี่แหละ  ตรงเรื่องบ้านๆ แค่นี้แหละไม่ต้องสลับซับซ้อนอะไรเลย


📍 ตำรับรักชายากระทะเหล็ก ➡️ https://s.shopee.co.th/2Vm27RFeAq