วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

ล่อลวงแม่ทัพไม่มาเยือน + เฝ้าเรือนแม่ทัพไม่เหลียวแล



ล่อลวงแม่ทัพไม่มาเยือน ชุดกระตุกหนวดแม่ทัพ / ผู้แต่ง : ไช่เสี่ยวเชวี่ย
ผู้แปล : พวงหยก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
       เล่มแรกจะเป็นเรื่องของสองพี่น้องตะกูลอวี้ที่มาเปิดร้านขายอาหารริมทางอยู่ที่ชายแดน  
นางเอกเป็นพี่สาวคนโตที่มีฝีมือในการทำครัว  ทุกคนที่เคยมากินอาหารที่ร้านต่างก็ชื่นชอบในรสชาติอาหารที่นางทำ เว้นก็แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ เยียนชิงหลาง 
ทุกครั้งที่มากินอาหารหากไม่ติอันนู้นก็ต้องบ่นอันนี้  จนทำให้นางเอกไม่ชอบขี้หน้า  
ไม่อยากให้ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นี้มาที่ร้านอีกเลย ...
ทว่าก็ได้แต่คิดเพราะท่านแม่ทัพดูเหมือนจะชอบกลั่นแกล้งนางเป็นพิเศษ 
เลยต้องแวะเวียนมาที่ร้านของนางทุกๆ 2-3 วัน ...

      เล่มนี้พระเอกเขาแอบชอบนางเอกมาตั้งนานแล้วเน้อ  แต่เพราะไม่เคยจีบผู้หญิงและไม่เคยชอบใครมาก่อน วิธีแต่ละอย่างที่พี่แกสรรหามาใช้กับนางเอกก็เลยมักจะได้ผลตรงกันข้ามทุกที  
ส่วนนางเอกก็เป็นพวกสมองช้าไม่เข้าใจสิ่งที่พระเอกจะสื่อ เลยคิดว่าพระเอกคงไม่ชอบหน้า
ถึงได้ชอบมาหาเรื่องตัวเอง 55+...สุดท้ายพระเอกทนไม่ไหวเลยใช้วิธีแบบทหารซะเลย  
หลอกเอาตัวคนมาอยู่ใกล้ๆ ก่อนแล้วค่อยๆ รุก  55+
เพราะนางเอกทั้งหัวช้าและความรู้สึกช้าจริงๆ  คือคนทั้งกองทัพทั้งจวนนี่รู้กันหมดแล้วนะ
ว่าพระเอกคิดยังไงกับนางเอก เหลือแต่นางนี่แหละที่ยังไม่รู้ 55

      นางเอกทั้ง 4 คนของทั้ง 4 เล่ม จะมีปมเรื่องชาติกำเนิดที่ต้องปกปิดเป็นความลับ  
เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องกบฏเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว  เหตุการณ์วุ่นวายในครั้งนั้นทำให้ 4 ตระกูลใหญ่
ถูกฆ่าล้าง และมีเพียงทายาทเท่านั้นที่แอบหลบหนีออกมาได้   
ซึ่งแต่ละคนที่รอดก็จะมีของบางอย่างติดตัวมาด้วย  
และถ้าหากนำของเหล่านั้นมารวมกันได้ ก็จะทำให้ความจริงที่ถูกปิดตายปรากฏขึ้น
...เพราะฉะนั้น 4 เล่มนี้ก็จะข้องเกี่ยวกันด้วยประการฉะนี้แลเอย 

.....................................................................................................


เฝ้าเรือนแม่ทัพไม่เหลียวแล ชุดกระตุกหนวดแม่ทัพ / ผู้แต่ง : ไช่เสี่ยวเชวี่ย
ผู้แปล : เจ้าเยวี่ย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
        เล่มนี้เป็นเล่มที่แค่ได้อ่านตัวอย่างก็มีความอยากตบพระเอกมากกกก  
อารมณ์ผิดกับเล่มแรกลิบลับเพราะเล่มนี้แค่บทแรกก็หน่วงแล้ว  
นางเอกเป็นเด็กกำพร้าที่พระเอกเคยช่วยไว้และถูกขุนนางคนหนึ่งรับเป็นลูกบุญธรรม  
นางก็หลงรักพระเอกมาตั้งแต่เด็กเลย เห็นพี่แกเป็นดั่งท้องฟ้าเป็นทุกสิ่งอย่าง  
พยายามทำดีเอาใจใส่พระเอกทุกอย่าง  
แต่พระเอกกลับไม่รู้ตัว นึกว่าตัวเองคิดกับนางเอกแบบแค่น้องสาว  ...ดราม่ามันจึงบังเกิด หึหึ

        พอได้แต่งงานกับนางเอก ...พระเอกจึงมีความรู้สึกเหมือนถูกหลอกถูกบังคับ 
และคิดว่าที่นางเอกมาทำดีด้วยตั้งแต่เล็กจนโตนั้นเป็นเพราะอยากจับพี่แก 
อยากได้ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพ ...หึหึ  

        ชีวิตหลังแต่งงานของนางเอกที่ยังไม่ทันจะข้ามวัน  ยังไม่ทันได้เข้าหอ  
ก็ถูกอีตาแม่ทัพนี่บึ่งหนีไปชายแดนแล้วทิ้งไว้ที่บ้านคนเดียวถึง 3 ปีซะแล้ว  
แต่นางก็ยังเป็นศรีทนได้ไม่บ่นไม่ว่าสักคำ ระหว่างที่พระเอกไม่อยู่บ้านก็ตั้งหน้าตั้งตาดูแลบ้าน 
และปรนนิบัติพ่อแม่สามีอย่างดีไม่มีตกหล่น  เป็นลูกสะใภ้ตัวอย่างแห่งปีเลยทีเดียว ....
แต่ต่อให้ดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน อีตาท่านแม่ทัพก็ไม่เห็นค่าเพราะอคติมันบังตา  
เมียทำอะไรก็คิดว่าเป็นแผนการหมด  แถมยังตอกหน้าเมียด้วยการพาผู้หญิงอื่นกลับมา
จากชายแดนอีกด้วย ...เหอๆ ๆ

        ครึ่งแรกเราจะสงสารนางเอกมาก ยิ่งตอนที่นางคิดว่าการจะทำดีกับใครสักคนหนึ่ง 
ทำไมมันถึงได้เหนื่อยและซับซ้อนขนาดนี้ก็ยิ่งเห็นใจ  ทำไปเท่าไรก็เหมือนเทลงน้ำ  ทำอะไรก็ไม่ถูกใจดูขวางหูขวางตาไปหมด และเมื่อนางได้รู้เหตุผลที่พระเอกรังเกียจตัวเองก็ตาสว่างทันที  
จัดการเคลียร์ทุกอย่างแล้วก็ไปเลยจ้า ....( สะใจมากบอกเลย )

        แต่ไม่ใช่ว่าพอนางเอกไปแล้วพระเอกก็จะรู้ใจตัวเองเลยนะ ...ไม่จ้าาาาา  
อิพี่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าคิดยังไงกับเขากันแน่ ยังหาเหตุผลมากลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองอยู่  
พอกำลังจะคิดออกก็เจอคนมาทำให้ไขว้เขวอีก  ก็เลยบื้อๆ งงๆ ต่อไป ...
แต่ก็ยังตามหาเมียไปด้วยนะ 55+ ( ถึงจะยังงงไม่เข้าใจแต่การกระทำนี่ไปแล้วจ้า )  ... 
ส่วนนางเอกนั้นก็ใจเด็ดมากแถมยังฉลาดด้วยจ้า  ไม่ได้อ่อนแอหงิมๆ เหมือนตอนที่ยังอยู่ในจวนน๊า 
กลายเป็นอิพระเอกนี่แหละที่ต้องกระอักเลือดเพราะเมียไปแล้วไปลับไม่กลับมา 
...แล้วไม่ใช่พอมาง้อปุ๊บก็คืนดีปั๊บน๊า  อันนี้พูดยังไงก็ไม่สนทำเอาพระเอกสะอึกกลับไปเลย  
และกว่าจะได้สมหวังก็นู่นเกือบจบเล่มพอดี ... สะใจเรายิ่งนัก อิอิ


    " หลังจากฉลองปีใหม่ ข้าจะแต่งเหยาเอ๋อร์เป็นภรรยารอง ไม่ว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม "
    " ท่านพี่อี้เหริน " นางตัวสั่นเทา เบิกตากว้างทันทีพร้อมกับใบหน้าถอดสี
    " หยุดพูด! " เขาตะคอกออกมาด้วยความโกรธเคือง
    " อย่าเรียกข้าเช่นนี้อีก ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า ......เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเสียใจเพียงใดที่พาเจ้ากลับมาที่นี่ "
ราวกับโลกทั้งโลกพลันเงียบสงัดในชั่วพริบตา
ฟู่เหลียงเฉินมองเขาด้วยความนิ่งอึ้ง น้ำตาที่คลอหน่วยอยู่นั้นค่อยๆ แห้งเหือดไป

..................................................

    " เจ้าไปซะ "
    " ท่านพ่อ! "  เขาใบหน้าซีดเผือกมองบิดาด้วยความหวาดหวั่นสั่นเทา
    " ข้ากับแม่เจ้าเคยบังคับฝืนใจเจ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว  แต่ผลแห่งความขมขื่นนั้นกลับเป็น
เฉินเอ๋อร์ที่ต้องลิ้มรส "
    " เด็กคนนั้นมีอะไรผิดนักหรือ หากจะบอกว่าผิดจริง เช่นนั้นความผิดที่ใหญ่หลวงของนางก็คือไม่ควรพบเจอกับเจ้าในตอนอายุห้าขวบ  และรักเจ้าอย่างโง่งม  ทั้งยังอยากจะใช้ทั้งชีวิตตนเองตอบแทนเจ้า ... นั่นเป็นสิ่งที่นางต้องการจะมอบให้ แต่กลับเห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ต้องการ "
ใบหน้าของเซียวอี้เหรินไร้สีเลือดไปโดยสมบูรณ์  เขาจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยใจสั่นรัวราวกับอยู่ในฝันที่ไม่อาจตื่น  .....


วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อาจารย์หญิง 3 เล่มจบ


อาจารย์หญิง 3 เล่มจบ / ผู้แต่ง : เทียนหรูอวี้
ผู้แปล : ถังเจวียน
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
อยู่มาจนอายุยี่สิบหกปี ‘ไป๋ถาน’ ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน
นางปรารถนาเพียงได้สั่งสอนลูกศิษย์อยู่บนเขาตงซานอย่างสงบเงียบเช่นนี้
กระทั่งคืนหนึ่ง... นางถูกคนลักพาตัวไปสวมรอยเป็นอาจารย์ของ ‘ซือหม่าจิ้น’
มารร้ายที่น่าครั่นคร้ามในแผ่นดิน เขาชื่นชอบการฆ่าฟัน บ้างก็ว่าชอบดื่มเลือดสดๆ
ทั้งยังบอกว่านางเคยเป็นอาจารย์ของเขามาก่อน! 

เพื่อไม่ให้ประวัติการเป็นอาจารย์ของนางต้องมัวหมอง
ไป๋ถานจึงรับราชโองการจากฮ่องเต้ในการกล่อมเกลาจิตใจของเขา
ทั้งยังต้องคอยรับมือกับศิษย์เช่นเขาที่ชอบรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตขึ้นมา
ผิดหรือที่นางจำรายละเอียดเก่าก่อนได้ไม่ชัดเจน
แต่หากเขามีความคิดที่จะพยายามก้าวข้ามสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์นี้ล่ะก็
เขาต้องพึงรู้ไว้อย่าง เป็นอาจารย์หนึ่งวัน... เท่ากับเป็นอาจารย์ตลอดชีวิต!

ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
      ไป๋ถาน  ยอดบุ๋นแห่งยุค แม้จะเป็นสตรีแต่ก็ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบ หนักแน่นไม่แพ้บุรุษอกสามศอก  เพราะความคิดไม่ตรงกับบิดา ไป๋ถานจึงตัดสินใจออกจากบ้านที่สุขสบาย มาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังที่ภูเขาตงซาน และหาเลี้ยงชีพด้วยการสอนหนังสือ  
ไป๋ถานใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตัวคนเดียวเช่นนี้มานับสิบปี จนกระทั่งอายุปาเข้าไป 26 แล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน ╮(‵▽′)╭ และวันคืนที่แสนสงบก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อไป๋ถานถูกบีบบังคับให้ต้องรับมารร้าย 
“ซือหม่าจิ้น” เป็นลูกศิษย์ ...นับแต่นั้นการหลอกลวงเบื้องสูง  การถูกคนปองร้าย ถูกคนลอบฆ่า
ก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของนาง 
แต่ก็ยังไม่พอเพราะเจ้ามารร้ายตัวนี้ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของนางด้วยการ  “ แต่งงานกับอาจารย์ของตัวเอง “ อีกด้วย

     ซือหม่าจิ้น  หรือท่านอ๋องที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวและพร้อมใจกันเรียกว่ามารร้าย 
เขาคือพระโอรสเพียงคนเดียวของอดีตของฮ่องเต้ผู้มีสิทธิ์ในบัลลังก์คนต่อไป หากไม่เกิดกบฏชนชั้นปกครองแดนเจียงเป่ยขึ้นเสียก่อน  กบฏในครั้งนั้นทำให้ตระกูลขุนนางใหญ่มากมายถูกเข่นฆ่า ส่วนที่หนีรอดไปได้ก็ยังถูกตามล่าสังหารไปตลอดทาง  
กระทั่งตัวเขาเองก็ยังต้องสูญเสียบิดามารดาและคนข้างกายไปจนหมดสิ้น ...

     แม้พระเอกจะมีศักดิ์เป็นถึง หลิงตูอ๋อง และมีความดีความชอบมากมายในการทำศึก
แต่เพราะวิธีการที่ใช้นั้นโหดเหี้ยมเกินไป จึงทำให้ผู้คนขยาดหวาดกลัว
และไม่เป็นที่พอใจของขุนนางในราชสำนัก แต่พระเอกก็หาแคร์ไม่ ก็ยังเหี้ยมโหดทรมานเชลยที่จับมาได้ต่อไป ใครอยากด่าก็ด่าไป ฉันไม่แคร์ โฮะๆ ๆ ヽ( ´ー`)ノ ....
เรื่องมันก็เลยลามมาถึงนางเอกที่เป็นอาจารย์ (โดยไม่สมัครใจ) 
ที่ต้องจำใจรับหน้าที่กำราบพระเอกไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง และไม่ไปสังหารใครง่ายๆ อีก  
ด้วยเหตุนี้นางเอกจึงต้องพยายามทำทุกอย่าง
ถึงขนาดยอมเป็นหมอนให้เขาหนุน  เป็นน้ำแข็งให้เขาลูบ ทั้งที่ในใจแทบอยากจะหลั่งน้ำตาสักร้อยรอบ แต่ก็ต้องอดทน เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงอันดีงามที่สั่งสมมานานนับสิบปีต้องถูกทำลาย 
และเพื่อไม่ให้ผิดคำพูดที่เคยให้ไว้กับทุกคน  55+

      แต่พระเอกก็หาใช่คนธรรมดาที่จะให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆ  
กลับกลายเป็นนางเอกเสียอีกที่จะตกหลุมพรางของพระเอกเอา  
ต่อหน้าคนอื่นพี่แกก็วางตัวเป็นลูกศิษย์ที่แสนดี เคารพนบนอบแลดูเชื่อฟังอาจารย์  
แต่พอลับหลังก็ค่อยๆ รุก เนียนๆ ยึดพื้นที่อาจารย์ไปเรื่อยๆ 55+...ไม่ว่านางเอกจะปฏิเสธหรือหลบไปทางไหนก็หนีไม่พ้น เพราะสุดท้ายลูกแกะตัวน้อยก็ต้องถูกหมาป่าจับกิน  

      ส่วนตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังที่คอยชักใยเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งหมดนั้น 
ก็อาจจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงหรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน ที่ออกมาแรกๆ นั้นเป็นแค่ตัวหลอกบอกเลย 55+   คนร้ายตัวจริงนี่แบบร้ายลึกมากกกก ถ้าไม่มีพระเอกออกมาขวางก่อนก็คงไม่มีใครรู้ความจริง  และทุกอย่างก็คงไม่ถูกเปิดเผย  ดำก็ยังกลับเป็นขาวอยู่แบบนั้น 
ขนาดนางเอกที่เป็นยอดบุ๋นที่ว่าฉลาดนักหนา ก็ยังถูกหลอกไปด้วยเลย...

       เรื่องนี้เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมือง  การแย่งชิงอำนาจของเหล่าขุนนาง
และบรรดาอ๋องทั้งหลาย  ซึ่งอ่านแล้วมันก็จะมีช่วงที่เนือยๆ อยู่บ้าง  
แต่ก็ไม่น่าเบื่อน๊าอ่านได้เรื่อยๆ ออกจะฮาด้วยซ้ำ เพราะจะมีตอนตลกมาแทรกเป็นพักๆ   
ตัวละครที่เป็นคนสนิทของพระ-นางก็มีเสน่ห์น่าสนใจตลกดี ออกมาทีไรก็เรียกเสียงหัวเราะได้เกือบทุกครั้งโดยเฉพาะลูกน้องพระเอกกับน้องชายนางเอก  
ขานี่มีดีแค่รูปหล่อบ้านรวยนอกนั้นห่วยหมด สู้นางเอกที่เป็นพี่สาวไม่ได้เลย  
แต่น้องแกมีดีอยู่อย่างหนึ่งคือรักพี่สาวมากกกก  ถ้านางเอกมีเรื่องหรือรู้ว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับนางเอก  น้องแกจะรีบวิ่งมาหาอย่างไว ( แต่ปกป้องได้หรือไม่ได้นั้นอีกเรื่องนะ 55+ ) 
...พอรู้ว่าพระเอกมายุ่งกับนางเอกก็ไม่ยอม รีบออกมาขวางอย่างไว 
(เพราะชื่อเสียงพระเอกนั้นแย่มากๆ)  ถามว่าน้องแกกลัวไหม ก็กลัวนะ แต่เพราะความรักและความหวงพี่สาวมันมีมากกว่าเลยสู้ตาย 55+...



วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ลำนำราตรี 2 เล่มจบ



ลำนำราตรี 2 เล่มจบ / ผู้แต่ง : จู่เวยหลิวเหนียน
ผู้แปล : อัญชลี เตยะธิติกุล
สำนักพิมพ์ อรุณ

คำโปรยหลังปก

เด็กหญิงที่ซุกซนสดใส ต้องพลัดพรากจากครอบครัวที่รัก 
ถูกจับตัวมาอยู่ในลัทธิมาร เติบโตท่ามกลาง ความทรงจําดํามืด 
ต่อสู้ดิ้นรน พิสูจน์ฝีมือกระทั่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสังหาร 
นางฝึกศาสตร์วิชาลับ ถึงขั้น ทําลายตนเอง ชีวิตนี้เป็นหรือตาย 
มีรักหรือไร้รัก ล้วนไม่ไยดี ทั้งหมดเพื่อการแก้แค้น

เด็กหนุ่มวัยสิบห้า ถูกจับตัวเข้าลัทธิมาร เจ็ดปีที่สาบสูญ 

เคี่ยวกรําให้เป็นมือสังหาร กระทั่งเป็นผู้คุ้ม กันเงาของนาง 
ยอมทําตามบัญชา คร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ชีวิตนี้ต้องอยู่รอด
เพื่อรอคอยโอกาสหลบหนี หวนคืนมาตุภูมิ

สองดวงใจมาผูกพันด้วยปณิธานที่แตกต่าง...หนึ่งผลักไส หนึ่งไล่ตาม 

นางยอมแลกทั้งชีวิต เพื่อหนี้เลือดที่รอการสะสาง 
เขายอมแลกทั้งหัวใจ เพื่อแบกรับทุกอย่างแทนนาง 
เพื่อดึงนางออกมาจากอนธกาลแห่งเงาอดีต 
และพานางกลับมาด้วยกันกับเขา


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
จยาเยี่ย  เด็กสาวที่ถูกลัทธิมารจับตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก  
เพื่อเอาชีวิตรอดนางจึงกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เย็นชา ไร้รัก ไร้ความรู้สึกใดๆ 
ยอมแม้กระทั่งละทิ้งตัวเองเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวที่วางเอาไว้    
เซี่ยอวิ๋นซู เด็กหนุ่มรูปงามที่ถูกลัทธิมารลักพาตัวมาเช่นกัน ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากโหดร้ายต่างๆนานา เพียงแค่ขอให้ได้มีชีวิตรอดและกลับบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง  
ในอดีตเขาเคยเป็นเด็กหนุ่มที่รักความยุติธรรม และตรงไปตรงมา   
แต่เพราะความประมาท จึงทำให้พลาดพลั้งถูกจับตัวมา 
และกลายเป็นหนึ่งในผู้คุ้มกันเงาของจตุรทูตแห่งลัทธิมาร  
เด็กหนุ่มผู้ใสซื่อในวันวานไม่มีอีกแล้ว เพราะหนทางเดียวที่จะทำให้มีชีวิตรอดและกลับบ้านได้นั้น
มีเพียงแต่ต้องสังหารผู้คน...

ในเล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางอยู่ในลัทธิมารโดยมีสถานะเป็นนายกับบ่าว  
พระเอกมีสถานะเป็นผู้คุ้มกันเงา มีหน้าที่คอยติดตามรับใช้และออกไปทำภารกิจตามคำสั่งนางเอก  
ซึ่งแต่ละภารกิจที่ออกไปทำก็แสนหนักหนา และเต็มไปด้วยกลอุบายต่ำช้าตามแบบฉบับของลัทธิมาร   ในช่วงแรกๆ พระเอกจึงยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เพราะเขาไม่เคยฆ่าหรือทำร้ายใครโดยไร้เหตุผลมาก่อน  แต่พอไม่ทำ นอกจากตัวเองจะต้องตายแล้ว ก็ยังพานางเอกซวยตามไปด้วยอีก  
พระเอกเลยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง   

พอเข้าเล่มสองก็จะเป็นช่วงที่ได้ออกจากลัทธิมาร คนทั้งคู่ต่างหมดสถานะนาย-บ่าว  
ทีนี้แหละสายเปย์จัดเต็ม  มีลูกอ้อนลูกตื๊ออะไรพระเอกก็งัดเอาออกมาใช้หมด
ขอแค่นางเอกยอมอยู่ด้วย ให้ทำอะไรพี่แกก็ยอม  
นางเอกเลยจำใจติดตามพระเอกกลับไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ  
ทั้งจากทางคนรอบข้าง จากคนในบ้านพระเอก และจากตัวของนางเอง  
ซึ่งจากปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้ว่า...จะธรรมมะหรืออธรรม ...ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นมารได้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นมารแล้วต้องชั่ว หรืออยู่ฝ่ายธรรมมะแล้วต้องดีเสมอไป ...หึหึ
งานนี้พระเอกที่อยู่ตรงกลางเลยต้องรับบทหนัก เพราะต้องเจอแรงกดดันจากหลายฝ่ายหลายทาง  
แล้วไหนจะต้องพยายามเหนี่ยวรั้งนางเอกเอาไว้อีก  
ไม่งั้นเผลอแผล็บเดียวนางเอกก็เอาแต่จะจากไปทุกที...

ที่เราสนใจเรื่องนี้ก็เป็นเพราะตัวนางเอกที่เห็นบอกว่าเย็นชามากๆ    
กับพระเอกที่มีฐานะเหมือนองครักษ์หรือผู้ติดตามรับใช้  (เพราะส่วนมากเจอแต่พระเอกฐานะสูงกว่าหรือไม่ก็เท่าเทียมกัน)  
ซึ่งนางเอกก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทั้งเย็นชา ไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุก็เป็นเพราะนางสนและแคร์มากไง ถึงได้ต้องเย็นชาและเลือดเย็นขนาดนี้   
ส่วนไอ้ความลำบากโหดร้ายที่พระเอกได้เจอตอนอยู่ในลัทธิมารก็ยังถือว่าเล็กน้อย หากเอามาเทียบกับสิ่งที่นางเอกเจอ ที่ยังสามารถประคองสติและอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าสุดๆ แล้ว .....
( แต่บางทีก็เย็นชามากไปจนเราเซ็ง พอเห็นนางร่ำๆ อยากจะไปจากพระเอกอยู่ตลอด ก็อยากจะตะโกนบอกให้รีบๆ ไปเถอะอยู่เหมือนกัน 55+)  

พระเอกจึงเป็นเหมือนความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่บนโลกใบนี้ของนางเอก
ทำให้ใจที่แข็งปานหินเริ่มหลอมละลาย  จนอยากจะฝากทุกอย่างเอาไว้.....
แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้  เพราะยังมีเรื่องเลวร้ายอีกมากรอนางอยู่  
เห็นไหมใช่ว่าออกจากลัทธิแล้วก็จะสุขสมหวัง ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเลย ...
บอกเลยว่ากว่าจะถึงตอนนั้น ..กว่าจะจบเรื่อง คู่นี้ยังต้องเจออะไรอีกเยอะ  หึหึ.....

เรื่องนี้มีตอนพิเศษเยอะสะใจดี  ปมปริศนาอะไรก็เคลียร์ออกมาได้หมดไม่ค้าง  
สำนวนการแปลอ่านแล้วมีสะดุดเล็กน้อย..
คำศัพท์บางคำที่เลือกเอามาใช้ก็ดูหรูหราเกินไม่ค่อยเข้ากับประโยค  
( อันนี้แล้วแต่คนเน้อ บางคนอาจจะโอเคไม่เป็นไรก็ได้ .. / แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สนพ.พัฒนาปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ เน้อ สู้ๆ )


📍ลำนำราตรี 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/7plMU0N0IZ







วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เงาเพลิงสะท้านปฐพี เล่ม 1-2


เงาเพลิงสะท้านปฐพี เล่ม 1-2 (8 เล่มจบ) / ผู้แต่ง : เอ๋อเหมย
ผู้แปล : อวี้
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
      ‘จูจู’ เด็กสาวชาวบ้านผู้ซึ่งห่างไกลจากคำว่า ‘หญิงงาม’ อยู่อักโข
อีกทั้งท่าทางทึ่มทื่อก็มักทำให้ถูกอันธพาลในหมู่บ้านรังแก
กระทั่งเด็กหนุ่มรูปงาม (ที่นางลอบเรียกว่า ‘เจ้าคนโฉด’) ย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ
นับแต่นั้นนางก็เพียงถูกคนคนเดียวรังแก พ่วงด้วยงานปัดกวาดซักล้าง หุงหาอาหาร
       ราวกับนางเป็นสาวใช้ประจำตัวเขาก็มิปาน!


เมื่อสำนักบำเพ็ญเซียนเซิ่งจื้อเปิดรับศิษย์ใหม่ เจ้าคนโฉดก็กำลังจะจากไปเข้าเรียน
ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยนางเป็นอิสระ มัดนางเข้ากับกองสัมภาระแล้วพาไปด้วยกัน
       โธ่! นางไม่อยากบำเพ็ญเซียนร่ำเรียนวิชาเสียหน่อย
แต่... ถ้าการได้เข้าเป็นศิษย์สำนักเซิ่งจื้อจะทำให้นางมีข้าวกิน มีที่ให้นอนอุ่นไปตลอดชีวิต
เช่นนั้นนางจะยอมอดทนอยู่กับเจ้าคนโฉดผู้นี้ต่อไปอีกสักระยะก็แล้วกัน!


ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
       จูจู เด็กสาวชาวบ้านหน้าตาธรรมดาที่จัดว่าขี้เหร่มากกว่างาม แต่กลับมีฝีมือในการทำอาหารล้ำเลิศ  เพราะเหตุนี้จึงทำให้นางตกเป็นเบี้ยล่างไม่ต่างจากสาวใช้ของ อิ่นจื่อจาง เด็กหนุ่มรูปงามที่มีบ้านอยู่ติดกัน 

       และเมื่ออิ่นจื่อจางต้องขึ้นเขาไปสมัครเป็นศิษย์ที่สำนักเซิ่งจื้อ  
เขาจึงพาจูจูไปด้วยตามที่ได้รับปากไว้กับท่านยายของจูจู ...ว่าจะดูแลนางไปชั่วชีวิต  
จูจูอยากจะปฏิเสธใจแทบขาด แต่เพราะหวาดกลัวเจ้าคนโฉดอิ่นจื่อจางมาก 
จึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและตามไปเป็นสาวใช้ให้กับเจ้าคนโฉดผู้นี้ต่อไป

       ในช่วงแรกที่นางเอกเข้าไปเป็นศิษย์ที่สำนักเซิ่งจื้อนั้น   
นอกจากพระเอกกับศิษย์ในสำนักอีก 2-3 คนแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีใครชอบนางเอกเลย
รวมถึงพวกอาจารย์ด้วย  แต่พอนางเอกเริ่มหลอมยาดีๆ ได้ ทุกคนก็เริ่มให้การยอมรับ เริ่มประจบเอาใจ  และไม่อยากให้นางเอกไปไหนเพราะนักหลอมโอสถดีๆ นั้นหายาก 

        เรื่องนี้เลยมีอะไรให้ลุ้นให้น่าติดตามอยู่ตลอด  เพราะพระ-นางจะมีเรื่องเข้ามาอยู่เรื่อยๆ
ให้ได้ฝึกฝีมือและโชว์ความสามารถ พระเอกเราไม่ค่อยห่วง เพราะพี่แกทั้งเก่งทั้งขยันสุดๆ อยู่แล้ว  
แต่นางเอกนี่สิ ทำเอาลุ้นทุกทีว่าจะผ่านไปยังไง จะผ่านไปด้วยวิธีไหน เพราะนางก็เหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ที่ไม่มีพลังและไม่มีวรยุทธ์อะไรเลย ( มีแต่ของวิเศษกับลูกหมูหนึ่งตัวเท่านั้นเอง..อิอิ (●`-∀-)b ) ...

        แน่นอนว่าพอพระ-นางเก่งขึ้นก็ทำให้มีคนอิจฉาริษยามากขึ้นเรื่อยๆ มีแต่คนอยากเก็บเพราะกลัวว่าจะเก่งมากไปกว่านี้  และก็ไม่อยากให้สำนักเซิ่งจื้อโดดเด่นจนแซงหน้าสำนักอื่นๆ ไปด้วย 
       อ่านไปก็สะท้อนใจไป...ว่านี่หรือความคิดของผู้บำเพ็ญเพียร มีแต่ความอิจฉาริษยา
ไม่อยากให้คนอื่นได้หน้า และทนไม่ได้หากจะมีใครเก่งกว่าตัวเอง  
พยายามสรรหาเหตุผลและวิธีการเพื่อมากำจัดอีกฝ่ายอย่างชอบธรรม  
หากชนะก็ดีไป แต่ถ้าแพ้เมื่อไรก็เคียดแค้นผูกใจเจ็บ และคิดแต่จะหาทางเอาคืน   
ซึ่งจากที่อ่านมา 2 เล่มจนถึงตอนนี้ ส่วนใหญ่ศัตรูที่เข้ามาก็จะเป็นแบบนี้แทบทุกคน  
ดีแต่หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัว  พอแพ้ก็ตีโพยตีพาย ดีแต่โทษคนอื่นเขา 
หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ผิด ...แกแหละที่ผิด เตรียมโดนเอาคืนได้เลยจำไว้  ( ̄▽ ̄;)

        เรื่องนี้สนุกมากๆ เลย ชอบตั้งแต่ที่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างแล้ว  
เป็นแนวเทพเซียน ฝึกตบะบำเพ็ญเพียร มีของวิเศษและสัตว์วิเศษ 
ซึ่งเป็นแนวที่ปกติเราไม่อ่านเลย แต่พอมาเจอเรื่องนี้ แค่บทแรกก็ติดหนึบแล้ว  
        สะดุดกับนิสัยของพระ-นางที่ต่างกันคนละขั้วแบบสุดๆ  
พระเอกเป็นคนเก่งมากกก เป็นอัจฉริยะหน้าใหม่ไฟแรงในการบำเพ็ญเพียร  
แน่นอนว่าหน้าตาก็ย่อมหล่อเหลาสง่างามด้วย แต่นิสัยพี่แกกลับดันแย่สุดๆ สวนทางกับหน้าตาเลย (=_=;))) 55+  ทั้งปากร้าย โหดเหี้ยม เย็นชา ซัดได้หมดไม่ว่าจะชายหรือหญิง  
กับนางเอกพี่แกก็ดุร้ายมาก เอะอะก็ด่าๆ ไม่พอใจก็ดึงหูๆ..ทำเอานางเอกกลัวจนหัวหดเลยทีเดียว
       ส่วนนางเอกนั้นตรงข้าม ทั้งอ่อนแอ ทั้งขี้ขลาดขี้กลัว หน้าตาก็ธรรมดาสุดๆ  
แถมตบะอะไรก็ไม่มี ฝึกบำเพ็ญเพียรกับเขาก็ไม่ได้  แต่โชคดีที่นางมีฝีมือในการทำอาหาร
และหลังจากนั้นก็หลอมยาได้  จึงทำให้พอลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้หน่อย 55+

        แต่ถึงพระเอกจะดุร้ายและโหดเหี้ยมยังไง  แต่พี่แกก็ปกป้องนางเอกแบบสุดๆ เลยนะ  
มีอะไรก็ดึงมาหลบหลังตัวเองตลอด ใครกล้ารังแกนางเอกพี่แกก็ซัดหมด
เพราะหมูโง่ตัวนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของพี่แก  พี่แกรังแกได้คนเดียว (=`(∞)´=)  ...
แล้วนางเอกก็กลัวพระเอกแค่คนเดียวด้วย  เพราะหากใครจะทำร้ายนางก็ต้องผ่านด่านพระเอกก่อน ถ้าผ่านได้นางถึงจะกลัว แต่ถ้าผ่านไม่ได้นางก็ไม่กลัวจ้า 55+

........................................................

- เรื่องนี้พระเอกเค้ามีหน้าที่ปกป้องนางเอกอย่างเดียว ส่วนเรื่องดูแลต้องยกให้นางเอกค่ะ 55+
ทั้งทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร  นางเอกจัดให้หมดแล้วแต่คุณชายใหญ่จะบัญชา ...

- คนอื่นเวลามาหานางเอกต้องเคาะประตูก่อน แต่พระเอกนี่ถีบประตูเดินเข้ามาเลยจ้า  
ไม่สนไม่แคร์ใครจะทำไม 55...~ヽ('ー`)ノ~ 



วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

หงส์คืนจันทร์



หงส์คืนจันทร์ เล่มเดียวจบ  / ผู้แต่ง : เยวี่ยหวาส่าหรง
ผู้แปล : Heroine
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

คำโปรยหลังปก
นางคือหงส์เหนือใครในแผ่นดิน...
แต่ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นเพียงอี๋เหนียงรองของบุรุษขี้โรคผู้หนึ่ง...

เมื่อหกปีก่อน ‘เซิ่งเสวี่ย’ จำต้องละทิ้งคนรัก ละทิ้งตัวตนเดิม
แล้วสวมรอยเป็นพี่สาวคอยเลี้ยงดูยุวกษัตริย์ ให้เขาได้นั่งบนบัลลังก์มังกร
แต่ก็ยังไม่แคล้วถูกคนก่อกบฎ นางจึงนำลัญจกรหยกและตราหงส์หนีออกมา
เพื่อไม่ให้ ‘ตงเยวี่ยอ๋อง’สถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ได้สมปรารถนา!

ทว่า เพียงเพราะขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวที่หนีไปของผู้อื่น
นางก็กลายเป็นเจ้าสาวปัดเป่าเคราะห์ให้กับเจ้าบ่าวขี้โรค ‘หวาอวิ้นเฟิง’
เพียงพบกันวันแรกอาการเลือดพร่องของเขาก็กำเริบเสียแล้ว
ทั้งมารดาของเขายังสั่งให้นางห้ามเหยียบย่างออกจากเรือนไม่ต่างจากหญิงหม้าย!

ยิ่งอยู่ในคฤหาสน์สกุลหวานานวันเข้านางก็ยิ่งค้นพบความลับมากมาย
ทั้งผู้คนที่มากเล่ห์ การแก่งแย่งชิงดี การลอบทำร้าย และเส้นทางลับ
หรือว่านางยังไม่ทันได้กลับเข้าวังก็ต้องเอาชีวิตตนเองมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วกันแน่!
















ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )
            เซิ่งเสวี่ย นางเอกของเรื่องต้องเข้าวังและกลายมาเป็นไทเฮาตั้งแต่อายุยังน้อย
เพื่อดูแลลูกชายของพี่สาวที่ด่วนจากไป    และเมื่อตงเยวี่ยอ๋องก่อกบฏนางจึงต้องหนีออกนอกวัง
พร้อมกับนำลัญจกรหยกและตราหงส์ติดตัวมาด้วย    
แต่หนีไปหนีมาอีท่าไหนก็ไม่รู้ถึงได้กลายมาเป็นอนุของพ่อค้าขี้โรค หวาอวิ๋นเฟิง ซะได้

อ่านเรื่องนี้จบแล้วก็ต้องกลับไปอ่านคำโปรยที่เคยลงเอาไว้ใหม่อีกรอบ 
แล้วก็นึกในใจว่านี่มันเรื่องเดียวกันเปล่าว๊า 
** เรื่องราวความรัก ความแค้นของเหล่าสตรี ความเข้มข้นในรั้ววัง! *** 
อะไรคือความเข้มข้นในรั้ววัง อะไรคือความแค้นของเหล่าสตรี ไหนๆ อยู่ไหน คุณหลอกดาวววว 
( กระซิกๆ ๆ )  เหตุการณ์ในเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ในบ้านที่นางเอกหลงไปเป็นอนุ  
มีตอนอยู่ในวังหน่อยนึงแค่ต้นเรื่องกับตอนท้าย  ไอ้ความแค้นของเหล่าสตรีที่เราคิดว่าต้องเกี่ยวกับสนมนางในที่อยู่ในวังหลังแน่ๆ  แต่เอาจริงๆ ไม่ใช่นะฮ้าเป็นบรรดาเมียๆ ที่อยู่ในบ้านของพระเอกต่างหากฮ่ะ 
            ใครที่หวังจะได้อ่านเรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเรื่องราวในรั้วในวังอันนี้ไม่มีนะฮ้าๆ ๆ ๆ    
เปิดเรื่องมาปมดูใหญ่มาก  นางเอกดูเก่งดูฉลาดมากอายุแค่นี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้
ให้ดูแลรัชทายาทน้อยแล้ว  แต่พอเข้าไปอยู่บ้านพระเอกสกิลทักษะต่างๆ ที่เคยโม้ไว้ก็ดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด  ถ้าไม่คอยย้ำเป็นระยะๆ ว่านางเป็นถึงไทเฮาก็เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย  
ส่วนไอเรื่องที่ต้องเอาตราหงส์หรือลัญจกรหยกไปขอความช่วยเหลือ 
เพื่อกลับมาปราบกบฏนี่ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเลยจ้า 55+....

มันเหมือนมากกว่ารักเล่มบางที่เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมาหน่อยนึง  
แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เจ้มจ้นอะไรเลย  พระเอกก็ใช้ได้คุ้มมาก คนเดียวเหมามันทุกบท....
ทั้งที่จริงๆ ตำแหน่งพี่แกก็สูงอยู่นะ 
แต่ทำไมแลดูเหมือนมีเวลาว่างมากมาย 55+ ...
สรุปคือมันเป็นเรื่องของคนรักเก่าที่มาทวงของคืนน่ะจ้าไม่มีไรมาก 
เอาไว้อ่านคลายเครียดแก้ขัด  สบายๆ  อย่าได้จริงจังไป........จบ


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ


ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ 
ผู้แต่ง : จวงจวง
สำนักพิมพ์ Hongsamut

คำโปรยหลังปก

ในยุคที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทอง
ใครมีความสามารถในการผสมสีและทอผ้า
คือบุคคลที่ใต้หล้าช่วงชิงกันมากที่สุด

ทว่าน่าเสียดาย ...

เด็กสาวที่เติบโตมาพร้อมกับอัจฉริยะภาพด้านการผสมสีอย่าง "จี้อิงอิง"
กลับไม่ได้รับโอกาสได้ต่อยอดสิ่งที่นับเป็นพรสวรรค์อันล้ำเลิศของตน 
นางเป็นบุตรสาวของโรงย้อมผ้าเล็กๆ ที่แสนจะเคร่งครัดในระเบียบประเพณี
โรงย้อมผ้าที่สืบทอดสูตรลับของผ้าไหมหายากสีหนึ่งมานานบร้อยปี

จากรุ่นสู่รุ่น  จากบุตรชายสู่บุตรชาย ...


กฏของบ้านมีอยู่ว่า  สูตรลับร้อยปีนี้จะสืบทอดเฉพาะทายาทชายเท่านั้น

มิยอมให้ตกแก่บุตรสาว  เพราะบุตรสาวเป็นเพียงคนนอกที่วันหนึ่งต้องแต่งออก
สูตรลับร้อยปีนี้สามารถส่งต่อไปยังสะใภ้ได้แต่ไม่อาจถ่ายทอดให้แก่ลูกเขย
เพราะลูกเขยเป็นเพียงคนนอกที่ถูกแต่งเข้า
ดังนั้น  นางจึงถูกห้ามเรียนรู้ รับรู้  หรือแม้กระทั่งก้าวเท้าเข้าไปในโรงทอผ้าของตระกูลตัวเอง

แต่ชะตากรรมของคนเรา  ฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว...เพชรก็คือเพชร

ต่อให้เอาโคลนทั้งหีบมาสาดใส่ ก็ยังเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่วันยังค่ำ
ใต้หล้านี้จะหาใครมากลบรัศมีของเพชรแท้ได้หรอกหรือ?

 ความรู้สึกหลังอ่านจบ ( อาจมีสปอยล์ )

นางเอก จี้อิงอิง บุตรสาวคนรองของบ้านตระกูลจี้ ซึ่งเป็นตระกูลที่ทำกิจการโรงย้อมผ้า ตระกูลจี้มีสูตรลับประจำตระกูล แต่น่าเสียดายที่สูตรนี้จะตกทอดแก่บุตรชายและลูกสะใภ้เท่านั้น แม้นางเอกจะฉลาดเฉลียวมีความสามารถมากกว่าพี่ชายสักแค่ไหน แต่เพราะว่าเป็นลูกสาว จึงทำให้ไม่อาจเรียนรู้สูตรลับนี้ของตระกูลได้อยู่ดี 

นางเอกมีคนรักที่ผูกพันกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เพราะความแตกต่างของฐานะ จึงทำให้เขากับนางไม่อาจครองคู่อยู่ร่วมกันได้ นางเอกเสียใจมากแต่ก็เข้าใจเหตุผล จึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองและยอมตัดใจแต่โดยดี ทว่าอีกฝ่ายกลับดึงดันไม่ยอมเลิกรา จากคุณชายใสๆ สุภาพอ่อนโยน จึงกลายมาเป็นคุณชายขี้วีนโมโหร้ายและเจ้าคิดเจ้าแค้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ถึงนางเอกจะไม่ได้รับการถ่ายทอดสูตรลับของตระกูล แต่นางก็มีความสามารถในการผสมสี รวมถึงการแยกแยะสีที่ไม่ธรรมดา แต่ความสามารถที่ไม่ธรรมดานี้กลับชักนำเรื่องไม่ดีต่างๆ มากมายให้เข้ามาสู่ตัวนางและคนในครอบครัว ทำให้นางเอกเป็นที่ต้องการตัวของใครหลายๆ คน จนทำให้ที่บ้านเดือนร้อน ทำให้คนรอบข้างมีภัย กระทั่งตัวนางเองก็เกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้งอยู่หลายครา...

พระเอกเรื่องนี้ก็มาจากตระกูลพ่อค้าเหมือนกัน แต่เพราะเป็นลูกอนุเลยถูกเลี้ยงดูมาแบบสปอยล์ตามใจ เพื่อไม่ให้สามารถสืบทอดกิจการของที่บ้าน หรือเก่งจนกลายมาเป็นคู่แข่งกับลูกเมียหลวงได้  ช่วงแรกพระเอกเลยดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ ไม่เอาไหน ใจร้อน เวลานางเอกเกิดเรื่องอะไรก็ช่วยไม่ค่อยได้และมาไม่เคยทัน ผิดกับพระรองที่โตกว่าและมีฐานะสูงกว่า เวลานางเอกเกิดเรื่องก็เป็นพี่แกนี่แหละที่โผล่มาช่วยไว้ได้เกือบทุกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ต่อให้ดีแค่ไหนแต่บทก็ไม่มีทางพลิก เพราะเรื่องนี้พระรองทำเรื่องเลวร้ายกับบ้านนางเอกเอาไว้เยอะ คู่นี้เลยเหมือนถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องไร้วาสนาไม่มีทางลงเอยกันได้อย่างแน่นอน

เรื่องราวในเรื่องจะเกี่ยวข้องกับการทอผ้าไหม ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ต้องมีเรื่องผ้าไหมเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งเหตุผลที่แคว้นอื่นยกทัพมาทำสงครามก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องนี้เลย เพราะนี่คือยุคสมัยที่ผ้าไหมมีค่ามากกว่าทองคำ

ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดอยู่อย่างคือ...ต่อให้คุณค้าขายจนร่ำรวยมีเงินทองมากแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ใช่ขุนนางหรือไม่มีญาติพี่น้องที่เป็นขุนนางคอยเป็นแบ็กอัพอยู่เบื้องหลัง..คุณก็จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอยู่วันยังค่ำ(เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพระเอกส่วนใหญ่ถึงมักเป็นฮ่องเต้ เป็นอ๋องหรือเป็นแม่ทัพกัน)..เพราะในสมัยโบราณอาชีพพ่อค้าถือเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีน้อยที่สุดในบรรดาทั้ง 4 ชนชั้นเลย...  

เรื่องนี้สำหรับเราอ่านได้เรื่อยๆ นะคะ  ใน 2 เล่มแรกจะเป็นช่วงที่พระ-นางได้พบเจอเรื่องราวและมรสุมในชีวิตมากมายที่ทำให้เติบโต จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาตลอด แต่อยู่ดีๆ ทุกอย่างก็มาพลิกกลับในชั่วข้ามคืน พระเอกยังไม่เท่าไร แต่นางเอกนี่สาหัสมาก ตั้งแต่เลิกกับคนรักเก่ากราฟชีวิตก็ดิ่งลงเหวเจอแต่เรื่องร้ายๆ ตลอด กว่าจะผ่านแต่ละเรื่องไปได้ก็แทบจะกระอักเลือดตาย เพราะพระเอกก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ด้วย55+ ถึงต่อมาจะเก่งขึ้นแต่ก็ยังช่วยอะไรไม่ค่อยได้อยู่ดี 55 (ถูกพระรองแย่งบทเจ้าชายขี่ม้าขาวไปบ่อยมาก)
พอมาถึง 2 เล่มสุดท้ายที่เข้าสู่ช่วงสงคราม หลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมาย นางเอกก็เริ่มคิดและมองเห็นอะไรเยอะขึ้น แต่น่าเศร้าที่พี่ชายและแม่ของนางกลับไม่ได้ฉลาดขึ้นสักเท่าไรเลย ยังคงมองโลกในแง่ดี ประหนึ่งว่าโลกนี้คงไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้เจอเรื่องคอขาดบาดตายกันมาตั้งขนาดนั้นแล้ว
ก็น่าจะคิดได้และมีเซ้นท์กันบ้าง 
แต่นี่อะไรยังคิดจะใช้ชีวิตชิวๆ กันต่อไป 
สุดท้ายเป็นไงล่ะแม่...เฮ้อออ


📍ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/LfQjCp1EG