วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

พันคีรีกาลวสันต์ เล่ม 1-2

 


พันคีรีกาลวสันต์ เล่ม 1-2 (6 เล่มจบ)

ผู้แต่ง : เผิงไหลเค่อ

ผู้แปล : พริกหอม

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ผลงานเรื่องใหม่ของท่านเผิงไหลเค่อ แนวสงครามการเมือง การแย่งชิงบัลลังค์ และความรักแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบรู้ว่าเธอหลอกแต่ก็เต็มใจให้หลอก ความรักระหว่างองค์หญิงของราชวงศ์ใหม่ กับลูกชายอดีตแม่ทัพใหญ่ซึ่งเป็นคนสนิทของอดีตรัชทายาทจากราชวงศ์ก่อน จะลงเอยกันยังไง เมื่อพ่อเธอมีส่วนทำให้พ่อฉันต้องตาย ทั้งตระกูลถูกใส่ร้ายถูกป้ายความผิดและถูกลดขั้นจนบ้านแตก 

ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีก่อนแคว้นพระนางเกิดเหตุการณ์กบฏจับมือกับต่างแคว้นร่วมกันยกทัพมาตีดินแดน แต่อดีตฮ่องเต้(ปู่นางเอก) กลับทิ้งเมืองทิ้งประชาชนหลบหนีไปก่อน ทำให้พ่อนางเอกหรือติ้งอ๋องต้องยกทัพมาช่วยปราบปรามกวาดล้างผู้บุกรุกจนได้รับชัยชนะ ส่วนพ่อพระเอกก็ถูกคนวางแผนสกัดทำให้กลับไปช่วยรัชทายาทไม่ได้ ทั้งยังต้องรบอย่างเดียวดายจนพ่ายแพ้ยับเยินในสนามรบ อดีตรัชทายาทข่มขู่บีบบังคับให้ฮ่องเต้ยกราชบัลลังก์ให้แต่ไม่สำเร็จ อันเป็นเหตุให้รัชทายาทตัดสินใจฆ่าตัวตาย และสุดท้ายฮ่องเต้ก็ยกบัลลังก์ให้พ่อของนางเอกแทน ...นี่คือเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมา แต่ความจริงมันมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะ 

เดิมตระกูลพระเอกเคยเป็นตระกูลขุนนางใหญ่อันดับต้นๆ ของแคว้น เพราะมีท่านลุงเป็นถึงอัครเสนาบดีและยังเป็นพระอาจารย์ของอดีตรัชทายาท หนำซ้ำพ่อของพระเอกก็ยังเป็นองครักษ์ของวังบูรพา พูดง่ายๆ คือทั้งตระกูลพระเอกเนี่ยเป็นคนของฝ่ายรัชทายาทจ้า แต่เพราะสงครามเมื่อ 16 ปีก่อน จึงทำให้พ่อพระเอกกับเหล่าทหารในสังกัดกว่าแปดร้อยนายต้องตาย แถมหลังตายยังถูกคนบางกลุ่มใส่ร้ายกระทั่งตายแล้วก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ส่งผลให้เหล่าทหารบางส่วนโกรธแค้นพากันลุกฮือต่อต้านจนถูกจับถูกตัดสินโทษตาย 

แม่พระเอกที่เพิ่งสูญเสียสามีไปหมาดๆ ต้องพาพระเอกในวัย 7-8 ขวบออกมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องทหารที่ถูกตัดสินโทษ ซึ่งหลังจบเหตุการณ์นี้แม่พระเอกก็ตรอมใจจากไปอีกคน พระเอกจึงถูกส่งไปอยู่กับลุงที่ตอนนี้ถูกลดขั้นไปเป็นขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล (จริงๆ พี่ชายแม่เคยติดต่อมาขอรับพระเอกไปดูแล แต่แม่พระเอกไม่ให้ เพราะตอนบ้านพระเอกเจอมรสุมตระกูลฝั่งแม่คือเมินไม่ช่วย แม่ก็เลยให้พระเอกไปอยู่กับลุงแทน)

ส่วนนางเอกกับแม่ที่เป็นพระชายาติ้งอ๋องก็ถูกคนฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความวุ่นวายนี้วางแผนฆ่า ทำให้นางเอกได้รับบาดเจ็บจนความจำเสื่อม ต้องพลัดพรากจากคนในครอบครัว ต้องแต่งกายเป็นบุรุษใช้ชีวิตระหกระเหินเร่ร่อนอยู่ข้างนอกนานเป็นสิบกว่าปี พอจำทุกอย่างได้ก็ไม่กล้ากลับมาแสดงตัวอีก เพราะไม่รู้ว่าท่านพ่อในตอนนั้นกับตอนนี้ยังใช่คนคนเดิมอยู่หรือไม่ บวกกับการตายของแม่จึงยิ่งทำให้นางเอกไม่มั่นใจ กลัวว่าพ่อจะมีส่วนรู้เห็นหรืออยู่ฝั่งเดียวกับคนร้ายตัวจริงด้วยหรือเปล่า

หลังความจำเสื่อมนางเอกก็ได้อดีตจิตกรมีชื่อเก็บไปเลี้ยงดูและตั้งชื่อให้ใหม่ว่า 'เยี่ยซวี่อวี่' นางเอกติดตามท่านปู่(จิตกร) ขึ้นเหนือลงใต้จนผ่านไป 16 ปี ท่านปู่รู้ว่าชีวิตตนใกล้จะถึงเวลาแล้วเลยฝากฝังนางเอกไว้กับท่านลุงพระเอก ตั้งใจจะให้หลานของทั้งสองคนแต่งงานกัน ตอนแรกพระเอกจะปฏิเสธแต่เห็นแก่บุญคุณของท่านลุงเลยเปลี่ยนใจหันกลับมาตกลง ส่วนนางเอกหลังความทรงจำเริ่มกลับมาจิตใจก็พะวักพะวงอยากจะกลับไปสืบหาอดีตที่แท้จริงของตัวเองอยู่ตลอด 

นางเอกจึงเลือกปฏิเสธการแต่งงานและจากไปโดยไม่ร่ำลาทิ้งเพียงจดหมายไว้ ลุงพระเอกโกรธจัดคิดว่าเป็นเพราะสิ่งที่เพื่อนพระเอกพูดคุยในวันนั้นเลยทำให้นางเอกจากไป พระเอกระดมคนออกตามหานางเอกไปทั่วแต่ก็ไม่เจอ วกไปวนมาสุดท้ายก็ได้มาเจอกันที่เมืองหลวง นางเอกมาสมัครเป็นจิตกรวาดภาพให้ราชสำนัก ส่วนพระเอกก็ถูกเรียกตัวให้เข้ามาทำงานที่หน่วยจินอู๋ 

พอนางเอกจำทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน นางก็อยากจะหาคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้นเมื่อ 16 ปีก่อน ก็เลยพยายามสืบหาร่องรอยของคนรู้จักเก่าๆ ส่วนพระเอกก็ถูกฮ่องเต้ใช้เป็นดาบและมอบภารกิจลับให้ ทั้งๆ ที่รู้ดีแก่ใจว่าในใจพระเอกยังเก็บความแค้น+ความขุ่นเคืองเรื่องพ่อเอาไว้อยู่ ... ในเล่ม 2 เป็นเพราะเหตุกาณ์หนึ่งจึงทำให้นางเอกต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้พระเอกรู้ แม้พระเอกจะพอเดาได้เลาๆ แต่เมื่อได้มาฟังจากปากนางเอกเองก็อึ้งไปเหมือนกัน (แต่เรารู้ตั้งแต่ยังไม่อ่านหน้าแรกเลยนะ เพราะสนพ.เขียนบอกไว้ตั้งแต่หน้าแนะนำตัวละครแล้วอะ😅🤣) พระเอกเลยสัญญาว่าจะช่วยนางเอกตามหาคนที่ต้องการเจอให้จงได้ พอได้เจอกับคนคนนั้นนางเอกก็ยิ่งเศร้าใจ เพราะรู้ว่าพ่อตัวเองรู้ก็เรื่องในคืนวันนั้นที่เกิดกับแม่หมดแล้วจริงๆ แต่กลับเลือกที่จะปกปิดไม่ทำอะไร ในเวลาเดียวกันฮ่องเต้ก็เริ่มคาดเดาได้แล้วเหมือนกันว่านางเอกน่าจะเป็นลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง... หึหึ

พ่อก็เลยเรียกคนนั้นคนนี้ไปสอบถาม และสั่งให้จับพระเอกเข้าคุกหลวง (โทษฐานที่รู้แล้วแต่ไม่บอก แถมลูกสาวเรายังไปชอบเขาอีก มันน่าโมโหไหมล่ะ😆) ฮ่องเต้เรียกนางเอกไปคุย อยากให้ลูกกลับมาอยู่ด้วย แต่นางเอกโกรธเรื่องแม่เลยยังไม่ยอมกลับไปอยู่กับพ่อ พ่อก็เลยส่งคนไปซ่อมแซมจวนพระเอกและส่งบ่าวรับใช้ส่งขันทีไปคอยตามรับใช้ลูกที่บ้านพระเอก (พอรู้ความจริงพระเอกก็ให้นางเอกย้ายมาอยู่จวนตัวเอง) คนภายนอกเลยคิดว่าพระเอกกำลังเป็นที่โปรดปราน ...จากนั้นฮ่องเต้ก็เรียกพระเอกไปคุยเป็นการส่วนตัว เล่าเรื่องที่เกิดกับแม่นางเอกให้ฟัง และสั่งให้พระเอกอยู่ห่างๆ จากลูกสาวตัวเอง🥸

แต่ในใจนางเอกก็เป็นห่วงพ่อนะ ตอนได้เจอหน้าพ่อครั้งแรกในรอบ 16 ปี นางก็แอบสะเทือนใจ+เจ็บปวด (ได้มาเห็นความชราและอาการเจ็บป่วยเรื้อรังของพ่อ) ถึงตอนนี้จะอยู่ข้างนอกยังไม่ได้กลับไป แต่ทุกครั้งที่เข้ามาทำงานในวังนางเอกก็จะถามถึงพ่อกับขันทีคนสนิทก่อน ว่าวันนี้พ่อเป็นไง กินข้าวกินยาหรือยัง พอนางเอกขอให้พ่อกลับมากินยาของหมอหลวงตามเดิมขอให้เลิกกินยาอายุวัฒนะ พ่อก็ยอมเลิกยอมทำตาม เป็นคนเดียวที่กล้าเถียงกล้าขัดใจพ่อฮ่องเต้ เป็นคนเดียวที่พ่อยอมลงให้ พอลูกสาวสุดที่รักกลับมาฮ่องเต้ก็ดูมีชีวิตชีวามีความสุขมากขึ้น

แอบขำตอนที่นางเอกทะเลาะกับพ่อแล้วขี่ม้าไปไหนไม่รู้ องครักษ์ที่คอยแอบตามก็ตามหาไม่เจอ พอพ่อรู้ก็สั่งให้คนเรียกพระเอกมาแล้วด่าๆ บอกว่าข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตอแยนาง สั่งให้เจ้าห่างจากลูกสาวข้าก็จริง แต่ไม่ได้สั่งให้ทำเกินไปเช่นนี้ แต่เจ้ากลับไปคุยเจรจาหมั้นหมายกับตระกูลอื่น และยังไปพบแม่นางหวัง เจ้าทำให้ลูกข้าเสียใจ ถ้าลูกข้าเป็นอะไรข้าจะบลาๆๆ 55... คือคุณพ่อจะเอาไงคะ อยากให้เขาห่างจากลูกตัวเอง แต่ก็ห้ามทำให้ลูกตัวเองเสียใจด้วย โว๊ะ!🤣


📍พันคีรีกาลวสันต์ เล่ม 1-2

https://s.shopee.co.th/50WmzRTbPy

https://s.shopee.co.th/60PKBF7QJv






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น