แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ With Love แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ With Love แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2567

เกมรักซ่อนกลลวง 2 เล่มจบ

 


เกมรักซ่อนกลลวง 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : มู่ฝูเซิง

ผู้แปล : ซิงฉาย

สำนักพิมพ์ With Love

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก เสิ่นเสี่ยอี้ ทนายความสาวคนสวย ส่วนพระเอก ลี่เจ๋อเหลียง ประธานหนุ่มสุดหล่อของลี่ซื่อกรุ๊ป ชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจของเมือง A ประธานหนุ่มในฝันที่สาวๆ มากมายต่างหมายปองอยากแต่งงานด้วย

สำนักงานทนายความของนางเอกจับมือทำงานร่วมกับบริษัทพระเอก นางเอกเลยถูกส่งตัวไปทำงานที่นั่น นางเอกต้องการช่วยเหลือบริษัทของเพื่อนในวัยเด็กที่กำลังจะล้ม จึงทำให้นางต้องตอบรับคำขอของพระเอกหนึ่งอย่างเพื่อแลกกับการให้พระเอกยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือบริษัทเพื่อน และเพราะคำขอที่ว่านั่นจึงทำให้นางเอกต้องเก็บกระเป๋าย้ายไปอยู่บ้านพระเอก และทำให้เธอได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องขาของพระเอกอีกด้วย ...

พระเอกเรื่องนี้อารมณ์แบบขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย(อ่านแล้วก็แอบนึกถึงพระเอกเรื่อง Crush ของคุณนักเขียนนิดๆ) แต่จะเป็นเฉพาะเวลาอยู่กับนางเอกนะ กับคนนอกคือสุภาพเรียบร้อยไม่แสดงอารมณ์ พระเอกเป็นคนที่หยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีมาก ไม่มีทางแสดงความอ่อนแอหรือเผยจุดอ่อนให้ใครเห็น เจอใครก็มักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า แต่เป็นยิ้มแบบหน้าที่เหมือนกดปุ่มอัตโนมัติไม่ได้ออกมาจากใจจริงๆ จุดอ่อนเดียวของพี่แกก็คงเป็นเรื่องขา(ล่ะมั้ง) แต่พี่แกก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอหรือความเจ็บปวดให้ใครเห็น ภายนอกต้องดูดีอยู่เสมอ เจ็บแค่ไหนก็ฝืนทนไม่แสดงออกมา คนภายนอกเห็นก็คิดแค่ว่าพระเอกเคยบาดเจ็บที่ขาเลยทำให้เดินแปลกๆ เฉยๆ จะมีแค่คนสนิทไม่กี่คนกับหมอที่รักษาเท่านั้นที่รู้ว่าขาของพระเอกเป็นยังไง

ตอนแรกนึกว่าจะเป็นแนวรักในวัยทำงานของหนุ่มสาว แนวอาชีพการงาน+การไต่เต้าฟันฝ่าอุปสรรคในเส้นทางการงานของพระนางเหมือนเรื่องก่อนๆ ซะอีก แต่อ่านไปเรื่อยๆ เหมือนจะไม่ใช่แฮะ เพราะมันมีซัมธิงและเหมือนจะมีปมบางอย่างซุกซ่อนอยู่(คุณนักเขียนจะทิ้งปมให้เราสงสัยเป็นระยะ) ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นางเอกมีอาการความจำเสื่อมหลงลืมเรื่องราวบางช่วงในอดีตไป และก็น่าจะเกี่ยวข้องกับขาขวาของพระเอกที่ไม่สามารถเดินเหินได้เหมือนคนปกติด้วย 

จริงๆ ก็เดาได้นะว่าในอดีตน่าจะเคยมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่นึกว่าจะหนักขนาดนี้ คือพระนางเขารู้จักกันมาก่อน นางเอกแอบชอบพระเอกมาตั้งแต่เด็กและเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเขาเหมือนหางน้อยๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พระเอกไปเข้าเรียนที่ไหนเธอก็ตามไปที่นั่นด้วย ตามติดเหมือนตังเมจนคนคิดว่านางเอกเป็นน้องสาวพระเอก ...ความจริงนางเอกเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลเสิ่น บ้านพระนางก็สนิทสนมกันเพราะทำธุรกิจร่วมกันมานานแล้ว นางเอกมีพี่สาวคนละพ่ออยู่หนึ่งคนซึ่งเป็นลูกเมียหลวง พี่สาวไม่ชอบนางเอก เวลาเจอหน้านางเอกทีไรก็ชอบพูดจาดูถูกเหยียดหยามนางกับแม่สารพัด แต่นางเอกก็สู้นะ ไม่ได้นั่งเฉยๆ ให้เขาด่า ว่ามาก็ว่ากลับ

 ...สองศรีพี่น้องไม่ถูกกัน ต่างก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนมาแย่งสิ่งของหรือคนที่ตนรักไป นางเอกมักถูกพี่สาวย้ำและด่าว่าเป็นลูกชู้ ซึ่งถึงนางจะเถียงเขากลับฉอดๆ แต่ไม่ว่ายังไงในใจมันก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี ก็ถ้าเลือกได้ใครมันจะอยากเกิดมาเป็นลูกนอกสมรสกันล่ะ แถมแม่นางก็หัวอ่อนไม่สู้คน ปกป้องอะไรลูกสาวไม่ค่อยได้ นางเอกเลยไม่รู้สึกว่าบ้านที่เธออาศัยอยู่มันคือบ้าน ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นหรืออยากจะกลับไป เพราะแม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดก็ยังถูกพี่สาวแย่งชิงไปด้วยสถานะคู่หมั้น ในเมื่อบ้าน+ครอบครัวไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้อุ่นใจหรือมีความสุข จึงไม่แปลกที่นางเอกจะพยายามหาสถานที่พักพิงอื่น สถานที่จะเป็นเซฟโซนเป็นบ้านที่ปลอดภัย และเป็นที่พึ่งพิงของเธอเพียงคนเดียวตลอดไป ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแย่งหรือแบ่งไปจากเธอได้...

แต่ในมุมของพี่สาว นางเอกกับแม่ก็คือคนที่เข้ามาทำลายครอบครัวของเธอ คือคนที่เข้ามาแบ่งความรักจากพ่อที่ควรจะเป็นเพียงของเธอกับแม่ไปเหมือนกันนะ แม้แต่คู่หมั้น(ที่คนอื่นคิดว่าเธอไม่ได้ชอบ) ก็ยังใส่ใจให้ความสำคัญกับน้องสาวที่เธอเกลียดมากมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนเธอเสมอ ...เฮ้ออ จนท้ายที่สุดเธอก็เลือกเดินทางผิดและทำให้กิจการของที่บ้านพัง ...แต่พอพ่อนางเอกรู้ก็ไม่โทษพี่สาวเลย กลับขอแบกรับความผิดนี้ไว้กับตัวเองคนเดียว

ตอนแรกพระเอกจะหาทางช่วย แต่พ่อก็ปฏิเสธเพราะกลัวบริษัทพระเอกจะมาซวยไปด้วย แล้วคนที่รู้ความจริงรู้ว่าพ่อตัดสินใจอะไรยังไงในเรื่องนี้ก็มีแค่พระเอก พ่อนางเอก และตัวพี่สาวแค่ 3 คนเท่านั้น เพราะพ่อนางเอกขอร้องให้พระเอกช่วยเก็บเป็นความลับโดยเฉพาะจากนางเอก เพราะไม่อยากให้นางเอกเกลียดตัวพี่สาวไปมากกว่านี้ นางเอกก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝีมือพระเอกเพราะข่าวมันออกมาแบบนั้น แถมพอไปถามพระเอก พี่แกก็ไม่ยอมบอกความจริง ทีนี้เลยไปกันใหญ่เลย...

พอไม่พูดความจริงมันเลยยิ่งแย่ เราว่าพลาดแล้วที่พ่อไม่ให้พระเอกบอกความจริงกับนางเอกเนี่ย ไม่มีอะไรดีเลย เราว่าสู้บอกแล้วให้นางเอกไปตัดสินใจเอาเองดีกว่า จะโกรธจะเกลียดหรืออะไรก็แล้วแต่ลูกเถอะ ปล่อยให้ลูกตัดสินใจเองเถอะ ดีกว่าปล่อยให้ลูกเข้าใจผิดๆ ถึงไม่บอกคนอื่นแต่อย่างน้อยบอกนางเอกก็ยังดี เพราะนางก็โตแล้วไม่ใช่เด็กเล็กๆ เน้อ ไม่รู้ว่าพ่อจะเสียใจที่หลังไหมนะ เพราะไอ้การไม่บอกความจริงเนี่ยมันไม่เพียงแต่เป็นการทำร้ายลูกสาวตัวเอง แต่มันยังทำร้ายพระเอกทางอ้อมด้วย ... ไม่ใช่แค่ทางร่างกายและจิตใจ ยังรวมไปถึงบริษัทพี่ด้วย เล่นเอาซะบริษัทพระเอกเกือบล้มละลาย ถ้ากู้กลับมาไม่ได้นี่ไม่ใช่แค่ตัวพระเอกเท่านั้นนะที่จะแย่ แต่ยังมีพนักงานในบริษัทอีกกี่ร้อยชีวิตจ๊ะที่จะต้องตกงาน ...

อ่านถึงตรงนี้แล้วบอกเลยว่านักเขียนแกงมาก หลอกเราซะอยู่หมัด (หรือเป็นเพราะนางเอกแสดงละครเก่งหว่า55) ตอนอ่านก็คิดว่าถ้าพระเอกไม่ได้ทำหรือเข้าใจผิดนี่เราจะโกรธนางเอกมากเลยนะ😟 ...พอเฉลยแล้วก็แบบจ้าาา วางแผนเก่งขนาดนี้ ก่อนหน้านี้มีเวลาตั้งหลายปีทำไมไม่ลองสืบหาความจริงดูก่อนสักหน่อยละน้องสาว มันต้องมีสักคนที่รู้เรื่องที่พี่สาวนางเอกทำบ้างแหละน่า(ถึงจะไม่รู้ลึกไปถึงเรื่องที่พ่อนางเอก+พระเอก+ตัวพี่สาวพูดคุยตกลงกันวันนั้น) แต่แค่รู้เรื่องที่พี่สาวทำเราว่านางเอกก็น่าจะพอเดาๆ อะไรออกได้บ้างแล้วมั้ง นี่ก็ไปรู้เรื่องจากปากเพื่อนพ่อไม่ใช่เรอะ?(ว่าพี่สาวทำอะไรในปีนั้น) แต่พอรู้แล้วนางก็แบบช่างเถอะ ฉันปล่อยวางได้แล้ว ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว ...จ้าาา ดีจุง (โอ๊ยหนออ ทำไมไม่รู้สึกให้มันเร็วกว่านี้) 

สรุปก็จบแฮปปี้แหละ นึกว่าจะมึนตึงกันอีกนาน แต่ทำไงได้ก็คนมันรัก ความรักย่อมชนะทุกสิ่งอยู่แว้วว บวกกับได้รู้สาเหตุที่ทำให้ขาพระเอกเป็นแบบนี้ด้วย ความคงความแค้นอะไรไม่มีแว้ววว ปล่อยวางได้หมดจ้ะ ...แต่ยังคงอยากถามเหลือเกินว่าทำไปทามมายยย ไม่ลองคุยกันดีๆ แบบมีสติกันก่อนล่ะน้องสาว หรือสืบหาความจริงให้มันกระจ่างก๊อนน ...จบจ้า






วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ดีไซน์รักคุณนักออกแบบ 4 เล่มจบ

 


ดีไซน์รักคุณนักออกแบบ 4 เล่มจบ

ผู้แต่ง : หงจิ่ว

ผู้แปล : นางฟ้าปีกเขียว

สำนักพิมพ์ With Love


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

กู่เมี่ยวอวี่ นางเอกเรื่องนี้เป็นเพื่อนซี้กับนางเอกเรื่องน้ำกับไฟผลสุดท้ายคือรัก คนหนึ่งเป็นทนายความ ส่วนอีกคนเป็นอินทีเรียสาวสวยผู้จริงใจและซื่อตรงต่อวิชาชีพ ก่อนหน้านี้นางเอกเปลี่ยนงานบ่อย พอได้มาทำงานที่ใหม่ก็เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยได้ สาเหตุก็เพราะนางไม่กินเงินใต้โต๊ะ ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพและจรรยาบรรณของตัวเอง จริงใจกับลูกค้า ไม่เคยลดวัสดุที่ใช้ทำงาน ใช้ของดีตามที่บอกและไม่เก็บเงินเพิ่มที่หลัง ในขณะที่คนอื่นตรงกันข้าม นางเอกเลยเป็นเหมือนแกะดำในหมู่เพื่อนที่ทำงาน (เพราะคนอื่นมักจะบอกราคาถูกๆ ตามใจลูกค้าไว้ก่อนแล้วค่อยมาเก็บเพิ่มที่หลัง หรือลดสเปคพวกวัสดุที่ใช้ทำลง จนทำให้งานออกมาไม่ดีหรือมีปัญหาตามมาทีหลัง) เพราะจริงใจเกินไปไม่หมกเม็ดเลยทำให้นางเอกมีผลงานน้อยกว่าใคร และกำลังจะถูกให้ออกภายในสิ้นปี

พระเอก เซ่าหย่วน หนุ่มหล่อรุ่นน้องที่อ่อนกว่านางเอก 3 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของบริษัทจยาเล่อหย่วน พระเอกเป็นนักศึกษาปี 4 สาขาการเงิน แต่แอบปิดบังปลอมแปลงเรซูเม่แล้วมาสมัครฝึกงานที่บริษัทรับตกแต่งที่นางเอกกำลังทำงานอยู่ พระเอกได้ฝึกงานในตำแหน่งเซลส์และถูกส่งไปทำงานคู่กับนางเอกที่กำลังขาดคน ...พระเอกเป็นคนเย็นชา หยิ่ง เป็นลูกคนรวย หล่อ ฉลาดครบสูตร โตมาในกรอบตามเส้นทางที่พ่อแม่วางเอาไว้ เหมือนจะมีอิสระแต่จริงๆ ไม่ ก่อนหน้าที่จะเจอนางเอกพระเอกมักจะใช้สมอง+หลักการต่างๆ ที่พ่อแม่สอนมาแก้ปัญหาและดำเนินชีวิต มองโลกแบบนักธุรกิจ ซึ่งต่างจากนางเอกที่ชอบใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมด้วย ...อย่างเรื่องการทำงานอะ เดิมพระเอกมองว่าการพูดไม่หมดไม่บอกทั้งหมด หรือมาบอกเพิ่มที่หลังนั่นคือการพลิกแพลง สิ่งที่เพื่อนร่วมงานในบริษัทนางเอกทำมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับนางเอกคือไม่ใช่ไง นางมองว่านั่นคือการหลอกลวง นางยอมได้งานน้อยแต่จะไม่ยอมผิดต่อมโนธรรมในใจตัวเอง 

ต่อมานางเอกก็โดนเพื่อนที่ทำงานแย่งลูกค้าไป(อีกแล้ว) ซึ่งลูกค้าคนนี้อะเป็นลูกค้าคนแรกที่พระเอกหามาได้ แล้วที่คุณป้าลูกค้ายอมมาเสียเงินตกแต่งห้องก็เพราะชอบเสียงของพระเอก(เสียงเหมือนลูกชายป้า) พอพระเอกรู้ว่าลูกค้าคนนี้ถูกแย่งเลยขอย้ายทีม นางเอกเลยต้องออกไปทำงานหาลูกค้าคนเดียว แต่คราวนี้นางเอกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้า เริ่มจับลูกค้าระดับที่สูงขึ้น แต่เพื่อนร่วมงานคนเดิมก็ยังพยายามตามมาแย่งลูกค้านางต่อ พยายามลดแลกแจกแถมจะดึงลูกค้านางเอกให้มาออกแบบกับตัวเองให้ได้ ...น่าโมโหจริงๆ ลูกค้าบางคนที่ไม่เลือกให้นางเอกออกแบบแต่ไปเลือกของคนอื่น แต่เวลาเกิดปัญหาก็ดันมาโทษนางเอกอีกที่ไม่ยอมเตือน(อิหยังฟะ)... แต่นางเอกเรื่องนี้คือมีแต่เรื่องจริงๆ ไม่เหมือนเรื่องของเพื่อนซี้ อันนั้นถึงจะมีอุปสรรคงานหนัก+เครียด แต่ก็ยังได้เจอเพื่อนร่วมงานเจอหัวหน้างานที่ดี แถมเรื่องความรักก็ไม่มีปัญหาเรื่องฐานะชนชั้น ไม่มีปัญหาเรื่องพ่อแม่สามีมาให้วุ่นวายใจด้วย

แต่อันนี้คือเพื่อนร่วมงาน(เก่า) ก็แย่ หัวหน้าที่ทำงาน(เก่า) ก็ไม่ปกป้อง เพื่อนมหา'ลัยบางคนก็ขี้อิจฉา ขนาดจบแยกย้ายกันไปทำงานแล้วก็ยังไม่เลิกพูดจาให้ร้ายนางเอกเลย แถมพ่อแม่พระเอกก็ยังไม่ชอบ รังเกียจดูถูกนางเอกกับพ่อแม่เพราะเรื่องฐานะชนชั้นที่แตกต่างอีก ...เหอๆ

คือตอนเรียนมหา'ลัยนางเอกมีอินทีเรียคนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจเป็นรักแรก มีครั้งหนึ่งอินทีเรียคนนั้นถูกเชิญมาพูดที่มหา'ลัยนางเอกและเกิดไม่สบาย อาจารย์ที่ปรึกษา(ที่เป็นเพื่อนกับอินทีเรีย) เลยให้นางเอกซื้อโจ๊กไปให้อีกฝ่าย นางเอกก็ตั้งใจเลือกวัตถุดิบดีๆ และต้มโจ๊กเองกับมือไปให้เขา แต่พอทำเสร็จกลับถูกเพื่อนที่ชอบอินทีเรียคนนี้เหมือนกันแอบมาขโมยโจ๊กไปแล้วสวมรอยเอาหน้าว่าเป็นคนทำเอง สุดท้ายพอเรียนจบเพื่อนเลยได้ไปทำงานและติดตามอยู่ข้างกายอินทีเรียคนนั้น ต่อมานางเอกได้รับงานตกแต่งบ้านให้กับคุณลุงคนหนึ่ง(พ่อของอินทีเรีย) ก็เลยได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเทพบุตรในดวงใจอีกครั้ง นางเอกได้เป็นกาวใจช่วยทำให้พ่อลูกเขากลับมาเข้าใจกัน และได้ช่วยให้อีกฝ่ายรอดพ้นจากการถูกตราหน้าว่าลอกผลงานของคนอื่น อินทีเรียคนนี้เลยเริ่มรู้สึกดีๆ กับนางเอก ...แต่พี่แกดันชอบทำตัวเหมือนแอร์ส่วนกลาง พ่อสุภาพบุรุษดีกับทุกคน ความสัมพันธ์กับเพื่อนนางเอกคนนั้นก็ดูคลุมเครือเหมือนมีซัมธิง ประกอบกับตอนนี้นางเอกผ่านอะไรมาเยอะแล้ว จึงไม่ได้หวั่นไหวใจเต้นหรือชอบอีกฝ่ายแบบชายหญิงอีก เพราะนางเห็นแก่ตัว นางอยากได้ฮีตเตอร์ส่วนตัวไม่ใช่แอร์ส่วนกลาง55

เป็นแนวรักในวัยทำงาน สังคมของการทำงาน การไต่เต้าฟันฝ่าอุปสรรคในหน้าที่การงาน ค่อยๆ เรียนรู้เติบโตโดยไม่ละทิ้งมโนธรรมในใจและซื่อตรงต่อวิชาชีพที่ตัวเองรัก ท่ามกลางปัญหาอุปสรรคมากมาย ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เจ้านาย แล้วไหนจะเรื่องความรัก ...เนื้อเรื่องไม่ได้ราบเรียบเป็นเส้นตรงแต่มันจะมีปมปัญหาเข้ามาให้นางเอกตามแก้และเราคนอ่านได้ลุ้นอยู่เรื่อยๆ 

อย่างช่วงแรกที่เจอหนักๆ ก็เรื่องที่โดนลูกค้าต่อว่าทั้งๆ ที่นางเอกไม่เกี่ยว ลูกค้าไม่ได้จ้างนางแต่ไปจ้างอีกคน แต่พอมีปัญหาอิเพื่อนที่ทำงานดันลากนางเอกไปเป็นแพะรับบาปให้โดนด่าด้วย(อย่างแสบ) เจอลูกค้าถ่ายคลิปลงเน็ต เจอคนในเน็ตตามด่าตามป่วนไปถึงที่พัก จนถูกเจ้าของห้องขอให้ออกและถูกที่ทำงานเชิญออก ประวัติเสียไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ สุดท้ายพระเอกเลยแอบใช้เส้นทำให้นางเอกได้งานในบริษัทพ่อแม่ตัวเอง แต่เพราะใช้เส้นพอเข้าไปจึงไม่เป็นที่ต้อนรับ เพื่อนร่วมงานเมิน หัวหน้าก็เย็นชา แต่นางเอกก็ไม่ท้อ ตั้งใจทำหน้าที่ฝึกฝนตัวเอง ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ กระทั่งได้รับรางวัล คือไม่ว่าจะเจอปัญหาเจอสิ่งยั่วยวนแบบไหน นางเอกก็ยังคงยืนหยัดยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ ยังไงก็ไม่ยอมรับเงินใต้โต๊ะ และไม่ยอมทำผิดต่อมโนธรรมในใจตัวเอง จนหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานค่อยๆ ยอมรับและเปิดใจให้นางเป็นส่วนหนึ่งของทีม

มาพูดถึงพระเอกบ้าง หลังจากพระเอกได้ทำงานร่วมกับนางเอกก็ค่อยๆ เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อนางเอกรวมถึงมุมมองความคิดของตัวเอง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตน้องใช้ชีวิตตามแนวทางที่พ่อแม่วางไว้ให้อยู่ในกรอบมาตลอด แต่พอเจอนางเอกก็ค่อยๆ แหกกรอบออกมาเริ่มคิดต่างจากเดิม พระเอกคอยช่วยนางเอกอยู่เสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง ถ้าลับหลังจะเป็นเรื่องใหญ่แบบปิดทองหลังพระ เช่น ฝากเข้างานในบริษัทตัวเอง หาข้อมูลช่วยให้นางเอกพ้นผิดในตอนที่ถูกด่าลงเน็ต ตอนนางเอกไม่มีผลงานจะโดนไล่ออก น้องก็แอบไปซื้อห้องชุดแล้วให้คนอื่นแสร้งทำเป็นเจ้าของ แล้วขอให้เขาไปติดต่อจ้างนางเอกมาตกแต่งเพื่อให้นางเอกได้มีผลงานและไม่ถูกไล่ออก แต่ตอนแรกพระเอกนึกว่านางเอกชอบคนอื่นอยู่บวกกับเรื่องพ่อแม่ตัวเอง ก็เลยไม่กล้าสารภาพรักเขา ได้แต่แอบชอบและปวดใจอยู่เงียบๆ ตอนแม่บอกให้ลาออกจากบริษัทที่ไปฝึกงาน พระเอกก็ยึกยักหาข้ออ้างถ่วงเวลาเพราะอยากอยู่กับนางเอกต่อ พอนางเอกออกพระเอกถึงได้ออก แล้วตามมาฝึกงานใหม่กับพระเอกในเรื่องน้ำกับไฟ(เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ นางเอกต่อ) ตอนแรกแม่พระเอกก็ไม่ได้สงสัยไม่รู้ว่าลูกแอบปิดบัง ที่ทำไปเพราะชอบนางเอก... 

คือจริงๆ พระเอกเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่มาก ไม่เคยโกหกเลย แม่พระเอกเป็นเอ็มดี ฉลาดเก่ง เป็นหญิงแกร่ง working woman เก็บอารมณ์เก่ง พระเอกก็คิดว่าจะปิดแม่ได้สำเร็จ แต่ต่อมาแม่ก็สังเกตเห็นอยู่ดี(ก็แม่อะเนาะ จะไม่รู้นิสัยลูกได้ไง)  พอรู้ว่าลูกทำอะไรลงไปบ้างทำเพื่อใคร อีกฝ่ายมีฐานะยังไง ครอบครัวเป็นแบบไหน คือแม่ไปแอบสืบประวัติมาหมด พอยิ่งรู้ก็ยิ่งไม่ชอบนางเอก คิดว่านางเอกมีฝีมือในการจับผู้ชายและกำลังใช้ลูกตัวเองเป็นสะพานเพื่อประสบความสำเร็จ มีอคติไปเรียบร้อย... แต่อีกมุมก็เข้าใจแม่นะ ก็ลูกชายเพียงคนเดียวแม่ก็ต้องห่วงอยากปกป้องเป็นธรรมดา แต่พอทั้งสองคนแยกกันแม่ก็ไม่ได้ตามไปยุ่งอะไรกับนางเอกอีกนะ ฝั่งลูกหลังไปเมืองนอกแม่ก็ปล่อยให้เติบโตไม่ก้าวก่าย พอทั้งคู่ประสบความสำเร็จแม่ก็ยินดีด้วยจากใจ ไม่ถือทิฐิหรือมีอคติอีก พอตระหนักได้ว่าสิ่งที่เคยทำกับนางเอกและครอบครัวมันไม่ดี ตัวเองเป็นฝ่ายเข้าใจผิด แม่ก็พร้อมแก้ไขและขอโทษ

...แต่แม่พระเอกเอาจริงๆ ที่อ่านเจอตอนแรกคือแอบกลัวเลยนะ คือแม่ไม่ด่าไม่แสดงอารมณ์ออกมาตรงๆ แต่จะใช้วิธีเชือดนิ่มๆ หรือยืมมือคนอื่นมาจัดการแทน มีวิธีการทำให้เราอับอายขายขี้หน้าแบบนิ่มๆ อ้อมๆ แต่โคตรเจ็บ (หรือนี่คือวิธีจัดการแบบผู้ดี55) ...แต่เจ็บที่สุดก็คือตอนที่แม่วางแผนทำให้นางเอกมาเห็นตอนแม่เรียกพระเอกมาคุย แล้วพระเอกคือรู้นิสัยแม่ตัวเองไง กลัวว่าถ้าบอกความจริงว่าชอบนางเอกแล้วเดี๋ยวจะทำให้นางเอกเดือดร้อน เพราะแม่ต้องไปจัดการนางเอกแน่ๆ ตอนแม่ถามพระเอกเลยปฏิเสธบอกว่าไม่ได้ชอบ ...แล้วนางเอกก็ถูกเรียกมาเหมือนกัน แต่อยู่อีกห้องเลยได้ยินพอดี นางเอก Sadd มาก เสียใจที่พระเอกไม่กล้ายืดอกยอมรับว่าชอบตัวเอง เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้าย พอพระเอกมาขอคบก่อนไปเรียนต่อเมืองนอกนางเอกเลยปฏิเสธ ...

ไปเรียนต่อครั้งนี้พระเอกเลยไม่ยอมใช้เงินของที่บ้านสักบาท แต่จะหาเงินและสร้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกำลังของตัวเองโดยไม่พึ่งพาครอบครัว เขาจะต้องประสบความสำเร็จด้วยตัวเองและเป็นผู้ชายที่สามารถปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองรักให้ได้! ...ช่วงที่พระเอกไม่อยู่นางเอกก็ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเหมือนกัน ผลจากการเป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนดี สุดท้ายมันก็ส่งผลให้นางเอกได้เจอแต่หุ้นส่วนที่ดีๆ มีแต่คนอยากร่วมงานด้วย นางเอกไม่เคยหยุดคิดหรือพัฒนาสายงานตัวเองเลย ภายนอกอาจดูใสซื่อแต่ความจริงนางเป็นอินทีเรียที่เก่งและมีความสามารถมากกกนะ (เจ้านายเก่ายังยอมรับว่านางเอกเก่งที่สุด และเป็นคนเดียวในบริษัทที่ไม่มีเรื่องให้ละอายใจ) นางเอกมองการณ์ไกล วิสัยทัศน์ดี ทำอะไรรวดเร็วจึงมักนำคนอื่นไปก่อนก้าวหนึ่งเสมอ ไม่แปลกที่พอเปิดบริษัทแล้วจะรุ่งเอาๆ จนสุดท้ายก็แซงหน้าบริษัทตกแต่งอื่นๆ กลายเป็นที่หนึ่งของประเทศ 

คู่นี้กว่าจะได้จูบกันคือใกล้จบเลย ตอนยังไม่คบพระเอกคือมือไม้นิ่งมาก (อีกนิดจะเป็นพระและ) ขนาดจะกอดยังต้องขออนุญาตก่อน55 หลังคบกันจากมือก็เปลี่ยนเป็นหนวดปลาหมึก มีโอกาสเมื่อไรต้องแอบจับแอบจูบตลอด ตอนแรกนึกว่าคู่นี้จะได้คบกันเร็ว สุดท้ายกว่าจะได้คบจริงๆ เกือบจบนู่น แต่ก็คุ้มค่ากับที่รอคอยแหละนะ...



วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

น้ำกับไฟ ผลสุดท้ายคือรัก เล่ม 1-2


 น้ำกับไฟ ผลสุดท้ายคือรัก เล่ม 1-2 (6 เล่มจบ) 

ผู้แต่ง : หงจิ่ว

ผู้แปล : สยงเมา

สำนักพิมพ์ With Love


ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก ฉู่เชียนเหมี่ยว ผู้ช่วยทนายความสาวสวยน้องใหม่ไฟแรงที่เคยแอบชอบและส่งจดหมายสารภาพรักกับรุ่นพี่มหา'ลัยที่อยู่คนละคณะ แต่สุดท้ายก็อกหักดังเป๊าะกลับมา ส่วนพระเอก เหรินเหยียน หรือรุ่นพี่คนนั้นก็บินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จนกระทั่งนางเอกเรียนจบและเข้าทำงานในบริษัทกฏหมาย ทั้งสองคนก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งเพราะบริษัทมีโปรเจ็กต์ที่ต้องทำร่วมกัน คนหนึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการฝ่ายการลงทุนหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ลี่ทงวัยใกล้ 30 ผู้มากประสบการณ์ ส่วนอีกคนเป็นผู้ช่วยทนายความของสำนักงานทนายความซินเฟิง 

แนวรักในวัยทำงาน สังคมในที่ทำงาน การต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคในโลกของการทำงาน นางเอกเพิ่งอายุ 24 เพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปีเอง ประสบการณ์ยังน้อยอยู่ ยังสดใสร่าเริง มองคนมองโลกในแง่ดี มีน้ำใจเข้ากับคนง่าย ส่วนพระเอกคือหล่อเหลาเย็นชาเงียบขรึม พูดน้อย แต่พูดทีมีเจ็บมีสะอึกทำให้คนแทบอยากกระอักเลือดตาย เป็นทั้งรุ่นพี่เป็นทั้งครูของนางเอกก็ว่าได้ ถึงจะดุ พูดแรงพูดตรง แต่ก็พูดตรงประเด็นตรงจุด ถ้าคนจิตแข็งฟังแล้วคงเอาไปพัฒนาปรับปรุงตัวเองและทำให้เกิดประโยชน์ในการทำงานรวมถึงการใช้ชีวิตได้ ส่วนคนจิตอ่อนอาจมีน้ำตาแตกฟังแล้วดิ่ง แทบอยากโบกมือลาตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว55... ดังนั้นต่อให้พระเอกจะดุจะเย็นชายังไง แต่ลูกน้องก็ยังเคารพรักมาก เพราะพี่แกเก่งจริง มีความสามารถจริง ใจกว้าง พึ่งพาได้ แถมยังมีนิสัยปกป้องคนของตัวเองด้วย

ส่วนนางเอกแม้จะถูกพระเอกดุ+ตำหนิบ้างไรบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยท้อหรือตัดพ้อร้องไห้ใดๆ เน้อ แต่จะเอาสิ่งที่พระเอกพูดหรือตำหนิไปคิดทบทวนว่าตัวเองเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า หรือเราผิดพลาดจริงไหม? ถ้าจริงต้องแก้ต้องปรับยังไง? คือยิ่งโดนกดดันก็ยิ่งสู้ยิ่งฮึดอะ ล้มแล้วก็รีบลุก ไม่โทษนั่นโทษนี่หรือเอาแต่ซึมเซาจับเจ่าอยู่ที่เดิม จึงยิ่งทำให้พัฒนาตัวเองได้เร็ว พระเอกรวมถึงคนที่ทำงานด้วยเลยชอบนางเอกกันเยอะ เพราะนางพัฒนา+ปรับตัวเก่ง เป็นคนตลก ร่าเริงมีน้ำใจ อยู่ด้วยแล้วไม่เครียดดี 

และถึงนางเอกจะเคยชอบพระเอกมาก่อน(ตอนนี้ก็ยังชอบ) แต่นางก็ไม่เคยเอาเรื่องรักมาปนกับเรื่องงานนะ ก็มีบ้างที่บางทีอาจเผลอมองพระเอกนานไปหน่อย เพราะพี่แกหล่อเหลือเกิน55 ส่วนพระเอกก็เริ่มๆ ชอบนางเอกแล้วเหมือนกัน แต่เหมือนพระเอกจะมีปมบางอย่าง(ปมอะไรไม่รู้ยังไม่เฉลย) เลยต้องพยายามหักห้ามใจตัวเองและเว้นระยะห่างออกมา เพราะพี่แกไม่อยากแต่งงานไม่อยากมีลูก ส่วนนางเอกคือไทป์ที่อยากแต่งอยากมีลูก พระเอกเลยไม่อยากยุ่งไม่อยากถลำใจไปมากกว่านี้(รู้ว่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจ) เลยต้องพยายามรักษาระยะห่างและหลบหน้าเขา แต่พอเพื่อนสนิทตัวเองจะจีบนางเอก อิพี่ก็กลับหึง+หวงก้างซะงั้น ไม่ยอมให้เพื่อนจีบ ไม่ยอมให้เพื่อนไปกินข้าวกับนางเอกสองต่อสอง พอได้ยินนางเอกคุยกับแฟนเก่าหรือเวลาเห็นนางเอกอยู่กับแฟนเก่าก็จะหงุดหงิดคิ้วขมวดขึ้นมาทันที ...ปฏิบัติกับนางเอกแตกต่างจากคนอื่น แม้แต่ลูกน้องและเพื่อนสนิทรวมถึงแฟนเก่าพระเอกยังรู้สึกได้ ...

ทำให้นางเอกเริ่มมีความหวัง เพราะตอนแรกนางเอกเคยตัดใจไปแล้วตั้งแต่ที่ถูกปฏิเสธครั้งแรก แต่พอได้มาทำงานด้วยกันนานวันเข้า แถมพระเอกก็ยังทำเหมือนจะมีใจให้ นางเอกเลยหวั่นไหวและชอบพระเอกอีกครั้ง ยิ่งได้รู้ว่าแฟนเก่าพระเอกกลับมาจากเมืองนอกแล้ว นางเอกเลยแบบไม่ได้และ ฉันต้องสารภาพรัก! เพราะนางเป็นคนแบบถ้าชอบใครก็จะรุกและสารภาพตรงๆ เลย ถ้าใจตรงกันก็คบ ถ้าไม่ได้ชอบก็จะได้ตัดใจจบๆ แยกย้าย ...ทว่าสุดท้ายนางก็ถูกเขาปฏิเสธกลับมาอีกครั้ง whyyyyy??? ... นางเอกเสียใจมากกก ตั้งแต่เกิดมาเคยสารภาพรักแค่ 2 ครั้ง แถมยังเป็นคนเดิมทั้ง 2 ครั้ง แล้วก็โดนปฏิเสธกลับมาอีกทั้ง 2 ครั้ง จะไม่ให้ Saddd ได้ไงไหว แต่นางก็โอเค ไม่ชอบก็ไม่ตื๊อ ถือว่าทำเต็มที่แล้ว แยกย้ายกันแบบสันติสุข ขออวยพรให้เขามีอนาคตที่ดี หลังจากนั้นนางเอกเลยย้ายออกจากห้องเช่าของพระเอกไปอยู่ที่อื่น แบบตัดจริงๆ พอเจอหน้าก็ทำตัวปกติรักษาระยะห่างอย่างพอเหมาะ ส่วนพระเอกก็เสียใจนะแต่พูดอะไรไม่ได้ (ก็เลือกเอง)...

จริงๆ ของนักเขียนท่านนี้เราชอบมาตั้งแต่เรื่องขอโทษทีฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว เป็นแนวความรักในวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน ขมปนหวาน มีดราม่าหน่วงๆ ไม่ได้สมหวังหรือราบรื่นง่ายๆ มีอะไรมาให้เราลุ้นตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ ทั้งเรื่องรักเรื่องงาน พูดถึงเรื่องงานแต่ละอาชีพก็พล็อตแน่นจัดเต็มมาก อ่านแล้วได้ความรู้ดี เพราะพระนางต้องมาทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน มันก็จะมีเรื่องสัญญา และขั้นตอนต่างๆ ในการที่จะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย เพราะบางทีต่อให้เราระมัดระวังรอบคอบมากแล้วแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็ใช่ว่าปัญหามันจะไม่เกิดนะ 

อย่างเช่นในเรื่องนี้ กำลังจะสำเร็จอยู่แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายดันมาเจอคนสกัดดาวรุ่งทำให้ต้องหยุดชะงักกลางคันในโค้งสุดท้ายซะได้ แต่มันก็ทำให้เราได้เห็นถึงวิธีแก้ปัญหานะ เพิ่งรู้ว่าในช่วงที่บริษัทกำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นี่ไม่ควรจะมีปัญหาหรือเกิดเรื่องฟ้องร้องกัน ดังนั้นพอเกิดปัญหาพระเอกเลยพยายามเลือกวิธีเจรจาที่จะทำให้เรื่องจบไวและเสียหายน้อยสุด (แต่ก็ต้องเป็นแบบถูกต้องและสง่างามด้วยนะ) และต่อให้เราจะเป็นฝ่ายถูก แต่ยังไงก็ไม่ควรโต้กลับด้วยการฟ้องกลับอยู่ดี ...

อ่านแล้วได้ข้อคิดในการทำงานรวมถึงการใช้ชีวิตดี ความจริงพระเอกก็พูดถูกเกือบทุกอย่างแหละ เพียงแต่อาจจะตรงไปหน่อย แต่ถ้าถามว่าจริงไหม? มันก็จริงแหละ ดีที่นางเอกไม่เคยเปลี่ยน แม้จะถูกคนพลิกลิ้นแว้งกัด เจอเรื่องที่ขัดต่อมโนธรรมของตัวเอง ไม่ว่าต้องเจอกับอุปสรรคแบบใดแต่เธอก็ยังเป็นเธอ ยังคงเป็นคนที่มีน้ำใจและมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่ถูกความโหดร้ายของสังคมและโลกนี้ทำให้แปรเปลี่ยนเป็นคนจิตใจด้านชา แต่มันเพียงทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นและมองโลกได้ชัดเจนมากขึ้น รู้ว่าต้องรับมือกับเรื่องกับคนแบบนี้ยังไง ค่อยๆ เรียนรู้เติบโตไป แต่ยังไม่ทิ้งตัวตนดั้งเดิมของตัวเอง...

ป.ล. ลืมบอกเรื่องนี้ไม่มีแบบรูปเล่มนะคะ มีแต่แบบรายตอนกับ E-book จ้า

วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ

 


Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ
ผู้แต่ง : เอ่อร์ตงทู่จื่อ (耳东兔子)
ผู้แปล : อันน่า
สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ถ้าใครเคยอ่าน 'ให้รักนี้มีแต่ความหวาน' แล้วชอบ ขอแนะนำให้อ่านเรื่องนี้ต่อเลยจ้า ^0^ เป็นแนวรักใสๆ ในวัยเรียน วัยมัธยม การแอบชอบแอบรักเพื่อนข้างโต๊ะ ที่ทั้งอยากให้เขารู้และไม่อยากให้เขารู้ เนื้อเรื่องน่ารัก สนุก ไม่น่าเบื่อเลย บางช่วงแอบหน่วง บางช่วงก็ซึ้ง อยากเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ได้สมหวัง แถมยังมีฉากกุ๊กกิ๊กน่ารักฟินๆ ของพระนางเต็มไปหมด และแน่นอนว่าไม่ได้มีแต่เรื่องรัก แต่ยังมีเรื่องการเรียน การสอบเข้ามหา'ลัย การต่อสู้และรับมือกับปัญหาต่างๆ ในช่วงชีวิตวัยรุ่น รวมถึงปมปัญหาในครอบครัวด้วย ที่ทำให้เราต้องซึ้งและอาจเศร้าจนเสียน้ำตาตามไปด้วยT^T

นางเอก ติงเซี่ยน สาวน้อยที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนชั้นม.ปลายในปักกิ่ง และกลายมาเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงรวมถึงเพื่อนร่วมโต๊ะของพระเอก โจวซือเยวี่ย เด็กหนุ่มรูปหล่อสูงใหญ่ ฉลาด หัวดี มากความสามารถ เทพแห่งวิชาคณิตศาสตร์ นิสัยร่าเริง กวนๆ (กับนางเอก) เป็นกันเองเข้ากับคนง่าย มีแต่คนอยากเข้าหาอยากเป็นเพื่อนด้วย พระ-นางเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน พระเอกชอบที่ได้นั่งกับนางเอก เพราะนางเอกเชื่อฟัง พูดง่าย ไม่ถามอะไรจุกจิก นั่งด้วยแล้วสบายใจไม่เครียดดี ส่วนนางเอกนั้นเพราะชอบบบบบพระเอกล้วนๆ ชอบจนไม่อยากย้ายที่ และไม่อยากให้ใครมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของพระเอกนอกจากตัวเอง55

แต่ด้วยความที่นางเอกเติบโตมาแบบเข้มงวด ชีวิตถูกควบคุมโดยแม่มาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ขนาดจะตัดผมหน้าม้ายังต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะกลัวแม่จะว่า  นางเอกจึงเป็นคนขี้อาย ขี้กลัว ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ และไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะให้พระเอกรู้ว่าตัวเองชอบ เพราะกลัวจะไปสร้างภาระหรือทำให้พระเอกลำบากใจ กลัวพระเอกไม่ได้คิดอะไรกับเธอ กลัวว่าเดี๋ยวจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีก พยายามปกปิด คิดจะเลิกชอบ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำได้ มีแต่จะยิ่งชอบมากยิ่งขึ้น ส่วนพระเอกก็ค่อยๆ มารู้ใจตัวเองทีหลัง แต่ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำอะไรข้ามเส้น เพราะรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเรียนและการสอบเข้ามหา'ลัย แม้จะเดาความในใจของนางเอกออกตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่เคยเปิดโปง...

แต่ถึงทั้งคู่จะยังไม่ได้คบกัน ยังคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่การกระทำหลายๆ อย่างมันก็ทำให้เราแอบยิ้มตามได้(แอบกรี๊ดเบาๆ)  เป็นเรื่องที่แบบไม่ต้องมีคำบอกรักหวานๆ แต่ก็รู้แล้วว่าต่างคนต่างชอบกัน ถึงพระเอกจะเป็นคนเฟรนด์ลี่ ไม่ถือตัวไม่หยิ่ง  แต่ก็ไม่ได้ใจดีและสนิทกับผู้หญิงคนไหนพร่ำเพรื่อเน้อ และแน่นอน...นางเอกก็คือผู้หญิงคนเดียวที่พระเอกตามใจ ยอมอ่อนข้อให้ เป็นคนเดียวที่พระเอกชอบแกล้งชอบแหย่ พูดง่ายๆ คือปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่น 

เนื้อเรื่องเล่มแรกจะอยู่ที่โรงเรียนกับบ้าน เริ่มตั้งแต่ ม.4 จนจบ ม.6 ...ตอนอยู่โรงเรียนเก่าผลการเรียนนางเอกเป็นที่ 1 มีแต่ครูชม แต่พอมาอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีแต่คนเก่งๆ การเรียนเริ่มยากขึ้น ผลการเรียนของนางเอกจึงเริ่มตกโดยเฉพาะวิชาเลข พระเอกที่เป็นเพื่อนข้างโต๊ะและเพื่อนแถวบ้าน เลยต้องรับบทเป็นติวเตอร์ช่วยสอนวิชาเลขให้นางเอกทั้งๆ ที่ตัวเองก็ต้องฝึกทำโจทย์เพื่อไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก...คือชอบอะไรแบบนี้อะ ตั้งแต่เรื่องให้รักนี้มีแต่ความหวานและ เนี่ยมันต้องแบบนี้สิ จะชอบกันยังไงก็ต้องไม่ทิ้งการเรียน เรื่องเรียนต้องมาก่อน ต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้าไม่ใช่พากันถอยหลัง ในเรื่องให้รักนี้มีแต่ความหวานอันนั้นนางเอกก็เป็นคนฉุดพระเอกขึ้นมา จากเด็กอันดับท้ายๆ หัวโจกของโรงเรียนก็ค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนติดอันดับ 1-10 ของโรงเรียนเลย

แต่พระนางคู่นี้จะออกแนวสี่วันดีสามวันทะเลาะ55 เดี๋ยวดีเดี๋ยวงอน บางทีก็มีเรื่องมาทำให้เข้าใจผิดแล้วก็งอนไม่พูดกันเป็นเดือน แต่สุดท้ายก็กลับมาดีกันใหม่ อย่างเรื่องที่มีเพื่อนผู้หญิงชอบมาหาพระเอกที่โต๊ะบ่อยๆ เพื่อขอให้สอนเลข นางเอกก็เชิงหึงๆ เลยคิดจะสลับที่นั่งให้เขานั่งสอนกันดีๆ แต่พระเอกดันพูดใส่ว่าถ้าย้ายไปก็ไม่ต้องกลับมาอีก...นางเอกก็เลยโกรธ ก็แค่กะสลับชั่วคราวให้สอนเฉยๆ ทำไมต้องพูดแบบนี้ งั้นไม่กลับก็ได้ จนสุดท้ายพระเอกต้องยอมลงให้ บอกให้นางเอกกลับมานั่งที่เดิมได้แล้ว...แล้วก็เรื่องที่มีคนฝากจดหมายรักมาให้พระเอก แต่เพื่อนสนิทนางเอกบอกให้ฉีกทิ้งไม่ต้องส่ง ก็เลยยื้อยุดกันจนจดหมายขาด นางเอกเลยต้องไปนั่งลอกใหม่แล้วแอบเอาไปใส่ใต้โต๊ะพระเอก พอพระเอกเห็นลายมือก็รู้ทันทีว่าใครเขียน รอบนี้เลยเก็บจดหมายไว้ไม่โยนทิ้งแต่ก็ไม่ได้อ่าน (ปกติพระเอกจะทิ้งเลยไม่เปิดอ่าน) พอมาอ่านถึงรู้ว่าเป็นของคนอื่น ก็เลยโกรธนางเอกมาก เพื่อนสนิทก็โกรธ พระเอกก็มาโกรธอีก นางเอกเลยเคว้งคว้างมากช่วงนั้น เลยไม่ได้บอกใครตอนลาไปทำธุระ พอมาโรงเรียนพระเอกกับเพื่อนก็ตกใจว่านางเอกหายไปไหน ทำไมไม่มาโรงเรียน เริ่มรู้สึกผิด ...จากนั้นก็มีตอนที่พระเอกหึงนางเอกแต่ไม่รู้ตัว เลยเย็นชาทำมึนตึงใส่เขา นางเอกก็งงว่าพระเอกเป็นไร ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนเลยทำสงครามเย็นใส่กันเป็นเดือน จนมาถึงงานวันเกิดเพื่อนนางเอก ตอนแรกพระเอกไม่ไป แต่พอเห็นรูปที่นางเอกใส่กระโปรงก็รีบโดดจากค่ายออกมาเลยจ้า 55...

จากนั้นความสัมพันธ์ก็เหมือนจะชัดเจนขึ้น ยิ่งตอนที่พระเอกทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดขอร้องให้นางเอกมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับตัวเอง ถึงไม่ใช่การบอกรักตรงๆ แต่ก็เหมือนกับสารภาพกรายๆ อะ พอเล่ม 2 เป็นช่วงเข้ามหา'ลัย บ้านพระเอกเจอมรสุม ทำให้พระเอกหายไปไม่ได้ติดต่อนางเอกนานถึง 1 ปีเต็ม นิสัยก็เปลี่ยนกลายเป็นเย็นชาเงียบขรึม พูดน้อย ถอยห่างจากผู้คน ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ขนาดนางเอกตามมาหาถึงที่ก็ยังถูกปฏิเสธทันที...

แต่นางเอกก็ไม่ยอมแพ้ เพราะไม่ใช่แต่พระเอกที่เปลี่ยนไป นางเอกก็เปลี่ยนเช่นกันจ้า แต่เปลี่ยนเป็นกล้าหาญ ร่าเริงสดใสเข้มแข็งขึ้น! หากในเล่มแรกพระเอกคือแสงสว่างของนางเอก ในเล่มนี้นางเอกก็คือแสงสว่างของพระเอกแหละจ้า ชอบความรุกของนางเอกในเล่มสุดท้าย รุกแบบมีชั้นเชิง รู้จักรุกรู้จักถอย เป็นแฟนกันไม่ได้งั้นเป็นเพื่อนสนิทกันก่อนก็ได้55 ...เล่ม 2 ชีวิตพระเอกเจอมรสุม+อุปสรรคเยอะมาก เหมือนถูกบีบให้โตในชั่วข้ามคืน ต้องแบกรับหลายสิ่งแต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร พอได้เจอนางเอกอีกครั้งถึงได้เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาหน่อย ค่อยๆ กลับมายิ้มหัวเราะได้อีก เล่มแรกเป็นเด็กหนุ่มที่พึ่งพาได้ แต่พอมาเล่มสองพี่ก็ยิ่งอัพเลเวลกลายเป็นชายหนุ่มที่ฝากฝังชีวิตไว้ได้

ป.ล. แอบอยากรู้เรื่องของคู่เพื่อนพระนางอะว่าจะเป็นยังไงต่อ ชอบเพื่อนสนิทนางเอกอะ ตรง+แรงดีเหมาะกับนางเอกที่นิสัยหงิ๋มๆ ขี้อาย ชอบตอนที่เพื่อนนางเอกพูดในงานเลี้ยงรุ่น สะอึกกันเลยทีเดียว55 


📍Our Secret รักในความลับ 2 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/5fgeFk647w



วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2565

Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว

 


Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : หงจิ่ว
ผู้แปล : เฉี่ยวหลิงชิงซิ่ว
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หนิงเหมิง หญิงสาวที่จับผลัดจับผลูต้องมาทำงานเป็นเลขาให้กับเจ้านายผู้มีอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าสภาพอากาศและเป็นโรคจูนิเบียวอย่าง ลู่จี้หมิง ลูกเศรษฐีหรือเจ้าของบริษัทจี้หมิงแคปปิตอล บอสใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับต้องเปลี่ยนเลขาทุกๆ 3 เดือน เพราะไม่มีใครทนพี่แกไหว ลูกน้องพากันหลีกหนีไม่อยากอยู่ใกล้ พอพระเอกเริ่มแผลงฤทธิ์เมื่อไรก็พร้อมใจกันเรียกหานางเอกให้เข้ามาช่วยกอบกู้ทุกครั้ง เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้วิธีรับมือและเอาพระเอกอยู่ได้ ...

แต่ความฝันจริงๆ ของนางเอกคือการได้เป็นผู้อำนวยการการลงทุน เป็นผอ.หนิง ไม่ใช่เลขาฯ เมื่อเห็นว่าสมควรแกเวลาแล้ว( 3 ปี) ก็เลยจะขอย้ายไปอยู่ด้านการลงทุนแทน
แต่กลับถูกพระเอกซึ่งเป็นเจ้านายปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า ทั้งยังปรามาสตัวเธอต่างๆ นานา ...
แต่นางเอกก็ไม่ถอย สุดท้ายพระเอกเลยต้องจำใจยอมให้นางเอกไปทำตรงนั้นได้
3 เดือน
แต่ถ้าภายใน
3 เดือนยังไม่มีผลงานก็ต้องกลับมาเป็นเลขาอยู่ข้างกายพี่เหมือนเดิมนะจ๊ะ...

พอไปทำที่แผนกนั้นก็ดันถูกอิหัวหน้าโปรเจกต์หาเรื่องกลั่นแกล้ง เพราะแอบแค้นที่ตอนถูกพระเอกต่อว่าคราวนั้นนางเอกไม่ช่วยพูด บวกกับคิดว่าที่นางเอกย้ายมานี้คือมีปัญหากับพระเอกและกำลังจะถูกบีบให้ออก ก็เลยได้ทีจ้องหาเรื่องขัดนางเอกมันซะทุกอย่าง พระเอกก็ไม่สนเพราะอยากให้คนเขากลับมาเป็นเลขาตัวเองอยู่แล้ว จนมาถึงฟางเส้นสุดท้ายที่นางเอกถูกขโมยผลงาน แล้วพระเอกไม่หือไม่อือแถมยังมาต่อว่า+ดูถูกซ้ำอีก นางเอกก็เลยยื่นใบลาออก ขอลาออกจากบริษัทซะเลย 55...(สะใจ)

โชคดีที่พอได้งานใหม่ก็เจอเจ้านายดี แต่พระเอกก็ยังทำตัวประหนึ่งวิญญาณตามติด
คอยโทรมากวนประสาท อ้างนั่นนู่นนี่สรุปก็คืออยากให้เขากลับมาเป็นเลขาตัวเองเหมือนเดิม ขาดเขาไม่ได้แต่ยังไม่รู้ตัว ไม่เคยมีคำพูดดีๆ ออกมาจากปาก ปากเสีย ปากไม่ตรงกับใจ
มีแต่คำต่อว่า คำดูถูกประชดประชัน แต่ไม่ว่ายังไงนางเอกก็นิ่งไม่ยอมกลับ
แถมยังบล็อกเบอร์พี่แกด้วย พอถูกบล็อกอิพี่ก็ดิ้นไม่พอใจอย่างแรง ต้องหาวิธีทำให้นางเอกปลดบล็อกเบอร์ตัวเองให้ได้ แต่พอนางเอกปลด อิพี่ก็เป็นฝ่ายบล็อกเขากลับคืน ...นิสัยเด็กไหมล่ะ 55
เจ้านายใหม่ดูออกว่าพระเอกชอบเลขาเก่าตัวเอง เวลามีโปรเจกต์อะไรที่อยากดึงพระเอกเข้าร่วมเลยชอบส่งนางเอกไปเจรจาออกหน้า เพราะรู้ว่าพระเอกต้องตกลง...

พระเอกก็ยังคงสไตล์เด็กน้อยลู่เหมือนเดิม ทำดีๆ พูดเพราะๆ ไม่เป็น ต้องขวางโลกกวนประสาทจิกกัดเขาได้ก่อนถึงจะมีความสุข แต่พอนางเอกนิ่งไม่คล้อยตามก็ยิ่งอาละวาดไม่พอใจ กระหน่ำซ้ำมันเข้าไป ก็เป็นแบบนี้แล้วไผสิอยากกลับมา ...นางเอกก็ยิ่งฮึดสู้ยิ่งกว่าเก่า ยิ่งมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง ล้มบ้างผิดพลาดบ้าง แต่ก็เก็บไว้เป็นบทเรียนนำเอากลับมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องทำให้พระเอกเรียกตัวเองว่า 'ผอ.หนิง' ให้ได้..

สองเล่มแรกพระเอกปากแจ๋ววอนหาเรื่องตลอด นับถือนางเอกจริงๆ ที่ทนมาได้ตั้ง 3 ปี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย (แต่ส่วนใหญ่จะร้ายมากกว่าดี) อยากให้เขากลับมาก็ไม่พูดดีๆ ไม่อยากให้เขาทำสายลงทุนก็ไม่ยอมบอกเหตุผลดีๆ ว่าทำไม กลับเลือกใช้ไม้แข็ง ใช้คำพูดทิ่มแทงหัวใจ กลับกลายเป็นการผลักไสให้เขาไกลห่างมากกว่าเดิม ...พอรู้ว่านางเอกอาศัยอยู่ในคอนโดห้องเช่าตรงข้ามกับห้องเพื่อนซี้ อิพี่ก็ไปบีบให้เพื่อนขายห้องให้ตัวเองทันทีแล้วย้ายมาอยู่แทน บริษัทนางเอกต้องย้ายหาสถานที่ทำงานใหม่ อิพี่ก็ไปดีลให้เขามาอยู่ตึกเดียวกับตัวเองจนได้ นางเอกต้องไปดูงานที่ต่างเมือง อิพี่ก็หาข้ออ้างตามไปกับเขาด้วย ทำทุกวิถีทางจริงๆ แต่ก็ยังไม่รู้ใจตัวเองอีกนะว่าชอบเขาแล้ว ...จนมีวันหนึ่งพระเอกเมาแล้วหลุดพูดเรื่องผู้หญิงที่ตัวเองชอบออกมา นางเอกถึงได้รู้ว่าที่แท้ตัวเองก็เป็นแค่เงาของพี่สาวนางฟ้าที่พระเอกชอบเท่านั้น ..นับแต่นั้นนางเอกเลยตัดใจและถอยออกมาจากชีวิตพระเอกแบบจริงๆ จังๆ ...

พระเอกก็รู้สึกนะว่านางเอกมีบางอย่างเปลี่ยนไปแต่ไม่รู้ว่าตรงไหน เพราะจำเรื่องที่ตัวเองพูดไม่ได้ (เวลาเมาพระเอกจะพูดง่าย ใครขออะไรก็รับปาก ถ้าอยากได้อะไรจากพระเอกต้องอาศัยตอนเมา) จากนั้นพี่นางฟ้าที่พระเอกชอบมานานก็กลับมาพอดี ส่วนนางเอกก็ตกลงคบกับรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเคยแอบปลื้มมานานเช่นกัน แต่ก่อนจะคบกันนางเอกก็บอกนะว่าตัวเองอยู่ในอารมณ์แบบนี้ๆ  รุ่นพี่ยังโอเคอยากคบอยู่ไหม พอมีแฟนแล้วนางเอกก็ไม่เคยวอกแวก ชัดเจน ถ้าตนคุยโทรศัพท์หรือเจอพระเอกแล้วรุ่นพี่ไม่โอเค นางเอกก็ยินดีไม่ทำ ต่อไปจะคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ให้เกียรติรุ่นพี่ แต่รุ่นพี่อะมีปมที่เคยถูกคนรักเก่าทิ้งไปเลือกคนที่รวยกว่า มันกลายเป็นเงามืดที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างหนัก ทำให้ขี้หึงหวาดระแวงกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย จากหนุ่มน้อยที่เคยสดใสมีอุดมการณ์ก็เปลี่ยนกลายเป็นคนเก็บกดและมีหลายบุคลิก...จริงๆ ถ้าตอนนั้นรุ่นพี่เลือกนางเอกก็คงจะดีเนาะ T^T ...(แต่ถ้าเป็นแบบนั้นพระเอกก็ต้องเปลี่ยนคนสินะ 55)

ซึ่งพอพระเอกเห็นเขาคบกันก็ปวดใจ เล่มสามนี่เปลี่ยนจากปีศาจลู่กลายเป็นหมาน้อยลู่แล้ว แต่พระเอกก็ยังแยกไม่ออกอยู่ดีว่าอะไรคือรักที่แท้จริง แบบไหนคือความรักระหว่างชายหญิง เพื่อนพูดเตือนสติก็แล้ว ด่าก็แล้ว แต่ก็ไม่เคยฟัง ทว่าพอเห็นเขาแสดงความรักไปไหนมาไหนด้วยกันก็เจ็บเจียนตาย หมดแรง ...

สองเล่มแรกเหมือนเป็นช่วงการเติบโตของนางเอก จากเลขาสาวที่ขาดความมั่นใจ ต้องทำตัวหงอเพราะต้องคอยก้มหน้าเอาใจคนอื่นอยู่ตลอด ไม่กล้าแม้แต่ที่จะถอดแว่นตาหรือเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากผู้ตามไปเป็นผู้นำ กล้ายืนหยัดในความคิดของตนเองแต่ก็ไม่ตึงจนเกินไป ทว่าที่แน่ๆ คือไม่ว่าจะเจอกับสิ่งล่อตาล่อใจมากขนาดไหน นางเอกก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมไม่สั่นคลอน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจชักจูงหรือทำให้เธอเปลี่ยนสีตามไปด้วยได้ ...

ส่วนพระเอกก็ต้องยอมรับแหละนะว่าถึงพี่แกจะนิสัยแย่ ปากจะเสีย อารมณ์จะร้าย แต่ถ้าด้านธุรกิจเรื่องงานพระเอกคือเก่งจริง รู้จริง ปัญหาช่วงแรกๆ ที่นางเอกยังมองไม่ออก พระเอกกวาดตาที่เดียวคือเห็นทะลุ และนางเอกก็ได้เรียนรู้อะไรดีๆ หลายอย่างไปจากพระเอกเยอะเหมือนกัน...ความจริงที่พระเอกไม่อยากให้นางเอกมาทำสายนี้ก็เพราะไม่อยากให้แปดเปื้อน เพราะงานด้านนี้มันไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์ กลัวนางเอกจะถูกทำร้ายแล้วรับไม่ไหว คิดว่านิสัยนางเอกไม่เหมาะจะมาสายนี้ ...แต่นางเอกก็ค่อยๆ เรียนรู้ปรับตัวและอยู่กับมันได้ แถมนับวันยังยิ่งส่องประกายยิ่งทำยิ่งรุ่ง จนในที่สุดพระเอกก็ต้องยอมรับในความสามารถและฝีมือของเธออย่างไร้ข้อกังขา  ...

เล่ม 3-4 จะเป็นอะไรที่พีคขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงเหมือนนั่งรถไฟเหาะ เปลี่ยนจากสนามการเมืองแย่งชิงในรั้วในวัง มาเป็นสนามการลงทุนการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ก็สนุกและลุ้นไม่แพ้กันเลย ชิงไหวชิงพริบ วางแผนแก้เกมกันมันมาก พระเอกก็เจอกับปัญหารุมเร้าจนทำให้มองพลาดเดินเกมผิด เจอคนวางแผนสับขาหลอกทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว ธุรกิจพัง บ้านก็ไม่มีอยู่ ถูกคนตามทวงหนี้ ชีวิตพังทลายจนเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่ดีที่นางเอกมาช่วยไว้ทัน คอยอยู่ข้างๆ ปลุกสติให้พี่แกฮึดลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ช่วงหลังเหมือนสลับบทกัน นางเอกกลายเป็นไม้ใหญ่ให้พระเอกพึ่งพิง เป็นคนคอยช่วยหาทางออกพาแก้ปัญหา
และช่วยพาเดินไปทีละก้าวจนพระเอกกลับมาลุกได้ใหม่และสามารถตั้งตัวได้อีกครั้ง...

เป็นแนวการทำงาน การต่อสู้ทางธุรกิจที่เดินไปพร้อมกับเรื่องรักได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ นอกจากจะสนุกแล้ว ก็ยังให้ข้อคิดในการทำงานและการใช้ชีวิต ไม่ผิดหวังเลยที่ได้อ่าน
พระ-นางเหมือนน้ำกับไฟ แต่มีอุดมการณ์ความคิดในการทำงานคล้ายกันคือ....ไม่ทำเรื่องที่ผิดกฏหมาย ท่ามกลางความดำมืดความสกปรกที่ต้องเจอแต่ทั้งคู่ก็ยังคงตัวตนดั้งเดิมของตัวเองเอาไว้ได้ และนางเอกก็สามารถเปลี่ยนจากดักแด้กลายเป็นผีเสื้อที่สวยงามได้ในที่สุด
....

ส่วนเรื่องรักก็มีหลายคู่หลายรูปแบบ มีทั้งแบบที่มูฟออนไปต่อได้ แบบที่สร้างปมปัญหาในใจ และแบบที่ลุกไม่ไหวไปต่อไม่ได้อีกเลย เป็นเรื่องที่หยิบยกปัญหาสุขภาพจิตและเรื่องโรคซึมเศร้ามาพูดได้ค่อนข้างดีทีเดียว โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่สิ่งไกลตัวอีกต่อไป นับวันมีแต่จะยิ่งใกล้ ...แอบเสียใจกับเรื่องเพื่อนของนางเอกที่สุด ภายใต้ความสดใสและรอยยิ้ม บางทีเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าข้างในเขากำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่า ไม่รู้ว่าเขาซุกซ่อนอะไรหรือกำลังเจ็บปวดมากขนาดไหน ... ตอนอ่านจดหมายของเพื่อนนางเอก
เราน้ำตาไหลเลยอะ เศร้า เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงมากๆ (เสียใจมากอะ ช็อกเลย)
T^T

ยังไงก็ต้องขอบคุณพระเอก ขอบคุณเจ้านายใหม่และบางคนที่เข้ามาช่วยชี้แนะเปิดมุมมองสิ่งต่างๆ ให้กับนางเอก ขอบคุณฉีฉีเพื่อนรักที่คอยรับฟังและเป็นกำลังใจให้นางเอกเสมอ และที่สำคัญคือต้องขอบคุณตัวนางเอกเองที่กล้ายืนกรานที่จะเดินตามความฝัน กล้าเปลี่ยนตัวเอง และกล้ายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง ...จบแฮปปี้ พระเอกพอมีแฟนแล้วคือคลั่งรักมากก รักเดียวใจเดียวสุดๆ นอกจากคลั่งเมียแล้วก็ยังคลั่งลูก เห่อลูกมาก หลังแต่งงานก็พกบัตรใบเดียวที่เหลือให้นางเอกเก็บหมด เข้าชมรมกลัวเมียเป็นที่เรียบร้อย....


📍Master of My Own ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 4 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/1LXucHnzus



วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู

 

Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู
ผู้แต่ง : Elize
ผู้แปล : แมวส้มขนแตก
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

"ต่อไปนี้ผมจะดูแลรุ่นพี่อย่างเปิดเผย ชอบรุ่นพี่อย่างเปิดเผยแล้วนะครับ 
เราคบกันอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย ฉะนั้นผมทำได้
ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ผมอยากได้มากที่สุดในโลก
คำเรียกขานว่าแฟนของซงอาเนี่ย..."

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เรื่องราวความรักในวัยทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่จะทำให้เรายิ้มตามไปกับสไตล์ลูกอ้อนการจีบสาวของพระเอก แชฮยอนซึง หนุ่มรุ่นน้องรูปหล่อเฟรนลี่ พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทได้ไม่ถึงปี มีสาวๆ มารุมชอบมากมาย แต่พระเอกกลับไม่สนใจใคร เพราะได้ตกหลุมรัก ยุนซังอา รุ่นพี่ในทีมเดียวกันไปนานแล้ว ทว่าในขณะที่กำลังจะไปสารภาพรักเขาก็ดันไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่สาวเจ้ากำลังกอดจูบกับหัวหน้าซึ่งทำงานอยู่ในทีมเดียวกันเข้าเสียก่อน รักที่เพิ่งเริ่มผลิบานจึงเป็นอันต้องสลายไปในพริบตา เมื่อได้รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว ...

หลังจากนั้นพระเอกก็หอบหัวใจอันบอบช้ำไปหาพี่สาวที่เป็นเจ้าของร้านชุดแต่งงาน และก็บังเอิญ(อีกแล้ว)ได้ไปเห็นแฟนของนางเอกกำลังพาผู้หญิงอีกคนมาตัดชุดแต่งงานที่นี่พอดี...จากที่ว่าจะตัดใจพระเอกเลยเปลี่ยนกลับมาฮึดสู้ใหม่อีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่าแฟนของนางเอกกำลังนอกใจและจับปลาสองมือ...

นางเอกแอบคบกับแฟนซึ่งเป็นหัวหน้าในที่ทำงานเดียวกันมา 3 ปีโดยที่ไม่มีใครรู้ ไม่ได้บอกใคร และก็ไม่รู้เลยว่าตลอดมาที่คบๆ กันอยู่ อีกฝ่ายก็แอบนอกใจไปคบกับผู้หญิงอื่นอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังเห็นเราเป็นของตาย เลี้ยงไว้แก้เบื่อ เพราะเห็นว่านางเอกว่าง่ายอ่อนโยน เชื่อฟังดี ...พอพระเอกเห็นว่าแฟนนางเอกยังคิดจะหลอกนางเอกต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ จึงตัดสินใจพานางเอกไปที่ร้านของพี่สาวเพื่อเปิดเผยความจริงให้เห็นเองกับตา ...ตอนแรกนางเอกก็ขัดขืนไม่เชื่อ จนได้ไปเห็นเองก็แทบช็อก เสียใจจนเป็นลมล้มพับไปเลย ไม่คิดว่าแฟนตัวเองจะเป็นคนแบบนี้ พระเอกเลยเสนอว่าถ้าอยากเอาคืนก็ให้ใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือได้ โดยการแกล้งทำเป็นแฟนคบกับพระเอกหลอกๆ แล้วให้ไปชิงบอกเลิกกับแฟนเก่าก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกเลิกตัวเอง เพราะแฟนเก่านางเอกเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก ถ้ารู้ว่าตนถูกสลัดทิ้งก่อนด้วยสาเหตุนี้จะต้องโกรธมากแน่นอน...

ทีแรกนางเอกไม่ตกลงเพราะไม่อยากดึงพระเอกมาเกี่ยวข้อง ยิ่งรู้ว่าพระเอกชอบตนด้วยก็ยิ่งไม่อยากให้พัวพันกันไปมากกว่านี้ อยากให้เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องในที่ทำงานเท่านั้น บวกกับไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าด้วย(โถๆๆ ห่างกัน 10 เดือนเอง) เลยพยายามหลบเลี่ยง แต่พอไปขอเลิกอิแฟนเก่าดันไม่ยอมจบ แล้วก็ตามมาเจอตอนพระ-นางอยู่ด้วยกันพอดี ก็เลยเข้าใจว่าเขาคบกัน นางเอกเลยต้องเลยตามเลย ทำเป็นว่าคบกับพระเอกอยู่จริงๆ ส่วนอิแฟนเก่าก็โกรธมากกก รู้สึกเสียหน้าที่นางเอกมาบอกเลิกตัวเองเพื่อไปคบกับคนที่เด็กกว่าที่เป็นแค่พนักงานใหม่ และมีดีแค่หน้าตา (ความจริงพระเอกทำงานเก่งและบ้านรวยมากนะ) แค้นมาก เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายชิงบอกเลิกเขาก่อน เลยตามระรานนางเอกไม่เลิก อยู่ในที่ทำงานก็ใช้เรื่องงานมากลั่นแกล้งหาเรื่องต่อว่าพระเอกต่างๆ นานา ...จนสุดท้ายคือจะย้ายพระเอกไปทำงานที่สาขาอื่นที่อยู่ต่างเมืองเลยจ้า ..

แต่ยิ่งอิแฟนเก่าทำแบบนี้พระเอกก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้ตัวเองมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนางเอกมากขึ้น เข้าทางพอดี 55 ...ส่วนผู้หญิงที่ว่าจะแต่งด้วยก็ไม่เอาแล้ว ทิ้งเลย อิแฟนเก่าเลยหันมาตื๊อนางเอกแทน อยากได้นางเอกกลับคืนมา แต่ไม่ใช่เพราะรักนะ มาจากความเห็นแก่ตัวล้วนๆ เพราะอิแฟนเก่าไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวเองและหน้าตาเท่านั้น..เหอๆ ส่วนพระเอกนี่ไทป์หมาน้อยชัดๆ ขี้อ้อน เทพแห่งการหยอด เจอนางเอกปฏิเสธบอกปัดไปกี่หนก็ไม่แคร์ ไม่สน คอยวนเวียนเอาใจใส่อยู่ข้างๆ อย่างสม่ำเสมอ ขยันหยอด เผลอเมื่อไรก็ต้องบอกชอบ แรกๆ นางเอกยังใจแข็งมากเพราะเพิ่งเลิกกับแฟน ถูกทำมาขนาดนั้นเลยยังไม่อยากมีความรักกลัวจะซ้ำรอยเดิมอีก อีกอย่างคือไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าด้วย แถมพระเอกก็เป็นแนวปากหวานกะล่อนชอบแหย่ นางเอกเลยยิ่งมองอีกฝ่ายเป็นเด็กน้อยเข้าไปอีก (จริงๆ พระเอกก็ 27 แล้วนะ นางเอก 28 จะว่าไปก็ไม่ได้ห่างกันมาก ไม่เด็กแล้วเน้อ)  ...

ภายนอกดูเป็นแบบนั้นแต่ข้างในจริงๆ พระเอกเป็นคนที่พึ่งพาได้นะ ความคิดความอ่านโตเกินอายุ ใจเย็น เข้าใจนางเอก คอยสังเกตมองดูนางเอกตลอด หากอีกฝ่ายไม่สบายใจหรือกำลังมีเรื่องในใจก็จะรู้ทันที ไม่เคยปล่อยให้นางเอกต้องเดินหรือเผชิญปัญหาคนเดียว เป็นคนรักในอุดมคติที่มีแต่ในนิยายจริงๆๆๆๆ อบอุ่นอ่อนโยน รักเดียวใจเดียว ขี้อ้อน เทคแคร์ดี เวลามีปัญหาอะไรก็ไม่เคยทิ้ง รีบมาอยู่ข้างๆ เสมอ นางเอกโคตรโชคดี ..จะไม่ใจอ่อนตกหลุมรักพระเอกยังไงไหว 55 ....


📍Sweet Sunbae ..จูบนี้สีชมพู ➡️ https://s.shopee.co.th/8Khf12mmGW




วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ

 

Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ
ผู้แต่ง : มู่ฝูเซิง
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

พระเอก ซูเนี่ยนชิน เป็นผู้มีความบกพร่องทางสายตา (ไม่ถึงกับบอดสนิท ยังมองเห็นแสงเลือนๆ และเห็นความเคลื่อนไหวได้ในระยะ 3 ฟุต) ตอนเด็กพระเอกเคยถูกส่งไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่แม่ก็มารับกลับไปตอน 7 ขวบ พอโตมาก็ทำงานเป็นนักแต่งเพลง เป็นครูสอนอักษรเบรลล์

นางเอก ซังอู๋เยียน สาวเสียงเพี้ยน หญิงสาวผู้ร่าเริงคุยเก่ง บังเอิญได้พบพระเอกครั้งแรกในสถานีวิทยุที่ตัวเองทำงานอยู่ในตอนที่พระเอกมาให้สัมภาษณ์รายการในฐานะ อีจิน นักแต่งเพลงลึกลับซึ่งไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่ไหนมาก่อน หลังจากนั้นก็ได้พบกันอีกครั้งที่โรงเรียนผู้พิการในเขตชุมชน นางเอกเป็นนักศึกษาฝึกงาน ได้มาเป็นครูผู้ช่วยสอนที่นี่ ส่วนพระเอกก็มาสอนแทนคนอื่นชั่วคราว

พระ-นางต่างมีปมปัญหาภายในใจด้วยกันทั้งคู่ พระเอกมีปมเรื่องวัยเด็กในอดีต เรื่องครอบครัว และเรื่องที่ตนมีสายตาบกพร่อง ภายนอกพยายามไม่แสดงออก ใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติธรรมดา แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ การดูถูกตัวเองและมีอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนไหวกว่าใครๆ ดังนั้นพระเอกจึงเป็นคนโมโหง่าย ระเบิดอารมณ์ง่าย มีความเป็นเด็กและความยึดติดสูง ออกแนวเผด็จการ โดยเฉพาะกับคนที่ตนรักและให้ความสำคัญมากๆ อย่างนางเอก กับคนอื่นพระเอกยังควบคุมตัวเองได้ แสดงออกไม่มาก แต่พอเป็นนางเอกนี่แทบไม่ปกปิดเลย ดุมากก เผด็จการสุดๆ แต่ก็เข้าใจแหละนะ...

ส่วนนางเอกที่ภายนอกดูร่าเริงคุยเก่งนั้น แต่แท้ที่จริงกลับเป็นคนขี้ขลาด เอาแต่ใจ ดื้อรั้น และมีปมในใจบางอย่างที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งจะไปเฉลยในตอนหลัง นางเอกชอบพระเอกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า พอได้เจอกันอีกเลยพยายามหาทางเข้าหา แต่พระเอกก็ไม่รับน้ำใจ ทั้งเย็นชาใส่ทั้งพยายามหลบเลี่ยง จนมีวันหนึ่งที่นางเอกไม่สบายเลยลองโทรหาพระเอกดู พระเอกก็รับสายแล้วมาหาถึงบ้าน  พอเห็นอาการนางเอกก็ตัดสินใจพาคนกลับไปดูแลที่บ้านตัวเองต่อ ผู้ช่วยพระเอกเห็นก็อึ้ง ส่วนพระเอกก็ตกใจตัวเองเหมือนกันที่พานางเอกกลับมา ทั้งยังเป็นฝ่ายดูแลเขาอีก เพราะปกติที่ผ่านมาพระเอกไม่เคยสนใจหรือยุ่งกับใครเลย...

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ตกลงคบกัน ระหว่างที่คบพระเอกก็จะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อ่อนไหวง่าย ส่วนนางเอกก็ยังเหมือนเด็กน้อย ทำอะไรไม่ค่อยรอบคอบ บางเรื่องก็ไม่ได้คิดให้ดี บางทีจึงเผลอทำร้ายจิตใจพระเอกไปโดยไม่รู้ตัว...แล้วหลังๆ นางเอกก็ได้รู้เรื่องส่วนตัวของพระเอกมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่มันดันมาจากปากของคนอื่นไม่ใช่ตัวพระเอกเอง นางเอกเลยนอยด์แอบเสียใจว่าทำไมพระเอกถึงไม่เคยบอกกันบ้าง แต่พอพระเอกรู้ก็ไม่พูดดีๆ แต่กลับชิงต่อว่านางเอกก่อนอีก (อยากตบปากคนปากไม่ตรงกับใจจริงๆ)...จะว่าไปก็เหมือนเด็กอารมณ์ร้อนทั้งคู่แหละ เพิ่งคบกันเลยยังเข้าใจกันไม่มาก สื่อสารกันไม่มากพอ ถ้าไม่ทะเลาะกันก็แปลกแล้ว...

ต่อมาพระเอกอยากพานางเอกไปพบพ่อ นัดกันไว้ดิบดี แต่พ่อนางเอกเกิดเข้าโรงพยาบาล นางเอกจึงต้องผิดนัดและรีบกลับบ้านก่อน แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ดีๆ พระเอกเลยโมโหและเข้าใจไปอีกเรื่อง แต่นางเอกก็ไม่ได้อธิบายต่อเพราะต้องรีบไป จากนั้นพ่อพระเอกก็อาการทรุดแล้วบวกกับที่ทะเลาะกับนางเอกด้วย พระเอกเลยยิ่งดิ่งข้าวปลาไม่กิน คนดูแลพระเอกจึงโทรไปขอร้องให้นางเอกรีบกลับมาดูหน่อย นางเอกก็มาทั้งๆ ที่อาการของพ่อเพิ่งดีขึ้น แต่พอมาถึงก็ได้เห็นภาพที่พระเอกกำลังกอดกับคนอื่นอยู่ แล้วพอเจอหน้าก็ยังถูกพระเอกพูดจาไม่ดีใส่อีก ต่อจากนั้นบ้านนางเอกก็เกิดเรื่อง และสุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องเลิกรากันไปแบบจบไม่สวย...

ผ่านไปเกือบ 3 ปีทั้งสองคนได้กลับมาพบกันใหม่ พระเอกเลิกเขียนเพลงแล้วเปลี่ยนมาดูแลกิจการที่บ้านอย่างเต็มตัว กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อผู้ร่ำรวยเจ้าของกิจการมากมาย ส่วนนางเอกก็เป็นนักศึกษาปริญญาโท ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยอยู่ที่บ้านเกิด ...
วันหนึ่งพระเอกมาทำงานที่เมือง
B ที่นางเอกอาศัยอยู่ ทั้งสองคนเลยได้เจอกันในตอนที่นางเอกกำลังดูตัวพอดี.. ถ้าช่วงแรกพระเอกเป็นเหมือนสายลมและพายุอ่อนๆ งั้นต่อแต่นี้พี่ก็คือพายุเฮอริเคนควบด้วยภูเขาไฟระเบิดแหละจ้าา55 ...ดุมากกก น่ากลัวมากกกแม่จ๋า แทบจะกินหัวนางเอกแล้ว แบบรักเขามากกกก มากจนกลายเป็นคลั่ง กลายเป็นการยึดติดอย่างหนึ่ง ช่วงต้นๆ พระเอกจะขี้อาย แค่ถูกนางเอกแกล้งพูด xxx%&^# ในที่คนเยอะๆ พี่ก็อายแล้ว แต่พอช่วงหลังนี่โอ้โห...จับจูบต่อหน้าคนอื่นเลยจ้า ถ้านางเอกพูดไม่หยุด พี่ก็ขู่เลยว่าถ้ายังไม่เงียบเดี๋ยวจะประกบปากต่อหน้าคนอื่นแล้วนะ (ไม่องไม่อายแล้วจ้า กลายเป็นนางเอกที่อายแทน55) แถมยังขี้หึงมากกกอีกต่างหาก เห็นนางเอกไปกินข้าวกับผู้ชายอื่น ก็โทรไปเรียกให้ออกมาไม่งั้นจะเผาร้านทิ้ง...OMG! ใครวะเนี่ย55 ยังใช่อีจินนักแต่งเพลงคนนั้นอยู่มั้ยยย 55

คือพอเลิกกัน พระเอกก็อยากพิสูจน์ตัวเองให้แม่นางเอกกับนางเอกเห็น เลยมาดูแลธุรกิจต่อจากพ่อ แต่กลับไม่ดูแลตัวเอง หันมากินเหล้าสูบบุหรี่เพราะเครียดเพราะคิดถึงนางเอก จากที่โมโหฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว พอนางเอกไปก็ยิ่งหนักกว่าเดิม ถ้าอยู่กับคนอื่นยังพอควบคุมตัวเอง แต่ถ้าอึกฝ่ายเป็นนางเอกเมื่อไรล่ะก็...หึหึ เลขาพระเอกก็แบบ..ที่เราเจอมานี่ยังไม่ใช่ของจริงสินะ ต้องอย่างนางเอกสิของจริง ...คือรักมาก ใส่ใจมาก เลยอ่อนไหวและมีอารมณ์กับเขามากเป็นพิเศษ ใครจะไม่สนใจพี่ก็ได้แต่นางเอกไม่ได้เด็ดขาดดด เหมือนเด็กน้อย แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เกิดจากความไม่มั่นใจ ความกลัวว่าจะสูญเสียเขาไปนั่นแหละ ดีที่พอมาเจอกันรอบนี้ต่างคนก็ต่างปรับตัวและเริ่มเข้าใจกันมากขึ้น เพราะสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าตัดกันไม่ขาด ไม่ว่ายังไงก็ยังรักกันอยู่ดี...

ปีนี้แนวปัจจุบันของ with love นี่มีแต่โดนๆ ทั้งนั้น ก่อนหน้านี้เพิ่งอ่านให้รักนี้มีแต่ความหวานมา พอเจอเรื่องนี้แทบเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน55 อันนั้นหวานละมุนแบบอบอุ่นหัวใจมาก ส่วนอันนี้หวานปนขม ตอนที่ดีๆ เราก็ยิ้ม แต่พอถึงตอนที่มีปัญหาไม่เข้าใจกันมันก็หน่วงจนปวดหัวใจไปหมด แต่ก็สนุกมาก ชอบทุกรายละเอียดที่ใส่มา ทั้งเรื่องที่พระเอกบอกว่าหากเกิดพลัดหลงกันก็จะยืนรออยู่ที่เดิมไม่ต้องตกใจไป รวมถึงเรื่องนาฬิกาและ mp3 ด้วย
จริงๆ มีเยอะกว่านี้ต้องลองไปอ่านดูน๊า แปลดี สื่ออารมณ์
+ลักษณะนิสัยของตัวละครนั้นๆ ได้ดีมากๆ ...ดีจริงๆ ที่ได้อ่าน ขอบคุณสำนักพิมพ์ที่เลือกหยิบเรื่องนี้มาแปล ^^


📍Crush รักอีกครั้งก็ยังเป็นเธอ ➡️ https://s.shopee.co.th/AKSjOpKo1m




วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Sweet Candy Fairy ให้รักนี้มีแต่ความหวาน 3 เล่มจบ

 


Sweet Candy Fairy ให้รักนี้มีแต่ความหวาน 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : ชุนเตาหาน
ผู้แปล : พิรุณเดือนสารท
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เรื่องราวความรักของ จี้รั่ง ขาโจ๋หรือหัวโจกของโรงเรียน ที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้และยกให้เขาเป็นลูกพี่ใหญ่ของโรงเรียน กับ ชีอิ้ง นางฟ้าน้อยแสนสวย จิตใจดีอ่อนโยน แต่มีปัญหาบางอย่างจึงทำให้เธอพูดไม่ได้และหูไม่ได้ยิน คนหนึ่งต่อต้านสังคม เย็นชาเยียบเย็นเหมือนระเบิดเวลา พูดไม่เข้าหู ดูไม่เข้าตาก็ออกหมัดชกต่อย ส่วนอีกคนก็เรียบร้อยอ่อนหวานเหมือนเทพธิดาน้อยที่ลงมาจุติ สองคนที่แตกต่างแต่กลับเข้าคู่และกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี และในที่สุดโลกก็สงบสุข เมื่อพญามารถูกนางฟ้าน้อยสยบ คิดกลับตัวกลับใจบำเพ็ญเพียรเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ไปกับเธอ...ฮิ้ววว

พระเอกเป็นอันธพาลหัวโจกของโรงเรียน ทั้งสูบบุหรี่ โดดเรียน วันๆ มีแต่เรื่องทะเลาะวิวาทต่อยตี ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา กฏมีไว้เพื่อแหก เกือบครบสูตรนักเรียนเลวโดยสมบูรณ์
ขาดแค่อย่างเดียวคือยังไม่มีรักในวัยเรียนเท่านั้น...แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตนักเรียนเกเรของพี่ก็ถูกสั่นคลอนจนค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อได้พบกับนางฟ้าน้อยหรือนางเอก นักเรียนใหม่ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้พลีชีพที่เพิ่งย้ายมา เพราะการตายของพ่อแม่ จึงทำให้นางเอกได้รับความสะเทือนใจอย่างหนัก ส่งผลให้เธอพูดไม่ได้ส่วนหูก็ไม่ได้ยินเสียง จิตใจบอบช้ำอย่างรุนแรงจนถึงขั้นกินยานอนหลับเพื่อฆ่าตัวตาย แต่เมื่อช่วยกลับมาได้ นางเอกก็จำอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องราวในอดีตชาติของเธอกับพระเอกเท่านั้น

พอเห็นพระเอก นางเอกก็จำได้ทันทีว่านี่คือท่านแม่ทัพของเธอ ต่อให้ชาตินี้เขาจะเลวร้ายหรือดูไม่ดีในสายคนอื่นยังไง แต่เขาก็ยังเป็นท่านแม่ทัพของเธอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นในขณะที่ใครๆ พากันหลีกหนีและหวาดกลัวเขา แต่นางเอกกลับตามติดพุ่งเข้าหา พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนหวานให้เขาอยู่เสมอ แม้พระเอกจะมีท่าทีเย็นชาชอบดุว่าขับไล่ไสส่งเธอไป แต่นางเอกก็ไม่เคยถอย เจอเมื่อไรก็ส่งยิ้มวิ่งเข้าหาทุกครั้ง จนพระเอกต้านไม่ไหวสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมให้คนเข้าใกล้ (จริงๆ ก็หวั่นไหวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้วแหละแต่เก๊กอยู่) จากที่ไม่เคยยอมใครก็ต้องยอมให้นางเอกนี่แหละ..คนแรก คนเดียว และคนสุดท้าย อิอิ

ตอนอยู่โรงเรียนพระ-นางเขาไม่ได้คบกันนะ เพราะพระเอกสั่งห้ามไม่ให้มีรักในวัยเรียน ห้ามมีรักก่อนวัยอันควร (ไม่งั้นเดี๋ยวจะครบสูตรเด็กเกเร 55) คือพี่แกกลัวจะทำให้นางเอกเสื่อมเสีย เดี๋ยวคนอื่นจะมองนางเอกไม่ดี (แต่จริงๆ ไม่มีใครกล้าว่าหรอกเพราะกลัวพระเอกกันหมด) แต่การกระทำของพระเอกนี่แบบเกินเบอร์มากกก หวานมาก ไม่คบก็เหมือนคบแหละ เขารู้กันทั้งชั้นแล้วว่าชอบกัน คือนางเอกอะเป็นเด็กดีเรียนเก่งคะแนนสูง พอพระเอกชอบเขาก็เลยต้องพยายามปรับปรุงตัวหันกลับมาตั้งใจเรียน เพราะอยากให้ชื่อบนบอร์ดประกาศผลคะแนนสอบของตัวเองกับนางเอกได้อยู่ใกล้ๆ กัน ก็เลยไปขู่เอ้ยๆ ไปขอให้อันดับหนึ่งของสายชั้นมาช่วยติวให้ แต่พี่ก็ไม่ได้เรียนคนเดียวนะ ยังไปลากเหล่าลูกน้องเกเรของตัวเองให้กลับมาตั้งใจเรียนด้วย 55

อยากให้นางเอกมองเห็นแต่มุมดีๆ ของตน ทั้งที่ความจริงพระเอกเป็นยังไงนางเอกรู้หมดแหละแต่ไม่เคยเปิดโปง รับได้ทุกอย่าง พระเอกพูดอะไรก็เชื่อฟัง น่ารักว่าง่าย ใสซื่อบริสุทธิ์แต่ไม่โง่เน้อ มีคนมาจีบน้องเยอะมากแต่นางเอกก็ไม่เคยสน มองแต่พระเอกคนเดียว ส่วนพระเอกปากก็บอกว่าห้ามมีรักในวัยเรียน แต่ในใจคือเรียกเขาหวานใจๆ ทุกคำ ใครมาจีบนางเอกอิพี่ก็แผ่รังสีสังหารขู่ฟ่อๆ ลูกน้องพระเอกก็ดี๊ดีคอยคาบข่าวเรื่องนางเอกมารายงานตลอด พอรู้ว่านางเอกได้เป็นตัวแทนขึ้นไปเต้นกายบริหารบนเวทีก็เอามาบอกลูกพี่ ตอนแรกพระเอกไม่รู้เพราะไม่เคยไป แต่พอลูกน้องมาบอกรอบต่อไปพี่ก็ไปเลยทันที ไปยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วย ยืนบังไม่ให้ใครมองเห็นสุดที่รักของตัวเอง หวงมากก ตอนมีโหวตดาวโรงเรียน อิพี่ก็ให้ลูกน้องไปถล่มโหวตคนอื่น เพราะไม่อยากให้ใครเห็นความสวยของนางเอก พอรู้ว่าใครคิดจีบนางเอกก็รีบไปแสดงตัวว่าคนนี้ข้าจองทันที 55

เพื่อนในห้อง+คนรอบตัวพระนางก็กินอาหารหมากันปายย เขารู้กันหมดแหละแต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าสร้างข่าวลือเพราะกลัวพระเอกจะลากไปซ้อม55 พระเอกก็ดีกับนางเอกโคตรๆ ปกป้องดูแลอย่างดี ตอนช่วงหน้าหนาวพอหมดคาบก็ต้องรีบวิ่งไปหานางเอกที่ห้องเรียนเพื่อเอากระติกน้ำไปเติมน้ำร้อนให้ หลังเลิกเรียนก็คอยเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์ นางเอกขอให้ทำอะไรก็ทำ กับคนอื่นคือเย็นชาแยกเขี้ยวใส่ แต่กับนางเอกคืออ่อนโยนนุ่มนวลสุดๆ นางเอกก็ดีจริงๆ แหละใครเห็นก็ต้องชอบ น้องเชื่อมั่นในตัวพระเอกเสมอ ไม่เคยคลางแคลงสงสัยหรือโกรธเลย หาข้อเสียน้องไม่เจอจริงๆ ก็ไม่แปลกที่พระเอกจะรักหัวปักหัวปำขนาดนี้...

เป็นรักในวัยเรียนใสๆ หวานละมุน มีทั้งมุมหวาน มุมตลก มุมเครียดและจริงจัง ดีต่อใจไปหมด เนื้อเรื่องน่ารักและดีมากๆ ทั้งเรื่องรักเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและคนในครอบครัว เรื่องการเรียนการสอบ กิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน จนไปถึงปมปัญหาของพระ-นางก็เขียนได้ดี บอกที่มาที่ไปของปมเหตุที่มันเกิดและส่งผลให้เป็นอย่างปัจจุบัน บอกเลยว่าหนักทั้งคู่ แต่ทั้งสองคนก็คอยอยู่ข้างๆ จูงมือกัน จนสุดท้ายก็สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้ คือเป็นอะไรที่ลงตัวมาก เขาเกิดมาเพื่อฮีลกันและกัน เป็นแสงสว่างให้กันจริงๆ...

ป.ล. แปลดีลื่นไหล ใช้คำได้เหมาะน่ารักมาก
ขอบคุณสนพ.ที่เอาเรื่องนี้มาแปล อ่านแล้วใจฟูมาก ดีไปหมด
^0^

ป.ล.โกรธพ่อพระเอกอะ ทำไมไปแต่งคนนั้นเข้าบ้านนะ คิดได้ไง การดูแลมันมีตั้งหลายวิธี แคร์ความรู้สึกลูกบ้างไหมเนี่ย เขาเพิ่งอายุเท่านั้นจะไปบังคับให้เขาเข้าใจคิดเหมือนตัวเองได้ยังไง ..อยากให้พูดถึงชีวิตพ่อกับคนนั้นหลังจากที่พระเอกไม่เอาแล้วต่ออีกสักหน่อยจัง อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อบ้าง

ป.ล. ตอนพิเศษเยอะจุใจมาก มีเรื่องในชาติที่แล้วด้วย ทั้งซึ้งทั้งน้ำตาซึมเลย แล้วก็มีตอนอื่นๆ อีกเยอะแยะไปหมด แต่ยังไงเราก็ยังชอบภาคปัจจุบันที่สุดอยู่ดีนะ ^^


📍Sweet Candy Fairy ให้รักนี้มีแต่ความหวาน 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/6psrF2mhYb





วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

First Frost วันนี้ วันไหน ยังไงก็เธอ 3 เล่มจบ

First Frost วันนี้ วันไหน ยังไงก็เธอ 3 เล่มจบ
ผู้แต่ง : จู๋อี่
ผู้แปล : นางฟ้าปีกเขียว
สำนักพิมพ์ แจ่มใส (With Love)

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

คนอย่างซังเหยียนจะรักษาสัญญาไว้ตลอดไป
ของเพียงเป็นคำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากของเขา
ไม่ว่าจะมีอะไรมาขวางกั้น ไม่ว่าจะยากลำบากสักแค่ไหน
เขาก็จะพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อจะทำให้มันเป็นจริง....

พระเอก-นางเอกเรื่องนี้เคยเป็นเพื่อนเรียนอยู่ห้องเดียวกันเมื่อสมัยม.ปลาย
พระเอก ซางเหยียน เป็นพี่ชายของนางเอกในเรื่องแอบรักให้เธอรู้ นิสัยกวนโอ๊ยน่าหมั่นไส้ ปากเสีย เย่อหยิ่ง และไม่เห็นใครอยู่ในสายตา(แต่เพื่อนเยอะนะ) ส่วนนางเอก เวินอี่ฝาน สาวสวยผู้เงียบขรึม เย็นชา ความรู้สึกช้า พูดน้อย แต่เป็นคนจิตใจดีและอ่อนโยน
พระ-นางเป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนร่วมโต๊ะ ต่างคนต่างชอบกัน พระเอกออกตัวแรงกว่า แต่นางเอกความรู้สึกช้าบวกกับเรื่องที่บ้านจึงทำให้ต้องพูดจาทำร้ายจิตใจพระเอกไป...
พอ ม.5 เทอม 2 นางเอกก็ต้องย้ายโรงเรียนตามครอบครัวแต่พระเอกก็ยังไม่ตัดใจ ยังหมั่นส่งข้อความและนั่งรถไฟความเร็วสูงไปหาอยู่เรื่อยๆ จนถึงตอนที่เลือกมหาวิทยาลัย
ตอนแรกนางเอกบอกจะไปเรียนต่อที่หนานอู๋(เมืองที่นางเอกเคยอยู่ก่อนย้ายมา)
พระเอกก็เลยฮึดขยันเรียนขึ้นมาเพื่อจะได้ไปเรียนที่เดียวกัน แต่สุดท้ายฝั่งนางเอกกลับเกิดเรื่องบางอย่าง จึงทำให้ต้องไปเรียนที่อื่นแทน แล้วพอพระเอกมาหา นางเอกก็ทำได้เพียงใช้คำพูดรุนแรงเพื่อให้เขาตัดใจ ...

หลังจากผ่านไป 6 ปีนางเอกก็ตัดสินใจกลับมาหางานทำยังเมืองที่เคยอยู่อีกครั้ง
และบังเอิญได้เจอกับพระเอกที่ผับแห่งหนึ่ง(ที่พระเอกเป็นหุ้นส่วน) แต่พระเอกกลับแสร้งทำเป็นจำนางเอกไม่ได้ แล้วก็พูดจากวนโอ๊ยใส่ตามสไตล์คุณชายเขาแหละ
แล้วต่อจากนั้นก็มีเหตุที่ทำให้ทั้งสองคนต้องมาเช่าห้องอยู่ร่วมกัน เนื่องจากเพื่อนเช่าห้องคนเก่าของนางเอกจะย้ายออก ส่วนที่พัก
พระเอกก็ถูกไฟไหม้พอดีเลยต้องหาที่อยู่ใหม่ชั่วคราว เพื่อนสนิทพระเอกรู้ว่านางเอกกำลังหาคนเช่าห้องใหม่และประจวบกับที่พระเอกกำลังมองหาห้องเช่าพอดี เลยไปบอกพระเอกให้มาเช่าที่นี่ แต่จริงๆ คือเห็นว่าเพื่อนเคยตามจีบนางเอกมาก่อนแล้วแห้วเลยอยากช่วย แต่พระเอกไม่รู้ไง พอมาเจอกันที่ห้องเช่าก็เลยต่างคนต่างอึ้ง...ทีแรกนางเอกจะไม่ยอมให้พระเอกอยู่ด้วย แต่พอรู้ว่าจะอยู่แค่ 3 เดือน บวกกับคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่านิสัยพระเอกโอเคดี สุดท้ายก็เลยกลายเป็นรูมเมทกันนับแต่บัดนั้น...

เป็นเรื่องราวความรักที่ต่างคนก็ต่างรักแต่มีเหตุที่ทำให้ต้องคลาดกันไปมาอยู่นาน ตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายจนมาถึงวัยทำงาน ต่างฝ่ายต่างไม่เคยลืมกันเพียงแต่มีปมที่ต้องใช้เวลาเพื่อที่จะก้าวผ่าน โดยเฉพาะฝั่งของนางเอกนั้นหนักมาก ส่วนฝั่งพระเอกก็มีเพียงเรื่องนางเอกเท่านั้น ขอเพียงนางเอกยื่นมือออกมา ต่อให้เพียงนิดเดียว พระเอกก็พร้อมจะหาเหตุผลพุ่งเข้าใส่แล้ว รอมานาน ปากบอกไม่ๆ แต่ลับหลังกลับทำอีกอย่าง เห็นนางเอกผอมพระเอกก็ไม่พูดมาก แค่แสร้งทำเป็นว่าทำกับข้าวเยอะแล้วบอกให้นางเอกมาช่วยกิน เวลานางเอกกลับดึกก็เป็นห่วงแต่ท่ามาก เลยต้องหาเหตุผลมาอ้างเพื่อให้นางเอกส่งข้อความมาบอกเวลาจะกลับดึก รู้ว่าตรุษจีนนางเอกต้องอยู่ที่ห้องคนเดียวก็พยายามกลับมาอยู่เป็นเพื่อน แต่นางเอกความรู้สึกช้าและไม่คิดเข้าข้างตัวเองเลย...กว่าจะเข้าใจกว่าจะตกผลึกการกระทำแต่ละอย่างของพระเอกก็เลยช้าหน่อย...แต่คนนอกหรือเพื่อนสนิทนี่ดูออกหมดแล้วนะว่าพระเอกปฏิบัติกับนางเอกไม่เหมือนใคร...แม้พระเอกจะดูท่าเยอะและน่าหมั่นไส้ไปหน่อยแต่ก็เข้าใจพี่แกนะ ยิ่งไปอ่านตอนพิเศษยิ่งโคตรเข้าใจ ...(พระเอกแบบสุดยอดมากก)

ส่วนนางเอกนั้นเพราะปมเรื่องครอบครัวและเรื่องราวในอดีต จึงส่งผลให้เธอลังเลเรื่องพระเอกอยู่นาน เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่คู่ควร ไม่กล้าคบ คนอย่างพระเอกควรได้สิ่งที่ดีกว่านี้ (หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพระเอกก็คือตัวเธอนั่นแหละ) แต่พอแน่ใจในความรู้สึก นางเอกก็เป็นฝ่ายรุกก่อนโดยมีพระเอกชี้นำและคอยส่งเสริม 55 ...แบบถ้าเธออยากปีนขึ้นมาฉันก็พร้อมส่งบันไดให้ หรือถ้าเธออยากอ่อยฉันก็พร้อมถอดเสื้อรอ...พร้อมแล้วมาสิ สาบานได้ว่านี่ไม่ได้จีบเขาก่อนเลย นางเอกจีบก่อนนะ สาบานน...พี่แค่คอยเป็นไกด์เท่านั้นเอง 55 แต่กว่าจะได้คบกันก็นานอยู่เหมือนกันนะ(หนึ่งเล่มครึ่งได้) ...เหนื่อยกว่าคู่น้องอีกสองคนนี้

แต่ถึงจะคบกันแล้วนางเอกก็ยังไม่ค่อยเปิดใจเท่าไร โดยเฉพาะปมเรื่องที่บ้านซึ่งหนักมากและเป็นเงามืดในใจของนางเอกมาเนิ่นนาน ส่งผลให้เธอเป็นโรคนอนละเมอ เวลาเครียดๆ นอนไม่พอหรือมีอะไรมากระทบจิตใจอาการก็จะกำเริบ แต่พอมารู้สาเหตุนี่โคตรสะเทือนใจเลย ...


(สปอยล์นะ)...

.

.

.

.

เพราะหลังจากที่พ่อเสียได้ไม่นานแม่นางเอกก็แต่งงานใหม่ นางเอกปรับตัวอยู่กับครอบครัวใหม่ไม่ค่อยได้ แล้วลูกติดพ่อเลี้ยงก็ไม่ชอบไม่อยากให้นางเอกอยู่ด้วย แม่เลยให้นางเอกไปอยู่กับย่า แล้วย่าก็ส่งเธอไปอยู่กับลุงต่อ นางเอกเลยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระ ไม่มีใครรักไม่มีใครต้องการ แถมยังมาถูกอาที่เป็นน้องชายของป้าสะใภ้แทะโลมคิดทำมิดีมิร้ายอีก แม่ก็พึ่งไม่ได้ ไม่มีใครฟังเธอเลย โดดเดี่ยวสุดๆ หลังจากที่เรียนจบและมีงานทำแล้วนางเอกจึงไม่ค่อยติดต่อกับแม่ ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่กลับไปเจอกับญาติพี่น้องอีก ทว่าสุดท้ายก็ยังถูกเขาตามมาระราน ตอนแรกนางเอกก็ไม่กล้าบอกพระเอก พระเอกก็โอเคไม่ถาม จะรอให้เธอพูดออกมาเอง จนมีวันหนึ่งที่นางเอกถูกอีกฝ่ายตามมาระรานแล้วได้แผล พระเอกต้องมารู้ทีหลังจากปากคนอื่นก็เลยโกรธมาก เพราะรู้สึกว่านางเอกไม่เชื่อใจตนถึงไม่ยอมเล่า...หลังจากเหตุการณ์นี้นางเอกเลยเปิดใจและเล่าอดีตที่ผ่านมาของตัวเองให้พระเอกฟัง พระเอกถึงได้รู้ว่านางเอกต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ...ส่วนนางเอกก็เหมือนได้ปลดล็อกตัวเองครั้งใหญ่ เพราะมีพระเอกอยู่เคียงข้างเธอจึงสามารถข้ามผ่านปมแต่ละปม และสามารถตัดขาดจากอดีตที่ขมขื่นได้จริงๆ สักที

ความจริงโดนพระเอกเรื่องนี้ตกมาตั้งแต่ที่ได้อ่านเรื่องของน้องสาวแล้ว นิสัยพี่แกมีเอกลักษณ์แบบลืมไม่ลงจริงๆ พอรู้ว่ามีเล่มแยกเป็นของตัวเองด้วยคือยังไงก็ต้องเก็บ พลาดไม่ได้ อยากรู้ว่าผู้หญิงแบบไหนที่จะทำให้คนแบบพี่เขาตกหลุมรักได้ แต่พี่น้องคู่นี้เรื่องรักนี่เป็นเหมือนกันเลย ต่างเป็นแสงสว่างและที่พักพิงอันอบอุ่นให้แก่คนที่รัก ถ้าได้รักแล้วคือรักเลยยากจะเปลี่ยน ใดๆ ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งคือพ่อแม่เขาเลี้ยงมาดี พื้นฐานครอบครัวเขาดี+แข็งแกร่ง ลูกๆ เลยเติบโตมาดีแบบนี้ ...

สรุปพระเอกก็ปากแข็งปากหนักไปงั้นแหละ เพราะใจจริงก็รักเขามาตลอด รักแต่นางเอกคนเดียวไม่เคยเปลี่ยน ยิ่งตอนพิเศษยิ่งเห็นได้ชัดถึงความทุ่มเท ความไม่ยอมตัดใจ ทุกคำพูดคำสัญญาที่พระเอกเคยให้ไว้ อาจดูเหมือนเล่นๆ แต่พี่ทำจริงทุกอย่างนะ ไม่เคยลืมเลือน ประทับใจและอึ้งมากกับสิ่งที่พระเอกแอบทำมาตลอด ไม่นึกเหมือนกันว่าคนกวนๆ หยิ่งๆ ไม่สนใจใครอย่างพระเอกพอรักใครสักคนแล้วจะทำได้ถึงขนาดนี้ ดูเหมือนไม่แคร์แต่กลับจดจำและใส่ใจอยู่เสมอ อบอุ่นและอ่อนโยนกับคนที่ตัวเองรักสุดๆ ....

โชคดีที่หนุ่มน้อยในวันนั้นยังรอเธออยู่ โชคดีที่พวกเขาไม่ต้องคลาดจากกันอีกแล้ว

ป.ล. ส่วนตัวรู้สึกว่าคำลงท้ายว่า อะ อะนะ ปะ จ้ะ จ้า มันเยอะไปหน่อยนา บางบทสนทนาที่ใส่มาอ่านแล้วแอบรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไรเลย  รวมถึงคำสรรพนามบางอัน ที่บางตัวละครใช้และที่ใช้กับบางคน ส่วนตัวอ่านแล้วแอบรู้สึกขัดๆ อยู่นิดหน่อย (ความเห็นส่วนตัวน๊า ถ้าใครไม่ชอบต้องขอโทษด้วย ><)

 

 📍First Frost วันนี้ วันไหน ยังไงก็เธอ 3 เล่มจบ ➡️ https://s.shopee.co.th/8zxLpGyrRi





 

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก

 

แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก (เล่มเดียวจบ)
ผู้แต่ง : สืออู๋
ผู้แปล : ซิงฉาย
สำนักพิมพ์ With Love by Jamsai

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

เหมียวเหมี่ยว นักเขียนการ์ตูนเรื่อง ผู้กล้าบุกอาณาจักรแมว ที่กำลังโด่งดัง เจ้าของนามปากกา เหมียวไก่ฉีก เพราะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ชอบแอบอู้ จึงทำให้เธอต้องเปิดไลฟ์สดเวลาทำงาน เพื่อจะได้ให้แฟนคลับหรือคนที่เข้ามาดูจับตามองเวลาทำงาน เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เธอเคลียร์งานจนเสร็จ

ฟางไหลหยาง แฟนคลับอันดับหนึ่งของเหมียวไก่ฉีก ชายหนุ่มรูปหล่อ ฐานะร่ำรวย เป็นประธานบริษัทเจ้าของกิจการรถยนต์ แฟนคลับเศรษฐีที่ส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นักเขียนการ์ตูนในดวงใจแทนการขอบคุณ ที่ทำให้คนที่ขาดแรงบันดาลใจในการทำงานและชอบดองงานเช่นเขา ได้ทำงานเสร็จ สำเร็จลุล่วงจากการได้ดูไลฟ์สดของเธอ

จริงๆ พระเอกไม่ได้อยากมาทำงานเป็นประธานบริษัทของครอบครัวเลย แต่เพราะพี่ชายที่แสนจะสมบูรณ์เพียบพร้อมดันชิ่งไปเป็นหมอ พระเอกก็เลยต้องมาสืบทอดดูแลกิจการแทนพี่ ต้องละทิ้งอุดมการณ์ที่จะไปเป็นเชฟขนมหวาน พอมาทำงานพระเอกเลยกลายเป็นคนเงียบๆ เหมือนขาดแรงกระตุ้น เอกสารอะไรที่เลื่อนเซ็นได้ก็เลื่อน อันไหนที่ดองได้ก็ดองแบบเฉื่อยชา แต่พอได้เห็นนางเอกไลฟ์สดตอนทำงานพี่ก็เปลี่ยนไป เริ่มมีแรงใจ เลิกดองงาน เลิกผัดวันประกันพรุ่ง ส่งผลให้ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้าน และด้วยนิสัยที่ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร พระเอกจึงส่งรถเฟอร์รารี่ไปให้นางเอกเป็นการตอบแทน...เล่นใหญ่มากจนนางเอกตกใจ ไม่กล้ารับ ต้องขอส่งคืน แต่พระเอกก็ไม่ยอมรับคืน สุดท้ายนางเอกเลยต้องขอเปลี่ยนเป็นรถธรรมดาที่ราคาถูกลงหน่อย พระเอกถึงได้ยอม

แต่พอได้รถมานางเอกก็ยังรู้สึกไม่ดี เลยไปปรึกษาเพื่อนๆ เพื่อนจึงแนะนำให้นางเอกเอาเงินไปชดใช้คืนเป็นค่ารถสิ แต่นางเอกไม่มีเงินก็เลยไปสมัครแอพฯ เรียกรถปาปา แต่ขับไปขับมาเงินเก็บกลับไม่เพิ่มเพราะเธอกินเก่งมากกก (เอาเงินไปใช้กับอาหารหมด) แถมยังโดนผู้โดยสารร้องเรียนเพราะขับรถได้ห่วยอีก แต่นางเอกก็มองโลกในแง่ดี ไม่โกรธไม่ซี ยังเอามาเล่าให้แฟนคลับฟังขำๆ ตอนไลฟ์สดอีกด้วย 55

แล้ววันหนึ่งพระเอกก็บังเอิญได้นั่งรถที่นางเอกเป็นคนขับ แต่ตอนแรกยังไม่รู้นะว่าใคร แต่นางเอกคุยเก่งไง พระเอกเลยเดาได้จากเรื่องที่พูดออกมา หลังจากนั้นพระเอกก็เลยเริ่มหาข้ออ้างนัดเจอนางเอก เช่นนัดขอคืนร่ม (ที่นางเอกบอกไม่ต้องเพราะมันราคาแค่ 5 หยวนเอง) หรือจ้างนางเอกมาขับรถ (ทั้งๆ ที่พี่ก็เมารถที่นางเอกขับมาก แต่ก็ยังสู้ 55) เพื่อจะหาข้ออ้างพาเขาไปเที่ยว แล้วให้ลูกน้องที่บริษัทมาแกล้งแสดงเป็นเพื่อนตัวเอง 55 ...ไปๆ มาๆ นางเอกก็เริ่มชอบพระเอก เพราะในสายตาเธอ...พระเอกคือคนที่อ่อนโยนและอบอุ่นมากกก หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วพระเอกเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและเย็นชามาก ความอบอุ่นนี้มีไว้สำหรับนางเอกเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ...ส่วนพระเอกก็นึกว่าตนชอบนางเอกแบบที่แฟนคลับชอบไอดอล มาเอะๆ ใจก็ตอนที่เห็นนางเอกอยู่กับพระรอง และตอนที่นางเอกไลฟ์สดแล้วพูดชื่นชมอาหารที่พระรองทำ 55

เนื้อเรื่องเบาๆ สบายๆ ไม่ซับซ้อน ย่อยง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ รู้สึกว่าบางทีเราก็ต้องอ่านอะไรแบบนี้บ้างเพื่อฮีลตัวเองอะ 55...นางเอกเป็นคนใสซื่อโก๊ะๆ ความรู้สึกช้า มองโลกในแง่ดีแต่ก็กลัวความโดดเดี่ยว เพราะมีอดีตที่แสนเศร้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยิ้มได้และสามารถทำให้คนที่อยู่รอบๆ ข้างยิ้มตามไปด้วยอีกต่างหาก... พล็อตเรียบง่ายเรื่อยๆ แต่อบอุ่นหัวใจดี มีดราม่าเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย คือเรื่องที่นางเอกคิดว่าพระเอกมีแฟนแล้วเลยพยายามตัดใจ กับตอนที่นางเอกถูกคนใส่ร้ายทางอินเทอร์เน็ตและกำลังดิ่ง แต่จู่ๆ พระเอกกลับหายไปติดต่อไม่ได้ นางเอกเลยยิ่งเสียใจรู้สึกโดดเดี่ยว คิดว่าพระเอกคงไม่ได้ชอบตัวเองจริง พอพระเอกมารู้ทีหลังก็รีบทิ้งงาน ไม่หลับไม่นอนรีบและรีบกลับมาตามหาคน...เกือบทำให้นางเอกปิดประตูหัวใจใส่แล้วไหมล่ะ 55

หลังจากนั้นพี่แกก็แอบไปตามสืบหาคนที่ปล่อยข่าวใส่ร้ายจนเจอ พร้อมจัดการแก้ข่าวให้นางเอกเสร็จสรรพ แถมยังเริ่มหัดทำอาหารไปส่งให้นางเอกด้วยเพราะไม่อยากให้กินอาหารของพระรองบ่อย 55 ... ส่วนพระรองพอรู้ว่าเขารักกันก็ยินดี และเป็นฝ่ายถอยออกมาเองเงียบๆ ไม่ทำให้ใครอึดอัดลำบากใจ..

ป.ล.พระรองงานดีนะแต่ช้าไปหน่อย (มากกกเลยแหละ) เลยต้องกินแห้วไปตามระเบียบ ความจริงมีโอกาสตั้งหลายที แถมได้เจอกับนางเอกมาก่อนพระเอกตั้งนาน แต่พี่ดันไม่สารภาพตรงๆ ใจเย็นมาก พูดไม่เก่งอีกต่างหาก เลยใช้การกระทำอ้อมๆ เพื่อแสดงความรู้สึก แล้วคนโก๊ะๆ ความรู้สึกช้าอย่างนางเอกจะไปเข้าใจได้ยังไง แต่ดีที่พระรองก็มีเล่มแยกของตัวเองในเรื่อง รักนี้มีเชฟมาเสิร์ฟ ได้เป็นพระเอกละ ไม่ต้องแห้วแล้วนะทีนี้...อิอิ

ป.ล.ถึงพระเอกจะไม่ได้เป็นเชฟขนมตามที่ฝัน แต่สุดท้ายพี่ก็มีความสุขเพราะได้ทำขนมให้คนที่รักหรือนางเอกกินทุกวันแทน ...อิอิ 


📍แฟนคลับคนนี้มีรักมาฝาก ➡️ https://s.shopee.co.th/9KbSRifYPO