วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569

จุติรักพลิกชะตาร้าย เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ)


จุติรักพลิกชะตาร้าย เล่ม 1-3 (7 เล่มจบ)

ผู้แต่ง จิ่วเยวี่ยหลิวหั่ว

ผู้แปล : ถังเจวียน

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

สารภาพว่าเคยอ่านเล่ม 1 จบไปเมื่อนานแล้วแต่เหมือนจะไม่รอดอะ ไม่ค่อยชินกับสำนวน เลยพักไว้แล้วไปอ่านเรื่องอื่นก่อน แล้วก็มีหลายเสียงบอกว่าสนุก ถ้าผ่านเล่ม 1 ไปได้ต่อจากนั้นคือลื่นปรื๊ด เราก็เลยเอ้าสู้! ลองหยิบมาอ่านใหม่อีกที ก็เลยอ่านช้ากว่าชาวบ้านเขาด้วยประการฉะนี้แล 🫡🤣

นางเอกเรื่องนี้แกร่ง+แมน ลุยๆ มีวรยุทธ์สูง พึ่งพาตัวเองได้ไม่ต้องง้อผู้เลย แต่ชาติก่อนดันไปฮักคนที่เขาไม่ฮัก บวกกับเรื่องบุญคุณความแค้นอีกมากมายสุดท้ายก็เลยถูกชายในดวงใจฆ่าตายอย่างอนาถ แต่ด้วยความแกร่งมีหรือนางจะยอมตายคนเดียว ก็เลยซัดฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจนได้ตายตกไปพร้อมกัน...

นางเอกเป็นองค์หญิงที่เพิ่งคืนสู่ราชวงศ์ เพราะสมัยเด็กเคยพลัดหลงกับครอบครัวในขณะที่หลบหนีกบฏ แต่โชคดีหรือร้าย(หว่า🤔) ที่ได้ผู้มีวิชาเก็บไปเลี้ยง อีกฝ่ายก็สอนสั่งวิชาสอนวิธีเอาตัวรอดต่างๆ ให้นางเอก แบบให้นางเลี้ยงดูเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวเอง เลี้ยงแบบให้พึ่งพาตัวเอง หากินเอง ปกป้องตัวเองเป็น ไม่ได้เลี้ยงแบบประคบประหงมหรือให้ความรักความอบอุ่น นางเอกเลยโตมาอย่างแมนๆ เก่ง แต่เย็นชาเสมือนไร้หัวใจ ไม่ผูกพันกับใคร... ตอนเด็กๆ นางเอกเคยเจอเทพเซียนในป่า ก็เลยชมชอบผู้ชายที่หน้าตาดีออกแนวเทพเซียนมาตั้งแต่บัดนั้น 

พอได้กลับเมืองหลวงคืนสู่ฐานะองค์หญิง นางเอกก็ไปถูกใจคุณชายสกุลเผย เผยจี้อัน ที่เป็นเหมยเขียวม้าไม้ไผ่กับน้องสาวตัวเองเข้า ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมีใครในใจอยู่ก่อนแล้ว รู้แต่ว่าถ้าอยากได้อะไรก็ต้องแย่งชิงมา นางเอกเลยไปทำงานให้เทียนโฮ่ว (ฮองเฮาหรือก็คือแม่ตัวเองนั่นแหละ) กลายเป็นดาบคอยจัดการคนที่เห็นต่างให้แม่จนได้รับความไว้วางใจและได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ...สุดท้ายนางเอกก็แย่งชิงคนรักของน้องสาวมาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ แต่ความรักที่มาจากการบีบบังคับ แถมอีกฝ่ายยังเป็นถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีอำนาจ คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนี้มาเจอแบบนี้เข้ามีหรือจะยอมจำนนว่าง่ายๆ 

การแต่งงานนี้จึงเรียกได้ว่าหายนะเพราะไม่มีใครมีความสุขสักคน มิหนำซ้ำหน้าที่การงานของนางเอกก็ยังทำให้นางต้องขัดแย้งกับคนมากมายรวมถึงพวกตระกูลขุนนางเก่าแก่ทั้งหลายด้วย มีคนมากมายต้องตายหรือจากไปด้วยน้ำมือของนางเอก ซึ่งในที่นี้ยังรวมถึงแม่ ญาติพี่น้อง และคนในตระกูลสามีเก่าด้วย บางคนอาจไม่ได้ถูกนางเอกสังหารโดยตรง แต่ก็นับได้ว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเขานั่นแหละนะ ...แรกๆ ที่อ่านนี่ยังแอบคิดเลยว่านี่นางเอกจริงดิ่😅

แล้วสุดท้ายนางเอกก็ถูกชายในดวงใจหรือสามีตัวเองฆ่าตายในวันที่กำลังจะทำพิธีแต่งตั้งตนเป็นฮ่องเต้หญิง (จะไปถึงฝั่งฝันอยู่แล้วเชียวแต่ก็โดนดับฝันซะก่อน) แต่ใครจะไปคิดว่าการตายของสามีนางเอกจะสร้างปัญหาใหญ่ให้กับเบื้องบน จนถึงกับต้องส่งคนทั้งคู่ให้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งโดยมีความทรงจำเดิมติดตัว

เป็นแนวเทพเซียน การเมือง ไขคดี+ปราบภูตผีปีศาจ พระเอกคือ เป่ยเฉินเทียนจุน เป็นเทพบนสวรรค์ ส่วนสามีเก่านางเอกจริงๆ แล้วก็คือเทพดาราทันหลางที่ลงมาฝ่าด่านเคราะห์ หากผ่านด่านเสร็จก็จะได้กลับไปรับหน้าที่สำคัญแทนเทพอีกองค์ต่อ แต่สามีเก่าดันฝ่าด่านไม่สำเร็จเพราะมีนางเอกเข้ามาแทรกแซงดวงชะตา จึงเดือดร้อนถึงเบื้องบนทำให้ต้องส่งทั้งคู่ย้อนกลับมาเกิดใหม่ และส่งพระเอกให้มาคอยช่วยเหลือสามีเก่านางเอก เพื่อไม่ให้ถูกนางเอกฆ่าและฝ่าด่านเคราะห์ล้มเหลว พระเอกเลยต้องเก็บงำพลังเทพส่วนหนึ่งและลงมาสวมฐานะเป็น กู้หมิงเค่อ ญาติผู้พี่ของสามีเก่านางเอก

และแน่นอนว่าเทพเซียนที่นางเอกเคยได้พบเมื่อสมัยเด็กจะเป็นใครไปได้ล่ะ ก็พระเอกยังไงล่ะจ๊ะ..คริคริ ชาตินี้พอได้มาเจอคนอีกครั้งนางเอกก็แน่ใจทันทีว่านี่แหละใช่เลย ไม่ผิดตัว แต่พระเอกมีหรือจะยอมรับ เพราะพี่แกเป็นเทพเซียนย่อมไร้รักไร้ความรู้สึก มิหนำซ้ำคนกับเทพรักกันยังไงก็ผิดกฏสวรรค์ พี่ทำหน้าที่ตัดสินคดีอยู่บนสวรรค์มานานพี่รู้ดี😜 

ชาตินี้นางเอกได้กลับคืนสู่ฐานะองค์หญิงเร็วกว่าเดิม 2 ปี ส่วนสามีเก่านางเอกทันทีที่ตั้งสติได้ อิพี่ก็รีบไปขอสมรสพระราชทานเพื่อชาตินี้จะได้แต่งกับนางในดวงใจหรือน้องสาวของนางเอกทันที รีบขอรีบพูดจะได้ไม่มีเรื่องพลิกผันเหมือนชาติที่แล้วอีก หารู้ไม่ว่าหลังพี่แกแทงนางเอกไปหนึ่งดาบ นางเอกก็สิ้นสะบั้นเยื่อใยทั้งหลายที่มีต่ออิพี่ไปหมดแล้ว มีเหลืออย่างเดียวคือความแค้นที่ถูกสังหารตายเท่านั้น! ตั้งใจแล้วว่าชาตินี้รักไม่ยุ่งจะมุ่งแต่ชิงบังลังก์ฮ่องเต้อย่างเดียว แถมชาตินี้ได้มาเจอกับพระเอกด้วย นางเอกเลยยิ่งไม่สนใจไม่ชายตาแลสามีเก่าอีกเลย (แต่อ่านๆ ไปเราว่านางเอกน่าจะไม่ถึงขั้นรักสามีเก่านะ ที่ดึงดันจะแต่งด้วยให้ได้ก็น่าจะเป็นเพราะชอบรูปร่างหน้าตาแบบนี้ แบบคล้ายๆ กับเทพเซียนหรือพระเอกที่เจอในวัยเด็กมากกว่า เป็นภาพจำฝังใจไม่รู้ลืม)

พระเอกต้องมาสวมรอยเป็นคุณชายกู้ที่ร่างกายอ่อนแอ แต่ด้วยความที่พี่เขาเป็นเทพอะเนาะ พี่ก็จัดการเปลี่ยนแปลงความทรงจำที่ทุกคนมีต่อหน้าตาของคุณชายกู้ใหม่หมด ให้กลายเป็นหน้าพระเอกแทน ในใจของทุกคนก็จะแบบ...เอ้ย!! ที่ผ่านมาคุณชายกู้หล่อเหลาขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมข้าถึงไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนนะ พอเจออีกทีก็แบบโคตรหล่อเลย🤣 ดวงดอกท้อพุ่งแรงฝุดๆ นางเอกก็ชอบ น้องสาวสามีเก่าของนางเอกก็ชอบ ล่าสุดอ่านถึงเล่ม 3 ก็ตกท่านหญิงได้อีกหนึ่งคนและ55 

เล่มแรกนางเอกยังมีความคิดที่อยากจะสังหารสามีเก่าอยู่ พระเอกเลยต้องคอยตามดูสามีเก่านางเอกเพื่อขัดขวางนางเอกไม่ให้ลงมือสำเร็จ (ถ้าตายอีกพระเอกก็ไม่ได้กลับสวรรค์สักทีอะ55) คนอื่นเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันบ่อยเลยคิดว่าคู่นี้แอบมีซัมธิงกันรึเปล่า🤣 ส่วนสามีเก่านางเอกพอเห็นคนเขาอยู่ด้วยกันบ่อยก็เริ่มกระวนกระวายมีแอบหึงหวง พอเห็นนางเอกหมดสิ้นเยื่อใยไม่สนใจตัวเองเลยสักนิดก็เจ็บแปล๊บๆ ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านี้พระเอกก็เคยเตือนแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบขอสมรสพระราชทานให้คิดดูดีๆ ก่อน

ต่อมาพระเอกก็ไปสอบเป็นขุนนางศาลต้าหลี่ตามคำแนะนำของเทียนโฮ่ว จริงๆ คนในตระกูลหรือที่บ้านของร่างเดิมคือไม่เห็นด้วยเลย เพราะปกติลูกหลานตระกูลเก่าแก่ส่วนใหญ่จะไม่ใช้วิธีสอบเข้าแต่จะใช้เส้นสายเข้าไปทำงานกันได้เลย แต่นางเอกรู้ว่าแม่หรือเทียนโฮ่วอยากผลักดันการสอบขุนนาง อยากสนับสนุนให้สามัญชนเข้ามาทำงานในราชสำนักเพื่อลดทอนอำนาจของพวกตระกูลขุนนางเก่าแก่ทั้งหลายลง ซึ่งนางเอกก็ไม่ได้ขัดหรอกหากพระเอกจะสอบ แต่แค่ไม่อยากให้พระเอกไปอยู่ศาลต้าหลี่เฉยๆ เพราะหน่วยงานนี้เป็นศัตรูกับนางเอกมาตลอดตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว แต่พระเอกก็ไม่สน ข้าจะสอบใครจะทำไมล่ะ...หึหึ

ตอนนี้เพิ่งอ่านถึงเล่ม 3 พระนางต้องช่วยกันไขคดีที่เกี่ยวข้องกับภูตผีปีศาจ นางเอกขออาสาไขคดีตั้งแต่กลับมาได้ไม่ทันไร แม้พ่อฮ่องเต้จะลังเลแต่พอนึกถึงฝีมือนางเอกในตอนที่เจอกันครั้งแรกก็อนุญาต หลังจบคดีนี้นางเอกก็ได้ลูกน้องร่วมทีมมาสามคน ส่วนคดีที่สองเกี่ยวพันกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์หลายคน แรกๆ เลยแอบจัดการยากเพราะไม่มีใครให้ความร่วมมือ แต่พอเกิดปัญหาทุกคนก็พากันนึกถึงนางเอก อยากให้นางเอกช่วย พยายามเข้าวังมาขอร้องฮ่องเต้ให้ช่วยพูดกับนางเอกหน่อย แต่นางเอกก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จากนั้นก็ใช้โอกาสนี้ขอจัดตั้งกองงานปราบปีศาจซะเลย

ในเล่ม 2 นางเอกเริ่มรู้แล้วนะว่าพระเอกน่าจะไม่ใช่คุณชายกู้ตัวจริง พระเอกก็เฟลๆ ที่ความดันมาแตกเพราะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของชายหญิง แต่จริงๆ ก็มีแต่นางเอกแหละนะที่จับได้ คนอื่นก็ยังไม่มีใครรู้เหมือนเดิม ...เล่ม 3 หน่วยงานของพระนางได้ออกเดินทางไปทำคดีที่ต่างเมืองด้วยกัน พระเอกก็เหมือนจะเกิดความรู้สึกกับนางเอกบ้างแล้ว(นิดนึงมั้ง🤣) ส่วนตาสามีเก่าพอมาเห็นสองคนนี้สนิทกันมากขึ้นก็ปวดใจอีก เพิ่งมาตระหนักถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง และตกผลึกเรื่องการกระทำในอดีตของนางเอก แต่มันก็สายไปเสียแล้ว พี่แกเลยต้องเรียกสติตัวเองให้ยอมรับความจริงและอยู่กับปัจจุบันที่เลือกให้ได้ 

แต่แอบสงสารนางเอกตรงเรื่องครอบครัวนะ ทำยังไงก็ไม่สนิท ยังไงก็ไม่เข้าพวก สถานะเวลาอยู่กับครอบครัวไม่เหมือนคนในครอบครัวแต่เหมือนเจ้านายกับลูกน้องมากกว่า กับพี่น้องก็ยิ่งไม่สนิทสนมเหมือนคนแปลกหน้า  แต่ดีที่นางไม่ใส่ใจ มีเป้าหมายชัดเจน พึ่งพาดูแลตัวเองได้ เพราะชีวิตยังมีเรื่องให้ทำอีกเยอะ55

ป.ล. ใครชอบนางเอกเก่งน่าจะชอบเรื่องนี้เลย เราว่าเวลานางเอกปราบปีศาจเท่ดี ...ขณะที่คุณหนูในวัยเท่าๆ กันคนอื่นๆ กำลังรักสวยรักงาม เรียนรู้จรรยาสตรีอยู่แต่ในเรือน หรือไม่ก็ไปงานเลี้ยงชื่นชมบุปผา แต่นางเอกกลับต้องจับดาบบุกตะลุยไปข้างหน้าเพื่อปกป้องทุกคนในราชธานีตะวันออก เท่ฝุดๆ


📍จุติรักพลิกชะตาร้าย  ➡️ https://s.shopee.co.th/gM5XsswMh




วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

หรงซวง


หรงซวง (เล่มเดียวจบ)

ผู้แต่ง : ชุนซีตี๋เสี่ยว

ผู้แปล : อัญชลี เตยะธิติกุล

สำนักพิมพ์ ไป่เหอ

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอก หรงซวง (ชื่อเดียวกับนิยายเลย) เป็นบุตรสาวแม่ทัพที่อยู่แดนเหนือ เติบโตมาอย่างอิสระเสรี สดใสร่าเริง ไม่ยึดติดจุกจิก ใจกว้าง เป็นที่รักของทุกคนในแดนเหนือ แถมยังเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ครบเครื่องจริงๆ ...แต่เมื่อวันหนึ่งเกิดสงคราม คนในครอบครัวก็ล้มหายตายจากไปเกือบหมดในสนามรบ เหลือเพียงนางเอกกับญาติผู้พี่ที่ไม่รู้ตอนนี้หายสาบสูญไปอยู่แห่งหนใดเพียงแค่สองคน นางเอกที่เป็นเสาหลักของแดนเหนือจึงจำต้องพาคนแก่+เด็กและสตรีหม้ายเข้าเมืองหลวงเพื่อทวงเบี้ยหวัดของทหารกล้าที่ยังไม่ได้รับ และนับแต่นั้นนางก็ไม่เคยได้กลับดินแดนเหนืออีกเลย... นางเอกถูกฮ่องเต้รับเป็นบุตรบุญธรรม กลายเป็นพี่สาวของรัชทายาท และองค์หญิงใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของราชวงศ์

พระเอก จีเซิ่ง ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หรืออดีตรัชทายาทที่ร่างกายอ่อนแอป่วยออดๆ แอดๆ จนทำให้ถูกพี่สาวต่างสายเลือดยึดกุมอำนาจทุกอย่างไป ราชสำนักตกอยู่ในกำมือองค์หญิงใหญ่ กระทั่งรัชทายาทก็ยังตกต่ำต้องกลายเป็นชายบำเรอปรนนิบัติองค์หญิงใหญ่บนเตียง... อ่านตอนแรกๆ นี่แอบคิดไม่ได้เลยว่าทำไมนางเอกร้ายจัง ทั้งยึดอำนาจในราชสำนัก ทั้งลงโทษสังหารขุนนางที่เห็นต่าง ทั้งสั่งให้พระเอกปรนนิบัติบนเตียง แล้วไหนจะลงโทษโบยคู่หมั้นของพระเอกจนตายต่อหน้าต่อตาพี่แกอีก ทำถึงขนาดนี้พระเอกจะไม่โกรธเกลียดนางเอกได้อย่างไร ดูยังไงนี่มันก็ตัวร้ายชัดๆ 🤣

แต่นักเขียนกลับเขียนให้นางเอกความจำเสื่อมตั้งแต่บทแรกซะงั้น ความจำหยุดอยู่ที่อายุ 15 ในตอนที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวง ส่วนช่วงเวลา 7 ปีที่บอกว่านางทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ดีกลับหายไปหมด (ตอนนี้นางเอกอายุ 22 ) ปล่อยให้เราค่อยๆ ค้นหาความจริงไปทีละบทพร้อมๆ กับนางเอก ว่านางใช่คนเลวแบบนั้นจริงหรือ? หรือนางมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนั้น?

หลังนางเอกความจำเสื่อม แววตาก็กลับมาใสกระจ่างเหมือนเมื่อครั้งเยาว์วัยยามอยู่แดนเหนืออีกครั้ง ในใจไร้ซึ่งแผนการและการวางแผนต่อสู้ใดๆ เพราะสิ่งที่นางเอกต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือได้กลับแดนเหนือ แต่พอเห็นคนเขาลืมเลือนพระเอกก็ไม่พอใจ ยอมไม่ได้ที่นางเอกจะลืมทุกสิ่งที่เคยกระทำไว้แล้วออกไปแต่งงานมีลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข คือพอนางเอกความจำเสื่อมก็มีขุนนางเสนอให้หาราชบุตรเขยให้นางเอก เพราะนางเอกอายุเยอะสมควรแต่งงานได้แล้วไม่เหมาะที่จะอยู่ในวังต่ออีก ฉากหน้าพระเอกก็ตกปากรับคำแต่ในใจนี่คือไม่เด็ดขาดดดด หนำซ้ำคนที่มาสู่ขอนางเอกก็ล้วนแต่เป็นคนสนิทมือซ้ายขวาของพระเอกเองทั้งนั้น พระเอกเลยยิ่งโมโหๆๆ ส่วนนางเอกก็ไม่ได้มีใจให้ใครเลย แม้แต่พระเอกด้วย คือแต่งกับใครได้หมด ขอแค่เป็นคนดีและยอมให้ลูกคนนึงใช่แซ่หรงก็พอ และถึงแม้ว่าตัวนางจะเคยมีความสัมพันธ์กับพระเอกมาก่อนแต่นางก็ไม่ถือ เพราะสตรีแดนเหนือนั้นเปิดกว้าง การหย่าแล้วแต่งงานใหม่ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ทว่านางเอกไม่ถือก็ใช่ว่าใครบางคนจะไม่ถือ แถมยังถือมากด้วยจ้า 55

ปากก็รับปากสัญญาว่าจะปล่อยนางเอกไป นางเอกเลยอะลุ่มอล่วยยอมอ่อนข้อให้ ทำตัวน่ารักเชื่อฟัง ยอมเป็นคู่นอนกับพระเอกต่อจนกว่าจะถึงวันที่กำหนด รอจนถึงวันที่พระเอกจะคัดเลือกสาวงามเข้าวังหลัง (คือนางเอกไม่ถือเรื่องพวกนี้จริงๆ แมนๆ ใจกว้างสบายๆ ) เตือนพระเอกให้รับสาวงามเข้ามาเยอะๆ จะได้มีลูกเยอะๆ อย่าได้ไปรักเดียวใจเดียวมีภรรยาเดียวเหมือนอย่างพ่อกับปู่แล้วมีลูกคนเดียวเด็ดขาด แม้จะมีข้อดีคือไม่มีปัญหาเรื่องพี่น้องแย่งชิงบัลลังก์ แต่หากมีทายาทน้อยนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกันเน้อ คือในใจนางเอกไม่มีความอิจฉาริษยาหรือหึงหวงใดๆ เลยจ้า มีแต่ความหวังดีจริงๆ แต่พอเป็นแบบนี้มันเลยยิ่งทำให้พระเอกโกรธๆๆ ยังไงล่ะ55

เอาจริงๆ ทั้งเรื่องนี่มีแต่พระเอกคนเดียวนะที่เป็นฝ่ายโกรธ+หึงหวงนางเอก ชอบคิดไปเองว่านางเอกกำลังหว่านเสน่ห์ใส่คนนู้นคนนี้แล้วก็พาลโกรธ🤣 แถมพี่แกยังชอบไปเห็นจังหวะตอนที่นางเอกกำลังคุยกับหนุ่มอื่น กอดญาติผู้พี่ เดินเที่ยวเล่นกับคนอื่น หรือป้อนขนมนางกำนัล คือไม่ว่าจะอยู่กับใครหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใด(มากกว่าตัวเอง) พระเอกก็หึงหมดอะ หึงเก่งมาก เหมือนเด็กหวงของ ซึ่งจริงๆ มันไม่มีไรเลย นางเอกให้อารมณ์เหมือนพี่สาวข้างบ้านที่ชอบหมาเด็ก ชอบของสวยๆ งามๆ ยิ่งคนงามคนไหนดูซื่อๆ ก็ยิ่งชอบยิ่งอยากแกล้งอยากหยอก (เหมือนพระเอกสมัยตอนเป็นรัชทายาทนั่นแหละ คนงามผู้อ่อนแอบอบบาง แต่พอคนงามหายป่วยได้อำนาจคืนแล้วกลับดันกลายร่างเป็นหมาป่าซะอย่างนั้น55) ...ปากก็บอกว่ารังเกียจ+เกลียดนางเอกที่สุด อยากฆ่าให้ตาย แต่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายยึดติดกับเขามากที่สุด ทนไม่ได้หากนางเอกจะจากไปหรือห่างจากสายตาตัวเอง  

ทั้งๆ ที่รู้ว่านางเอกทำเรื่องบลาๆ เอาไว้มากมาย เกลียดมากจนขนาดมีราชโองการลับให้สังหารนางเอกทิ้งเสีย ซึ่งนางเอกก็รู้ตัวนะว่ากำลังจะถูกฆ่าแต่นางก็ไม่ซี แบบอยู่ก็ได้ตายก็ไม่เป็นไร นางทำหน้าที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นลุล่วงแล้ว นี่คือหนทางที่นางเลือก เลือกที่จะให้พระเอกเกลียดและมีจุดจบแบบนี้เอง แต่สุดท้ายพระเอกก็หักใจสังหารนางเอกไม่ลง... ความจริงเราว่าถ้าในเรื่องเนื้อหาดำเนินอยู่ในช่วงเมื่อ 7 ปีก่อน ในตอนที่พระเอกกำลังป่วย นางเอกเข้ามากุมอำนาจจัดการนั่นนู่นนี่ บ้านเมืองระส่ำระส่าย เราว่าโทนเรื่องก็อาจจะเปลี่ยนเป็นอีกแบบได้นะ แต่พอมาเขียนเล่าเรื่องหลังจากที่ราชสำนักมั่นคง พระเอกหายป่วย นางเอกจำอะไรไม่ได้แล้ว มันเลยดูเบาลง ตัวละครก็ดูไม่เครียดแล้วอะ เลยกลายเป็นแนวขำๆ กุ๊กกิ๊กไป 

แต่ถ้าเขียนให้ดำเนินเนื้อหาอยู่ในช่วง 7 ปีก่อนนี่ เราว่ามันน่าจะเข้มข้นดราม่าสะเทือนใจแน่ เวลานั้นนางเอกจะรู้สึกยังไงที่รู้ว่าพระเอกมีคำสั่งให้ฆ่าตัวเอง แล้วพระเอกจะโกรธเกลียดแค่ไหนที่ถูกนางเอกหยามเกียรติบังคับให้ร่วมหลับนอน คู่หมั้นถูกโบยตายต่อหน้า ครอบครัวคู่หมั้นและขุนนางมากมายหากไม่ตายก็ถูกลงโทษ ราชสำนักตกอยู่ในกำมือสตรีที่เป็นพี่สาวต่างสายเลือด? ส่วนตัวนางเอกก็มีเรื่องที่ต้องปิดบังทั้งยังต้องแบกรับอะไรหลายอย่างเอาไว้มากมาย ไหนจะต้องเผชิญกับความโกรธเกลียดเคียดแค้นจากคนรอบข้าง จากญาติที่เหลือเพียงคนเดียวและจากพระเอกอีก ต้องสู้รบเผชิญคลื่นลมอยู่ตามลำพังทั้งในที่ลับที่แจ้ง เลยอยากจะรู้ว่าอารมณ์ความรู้สึกของพระนางในตอนนั้นมันเป็นยังไงอะ

พอมาความจำเสื่อม นางเอกเลยจำไม่ได้อีกว่าสิ่งที่ตัวเองเคยทำไปมันดีหรือไม่ดี แล้วเหตุผลที่ทำแบบนั้นคืออะไร? ก็เลยนึกว่าตัวเองคงเป็นทรราชย์กระหายในอำนาจจริง แล้วก็คิดว่าตัวเองไม่ดีขนาดนี้พระเอกคงไม่มีทางมาชอบได้หรอก คิดว่าที่พระเอกไม่ปล่อยตัวเองไปเหตุผลน่าจะเป็นเพราะรับไม่ได้ที่ผู้หญิงที่ตนเคยมีสัมพันธ์จะไปแต่งกับคนอื่น คงรู้สึกเหมือนถูกสวมหมวกเขียว ซึ่งส่วนหนึ่งก็ใช่แหละ แต่เหตุผลหลักๆ เลยคือพระเอกอะชอบนางเอกมานานแล้วแต่ไม่รู้ตัว ลึกๆ พระเอกก็คิดมาตลอดแหละว่านางเอกเป็นของตัวเอง 

ยิ่งพอรู้เรื่องราชโองการลับก็ยิ่งไม่คิดจะปล่อยคนไป หาสารพัดวิธีมาตะล่อมให้นางเอกยอมอยู่ข้างกายไม่จากไปไหน ทั้งบอกว่าตัวเองไม่มีอารมณ์กับสตรีอื่น ถ้านางเอกไม่แต่งด้วยตัวเองก็จะไม่มีทายาทนะ ทั้งยอมให้ลูกคนใดคนนึงเปลี่ยนไปใช้แซ่หรงของนางเอกก็ได้ รับปากทุกอย่าง ทำตัวน่าสงสารจนนางเอกยอมตกลง ดีที่นิสัยนางเอกเป็นคนสบายๆ แมนๆ ใจกว้างเลยจบดี55 (พระเอกเหมือนหมาเด็กตัวโตๆ อารมณ์เหมือนน้องชายข้างบ้าน ส่วนนางเอกเป็นเหมือนพี่สาวข้างบ้าน ทั้งที่นางเอกเกิดก่อนพระเอกแค่วันเดียวเองนะ แต่พระเอกโคตรจะติดนางเอก ถ้าไม่ต้องออกว่าราชการอิพี่ก็ตามสิงนางเอกทั้งวัน55)

ป.ล. ขำตอนจบที่ลูกพระนางตีกันเพราะอยากใช้แซ่แม่ ลูกรู้ว่าถ้าใครได้ใช้แซ่แม่จะได้เป็นแม่ทัพออกรบ แต่ถ้าใช้แซ่พ่อจะต้องอยู่ในวังเป็นรัชทายาทผู้น่าสงสาร สุดท้ายเลยไปขอให้พระเอกมีลูกอีกคนจะได้ให้น้องมาเป็นรัชทายาทแทน55


📍หรงซวง ➡️ https://s.shopee.co.th/gLnp2bvb6




วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

ตำนานรักฉบับท่านหญิง เล่ม 1-2


ตำนานรักฉบับท่านหญิง เล่ม 1-2 (4 เล่มจบ)

ผู้แต่ง : กู้เหลี่ยวจือ

ผู้แปล : พวงหยก

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ผลงานคุณนักเขียนใหม่จากมากกว่ารัก นางเอกเป็นท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ มีคู่อริเป็นคุณชายเสเพลทายาทตระกูลแม่ทัพ อยู่มาวันนึงนางเอกก็ได้อ่านหนังสือนิยายเรื่องหนึ่ง และค้นพบว่าไม่ว่าจะเนื้อหา+ชื่อคนหรือตัวละครมันช่างคล้ายคลึงกับชีวิตเราเสียนี่กระไร ไหนจะเรื่องที่ตัวเอกหญิงเป็นกำพร้าต้องมาอาศัยอยู่บ้านญาติ แล้วไหนจะเรื่องที่กำลังถูกป้าสะใภ้ทำคุณไสยใส่เพื่อให้แต่งงานกับลูกชายตัวเอง แถมชายคนรักของนางเอกในนิยายก็ดันมีชื่อคล้ายกับอริของตัวเองอีก อะไรกันเนี่ยยย เริ่มจะแยกไม่ออกแล้วนะว่าตกลงนี่มันชีวิตจริงหรือว่านางกำลังอยู่หนังสือนิยายกันแน่น้อออ🤔

พระเอกเป็นบุตรชายของผู้บัญชาการเสิ่น ด้วยความที่พ่อมีกำลังทหารอยู่ในมือมาก บุตรชายของตระกูลเสิ่นจึงต้องถูกทิ้งให้อยู่ในเมืองหลวงเพื่อเป็นตัวประกัน แต่วันหนึ่งพ่อก็ตาย กองทัพตระกูลเสิ่นขาดคนควบคุม บุตรชายตระกูลเสิ่นที่อยู่ในเมืองหลวงจึงถูกสั่งให้ไปทำหน้าที่แทน...กระทั่ง 3 ปีผ่านไปกองทัพตระกูลเสิ่นก็ได้รับชัยชนะกลับมา ส่วนคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นที่ได้ชื่อว่าเสเพลไม่เอาไหนก็คล้ายจะเปลี่ยนเป็นคนละคน จากคุณชายไม่เอาอ่าวใช้ชีวิตสำราญไปวันๆ ก็เปลี่ยนเป็นแม่ทัพน้อยผู้สุขุมเย็นชา แถมยังจำไม่ได้แม้แต่คู่อริของตัวเอง😄

คู่อริในวัยเด็กที่ไม่ลงรอยแต่กลับต้องมาผูกติดกันเพราะอาการความจำเสื่อมของนางเอก🤪 ...คือหลังจากที่นางเอกทำลายคุณไสยได้นางก็ต้องเดินทางไปแก้บน แต่ระหว่างทางดันไปเจอโจรป่า(ที่ป้าสะใภ้ส่งมาจับตัว)พอดี ขณะที่หนีการไล่ล่านางเอกก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะแล้วเป็นลมหมดสติ พอฟื้นตื่นขึ้นมาอีกทีก็นึกว่าตัวเองคือนางเอกในหนังสือนิยาย ส่วนพระเอกก็คือชายคนรักที่เพิ่งกลับมาจากสนามรบ ...ตอนแรกพระเอกก็ระแวง+ปฏิเสธการเข้าหาของนางเอก คิดว่าที่นางเอกมาเข้าใกล้ตีสนิทเป็นเพราะมีเป้าหมายแฝง เนื่องจากตัวพระเอกเองก็มีความลับ(อันใหญ่หลวง)ที่บอกใครไม่ได้อยู่เหมือนกัน ส่วนความลับอะไรนั้นเดี๋ยวรอรีวิวในเล่ม 3-4 เน้อ😁

พอความจำเสื่อมนางเอกก็ตามติดพระเอกเป็นตังเมและเอาแต่ร้องเรียก 'พี่อาเช่อๆ' อยู่ตลอด แถมยังกล้าทำในสิ่งที่ถ้าตัวเองไม่ได้ความจำไม่เสื่อมก็คงไม่มีทางทำแน่นอน อย่างเช่น ไปนั่งรอที่หน้าประตูจวนพระเอกในคืนที่หิมะตกหนัก หรือปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อตามพระเอกเข้าไปเรียนในสำนักศึกษา🤣 จนพระเอกต้องกลับไปถามบ่าวคนสนิทใหม่อีกครั้งว่าตกลงสองคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกันแน่ ไหนบอกว่าเป็นคู่อริไม่ถูกกันไง! 

ทว่าต่อมามันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พระเอกรวมถึงคนสนิทพี่แกเข้าใจไปว่าสองคนนี้เป็นคู่รักกันจริง พระเอกเลยต้องจำใจรับบทเป็นพี่อาเช่อของนางเอก(ชั่วคราว) ทว่าพอพระเอกหันมาทำดีด้วยนางเอกก็เกิดความสงสัย ไม่ได้ดีใจในทันทีแต่อย่างใด แต่พระเอกก็ตีเนียนไปว่า ...ที่ทำไปทัั้งหมดก่อนหน้าเนี่ยเป็นเพราะอยากทดสอบเฉยๆ ว่าตลอดสามปีที่ตัวเองไม่อยู่น่ะ นางเอกแอบมีใครอื่นหรือเปลี่ยนใจไปแล้วรึเปล่า(ว่าไปนั่น55) ...แล้วพอพระเอกรู้เรื่องที่ญาติผู้พี่นางเอกมีใจหมายปองนางเอก แถมยังเอานางเอกไปพูดในทางที่ไม่ดีในที่สาธารณะ พระเอกก็เลยไปแอบดักซุ่มตีคนเหล่านั้นจนขาหัก อันเป็นเหตุให้ญาติเขาโกรธแค้นต้องการจะเอาคืน

ตอนแรกก็หาเรื่องเล่นงานเบาๆ ในสำนักศึกษาก่อนแต่ไม่สำเร็จ ต่อมาเลยยกระดับความรุนแรงเพราะคิดเล่นงานไปถึงตัวท่านหญิงอย่างนางเอกด้วย (คือถึงนางเอกจะไม่ใช่เชื้อพระวงศ์แต่ก็เป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากนะ เพราะพ่อนางเอกเคยมีบุญคุณกับฮ่องเต้) ซึ่งนางเอกก็กำลังอยู่ในโหมดคลั่งรักเลยทำให้พลาดตกลงไปในแผนการของอีกฝ่ายพอดีอีก แถมยังทำให้ความลับเรื่องนางกับพระเอกแตกด้วยนาจา คนเลยรู้กันทั่วว่าสองคนนี้เปลี่ยนจากคู่กัดไปเป็นคู่รักแล้ว 

ในเล่มสองพระเอกได้รู้เรื่องที่นางเอกความจำเสื่อมและมโนทุกอย่างขึ้นมาเองแล้ว(แต่ยังไม่รู้ว่านางเอกเอามาจากในหนังสือนิยาย) พอรู้ก็ดีใจ เพราะตอนแรกพระเอกรู้สึกผิดเลยไม่กล้าชอบนางเอก ต้องหักห้ามใจ พอรู้ทีนี้จากตอนแรกที่พยายามคิดหาวิธีตีจากนางเอกมาตลอด คราวนี้ก็เปลี่ยนใจไม่คิดจะปล่อยคนและ รีบไปสู่ขอนางเอกถึงจวนเลยจ้า ทีแรกลุงนางเอกปฏิเสธไม่ยกให้ แต่พอได้ไปฟังคำทำนายลุงก็เริ่มกลัว กังวลว่าหลานอาจจะถูกส่งให้ไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่ต่างแดนจริง สุดท้ายก็เลยยอมตกลง 

พอหมั้นกันเสร็จ นางเอกก็ติดตามพระเอกไปเมืองชายแดนทันที สมใจพระเอกเขาล่ะ เพราะพระเอกรู้ว่านางเอกใกล้จะหายความจำเสื่อมแล้ว เลยอยากหาวิธีผูกมัดคนให้อยู่ข้างกายถึงได้รีบเร่งไปสู่ขอ ยิ่งนางเอกขอติดตามมาอยู่เมืองชายแดนถิ่นพระเอกเองด้วยก็ยิ่งลงล็อค เพราะต่อให้ความจำกลับคืนมาแล้วไงล่ะ นางเอกจะหนีไปไหนพ้นเล่า ...หึๆ 

ตอนที่นางเอกเดินทางมาชายแเดน สาวใช้คนสนิทเพียงหนึ่งเดียวที่รู้เรื่องราวความจริงทุกอย่างก็หายจากอาการบาดเจ็บ(จากการถูกโจรป่าทำร้าย) และรีบตามมายังเมืองชายแดน สาวใช้ก็งงว่าจู่ๆ นางเอกมาชอบพระเอกได้ไง อยากจะเปิดเผยความจริงแต่ก็เจอพระเอกกดดันข่มขู่เอาไว้ กระทั่งสาวใช้คล้อยตาม เพราะเห็นว่าเวลานี้นางเอกมีความสุขตามที่พระเอกบอกจริงๆ จากคนที่เชิดเริดหยิ่ง ไม่สนใจใคร ไม่เคยเผยความรู้สึกให้ใครเห็น ก็เปลี่ยนเป็นคนร่าเริง กล้าแสดงอารมณ์ความรู้สึก กล้าหัวเราะกล้าร้องไห้ กล้าออดอ้อนออเซาะยามที่อยู่กับคนรัก ซึ่งนี่แหละคือนิสัยที่แท้จริงของนางเอก เพียงแต่นางไม่เคยแสดงด้านนี้ออกมาอีกเลยนับจากที่พ่อแม่เสีย

อ่านแล้วตลกช่วงที่นางเอกวิ่งตามจีบพระเอก โก๊ะๆ มโนเป็นตุเป็นตะมาก อยู่ต่อหน้าพระเอกจะขี้อ้อนเหมือนเด็ก แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนนอกก็จะเปลี่ยนมาสวมหน้ากากท่านหญิง เล่มสองท้ายๆ นางเอกกลับมาจำทุกอย่างได้ พอหวนนึกถึงการกระทำทุกอย่างของตัวเองที่ผ่านมาและนึกถึงความใกล้ชิดระหว่างตนกับพระเอก นางเอกก็รับไม่ได้+รังเกียจรู้สึกว่าตัวเองสกปรกแล้ว พยายามจะหนีกลับเมืองหลวงกับสาวใช้คนสนิท พยายามปกปิดแสร้งทำตัวเหมือนเมื่อตอนความจำเสื่อมระหว่างที่หาทางหนี แต่พระเอกอะมองแวบเดียวก็จับได้เลย แถมรู้ด้วยว่านางเอกกำลังคิดจะทำอะไรต่อ ...สองเล่มแรกเนื้อหาส่วนใหญ่วนๆ อยู่กับพระนาง ส่วนเรื่องราชสำนักเรื่องสงครามก็มีแทรกมาบ้างเป็นบางช่วง คิดว่าในเล่ม 3-4 อาจจะเยอะขึ้น(มั้ง) เพราะพระเอกกลับไปรักษาเมืองแล้วนี่เนาะ



📍ตำนานรักฉบับท่านหญิง เล่ม 1-2 ➡️

https://s.shopee.co.th/5fkCNzCYwT

https://s.shopee.co.th/8ARXMVfhqM



วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569

เชิดรักมังกรซ่อนเงาหงส์ 5 เล่มจบ

 

เชิดรักมังกรซ่อนเงาหงส์ 5 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ขวงซั่งจยาขวง

ผู้แปล : Apple a Day

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ผลงานของท่านขวง เรื่องนี้พระเอกเป็นราชครู อายุมากกว่านางเอกประมาณ 12-13 ปีได้ แถมในเรือนยังมีอนุภรรยาคนงามอีกเป็นโขยง ส่วนนางเอกเป็นองค์หญิงที่ต้องปลอมตัวเป็นองค์ชายมาตั้งแต่เกิด เป็นองค์ชายที่ไม่ได้รับความสนใจถูกหมางเมินเพราะมารดาผู้เป็นพระสนมไม่ได้รับความโปรดปราน ...และแล้ววันหนึ่งพระเอกก็ก่อกบฏสังหารฮ่องเต้หรือพ่อของนางเอกทิ้ง (พ่อนางเอกเป็นฮ่องเต้ที่หลงใหลในสุรานารี ทำให้บ้านเมืองแทบจะล่มจมอยู่แล้ว แถมหลังๆ พ่อนางเอกยังมีความคิดที่จะสังหารพระเอกด้วย พระเอกรู้ทันเลยชิงลงมือก่อน)

เพื่อเป็นการลดแรงกดดันพระเอกจึงจำต้องแต่งตั้งองค์ชายสักพระองค์ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดก่อน และหวยก็ไปออกที่องค์ชายสิบสี่หรือก็คือนางเอก องค์ชายที่ไม่ได้รับความโปรดปราน เสมือนไร้ตัวตน แต่นางเอกคือชิลมาก ไร้ความทะเยอทะยาน ไม่มีใจคิดอยากกอบกู้ราชบัลลังก์อะไรเลย เวลาว่างๆ หากไม่อ่านนิยายก็หาทำของว่างกินเล่นกับนางกำนัลคนสนิท เพราะจริงๆ นางเอกก็แค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่ายสงบสุข และหวังแค่ว่าความลับของตัวเองจะไม่ถูกคนจับได้หรือเปิดโปงเสียก่อน 

หากเป็นองค์ชายองค์อื่นๆ อาจจะใช้เวลาว่างเรียนรู้การบริหารบ้านเมือง หรืออาจจะลอบติดต่อกับขุนนางบางคนเพื่อหวังกอบกู้ราชบัลลังค์กลับคืนมา แต่ของนางเอกนี่ม่ายยย รู้ดีว่าตนอ่อนแอไร้กำลัง+สู้ท่านราชครูอย่างพระเอกไม่ไหวดอก อีกทั้งฮ่องเต้พระองค์ก่อนหรือพ่อตัวเองก็แย่จริง หนำซ้ำตัวนางก็เป็นสตรี ลำพังแค่เรื่องรักษาความลับของตัวเองก็ลำบากจะตายอยู่แล้ว จะให้ไปต่อสู้แย่งชิงอำนาจกับพระเอกอีกน่ะหรือ ฝันไปเต๊อะ!!

นางเอกเป็นคนเฉื่อยชา บู๊ก็ไม่ได้บุ๋นก็ไม่ค่อยดี(ซะเมื่อไร🤪) ดูซื่อๆ บื้อๆ แต่จริงๆ นางเอกฉลาดหลักแหลมมากนะ แต่ต้องเก็บงำประกายไม่ให้โดดเด่น พยายามเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดที่เชื่อฟัง ไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ พูดง่ายๆ คือแสร้งโง่ แต่ด้วยใบหน้าที่งดงาม(มาก) แม้ว่าจะอยู่ในคราบบุรุษ แต่สุดท้ายความงามของนางก็ยังไปเตะตาต้องใจพระเอกเข้าจนได้55 ...ตอนแรกพระเอกยังพยายามถอยห่าง คิดเอาเองว่านางเอกเป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อและเป็นฝ่ายมาชอบตัวเอง(ก่อน) แอบดูถูกเหยียดเขาอยู่ในใจ แต่พอถึงตอนรับอนุคนที่ 4 เข้าจวน อิพี่กลับไปเลือกคนที่มีหน้าตาคล้ายนางเอกเข้ามาโดยไม่รู้ตัวจ้า55 แต่ของปลอมมีหรือจะสู้ของแท้ สุดท้ายก็ต้องทำใจยอมรับว่าตัวเองชอบบุรุษเอ้ยๆๆ ชอบนางเอกเข้าแล้วจริงๆ 🤣

ตอนแรกนางเอกไม่รู้ เรื่องความสัมพันธ์ชายหญิงคือเหมือนผ้าขาว แต่พอเจอพระเอกเข้ามาใกล้ชิดประชิดตัวบ่อยเข้าก็เริ่มรู้และ มีทีนึงเลยถามออกไปตรงๆ ว่าตกลงพระเอกชอบผู้ชายเหรอ แต่ตัวนางเอกไม่ได้ชอบนะ ถึงจะอ่อนแอบอบบางแต่เราก็ชอบสตรีเน้อ พอพระเอกได้ฟังก็หน้าเสียเหมือนโดนหักหน้าเลยสะบัดตูดจากไปทันทีด้วยความโมโห นางเอกเลยบอกให้กำนัลคนสนิทกักตุนอาหารเอาไว้ เพราะตัวเองทำให้พระเอกโกรธคิดว่าต่อไปคงอยู่กันยากแล้ว ต้องกลับไปลำบากเหมือนเดิมแน่ 

ส่วนพระเอกก็โกรธจริง เพราะที่ผ่านมามีแต่ตัวเองเป็นฝ่ายปฏิเสธไม่เคยเป็นฝ่ายถูกใครปฏิเสธมาก่อน ก็เลยสั่งไม่ให้นางเอกมาเข้าร่วมประชุมเช้าอีก(ไม่อยากเห็นหน้า) ซึ่งนางเอกก็หาแคร์ไม่ โล่งใจด้วยซ้ำ คิดว่าต่อไปพระเอกคงไม่มายุ่งกับตัวเองแล้ว ประจวบกับมีเหตุการณ์ลอบสังหารนางเอกเลยคิดจะใช้โอกาสนี้แสร้งตายเพื่อหนีออกจากวัง คิดว่าพระเอกคงสมใจด้วยซ้ำที่ตัวเองตายจะได้มีเหตุผลขึ้นครองบัลลังค์แล้ว แต่รอแล้วรอเล่าพระเอกก็ไม่ประกาศว่าตัวเองสวรรคตสักที แต่กลับปิดข่าวบอกว่านางเอกป่วยแล้วส่งคนออกไปตามหาอย่างบ้าคลั่ง

แต่ช้าแต่สุดท้ายความจริงก็ถูกเปิดเผย...ทั้งเรื่องที่นางเอกแกล้งตายและเรื่องที่เป็นผู้หญิง พระเอกทั้งโมโหทั้งดีใจ ดีใจที่นางเอกยังไม่ตายและเป็นผู้หญิง แต่โกรธที่นางเอกคิดหนีและแถมยังหนีไปกับบุรุษอื่นอีกด้วย😅 ส่วนเรื่องที่นางเอกเคยกังวลต่างๆ นานาพอมาอยู่ต่อหน้าพระเอกก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บๆ เพราะเวลานี้พระเอกใหญ่สุดคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง ดังนั้นไอ้เรื่องการคืนฐานะให้นางเอกจึงไม่ยาก แป๊บๆ ราชวงศ์ก็ได้องค์หญิงที่เป็นน้องสาวฝาแฝดของฮ่องเต้เพิ่มมาอีกหนึ่ง และด้วยความงามของนางเอกอีกนั่นแล จึงทำให้มีองค์ชายต่างแคว้นหมายปองต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วย แต่มีหรือพระเอกจะยอม แผ่นดินก็ต้องได้หญิงงามก็ต้องเป็นของข้าคนเดียว ไม่ว่านางเอกจะเป็นบุรุษหรือสตรีก็ต้องเป็นของพระเอกคนเดียวเท่านั้น!!

เป็นแนวแย่งชิงอำนาจ+สงครามการสู้รบ และแน่นอนว่าต้องไม่ขาดเรื่องรัก😁 พระเอกโคตะระชายแท้ เผด็จการ บ้าอำนาจ ขี้หึงขี้หวง บุรุษจะมีเมียกี่คนก็ได้แต่เจ้าต้องมีข้าแค่คนเดียวเท่านั้น แถมยังไม่มีสิทธิ์หึงหรือหวงด้วยนะ ไม่งั้นจะผิดหลักจรรยาของสตรี แต่ข้าหึงหวงได้นะ ส่วนเจ้าห้ามทำเหมือนข้าเพราะเจ้าเป็นสตรี ส่วนข้าเป็นบุรุษทำได้(หมด) ...เหอๆ เห็นเขาว่าเรื่องนี้เป็นงานเขียนเรื่องแรกๆ ของท่านขวงอะ พระเอกนิสัยเลยแบบชายแทร่มากกก แต่ดีที่นางเอกเป็นคนสบายๆ ถูกเลี้ยงมาแบบบุรุษเลยไม่ค่อยคิดมาก ใจกว้าง ยืดหยุ่นเก่ง มีความประนีประนอมสูง เพราะเกิดมาในราชวงศ์ไงเลยดูสีหน้าคนเก่ง ต้องรู้จักเอาตัวรอด ซึ่งเวลานี้พระเอกก็คือคนที่กุมทุกอย่างทั้งอำนาจและชีวิตของนางเอกคือฮ่องเต้ตัวจริง นางเอกเลยยิ่งต้องโอนอ่อนผ่อนตาม เวลาจะขอร้องอะไรทีก็ต้องค่อยๆ โน้มน้าวพูดจาหวานๆ ใช้ชีวิตด้วยการดูสีหน้าพระเอกโดยแท้ 

แต่ก็ต้องยอมรับว่าพระเอกเขาเก่งจริง จะบุ๋นหรือบู๊ก็ได้หมด จะให้เป็นจอมทัพจับดาบทำสงครามก็ได้ หรือเป็นท่านราชครูวางแผนกลอุบายอยู่ในราชสำนักก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ฉลาด เด็ดขาด เหี้ยมโหด มีสายอยู่ทุกที่รู้ทุกเรื่องยิ่งกว่าอับดุล แบบนี้ต่อให้มีพระรองมาเป็นร้อยก็สู้พระเอกคนเดียวไม่ได้อยู่ดี55 ...เอาจริงๆ พระเอกไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักหรอก แต่ด้วยฐานะและหน้าตาอย่างนางเอก ยิ่งในยุคสมัยนั้นด้วยพระเอกก็คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนั่นแหละ(มั้ง) ในความเหี้ยมโหดเด็ดขาดแต่ก็ยังคำนึงถึงคนหมู่มากและแผ่นดิน ซึ่งต่างจากอีกคนมากๆ ที่ทำทุกอย่างได้โดยไม่สนใจวิธีการและชีวิตของคนบริสุทธิ์ ส่วนอีกคนก็อ่อนแอไร้ซึ่งอำนาจ ไม่สามารถปกป้องนางเอกได้เลย หากนางเอกเป็นเพียงคนธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่นคนคนนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสิ่งที่นางเอกต้องการก็เป็นเพียงชีวิตที่เรียบง่ายสงบสุข ตรงข้ามกับพระเอกที่ทะเยอทะยานใฝ่สูง ต้องการอยู่ในจุดสูงสุดของอำนาจ และยิ่งนางเอกยังเป็นคนที่พี่แกหมายปองมีใจให้ ดังนั้นมีหรือพี่แกจะยอมปล่อยไป นางเอกจึงต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอยู่ในกรงขังที่เรียกว่าวังต่อไปภายใต้สายตาและการควบคุมของพระเอก

มาพูดถึงเรื่องบ้านเมืองกันบ้าง อย่างที่บอกคือพ่อนางเอกเป็นฮ่องเต้ที่ไม่ดีเลย ไม่สนใจบ้านเมืองหูเบา ยิ่งเรื่องสุรานารีนี่เหลวแหลกสุดๆ และเพราะไอ้เรื่องนี้แหละเลยพลอยทำให้นางเอกได้รับผลกระทบจากบาปกรรมที่พ่อสร้างเอาไว้ไปด้วย😑 (สมควรที่โดนพระเอกยึดอำนาจ ไม่งั้นบ้านเมืองอาจไม่มีเหลือ) ...แต่นางเอกเรื่องนี้เราว่ามีความแอบคล้ายนางเอกในการ์ตูนเรื่องคำสาปฟาโรห์อยู่หน่อยตรงที่โดนจับตัวบ่อยอะ55 พระเอกไม่อยู่เมืองหลวงทีไรได้เรื่องทุกที🤣 

รอบแรกพอพระเอกไปรบก็เจอคนวางแผนก่อกบฏทันที จนนางเอกเกือบได้แต่งเป็นภรรยาคนอื่นแล้ว รอบสองนี่เรียกว่าคนสนิทหวังดี อยากช่วยให้พระเอกที่เป็นเจ้านายได้ขึ้นครองบัลลังค์ไวๆ เลยอยากช่วยกำจัดนางเอก เพราะลูกน้องรู้สึกว่าพระเอกกำลังหลงฮ่องเต้ (คิดถูกแล้วไอ้น้อง) จนอาจทำให้ใจอ่อนเสียการใหญ่ เลยวางแผนจะกำจัดนางเอกให้พ้นทาง โดยปล่อยให้นางเอกถูกคนจับตัวไป(อีกแว้ว) พอพระเอกกลับมามองแวบเดียวก็จับพิรุธลูกน้องได้แทบจะทันที ว่าลูกน้องตัวเองนี่แหละจงใจปล่อยให้นางเอกโดนจับไป อิพี่โมโหมาก แทบจะฆ่าลูกน้องคนสนิทเสียเดี๋ยวนั้น จนลูกน้องคนอื่นๆ ต้องมาช่วยกันห้ามและบอกเรื่องที่ฮ่องเต้เป็นสตรีกับคนที่วางแผน (คือลูกน้องคนนี้ก็เป็นอีกคนที่ถูกพ่อนางเอกสั่งฆ่าล้างตระกูล แต่ตัวเองรอดมาคนเดียวเพราะพระเอกช่วย ลูกน้องก็เลยมีอคติกับนางเอกประมาณนึง กรรมจริงๆ)

หลังช่วยนางเอกสำเร็จ อีกฝั่งก็โกรธแค้นมากๆ เลยเปิดโปงเรื่องที่ฮ่องเต้เป็นสตรีให้ทุกคนได้รู้ไปเลย พระเอกเลยยังไม่ให้นางเอกกลับเข้าวังพร้อมกัน แต่หลังจากนั้นไม่นานพระเอกก็เกิดเรื่องราชสำนักขาดเสาหลัก คนของพระเอกเลยต้องมาขอให้นางเอกกลับไป เวลานั้นทุกคนในราชสำนักก็รู้แล้วว่าฮ่องเต้เป็นผู้หญิงแต่ติดที่กลัวบารมีพระเอกเลยไม่กล้าเปิดโปงจังๆ แต่ก็มีบางคนไม่กลัวตายเพราะคิดว่าพระเอกขิตไปแล้ว จึงคิดจะกระชากเสื้อผ้านางเอกออกต่อหน้าคนในท้องพระโรงเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่สุดท้ายก็ถูกลูกน้องที่พระเอกทิ้งเอาไว้จัดการจนเรียบ จนไม่มีใครกล้าหืออีก

 ...ความจริงนางเอกก็เป็นฮ่องเต้ที่ปรีชามากนะ เพียงแต่ด้วยสภาพเพศบวกกับไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน แล้วไหนจะมีพระเอกคอยจัดการดูแลทุกอย่างให้อยู่แล้ว นางเอกเลยไม่ค่อยได้โชว์ฝีมือเท่าไร คนเลยชอบเห็นนางเป็นกระต่ายน้อยที่ถูกรังแกง่าย แต่จริงๆ เราว่านางก็แค่อดทนเก่ง ปล่อยวางง่าย ไม่ยึดติดกับอะไรเฉยๆ ดังนั้นไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนนางเอกก็เลยปรับตัวได้ดี รู้วิธีที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปแบบไม่ทุกข์

ส่วนพระเอกก็คิดแต่อยากจะให้นางเอกมาเป็นฮองเฮาของตัวเอง แต่นางเอกอะไม่อยาก ไม่อยากถูกกักขังอยู่ในวังท่ามกลางเหล่าสนมมากมาย และต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความโปรดปรานของบุรุษ ไม่อยากมีชีวิตเหมือนแม่ ... เพราะถึงแม้ว่าพระเอกจะคลั่งรักนางเอกมากและไม่แตะต้องสตรีอื่นอีกเลยนับตั้งแต่ที่เกิดความรู้สึกกับนางเอก แต่ต่อไปเมื่อพระเอกเป็นฮ่องเต้ ก็ไม่พ้นต้องมีลูกมีสนมใช่ไหมล่ะ แต่นางเอกร่างกายอ่อนแอมีลูกยาก ดังนั้นพระเอกก็คงต้องไปหลับนอนกับคนอื่นเพื่อมีลูก ซึ่งด้วยนิสัยพระเอกในเวลานั้นมันต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะนางเอกก็ไม่คิดจะฝ่าฝืนกฏธรรมเนียม ไม่คิดจะชิงดีชิงเด่นกับสตรีอื่นอยู่แล้ว อย่างเรื่องที่พระเอกมีอนุอันนั้นนางเอกก็ไม่เคยหึงนะ กลับรู้สึกสงสารเห็นใจเหล่าอนุด้วยซ้ำ ...

ตอนแรกๆ นางเอกถึงได้ขอออกไปอยู่วัดไงถ้าพระเอกได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว หรือถ้าวันหนึ่งเบื่อกันแล้วก็ขอให้ปล่อยตัวนางไปได้ไหม แบบนางเอกไม่เคยเชื่ออะว่าพระเอกจะรักตัวเองแค่คนเดียวตลอดไป หรือมีนางแค่คนเดียวตลอดไปได้ ด้วยทัศนคติและนิสัยรวมถึงตำแหน่งของพระเอกมันไม่สามารถทำให้นางเอกเชื่อแบบนั้นได้เลย นางเลยขอถอยออกมาเองดีกว่า ...แต่ในที่สุดความรู้สึกที่พระเอกมีให้นางเอกก็อยู่เหนือกว่าอำนาจและสิ่งอื่นใด เรื่องที่เคยมืดมนดูเหมือนไร้ทางออกสุดท้ายก็เลยจบสวย วินวิน55


📍เชิดรักมังกรซ่อนเงาหงส์ 5 เล่มจบ ➡️

1. https://s.shopee.co.th/5AnfO8da1h

2. https://s.shopee.co.th/4VXyb4mK0J

3. https://s.shopee.co.th/1gDnDuI5nH

4. https://s.shopee.co.th/3LM1D0bL0x

5. https://s.shopee.co.th/40bi0GcK5l






วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ร้อยพันหมื่นปีขอแค่มีเธอ 2 เล่มจบ


ร้อยพันหมื่นปีขอแค่มีเธอ 2 เล่มจบ

ผู้แต่ง : ต้าเหลี่ยนเมาอ้ายชืออวี่

ผู้แปล : ชิงฉาย

สำนักพิมพ์ With Love

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

อ่านแนวคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไปยุคโบราณมาเยอะแล้ว รอบนี้มาอ่านเรื่องที่คนจากยุคสมัยโบราณทะลุมิติมาโลกอนาคตกันดูบ้าง😁

นางเอกเรื่องนี้อยู่ในยุคสมัยโบราณ ระหว่างที่กำลังออกเดินทางตามหาศิษย์พี่ที่เป็นคู่หมั้นคู่หมาย จู่ๆ นางก็วาร์ปมายุคปัจจุบันเฉยเลย มาแบบงงๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว แบบช้านมาทำอะไรที่นี่? ทำไมเสื้อผ้าหน้าผมของผู้คนรอบตัวถึงได้แปลกๆ เงินตราก็ไม่ใช่อย่างที่เราเคยใช้ ซื้ออะไรกินไม่ได้เลย งั้นไปกระโดดแม่น้ำจับปลาดีกว่า แต่ช้าแต่พระเอกก็บังเอิญผ่านมาพอดีอี๊กก (เจอกันง่ายๆ แบบนี้เบย โฮะๆๆ) พี่แกนึกว่านางเอกจะฆ่าตัวตายไงเลยกระโดดลงไปช่วย พอนางเอกเห็นหน้าคนช่วยเท่านั้นแหละ...เกาะติดเป็นตังเมทันทีจ้า ไล่ยังไงก็ไม่ไป จะไปได้ไงล่ะ ก็นี่คือคู่หมั้นที่ตัวเองตามหามาตั้งนานนมแล้วนี่นา ชะเอิงเอย ~~~

สุดท้ายเห็นแก่ที่นางเอกมีสมบัติประจำตระกูลของตระกูลโม่ที่หายสาปสูญไปเกือบ 20 ปีติดตัวมาด้วย พระเอกเลยต้องจำใจพานางเอกกลับไปอยู่ด้วยกันชั่วคราว พอมาอยู่ในยุคนี้นางเอกคือเหมือนผ้าขาวมาก ต้องปรับจูนเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด พระเอกเลยไม่กล้าให้นางออกไปไหน เพราะกลัวนางจะไปก่อเรื่องสร้างความวุ่นวาย (ก็สร้างจริงๆ แหละนะ🤣) ซึ่งนางเอกก็เชื่อฟังพระเอกทุกอย่าง เพราะนางมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือทำให้พระเอกชอบแล้วแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมายให้ได้ พระเอกบอกซ้ายคือซ้าย บอกขวาคือขวา ไม่มีแตกแถว ...

แต่พระเอกกลับมีเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่เป็นเสมือนแสงจันทร์ขาวในใจมาเนิ่นนานแล้ว แต่เพื่อนคือกั๊ก โลเลระหว่างพระเอกกับคุณชายตระกูลใหญ่อีกคน (พระเอกก็มาจากตระกูลใหญ่ 1 ใน 3 ของเมืองเช่นกัน) เพราะพ่อพระเอกเคยหลุดปากว่าจะยกกิจการให้ลูกเมียใหม่ไง เพื่อนสนิทพระเอกเลยเกิดลังเล คิดจะมองหาตัวเลือกอื่นเอาไว้บ้าง ซึ่งทั้งพ่อทั้งอา รวมถึงลูกพี่ลูกน้องของพระเอกต่างก็ดูออกหมดนะว่าเพื่อนสนิทพระเอกอะปลอม ไม่ได้รักพระเอกจริง แค่อยากกั๊กพระเอกไว้เป็นของตายเฉยๆ แต่พระเอกกลับมองไม่ออกซะงั้น? หรือมองออกแต่ความรักมันบังตาก็ไม่รู้🙄

จากนั้นนางเอกก็ต้องย้ายออกจากบ้านพระเอก เพราะหน้าตานางดันไปเหมือนลูกสาวบ้านหนึ่งที่หายตัวไปเข้าพอดี ตอนแรกนางเอกจะไม่ไป แต่พระเอกบอกให้รับสวมรอยไปก่อนจะได้ตัดปัญหาเรื่องเอกสารยืนยันตัวตน ไม่ต้องเป็นคนเถื่อน (เดี๋ยวอ่านๆ ไปจะมีเฉลยว่าตกลงนางเอกเป็นลูกบ้านนี้จริงหรือเปล่า) จากนั้นนางเอกก็ต้องไปเข้าเรียนมหา'ลัยตามเจ้าของชื่อที่มาสวมรอย ไม่เรียนก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวไม่มีคุณสมบัติเป็นสะใภ้สกุลโม่ แต่ให้คนอย่างนางไปเรียนมหา'ลัยก็เหมือนกับการจับกบไปเป็นพ่อครัวอะ มันจะได้ไหมล่ะ🤣 ให้นางไปเป็นบอดี้การ์ดหรือครูฝึกการต่อสู้ยังดีซะกว่า เพราะนางเอกถนัดบู๊มากกว่ากว่าบุ๋น แต่จริงๆ ไม่ว่าจะวาดภาพ ดีดพิณ หรือชงชา (หรือจะให้ต่อสู้ใช้วรยุทธ์กำลังภายในอะไร นางก็ทำได้นะ แถมยังเก่งมากด้วย) คืออะไรที่สตรีในยุคโบราณส่วนใหญ่เขาต้องเรียนหรือทำกันได้ นางก็ทำได้เกือบหมดนะ เพียงแต่พอมาอยู่ในยุคปัจจุบันมันกลับแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย

แล้วก็มีเรื่องครอบครัว ครอบครัวพระนางนี่เหมือนกันเลยตรงเรื่องพ่อ พ่อแอบไปมีเมียน้อยกับลูกนอกสมรสไว้นอกบ้านเหมือนกันเด๊ะ ฝั่งบ้านนางเอกนี่เมียน้อยพ่ออย่างร้าย ถึงกับวางแผนให้คนมาจับลูกของภรรยาเก่าของสามีหรือคนที่นางเอกมาสวมรอยไปฆ่าเลยนะ พอถูกเปิดโปงจับได้แรกๆ อิพ่อก็ยังเชื่อฝั่งเมียน้อยแบบไม่ลืมหูลืมตา พยายามบีบบังคับให้นางเอกไปถอนแจ้งความ พอนางเอกไม่ทำตามก็จ้างคนให้ไปทำร้ายแม่นางเอกอีก ส่วนฝั่งพระเอกนี่พ่อก็ไปแอบมีบ้านเล็กเอาไว้ข้างนอกเช่นกัน จนทำให้แม่พระเอกตรอมใจตาย มีแต่คุณพ่อดีเด่นทั้งนั้น เหอๆๆ

ต่อมานางเอกก็ใช้วิธีมัดมือชกทำให้พระเอกต้องยอมรับปากว่าจะแต่งงานด้วย พระนางตกลงคบหากัน แต่พอเพื่อนสนิทพระเอกรู้ก็ยอมไม่ได้เกิดอาการหวงของ พยายามจะรื้อฟื้นความหลังเก่าๆ กับพระเอก แต่ก็สายไปแล้ว ตอนนี้ใจพระเอกไปอยู่ที่นางเอกเรียบร้อย ...ทุกอย่างราบรื่นดูมีความสุข นางเอกพยายามตั้งใจเรียนใหม่เพื่อให้จบปริญญา แต่พอมีความสุขความทุกข์ก็มา ไม่นานก็มีเรื่องที่ทำให้นางเอกต้องใจสลายและจากไปนานถึง 7 ปีเต็ม...

เรื่องนี้เป็นแนวรัก+คอเมดี้ผสมแฟนตาซี นางเอกมีวรยุทธ์ด้วยนะ แต่อ่านๆ ไปรู้สึกเหมือนกำลังดูละครแนวตั้งยังไงก็ไม่รู้ มีแต่ความอิหยัง(ฟะ)? คือในเรื่องนางเอกก็ 19 แล้วนะ ซึ่งสำหรับคนยุคโบราณนี่ก็ถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเนอะ แต่อ่านแล้วเราว่านางเหมือนเด็กกะโปโลแก่นๆ มากกว่า ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เลย ทำอะไรก็มุทะลุ+ใจร้อน คิดแต่จะแต่งงานเป็นภรรยาเอกของพระเอกท่าเดียวโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ไม่สนใจเหตุผลใดๆ ไม่สนใจแม้แต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง ถึงนางจะเป็นชาวยุทธ์และเปิดกว้างกว่าสตรีทั่วไปก็เถอะนะ แต่เราก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีที่นางทำจริงๆ  

และบางตัวละครที่นึกว่าจะมีบทบาทอย่างเช่นเพื่อนสนิทพระเอก ก็แทบไม่มีบทอะไรเลย หรือคนที่ลูกพี่ลูกน้องพระเอกแอบชอบ คาแรกเตอร์ดูน่าสนใจดี แต่ก็ไม่มีบทอะไรเลยเช่นกัน มีแค่ตอนที่ไปกินข้าวด้วยกันแค่นั้นจริงๆ😑 ...เรื่องสมบัติประจำตระกูลที่หายไปก็ไม่ได้มีอะไร นึกว่าจะมีการวางแผนแย่งชิงใหญ่โตอะไรซะอีก สรุปไม่มีอะไรจ้า ส่วนการแปลส่วนตัวรู้สึกว่ายังขัดๆ ไม่ค่อยลื่นเหมือนที่ผ่านมาเลยทำไมนะ🤣 (แอบมีคำผิดอยู่ 1 จุด)







วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สวมรอยรักแม่ทัพหญิง 3 เล่มจบ

 

สวมรอยรักแม่ทัพหญิง 3 เล่มจบ

ผู้แต่ง : เมิ่งซานเซิง

ผู้แปล : เจินจูไหน่ฉา

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

นางเอกเป็นแม่ทัพหญิงที่กำลังหนีสมรสพระราชทานหรือการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น หนำซ้ำยังมีคดีฆ่าคนตายติดตัว เลยทำให้ถูกหน่วยเทียนฉีหรือพระเอกที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยตามไล่ล่าเพื่อพาตัวกลับเมืองหลวง ในขณะที่กำลังปะทะฝีมือกัน พระนางก็ถูกคนฉวยโอกาสแอบเล่นงานทีเผลอ ทำให้คนหนึ่งร่วงตกเหว ส่วนอีกคนก็โดนวางยา เรียกได้ว่าเจ็บหนักสาหัสด้วยกันทั้งคู่ 

นางเอกถูกบ้านตระกูลซูที่เปิดโรงหมอพากลับมารักษาเพราะเข้าใจว่านางคือบุตรสาวคนรองที่หายตัวไป คนในบ้านก็ไม่มีใครระแคะระคายหรือสงสัยเลยว่านางเอกไม่ใช่บุตรสาว เพราะทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันมากจริงๆ ส่วนนางเอกเพราะต้องการหลบภัยจึงได้แต่จำใจต้องสวมรอยเป็นคุณหนูรองสกุลซูผู้นี้ไปก่อนชั่วคราว ส่วนพระเอกก็ใช้มุกแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมเพื่อตามหาคน ...คือพระเอกก็ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงหมอสกุลซูเหมือนกัน พอเห็นหน้านางเอกตอนแรกพระเอกก็นึกว่าคงได้ปะทะกันและ แต่ที่ไหนได้!! กลายเป็นว่านางเอกกลับไม่รู้ว่าพระเอกเป็นไผ(รู้แต่ว่าหล่อมาก) ...แบบเหมือนนางเอกจะรู้จักแต่ชื่อเสียงเรียงนามของพระเอก แต่ไม่เคยเห็นใบหน้าจริงๆ ของพี่แกมาก่อนอะ (เป็นไปได้ไงเนี่ย😅) ก็เลยจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าพระเอกเป็นใคร 

ตอนแรกพระเอกก็ไม่เชื่อนึกว่านางเอกแกล้งทำ แต่พอเห็นว่านางเอกไม่รู้จริงๆ บวกกับทุกคนล้วนบอกว่านางคือคุณหนูรองสกุลซูลูกสาวเจ้าของโรงหมอ พระเอกเลยเกิดลังเล หรือว่านี่จะเป็นแค่คนหน้าเหมือนกัน ...(เราว่าพระนางน่าจะรู้จักกันแค่ผิวเผินจากชื่อเสียงเรียงนาม ไม่เคยไปมาหาสู่กัน หนำซ้ำนางเอกก็อยู่แต่ในสนามรบไม่เคยสนใจเรื่องในแวดวงขุนนาง แต่พระเอกอะจำหน้านางเอกได้ ลูกน้องพี่แกก็จำได้ มีแต่ฝั่งนางเอกนี่แหละที่ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องไม่มีใครรู้จักหน้าตาพระเอกเลย😂 ส่วนเรื่องนิสัยใจคอหรือตัวตนของอีกฝ่ายก็ไม่มีฝั่งไหนรู้ลึก มันมีความโบ๊ะบ๊ะ มีเหตุที่ทำให้เข้าใจผิดทำให้จำกันไม่ได้ ก็เลยทำให้หลอกกันสำเร็จโดยไม่ได้ตั้งใจ🤣) 

จริงๆ คิดว่าถ้าสองคนนี้มาเจอกันด้วยสถานะที่แท้จริงก็อาจจะลงเอยกันยากอยู่ แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปกปิดตัวตน เมื่อวางฐานะแม่ทัพกับผู้บัญชาการหน่วยเทียนฉีลง เผชิญหน้ากันด้วยฐานะคนธรรมดาที่ปราศจากอคติ มันเลยทำให้มองเห็นกันชัดขึ้น พระเอกก็ไม่ได้โหดเหี้ยมน่ากลัวเหมือนอย่างในข่าวลือ เป็นเพียงผู้ชายธรรมดา ที่อ่อนโยนและทำอาหารเก่ง(มาก) ต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง ดูไม่น่าเชื่อมโยงกับผู้บัญชาการหน่วยเทียนฉีอะไรนั่นเลย (นางเอกถึงไม่สงสัย) ส่วนนางเอกก็เป็นเพียงหญิงสาวไร้เดียงสา อ่อนโยน(ในสายตาพระเอก) ตรงไปตรงมา และกินเก่ง ไม่ได้เฉียบขาดสังหารคนตาไม่กะพริบสักหน่อย ...ต่างคนก็ต่างนึกว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตัวเองก่อน ตัวเองเป็นฝ่ายถูกชอบก่อน คิดเองเออเอง+มโนกันไปเองแล้วก็ชอบกัน จากนั้นก็แต่งงาน (ไวมาก🤣)

แต่มันไม่ได้มีแต่เรื่องรักนะ ยังมีเรื่องครอบครัว เรื่องการเมืองด้วย ตอนแรกนึกว่าจะคอเมดี้ ขำๆ แต่พอมาเจอปมเรื่องครอบครัวนางเอกกับอดีตพระเอกนี่ขำไม่ออกเลย🥹 ส่วนตัวอ่านแล้วรู้สึกหน่วงอยู่นะ ...คือนางเอกเป็นเด็กกำพร้า ถูกพ่อแม่ขายให้บ้านคนรวย เพราะตอนนั้นที่บ้านยากจนบวกกับภัยสงคราม พอแม่คลอดลูกสาวฝาแฝดออกมาดันมีคนหนึ่งร่างกายอ่อนแอ ก็เลยตัดสินใจขายแฝดคนโตที่ร่างกายแข็งแรงให้บ้านคนรวย ต่อมาบ้านคนรวยกิจการล่ม ฝั่งสามีตาย ภรรยาคนรวยที่ตอนนั้นมีลูกชายของตัวเองแล้วเลยเลือกเอานางเอกไปปล่อยทิ้ง ส่วนนางเอกเพื่อแลกข้าวหนึ่งคำเลยต้องยอมติดตามโจรภูเขาและกลายเป็นบุตรสาวบุญธรรมของเขา ...

ต่อมาแม่แท้ๆ กับแม่เลี้ยงนางเอกก็ย้ายมาอยู่เมืองเดียวกัน พอแม่แท้ๆ รู้ว่าอีกฝ่ายเอานางเอกไปปล่อยทิ้งก็โกรดจัด ทะเลาะตบตีกับอีกฝ่ายมาจนถึงปัจจุบัน แต่พอเราอ่านแล้วก็แบบเอ๊ะๆๆ อะไร(ฟะ) ตัวเองก็เป็นฝ่ายขายลูกทิ้งไปก่อนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพอเขาทำบ้างถึงกลายเป็นคนเลวต่ำช้าล่ะ มีสิทธิ์อะไรไปโกรธไปว่าเขาอะ? 

สุดท้ายคนที่รู้ว่านางเอกไม่ใช่คุณหนูรองตัวจริงก่อนคนแรกกลับไม่ใช่ทั้งพระเอกหรือคนในครอบครัวนะ55 ในบ้านนี่พี่ชายรู้คนแรก แต่ก็ไม่ได้เปิดโปง ตอนพระเอกมาสู่ขอนางเอกเดิมคนในบ้านยังลังเลไม่อยากให้แต่ง แต่พอพี่ชายรู้ว่านางเอกเป็นใครก็มาช่วยพูดจนได้แต่ง ...นางเอกชอบพระเอกจริงๆ ยิ่งพอรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดตัวเองก็ยิ่งอยากรีบแต่งกับพระเอก อยากมีครอบครัวที่เป็นของตัวเอง แม้จะรู้แล้วว่าตนเป็นลูกสาวของบ้านนี้แต่ก็รู้ดีว่าที่นี่ไม่มีที่สำหรับตน ทุกคนที่นี่ไม่ใช่ครอบครัวตัวเองแต่เป็นครอบครัวของน้องสาวฝาแฝดต่างหาก โดยเฉพาะความรักความห่วงใยของแม่ที่แสดงออกมา🥲 (คือก่อนหน้านี้นางเอกไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองถูกพ่อแม่แท้ๆ ขายให้คนอื่นตั้งแต่เป็นทารก ไม่นึกว่าตนจะเป็นลูกสาวอีกคนของบ้านนี้จริงๆ) 

พระเอกเลยรีบให้ลูกน้องไปสร้างฐานะปลอมๆ ให้ตัวเอง ให้ลูกน้องไปหาบ้านเช่า และยอมรับงานเป็นรองหัวหน้าพ่อครัวในร้านอาหารชื่อดังของเมือง เพื่อจะได้ดูมั่นคงดูมีการมีงาน เพื่อที่พ่อแม่เขาจะได้ยกลูกสาวให้ ...พอแต่งได้ไม่นานคุณหนูรองตัวจริงก็กลับมา นางเอกรู้วันตัดสินชะตา รู้ว่าอีกไม่นานทุกคนคงรู้ความจริง แต่นางไม่ได้กลัวคนในบ้านตระกูลซูจะโกรธหรอกนะ(ไม่ได้สนใจ) แค่กลัวว่าพระเอกจะรับไม่ได้แล้วขอเลิกอย่างเดียว ...ตอนแรกเราคิดว่าพอความจริงเฉลยคงจะมีดราม่าเรื่องเจ้าหลอกข้า ข้าหลอกเจ้าอะไรแบบนี้รึเปล่า ปรากฏว่าไม่มีจ้า พอพระเอกรู้ก็ไม่ได้คิดเลิกหรือโกรธนางเอกเลย (ยังเรียกน้องหญิงเหมือนเดิม อิๆ) ยิ่งพอนึกถึงประวัติความเป็นมาของนางเอกก็ยิ่งรักและสงสารนางเอกมากกว่าเดิม (แถมยังขี้หึงมากด้วย55)

ทีนี้ก็เหลือแต่ฝั่งนางเอกแล้วที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองแต่งกับใคร ความโบ๊ะบ๊ะฮาๆ จึงบังเกิด 🤣🤣 ...แอบขำตอนที่นางเอกถูกคนพาตัวไป (คือมันมี 2 ฝั่งที่ต้องการจับนางเอกกลับเมืองหลวง ฝั่งแรกคือหน่วยเทียนฉี อีกฝั่งคือองค์ชายรองของอีกแคว้นที่ได้สมรสพระราชทานให้แต่งด้วย) คือองค์ชายรองรู้ไงว่าคนที่นางเอกแต่งด้วยคือผู้บัญชาการหน่วยเทียนฉี และรู้ด้วยว่านางเอกไม่รู้ว่าผู้บัญชาการหน่วยเทียนคือสามีที่แต่งด้วย ตอนองค์ชายรองพานางเอกหลบหนีเลยชอบขู่ว่าหน่วยเทียนฉีจะตามมาจับแล้วนะ นางเอกก็เลยยิ่งหนี หารู้ไม่ว่าจริงๆ นั่นคือลูกน้องของพระเอกที่ตามมาช่วยต่างหากเล่า55 ...พอกลับเมืองหลวงกลายเป็นว่าคดีนางเอกคลี่คลาย แต่พระเอกกลับถูกคนเล่นงานยัดข้อหาขายชาติให้แทน😡 จากนั้นนางเอกก็ได้พบกับคนบ้านตระกูลซูอีกครั้ง เพราะคุณหนูรองสกุลซูถูกคนดึงเข้ามาพัวพันในเกมการเมืองของพวกผู้มีอำนาจด้วย 

อ่านแล้วแอบเจ็บแทนนางเอก ตอนที่แม่แท้ๆ มาตามหาน้องสาวฝาแฝดที่จวนนางเอกอะ ใจร้ายจุง ทำไมคนที่แข็งแรงถึงต้องถูกทิ้งและถูกมองข้าม เพียงเพราะแข็งแรงกว่าเลยไม่ต้องเป็นห่วงหรือสนใจก็ได้แบบนี้งั้นเหรอ ส่วนคนที่อ่อนแอกลับได้รับความรักความห่วงใยอย่างล้นเปี่ยม ...จริงๆ ตัวน้องสาวนางเอกก็เป็นคนดีนะไม่ใช่ไม่ดี พ่อแม่พี่น้องทุกคนในบ้านตระกูลซูก็เป็นคนดีหมด ติดแค่เรื่องที่พ่อแม่เคยขายนางเอกไปตอนเป็นทารกนี่แหละ 

ตอนแรกเรานึกว่าพอนางเอกได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในช่วงที่ปลอมตัว ทุกคนก็อาจจะได้กลับมาสานสายสัมพันธ์กันใหม่ เพราะนางเอกเป็นคนมีเหตุผลสบายๆ คงเข้าใจเหตุผล+ความจำเป็นในตอนนั้น(ล่ะมั้ง) แต่กลายเป็นว่า...ต่อไม่ติดจริงๆ คือคนในครอบครัวที่รู้เรื่องตอนนั้นก็รู้สึกผิดแหละ แต่มันก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะเริ่มยังไง แถมตัวคุณแม่เองก็แสดงออกให้เห็นหลายครั้งว่าในสายตาและจิตใจมีแต่ลูกสาวคนรองที่อ่อนแอ กว่าจะมานึกถึงนางเอกได้ก็สายไปหมดแล้ว ซึ่งนางเอกก็ไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว ไม่โกรธ ไม่แค้น ไม่น้อยใจ ไม่ตัดพ้อต่อว่า ไม่รู้สึกอะไร ปล่อยวางได้หมดเหมือนผิวน้ำที่สงบไร้ระลอกคลื่น ซึ่งไอ้แบบนี้เราว่ามันยิ่งน่ากลัวกว่าพวกที่ด่าทอโวยวายเสียงดังอีกนะ ...ชอบประโยคสุดท้ายที่พระเอกพูดกับแม่แท้ๆ ของนางเอก คิดว่าชีวิตหลังจากนี้แม้ครอบครัวจะพร้อมหน้า แต่รับรองว่าคุณแม่คงนอนหลับไม่สนิทอีกแล้ว ในใจมีแต่ความทุกข์ตรม ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดไป


📍สวมรอยรักแม่ทัพหญิง เล่ม 1 ➡️ https://s.shopee.co.th/6fbkfRYVjj

📍เล่ม 2 ➡️ https://s.shopee.co.th/AUoTEdtk4Z

📍เล่ม 3 ➡️ https://s.shopee.co.th/6KyuH4tueF





วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

成了清冷权臣的侍妾


成了清冷权臣的侍妾

ผู้แต่ง : 草灯大人

สำนักพิมพ์ www.jjwxc.net 

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ไปอ่านเรื่องย่อที่เพจสาวกเอยจงเสพนิยายจีนเอามาลงแล้วชอบ อยากอ่านมาก เลยเอาชื่อเรื่องไปเสริชหาในอากู๋ ปรากฏว่าเว็บที่ลงเปิดให้อ่านฟรี 17 ตอนที่เหลือต้องเติมเงิน ด้วยความอยากอ่าน(มาก) เราเลยดั้นด้นสมัครแล้วก็จ่าย Alipay เติมเหรียญจนได้อ่าน 🤣🤣... เรื่องนี้ยังไม่มีแปลไทยนะคะเราใช้อากู๋ช่วยแปล ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดประการใดต้องขอโทษไว้ก่อนด้วยนะคะ🙇‍♀️ 

เรื่องนี้พระเอกธงแดงฝุดๆ แนวจำเลยรัก เจ้าหนีข้าตาม และสุดท้ายพระเอกก็โบ้ตามคาด แต่จบดีจ้าไม่ต้องห่วง😁

พระเอกเป็นแม่ทัพ ส่วนนางเอกเป็นสาวใช้ในจวนที่บ้านพระเอก หลังรบเสร็จพระเอกถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าเมืองหลวง แต่พระเอกรู้ว่าถ้าไปก็คือตายแน่ๆ เลยหาทางดึงเวลาจนสุดท้ายก็ได้ข้ออ้างกลับบ้าน พระเอกเป็นคนโหดเหี้ยมเย็นชา ไม่สนใจความรู้สึกใคร ไม่เคยสนใจสตรี พอกลับมาคนที่บ้านเลยคิดจะหาคู่ครองให้เพราะตอนนี้พระเอกมีอำนาจมาก... แต่จริงๆ พระเอกไม่สนิทกับที่บ้านหรอก เพราะถึงจะเป็นบุตรชายคนโตแต่ก็เป็นบุตรที่เกิดจากอนุ พอแม่แท้ๆ ตายก็ถูกยกให้เมียเอกพ่อเลี้ยงดู แต่อ่านๆ ไปจะรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นแม่แท้ๆ หรือแม่เลี้ยงก็ไม่มีใครปฏิบัติกับพระเอกดีเลยสักคน พี่แกก็เลยโตมาแบบโหดๆ อำมหิต ไร้ความรู้สึกแบบนี้นี่แหละ 

พอกลับมาบ้านก็ได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงหลายที่ แต่ละที่ก็มีจุดประสงค์แตกต่างกันไป มีทั้งพวกที่เชิญไปเพราะอยากให้พระเอกช่วยกลบเกลื่อนเรื่องที่ตนกระทำความผิด หรือที่เชิญไปเพราะอยากตีสนิท หรือพวกที่เชิญไปเพราะอยากชักจูงพระเอกให้มาเป็นพวกเพื่อร่วมก่อกบฏด้วย 

ส่วนนางเอกเป็นสาวใช้ทำงานอยู่ลานด้านนอก นางเอกถูกครอบครัวขายมาเป็นสาวใช้ตั้งแต่ 6-7 ขวบ บ้านนางเอกยากจน พอพ่อแม่มีลูกชายสมดังหวังแล้วก็ไม่อยากเลี้ยงลูกสาวต่อ เห็นลูกสาวเป็นตัวภาระ ตอนแรกพ่อกะจะฆ่านางเอกทิ้งที่แม่น้ำแต่มีเพื่อนบ้านเห็นก่อน ก็เลยเปลี่ยนเอามาขายแทน นางเอกเลยไม่มีความผูกพันอะไรกับครอบครัว ตั้งใจว่าถ้าวันหนึ่งเก็บเงินได้ครบแล้วก็จะไถ่ตัวจากการเป็นสาวใช้แล้วไปใช้ชีวิตอิสระอยู่ข้างนอกคนเดียว 

แต่ๆๆๆ วันหนึ่งพระเอกดันถูกวางยา(กำหนัด) จากงานเลี้ยง จำเป็นต้องได้สตรีมาช่วยถอนพิษ บ่าวคนสนิทเลยแนะนำให้หาสาวใช้มาช่วยถอน ในขณะที่บ่าวออกไปหาคน นางเอกก็ดันมาที่เรือนพระเอกพอดี๊พอดี พระเอกเลยนึกว่านางเอกคือสาวใช้ที่บ่าวรับใช้จัดเตรียมไว้ให้ ก็เลย...

ในใจนางเอกทั้งหวาดกลัวและไม่ยินยอมแต่ขัดขืนไม่ได้ พอรู้ว่าพระเอกเป็นแบบนี้เพราะถูกวางยา นางก็เลยพยายามปลอบใจตัวเองว่าให้ถือซะว่าทำเพื่อตอบแทนบุญคุณที่พระเอกเคยช่วยชีวิตเอาไว้ ถือว่าหายกัน ขณะที่ทำนางเอกก็พยายามไม่ให้พระเอกเห็นใบหน้า ไม่เปล่งเสียง ไม่บอกชื่อ คิดว่าเดี๋ยวเสร็จแล้วพระเอกคงลืมๆ ไม่ได้สนใจหรอก ที่บอกว่าจะให้เป็นอนุก็คงพูดไปงั้นๆ แหละ คือนางเอกจะพยายามไม่ให้เหลือร่องรอยอะไรไว้เพราะนางไม่อยากเป็นอนุ นางอยากไถ่ตัวออกไปเป็นอิสระ ดังนั้นไม่ต้องรอจนพระเอกตื่นนางเอกก็ชิ่งหนีออกจากห้องไปก่อนแล้วเรียบร้อย

ตอนแรกพระเอกจะให้คนไปต้มยาป้องกันการตั้งครรภ์มาให้นางเอกกินก่อน แต่พอตื่นมาไม่เจอคน พระเอกเลยคิดว่าอีกฝ่ายคงหวังจะตั้งท้องลูกของพระเอกเพื่อไต่เต้าล่ะสิถึงได้รีบชิ่งหนีเพื่อจะได้ไม่ต้องกินยา หารู้ไม่ว่าพอออกมานางเอกก็รีบหาข้ออ้างไปซื้อยาเลี่ยงบุตรกินทันทีเลยจ้า แต่ขากลับดันชนกับพระเอกตรงทางเข้าจวนแล้วทำยาตกพอดี พระเอกเลยรู้ว่านางเอกซื้อยาอะไรมา แต่ยังไม่รู้ว่านางเอกคือคนที่นอนด้วยนะ นึกว่านางเอกไปนอนกับบ่าวในจวนแล้วต้องกินยานี้ 

จนกระทั่งบ่าวรับใช้คนสนิทพูดถึงนางเอก ว่านางเอกคือสาวใช้ที่เอาอาหารมาส่งที่เรือนบ่อยๆ พระเอกถึงได้เอ๊ะๆ (เพราะพระเอกโหด+น่ากลัว เคยลงโทษสาวใช้ที่มายั่วยวน พวกสาวใช้ในจวนเลยไม่กล้าเข้ามารับใช้ในเรือนพี่แก ก็เลยต้องไปขอร้องนางเอกให้มาช่วยส่งอาหารแทน) หลังจากนั้นพระเอกก็สั่งให้ย้ายนางเอกมาทำงานที่เรือนตัวเอง แต่นางเอกยังไม่เอะใจนะ นึกว่าพระเอกคงไม่รู้ว่าใครช่วยถอนพิษหรอก พระเอกก็ไม่ได้พูดอะไรทำเป็นเหมือนไม่รู้ จากนั้นพอสะสมเงินได้ครบนางเอกก็อาศัยช่วงที่พระเอกไม่อยู่ไถ่ตัวเองและจากไป แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกล พระเอกก็ตามมาทัน ...ชะเอิงเอยยย (สรุปพระเอกรู้นานแล้วว่านางเอกคือคนที่หลับนอนด้วย แต่รอให้นางเอกไถ่ตัวก่อนแล้วค่อยรวบทีเดียว😂)

นางเอกพยายามขัดขืนจะกระโดดลงจากรถม้า+ขอร้องให้ปล่อยตัวเองไป เพราะนางไถ่ตัวแล้วไม่ได้เป็นทาสแล้ว จะมาบีบบังคับแบบนี้ไม่ได้นะมันผิดกฏหมายเด้อ แต่มีหรือพระเอกจะสน เจ้านอนกับข้าแล้วก็เท่ากับเป็นคนของข้าตลอดไป เผด็จการบ้าอำนาจฝุดๆ สุดท้ายนางเอกเลยพยายามประนีประนอม เพราะยังไงก็ต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน มีชีวิตย่อมมีความหวัง ยอมๆ ไปก่อนเดี๋ยวค่อยหาทางหนีทีหลัง เงินยังพอเหลือเดี๋ยวค่อยหนี 

แต่พระเอกก็รู้ทันเลยยึดเงินที่เหลือของนางเอกไปหมด55 นางเอกเลยพยายามใหม่ แกล้งๆ ถามว่างั้นถ้าเป็นอนุจะได้รายเดือนเท่าไร ขอไม่มากหรอก พระเอกก็บอกว่าไม่มี ไม่ให้ (เพราะรู้ว่านางเอกจะเก็บเงินไว้หนี😂) ส่วนพวกเครื่องประดับกับเสื้อผ้าที่ให้ก็จะให้คนตีตราประทับไว้ ตัดหนทางทุกอย่างเลยจ้า

จากนั้นพระเอกก็ต้องไปรบ ก็เลยพานางเอกไปด้วยให้อาศัยอยู่ในกระโจมตัวเอง คือตอนนี้ท่านอ๋องคนหนึ่งกำลังยกทัพก่อกบฏ ฮ่องเต้เลยสั่งให้พระเอกยกทัพมาช่วย แต่พระเอกก็คิดจะก่อกบฏเหมือนกัน เลยไม่ช่วย เพราะช่วยเสร็จเดี๋ยวก็ถูกเก็บคือเก่าถึงยังไงฮ่องเต้ก็ระแวงพระเอกมานานแล้ว ไม่สู้ก่อกบฏแล้วขึ้นเป็นฮ่องเต้เองดีกว่า จะได้ไม่ต้องอยู่ใต้ใคร... ในระหว่างที่พระเอกไปรบนางเอกก็ได้เรียนขี่ม้า แล้ววันหนึ่งนางก็สบโอกาสอาศัยจังหวะที่พระเอกกำลังจัดงานเลี้ยงฉลองที่รบชนะขี่ม้าหนี! 

แต่พระเอกดันกลับมาเร็ว พอรู้ว่านางเอกไม่อยู่ก็รีบตามไปเลย อันนี้รอบแรก ...รอบสองหลังพระเอกยึดเมืองได้ 6 เมืองก็พานางเอกเข้าไปอยู่ในจวน พระเอกกำลังเจรจาเรื่องงานแต่งกับตระกูลหนึ่ง แต่ตอนตกลงเรื่องแต่งงานพระเอกก็บอกกับตระกูลที่จะเกี่ยวดองด้วยก่อนเลยว่าตนเองมีอนุที่โปรดปรานอยู่ คือบอกเป็นนัยๆ เตือนว่าให้เลือกสตรีที่อ่อนโยนรู้ความมา อย่าได้เลือกคนที่ขี้อิจฉาริษยาจิตใจเหี้ยมโหด

คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะช่วยปกป้องนางเอกได้ แต่นางเอกรู้ว่ามันไม่ได้ นางเอกเคยเป็นสาวใช้มาก่อน รู้ว่าภรรยาเอกมีวิธีมากมายในการจัดการทรมานอนุของสามี และไม่ว่าพระเอกจะโปรดปรานนางสักแค่ไหนแต่อนุก็คือบ่าวอยู่วันยังค่ำ มีสิทธิ์ถูกขาย หรืออาจถูกยกให้คนอื่น หรือลงโทษได้ตามแต่ใจของเจ้านาย ...เพราะมันมีทีหนึ่งที่พระเอกโกรธนางเอก เลยให้นางเอกเผยหน้าออกมาตอนมีงานเลี้ยง (จริงๆ ตามปกติไม่ควรให้สตรีของตัวเองออกมาเผยโฉมในงานที่มีแต่บุรุษ) ทีนี้มีแม่ทัพคนนึงที่ไม่ค่อยลงรอยกับพระเอกก็แกล้งพูดขอนางเอกจากพระเอกในงาน แล้วพระเอก(ด้วยความโมโหอยากสั่งสอนนางเอก) เลยบอกยกให้ พอหันไปถามความคิดเห็นนางเอก นางเอกก็ตกลงตามนั้นอีก (แต่สุดท้ายไม่ได้ยกให้นะ) พระเอกเลยโมโหจัด เรียกแม่ทัพคนนั้นมาหาแล้วสังหารทิ้งเลย แต่พอลูกน้องถามก็อ้างว่าสังหารเพราะอีกฝ่ายชอบยุยงปั่นป่วนทหารในค่ายให้แตกแยก... 

แต่ใดๆ คือนางเอกอยากได้อิสระ อยากมีชีวิตที่สามารถลิขิตเองได้ ไม่อยากอยู่ใต้อำนาจใครอีกแล้ว ต่อให้เป็นภรรยาเอกของพระเอกนางก็ไม่เอา เพราะนางไม่อยากมีชีวิตอยู่ด้วยความโปรดปรานของพระเอก ต้องมาคอยเอาใจ+ดูสีหน้าพระเอก พอวันไหนเบื่อ+เลิกโปรดปรานก็จบ อีกอย่าง ทางที่พระเอกเลือกเดินมันก็คนละเส้นทางกับนางเอกอะ พระเอกอยากอยู่เหนือคนนับหมื่น แต่นางเอกแค่อยากปลูกผักเลี้ยงสัตว์ใช้ชีวิตสงบๆ ธรรมดาเท่านั้น

มีตอนที่พระเอกพานางเอกไปออกงานด้วยกัน แล้วที่งานก็มีฝั่งคู่หมั้นพระเอกมาด้วย(เป็นงานเปิดตัวให้พบกันครั้งแรก) แต่พระเอกก็หาแคร์ไม่ พานางเอกนั่งรถม้ามาคันเดียวกันแล้วคอยจับมือตอนลงด้วย ฝั่งคู่หมั้นเห็นในใจก็ริษยา+โกรธสิ ต่อหน้าไม่แสดงออก แต่พอลับหลังก็หาวิธีดูถูกเยาะเย้ยนางเอก  พอกลับมาบ้านนางเอกก็บอกเป็นนัยๆ กับพระเอกว่าไม่ชอบงานแบบนี้คราวหน้าไม่ไปได้ไหม แต่พระเอกก็บอกให้ไป ต้องเรียนรู้วิธีเข้าสังคม ไปบ่อยๆ เดี๋ยวก็เป็น😮‍💨

นางเอกถึงได้อยากหนี รอบนี้วางแผนมาดีกว่าเดิมมีการแปลงโฉมศึกษาแผนที่ แถมรอบนี้นางเอกยังลงทุนทำลายปานที่หัวไหล่ทิ้งด้วย แต่สุดท้ายพระเอกก็ตามเจอเหมือนเดิม กลับมารอบนี้พระเอกขู่เลยว่าถ้านางเอกยังหนีอีกพระเอกจะกลับไปฆ่าพวกคนรับใช้ที่บ้านเก่าที่นางเอกสนิทสนม และคนที่นางเอกห่วงใยทิ้งทั้งหมดเลย แล้วก็รับปากว่าจะให้นางเอกเป็นภรรยาเอกไม่ให้เป็นอนุแล้ว คิดว่านี่คือสิ่งที่นางเอกต้องการ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ สุดท้ายพระเอกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่านางเอกต้องการอะไร

ความจริงพระเอกก็รักแหละ เพียงแต่อาจจะใช้วิธีที่ไม่ถูก บางคนอาจจะชอบที่ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่หรูหรา มีคนคอยรับใช้ มีสามีที่มีอำนาจ ไปที่ไหนคนก็ต้องก้มหัวเคารพยำเกรง แต่นางเอกไม่ใช่แบบนั้น จริงๆ นางไม่ได้ต้องการอะไรมากเลย บ้านที่เรียบง่าย ชีวิตที่สามารถตัดสินใจเองได้ สามีภรรยาที่คุยกันรู้เรื่องรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน แค่นั้นเอง? ไม่ใช่บีบบังคับข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายยอมทำตาม คำพูดข้าคือประกาศิต ซึ่งพระเอกก็คืออย่างหลังอะ😮‍💨

 ...แต่ครั้งที่สามนี้นางเอกไม่ได้หนีแล้วนะ แต่มีเหตุให้ต้องแยกจากเพราะภัยสงคราม ห่างหายกันไป 5 ปีเต็ม พบกันรอบนี้พระเอกเริ่มใจเย็นลง ยอมถอยคนละก้าวเพื่อให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อให้นางเอกยอมอยู่ข้างกายด้วยความยินยอมพร้อมใจ ไม่ใช่มาจากการบีบบังคับฝืนใจ แต่ยังไงนางเอกก็ยังขอใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกตามเดิม ว่างเมื่อไรก็ค่อยเข้าวังไปเยี่ยมลูกกับพระเอก หรือพระเอกจะพาลูกออกมาหานางเอกเองก็ได้ แต่ช่วงที่นางเอกไม่อยู่พระเอกก็ไม่มีใครเลยนะ ไม่รับสนมไม่แต่งตั้งฮองเฮา เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ไปไหนก็พาไปด้วย ลูกก็ติดพระเอกมากต้องนอนกับพ่อทุกคืน จนนางเอกมาลูกถึงได้บอกว่าขอนอนกับแม่(สองคน)นะ พระเอกไม่พอใจแอบสะกิดลูก...แบบอย่าลืมพ่อ พ่อก็อยากนอนด้วย🤣 สุดท้ายไม่มีใครชวนแต่พระเอกก็เดินตามไปนอนด้วยเองเลย 55

แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นกลางวันพระเอกกับลูกก็จะอยู่ที่วัง พอตกเย็นพระเอกก็จะพาลูกมากินข้าวเย็นและนอนที่บ้านนางเอก เหมือนเช้าก็ออกไปทำงาน(ที่วัง) เย็นก็กลับบ้าน(นางเอก) นางเอกก็สัญญาว่าจะไม่หนีอีกแล้ว จะไม่ทิ้งพระเอกกับลูกไปไหน หากไปไหนก็จะบอกก่อน (ต้องหาวิธีกล่อมให้พระเอกตกลงด้วยนะจ๊ะ55) ส่วนลูกชายก็เข้าใจแม่ดีมากๆ (ผิดกับจุนพ่อมากลูก) คือไม่ต้องเสียเวลาอธิบายหรือโน้มน้าวอะไรเลย แค่น้องเห็นแม่ดูซึมๆ เวลาอยู่ในวังคนเดียว น้องก็รู้และเข้าใจแม่แล้วอะ เด็กดีมากมีเหตุผลตั้งแต่ยังเล็กเลยนะเนี่ย แต่ต้องชมว่าพระเอกเองก็เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เก่งจริงๆ ลูกเลยเติบโตมาเป็นเด็กดีมีคุณภาพ จิตใจก็ดี น่ารักมาก🥰🥰