วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

มหาวิทยาลัยซอมบี้ 4 เล่มจบ

 

มหาวิทยาลัยซอมบี้ 4 เล่มจบ
ผู้แต่ง : 
Yan Liang Yu
ผู้แปล : 
Jpolly Wu
สำนักพิมพ์  Rose Publishing

ความรู้สึกหลังอ่านจบ (อาจมีสปอยล์)

ซ่งเฝ่ย นักศึกษาคณะประวัติศาสตร์ สาขาการจัดการท่องเที่ยว ที่เพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่มสุดหล่อ ชีเหยียน แห่งคณะชีววิทยาศาสตร์ไปได้ไม่นาน ก็ต้องมาเจอเงาแค้นของแฟนเก่าตามหลอกหลอน โดยการใช้อภิสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกสภานักศึกษาตรวจตราห้องพักและยึดเครื่องใช้ไฟฟ้า(ที่ผิดกฏ) ของตนไปอย่างหน้าตาเฉยและบลาๆ...หารู้ไม่ว่าที่พระเอกทำไปทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องความสนใจและอยากจะกลับมาคืนดีกับนายเอกเท่านั้นเอง..
เมื่อตัดสินใจว่าจะขอกลับมาคืนดีอย่างจริงจัง พระเอกจึงนัดกินข้าวกับนายเอกหลังสอบเสร็จ  แต่ยังไม่ทันได้กินก็ดันมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นซะก่อน เมื่อมีนักศึกษาเกิดอาการคลุ้มคลั่งวิ่งไล่กัดคนไปทั่ว
เพียงไม่นานทั่วทั้งมหาลัยก็มีแต่เสียงกรีดร้องและความโกลาหล ทั้งยังเต็มไปด้วยคนบาดเจ็บและคนตายที่ลุกขึ้นมาวิ่งไล่กัดคนเหมือนซอมบี้

เป็นเรื่องการต่อสู้เอาชีวิตรอดในช่วงที่ไวรัสซอมบี้ระบาดของเด็กมหาลัยที่กำลังอยู่ในช่วงสอบพอดี จะได้เห็นพัฒนาการ+การเอาตัวรอดของกลุ่มพระ-นาย ได้เห็นความดำมืดและความบ้าคลั่งของจิตใจคนในยามที่จนตรอกและสิ้นหวัง....แต่ใครบ้างจะไม่คลุ้มคลั่งเพราะ...
1.สัญญาณเครือข่ายทุกอย่างถูกตัด ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารอะไรได้เลย
2.
ไม่มีอาหาร นี่แหละจุดสำคัญที่ทำให้คนบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
เลือกว่าจะตายด้วยซอมบี้หรืออดอาหารตายเอง ...คนที่เคยปกติดีๆ จึงถูกบีบให้ป่าเถื่อนต้องทำเรื่องที่เลวร้ายเพื่อแย่งอาหารมาต่อชีวิต ส่วนคนที่ไม่มีทั้งอาหารหรือหมดหวังก็อาจเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางคนที่ไม่ยอมจำนนมารวมกลุ่มกันเพื่อเอาชีวิตรอด

อย่างกลุ่มของพระ-นาย(ห้องเกรียงไกลไม่ย่อท้อ) ตอนแรกกลุ่มมีนี้ 4 คนเริ่มสตาร์ตกันที่ห้องพักนายเอก แล้วเก็บตกได้ 1 คนจากหอพักข้างๆ พอไปที่มินิมาร์ทก็ได้สาวงามของมหาลัยมาเป็นพวกอีก 1 ...ตอนแรกนึกว่าคงจะสบายเพราะที่นี่อาหารเยอะ แต่ไม่นานฝันก็ต้องสลาย เพราะดันมีเพื่อนใหม่ซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาพละเพิ่มมาอีกเป็นโขยง
แล้วกลุ่มนี้นิสัยไม่ดี กลุ่มพระ-นายไม่อยากมีปัญหา เลยขอถอนตัวเป็นฝ่ายไปเอง...
ก็หนีๆ ซอมบี้ไปจนถึงห้องสมุด แล้วก็ได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มอีก
2 ดีที่หนึ่งในนั้นเป็นรูมเมทห้องของนายเอก ส่วนอีกคนพระเอกก็รู้จัก คนที่เหลือเลยพากันโล่งใจ ไม่ต้องกลัวจะซ้ำรอยเดิมเหมือนก่อนหน้าแว้วว

จากนั้นก็ย้ายกันไปที่โรงอาหาร ...แต่ไม่ใช่ไปแบบไม่มีแผนนะ
ต้องบอกก่อนว่าเวลาจะเคลื่อนย้ายไปไหนแต่ละที จะมีการเตรียมความพร้อมอย่างดี
ทั้งวางแผนเส้นทาง ฉีดน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นคน ใช้เสียงเพลงเป็นตัวล่อ มีทัพหน้าทัพหลัง
ใครเป็นฝ่ายบุกฝ่ายเสริม ..พอมาถึงโรงอาหารก็ได้เจอกับเพื่อนกลุ่มใหม่อีก
6 คน..
อันนี้ก็โชคดีหน่อยเพราะมีแต่คนดีๆ เลยเข้าขากันได้

ก็มีอะไรมาให้ลุ้นเป็นระยะๆ อย่างเช่นเวลาย้ายฐานก็ลุ้นดีว่าจะเอาตัวรอดกันยังไง
จะมีอะไรพลิกมั้ย แต่จริงๆ ก็มีพลิกตลอดแหละ เพราะซอมบี้ก็มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนกัน อย่างแผนบางอย่างที่เคยใช้หลอกล่อซอมบี้ได้ แต่พอใช้หลายๆ ครั้งเข้าก็เริ่มจะไม่ได้แล้ว เพราะซอมบี้เองก็เริ่มมีการเลียนแบบมนุษย์เช่นกัน เช่นคอยรอดักซุ่มโจมตี หรือพอเจอมนุษย์ก็ส่งเสียงร้องเรียกพวกให้เข้ามา

ส่วนพาร์ทความรักของพระ-นายตอนแรกก็นึกว่าคงจะคืนดีกันได้ง่ายๆ แต่ที่ไหนได้ดันไม่
แค่ครั้งแรกพระเอกก็ถูกนายเอกปฏิเสธแล้ว คือพระเอกอะเป็นคนจริงจัง มีวินัย ทำอะไรมีแบบแผน ขณะที่นายเอกเป็นคนสบายๆ
ดูเหมือนขาดความมุ่งมั่น พระเอกก็เลยชอบอบรมอยากให้นายเอกจริงจังกับชีวิต แต่นอกจากจะสอนแล้ว คำพูดของพี่แกก็ยังแฝงนัยดูถูกด้วย สุดท้ายนายเอกก็ทนไม่ไหว จนต้องขอเลิก

หลังจากที่ถูกปฏิเสธก็ได้เพื่อนสนิทนายเอกชี้ทาง ช่วยบอกจุดที่พระเอกต้องปรับปรุงแก้ไขถ้ายังอยากกลับไปคบนายเอกต่อ บวกกับได้เห็นนายเอกในมุมอื่นที่ตนไม่เคยรู้มาก่อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย ถึงได้รู้ว่าความจริงนายเอกก็เก่งมีความสามารถนะ เช่นรู้เรื่องแผนที่สถานที่ตั้งของตึกและอาคารในมหาลัยเป็นอย่างดี (เพราะคณะนายเอกมีการจัดทัวร์พาชมมหาลัยทุกอาทิตย์) ทำให้รู้ว่าตรงไหนเป็นมุมอับเป็นสถานที่โล่ง ตรงไหนเป็นทางลัด
ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้รอดเหมือนกันนะ 
แถมยังมีทักษะในการพูดการชักจูง สามารถพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์ พอเห็นแบบนี้พระเอกเลยเข้าใจในความผิดพลาดและสิ่งที่ตัวเองต้องแก้ไขแล้ว

ตอนแรกคิดว่าถ้าเป็นแนวซอมบี้ก็คงต้องเครียด แบบลุ้นตลอดทั้งเรื่องแน่ๆ
ซึ่งพออ่านแล้วก็ลุ้นอยู่ แต่ไม่ได้เครียดหรือกดดันอะไรขนาดนั้น ตัวละครยังสามารถตบมุกสนุกสนานเฮฮากันได้อยู่เรื่อยๆ ขนาดช่วงเวลาจริงจังก็ยังมีการเล่นมุกจังหวะโบ๊ะบ๊ะกันได้อยู่เลย จนบางทีเราก็แอบเสียวแทน กลัวจะโดนซอมบี้กัดกันซะก่อน 55..

หลักๆ ก็เป็นการเอาตัวรอดและหาอาหาร อาวุธที่ใช้ก็เป็นสิ่งของที่ประยุกต์หรือหาได้จากสิ่งรอบๆ ตัว เช่นตะเกียบเหล็ก มีดพับ กระทะอะไรแบบนี้ ตัวละครเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีพลังวิเศษหรืออาวุธพิเศษอะไร อาศัยสติ การวางแผน และความร่วมมือร่วมใจของคนในกลุ่มล้วนๆ ...ตอนแรกที่เชื้อเริ่มระบาดใหม่ๆ ก็จะสติแตกกัน แต่พอตั้งสติได้และสังเกตเห็นว่าต้องแทงตรงไหนซอมบี้ถึงจะลุกไม่ขึ้นอีก ทุกคนก็เริ่มมีความกล้ามากขึ้น
ก้าวแรกคือกล้าที่จะออกจากห้อง และค่อยขยับขยายไปเรื่อยๆ ในขณะที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่กับที่ไม่ออกไปไหน และรอความช่วยเหลือมากกว่า แต่กลุ่มพระ-นายคือแอดแวนเจอร์มากก ทั้งไปหาวิทยุ ไปเอายา ไปหาของที่จุดรับพัสดุ ไปเอารถที่ลานจอดรถ ดีนะที่มีแต่คนดีๆ อยู่ในกลุ่ม ไม่มีการแตกคอ 
ไม่ทิ้งกัน ไม่งั้นได้ตายแน่ .... แต่นี่คือยังคุยเล่นหยอกกันได้เกือบทุกสถานการณ์ คุยกันจนบางทีเราก็แยกไม่ออกว่าใครกำลังพูด? บทสนทนาเยอะจนบางทีก็รู้สึกแอบเวิ่นอยู่หน่อยๆ

สุดท้ายก็ตัดสินใจออกนอกมหาลัยเพราะหลังๆ โรงอาหารคนเริ่มมากันเยอะ
ในตอนที่ออกมาระหว่างทางก็ยังเก็บตกคนได้เพิ่มมาอีก
 ...แต่มีคนหนึ่งไม่เคยออกไปสู้กับซอมบี้มาก่อน พอเจอสถานการณ์จริงเลยลน ทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายพระ-นายเลยต้องแยกกันเพื่อไปช่วยคนนี้ แล้วพอนายเอกไม่อยู่ พระเอกก็เริ่มรนไม่สงบนิ่งเหมือนเคย 
เพื่อนในกลุ่มเลยวอร์ขอให้กลับมารวมกลุ่มกันโดยเร็วที่สุด อย่าแยกกันเลย เพราะพอนายเอกไม่อยู่พระเอกก็ร้อนรน ทุกคนเลยรู้สึกไม่ปลอดภัยไปด้วย 55..

ตอนออกไปข้างนอกก็มีอุปสรรคบ้าง(ไม่บ้างหรอก มากกกเลยเกือบตาย) แต่ก็รอดพลิกหนีกันมาได้ (ถ้าเป็นคนปกติคงตายไปแล้วว ไม่น่ารอดตั้งแต่ตอนเข้าไปหารถและ55)
ได้เจอคนขับรถบรรทุกใจดีที่แบ่งอาหารแห้งให้ และได้เจอกับมนุษย์ป้าที่หาที่หลบได้เก๋มาก
แถมตอนเข้าตึกยังได้เจอเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันอีกด้วย (ชิวจริงๆ)
เหมือนคนที่รอดก็เริ่มปรับตัวใช้ชีวิตกันได้ระดับหนึ่งอะนะ รู้ว่าต้องใช้ชีวิตกันยังไงถึงจะรอด เช่นตอนกลางวันก็อยู่ในบ้าน ค่อยออกมาตอนกลางคืน (ตอนกลางคืนซอมบี้จะเคลื่อนไหวช้า) ส่วนเรื่องอาหารก็จะมีเครื่องบินของทหารมาหย่อนทิ้งไว้ให้ตามจุดสำคัญ

แต่ตอนย้ายไปฐานที่มั่นสุดท้ายก็มีเรื่องมาให้ระทึกกันอีกรอบ55 ...ลุ้นจนเหงื่อตกว่าจะถอยหรือสู้ตาย ซวยจริงๆ 55...จบดี แต่ไม่รู้ว่าเชื้อดีมาจากไหนหรือเกิดจากอะไร หาต้นตอไม่ได้
แต่ในที่สุดก็สามารถกวาดล้างซอมบี้และจำกัดการแพร่เชื้อได้จนหมด
กลุ่มเกรียงไกรไม่ย่อท้อและทุกคนที่ยังรอดก็ได้กลับบ้าน หลังจากนั้นก็ได้กลับมาใช้ชีวิตกันปกติ มหาลัยกลับมาเปิดอีกครั้ง และมีการจัดงานพิธีรำลึกให้กับผู้ที่จากไป...จบจ้า



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น